แกว่งแขน ลดพุง ล้างพิษ พิชิตโรค

18 เมษายน 2558 สุขภาพพึ่งตน 0

การบริการแกว่งแขน เป็นการออกกำลังเพื่อบริหารร่างกายที่มีประโยชน์มากวิธีหนึ่ง หลังจากได้มีผู้ทำการค้นพบและเผยแพร่ตำรานี้ออกมาในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในปัจจุบันมีผู้นิยมทำกายบริหารแกว่งแขนเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกปี และโรคบางชนิดที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้โดยทางการแพทย์แผนปัจจุบัน แต่กลับสามารถใช้วิธีการบริหารแกว่งแขนแบบง่ายๆ นี้รักษาให้หายขนาดได้ ซึ่งมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าอัศจจรย์ใจยิ่งนัก นับเป็นเรืองที่ไม่น่าเชื่อจริงๆ การบริหารการแกว่งแขน ทได้ง่ายๆ สะดวกทุกที่ ทุกเวลา มีประสิทธิภาพในการบำบัดโรคได้รวดเร็วอีกด้วย โรคเรื้อรังทุกชนิด ส่วนมากรักษาให้หายขาดได้ โดยวิธีทำกายบริหารแกว่งแขนนี้อันที่จริงไม่ว่าจะเจ็บป่วยด้วยโรคชนิดใดก็ตามหาใช่ว่าจะเป็นเรื้อรังอยู่เช่นนั้นตลอดไป ชีวิตไม่ หากมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ เชื่อแน่ว่า จะต้องหายขาดจากโรคได้อย่างสิ้นเชิง

แพทย์จีนแผนโบราณกล่าวไว้ว่า…สิ่งที่เป็นปัญหาสุขภาพภายในร่างกายของคนเรานั้น เกิดจาก “เลือดลม” เป็นเหตุ…หากเลือดลมภายในร่างกายของเราผิดปกติ โรคต่างๆ มากมายก็จะเกิดขึ้น แต่ “การแกว่งแขนจะส่งผลให้เลือดลมภายในโคจรไหลเวียนได้สะดวกเป็นปกติ ไม่ติดขัด” ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนสภาพอวัยวะที่แข็งกระด้างผิดปกติให้อ่อนนิ่ม เปลี่ยนจากสภาพที่อ่อนแอไม่มีประสิทธิภาพให้กลับคืนมาเป็นแข็งแรง และมีสมรรถภาพดีขึ้นได้

นอกจากนี้ใต้หัวไหล่หรือรักแร้นั้น คือ ชุมทางต่อมน้ำเหลือง และเนื่องจากน้ำเหลืองไม่มีปั้ม เหมือนระบบเลือดที่มีหัวใจเป็นปั้ม ดังนั้นการกระตุ้นให้น้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้นจึงต้องพึ่งพิงการออกกำลังกาย เเละการหายใจให้ลึกๆ เป็นหลัก แต่กีฬาอย่างการว่ายน้ำและการแกว่งแขน คือ การช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองได้ขยับ และทำให้น้ำเหลืองไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ดียิ่งขึ้น

เรื่องนี้มีความสำคัญไม่ใช่น้อยเพราะคำว่า ‘ระบบน้ำเหลือง’ นั้นหมายรวมถึง ม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมไธมัสต่อมน้ำเหลือง น้ำเหลือง ท่อน้ำเหลือง ซึ่งเป็นระบบที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อทำความสะอาด ขนถ่ายของเสียและพิษที่สะสมในร่างกาย เศษของเซลล์ที่ตายเเล้วออกไปกำจัดยังอวัยวะที่รับผิดชอบ เเละขับออก

ไปจากร่างกาย รวมถึงการช่วยสร้างเม็ดเลือดขาวแอนตี้บอดี้ของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อระบบต่อมน้ำเหลืองได้หมุนเวียนอย่างสะดวก อาการเจ็บป่วยของเราก็จะทุเลา สุขภาพจะแข็งแรงขึ้น

การแกว่งแขนกับต่อมน้ำเหลือง
บริเวณรักแร้ของเราจะมีต่อมน้ำเหลืองอยู่เยอะ การแกว่งแขนทำให้ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้มีการไหลเวียนที่ดีขึ้น ทำให้การลำเลียงสารพิษ ของเสียต่างๆภายในร่างกาย เป็นไปอย่างราบรื่น ช่วยให้อวัยวะที่ทำงานร่มกันในการขับถ่ายของเสีย เช่น ตับ ม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมไธมัส ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อร่างกายขับถ่ายของเสียได้ดีก็มีผลทำให้ ร่างกายสามารถใช้พลังงานเพื่อเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ดีขึ้น จึงเป็นคำตอบที่ว่าการแกว่งแขนช่วยในเรื่องลดความอ้วนได้อย่างไร

การแกว่งแขนกับกับการผลิตฮอร์โมน
ว่ากันว่าการที่เราแกว่งแขนเป็นการช่วยให้เราจดจ่ออยู่กับวิธีการ ทำให้เราเกิดสมาธิขึ้นในช่วงนั้น และเมื่อเราเกิดสมาธิร่างกายจะมีการผลิตฮอร์โมนได้ดีกว่าเวลาปกติ ซึ่งการผลิตฮอร์โมนได้ดีก็ไปมีผลต่อการลดน้ำหนักของเรา

การแกว่งแขนกับหลักของการออกกำลังกายเพื่อลดอ้วน
ตามหลักการออกกำลังลดความอ้วนนั้น คือการทำให้ได้ค่า HRR ที่ 40-60% ซึ่งค่า HRR คือค่า อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด เทียบกับอัตราการเต้นหัวใจในเวลาปกติ ซึ่งการที่เราออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนนั้น สามารถทำให้ค่า HRR อยู่ในช่วงที่เหมาะสมได้ โดยการจะทำได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแกว่งแขนกี่ครั้ง เป็นเวลานานเท่าไร

ประโยชน์ของการแกว่งแขน

  • ช่วยลดน้ำหนักได้
  • ลดความดันโลหิต ทำให้เลือดไหลเวียนเป็นปกติ
  • ลดความเครียด
  • ลดอาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดบ่า
  • แก้ปัญหาโรคออฟฟิสซินโดรม
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดอุดตัน
  • ไม่มีปัญหาข้อเสื่อม ที่อาจเกิดขึ้นจากการเล่นกีฬาหนักๆ

khangkaengs

การแกว่งแขนติดต่อกัน 10 นาทีจะคุณให้ประโยชน์ในเรื่องของการออกกำลังกาย…แต่หากต้องการบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บอย่างลดความดันโลหิตสูง ลดการสะสมของไขมัน รักษาน้ำตาลในกระแสเลือด ชะลอการเสื่อมของเข่า ลดอาการปวดคอ บ่าไหล่จากออฟฟิศซินโดรม ฯลฯ ก็ต้องทำติดต่อกันในระยะเวลานานกว่านั้น และทำบ่อยๆ วิธีการแกว่งแขนที่ถูกต้องก็ยังทำได้ง่ายๆ

  1. ยืนตรง เท้าทั้งสองข้างแยกออกจากกันให้มีระยะห่างเท่ากับช่วงไหล่ ปล่อยมือทั้ง 2 ข้างลงตามธรรมชาติ อย่าเกร็งให้นิ้วมือชิดกัน หันอุ้งมือไปข้างหลัง
  2. ท้องน้อยหดเข้า เอวตั้งตรง เหยียดหลัง ผ่อนคลายกระดูกลำคอ ศีรษะและปาก ปล่อยไปตามธรรมชาติ
  3. จิกปลายนิ้วเท้ายึดเกาะพื้น ส่วนส้นเท้าก็ให้ออกแรงเหยียบลงบนพื้นให้แน่น แรงจนรู้สึกกว่ากล้ามเนื้อที่โคนเท้าและท้องตึงเป็นใช้ได้
  4. สายตาทั้ง 2 ข้าง ควรมองตรงไปยังจุดใดจุดหนึ่งแล้วมองอยู่ที่เป้าหมายนั้นจุดเดียว สลัดความกังวลหรือความนึกคิดฟุ้งซ่านต่างๆ ออกให้หมด ให้จุดสนใจความรู้สึกมารวมอยู่ที่เท้าเท่านั้น
  5. ยกมือแกว่งแขนไปข้างหน้าอย่างเบาๆ ซึ่งตรงกับคำว่า “ว่างและเบา” แกว่งแขนไปข้างหน้าไม่ต้องออกแรง ความสูงของแขนที่แกว่งไปพยายามให้อยู่ระดับที่เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องฝืนไห้สูงเกินไป คือ ให้ทำมุมกับลำตัวประมาณ 30 องศา แล้วตั้งสมาธินับหนึ่ง…สอง…ลาม…ไปเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันก็ต้องระวังอย่าลืมออกแรงส้นเท้าและลำแขนด้วย เมื่อมือห้อยตรงแล้ว แกว่งขึ้นไปข้างหลังต้องออกแรงหน่อย ตรงกับคำที่ “แน่นหรือหนัก” แกว่งจนรู้สึกว่ากล้ามเนื้อไม่ยอมให้มือสูงไปกว่านั้นอีก เวลาแกว่งแขนกลับจากด้านหลังให้มีความสูงของแขนถึงลำตัวประมาณ 60 องศา

สรุปแล้วก็คือ ขณะที่แกว่งแขนไปข้างหลังให้ออกแรงมากหน่อย ส่วนแกว่งไปข้างหน้าไม่ต้องออกแรง คือ ใช้แรงเหวี่ยงให้กลับไปเอง ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ไม่คับหรือรัดแน่นเกินไป สะบัดแขน มือ เท้าสักครู่ ให้กล้ามเนื้อและร่างกายผ่อนคลาย หมุนศีรษะไปมาแล้วจัดลักษณะท่าทางให้ถูกต้อง

ที่มา : สสส.

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด สุขภาพพึ่งตน