โครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

23 ธันวาคม 2556 ศาสตร์พระราชา 0

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราช ดำริ พัฒนาต่อเนื่องมาจากโครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 ในเวลานั้น โครงการปิดทองหลังพระฯ มีพันธกิจตามมติคณะรัฐมนตรี คือ เพื่อฉลองพระชนมายุครบ 80 และ 84 พรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประชาชนสามารถเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ตรงจากแนวทางโครงการพระราชดำริและน้อมนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมการเรียนรู้ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่และส่งเสริมอาชีพ ประชาชน รวมทั้งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และกระตุ้นจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรมไทย

ในการดำเนินภารกิจของโครงการปิดทองหลังพระฯ เพื่อสืบสานแนวพระราชดำริ ให้ขยายผลสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนนั้นกลับมีข้อจำกัดการที่เป็นหน่วยงานย่อยในสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ดังนั้น เพื่อให้มีหน่วยงานเฉพาะรองรับภารกิจสืบสานแนวพระราชดำริให้ขยายผลสู่ชุมชนได้อย่างกว้างขวาง คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เห็นชอบให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการจัดตั้ง “มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ” และ “สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ” ทั้งนี้ได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิปิด ทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553

วัตถุประสงค์
จัดตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติของมูลนิธิ ให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งการจัดตั้ง
ให้สถาบัน โดยมีมูลนิธิ สนับสนุนให้ทุนดำเนินงาน มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  • สนับสนุนส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาและพัฒนา แก่องค์กร ชุมชน ประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาครัฐ องค์กรทางสังคม สถาบันวิชาการ ภาคธุรกิจ ในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมิติการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงส่งผลต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • สนับสนุนการจัดการความรู้ตามแนวพระราชดำริโดยประสานความร่วมมือกับศูนย์ศึกษาการพัฒนา โครงการส่วน พระองค์ โครงการตามพระราชประสงค์ โครงการหลวง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ องค์กรชุมชน ประชา สังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาครัฐ องค์กรทางสังคม สถาบันวิชาการ ภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดคลั ความรู้ การยกระดับความรู้ การต่อยอดชุดความรู้ใหม่ การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาในและนอกระบบ ตลอดจนการ ขยายผลเชื่อมโยงสู่การนำไปปฏิบัติอย่างกว้างขวาง
  • ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการ ภารกิจและกิจกรรมของสถาบัน กับแผนชุมชน แผนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แผน พัฒนาจังหวัด แผนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และนโยบายรัฐบาล
  • สนับสนุน ส่งเสริม แนะนำ และช่วยเหลือ องค์กรชุมชน ประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาครัฐ องค์กรทางสังคม สถาบันวิชาการ ภาคธุรกิจ เพื่อให้น้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็น แนวทางหลักในการพัฒนาทุกระดับของประเทศ
  • สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความร่วมมือดำเนินการตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง
    • เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา และทัศนศึกษาที่เกี่ยวกับการนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้และ ขยายผลสู่ชุมชน
    • เพื่อส่งเสริมการประสานการดำเนินงานร่วมกับองค์กรชุมชน ประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาครัฐ องค์กรทางสังคม สถาบันวิชาการ ภาคธุรกิจ
    • เพื่อกิจกรรมพัฒนาและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

ผลผลิต

  • เกิดแนวทางที่หลากหลายในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศตามภูมิสังคมอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ
  • เกิดการมีส่วนร่วมจากภาคีทุกภาคนส่วนในการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์สาขาตามแนวพระราชดำริ
  • เกิดการรับรู้ เข้าใจ และ ความร่วมมือสนับสนุนจากภาครัฐ วิชาการ เอกชนท้องถิ่น ชุมชน ประชาสังคม และ นานาชาติ ในการร่วมสร้างภูมิคุ้มกันและร่วมแก้ไขปัญหาพื้นฐานที่สำคัญของประเทศตามแนวพระราชดำริ

หลักการดำเนินงาน
มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิด ทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ มุ่งมั่นดำเนินการโดยยึด 3 หลักการ ดำเนินงานตามรอยพระยุคลบาท คือ

1. หลักการองค์ความรู้ 6 มิติ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ปิดทองหลังพระ เน้นการพัฒนาชุมชนตามหลักการองค์ความรู้ โดยปรับน้ำหนักแต่ละเรื่องตามสภาพภูมิสังคมและ สภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ เน้นการพัฒนาชุมชนตามหลักการองค์ความรู้ใน 6 มิติ ได้แก่ ดิน น้ำ เกษตร พลังงานทดแทน ป่า และ สิ่งแวดล้อม โดยจะปรับน้ำหนักของแต่ละเรื่องตามสภาพภูมิสังคมและสภาพปัญหาของชุมชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่ง องค์ความรู้ 6 มิติ จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น มิติน้ำ จะเน้นการพัฒนาแหล่งน้ำ การเก็บน้ำให้อยู่ในประเทศให้นานที่สุด และการใช้น้ำทุกหยดให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยวิธีการทำฝนหลวง กังหันน้ำชัยพัฒนา การทำฝาย และการบำบัด น้ำเสียโดยวิธีชีวภาพและมิติป่า ซึ่งจะเน้นวิธีการปลูกป่า คือ การปลูกป่าในใจคน การปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง การปลูกป่าต้นน้ำและบริเวณอ่างเก็บน้ำ ระบบป่าเปียก (Wet Fire Break) และการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก โดยจะให้ชุมชน มีส่วนร่วมในกระบวนการวิเคราะห์ปัญหาและพัฒนามากที่สุด และให้ชุมชนเป็นเจ้าของโครงการเพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

pidtonglangpralak1

  • มิติที่ 1 น้ำ
    ป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ
    – การพัฒนาแหล่งน้ำ
    – การเก็บน้ำให้อยู่ในประเทศให้นานที่สุด
    – การใช้น้ำทุกหยดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • มิติที่ 2 ดิน
    การป้องกันและแก้ไขปัญหาในเรื่อง ของสภาพดินซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญใน การทำการเกษตร
    – ปรับปรุงดิน
    – ปลูกหญ้าแฝก
  • มิติที่ 3 เกษตร
    การนำเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้ให้ เกิดประโยชน์สูงสุดในแต่ละพื้นที่
    – เกษตรทฤษฎีใหม่
  • มิติที่ 4 พลังงานทดแทน
    การปรับใช้พลังงานให้เหมาะสมกับ ท้องถิ่นโดยการคิดค้นและพัฒนา พลังงานทางเลือกที่ชุมชนสามารถ พึ่งพาตนเองได้
    – ไบโอดีเซล
    – เชื้อเพลิงสีเขียว
  • มิติที่ 5 ป่า
    การลดการตัดไม่ทำลายป่าและส่ง เสริมให้มีการปลูกป่าในรูปแบบต่างๆ โดยการปลูกฝังจิตสำนึกให้ชุมชน เห็นความสำคัญของป่า
    อนุรักษ์ ดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ จากป่าอย่างถูกวิธี เพื่อให้มนุษย์กับ ธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
  • มิติที่ 6 สิ่งแวดล้อม
    การนำแนวทางการกำจัดของเสียและ บำบัดน้ำเสียมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นการดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมในระยะยาว
    – กำจัดขยะ / บำบัดน้ำเสีย

2. หลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
การเข้าใจ คือ การสร้างให้เกิดความเข้าใจในข้อมูลพื้นฐาน ด้วยการศึกษาข้อมูลทุกมิติของชุมชน ค้นหารากของปัญ หาและรวบรวมองค์ความรู้ของโครงการพระราชดำริทั่วประเทศ
การเข้าถึง เป็นเรื่องการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วม โดยมุ่งสื่อสารสร้างความเข้าใจและความมั่นใจกับชุมชน ร่วม กันวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของชุมชน และให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวน การพัฒนามากที่สุด
การพัฒนา เป็นเรื่องของการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน สร้างทีมพี่เลี้ยง การออกแบบหลักสูตรและเมนูการ พัฒนาการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้และฝึกปกิบัติของชุมชน รวมทั้งการให้ทีมพี่เลี้ยงให้คำแนะนำใน ชุมชนและติดตามสนับสนุนประเมินผล
บันไดทั้งสามขั้นนี้ จะทำให้ชุมชนมีความเป็นเจ้าของและนำไปสู่ความยั่งยืนของการพัฒนาในที่สุดบันไดทั้ง 3 ขั้นนี้มุ่งไปสู่การพัฒนาให้ชุมชนมีความเป็นเจ้าของและนำไปสู่ความยั่งยืนในที่สุด

3. หลักการทรงงานและหลักการโครงการ
ปิดทองหลังพระ มุ่งมั่นดำเนินการโดยน้อมนำหลักการทรงงานและหลักการโครงการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็น หลักในการปฏิบัติงาน โดยการนำไปปรับใช้กับพื้นที่ต่างๆ ที่ปิดทองหลังพระเลือกเป็นพื้นที่ต้นแบบการบูรณาการองค์ ความรู้ตามแนวพระราชดำริ เช่นที่จังหวัดน่า

pidtonglangpralak3

มูลนิธิชัยพัฒนาให้ความร่วมมือกับโครงการปิดทองหลังพระในขอบข่ายงานที่มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการอยู่ โดยสามารถเข้ามาศึกษาในพื้นที่ที่มูลนิธิชัยพัฒนาดูแล และขอตัวเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบไปให้องค์ความรู้หรือช่วยงานโครงการฯ เป็นครั้งคราวได้ เช่นการนำบุคคลากรจากโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไปให้ความรู้ในโครงการปิดทองหลังพระ เป็นต้น การดำเนินความร่วมมือระหว่างโครงการเปิดทองหลังพระ มูลนิธิชัยพัฒนา และสำนักงาน กปร. จะเป็นไปในลักษณะ 3 ประสาน ทำงานร่วมกัน โดยใช้ 6 ศูนย์การพัฒนาฯ เป็นฐานปฏิบัติ

pidtonglangpratam

แนวทางปฏิบัติงาน
มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้ประยุกต์หลักการดำเนินงานสู่แนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1. แนวปฏิบัติในการประยุกต์เรื่องการบริหารต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ
ต้นน้ำ
ต้นน้ำ เป็นแหล่งองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริจะประกอบด้วยความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนา โครงการส่วนพระองค์ โครงการตามพระราชประสงค์ โครงการหลวง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการในพระบรมราชานุเคราะห์
กลางน้ำ
จะเป็นส่วนที่ปิดทองหลังพระ มีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำ โดยมุ่งเน้นด้านการจัดการความรู้ การส่งเสริมการพัฒนา และการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือ
ปลายน้ำ
จะเป็นการบูรณาการระดับพื้นที่ ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด เพื่อนำองค์ความรู้จากโครงการพระราชดำริเชื่อมโยง และปรับใช้ในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสมกับภูมิสังคม และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่น โดยมุ่งเป้าหมายให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข
pidtonglangpratam1

2. แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ 7 ขั้นตอน
ประยุกต์จากหลักการ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา คือ

  1. การสร้างความเข้าใจกับประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ ภาคีความ ร่วมมือ
  2. การกำหนดพื้นที่ โดยพิจารณาจากภูมิสังคม และสภาพปัญหาแต่ละพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายปฏิบัติการพัฒนา
  3. การถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้ที่สอดคล้องกับภูมิ สังคมของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมกลุ่มเป้าหมายก่อนกระบวนการ พัฒนา
  4. การลงมือปฏิบัติ คือ การที่ชุมชนและภาคีทุกภาคส่วนร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหา และพัฒนาโดยเรียนรู้จากโครง การพระราชดำริ และนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับภูมิสังคม ศักยภาพชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯลฯ
  5. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการพัฒนาต่อเนื่อง เป็นขั้นตอนที่เน้นการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกิดขึ้น จากการลงมือปฏิบัติ เพื่อสรุปบทเรียน ข้อค้นพบและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  6. การให้คำปรึกษาและติดตามอย่างใกล้ชิด เป็นการจัดทีมสนับสนุน ให้คำปรึกษาแก่พื้นที่ที่มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ส่ง เสริมการพัฒนา
  7. การวัดผล เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อประเมินผลการดำเนินงานว่า มีผลสำเร็จ หรือมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ อย่าง ไรเพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

pidtonglangpratam2

3. แนวทางการบูรณาการเชิงพื้นที่
เน้นการบริหารจัดการเพื่อนำศักยภาพของพื้นที่และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา และให้ความสำคัญต่อการบูรณาการทุนการพัฒนาด้านต่างๆ ในจังหวัด ทั้งความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนา งบประมาณ และโครงการพระราชดำริ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ และตรงกับความต้องการของประชาชน

pidtonglangprafais pidtonglangprafai

ผลการดำเนินงาน

  1. แนวทางการดำเนินงาน เป็นการทำงานร่วมกันของโครงการพระราชดำริ ภาครัฐ ชุมชน และภาคเอกชน เน้นการพัฒนาโดยยึดปัญหาและความต้องการของชุมชนเป็นตัวตั้ง ซึ่งเริ่มแรกจะเน้นที่ทุนทางกายภาพ ได้แก่ น้ำ ดิน ป่า และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
  2. โครงการจะยึดหลักการทรงงาน 23 ข้อ ของในหลวง ในการดำเนินงาน
  3. การปฏิบัติการ เน้นการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา โดยมุ่งให้ชุมชนเป็นเจ้าของการพัฒนา สามารถบริหารจัดการต่อได้ด้วยตนเอง และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  4. เป้าหมายสูงสุดของโครงการ คือ 1 ล้านโครงการพัฒนาตนเองถวายในหลวงในวโรกาสครบ 84 พรรษา และปลูกป่า 80 ล้านไร่ ถวายสมเด็จพระราชินีในวโรกาสครบ 80 พรรษา โดยจะถวายรายงานความก้าวหน้าของโครงการทุกวันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี

pidtonglangprana

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ
สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ
ที่อยู่ : 989 อาคารสยามทาวเวอร์ ชั้น 26 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ : 0-2611-5000
ฝ่ายสำนักผู้อำนวยการ 02-611-5005, 02-611-5016
ฝ่ายบริหารสำนักงาน 02-611-5007
ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนา 02-611-5008, 02-611-5012
ฝ่ายจัดการความรู้ 02-611-5006, 02-611-5099
ฝ่ายสื่อสารสาธารณะและภาคีสัมพันธ์ 02-611-5009, 02-611-5010, 02-611-5045
โทรสาร : 0-2658-1413
อีเมล์ : info@pidthong.org
เว็บไซต์ : www.pidthong.org

ป้ายคำ : ,

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ศาสตร์พระราชา