หญ้าแพรก ทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อม

7 ตุลาคม 2558 ไม้เลื้อย 0

หญ้าแพรกเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นกลมเล็กเรียวยาว เป็นปล้องๆทอดนอนไปตามผิวดิน ใบเล็กแคบเรียวยาว 1-2 นิ้ว ปลายแหลม ออกเป็นกระจุก ตามข้อ เมื่อแก่เข้าจะเกิดใบเป็นกระจุกโต เกิดตามหน้าดินทั่วไป

ชื่อวิทยาศาสตร์ Bermuda Grass, Dub GrassCynodon dactylon Pers.
ชื่อวงศ์ GRAMINEAE
ชื่ออื่น หญ้าเป็ด (เหนือ) หญ้าแผด

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
หญ้าแพรกเป็นพืชอายุหลายปีเจริญแบบแผ่ราบไปตามพื้นมีลำต้นบนดินหรือไหล แผ่คลุมดินทึบและแตกรากตามข้อทุกข้อที่แตะผิวดินและมีลำต้นใต้ดิน ต้นสูง 10 เซนติเมตร ใบเป็นแบบรูปใบหอกเรียวไปที่ปลายแหลม ยาว 4.5-11.6 เซนติเมตร กว้าง 2.0-4.7 เซนติเมตร หน้าใบมีขนยาวกว่าหลังใบปกคลุมอยู่ปริมาณเล็กน้อย ใบอ่อนโผล่จากยอดแบบม้วน กาบใบยาว 1.0-4.5 เซนติเมตร ลิ้นใบเป็นขอบชายครุยเป็นเส้นสั้นๆ สูง 0.5 มิลลิเมตร ดอกออกตลอดทั้งปี ช่อดอกออกที่ปลายยอดแบบช่อกระจะ มี 3-6 ช่อย่อย กลุ่มดอกย่อยมี 2 ดอกย่อย แต่ดอกหนึ่งลดรูปเป็นเส้นแนบติดกับดอกสมบูรณ์เพศ เรียงตัวเหลื่อมกันบนแกนด้านเดียว ไม่มีก้านดอก อับเกสร มี 3 อับสีเหลือง

yapragpa yapragdok yapragdin

สรรพคุณทางสมุนไพร
ทั้งต้น รสขมเย็น ตำกับสุราพอกหรือทาแก้พิษอักเสบ ปวด บวม ต้มดื่มแก้ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้หัว เหือดหัด สุกใส ดำแดง เป็นต้น แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ตกโลหิตระดูมากเกินไป แก้อาเจียนเป็นเลือด ขับลมแก้อัมพาต ปวดเมื่อยตามกระดูก แก้โรคเบาหวาน ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ แก้ริดสีดวงทวาร
ราก รสขมเย็น ต้มหรือบดปั้นเม็ดรับประทาน แก้โรคแผลหนองเรื้อรัง แก้กามโรคระยะออกดอกขับปัสสาวะ แก้นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แก้ริดสีดวงทวารที่มีเลือดออก แก้บวมน้ำ

การใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติสำหรับแทะเล็มของโค กระบือ แพะ แกะ ปลูกป้องกันการชะล้างดิน
คุณค่าทางอาหารสัตว์ อายุประมาณ 45 วัน มีค่าโปรตีน 9.7 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยส่วน ADF 31.5 เปอร์เซ็นต์ NDF 67.7 เปอร์เซ็นต์ แคลเซียม 0.50 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัส 0.12 เปอร์เซ็นต์ โปแตสเซียม 1.54 เปอร์เซ็นต์ ลิกนิน 6.4 เปอร์เซ็นต์
ใช้ในการรักษาหน้าดิน เป็นอาหารที่ใช้แทะเล็มทางธรรมชาติของสัตว์ เป็นสมุนไพร ตำพร้อมกับสุรา นำมาพอกแก้บริเวณที่อักเสบ ปวดบวมได้ หรือนำมาบดอัดเป็นเม็ด รับประทานแก้โรคริดสีดวงทวาร นิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือแผลหนองเรื้อรังก็ได้

ในสภาพแวดล้อมและการดูแลที่เหมาะสม เป็นหญ้าที่มีความสม่ำเสมอ คุณภาพดีพอใช้จึงจะได้หญ้าที่สีเขียวสด ใช้ปลูกเป็นสนามหญ้า ทั่ว ๆ ไป เช่น สนามฟุตบอล รักบี้ ในสวนสาธารณะ ปลูกตามขอบถนน สนามเด็กเล่น ปลูกเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกในพื้นที่ ที่กว้าง ๆ เพียงเพื่อต้องการปลูกปกคลุมดินป้องกันไม่ให้เกิดการพังทลายของดินได้ หญ้านี้มีความต้องการดูแลในระดับที่ปานกลางถึงระดับสูง จึงจะได้คุณภาพดี ถึงแม้จะทนต่อความแห้งแล้งและความร้อนได้สูงก็ตาม แต่หญ้านี้จะคุณภาพไม่ดี ถ้าไม่ได้ให้น้ำอย่างเพียงพอ การใช้หญ้าแพรกทำสนามหญ้าต้องระมัดระวังอย่างหนึ่งคือ หญ้านี้จะกลายเป็นวัชพืชที่สำคัญได้ เนื่องจากการเจริญเติบโตเร็ว ทั้งยังมีเมล็ดแพร่พันธุ์ได้อีก และจะเป็นวัชพืชที่เข้าไปในแปลงดอกไม้ ไม้พุ่มเล็ก ๆ แม้กระทั่งตามถนนที่มีรอยแตก หญ้านี้จะแทรกตัวไปขึ้นได้ แต่ไม่พบว่ามีคุณสมบัติในการชะลอน้ำแต่อย่างใด

การขยายพันธุ์ : เป็นพรรณไม้ที่มักพบขึ้นเอง ตามที่ว่างริมถนน หรือบริเวณสนามหญ้า ขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ต้องการความชื้นในปริมาณค่อนข้างมาก ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ด กิ่ง และราก

หญ้าแพรกจัดเป็นพืชมงคลชนิดหนึ่ง ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความแตกฉานในสรรพวิชา เพราะหญ้าแพรกเป็นพืชที่แตกกอและกิ่งก้านง่ายและรวดเร็ว นอกจากนั้นยังเป็นพืชที่มีความทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อม จึงเป็นสัญลักษณ์แสดงความอดทนในการศึกษาเล่าเรียนด้วย
yaprags
หญ้าแพรก ในพุทธประวัติกล่าวว่าพระสิท หญ้าแพรก เป็นพืชในวงศ์หญ้า (Gramineae) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cynodon dactylon Pers. ชื่อสามัญคือ Burmuda grass หรือ Dub grass ไทยพายัพเรียก หญ้าแผด นักวิชาการบางท่านที่ไม่ทราบชื่อไทยของหญ้าชนิดนี้ได้เรียกทับศัพท์เป็น “หญ้าเบอร์มิวด้า” ทำให้นักศึกษารุ่นหลังๆต้องจำชื่อหญ้าแพรกใหม่ (แบบผิดๆ)
หญ้าแพรกจัดเป็นพืชมงคลชนิดหนึ่ง ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความแตกฉานในสรรพวิชา เพราะหญ้าแพรกเป็นพืชที่แตกกอและกิ่งก้านง่ายและรวดเร็ว นอกจากนั้นยังเป็นพืชที่มีความทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อม จึงเป็นสัญลักษณ์แสดงความอดทนในการศึกษาเล่าเรียนด้วย โดยจะใช้ร่วมกับ ดอกมะเขือ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน และดอกเข็มซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งสติปัญญาที่เฉียบแหลมในพิธีไหว้คร

ที่มา
https://www.gotoknow.org/posts/307096

ป้ายคำ : ,

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้เลื้อย