สาหร่ายหางกระรอก

26 เมษายน 2559 ไม้น้ำ 0

สาหร่ายหางกระรอก เป็นพรรณไม้น้ำพื้นเมืองของไทย มักพบในน้ำที่มีแสงสว่างส่องถึง น้ำค่อนข้างใส ความลึกน้ำ 0.6-1 เมตร ลักษณะพื้นเป็นดินโคลนหรือโคลนปนทราย มีลำต้นเป็นสายเรียวยาว ทอดไปตามความสูงของระดับน้ำ อาจยาวได้ถึง 3 เมตร ทั้งใบและต้นจมใต้น้ำ ลักษณะของใบเป็นแผ่นบางเรียวยาวขนาดเล็กติดบนลำต้นเป็นชั้นๆ ชั้นละ 2-8 ใบ ใบยาว 10-20 มิลลิเมตร กว้าง 2-5 มิลลิเมตร มีสีเขียวแก่ เส้นกลางใบสีแดง ขอบใบหยักเป็นซี่เล็กๆ มีดอกติดอยู่ที่ซอกใบระดับใต้น้ำ เมื่อดอกแก่จึงจะลอยขึ้นมาบานเหนือผิวน้ำ เจริญได้ดีในน้ำที่มี pH 6.0-7.3 อุณหภูมิน้ำ 25-30 องศาเซลเซียส แสงสว่างปานกลางถึงมาก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hydrilla verticillata (L.f.) Royle
ชื่อสามัญ : Hydrilla
ชื่อวงศ์ : HYDROCHARITACEAE

ลักษณะทั่วไป
ลำต้นมีลักษณะเป็นสาย ยาวเรียว ตามความลึกของระดับน้ำ หรือทอดยาวไปตามแนวขนานใต้ผิวน้ำ อาจยาวถึง ๓ เมตร แตกกิ่งก้านมาก รากยึดพื้นดิน ใบเป็นแผ่นบางเรียวยาวขนาดเล็ก ไม่มีก้านใบ ขอบใบจักเป็นซี่เล็กๆ ใบแตกรอบข้อของลำต้นเป็นชั้นๆ ละ ๓-๘ ใบ ความกว้างของใบประมาณ ๒ มิลลิเมตร ยาวประมาณ ๑๐-๑๕ มิลลิเมตร ใบมีสีเขียวแก่ เส้นกลางใบสีแดง ดอกตัวเมียและดอกตัวผู้อยู่ในต้นเดียวกัน (Monoceious plant) ดอกตัวผู้มีขนาดเล็ก สีขาวอมม่วงเป็นดอกเดี่ยว มีก้านดอกสั้น มีกลีบดอก ๓ กลีบ กลีบรอง ๓ กลีบ เมื่อเกิดใหม่ๆ จะมีกาบ (Spathe) บางๆ หุ้มส่วนของดอกไว้ทั้งหมด ดอกออกตามซอกใบใต้น้ำ เมื่อดอกแก่จะหลุดออกจาก Spathe และลอยขึ้นมาบานเหนือผิวน้ำ ดอกตัวเมียออกตามซอกใบเช่นเดียวกัน แต่จะมีก้านดอกยาว ส่งดอกขึ้นมาบานเหนือน้ำ ตรงโคนก้านดอกตัวเมียจะมี Spathe บางๆ หุ้มอยู่เช่นเดียวกัน ดอกตัวเมียสีขาวขนาดใหญ่กว่าดอกตัวผู้ มีกลีบดอก ๓ กลีบ กลีบเลี้ยง ๓ กลีบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกโป่งอวบน้ำ ทำให้สามารถลอยอยู่บนผิวน้ำได้ดี แม้จะเกิดกระแสน้ำดอกก็จะไม่จมน้ำ

saraihangkrarogs

สถานภาพในธรรมชาติ : เป็นพืชใต้น้ำมีอายุข้ามปี ชอบขึ้นตามคูน้ำ หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ พบที่ระดับความลึกของน้ำ ๐.๖-๓.๐ เมตร pH ของน้ำ ๖.๐-7.๓ อุณภูมิของน้ำ ๒๕-๓๐ องศาเซลเซียส ลักษณะพื้นเป็นดินโคลนปนทราย เป็นพืชที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ดี จึงพบว่าแพร่กระจายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ถือเป็นวัชพืชในแหล่งน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่หลายแห่ง

saraihangkrarogbo
พบตั้งแต่ทวีปยุโรป แอฟริกา และเอเชีย พบตามบริเวณแหล่งน้ำจืดทั่วไป เช่น หนอง บึง หรือในนาข้าว หรือบริเวณที่น้ำขังและไหลไม่แรงนัก จากใกล้ระดับน้ำทะเล ถึง 2,000 เมตร ออกดอกเดือนธันวาคม – มกราคม

การขยายพันธุ์ : ตัดลำต้นปักชำใต้น้ำ

การประดับตู้ปลา : ควรปลูกบริเวณหลังตู้ปลา เป็นพรรณไม้ที่มีการเจริญเติบโต เร็วจึงต้องมีการตัดแต่งอยู่เสมอ โดยการเด็ดยอดลงปลูกใหม่ สภาวะที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงในตู้ คือ มีอุณภูมิ ๑๕-๒๘ องศาเซลเซียส pH ของน้ำ ๖.๐-๘.๐ระดับน้ำลึก ๔๐-๖๐ เซนติเมตร

saraihangkrarogsa

การทำน้ำหมักสาหร่ายหางกระรอก
สำหรับ ฮอร์โมนสูตรสาหร่ายหางหระรอกนั้น เป็นฮอร์โมนที่ให้ธาตุอาหารไนโตรเจนสูง เหมาะสำหรับการบำรุงข้าว โดยนำวัสดุต่างๆ ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นเป็นส่วนผสมดังนี้ 1. สาหร่ายหางกระรอกสด จำนวน 40 กก. 2. กากน้ำตาล จำนวน 20 กก. 3. หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่จำนวน 1 ลิตร 4. น้ำมะพร้าวสดใหม่ จำนวน 90 ลิตร 5. ถังหมักขนาด 200 ลิตร

วิธีทำ
นำสาหร่ายหางกระรอก กากน้ำตาล น้ำมะพร้าว หัวเชื้อจุลินทรีย์ ใส่ในถังหมักแล้วคลุกเคล้าส่วนผสมต่างๆ ให้เข้ากัน ปิดฝาถังให้สนิท ตั้งวางในที่ร่ม หมักนาน 30 วัน แต่ต้องคนส่วนผสมทุกๆ 7 วัน

saraihangkrarogmak

การนำไปใช้
กรองน้ำน้ำหมักสาหร่ายหางกระรอก จำนวน 1 ลิตร ผสมในน้ำ 200 ลิตร หรือ 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นเป็นปุ๋ยทางใบ ควรฉีดพ่นช่วงเช้า 05.00น.-09.00 น. หรือ 15.00 น.-18.00 น. โดยฉีดพ่นตั้งแต่ข้าวอายุ 10 วัน ทุก 15 วัน ไปจนข้าวอายุ 90 วัน จึงหยุด จะทำให้ข้าวเจริญเติบโตดี เสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์พืช ทำให้สามารถต้านทานการเข้าทำลายของแมลงศัตรูข้าวได้ดีในระดับหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็สามารถลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยยูเรียเป็นจำนวนมาก ประมาณ 700 บาท/ไร่ แต่จะใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 ประมาณ 20 กก./ไร่ เพื่อสะสมธาตุอาหารในลำต้นปรับปรุงคุณภาพของผลผลิตให้ดีขึ้น

ป้ายคำ : ,

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้น้ำ