จุลินทรีย์หน่อกล้วย

26 มกราคม 2558 จุลินทรีย์ 0

บริเวณไหนที่มีกล้วย ดินบริเวณนั้นมักจะร่วนซุย โปร่ง อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยธาตุอาหาร ต่างๆมากมาย อันเนื่องมาจากบริเวณโคนรากของต้นกล้วยจะมีจุลินทรีย์อยู่หลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่สร้างปุ๋ยและฮอร์โมน อีกทั้งยังปรับสภาพดินเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะจุลินทรีย์บริเวณโคนรากของหน่อกล้วยซึ่งจะมีมากเป็นพิเศษ จึงเหมาะสมที่สุดที่จะนำมาทำเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์

ส่วนผสม

  • หน่อกล้วย  3  กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล  1  กิโลกรัม

วิธีทำ   
ขุดหน่อกล้วยต้นสมบูรณ์ที่ไม่เป็นโรค  สูงไม่เกิน  1  เมตร  เอกเหง้าพร้อมรากให้มีดินติดรากมาด้วย  สับบดย่อยหรือโขลกใส่กากน้ำตาล  1  กิโลกรัม  หมักในภาชนะพลาสติก  มีฝาปิด  คนเช้า – เย็น  ทุกวัน  ครบ  7  วัน  คั้นเอาแต่น้ำเก็บไว้  เรียกน้ำหมักนี้ว่าจุลินทรีย์หน่อกล้วย  เก็บไว้ใช้ได้  6  เดือน  –  1  ปี

วิธีการทำละเอียด

  1. เลือกหน่อกล้วยต้นที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรค สูงไม่เกิน 1 เมตร ขุดออกมาทั้งเหง้า ราก ให้ได้มากที่สุดโดยให้มีดินติดรากมาด้วย (ให้ขุดตอนเช้ามืด ก่อนตะวันขึ้น เนื่องจากเวลานี้จุลินทรีย์จะขึ้นมาอยู่บริเวณรากหน่อกล้วยมากที่สุด แต่ถ้าตะวันขึ้นเมื่อไหร่ จุลินทรีย์ก็จะมุดลงไปในดิน)
  2. นำหน่อกล้วยที่ได้มาสับๆ หั่นๆ ทั้งหมดทั้ง ราก เหง้า ลำต้น หยวก ใบ ให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือละเอียดเลยยิ่งดี (ไม่ต้องล้าง)
  3. นำหน่อกล้วยสับเสร็จแล้วมาชั่งกิโล เพื่อจะนำไปหาอัตราส่วนผสมต่อไป
  4. อัตราส่วนผสม หน่อกล้วย 3 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน
    *** สำหรับบางคนกากน้ำตาลอาจหายาก และยุ่งยาก สามารถใช้น้ำตาลทรายแดงแทนได้โดย กากน้ำตาล 2 กิโลกรัม เท่ากับ น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
  5. เทส่วนผสมทั้งสองลงในภาชนะที่มีฝาปิดหรือพลาสติกคลุม คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปเก็บไว้ในที่ร่ม ไม่โดนแสงแดด
  6. คนเช้า คนเย็น จนครบ 7 วัน เป็นอันใช้ได้…คั้นเอาน้ำหมักออกมาเรียกว่า “หัวเชื้อจุลินทรีย์หน่อกล้วย”

norkluys norkluyhan norkluytan norkluysub norkluykon norkluymak

การนำไปใช้

  1. ใช้ปรับปรุงโครงสร้างของดิน  ในการใช้แต่ละครั้งอย่าให้เกิน  5  ลิตร  ต่อ  ไร่
  2. ป้องกันกำจัดโรคพืช  โดยผสมจุลินทรีย์หน่อกล้วย  1  ส่วน  กากน้ำตาล  1  ส่วน  เหล้าขาว  35  ดีกรี  1  ส่วน  และน้ำส้มสายชูกลั่น  5%  1  ส่วน  หมัก  24  ชั่วโมง  ใช้  10-20  ซีซี  ต่อน้ำ  20  ลิตร  สำหรับฉีดพ่นล้างน้ำฝนหลังฝนหยุดตก  โดยเฉพาะฝนที่ตกหลังหลังช่วงแล้วมานานเกิน  3  เดือน  ล้างหมอกอุ่นแดดออก  และฉีดพ่นกันน้ำค้างตอนเย็นเพื่อป้องกันโรคพืช
  3. ปรับปรุงคุณภาพน้ำในร่องสวน  ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย  1  ลิตร  ต่อน้ำ  10,000  ลิตร
  4. ล้างทำความสะอาดคอกสัตว์  ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว
  5. เร่งการย่อยสลาย ซากอินทรีย์วัตถหรือดับกลินของเน่าเสีย  ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย  1  ลิตร  ต่อน้ำ  100  ลิตร

ลักษณะพิเศษ   หน่อกล้วยมีน้ำยางฝาดหรือสารแทนนันมาก  เมื่อหมักแล้วน้ำหมักที่ได้ให้นำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย

ข้อมูลสนับสนุนทางวิชาการ
จากการใช้หน่อกล้วยมาผลิตเป็น “จุลินทรีย์หน่อกล้วย” โดยใช้กากน้ำตาลเป็นแหล่งอาหารสำหรับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 14 วัน จะได้ของเหลวสีน้ำตาลเข้ม หรือในทางวิชาการเรียกว่า “น้ำหมักชีวภาพ” (Bio-extract) เมื่อนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้โดยผสมน้ำในอัตราที่เหมาะสม (หากใช้ในอัตราที่เข้มข้นมากจะเป็นอันตรายต่อพืช เนื่องจากน้ำหมักชีวภาพจะมีสภาพเป็นกรด) แล้วฉีดหรือรดที่โคนพืชผัก หรือผลไม้ชนิดต่าง ๆ จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น หรืออาจกล่าวได้ว่า จุลินทรีย์หน่อกล้วยที่อาศัยอยู่ในน้ำหมักชีวภาพนั้น เป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช (Plant growth promoting microorganisms) การที่น้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากหน่อกล้วย สามารถช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชนั้น เนื่องมาจากส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ

  1. กิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในน้ำหมักชีวภาพ ได้แก่ แบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์
  2. สารอาหารที่สกัดมาจากเซลล์พืช ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน โปรตีน ฮอร์โมน วิตามินและเอนไซม์ต่าง ๆ จุลินทรีย์ที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการหมัก ได้แก่ แบคทีเรีย เชื้อรา ที่ช่วยในการย่อยสลายวัสดุอินทรีย์(หน่อกล้วย)และเกิดปฏิกิริยาทางชีวเคมีต่าง ๆ ในการผลิตน้ำหมักชีวภาพ

จุลินทรีย์ที่พบในกระบวนการหมัก คือ

  1. แบคทีเรียในสกุลบาซิลัส (Bacillus sp.)
  2. กลุ่มแบคทีเรียผลิตกรดแลคติก (Lactic Acid Bacteria)
  3. กลุ่มแบคทีเรียผลิตกรดอะซิติก (Acetic Acid Bacteria)
  4. เชื้อรา
    – ยีสต์
    – ราเส้นใย

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด จุลินทรีย์