สารภี ไม้มงคลโบราณ

24 มกราคม 2558 ไม้ยืนต้น 0

สารภีเป็นไม้ไทยโบราณที่มีอายุยืนนานมาก เป็นไม้ยืนต้นวงศ์เดียวกับบุนนาค ด้วยความละเอียดของเนื้อไม้ที่แข็งแรง ทนทาน จึงนิยมนำมาใช้ประโยชน์มากมาย ในตำราพรหมชาติฉบับหลวง จัดให้ต้นสารภีเป็นไม้มงคล โดยมีความเชื่อมาแต่โบราณว่า จะช่วยป้องกันเสนียดจัญไรได้ ที่เป็นดังนั้นอาจเป็นเพราะสารภีเป็นไม้ยืนต้น สูงใหญ่และมีพุ่มทึบ ไม่ผลัดใบ ให้ดอกหอมและอายุยืนยาว คนไทยโบราณนิยมปลูกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เนื่องเพราะเป็นทางลมผ่าน เวลาลมแรงอาจพัดสิ่งไม่ดีเข้าบ้านได้ จึงปลูกสารภีป้องกันไว้ อีกทั้งความหนาทึบของต้นสารภียังช่วยกำบังเป็นเสมือนกำแพงป้องกันคนภายนอกให้มองไม่เห็นภายในบ้านได้อย่างชัดเจนอีกด้วย นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าปลูกสารภีไว้ในบ้านจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย และอายุยืนยาวเหมือนต้นสารภี

sarapeetons

คนโบราณเชื่อว่า มีต้นสารภีไว้ในบ้าน คนในบ้านจะอายุยืนยาว เนื่องจากได้ดมกลิ่นหอมๆ ของสารภี ทำให้จิตใจเยือกเย็น อ่อนหวาน พอใจเย็น ไม่หงุดหงิดง่าย สุขภาพจิตก็จะดี อายุก็ยืนยาว คล้ายกับการบำบัดจิตด้วยกลิ่นหอม ดอกสารภีแห้ง ใช้ทำยาหอม บำรุงหัวใจ หรือนำไปปรุงน้ำหอมใช้ในพิธี สงกรานต์ของทางเหนือ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mammea siamensis Kosterm.
ชื่อพ้อง : Ochrocarpus siamensis T.Anders
วงศ์ : GUTTIFERAE
ชื่ออื่น : สร้อยภี (ภาคใต้)

ลักษณะทั่วไป
ต้นสารภี เป็นไม้ยืนต้น เนื้อแข็ง อายุยืน สูงประมาณ 10-15เมตร ลำต้นตรง ทรงพุ่มหนาทึบ ไม่ค่อยผลัดใบ ปลายกิ่งจะห้อยย้อยลงมาหาโคนต้น เปลือกลำต้นสีน้ำตาล ขรุขระ เป็นสเก็ดเล็กๆ ถ้าขูดเปลือกหรือหักกิ่งจะมีน้ำยางสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนๆ ไหลออกมา เป็นไม้โตช้า กว่าจะเริ่มออกดอกให้เห็นต้องอายุไม่ต่ำกว่า 6 ปี

  • ใบ : ใบรีแคบยาวคล้ายขนนก ปลายแหลม แตกใบเป็นคู่ๆ สลับฟันปลา ผิวใบหนา เป็นมันเกลี้ยง
  • ดอก : เป็นหนึ่งในต้นไม้ที่คนนิยมปลูกไว้ในบริเวณบ้านก็เพราะเป็นไม้ดอกหอม ดอกจะออกเป็นกลุ่มก้อน ตามกิ่ง ดอกสีขาว บานเกือบจะพร้อมกันทั้งต้นส่งกลิ่นหอมอ่อนตลอดทั้งวัน แต่บานไม่ทน วันเดียวดอกก็ร่วงแล้ว ออกดอกส่งกลิ่นหอมรับลมหนาวในช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคม ต้นจะออกดอกเต็มต้นอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ ดอกประกอบด้วยกลีบดอกสี่กลีบ ถ้ามองจากไกลๆ จะเห็นดอกเป็นสีขาว แต่ถ้าดูใกล้ๆ แล้วกลีบดอกจะเจือสีชมพูเรื่อๆ ตรงกลางดอกจะเป็นพู่สีเหลืองฟู่ฟ่อง เรียกว่าเกสรตัวผู้ ผลคล้ายมะปราง ผลอ่อนสีเขียวผิวมันเรียบ แต่ถ้าผลแก่จะเป็นสีเหลือง

sarapeebai  sarapeedoks sarapeedoksarapeepon sarapeepol

นิเวศวิทยา
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา แถบหมู่เกาะแปซิฟิก และประเทศมาดากัสการ์ ในธรรมชาติพบตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของไทย

การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง

sarapeekla
การเพาะขยายพันธุ์ : มีทั้งวิธีดั่งเดิมอย่างการเพาะเมล็ด ต้นที่โตมาจากเมล็ดจะโตช้ามาก ควรเลือกต้นกล้าที่สูงเกินกว่า 30 ซม.มาปลูก เพราะต้นจะมีกำลังดีแล้ว แต่ถ้าใจร้อนอยากให้โตไวๆ ก็จะใช้การชำกิ่ง หรือใช้การขุดล้อม

การดูแลรักษา
สารภีจะชอบดินร่วนๆ ระบายน้ำดี ความชื้นไม่ต้องสูงมาก ชอบแดด รดน้ำสัปดาห์ละครั้งหรือตรวจดูโคนต้น ถ้าดินแห้งก็รดเพิ่ม แต่ถ้าดินชื้นๆ เย็นก็ยังไม่ต้องให้น้ำ ไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงศัตรุพืชรบกวน เพราะธรรมชาติสร้างให้สารภีเป็นไม้ที่ทนทานกับสภาพอากาศได้ดี

ประโยชน์ 
ไม้เนื้อละเอียด แข็งแรง ทนทาน นิยมนำไม้มาทำเสา พื้น ฝาบ้าน บางท้องถิ่นก็ใช้ทำปืน ดอกตูมของสารภีใช้ย้อมผ้าไหมให้สีแดง

sarapeeton
การนำไปใช้ : นิยมปลูกประดับอาคารและสวน หรือเป็นไม้พุ่มให้ร่มเงาอาคาร ขุดหลุมปลูก 50*50*50 ซม. ถ้าปลูกหลายต้น ต้องเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 5เมตร เพราะสารภีเมื่ออายุมากขึ้นจะแผ่พุ่มแผ่ใบ ถ้าปลูกใกล้กันมากเกินไป พุ่มใบก็จะมาชนกัน ไม่สวยงาม

ข้อควรระวัง : ช่วงออกดอก เช้าๆ จะมีผึ้งรุมตอมเกสร เก็บน้ำหวานจากเกสรดอกไม้

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ยืนต้น