หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

28 กันยายน 2558 ภูมิปัญญา 0

“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดํารัส ชี้แนะแนวทางการดําเนินชีวิต แก่พสกนิกรชาวไทย มาโดยตลอดนานกว่า 30 ปี ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ได้ทรงเน้นย้ำแนวทางแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดํารงอยู่ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนภายใต้กระแส โลกาภิวัฒน์ และ
ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดํารงอยู่และการปฏิบัติตนของประชาชน ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือปฏิบัติงานตามหลัก ความพอประมาณ ความมีเหตุผล สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ด้วยการใช้ความรู้ ความชอบธรรมและคุณธรรม ทําให้ชุมชนพึ่งตนเองบนความพอเพียง ตั้งแต่ปี 2549 กรมการพัฒนาชุมชน ได้น้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาขยายผลในกระบวนการทํางาน เป็นระยะ ดังนี้

ระยะแรก ปี 2549 – 2551 ดําเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยเกณฑ์ประเมิน 6 ด้าน คือ

  1. ) ด้านการลดรายจ่าย (ทําสวนครัว ปลอดอบายมุข)
  2. ) ด้านการเพิ่มรายได้ (มีอาชีพสุจริต ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม)
  3. ) ด้านการประหยัด (มีการออม มีกลุ่มออมทรัพย์ฯ)
  4. ) ด้านการเรียนรู้ (สืบทอดภูมิปัญญา มีการเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง)
  5. ) ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (ใช้วัตถุดิบในชุมชนประกอบอาชีพ ปลูกต้นไม้)
  6. ) ด้านการเอื้ออารีต่อกัน (ช่วยเหลือคนจน รู้รัก สามัคคี)

ระยะต่อมา ตั้งแต่ปี 2552 – ปัจจุบัน ได้ขยายผลการทํางานสู่ความยั่งยืนโดย พัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็น หมู่บ้านต้นแบบ มีศักยภาพ 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด คือ ด้านจิตใจและสังคม (สามัคคี มีข้อตกลงข้อมูลหมู่บ้าน มีกองทุน ยึดหลักประชาธิปไตย มีคุณธรรม/จริยธรรม ชุมชนปลอดอบายมุข) 7 ตัวชี้วัด
ด้านเศรษฐกิจ (จัดทําบัญชีครัวเรือน ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รวมกลุ่มพัฒนาอาชีพ มีการออม มีกลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน) 5 ตัวชี้วัด
ด้านการเรียนรู้ (มีและใช้ข้อมูลชุมชน ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างคุณค่า มีศูนย์เรียนรู้ ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับหมู่บ้าน สร้างเครือข่ายการพัฒนา ) 7 ตัวชี้วัด
ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มีจิตสํานึกในการอนุรักษ์ฯ มีกลุ่ม / องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม มีการใช้พลังงานทดแทนและการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) 4 ตัวชี้วัด

moobannpora moobannporag

กรมการพัฒนาชุมชน ได้เลือก หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ที่ถูกจัดระดับด้วยเกณฑ์ชี้วัด ของกระทรวงมหาดไทย 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด มาพัฒนาเป็น หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ในแต่ละระดับด้วยกระบวนการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ตามขั้นตอนในแต่ละระดับ ดังนี้

ระดับ “พออยู่ พอกิน” ผ่านเกณฑ์ จํานวน 10-16 ตัวชี้วัด เป็นต้นแบบในการใช้ชีวิตพึ่งตนเอง ทํากิน ทําใช้ในครัวเรือน เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และมีการออม ด้วยกิจกรรม ดังนี้

  1. ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง (ครัวเรือนพัฒนา)
  2. ครัวเรือนพัฒนาจัดทําแผนชีวิต นําเข้าสู่เวทีการทบทวนแผนชุมชน
  3. ครัวเรือนพัฒนาปฏิบัติกิจกรรมตามแผนชีวิต
  4. เพิ่มพูนทักษะการดํารงชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามศักยภาพและ
  5. จัดเวทีสรุปผลการพัฒนาครอบครัว ในภาพรวม ส่งเสริมความเป็นครัวเรือนต้นแบบ จัดทําเป็นเอกสารองค์ความรู้ เพื่อเผยแพร่ขยายผล
  6. ประเมินความสุขมวลรวมของชุมชน (GVH)

ระดับ “อยู่ดี กินดี”ผ่านเกณฑ์ จํานวน 17-22 ตัวชี้วัด เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการพัฒนาในรูปกลุ่ม เพื่อเพิ่มรายได้และขยายโอกาสให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยกิจกรรม ดังนี้

  1. ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง (กลุ่มต่างๆ)
  2. ปรับปรุง/ทบทวนแผนพัฒนากลุ่ม และบรรจุไว้ในแผนชุมชน
  3. ปฏิบัติกิจกรรมตามแผนพัฒนากลุ่ม
  4. เพิ่มพูนทักษะการบริหารจัดการกลุ่ม
  5. จัดเวทีสรุปผลการดําเนินงานของกลุ่มในภาพรวม ส่งเสริมความเป็นกลุ่มต้นแบบ จัดทําเป็นเอกสารองค์ความรู้ เพื่อเผยแพร่ขยายผล
  6. ประเมินความสุขมวลรวมของชุมชน (GVH)

ระดับ “มั่งมี ศรีสุข” ต้องผ่านตัวชี้วัด ครบทั้ง 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด เป็นต้นแบบการบริหารการพัฒนาในรูปแบบองค์กรเครือข่าย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้าน ขยายโอกาสในการประกอบอาชีพ และส่งเสริมการจัดสวัสดิการให้กับคนในหมู่บ้าน ด้วยกิจกรรม ดังนี้

  1. ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง (องค์กร/เครือข่าย)
  2. ปรับปรุง/ทบทวนแผนพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน
  3. ปฏิบัติกิจกรรมตามแผนพัฒนาหมู่บ้าน (การบริหารจัดการด้านเครือข่าย)
  4. เพิ่มพูนทักษะการบริหารจัดการหมู่บ้าน/ชุมชน สู่การเป็นต้นแบบ
  5. จัดเวทีสรุปผลการพัฒนาหมู่บ้าน ส่งเสริมความเป็นต้นแบบด้านการบริหารจัดการเครือข่าย จัดทําเป็นเอกสาร องค์ความรู้ เพื่อเผยแพร่ขยายผล
  6. ประเมินความสุขมวลรวมของชุมชน (GVH)

การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ จึงเป็นการนําหมู่บ้านที่มีความพร้อม มีผลการปฏิบัติที่สําเร็จชัดเจนอยู่แล้ว มาเพิ่มเติมความสามารถในการเป็นต้นแบบ สําหรับการขยายผลแนวทาง / วิธีปฏิบัติ ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชน เพี่อให้เป็นสถานที่เรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ สําหรับหมู่บ้านอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นในการพัฒนาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

moobannporb moobannporpay

การแยกประเภทหมู่บ้านเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย “พออยู่ พอกิน” “อยู่ดี กินดี” และ “มั่งมีศรีสุข” เพื่อใช้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ ให้กับหมู่บ้านที่มีพื้นฐาน หรือสถานการณ์ของหมู่บ้านใกล้เคียงกัน สามารถเรียนรู้ เลียนแบบได้ โดยไม่ต้องใช้ความรู้ความชํานาญ ที่แตกต่างกันมากนัก

การจัดกิจกรรมในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ส่งผลในภาพรวม ดังนี้

  1. พัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน บทบาทของ ผู้นํา ให้เป็น แกนนํา หรือหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก ในการนําประชาชนในหมู่บ้าน ให้ลุกขึ้นทํา กิจกรรม เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
  2. ส่งเสริม สนับสนุนให้ ครัวเรือน นําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจําวันมีการจัดทํา บัญชีครัวเรือน จัดทํา แผนชีวิต โดยมี ครอบครัวพัฒนา เป็นต้นแบบ ขยายผล การปฏิบัติสู่ครัวเรือนข้างเคียง
  3. ส่งเสริมให้ ผู้นํา จัด กระบวนการจัดทําแผนชุมชน สร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคิด ตัดสินใจ กําหนดเป้าหมายการทํางานโดยคนในชุมชนเอง ผลักดันและสร้างความรับผิดชอบให้เกิดกับคนในชุมชน ในการบริหารจัดการกิจกรรม ตามแผนการพัฒนา ซึ่งสามารถบูรณาการกิจกรรมต่างๆ จากทุกหน่วยงานโดยมี แผนชุมชนเป็นเครื่องกํากับการพัฒนา
  4. เมื่อได้ดําเนินการมีประสบการณ์ มีความรู้ จึงจัดทําเป็น ชุดความรู้ มี หลักสูตรสําหรับการถ่ายทอดความรู้ จัดเป็น แหล่งเรียนรู้ หรือ ศูนย์เรียนรู้ เพื่อการขยายผลในฐานะหมู่บ้านต้นแบบต่อไป
  5. ผลการจัดโครงการ กิจกรรมต่างๆ นอกจากจะจัดขึ้นเพื่อการป้องกัน แก้ปัญหา อนุรักษ์ เพิ่มมูลค่าให้กับชุมชนแล้ว ยังสามารถสร้างความรู้สึกที่ดี ความพึงพอใจ ความสุข ซึ่งสามารถวัดได้ ด้วยการประเมินความ “อยู่เย็น เป็นสุข” หรือ ความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน/ชุมชน (Gross Village Happiness : GVH )
  6. การจัดโครงการ กิจกรรมต่างๆ สามารถสร้าง ภาวะผู้นํา ทักษะการจัดการ สร้างและพัฒนากลุ่มต่างๆ ในชุมชน ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
  7. การทํางานในหมู่บ้านด้วยคน คณะเดียว /กลุ่มเดียว อาจเกิดข้อจํากัดในการปฏิบัติ เช่น ขาดทรัพยากร ความรู้ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญยังไม่มาก ต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์ ความชํานาญหรือแม้กระทั่งการพึ่งพา แลกเปลี่ยนทรัพยากรจากภายนอก ซึ่งสามารถสร้างความสัมพันธ์เป็นเครือข่ายระหว่างกันทั้งกับหน่วยงาน/องค์กร/หมู่บ้านอื่นๆ เป็นการยกระดับการทํางานที่กว้างออกไป และทํางานที่ยากและท้าทายเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นได้ เพราะมีการ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

moobannporpe moobannpors

ทิศทางการดําเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2557
ในปีงบประมาณ 2557 กรมฯ วางแนวทางงบประมาณในลักษณะ การขยายผลบ้านพี่สู่บ้านน้อง

  1. จังหวัดพิจารณาดําเนินการ เฉลี่ยอําเภอละ 2 หมู่บ้าน โดยเลือกหมู่บ้านที่ได้ดําเนินการประเมินผลและจัดระดับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ตามเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย (23 ตัวชี้วัด) 3 ลักษณะ คือ “พออยู่ พอกิน” (ผ่านเกณฑ์ 10-16 ตัวชี้วัด) “อยู่ดี กินดี”(ผ่านเกณฑ์ 17 – 22 ตัวชี้วัด) “มั่งมี ศรีสุข” (ผ่านเกณฑ์23 ตัวชี้วัด) เลือกหมู่บ้านลักษณะใดก็ได้ ที่ต้องการพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบและมีความพร้อมในการบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาของกรมฯ โดยใช้พื้นที่เป็นหลัก
  2. อําเภอพิจารณาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ปี 2552-2556 จํานวน 1 – 2 หมู่บ้านเป็นบ้านต้นแบบ (บ้านพี่) ซึ่งจะต้องมีลักษณะเดียวกันกับหมู่บ้านเป้าหมายที่เลือกในข้อ 1 (บ้านน้อง) สําหรับการขยายผลการพัฒนาสู่บ้านน้อง
    3. อําเภอดําเนินการพัฒนาหมู่บ้านน้อง ตามแต่ลักษณะหมู่บ้านที่เลือก ด้วยกิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับพื้นฐานของแต่ละหมู่บ้าน

โดย
กรมการพัฒนาชุมชน

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ภูมิปัญญา