ชาอินคา ถั่วดาวอินคา

ชาอินคา ชาที่มีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม อีกทั้งยังคงคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างมากมาย เช่น สาร ซาโปนิน ที่ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค ฟื้นฟูพละกำลัง และสาร ฟลาโวนอยด์ วิตามิน A,E ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยต่อต้านเซล์มะเร็งลดความเสื่อมสภาพของเซลล์ ปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ผิวพรรณสดใส สามารถลดน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน ลดความดันสำหรับผู้ที่มีความดันสูง ที่เห็นผลแน่นอน พร้อมสามารถลดหน้าท้องเมื่อชงดื่มอย่างต่อเนื่อง และยังมีโอเมก้า 3 เพื่อบำรุสมอง มีสารต้านอะนุมูลอิสระและ ลดระดับคอลเรสตอรอลไขมันเส้นเลือด ช่วยไขข้อกระดูก ช่วยในการไหลเวียนของเลือดได้ดีขึ้น ที่สำคัญไม่มีคาเฟอีน สามารถชงดื่มได้ทุกวัย

charincarton

ประโยชน์ของต้นถั่วดาว
ยอดของต้นถั่วดาวอินคา : สามารถนำไปประกอบอาหาร มีรสชาดิอร่อย มีโอเมก้า 3 6 9 และวิตามิน A E
ใบของต้นถั่วดาวอินคา : สามารถนำไปทำเป็นใบชาหรือนำไปสกัดเป็นคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีคุณค่ามากกว่าคลอโรฟิลล์ทั่วๆ ไปถึง 200 เท่า , สกัดน้ำจากใบเป็นน้ำเพื่อสุขภาพ
ดอกหรือฝักต้นถั่วดาวอินคา : นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำมัน ซึ่งมีประโยชน์สำหรับมนุษย์มี เพราะมีโอเมก้า 3 6 9 และวิตามิน A E (นำมาบรรจุแคปซูล) , นำมาประกอบอาหารหรือทำน้ำสลัด ทางด้านความงานและอาหารเสริม เช่น โฟม สบู่ ครีมบำรุงผิว โลชั่น เป็นต้น ซึ่งเป็นที่ต้องการของต่างประเทศมาก ในปัจจุบัน
เปลือกของต้นถั่วดาว : นำมาเป็นปุ๋ยเกษตรอินทรีย์หรือจะอัดก้อน ใช้เป็นพลังงานความร้อน ชีวมวล อีกก็ได้

วิธีทำ
นำมาใบต้นถั่วดาวอินคา มาผลิตเป็นชาชงดื่ม เพื่อสร้างรายได้ โดยเลือกเก็บใบจากต้นอายุ 6 เดือนขึ้นไป
นำใบถั่วดาวอินคา มาล้างน้ำให้สะอาด 3-4 ครั้ง ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ นำเข้าเครื่องอบจนใบแห้งสนิท โดยใบสด 7 กิโลกรัม อบแห้งแล้ว จะเหลือเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น จากนั้นนำไปบด แล้วบรรจุลงซองชา ก่อนจะใส่บรรจุภัณฑ์แบบต่างๆ

charincartak charincarhan charincar charincarsong

กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 6 และ9 จัดเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากร่างกายสร้างเองไม่ได้ และพบในน้ำมันทั่วไปได้น้อยมาก หากขาดจะทำให้ร่างกายขาดความสมดุล รวมทั้งมีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการต่างๆ ดังนั้นร่างกายจึงต้องได้รับกรดไขมันจำเป็นเหล่านี้เข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการ กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3และ 6 จัดเป็นสารตั้งต้นของ prostaglandins ในร่างกายซึ่งมีผลต่อระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น ระบบหลอดเลือดและหัวใจ, ระบบการขนส่งสารผ่านเส้นเลือด , กลไกการแข็งตัวของเลือด, การส่งผ่านของสารสื่อประสาท, กระบวนการเมทาบอลิซึมของไขมัน, กลไกการอักเสบ และระบบภูมิคุ้มกันดังนั้นจึงมีผลช่วยควบคุมอาการของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น อาการอักเสบและโรคไขข้ออักเสบ,โรคมะเร็ง และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันกลุ่ม โอเมก้า 3และ 6 ทดแทนไขมันอิ่มตัวจะไม่เพิ่มระดับไขมันในร่างกาย ส่วนกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 9 มีคุณสมบัติคล้าย โอเมก้า-3 และ 6 รวมทั้งยังช่วยเสริมฤทธิ์ของสารทั้งสองตัวให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 9 ทดแทนไขมันอิ่มตัวจะช่วยลดระดับLDL cholesterol ซึ่งเป็นไขมันที่ไม่ดีก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบได้ ในสภาวะปกติจะมีสมดุลที่เหมาะสมระหว่างโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ในอาหาร เนื่องจากทั้งสองสารจะทำงานไปด้วยกันเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่ปกติ หากมีความไม่สมดุลระหว่างกรดไขมันจำเป็นทั้ง 2 ชนิด จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ขึ้นมา

ลดความดัน ป้องกันความดันโลหิตสูง ลดระดับคอลเรสตอรอล ช่วยให้เลือดลมใหลเวียนดียิ่งขึ้น ลดไขมันในเลือด เพิ่มความแข็งแรงให้ผนังหลอดเลือด ไม่ให้เปราหรือแตกง่าย จึงช่วยป้องกันเส้นเลือดแตกได้ บำรุงหัวใจ ระงับประสาทบำรุงสมอง ลดหน้าท้องช่วยเร่งระบบการเผาผลาน ในร่างกาย จึงทำให้ไขมันที่สะสมนำมาใช้เป็นพลังงานได้ง่าย ลดน้ำตาลในเลือดป้องกันโรคเบาหวาน มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือสารแอนตี้ออกซิแดนซ์สูง ช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังทำให้ดูอ่อนกว่าวัย ลดความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกายจากมลพิษ และจากอาหารที่เราบริโภคเข้าไป

  • ลดหน้าท้อง ลดพุง ลดน้ำหนัก
  • ลดระดับคอลเรสตอรอล
  • ลดความดันโลหิตสูง
  • ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันเบาหวาน
  • ช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น สบายท้อง
  • บำรุงประสาทและสมอง มี Omega 3 6 9

สรรพคุณ

  • ช่วยการไหลเวียนของเลือด ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ หัวใจพิบัติ และความดันสูง โดยการลดการแข็งตัวของเลือด ลดการจับกลุ่มของเกล็ดเลือดทำให้หลอดเลือดที่หัวใจเป็นปกติ ลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูง สร้างสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัวได้ดี
  • ใช้เพื่อลดน้ำหนัก กำจัดไขมัน และคลอเรสเตอรอล ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ โอเมก้า 3-6-9 จะช่วยลดการดูดซึมไขมันอิ่มตัวที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับไขมันที่ไม่ดีน้อยลง รวมทั้งสามารถกำจัดไขมันที่ไม่ดีในร่างกายออกไปด้วย
  • รักษาโรคสะเก็ดเงิน บำรุงผิวพรรณบำรุงเส้นผม รักษาอาการแห้งเสียแตกปลาย รังแค และบำรุงเล็บเพราะโอเมก้า 3-6-9 สามารถรักษาโครงสร้างของเซลล์และทำหน้าที่เยื่อบุเซลล์ให้มีสุขภาพดี ป้องกันการสูญเสียความชื้นจากผิวหนัง ควบคุมการผลัดเซลล์หนังศีรษะซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดรังแค รวมทั้งสามารถป้องกันและรักษาผิวไหม้จากแสงแดด โดยโอเมก้า 3-6-9 จะช่วยลดความเสียหายจากรังสีอัลตราไวโอเลต ฟื้นฟูสภาพผิว ลดการอักเสบผิว บรรเทาอาการคันและผื่นของผิวหนังโดยการเป็นสารตั้งต้นของการสร้าง eicosanoids ที่ช่วยลดการอักเสบ
  • บำรุงสายตา สมอง ความจำ ต้านอาการซึมเศร้า ป้องกันระบบประสาทเสื่อม และอัลไซเมอร์ โอเมก้า 3-6-9 เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ประสาท สมอง และเรตินา รวมทั้งจัดเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางสมองของเด็กทารกและยังช่วยควบคุมการทำงานของสมองในผู้ใหญ่ เนื่องจากดีเอชเอไปมีผลกระตุ้นการสร้างเซลล์ประสาทที่ถูกทำลายไป ส่วนอีพีเอช่วยลดการแข็งตัวของเยื้อหุ้มเม็ดเลือดแดง ทำให้สมองได้รับออกซิเจนมากขึ้น
  • รักษาอาการที่เกี่ยวกับการมีประจำเดือน บรรเทาอาการอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดบวมข้ออักเสบรูมาตอยด์ ลดอาการปวดหลัง จากการวิจัยพบว่าโอเมก้า 3-6-9 ในปริมาณที่พอดีจะช่วยให้ ผู้ป่วยสามารถลดการใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเทียรอยด์ลงได้
  • ลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง ลดการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาทิ ไขข้ออักเสบ

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด อาหารเพื่อสุขภาพ