ขจร ดอกไม้กินได้

9 กรกฏาคม 2556 ไม้เลื้อย 0

ดอกสลิด หรือดอกขจร ในหลายพื้นที่นิยมนำมาทำอาหารบริโภคทั้งแบบสดและลวกให้สุก ดอกขจรนั้นมีสรรพคุณทางยาด้วย อาทิ ยอดอ่อน ดอก ลูกอ่อน บำรุงธาตุ บำรุงตับ ปอด แก้เสมหะเป็นพิษ รากทำให้อาเจียนถอนพิษเบื่อเมา

ชื่อวิทยาศาสร์ Telosma minor., Craib.
ตระกูล ASCLEPIAPACEAE
ชื่อสามัญ Cowslip creeper.
ชื่อพื้นเมือง : สลิด ผักสลิดคาเลา สลิดป่า ผักสลิด กะจอน ขะจอน ผักขิก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ขจรเป็นไม้เลื้อยเถาเล็กแตกยอดจำนวนมาก ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางขาว ใบเป็นใบเดี่ยวเรียง ตรงข้าม เป็น ใบคู่เป็นรูปหัวใจ กว้างและยาว 6 – 10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ขอบใบเรียบ มีช่อดอกสีเหลืองอมชมพู อ่อน ออก เป็นช่อแบบซี่ร่ม ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันส่วนปลายแยก 5 แฉกกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายกลีบ แยก เป็น 5 แฉก ดอกบานไม่พร้อมกันดอกอ่อนสีเขียว เมื่อบานเริ่มหอมตั้งแต่ช่วงบ่าย ดอกออกมากตั้งแต่ต้นฤดูหนาว
kajonedok  kajonetao

kajonepangลักษณะทั่วไป

  • ต้น ขจรเป็นไม้เลื้อยยืนต้น เนื้อแข็ง จะขึ้นพาดพันไปตามต้นไม้ใหญ่ได้ไกล ๆ ต้นหรือเถาของขจรมีขนาดเล็ก เถาอ่อนสีเขียวอมเหลือง เถาแก่สีเทาหรือน้ำตาล แต่จะมีความเหนียว
  • ใบ ขจรมักจะแตกใบเป็นพุ่มแน่นและทึบ จนในบางครั้ง พุ่มใบจะแผ่ปกคลุมต้นไม้อื่นได้มิดเลยทีเดียวใบขจรจะเป็นสีเขียวอ่อน ใบบาง ก้านใบยาว ใบรูปใบโพธิ์ หรือรูปหัวใจ หรือคล้ายใบพลูขอบใบจะเรียบ เกลี้ยงไม่มีจักจะเห็นเส้นใบชัด หน้าใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบแหลมเป็นติ่ง
  • ดอก ขจรเป็นไม้ดอกที่มีกลิ่นหอม ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ ห้อยเป็นกระจุกคล้ายพวงอุบะตามโคนก้านใบ ช่อดอกหนึ่ง ๆ จะมีดอกประมาณ 10-20 ดอก ดอกจะมีสีเขียวอมเหลือง หรือสีเหลือง กลีบดอกหนา เนื้อกลีบดอกจะมีลักษณะหยุ่น ๆ เมื่อดอกบานกลีบดอกมีลักษณะเหมือนดาว 5 แฉก
  • ฝัก/ผล คล้ายกระสวย ฝักแก่แตก
  • เมล็ด รูปรี มีขนฟูที่ปลายด้านหนึ่ง เบาและปลิวไปตามลม

สรรพคุณทางยา :

  • รส : ดอกมีรสเย็นขมหอม ราก มีรสเย็นเบื่อ
  • ยอดอ่อน ดอก ลูกอ่อน บำรุงธาตุ บำรุงตับ ปอด แก้เสมหะเป็นพิษ ราก ทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา
  • มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน รักษาหวัดที่เกิดจากการตากลมหรืออากาศเย็น ช่วยบำรุงตับ บำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงฮอร์โมนของสตรี ช่วยขับเสมหะ และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
  • ราก เป็นเครื่องยาสมุนไพรใช้หยอดรักษาตา อีกทั้งมีสรรพคุณทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา ดับพิษได้

ประโยชน์ทางอาหาร :

  • ยอดอ่อน ดอก ผลอ่อน รับประทานสดหรือลวกให้สุกรับประทานร่วมกับน้ำพริก ดอกนำไปปรุงอาหาร เช่น ผัด แกงจืด แกงส้ม
  • นำดอกขจรมานึ่งให้สุกผสมกับมะพร้าวอ่อน หรือมะพร้าวแก่ขูดฝอย ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย งา และเกลือเล็กน้อย เรียกว่าขนมดอกขจร

kajonedoks

ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร :

  • ยอดอ่อน ดอกตูมและบาน ผลอ่อน
  • ยอดอ่อนและดอกขจรในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ คือวิตามินเอ มากถึง 3,150 I.U. วิตามินซี 45 มิลลิกรัม แคลเซียม 70 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 90 มิลลิกรัม

kajonekang
การปลูกและดูแลรักษา
:
ขจรเป็นไม้ที่ขึ้นได้ดีในดินทุกสภาพ แต่ถ้าจะให้ดีควรปลูกในดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีความร่วนซุยมากๆ ขจรเป็นไม้ที่ชอบแดดจัดไม่ต้องการน้ำมากนัก และทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี ดังนั้นการรดน้ำให้รด 2 วันต่อครั้ง

ดอกขจรผัดน้ำมันหอย
ส่วนผสม

  • ดอกขจร 2 ขีด
  • เนื้อหมูสับละเอียด 1 ขีด
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/4ช้อนชา
  • พริกไทยป่นสด 1 ช้อนชา

วิธีทำ
ขั้นตอนแรกให้นำดอกขจรมาล้างให้สะอาด แล้วตั้งกระทะใช้ไฟแรงๆเทน้ำมันพืชลงไป จากนั้นนำกระเทียมสับที่เตรียมไว้ใส่ลงไปผัดพอหอม ก่อนนำดอกขจรและเนื้อหมูสับใส่ ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือ พริกไทยป่นสด ตบท้ายด้วยน้ำมันหอยผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ไม่ควรผัดนานจนเกินไป เพราะดอกขจรจะเหี่ยวไม่น่ากิน เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟใส่จานกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆได้แล้ว

kajonepad

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้เลื้อย