คำสิงห์ มาลาหอม ปราชญ์ชาวบ้าน พออยู่ พอกิน พอเพียง

การแสวงหาความรู้ใส่ตัวเอง จำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินงานโดยเฉพาะการทำเกษตร เพราะปัญหาการทำเกษตรมีมาก มีทั้งปัญหาเฉพาะหน้า และปัญหาในด้านโครงสร้างการเกษตร เช่น เรื่องน้ำ และดิน เป็นต้น แต่ปัญหามีไว้แก้ และพัฒนาความคิดและ จึงต้องศึกษาเรียนรู้และลงมือทำตลอดทั้งในแปลงและศึกษาดูงานนอกสถานที่ เพื่อนำความรู้และแลกเปลี่ยนความรู้ตลอดเวลา

เดิม พ่อคำสิงห์ทำการเกษตรเชิงเดี่ยว แต่ละปีต้องใช้สารเคมีมากขึ้นๆ สุดท้ายสารเคมีเหล่านั้นกลับมาส่งผลต่อร่างกายทำให้เจ็บป่วยบ่อยครั้ง การทำเกษตรแบบนี้รายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัวจึงทำให้เกิดภาระหนี้สินพอก พูนขึ้นเรื่อยๆ ต้องออกรับจ้างตัดอ้อย หลังว่างจากการทำนา เมื่อเข้าร่วมโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้รับความรู้และแนวทางในการทำการเกษตรไม่พึ่งสารเคมี ปลูกพืชสลับหมุนเวียน และเคารพต่อคุณค่าของธรรมชาติ เมื่อทดลองทำพบว่าเป็นแนวทางที่ดีและเกิดความมั่นใจ จึงชักชวนคนในชุมชนให้ทำเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ ซ้ำยังถูกมองว่าเป็นคนบ้า พ่อคำสิงห์จึงตัดสินใจพาครอบครัวทิ้งบ้านย้ายไปอยู่ในแปลงนา เริ่มทำเกษตรผสมผสานอย่างจริงจัง ด้วยระบบชีวภาพ ช่วงแรกมีการลองผิดลองถูกหลายอย่าง ทั้งสูตรน้ำหมักและปุ๋ยชีวภาพ กระทั่งคิดนำผักผลไม้ที่มีในไร่นามาทดลองทำเป็นสูตรเฉพาะเรียกว่า “สูตรใหม่นาทอง” ความหมาย คือ ใหม่ หมายถึง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ นา หมายถึง พื้นที่นาหรือพื้นที่การเกษตร ทอง หมายถึง เมื่อทำการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ได้ผลผลิตดีมีค่าดั่งทองคำ

kamsingmalahomkla

งานด้านการเกษตรและส่งเสริมอาชีพ

  • ได้ช่วยประสานงานกับเกษตรตำบล อำเภอ ให้มาแนะนำชาวบ้านในเรื่องการเกษตร
  • ได้แนะนำชาวบ้านเลี้ยงปลาในนาข้าวหรือในสระโดยด้ทำเป็นตัวอย่างแก่ชาวบ้านจนมีผู้สนใจศึกษาแนวทางมากมาย
  • แนะนำชาวบ้านได้เลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริม
  • ได้รับแต่งตั้งจากปศุสัตว์อำเภอให้เป็น อปร. และ อพสม. ประจำหมู่บ้านให้บริการฉีดวัคซีนและรักษาโรคสัตว์ เช่น โค กระบือ อยู่เป็นประจำ

องค์ความรู้
การเลี้ยงกบต้นทุนต่ำ

  1. ขุดบ่อเลี้ยงกบ ความกว้างประมาณ 1.5 เมตร ยาวประมาณ 2-3 เมตร ก่ออิฐบล็อกตามความยาวและความกว้างให้มีความสูงประมาณ 1 เมตร
  2. เติมน้ำประมาณ 20 เซนติเมตร หลังจากนั้นจึงเพิ่มตามขนาด และความหนาแน่นของกบ เมื่อกบโตเต็มที่เพิ่มน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร
  3. นำกบพ่อแม่พันธุ์ที่คัดเลือกไว้ลงบ่อ ต้องแยกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์กบออกก่อนเพื่อรอให้แม่พันธุ์พร้อมผสมพันธุ์ เลือกจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ และมีอัตราการเจริญเติบโตปกติ สม่ำเสมอ มีรูปร่างสมส่วน ไม่มีบาดแผลตามลำตัว
  4. สังเกตแม่พันธุ์ว่าพร้อมที่จะผสมพันธุ์หรือไม่ จากลำตัวด้านข้างที่อ้วนผิดปกติ จึงนำพ่อแม่พันธุ์มาไว้บ่อเดียวกัน การเคลื่อนย้ายกบต้องระวังอย่าให้กบตกใจเพราะอาจทำให้กบไม่ออกไข่ ช่วงเวลาการผสมพันธุ์ที่เหมาะสมประมาณ 19.00 น. และกบจะออกไข่ในช่วงเวลาประมาณตี 2 ถึงตี 3
  5. เมื่อได้ไข่กบแล้ว ในตอนเช้า แยกพ่อแม่พันธุ์ออก ไข่จะใช้ระยะเวลาในการฟัก 1 วัน เป็นลูกอ๊อด
  6. ให้อาหารลูกอ๊อด เมื่ออายุได้ 3 วัน โดยนำไข่ไก่ต้ม 2-3 ฟอง เอาเฉพาะไข่แดงมาบดผสมน้ำแล้วเทลงในบ่อ สังเกตดูว่าไข่ตกตะกอนหรือไม่หากไข่ตกตะกอนไม่ต้องให้อาหารเพิ่มอีก เนื่องจากจะทำให้น้ำเน่าเกิดกลิ่นเหม็นได้
  7. 7. เมื่อกบเริ่มเป็นตัว ให้อาหารเม็ดผสมกับหญ้า ใช้หญ้าชนิดใดก็ได้ที่มีตามท้องนาทั่วไป เมื่อโยนลงไปในบ่อ หญ้าจะเปื่อยยุ่ยเป็นอาหารกบ
  8. 8. ใส่น้ำหมักชีวภาพ สูตรใหม่นาทอง เพื่อดับกลิ่น ทุก10-15 วัน ครั้งละ 1 แก้วต่อบ่อเลี้ยงกบ 1 บ่อ เพื่อลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากการเน่าเสียของน้ำในบ่อ ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อย ประหยัดน้ำและเวลา
  9. สามารถนำกบออกขายได้ตั้งแต่ลูกอ็อดอายุได้ 25 วัน ในราคาประมาณ กิโลกรัมละ 200 บาท ลูกกบอายุ 40 วัน ขายในราคาตัวละ 1 บาท และกบโตเต็มที่อายุ 5-6 เดือน ขายกิโลกรัมละ 80 บาท หากต้องการขายพ่อแม่พันธุ์ก็สามารถขายได้ราคาตัวละ 500 บาท

น้ำหมักชีวภาพอาหารเสริมไก่พื้นเมือง
ปัจจุบันราคาอาหารสัตว์ในท้องตลาดมีราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารสำหรับสัตว์ปีก ทำให้เกษตรกรหลายท่านหันมาคิดค้นสูตรอาหาร หรืออาหารเสริมต่างๆ เพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรท่านนี้ นายคำสิงห์ มาลาหอม เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ได้ทำการคิดค้น น้ำหมักชีวภาพอาหารเสริมไก่พื้นเมือง ซึ่งเป็นสูตรที่ดี ลดต้นทุนและเร่งการเจริญเติบโตของไก่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีวิธีการและรายละเอียดดังนี้
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้

  1. ผลไม้สุก กล้วยสุก ฟักทอง แตงโม มะละกอสุก ประมาณชนิดละ 3 กิโลกรัมรวมเป็นจำนวน 15 กิโลกรัม
  2. กากน้ำตาล จำนวน 5 ลิตร
  3. แป้งเหล้าสาโท จำนวน 1 ก้อน (เม็ด)
  4. ถังหมักขนาด 30 ลิตร จำนวน 1 ถัง
  5. รำข้าว (รำอ่อนหรือรำกลาง) จำนวน 3 กิโลกรัม

ขั้นตอนและวิธีการ

  1. นำผลไม้รวมทุกชนิดที่มีในท้องถิ่นตามจำนวนข้างต้นหั่นใส่ในถังหมัก บดแป้งเหล้าสาโทให้ละเอียดเป็นผงโรยตามลงไปและนำกากน้ำตาลเทผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วปิดฝาถังทิ้งไว้ประมาณ 20-30 วันก็จะย่อยสลายได้น้ำหมักชีวภาพสำหรับสัตว์ปีก
  2. การนำไปใช้มี 2 รูปแบบ
    – รูปแบบน้ำ โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ 1 ช้อนแกง น้ำสะอาด 3-4 ลิตร เทผสมกันใส่ถังน้ำหรือรางน้ำสำหรับให้ไก่หรือสัตว์ปีกได้ดื่มกิน
    – รูปแบบอาหารเปียก โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ 0.5 แก้ว (ครึ่งแก้ว) รำข้าว 3 กก. น้ำสะอาด 30 ลิตร เทผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน จะเป็นลักษณะอาหารเปียกอมน้ำนำไปให้ไก่หรือสัตว์ปีกกินเป็นอาหารเสริม

kamsingmalahomsuan kamsingmalahomsoon kamsingmalahoms

แหล่งที่มาของข้อมูล : คำสิงห์ มาลาหอม. ประธานศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน พออยู่ พอกิน พอเพียง.

ป้ายคำ : , ,

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ปราชญ์ของแผ่นดิน