คล้าน้ำ สังฆรักษา

31 มีนาคม 2558 ไม้น้ำ 0

คล้าน้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่า พุทธรักษาน้ำ หรือ สังฆรักษา เป็นไม้ริมน้ำที่พบเห็นได้ในสวนชายน้ำ หรือริมฝั่งคลองหนองบึง พืชสกุลนี้มีต้นสูงโดดเด่น มีช่อดอกที่สวยงาม และมีสีสันสะดุดตา จึงนิยมปลูกไม้ประดับบริเวณริมสระน้ำหรือบ่อน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ Thalia dealbata J.fraser.
ชื่อวงศ์ MARANTACEAE
ชื่อเรียกอื่น พุทธรักษาน้ำ สังฆรักษา

ลักษณะ
ไม้พุ่ม สูง 1-3 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่แกมรี กว้าง 12-18 ซม. ยาว 18-25 ซม. โคนใบป้าน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หลังใบมีสีขาวนวล ก้านใบกลม ยาว 60-150 ซม. กาบใบแผ่หุ้มลำต้น ดอกสีม่วงเข้ม ออกเป็นช่อยาว 15-30 ซม. ก้านช่อดอกกลมยาว กาบรองช่อดอกลักษณะเรียวเป็นแผ่นยาว 12-15 ซม. ดอกบานเต็มที่ กว้าง 1-2 ซม. มีกาบรองดอกค่อนข้างแข็ง โค้ง งุ้มและมีนวลขาวปกคลุม กลีบดอกมี 3 กลีบ โดยมี 1 กลีบยื่นแผ่ออกมาเป็นปากล่าง ขนาดประมาณ 2 ซม. อีก 2 กลีบมีขนาดเล็ก ผลรูปกลมรี สีน้ำตาล ขนาด 0.6-1 ซม.

  • ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับออกเป็นกระจุกจากโคนต้น ใบรูปรีถึงรูปไช่ กว้าง 20-25 เซนติเมตร ยาว 50-65 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มและมี นวลปกคลุมอยู่ทุกส่วน ก้านใบกลม เรียวยาว แข็ง ส่วนที่ติดกับฐานใบมีสีแดงโคนก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้ม ประกบกันไว้
  • ดอก สีม่วงอ่อน ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงจากกอ ก้านช่อดอกกลม เรียวยาวแข็ง ปลายก้าน แตกแขนงย่อยหลายแขนงห้อยลง ช่อดอกยาว 20-25 เซนติเมตร โคนก้านช่อดอกมีใบประดับ ดอกย่อยไม่มี ก้านดอก เกิดเป็นคู่ เรียงกันบนแขนงย่อย มีใบประดับ 2 ใบหุ้มดอกตอนอ่อน ดอกย่อยประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอก 3 กลีบ
  • ผล ผลแห้งแตก รูปไข่ ขนาดประมาณ 2.5 เซนติเมตร

klanamkor klanamdoks klanamdok klanamdang

เราอาจเห็นว่ามีต้นไม้ริมน้ำหน้าตาทำนองนี้แตกต่างกันไปหลายแบบ เพราะสายพันธุ์ของคล้าน้ำ หรือชื่อฝรั่งที่ไพเราะนามว่า Thalia จะมีแตกต่างกันประมาณ 12 ชนิด เป็นพันธุ์ไม้ที่ค้นพบโดยนาย Johann Thal นักพฤกษศาสตร์ ชาวเยอรมัน ใน ค.ศ. 1542-1583 ชื่อของไม้ชนิดนี้ จึงถูกตั้งตามนามสกุลของผู้ค้นพบ ก็คือ Thalia มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูง 1-3 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่แกมรี กว้าง 12-18 ซม. ยาว 18-25 ซม. โคนใบป้าน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หลังใบมีสีขาวนวล ก้านใบกลม ยาว 60-150 ซม. กาบใบแผ่หุ้มลำต้น ดอกสีม่วงเข้ม ออกเป็นช่อยาว 15-30 ซม. ก้านช่อดอกกลมยาว กาบรองช่อดอกลักษณะเรียวเป็นแผ่นยาว 12-15 ซม. ดอกบานเต็มที่ กว้าง 1-2 ซม. มีกาบรองดอกค่อนข้างแข็ง โค้ง งุ้มและมีนวลขาวปกคลุม กลีบดอกมี 3 กลีบ โดยมี 1 กลีบยื่นแผ่ออกมาเป็นปากล่าง ขนาดประมาณ 2 ซม. อีก 2 กลีบมีขนาดเล็ก ผลรูปกลมรี สีน้ำตาล ขนาด 0.6-1 ซม.

แม้จะมีชื่อฟังดูไทยๆ และหน้าตาก็ดูเหมือนจะเป็นไม้น้ำพื้นถิ่นบ้านเรา แต่ความจริง คล้าน้ำ มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศเม็กซิโก อเมริกาใต้ และบางประเทศในยุโรป มักพบตามป่าที่มีน้ำท่วมขังหรือมีดินแฉะ ค่อนข้างแข็งแรง ทนทาน สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งถึง – 7องศาเซลเซียส แต่จะเจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศอบอุ่น ความชื้นสูง และมีระดับน้ำสูงตั้งแต่ 45 เซนติเมตร นอกจากทรงต้นสวยแปลกตาแล้ว มันก็ยังจะออกดอกสีม่วงสวยให้เราได้ชื่นชมกันราวช่วงเดือนมิถุนายน –กรกฎาคม คือช่วงหน้าฝน

klanambann

การกระจายพันธุ์
มีถิ่นกำเนิดทีป่ระเทศเม็กซิโกและอเมริกาใต้ มักขึ้นเป็นกออยู่ริมน้ำ ออกดอกช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

ประโยชน์
นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามริมน้ำทั่วไป เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ต้นไม้ชนิดนี้เป็นนิยมปลูกกันมาก เพราะเชื่อว่าเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้ปลูก คนโบราณนิยมเรียกต้นคล้าว่า พุทธรักษาน้ำ ซึ่งหมายความว่า มีพระพุทธเจ้าคอยปกป้องรักษา ส่วนคำว่า คล้า หรือ คลุ้ม คือการปกป้อง คุ้มครอง รักษา และมีอีกหลายคนที่เชื่อว่าคล้า หมายถึงคล้าคลาด คือ การคลาดแคล้วจากศัตรู หรือ เรื่องร้ายๆ ดังนั้น ชาวไทยจึงปลูกต้นคล้าเอาไว้ในบริเวณบ้านมาตั้งแต่โบราณ เพราะเชื่อว่า การปลูกต้นคล้านั้น จะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวนั้น รอดพ้นจากเรื่องราวร้ายๆ ได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์กาย หรือทุกข์ใจ

klanamchor

คล้าเป็นพรรณไม้ที่มีหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน การเจริญเติบโตของลำต้นแตกเป็นกอ ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นเป็นไม้อวบ น้ำในเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ออกใบเป็นกาบหุ้มลำต้นสลับกันและมีก้านใบต่อกับแผ่นใบใบมีลักษณะคล้ายรูปไข่ ปลายใบเว้าหรือแหลม ขนาดใบ สีสรร และลักษณะใบจะแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์ ที่พบเห็นจะพบอยู่ 2 ชนิด คือ

  1. คล้าน้ำช่อห้อย
    ซึ่งก็จะพบเห็นโดยทั้งไปอยู่ 2 ชนิดคือแบบก้านแดง และก้านสีเขียว
    ลักษณะทั่วไปของดอก : ออกดอกปลายยอด หรือตามซอก กาบใบ ออกดอกเป็นคู่ ลักษณะดอกเป็นดอกเล็กรวมกันมีก้านดอกสีเขียวยาวเป็นเส้นต่อกันห้อยเป็นระย้าด้วยดอกสีม่วงแซมขาว
  2. คล้าน้ำช่อตั้ง
    ลักษณะทั่วไปของดอก : ออกเป็นช่อแบบดอกรวม ก้านช่อดอกเป็นสีเขียวเป็นเส้นต่อกันเป็นเส้นแซ่เหมือนไม้ขนไก่ กลมเรียวแข็งเป็นช่อพองตั้งขึ้นปลิวไสวเมื่อต้องลม ดอกเป็นช่อสีม่วงเข้มสวยสะดุดตา ดอกจะทยอยบานจากล่างไปหาบน

การดูแลรักษา : ต้องการแสงแดดร่ม รำไร จนถึงแดดจัด หรือกลางแจ้ง โดยปลูกลงดินในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณสวน หรือปลูกในกระถางก็ได้ซึ่งกระถาง ควรใช้กระถางทรงสูงหน่อยควรเปลี่ยนขนาดกระถาง 1- 2 ปีต่อครั้ง เพราะการขยายตัวของรากและการแตกกอแน่น และเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ ทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพ ถ้าปลูกเพื่อประดับภายในอาคาร ควรให้ได้รับแสงแดดบ้าง อย่างน้อย 3 – 5 วันต่อครั้ง

klanam

การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด แยกหน่อ

ที่มา
หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 5

ป้ายคำ : ,

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้น้ำ