สุริยา ยีขุน ปัญญาเบ่งบานที่บ้านปริก

“ผู้นำท้องถิ่น” บนพื้นฐานวิสัยทัศน์เชิงบริหารการมีส่วนร่วมของชุมชน …คุณสุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ถึง 2 สมัย นับเป็นระยะเวลา 7 ปีเศษ ที่ท่านมุ่งหวัง นำการพัฒนา และขับเคลื่อนชุมชนชาวปริก ให้ก้าวไปสู่ท้องถิ่นที่มีความตื่นตัวอย่างมีพลังอยู่ตลอดเวลา เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สังคมมีคุณธรรม เป็นบ้านเมืองมีความอยู่ดี ผู้คนมีความสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน บนพื้นฐานของความเป็นเอกลักษณ์ และตัวตนของคนท้องถิ่น… ด้วยการยึดหลักการบริหารจัดการ แบบมีส่วนร่วมของชุมชน ในการพัฒนาในแต่ละมิติ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การสร้างสังคมสันติสุขให้เกิดขึ้น บนนิยามและค่านิยมของ ท้องถิ่นเป็นธรรม สังคมเป็นสุข… หลายคนเรียกท่านว่า “นายกนักพัฒนา” แห่งชุมชนชาวปริก

suriyayeekhunrev

เทศบาลตำบลปริกได้รับรางวัลพระปกเกล้าด้านการสร้างเครือข่ายองค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ประจำปี 2555 สาเหตุมาจากกลยุทธ์ในการสร้างเครือข่าย เพราะ ทต.ปริกมีเครือข่ายภายใต้การขับเคลื่อนสู่ตำบลสุขภาวะมี 60 พื้นที่หลัก และ 40 พื้นที่เสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โครงการพัฒนาเครือข่ายตําบลสุขภาวะในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

ฐานการเรียนรู้ที่ 1 เปิดประเด็นถอดแนวคิด “การบริหารจัดการพืนทีสู่ตําบลสุขภาวะ”
แลกเปลี่ยนในเรื่องของแนวคิดในการกําหนดวิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจพอเพียง ร้อยเรียงวิถีชุมชน คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาประชาสังคมสันติสุข” ขององค์กรทีต้องตอบโจทย์การพัฒนาองค์กร และสังคมไปสู่สิ่งที่มุ่งหวังพันธกิจของเทศบาลตําบลปริก ภายใต้ภารกิจ “เทศบาลตําบลปริก เป็นองค์กรแห่งการบริหารสาธารณะ ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานล่าง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ควบคู่โครงสร้างพื้นฐาน เอื้ออาทร เจือจาน สืบสานวัฒนธรรมวิถีชีวิตท้องถิ่น” ด้วยวิสัยทัศน์ และพันธกิจของผู้บริหาร นําไปสู่การแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติไปยังพนักงานในองค์กรภายใต้หลักการบริหารจัดการที่ดี หรือ ธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักการมีส่วนร่วม หลักความโปร่งใส หลักคุณธรรม จริยธรรม ความเท่าเทียมเสมอภาค หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า หลักการเหล่านีล้วนเป็นส่วนสําคัญที่ทําให้การบริหารจัดการของเทศบาลตําบลปริกเกิดผลสัมฤทธิ์ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน พนักงานของเทศบาลทุกคน กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะของเทศบาลตําบลปริกก็เช่นเดียวกัน เกิดจากภายใต้วิสัยทัศน์ของเทศบาลตําบลปริก มีการออกแบบกิจกรรมการสร้างสุขภาวะของตําบล โดยมีระบบการเรียนรู้และการศึกษาของคนทุกช่วงวัยเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนงานและเชื่อมโยงไปสู่ระบบอื่น ๆ โดยมีระบบหลัก ๔ ระบบ คือ

  1. ระบบการบริหารจัดการตําบล
  2. ระบบการเรียนรู้และการศึกษา
  3. ระบบการจัดการสิงแวดล้อมชุมชนและพลังงานทดแทน
  4. ระบบเศรษฐกิจชุมชน สวัสดิการและเกษตรปลอดภัย

และระบบสนับสนุน ๒ ระบบ คือ

  1. ระบบการอาสาเพื่อการดูแลสุขภาพ
  2. ระบบการสื่อสาร

และที่สําคัญที่สุด ผู้บริหารมีแนวคิดในการบริหารจัดการเทศบาล คือ

  1. หลักการสร้างพลังเป็นพี่เลี้ยงแก่กัน (Coaching Project) ได้แก่ผู้บริหารระดับ ผู้อํานวยการกองหัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน เป็นพีเลี้ยงคอยให้คําแนะนําแก่น้อง ๆ ที่เป็นพนักงานเทศบาลในระดับรองลงมาและพนักงานจ้าง สามารถเป็นที่ปรึกษา เป็นแบบอย่างในการทํางาน ที่จะขับเคลื่อนงานขององค์กรให้เกิดผลสัมฤทธิ์
  2. หลักการเพื่อนหนุนพี่นําพา ร่วมพัฒนาองค์กรแบบ Tandem project ได้แก่ หัวหน้าระดับรองลงมาจาก Coaching Project เป็นเพื่อนที่สนับสนุนทั้งพี่เลี้ยง และภูมิบุตรา ในการขับเคลื่อนงาน บูรณาการทํางานระหว่างทั้ง ๒ ส่วน การปรับตัวยอมรับซึ่งกันและกัน เป็นที่ปรึกษาเสมือนเพื่อนและพี่ ทีจะทํางานร่วมกันเป็นหมู่คณะ (Tandem work)
  3. หลักการภูมิบุตรา เกิดจากความเชื่อว่า พลังของการบริหารจัดการเกิดจากการขยับและระเบิดจากข้างใน โดยเทศบาลตําบลปริกได้ว่าจ้างคนในท้องถิ่นเข้ามาเป็นพนักงานจ้าง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพลังในการขับเคลื่อนด้วยแนวคิดที่เน้นการตอบแทนคุณแผ่นดิน เพราะคนในท้องถิ่นสามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีความเต็มใจ และเข้าใจบริบทของชุมชนได้เป็นอย่างดี

ฐานการเรียนรู้ที่ 2 ระบบสื่อสารเทศบาลตําบลปริก
บรรยายเรื่องระบบการสื่อสารของเทศบาลตําบลปริก มีช่องทางการสื่อสารทีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น วิทยุชุมชน Website ปากต่อปาก ป้ายประชาสัมพันธ์ เอกสารแผ่นพับ ใบปลิว CD จดหมายข่าว หนังสือพิมพ์ วารสารต้นปริก หนังสือราชการ เวทีประชุม การสื่อสารไร้สาย ฯลฯ ระบบการสื่อสารเป็นเรื่องที่เทศบาลตําบลปริกได้ให้ความสําคัญในการพัฒนาช่องทางการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ ทําให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารระหว่างชุมชนกับท้องถิน หรือการรับรู้ ในระดับครัวเรือน ด้วยเหตุนีจึงมีการพัฒนาช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้ประชาชนในตําบลปริก รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว จะได้ไม่เกิดกรณีตกข่าว และนอกจากนี้เทศบาลตําบลปริกยังเปิดโอกาสให้มีเวทีประชาคม ซึ่งเป็นเสมือนรัฐสภาย่อส่วนให้แกนนําชุมชนต่าง ๆ ได้เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะมีช่องทางการประชาสัมพันธ์หลาย ๆ ช่องทางทีได้กล่าวมาแล้ว แต่ช่องทางการสื่อสารที่เทศบาลตําบลปริกเห็นว่ามีความสําคัญ และเข้าถึงประชาชนมากที่สุด คือ วิทยุชุมชนเทศบาลตําบลปริก ต้นปริกเรดิโอ FM ๑๐๑.๕๐ MHz ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารแบบ ๒ ทาง (Two Way Communication) ซึ่งออกอากาศทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ ตังแต่เวลา ๐๖.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. โดยมีพนักงานเทศบาลตําบลปริกเป็นผู้ดําเนินรายการ เกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์งานของแต่ละกองงาน สลับกับรายการเพลง และผู้ฟังสามารถโทรมาแสดงคิดเห็นผ่านทางรายการ หรือเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ได้อีกด้วย สือวิทยุสามารถเข้าถึงคนทุกช่วงวัย หรือคนทีไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ก็สามารถรับฟังผ่านทางช่องทางนี้ ได้ฐานการเรียนรู้ระบบการสื่อสารแบ่งออกเป็น ๒ ช่วง ในช่วงแรก จะเป็นการบรรยาย ๔๕ นาที และหลังจากนั้น คณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดําเนินรายการร่วมกับผู้จัดรายการของสถานี นักพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนผู้อํานวยการกองสวัสดิการและสังคม ๑๕ นาที เพือให้คณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้สัมผัสบรรยายในห้องออกอากาศ ได้ทดลองออกอากาศ ทราบถึงวิธีการกระบวนการในห้องออกอากาศ ซึ่งเป็นการปฏิบัติจริง เป็นส่วนสําคัญทีทําให้คณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้มองเห็นภาพของระบบการสื่อสารได้ง่ายขึ้น และสามารถนํากลับไปปรับใช้ในพื้นที่ได้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่

suriyayeekhuna

ฐานการเรียนรู้ที่ 3 การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ
สถานที่ตั้งชุมชนบ้านตะเคียนเภา หมู่ที ๔ ตําบลปริก อําเภอสะเดา วิทยากรได้บรรยายถึงประวัติความเป็นมาในการจัดตังโรงปุ๋ย ซึ่งโรงปุ๋ยได้ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๔๙ งบประมาณทั้งสิน ๑,๔๒๕,๕๐๐ บาท ขนาดพื้นที่ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เพื่อเป็นการตอบสนองต่อนโยบายเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมของเทศบาลตําบลปริกในส่วนของการจัดการขยะต้นทาง กลางทาง และปลายทาง การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพของเทศบาลตําบลปริกนั้นเป็นการจัดการขยะที่ปลายทาง เพราะจะต้องนําขยะอินทรีย์ที่หลงเหลือมาในถังขยะของเทศบาล จะคัดแยกขยะอินทรีย์จากถังขยะอีกครั้ง และขยะอินทรีย์ที่ทางเทศบาลนําไปวางไว้ณ จุดต่างๆ ในชุมชน การผลิตปุ๋ยนั้นจะดําเนินการโดยพนักงานของกองสาธารณสุขฯ จากนั้นจึงนําสู่การสาธิตในการทําปุ๋ยหมักชีวภาพ ดังนี้

  1. การหมักขยะไว้ทีบ่อหมักบ่อที่ ๑ จํานวน ๔๕ วัน
  2. การหมักขยะไว้ทีบ่อหมักบ่อที่ ๒ จํานวน ๒๐ วัน
  3. การนําปุ๋ยจากบ่อหมักที ๒ มาตากไว้ให้แห้ง
  4. การบดปุ๋ย
  5. การผสมปุ๋ยกับนํ้าหมัก
  6. การอัดเม็ด

จากการดําเนินกิจกรรมการผลิตปุ๋ยหมักทําให้เทศบาลมีปุ๋ยใช้ในการดําเนินกิจกรรมในเทศบาลช่วยลดงบประมาณของเทศบาลในการซื้อปุ๋ยใส่ต้นไม้ในเขตเทศบาลได้ นอกจากนีวิทยากรได้กล่าวอีกว่าการทําปุ๋ยของเทศบาลตําบลปริกนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องของธุรกิจ แต่เราทําเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ประชาชนได้ทราบว่าขยะที่คิดว่าไม่มีคุณค่าก็สามารถสร้างมูลค่าได้ การเรียนรู้ ณ ฐานการเรียนรู้นี้จํานวน ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที เป็นการบรรยายประวัติความเป็นมาความสําคัญของการจัดตังโรงปุ๋ย จากนันอีก ๓๐ นาที เป็นการสาธิต การทําปุ๋ยหมักและการซักถามต่างๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นอย่างมาก

ฐานการเรียนรู้ที่ 4 การเกษตรในครัวเรือนสู่เศรษฐกิจพอเพียง
ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๔ ตําบลปริก เกิดจากการแนวคิด “การจัดการรูปแบบครัวเรือนตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” โดยถอดแนวคิดจากวิสัยทัศน์ของเทศบาลตําบลปริก “เศรษฐกิจพอเพียง ร้อยเรียงวิถีชุมชน คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา ประชาสังคมสันติสุข” โดยเน้นให้สมาชิกสภาเป็นแบบอย่างการทํากิจกรรมในชุมชนที่ตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ให้กับประชาชนในชุมชนได้เป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติ สมาชิกหนึ่งท่าน อย่างน้อยหนึ่งกิจกรรม ฐานการเกษตรในครัวเรือนสู่เศรษฐกิจพอเพียง เป็นสวนผสมผสาน ระหว่างพืชผักสวนครัว อาทิ ผักบุ้ง ผักหวาน ตระไค้ พริก ขิง ข่า เพือใช้ในการประกอบอาหารแต่ละมือและแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน มีบ่อปลูกข้าวซีเมนต์ บ่อเลียงปลาดุก เลียงวัว แพะ ไก่ และเป็ด และสิ่งที่ได้จากเศษอาหารที่เหลือจากร้านอาหารของตนเอง ก็นํามาทําเป็นนําหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักชีวภาพ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งทําลายสภาพแวดล้อม เพื่อเป็นปุ๋ยให้กับพืชผักสวนครัวได้บริโภคผักที่ปลอดสารพิษ และเป็นอาหารให้กับสัตว์ที่เลี้ยงในครัวเรือน กิจกรรมดังกล่าวทําให้ลดรายจ่ายในครอบครัว การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ไหลไปตามกระแสของโลกาภิวัฒน์ และเป็นวิถีชีวิตของชาวชุมชนปริกอย่างแท้จริง ฐานการเรียนรู้นี้ ให้ความสําคัญกับการใช้ชีวิตแบบพอเพียง การทําเกษตรโดยไม่ทําลายสิ่งแวดล้อม การใช้พื้นที่ทางการเกษตรที่มีอยู่อย่างจํากัดทําให้เกิดกิจกรรมหลาย ๆ กิจกรรม ฐานนี้วิทยากรจะบรรยาย ณ สถานที่จริง เพื่อให้คณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้สัมผัสบรรยากาศของเกษตรปลอดภัย และสามารถเข้าถึงวิถีชีวิตแบบพอเพียงอย่างแท้จริง

ฐานการเรียนรู้ที่ 5 การจัดการขยะในครัวเรือนสู่พลังงานทดแทน
โครงการรักษ์ป่าสร้างคน ๘๔ ตําบลวิถีพอเพียงสถานที่ตั้งของฐานการเรียนรู้คือชุมชนทุ่งออก วิทยากรบรรยายเกี่ยวกับเรื่องของจิตสํานึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเอง โดยเฉพาะตนเองเป็นผู้นําเป็นนักการเมืองท้องถิ่น จึงอยากจะทําตัวให้เป็นแบบอย่างแก่คนในชุมชน อีกทั้งที่บ้านของตนเองนั้นขายของตอนเช้าซึ่งจะมีขยะประเภทขยะอินทรีย์จํานวนมาก จึงไม่ต้องการให้ขยะประเภทนี้ลงถังขยะสาธารณะจึงคิดว่าจะทําอย่างไรกับขยะเหล่านี้จากนั้นจึงได้นําขยะประเภทนี้มาสร้างคุณค่าโดยการ ทําปุ๋ยหมักชีวภาพ ทํานํ้าหมักชีวภาพ ซึ่งนําหมักชีวภาพนั้นมีหลายชนิด เช่น นํ้าหมักจากนํ้าซาวข้าว นํ้าหมักจากไส้ไก่ เป็นต้น นอกจากนันยังนํากะลาซึ่งเป็นขยะที่มีมากในชุมชน เพราะชุมชนทุ่งออกมีกลุ่มนํากะทิสดมาเผาเพื่อทําถ่านและอีกอย่างคือนํามาทําเป็นอุปกรณ์นวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ ทําแก๊สชีวภาพใช้เองในครัวเรือน และขยะต่างๆ ทีไม่ใช่ขยะอินทรีย์ก็จะถูกคัดแยกไว้ทีบ้านขยะเพือนําไปจําหน่ายต่อไป ซึงการจัดการขยะเหล่านีถือเป็นการจัดการขยะที่ต้นทาง และกลางทาง ได้ดําเนินการกิจกรรมดังกล่าวมาหลายปี ตามนโยบายของเทศบาลตําบลปริก ท่านยังให้ข้อคิดกับผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกว่า “หากเราไม่ได้เป็นผู้สร้างสิงหนึงสิงใดมาก็อย่าไปทําลาย” ฉะนั้นจงช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อตัวเรา เพื่อคนรอบข้าง เพื่อชุมชน เพื่อประเทศ และเพื่อโลกของเรากิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมด ๑ ชั่วโมง แบ่งเป็น การบรรยายถึงความเป็นมาความสําคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อมประมาณ ๒๐ นาที และจากนั้นจึงพาไปเยี่ยมชมตามฐานย่อย เช่น การทําแก๊สชีวภาพ การทํานํ้าหมักชีวภาพ การทําปุ๋ยหมักชีวภาพ การทําเตาเผาถ่าน และชมสาธิตการทํานํ้ายาล้างจานประมาณ ๔๐ นาที ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นอย่างมาก

suriyayeekhuntr

ฐานการเรียนรู้ที่ 6 แม่อาสา
ฐานแม่อาสาเป็นกลุ่ม อสม.ของแต่ละพื้นที่ตามความถนัด กลุ่มแม่อาสาคือ ทุนในสังคม อย่างแท้จริง ทีไม่สามารถใช้เงินตราในการสร้างขึ้นมาได้ หากแต่ต้องสร้างด้วยจิตใจจากบุคลากร ของเทศบาลตําบลปริก ที
มีความรู้ความสามารถในการให้คําแนะนําเบื้องต้นเพื่อ พัฒนาความรู้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น

  • ประโยชน์ของนมแม่ต่อมารดาและทารก
  • ข้อจํากัดของทารกที่ควรได้รับนมแม่อย่างเดียวล้วน 6 เดือนเต็ม
  • กลไกการหลังนํ้านม
  • ท่าอุ้มให้นมแม่ทีถูกวิธี การอมหัวนมแม่ที่ถูกวิธี
  • การบีบนมแม่ด้วยมือ
  • การป้อนนมทารกด้วยแก้ว
  • การเก็บตุนนมแม่และการละลายนมแม่ทีเก็บแช่เย็นไว้
  • การประเมินว่าทารกได้รับนมแม่พอเพียง
  • ความสําคัญของการให้แม่-ลูกอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง
  • ความสําคัญของการไม่ให้นํ้าแก่ทารก
  • ปัญหาในการเลียงลูกด้วยนมแม่ทีพบบ่อยและแนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

ฐานการเรียนรู้ที่ 7 บัญชีครัวเรือน
วิทยากรการทําบัญชีครัวเรือนเป็นการจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจําวันของครัวเรือน และสามารถนําข้อมูลมาวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคตได้อย่างเหมาะสมทําให้เกิดการออม ที่วัดมูลค่าได้ ทีได้รับจากการประกอบอาชีพ หรือผลตอบแทนที่ได้รับจากการให้ผู้อื่นใช้ สินทรัพย์ หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น รายได้จากค่าจ้างแรงงาน เงินเดือน ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากธนาคาร หรือ จากการใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ดังนั้นการทําบัญชีครัวเรือนมีความสําคัญดังนี้

  1. ทําให้ตนเองและครอบครัวทราบรายรับ รายจ่าย หนีสิน และเงินคงเหลือในแต่ละวันรายรับ หรือ รายได้ คือ เงิน หรือสินทรัพย์เงินให้กู้ยืม รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ เป็นต้นรายจ่าย หรือ ค่าใช้จ่าย คือ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ทีจ่ายออกไปเพื่อให้ได้สิงตอบแทนกลับมา สิงตอบแทนอาจเป็นสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร ค่านํ้าค่าไฟฟ้า (ค่าสาธารณูปโภค) ค่านํ้ามัน ค่าหนังสือตํารา เป็นต้น หรือรายจ่ายโดยสลับฐานการเรียนรู้ฐานละ ๑ ชัวโมงครึง ตังแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. จนครบทั้ง ๒ กลุ่ม

ฐานการเรียนรู้ที่ 8 แลกเปลี่ยนระบบการศึกษาและการเรียนรู้เทศบาลตําบลปริก และการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนเทศบาลตําบลปริก
โดยบรรยายถึงความเป็นมาในการจัดตั้งและหลักสูตรการเรียนการสอน จากนั้นเจ้าหน้าที่เทศบาลตําบลปริกได้ร่วมกลุ่มคณะแลกเปลียนเรียนรู้เป็น ๑ กลุ่ม ลงฐานการเรียนรู้ “ระบบการศึกษาและการเรียนรู้เทศบาลตําบลปริก และการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนเทศบาลตําบลปริก”
โรงเรียนเทศบาลตําบลปริกมีการจัดการขยะ โดยทําการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางนักเรียนทั้งในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนเทศบาลเรียนรู้วิธีการแยกขยะ โดยแบ่งเป็น ขยะเศษอาหาร กระดาษ และพลาสติก ในส่วนของเศษอาหารนําไปทําเป็นนํ้าหมักชีวภาพ เพือใช้รดต้นไม้ป้องกันแมลง ทํานํ้ายาล้างจาน ล้างห้องนํ้าใช้ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนเทศบาลตําบลปริก หนอนที่เกิดจากการทํานํ้าหมักชีวภาพใช้เลี้ยงปลาดุกในบ่อสําหรับเป็นอาหารกลางวัน เศษอาหารที่ได้จากการทํานํ้าหมักชีวภาพ ส่งต่อให้ชุมชนทําเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ เนื่องจากโรงเรียนยังไม่มีพื้นที่เพียงพอ แต่ใช้ผลผลิตจากการทําปุ๋ยหมักมาใช้ในการปลูกพืชผักส่วนครัวรัวกินได้ซึ่งผลผลิตที่ได้ใช้เป็นอาหารกลางวันสําหรับเด็กนักเรียน เกิดเป็นวงจรทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้ผลผลิต และก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตที่ครบกระบวนการ วิทยากรของฐานนี้จะเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนเทศบาลตําบลปริก ประกอบไปด้วยฐานการเรียนรู้ย่อย ๆ ๖ ฐาน คือ

  • ฐานการคัดแยกขยะ การคัดแยกขยะจะให้นักเรียนคัดแยกขยะโดยแบ่งเป็น ขยะอาหาร กระดาษ และพลาสติก ทีนักเรียนใช้อยู่เป็นประจําในโรงเรียน การคัดแยกขยะโดยให้รู้ถึงโทษและประโยชน์ของขยะ เน้นการจําแนกขยะ การคัดแยกขยะได้ถูกต้อง
  • ฐานก๊าซชีวภาพ ฐานนีจะนําเศษอาหารทีเหลือจากการรับประทานอาหารกลางวันของเด็กในโรงเรียนมาผลิตเป็นก๊าซ ซึงฐานนี้จะใช้โรงเรียนซึงเป็นสถานทีปฏิบัติจริงมาสาธิต
  • ฐานนํ้าหมักชีวภาพและปุ๋ยหมัก ฐานนี้จะนําเศษอาหารที่เหลือจากการรับประทานอาหารกลางวันของเด็กในโรงเรียนมาทําเป็นนํ้าหมักชีวภาพและปุ๋ยหมัก
  • ฐานการนําวัสดุเหลือใช้มาทําให้เกิดประโยชน์ ฐานนี้จะเป็นการนําวัสดุเหลือใช้มาทําให้เกิดมูลค่า เช่น การนําถุงนมมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้
  • ฐานเศรษฐกิจพอเพียง ฐานนี้เป็นการสาธิตและอธิบายถึงการดําเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงซึงจะเป็นการปลูกผัก เลี้ยงปลา เพือนํามาทําอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนในโรงเรียน
  • ฐานธนาคารขยะ ฐานนี้เป็นการอธิบายถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง กระบวนการทํางานของคณะกรรมการและสมาชิกในการนําขยะมาฝาก

suriyayeekhunob

คณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะได้ฟังบรรยายทีละฐานและในสถานที่จริง ซึ่งวิทยากรจะบรรยายพร้อมทั้งสาธิตการปฏิบัติจริง และเปิดโอกาสให้คณะแลกเปลียนเรียนรู้ได้ซักถาม รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น ๑ ชั่วโมง เพื่อให้คณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เรียนรู้การจัดระบบการศึกษาทีสอดคล้องกับบริบทของชุมชน (วัฒนธรรม สังคมมุสลิม) โดยมีรูปแบบตัวอย่างการบูรณาการจัดการสิงแวดล้อมในโรงเรียน เข้าเป็นหลักสูตรท้องถิน เป็นแนวทางในการนําภูมิปัญญาท้องถินและเศรษฐกิจพอเพียง และบูรณาการการศึกษาระหว่างชุมชนกับโรงเรียน

ฐานการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มพืชสมุนไพรและขนมไทยเบเกอร์รี่
ในอดีต ชุมชนตลาดใต้– บ้านกลาง เป็นชุมชนที่ไม่ค่อยจะมีความร่วมมือกับกิจกรรมของทางเทศบาลมากนัก เนืองจากสภาพชุมชนตลาดใต้ เป็นชุมชนกึงชนบทกึงเมืองประกอบกับสมาชิกในชุมชนมีการประกอบอาชีพทีหลากหลาย จึงเป็นการยากทีจะมีการรวมตัวกันเพื่อทํากิจกรรม จากคําพูดของสมาชิกในชุมชนอื่นๆที่กล่าวว่า “ชุมชนตลาดใต้ไม่มีกิจกรรมอะไรเป็นของตนเอง ทังๆที่เป็นชุมชนของท่านนายก แต่ถ้าไปดูงาน สมาชิกในชุมชนจะสมัครก่อนเพือน”จากคําพูดทีกล่าวมาข้างต้น ทําให้เป็นแรงบันดาลใจให้กลุ่มแม่บ้าน ในชุมชนร่วมกับคณะกรรมการชุมชนได้เริมต้นพูดคุยกัน และในปี 2547 มีโครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ร่วมกับเทศบาลตําบลปริก ได้มีการจัดประชุมสัมมนาและพัฒนาศักยภาพแกนนําในชุมชน ทีให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการพัฒนาชุมชนโดยชุมชนเพือชุมชน มีการระดมความคิดเห็นและจัดตังกลุ่มขนมไทยและเบอเกอรี่ขึ้น ซึ่งทางกลุ่มได้ผลิตขนมหลากหลายประเภททั้งที่เป็น ขนมไทย ได้แก่ หม้อแกง ลืมกลืน ถัวแปบ ดอกลําเจียก กะหรีปับ ขนมเทียนมะพร้าวอ่อน โดนัท คุกกี เค้กกล้วยหอม กลุ่มพืชสมุนไพรและขนมไทยเบเกอรีวิทยากรจะบรรยาย 30 นาที เพือให้ผู้แลกเปลียนเรียนรู้ได้รู้ถึงประวัติ และความเป็นมาของกลุ่ม รวมถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่ม หลังจากนันจะมีการสาธิตการทําขนมไทยโดยให้คณะแลกเปลียนเรียนรู้เข้ามาร่วมกับกิจกรรมทําเสร็จก็ได้รับประทานกันทั้งกลุ่ม ใช้เวลา 30 นาที ซึงได้รับความสนใจจากผู้แลกเปลียนเรียนรู้เป็นอย่างมาก นอกจากได้ความรู้แล้ว ยังสามารถนํากลับไปใช้ในพืนที สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้แก่ตนเองได้

ฐานการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มนําพริก
สมาชิกกลุ่มนําพริก สถานที่ตั้งกลุ่ม ชุมชนตลาดใต้ – บ้านกลาง วิทยากรจะบรรยายเกียวกับประวัติความเป็นมาของกลุ่ม ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๘ ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มคือการแปรรูปอาหารประเภทนําพริกจุดเริ่มต้นของกลุ่มได้รวบรวมสมาชิกที่ว่างจากการประกอบอาชีพหลัก รวมตัวกันมีสมาชิกจํานวน ๒๐ คนได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากเทศบาลตําบลปริก และขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพภาคใต้จํานวนทั้งสิน ๘๕,๐๐๐ บาท เมือได้รับงบประมาณสนับสนุนแล้ว ทางกลุ่มก็ดําเนินการตามโครงการโดยการไปศึกษาดูงานที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อเรียนรู้วิธีการเพิ่มเติมจากสิ่งที่ตนได้ฝึกอบรมโดยมีการสาธิตทํานํ้าพริก ๓ ประเภท ได้แก่

  1.  นํ้าพริกปลาเค็ม
  2. นํ้าพริกกุ้งเสียบ
  3. นํ้าพริกมะขาม

ปัจจุบันกลุ่มได้จัดตังมาเป็นระยะเวลากว่า ๕ ปี ส่วนสถานที่จําหน่ายผลิตภัณฑ์ได้แก่ร้านค้าในชุมชนจําหน่ายภายในกลุ่ม จําหน่ายตามงานนิทรรศการสินค้า OTOP ต่าง ๆ ทางกลุ่มจะให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม ความสามัคคีในกลุ่ม ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่จัดตั้งกลุ่ม กลุ่มนํ้าพริกวิทยากรจะบรรยายประมาณ ๓๐ นาที เพือให้ผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้รู้ถึงประวัติและความเป็นมาของกลุ่ม หลังจากนั้นจะมีการสาธิตการทํานํ้าพริก ประมาณ ๓๐ นาที ได้แก่ นําพริกปลาเค็ม นําพริกกุ้งเสียบ โดยให้ผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ฝึกปฏิบัติการทํานํ้าพริก เมื่อทําเสร็จแล้วก็ให้ผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้นํากลับไปรับประทาน ซึงได้รับความสนใจจากผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นอย่างมาก นอกจากได้ความรู้แล้ว ยังสามารถนํากลับไปใช้ในพื้นที่ สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้แก่ตนเองได้

ฐานการเรียนรู้ที่ 11 การดูแลผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุ
สถานที่ตั้งที่ทําการฐานการดูแลผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุ ชุมชนทุ่งออก วิทยากรบรรยายเกี่ยวกับการจัดตั้งฐานการดูแลผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุ เป็นการรวบรวม อสม.ทั้ง ๗ ชุมชนของเทศบาลตําบลปริก ซึ่งมีการแบ่ง อสม.ของแต่ละพื้นที่ตามความถนัดและความชอบ ฐานการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและผู้พิการมีจํานวนสมาชิกทั้งหมดจํานวน ๒๕ คน จากนั้นก็แนะนําสมาชิกในฐานการเรียนรู้ให้ผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทราบ ในการดําเนินกิจกรรมของฐานการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังนั้นจะดูแลในส่วนของ ผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุ ในพืนที่ในการดําเนินงานนั้นจะมีการลงเยี่ยมบ้านผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุทุกเดือน เพื่อให้ความรู้แนะนํา ผู้ป่วยในเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกําลังกาย การรับประทานยา และการไปพบแพทย์ เป็นต้น และมีนมกับไข่ไก่ไปฝากผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุ ด้วย ซึ่งเราใช้งบประมาณจากกองทุนระบบหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นเทศบาลตําบลปริก หากกรณี case ไหนมีปัญหาเร่งด่วนก็จะรายงานผลแก่กองสาธารณสุขฯ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงเยียมอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนียังทํางานร่วมกับฐานผู้ป่วยโรคเรื้อรังหากผู้พิการคนใดที่เป็นผู้ป่วยก็จะบริการตรวจนําตาลหรือวัดความดันโลหิตให้ด้วยการดูแลผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุได้ดําเนินงานมาแล้วประมาณ ๑ ปีกว่า ๆ ซึงการดําเนินงานนั้นเป็นการดูแลสุขภาพชุมชน โดยชุมชน เพือชุมชน กองสาธารณสุขฯ และกองสวัสดิการสังคม เป็นแค่เพียงพี้เลียง (Coaching) ให้เท่านั้น วิทยากรบรรยายความเป็นมาและเปิดโอกาสให้ซักถามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเล่นเกมส์สันทนาการจํานวน ๑ ชั่วโมง ซึงได้รับการสนใจเป็นอย่างดีโดยเฉพาะผู้เรียนรู้ทีเป็น อสม.หรือสายงานสาธารณสุขฯ

ฐานการเรียนรู้ที่ 12 ฐาน EMS (หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน)
ศูนย์ อปพร.เทศบาลตําบลปริก กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งฐาน EMS เกิดขึนเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙ จากปัญหาแนวโน้มของการเกิดอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยฉุกเฉินของประชาชนทีเพิมมากขึน ประชาชนที่ประสบเหตุไม่มีรถนําส่งโรงพยาบาล ทําให้ประชาชนบางคนเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการไปรับการรักษาไม่ทันการณ์ ประกอบกับมีนโยบายจากกระทรวงมหาดไทยให้มีการจัดตังหน่วยกู้ชีพในตําบลขึน เทศบาลตําบลปริก จึงได้จัดตังหน่วยกู้ชีพขึน โดยมี อบจ.สงขลา สนับสนุนให้ยืมรถกู้ชีพมาใช้ในการปฏิบัติงาน จํานวน ๑ คัน และเปิดรับสมัครอาสาสมัครกู้ชีพ เพือทําหน้าทีปฐมพยาบาลเบืองต้นและช่วยเหลือส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อทีโรงพยาบาล พบว่าปัจจุบันเทศบาลตําบลปริกมีประชาชนทีมีจิตอาสาสมัครเข้ามาเป็นอาสากู้ชีพ จํานวน ๒๐ คน บทบาทของอาสากู้ชีพ ประเมินสถานการณ์และใส่เครืองป้องกันตนเอง ประเมินสภาพผู้บาดเจ็บ ตรวจร่างกายประเมินความรู้สึกตัว จัดท่าผู้บาดเจ็บ ดูแลการหายใจ การห้ามเลือด ทําแผล การดาม การเคลื่อนย้าย การสื่อสาร การช่วยเหลือผู้ป่วยทีประสบอุบัติเหตุ ตลอด ๒๔ ชัวโมง วิทยากรประจําฐานนี้จะบรรยายประวัติความเป็นมา การช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น ในภาพรวม ประมาณ ๓๐ นาที หลังจากนันประมาณ ๓๐ นาที มีการสาธิตการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกรณีผู้ป่วยเกิดอุบัติเหตุ โดยเป็นการแสดงบทบาทสมมุติ เพือให้ผู้แลกเปลียนเรียนรู้ได้มีส่วนร่วมและสามารถมองเห็นภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าทีได้ง่ายขึน ฐานนีผู้แลกเปลียนเรียนรู้สามารถนําแนวคิดการบริหารงาน ไปปรับใช้ในพื้นทีได้เนื่องจากระบบนี้สามารถช่วยลดการสูญเสีย และที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงที ทําให้มีโอกาสในการรอดชีวิตสูง

ที่มา : http://www.tonprik.org

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ปราชญ์ของแผ่นดิน