น้ำปัสสาวะเพื่อใช้เป็นปุ๋ยในการทำเกษตร

29 ตุลาคม 2556 จุลินทรีย์ 0

น้ำปัสสาวะมีสารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อพืช คนจะถ่ายปัสสาวะประมาณวันละ 1-1.5 ลิตรจากการวิเคราะห์ปัสสาวะของคนหนึ่งคน พบสารอาหารของพืชมากมาย สารอาหารของพืชเหล่านี้สามารถนำไปปลูกพืชผักโดยแทบไม่ต้องลงทุนมากเลย น้ำปัสสาวะที่มนุษย์ขับถ่ายและทิ้งในแต่ละวันสามารถตอบสนองต่อความต้องการปุ๋ยในการปลูกพืชของโลกทั้งหมดได้ การใช้น้ำปัสสาวะให้ปลอดภัย ปัสสาวะต้องไม่ถูกปนเปื้อนจากอุจจาระ เพราะเชื้อโรคจากแบคทีเรีย ไวรัส และโรคหนอนพยาธิเกือบทั้งหมดจะอยู่ในอุจจาระ ยกเว้นพยาธิใบไม้เลือด ปัสสาวะที่ออกมาใหม่จะมีสภาพเป็นกรดอ่อน ๆ เมื่อเวลาผ่านไป 5-6 ชั่วโมง ปัสสาวะจะเริ่มมีกลิ่น เนื่องจากจุลินทรีย์จะไปสลายยูเรียให้เป็นแอมโมเนียก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นไนเตรทในที่สุด ซึ่งอยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้และต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน
องค์ประกอบของสารอาหารในน้ำปัสสาวะมีดังนี้

  1. ยูเรีย(ไนโตรเจน) เท่ากับ 6-180 กรัม
  2. ครีเอไทน์(ไนโตรเจน) เท่ากับ 0.3-0.8 กรัม
  3. แอมโมเนีย(ไนโตรเจน)เท่ากับ 0.4-1.0 กรัม
  4. กรดยูลิค(ไนโตรเจน) เท่ากับ 0.008-0.2 กรัม
  5. โซเดียม เท่ากับ 2.0-4.0 กรัม
  6. โปแตสเซียม เท่ากับ 1.5-2.0 กรัม
  7. แคลเซียม เท่ากับ 0.1- 0.3 กรัม
  8. แมกนีเซียม เท่ากับ 0.1-0.2 กรัม
  9. คลอไรด์ เท่ากับ4.0-8.0 กรัม
  10. ฟอสเฟต(ฟอสฟอรัส) เท่ากับ 0.7-1.6 กรัม
  11. อนินทรีย์ ซัลเฟต(ซัลเฟอร์)เท่ากับ0.6-1.8 กรัม
  12. อินทรีย์ ซัลเฟต(ซัลเฟอร์)เท่ากับ .006-0.2 กรัม

ธาตุอาหารเหล่านี้สามารถนำไปปลูกพืชผักโดยแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยสรุปว่า น้ำปัสสาวะที่มนุษย์ขับถ่ายและทิ้งในแต่ละวันสามารถตอบสนองต่อความต้องการปุ๋ยในการปลูกพืชของโลกทั้งหมดโดยธรรมชาติ

  • สัตว์กินเนื้อทั้งหลาย ปัสสาวะ เป็นกรดอ่อนๆ
  • สัตว์กินพืช ทั้งหลาย ปัสสาวะเป็นด่างเลย
  • ปัสสาวะของคนเวลาถ่ายใหม่ๆมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆก่อนแต่พอทิ้งสักพักจะกลายเป็นด่างเพราะแบคทีเรีย ซึ่งเป็นข้อดีเพราะยูเรียกลายเป็นแอมโมเนียจะอยู่ในรูปพร้อมใช้ได้กับพืชแต่ข้อเสียมีกลิ่นฉึ่งๆโดยปรกติสัตว์ถ่ายลงดิน,ลงน้ำ,บนใบไม้กิ่งไม้แห้ง เป็นการเจือจางก่อนที่พืชจะนำไปใช้ ถ้ารดต้นไม้สดๆพืชอาจตายได้เพราะความเข้มข้นสูงนึกภาพควายเวลายืนปัสสาวะ(นานมากยังไม่มีใครจับเวลาแล้วเหม็นมากแสดงว่ามีไนโตรเจนสูง)ลงบนฟางในนาข้าวคงให้ปุ๋ยยูเรียแก่ดินเพื่อต้นข้าวต่อไปนอกจากมูลของมันปัสสาวะจะเป็นสารประกอบไนโตรเจน เป็น ยูเรีย,ครีเอไทน์,แอมโมเนียและกรดยูริค ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดินเข้ามากินแล้วเปลี่ยนสารประกอบเหล่านี้เป็นสารประกอบที่พืชต้องการใช้เป็นอาหารได้

แต่ข้อเสียมีกลิ่นฉึ่งๆโดยปรกติสัตว์ถ่ายลงดิน,ลงน้ำ,บนใบไม้กิ่งไม้แห้ง เป็นการเจือจางก่อนที่พืชจะนำไปใช้ ถ้ารดต้นไม้สดๆพืชอาจตายได้เพราะความเข้มข้นสูงนึกภาพควายเวลายืนปัสสาวะ(นานมากยังไม่มีใครจับเวลาแล้วเหม็นมากแสดงว่ามีไนโตรเจนสูง)ลงบนฟางในนาข้าวคงให้ปุ๋ยยูเรียแก่ดินเพื่อต้นข้าวต่อไปนอกจากมูลของมันปัสสาวะจะเป็นสารประกอบไนโตรเจน เป็น ยูเรีย,ครีเอไทน์,แอมโมเนียและกรดยูริค ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดินเข้ามากินแล้วเปลี่ยนสารประกอบเหล่านี้เป็นสารประกอบที่พืชต้องการใช้เป็นอาหารได้เราเรียกว่า “วงจรไนโตรเจน” (NITROGEN CYCLE)

passawachee

จุลินทรีย์ในดินมีมากแต่ที่พบมี แบคทีเรีย 2 ตัวคือ
-ไนโตรแบคเตอร์ (Nitrobacter)
-ไนโตรโซโมนาส(Nitrosomonas)

ปรกติ ปัสสาวะ จะมีไนโตรเจน ในรูป ยูเรีย แล้วเปลี่ยนเป็น แอมโมเนีย(NH3)อย่างรวดเร็วในสภาพดินที่มีอากาศเกิดกระบวนการณ์ออกซิไดซ์ เรียกว่า“NITRIFICATION” คือ

ยูเรียและแอมโมเนีย—————–>ไนไตรท์(NO2) โดย ไนโตรโซโมนาส
ไนไตรท์(NO2)———————->สารประกอบไนเตรท(NO3)โดย ไนโตรแบคเตอร์

passawapui

ซึ่งสารประกอบอนินทรีย์ไนเตรทจะเป็นอาหารของพืชจะถูกสังเคราะห์โดยขบวนการสังเคราะห์แสงเป็นสารประกอบอินทรีย์ไนโตรเจน เช่น กรดอะมิโน และโปรตีนของพืชต่อไป

เมื่อพืชถูกกินจากสัตว์ก็นำกรดอะนิโมไปสร้างโปรตีนของสัตว์ต่อไปส่วนที่ไม่ได้ใช้จะถูกขับถ่ายออกมา แต่การที่แบคทีเรียนำยูเรียและแอมโมเนียมาเป็นอาหารเพื่อเพิ่มจำนวนนั้นต้องอาศัยธาตุคาร์บอนด้วยเพื่อสร้างผนังเซลล์และเอนไซม์

ถ้าคาร์บอนไม่พอจะทำให้ยูเรียและแอมโมเนียเหลือซึ่งสัดส่วน คือ คาร์บอนต่อไนโตรเจนหรือ C:N = 25:1 แต่ในปัสสาวะมี คาร์บอนต่อไนโตรเจน หรือ C:N =0.8:1 แหล่งคาร์บอนที่สำคัญ คือ ใบไม้แห้ง ,กิ่งไม้

นี่คือการรังสรรค์จากธรรมชาติเพื่อย่อยใบไม้กิ่งไม้ให้เข้าระบบธรรมชาติที่มิให้ศูนย์เปล่าทุกอย่างมีค่าทั้งหมดการนำปัสสาวะมาใช้ประโยชน์เราเติมคาร์บอนไปด้วยให้ได้ 25:1 อาจใช้ใบไม้แห้ง,ขี่เลื่อย,เศษกระดาษและน้ำตาล

น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีคาร์บอนมากใช้อัตรส่วน น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยต่อน้ำปัสสาวะ1-1.5 ลิตรหมักในที่มีอากาศก็จะได้ไนเตรทที่เป็นประโยชน์กับพืช

วิธีการใช้น้ำปัสสาวะมาเป็นปุ๋ย

  1. เจือจางด้วยน้ำใช้รดพืช นำน้ำปัสสาวะ 1 ส่วน ต่อน้ำ 8 ส่วนแล้วรดลงบนดิน รอบๆพุ่มไม้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ถ้าหากจะรดปัสสาวะ100%เลยผิวดินควรมีเศษไม้ใบไม้หนาอย่างน้อย 3 นิ้ว
  2. ผสมกับน้ำทิ้งในครัวเรือน น้ำทิ้งจากครัวเรือน น้ำอาบจากสบู่แชมพู,น้ำล้างจาน,น้ำซักผ้า จะมีคาร์บอนสูงส่งไปตามท่อที่มีการเติมอากาศไปยังแปลงผักจุลินทรีย์ในดินจะเปลี่ยนน้ำปัสสาวะ>>ไปเป็นอาหารพืชได้
  3. หมักน้ำปัสสาวะ น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีคาร์บอนมาก.ในปริมาณน้อยๆ ใช้น้ำปัสสาวะ 1 ลิตรผสมน้ำตาล 1/3 ถ้วย ใส่ในท่อหรือภาชนะทรงสูงประมาณ 10 นิ้วแล้วเติมถ่าน,ขี้เลื่อย เศษกระดาษ หรือทรายหยาบ หมัก เมื่อนำไปใช้เจือจางด้วยน้ำ ไปรดต้นไม้
  4. นำน้ำปัสสาวะเทใส่ถังหมักปุ๋ยที่ใช้พวกเศษไม้กิ่งผลต่างๆ จะช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุเหล่านี้ให้เป็นปุ๋ยหมักได้เร็วขึ้น การใช้น้ำปัสสาวะให้ปลอดภัยต้องได้จากคนไม่เป็นโรคถ้าให้ดีเก็บไว้นาน 6 เดือนก่อนนำไปใช้รดลงดินจุลินทรีย์ในดินจะทำลายเชื้อโรคข้อมูลการทดลองใช้ต่างๆจากต่างประเทศ

*การวิจัยจากสถาบันวิจัยต่างๆในหลายประเทศยืนยันว่าปลอดภัยปราศจากเชื้อโรคสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยปลูกพืชเป็นอาหารคนได้
*ในสวีเดนการประปานำมาปลูกธัญพืช
*เม็กซิโกรวบรวมจากหลายสถานที่ใส่เก็บไว้หลายสัปดาห์นำไปปลูกข้าวโพด,ข้าวสาลี,ข้าวโอ๊ต ได้ผลดี
*องค์การนาซ่า ปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิคได้ผลดีเยี่ยม
*มหาวิทยาลัยสวีเดนรายงานว่าน้ำปัสสาวะผู้ใหญ่1คน สามารถเป็นปุ๋ยเพียงพอต่อการปลูกพืชผักเลี้ยงตัวเอง ได้50-100 %เลยทีเดียว

ที่มา หนังสือเกษตรกรรมธรรมชาติ เขียนโดย ดร.อานัฐ ตันโช

น้ำปัสสาวะมีไนโตรเจน แอมโมเนีย ยูเรีย กรดยูลิค อยู่ปริมาณมากและยังมีธาตุอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และน้ำปัสสาวะในคนปกติจะเป็นน้ำปัสสาวะที่ปลอดเชื้อ สามารถช่วยประหยัดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยได้

passawatoa

วิธีการนำน้ำปัสสาวะเพื่อใช้เป็นปุ๋ยในการทำเกษตร
วัสดุ/อุปกรณ์

  1. ถัง
  2. กากน้ำตาล 1 ลิตร
  3. น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตร

วิธีทำน้ำหมักปัสสาวะเพื่อใช้ในการเกษตร
นำกากน้ำตาลและน้ำหมักชีวภาพ ผสมให้เข้ากัน ใส่ลงไปในถัง แล้วปิดฝาหลังจากนั้นให้นำน้ำปัสสาวะเติมลงไปในทุกวันคนแล้วปิดไว้ โดยเติมน้ำปัสสาวะลงไปทุกวัน จนครบ 20 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้
นาข้าวใช้ น้ำหมักปัสสาวะ 1 ส่วน/น้ำ 200 ส่วน โดยใช้น้ำหมักปัสสาวะ 2 ลิตร/ไร่
ข้อมูลจาก :คุณนายจุรีรัตน์ หวลถนอม 168 หมู่ที่2 ตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดตราด

passawawee

การผลิตปุ๋ยยูเรียจากน้ำปัสสาวะ
การผลิตปุ๋ยยูเรียง่ายๆสามารถผลิตใช้เองได้ภายในครัวเรือน ใช้รดพืชผักสวนครัวก็ได้หรือจะใช้ในสวนผลไม้หรือสวนยางพาราก็ดีวิธีการทำมีดังนี้

ส่วนผสม

  • น้ำปัสสาวะ จำนวน 10 ลิตร
  • กากน้ำตาล จำนวน 2 ลิตร
  • นำมาผสมกันใส่ถังพลาสติก หมัก 10-30 วัน หากสังเกตว่ามีผ้าสีขาวเกิดขึ้น แสดงว่าหมักได้ที่แล้ว สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เลย (ประมาณ 10 วัน ก็ใช้ได้)

การนำไปใช้

  • สำหรับพืชผักสวนครัว ใช้ในอัตราส่วน น้ำหมัก 1 ลิตร + น้ำเปล่า 1,000 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน จะช่วยเป็นปุ๋ยและเป็นฮอร์โมนบำรุงให้พืชผักสวนครัว มีความสมบูรณ์แข็งแรง และต้านทานโรคได้ดี
  • สำหรับไม้ผลหรือสวนยางพารา ใช้ในอัตราส่วน น้ำหมัก 1 ลิตร + น้ำเปล่า 500 – 1,000 ลิตร จะช่วยเป็นปุ๋ยและเป็นฮอร์โมนบำรุงให้ต้นไม้มีความอุดมสมบูรณ์และต้านทานโรคได้ดี

ข้อมูลจาก:คุณจำปา สุวไกร สมาชิกกลุ่มคุณธรรมกสิกรรมไร้สารพิษเศรษฐกิจพอเพียง จ.อำนาจเจริญ

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด จุลินทรีย์