ขึ้นฉ่าย ผักกลิ่นหอมฉุน

13 สิงหาคม 2557 พืชผัก 0

ขึ้นฉ่ายเป็นพืชล้มลุก มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว ลักษณะลำต้นและใบคล้ายผักชีแต่ใหญ่กว่า ใบเป็นใบประกอบ ขอบใบหยัก มีลักษณะเป็นแฉกรูปร่างคล้ายมือ ก้านใบอวบหนา ดอกมีสีขาวขนาดเล็ก ออกเป็นช่อ ก้านดอกคล้ายซี่ร่ม ผลมีขนาดเล็กขาว ภายในมี 1 เมล็ด เมื่อผลสุกเต็มที่จะแตกออกเป็น 2 ซีก ขึ้นฉ่ายที่พบมีอยู่ 2 พันธุ์ พันธุ์ฝรั่งเรียกว่าเซลเลอรี (Celery) ซึ่งมีลำต้นอวบใหญ่และมีสีอ่อนกว่าพันธุ์จีนที่เรียกว่าเซเลอริค (Celeric)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Aqium graveolens L. vat. Dulce Pers.
วงศ์ UMBELLIFERAE
ชื่อสามัญ Celery
ชื่อท้องถิ่น ผักปิ๋ม ผักข้าวปืน ผักปืน(เหนือ) ฮั่งชื่ง ขึ่งฉ่าย(แต้จิ๋ว) ฮั่นฉิน ฉันฉ้าย (จีนกลาง)

ลักษณะ
ขึ้นฉ่ายเป็นพืชล้มลุก มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว ลักษณะลำต้นและใบคล้ายผักชีแต่ใหญ่กว่า ใบเป็นใบประกอบขอบใบหยักมีลักษณะเป็นแฉกรูปร่างคล้ายมือ ดอกมีสีขาวขนาดเล็ก ออกเป็นช่อ ก้านดอกคล้ายซี่ร่ม ผลมีขนาดเล็กสีขาว ภายในมี 1 เมล็ด เมื่อผลสุกเต็มที่จะแตกออกเป็น 2 ซีก ขึ้นฉ่ายที่พบมีอยู่ 2 พันธุ์ พันธุ์ฝรั่งเรียกว่าเซลเลอรี่ ซึ่งมีลำต้นอวบใหญ่และมีสีอ่อนกว่าพันธุ์จีนที่เรียกว่าเซเลอริค

chernchais chernchaiking Exif_JPEG_PICTURE

ขึ้นฉ่ายเป็นพืชล้มลุกมีอายุ 1 – 2 ปี สูง 40 – 60 เซนติเมตร ใบประกอบแบบ ขนนกออก ตรงข้าม สีใบเป็น สีเหลืองอมเขียว ใบย่อยเป็นรูปลิ่มหยัก ขอบใบหยัก ก้านใบยาวแผ่ออกเป็นกาบ ดอกช่อสีขาว เป็นช่อดอกแบบซี่ร่ม (compound umbels) ผลมีขนาดเล็กมากเป็นสีน้ำตาล

ผลของขึ้นฉ่ายเมื่อนำมากลั่นด้วยไอน้ำให้น้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบด้วยสารดี-ไลโมนีน (d-Limonene) ซีลินีน (Selinene) และสารจำพวกธาไลเดส (Phthalides) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังพบสารอื่นอีกหลายชนิด แต่พบในปริมาณน้อย เช่น แซนตารอล (Santalol) ยูเดสมอล (Eudesmol) ไดไฮโดรคาร์โวน (Dihydrocarvone) และกรดไขมัน เป็นต้น

ส่วนในชันน้ำมัน (Oleoresin) จะมีสารที่ทำให้เกิดกลิ่นฉุน โดยมีสารจำพวกเทอร์ฟีน (Terpene) ในปริมาณต่ำ นอกจากนี้ยังมีสารอะพิอิน (Apiin) สารจำพวกฟลาโวนอย (Flavonoids) และคุณค่าทางสารอาหาร เช่น เบต้า-แคโรทีน (Beta-Carotene) เกลือแร่ แคลเซียม และฟอสฟอรัสในปริมาณสูง

chernchaibai chernchaichor

สารสำคัญที่พบ
ผลของขึ้นฉ่ายเมื่อนำมากลั่นด้วยไอน้ำให้น้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบด้วยสารดี-ไลโมนีน ซีลินีนและสารจำวพธาไลเตส ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังพบสารอื่นอีกหลายชนิด แต่พบในปริมาณน้อย เช่น แซนตารอล ยูเดสมอล ไดไฮโดรคาร์โวน และกรดไขมัน
ส่วนในชันน้ำมัน จะมีสารที่ทำให้เกิดกลิ่นฉุน โดยมีสารจำพวกเทอร์ฟีนในปริมาณต่ำ นอกจากนี้ยังมีสารอะพิอิน สารจำพวกฟลาโวนอยด์ และคุณค่าทางสารอาหารเช่น เบต้า-แคโรทีน เกลือแร่ แคลเซียม และฟอสฟอรัส ในปริมาณสูง

สรรพคุณทางยา
สรรพคุณเด่นของต้นและใบขึ้นฉ่ายคือ ช่วยขยายหลอดเลือด ลดความดันโลหิตโดยอาจจะรับประทานเป็นผักหรือนำมาคั้นน้ำรับประทานส่วนสรรพคุณที่รองลงมาคือ ทำให้เจริญอาหาร ช่วยขับปัสสาวะและรักษาโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ช่วยบำรุงประสาทให้มีความจำดี บำรุงกระดูกและฟัน ซึ่งเหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์และเด็กที่เป็นโรคกระดูกอ่อน เพราะมีแคลเซียมสูง นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค และมีเบต้า-แคโรทีนซึ่งเป็นสารต่อต้านออกซิเดชั่น ส่วนรากใช้รักษาโรคเกาต์และอาการปวดตามข้อ เมล็ดช่วยในการขับลมบำรุงธาตุ

ทั้งต้น ลดความดันโลหิต รักษานิ่ว มีปัสสาวะเป็นเลือด และฝีฝักบัว เมล็ด ใช้ขับลมและเป็นยาระงับอาการปวด รากใช้รักษาอาการปวดตามข้อ เก๊าท์ ใช้เป็นยาบำรุงและขับปัสสาวะ

chernchais

วิธีใช้ในการประกอบอาหาร
ต้นและใบสดใช้ปรุงแต่งกลิ่นรสของอาหาร เช่น ใช้ดับกลิ่นคาวในข้าวต้มปลา ปูผัดผงกะหรี่ ปลาจะละเม็ดนึ่งบ๊วย ผัดปลาช่อนทอดกรอบ แกงจืดเต้าหู้อ่อน ยำหมูยอหรือผัดกับน้ำมัน นอกจากนี้ยังทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยนำใบและต้นมาคั้นน้ำดื่ม ส่วนเมล็ดและน้ำมันหอมระเหยใช้แต่งกลิ่นอาหาร แต่งกลิ่นเครื่องดื่ม ทั้งที่มีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งขนมหวานบางชนิด

การปลูกขึ้นฉ่าย
ควรยกแปลงดินที่ปลูกให้สูงกว่าปกติสักหน่อยเพื่อระบายน้ำ ผสมปุ๋ยหมักคละเคล้ากับดินให้เข้ากันให้มีความลึกประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อให้ดินอุดมด้วยธาตุอาหาร จากนั้นจึงรดน้ำแปลงปลูกด้วยฝักบัวตาถี่ ๆ บาง ๆ ให้ผิวดินมีความชุ่มชื้นขึ้นโดยปรับหน้าดินให้เรียบ

chernchaiplang

เนื่องจากเมล็ด ขึ้นฉ่าย มีขนาดเล็กมาก ก่อนหว่านจึงต้องนำมาผสมทรายหยาบที่ร้อนแล้ว 1:3 ส่วน ทำการหว่านเมล็ดให้กระจายทั่วแปลง ตบเมล็ดและทรายให้จมลงในแปลงดิน และรดน้ำให้ชุ่ม จากนั้นคลุมด้วยหนังสือพิมพ์หรือหญ้าแห้ง รดน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 40 วัน เมื่อต้นงอกออกมาแข็งแรงดีแล้วจึงแยกต้นไปปลูกเป็นกอ ๆ กอละ 2-3 ต้น โดยปลูกให้ห่างกันกอละ 10-15 เซนติเมตร

การใส่ปุ๋ยให้ใช้ปุ๋ยคอกทุกครั้งที่ทำการพรวนดิน  จากนั้นเมื่อขึ้นฉ่ายอายุได้ 90 วันหลังย้ายปลูก จึงสามารถเก็บเกี่ยวได้ โดยใช้วิธีรดน้ำให้ดินชุ่ม ก่อนถอนออกมาทั้งราก

chernchaipag

ข้อควรระวัง

  1. ขึ้นฉ่ายเหมาะสำหรับนำมาปรุงอาหารให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเพราะมีสารโซเดียมน้อย
  2. สามารถรับประทานขึ้นฉ่ายสดเพื่อควบคุมน้ำหนักได้ เพราะให้พลังงานต่ำ
  3. มีรายงานจากการทดลองว่า การรับประทานขึ้นฉ่ายในปริมาณมากและติดต่อกันหลายวัน จะมีผลทำให้ตัวอสุจิลดน้อยลงถึงร้อยละ 50 ซึ่งเป็นการคุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชิตแบบชั่วคราวอีกวิธีหนึ่งแต่ต้องใช้ร่วมกับการคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นด้วย และหลังจากหยุดรับประทานเชื้ออสุจิก็จะมีจำนวนปกติ
  4. ในบางรายอาจมีอาการแพ้จากการสัมผัสต้นขึ้นฉ่ายจนถึงขั้นรุนแรงได้ และพบว่าสารสกัดจากต้นขึ้นฉ่ายช่วยเร่งให้สีผิวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลมากขึ้น
  5. เมล็ดขึ้นฉ่ายเมื่อนำมาสกัดด้วย Petroleum ether จะได้สารที่ช่วยไม่ให้น้ำมันมีกลิ่นเหม็นหืน
  6. สามารถป้องกันโรค silicosis (โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากการสูดฝุ่นที่มีส่วนประกอบของซิลิก้า) ได้
  7. ไม่ควรผัดหรือต้มขึ้นฉ่ายให้สุกนานเกินไป เพราะจะทำลายวิตามินและเกลือแร่ที่มีอยู่ให้หมดไป
  8.  น้ำมันขึ้นฉ่าย ใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง ครีม สบู่ ยาทาผิว

ที่มา
ศานิต สวัสดิกาญจน์. 2554. ผลของแอลลีโลพาธีของพืชสมุนไพร 6 ชนิดต่อการงอกและการเจริญเติบโตของถั่วเขียวผิวดำ. เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 49 1-4 ก.พ. 2554 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หน้า 419-428

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด พืชผัก