สุธรรม จันทร์อ่อน เกษตรกรดีเด่นบัญชีฟาร์ม

18 พฤศจิกายน 2556 ปราชญ์ของแผ่นดิน 0

เนื่องจาก ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มีการปลูกพืชผัก ผลไม้ ผักสวนครัว และพืชสมุนไพร คุณสุธรรม จันทร์อ่อน ก็เป้นเกษตรกรอีกคนหนึ่งที่ได้ปลูกพืชผักและผลไม้ แล้วก็ประสบกับปัญหาแมลงหรือเพลี้ยระบาดในไร่ จึงได้คิดค้นนำเอาสมุนไพรและพืชผักที่มีอยู่ นำมาทำน้ำหมักชีวภาพในการไล่แมลงและเป็นฮอร์โมนบำรุงพืช การใช้สารอินทรีย์ชีวภาพทำให้มีต้นทุนการผลิตที่ลดลงทำให้ฐานะของครอบครัวและความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัวดีขึ้น และในขณะนี้คุณสุธรรม จันทร์อ่อนก็ได้เป็นวิทยากรจัดอบรมเผยแพร่ความรู้ให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจ

การพึ่งพาตนเอง อย่างเป็นระบบ
การมีกิน มีใช้ ไม่ขัดสน ในเมื่อมีกินมีใช้แต่พอดี ก็ไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาเพิ่ม ผู้ใหญ่ท่านบอกว่า ท่านมีแปลงผัก 1 ไร่ แต่ใน 1 ปีมีรายได้จากการขายพืชผัก 200,000 บาทโดยไม่ต้องไปรดน้ำ พรวนดินใส่ปุ๋ยมา มีก็เก็บ ตายก็ปลูกใหม่ ใช้จุลินทรีย์ ปุ๋ยหมักที่ทำเองมาใส่แทนปุ๋ยเคมี ปลูกแค่ 20 อย่างๆละ 20-30 ต้น เอามาขายวันละ 5-10 บาท ต่ออย่างลองคำนวณดูเรามีรายได้วันละ 100-300 บาท เลยทีเดียว แปลงผักผู้ใหญ่ไม่มีการปลูกอะไรเป็นสัดส่วน แต่ปลูกตามสภาพพื้นที่ ปลูกผักหวานตามแนวทางเดิน ปลูกกล้วยไว้บังร่มให้พริก ปลูกผักปลัง ผักบุ้งมัน ไว้คุลมดิน แปลงผักของผู้ใหญ่จะใช้การตัดหญ้าแล้วเอาคลุมดินไว้ ไม่เผา แต่ก็ยังมีการใช้สปริงเกอร์ช่วยรดน้ำด้วยเหมือนกัน
การลดค่าใช้จ่าย (ต้นไม้จะเกื้อกูลกัน ใบไม้ที่ล่วงหล่นลงดิน ย่อมยังประโยชน์ต่อพื้นดินเสมอ) ทั้งเป็นปุ๋ย ทั้งห่มดินให้เย็น เมื่อผืนดินเย็นชุ่มชิ้นก็ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยมาก ไส้เดือนจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ก็มาอาศัยแถมบำรุงดินให้เราโดยที่เราไม่ต้องใส่ปุ๋ยเติมเข้าไป ผู้ใหญ่บอกว่าต้นไม้ในป่าใหญ่ไม่มีใครไปใส่ปุ๋ยให้มันทำไมมันโตวันโตขึ้นแถมต้องแข่งกันโต เพราะหากว่ามันโตช้ามันจะไม่ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ แต่ใบไม้ที่ตกคลุมดินซิ มันตกวันละใบคุลมดิน แล้วย่อยสลาย ยิ่งทำให้เป็นปุ๋ย ท่านจึงพูดถึงชาวนาบ้านเรา เผาฟางข้าว ไม่ไถกลบตอซัง ก็เหมือนเราทำร้ายดิน เราทำลายความสมดุลของดิน เมื่อไม่มีความสมบูรณ์ชาวนาก็ต้องไปหามาเพิ่มด้วยการใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ สารเร่งต่างๆ ซึ่งแม้จะเป็นธาตุอาหารสิ่งที่พืชต้องการก็จริง แต่พืชก็ยังต้องการธาตุอาหารรองเพื่อเพิ่มลักษณะพิเศษทางสายพันธ์ให้กับมัน

suthamjan-onsuan

ผู้ใหญ่พูดถึงข้าวหอมเพราะท่านปลูกข้าวหอม ข้าวมีราคาแต่ชาวนาไทยไม่ปลูกเพราะผลผลิตต่อไร่ได้น้อย แต่ท่านทำและได้ผลผลิตสูงถึง 85 ถัง/ไร่ แต่ชาวนาบางคนแค่ 80 ถัง/ไร่ ด้วยข้าวสายพันธ์ธรรมดาก็เก่งแล้ว แต่ของผู้ใหญ่ไม่ซื้อปุ๋ย ไม่ฉีดยา แต่ได้ข้าวที่มีคุณภาพ ทั้งราคาดี เพราะเป็นข้าวหอมจริงๆ ทั้งยังทานอร่อย และมีราคาเพราะสีเป็นข้าวกล้องขายอย่างเดียวไม่สีเป็นข้าวขาว เพราะฉะนั้นต้นทุนจึงต่ำมาก คือปลูกข้าวกินเอง เก็บเมล็ดพันธ์ข้าวปลูกเอง ราคาข้าวจะถูกแพง ไม่มีผลกระทบ ทั้งยังมีการเก็บประวัติพันธ์ข้าวลักษณะดีของแต่ละสายพันธ์-จดบันทึก นับเมล็ดข้าวแต่ละรวงว่ามีพัฒนาการทางสายพันธ์อย่างไร
อันนี้ถือว่าเป็นคุณลักษณะที่ดีของการเป็นเกษตรกร ต้องมีการสังเกต การจดบันทึก มีการอ้างอิง มีการเปรียบเทียบ เพราะการทำเกษตรแบบยั่งยืนงานอีกอย่างที่ไม่มีวันเสร็จคือการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนไปตามสภาวะของธรรมชาติ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ มันจะมีเรื่องให้เรียนรู้ได้ไม่มีสิ้นสุด ซึ่งการเลี้ยงไก่ของผู้ใหญ่ที่ได้มาก็เกิดจากการสังเกต การเฝ้าดูว่าไก่ไข่ที่นำมาเลี้ยงมันจิกกินใบไผ่ ก็เลยมีความคิดเลี้ยงไก่ไข่ในป่าไผ่ ลดต้นทุนของการ แต่ยังใช้ของเหลือใช้ปลายข้าวจากการสีข้าว และรำ และหยวกกล้วยมาให้เสริม และยังมาตามมาเรื่องการสังเกตไก่คุ้ยเขี่ยหากินปลวก ซึ่งเกิดจากการนำไม้ไปวางไว้ที่ชื้นๆ ก็จะเกิดปลวก ไก่ก็จะไปคุ้ยเขี่ยกิน ก็เกิดความคิดเพาะปลวกให้ไก่กิน แต่ก็มาพบว่าหากไก่กินโปรตีนสูงๆ จะทำให้ปริมาณการไข่ของไก่ลดต่ำลง จึงต้องเลี้ยงไก่ให้สัมพันธ์กับการเพาะปลวก อันนี้เป็นตัวอย่างของการช่างสังเกตของผู้ใหญ่ดังที่กล่าวมา

นายสุธรรม จันทร์อ่อน หมอดินอาสาประจำอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมอดินอาสาดีเด่นประจำปี ๒๕๕๑ และยังมีตำแหน่งปราชญ์ชาวบ้านเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งเป็นผู้ดูแลศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสามารถนำมาเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรที่ต้องการหวนกลับมายึดอาชีพเกษตร ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ลดการพึ่งพาสารเคมีเพื่อชีวิตที่เป็นสุข

ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายถึงรุ่นพ่อแม่เขาก็ทำการเกษตรแบบพอเพียงไม่ได้พึ่งพาสารเคมีเหมือนสมัยนี้เขาก็อยู่กันได้ดีแต่มาสมัยปัจจุบันที่กระแสสังคมนำพาสารเคมีเข้ามาผมก็หลงทางไปกับสิ่งนั้นอยู่นานจนกระทั่งมารู้ตัวอีกทีเมื่อประมาณ10 ปีที่แล้วที่เริ่มหันมามองว่าสารเคมีได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผมและคนในครอบครัวที่สำคัญพื้นดินที่เป็นที่ทำมาหากินก็เสื่อมโทรมลงจากการสะสมของสารเคมีมิหนำซ้ำต้นทุนการผลิตก็เพิ่มพูนขึ้นเพราะปัจจัยต่างๆปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

suthamjan-onbann

ผมจึงได้กลับมาคิดถึงคำสอนของบรรพบุรุษและเหนือสิ่งอื่นใดคือพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ทรงกล่าวถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นทางออกทางรอดของเกษตรกรโดยแท้ตั้งแต่นั้นมาผมจึงหันมาทำเกษตรพึ่งพาสารอินทรีย์ชีวภาพและปฏิเสธการใช้ปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีทุกชนิดทุกวันนี้ครอบครัวของหมอดินสุธรรมมีความสุขดีจากการเพาะปลูกพืชผักแบบผสมผสานมีพื้นที่ทั้งหมด๑๗ไร่แบ่งเป็นฟาร์มวัวบ่อเลี้ยงปลาแปลงหญ้าประมาณ๑๐ไร่ส่วนอีก๗ไร่นั้นเป็นที่ปลูกบ้านที่พักอาศัยและปลูกหน่อไม้ฝรั่งพริกมะเขือกล้วยน้ำว้าไผ่ไว้รอบๆบริเวณซึ่งทุกอย่างล้วนแต่เป็นการผลิตที่เกื้อกูลกันเช่นมูลวัวก็นำมาทำปุ๋ยคอกใส่ในแปลงผักเพิ่มความอุดมสมบูรณ์เศษผักก็นำไปเลี้ยงปลาเลี้ยงวัว

suthamjan-onpay

ส่วนแรงงานก็ใช้คนในครอบครัวทั้งสิ้นทำให้มีรายได้เหลือเป็นกอบเป็นกำหมอดินสุธรรมบอกว่าในแต่ละปีจะมีรายได้เหลือไม่ต่ำกว่า๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐บาทซึ่งเป็นรายได้ที่พออยู่ได้เงินบางส่วนก็จะนำไปซื้อที่ดินเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกและมีเงินเหลือเก็บออมไว้ใช้จ่ายในครัวเรือนแบบไม่ขัดสน

suthamjan-onsoon

ผอ.สุธรรม จันทร์อ่อน (ผู้ใหญ่โนช) 54 หมู่ 10 ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โทรศัพท์ 081-3845352

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ปราชญ์ของแผ่นดิน