จันทน์กะพ้อ ไม้ยืนต้นดอกกลิ่นหอม

18 กุมภาพันธ์ 2560 ไม้ยืนต้น 0

จันทร์กะพ้อชอบขึ้นอยู่ตามริมน้ำ บริเวณที่มีน้ำท่วมหรือน้ำหลาก ชอบอยู่กลางแจ้งที่มีความชื้นในอากาศค่อนข้างสูง การใช้ประโยชน์ จะใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกมีกลิ่นหอมค่อนข้างแรงมาก ดอกหอมทั้งกลางวันและกลางคืน แต่จะหอมมากตอนกลางคืน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vatica diospyroides Symington
ชื่อวงศ์ : Dipterocarpaceae
ถิ่นกำเนิด : เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไทย พบมากทางภาคใต้
ชื่ออื่นๆ: จันทน์พ้อ Chan pho (Bangkok); เขี้ยวงูเขา Khiao ngu khao (Phangnga); จันทร์กะพ้อ

ลักษณะทั่วไป
จันทน์กะพ้อเป็นไม้ต้นใหญ่ ลำต้นสูงประมาณ 6-15 ม. ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มโปร่งไม่ค่อยสวย มีใบน้อย ต้นแตกกิ่งจำนวนมากที่ยอด กิ่งเปราะ มีน้ำยางใสซึมออกมาตามรอยแตก ใบเดี่ยว ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้มเป็นมัน รูปรีแกม ขอบขนานหรือรูปใบหอก โคนใบเบี้ยว และจะหลุดร่วงไปตามอายุ ดอก ออกดอกเป็นช่อสั้นๆ ที่ซอกใบและปลายกิ่ง มี 5 กลีบ สีขาวหรือเหลืองอ่อน กลีบดอกมีขนนุ่มสีน้ำตาล ดอกเล็กแต่กลิ่นหอมแรงมาก หอมร้อนๆ คล้ายกับแก้วกาหลง ดอกทยอยบานในเวลาใกล้เคียงกัน ออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม ออกดอกมากที่สุด ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์
ฤดูการออกดอกติดผล: เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม กลิ่นหอมมาก (คล้ายน้ำมันจันทน์) ในตอนกลางคืน เมื่อเริ่มปลูกใช้เวลาประมาณ 5-7 ปีจึงจะออกดอก

ข้อดีของพันธุ์ไม้:
ดอกหอมแรงในเวลากลางคืน ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน
ประโยชน์ : ดอกปรุงเป็นยาหอม , แก้ลม , บำรุงหัวใจ

การขยายพันธุ์
จันทน์กะพ้อขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด ใช้เวลาเพียง 1 เดือนก็เริ่มงอกแทงส่วนรากออกมา พร้อมทั้งชูใบเลี้ยงสีเขียวอวบซึ่งเป็นแหล่งสะสมอาหารสำหรับต้นอ่อนออกมา จากนั้นจึงแทงส่วนยอดออกมา เป็นต้นกล้าอายุ 1 ปี จะมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และมีใบ 4-7 ในปีที่ 2 ต้นกล้าจะเจริญอย่างรวดเร็วและสูงประมาณ 1 เมตร ในช่วงนี้ถ้าปลูกในกระถาง ควรเปลี่ยนกระถางให้มีขนาดไม่ต่ำกว่า 10 นิ้ว หรือถ้าปลูกลงดินจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีทรงพุ่มแผ่กว้าง เมื่ออายุ 5-7 ปี จะมีความสูง 2.5-5 เมตร และเริ่มออกดอก

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ยืนต้น