กล้วยหักมุก ปิ้งไฟหอมกรุ่น

11 ธันวาคม 2556 ไม้ผล 0

“กล้วยหักมุก” มีชื่อพื้นบ้านว่า กล้วยใต้ กล้วยนาก กล้วยมณีอ่อง กล้วยส้ม เจก มะลิอ่อง ยะไข่ นิยมนำมาทำกล้วยฉาบ เพราะให้เนื้อฟูกรอบ มากกว่ากล้วยน้ำว้า ผลของกล้วยหักมุก จะมีผลใหญ่ ก้านผลยาว ปลายผลลีบลง มีเหลี่ยมชัดเจน เปลือกหนา เมื่อสุกเปลือกผลจะมีสีเหลืองอมน้ำตาล มีนวลหนา เนื้อผลของกล้วยหักมุกจะสีส้ม เมื่อนำผลกล้วยหักมุกไปปิ้งไฟจะมีกลิ่นหอมตลบอบอวล ชวนรับประทานเป็นยิ่งนัก

klauyhagmoogpol

ชื่อสามัญ Silver Bluggoe
ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa (ABB group) “Kluai Hak Mulk ” กลุ่มย่อย Bluggoe
ชื่อพื้นบ้าน กล้วยใต้ กล้วยนาก กล้วยมณีอ่อง กล้วยส้ม เจก มะลิอ่อง ยะไข่ สะกุย แหลก

ลักษณะทั่วไป

  • ต้น ลำต้นสูง 2.5 – 3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 15 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีประดำเล็กน้อย ด้านในมีสีเขียวอ่อน
  • ใบ ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ และมีครีบ เส้นกลางใบสีเขียวมีนวลทางด้านล่าง
  • ดอก ช่อดอกไม่มีขน ปลีรูปไข่ค่อนข้างป้อม ม้วนงอขึ้น ด้านบนป่านมีนวลหนา ด้านล่างมีสีแดงเข้ม
  • ผล เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมี 10 – 16 ผล ผลใหญ่ ก้านผลยาว ปลายผลลีบลง มีเหลี่ยมชัดเจน เปลือกหนา เมื่อสุกสีเหลืองอมน้ำตาล มีนวลหนา เนื้อสีส้ม

klauyhagmoog

กล้วยหักมุก มี 2 ชนิดคือ

  • หักมุกมีนวล
    klauyhagmoogk
  • หักมุกเขียว(ไม่มีนวล)

klauyhagmoogloog

สรรพคุณของกล้วยหักมุกและวิธีใช้

  1. กล้วยหักมุกมีสรรพคุณ โดยมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุท้องเสีย กล้วยมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียได้แก่ เอสเคอริเคีย โคไล (Escherichia coli)
  2. ในกล้วยจะมีสาร tannin ซึ่งมีฤทธิ์ฝาดสมาน ใช้แก้อาการท้องเสียได้
  3. กล้วยหักมุกมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะ เมื่อทดลองให้หนูขาวกิน aspirin แล้วกินผงกล้วยดิบ พบว่าป้องกันไม่ให้เกิดแผลในกระเพาะได้ เมื่อกินผงกล้วยดิบในขนาด 5 กรัม และรักษาแผลที่เป็นแล้วในขนาด 7 กรัม สารสกัดมีฤทธิ์เป็น 300 เท่า ของผงกล้วยดิบ โดยออกฤทธิ์สมานแผลและเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อเมือก โดยเพิ่มเมือกและเร่งการแบ่งตัวของเซลล์ นอกจากนี้ยังมีผลต่อกระบวนการสร้างมาโครเซลล์ (macrophage cell) อันส่งผลไปถึงการรักษาแผลได้อีกด้วย
  4. สารสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะ คือสารที่เรียกว่า ไซโตอินโดไซด์ วัน, ทู, ทรี, โฟ และไฟว์ (sitoindoside I, II, III, IV, V) สารที่ออกฤทธิ์ดีที่สุดในการต้านการเกิดแผลในหนูที่เป็นแผลในกระเพาะ คือ ไซโตอินโดไซด์โฟ (sitoindoside IV) ซึ่งช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากแผลในกระเพาะอาหาร
    มีคำแนะนำในการใช้กล้วยรักษาอาการแน่นจุกเสียด ให้นำผลกล้วยดิบ หรืออาจใช้ผลกล้วยดิบที่ฝานบางๆแล้วตากแห้ง และบดให้ละเอียดเป็นแป้ง ใช้ผงกล้วยนี้ในปริมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่ในถ้วยแล้วนำน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสม ใช้รับประทานเพื่อรักษาอาการแน่น จุกเสียด หรือหากมีอาการท้องเสียก็ใช้ได้เช่นกัน

klauyhagmoogton

กล้วยหักมุกเชื่อม
ส่วนประกอบ

  • กล้วยหักมุกสุก ไม่นิ่มมาก ไม่แข็งมาก 2 หวี ประมาณ 30 ผล
  • น้ำตาลทราย 750 กรัม
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • มะนาว 1 ผล บีบเอาน้ำ
  • น้ำ 2 ถ้วยตวง
  • กะทิสด หรือนมสด

klauyhagmoogsook

วิธีทำ
ปอกกล้วย แกะเส้นรกออกเหลือแต่เนื้อกล้วย ตัดขวาง 3 ท่อน ทำทั้งหมด เอาน้ำและน้ำตาลทรายและเกลือป่นลงหม้อ ตั้งไฟ คนให้ละลายจนเป็นน้ำเชื่อม จากนั้นเอากล้วยลง น้ำมะนาวตาม ใช้ไฟกลางเคี่ยว ไม่ต้องคน แต่ร่อนหม้อไม่ให้กล้วยติดก้นหม้อจะไหม้ขมได้ ถ้าน้ำน้อยกว่าเนื้อ ให้เพิ่มน้ำพอเสมอเนื้อ คนกลับชิ้นกล้วย เคี่ยวต่อจนน้ำงวดลงเป็นยางมะตูม ดับไฟ ยกลง เสิร์ฟร้อนราดด้วยหัวกะทิ หรือทิ้งให้เย็น ค่อยนำเข้าตู้เย็น เสิร์ฟเย็นราดนมสดหรือกะทิสด ทานแล้วก็จะทราบถึงความแตกต่างจากกล้วยชนิดอื่น

klauyhagmoogch

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ผล