บ้านกระสอบทราย

10 กุมภาพันธ์ 2557 ที่อยู่อาศัย 0

บ้านกระสอบทรายเป็นการทำบ้านแบบใหม่ที่มีคนคิดขึ้นมาไม่นานโดยการใช้กระสอบปุ๋ยหรือกระสอบอาหารสัตว์กรอกดินเข้าไปประมาณ 3 ใน 4 แล้วพับปากลงวางเป็นกำแพงเหมือการก่ออิฐโดยทั่วไปเพียงแต่ใช้ไม้ไผ่ตอกกระสอบแต่ละชั้นให้ติดกัน ในต่างประเทศเขาใช้ลวดหนามวางระหว่าชั้นเพื่อกันไม่ให้กระสอบไหลจากนั้นก็ฉาบด้วยดินหรือคอนกรีต บางคนก็เอาพลาสติกครอบอีกรอบเอาดินคลุมอีกครั้งแล้วปลูกหญ้าก็จะกลายเป็นบ้านที่อยู่สบายมาก

บ้านกระสอบทรายถูกคิดค้นขึ้นโดยวิศวกรกลุ่มหนึ่งเมื่อไม่นานเพื่อสร้างทางเลือกในการมีบ้านให้กับผู้อื่น ปัจจุปันบ้านกระสอบทรายถูกสร้างขึ้นในหลายๆประเทศ และถูกใช้เป็นที่พักให้กับผู้อพยพในหลายๆ พื้นที่ เพราะง่ายในการก่อสร้างใช้วัสดุที่มีในพื้นที่เพียงแค่มีกระสอบเข้าไปไม่นานก็มีบ้านที่แข็งแรงได้แล้ว

bannkasobs

ขั้นตอนในการทำบ้านกระสอบทราย

  1. ทำฐานหรือเทคานเป็นคอนกรีต คานควรอยู่เหนือดินไม่ควรขุดลึกลงในดินความสูงของคานอย่างน้อยห้านิ้วขึ้นไป วัตถุประสงค์ของคานเพื่อป้องกันปลวกและความชื้น
  2. การใช้กระสอบปุ๋ยหรือกระสอบอาหารสัตว์ที่มีขนาดเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน วางบนคานติดดินในพื้นที่ กรอกเข้าไปในกระสอบประมาณ 3 ใน 4 ของกระสอบ พับปากกระสอบลงด้านล่างแล้ววางบนฐานคอนกรีต ตำให้แน่นและให้มีรูปทรงแบนๆ นิดหนึ่ง วางกระสอบดินไปจนรอบ เว้นช่องประตูไว้ให้กว้างกว่าวงกบประตูอย่างน้อย10นิ้วขึ้นไป พอเริ่มชั้นที่ 2 ให้ใส่ดินครึ่งกระสอบวางเป็นกระสอบแรกก่อน กระสอบต่อไปใส่ดิน 3 ใน 4 ตามปรกติเพื่อให้ชั้นที่สองวางสลับกับชั้นแรก ในระหว่างวางกระสอบชั้นที่สองใช้ไม้ไผ่เสี้ยมปลายตอกกระสอบชั้นบนยึดกับกระสอบชั้นล่างทำอย่างนี้ต่อไปทุกชั้น ซึ่งในต่างประเทศนิยมใช้ลวดหนามแต่ราคาแพงและทำงานไม่สะดวก ดินที่ใช้กรอกกระสอบจะเป็นดินอะไรก็ได้
    การก่อกำแพงบ้านกระสอบทราย ส่วนมากจะทำเป็นวงกลม พอสูงตามที่ต้องการก็จะเริ่มก่อให้กระสอบทรายเอียงเข้ากันเรื่อยๆและเป็นโดมในที่สุด ส่วนที่ประตูหน้าต่าง ส่วนมากจะทำเป็นรูปโค้งเพรัรับน้ำหนักได้ดีกว่า
    bannkasobp
  3. การเดินสายไฟและท่อน้ำถ้าเดินโดยใช้ท่อให้ใช้ท่อพีวีซีตามขนาดที่ต้องการ ติดกับกระสอบโดยใช้ลวดหักเป็นรูปตัวยู ตอกยึดท่อโดยการเสียบเข้าไปในกระสอบได้เลย ส่วนที่จะติดสวิทหรือปลั๊กไฟให้ตัดไม้สี่เหลี่ยมขนาดที่ต้องการ เจาะรู 2 ด้านใช้ลวดรูปตัวยูเสียบเข้าไปในรูยึดกับกระสอบทรายแค่พอให้อยู่พอฉาบดินทับจะทำให้แน่นมาก สำหรับท่อน้ำก็ทำเหมือนกัน
  4. ตั้งวงกบประตูหน้าต่าง การเว้นช่องไว้กว้างๆ จะทำให้ตั้งวงกบได้ง่าย ตีไม้ยึดไว้แล้วใช้ฟางชุบดินเติมเข้าไปตามช่องว่างหรือใช้อิฐดิน ก้อนหินขนาดใหญ่เติมเข้าไปด้วยก็ได้ แล้วฉาบตกแต่งให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ
  5. การฉาบ รอบแรกให้ฉาบเติมส่วนที่เว้าตรงกระสอบติดกันก่อนโดยใช้ฟางผสมดินยัดเข้าไป เพื่อให้ผนังเสมอกันให้มากที่สุด ปล่อยให้แห้งพอหมาดๆ จากนั้นฉาบอีกรอบเพื่อปิดไม่ให้เห็นกระสอบเลย ส่วนที่บางที่สุด อย่างน้อยควรจะหนาประมาณ 1 นิ้วขึ้นไป พยายามฉาบให้เรียบที่สุด เพื่อง่ายในการทาสีและประหยัดสี
  6. การทำสี เมื่อผนังแห้งสนิทจริงจึงจะทาสีได้ถ้าทาสีขณะที่ผนังไม่แห้งบางครั้งอาจเกิด ราขึ้นได้สีของบ้านดินนอกจากจะทำให้สวยงามตามต้องการแล้วยังมีหน้าที่ทำให้ ผนังแข็งขึ้นและไม่มีฝุ่นร่อนออกมาด้วย สีที่ใช้กับบ้านดินมีหลายชนิดแต่ที่นิยมใช้กันมากก็คือสีที่ได้จากดิน ดินมีสีให้เราเลือกได้มากมาย เช่นสีแดง ชมพู เหลือง ม่วง เทา ส้ม ขาวเป็นต้น แล้วเรายังเอาสีเหล่านี้มาผสมกันอีกเพื่อให้ได้สีอื่นๆเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย ดินแต่ละที่จะมีสีที่ต่างกัน ถ้าขุดลึกลงไปต่างระดับกันก็จะได้สีดินที่ต่างกันด้วย

การทำสีดิน เมื่อได้สีที่ชอบมา เอามาแช่น้ำให้ละลายแล้วร่อนด้วยมุ้งเขียวหรือตะแกรงถี่ๆเพื่อให้ได้ เนื้อที่ละเอียดที่สุด เสร็จแล้วตั้งไว้ประมาณสองวันหรือจนตกตะกอน รินน้ำใสๆออกทิ้งแล้วเก็บเดินที่เป็นเลนไว้ใช้ จากนั้นไปหาทรายละเอียดมากๆ ชึ่งจะหาได้ตามข้างถนนที่น้ำชัดมากองรวมกันหรือบางแห่งจะมีแหล่งทรายแบบนี้ เยอะ เอามาร่อนผ่านตะแกรงเหมือนกันจากนั้นก็หา ตัวที่จะทำเป็นกาว จะเป็นแป้งมันหรือแป้งข้าวเหนียวหรือแป้งข้าวสาลีก็ได้ วิธีทำแป้ง คือต้มน้ำ 13 ลิตรให้เดือด แล้วผสมแป้งครึ่งกิโลกับน้ำเย็นหนึ่งลิตรให้ละลายดีแล้วเทลงในน้ำที่เดือด อยู่ คนเร็วๆจนใสก็ใช้ได้

bannkasobcab

สูตรผสมสี – ดินสีที่ร่อนแล้ว 1 ส่วน

  • ทรายละเอียดที่ร่อนแล้ว 3 ส่วนขึ้นไป
  • แป้งมันหรือแป้งอื่นๆที่ต้มแล้วใส่ให้เหลวตามต้องการ ส่วนนี้ถ้าหาหากาวลาเท็กราคาถูกได้ก็ใช้ได้ดีมาก

นำส่วน ผสมทั้ง 3 อย่างมาผสมกัน ทำให้เหลวข้นเหมิอนสีทาบ้านทั่วๆไปโดยใช้แป้งเปียกหรือกาวปรับความเหลวความ ข้นตามต้องการ แล้วใช้ทาได้เลยการทาสีจะใช้แปรงเหมือนทาสีทั่วๆไปก็ได้แต่ส่วนมากจะใช้ อุ้งมือตักสีแล้วค่อยๆลูบขึ้นตามผนัง

bannkasobkam

สีสูตรนี้ใช้ได้ดีสำหรับภายใน หรือส่วนที่ไม่ถูกฝนเท่านั้นซึ่งถ้าไม่โดนความชื้นเลยก็จะอยู่ได้นานมากกว่า 10 ปี แต่ถ้าถูกฝนหรือโดนน้ำนานๆก็จะพองและกะเทาะออกง่าย สีสูตรนี้ใช้ได้กับไม้และผนังคอนกรีตด้วย

ส่วนที่มีโอกาสโดนน้ำมีทางเลือกดังนี้

  1. ปูนขาว ใช้ปูนขาวแช่น้ำประมาณหนึ่งสัปดาขึ้นไปแล้วกรองเอาส่วนที่ ละเอียดที่สุดตั้งไว้ปล่อยให้ตกตะกอนคืนหนึ่งเทน้ำใสๆออกก็จะได้ปูนขาวที่ เป็นโคลนมีเนื้อละเอียดมากนำส่วนนี้หนึ่งส่วนผสมกับทรายละเอียดที่ได้จาก ข้างถนนที่มีเนื้อละเอีอดมากๆและร่อนดีแล้วสองส่วนขึ้นไปเติมน้ำปรับความข้น ได้แต่เติมแป้งเปียกไม่ได้เพราะส่วนมากจะเกิดการแยกตัวเหมือนนมผสมน้ำส้ม หรือเหมือนเวลาทำเต้าฮู้
  2. ขี้ผึ้งหรือพาราฟิน ต้มขี้ผึ้งหรือพาราฟินหนึ่งส่วนให้ละลาย เติมน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์อย่างน้อยสี่ส่วน ขึ้นไปต้มต่อไปจนเดือดแล้ว ใช้แปรงทาสีทาผนังในขณะที่ร้อน หลังจากทาด้วยขี้ผึ้งหรือพาราฟิน ผนังจะเป็นมันเงา และสีจะคล้ำกว่าเดิม แต่จะปกป้องผนังจากความชื้นได้ดี
  3. น้ำมันลินสีด ถ้าใช้น้ำมันลินสีดแท้ทาผนังจะทำให้ ผนังแข็งและกันน้ำไ ด้ดีมาก เคยมีคนทำอ่างอาบน้ำด้วยดิน แล้วทาด้วยน้ำมันลินสีด 6 ครั้ง จากนั้น ก็เปิดน้ำใส่เข้าไปนอนแช่ได้สบาย ถ้าใช้กับผนังภายนอกหรือส่วนที่ถูกน้ำบ่อยๆจะดีมาก ปัญหาคือบ้านเราน้ำมันลินสีด แท้แพงมากเกินไปและหาชื้อยากด้วยแต่น้ำมันลินสีดผสมก็พอหาซื้อได้ตามร้านขาย สีทั่วไป ราคาก็ยังแพงอยู่คุณภาพก็พอใช้ได้ ไม่ถือว่าดีมากเขาผสมน้ำมันชักแห้งมากเกินไป ถ้าใช้ทาผนังทาเพียงครั้งเดียวก็พอ
  4. น้ำยางพารา มีการทดลองใช้ยางพำรา ผสมกับแอมโมเนียมคลอไรด์ แล้วนำมาผสมกับดินฉาบทาผนังทำพื้นดิน ทำหลังคาดินในเบื้องต้นใช้ได้ดีมากแต่ในระยะยาวยังไม่รู้ ต้องรอดูกันต่อไป เพราะกำลังอยู่ในขั้นทดลองใช้ ราคาก็แพงบ้าง แต่อีกไม่นานราคาจะถูกลงเพราะคนปลูกยางกันเยอะมาก
  5. ปูนซีเมนต์ ใช้ปูนวีเมนต์ 20% ผสมกับดินฉาบผนังจะทำให้แข็งกันการกัดเซาะได้ดี ถ้าใช้ซีเมนต์ฉาบเหมือนฉาบปูนก็ทำได้ แต่จะเกิดรอยร้าวได้ง่ายกว่าใช้ซีเมนต์ผสมดินเพราะการขยายตัวของดินกับ ซีเมนต์ต่างกันจะทำให้เกิดการแยกตัวหรือเกิดรอยร้าวได้ง่าย
  6. สีน้ำมันหรือวัสดุกันน้ำต่างๆ ก็สามารถใช้ได้ถ้าไม่รังเกียจสิ่งที่เป็นเคมี ใช้ทาตามคำแนะนำของผลิตภัณเหล่านั้นได้เลย

ความกังวลเรื่องการหายใจของผนังหรือความกลัวว่าความชื้นในผนังจะผ่านออกมาไม่ได้นั้น ความเป็นมา เกิดขึ้นที่ รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศ อเมริกา เมื่อหลายปีมาแล้ว รัฐนี้ได้ออกกฎหมายให้อาคารบ้านเดินทั้งหลาย ใช้ซีเมนต์ฉาบผนัง ไม่กี่ปีต่อมาปรากฏว่า ผนังต่างๆเริ่มผุพังอย่างรวดเร็ว รวมทั้งผนังโบสถ์และบ้านเรือนที่มีอายุหลายร้อยปี จากนั้นผู้คนก็เริ่มฝ่าฝืนกฎหมายโดยลอกผนังคอนกรีตออก แล้วฉาบด้วยดินเหมือนเดิม ทำให้ปัญหาผนังผุหาย

bannkasobkor

7. การทำพื้น เมื่อทาสีเสร็จแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการทำพื้นจะทำเป็นพื้นอะไรก็ได้ คอนกรีต กระเบื้อง พื้นดินก็ได้ แต่พื้นดินจะมีปัญหาเรื่องปลวกอยู่บ้าง แต่ราคาพื้นดินจะถูกมาก ถ้าอยู่ในที่ที่ไม่มีปลวก ให้ใช้ดินเหนียวที่มีส่วนผสมกับทราย 3-4 ส่วน หรือใช้ดินในพื้นที่ที่มีทรายปนพอดีอยู่แล้ว ก็ใช้ได้เลยนำดินไปกองไว้ในกลางห้องใส่น้ำเข้าไปเหยียบผสมให้เป็นเหมือนดิน ฉาบแต่ เหลวกว่าแล้วใช้สามเหลี่ยมที่เขาใช้กับปูนปาดให้เสมอกัน ปล่อยให้แห้งและให้มันร้าวเต็มที่ แล้วใช้ทรายละเอียดผสมกับดินเหนียว 3:1 ปาดหน้าอีกครั้งบางๆ เพื่อเติมรอยร้าวให้เต็ม ปล่อยให้แห้งจะได้พื้นที่เรียบและเสมอ ในต่างประเทศหาน้ำมันลินสีดได้ง่าย ก็ใช้น้ำมันลินสีดทาอย่างน้อย 5-6 ครั้งก็จะได้พื้นที่แข็งแรงทนทาน จากนั้นใช้ฮาร์ทแว็กซ์ขี้ผึ้งแข็งชนิดหนึ่ง ทาเคลือบให้เป็นมันเงาก็ได้ แต่ในบ้านเรานั้นหาน้ำมันลินสีดหรือฮาร์ทแว็กซ์ไม่ได้ หรือแพงเกินไป อาจใช้น้ำมันยางที่ใช้ยาเรือผสมกับดินฉาบพอใช้ได้ แต่ก็ไม่ถือว่าดีมาก ความจริงแล้วพื้นดินบ้านเรามีปัญหาพอควรโดยเฉพาะเรื่องปลวก และความไม่แข็งแรง พื้นกระเบื้องหรือพื้นคอนกรีตสบายใจกว่า

bannkasob2chan

แหล่งข้อมูล
พันพรรณ http://thai.punpunthailand.org
http://www.creativemove.com

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ที่อยู่อาศัย