ฟักเขียว ฟักแฟง ผักผลรสเย็น

18 สิงหาคม 2556 ไม้เลื้อย 0

ฟักเขียว หรือ ฟักแฟง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Benincasa hispida; อังกฤษ: winter melon) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ฟัก” เป็นผักพื้นบ้านพืชล้มลุกจำพวกไม้เถาตระกูลแตงลำ ใบสีเขียวลักษณะหยักหยาบ ดอกมีสีเหลือง ผลกลมยาวมีนวลขาว ปลูกกันมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และเอเชียใต้

ชื่อวิทยาศาสตร์ Benincasa hispida Cogn.
วงศ์ CUCURBITACEAE
ชื่อสามัญ Chinese Watermelon, Wax gourd
ในประเทศไทยมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างกันไป เช่น
ภาคเหนือ – ฟักขี้หมู, ฟักจิง, มะฟักขม, มะฟักหม่น, มะฟักหม่นขม
ภาคอีสาน – บักฟัง
ภาคกลาง – ฟักขาว, ฟักเขียว, ฟักจีน, แฟง
ภาคใต้ – ขี้พร้า
แม่ฮ่องสอน – มะฟักหอม
ชาวกะเหรี่ยง/แม่ฮ่องสอน – ดีหมือ, ลุ่เค้ส่า

fagfangs

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้เถาเลื้อย อายุปีเดียว ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น

  • ลำต้นยาวได้หลายเมตร ลำต้นหนา รูปทรงกระบอก มีสันตามขอบของลำต้น มีสีเขียวอ่อน มีขนหยาบกระจายอยู่ทั่ว มือพันเจริญออกมาทางด้านล่างของแผ่นใบ แตกออกเป็น 2-3 แขนง ยาว 10-35 เซนติเมตร ส่วนปลายบิดเป็นเกลียว มือพันตรงกลางยาวกว่าแขนงที่แตกออกไปทางด้านข้าง
  • ใบเป็นใบเดี่ยว การเรียงใบแบบสลับระนาบเดียว ก้านใบยาว 5-20 เซนติเมตร แผ่นใบรูปไข่แผ่กว้าง กว้าง 10-20 เซนติเมตร ยาว 10-25 เซนติเมตร โคนใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบเว้า 5-11 รอยเว้า ขอบใบหยักมนหรือหยักซี่ฟันหรือจักฟันเลื่อย มีขนสากทางด้านบนและด้านล่างของแผ่นใบ ใบสีเขียวสดดอกเป็นดอกเดี่ยวเจริญออกมาจากซอกใบ
  • ดอกมีขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 6-12 เซนติเมตร กลีบดอกสีเหลือง มีเพียงเพศเดียว ก้านดอกเพศผู้ยาว 5-15 เซนติเมตร ก้านดอกเพศเมียยาว 2-4 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงรูปทรงระฆังมีขนละเอียด กลีบดอกแยกออกจากกัน ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ 5 อัน ดอกเพศเมียมีรังไข่รูปกลมหรือทรงกระบอก ประกอบด้วย 3 รังไข่เชื่อมติดกัน
  • ผลเป็นผลแบบแตงมีขนาดใหญ่ รูปไข่ขอบขนาน หรือทรงรี หรือทรงกลม ยาว 20-60 เซนติเมตร กว้าง 10-25 เซนติเมตร สีเขียวหรือสีเขียวอ่อน มีนวลจับผิว มีขนอ่อนกระจายอยู่ และมีผงสีขาวของไขที่เคลือบอยู่บนผิว เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำสีขาวหนา 2-4 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ภายในใจกลางผลเป็นเนื้อนุ่ม มีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดแบน รูปไข่รี สีเหลืองปนน้ำตาล

fagfangdok

fagfangpl

fagfangpol

fagfangkae

คุณค่าทางโภชนาการ
คนไทยมักนำผลฟักเขียวมาประกอบอาหารในประเภท ต้ม ผัด แกงหรือนำมาทำขนมหวานในเทศกาล เมนูยอดนิยมของฟักเขียวที่รู้จักกันดี คือ แกงจืดฟักต้มกับไก่ แกงเขียวหวานไก่ฟักเขียว แกงเลียง ฟักเขียวผัดกับหมูใส่ไข่ ฟักเชื่อม และยอดอ่อนลวกหรือต้มกะทิรับประทานทานคู่กับน้ำพริก ทั่วโลกนิยมนำผลฟักเขียวมาบริโภคทั้งแบบดิบและสุก เช่น ฟักเขียวดอง แกงเผ็ด หรือกวนแยม ฟักเขียวสามารถบริโภคได้ทั้งผลอ่อนและผลแก่ โดยผลอ่อนรสชาติจะเข้มกว่าผลแก่ มีน้ำมาก ใบอ่อนและตาดอก นำไปนึ่งหรือใส่ในแกงจืดเพิ่มรสชาติ ส่วนเมล็ดอุดมไปด้วยน้ำมันและโปรตีนโดยทำให้สุกสามารถกินได้ แต่มีข้อควรระวังสำหรับคนที่มีปัญหาทางด้านการขับถ่าย และมีอาการแน่นหน้าอก ไม่ควรรับประทาน

คุณค่าทางโภชนาการของฟักต่อผลสด 100 กรัม(g.)

  • พลังงาน ( Energy ) 13 cal.
  • โปรตีน ( Protein ) 0.4 g
  • ไขมัน ( Fat ) 0.2 g
  • คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) 3 g
  • ใยอาหาร( Fiber) 0.4 g
  • แคลเซียม ( Calcium ) 19 mg
  • ฟอสฟอรัส ( Phosphorus ) 19 mg
  • ธาตุเหล็ก ( Iron ) 0.4 mg
  • โซเดียม ( Sodium ) 6 mg
  • โพแทสเซียม ( Potassium ) 111 mg
  • วิตามินบี 1 ( Thiamin ) 4 mg
  • วิตามินบี 2 ( Riboflavin ) 0.11 mg
  • ไนอะซิน ( Niacin ) 0.4 mg
  • วิตามินซี ( Vitamin C ) 13 mg

fagfangpa

สรรพคุณทางยา

  • ใบ – แก้ฟกช้ำ แก้พิษผึ้งต่อย ช่วยรักษาบาดแผล แก้โรคบิด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้บวมอักเสบมีหนอง
  • ผล – ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ แก้ธาตุพิการ แก้โลหิตเป็นพิษ บวมน้ำ หลอดลมอักเสบ
  • เมล็ด – ลดไข้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้ไตอักเสบ บำรุงผิว ละลายเสมหะ
  • ราก – แก้ไข้ แก้กระหายน้ำ ถอนพิษ
  • เถาสด – รสขมเย็น ใช้รักษาริดสีดวงทวาร มีไข้สูง
  • เปลือก – บำบัดอาการบวมน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แผลบวมอักเสบมีหนอง

ในตำรายาจีนบอกว่า เปลือกชั้นนอกของฟักเขียว ที่ตากแดดให้แห้งแล้วนำมารวมกับ เยื่อหุ้มถั่วแระ เต็งซัมฮวย (ดอกต้นกก) น้ำตาลกรวด นำมาล้างรอให้สะเด็ดน้ำจนแห้งใส่ในหม้อดิน เติมน้ำพอประมาณ ต้มด้วยไฟแรงประมาณ 1 ชั่วโมง กรองเอาน้ำแช่ตู้เย็นเก็บไว้จะเป็นยา ขับปัสสาวะ แก้บวม บำบัดอาการบวมน้ำ ขัดเบา แก้ร้อนใน คอแห้ง ทุก ส่วนของฟักเขียวนอกจากจะเป็นยารักษาโรคแล้ว ส่วนที่นำมาเป็นอาหารยังให้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีเยี่ยม ซึ่งประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียมฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน และวิตามินซี ที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย
fagfangon

fagfangs

ฟักเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีบนพื้นที่ราบค่อนข้างแห้งแล้งในเขตอากาศแบบร้อนชื้น จนกระทั่งบนพื้นที่สูงถึง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ต้องการดินที่มีอุณหภูมิสูงพอเหมาะต่อการงอกของเมล็ด อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตคือ 23-28 องศาเซลเซียส สัดส่วนของการออกดอกเพศผู้และดอกเพศเมียขึ้นกับสภาพอากาศที่เย็นและช่วงวันสั้น

การขยายพันธุ์
ฟักเป็นพืชปีเดียว(annual) ลำต้นเป็นเถาเลื้อย ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด พันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ ทองประกาย สะพายทอง สะพายเพชร

การปลูก
ฟักเขียวขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ปลูกได้ดีในดินร่วนปนทรายโดยการนำเมล็ดที่เตรียมไว้หยอดลงหลุมลึกประมาณ 3–5 เซนติเมตร ประมาณ 2–3 เมล็ด กลบหลุมและรดน้ำสม่ำเสมอทุกวันโดยเฉพาะช่วงติดดอกและผลมิฉะนั้นอาจทำให้ดอกและผลที่ติดหลุดร่วงได้ ในช่วงเวลา 15 วัน ก่อนการเก็บเกี่ยวควรหยุดการให้น้ำเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วง 35–60 วัน

fagfangkang

การเก็บเกี่ยว
ผลอ่อนสามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 1 สัปดาห์หลังดอกบาน ขึ้นกับความต้องการของผู้บริโภค ส่วนผลแก่จะเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 100-160 วันหลังปลูก

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้เลื้อย