ทุเรียนเทศ สมุนไพรต้านมะเร็ง

6 เมษายน 2557 ไม้ผล 0

ทุเรียนเทศ (Sour Sop) เป็นพืชในวงศ์เดียวกับ น้อยหน่า จำปี นมแมว กระดังงา เป็นไม้ผลเขตร้อนที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกากลาง เริ่มแพร่กระจายไปสู่พื้นที่เขตร้อนทั่วโลกราวคริสต์ศตวรรษที่ 16 และแพร่กระจายมายังประเทศฟิลิปปินส์รวมทั้งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนักเดินเรือชาวสเปน
ทุเรียนเทศจัดเป็นผลไม้หลังบ้านที่ขาดการให้ความสำคัญทางเศรษฐกิจในประเทศไทยและ พบปลูกกันมากในภาคใต้ของประเทศไทย ในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์พบว่าทุเรียนเทศได้หายไปจากตลาดท้องถิ่น แต่กลับพบทุเรียนเทศในรูปของผลผลิตเชิงอุตสาหกรรมเกษตร เช่น น้ำทุเรียนเทศเข้มข้น และน้ำทุเรียนเทศบรรจุกล่องพร้อมดื่ม ในร้านขายเครื่องดื่มแถวรัฐปีนังของประเทศมาเลเซียจะมีเครื่องดื่มน้ำทุเรียนเทศขายปะปนกับน้ำผลไม้ชนิดอื่นๆ

durianteston

ชื่อวิทยาศาสตร์ Annona muricata Linn.
วงศ์ ANNONACEAE
ชื่อสามัญ Sour Sop, Durian belanda
ชื่ออื่น ทุเรียนน้ำ (ภาคใต้), ทุเรียนแขก (ภาคกลาง), มะทุเรียน (ภาคเหนือ)

ทุเรียนเทศเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ผลคล้ายทุเรียนสีเขียวสด แต่เปลือกไม่มีหนามแหลมและนิ่มเมื่อสุก ดอกมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยวส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงบ่าย เนื้อในผลมีรสหวานอมเปรี้ยวเป็นเส้นใยเกาะกันเหนียวแน่น
ทุเรียนเทศ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กแตกกิ่งก้านค่อนข้างมาก ลำต้นมีความสูง 5 – 6 เมตร

  • ใบเป็นใบเดี่ยว ค่อนข้างหนา ใบเรียงสลับกันไปในระนาบเดียวกับกิ่ง ใบมีรูปร่างรี ผิวใบอ่อนเป็นมัน เมื่อฉีกใบจะได้กลิ่นเหม็นเขียวฉุนจัด
  • ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ห้อยลงที่ซอกใบ อยู่รวมกัน 3 – 4 ดอก กลีบเป็นรูปสามเหลี่ยมหนาแข็ง จำนวน 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น ๆ ละ 3 กลีบ มีสีเหลืองแกมเขียว ออก ดอกตลอดทั้งปี มีกลิ่นหอมอมเปรี้ยวส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงบ่าย
  • ผลมีสีเขียวรูปกลมรี มีหนามนิ่มที่เปลือกผล ผลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 – 20 เซนติเมตร ยาว 15 – 30 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 0.5 – 3.0 กิโลกรัม ภายในมีเนื้อ คล้ายน้อยโหน่ง สีขาว มีรสเปรี้ยว รสหวานเล็ก น้อย เนื้อจะไม่แยกแต่ละเมล็ดเป็นหนึ่งตา เหมือนน้อยหน่า ถ้าผลดิบมีรสอมเปรี้ยว และมีรส มันเล็กน้อย
  • เมล็ดแก่สีน้ำตาลดำ หุ้มด้วยเนื้อสีขาว

M4034S-4211

duriantesdok

duriantes

สรรพคุณทางยา

  • ผลสุก รับประทานแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ผลดิบ รับประทานแก้โรคบิด
  • เมล็ด ใช้สมานแผลห้ามเลือด ใช้เบื่อปลาและฆ่าแมลง
  • ใบ นำมาขยี้ผสมกับปูนใช้ทาบริเวณท้องแก้ท้องอืด ใช้รักษาโรคผิวหนัง แก้ไอ ปวดตามข้อ

และซึ่งมีผลการรับรองจากแล็บมากมายว่าผลไม้ชนิดนี้สามารถช่วยในการฆ่าเซลส์มะเร็งกว่า 12 ชนิดซึ่งรวมถึง มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกมาก มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน ผลจากการรับประทานยาที่สกัดจากทุเรียนเทศ หรือการนำใบมาต้มเป็นชาแล้วรับประทาน จะช่วยในการฆ่าเซลส์มะเร็ง ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำคีโมถึง 10,000 เท่า แต่จะไม่ทำร้ายเซลส์ดีในร่างกาย ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าผลไม้มหัศจรรย์นี้จะช่วยสู้เซลส์มะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดการคลื่นเหียนวิงเวียน หรือเกิดอาการผมร่วงเหมือนกับการทำคีโม

duriantespons

ในส่วนที่กินได้ของทุเรียนเทศ 100 กรัม พบว่ามีน้ำ 83.2 กรัม ให้พลังงาน 59 กิโลแคลลอรี

  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรท 15.1 กรัม
  • เส้นใย 0.6 กรัม
  • โปรตีน 1.0 กรัม
  • แคลเซียม 14 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 0.5 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี1 มี 0.08 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 24 มิลลิกรัม

(วิวัฒน์ พันธวุฒิยานนท์. 2541)

ทุเรียนน้ำ ทุเรียนเทศ กับการรักษามะเร็ง
จากผลการศึกษามากมายที่แสดงให้เห็นว่าใบและกิ่งของต้นไม้เขตร้อนมี่ชื่อทุเรียนน้ำ(soursop)อาจพิสูจน์ได้ถึงผลในการรักษาโรคมะเร็ง
ทุเรียนน้ำ หรือเป็นที่รู้จักว่า Graviolaในภาษาสเปน เป็นพืชพื้นเมืองของเม็กซิโก อเมริกากลาง หมู่เกาะคาริบเบียน และ ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และยังพบได้ที่กลุ่มประเทศสหรัน อัฟริกัน ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน ปัจจุบันต้นทุเรียนน้ำหรือทุเรียนเทศนี้ยังพบในบางเขตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหตุผลที่
ต้นไม้ชนิดเป็นที่สนใจอย่างมาก เนื่องจากมีการกล่าวอ้างว่ามันมีความสามารถในการรักษามะเร็ง ซึ่งโลกเพิ่งจะมาค้นพบว่าทุเรียนน้ำมีประโยชน์กับสุขภาพ
การรักษามะเร็งเป็นหัวข้อใหญ่ของการวิจัยของโลกโดยเสมอมา และการค้นพบว่าทุเรียนน้ำสามารถรักษามะเร็งได้จริงนั้นถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในการวิจัยด้านนี้

duriantespon

ทุเรียนน้ำรักษามะเร็งได้จริงหรือ
ถึงแม้การที่ทุเรียนน้ำรักษามะเร็งได้ยังเป็นที่กังขา แต่มีการศึกษาวิจัยมากมายที่มีผลพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างนี้ มีการศึกษาวิจัยถึงผลของทุเรียนน้ำที่มีต่อเซลล์มะเร็ง เริ่มตั้งแต่ปี 1970สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติ(อเมริกา)ได้ทำการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในหัวข้อนี้มาตั้งแต่ปี1976 ผลลัพท์ที่ได้ออกมาแสดงว่าใบของทุเรียนน้ำ และกิ่งทุเรียนน้ำมีประสิทธิภาพในการจู่โจมและทำลายเซลล์มะเร็ง นอกจากนั้นยังมีการกล่าวอ้างในปีเดียวกันว่าทุเรียนน้ำสามารถฆ่าเซลล์ มะเร็งได้ มากกว่า20งานทดลองทางแล็ปและการศึกษาวิจัย ซึ่งเป็นที่ยอมรับ มีผลการศึกษาได้ตีพิมพ์ ในวารสารของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ(Journal of Natural Products)
จากการติดตามผลการศึกษาล่าสุดที่ดำเนินการโดย มหาวิทยาลัยคาทอลิกของเกาหลีใต้ รระบุว่าหนึ่งในสารเคมีของ Graviola ที่ค้นพบคือ การเลือกฆ่าเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มากกว่า10,000 เท่าของความแรงมากกว่ายาเคมีบำบัดที่ใช้กันทั่วไปที่ชื่อว่า Adriamycin

ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดจากรายงานของมหาวิทยาลัยคาทอลิกของเกาหลีใต้ ได้รายงานว่า Graviola แสดงให้เห็นถึงการกำหนดเป้​​าหมายกำจัดเฉพาะเซลล์มะเร็ง แยกออกจากเซลล์ทั่วไปของร่างกาย เซลล์ปกติจะไม่ถูกแตะต้องซึ่งแตกต่างจากยาเคมีบำบัดทั่วไปที่ไม่แยกแยะเป้าหมายเซลล์แต่อย่างใดแต่มีผลอย่างแรงต่อเซลล์อื่นๆ ด้วยเช่นกันทั้งหมด (เช่น กระเพาะอาหาร และเซลล์เส้นผลผม) ทำให้เกิดการทำลายล้างอย่างมาก มักจะมีผลข้างเคียงจาก อาการคลื่นไส้ ผมร่วงในผู้ป่วยโรคมะเร็ง น้ำหนักลด สภาพผิวหนังผิดรูป

มีผลการศึกษาบางอันได้ออกมากล่าวว่า ทุเรียนน้ำนั้น มีประสิทธิภาพฆ่าเซลล์โรคมะเร็งได้ถึง 12 ชนิด ได้แก่ ลำไส้ใหญ่ เต้านม ต่อมลูกหมาก มะเร็งปอดและมะเร็งตับอ่อน เป็นต้น

สารที่ได้จากทุเรียนน้ำนั้นเป็นที่รู้ว่า ฆ่าเซลล์มะเร็งในตับชนิดที่ ไม่สามารถถูกทำลายได้จากการใช้คีโม นอกจากนั้นในระหว่างที่คนไข้รับการบำบัดทางคีโม ทุเรียนน้ำยังทำการปกป้องระบบภูมิคุ้มกันของเรา โดยการป้องกันจากการที่เซลล์ถูกทำร้ายโดยผลกระทบจากการบำบัดทางคีโม ยังคงมีผู้เชี่ยวชาญที่ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการใช้ทุเรียนน้ำในการรักษามะเร็ง

การที่เป็นไม้ผลสุขภาพรสเปรี้ยว ทุเรียนน้ำยังมีประโยชน์อื่นๆอีก การรักษามะเร็งอาจเป็นเพียงประโยชน์ส่วนหนึ่งเท่านั้น ในความเป็นจริงการทำคีโมและการฉายรังสี แม้สามารถช่วยในการบำบัดมะเร็งได้อย่างมาก แต่ก็ไม่ได้รักษา
ดังนั้น หากมีวิธีการทางธรรมชาติใดๆที่อย่างน้อยช่วยบรรเทาความรนแรงถีงแม้ไม่ถึงกับรักษา,หรือช่วยยับยั้งไม่ให้โรคร้ายนี้ลุกลาม ผู้คนก็ย่อมจะตอบรับสิ่งเหล่านี้ แน่นอนว่าคุณควรระวังในการใช้ทุเรียนน้ำ จากการที่มีผลวิจัยออกมาว่าการบริโภคผลทุเรียนน้ำ

duriantespol

มากๆส่งผลให้เซลล์ประสาทถูกทำลายซึ่งจะเกิดอาการใกล้เคียงกับโรคพาร์คินสัน จึงมีคำแนะนำก่อนใช้ท่านควรปรึกษากับแพทย์ที่ดูแลท่านเสียก่อน
ด้วยเหตุนี้การวิจัยลงลึกในหัวข้อนี้ จะช่วยให้เรามีความเข้าใจมากขึ้นถึงประโยชน์ของทุเรียนน้ำ

วิธีชงชาใบทุเรียนเทศ และปริมาณที่แนะนำให้ใช้

  • ล้าง ใบประมาณ 2-3ใบ (ใช้ใบแห้งดีกว่าใบสด)
  • ใส่น้ำประมาณ1ถ้วยตวง ในหม้อต้ม ต้มจนเดือด
  • ตัดใบทุเรียนเทศให้เป็นชิ้นเล็กๆ
  • ใส่ใบทุเรียนเทศที่ฉีกเป็นชิ้นในถ้วยชา เติมน้ำเดือดลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 30นาที ถึงหนึ่งชั่วโมง
  • สามารถดื่ม อุ่นหรือเย็น สามารถเติมน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสชาติ

duriantesnam

ควรดื่มก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง ก่อนอาหาร สามมื้อ ติดต่อกัน 1เดือนไม่หยุด จากนั้นถ้าต้องการดื่มต่อ ให้หยุด 10วัน แล้วทำซ้ำ

ข้อควรระวังในการรับประทานทุเรียนน้ำ
1. มีงานวิจัยในแถบทะเลแคริบเบียนที่แสดงให้เห็นว่า ในผล เมล็ด และราก ของทุเรียนน้ำ มีสารแอนโนนาซิน (Annonacin) ซึ่งมีความเชื่อมโยงสูงต่อการเกิดโรคพาร์คินสัน และมีสารอัลคาลอยด์ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการทรับประทานผล ราก หรือน้ำผลไม้ที่ทำจากทุเรียนน้ำมากจนเกินไป หรือรับประทานติดต่อกันทุกวัน
2. จากการทดลองพบว่า สารสำคัญในทุเรียนเทศนั้นจะไม่สามารถสกัดหรือสังเคราะห์ออกมาได้ ดังนั้นหากต้องการได้รับสารดังกล่าว จะต้องบริโภคแบบธรรมชาติเท่านั้น การทานในรูปแบบของยาอัดเม็ดหรือผลบรรจุแคปซูลนั้นจะไม่ได้ผลประโยชน์ใด ๆ เลยทั้งสิ้น
3. การทานทุเรียนน้ำให้ได้ประโยชน์นั้น ควรจะต้องรับประทานแบบธรรมชาติ หรือรับประทานสด ๆ เท่านั้น ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากทุเรียนน้ำที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้กระป๋อง หรือใบชาบดผ่านกระดาษกรอง เพราะกระบวนการในการผลิตเหล่านั้นล้วนแต่ทำให้ประสิทธิภาพของทุเรียนน้ำลดลง
4. การรักษามะเร็งให้ได้ผลจะต้องนำใบ หน่อ และกิ่ง ของต้นทุเรียนน้ำ มาต้มทำเป็นชา ขณะที่การนำผลของทุเรียนน้ำมาต้มเป็นชานั้นไม่ได้ให้ผลใด ๆ ในการรักษามะเร็ง เนื่องจากมีสารที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเซลล์มะเร็งอยู่น้อย

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ผล