เครือข่ายกะเหรี่ยงต้นทะเล จิตสำนึกของคนต้นน้ำเพื่อคนปลายน้ำ

19 มีนาคม 2556 แหล่งเรียนรู้ 0

“ต้นทะเล เป็นการพึ่งตนเอง เราอยากเห็นเขาสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งทางต้นทะเลก็เคยพูดไว้เสมอว่า เราจะรอแต่คนเอาของมาแจกอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้เอามาให้เราตลอดชีวิต เราต้องทำเอง ตรงนี้ทางมูลนิธิจึงคอยเป็นผู้ช่วยเหลืออยู่ห่างๆ คอยเสริมเรื่องปัจจัยที่ทางกลุ่มต้นทะเลขาด”

วิถีของ “ต้นทะเล” นั้น ไม่มีอะไรที่ยากสลับซับซ้อน ทำไร่ ปลูกข้าว ปลูกผัก กันถามวิถีชีวิตปกติ แต่ก็เพิ่มเติมการทำสวนในบ้านขึ้นมา ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก หรือปลูกทุกอย่างที่ใช้ ใช้ทุกอย่างที่ปลูก ปลูกไว้รอบบ้าน เป็นสวนของคนขี้เกียจ – ขี้เกียจเดินออกไปไกลบ้าน ก็ปลูกมันไว้ที่บ้านนี่ล่ะ

สำคัญคือไม่ใช้สารเคมี เพราะทุกครั้งที่พูดถึงต้นทะเล ไม่ได้หมายความแค่พี่น้องชาติพันธุ์ในผืนป่าเท่านั้น ลุงสมหมายย้ำเสมอว่าเราทำอะไรต้องห่วงคนในเมืองด้วย เพราะคนทั้งโลกล้วนเป็นพี่น้องกัน

จากแนวคิดไปสู่การปฏิบัติ ลุงสมหมายใช้พื้นที่นาของตัวเอง สร้างเป็นบ้านเรียนรู้ ปลูก และใช้ทุกอย่าง ทำให้ลูกหลานเห็นว่าวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาติพันธุ์ของพวกเขาอยู่มาอย่างไร ทำไมถึงอยู่ได้มาจนถึงวันนี้ (และทำไมต่อไปจะอยู่อย่างนี้ไม่ได้) เมื่อปลูกพอกินพอใช้แล้วก็เอาไปขาย สำคัญต้องมีกินมีใช้ตลอดทั้งปี ทำให้สวนของต้นทะเลมีพืชพันธุ์ที่หลากหลาย

tontalaepoem

จนวันนี้ ต้นทะเลไม่ได้ยืนต้นเพียงเดียวดายกลางทุ่งนาร้าง และหมู่บ้านอื่นๆ อย่าง กุยต๊ะ กุยเคล๊อะ กุยเลอตอ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ไปจนถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันออกหลายบ้านก็รับเอาแนวคิดนี้ไปปฏิบัติในหมู่ผู้อาวุโสด้วยกัน เพื่อแสดงให้ลูกหลานได้เห็น

กะเหรี่ยงฤาษี วิถีวัฒนธรรม พิธีกรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต การอยู่ร่วมระหว่างคนกับป่า ชะตาของผู้คนต้นน้ำปราการด่านสุดท้ายของป่าอุ้มผางที่กำลังถูกท้าทายจากเมล็ดข้าวโพด และความเจริญ หากอุ้มผางเปลี่ยน จะสะท้านถึงอ่าวแม่กลอง

ต้นทะเลอยู่ที่เรา เราอยู่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของทะเล เราเกี่ยวข้องกับคนกลางน้ำ และปลายน้ำ ปลาทูที่แม่กลองอร่อย ก็เพราะสารอาหารที่สมบูรณ์จากบ้านเรา หากข้าวโพดเข้ามาก็พาสารเคมีเข้ามาด้วย พื้นที่บ้านนี้ยังไม่ถูกรุกจากไร่ข้าวโพด เพราะเราเอาข้าวเป็นตัวตั้ง” ต้นทะเลที่ลุงสมหมายว่าคือพื้นที่ป่าต้นน้ำชั้น 1A ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่กลอง

ลุงสมหมายให้ข้อคิดต่อ “ถ้าเรื่องสารเคมี เราไม่ได้ทำใครเป็นคนทำ ทำไร่ข้าวโพดสักผืน ทำเสร็จแล้วใครจะซื้อ ในป่ามีคนซื้อหรือไม่คนซื้อไม่ได้อยู่ในป่า การลงทุนไร่ข้าวโพดผืนหนึ่งลงทุนเป็นแสน คนกะเหรี่ยงที่นี่มีเงินลงทุนไหม เงินแสนมาจากไหน ก็มาจากคนข้างล่าง ยิ่งมีลูกไร่เยอะยิ่งได้เงินเยอะ งั้นหมายความว่าคนในเมืองทำลายป่ามากกว่า หรือคนในป่าทำลายมากกว่ากัน ต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ละเอียดก่อนจะว่าคนในป่าทำลายป่า”

tontalaesuan

“…ขอบคุณพี่น้อง ลูกหลานที่มาทุกๆ ท่าน ขอบคุณผู้มีเกียรติทุกท่าน เราอยู่ที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก เมื่อก่อนปู่ ย่า ตา ยาย เค้าบอกว่า ชาวกะเหรี่ยงปาเกอญอนี้อยู่ที่ต้นน้ำลำธาร อยู่ในดอยในเขา ต้นน้ำลำธารของเรานี้ไม่ใช่เราดื่มคนเดียวเรากินคนเดียว เราอยู่ต้นน้ำต้องดูแลญาติพี่น้อง ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และต้องช่วยเหลือกันญาติพี่น้องทุกๆ คน คำสอนของพระเจ้าอยู่หัวบอกให้พอมี พอกิน พอใช้ เราใช้รูปของพระเจ้าอยู่หัวอยู่ทุกวัน แต่ว่าใจเรานั้นปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระเจ้าอยู่หัวหรือป่าว ..ขอบคุณมากๆ ทุกคนแหละ…” ลุงสมหมาย ทรัพย์รังสิกุล ผู้นำอาวุโสกลุ่มต้นทะเล
หลังสิ้นคำพูดของลุงสมหมาย เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในงานมอบรางวัลคนค้นฅน อวอร์ด : มนุษย์ มโนธรรม…ปีที่ 4 รางวัลแห่งการยกย่องคนดี ประกาศเกียรติคนกล้า และเชิดชูคนผู้เพียรพยายามพาตนเองและผู้คน ข้ามฝ่าวิกฤติด้วยอาวุธสำคัญ คือ คมปัญญา มโนทัศน์ และมโนธรรมสำนึก อันเป็นจิตที่คิดเผื่อแผ่ แบ่งปัน เมตตาทั้งต่อคนและต่อโลก
ในสาขารางวัลคนไทยหัวใจสีเขียว เป็นรางวัลที่มอบให้สำหรับบุคคลหรือกลุ่มคนผู้ที่ทำงานอุทิศตนในด้านสิ่งแวดล้อม หรือต่อสู้ เพื่อประคับประคองรักษาพื้นที่สีเขียวของโลกใบนี้ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท…และปีนี้เจ้าของรางวัลในสาขานี้คือ “กลุ่มต้นทะเล”
แล้วกลุ่มต้นทะเลเป็นใคร..ทำไมถึงได้รางวัล…???
เครือข่ายกะเหรี่ยงต้นทะเล หรือ กลุ่มต้นทะเล คือกลุ่มผู้อาวุโสของชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่ชาวบ้านให้ความนับถือ อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก รวมกลุ่มจากสหายกลุ่มเล็กๆ ที่มีแนวคิดว่าตนเองเป็นคนต้นน้ำ ยึดมั่นในวิถีวัฒนธรรมของตนเอง และคำสอนครั้งปู่ย่าตายาย ในการที่จะรักษาผืนป่าที่เป็นต้นน้ำ เพื่อรักษาต้นน้ำลำธารที่เปรียบเสมือนชีวิตของผู้คนทั้งคนต้นน้ำ คนกลางน้ำ และคนปลายน้ำให้คงอยู่ไว้ให้ได้
“ปู่ย่า ตา ยาย เค้าบอกว่า คล้ายๆ ว่าเราอยู่กับต้นน้ำลำธาร เราอยู่ในป่าในเขา น้ำทุกสายที่เราอาศัยคือต้นน้ำลำธาร คล้ายๆ ว่าน้ำทุกหยดต้องไหลสู่ทะเล เราอยู่ต้นน้ำก็คือเท่ากับ..ต้นทะเล”
“ถึงแม้ว่าความเจริญเข้ามา แต่ให้เราอยู่ได้ ถึงแม้ความเจริญเข้ามา แต่เราไม่ได้หลงวัฒนธรรมของคนอื่น แต่เราจะอยู่กับวัฒนธรรมของเรา ถ้าหากว่าคนที่อยู่ข้างล่าง สมมุติว่าไม่มีป่าแล้ว สักวันหนึ่งน้ำมันจะแห้งเขาจะอยู่ได้ยังไง ต้นน้ำลำธารแห้งหมดแล้ว เหมือนในป่ากับในเมืองเท่ากับมือซ้ายมือขวา ถ้ามีป่ามีน้ำ ป่าไม่มีน้ำมันก็แห้ง อันนี้มันเกี่ยวข้องกัน ถ้าทำแห้งหมดแล้วเนี่ย ถึงคนในเมืองอยู่ไม่ได้ คนในป่าก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน”
กลุ่มคนเล็กๆ ที่อาศัยอยู่บนดอย ใช้ชีวิตอย่างสมถะตามวิถีของตัวเอง ปลูกผัก ปลูกข้าว หาปลา เพื่อการดำรงชีวิต ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก แสงสว่างที่มีเป็นเพียงแสงสว่างที่ได้จากเปลวเทียน และแสงจากกองไฟในคืนที่มีงานบุญประเพณีคืนที่ทุกคนมารวมตัวและพูดคุยแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

tontalaek

ต้นทะเล“…ขอบคุณพี่น้อง ลูกหลานที่มาทุกๆ ท่าน ขอบคุณผู้มีเกียรติทุกท่าน เราอยู่ที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก เมื่อก่อนปู่ ย่า ตา ยาย เค้าบอกว่า ชาวกะเหรี่ยงปาเกอญอนี้อยู่ที่ต้นน้ำลำธาร อยู่ในดอยในเขา ต้นน้ำลำธารของเรานี้ไม่ใช่เราดื่มคนเดียวเรากินคนเดียว เราอยู่ต้นน้ำต้องดูแลญาติพี่น้อง ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และต้องช่วยเหลือกันญาติพี่น้องทุกๆ คน คำสอนของพระเจ้าอยู่หัวบอกให้พอมี พอกิน พอใช้ เราใช้รูปของพระเจ้าอยู่หัวอยู่ทุกวัน แต่ว่าใจเรานั้นปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระเจ้าอยู่หัวหรือป่าว ..ขอบคุณมากๆ ทุกคนแหละ…” ลุงสมหมาย ทรัพย์รังสิกุล ผู้นำอาวุโสกลุ่มต้นทะเล

หลังสิ้นคำพูดของลุงสมหมาย เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในงานมอบรางวัลคนค้นฅน อวอร์ด : มนุษย์ มโนธรรม…ปีที่ 4 รางวัลแห่งการยกย่องคนดี ประกาศเกียรติคนกล้า และเชิดชูคนผู้เพียรพยายามพาตนเองและผู้คน ข้ามฝ่าวิกฤติด้วยอาวุธสำคัญ คือ คมปัญญา มโนทัศน์ และมโนธรรมสำนึก อันเป็นจิตที่คิดเผื่อแผ่ แบ่งปัน เมตตาทั้งต่อคนและต่อโลก

ในสาขารางวัลคนไทยหัวใจสีเขียว เป็นรางวัลที่มอบให้สำหรับบุคคลหรือกลุ่มคนผู้ที่ทำงานอุทิศตนในด้านสิ่งแวดล้อม หรือต่อสู้ เพื่อประคับประคองรักษาพื้นที่สีเขียวของโลกใบนี้ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท…และปีนี้เจ้าของรางวัลในสาขานี้คือ “กลุ่มต้นทะเล”

แล้วกลุ่มต้นทะเลเป็นใคร..ทำไมถึงได้รางวัล…???
เครือข่ายกะเหรี่ยงต้นทะเล หรือ กลุ่มต้นทะเล คือกลุ่มผู้อาวุโสของชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่ชาวบ้านให้ความนับถือ อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก รวมกลุ่มจากสหายกลุ่มเล็กๆ ที่มีแนวคิดว่าตนเองเป็นคนต้นน้ำ ยึดมั่นในวิถีวัฒนธรรมของตนเอง และคำสอนครั้งปู่ย่าตายาย ในการที่จะรักษาผืนป่าที่เป็นต้นน้ำ เพื่อรักษาต้นน้ำลำธารที่เปรียบเสมือนชีวิตของผู้คนทั้งคนต้นน้ำ คนกลางน้ำ และคนปลายน้ำให้คงอยู่ไว้ให้ได้

“ปู่ย่า ตา ยาย เค้าบอกว่า คล้ายๆ ว่าเราอยู่กับต้นน้ำลำธาร เราอยู่ในป่าในเขา น้ำทุกสายที่เราอาศัยคือต้นน้ำลำธาร คล้ายๆ ว่าน้ำทุกหยดต้องไหลสู่ทะเล เราอยู่ต้นน้ำก็คือเท่ากับ..ต้นทะเล”

“ถึงแม้ว่าความเจริญเข้ามา แต่ให้เราอยู่ได้ ถึงแม้ความเจริญเข้ามา แต่เราไม่ได้หลงวัฒนธรรมของคนอื่น แต่เราจะอยู่กับวัฒนธรรมของเรา ถ้าหากว่าคนที่อยู่ข้างล่าง สมมุติว่าไม่มีป่าแล้ว สักวันหนึ่งน้ำมันจะแห้งเขาจะอยู่ได้ยังไง ต้นน้ำลำธารแห้งหมดแล้ว เหมือนในป่ากับในเมืองเท่ากับมือซ้ายมือขวา ถ้ามีป่ามีน้ำ ป่าไม่มีน้ำมันก็แห้ง อันนี้มันเกี่ยวข้องกัน ถ้าทำแห้งหมดแล้วเนี่ย ถึงคนในเมืองอยู่ไม่ได้ คนในป่าก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน”

กลุ่มคนเล็กๆ ที่อาศัยอยู่บนดอย ใช้ชีวิตอย่างสมถะตามวิถีของตัวเอง ปลูกผัก ปลูกข้าว หาปลา เพื่อการดำรงชีวิต ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก แสงสว่างที่มีเป็นเพียงแสงสว่างที่ได้จากเปลวเทียน และแสงจากกองไฟในคืนที่มีงานบุญประเพณีคืนที่ทุกคนมารวมตัวและพูดคุยแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

สมหมาย ทรัพย์รังสิตกุล เครือข่ายต้นทะเล

จากรุ่นสู่รุ่น เหล่าผู้เฒ่าได้ถ่ายทอดวิถีวัฒนธรรมอันดีงามให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ ถ่ายทอดเรื่องราวปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ผ่านนิทานเรื่องแล้วเรื่องเล่า ขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาแต่โบราณ จวบจนการทำตนให้เป็นแบบอย่างแก่ลูกหลาน จนกลายเป็นเครือข่ายที่มีผู้ร่วมอุดมการณ์กว่าสองร้อยชีวิต จากแนวคิดที่ว่า “พวกเราคือต้นทะเล” เป็นคนต้นน้ำที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ มีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมดีกว่าคนในเมืองหลายเท่าตัว หากแต่ไม่มีความคิดที่จะครอบครองเก็บไว้เพื่อใช้ประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว ตรงกันข้ามกลับมีความคิดที่ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะเก็บรักษาผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์นี้ไว้ให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ให้ผู้คนทั้งหลายได้มีน้ำไว้กินไว้ใช้ และสิ่งหนึ่งที่กลุ่มต้นทะเลยึดถือปฏิบัติมาตลอดคือ ในการทำไร่ ทำนา พวกเค้าจะไม่ใช้สารเคมีโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำที่พวกเค้ารักและหวงแหน

tontalaesm

“ชาวกะเหรี่ยงเป็นพี่คนโต ต้องอยู่ในป่าในเขา พี่คนโตคือ ต้องดูแลน้องทุกคน คนอยู่ปลายน้ำกลางน้ำ เป็นมนุษย์เหมือนกัน ช่วยเราได้เหมือนกัน แต่ว่าเราต้องอยู่อาศัยกัน ถ้าเกิดธรรมชาติไม่มีชีวิต เราต้องรักษาเขา แต่ถึงแม้ว่ามนุษย์ต่อมนุษย์ต้องรักษากัน..ฆ่ากันไม่ได้”

หากเปรียบ “คนต้นน้ำ คนกลางน้ำ และคนปลายน้ำ” เป็น “พี่คนโต พี่คนกลาง และน้องคนเล็ก” ตามคำบอกเล่าของบรรพบุรุษชาวกะเหรี่ยงนั้น ในขณะที่พี่คนโตทุ่มเทสุดหัวใจในการที่จะดูแลรักษาทรัพยากรอันมีคุณค่าให้คงอยู่เพื่อหวังให้น้องทั้งสองอยู่อย่างสุขสบายมีน้ำสะอาดไว้กินไว้ใช้มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์….แต่น้องทั้งสองกับไม่เห็นคุณค่า หลงกับวัตถุวัฒนธรรมจากภายนอกหลงลืมรากเหง้าของตัวเอง และกลับมองความหวังดีของพี่เป็นสิ่งที่ล้าหลังและถ่วงความเจริญของสังคม คอยแต่จะยั่วยุ แย่งชิงในสิ่งที่พี่หวงแหนและนำมาซึ่งความเสื่อมโทรม บัดนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่พี่น้องจะมีความเห็นตรงกันและหันมาร่วมแรงร่วมใจรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป..
อย่าปล่อยให้พี่คนโตต้องเดินเพียงลำพัง

ป้ายคำ : ,

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด แหล่งเรียนรู้