มะไฟ ผลไม้เปรี้ยวอมหวานขับเสมหะ

14 พฤษภาคม 2557 ไม้ผล 0

มะไฟเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานผลสด มีรสชาติหวานเย็น อร่อยอมเปรี้ยวนิด ๆ มีกลิ่นหอม มีการนำผลไปใช้ในการปรุงอาหารจำพวก สตูว์ ดอง หรือนำไปหมักเพื่อผลิตไวน์ และช่วยเพิ่มน้ำตาลและวิตามินซีให้แก่ร่างกาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Baccaurea ramiflora Lour.
วงศ์ Phyllanthaceae (Euphorbiaceae)
ชื่อท้องถิ่น ตะปึ๊ดจือ(กะเหรี่ยง), มะไฟป่า(ไทลื้อ,คนเมือง), เบล่มเพี่ยว(ปะหล่อง), แผละชาร์ล(ลั้วะ), ไฮ่เพี่ยว(ปะหล่อง), มะจือซะ(กะเหรี่ยง), ซะมิโจ้เหมาะ(กะเหรี่ยงแดง), มะไฟ(คนเมือง,เมี่ยน), ตั่วเหลงกู่(ม้ง), เพียะชาล(ลั้วะ)

mafaitons

มะไฟ” เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่คนไทยต่างรู้จักกันดี ถึงแม้ว่าในปัจจุบันตามตลาดผลไม้บางแห่งอาจจะมองไม่ค่อยเห็นหรือไม่มีจำหน่าย เนื่องจากมะไฟเป็นผลไม้ประเภทมีรสเปรี้ยวมากกว่าหวาน จนกระทั่งมีความเชื่อกันว่า ต้องนำมะไฟมาใส่ไว้ในมือแล้วเขย่าพร้อมๆไปกับการร้องว่า “มะไฟเดือนห้า ฝนฟ้าไม้ตก มะไฟเดือนหกท้องขึ้นท้องลง” เช่นนี้แล้วเมื่อปอกเปลือกรับประทานก็จะได้มะไฟที่มีรสหวาน

ลักษณะทาง พฤกษศาสตร์
ไม้ต้น ขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ, สูง 13 – 17 ม. ตามยอดและปลายกิ่งอ่อนมีขน

  • ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปรีแกมรูปหอก รูปหอกกลับ หรือรูปไข่กลับ โคนใบแหลม ขอบใบเรียบหรือหยักตื้นๆ ไม่สม่ำเสมอ ปลายใบเรียวแหลม กว้าง 4.5 – 8 ซม. ยาว 10.5 – 22 ซม. เส้นแขนงใบมี 5 – 8 คู่, ด้านล่างนูน ไม่มีขนทั้งสองด้าน เนื้อใบค่อนข้างบาง ก้านใบยาว 1.5 – 6 ซม.
  • ดอก ออกเป็นช่อยาวๆ ตามง่ามใยและตามกิ่งที่ไร้ใบ สีเหลือง ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียส่วนมากอยู่ต่างต้นกัน ส่วนน้อยที่อยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกมีขน ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อยาว 5 – 7.5 ซม. ใบประดับรูปหอก กว้าง 2 – 3 มม. กลีบรองกลีบดอกมี 4 – 5 กลีบ, ขนาดไม่เท่ากัน เกสรผู้มี 4 – 8 อัน. ดอกเพศเมีย ออกเป็นช่อยาวมาก, มีใบประดับอยู่ที่โคนก้านดอก; กลีบรองกลีบดอกรูปขอบขนานแคบๆ ยาวประมาณ 1.2 ซม. รังไข่มีขน ไม่มีท่อรังไข่ ปลายเกสรแยกเป็น 2 – 3 อัน ภายในมี 3 ช่อง
  • ผล ค่อนข้างกลมหรือรี เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 25 มม. ผิวสีเหลือง ไม่มีขน มี 1 – 3 เมล็ด เนื้อหุ้มเมล็ดสีขาวขุ่น รสเปรี้ยวอมหวาน [6]
  • ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปรีแกมรูปหอก รูปหอกกลับ หรือรูปไข่กลับ โคนใบแหลม ขอบใบเรียบหรือหยักตื้นๆ ไม่สม่ำเสมอ ปลายใบเรียวแหลม กว้าง 4.5 – 8 ซม. ยาว 10.5 – 22 ซม. เส้นแขนงใบมี 5 – 8 คู่, ด้านล่างนูน ไม่มีขนทั้งสองด้าน เนื้อใบค่อนข้างบาง ก้านใบยาว 1.5 – 6 ซม.
  • ดอก ออกเป็นช่อยาวๆ ตามง่ามใยและตามกิ่งที่ไร้ใบ สีเหลือง ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียส่วนมากอยู่ต่างต้นกัน ส่วนน้อยที่อยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกมีขน ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อยาว 5 – 7.5 ซม. ใบประดับรูปหอก กว้าง 2 – 3 มม. กลีบรองกลีบดอกมี 4 – 5 กลีบ, ขนาดไม่เท่ากัน เกสรผู้มี 4 – 8 อัน. ดอกเพศเมีย ออกเป็นช่อยาวมาก, มีใบประดับอยู่ที่โคนก้านดอก; กลีบรองกลีบดอกรูปขอบขนานแคบๆ ยาวประมาณ 1.2 ซม. รังไข่มีขน ไม่มีท่อรังไข่ ปลายเกสรแยกเป็น 2 – 3 อัน ภายในมี 3 ช่อง
  • ผล ค่อนข้างกลมหรือรี เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 25 มม. ผิวสีเหลือง ไม่มีขน มี 1 – 3 เมล็ด เนื้อหุ้มเมล็ดสีขาวขุ่น รสเปรี้ยวอมหวาน

mafaiking mafaiton mafaipons mafaiyod

มะไฟ เกิดตามป่าดงดิบแล้ง ใกล้ลำธารหรือในป่าทั่วไป จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ มีความสูงต้นประมาณ 10-15 เมตร ลำต้นตรง เปลือกลำต้นบาง ลักษณะเปลือกเรียบ สีนวลหรือสีน้ำตาลอมเขียว มีร่องเล็กๆ เป็นรอยแตก ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบมีลักษณะรูปรูปรีแกมหอกยาว คล้ายใบกระดังงา โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ปลายเรียวแหลม ใบเป็นครีบเล็กน้อย มีสีเขียวถึงเขียวเข้ม หนาทึบ ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบราซีม มีลักษณะเป็นเส้น ยาว 15-30 เซนติเมตร ออกดอกตามลำต้น และกิ่งใหญ่ มักเกิดรวมกันเป็นกระจุก ผล มีสีเหลือง ติดผลเป็นพวงบนก้านช่อ ผลมีรูปร่างกลมหรือยาวรี สีผิวเหลืองถึงแดง ผิวเกลี้ยงเปลือก หนา เปลือกผลมียาง เนื้ออาจมีสีใส หรือขาวขุ่น รสเปรี้ยวอมหวาน เมล็ด มีเนื้อหุ้มเมล็ดแบ่งเป็นเม็ดๆ เมล็ดมีลักษณะแบนอยู่ภายในผล ซึ่ง 1 ผล มีประมาณ 1-3 เมล็ด

การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง

mafaikla

สรรพคุณ / การใช้ประโยชน์

  • ผลสุก รับประทานได้ มีรสเปรี้ยว(กะเหรี่ยง,ไทลื้อ,ปะหล่อง,ลั้วะ,กะเหรี่ยงแดง,คนเมือง,ม้ง)
  • ราก น้ำต้มราก, รวมกับสมุนไพรอื่น ๆ , ดื่มแก้ท้องร่วง หลังการคลอดบุตร ; เผาไฟกินเป็นยาถอนพิษ, ดับพิษร้อน, ทาแก้บวม, อักเสบ . ต้น เปลือกทำเป็นยาทาภายนอก, แก้โรคผิวหนังบางชนิด
  • รากใช้รากสด หรือรากแห้ง นำมาปรุงเป็นยาแก้พิษตานซาง แก้วัณโรค แก้ฝีภายใน ดับพิษร้อน พิษกำมะลอและเริม เป็นต้น
  • ผลใช้รับประทานเป็นผลไม้
  • ราก รากมะไฟมีรสจืด จึงมีสรรพคุณ โดยนำรากมาต้มดื่มแก้ฝีภายในร่างกาย หรือสุมเป็นถ่านนำมาปรุงยาดับพิษร้อน ฝนทาแก้พิษฝี ผุพอง หรือนำรากมะไฟมาเผากินเป็นยาถอนพิษ ทาแก้บวม แก้อักเสบ หรือนำรากมาใช้ปรุงเป็นยาสมุนไพร แก้พิษ ตานซาง วัณโรค ฯลฯ
  • ลูกหรือผลมะไฟ ใช้รับประทาน เป็นผลไม้ และเนื่องจากมีรสเปรี้ยว จึงมีสรรพคุณ ใช้ขับเสมหะ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้น้ำลายเหนียว
  • เนื้อไม้มะไฟ ใช้ทำเป็นเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆ ข้อมูลจากภูมิปัญญาไทย
  • ส่วนของลำต้น เปลือก ใช้ทำเป็นยาทาภายนอก แก้โรคผิวหนัง

mafaipol

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ผล