บานไม่รู้โรย ดอกไม้บานนาน

ดอกบานไม่รู้โรยสามารถปลูกเป็นดอกไม้ประดับได้ทั่วไป โดยอาจทำเป็นแปลงปลูกหรือปลูกในกระถางก็ได้ และด้วยความคงทนของดอกนี้เองจึงนำไปร้อยเป็นพวงมาลัยด้วยซึ่งก็จะได้พวงมาลัยที่มีความสดและเก็บไว้ได้นาน และนอกจากนั้นดอกบานไม่รู้โรยก็จะใช้เป็นดอกไม้สำหรับประดับตกแต่งเช่นนำมาประดับพานสำหรับไหว้ครูและดอกบานไม่รู้โรยยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรอีกด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Gomphrena globosa Linn.
วงศ์ AMARANTHACEAE
ชื่อสามัญ Bachalor’s Button,Button Agaga,Globe Amaranth,Pearly Everlasting
ชื่ออื่นๆ กะล่อม ตะล่อม (ภาคเหนือ) ดอกสามเดือน กุนหยี (ภาคใต้)

ลักษณะทั่วไป
บานไม่รู้โรยเป็นไม้ที่กำเนิดอยู่ในแถบร้อนของทวีปเอเชีย ทนต่อความร้อนความแห้งแล้งได้ดี เป็นไม้ล้มลุก ทรงพุ่มสูงประมาณ 100-150 ซ.ม ออกดอกเดี่ยวขนาดเล็กกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ3/4นิ้ว กลีบดอกแข็งเล็กจัดเรียงตัวรวมกันอยู่อย่างหนาแน่น มีสีชมพู ขาว ม่วงอมฟ้า และส้ม ดอกใช้ประโยชน์ได้ทั้งสดและแห้ง

  • ต้น บานไม่รู้โรยเป็นไม้ล้มลุกประเภทต้นเตี้ย ใน 1 ต้น จะมีการแตกกิ่งก้านมากมาย ซึ่งมีลำต้นสูงประมาณ 1-2 ฟุต ลำต้น กิ่งก้าน และใบมีขนละเอียดอ่อนนุ่มปกคลุม ลักษณะสีของลำต้นและกิ่งก้านจะเป็นตัวบ่งบอกสีของดอกได้
  • ใบ มีลักษณะยาวรี ขอบใบเรียบ ปลายใบจะมีทั้งแหลมและมน ขนาดใบกว้างประมาณ 2-3 ซม. ยาว 5-7 ซม. ใบมีสีเขียวอ่อนและมีขนละเอียดปกคลุมอยู่ ใบออกเป็นคู่ตรงกันข้าม สลับกันไปตามข้อของลำต้น (alternate)
  • ดอก เป็นแบบ “Head” มีลักษณะกลม ดอกประกอบด้วยกลีบดอกแข็งสั้น จำนวนมากอัดแน่นรวมกันอยู่เป็นพุ่มกลม เส้นผ่าศูนย์กลางของดอกประมาณ 0.5-1.5 นิ้ว ดอกจริงมีขนาดเล็ก ๆ สีเหลืองหรือสีขาวแทรกอยู่ในกลีบประดับซึ่งมีอยู่หลายสี เช่น แดง ขาว ชมพู ม่วงแซมฟ้า บานเย็น

banmirooroybai banmirooroykaw banmirooroys banmirooroysom

สรรพคุณ :

  • ดอก – รสจืด ชุ่มสุขุม
  • ใช้บำรุงตับ แก้ตาเจ็บ แก้ไอระงับหอบหืด ขับปัสสาวะ แก้ปวดศีรษะ บิด ไอกรน แผลผื่นคัน ฝีประคำร้อย
  • ราก – ขับปัสสาวะ แก้พิษต่างๆ

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

  • ดอกแห้ง – ใช้หนัก 3-10 กรัม ต้มน้ำดื่ม
  • ทั้งต้น – ใช้หนัก 15-30 กรัม ต้มน้ำดื่ม
  • ใช้ภายนอก – ใช้ตำพอก หรือต้มเอาน้ำชะล้าง

ตำรับยา

  • แก้หอบหืด ใช้ดอก 10 ดอก ต้มน้ำผสมเหล้าเล็กน้อย ดื่มวันละ 3 ครั้ง
  • แก้บิดมูก ใช้ดอก 10 ดอก ต้มน้ำผสมเหล้าเล็กน้อยดื่ม
  • แก้ปัสสาวะขัด ใช้ดอก 3-10 กรัม ต้มน้ำดื่มบ่อยๆ
  • แก้เด็กเป็นโรคลมชัก ใช้ดอก 10 ดอก รวมกับตั๊กแตนแห้ง (oxya chinensis thumb.) 7 ตัว ตุ๋นรับประทาน
  • แก้เด็กตัวร้อนตาเจ็บ ใช้ดอกสด 10-14 ดอก ต้มน้ำดื่ม หรือผสมกับฟังเชื่อมแห้ง ต้มน้ำดื่ม

การขยายพันธุ์
เมล็ด ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมที่สุด เหมือนไม้ดอกหลาย ๆ ชนิดที่ปลูกง่าย ทั่ว ๆไป แม้แต่เมล็ดที่ร่วงหล่นลงใต้ต้นยังสามารถปลูกเป็นต้นใหม่ได้โดยไม่ต้องเพาะ

banmirooroyton

วิธีเก็บรักษาเมล็ดบานไม่รู้โรย
หลังจากดอกบานไม่รู้โรย เริ่มแห้งคาต้นแล้ว ให้เด็ดดอกออกมาให้เหลือก้านน้อยที่สุด อาจจะนำไปผึ่งลมก่อนแล้วใส่ในถุงพลาสติกหนา ไล่อากาศออกจากถุงให้มากที่สุด ปิดปากถุงให้แน่น เก็บเมล็ดไว้ในช่องเก็บผักในตู้เย็น

บานไม่รู้โรยปลูกได้ในดินทุกชนิดแต่ชอบที่โล่ง มีแดดจัด ต้นทนอากาศร้อนและแห้งแล้งได้ดี เมื่อฝนตกดอกก็ไม่ชํ้าเสียหาย ดอกที่เหลือแต่กลีบประดับสามารถคงสีเดิมได้นาน ถ้าจะทำให้ดอกไม้แห้งให้เก็บเมื่อดอกยังมีกลีบซ้อนกันแน่นจนดอกกลมอยู่ ถ้าเก็บช้าไปกลีบดอกด้านล่าง ๆ จะยืดและสีซีด ตัดดอกให้ติดก้านยาวตามความต้องการ เอาใบออกเสีย มัดปลายก้านดอกรวมกันและห้อยหัวลงไว้ในที่ร่มและแห้งสัก 2-3 อาทิตย์

banmirooroyyod

การปลูกและการดูแลรักษา
ควรปลูกไว้กลางแจ้งได้รับแสงแดดเต็มที่
เนื่องจากเป็นไม้ดอกที่ไม่ต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์มากนัก ดังนั้น ดินที่ใช้ปลูกจะเป็นดินชนิดใดก็ได้ แต่ควรเติมปุ๋ยคอกหรือ ปุ๋ยผสมลงไปในดินก่อน
การรดน้ำนั้นทำตามความจำเป็น เนื่องจากบานไม่รู้โรยทนแล้งได้ดีกว่า แฉะ จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวันจนน้ำขัง จะทำให้เน่าตายได้

banmirooroyta banmirooroydok

ที่มา :
สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. “บานไม่รู้โรย”

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ดอกไม้ประดับ