ปุ๋ยหมักชีวภาพ

26 กรกฏาคม 2555 จุลินทรีย์, ดิน 0

ในการทำเกษตรกรรม ได้นำปุ๋ยหมักชีวภาพมาใช้ตั้งแต่ดั้งเดิมนานมาแล้ว โดยแต่เริ่มเดิมทีนั้นการทำปุ๋ยหมักชีวภาพของที่นี่เป็นเพียงการนำมูลวัวและมูลควายมาใช้ทำเป็นปุ๋ย แต่ต่อมาเริ่มมีการนำมูลหมู ใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง และเศษอาหารมาใช้ อย่างไรก็ดีประสิทธิภาพของปุ๋ยหมักชีวภาพนั้นก็ยังคงไม่สามารถเปรียบเทียบกับปุ๋ยเคมีที่นิยมใช้กันแพร่หลายในทุกเรือกสวนไร่นาอยู่ในขณะนี้ เกษตรกรเห็นประโยชน์ของปุ๋ยหมักชีวภาพมากกว่าปุ๋ยเคมีจึงได้ทดลองนำสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เข้ามาปรับใช้กับปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น? สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เป็นจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สามารถใช้ผลิตปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพสูงได้ในเวลารวดเร็ว ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ได้ยังประกอบด้วยเชื้อราและแอคตินัยซีสที่ย่อยสลายเซลลูโลสและแบคทีเรียที่ย่อยไขมัน ทำให้คุณภาพของปุ๋ยมีประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น

puimakcheewa

เตรียมส่วนผสมของวัตถุดิบ (ในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพประมาณ 1 ตัน)

  1. ใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง พืชผัก 1,000 กิโลกรัม
  2. มูลวัว มูลควาย และมูลหม 200 กิโลกรัม
  3. แกลบดำ 50 กิโลกรัม
  4. สารเร่งซุปเปอร์ พด.1  1 ซอง

การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ
การกองปุ๋ยหมัก 1 ตัน ลงบนพื้นที่ขนาดความกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร และสูง 1.5 เมตร โดยจะแบ่งวัตถุดิบออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 คลุกเคล้าใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง และพืชผัก ให้เข้ากัน และส่วนที่ 2 คลุกเคล้ามูลวัว มูลควาย และมูลหมู ให้เข้ากัน แล้วจึงนำกองเป็นชั้น ๆ ประมาณ 2 – 3 ชั้น (ตามสภาพพื้นที่ของศูนย์การเรียนรู้ฯ) ตามวิธีการดังนี้

  1. ผสมสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ในน้ำเปล่า 20 ลิตร พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากัน และทิ้งไว้นาน 10 – 15 นาที เพื่อกระตุ้นให้จุลินทรีย์ออกจากสภาพที่เป็นสปอร์และพร้อมที่เกิดการย่อยสลาย
  2. การกองชั้นแรกให้แบ่งวัตถุดิบหนึ่งในสามส่วนมากองเป็นชั้นมีขนาดกว้าง 2 เมตร และยาว 3 เมตร (เต็มพื้นที่) แต่ให้ความสูงเพียงแค่ 50 เซนติเมตร
  3. การกองชั้นแรกนั้นให้นำวัตถุดิบส่วนที่ 1 ได้แก่ ใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง และพืชผักมากองสูงประมาณ 40 เซนติเมตร และนำวัตถุดิบส่วนที่ 2 ได้แก่ มูลวัว มูลควาย และมูลหมู มาโรยหน้าอีก 10 เซนติเมตร จากนั้นย่ำให้พอแน่น แล้วรดน้ำให้พอชุ่ม ตามด้วยปุ๋ยไนโตรเจน แล้วราดสารละลายสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ที่ผสมน้ำเปล่าแล้ว ประมาณ 7 ลิตร
  4. กองชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ให้ใช้วิธีการเดียวกันกับการกองปุ๋ยหมักชั้นแรก
  5. เมื่อทำการกองครบ 3 ชั้นแล้ว ให้นำใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง และพืชผัก ที่เหลืออยู่มาปิดทับชั้นบนอีกครั้งเพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้น

ในการดูแลและรักษาภายหลังจากการกองปุ๋ยหมักชีวภาพแล้วนั้น ให้รดน้ำกองปุ๋ยหมักชีวภาพอย่างต่อเนื่อง วันละครั้ง หรือ 2 – 3 วันครั้ง เพื่อรักษาความชื้นให้อยู่คงที่ประมาณ 50 – 60 % (ไม่ควรรดจนน้ำไหลออกมาจากกอง ควรรดให้พอชุ่มชื้นเท่านั้น) หลังจากนั้นในทุก 10 วัน จะต้องทำการพลิกกลับกองปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อเพิ่มออกซิเจน และลดความร้อนในกองปุ๋ย รวมถึงช่วยให้วัตถุดิบได้คลุกเคล้ากันมากยิ่งขึ้น วิธีการสังเกตดูว่าปุ๋ยหมักชีวภาพหมักเสร็จสมบูรณ์สามารถนำไปใช้ได้หรือยังนั้น มีวิธีสังเกตอยู่ 6 ส่วน ด้วยกัน ดังนี้

  • ส่วนที่ 1  สี  เป็นสีน้ำตาลเข้ม ๆ จนถึงสีดำ
  • ส่วนที่ 2  ลักษณะ  จะต้องอ่อนนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง และแยกออกจากกัน (ร่วนซุย)
  • ส่วนที่ 3  กลิ่น  ปุ๋ยหมักชีวภาพที่หมักเสร็จสมบูรณ์พร้อมต่อการนำไปใช้จะต้องไม่มีกลิ่นเหม็น
  • ส่วนที่ 4  ความร้อนในกองปุ๋ยชีวภาพ  อุณหภูมิภายในกองปุ๋ยต้องใกล้เคียงหรือไม่แตกต่างกันมากนักกับอุณหภูมิภายนอกกองปุ๋ย (ปุ๋ยต้องไม่ร้อน)
  • ส่วนที่ 5  การเจริญของพืชบนกองปุ๋ยหมัก  ควรมีพืชหรือหญ้างอกงามเติบโตขึ้นบนกองปุ๋ยหมักได้
  • ส่วนที่ 6  การวิเคราะห์ทางเคมี  อาจต้องใช้เครื่องมือในการวัดค่าอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนเท่ากับหรือต่ำกว่า 20: 1

puimakcheewap

สุดท้ายเมื่อสังเกตจนแน่ใจแล้วว่าปุ๋ยหมักชีวภาพเสร็จสมบูรณ์หรือพร้อมต่อการนำไปใช้นำไปเก็บรักษาไว้ในโรงเรือน อย่าให้ตากแดดและฝน เพราะจะทำให้ธาตุอาหารพืชในปุ๋ยหมักชีวภาพสูญเสียไปได้

อัตราส่วนและวิธีการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ

  1. สำหรับ ข้าว ให้ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ 2 ตันต่อไร่ หว่านให้กระจายทั่วพื้นที่แล้วไถกลบก่อนการปลูกหรือหว่านข้าว
  2. สำหรับ พืชไร่ ให้ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ 2 ตันต่อไร่ โดยโรยเป็นแถวตามแนวปลูกพืช แล้วคลุกเคล้ากับดิน ก่อนปลูกพืชไร่
  3. สำหรับ พืชผัก ให้ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ 4 ตันต่อไร่ หว่านให้กระจายทั่วแปลงปลูกแล้วไถกลบขณะเตรียมดิน ก่อนปลูกพืชผัก
  4. สำหรับ ไม้ผลและไม้ยืนต้น ให้ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ 5 – 15 กิโลกรัมต่อหลุม คลุกเคล้าปุ๋ยหมักกับดินใส่รองกันหลุม แต่สำหรับต้นพืชที่เจริญแล้วให้ใช้ 10 – 40 กิโลกรัม ทั้งนี้ก็จะต้องอยู่ขึ้นกับอายุของไม้ผลและไม้ยืนต้น

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด จุลินทรีย์