หญ้าหางกระรอก หญ้ากอเตี้ยโตเร็ว

16 พฤศจิกายน 2558 ไม้พุ่มเตี้ย 0

หญ้าหางกระรอกมีอายุปีเดียวเป็นหญ้ากอเตี้ย สูง ๑๐-๒๐ เซนติเมตร ใบเล็ก ติดเมล็ดดีมาก พบขึ้นอยู่ทั่วไปในที่ดอน เมื่อฝนเริ่มตกในช่วงต้นฤดูฝน หญ้าพวกนี้จะงอกและเติบโตเร็วมาก ทำให้โคกระบือได้อาหารรวดเร็วในช่วงดังกล่าว

ชื่อวิทยาศาสตร์ Setaria verticillata (L.) P. Beauv.(syn. Panicum verticillatum (L.)
วงศ์ GRAMINEAE
ชื่ออื่นๆ หญ้าโขมง ( กาญจนบุรี ) ; หญ้าคาย ( เชียงใหม่ ) ; หญ้าหมาติดเก้ง ( สิงห์บุรี ) ; หญ้าหางกระรอก ( กรุงเทพฯ ) ; Bur bristlegrass

yahangkarogdok

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
หญ้าหางกระรอกเป็นพืชฤดูเดียว ทรงต้นเป็นกอค่อนข้างตั้ง ( tufted annual) ชอบขึ้นตามที่ร่มเงา เจริญเติบโตดีในต้นฤดูฝน แตกรากตามข้อที่แตะพื้นดิน ต้นสูง 68.32- 123.12 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 4.88- 7.46 มิลลิเมตร ใบเป็นแบบรูปใบหอก (lanceolate) โคนใบป้านมน ปลายใบเรียวแหลม (acuminate) ใบยาว 23.29- 33.03 เซนติเมตร กว้าง 2.46- 2.78 เซนติเมตร ลักษณะแผ่นใบโค้งลงส่วนโคนใบค่อนข้างทำมุมฉากกับลำต้น ใบสีเขียวเข้ม ผิวใบสากหยาบเล็กน้อย หน้าใบ หลังใบ ไม่มีขน มีเส้นกลางใบชัดเจน (pronounced mid rib) ขอบมีรอยหยักแบบฟันเลื่อยถี่สั้นๆ (serrulate) ลิ้นใบ (ligule) เป็นแผ่นเยื่อขอบลุ่ยเป็นเส้นๆ (membranous frayed) กาบใบสีเขียวเข้มไม่มีขน กาบใบยาว 10.38- 12.02 เซนติเมตร ลำต้นเรียบสีเขียวอมเหลือง ผิวมันเล็กน้อย ข้อเรียบสีเขียวเข้ม ยอดอ่อนโผล่แบบม้วน ออกดอกเดือนมิถุนายน ช่อดอกออกที่ปลายยอดแบบช่อเชิงลด (spike) ช่อดอกแน่น ยาว 20.92- 31.28 เซนติเมตร ส่วน Head ยาว 13.93- 21.21 เซนติเมตร ส่วนปลายยอดช่อดอกโค้งงอลงเล็กน้อย ช่อดอกย่อย (raceme) ยาว 0.82- 1.54 เซนติเมตร มีจำนวน 89-107 ช่อแต่ละช่อโค้งงอขึ้นและเกิดเรียงสลับ (alternate) อยู่รอบๆแกนช่อดอก กลุ่มดอกย่อย (spikelet) รูปไข่ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร มีก้านสั้นๆเกิดอยู่บนแกนช่อดอกย่อย มี 5-9 กลุ่มต่อช่อ กลุ่มดอกแต่ละกลุ่มมีขนสากเป็นเส้นๆ (bristle) และค่อนข้างเหนียวขึ้นรองรับจากโคนกลุ่มดอก 3-4 เส้น ขนาดยาว 5- 8 มิลลิเมตร แตกต่างจากหญ้าสอนกระจับ ( Cenchrus echinatus ) ที่โคนขนแผ่ติดกันเป็นกระพุ้งแข็ง (involucre) ดอกแก่ขนแข็งทำให้กลุ่มดอกสามารถติดไปกับวัสดุอื่นได้ แต่ละกลุ่มดอกมีกาบหุ้มดอก (glume) 2 อัน กาบบนยาวเท่าๆกับดอก กาบล่างเป็นเกล็ดสั้น กลุ่มดอกย่อยประกอบด้วย 2 ดอก (floret) ดอกอ่อนสีเขียว อับเรณูสีเหลืองปนน้ำตาล ยอดเกสรเพศเมียสีม่วงดำ ดอกแก่ร่วงง่ายทั้งชุด แหล่งที่พบและเก็บรวบรวมพันธุ์ พบขึ้นอยู่ทั่วไปในสภาพพื้นที่รกร้าง ที่ลุ่ม ชุ่มชื้นและมีร่มเงา ดินร่วนปนเหนียว ดินเหนียว เช่นเขตพื้นที่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ( LP 145, PC 629 )

yahangkarogs yahangkarogdoks

คุณค่าทางอาหาร อายุประมาณ 50 วัน ระยะมีดอกอ่อน มีค่า โปรตีน 12.44 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใย 25.05 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 1.11 เปอร์เซ็นต์ เถ้า 17.82 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรท (NFE) 43.58 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยส่วน ADF 35.34 เปอร์เซ็นต์ NDF 53.17 เปอร์เซ็นต์ ลิกนิน 5.42 เปอร์เซ็นต์

การใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติสำหรับแทะเล็มของโค กระบือ โดยเฉพาะในช่วงต้นฤดูฝน

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้พุ่มเตี้ย