สวนลุงเครา

11 มิถุนายน 2558 แหล่งเรียนรู้ 0

คุณสมศักดิ์ จุ้ยนาม หรือที่รู้กันในนาม “สวนลุงเครา” ใน ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แหล่งรวมพืชผักอินทรีย์เพื่อการส่งออกมากว่า 10 ปี จนเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ที่เจ้าของสวนดัดแปลงเป็นเป็นสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งผักกินใบและพืชให้ผล ปลูกอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็นแปลงๆ อย่างชัดเจน พืชผักที่ปลูกจะสลับหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี

คุณสมศักดิ์ จุ้ยนาม หรือที่รู้กันในนาม “สวนลุงเครา” ใน ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แหล่งรวมพืชผักอินทรีย์เพื่อการส่งออกมากว่า 10 ปี จนเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ที่เจ้าของสวนดัดแปลงเป็นเป็นสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งผักกินใบและพืชให้ผล ปลูกอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็นแปลงๆ อย่างชัดเจน พืชผักที่ปลูกจะสลับหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี

loongkawkon

ไม่ว่าจะเป็น คะน้า มะเขือ ผักกูด มะนาว และพืชผักตระกูลพริก ที่สำคัญสามารถบังคับให้ผลผลิตพืชบางชนิดออกนอกฤดูได้ด้วย เช่น การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ซึ่งปัจจุบันที่ให้ผลผลิตแล้วมีทั้งหมดกว่า 400 ต้น และกำลังจะปลูกเพิ่มอีก 500 ต้น จนทำให้เจ้าของสวนมีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือนและรายปี โดยเฉพาะผลผลิตที่ได้ทุกวันนี้มีไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย จนต้องขยายเครือข่ายไปสู่ตำบลใกล้เคียง โดยใช้สวนลุงเคราเป็นต้นแบบ พร้อมทำตลาดให้ด้วย

loongkawsuan loongkawplang loongkawmung

ลุงเคราเริ่มวิถีเกษตรอย่างจริงจังเมื่อปี 2519 จากการทำนาเพียงอย่างเดียวด้วยเนื้อที่เพียง 15 ไร่ จากนั้นในปี 2528 ก็หันมาปลูกไม้ผลเสริม อาทิ ส้มเขียวหวาน มะม่วง พุทรา ลำไย ฯลฯ พร้อมกับขุดบ่อเลี้ยงปลา การทำนาและไม้ผล แต่ก็ใช้ปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืชอย่างเต็มที่หวังให้มีผลผลิตเพิ่ม แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เหตุเพราะค่าปุ๋ยค่ายาที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แมลงศัตรูพืชก็เกิดอาการดื้อยา ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นมาก ส่วนผลผลิตก็ขายไม่ได้ราคา

loongkawpug

“ผมมาเจ๊งกับส้มในปี 2539 เพราะลงทุนไปมาก อัดเข้าไปเต็มที่ทั้งปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง สุดท้ายล้มไม่เป็นท่า ส้มเกิดโรคระบาด ผลส้มร่วงเต็มไปหมด ทั้งที่ใกล้จะเก็บผลผลิตได้แล้ว ตอนนั้นเป็นหนี้ทันทีเกือบ 5 แสน ต้องไปกู้ ธ.ก.ส.มา 1 ล้านบาท โปะหนี้เก่าหมดที่เหลือใช้ทำทุนต่อ ถูกตราหน้าจากชาวบ้านว่า 5 แสนยังไม่มีปัญญาใช้ กู้ใหม่มา 1 ล้านจะไหวเหรอ ตอนนั้นยอมรับว่ากดดันมาก” ลุงเคราย้อนอดีตอันขมขื่น

หลังจากนั้นลุงเคราก็ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใหม่ด้วยการแปลงสวนส้มเป็นสวนมะนาวในบ่อซีเมนต์ แปลงที่นากว่า 15 ไร่เป็นแปลงปลูกผักคะน้า ต้นหอมและพริก แล้วก็ทำโรงเลี้ยงไส้เดือนเพื่อใช้ในการพื้นฟูดิน ปลูกพืชสมุนไพรไล่แมลง โดยหันหลังให้สารเคมีทุกชนิดตั้งแต่บัดนั้นมา แม้ช่วงแรกๆ อาจจะยากลำบาก เนื่องจากการปรับสภาพของดินยังไม่ดีพอ แต่ทุกวันนี้พื้นที่การเกษตรภายในสวนลุงเครา ทุกขั้นตอนการผลิตเป็นเกษตรอินทรีย์ 100%

loongkawpay

ลุงเคราเผยว่า ทุกวันนี้มีรายได้ทั้งรายวันรายเดือนและรายปี โดยรายวันและรายเดือนจะได้จากการจำหน่ายผลผลิตพืชผักต่างๆ ภายในสวน โดยเฉลี่ย 400-500 บาทต่อวัน ซึ่งเงินที่ได้ในส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน ส่วนรายเดือนส่งให้บริษัทผู้ส่งออกและพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง สำหรับรายได้เป็นมะนาวในบ่อซีเมนต์ ซึ่งจะให้ผลผลิตปีละครั้ง แต่จะบังคับให้ออกนอกฤดูเพื่อจะขายได้ราคา

loongkawdern loongkawpuy

“ขณะนี้มะนาวมีอยู่ 400 ต้น ซึ่งใช้ผลผลิตแล้วและกำลังจะลงเพิ่มอีก 500 ต้น แต่ละต้นจะให้ผลผลิตเฉลี่ย 500 ผลต่อต้นต่อปี ในสวนมี 400 กว่าต้น คิดดูเอาแค่ขายลูกละบาทก็พอ ขณะที่ต้นทุนดูแลอยู่ที่ 3-4 บาทต่อต้นต่อปีเท่านั้น ส่วนที่ปลูกในบ่อซีเมนต์ก็เพราะสามารถบังคับให้ออกนอกฤดูได้เท่านั้นเอง ส่วนคะน้าและพริกเหลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ตันต่อรอบ แต่ละรอบมีระยะเวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน และผลผลิตส่วนนี้จะส่งออกอย่างเดียว คะน้าราคาส่งอยู่ที่ 18-20 บาทต่อกิโล” เจ้าของสวนลุงเคราเผย

สวนลุงเครา นับเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ต้นแบบครบวงจร ที่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินและการใช้ประโยชน์จากที่ดินทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้สนใจโดยทั่วไป

loongkawsorn

สวนลุงเครา
เลขที่ 4/1 ม.4 ต. ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด แหล่งเรียนรู้