ชุมชนหนองสาหร่าย

19 กรกฏาคม 2558 แหล่งเรียนรู้ 0

ประสานพลังชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
เรื่องราวความเข้มแข็งของชุมชนในตำบลหนองสาหร่ายได้ถูกกล่าวถึงและนำมาถ่ายทอดเป็นบทเรียนอันทรงคุณค่าต่อกระบวนการพัฒนาและการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ให้ชุมชนต่างๆ ได้เรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆที่เข้ามาศึกษาดูงานอย่างกว้างขวางและบ่อยครั้ง อันเนื่องมาจากเป็นตำบลที่มีรูปธรรมความสำเร็จและความล้มเหลวของกระบวนการพัฒนาชุมชนคนตำบลหนองสาหร่าย….ที่จะเล่าสู่ผู้มาเยือนฟังด้วยความเต็มอกเต็มใจ ……จากการสะสมประสบการณ์อันยาวนานนับสิบปี เช่น กลุ่ม อสม. กับการเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน การทำแผนแม่บทชุมชนที่ทำให้เกิดการทำกิจกรรมร่วมกันในตำบล เช่น การพัฒนาอาชีพ รายได้ การพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การพัฒนาเด็กเยาวชน การอนุรักษ์วัฒนธรรมรำเหย่ย การสร้างนิสัยการออมบนฐานของความพอเพียง และการส่งเสริมให้เกิดคุณธรรมในตำบลโดยกระบวนการค้นหาและการยกย่องคนดีในตำบล และเรื่องของการพัฒนากองทุนชุมชนโดยมีการตั้ง สถาบันการเงินชุมชนตำบล หนองสาหร่าย ซึ่งเป็นสถาบันการเงินของท้องถิ่นที่สามารเชื่อมโยงคนในตำบล และเงินกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในแต่ละหมู่บ้านทั้งตำบลมาบริหารจัดการ เพื่อนำดอกผลที่ได้มาเป็นกองทุนสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และให้เพื่อเป็นกองทุนการพัฒนาด้านอื่นๆ เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องการพัฒนาระบบการเงินฐานรากที่มีการเชื่อมโยงให้เกิดเครือข่ายระดับตำบลและเกิดการรวมเงินทุนของตำบลเข้าด้วยกัน และการรวมพลังของคนในท้องถิ่นเข้ามาเป็นแรงพลังช่วยกันขับเคลื่อนงานพัฒนา

“พวกเราเป็นตำบลเล็กๆที่ทำงานกันด้วยและได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากรัฐและมีการประสานงานกับหน่วยงานรัฐและชุมชน เมื่อประมาณ 2545 เริ่มมีหน่วยงานราชการเข้ามาร่วมพัฒนาชุมชน ทั้ง ธกส. และสาธารณสุข มีสนับสนุนให้ทำแผนชุมชน ทำให้พวกเราค้นพบศักยภาพของชุมชน และมีการสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนทุกหมู่บ้าน สร้างเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน มีความรัก ความปรองดอง ความสามัคคี มีประเพณีรำเหย่ย เป็นเอกลักษณ์ของตำบลเรา” (นายชนะ สุขพรหม : นายก อบต. ; วันที่ 9 มีนาคม 2550)

“ตำบลหนองสาหร่าย มีคำขวัญว่า ท้องถิ่นเกษตรกรรมอารยะธรรมแดนคนดี มีการรวมคนเก่ง รวมคนกล้า พัฒนาคน พัฒนางาน และร่วมกันสร้างมาตรฐาน เป็นการสร้างการยอมรับกระบวนการของตนเอง เราช่วยกันประเมินตนเอง มีโรงเรียนและมีวัดเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและการพัฒนาเด็กและเยาวชน มีหลักสูตรของตำบลที่ร่วมกันคิดเพื่อการพัฒนาคน มีคณะกรรมการเข้ามาร่วมกันเป็นคณะกรรมการกลุ่มต่างๆจึงทำให้มีคนทำงานมาก เกิดการเดินอย่างมีทิศมีทางเกิดจากการทำแผนชุมชนเมื่อประมาณปี 2545 มีการสำรวจรายได้ หนี้สิน รายจ่าย ทำให้มีการว่างแผนแก้ไขปัญหา หนองสาหร่ายโชคดีที่มีแกนนำที่ดี มีครู พัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนต่างๆหนุนเสริมชุมชนอย่างต่อเนื่อง” (นายศิวโรจน์ จิตนิยม : สถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย หมู่ที่ 4 ; วันที่ 9 มีนาคม 2550)

เดิมหนองสาหร่าย เป็นหมู่บ้านหนึ่งในตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมา ว่าแต่ดั้งเดิมย่านนั้นเคยเป็นสถานที่พักทัพและเสด็จผ่านในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อไปทำศึกกับพม่า ณ บริเวณตำบลดอนเจดีย์ซึ่งมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรตั้งตระหง่านให้ผู้คนได้เคารพ สักการะ ต่อมาได้แยกตัวออกจากตำบลดอนเจดีย์เมื่อปี พ.ศ. 2535 ซึ่งปัจจุบันตำบลหนองสาหร่ายครอบคลุม 8 หมู่บ้าน คน มีจำนวน 782 ครัวเรือน จำนวนประชากรทั้งสิ้น 3,840 คน แบ่งเป็นชาย 1,896 คน หญิง 1,944 คน (วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550) สภาพพื้นที่ตำบลหนองสาหร่ายโดยทั่วไป เป็นที่ราบปนทราย มีโครงการชลประทานตอนพระแท่น ซึ่งได้มีการสร้างคลองส่งน้ำ มาจากเขื่อนท่าม่วง (เขื่อนวชิราลงกรณ์) ครอบคลุมทั้ง 8 หมู่บ้าน ทำให้มีน้ำเพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอ ชาวบ้านมีรายได้สูง รายได้ส่วนใหญ่มาจากอาชีพ ทำนา ทำไร่อ้อย ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย รับจ้าง จักสานและเย็บผ้าโหล ด้านปะเพณี วัฒนธรรม มีวัดซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน 2 แห่ง คือ วัดหนองขุยและวัดปลักเขว้า มีโรงเรียน 3 แห่ง มีศูนย์เด็กเล็ก 1 แห่ง และมีสถานีอนามัยประจำตำบล 1 แห่ง

tanakarndee

เดิมชุมชนหนองสาหร่าย ได้ถูกผนวกเป็นหมู่บ้านหนึ่งในตำบลดอนเจดีย์ และได้ขอแยกออกมาเป็นตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2535 โดยมีผู้นำ 3 ท่าน ที่ได้ร่วมใจกันดำเนินการเสนอขอแยกหมู่บ้านหนองสาหร่ายเป็นตำบล คือ นายชนะ สุขพรหม (ผู้ใหญ่บ้านหนองสาหร่ายในสมัยนั้น) นายจอม ใจชุ่ม และนายชะลอ สมคิด (ปัจจุบันเป็นกำนันตำบลหนองสาหร่าย) โดยเหตุผลของการขอแยก ได้กล่าวถึงตำบลดอนเจดีย์ที่เป็นตำบลใหญ่ ครอบคลุมถึง 13 หมู่บ้านในสมัยนั้น ทำให้การดำเนินการพัฒนา การได้รับงบประมาณจากภาครัฐไม่ทั่วถึง ถนนหนทางการเดินทางไปมาลำบาก สภาพพื้นที่ต้องอาศัยน้ำฝนตามฤดูกาล หากหมดหน้าฝนจะเป็นพื้นที่แห้งแล้ง เกษตรกรทำนา ปลูกพืชไม่ได้ผล เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานออกมาหาทำงานในตัวเมือง หากแยกออกมาเป็นตำบลจะสามารถเสนอของบประมาณจากภาครัฐมาดำเนินการสร้างถนน พัฒนาแหล่งน้ำในชุมชนได้ ด้วยสาเหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการขอแยกหนองสาหร่าย ออกมาเป็นตำบลซึ่งปัจจุบันตำบลหนองสาหร่ายครอบคลุม 9 หมู่บ้าน ดังนี้

  • หมู่ที่ 1 บ้านสระลุมพุก
  • หมู่ที่ 2 บ้านโกรกยาว
  • หมู่ที่ 3 บ้านหนองปริก
  • หมู่ที่ 4 บ้านหนองขุย
  • หมู่ที่ 5 บ้านปลักเขว้า
  • หมู่ที่ 6 บ้านหนองทราย
  • หมู่ที่ 7 บ้านหนองแหน
  • หมู่ที่ 8 บ้านใหม่พัฒนา
  • หมู่ที่ 9 บ้านหนองสาหร่าย

สภาพพื้นที่ตำบลหนองสาหร่าย ปัจจุบันเป็นที่ราบปนทราย มีโครงการชลประทานครอบคลุม 9 หมู่บ้าน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรม ทำนา เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย รับจ้าง จักสานและเย็บผ้าโหลชุมชนยังมองในเรื่องของการรวมกลุ่มการพัฒนาชุมชนมีการจัดตั้งกลุ่ม/องค์กรชุมชน ดังนี้

  • กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน
  • กลุ่มออมทรัพย์
  • กลุ่มสตรี
  • กลุ่มแม่บ้าน
  • กลุ่มอาสาสามัครสาธารณสุข (อสม.) กลุ่มปลูกข้าว/เลี้ยงสัตว์/ปลูกอ้อย
  • กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มสหกรณ์
  • กลุ่มสถาบันการเงิน
  • กลุ่มชมรมผู้สูงอายุ
  • กลุ่มเยาวชน
  • กลุ่มกองทุนสวัสดิการ
  • กลุ่มกองทุนฌาปณกิจ

เดิมทีตำบลหนองสาหร่ายเป็นหมู่บ้านมีกลุ่ม อสม. ที่เข้มแข็งและทำหน้าที่เป็นกลไกในการเชื่อมประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานราชการและชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อ ประมาณปี พ.ศ. 2543 เนื่องจากมีการทำแผนชุมชน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ในกระบวนการทำแผนชุมชนได้มีการสำรวจข้อมูลภาพรวมของตำบล โดยเฉพาะ สำรวจรายได้ รายจ่าย หนี้สิน ตลอดทั้งปีของคนทั้งตำบลหนองสาหร่าย โดยให้แต่ละครัวเรือนสำรวจข้อมูลตนเอง เมื่อการสำรวจเสร็จสิ้นได้มานำเสนอต่อที่ประชุมและวิเคราะห์ร่วมกัน พบว่า รายได้ของคนในตำบล รวมแล้วประมาณ 72 ล้านต่อปี หนี้สินทั้งในและนอกระบบ ประมาณ 88 ล้าน เป็นข้อมูลที่สามารถสะท้อนให้เห็นสถานะทางด้านด้านการเงิน ทำให้เห็นว่าขณะนี้ชุมชน ชุมชนมีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย มีปัญหาหนี้สิน ชุมชนกำลังจะล่มสลาย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ชุมชนจะมีหนี้สินท่วมตัวซึ่งจะส่งเป็นมรดกตกทอดถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน ความคิดในการแก้ไขปัญหาที่ ปิ้ง ! ขึ้นมาก็คือต้องพัฒนาคนในตำบลก่อนเรื่องอื่นๆ โดยการค้นหาเพื่อนและพลังในการช่วยกันทำงาน เพื่อให้เกิดปัญญาโดยการหาความรู้จากภายนอกให้มากยิ่งขึ้น การเรียนรู้ของแกนนำตำบลหนองสาหร่ายจึงเริ่มต้นขึ้นจากการไปศึกษาดูงานที่ อบต.เขาคราม จังหวัดกระบี่, /ตำบลไม้เรียง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ความรู้เกี่ยวกับการทำแผนแม่บทชุมชน และการทำกิจกรรมต่างๆ ตำบลสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ความรู้เรื่องสภาผู้นำชุมชน ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นภาคีหนึ่งที่ทำงานร่วมกับชุมชน

tanakarndeeo

จากการพูดคุยกันเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทำให้คนในตำบลรวมตัวกันเป็นคณะทำงาน เรียกว่า “คณะท้องถิ่น ท้องที่” ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนจากหน่วยงานท้องถิ่น ได้แก่ นายก อบต. /รองนายก/ เลขา อบต. ตัวแทนจากท้องที่ (กระทรวงมหาดไทย) ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแกนนำชุมชน ได้แก่ ปราชญ์ชาวบ้าน /แพทย์ประจำตำบล/ อสม./ ตัวแทนกองทุนหมู่บ้าน/สถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย /โรงเรียน/วัด คณะท้องถิ่น ท้องถิ่น คณะท้องถิ่น ท้องที่จะลงพื้นที่ร่วมกันในการประชุมสัญจรประชาคมหมู่บ้านเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรับทราบสถานการณ์ความเคลื่อนไหวตำบล ปัญหา ความต้องการ และมีการแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวของ อบต. โดยมีการกำหนดปฏิทินการลงพื้นที่ที่ชัดเจนแน่นอนเป็นประจำทุกเดือน การกำหนดแผนปฏิทินการทำงานของชุมชนเอง เรียกว่า “ปฏิทินชุมชน” หากหน่วยงานใดอยากมาร่วมประชุมกับชาบ้านก็สามารถมาร่วมได้ตามแผนปฏิทินชุมชน ที่ชุมชนได้ร่วมกันกำหนดไว้ เป็นภาพสะท้อนวิธีการพัฒนาประการหนึ่งที่ใช้ชุมชนเป็นตัวตั้ง การแจ้งปฏิทินให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทราบถ้าหากจะลงพื้นที่ก็ลงพื้นที่ร่วมกันกับคณะท้องถิ่นท้องที่ จึงเป็นการบูรณาการหน่วยงานที่ทำงานหนุนเสริมชุมชนร่วมกันลงพื้นที่ และหนุนเสริมชุมชนตามสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน ทั้งทางด้านความรู้ งบประมาณ หรือทรัพยากรอื่นๆ แก่ชุมชนจึงเป็นการเสริมพลังระหว่างชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการในพื้นที่

tanakarndeeflow

ส่วนกิจกรรมงานพัฒนามีการรวมกลุ่มกันขึ้นตามหมู่บ้านต่างๆ ตามประสบการณ์และตามความสามารถของแต่ละหมู่ เช่น หมู่ที่ 1 ผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ตราสาหร่ายทอง หมู่ที่ 2 ตั้งโรงงานผลิตน้ำดื่มตราสาหร่ายทอง หมู่ที่ 3 ตั้งร้านค้าชุมชนและทำพริกแกงตราสาหร่ายทอง หมู่ที่ 4 จัดตั้งสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย หมู่ที่ 5 ทำน้ำยาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 6 ทำโรงสีข้าวชุมชน หมู่ที่ 7 รวมกลุ่มปลูกสบู่ดำ หมู่ที่ 8 ทำขนมแปรรูปจากกล้วย การทำกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนเกิดจากการทำแผนชุมชน และการ่วมคิด ร่วมทำ จากชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ ชุมชนร่วมคิดและลงมือทำ ส่วน อบต. และหน่วยงานต่างๆหนุนเสริมการทำกิจกรรมของแต่ละหมู่บ้าน เช่น อบต.และอบจ. ให้การสนับสนุนงบประมาณในการสร้างอาคาร เงินทุนแก่หมู่บ้านต่างๆ หลังจากที่สนับสนุนให้แต่ละหมู่บ้านมีการดำเนินกิจกรรมแล้ว คณะท้องถิ่น ท้องที่ จะใช้เวทีประชุมสัญจรประจำเดือนในการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินกิจกรรมของแต่ละหมู่บ้าน จากการสรุปบทเรียนของแกนนำหลังจากผ่านประสบการณ์การทำกิจกรรมแต่ละหมู่บ้านเล่าสู่กันฟังว่า “การรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ เป็นการช่วยลดปัญหา เช่น ปุ๋ยชีวภาพเป็นการลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าปุ๋ย ค่ายา แต่ก็ไม่สามารถลดได้ทั้งหมด ส่วนการผลิตเพื่อเพิ่มค่าของผลิตผลของท้องถิ่น เช่น ผลิตน้ำดื่ม โรงสีข้าว ชาวบ้านมีปัญหาพอสมควร เพราะชุมชนไม่มีประสบการณ์ด้านการตลาด การบริหารจัดการ การประชาสัมพันธ์ ความรู้ของชาวบ้านที่ทำนา ทำไร่ เรารู้แต่เรื่องของการปลูก การใช้ยา ใช้ปุ๋ย กิจกรรมของกลุ่มจึงค่อยเป็น ค่อยไป”

tanakarndeea

ในปี พ.ศ. 2547 พอช. ได้สนับสนุนตำบลหนองสาหร่ายในการจัดทำโครงการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น โดยมีแผนการฟื้นฟูวัฒนธรรมชุมชน ทางด้านรำเหย่ย รำไทย กองยาวประยุกต์ มีการค้นหาพ่อเพลง แม่เพลงและการอบรมให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียน มีการจัดทำหลักสูตรการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น มีการจัดกิจกรรมร่วมกันทั้งในระดับตำบลและอำเภอ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงคนในตำบลมาทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจากการอนุรักษ์วัฒนธรรมแล้วยังมีทำให้เกิดการบูรณาการองค์กรการเงินในตำบลหนองสาหร่ายตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของชาวบ้าน อย่างไรก็ตามในกระบวนการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นก็มิได้หยุดนิ่ง มีการตั้งกองทุนสวัสดิการเพื่อช่วยซึ่งกันและกันของคนในตำบล โดยการออมสมทบวันละ 1 บาท และมีการนำเอาดอกผลที่เกิดจากการดำเนินงานจากสถาบันการเงินชุมชนมาสมทบกองทุนอีกทางหนึ่ง การฟื้นฟูชุมชนได้ให้ความสำคัญของการพัฒนาจิตใจและคุณธรรมของชาวบ้าน จึงมีกระบวนการพัฒนาแกนนำ และชาวบ้าน มีการส่งผู้นำเข้าอบรม เรียนรู้ดูงาน เพื่อเปิดโลกทัศน์ และการเชื่อมโยงกับศูนย์คุณธรรมมีการค้นหาคนที่ทำความดีในชุมชน ในตำบล และมีการยกย่องส่งเสริมให้กำลังใจแก่คนที่ทำความดี โดยผู้ที่ทำความดีได้รับการยอมรับจากเพื่อนบ้าน จะสามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินชุมชนโดยการ “ใช้ความดีค้ำประกันเงินกู้” และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียนมีการทำความดีสะสมเรียกว่า “ธนาคารความดี” เด็กที่ทำความดีที่นำความดีมาฝากที่โรงเรียน สถาบันการเงินชุมชนจะมีการมอบช่วยการศึกษาเด็กเพื่อเป็นกำลังใจให้ทำความดีต่อไป

tanakarndeeteam

เส้นทางของการฟื้นฟูชุมชนตำหนองสาหร่ายยังคงดำเนินต่อไป….หลายเรื่องราวที่ถูกบอกเล่าถึงการทำกิจกรรมต่างๆ มิได้โดยด้วยกลีบกุหลาบ มีหลายด่านที่ต้องร่วมกันฝ่าฟัน…ทั้งทางด้านการยอมรับจากคนในชุมชน ซึ่งกว่าที่จะสามารถทำให้คนเข้าใจกันได้ก็ต้องใช้เวลาใช้เวทีการพูดคุยซ้ำแล้วซ้ำอีกและทำด้วยความมานะ พยายาม เสียสละของแกนนำ …ส่วนการทำธุรกิจชุมชนของแต่ละหมู่บ้านที่ทำอยู่ก็ต้องเพิ่มศักยภาพอีกหลายด้านทั้งเรื่องของคุณภาพ เรื่องการตลาด ที่หลายชุมชนมักมีจุดอ่อนในเรื่องนี้….อย่างไรก็ตามถ้าหากไม่ได้รับการเติมเต็มและการหนุนเสริมจากหน่วยงานหลายๆ ภาคส่วนทั้งท้องถิ่น ท้องที่ ร่วมพลังกันเราอาจจะไม่มีโอกาสเห็นภาพของชุมชนเช่นทุกวันนี้ …ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ชุมชนต้องได้รับการหนุนเสริมและยกระดับการพัฒนาต่อไปในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งมาสู่ชุมชนอย่างไม่หยุดยั้ง……

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด แหล่งเรียนรู้