โฉนดชุมชน ที่ทำกินเพื่อรักษาแผ่นดินอย่างยั่งยืน

โฉนดชุมชน..เป็นจุดเริ่มต้นของเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการสูญเสียที่ดินของเกษตรกรรายย่อย และปัญหาการใช้ที่ดินที่ไม่ตอบสนองความต้องการของชุมชน ให้เกิดการใช้ประโยชน์และการถือครองที่ดินอย่างยั่งยืน

รูปแบบของโฉนดชุมชน ไม่แตกต่างไปจากโฉนดที่ดินของภาครัฐมากนัก ภายในโฉนดได้จำแนกรายละเอียด ขอบเขตกรรมสิทธิ์ของที่ดินรายบุคคล ซึ่งผู้ถือครองทำประโยชน์ จำนวนพื้นที่อาณาเขตติดต่อ รายละเอียดสิทธิ์ในที่ดิน ลายเซ็นผู้ถือครอง คณะกรรมการ พยาน และผู้จัดทำ อีกทั้งด้านหลังยังมีรายการเปลี่ยนมือที่ดิน ซึ่งคล้ายคลึงกับสารบัญจดทะเบียนของทางราชการ ในทางปฏิบัติแล้วแต่ละชุมชนสามารถพัฒนารูปแบบของโฉนดชุมชนที่แตกต่างกันออกไปได้ ภายใต้การให้สิทธิครอบครองและการใช้ประโยชน์เป็นรายบุคคลของโฉนดชุมชนจะมีการควบคุมดูแลกฎระเบียบที่จัดทำร่วมกันของแต่ละชุมชน โดยใช้หลักในการถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งหมดร่วมกันของกลุ่มชุมชน

โฉนดชุมชน หมายความว่าหนังสืออนุญาตให้ชุมชนร่วมกันบริหารจัดการ การครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ เพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชน ซึ่งชุมชนมีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายและระเบียบนี้

ชุมชน หมายความว่า กลุ่มประชาชนที่รวมตัวกัน โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เพื่อการจัดการด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีการวางระบบบริหารจัดการแสดงเจตนาแทนกลุ่มได้ โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปี ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

โฉนดชุมชน คือ หนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ เป็นโครงการบริหารจัดการ การใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์ที่มีการบุกรุก เพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาชนบท ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อร่วมโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 โดยได้ทำการคัดเลือกที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนเลิกใช้หรือไม่มีความประสงค์จะสงวนไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แล้วมาจัดสรรให้แก่ราษฎรที่ยากจน ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองหรือมีแต่ไม่เพียงพอ เพื่อใช้เป็นที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐเป็นหลักฐาน ซึ่งราษฎรจะเสียค่าตอบแทนในอัตราที่ต่ำ และเป็นการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์อีกด้วย แต่ชาวบ้านเรียกแบบง่ายๆว่าโฉนด บางคนก็ไม่ยอมรับ เพราะคิดว่าควรเป็นกรรมสิทธิ์ของเขา โดยยากได้เป็นโฉนดที่ดิน แต่เขาลืมไปว่ามันเป็นที่ดินของรัฐ อันนี้สำหรับพวกที่ดินจะเข้าใจว่ามันเป็นโฉนดชุมชน ต่างกับโฉนดชุมชนอีกรูปแบบหนึ่งที่มีการจัดการกันเองในหมู่บ้าน

หลักการที่สำคัญของโฉนดชุมชน คือ
ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของร่วมกันทั้งหมด ที่ดินเป็นมกรดกตกทอดถึงลูก – หลาน ห้ามทำการขายที่ดินแก่บุคคลภายนอกชุมชน สมาชิกทุกคนต้องใช้ประโยชน์ในที่ดิน อย่างต่อเนื่องไม่ปล่อยให้ทิ้งร้างว่างเปล่า สามารถขายเปลี่ยนมือที่ดินให้แก่คนในกลุ่มได้โดยต้องผ่านคณะกรรมการ โฉนดชุมชนไม่เพียงแต่จะทำหน้าที่ในการรักษาที่ดินไว้สำหรับชุมชนเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นเอกสารในการจำนองกู้ยืมเงิน เพื่อใช้ในทางเกษตรกรรมและครัวเรือนได้อีกด้วย โดยจะใช้กู้ยืมเงินจากกองทุนออมทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นมาภายในกลุ่มปฏิรูปที่ดินของแต่ละชุมชนเป็นการแก้ไขปัญหาความต้องการ การจำนองที่ดินกับสถาบันการเงินภายนอกที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียที่ดินของเกษตรกรรายย่อยและชุมชน

chomchonmap

คณะกรรมการชุมชน (คณะกรรมการชุมชน คณะทำการในนามชุมชน)

  • จัดทำระเบียบของชุมชนเกี่ยวกับการบริการโฉนดชุมชน
  • จัดทำและปรับปรุงระบบข้อมูลและแผนที่ขอบเขตจัดการที่ดินของชุมชน
  • กำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชน
  • กำหนดแผนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และการจัดการระบบการผลิต
  • กำหนอแผนการอนุรักษ์ การดูแล และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน
  • ดำเนินการจัดตั้งกองทุนที่ดินของชุมชน
  • ดำเนินการตามนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับโฉนดชุมชน ตามที่คณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมกำหนด

จากนโยบายรัฐบาลได้ประกาศว่า จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่ดินเกษตรกร โดยเน้นให้นำที่ดินที่มีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรมมาจัดเป็นที่ทำกินโดยออกเป็นโฉนดชุมชนนั้น นับว่าเป็นแนวนโยบายที่สำคัญถ้าได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังยิ่งเมื่อรัฐมนตรีกระทรวงการคลังได้ประกาศว่าจะผลัดดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้มีผลบังคับใช้ ก็น่าจะทำให้เกิดใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างจริงจัง ป้องกันการกว้านซื้อ กักตุนที่ดิน ที่นับวันจะทำให้ที่ดินทำกินหลุดมือไปจากเกษตรกรไปทุกที
ในช่วงที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรชุมชนในพื้นที่ที่มีปัญหาที่ดิน ซึ่งมีทั้งผู้ที่มีที่ทำกินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติทับที่ทำกิน ซึ่งมีทั้งที่สามารถอยู่อาศัยทำกินไปได้ตลอด แต่เมื่อถึงช่วงที่ต้องตัดโค่นต้นยางพาราที่ปลูกมาเป็นรุ่นที่สองที่สามเพื่อปลูกใหม่ทดแทนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะอยู่ในเขตอุทยานหรือป่าสงวน บางส่วนถูกจับกุม บางส่วนเป็นเกษตรกรที่เช่ามาตลอดชีวิตไม่เคยมีที่ทำกินของตัวเอง บางส่วนเป็นเกษตรกรที่ไร้ที่ทำกินที่เคยมีที่ดินแต่ได้ขายหรือสูญเสียที่ทำกินไปแล้ว รวมทั้งกลุ่มคนจนที่อาศัยอยู่ในเมืองโดยเช่าที่ หรือบุกรุกที่ดินรัฐและเอกชนอยู่อาศัย โดยไม่มีความมั่นคงประสบปัญหาถูกไล่ที่ ยกเลิกการให้เช่าที่ดิน ในขณะที่บางส่วนที่ไม่มีที่ดินทำกินได้เข้าไปทำกินในที่ดินเอกชนที่ถูกปล่อยทิ้งร่างไว้เป็นระยะเวลายาวนาน โดยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ

เครือข่ายชุมชนเหล่านี้ได้ร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่ดินเพื่อที่จะให้คนจนได้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง สิ่งสำคัญที่เห็นรวมกันอย่างหนึ่งก็คือ การที่ชุมนุมมาจัดการที่ดินร่วมกัน มีการออกกติกา ข้อตกลงร่วมในการดูแลรักษาที่ดิน ที่จะทำให้ที่ดินสามารถคงอยู่กับคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน ป้องกันการขายสิทธิ์ให้คนภายนอกที่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยการจัดกรรมสิทธิ์แบบปัจเจกบุคคลยิ่งจะทำให้โอกาสการสูญเสียที่ดินมีสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ดินที่เป็นที่ต้องการเพื่อการค้า การท่องเที่ยว มีราคาสูงขึ้นรวดเร็ว การคิดค้นเรื่อง “โฉนดชุมชน” จึงได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีการออกแบบ ตั้งชื่อที่แตกต่างกันออกไป แต่ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือ การสร้างการยอมรับการครอบครองที่ดินทำกินและที่ดินอยู่อาศัยของผู้ที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินจริง และมุ่งดูแลรักษาให้ที่ดินผืนนั้นยังคงอยู่กับผู้ที่ได้ทำและใช้ประโยชน์ตลอดไป

หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโฉนดชุมชน โดยมีหลักการสำคัญ คือ

  1. เพื่อประโยชน์ในการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐอย่างยั่งยืน ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีที่ดินของรัฐพิจารณาให้ชุมชนซึ่งรวมตัวกันอาศัยอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปีก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐร่วมกันภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เมื่อคณะกรรมการกำหนดให้พื้นที่ใดดำเนินการให้มีโฉนดชุมชนแล้ว ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสั่งการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยไม่ชักช้า
    ระยะเวลาในการดำเนินงานโฉนดชุมชนตามวรรคหนึ่ง หน่วยงานของรัฐจะกำหนดเกินกว่าครั้งละสามสิบปีไม่ได้ และภายในเก้าสิบวันก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ ปจช. พิจารณาถึงความเหมาะสมในการให้สิทธิดำเนินงานโฉนดชุมชนต่อไป
  2. ในการให้โฉนดชุมชนแก่ชุมชนใดชุมชนหนึ่ง ต้องเป็นที่ดินของรัฐซึ่งมิได้เป็นมีการบุกรุกภายหลังจากระเบียบนี้ใช้บังคับ
  3. ชุมชนที่มีสิทธิได้รับโฉนดชุมชนจะต้องจัดตั้งตัวแทนเป็นคณะกรรมการชุมชนขึ้นเพื่อกระทำการแทนในนามของชุมชน ประกอบด้วย กรรมการที่เลือกตั้งกันเองภายในชุมชนอย่างน้อยเก้าคน แต่ไม่เกินสิบห้าคน และให้กรรมการเลือกกันเองเป็นประธานคนหนึ่ง
    หากชุมชนใดรวมตัวกันเป็นสมาคม สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร หรือหมู่คณะอื่น ให้คณะผู้ทำการแทนทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการชุมชนตามวรรคหนึ่ง
  4. ให้คณะกรรมการชุมชนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
    (1) จัดทำฐานข้อมูลและแผนที่ขอบเขตการจัดการที่ดินของชุมชน โดยครอบคลุมถึงที่ดินส่วนบุคคล ที่อยู่อาศัย ที่ดินทำการเกษตรกรรม ที่สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
    (2) กำหนดแผนการใช้ประโยชน์ในที่ดินและการจัดการระบบการผลิต โดยคำนึงถึงการผลิตที่พึ่งพาตัวเอง และรักษาความสมดุลของระบบนิเวศน์
    (3) กำหนดแผนการอนุรักษ์ การดูแลรักษาและการใช้ประโยชน์ในทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรน้ำให้ยั่งยืน
    (4) กำหนดแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชน
    (5) ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดการ และการใช้ประโยชน์ในทรัพยากรที่ดินหรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น รวมทั้งการควบคุมให้บุคคลในชุมชนปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว
    (6) ดำเนินการให้มีการจัดตั้งกองทุนที่ดินของชุมชน เพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับโฉนดชุมชน
    (7) ดำเนินการหรือปฏิบัติการอื่นเกี่ยวกับการดำเนินการโฉนดชุมชนตามระเบียบนี้
  5. ในกรณีที่มีการกระทำผิดเงื่อนไขที่ให้ไว้ของชุมชนที่ได้รับสิทธิ ให้หน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจยกเลิกโฉนดชุมชนได้ โดยต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน
  6. ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการตามระเบียบนี้ภายในหกสิบวัน นับแต่ระเบียบนี้ใช้บังคับและในวาระเริ่มแรกให้มีการดำเนินงานโฉนดชุมชนในพื้นที่นำร่องจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

chomchonlandmap

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด คนและชุมชน