โรคราแป้งขาว

โรคราแป้ง (Powdery mildew) เกิดจากเชื้อราโรคนี้จะเป็นกับยอดอ่อนและดอกอ่อนมีลักษณะเป็นปุยขาวคล้ายแป้งทำให้ส่วนของพืชที่เป็นโรคนี้เกิดอาการหงิกงอไม่เจริญเติบโตต่อไป ระบาดมากในฤดูหนาว

สาเหตุของโรค
เกิดจากเชื้อราใน 2 สภาพด้วยกัน คือ

  • Imperfect stage : Oidium tuckeri Berk.
  • Perfect stage : Uncinula necator Schw.& Burr.

เนื่องจากสภาพแวดล้อมเหมาะสม เชื้อสาเหตุที่ทำลายองุ่นในประเทศไทยมักจะได้แก่เชื้อ Oidium tuckeri เป็นส่วนใหญ่

rapanga rapangs

การแพร่ระบาด
สปอร์หรือส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราแพร่ระบาดไปได้ง่ายโดยทางลม ฝน น้ำพัดพาไปและอาจติดไปกับแมลงได้ด้วย นอกจากนี้เชื้อราจะพักตัวในสภาพเส้นใยที่บริเวณ
ตาองุ่น เจริญเติบโต และสร้างสปอร์บนยอดที่แตกใหม่ แล้วแพร่ระบาดทำลายส่วนอื่นๆ ของพืช

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
โรคระบาดมากในสภาพที่มีอากาศแห้งแล้งและเย็น มีแสงแดดน้อย ได้แก่ช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม

ลักษณะอาการ
เกิดกับทุกส่วนของต้นองุ่น อาการที่ใบจะพบทางด้านบน เกิดเป็นดวงสีขาวขนาดต่างๆ กัน ส่วนมากเป็นรูปกลมเล็ก เมื่อนานเข้าดวงจะขยายใหญ่ขึ้นแล้วจะปรากฏให้เห็นเป็นฝ้าเต็มไปหมด ทำให้ใบเสียรูป ม้วนงอ ชะงักการเจริญเติบโต ในที่สุดใบจะเหี่ยวแห้งตาย ไป อาการที่ยอดจะปรากฏคล้ายกับอาการบนใบ คือเกิดเป็นดวงขาวๆ ตามส่วนต่างๆ ถ้าเป็นมากตามยอดจะถูกคลุมด้วยราขาวนี้เต็มไปหมด ในตอนแรกบริเวณแผลจะเป็นสีเทา ต่อมาจะเป็นสีน้ำตาลเข้มขึ้น และแห้งแคระแกรนไป บางครั้งจะเห็นมีกิ่งแตกแขนงออกมามากผิดปกติ อาการบนช่อดอกก็เช่นเดียวกับอาการบนใบ จะเกิดมีฝ้าฝุ่นขาวๆ ปกคลุมตามช่อดอกทำให้ดอกร่วงไม่ติดผล ถ้าเป็นกับผลเล็กจะทำให้เปลือกกร้านผลแระแกรน ระยะนี้ถ้าองุ่นได้รับน้ำมากผลจะแตก ผลองุ่นบิดเบี้ยว เสียรูป ตกกระ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นเข้าทำลายซ้ำเติมได้

rapangjoodrapang

การป้องกันกำจัด
ใช้วิธีปฏิบัติทางเขตกรรม (cultural practices) โดยทำแปลงปลูกให้สะอาดตัดแต่งกิ่งให้โล่ง โปร่งมีอากาศพัดผ่านทรงพุ่ม เผาหรือฝังเศษซากพืชเป็นโรคให้หมด

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด วิชาเกษตรพึ่งตน