มะลุลี ไม้หอมดอกขาว เลี้ยงขึ้นซุ้ม แต่งเป็นพุ่ม

14 กุมภาพันธ์ 2558 ไม้ดอกไม้ประดับ 0

ปัจจุบัน? คน?เข้าใจ?ว่า มะ?ลุ?ลี คือ ?มะลิ?พวง? สาย?พันธุ์?โบราณ เพราะ?ลักษณะ?ดอก ?ใบ ?และ?ต้น?คล้ายคลึง?กัน?มาก ความ?จริง?แล้ว?ทั้ง 2 ชนิด เป็น?คน?ละ?ต้น?กัน มี?ข้อ?แตก?ต่าง?กัน?เล็กน้อย???ซึ่ง?คน?ทั่วไป?จะ?ไม่?ทราบ แต่?สำหรับ?เกษตรกร?ที่?มี?อาชีพ?เพาะ?ขยาย?พันธุ์?มะลิ?ทั้ง 2 ชนิดขาย?จะ?รู้?ข้อ?แตก?ต่าง?เป็น?อย่าง?ดี และบอก?จุด?ให้?สังเกต?คือ ถ้า?เป็น ?มะลิ?พวง? สาย?พันธุ์?โบราณ ใบจะ?รี?กว้าง?และ?ใหญ่?กว่า?ใบ?ของมะ?ลุ?ลี ที่?จะ?เป็น?รูป?รี?ยาว?เล็กก?ว่า?อย่าง?ชัดเจน

ดอกของ?มะลิ?ทั้ง 2 พันธุ์?จะ?แตก?ต่าง?กัน?ด้วย คือ ดอก?ของ?มะ?ลุ?ลี?จะ?เป็น?พวง?ใหญ่?และ?ดก?กว่า รูป?ทรง?ของ?กลีบ?ดอก?ใกล้?เคียง?กันมาก????จึง?ทำให้?คน?เข้าใจ?ผิด?คิด?ว่า?เป็นต้น?เดียวกัน อีก?ประเด็น?หนึ่ง ได้แก่ มะ?ลุ?ลีมีชื่อ?รอง?เรียก?ว่า ?มะลิ?พวง? ด้วย???จึง?ยิ่ง?ทำให้?คน?ทั่วไป?เชื่อ?มั่น?ว่า?เป็นต้น?เดียวกัน?อย่าง?แน่นอน ที่?ต่าง?กัน?ชัดเจน?อีก?จุด?หนึ่ง?ที่?เกษตรกร?บอก?คือ กลิ่น?หอม?ของ?ดอก ?มะลิ?พวง? สาย?พันธุ์?โบราณ?จะ?หอม?แรง?กว่า?กลิ่น?หอม?ของ?ดอก?มะ?ลุ?ลี จึง?สามารถ?แยกแยะ?ได้?ตาม?ที่?กล่าว?ข้าง?ต้น

ชื่อสามัญ : The Star Jasmine
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jasminum multiflorum ( Bum.f.) Andr.
วงศ์ : Oleaceae
ชื่ออื่นๆ : มะลุลี มะลิซ่อม

ลักษณะทั่วไป
บางตำราก็ว่าเป็นไม้เลื้อย ไม้พุ่มรอเลื้อย เข้าใจว่าคล้ายๆ กับต้นเฟื่องฟ้า ที่ปลูกเป็นพุ่มตัดแต่งทรง หรือจะปลูกกับซุ้มให้เลื้อยก็ได้ โดยมากแล้วจะปลูกริมรั้วกัน หรือปลูกขึ้นซุ้มให้ต้นเลื้อยขึ้นไปบนซุ้ม ส่วนจะปลูกลงดินหรือจะเลี้ยงในกระถางใหญ่ๆ ก็ได้ทั้งสองแบบ

ลำต้นสีน้ำตาล ผิวหยาบ จะขึ้นเป็นกอ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มค่อนข้างแน่น ถ้าปล่อยกิ่งก้านไม่ตัดแต่งทรงพุ่ม ก็จะเลื้อยได้ไกล 2-5 เมตร ต้นหนึ่งปลูกแล้วอยู่ได้หลายปีกว่าต้นจะโทรม (ถ้าต้นเริ่มโทรมก็อาจจะทำการขยายพันธ์ ตอนกิ่งเตรียมไว้ พอตัดต้นเดิมที่โทรมแล้วออกก็เอากิ่งใหม่ปลูกแทน)
ใบและดอก

ใบสีเขียว ปลายใบแหลมเรียว ออกเป็นคู่ๆ ไปตามกิ่ง ไม่มีช่วงทิ้งใบจนต้นโกร๋น เขียวปี๋ตลอดปี ดอกสีขาว ออกเป็นกลุ่ม เป็นช่อๆละหลายสิบดอก (บางคนปลูกแล้วออกดอกดกบ้าง บางคนปลูกแล้วดอกไม่เยอะ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นด้วย) ดอกจะคล้ายๆ ดอกมะลิ ต่างกันตรงกลีบจะยาวเรียวกว่า 1 ดอกมีกลีบ7-8กลีบ ส่วนดอกมะลิวัลย์ กลีบจะเพรียว เรียว แหลมกว่า (คราวหน้าจะได้เห็นว่า ดอกมะลิวัลย์เป็นยังไง)

marureechormarurees marureetoom marureepom

มะลุลีจะทยอยออกดอกทั้งปี ช่วงหน้าฝนจะออกเยอะเป็นพิเศษ เวลาบานก็จะทยอยบานไปเรื่อยๆ ทีละดอกจนครบทั้งช่อ บานอยู่ได้วันเดียวก็จะโรย จากนั้นดอกอื่นๆ ในช่อก็จะบานต่อเนื่องไป เราก็จะได้เห็นดอกมะลุลีได้หลายๆ วันกว่าที่จะบานหมดทั้งช่อ กลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดทั้งวัน จะมีช่วงเย็นไปจนถึงเช้ามืดที่จะหอมแรงหน่อย พอสายๆ กลิ่นก็จะจางลง

ถิ่นกำเนิด : ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย มาเลเซีย พม่า ลาว เขมร เป็นต้น
ลักษณะทั่วไป : ไม้พุ่มรอเลื้อยเตี้ย รูปแบบทรงพุ่มไม่ค่อยแน่นอน แต่ค่อนข้างกลม
ฤดูการออกดอก : ออกดอกตลอดปี
เวลาที่ดอกหอม : หอมอ่อนตลอดวัน (ช่วงอากาศเย็นจะหอมมาก)

การขยายพันธุ์ :

  • การตอน ใช้กับกิ่งที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ พันธุ์ไม้หอมชนิดออกรากไม่ยาก
  • การปักชำ ใช้กับกิ่งที่มียอดอ่อน
  • การทับกิ่ง ยังไม่มีข้อมูล แต่มีแนวโน้มว่าสามารถทำได้
  • การงอก ตามรากที่อยู่ตามผิวดิน

ข้อดีของพันธุ์ไม้ :
ออกดอกให้ชมได้บ่อย
ดอกใน 1 ช่อจะทยอยบาน จึงทำให้ได้ชมดอกหลายวัน
ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน

marureeton

การดูแลรักษา
นิสัยของมะลุลีก็จะคล้ายๆ กับไม้เลื้อยทั่วไป ชอบอยู่กับแดด ถ้าเอาไปปลูกในตำแหน่งที่ไม่โดนแดดหรือแดดน้อย ดอกก็จะน้อยตามไปด้วยหรือไม่ออกดอกเลย ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี อย่ารดน้ำมากจนกลายเป็นดินโคนต้นแฉะหรือรดจนน้ำขังระบายไม่ทัน รากจะสำลักน้ำ ตายได้ เรื่องของแมลงรบกวนก็จะเป็นหนอนกินใบ หมั่นตัดแต่งกิ่งก้าน ทรงพุ่มให้โปร่งอยู่เสมอ

มะลุลีเป็นต้นไม้ที่ต้องการการเอาใจใส่สักหน่อย กิ่งไหนแห้ง กิ่งไหนไม่สมบูรณ์ ดูแคระแกร็น ก็ให้ตัดแต่งออก โดยเฉพาะกิ่งที่อยู่ด้านในๆ ของพุ่ม ที่ไม่ค่อยจะโดนแดด จะช่วยกระตุ้นให้มะลุลีออกดอกให้เราชมได้บ่อยๆ เพราะฉะนั้นคนที่คิดจะปลูกมะลุลีก็ต้องถามตัวเองว่า พอมีเวลามาดูแลมากน้อยแค่ไหน ถ้าปลูกแล้วไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ มะลุลีก็อาจจะออกดอกน้อยหน่อยหรืออาจจะมีแต่ใบไม่เห็นดอกเลย

ถ้าจะปลูกลงดิน ต้องมีพื้นที่สักหน่อย เพราะทรงพุ่มแผ่ใหญ่จะกินพื้นที่มากกว่าปลูกในกระถาง
ปลูกลงดินก็จะได้ต้นที่สมบูรณ์กว่า ดอกดกกว่า ปลูกในกระถาง เพราะได้อาหารมากกว่าปลูกในกระถาง
พื้นที่ปลูกต้องมีแดดส่องถึง ไม่โดนแดดหรือโดนแดดน้อย ดอกจะออกกระปริบกระปรอย หรือแทบจะไม่เห็นดอกเลย ถ้าอยากเห็นดอกเรื่อยๆ ก็ต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งก้าน

มะลิชนิดนี้มีการแตกกิ่งก้านสาขาค่อนข้างมาก ต้องคอยสังเกตว่าทรงพุ่มแน่นไปหรือไม่ หากแน่นเกินไปต้องทำการตัดแต่งกิ่งออกบ้าง โดยเฉพาะกิ่งที่ไม่ค่อยได้รับแสงแดด (กิ่งเหล่านี้มักจะอยู่ด้านในของทรงพุ่ม)
การตัดแต่งกิ่งแห้งและช่อดอกที่โรยแล้วจะมีส่วนช่วยให้การออกดอกเร็วขึ้น และมีขนาดใหญ่ขึ้น
ปลูกได้ดีในที่มีแสงแดดจัดตลอดวัน

marureedok marureesa
การตัดแต่งกิ่งย่อยที่ไม่ต้องการออก ควรทำบ่อยๆ เพราะว่ามะลิชนิดนี้มีการแตกยอดใหม่จำนวนมาก การปล่อยให้มียอดอ่อนจำนวนมากจะทำให้ช่อดอกเล็กลง
ไม่ชอบน้ำท่วมขัง แต่ต้องการน้ำบ่อยครั้ง

ที่มา
หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ. นครปฐม
หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 3

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ดอกไม้ประดับ

แสดงความคิดเห็น