การเสริมราก ด้วยต้นเสริมที่มีรากแก้ว

ไม้ยืนต้นอายุยืนหลายๆสิบปีที่มีรากแก้วมาแต่กำเนิด (ปลูกโดยเพาะเมล็ด) หรือเสริมรากด้วยต้นเสริมที่มีรากแก้ว (เพาะเมล็ด) ไม้ประเภทนี้เมื่อถูกน้ำท่วมขังค้างนานนับเดือน หรือหลายเดือน มักไม่ตาย ต่างจากไม้ที่ไม่มีรากแก้ว หรือมีแต่รากฝอย (ต้นที่มาจากกิ่งตอน) 
กรณีต้นที่ขยายพันธุ์มาโดยทาบกิ่ง ต้องพิจารณาด้วยว่า ส่วนตอที่ใช้ทาบนั้นมีรากแก้วหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ตอที่นำมาทาบนั้นมักถูกตัดรากแก้วออกไปแล้วเหลือแต่โคน เนื่องจากรากแก้วยาวเกินถุงใสน่ตอ คนทาบจึงตัดออกเหลือแต่ส่วนตอ ดังนั้น ไม้ที่ขยายพันธุ้โดยตอทาบที่ถูกตัดรากแก้วออกไปแล้วก็ถือว่าไม่มีรากแก้ว ทั้งนี้ ธรรมชาติของต้นไม้นั้น รากแก้วมีรากเดียว เมื่อถูกตัดไปแล้วไม่สามารถสร้างใหม่ได้

น้ำท่วมขังค้างนาน น้ำมักซึมลงไปในเนื้อดินได้ลึกไม่เกิน 1 ม.จากพื้นดินปกติ ธรรมชาติของต้นไม้ รากฝอยซึ่งอยู่ที่ผิวดินลึก 3-12 นิ้ว ทำหน้าที่ดูดสารอาหารและอากาศ ส่วนรากแก้วที่อยู่ลึก 1-5 ม. ทำหน้าที่ยึดลำต้นให้มั่นคง และอาจจะ (เน้นย้ำ….อาจจะ) ดูดสารอาหารและอากาศบ้าง (ถ้ามี)

การที่ไม้ใหญ่มีรากแก้ว เมื่อมีน้ำท่วมขังค้าง รากฝอยจะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ เพราะไม่มีอากาศเป็นปัจจัยช่วย สภาวะเช่นนี้รากแก้วก็จะรับหน้าที่ดูดสารอาหารไปเลี้ยงต้นแทน แม้ไม่สมบูรณ์ 100 % แต่ก็พอปะทังชีวิตให้รอดได้ระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะนานจนกระทั่งน้ำแห้งได้ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ไม้ใหญ่ที่มีรากแก้วแล้วถูกน้ำท่วมขังค้างนานไม่ตาย

ไม้ใหญ่มีรากแก้วอย่างมะม่วง. ลำไย. เมื่อราดสารพาโคลบิวทาโซล. หรือโปแตสเซียม คลอเรต. จะไม่ได้ผล เพราะรากแก้วอยู่ลึก สารที่ราดลงไปไม่ถึงนั้นเอง

searmraktree

มะยง (ชิด/ห่าง) – มะปราง (หวาน) กิ่งตอน ไม่มีรากแก้ว ปลูกแล้ว 6-7 ปี ให้ผลผลิต. ……. กิ่งตอน/กิ่งทาบ เสริมราก 1-2 ราก ปลูกแล้ว 2-3 ปี ให้ผลผลิต…. กิ่งตอน/กิ่งทาบ เสริมราก 3 ราก ปลูกแล้ว 1-2 ปี ให้ผลผลิต

ไม้ตระกูลส้ม (ส้มโอ. เขียหวาน. มะนาว. มะกรูด) เสียบยอดบนตอมะสัง/ทรอยเยอร์/คาริโซ่. หรือใช้ตอเหล่านี้เป็นตัวเสริมราก ไม้ตระกูลส้มต้นนั้นจะให้ผลผลิตดีเฉพาะช่วงอายุ 3-5 ปี อย่างนานก็ 8 ปี หลังจากนั้น ส่วนที่เป็นตอซึ่งมีรากอยู่ด้วยจะไม่ส่งสารอาหารให้ แต่จะพยายามแตกยอดของตัวเอง กับขยายขนาดตัวเอง (ตอ) ให้ใหญ่ขึ้น ลักษณะอาการนี้เรียกว่า “ตีนช้าง” เสียชาติตระกูลส้มไปเลย

การเสริมราก ไม้ผล

วัสดุ / อุปกรณ์

  • มีดคัทเตอร์
  • กรรไกรตัดแต่งกิ่ง
  • เทปใส
  • กิ่งไม้ที่เตรียมไว้ตอน

วิธีทำ
นำกิ่งตอนมาปลูกประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี หลังจากนั้นนำเมล็ดไม้ผลที่แข็งแรงที่เราต้องการนำมาเพาะกล้าให้งอกประมาณ 4-5 ฟุต หรือนำเอาเมล็ดมาปลูกข้างต้นไม้ที่เราจะเสริมรากห่างกันประมาณ 50-60 เซนติเมตร หลังจากนั้นนำยอดไม้มาทาบกับต้นไม้ที่จะเสริมราก แล้วตัดยอดไม้เป็นรูปปากฉลาม ส่วนต้นไม้ที่จะนำไปทาบให้ตัดเป็นรูปตัวยู

แล้วนำกล้าเพาะไม้ที่ตัดเป็นรูปปากฉลามนำมาเสียบเข้าด้วยกันแล้วนำเทปใสมาพันจากข้างบนลงมาข้างล่าง พันให้แน่นไม่ให้น้ำไหลเข้าไปได้ ป้องกันไม่ให้ลำต้นและยอดเน่า ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15-20 วัน ถ้าต้นที่เพาะกล้าด้วยเมล็ดแตกยอดให้ตัดทิ้ง เพราะต้นไม้ที่เราทำการเสริมรากจะไม่เจริญงอกงามหรืออาจตายได้

ประโยชน์ของการเสริมราก
ต้นไม้ที่เสริมรากไม่กลายพันธุ์ ให้ผลดกและใหญ่ รสชาติเหมือนเดิม
มีรากแก้วที่แข็งแรงเจริญเติบโตได้เร็ว ป้องกันลม มีความแข็งแรง
เป็นการทำสาวต้นไม้ทางราก

searmrak

หมายเหตุ : ในการเสริมรากต้นไม้ต้องใช้ไม้ตระกูลเดียวกันเท่านั้นในการเสริมราก แต่ถ้าเป็นมะม่วง แนะนำให้เอาเมล็ดมะม่วงกะล่อนจะดี เพราะทนต่อสภาพดิน ฟ้า อากาศ ได้ดีมาก

ไม้ผลทุกชนิดสามารถนำมาเสริมรากได้ ถ้าเป็นกิ่งไม้ ให้ตอนกิ่งที่นำมาปลูกไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ตอนที่หลากหลาย


วิธีเสริมรากมะม่วงเพื่อให้ลูกดกคุณภาพดี

การเสริมรากมะม่วงจะทำในลักษณะเช่นเดียวกับการต่อกิ่งเพื่อค้ำยัน ส่วนใหญ่จะทำเพื่อการเสริมราก สร้างความแข็งแรงให้แก่ต้นมะม่วงที่ปลูกไปแล้วให้สามารถชอนไชหาอาหารได้มากและมีวงกว้างขึ้น ส่งผลทำให้ผลผลิตที่ได้มีปริมาณเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน “นายทอง สิงห์สุขุม”เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2550 สาขาการเกษตรดีที่เหมาะสม เกษตรกรแห่งบ้านโคกเลาะ ต.หนองพอก อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกมะม่วงแบบชีวภาพโดยไม่มีพึ่งพาสารเคมีใดๆ ได้ใช้เทคนิคการเสริมรากให้กับมะม่วงที่มีอยู่ในสวนกว่า 1,600 ต้น อาทิ พรเศรษฐีจำนวน น้ำดอกไม้เบอร์4 เขียวเสวย ฟ้าลั่น แก้วลืมลัง หนังกลางวันและโชคอนันต์ สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 4-5 ครั้ง/ปี มีผลผลิตเฉลี่ยทั้งในฤดูกาลและนอกฤดูกาลประมาณ 50-60 กิโลกรัม/ต้น หรือ 3-4 ตัน/ไร่

searmrakmg

ขั้นตอนการเสริมราก

  1. ทำการเพาะเมล็ดที่เป็นต้นตอบริเวณโคนต้นมะม่วงที่จะทำการเสริมราก ระยะห่างจากโคนต้น 20-30 เซนติเมตร
  2. เมื่อต้นตอที่เพาะด้วยเมล็ดมีขนาดที่เหมาะสมก็จะสามารถทำการต่อกิ่งได้ หลังจากการเพาะประมาณ 8-12 เดือน
  3. ทำแผลบนต้นพันธุ์ดีที่ทำการเสริมรากหรือค้ำยัน โดยเฉือนเข้าเนื้อไม้เป็นมุมเอียงขึ้นประมาณ 20-30 องศา คล้ายวิธีการต่อกิ่งแบบเสียบข้าง
  4. เตรียมต้นตอแบบรูปลิ่ม โดยให้แผลด้านในยาวกว่าแผลด้านนอก
  5. เสียบต้นตอเข้าในรอยแผลให้แนวเยื่อสัมผัสกันมากที่สุดแล้วพันด้วยพลาสติกหุ้มรอยแผลให้แน่น
  6. ทำการบำรุงรักษาต้นมะม่วงด้วยวิธีการแบบปกติ ทั้งการให้น้ำและใส่ปุ๋ย ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน แผลที่ทาบติดกันจะสนิทจึงเอาพลาสติกที่หุ้มแผลออก จะได้รากของมะม่วงเพิ่มขึ้นทำให้มะม่วงต้นพันธุ์สามารถหาอาหารได้เพิ่มมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโคนต้น

มะม่วงที่ผ่านการเสริมรากแบบสมบูรณ์แล้วจะชอนไชหาอาหารได้มากขึ้นส่งผลให้ผลิตเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

ผลดีในการปลูกมะม่วงแบบเสริมราก

  • มีความต้านทานต่อดินฟ้าและอากาศ
  • มีทรงพุ่มที่สวยงามตัดแต่งและดูแลได้ง่าย
  • ให้ผลผลิตที่ดีตลอดทั้งปีไม่จำกัดฤดู และมีผลที่สมบูรณ์
  • การหาอาหารและทนต่อความแห้งแล้งได้ดี
  • ให้ทรงพุ่มต่ำเหมาะในการเก็บผลผลิต
  • ให้ผลผลิตและเก็บผลได้เร็ว 2.5 ปี

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด วิชาเกษตรพึ่งตน