สาหร่ายเกลียวทอง สไปรูลีน่า

20 มกราคม 2560 ไม้น้ำ 0

สาหร่ายเกลียวทอง หรือสาหร่ายสไปรูลีน่า เป็นสาหร่ายที่มีสีเขียวแกมน้ำเงิน พบได้ในน้ำจืดและบางส่วนพบในน้ำทะเลหรือน้ำกร่อยและอุ่นที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง สาหร่ายมีขนาดใหญ่จะม้วนตัวเป็นเกลียวและเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบในเซลล์เดียวถูกจำแนกให้อยู่ระหว่างสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์และพืชมากกว่าสัตว์

สาหร่ายเกลียวทอง หรือ Spirulina spp. เป็นสาหร่ายที่จัดอยู่ในพวกสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินลักษณะโดยทั่วไปเป็นสาหร่ายหลายเซลล์ มีลักษณะเป็นสายสั้นๆ บิดตัวไปมาเป็นเกลียว เจริญเติบโตได้ดีในน้ำกร่อย ในเซลล์ไม่มีสารพวก Cellulose เป็นส่วนประกอบ จึงทำให้ร่างกายสามารถย่อยได้สูงถึง 95% ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์จากสารอาหารในสาหร่ายเกลียวทองได้มาก นอกจากนี้ยังพบสารพวก คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) และไฟโคไซยานิน (Phycocyanin) ซึ่งเป็นสารที่มีสีน้ำเงินอยู่ปริมาณสูงซึ่งทำให้มีอัตราการสังเคราะห์แสงสูงด้วย

สาหร่ายสไปรูลิน่า มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สาหร่ายเกลียวทอง เนื่องจาก เซลล์ของมันมีลักษณะเป็นรูปเกลียว (Spiral) ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่สาหร่าย แต่เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่ง คือ ไซยาโนแบคทีเรีย(Cyanobacteria) มี 2 ชนิด ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ Spirulina platenis (Arthrospira platensis) และชนิด Spirulina maxima เป็นสาหร่ายที่ชอบขึ้นในแหล่งน้ำที่ค่อนข้างเป็นน้ำด่าง จากการที่สาหร่ายมีสีเขียวเข้ม จึงทำให้แหล่งน้ำที่มีสาหร่ายชนิดนี้ขึ้นก็จะมีสีเขียวเข้มดั่งมรกต

สาหร่าย เป็นแหล่งของโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่สูง มีไขมัน และคอเลสเตอรอลต่ำ โดยเฉพาะสาหร่ายสไปรูลิน่า(Spirulina) และสาหร่ายคลอเรลล่า(Chlorella) มีโปรตีนสูงมาก ประมาณ 60-80 เปอร์เซนต์ คือ สาหร่ายแห้ง 100 กรัม(1ขีด) จะมีโปรตีน 60-80 กรัม ซึ่งมากกว่าไข่ไก่ 6 เท่า และมากกว่าน้ำนม 5 เท่า

สาหร่ายสไปรูลิน่า มีกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการครบทุกตัว โดยเฉพาะฟินิลอะลานีน ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับกรดอะมิโนไทโรซีน จะมีผลช่วยลดความหิว โดยการกดศูนย์ความหิว (Hunger center) ที่สมองส่วนกลางทำให้รู้สึกอิ่ม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักตัว และยังมีไขมันต่ำ

สาหร่ายสไปรูลิน่า 1 ช้อนโต๊ะ(10 กรัม) ให้พลังงาน 36 แคลอรี ขณะที่มีคอเลสเตอรอลเพียง 1.3 มิลลิกรัม แต่อุดมด้วยกรดไขมันที่จำเป็นหลายชนิด วิตามิน และแร่ธาตุ ต่างๆ มากมาย เช่น

  • แกมมาไลโนเลนิก(Gamma-linolenic Acid: GLA) ซึ่งมากกว่าน้ำมันพริมโรส 3 เท่า
  • กรดแอลฟา-ไลโนเลนิก(Alpha-linolenic Acid: ALA)
  • กรดไลโนเลอิก(Linoleic Acid: LA)
  • กรดไอโคซาเพนทาอิโนอิก(Eicosapentaenoic Acid: EPA)
  • กรดโดโคซาเฮกซาอิโนอิก(Docosahexaenoic Acid: DHA)
  • คลอโรฟิลล์เอ (Chlorophyll-A) สูงกว่าข้าวสาลี 10 เท่า
  • เบต้าแคโรทีน มากกว่าแครอทถึง 25 เท่า โดยสาหร่ายสไปรูลิน่า ขนาด 1.5 กรัม จะให้ เบต้าแคโรทีนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในหนึ่งวัน
  • ซีแซนทีน(Zeaxantine) ช่วยบำรุงสายตา
  • แซนโทฟิลล์(Xanthophyll)
  • แร่ธาตุ ต่างๆ เช่น แคลเซียม(สูงกว่านมวัว 5 เท่า), โพแทสเซียม, โครเมียม, ทองแดง, เหล็ก, สังกะสี, แมกนีเซียม, แมงกานีส และซีลีเนียม
  • วิตามินบีรวมต่างๆ เช่น วิตามินบี1, วิตามินบี2, วิตามินบี3, วิตามินบี6, วิตามินบี9(โฟลิก) และ วิตามินบี12 สูงถึง 32 ไมโครกรัมต่อสาหร่าย 100 กรัม(มากกว่าไข่ไก่ 16 เท่า)
  • วิตามินซี
  • วิตามินดี
  • วิตามินเอ
  • วิตามินอี

สาหร่ายสไปรูลิน่า จึงได้รับเลือกจากองค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐอเมริกา (NASA) ให้ใช้เป็นแหล่งโปรตีนของนักบินอวกาศ


สาหร่ายสไปรูลิน่า มีโปรตีน 60% โดยมีกรดอะมิโนที่สมบูรณ์ คือ มีกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการครบเกือบทุกตัว แต่ เมทไธโอนีน, ซีสเทอีน และไลซีน จะมีน้อย

รงควัตถุหรือสี ที่พบในสาหร่ายสไปรูลิน่า

  • ไฟโคไซยานิน(Phycoyanin) เป็นสารสีน้ำเงิน ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์ตั้งต้นในไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว
  • คลอโรฟิลล์(Chlorophyll) เป็นสารสีเขียว ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
  • แคโรทีนอยด์(Carotenoid) สารสีเหลือง ซึงทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง

สาหร่ายสไปรูลิน่า จึงเป็นแหล่งสารอาหารที่มีประโยชน์มาก โดยเราสามารถหาพันธุ์สาหร่ายสไปรูลิน่ามาเลี้ยงเอง ไว้รับประทานในครอบครัวได้ หรือหาซื้อในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมารับประทาน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาหร่ายสไปรูลีน่าทำการวิจัยทั่วโลกพบว่ากว่า 4 หมื่นคนในระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ผ่านมาบอกว่า “สาหร่ายสไปรูลีน่ามีส่วนประกอบที่พิเศษคือ มีกรดอะมีโนโปรตีนที่จำเป็นสูงต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีสูงกว่าเนื้อสัตว์เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง แต่ร่างกายต้องการใช้เป็นประจำทุกวัน มีวิตามินจำพวกเบตาคาโรทีนมากกว่าผักถึง 25 เท่า มีธาตุเหล็กสูงกว่าตับถึง 28 เท่า และเป็นแหล่งรวมของวิตามินบี12” ทั้งหมดนี้จึงทำให้สาหร่ายสไปรูลีน่าส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบประสาท ป้องกันเซล์ล์สมองและเสริมสร้างการส่งสัญญาณในระบบสมอง ผู้ที่มีพฤติกรรมไม่ดีในการทานอาหาร ไม่ชอบทานผักและผลไม้หรือต้องเสียพลังงานกับการออกกำลังกาย

องค์การอนามัยโลกได้แนะนำว่า สาหร่ายสไปรูลีน่าเป็นอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษและมีคุณค่าทางอาหารที่ไม่มีสารตกค้าง สามารถใช้บริโภคได้อย่างดีและมีรายงานผลการวิจัยอีกมากมายว่า สาหร่ายสไปรูลีน่าสามารถช่วยบังเกิดผลดีต่อการบำรุงและเสริมการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้อีกด้วย

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้น้ำ