กุยช่าย ผักผัดรสชาติดี

18 สิงหาคม 2557 พืชผัก 0

กุยช่ายเป็นพืชวงศ์เดียวกับหอมและกระเทียม ในท้องตลาดมีกุยช่าย 3 ชนิด ได้แก่ กุยช่ายเขียว กุยจ่ายขาว และดอกกุยช่าย ซึ่งแท้จริงเป็นกุยช่ายพันธุ์เดียวกัน โดยความแตกต่างนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการปลูก หากปลูกให้ได้รับแสงแดดปกติ ใบกุยช่ายจะมีสีเขียวเข้มได้ผลผลิตเป็นกุยช่ายเขียว เมื่อผ่านเทคนิควิธีปลูกไม่ให้โดนแสงโดยใช้ภาชนะอย่างกระถางดินเผาหรือกระบอกไม้ไผ่ครอบ ใบกุยช่ายจะสีซีดจนขาว ใบอวบและหวานกรอบกว่ากุยช่ายเขียว และเมื่อปลูกตามวิธีปกติให้โตจนออกดอก ก็จะได้ดอกกุยช่ายมาเป็นอาหาร

ชื่อสามัญ : Chinese Chives
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Allium tuberosum Rottl. ex Spreng.
วงศ์ : LILIACEAE (ALLIACEAE)
ชื่อพื้นเมือง : กุยช่าย (กรุงเทพฯ)

ลักษณะ
ไม้ล้มลุก สูง 30-45 ซม. มีเหง้าเล็กและแตกกอ ใบแบน เรียงสลับ รูปขอบขนาน ยาว 30-40 ซม. โคนเป็นกาบบางซ้อนสลับกัน ช่อดอกแบบซี่ร่ม ก้านช่อดอกกลมตัน ยาว 40-45 ซม. โดยปรกติจะยาวกว่าใบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม ออกในระดับเดียวกันที่ปลายก้านช่อดอก ก้านดอกยาวเท่ากัน มีใบประดับหุ้มช่อดอก เมื่อดอกเจริญขึ้นจะแตกออกเป็นริ้วสีขาว กลีบดอก 6 กลีบ สีขาว ยาวประมาณ 5 มม. โคนติดกัน ปลายแยก กลางกลีบดอกด้านนอกมีสันหรือเส้นสีเขียวอ่อนจากโคนกลีบไปหาปลาย ดอกบานกว้างประมาณ 1 ซม. เกสรเพศผู้ 6 อัน อยู่ตรงข้ามกับกลีบดอก เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ผลกลม กว้างยาวประมาณ 4 มม. ภายในมี 3 ช่อง มีผนังกั้นตื้นๆ เมื่อแก่แตกตามตะเข็บ มีเมล็ดช่องละ 1-2 เมล็ด เมล็ดสีน้ำตาล แบน ขรุขระ

kuichaytang kuichaysuan kuichaydok

วิธีปลูก
สามารถปลูกได้โดยแยกลำต้นบางส่วน ออกจากกอเดิมมาปลูกใหม่ ซึ่งหากได้รับน้ำอย่างชุ่มฉ่ำสม่ำเสมอจะแตกกองามสะพรั่ง หรืออาจจะใช้วิธีเพาะเมล็ด ซึ่งใช้เวลในการเป้นต้นกล้าประมาณ 60 วัน

ขั้นตอนการปลูกกุยช่าย

  1. เริ่มต้นด้วยการเตรียมดิน โดยทำการยกแปลงให้สูงขึ้นขนาด 1.20 เมตร ส่วนความยาว กำหนดตามต้องการ
  2. ปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ขี้อ้อย 1 กระสอบปุ๋ย กับปุ๋ยขี้ไก่ 1 กระสอบปุ๋ย ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปใส่ในแปลงพื้นที่ขนาด 5 ตารางเมตร
  3. จัดหาพันธุ์กุยช่ายมาปลูก ระยะปลูกห่างกันประมาณ 25 – 30 เซนติเมตร (แปลงกว้าง 1.20 เมตร สามารถปลูกได้ 4 แถว)
  4. รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น และรดด้วยน้ำหมักชีวภาพทุก 7 วัน

การดูแลรักษา
การดูแลรักษาต้นกุยช่ายให้แข็งแรงนั้น เกษตรกรควรหมั่นรดน้ำทุก ๆ วัน เช้า – เย็น ใช้บัวรดน้ำที่มีรูขนาดเล็ก ไม่ควรรดน้ำด้วยสายยาง และควรปรับปรุงบำรุงดิน โดยนำขี้อ้อยและปุ๋ยขี้ไก่มาผสมใส่ลงในแปลงเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยให้กุยช่ายเติบโตเร็ว สมบูรณ์ และหลังจากเก็บกุยช่ายแล้ว ควรนำมาล้างน้ำให้สะอาด และบรรจุใส่ถุงเพื่อจำหน่ายต่อไป

kuichayrong kuichaynam kuichaykeb kuichayplang

การประกอบอาหาร
ดอกใช้ผัดกับกุ้ง หมู หรือตับหมู ส่วนใบใช้ผัดกับก๋วยเตี๋ยวผัดไท ไส้ขนมกุยช่าย ขนมผักกาด และเป็นผักเครื่องเคียงกับหมี่กะทิ

สรรพคุณ

  1. แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม บิด ปวดแน่นหน้าอก ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด ริดสีดวงทวาร โดยใช้ใบสดตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำรับประทาน หรือนำไปผัดรับประทานเป็นผัก
  2. แก้อาการฟกช้ำดำเขียว กล้ามเนื้อบวมเจ็บปวด โรคกลาก แผลจากการหกล้ม หรือมีหนองเรื้อรัง โดยใช้ใบสดหรือเหง้าสดตำละเอียดพอกบริเวณที่เป็น
  3. ช่วยบำรุงตับไต แก้อาการปวดเอว ตกขาว ตกเลือด ปัสสาวะกระปริบกระปรอย ปัสสาวะรดที่นอน โดยใช้เมล็ดแห้งต้มรับประทาน หรืออาจจะทำเป็นยาเม็ดหรือยาผงรับประทาน
  4. รักษาโรคหูน้ำหนวก โดยใช้น้ำที่คั้นได้จากใบสดทาในรูหู
  5. แก้อาการมดลูกหย่อน โดยใช้ใบสดต้มเอาแต่น้ำล้างประคบที่หัวหน่าว
  6. เมล็ดใช้ขับพยาธิเส้นด้าย และเป้นยาขับประจำเดือน โดยรับประทานเม็ดผสมกับเหล้าขาว
  7. แก้นิ่วและหนองใน โดยใช้ต้นและใบสดตำให้ละเอียด ดื่มแต่น้ำ

kuichaytad

การกระจายพันธุ์
เอเชียตะวันออกแถบภูเขาหิมาลัย อินเดีย จีน และญี่ปุ่น ในไต้หวันมีปลูก 2 พันธุ์ คือ พันธุ์สีเขียวที่ปลูกทั่วไป และพันธุ์ใบใหญ่สีขาวซึ่งเกิดจากการบังร่ม

ประโยชน์
ในเอเชียตะวันออกใช้ทุกส่วนของต้นประกอบเป็นอาหารกันแพร่หลาย เมล็ดใช้เป็นสมุนไพรประกอบยารักษาโรคกระเพาะอาหารและแก้ท้องเสีย

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด พืชผัก