กุยช่ายขาว วิธีปลูกไม่ให้โดนแสง

19 สิงหาคม 2557 พืชผัก 0

กุยช่ายเป็นพืชล้มลุกที่อยู่ในตระกูลเดียวกับหอม และกระเทียม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้นานประมาณ 3 ปี เมื่อนำไปปรุงอาหารจะมีคุณสมบัติทางยา เนื่องจากมีสารแคโรทีนและวิตามินซีสูง มีสรรพคุณเป็นยาประสานน้ำนม เมล็ดใช้ทำยาขับพยาธิเส้นด้าย ใบนำไปทำขนมกุยช่าย ใส่ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ดอกนำไปผัด มีรสชาติเป็นที่นิยม

ลักษณะ
กุยช่าย เป็นพืชผักที่ปลูกแล้วสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เป็นเวลานานถึง 3 ปี หากมีการดูแลรักษาที่ดี การปลูกกุยช่ายควรเป็นดินที่ดี มีน้ำสมบูรณ์ ในฤดูฝนน้ำไม่ท่วมขัง เพราะจะทำให้กุยช่ายรากเน่าได้รับความเสียหายได้ สภาพดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือปนดินเหนียว ที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรียวัตถุที่สูง สภาพความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ในระดับค่อนข้างเป็นกลาง ไม่ควรมีวัชพืชพวกหญ้าแห้วหมูในปริมาณที่มาก เพราะจะทำให้เกิดปัญหาการแย่งอาหารของพืชได้

kuichaykawchae

การปลูกกุยช่าย
การเตรียมกล้า : การปลูกกุยช่ายควรมีการไถดินตากให้นานๆ ไม่ต่ำกว่า 15 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ปูนขาว จากนั้นย่อยพรวนดิน แล้วใช้ฟางข้าวคลุม รดน้ำให้ชุ่ม แล้วหว่านเมล็ดลงแปลงบางๆ โรยฟางข้าวทับรดน้ำให้ชุ่ม จนกล้าอายุ 55-60 วัน ก็นำกล้าไปปลูกลงแปลงปลูกได้

การย้ายปลูกลงแปลง : เมื่อได้กล้าแล้วรดน้ำแปลงที่จะปลูกให้ชุ่ม นำกล้าลงปลูกใช้ระยะปลูก 30 x 30 เซนติเมตร หลุมละ 3-4 ต้น รดน้ำให้ชุ่ม กุยช่ายจะอยู่ได้ 3-4 ปี แล้วแยกกอปลูกแปลงใหม่ได้ จากนั้นควรให้ปุ๋ยบำรุงต้นด้วยการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่หลังปลูก 7 วัน และ 30 วัน และ ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ

การให้ปุ๋ย : หลังจากปลูกกุยช่ายแล้ว ควรมีการใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะปุ๋ยคอก ในอัตราส่วน 2-3 ตัน ต่อไร่ ทุกปี ส่วนปุ๋ยที่เหมาะสม โดยแบ่งใส่ทุกรอบที่ตัดใบไปจำหน่าย เพื่อเป็นการเร่งการเจริญเติบโตของใบใหม่ขึ้นมาทดแทนใบที่ถูกตัดไปควรมีการให้ปุ๋ยทางใบเสริม โดยเฉพาะพวกน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของต้นกุยช่าย อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

การให้น้ำ : รดน้ำสม่ำเสมอเช้า-เย็น

ศัตรูพืช : กุยช่าย เป็นพืชผักที่มีแมลงหรือโรคเข้าทำลายน้อยกว่าพืชผักชนิดอื่น ๆ หากมีการดูแลรักษาโดยการให้น้ำ ใส่ปุ๋ย และกำจัดวัชพืชที่ดีแล้ว จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถตัดใบออกจำหน่ายได้ภายในระยะเวลา 3-5 เดือน ผลผลิตของใบกุยช่ายจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารในดินด้วยเช่นกัน

การผลิตกุยช่ายขาว
กุยช่ายขาวจะมีลักษณะกรอบและหวานมากกว่ากุยช่ายเขียว จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค และมีราคาสูงกว่ากุยช่ายเขียว 3-4 เท่าตัว จึงสามารถทำรายได้ให้เกษตรกรได้ค่อนข้างดี แต่ต้องมีการจัดการบางประการเพื่อให้ต้นกุยช่ายเปลี่ยนสีใบจากเขียวเป็นขาว ซึ่งมีกรรมวิธีดังนี้

kuichaykaw

วัสดุ/อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตกุยช่ายขาว :

  1. ท่อใยหิน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร สูงประมาณ 45-50 เซนติเมตร
  2. กระเบื้องแผ่นเรียบและกระดาษแข็ง ขนาด 20×20 เซนติเมตร
  3. มีดคมๆ

วิธีการผลิตกุยช่ายขาว

  1. เลือกต้นกุยช่าย(ผักแป้น)ที่สมบูรณ์ แตกกอดี
  2. ใช้มีดคมตัดกอกุยช่าย(ผักแป้นเขียว)ที่ระดับสูงเหนือจากผิวดินเล็กน้อย โดยตัดให้ขาดภายในครั้งเดียวเพื่อไม่ให้เกิดรอยช้ำ ซึ่งจะทำให้โรคเข้าทำลายได้ง่ายระหว่างการครอบ
  3. ใช้ท่อครอบกุยช่าย โดยกดส่วนด้านล่างให้จมลงดินเพื่อไม่ให้แสงลอดเข้าไปได้ แล้วใช้กระดาษแข็งปิดทับตามด้วยกระเบื้องแผ่นเรียบ
  4. รดน้ำแปลงกุยช่ายตามปกติ
  5. ทิ้งระยะเวลาประมาณ 30-45วัน ต้นกุยช่ายที่เจริญเติบโตอยู่ภายในจะไม่ได้รับแสงเลยแต่ระบบรากยังคงสามารถดูดน้ำแลแร่ธาตุได้ตามปกติ ใบกุยช่ายที่เจริญเติบโตภายใต้สภาพไม่ได้รับแสงจะมีสีขาว
  6. เมื่อครบกำหนด เปิดท่อออกจะพบว่ากุยช่ายมีสีขาวทั้งกอ ใช้มีดคมตัดกุยช่ายในระดับผิวดิน นำไปล้างทำความสะอาดเพื่อส่งจำหน่ายต่อไป จะได้กุยช่ายขาวจำหน่าย กก.ละ 120บาท ช่วงฤดูหนาวจะมีผลผลิตมากสุด

kuichaykaws kuichaykawtam

ประโยชน์ของกุยช่ายขาว

  1. ประกอบด้วยธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น เหล็ก ฟอสฟอรัสและแคลเซี่ยม ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
  2. มีสารเบต้าแคโรทีนและวิตามินซีสูงช่วยป้องกันมะเร็ง
  3. มีสรรพคุณเป็นยาประสานน้ำนม
  4. มีกากใยอาหารช่วยให้ของเสียที่ต้องระบายออกจากร่างกายถูกเคลื่อนย้ายได้สะดวก
  5. ลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. กุยช่ายขาวจะกรอบและหวานมากกว่ากุยช่ายเขียว จึงทำให้มีราคาสูงกว่ากุยช่ายเขียว 3/4เท่าตัว

kuichaykawl kuichaykawtad kuichaykawpad

แหล่งอ้างอิง :
คุณเดชา หันชะนา
ที่อยู่ : 215 หมู่ที่2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด พืชผัก