ว่านสาวหลง ว่านเมตตามหานิยม

10 มกราคม 2558 ไม้ใต้ดิน 0

ว่านสาวหลงเป็นพืชพื้นบ้านที่มีประวัติการใช้มายาวนาน โดย ตามความเชื่อพบว่าว่านสาวหลงเป็นว่านที่ทรงคุณค่าทางเมตตามหานิยมอยู่สูง ใช้ปลูกในบ้านเรือนเป็นเสน่ห์และสิริมงคลแก่สถานที่ เหมาะสำหรับร้านค้า เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเรียกลูกค้า หากเอาเหง้ามาฝนผสมกับสีผึ้งทาปากหรือน้ำมันจันทน์ทาตัว ทาผม หรือเพียงแต่เอาเหง้าถือติดตัวไป ผู้คนทั้งปวงก็จะงงงวย หลงรักใคร่ นอกจากนี้ยังใช้ทำพระเครื่อง เป็นส่วนผสมของน้ำยาว่าน 108 และเหง้ายังมีการนำไปใส่ในตู้เสื้อผ้าเพื่อกันแมลงและอบเสื้อผ้าให้กลิ่นหอม

wansaoloungsuan

ว่านสาวหลง เป็นพันธุ์ไม้ที่มีกลิ่นหอมทั้งใบ ต้น และราก มีทั้งต้นตัวเมีย ต้นสีเขียว และต้นสีแดงคือตัวผู้ ต้นสีเขียวจะมีขนาดใหญ่กว่า หอมกว่า หายากกว่า และนิยมใช้กันมากกว่าชนิดต้นสีแดง ความเชื่อสมัยโบราณ ว่าว่านนี้จัดอยู่ในประเภทเมตตามหานิยมสูง บ้านเรือนใดมีไว้จะเป็นสิริมงคลแก่บ้านนั้น ยิ่งถ้าเป็นร้านค้าขายจะทำให้ทำมาค้าขายซื้อง่ายขายคล่อง หากนำมาปลูกไว้หน้าร้านค้า ผู้คนจะไปมาหาสู่ไม่ขาด เป็นเสน่ห์มหานิยมแก่ผู้เป็นเจ้าของ ปัจจุบันมีการนำมาสกัดเพื่อใช้จุดตะเกียงในสปา เป็นน้ำมันนวดตัว ผสมสบู่จากสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เพื่อให้เกิดกลิ่นหอม

wansaoloungbai

ชื่อพฤกษศาสตร์ Amomum biflorum Jack
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่น ว่านสาวหลง ว่านฤาษีผสม

ลักษณะ
ว่านสาวหลงมีต้นและใบเหมือนต้นข่า แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก ต้น ไม้เนื้ออ่อน อายุหลายปี มีเหง้าทอดเลื้อย ต้นเทียมเกิดจากกาบใบอัดกันแน่น ใบ เดี่ยว เรียงสลับ ใบเป็นรูปใบหอกแคบ ปลายใบเรียว แหลม ขอบใบบิด ใบสีเขียว กลางใบสีแดงเรื่อๆ ใบมีขนนุ่มปกคลุม ดอกช่อ ปลายช่อโค้ง กลีบปากสีเหลือง ดอกย่อย สีเหลือง ก้านดอกยาว ผล เป็นช่อคล้ายช่อพริกไทย การขยายพันธุ์ แยกกอ เพาะเมล็ด ประโยชน์ ปลูกไว้กับบ้านเป็นมงคล เป็นว่านเมตตามหานิยม ใช้เป็นสมุนไพร ทาตามตัวให้เป็นเสน่ห์ ต้ม อบ หรืออาบสมุนไพร บำรุงผิวพรรณ เหง้า ขับลมในลำไส้ ทุกส่วนกลิ่นหอมแรง ว่านสาวหลงชอบขึ้นตามป่าที่ชุ่มชื้น มีแสงแดดรำไร

wansaoloungton wansaoloungsa

ความเชื่อของว่านสาวหลง : สมัยโบราณ ว่านนี้บรรดาผู้ทรงวิทยาคุณหวงแหนและปิดบังยิ่งนัก จัดได้ว่าอยู่ในประเภทเมตตามหานิยมสูง บ้านเรือนใดมีไว้จะเป็นศิริมงคลแก่บ้านเรือนที่อาศัยนั้น ยิ่งถ้าเป็นร้านค้าขายจะทำให้ทำมาค้าขายซื้อง่ายขายคล่อง หากนำมาปลูกไว้หน้าร้านค้า ผู้คนจะไปมาหาสู่ไม่ขาด เป็นเสน่ห์มหานิยมแก่ผู้เป็นเจ้าของ ในแวดวงสร้างพระผงพระเครื่อง ในพิธีกรรมขบวนผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆนั้นจะขาดว่านสาวหลงนี้ไม่ได้

การใช้ประโยชน์ : มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ราก ใบและลำต้น ต้มน้ำดื่มแก้ร้อนใน ขับลมในกระเพาะ คนสมัยก่อนนำใบมาขยี้ใส่ผมเพื่อให้มีกลิ่นหอม

wansaoloungngao wansaoloungbi

ตำราเก่าทุกเล่มบอกไว้เหมือนกันหมดว่าเป็นว่านสาวหลงที่ทรงคุณค่าในทางเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างสูงสุด ถือกันว่าเป็นสุดยอดของว่านทางเสน่ห์มหานิยม ที่ไม่สามารถหาว่านชนิดอื่นใดมาเทียบเคียงได้อีกแล้ว ถ้าผู้ใดมีว่านนี้ปลูกไว้ในบ้านเรือนก็จะเป็นสิริมงคลเป็นยอดเสน่ห์แก่บ้านเรือนนั้นๆ ด้วย ท่านให้เอารากของว่านนี้มาฝนหรือบดผสมกับสีผึ้ง หรือแช่น้ำมันจันทน์ หรือเพียงแต่เอารากของว่านนี้ถือติดตัวไป ผู้คนทั้งปวงก็จะพากันงวยงงหลงรักใคร่ในผู้ที่มีว่านหรือทาน้ำมันหรือสีผึ้งที่เข้าว่านจนหมดสิ้น เมื่อจะใช้ว่านสาวหลงท่านให้เศกด้วยพระคาถา
“มะอะอุ พุทธะสังมิ จิเรรุนิ นะชาลิติ ปิยังมะมะ” รวมเจ็ดคาบเสียก่อนทุกครั้งไป

วิธีการปลูกว่านสาวหลง
ว่านสาวหลง นั้นจะขึ้นได้ดีในดินที่มีการระบายน้ำได้ดี และสามารถถ่ายเทอากาศได้ดีด้วยเช่นกัน ซึ่งดินที่เหมาะสมในการปลูกมากที่สุดก็คือดินร่วนปนทรายนั้นเอง โดยดินที่เราจะนำมาปลูกนั้นเราควรที่จะนำมาผสมกับปุ๋ยหมักเพื่อเป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้กับดิน หลังจากได้ดินมาแล้วก็ควรเลือกกระถางที่เหมาะสำหรับการปลูกว่านที่เราปลูกซึ่งต้องดูที่ความสวยงามและขนาดของว่านด้วย
wansaoloungkla wansaoloungrag

ก่อนที่จะปลูกเราควรหาเศษอิฐมารองก้นกระถางก่อนเพื่อช่วยให้ระบายน้ำในกระถางได้ดีขึ้นหลังจากนั้นก็เทดินลงไปและเอาเหง้ามาปลูก กลบดินให้พอเหง้าโผล่ขึ้นมาจากดินนิดหน่อย และก็รดน้ำตาม การรดน้ำให้กับว่านนั้นเราควรจะต้องระมัดระวังอย่างมากเพราะว่าส่วนมากแล้วว่านจะไม่ค่อยชอบน้ำเยอะยกเว้นบ้างว่านเท่านั้น

วันที่เหมาะสำหรับการปลูกว่านสาวหลงนั้นจะเป็นช่วงเดือน 4 เดือน 6 และเดือน 8 และวันที่ปลูกควรที่จะเป็นวันจันทร์หรือวันพฤหัสบดี โดยทิศทางในการปลูกก็ควรเลือกด้วยเหมือนกัน ทิศทางในการปลูกว่านสาวหลงควรจะปลูกในทิศตะวันออก การขยายพันธุ์จะใช้หน่อหรือเหง้าที่เกิดใหม่ในการขยายพันธุ์

ว่านสาวหลงนี้ จุดเสียอยู่ตรงที่ออกจะปลูกยากสักนิด เนื่องจากรากแห้งและตายได้ง่าย หลังจากนำออกจากกระถางนานเกิน 12 ชั่วโมง ดินที่ใช้ปลูกเป็นดินร่วนสะอาดเผาไฟ เมื่อบดดินให้ละเอียดจะให้ดีควรผึ่งตากน้ำค้างไว้สักคืน ปุ๋ยนั้นว่านทุกชนิดไม่เหมาะสำหรับปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ปุ๋ยที่เหมาะสมได้แก่ปุ๋ยอินทรีย์ มูลวัวมูลควายตากแห้งสนิท หรือใบพืชตระกูลถั่วทุกชนิดที่ผุพังนำมาคลุกเคล้าเป็นดินปลูก ก้นกระถางทำทางระบายน้ำเสียก่อนจะนำดินลง จะได้ช่วยระบายน้ำได้ดี ดูแลรดน้ำเช้าเย็น อย่าให้โชกจนมีน้ำขัง บรมครูท่านแนะนำไว้เวลารดน้ำให้เสกด้วยคาถา “อิติปิโสภควา” 3 จบ ว่านนี้ปลูกได้วันเดียวคือ วันจันทร์ข้างขึ้น

ที่มา
http://saimherbal.blogspot.com
เดลินิวส์ ออนไลน์ 18 กันยายน 2557 http://www.dailynews.co.th
องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงที่ยั่งยืน โครงการพัฒนาระบบการจัดการองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)

ป้ายคำ : ,

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ใต้ดิน