วินัย สุวรรณไตร จัดการทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อการพึ่งตนเอง

15 กุมภาพันธ์ 2557 ปราชญ์ของแผ่นดิน 0

วินัย สุวรรณไตร มีความสุข ครอบครัวอบอุ่น รายได้มั่นคง นายวินัย สุวรรณไตร อาชีพเกษตรกร จบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 จากการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ได้ดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดแนวทางสายกลาง ไม่เกินตัว ไม่เกินความรู้ความสามารถ ครอบครัวมีกิน มีใช้ มีหลักประกันที่ดี

การดำเนินชีวิตตามปรัชญาฯ ความเข้าใจ : ดำเนินชีวิตตามสายกลาง ไม่เกินตัว ไม่เกินความรู้ความสามารถ ครอบครัวมีกินมีใช้มีหลักประกันที่ดี คุณธรรมที่ยึดถือ : ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ต้องมีศีลธรรมให้ครบ 5 ข้อ

winai

เริ่มการปฏิบัติ : ปี 2543 จากการฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2540 และเรียนรู้หลักการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายจาก ผญบ.วิบูลย์

  • พอประมาณ : มีครอบครัวมีลูก แล้วรายได้ไม่พอกับรายจ่าย มีหนี้สิน เมื่อปี 2543 จึงเลิกทำมันสำปะหลังแล้วหันมาปลูกป่า กินและใช้เท่าที่มี ทำให้หนี้สินลดลงและหมดภายใน 3 ปี
  • มีเหตุมีผล : ได้นำความรู้ที่ได้จาก ผญบ.วิบูลย์ มาวิเคราะห์ตนเองทำให้เห็นข้อผิดพลาดที่ผ่านมา จึงปรึกษากับภรรยา โดยหันมาพึ่งตนเอง เรียนรู้ด้วยตนเองจากการทำบัญชีครัวเรือน เรียนรู้การจัดการทรัพยากรท้องถิ่น สามารถใช้เหตุผลแยกแยะความจำเป็นกับความต้องการออกจากกันได้
  • ภูมิคุ้มกัน : ลด ละ เลิกรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างเด็ดขาดตั้งแต่ปี 2545 เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่ สิ่งฟุ่มเฟือย ทำให้การทะเลาะเบาะแว้งลดลง ผลผลิตที่ได้จากการปลูกป่านำไปเป็นเป็นอาหารและยารักษาโรค ที่เหลือนำออกขาย จัดตั้งธนาคารชุมชน มีเงินฝาก ใช้สติตลอดเวลาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
  • ความรู้/คุณธรรม : มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความรู้ บริหารกลุ่มออมทรัพย์ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามความสามารถของตนและชุมชน ใช้หลักศีล 5 ในการดำเนินชีวิตทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ จิตใจดีงาม ทำวนเกษตรจนสามารถลดรายจ่ายเพิ่มรายได้
  • การแบ่งปันชุมชน/สังคม : เป็นแกนนำริเริ่มทำกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง เช่น รวมกลุ่มเป็น อสม. จนเป็นหมู่บ้านสาธารณสุขดีเด่นระดับจังหวัดเมื่อปี 2534 จัดตั้งธนาคารชุมชนเมื่อปี 2538 เป็นคณะกรรมการกองทุนทางสังคมเมื่อปี 2542 จัดตั้งเครือข่ายป่าตะวันออกเมื่อปี 2545 เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อปี 2546 จัดตั้งป่าชุมชนและเป็นวิทยากรศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเครือข่ายป่าตะวันออก
  • การใช้ทรัพยากรฯ : ปลูกต้นไม้ในพื้นที่ตนเอง 18 ไร่ ไม่ทำร้ายธรรมชาติ ส่งเสริมให้คนปลูกป่าใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ใช้ประโยชน์จากไม้ที่ปลูก
  • วัฒนธรรม : เป็นผู้นำจัดกิจกรรม วัฒนธรรม และประเพณีต่างๆ เช่น จัดรดน้ำดำหัวและเรี่ยไรเงินบริจาคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดประกวดกระทงด้วยวัสดุธรรมชาติ แนะนำ/ตักเตือนให้ชาวบ้านไม่ถวายบุหรี่แก่พระ หรือเล่นไพ่ในงานศพ รักษาประเพณีการไหว้
  • การส่งเสริมให้มีการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี พูดคุย/เป็นวิทยากรและร่วมปฏิบัติในสิ่งที่ตนเองทำมา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ให้คำแนะนำกับผู้สนใจ ตลอดจนชักชวนเพื่อนบ้านและผู้สนใจไปเยี่ยมและพูดคุยกับ ผญบ.วิบูลย์

นายวินัย เริ่มดำเนินชีวิตแบบพอเพียงตั้งแต่ในปี 2534 เนื่องจากนโยบายพักชำระหนี้เกษตรกรของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งผลให้ต้องเริ่มหันมาสนใจชีวิตตัวเอง ด้วยการทำบัญชีรายรับรายจ่าย พบว่าปัญหาที่สำคัญคือภาวะหนี้สิน เพราะเน้นการผลิตเพื่อจำหน่าย จึงเริ่มสนใจที่จะแก้ไขปัญหาชีวิตตนเอง ขณะเดียวกันพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 4 ธันวาคม 2540 เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ได้ตอกย้ำให้อยาก หลุดพ้นจากปัญหาหนี้สินเพิ่มยิ่งขึ้น ต่อมาปลายปี 2542 ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้เรื่อง วนเกษตรจากผู้ใหญ่ฯ วิบูลย์ เข็มเฉลิม และพบปะกับเครือข่ายผู้นำชุมชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก อาทิ พ่อเลี่ยม บุตร จันทา ปราชญ์ชุมชนแห่งอำเภอสนามชัยเขต จึงทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในการเปลี่ยนแนวคิดใหม่สิ่งนั้นก็คือ จะต้องรู้จักตัวเอง รู้ปัญหาตัวเอง ซึ่งมีอยู่ 5 ประการคือ

  1. รู้ตัวเองในการจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อรู้วิถีชีวิตตัวเอง
  2. รู้ปัญหา วิเคราะห์รายจ่าย อาทิ ทำไมต้องเล่นหวย เล่นการพนัน เสพของมึนเมา ทำไมต้องซื้อ ทำไมต้องผ่อนชำระสินค้า
  3. รู้ทรัพยากร ทำข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำ หิน กรวด ป่าไม้ ในหมู่บ้าน
  4. รู้การจัดการในการดำรงชีวิต เช่น ในเรื่องการกินอยู่จะต้องมีข้าวสารไว้รับประทานกี่กิโลกรัม กี่ถัง กี่เกวียน ทำโรงสีผลิตข้าวเองได้ไหมเพื่อกำหนดราคาข้าวเอง
  5. รู้การวางแผนชีวิต วางแผนตนเอง ละเลิกอบายมุข และทำความเข้าใจกับคนในครอบครัวให้คิดไปในแนวทางเดียวกัน

นายวินัยได้นำหลักการ 5 รู้ มาวิเคราะห์อดีตของตนเอง แล้วทำการแก้ไขจนนำไปสู่ การพึ่งตนเองในที่สุด ปัจจุบันได้ใช้เหตุผลในการใช้จ่ายประจำวัน ทำให้สามารถแยกความจำเป็นกับความต้องการ หรือความอยากได้อย่างชัดเจน ปี 2534 ในพื้นที่จำนวน 11 ไร่ นายวินัยจึงเลิกทำไร่มัน สำปะหลังอย่างเด็ดขาด หันมาปลูกป่า นำผลผลิตในป่ามาเป็นอาหารและยารักษาโรค เมื่อเหลือจึงนำออกขาย และได้เป็นผู้ริเริ่มในการจัดตั้งธนาคารชุมชนโดยชักชวนคน ในชุมชนหันมาใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเองลดรายจ่ายทุกด้านที่ไม่เกิดประโยชน์ ชีวิตเริ่มมีรายจ่ายน้อยจนในที่สุดครอบครัวสามารถปลดหนี้สินได้ภายใน 3 ปี สามารถเลี้ยงครอบครัวได้โดยไม่ลำบาก แถมมีเงินฝากกับธนาคารชุมชนเพื่อเป็นหลักประกันและความมั่นคงในชีวิต เมื่อตัดไม้ที่ปลูกไปใช้ประโยชน์ทั้ง ทำฟืน ทำยา ทำของใช้ หรือกิน ป่าหรือไม้ที่ตัดก็สามารถขึ้นได้อีก ทั้งจากการปลูกทดแทนของเดิมหรือเมล็ดที่ร่วงลงดินแล้วเติบโตขึ้นเองซึ่งถือ ว่าเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูได้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีการปลูกป่าร่วมกับพืชสมุนไพรเพื่อเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน

winaiko

นายวินัย จึงเป็นบุคคลตัวอย่างของชุมชนที่ทำให้ชุมชนหันมาอยู่อย่างพอเพียง สามารถพึ่งตนเองได้ ลดการซื้อสินค้าจากภายนอก ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่า พืชและต้นไม้ในป่าปลูกทุกชนิดที่ปลูกจะเข้าหลักปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ยึดแนวทาง “กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน ทำเท่าที่ทำได้” ตามแรงงานสองคนสามีภรรยา ตั้งแต่พืชที่เป็นหัวอยู่ใต้ดิน จนถึงพืชยืนต้น ไม้ผล ไม้ฟืน ไม้เศรษฐกิจ รวมถึงพื้นที่ใช้ทำ วนเกษตร ปลูกตั้งแต่พืชชั้นล่าง พืชชั้นกลาง และพืชชั้นบน

winaison

ส่งผลให้นายวินัยสามารถปลดหนี้ 100,000 บาท ได้ภาย ในระยะเวลา 3 ปี จนได้รับรางวัลการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านประชาชนทั่วไป จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เมื่อปี 2550 ปัจจุบันครอบครัวมีรายได้ 100,000 บาทต่อปี ครอบครัวมีความอบอุ่น สามารถนำครอบครัวของบุตรกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่ต้องอพยพไปทำงานที่อื่น ตลอดจนได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง และเอื้อเฟื้อต่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการ พลิกชีวิตใหม่ที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงตนเองตามแนวพระราชดำริ ด้วยการเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อหลุดพ้นกระแสทุน และสุดท้ายก็พบสัจธรรมว่า “ความสุขที่แท้จริงของชีวิตคือความพอเพียง” นั่นเอง.

KONICA MINOLTA DIGITAL CAMERA

นายวินัย สุวรรณไตร เป็นเกษตรกร ผู้มีความรู้ภูมิปัญญาด้านสวนป่าวนเกษตร เรียนรู้มาจากผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ผู้มีชื่อเสียงด้านการปลูกสวนป่า”วนเกษตร”นายวินัย สุวรรณไตร ได้เริ่มปลูกสวนวนเกษตรอย่างจริงจังในปี พ.ศ.2543 บนเนื้อที่ 18 ไร่ ปลูกต้นไม้ทุกอย่างทั้งไม้ป่าและสมุนไพร เช่น ต้นยางนา ตะเคียน ประดู่ มะค่า ตะแบก พะยอม ต้นข่อย ต้นฝางเสน ฯลฯ สมุนไพร เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน เป็นต้น ได้ยึดหลักตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ในการดำรงชีวิต และเป็นแบบอย่างให้คนในชุมชน จนได้รับยกย่องให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดยุทธศาสตร์ 5 รู้ คือ รู้จักตนเอง รู้ปัญหา รู้ทรัพยากร รู้การจัดการ และรู้การวางแผน โดยการเก็บพืชผลจากสวนป่าของตนเอง มาดัดแปลง หรือแปรรูปให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ตัวอย่างการแปรรูป เช่น ลูกมะกรูด นำมาทำเป็นยาสระผม ต้นข่อยนำมาทำเป็นยาสีฟัน มะขาม นำมาแปรรูปเป็นสบู่และครีม สบู่ดำ นำมาสกัดทำน้ำมันไบโอดีเซล แก่นต้นฝางเสนนำมาต้มดื่ม เป็นยาสมุนไพร บำรุงเลือด บำรุงปอดและหลอดลม กิ่งไม้นำมาเผาถ่านและทำฟืน เป็นต้น

ปัจจุบันที่บ้าน นายวินัย สุวรรณไตร เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ธนาคารชุมชนเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจทั่วไปได้ไปศึกษา ดูงาน อยู่เป็นประจำ รับเชิญเป็นวิทยากรทั้งในและนอกสถานที่ตามสถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่จำหน่ายการแปรรูปจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น น้ำยาแก้ไอ สบู่ ยาสีฟัน น้ำมันไบโอดีเซล ขนุนทอดกรอบ เป็นต้น นับได้ว่า นายวินัย สุวรรณไตร เป็นปราชญ์ชาวบ้านผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ชุมชน องค์กร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ให้ความเคารพ นับถือ จนได้รับยกย่องให้เป็นวิทยากรของอำเภอแปลงยาว ของจังหวัดฉะเชิงเทรา และของศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเครือข่ายภาคตะวันออก

ที่อยู่ 57 หมู่ 8 ต.หนองไม้แก่น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
โทรศัพท์ 038-090104 , 084-863-1134

ป้ายคำ : ,

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ปราชญ์ของแผ่นดิน