พะยอม หอมกลิ่นดอกไม้กินได้

5 มกราคม 2558 ไม้ยืนต้น 0

ไม้ยืนต้นขนาดกลาง – ใหญ่ ทรงพุ่มกลมสวยงามมาก หากอยู่ในที่โล่งแจ้งและไม่มีพรรณไม้ใหญ่อยู่ใกล้เคียง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตัดแต่งกิ่งออกเลยตลอดอายุการปลูก (สวยด้วยธรรมชาติปราศจากการแต่งเติม)

ชื่อสามัญ : Phayom
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Shorea roxburghii G. Don.
วงศ์ : Dipterocarpaceae
ชื่ออื่นๆ : กะยอม (เชียงใหม่) ขะยอม (ลาว) ขะยอมดง พะยอมดง (ภาคเหนือ) แดน (เลย) เชียง เซี่ย (เชียงใหม่) สุกรม (ภาคกลาง) พะยอมทอง (ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี) ยางหยวก (น่าน)

ถิ่นกำเนิด : ประเทศไทย และเอเชีย เช่น ศรีลังกา พม่า ฟิลิปปินส์ ลาว

payomtons

ลักษณะทั่วไป
ต้นพะยอม เป็นไม้ยืนต้นโบราณ สูงขนาด 15–30 เมตร ทรงพุ่มกลม เปลือกสีเทาเข้ม แตกเป็นร่องตามยาว แตกกิ่งจำนวนมาก เป็นใบเดี่ยวเรียงเรียบสลับ ออกดอกช่อใหญ่สีขาว มีกลิ่นหอม ออกตามกิ่งและที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบโคนเชื่อมติดกัน เมื่อดอกย่อยบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 ซม. ออกดอกพร้อมกันทั้งต้น ในช่วงเดือน ธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์

payomton payombai

ฤดูการออกดอก : ปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน (ม.ค. – เม.ย.)
เวลาที่ดอกหอม : ตอนเย็นแดดอ่อนถึงมืด

ปลูกได้ในพื้นที่แห้งแล้ง ผู้ที่สนใจจะปลูกไม้หอมที่อยู่ในเขตแห้งแล้งและยังไม่มีระบบชลประทานเข้าถึง ไม่ควรมองข้ามพันธุ์ไม้หอมชนิดนี้
ถึงแม้ว่าจะออกดอกเพียง 1 ครั้ง/ปี แต่ดอกสวยงามมาก และออกดอกพร้อมกันเกือบทั้งต้น
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ (ปัจจุบันชาวสวนไม่ค่อยมีพะยอมใส่ในน้ำตาลสดกันแล้ว)

payomdoksa payomdoks

  • เป็นไม้หอมที่ทดสอบความอดทนของผู้ปลูกได้ดีชนิดหนึ่ง เพราะว่าเป็นพันธุ์ไม้หอมที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ชมดอก
  • เป็นพันธุ์ไม้ที่ออกดอกจากยอดอ่อนที่แตกใหม่ การทำให้แตกใบใหม่จะทำให้ออกดอกได้
  • เวลาเห็นต้นพะยอมใบร่วงเกือบทั้งต้นในช่วงประมาณเดือน ธ.ค. ไม่ต้องตกใจและไม่ควรให้น้ำและปุ๋ยในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะจะทำให้ใบไม่ร่วงทั้งหมดและไม่แตกใบอ่อนพร้อมๆ กันทั้งต้น
  • ภายหลังจากที่ใบแก่ร่วงหมดต้นแล้วและเห็นใบที่เริ่มแตกใหม่ ควรให้น้ำและปุ๋ยทันทีจะช่วยให้มีใบแตกใหม่จำนวนมาก และออกดอกครั้งละมากๆ
  • เนื่องจากพะยอมเป็นไม้โตช้าและออกดอกน้อยครั้ง/ปี ผู้ที่เริ่มสนใจไม้หอมและผู้ที่เล่นไม้หอมไม่ค่อยสนใจไม้พันธุ์ไม้หอมชนิดนี้ เนื่องจากไม่สามารถทำเงินได้จำนวนมากในเวลาสั้นๆ ได้ พันธุ์ไม้ชนิดนี้จึงเหมาะกับผู้ที่รักไม้หอมจริงๆ เท่านั้น
  • พะยอม เป็นไม้หอมที่ไม่ค่อยชอบดินเค็ม ผู้ที่อยู่ในเขตดินเค็มหากต้องการปลูกพะยอม ต้องคอยระวังในเรื่องการดูแลรักษาในช่วงฤดูร้อนที่มักพบอาการปลายใบไหม้และ แห้งตาย เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวเกลือที่อยู่ในดินชั้นล่างๆ จะถูกดึงขึ้นมาเนื่องจากการระเหยของน้ำที่ผิวดินมีมากกว่าปกติ

ข้อมูลอื่นๆ :

  • ดอก ผสมยาแก้ไข้และยาหอมแก้ลม บำรุงหัวใจ
  • ดอกอ่อน นำมารับประทานสด หรือนำมาลวกเป็นผักร่วมกับน้ำพริก
  • เปลือก ต้น มี tannin มาก ใช้เป็นยาฝาดสมานลำไส้ แก้ท้องเดิน
  • เนื้อไม้ สีเหลืองอ่อนถึงน้ำตาล ใช้ก่อสร้างทั่วไป เช่น เสา รอด ตง พื้น ฝา และไม้หมอนรถไฟ เป็นต้น
  • ชาวสวนมะพร้าวที่ปลูกมะพร้าวเพื่อทำน้ำตาลปีบที่จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี เพชรบุรี ใช้เปลือกและเนื้อไม้สับเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ที่ใช้รองน้ำตาลสดจากต้นมะพร้าว ในข้อนี้ผู้รวบรวมทราบดีมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ (ผู้รวบรวมเกิดที่ ต.นางตะเคียน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม)
  • พะยอมเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์
  • คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นพะยอมไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีอุปนิสัยที่อ่อนน้อม เพราะพะยอม คือ การยินยอม ตกลง ผ่อนผัน ประณีประนอม นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าจะไม่ขัดสน เพราะบุคคลทั่วไปให้ความเห็นใจและยอมให้ในสิ่งที่ดีงาม และยังเชื่ออีกว่าถ้าปลูกต้นพะยอมทองก็จะทำให้ไม่ขันสนเงินทอง

การขยายพันธุ์
การเพาะเมล็ด แต่ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดเนื่องจากที่สวนไม้หอมฯ ยังไม่มีการติดเมล็ด
การตอนกิ่ง จะออกรากยาก แต่เป็นวิธีที่จะทำให้ออกดอกในกระถางได้

payomkla

การปลูก
พะยอมเป็นไม้ที่ชอบดินทรายหรือดินที่ระบายน้ำดี เมื่อปลูกในดินเหนียวและแฉะพบว่าออกดอกน้อยมาก ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง

payomploogpayomyod

รายการอาหาร

แกงดอกพยอม
เครื่องปรุง

  • ปลาแห้ง (ฉีกเป็นชิ้นๆ) ½ ถ้วยตวง
  • ปลาสลิดแห้ง 1 ถ้วยตวง
  • หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นๆ 1 ถ้วยตวง
  • น้ำส้มมะขามเปียก ½ ถ้วยตวง
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ดอกพยอม 3 ถ้วยตวง
  • มะกรูด 1 ลูก
  • น้ำ 3 ถ้วยตวง

เครื่องปรุงน้ำพริก

  • พริกแห้ง 5 เม็ด
  • พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด
  • หอมหัวแดงหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • ข่าหั่น 1 ช้อนชา
  • เนื้อปลาย่าง 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ
นำเครื่องน้ำพริกทั้งหมดโขลกให้ละเอียด ละลายน้ำพริกกับน้ำใส่ลงหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือดใส่ปลาแห้ง ใส่ปลาสลิดแห้งแกะก้างออกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม เนื้อปลากรอบ หมูสามชั้น ใส่น้ำส้มมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาล ใส่ดอกพยอมรูดเอาทั้งดอกบานและตูม ใส่มะกรูดปอกผิวออก ผ่าครึ่งใส่ลงในหม้อ ชิมรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ให้ได้สามรส พอดอกพยอมสุก ยกลง ตักใส่ถ้วยรับประทานได้

พล่าดอกพยอม
เครื่องปรุง

  • ดอกพยอม 2 ถ้วยตวง
  • กุ้งนางเผาเอาแต่เนื้อ ½ ถ้วยตวง
  • หมูเนื้อแดง (ต้มหั่นเป็นชิ้น) ½ ถ้วยตวง
  • หนังหมู (ต้มหั่นเป็นชิ้นบางๆ) ½ ถ้วยตวง
  • กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกชี้ฟ้า 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูซอย ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
ลวกดอกพยอม ใส่จาน ใส่กุ้งเผา หมูเนื้อแดงต้ม หนังหมู ใส่พริกชี้ฟ้า (ผ่าเอาเม็ดออกซอยเป็นชิ้นยาวๆ) พริกขี้หนู ราดด้วยน้ำปรุงรส น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย คลุกให้เข้ากัน โรยกระเทียมเจียว โรยผักชี

เอกสารอ้างอิง :
1. ปิยะ เฉลิมกลิ่น และคณะ. 2546. หอมกลิ่นดอกไม้เมืองไทย. จัดพิมพ์โดยโครงการ BRT บริษัท จิรวัฒน์ เอ็กเพรส จำกัด กรุงเทพฯ. 336 หน้า (147)
2. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น 2546. 1,488 หน้า (778)

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ยืนต้น