ชะมวง รสเปรี้ยวช่วยระบาย

4 พฤษภาคม 2557 ไม้พุ่มเตี้ย 0

ชาวใต้และตะวันออกรับประทานชะมวง โดยนำมาปรุงอาหารให้สุกก่อน เช่น แกงหมูใบชะมวงแกงใบชะมวงกับเนื้อวัว และอาหารประเภทต้มส้ม (ต้มส้มปลาไหล ต้มส้มปลาแห้ง)เป็นต้น ส่วนชาวอีสานจะนำยอดอ่อนของใบชะมวงใส่แกงอ่อมหรืออาจรับประทานเป็นผักสดร่วมกับป่นแจ่ว

ใบชะมวงจากต้นชะมวง หรือที่ทางปักษ์ใต้เราเรียกว่า ต้นส้มมวง ถือเป็นไม้ไทยใกล้มือที่คนท้องถิ่นแถบภาคตะวันออกแถวเมืองจันทร์ไปจนถึงตราดและแถวปักษ์ใต้บ้านเรา นิยมเก็บยอดและใบอ่อนมาปรุงอาหารประเภทต้มส้ม แกงส้ม โดยต้มกับกระดูกหมู กระดูกวัว หรือซี่โครงหมู ที่เรียกกันว่า ซี่โครงหมูต้มใบชะมวง สำหรับที่เป็นอาหารขึ้นโต๊ะในเมนูอาหารรสเด็ดที่รู้จักกันดีก็คือ แกงกะทิใบชะมวง ทั้งนี้ก็เพราะจะได้ รสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม

chamoungyod

ชื่อวิทยาศาสตร์: (Garcinia cowa Roxb)
ชื่อวงศ์: GUTTTIFERACEAE เช่นเดียวกับกระทิง ติ้วเกลี้ยง ติ้วขน บุนนาค มะดัน มะพูด มังคุด รงทอง ส้มแขก และสารภี
ชื่อท้องถิ่น: ส้มป้อง มะป่อง (คนเมือง), หมากโมก (อุดรธานี), มวงส้ม (นครศรีธรรมราช), กะมวง มวง ส้มมวง (ภาคใต้), กานิ (มลายู-นราธิวาส), ตระมูง (เขมร), ยอดมวง, ส้มม่วง, ส้มโมง, ส้มป่อง

ต้นชะมวงหรือต้นส้มมวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า การ์ซิเนีย โคว่า (Garcinia cowa Roxb) ลักษณะของต้นชะมวงและต้นมะดันมีความคล้ายกัน เพราะต้นไม้ 2 ชนิดนี้ มีรากเหง้าเหล่ากออยู่ในวงศ์กัททิฟเฟอราซี้ (Guttifferacae) เหมือนกัน แต่ถ้าหากเป็นคนช่างสังเกตจะเห็นว่า ส้มมวงหรือต้นชะมวง มีรูปทรงใบ ข้อ และผล ที่มีรสเปรี้ยวเหมือนกับมะดันก็จริง แต่ต้นมะดันจะมีลำต้นค่อนข้างเตี้ย ไม่ใหญ่โต ชอบขึ้นตามดินจืดทั่วไป ส่วนต้นชะมวงจะมีลำต้นค่อนข้างใหญ่โต ต้นสูง ชอบขึ้นตามดินน้ำเค็มถึงดินกร่อยชายทะเล

chamoungs

ลักษณะของชะมวง
ต้นชะมวง จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นทรงพุ่มรูปกรวยคว่ำทรงสูง มีความสูงของต้นประมาณ 5-10 เมตร บ้างว่าสูงประมาณ 15-30 เมตร ลำต้นเกลี้ยงและแตกกิ่งใบตอนบนของลำต้น กิ่งย่อยผิวเรียบ เปลือกลำต้นเป็นสีดำน้ำตาลมีลักษณะขรุขระ แตกเป็นสะเก็ด ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีขมพูถึงแดง มีน้ำยางสีเหลืองขุ่นไหลเยิ้มออกมาจากเปลือกต้น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดและการตอนกิ่ง พบทั่วไปตามป่าชื้นที่ระดับต่ำ เป็นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี

chamoungto

ใบชะมวง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรีแกมใบหอกหรือแกมขอบขนาน โคนใบสอบแหลม ปลายใบป้านหรือแหลมเล็กน้อย ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีความกว้างประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-13 เซนติเมตร ใบอ่อนเป็นสีเขียวอ่อนหรือเขียวอมสีม่วงแดง ส่วนใบแก่เป็นสีเขียวเข้ม (สีน้ำเงินเข้ม) บริเวณปลายกิ่งมักแตกเป็น 1-3 ยอด หลังใบเรียบลื่นเป็นมัน ท้องใบเรียบ เนื้อใบมีลักษณะค่อนข้างหนาและเปราะ เส้นใบเห็นได้ไม่ชัด แต่ด้านหลังใบจะเห็นเส้นกลาง ส่วนก้านใบเป็นสีแดงมีความยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร

chamoungbai

ดอกชะมวง ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่กันคนละต้น ออกดอกตามซอกใบและตามกิ่ง ดอกตัวผู้จะออกตามกิ่งเป็นกระจุก มีดอกย่อยประมาณ 3-8 ดอก ดอกมีเกสรตัวผู้จำนวนมากเรียงกันเป็นรูปสีเหลี่ยม ส่วนกลีบดอกเป็นสีเหลืองนวลและมีกลิ่นหอม มีกลีบดอกแข็งหนา 4 กลีบ และกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ลักษณะเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายกลีบกลม ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-2.5 เซนติเมตร ส่วนดอกตัวเมียจะออกเป็นดอกเดี่ยวตามปลายกิ่ง ดอกมีเกสรตัวผู้เทียมเรียงอยู่รอบรังไข่ มีก้านเกสรติดกันเป็นกลุ่ม ที่ปลายก้านมีต่อม 1 ต่อม โดยจะออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพพันธ์ถึงเดือนเมษายน

chamoungdok

ผลชะมวง ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมแป้น ผิวผลเรียบเป็นมัน มีขนาดประมาณ 2.5-6 เซนติเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงส้มหม่น และตามผลมีร่องตื้นๆ ประมาณ 5-8 ร่อง ด้านบนปลายบุ๋ม และมีชั้นกลีบเลี้ยงประมาณ 4-8 แฉกติดอยู่ เนื้อหนา สีเหลือง ภายในผลมีเมล็ดขนาดใหญ่ประมาณ 4-6 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรีหนา เรียงตัวกันเป็นวงรอบผล ผลสุกมีรสเปรี้ยวใช้รับประทานทานได้ แต่มียางมากและทำให้ติดฟันได้ โดยจะติดผลในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน

chamoungpon

ประโยชน์ทางยา

  • ใบและผลรสเปรี้ยว สรรพคุณ ระบายท้อง แก้ไข้ กัดฟอกเสมหะ แก้ธาตุพิการและใบผสมกับยาชนิดอื่นปรุงเป็นยาขับเลือดเสีย
  • ราก สรรพคุณแก้ไข้

ประโยชน์ทางอาหาร

  • ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาล ยอดอ่อนรับประทานเป็นผัก ออกในฤดูฝน ส่วนลูกของชะมวงมีรสเปรี้ยว เป็นผลไม้ป่าที่รับประทานเล่น

chamoungdoks

รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ
ยอดอ่อนและใบอ่อนของชะมวงรสเปรี้ยว ช่วยระบาย แกัไข้ ขับเสมหะ แก้ธาตุพิการ
ใบชะมวง 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 51 กิโลแคลอรี่ มีเส้นใย 3.2 กรัม

  • แคลเซียม 27 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 13 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 1.1 มิลลิกรัม
  • วิตามินเอ 7,333 IU
  • วิตามินบีหนึ่ง 0.7 มิลลิกรัม
  • ไนอาซิน 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 29 มิลลิกรัม

สรรพคุณของชะมวง

  • ชะมวง สรรพคุณช่วยฟอกโลหิต (ผลอ่อน,ใบ) แก้โลหิต (ใบ)
  • ช่วยรักษาธาตุพิการ (ผล,ใบ,ดอก)
  • ราก ใบ และผลอ่อนมีรสเปรี้ยว สรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้ตัวร้อน (ผลอ่อน,ใบ,ดอก,ราก)
  • ช่วยถอนพิษไข้ (ราก)
  • ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (ราก)
  • ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ (ผล,ใบ)
  • ช่วยแก้อาการไอ (ผล,ใบ) บ้างก็ว่าเนื้อไม้มีสรรพคุณช่วยแก้อาการไอได้เช่นกัน (เนื้อไม้)
  • ช่วยแก้เสมหะ กัดเสมหะ กัดฟอกเสมหะ (ผลอ่อน,ใบ,ดอก,ราก)เสมหะเป็นพิษ (ราก) ช่วยขับเสมหะ (เนื้อไม้)
  • ใช้เป็นยาระบายท้อง (ผลอ่อน,ใบ,ดอก) ส่วนตำยาพื้นบ้านอีสานจะใช้รากชะมวง ผสมกับรากกำแพงเจ็ดชั้น รากตูมกาขาว และรากปอด่อน นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาระบาย (ราก) บ้างก็ว่าเนื้อไม้มีสรรพคุณเป็นยาระบายเช่นกัน (เนื้อไม้)
  • ช่วยในการย่อยอาหาร (ดอก)
  • รากมีสรรพคุณช่วยแก้บิด (ราก) หรือจะใช้ผลนำมาหั่นเป็นแว่นตากแห้ง ใช้ดินเป็นยาแก้บิดก็ได้เช่นกัน (ผล)
  • ใบชะมวงใช้ผสมกับยาชนิดอื่นๆ ใช้ปรุงเป็นยาขับเลือดเสีย (ใบ)
  • ช่วยขับโลหิตระดูของสตรี (ใบ)
  • ช่วยแก้ดีพิการ (ดอก)
  • แก่นใช้ฝนหรือแช่กับน้ำดื่ม มีสรรพคุณช่วยแก้อาการเหน็บชา (แก่น)
  • เมื่อไม่นานมานี้ (ก.พ. 56) ได้มีการค้นพบสารชนิดใหม่จากใบชะมวง และได้มีการตั้งชื่อว่า “ชะมวงโอน” (Chamuangone) ซึ่งสารดังกล่าวมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งได้ดี (ทดสอบกับเซลล์มะเร็งปอดและเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว) ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคทางเดินอาหาร (เชื้อ Helicobacter pylori) ช่วยยับยั้งเชื้อโปรโตรซัวว์ Leishmania major (เป็นโรคระบาดที่เคยพบในภาคใต้) ได้เป็นอย่างดี

การปลูก
ต้นชะมวงพบได้บริเวณชายป่าธรรมชาติหรือบริเวณโคกในภาคอีสานปลูกโดยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง

chamoungkla chamoungton

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้พุ่มเตี้ย