มะม่วงน้ำดอกไม้

31 มกราคม 2558 ไม้ผล 0

มะม่วงน้ำดอกไม้เป็นมะม่วงประเภทรับประทานสุก ใบใหญ่เป็นคลื่น ทรงพุ่มโปร่ง ผลมีขนาดใหญ่ หนักประมาณ 400 กรัม ผลอ้วนเกือบกลมหัวใหญ่ปลายแหลม ผลค่อนข้างยาว เนื้อมาก เมล็ดเล็ก มีผิวบาง เมื่อดิบมีรสเปรี้ยว ผิวสีเขียวนวล เนื้อแน่น เมื่อผลสุกมีผิวสีเหลือง กลิ่นหอม เนื้อละเอียดมีเสี้ยนน้อย รสหวาน

namdokmaineaw

มะม่วงน้ำดอกไม้   เป็นพันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูก กันทั่วไป สามารถออกดอกแต่ติดผลปานกลาง และ ให้ผลทุกปีผลมีขนาดปลานกลาง – ขนาดใหญ่ ลักษณะของผลจะอ้วน หัวใหญ่ปลายแหลม ผลค่อนข้างยาว ลักษณะเปลือกบาง มีต่อมกระจายห่าง ๆ ทั่วผล

  • ผลดิบ : ผิวเปลือกจะเป็นผิวนวล เนื้อแน่นหนาเป็นสีขาว มีรสเปรี้ยวจัด
  • ผลสุก : ผิวของเปลือกจะเป็นสีเหลืองนวลเนื้อเป็นสีเหลืองมีรสหวาน
  • เมล็ด : แบนยาว เมื่อเพาะต้นอ่อนจะขึ้นได้จากเมล็ดเดียว

ประโยชน์

  • ผลสดแก่ รับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำ
  • ผลสุก หลังรับประทานแล้วล้างเมล็ดตากแห้ง ต้มเอาน้ำดื่ม หรือบดเป็นผง รับประทานแก้ท้องอืดแน่น ขับพยาธิ
  • ใบสด 15–30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ท้องอืดแน่น เอาน้ำต้มล้างบาดแผลภายนอกได้
  • เปลือกต้น ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ไข้ตัวร้อน
  • เปลือกผลดิบ คั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล แก้อาการปวดเมื่อยเมื่อมีประจำเดือน แก้ปวดประจำเดือน

namdokmaisuan namdokmaidok namdokmaipol namdokmaihor namdokmaikae namdokmai

น้ำดอกไม้เป็นมะม่วงแม่พันธุ์ (น่าจะมีการผสมข้ามตามธรรมชาติกับพันธุ์อื่นด้วย ไม่เพียงแต่การกลาย) ของพันธุ์มะม่วงที่น่าสนใจมากมาย เช่น น้ำดอกไม้ทะวาย เจ้าพระยา มันศาลายา มันบางขุนศรีทะวาย (ฉิม บุญเปี่ยม 2531 มะม่วงเจ้าพระยา ข่าวสาร สปขท. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม 2531) หน้า 11-14)

มะม่วงน้ำดอกไม้เป็นที่รู้จักกันมานานแล้วเช่นเดียวกับอกร่อง ที่เป็นมะม่วงสำหรับกินเมื่อสุกแล้ว คงจะมีปลูกคัดเลือกกันต่อ ๆ มา เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้เขียวนวล ที่พระประแดง สมุทรปราการ น้ำดอกไม้สีทอง (จากการเพาะเมล็ดน้ำดอกไม้พระประแดง โดยนายเชิด สารรำพึง ที่ตลิ่งชัน-ข่าวสาร สปขท. 15 ปี 2545 หน้า 10) ตลอดจนน้ำดอกไม้แดงที่สวนสุโขทัย ต.บ้านน้ำพุ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ของอาจารย์ธีระ เจริญกิจ ซึ่งอาจมีการผสมข้ามตามธรรมชาติกับพันธุ์อื่น รวมทั้งผสมข้ามกับมะม่วงจากต่างประเทศ ไม่เพียงแต่การกลาย ดังที่อาจารย์ฉลองชัย แบบประเสริฐ เผยแพร่ข้อมูลว่า ในปี 2518 ผศ.สนั่น ขำเลิศ ได้นำตาจากกิ่งพันธุ์น้ำดอกไม้ที่ออกดอกทะวาย (ออกไม่ตรงตามฤดูกาลปกติ) จากต้นที่ปลูกอยู่ในแปลงรวมพันธุ์มะม่วงของสถานีฝึกนิสิตเกษตรปากช่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา มาติดบนต้นตอมะม่วงแก้ว อายุประมาณ 1 ปี ซึ่งปลูกในถุงพลาสติก เมื่อสูงประมาณ 50 เซนติเมตร จึงเอาปลูกลงแปลง ที่แปลงทดลองภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ ปี 2522 จึงได้ขยายพันธุ์มะม่วงน้ำดอกไม้ทะวายเผยแพร่ให้เกษตรกรปลูก โดยตั้งชื่อว่า น้ำดอกไม้ทะวายเบอร์ 4 เพื่อให้มีมะม่วงน้ำดอกไม้ทะวายรับประทานกันมากขึ้น เกษตรกรขายผลมะม่วงได้ราคาดี ปัจจุบัน มีการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ทะวายเบอร์ 4 จำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ฮ่องกง สิงค์โปร์ และญี่ปุ่น (ฉลองชัย แบบประเสริฐ มะม่วงน้ำดอกไม้ทะวายเบอร์ 4 จาก http://www.ku.ac.th/kaset60/ku60/mango.html มะม่วงน้ำดอกไม้ทะวายเบอร์ 4) มะม่วงน้ำดอกไม้ (รวมทั้งพันธุ์น้ำดอกไม้ เบอร์ 4 และน้ำดอกไม้สีทอง เป็นมะม่วงบริโภคผลสุก) เป็นพันธุ์มะม่วงที่มีผู้นิยมปลูกเป็นการค้ามากที่สุดในปัจจุบันนี้ เพราะเป็นพันธุ์ที่ตลาดมีความต้องการสูง ขายได้ราคา มีตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำดอกไม้สีทอง ตลาดเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเสวย ได้มีความพยายามที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น คุณครูฐิติกร กีรติเรขา (อยู่ที่ 99 หมู่ที่11 บ้านหนองปล้อง ต.งิ้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา) ซึ่งลาออกจากงานครูเมื่อปี 2533 มาทำสวนมะม่วงและสร้างมะม่วงพันธุ์ดีจนเผยแพร่พันธุ์ดีไปได้อย่างกว้างขวางตั้งแต่ปี 2543 ในนาม ‘งามเมืองย่า’ ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมะม่วงทะวายพันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 ซึ่งปลูกใกล้มะม่วงพันธุ์มันขุนศรีหรือมันบางขุนศรีทะวาย (ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างเขียวเสวยกับศาลายาหรือมันศาลายา ซึ่งได้จากการเพาะเมล็ดน้ำดอกไม้ (ฉิม บุญเปี่ยม 2531 มะม่วงเจ้าพระยา ข่าวสาร สปขท. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม 2531) หน้า 11-14)) แบบสลับแถวกัน ในระยะชิดกันมากโดยปลูกห่างกัน 2 เมตร งามเมืองย่ามีช่อดอกยาวถึงประมาณ 45 ซม. จึงทำให้ติดผลดก (ประมาณ 5-10 ผล) สามารถเก็บผลได้อย่างต่อเนื่อง ใบใหญ่และมีสีเขียวเข้ม สะสมอาหารไว้ใช้เลี้ยงผลที่ดกและออกผลตลอดทั้งปี เนื้อของมะม่วง ‘งามเมืองย่า’ หนา แน่น กรอบ ไม่เป็นเสี้ยน รับประทานได้ทั้งในระยะผลดิบและผลสุก ผลดิบจะมีรสเปรี้ยวไม่มาก เมื่อแก่เต็มที่ เนื้อจะมีรสเปรี้ยวน้อย ผลสุกมีกลิ่นหอม เนื้อมีรสหวานไม่อมเปรี้ยวเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้ เมล็ดบางมาก ประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ทำให้มีปริมาณของเนื้อมาก อย่างไรก็ดี มะม่วงงามเมืองย่ายังไม่ค่อยแพร่หลาย เมื่อพิจารณาจากประวัติหรือพงศาวลี น่าจะคล้ายน้ำดอกไม้มากกว่าขาวนิยม โดยได้ลักษณะของมะม่วงทะวายที่เด่นชัด ‘งามเมืองย่า’ ชอบอากาศร้อน ไม่ต้องการน้ำมาก ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 4×4 เมตร ต้นที่อายุ 8 ปี จะให้ผลผลิตต้นละประมาณ 500 กก.ต่อปี

namdokmaikla namdokmaiplang namdokmaipond

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ผล