ตาข่ายกรองแสง

ตาข่ายกรองแสง หรือที่ทั่วไปนิยมเรียกกันว่า “สแลน” หรืออีกหลายๆ ชื่อ เช่น สแลนกรองแสง,สแลนบังแดด,ตาข่ายพรางแสง,สแลนสีเขียว หรือ มุ้งเขียว เป็นต้น ที่มีลักษณะเป็นผืน สีเขียว หรือ สีดำ

ตาข่ายกรองแสง เอาไว้ใช้กรองแสงนั่นเอง ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิของแสงแดด ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการเจริญเติบโตของต้นไม้ และยังช่วยบังแดดให้เราได้ดีอีกด้วย นอกจากนั้นตาข่ายกรองแสงยังเอาไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกมากมาย เช่น งานเกษตรทั่วไป ใช้ทำเป็นหลังคาเรือนเพาะชำ เรือนเพาะเห็ด เรือนปลูกผักผลไม้ โรงเรือนไม้ดอกต่างๆ คลุมแปลงเกษตร คลุมหรือล้อมรั้วเลี้ยงสัตว์ ฟาร์มกุ้ง บ่อเลี้ยงปลา ทำเป็นหลังคากันแดด ลานจอดรถ ดาดฟ้า อาคารก่อสร้าง ป้องกันการร่วงหล่นของสิ่งของตามอาคารก่อสร้าง และใช้คลุมส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความร่มรื่นสวยงาม และประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายหลายอย่าง

ตาข่ายกรองแสงหรือสแลนกรองแสงนั้นจะมีปริมาณ % ในการกรองแสงที่แตกต่างกันออกไปตามการใช้งาน คือ 50% 60% 70% และ 80% ซึ่งเราก็ต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับความต้องการนำไปใช้งาน

และนอกจากปริมาณในการกรองแสงที่แตกต่างกันแล้ว สแลนกรองแสงยังมีลักษณะของการทอว่าทอแบบกี่เข็ม เช่น ทอแบบ 1 เข็ม, ทอแบบ 2 เข็ม, ทอแบบ 3 เข็ม เป็นต้น ยิ่งเข็มเยอะก็ยิ่งมีความเหนียวและทนทานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

เคล็ดลับในการเลือกตาข่ายกรองแสงให้เหมาะสมกับการใช้งาน

  • หากว่าเราต้องการตาข่ายกรองแสงเอาไว้ใช้สำหรับเป็นหลังคาบังแดดที่จอดรถ ก็ควรเลือกตาข่ายกรองแสงแบบที่มี % การกรองแสงสูงๆ ประมาณซัก 70 ถึง 80 %
  • หากว่าเราต้องการตาข่ายกรองแสงเอาไว้ใช้สำหรับงานทางเกษตรกรรม ก็ต้องดูด้วยว่า พืชผลทางเกษตรเหล่านั้นต้องการแสงแดดในปริมาณเท่าไร แล้วก็เลือกตาข่ายกรองแสงแบบที่มี % การกรองแสงที่เหมาะสมกับพืชผลที่เราปลูก โดยอ่านดูได้จาก เคล็ดลับการเลือกใช้ สแลนกรองแสง สำหรับงานเกษตร

การเลือกเปอร์เซ็นต์ในการกรองแสงของสแลนก็จะขึ้นอยู่กับชนิดของพืช กับช่วงอายุของพืชที่เราปลูก เช่น ในช่วงของการเพาะเมล็ด จนถึงช่วงอนุบาลกล้าก็ต้องใช้การกรองแสงมากหน่อยประมาณ 70% ถึง 80%   และเมื่อต้นกล้ามีอายุมากขึ้น จนสามารถย้ายลงแปลงเพาะปลูกได้นั้น ปริมาณแสงที่ได้รับก็ต้องเพิ่มขึ้น เราอาจจะใช้กรองแสงแค่ประมาณ 50% ถึง 60% ก็เพียงพอต่อความต้องการของพืชแล้ว  และหากว่าชนิดพืชที่ปลูกนั้น เป็นพืชจำพวกที่ไม่ชอบแสงจัด ต้องการร่มเงา อย่างเช่น กล้วยไม้ พืชกลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงปริมาณมากๆ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องใช้กรองแสงในปริมาณที่สูงขึ้นซัก 80% กำลังดี

และอีกเรื่องคือ สีของสแลน ที่มีทั้ง สีดำ และ สีเขียว แล้วเราควรจะใช้สีอะไรดีล่ะ? ทั้ง 2 สีนั้นมีความแตกต่างกันในเรื่องของสีกับแสงและความรู้สึก  กล่าวคือ สแลนกรองแสง หรือ ตาข่ายกรองแสง สีดำนั้นจะไม่ไปตัดทอนค่าความยาวของคลื่นแสง แสงที่ลอดผ่านสแลนสีดำนั้น จะเป็นแสงขาวเหมือนที่เราเห็นทั่วไป แต่สแลนสีอื่นจะสะท้อนตัดทอนค่าความยาวของคลื่นแสงที่เป็นสีเดียวกันกับสีของสแลนนั้นออกไป และพืชก็ต้องการแสงสีน้ำเงินและแดงเป็นหลัก ซึ่งรวมอยู่ในแสงสีขาวนั้นอยู่แล้ว ถ้าแสงสีเหล่านี้ถูกตัดทอนออกไปก็จะมีผลต่อการสังเคราะห์แสง จนถึงการเจริญเติบโตของพืชครับ ส่วนสแลนสีเขียวนั้นเราจะเห็นคนเลือกใช้กันเยอะมากกว่าสีดำ นั่นก็เพราะว่า ประเด็นหนึ่งเลยคือแสลนสีดำเก็บความร้อนได้ดีกว่าสีเขียว ตามคุณสมบัติของสีดำ ซึ่งส่งผลให้ในระยะยาวแสลนสีดำนั้นจะพุพังเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าสีเขียวนั่นเอง

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด เครื่องมือเกษตร