ไสว แสงสว่าง ผู้จุดประกายการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ คืนชีวิตให้แก่แผ่นดิน

ว่าที่ ร.ต.ไสว แสงสว่าง ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)สาขาหลังสวน จ.ชุมพร และผู้จัดการธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียวประจำปี 2550 ในฐานะผู้จุดประกายการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ คืนชีวิตให้แก่แผ่นดิน ปลดเปลื้องหนี้สินเกษตรกร กล่าวระหว่างการเปิดตัวธนาคารต้นไม้อย่างเป็นทางการ โดยใช้หลักคิดในการเดินตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ในใจคนเสียก่อนแล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง ต่อมาคือ เจริญรอยตามบิดา ปลูกต้นไม้คนละต้น มีลูก 7 คน ช่วยกันปลูก 7 คนก็ 7 ต้น ทำแบบนี้มาตลอด โตเข้าก็เริ่มขยายแนวคิด ชวนลูกค้า ธ.ก.ส.มาปลูกต้นไม้คนละต้นถวายในหลวงเริ่มทำมาเรื่อย จาก 1 ก็มา 2 3 4 และ 5 จนกลายมาเป็นที่มาของธนาคารต้นไม้ในปัจจุบัน”

การทำงานเริ่มจากการจัดเวทีปลูกต้นไม้ในใจคนอยู่เป็นระยะๆ มีการสร้างเครือข่าย โรงเรียนเกษตรอินทรีย์ เกษตรทางเลือก เกษตรลุ่มน้ำ เป็นต้น หลักคิดของธนาคารต้นไม้ก็ได้มาจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าเราต้องมองจากภูผา สู่มหานที นั่นคือการถักทอเครือข่ายระหว่างชุมชน ต้นน้ำและปลายน้ำ ให้ทุกคนมีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคม นำชาวบ้านจากป่าต้นน้ำไปเยี่ยมคนปลายน้ำ เพื่อสร้างเครือข่ายไปร่วมกันปลูกป่าชายเลน ทำเครือข่ายการท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้อีกทาง ขณะนี้โครงการธนาคารต้นไม้ถือว่าประสบความสำเร็จไปบางส่วน

หลักคิดของโครงการนี้ว่าด้วยเรื่องของการแก้ไขหนี้สินเกษตรกร ภาคเกษตรกรรมเกิดการล่มสลาย เกษตรผลผลิตตกต่ำ ขายไม่ได้ราคา เกิดปัญหาความยากจน ระบบเศรษฐกิจของไทยปัญหาตกอยู่ที่เกษตรกรรม รวมทั้งเรื่องความเชื่อมั่นของตัวเกษตรกรเองด้วย สอนลูกหลานให้เรียนสูงๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาเป็นเกษตรทำงานหลังคดหลังแข็ง ทำให้เกิดปัญหาทรัพยากรบุคคลไม่เพียงพอ หนีจากบ้านนาเข้าเมืองกันหมด เราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือหาทางแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน ปลูกต้นไม้

sawaisangsawanga

“ทางธนาคารต้นไม้จะมีหลักประกันเป็นตัวเงินในบัญชีให้ แต่ตัวเกษตรกรไม่มีสิทธิถือเงิน เงินส่วนนั้นจะเก็บไว้ในกิจกรรมที่ทำกับรัฐ การปลูกต้นไม้เราต้องคิดว่าเราเป็นหนี้ 2 ประเภท คือ หนี้สินส่วนตัว กับหนี้สินแผ่นดิน คือปลูกต้นไม้ใช้หนี้ กับปลูกต้นไม้ทดแทนให้แผ่นดิน”

ธนาคารต้นไม้(Tree Bank) มีเป้าหมายในการปลดเปลื้องหนี้สินเกษตรกรซึ่งเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส.เพื่อยุติการขายที่ดินทำกินเพื่อนำเงินไปปลดหนี้แล้วก็ไปบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อหาที่ทำกินต่อไปหรือไม่ก็ไปเป็นทาสแรงงานในสังคมอุตสาหกรรมต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อหาเงินมาใช้หนี้

ธนาคารต้นไม้ คือ องค์กรภาคประชาชนที่ตั้งขึ้น เพื่อดำเนินการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้ ในที่ดินของตัวเองแล้วขึ้นทะเบียนต้นไม ้ประเภทที่ใช้เนื้อไม้ได้กับธนาคารต้นไม้แต่ละสาขา ตลอดจนการประเมินรับรองไว้ ในรูปแบบบัญชีธนาคาร ประกอบไปด้วย ธนาคารต้นไม้ สำนักงานใหญ่ และธนาคารต้นไม้สำนักงานสาขา

มีแนวคิดกันอย่างไร
ธนาคารต้นไม้ (Tree Bank) มีแนวคิดพื้นฐานในการผสมผสาน/บูรณาการ การปลูกต้นไม้ใช้หนี้กับ การประเมินค่าต้นไม้เป็นทรัพย์ ฝากธนาคารได้เหมือนเงินตรา โดยมีแนวทางเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ของคนจนยาก และสร้างความมั่นคงมั่งคั่งให้คนในชาติ บนพื้นฐานการออม และการจัดการที่ดินทำกินของตนเองได้ หนี้สินที่เป็นตัวกัดกร่อนความก้าวหน้าผาสุก จะถูกปลดเปลื้องด้วยต้นไม้ ที่ปลูกในแผ่นดินในหลักการที่ถูกต้อง มูลค่าต้นไม้มีตั้งแต่ต้นไม้เริ่มเจริญ เติมโต มิใช่มีเพียงในวันที่ตัดออกขายเท่านั้น เพราะโดยความเป็นจริงต้นไม้ทุกต้น ธรรมชาติมอบหมายภาระให้ช่วยจัดการเกื้อกูลกับระบบนิเวศ ทำหน้าที่ดังกล่าวตั้งแต่ออกจากเมล็ดจนยืนต้นและตายลง แต่ในความจริงต้นไม้จะได้รับการประเมินค่าเป็นเงิน ต่อเมื่อได้ฆ่าให้ตายโดยได้ตัด หรือแปรรูปโดยวิธีการต่าง ๆ และจำหน่ายจึงมีค่าเป็นเงิน ทั้งที่ต้นไม้ได้ทำหน้าที่ตลอดเวลา หากเปรียบเทียบกับเครื่องจักรหรือรถยนต์ ขณะจอดหรือหยุดการทำงาน ก็ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรแต่มีมูลค่าเป็นทรัพย์ตลอดเวลา

บทสรุปแนวคิด คืออะไร ?
ธนาคารต้นไม้ สรุปแนวคิดและหลักการในการตอบสนอง การแก้ปัญหาและสร้างสรรค์ ทางออกให้แก่ คน แผ่นดิน และโลกดังนี้

  1. ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดที่จะให้ภาคประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ ในที่ดินทำกินของตนเอง แล้วสร้างมูลค่าต้นไม้ เป็นทรัพย์สิน เป็นเงินเพื่อใช้ทรัพย์สินดังกล่าว ไปเป็นทุนหรือชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ตลอดจนการใช้มูลค่าไม้เป็นหลักทรัพย์ หรือหลักประกันต่างๆ ที่จะต้องทำระหว่างรัฐกับประชาชน
  2. ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดให้ชุมชนปลูกต้นไม้ในที่ดินส่วนรวม เพื่อสร้างมูลค่า เป็นทรัพย์สินของชุมชนส่วนรวม
  3. ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แผ่นดิน และมุ่งแก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยแนวคิดโลก 5 ใบ บนโลกใบเดียว
  4. ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดให้เกษตรกรรักแผ่นดินทำกิน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ที่ดิน ตลอดจนป้องกันการซื้อขายที่ดิน
  5. ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดในการรับรองสิทธิต้นไม้ที่ปลูก และรับรองสิทธิในที่ดินที่ประชาชนได้ปลูกต้นไม้
  6. ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ สร้างเครือข่าย กลุ่มคนที่ปลูกต้นไม้
  7. ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดในการสร้างความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  8. ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดการดำรงวิถีการเกษตรที่มุ่งเอาภูมิปัญญาชาติพันธุ์ไทย ทำการเกษตรให้เกิดความหลากหลายในพื้นที่ และสร้างสมดุลแก่ระบบนิเวศ ตามแนวทาง ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

sawaisangsawangs

แนวคิดปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือ อะไร ?
การปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง พระองค์มีพระราชดำรัส ดังนี้
“การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาได้ให้ใช้วิธีปลูกไม้ 3 อย่าง แต่มีประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำ และปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่อยห้วยโดยรับน้ำฝนอย่างเดียว ประโยชน์อย่างที่ 4 คือสามารถช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ”
แปลความสรุปอย่างเข้าใจง่าย ปลูกไม้ให้พออยู่ พอกิน พอใช้ และระบบนิเวศ

  • พออยู่ หมายถึง ไม้เศรษฐกิจปลูกไว้ทำที่อยู่อาศัย และจำหน่าย
  • พอกิน หมายถึง ปลูกพืชเกษตรเพื่อการกินและสมุนไพร
  • พอใช้ หมายถึง ปลูกไม้ไว้ใช้สอยโดยตรงและพลังงาน เช่น ไม้ฟืน, และไม้ไผ่ เป็นต้น
  • ประโยชน์ต่อระบบนิเวศ สร้างความสมบูรณ์และก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่า

ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีตัวแทนจากธนาคารต้นไม้สาขา ๆ ละ 2 คนเป็นคณะกรรมการธนาคารต้นไม้ ตั้งอยู่ 84 ถ.เอเชีย 41 สี่แยกเขาหลาง ม. 6 อ.ละแม จ.ชุมพร 86170 โทรศัพท์ 077-549246-4 มือถือ 081-8912334 มีนายจินดา บุญจันทร์ เป็นประทานคณะกรรมการ ว่าที่ ร.ต.ไสว แสงสว่าง เป็นผู้จัดการธนาคารต้นไม้ และนายพงศา ชูแนม เป็นรองผู้จัดการธนาคารต้นไม้ (นายพงศา ชูแนม เป็นหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ ชุมพร)
ธนาคารต้นไม้สาขา เป็นการรวบรวมสมาชิกที่มีความสมัครใจ เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ มีที่มาจากการรวมกลุ่มระดับชุมชน/หมู่บ้าน ในพื้นที่หมู่บ้าน/ตำบล/พื้นที่ใกล้เคียงกัน ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาละ 9-15 คน เป็นคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้สาขา

ป้ายคำ : ,

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ปราชญ์ของแผ่นดิน