นาข้าวอินทรีย์

15 กรกฏาคม 2555 นา, ภูมิปัญญา 0

การทำนาข้าวปลอดสารพิษ เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมการเกษตรทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ข้าวสำหรับการบริโภคอย่างปลอดภัย ไร้สารพิษ รักษาสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ สมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากหรือมีโรคน้อยที่สุด

ขั้นตอนการทำนาข้าวอินทรีย์

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมพันธุ์ข้าว การคัดเลือกพันธุ์ข้าว

  1. คัดเลือกพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ข้าวพันธุ์ ก.ข.6 จะชอบพื้นที่ในลุ่มมีน้ำขังตลอด ตั้งแต่ปักดำจนถึงออกรวงและมีแป้ง จึงจะปล่อยน้ำออกจากคันนาได้และได้ผลผลิตดีแต่ถ้าเป็นข้าวหอมมะลิจะขึ้นได้ดีในทุกพื้นที่ แต่ต้องให้มีน้ำขัง เนื่องจากการทำนาสิ่งสำคัญ คือ ต้องมีน้ำ
  2. การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวคัดเลือกแปลงข้าวที่มีต้นข้าว รวงข้าว เมล็ดข้าวที่โตแข็งแรง เมล็ดข้าวแก่จัดเมล็ดข้าวมีความสมบูรณ์ ถอนออกเป็นรวง ๆ ที่สมบูรณ์ที่สุด เก็บไว้ต่างหาก แล้วนำมาแยกเมล็ดข้าวและฟางข้าวออกจากกัน จากนั้นนำเมล็ดมาฝัด เมื่อคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ออก แล้วนำเมล็ดข้าว ที่คัดเลือกว่าดีแล้วตากแห้ง แล้วเก็บไว้ ทำพันธุ์ในปีต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมพื้นที่ทำนา

  1. การเตรียมคูคันนา การทำนาจะต้องเตรียมคูคันนาให้มีความสูงประมาณ 50-70 เซนติเมตร ความหนา 60-80 เซนติเมตร เพื่อกักเก็บน้ำ เพราะข้าวจะขาดน้ำไม่ได้ ถ้าไม่มีน้ำขังจะเกิดวัชพืชในน้ำข้าว ทำให้ข้าวเจริญเติบโตช้าเสียเวลาในการกำจัดวัชพืช คันนาควรใส่ท่อระบายน้ำเพราะถ้าช่วงแรกในการปักดำไม่ควรให้ระดับน้ำสูงมากกว่า 10 เซนติเมตร เพราะต้นข้าวยังไม่แข็งแรงพอ ถ้ามีน้ำในแปลงนามาก จะทำให้ต้นข้าวเน่าได้ ควรมีท่อระบายน้ำออก
  2. ปรับพื้นที่ในคันนาให้มีระดับเท่ากัน อย่าให้มีน้ำเอียงด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อจะได้ขังน้ำอยู่ระดับเดียวกัน ถ้าหากพื้นที่นามีความลุ่ม มีระดับพื้นที่ในระดับเดียวกัน ก็ไม่มีความจำเป็นในการปรับพื้นที่

ขั้นตอนที่ 3 หลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวเสร็จ พื้นที่นายังมีฟางข้าว มีหญ้า ควรนำปุ๋ยหมัก จุลินทรีย์ หว่านทั่วไป โดยคิดเฉลี่ย 200 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ แล้วฉีดพ่นด้วยน้ำยาจุลินทรีย์ให้ทั่ว แล้วไถกลบฟางข้าว จุลินทรีย์จะช่วยย่อยสลายฟางข้าว ให้เน่าเปื่อย ทำให้ดินร่วนซุย เป็นอาหารของข้าวต่อไป สำหรับขั้นตอนนี้ควรทำในช่วงเดือนธันวาคม เพราะในช่วงนี้เป็นหน้าหนาว มีหมอกลงเหมาะในการขยายตัวของเชื้อจุลินทรีย์

ขั้นตอนที่ 4 นำน้ำจุลินทรีย์มาหมักเมล็ดข้าว โดยให้น้ำจุลินทรีย์ ท่วมเมล็ดข้าว หากมีเมล็ดข้าวฟูน้ำ ให้เก็บออกให้หมด ควรแช่เมล็ดข้าวประมาณ 2-3 วัน แล้วนำขึ้นจากน้ำมาพักไว้ สัก 1 วัน แล้วนำมาหว่านในแปลงที่เตรียมไว้

ขั้นตอนที่ 5 การเตรียมพื้นที่สำหรับเพาะข้าว
พอถึงฤดูการทำนา ถ้าหากปีไหนฝนดี คือ ฝนตกในช่วงเดือนมิถุนายน ควรเตรียมพื้นที่สำหรับกล้าพันธุ์ข้าว คือ เตรียมแปลงสำหรับเพาะพันธุ์ข้าว ซึ่งมีหลักพิจารณาดังนี้

  1. ที่ดินร่วนซุย
  2. อยู่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น สระน้ำ หนองน้ำ ถ้าหากฝนทิ้งช่วง จะได้อาศัยน้ำจากแหล่งน้ำได้

วิธีเตรียมแปลงเพาะกล้าพันธุ์ข้าว

  1. ที่มีน้ำขังพอที่จะหว่านกล้า เราก็ไถและคราดดินให้ร่วนซุย และระดับพื้นเสมอกัน ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วนำเมล็ดข้าวที่เตรียมไว้มาหว่าน อย่าให้หนาหรือห่างจนเกินไป
  2. ประมาณ 10-15 วัน ต้นกล้าตั้งหน่อได้แข็ง นำน้ำจุลินทรีย์ ผสมน้ำพ่นต้นกล้าโดยผสมน้ำจุลินทรีย์ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วแปลงกล้า
  3. ขังน้ำใส่ต้นกล้า อย่าให้ขาดจากแปลงกล้า
  4. ก่อนจะถอนกล้า 5 วัน ให้น้ำจุลินทรีย์พ่นอีก เพื่อจะได้ถอนง่าย เพราะรากจะฟู

ขั้นตอนที่ 6 การปักดำ ในช่วงก่อนการปักดำ เราควรขังน้ำไว้ในนา เพื่อจะทำให้ดินนิ่ม ดินไม่แข็ง ง่ายในการไถดำ เราควรจะกักน้ำเอาไว้

  1. พอถึงเวลาดำนา เราควรปล่อยน้ำที่ขังออกจากคันนา ให้เหลือไว้ประมาณ 10-15 เซนติเมตร อย่าให้น้ำมากหรือน้อยจนเกินไป ถ้าน้ำมากจะทำให้ข้าวเปื่อย ถ้าน้ำน้อย หากฝนขาดช่วงจะทำให้ข้าวขาดน้ำ เพราะการทำนายังอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติจึ่งเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
  2. ไถน้ำและคราดที่นาให้ดินร่วนซุย และนำต้นกล้ามาปักดำ ซึ่งกำหนดความห่างระหว่างต้นให้ห่างประมาณ 40 เซนติเมตร เพื่อให้แตกกอได้ดีและใส่ต้นกล้า กอละประมาณ 2-3 ต้นกล้า
  3. เมื่อปักดำประมาณ 15 วัน นำจุลินทรีย์ไปผสมน้ำพ่นต้นข้าวในนา เพื่อกระตุ้นเชื้อจุลินทรีย์ที่หว่านตอนเตรียมดิน และจะทำให้ต้นข้าวแข็งแรงเติบโต และทนต่อศัตรูข้าว
  4. คอยหมั่นดูแลต้นข้าว และดูแลระดับน้ำอย่าให้ขาดในนาข้าว หมั่นรักษาไม่ให้วัชพืชขึ้นในนาข้าว และพ่นจุลินทรีย์ในทุก ๆ 20 วัน จนถึงข้าวตั้งท้องแล้วจึงงดการพ่นจุลินทรีย์ แต่ยังคงรักษาระดับน้ำในคันนาอย่าให้ขาด
  5. พอข้าวแก่พอสมควรก็ปล่อยน้ำจากคันนา และเตรียมเก็บเกี่ยวต่อไป

naainseedam

ประโยชน์การทำนาข้าวอินทรีย์

  1. ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตมากขึ้น เพราะการให้ปุ๋ยจุลินทรีย์จะทำได้ผลผลิต 800 กิโลกรัมต่อไร่ โดยต้นทุนในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพียงแค่ประมาณ 200 บาท ต่อไร่ โดยอาจจะต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากในตอนแรก แต่จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อสภาพดินดีแล้ว ในขณะที่การใช้ปุ๋ยเคมีจะได้ผลผลิตประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่ โดยต้นทุนการผลิตประมาณ 400 บาท ต่อไร่ และต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยให้มากขึ้นในทุก ๆ ปี
  2. ได้สภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์กลับคืนมา ดินร่วนซุย รากข้าวชอนไชหาอาหารง่าย กบ กุ้ง ปลา ชุกชุม มีสุขภาพชีวิตที่ดี มีอาหารปลอดสารพิษไว้บริโภค


การทำนาอินทรีย์

1.การเตรียมดินแปลงเพาะกล้า (หลังจากที่แช่น้ำเมล็ดพันธุ์ )

  • นำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปแช่ EM (EM + น้ำ 500เท่า)ไว้ 1 ชม. นำมาผึ่งแดด
  • นำไปหว่านในแปลงเพาะกล้า

วิธีนี้จะทำให้ ต้นกล้าแข็งแรง ถอนง่าย

2.การเตรียมดิน

  • อย่าใส่ปุ๋ยหมักก่อนไถหรือคราด เพราะจำทำให้รากลึกถอนยาก
  • ควรใส่ปุ๋ยหมัก โบกาฉิ หลักจากเตรียมพื้นที่แล้ว โรยโบกาฉิให้ทั่ว แล้ใช้ไม้ยาว ๆ เกลี่ยปุ๋ยเข้าพื้นดินให้ทั่วก่อนทดอกล้า
  • หว่านโบกาฉิ 1กำมือ ต่อ ตารางเมตร
  • ฉีดพ่น EM หลังจากเตรียมดินเพาะกล้า
  • อายุกล้าปักดำ ไม่ควรมากเกินไป ระยะที่เหมาะสม 15 – 20 วัน

3.แปลงนาดำ

  • หว่านโบกาฉิ 100 กก./ไร่ (ใส่โบกาฉิก่อนไถคราด รากข้าวจะหยั่งได้ลึกไม่ล้มง่าย)
  • ฉีด EM ขยาย ไร่ละ 20 -30 ลิตร ผสมน้ำ 500- 1,000 เท่า
  • ควรใส่โบกาฉิก่อนไถคราด แล้วหมักไว้ 15 วัน ถ้ามีหญ้างอกให้ฉีดพ่น EM ขยาย และไถคราดอีกครั้ง เพื่อปราบหญ้า แล้วลงมือปรักดำ
  • ไม่ควรใส่โบกาฉิอีก หากจำเป็นต้องใส่โบกาฉิ ต้องใส่หลังจากที่ปักดำเสร็จ 1 เดือน

การเพิ่มโบกาฉิบ่อย ๆ ข้าวจะงาม มีใบเอยะ หรือล้มง่าย และจะได้ผลผลิตน้อย

4.การบำรุงรักษา

  • ฉีด EM ขยาย 15 วัน / ครั้ง (เป็นการบำรุง ต้นใบ)
  • ฉีดเพื่อป้องกันศัตรูพืช สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • ข้าวเมื่ออกรวงแล้ว ฉีดพ่น EM สด (EMที่ไม่ผสมกากนำตาล)
    ** หากใช้ EM ขยาย จำทำให้เมล็ดข้าวไม่สวย
  • ฉีดพ่นสารสกัดพืชหมักเสมอ (สารสกัดพืชหมัก คือ สะเดา ตะใคร้ ) จำทำให้ได้ผลผลิตและต้นข้าวแข็งแรงดี เพราะปราศจากศัตรูพืช คือแมลง

ข้อควรคำนึง

  1. ใช้ฟางข้าวเป็นปุ๋ย / หญ้าสดไถกลบ ถือว่าเป็นการบำรุงดิน
  2. งดใช้ยาฆ่าแมลงเด็ดขาด เพราะถ้าหอยเชอร์รี่ไปกินจะทำให้หอยตาย
  3. หากอินทร์ทรีวัตถุน้อย ให้ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ด้วย
  4. ในปี แรก ๆ ให้ใส่โบกาฉิมาก ๆ ปีต่อ ๆ ไปก็ใส่ลดลง

หลังจากเก็บเกี่ยวข้าว

  1. ใส่โบกาฉิ
  2. ไถกลบฟางข้าว
  3. ฉีด EM หมักเอาไว้

สูตรปุ๋ยหมักใช้กับนาข้าว

  1. รำอ่อน 1 ถัง
  2. มูลสัตว์ 1 ถัง
  3. กากน้ำตาล 2 ฝา
  4. EM 1 ฝา
  5. น้ำเปล่า 2 ลิตร
  6. แกลบดิบ 1 ถัง

วิธีทำ

  • นำกากน้ำตาล + EM มาพรมให้ชุ่ม
  • นำผ้ายางมาคลุม 7 วัน แล้วผลิกกองปุ๋ย
  • 15 วัน สามารถนำไปใช้ได้

อัตราการใช้

  • นาข้าว 50 กก./ไร่
  • ไม้ผล 3 กก / ต้น

สารสกัดพืชหมัก
น้ำหมักสะเดา / ข่า/ตะไคร้/ไหลแดง ใช้ไล่แมลงที่มารบกวนพืช และสร้างความเสียหายให้กับคุณลุง สาย ฉีดพ่นในอัตราส่วน 1ต่อ 20ลิตร

วิธีกำจัดเพลี้ยไฟในนาข้าว
เพลี้ยไฟระบาดในช่วงที่อายุข้าวได้ประมาณ 2สัปดาห์ และช่างข้าวเริ่มแตกกอจะพบการระบาด สำหรับวิธีการกำจัดเพลี้ยไฟของคุณลุง สาย วงศ์ละคร มี ดังนี้

  • ปล่อยน้ำเข้าไปขังท่วมต้นในแปลงที่มีเพลี้ยไฟระบาด 1วัน
  • ระบายน้ำออกให้หมด
  • ใช้ปูนขาวหว่านให้ทั่วทั้งแปลง ปล่อยไว้ ให้แห้ง 1วัน
  • จากนั้นปล่อยน้ำเข้าในแปลง

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด นา