Generated by All in One SEO v5.0.0.1, this is an llms.txt file, used by LLMs to index the site. # สวนหม่อนไม้ สวนเกษตร​นวัตกรรม​พึ่งตน เดินทีละก้าว กินข้าวที่ละคำ ทำทีละอย่าง ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ## Posts - [Smart Ways Businesses Can Improve Salary Accuracy and Employee Confidence](https://www.monmai.com/smart-ways-businesses-can-improve-salary-accuracy-and-employee-confidence/) - Accurate salary processing is one of the most important responsibilities any business has toward its workforce. Employees expect to be paid correctly, on time, and with clear information about deductions, benefits, overtime, bonuses, and allowances. When mistakes happen repeatedly, confidence drops quickly. Even small errors can damage trust and create unnecessary pressure for managers, finance - [Temporary Safety Solutions for High-Risk Operations](https://www.monmai.com/temporary-safety-solutions-for-high-risk-operations/) - High-risk operations demand constant attention to safety. Industries such as construction, manufacturing, energy, and industrial maintenance regularly operate in environments where hazards are part of daily activity. While permanent safety systems are essential, there are many situations where those systems are unavailable, impaired, or not yet installed. During these periods, temporary safety solutions play a - [การออกแบบพื้นที่เกษตรยั่งยืน](https://www.monmai.com/การออกแบบพื้นที่เกษตรย/) - การออกแบบพื้นที่เกษตรยั่งยืน บนฐานเกษตรอินทรีย์เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยสร้างระบบการเกษตรที่ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพพื้นที่ สภาพอากาศ ความต้องการของพืชและสัตว์ ตลอดจนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ต่อไปนี้เป็นแนวทางการออกแบบพื้นที่เกษตรอินทรีย์: ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพพื้นที่: ศึกษาลักษณะภูมิประเทศ ดิน น้ำ และสภาพอากาศของพื้นที่ ความต้องการของพืชและสัตว์: เลือกพืชและสัตว์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและตลาด ศึกษาภูมิสังคม ผู้คน ชุมชน โครงสร้างสังคม วัฒนธรรมและประเพณี ความเชื่อ และเศรษฐกิจชุมชน กฎหมายและข้อกำหนด: ตรวจสอบกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ที่ดินและการทำเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ 2. เลือกวิถึเกษตรที่เราต้องการ เกษตรยังชีพ การใช้ชีวิตบนวิถีเกษตร โดยใช้การทำเกษตรเป็นสิ่งตอบสนองความต้องการทางสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่พักผ่อน หรือใช้ประโยชน์จากกิจกรรมการทำเกษตร เกษตรเลี้ยงชีพ ใช้การทำเกษตรเป็นอาชีพ ตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจ ให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว 3. ออกแบบระบบนิเวศเกษตร ในระบบเกษตรอินทรีย์ ระบบวนเกษตร: ปลูกพืชหลายระดับร่วมกับไม้ยืนต้น เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและเพิ่มรายได้ ระบบเกษตรผสมผสาน: รวมกิจกรรมการเกษตรหลายอย่าง เช่น ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการประมง ในพื้นที่เดียวกัน ระบบเกษตรทฤษฎีใหม่ โคกหนองนา - [ถังหมักปุ๋ยขยะเปียก](https://www.monmai.com/ถังหมักปุ๋ยขยะเปียก/) - ขยะในครัวเรือน ที่เราทำการแยกส่วนที่นำมาใช้ใหม่ได้แล้ว ยังมีส่วนขยะเปียกจำพวกเศษอาหารที่เราเหลือจากการประกอบอาหาร ซึ่งเราสามารถนำมาทำปุ๋ยได้ ขยะเปียกจำพวกเศษอาหารถือเป็นอินทรีย์วัตถุที่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งจะมีส่วนซากพืชซากสัตว์ที่เป็นของแข็งและส่วนของน้ำหรือของเหลวผสมอยู่ เราสามารถนำมาทำปุ๋ยได้ทุกส่วน โดยหมักใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายจนกลายเป็นปุ๋ย หลักการของถังหมักปุ๋ยขยะเปียกถังหมักปุ๋ยขยะเปียกใช้การหมักโดยใช้อากาศ ผ่านท่อที่เจาะรูให้อากาศกระจายไปทั่วถัง และใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายขยะเปียกจนกลายเป็นน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักชีวภาพ ส่วนประกอบของถังหมักปุ๋ยขยะเปียก ถังส่วนบนเป็นส่วนหมักปุ๋ยหมักชีวภาพย่อยสลายอินทรีย์วัตถุที่เป็นของแข็งเช่นเศษอาหารเศษผักผลไม้ให้กลายเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ ถังส่วนล่างเป็นส่วนหมักน้ำหมักชีวภาพซึ่งเกิดจากของเหลวในถัง นำ้ในขยะเปียกไหลลงมาที่ก้นถัง ถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์จนกลายเป็นน้ำหมักชีวภาพ วิธีทำถังหมักปุ๋ยชีวภาพขยะเปียก นำถัง PVC ขนาด 120 หรือ 150 ลิตรมาทำความสะอาด เจาะรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วสูงจากก้นถัง 40 เซนติเมตร 2 รูตรงข้ามกัน และเจาะรู 2 รูต่ำจากปากถัง 10 ซมตรงข้ามกันให้รูบนและรูล่างขวางกันเป็นกากบาท แล้วเจาะรูเส้นผ่าศูนย์กลางครึ่งนิ้วสูงจากพื้น 5 เซนติเมตร นำข้อต่อเส้นผ่าศูนย์กลางครึ่งนิ้วต่อในรูที่เจาะไว้ด้านล่างของถัง PVC แล้วต่อวาล์วเปิดปิดน้ำด้านนอกเป็นท่อระบายน้ำหมักชีวภาพ ตัดถังน้ำขนาด 18 ลิตรครึ่งใบนำส่วนครึ่งบนมาเจาะรูใกล้ๆคอขวดเป็นรูระบายอากาศนำไปใส่ในถัง 150 ลิตร ตัดท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วยาว 30 ซม. 3 - [ปุ๋ยหมักไม่กลับกอง แบบทรงกลม](https://www.monmai.com/ปุ๋ยหมักไม่กลับกอง-แบบท/) - การทำปุ๋ยหมักไม่กลับกอง สูตรแม่โจ้ แบบทรงกลม เป็นวิธีที่สะดวกและเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด โดยมีขั้นตอนดังนี้:วัสดุอุปกรณ์: เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว, เศษหญ้า, ใบไม้แห้ง มูลสัตว์ เช่น มูลวัว, มูลควาย น้ำ ตาข่ายหรือวัสดุทำโครงทรงกลม เสาไม้ขั้นตอนการทำ: เตรียมโครงสร้าง: ทำโครงทรงกลมโดยใช้ตาข่ายหรือวัสดุอื่น ๆ ที่สามารถคงรูปทรงได้ ตั้งโครงทรงกลมในบริเวณที่ต้องการทำปุ๋ยหมัก ปักเสาไม้รอบโครงทรงกลมเพื่อเสริมความแข็งแรง สร้างชั้นปุ๋ยหมัก: วางเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นชั้นแรกในโครงทรงกลม โรยทับด้วยมูลสัตว์ รดน้ำให้ชุ่ม ทำซ้ำโดยวางเศษวัสดุเหลือใช้และมูลสัตว์สลับชั้นกันไปเรื่อย ๆ จนเต็มโครงทรงกลม โดยให้ชั้นของเศษวัสดุเหลือใช้มีความหนาประมาณ 30-50 เซนติเมตร และชั้นของมูลสัตว์มีความหนาประมาณ 5 เซนติเมตร การดูแลรักษา: รดน้ำให้ชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ไม้แทงลงไปในกองปุ๋ยหมักให้เป็นรูลึกถึงด้านล่าง เพื่อเติมอากาศและน้ำ ทุกๆ 7-10 วัน เมื่อปุ๋ยหมักย่อยสลายสมบูรณ์ จะมีปริมาณลดลงและมีสีคล้ำ ข้อดีของการทำปุ๋ยหมักไม่กลับกอง สูตรแม่โจ้ แบบทรงกลม: สะดวกและง่ายต่อการทำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดิน ข้อควรระวัง: ควรเลือกใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ไม่มีสารพิษตกค้าง - [แท่นลิ่มผ่าฟืน](https://www.monmai.com/แท่นลิ่มผ่าฟืน/) - เรานำไม้ฟืนมาทำเป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้ม จึงต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการใช้งาน จึงสร้างแท่นลิ่มผ่าฟืน วัสดุ หัวขวาน 4 นิ้ว เหล็กฉาก 1x1 นิ้ว แผ่นเหล็กกลม 4 นิ้ว เหล็กแท่ง แท่นไม้ สกรู วิธีทำ เจาะแผ่นเหล็กกลม 4 นิ้ว 4 รู เตรียมเป็นที่ยึดแท่นไม้ ตัดเหล็กฉาก 1x1 นิ้ว ยาว 8 ซม. ตัดส่วนข้างออกทำเป็นรูปลิ่ม เชื่อมเหล็กฉากรูปลิ่ม กับหัวขวาน ให้เป็นรูปลิ่ม หัวขวานรูปลิ่ม มาเชื่อมติดกับ แผ่นเหล็กกลม 4 นิ้ว เสริมด้วยเหล็กแท่งที่เชื่อมติดที่ฐานทั้งสองข้าง แล้วนำไปยึดติดกับ แท่นไม้ การใช้งาน ตัดไม้ฟืนเป็นท่อน ยาวประมาณไม่เกิน 30 ซม. นำท่อนไม้ฟืนมาวางบนแท่นลิ่มผ่าฟืน ใช้ค้อนปอนด์ตอกที่ปลายไม้ฟืน ไม้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน และนำไม้ฟืนมาผ่าออกเป็น 4 ส่วน ข้อควรระวังเนื่องจากแท่นลิ่มผ่าฟืนมีความคม - [สวนยกร่อง](https://www.monmai.com/สวนยกร่อง/) - สวนยกร่อง เป็นระบบการทำเกษตรแบบดั้งเดิมที่ชาวไทยปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง โดยการยกแปลงปลูกให้สูงขึ้นและขุดร่องระบายน้ำ ทำให้สามารถปลูกพืชผลได้หลากหลายชนิดแม้ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง ข้อดีของสวนยกร่องป้องกันน้ำท่วม: การยกแปลงปลูกช่วยป้องกันไม่ให้พืชผลเสียหายจากน้ำท่วมควบคุมระดับน้ำ: สามารถควบคุมระดับน้ำในแปลงปลูกได้ตามต้องการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน: ตะกอนดินที่สะสมในร่องน้ำจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินปลูกพืชได้หลากหลาย: สามารถปลูกพืชทั้งพืชผัก ผลไม้ และไม้ยืนต้นได้ในแปลงเดียวกันประหยัดน้ำ: ระบบร่องน้ำช่วยเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ไม่ต้องใช้สารเคมีในการควบคุมศัตรูพืชมากนัก หลักการทำสวนยกร่องการเลือกพื้นที่: เลือกพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินการขุดร่อง: ขุดร่องรอบแปลงปลูกเพื่อระบายน้ำ และขุดร่องภายในแปลงเพื่อควบคุมระดับน้ำการยกแปลงปลูก: ยกแปลงปลูกให้สูงขึ้นประมาณ 30-50 เซนติเมตรการปลูกพืช: ปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพดินและสภาพอากาศการจัดการน้ำ: ควบคุมระดับน้ำในร่องให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช ลักษณะของสวนยกร่องการยกร่อง:สร้างร่องหรือคันดินสูงขึ้นจากพื้นปกติ เพื่อให้รากพืชไม่แช่น้ำและสามารถระบายน้ำได้ดีร่องน้ำระหว่างแปลงใช้สำหรับเก็บกักน้ำและเป็นทางเดินเรือเพื่อขนส่งผลผลิตขนาดของร่อง:ความกว้างของร่องประมาณ 5-10 เมตรความยาวของร่องขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ร่องน้ำกว้างประมาณ 2-3 เมตร ขั้นตอนการสร้างสวนยกร่องสำรวจพื้นที่: ตรวจสอบสภาพดินและระดับน้ำในพื้นที่ออกแบบร่อง: กำหนดขนาดร่องและระยะห่างระหว่างร่องให้เหมาะสมกับพืชที่ปลูกขุดร่องน้ำ: ขุดดินจากร่องน้ำมาถมเป็นคันดินสำหรับปลูกพืชปรับสภาพดิน: ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงดินก่อนปลูกปลูกพืช: ปลูกพืชตามความเหมาะสมของพื้นที่และความต้องการของตลาด พืชที่เหมาะสำหรับปลูกในสวนยกร่องพืชที่นิยมปลูกในสวนยกร่อง ได้แก่ผลไม้: ทุเรียน มังคุด ลองกอง มะม่วงพืชผัก: ผักบุ้ง ผักกาด ผักคะน้า แตงกวาไม้ยืนต้น: มะพร้าว กล้วย สวนยกร่องเป็นระบบการเกษตรที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ลุ่มของไทย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกร - [ฮิวมิก สารปรับปรุงบำรุงดิน](https://www.monmai.com/humic/) - Humic หรือ กรดฮิวมิก เป็นสารอินทรีย์สีน้ำตาลเข้ม พบได้ใน ดิน พีต ถ่านหิน แม่น้ำ หนองน้ำ และ มหาสมุทร เกิดจากกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพของ สารอินทรีย์ ที่ตายลง กระบวนการเกิดสารฮิวมิกกระบวนการที่ 1 เกิดจากลิกนินในพืชถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ในดิน แต่เกิดการย่อยสลายไม่สมบูรณ์ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของฮิวมัส โดยจะมีการเปลี่ยนโครงสร้างของหมู่เมทอกซิล (demethylation) เป็นออโทไฮดรอกซีฟีนอล (o-Hydroxy phenols) และเกิดการออกซิเดชันของหมู่คาร์บอกซิลิก (Carboxylic group;-COOH) หลังจากนั้นจึงรวมกับโปรตีนเกิดเป็นกรดฮิวมิกและกรดฟูลวิก ตามลำดับกระบวนการที่ 2 เกิดจากการเซลลูโลส (nonlignin C sources) ในพืชถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ในดิน ได้เป็นโพลีฟีนอล (polyphenol) และถูกออกซิไดซ์กลายเป็นควิโนน (Quinones) แล้วจึงรวมกับโปรตีนให้สารฮิวมิกกระบวนการที่ 3 เกิดจากในระหว่างที่พืชถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ในดินกลายเป็นลิกนิน จะมีสารฟีโน-ลิก แอลดีไฮด์(phenolic aldehydes) และกรดเกิดขึ้น ซึ่งจะถูกย่อยสลายกลายเป็นควิโนน (Quinones) แล้วจึงรวมกับโปรตีนให้สารฮิวมิกกระบวนการที่ 4 เกิดจากน้ำตาลที่เกิดจากพืชถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ในดินแล้วรวมกับโปรตีนให้สารฮิวมิก กรดฮิวมิก (Humic Acid)กรดฮิวมิก - [เผาถ่านด้วยเตาถังตั้ง (S1)](https://www.monmai.com/เผาถ่านด้วยเตาถังตั้ง-s1/) - เตาเผาถ่านถังตั้ง "S1" เป็น เตาเผาที่มีประสิทธิภาพสูงโดยอาศัยความร้อนไล่ความชื้นในเนื้อไม้ที่มีอยู่ในเตาเพื่อทำให้ไม้กลายเป็นถ่านหรือเรียกว่า กระบวนการคาร์บอนไนเซชั่น โครงสร้างปิดของถังทำให้ควบคุมปริมาณอากาศได้ จึงไม่มีการลุกติดไฟของเนื้อไม้ จึงได้ถ่านที่มีคุณภาพมีขี้เถ้าน้อย เตารุ่นนี้เน้นการเผาไม้ให้ได้ถ่านเป็นหลัก ทำเตาง่าย เผาง่าย ใช้เวลาน้อย และเคลื่อนย้ายเตาได้สะดวกส่วนประกอบของเตา ตัวเตาเป็นถังเหล็ก 200 ที่มีท่อรับความร้อนที่ก้น ฝาเตามีท่อติดตังไว้ด้านบน ช่วยระบายอากาศ ควัน และเป็นปล่องไฟ ตะแกรงเหล็ก ช่วยรับน้ำหนักไม้/ถ่าน ที่รองรับหยดน้ำในเตาและห้องระบายลม ขั้นตอนการเตรียมเผาถ่าน เตรียมไม้ นำไม้แห้งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน4นิ้วมาตัดเป็นท่อนยาว10-30 ซม. เตรียมเตา ใช้ก้อนอิฐ ดิน ทำเป็นฐานรองเตาสูงประมาณ 30 ซม.ทำเป็นรูปตัวU และวางเตาบนฐานให้ปลายท่อทางเข้าความร้อนสูงจากพื้นประมาณ 10 ซม.3.ใส่ตะแกรงลงในเตา แล้วใส่ไม้ในเตาโดยแบ่งเป็น3ส่วนตามข้อของถังชั้นล่างสุดใส่ไม้ท่อนเล็ก ช่วงกลางใส่ไม้ท่อนใหญ่ ช่วงบนใส่ไม้ท่อนเล็กและไม้ขนาดกลาง หากไม้มีขนาดเท่าๆกันใส่ลงได้ทั้งหมดในคราวเดียว จนท่อนไม้เต็ม นำฝามาปิดแล้วล็อกฝาให้แน่น ขั้นตอนการเผาถ่าน1.นำไม้ฟืนวางเรียงช่องปล่องไฟหน้าเตา เริ่มจุดไฟหน้าเตา ให้ความร้อนและเปลวไฟเข้าในปล่องท่อ เติมไม้เชื้อเพลิงต่อเนื่องอย่าให้ไฟดับ และให้มีเปลวไฟตลอดเวลา แล้วสังเกตุควันจากปล่องด้านบน การสังเกตุควันในระยะต่างๆ2.1 ช่วงควันเบา เป็นระยะสะสมความร้อน จะมีควันออกมาแบบเบาๆ เรื่อยๆ เอื่อยๆสลับกับควันแรง จนควันออกมาต่อเนื่อง - [เตาถ่านเบาเล็ก รุ่น 2](https://www.monmai.com/เตาถ่านเบาเล็ก-รุ่น-2/) - เตาถ่านเบา เป็นการต่อยอดจากเตาอั้งโล่ที่บรรพบุรุษใช้งานมาเป็นเวลานาน โดยสร้างให้มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้สะดวก ทำความสะอาดง่าย วัสดุ​อุปกรณ์– ถังน้ำยาแอร์– ชามผสมสแตนเลส ขนาด 20 ซม.– ฐานรองเตา 10 นิ้ว หูจับ, มือจับ​ แผ่นแหล็ก 3 มม. ตะแกรงสแตนเลสกลม​ เส้นผ่าศูนย์กลาง​ 15​ ซม. แผ่นเซรามิกไฟเบอร์หนา 1/2 นิ้ว น๊อต,สกรู​นัท​ M3 เหล็ก​ฉาก​ 1X1​นิ้ว​อุปกรณ์การตัด​เจีย และ เชื่อมโลหะ ลงมือทำ นำถังน้ำยา​แอร์​มาเปิดเอาน้ำยา​แอร์​ออกให้หมด​ ตัดส่วนฝาด้านบนออก​ ให้มีความสูง 25 ซม. ตัดส่วนที่เหลือเป็นวงกลมสูง 8 ซม. พับส่วนบนให้แบะออก 1 ซม. ขัดสีออกให้หมด เชื่อมเหล็ก​ฉากยาว​ ​3​ ซม.​ ทำเป็นฐานรองตัวเตาแบบสามขา แล้วเจาะประตูด้านข้างถัง​ขนาด 10×5 ซม. พ่นสีกันความร้อน เจาะรูติดตั้งสกรูนัทแล้วติดตั้งมือจับ​ยัดด้วยน็อต2.​ตัดตัวถังน้ำยาแอร์​ยาว​ 60​ - [เตาชีวมวลความร้อนต่ำ](https://www.monmai.com/เตาชีวมวลความร้อนต่ำ/) - เราแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรจากสวนเกษตรอินทรีย์ด้วยการตาก อบแห้งและกระบวนการทำชา ซึ่งในการอบแห้งเราสร้างเตาอบถังพลังถ่าน ที่มีถ่านเป็นเชื้อเพลิงในการให้ความร้อน ในอุณหภูมิ 60-80 องศา ซึ่งเราใช้เตาชีวมวลเป็นเครื่องมือ เราจึงพัฒนาปรับปรุงให้เตาชีวมวลสามารถให้ความร้อนต่ำได้ตามที่เราต้องการ วัสดุ​อุปกรณ์– ถังน้ำยาแอร์– แผ่นเหล็กรองเตา เส้นผ่าศูนย์กลาง 19 ซม. ฐานรองหม้อ มือจับ น็อต เหล็กเส้นกลม ​อุปกรณ์การตัด​เจีย และ เชื่อมโลหะ ลงมือทำ นำถังน้ำยาแอร์​มาเปิดเอาน้ำยาแอร์ออกให้หมด​ ตัดที่จับและทำระบายน้ำยาออก ตัดส่วนฝาด้านบนออก​ ให้พอดีกับท่อเหล็ก 6 นิ้ว​ แล้วเจาะรู 4 มิลลิเมตร ด้านข้างถังรอบๆ ขอบด้านล่าง แต่ละรูห่างกัน 1.5 ซม. ขัดสีออกให้หมด ตัดเหล็กฉาก 1x1 นิ้ว ยาว 3 ซม. นำมาเชื่อมกับก้นถัง 3 ขา เป็นฐานเตา ทำไส้เตาโดยนำท่อเหล็ก ​6 นิ้ว​ ยาว 30 ซม.​เจาะรู 4 - [เตาถ่านเบา](https://www.monmai.com/เตาถ่านเบา/) - เตาถ่านเบา รุ่นใหญ่ เป็นการต่อยอดจากเตาอั้งโล่ที่บรรพบุรุษใช้งานมาเป็นเวลานาน โดยสร้างให้มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้สะดวก ทำความสะอาดง่าย วัสดุ​อุปกรณ์– ถังน้ำยาแอร์– ถังเหล็ก​ ขนาด 25 ลิตร– ฐานรองเตา 23 ซม.– ถาดสแตนเลส ขนาด 16x13 ซม. แผ่นแหล็ก 3 มม. มือจับ แผ่นเซรามิกไฟเบอร์หนา 1 นิ้วอุปกรณ์การตัด​เจีย และ เชื่อมโลหะ ลงมือทำ นำถังน้ำยา​แอร์​มาเปิดเอาน้ำยา​แอร์​ออกให้หมด​ ตัดแบ่งครึ่ง​ ส่วนฝาตัดเป็นวงกลม​เส้นผ่าศูนย์กลาง​ 13 ซม. ตัดส่วนที่เหลือด้านบนเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง​ 8 ซม. พับส่วนบนออก 1 ซม. ติดฐานรองเตา ตัดแผ่นเหล็กเส้นผ่าศูนย์กลาง​ 30​ ซม.​ นำมาเชื่อมติดกัน​เป็นไส้เตาห้องเผาไหม้ นำตัวถังมาเชื่อมกับเหล็กฐานกลมเป็นฐานรองขี้เถ้า ใส่แผ่นเซรามิกไฟเบอร์ที่ก้น นำไปเชื่อมติดกับตัวเตา ทำตัวเตาโดยถังเหล็ก​ 25​ ลิตรมาตัดให้สูง​30​ซม.​ เจาะรูด้านหน้า​ 10x5 ซม.​ขัดผิวให้เรียบ​ พ่นสีกันความร้อน - [เตาชีวมวล3พลัง รุ่นที่ 3](https://www.monmai.com/เตาชีวมวล3พลัง-รุ่นที่-3/) - เรานำจุดเด่นของเตานรกเตาชีวมวล​ เตาชีวมวลถ่านชีวภาพ มาพัฒนาเป็น เตาชีวมวล3พลัง​ โดยศึกษาทดลอง มาอย่างต่อเนื่อง​ รุ่นที่​ 1.​ ทำผนังเตาด้วยดินเหนียว​ ทำให้มีน้ำหนักมาก​ ขนย้ายไม่สะดวก​รุ่นที่​ 2.​ ปรับปรุงเตาชีวมวล3พลังให้มีน้ำหนักน้อยลง​ด้วยการบุผนังด้วยแผ่นเซรามิกไฟเบอร์​และทดลองปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศ​ และลดน้ำหนักให้เคลื่อนย้ายได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนประกอบของเตาชีวมวล3พลัง​ รุ่น​ ได้แก่ แกนเตา เสื้อเตา และฐานรองภาชนะวิธีทำ เตาชีวมวล3พลัง รุ่นที่ 31.แกนเตา ใช้ท่อเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้วยาว 43 ซม. เชื่อมปิดก้นด้วยเหล็กแผ่นรองเตา โดยให้สูงจากพื้น 3 ซม.เป็นช่องลม เจาะรูขนาด​ 6​ มิลลิเมตร​ รอบท่อ 1 แถวแต่ละรูห่างกัน​ 2​ ซม.​ ทั้งช่วงบนและล่างห่างจากปลาย​ 5​ ซม. เป็นช่องระบายแก๊ส เสื้อเตา2.1 นำถังเหล็ก​ 40 ลิตรที่มีฝาปิดเปิด เจาะรูขนาด 1.5x1.5 นิ้ว ข้างของถัง สูงจากพื้น 3 ซม. - [เตาถ่านเบา(เล็ก)](https://www.monmai.com/เตาถ่านเบาเล็ก/) - เตาถ่านเบา เป็นการต่อยอดจากเตาอั้งโล่ที่บรรพบุรุษใช้งานมาเป็นเวลานาน โดยสร้างให้มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้สะดวก ทำความสะอาดง่าย วัสดุ​อุปกรณ์– ถังน้ำยาแอร์– ชามผสมสแตนเลส ขนาด 20 ซม.– ฐานรองเตา 10 นิ้ว– ถาดสแตนเลส ขนาด 12x18 ซม. แผ่นแหล็ก 3 มม. มือจับ แผ่นเซรามิกไฟเบอร์หนา 1 นิ้วอุปกรณ์การตัด​เจีย และ เชื่อมโลหะ ลงมือทำ นำถังน้ำยา​แอร์​มาเปิดเอาน้ำยา​แอร์​ออกให้หมด​ ตัดส่วนฝาด้านบนออก​ ให้มีความสูง 25 ซม. ตัดส่วนที่เหลือเป็นวงกลมสูง 8 ซม. พับส่วนบน 1 ซม. ขดสีออกให้หมด ติดฐานรองเตา แล้วเจาะประตูด้านข้างถัง​ขนาด 10×5 ซม. พ่นสีกันความร้อน ติดตั้งมือจับ นำตัวถังมาเชื่อมกับเหล็กฐานกลมเป็นฐานรองขี้เถ้า ใส่แผ่นเซรามิกไฟเบอร์ที่ก้น นำไปเชื่อมติดกับตัวเตา ทำไส้เตาโดยนำชามผสมสแตนเลส​เจาะรูด้านก้นเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้ว แล้วมาติดกับฐานรองเตา ใส่แผ่นเซรามิกไฟเบอร์ที่ตัวเตา แล้วไส้เตาติดกับตัวเตา - [รถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้าอเนกประสงค์](https://www.monmai.com/รถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้าอเนก/) - เราพัฒนารถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้าหลายรูปแบบ ได้แก่ รถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้าก้านยาว รถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้าก้านสั้น มีขนาดที่แตกต่างกันไปตามการใช้งาน เราจึงพัฒนาให้สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ให้เป็นรถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้าอเนกประสงค์ วัสดุ​อุปกรณ์ เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าท่อยาว 150 ซม. พร้อมใบตัดและบังใบ แบตเตอรี่ 24V12AH (พร้อมเครื่องชาร์ตไฟ) ตะเกียบล้อหน้าจักรยาน 20 นิ้ว ล้อรถจักรยาน 20 นิ้ว​ 2 ล้อ แฮนจักรยาน 1 ชุด ประกับสเต็มล็อกท่อ (26 มิล.) 3 ตัว ท่อเหล็ก,ท่อเหล็กหนา 4 หุน​ 1 เส้น ท่อเหล็ก 6 หุน​ ยาว​20 ซม. แผ่นเหล็กกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว เหล็กเส้นสี่เหลี่ยมเหล็กแบน 1 ซม. ยาว 2 เมตร ชุดสายไฟ พร้อมสวิทซ์ปิดเปิด เครื่องเชื่อมไฟฟ้า​ ธูปเชื่อม​ - [เตาชีวมวล3พลัง ใช้งานรูปแบบเตาชีวมวลถ่านชีวภาพ](https://www.monmai.com/เตาชวมวล3พลง-ถานชวภาพ/) - เตาชีวมวล3พลังบวก รวมรูปแบบการใช้งานทั้งแบบเตานรก เตาชีวมวล และเตาชีวมวลถ่านชีวภาพ ใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลาย รวมทั้งใช้งานได้หลากหลาย ทำง่าย ประหยัด และพึ่งตนเองได้ เตาชีวมวล3พลังใช้งานรูปแบบเตาชีวมวลถ่านชีวภาพ ในฐานรองแกนเตาลงในเตา ใส่ท่อแกนเตาให้ตรงรูฐาน ใส่แกลบ ขี้เลื่อย เปลือกหมาก หรือชีวมวลขนาดเล็กลงในช่องว่างระหว่างแกนเตาและผนังเตาจนเต็ม ใส่แผ่นเหล็กรองฝาเตา แล้วปิดฝาเตาและล็อกให้สนิท ใส่ไม้ฟืนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2 นิ้ว ยาว 20-30 ซม. ลงในเตาเป็นชั้นๆ จนเต็มเตา จุดไฟจากด้านบน เมื่อไฟติดดีแล้ว นำฐานรองภาชนะมาวางด้านบน เริ่มประกอบอาหารได้ ขณะใช้งานสามารถเติมเชื้อเพลิงลงในเตาได้เรื่อยๆ ถ้าเชื้อเพลิงใช้งานไม่หมดให้ปิดเตา โดยปิดท่อด้านล่างและปากเตาให้สนิท สามารถนำเชื้อเพลิงไปใช้งานในรอบต่อไปได้ เราสามารถปรับลดเพิ่มความร้อนในเตาด้วยการใช้พัดลมหอยโข่งเป่าเข้ารูด้านล่างของเตา ลมแรมไฟแรง ลมเบาไฟเบา การเผาไม้ในแกนเตาเป็นระบบแก๊สซิไฟเออร์ ความร้อนด้านบนจะทำให้ไม้ฟืนด้านล่างและเชื้อเพลิงที่ผนังเตากลายเป็นแก๊ส แล้วไหลออกมาทางรูท่อด้านล่าง ลอยตัวหมุนวนเข้ารูท่อด้านบน แล้วถูกไฟเผาไหม้เป็นเปลวไฟอีกครั้ง สามารถใช้งานยาวนานกว่าจุดเตาแบบเตาชีวมวล ถ่านชีวภาพที่เกิดจากการเผาไหม้รอบๆแกนเตา สามารถนำไปใช้เป็นถ่านบำรุงดินต่อไป เตาชีวมวลถ่านชีวภาพ ให้ความร้อนปานกลางต่อเนื่องสม่ำเสมอ ปรับเพิ่มลดความร้อนได้ด้วยพัดลม เหมาะสำหรับการใช้งานทุกประเภท - [เตาชีวมวล3พลัง ใช้งานรูปแบบเตานรก](https://www.monmai.com/เตาชวมวล3พลง-เตานรก/) - เตาชีวมวล3พลังบวก รวมรูปแบบการใช้งานทั้งแบบเตานรก เตาชีวมวล และเตาชีวมวลถ่านชีวภาพ ใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลาย รวมทั้งใช้งานได้หลากหลาย ทำง่าย ประหยัด และพึ่งตนเองได้ เตาชีวมวล3พลังใช้งานรูปแบบเตานรก ใช้ท่อพีวีซี เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว ยาวประมาณ 50 ซม. วางกลางเตาให้ตรงกับท่อลมที่ก้นเตา ตั้งให้ตรง ใส่ขี้เลื่อย แกลบ เปลือกหมาก ชานอ้อย แล้วอัดให้แน่น ใส่แล้วอัดจนเต็มเตา ค่อยๆ ดึงท่อพีวีซีออก จะปรากฏรูกลางเตาที่ท่อเนื่องกับท่อใต้เตา จุดไฟจากด้นบน เมื่อไฟติดดีแล้ว นำฐานรองภาชนะมาวางด้านบน เริ่มประกอบอาหารได้ ขณะใช้งานไม่ควรเติมเชื้อเพลิงลงในเตาเพิ่ม เพราะทำให้เกิดควันจำนวนมาก ควรใช้ให้หมดในคราวเดียว หรือถ้าเชื้อเพลิงใช้งานไม่หมดให้ปิดเตา โดยปิดท่อด้านล่างและปากเตาให้สนิท สามารถนำเชื้อเพลิงไปใช้งานในรอบต่อไปได้ เตานรก ให้ความร้อนปานกลางต่อเนื่องสม่ำเสมอยาวนาน เหมาะสำหรับการต้มน้ำนานๆ - [เตาชีวมวล3พลัง ใช้งานรูปแบบเตาชีวมวล](https://www.monmai.com/เตาชวมวล3พลง-เตาชวมวล/) - เตาชีวมวล3พลังบวก รวมรูปแบบการใช้งานทั้งแบบเตานรก เตาชีวมวล และเตาชีวมวลถ่านชีวภาพ ใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลาย รวมทั้งใช้งานได้หลากหลาย ทำง่าย ประหยัด และพึ่งตนเองได้ เตาชีวมวล3พลังใช้งานรูปแบบเตาชีวมวล ในฐานรองแกนเตาลงในเตา ใส่ท่อแกนเตาให้ตรงรูฐาน ใส่แผ่นเหล็กรองฝาเตา แล้วปิดฝาเตาและล็อกให้สนิท ใส่ไม้ฟืนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2 นิ้ว ยาว 20-30 ซม. ลงในเตาเป็นชั้นๆ จนเต็มเตา จุดไฟจากด้นบน เมื่อไฟติดดีแล้ว นำฐานรองภาชนะมาวางด้านบน เริ่มประกอบอาหารได้ ขณะใช้งานสามารถเติมเชื้อเพลิงลงในเตาได้เรื่อยๆ ถ้าเชื้อเพลิงใช้งานไม่หมดให้ปิดเตา โดยปิดท่อด้านล่างและปากเตาให้สนิท สามารถนำเชื้อเพลิงไปใช้งานในรอบต่อไปได้ เราสามารถปรับลดเพิ่มความร้อนในเตาด้วยการใช้พัดลมหอยโข่งเป่าเข้ารูด้านล่างของเตา ลมแรมไฟแรง ลมเบาไฟเบา การเผาไม้ในแกนเตาเป็นระบบแก๊สซิไฟเออร์ ความร้อนด้านบนจะทำให้ไม้ฟืนด้านล่างกลายเป็นแก๊ส แล้วไหลออกมาทางรูท่อด้านล่าง ลอยตัวหมุนวนเข้ารูท่อด้านบน แล้วถูกไฟเผาไหม้เป็นเปลวไฟอีกครั้ง เตาเตาชีวมวล ให้ความร้อนปานกลางต่อเนื่องสม่ำเสมอ ปรับเพิ่มลดความร้อนได้ด้วยพัดลม เหมาะสำหรับการใช้งานทุกประเภท - [เตาชีวมวล3พลังบวก​](https://www.monmai.com/เตาชีวมวล3พลังบวก/) - เรานำจุดเด่นของเตานรกเตาชีวมวล​ เตาชีวมวลถ่านชีวภาพ มาพัฒนาเป็น เตาชีวมวล3พลัง​ โดยมีการทำผนังเตาด้วยดินเหนียว​ ทำให้มีน้ำหนักมาก​ ขนย้ายไม่สะดวก​ ดังนั้นเราจึงปรับปรุงเตาชีวมวล3พลังให้มีน้ำหนักน้อยลง​ ส่วนประกอบของเตาชีวมวล3พลัง ได้แก่ แกนเตา เสื้อเตา และฐานรองภาชนะวิธีทำ1.แกนเตา ใช้ท่อเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้วยาว 40 ซม. เชื่อมปิดก้นด้วยเหล็กแบน 4 หุน โดยให้สูงจากพื้น 3 ซม.เป็นช่องลม เจาะรูรอบท่อ 2 แถวช่วงบนและล่าง เป็นช่องระบายแก๊ส เสื้อเตา2.1 นำถังเหล็ก40 ลิตรที่มีฝาปิดเปิด เจาะรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว ทั้ง2ข้างของถังตรงข้ามกัน สูงจากพื้น 3 ซม. ใช้ท่อเหล็ก 1.5 นิ้วยาว 40 ซม. เจาะรูตรงกลางแล้วเชื่อมท่อสูง 5​ ซม.เป็นท่อลม นำไปใส่ในรูที่เจาะไว้แล้วเชื่อมติดกับถัง ใช้เหล็กแบนดัดเป็นมือจับติดข้างถัง ติดตั้งหูปิ่นโต 3 จุดช่วงปากถังเป็นที่ล็อกฝาถัง2.1 ใช้ถังเหล็ก 30 ลิตรนำมาตัดให้สูงเท่ากับของถัง 40 - [แคร่ปลูกผักน็อคดาวน์](https://www.monmai.com/แคร่ปลูกผักน็อคดาวน์/) - การปลูกผักและพืชอายุสั้นไว้เป็นอาหารปลอดภัยสำหรับครัวเรือน ทำได้ด้วยการปลูกผักไว้รอบบ้าน ทั้งในรูปแบบแปลงผัก ผักล้อยาง ผักกระสอบ แปลงผักหมักปุ๋ย(Key Hole) หรือผักยกแคร่ ผักยกแคร่ ลดการรบกวนจากแมลงจากพื้นดิน จัดการน้ำและปรุงดินได้ตามต้องการของพืช จัดการวัชพืชได้ง่าย ที่สำคัญลดกิจกรรมก้มๆเงยๆ ขณะจัดการแปลง และเมื่อต้องเคลื่อนย้ายไปยังจุดต่างๆได้ง่าย แคร่ปลูกผักน็อคดาวน์ จึงเป็นคำตอบ วัสดุ เหล็กกล่อง 1.5x1.5 นิ้ว ยาว 80 ซม. 6 ท่อน เหล็กกล่อง 1x1 นิ้ว ยาว 115 ซม. 8 ท่อน เหล็กกล่อง 1x1 นิ้ว ยาว 96 ซม. 8 ท่อน เหล็กกล่อง 1x1 นิ้ว ยาว 4 ซม. 28 ท่อน เหล็กกล่อง 3/4x3/4 นิ้ว ยาว 5 - [เตาน้ำมันพืชเก่า(เล็ก)](https://www.monmai.com/เตาน้ำมันพืชเก่าเล็ก/) - พลังงานของครัวเรือนที่เราเลือกใช้จะเป็นพลังงานจากชีวมวลที่เราสามารถสร้างขึ้นใช้งานเองเป็นหลัก และเลือกนำของเหลือใช้ได้แก่น้ำมันพืชใช้แล้วมาใช้เป็นเชื้อเพลิงกับเตาน้ำมันพืชเก่า ซึ่งที่ผ่านมามีขนาดของห้องเผาไหม้เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ให้ความร้อนสูงแต่เปลืองเชื้อเพลิง เราจึงปรับรูปแบบการใช้งานที่ใกล้เคียงกับแก๊สหุงต้ม โดยลดขนาดของงห้องเผาไหม้ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว ทำเป็นเตาน้ำมันพืชเก่าเล็ก หลักการของเตาน้ำมันพืชใช้แล้ว ใช้หลักการพื้นฐานของการเผาไหม้ คือ เชื้อเพลิง อากาศ และความร้อนการนำน้ำมันพืชใช้แล้วมาเป็นเชื้อเพลิง แต่น้ำมันพืชมีความหนืดสูงและติดไฟยาก จึงต้องอุ่นให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้น แล้วใช้อากาศจำนวนมากในรูปแบบแรงลมช่วยให้น้ำมันกระจายตัวเผาไหม้ได้ดีขึ้น ส่วนประกอบของเตาน้ำมันพืชใช้แล้ว ชุดเตา ตัวเตาผนังเตา เป็นห้องเผาไหม้ให้ความร้อนออกมา ชุดเติมเชื้อเพลิง ต่อท่อน้ำมันลงในเตาให้เหมาะสมกับการเผาไหม้ โดยมีชุดควมคุมปริมาณการไหลของน้ำมัน ชุดเติมอากาศ ใช้พัดลมเป่าอากาศให้กระจายทั่วทั้งเตา ช่วยเร่งการเผาไหม้ วิธีทำ ใช้ท่อเหล็กหนา 6 มิลลิเมตรขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้วนำมาตัดให้สูง 11 ซม. เจาะรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว ด้านข้างให้สูงจากพื้น 1 ซม. นำแผ่นเหล็กหนา 10x10 นิ้ว มาเจาะรูตรงกลางขนาด 3/4 นิ้ว แล้วเชื่อมข้อต่อโลหะบนรูที่เจาะ นำท่อเหล็กที่ตัดไว้เชื่อมติดกับแผ่นเหล็กเป็นตัวเตา แล้วใช้นิปเปิลโลหะใส่ในรูเตาเชื่อมติดให้สนิท ต่อท่อปลายหางปลาเข้ากับนิปเปิล ทำเป็นห้องเผาไหม้ - [โรงเรือนปลูกผัก](https://www.monmai.com/โรงเรือนปลูกผัก/) - การปลูกผักในพื้นที่ฝนตกหนักหรือมีแดดจัด จำเป็นต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้นการทำโรงเรือนปลูกผักจะช่วยให้เราดูแลพืชผักได้ดีขึ้น เราเลือกวัสดุที่เราสามารถหาได้ง่ายและเป็นของตนเองเป็นหลัก เช่น ไม้จากต้นไม้ในสวน ไม้ไผ่ เป็นต้น เป็นการลดต้นทุนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย โรงเรือนปลูกผัก ขนาด 9x9 เมตร ทรงเพิงหมาเหงนซ้อนวัสดุ เสาปูนยาว 2 เมตร 10 ต้น ไม้หน้า 4 ยาว 180 ซม. 6 ท่อน ไม้หน้า 4 ยาว 200 ซม. 3 ท่อน ไม้หน้า 4 ยาว 9 ม. 2 ท่อน ไม้หน้า 3 ยาว 9 ม. 5 ท่อน ไม้ไผ่ ยาว 8.5 ม. 2 ท่อน ไม้ไผ่ ยาว - [ชุดเก็บน้ำยางพารา](https://www.monmai.com/ชุดเก็บน้ำยางพารา/) - เราทำเกษตรยั่งยืนในระบบสวนยางยั่งยืน ด้วยรูปแบบสวนไผ่ร่วมยาง สวนยางสมรม ป่ายางวนเกษตร จึงมีการผลิตผลจากต้นยางพารา การเก็บน้ำยางจึงต้องมีชุดเก็บน้ำยางพารา ที่เราสามารถทำเองได้ วัสดุ ท่อนไม้ หรือท่อทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว แผ่นไม้ ขนาด 15x30 ซม. ไม้หน้า 3 นิ้ว ยาว 35,30,25,5x2 ซม. แท่งเหล็กกลม L , น็อตหัวเสา 4 นิ้ว ตลับลูกปืนตุ๊กตา เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.2 ซม. ลำไม้ไผ่ ยาว 10 ซม. ตะปู , สกรู อุปกรณ์สว่านไฟฟ้า , ค้อน , เครื่องเชื่อมไฟฟ้า วิธีทำชุดทำห่วงรองถ้วยยาง นำท่อนไม้ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว สูง 15 ซม. มาตอกตะปู 2 - [ชุดให้อาหาร-น้ำไก่](https://www.monmai.com/ชุดให้อาหาร-น้ำไก่/) - สวนของเราทำเกษตรผสมผสาน ซึ่งมีการปลูกพืชผสมผสาน ร่วมกับการเลี้ยงปลาและเลี้ยงเป็ดไก่ในพื้นที่ร่วมกันหลายครั้งมีภาระกิจทำให้ไม่สามารถให้อาหารและน้ำไก่ตามเวลาปรกติ ทั้งช่วงเช้าและเย็นได้ จึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยด้วยการทำ ชุดให้อาหาร-น้ำไก่ วัสดุ ถังพลาสติกขนาด 20 ลิตร ข้องอพีวีซี 45 องศา ขนาด 3 นิ้ว 4 อัน ขวดน้ำยาล้างจานเปล่า ขวดน้ำแบบใส (PET) ขนาด 5 ลิตร กะละมังพลาสติก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 ซม. สกรูน็อต​ อุปกรณ์สว่านไฟฟ้า , กาวร้อน พร้อมปืนกาว , เลื่อยฉลุ, มีด วิธีทำชุดให้อาหารไก่ นำถังพลาสติกขนาด 20 ลิตร มาเจาะรูด้านข้างเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว สูงจากพื้นถังประมาณ 2 ซม. จำนวน 4 รูตรงข้ามกัน นำข้องอพีวีซี 45 องศา ขนาด 3 นิ้ว - [เตาน้ำมันพืชใช้แล้ว](https://www.monmai.com/เตานำมนพชใชแลว/) - พลังงานที่ใช้ในครัวเรือนส่วนใหญ่มาจากปิโตรเลียม ที่เป็นแก๊สหุงต้ม เป็นพลังงานที่มีราคาตามกลไกลตลาดโลก ช่วงวิกฤติต่างๆ ทำให้มีราคาสูง ค่าครองชีพจึงสูงตามไปด้วย พลังงานของครัวเรือนที่เราเลือกใช้จะเป็นพลังงานจากชีวมวลที่เราสามารถสร้างขึ้นใช้งานเองได้ แต่การนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพมักจะยุ่งยากในการใช้งาน เมื่อพิจารณารูปแบบการใช้งานที่ใกล้เคียงกับแก๊สหุงต้ม เราจึงเลือกนำของเหลือใช้ได้แก่น้ำมันพืชใช้แล้วมาใช้เป็นเชื้อเพลิงกับเตาน้ำมันพืชใช้แล้ว หลักการของเตาน้ำมันพืชใช้แล้ว ใช้หลักการพื้นฐานของการเผาไหม้ คือ เชื้อเพลิง อากาศ และความร้อนการนำน้ำมันพืชใช้แล้วมาเป็นเชื้อเพลิง แต่น้ำมันพืชมีความหนืดสูงและติดไฟยาก จึงต้องอุ่นให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้น แล้วใช้อากาศจำนวนมากในรูปแบบแรงลมช่วยให้น้ำมันกระจายตัวเผาไหม้ได้ดีขึ้น ส่วนประกอบของเตาน้ำมันพืชใช้แล้ว ชุดเตา ตัวเตาผนังเตา เป็นห้องเผาไหม้ให้ความร้อนออกมา ชุดเติมเชื้อเพลิง ต่อท่อน้ำมันลงในเตาให้เหมาะสมกับการเผาไหม้ โดยมีชุดควมคุมปริมาณการไหลของน้ำมัน ชุดเติมอากาศ ใช้พัดลมเป่าอากาศให้กระจายทั่วทั้งเตา ช่วยเร่งการเผาไหม้ วิธีทำ ใช้ท่อเหล็กหนา ขนาดตามความร้อนที่ต้องการ เตาหุงต้มทั่วไปใช้ท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-6 นิ้ว ในแบบเราใช้ท่อ 6 นิ้วนำมาตัดให้สูง 13-15 ซม. เจาะรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/2นิ้ว ด้านข้างให้สูงจากพื้น 2 ซม. นำแผ่นเหล็กหนา 10x10 นิ้ว มาเจาะรูตรงกลางขนาด 3/4 นิ้ว แล้วเชื่อมข้อต่อโลหะบนรูที่เจาะ นำท่อเหล็กที่ตัดไว้เชื่อมติดกับแผ่นเหล็กเป็นตัวเตา แล้วใช้นิปเปิลโลหะใส่ในรูเตาเชื่อมติดให้สนิท ต่อท่อปลายหางปลาเข้ากับนิปเปิล - [เตาเผาถ่านถังตั้ง (S1)](https://www.monmai.com/เตาเผาถ่านถังตั้ง-s1/) - สวนเราทำเกษตรยั่งยืน ในรูปแบบวนเกษตร เกษตรผสมผสาน สวนสมรม เราจึงมีต้นไม้มากมายที่สามารถนำมาใช้ได้ ชีวมวลที่ได้จากกิ่ง ก้าน ลำต้นของต้นไม้ที่นำมาทำเป็นพลังงาน เราเลือกที่จะแปรรูปเป็นถ่าน จากการศึกษาทดลองทำเตาเผาถ่านที่เหมาะสมกับตนเอง เราเลือกเตาเผาถ่านถัง200ลิตร (แบบตั้ง) รุ่น S1 ของศูนย์วิจัยพลังงานจากไม้ กรมป่าไม้ เตารุ่นนี้เน้นการเผาไม้ให้ได้ถ่านเป็นหลัก ทำเตาง่าย เผาง่าย ใช้เวลาน้อย และเคลื่อนย้ายเตาได้สะดวกส่วนประกอบของเตา ตัวเตาเป็นถังเหล็ก 200 ที่มีท่อรับความร้อนที่ก้น ฝาเตามีท่อติดตังไว้ด้านบน ช่วยระบายอากาศ ควัน และเป็นปล่องไฟ ตะแกรงเหล็ก ช่วยรับน้ำหนักไม้/ถ่าน ที่รองรับหยดน้ำในเตาและห้องระบายลม วิธีทำเตา นำถังเหล็ก 200 ลิตรแบบมีฝาปิดเปิดมาเจาะรูที่ก้น ขนาด 3x3 นิ้ว2.นำท่อเหล็กกล่อง 3x3นิ้วยาว 50ซม. ตัดทะแยง 4x6 ซม. ,3x7 ซม. กลับข้างแล้วเชื่อมติดกันให้เป็นท่อรูปตัวJ โดยมีมุมโค้ง 50 องศา3.นำท่อตัว J ด้านสั้นมาใส่ช่องก้นถังเแล้วเชื่อมติดกันให้สนิท ใช้เหล็กตัน1x1ซม. เชื่อมฐานท่อกับขิบสันถังเพิ่มความแข็งแรงท่อ4.นำฝาถังมาเจาะรู2.5x2.5 นิ้ว แล้วพับขอบขึัน - [ตู้อบถังพลังแดด](https://www.monmai.com/ตู้อบถังพลังแดด/) - การแปรรูปอย่างง่ายและประหยัดคือการตากที่ใช้พลังงานจากแสงแดด เราพัฒนาตู้อบพลังแสงอาทิตย์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้โจทย์ปัญหาเรื่องการใช้งาน ตู้อบถังพลังแดด รุ่นที่ 5 ใช้หลักการพื้นฐานในการอบแห้งประกอบด้วย ความร้อนและแสง ใช้แสงแดดเป็นพลังงานหลักในการให้แสงและความร้อน ใช้ถังเหล็กทาสีดำที่ปูด้วยกระจกใสทำหน้าที่กักเก็บความร้อน ความชื้น จัดการด้วยการทำระบบลมร้อน ใช้แผงโซลาร์เซลล์รับแสงแดดเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าให้พัดลมหมุดดูดอากาศและความชื้นออกจากผลผลิต วิธีทำ นำถังเหล็ก 200 ลิตร มาผ่าครึ่งตามแนวนอน นำด้านก้นมาเชื่อมติดกัน ฝาถังอยู่ด้านนอกตรงข้ามกัน ใช้เหล็กกล่อง 2x1 นิ้ว ยาว 65 ซม. และ 9 ซม. เชื่อมติดกันเป็นขาตู้ ใช้เหล็ก 1x1 นิ้ว เชื่อมติดกันตามความสูงของถัง และเชื่อมติดกับถังบริเวณเหล็กขอบถัง เชื่อมเหล็กเป็นคานต่อระหว่างขาทั้งสี่ นำเหล็กฉาก 1x1 นิ้วตัดตามกว้างยาวของขอบถัง แล้วเชื่อมติดกับขอบถังให้ได้ระดับเป็นระนาบเดียวกัน โดยให้ด้านสันฉากอยู่ด้านนอก เจาะฝาถังสูง 12 ซม.ตามแนวโค้งขอบถังทั้งสองข้างเป็นประตูปิดเปิด ใส่บานพับ และกลอนประตู เจาะรูวงกลมด้านข้างตรงกลาง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 ซม. สำหรับติดตั้งพัดลม ทาสีดำภายในถังให้ทั่ว รอจนแห้งสนิท ติดตั้งล้อที่ขาทั้งสี่ข้าง ติดตั้งพัดลม - [เตาชีวมวล3พลัง](https://www.monmai.com/เตาชีวมวล3พลัง/) - เราทำเตาชีวมวลไว้ใช้งาน โดยสร้างให้เหมาะสมกับการใช้งานประเภทต่างๆ ได้แก่ เตานรกเตาที่ใช้เชื่อเพลิงชีวมวลขนาดเล็ก เช่น ขี้เลื่อย แกลบ เปลือกหมาก ชานอ้อย เป็นต้น ให้ความร้อนสม่ำเสมอ เป็นเวลานาน เตาชีวมวล เตาชีวมวลจากถังน้ำยาแอร์ มีขนาดเล็กใช้ไม้ฟืนและถ่านให้พลังงานความร้อนสูง เติมเชื้อเพลิงได้ง่าย เตาชีวมวลถ่านชีวภาพ เตาชีวมวลที่ใช้ไม้ฟืนให้พลังงานความร้อนและใช้ขี้เลื่อย แกลบ ทำเป็นถ่านชีวภาพในเวลาเดียวกัน เราจึงรวมจุดเด่นของเตาทั้งสาม แล้วพัฒนาเป็น เตาชีวมวล3พลัง ส่วนประกอบของเตาชีวมวล3พลัง ได้แก่ แกนเตา เสื้อเตา และฐานรองภาชนะวิธีทำ1.แกนเตา ใช้ท่อเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้วยาว 40 ซม. เชื่อมปิดก้นด้วยเหล็กแบน 4 หุน โดยให้สูงจากพื้น 3 ซม.เป็นช่องลม เจาะรูรอบท่อ 2 แถวช่วงบนและล่าง เป็นช่องระบายแก๊ส เสื้อเตา2.1 นำถังเหล็ก30 ลิตรที่มีฝาปิดเปิด เจาะรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว ทั้ง2ข้างของถังตรงข้ามกัน สูงจากพื้น 3 ซม. ใช้ท่อเหล็ก 1.5 - [ห้องน้ำดิน](https://www.monmai.com/ห้องน้ำดิน/) - สวนหม่อนไม้ สวนเกษตรนวัตกรรมพึ่งตน เป็นแหล่งศึกษา ทดลอง เรียนรู้ด้านนวัตกรรมเกษตรแบบพึ่งตนเอง เราจึงสร้างห้องน้ำดินไว้ใช้งานสำหรับผู้สนใจมาทำกิจกรรมที่สวน ห้องน้ำดิน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนจัดการและจัดเก็บสิ่งปฏิกูล ส่วนอาคารห้องน้ำ การสร้างห้องน้ำดิน เลือกสถานที่สร้างห้องน้ำที่น้ำไม่ท่วม และห่างจากแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคเกินกว่า 10 เมตร ส่วนจัดการและจัดเก็บสิ่งปฏิกูล โดยทำบ่อเกรอะและบ่อซึมเก็บสิ่งปฏิกูล อุจจาระและปัสสาวะ2.1 บ่อเกรอะ ขุดหลุมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 90 ซม. ลึกประมาณ 4 เมตร ใส่บ่อวงซีเมนต์เส้นผ่าศูนย์กลาง 90 ซม. ลงในบ่อ โดยวงซีเมนต์ล่างสุดเป็นบ่อที่ปิดด้านก้นไว้ เจาะรู 4 นิ้วช่วงบนท่อซีเมนต์เตรียมใส่ท่อจากห้องน้ำ ปิดฝาท่อให้สนิท2.2 บ่อซึม ขุดหลุมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 90 ซม. ลึกประมาณ 4 เมตร ขุดรูตรงกลางให้เป็นรูปกรวย ใส่บ่อวงซีเมนต์เส้นผ่าศูนย์กลาง 90 ซม. ลงในบ่อ ใส่หินก้อนใหญ่ให้เต็ม ปิดฝาให้สนิท2.3 ต่อท่อขนาด 2 นิ้วจากบ่อเกรอะมายังบ่อซึม โดยติดท่อสามทาง PVC - [ตู้อบถังพลังถ่าน](https://www.monmai.com/ตู้อบถังพลังถ่าน/) - การถนอมอาหารหรือแปรรูปด้วยการตาก เป็นการแปรรูปที่ง่ายและประหยัด​ เพราะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ช่วยเป็นหลัก​ แต่ในสภาพอากาศปิดหรือต้องการอบผลผลิตเราเลือกใช้พลังงานความร้อนจากถ่าน เราสามารถอบแห้งผลผลิต ด้วย ตู้อบถังพลังถ่าน วัสดุ ถังเหล็ก 200 ลิตร 1 1/2 ใบ แผ่นอลูมิเนียมแบน 6 หุน บานพับสแตนเลส สายยู หูปิ่นโต ชั้นวางสแตนเลส 80x60x26 ซม.(5+5 ชั้น) แผงโซล่าเซลล์ 12v10w พัดลม 12v 80x80x15 มม. กล่องไฟ ฝาปิด สวิทซ์ไฟฟ้า หุ้มสายไฟ หน้าแปลน 6 หุน , ข้อต่อนิปเปิล 6หุน เหล็กแบน 12 มม. เทอร์โมมิเตอร์ 150c ยางกันบาด 2 ม สีทนร้อน สกรู + น็อต m4-10, สกรู + - [เครื่องตัดท่อนไผ่](https://www.monmai.com/เครื่องตัดท่อนไผ่/) - สวนหม่อนไม้ สวนเกษตรนวัตกรรมพึ่งตน เราทำเกษตรยั่งยืนในระบบวนเกษตร โดยมีการปลูกไม้ยืนต้นที่หลากหลาย และมีไผ่ปลูกในทุกแปลง เช่น ไผ่ผาก ไผ่รวก ไผ่ซางหม่น ไผ่ซางนวล ไผ่เลี่ยงหวาน เป็นต้น ซึ่งเราสามารถนำลำไผ่มาทำประโยชน์ เป็นสิ่งปลูกสร้าง ของใช้ รวมถึงนำมาทำถ่านเมื่อต้องนำลำไผ่มาใช้งาน จึงต้องตัดลำไผ่ให้เป็นท่อนๆ จึงสร้างเครื่องตัดท่อนไผ่ไว้ใช้งาน เครื่องตัดท่อนไผ่ใช้หลักการของเลืี่อยวงเดือนแบบกระดกได้ ประกอบด้วย ชุดฐานบังคับการตัดและชุดตัดลำไผ่ วิธีทำชุดฐานบังคับการตัด นำเหล็กฉาก 1.5x1.5 นิ้ว มาตัดแล้วเชื่อมต่อเป็นโต๊ะขนาด กว้าง 40 ซม. ยาว 60 ซม. สูง 75 ซม. นำเหล็ก C ขนาด 2 นิ้ว ยาว 30 ซม. นำมาเชื่อมติดกับฐานตรงกึ่งกลาง ไว้เป็นแท่นรับน้ำหนักและทำรูเพลาหมุน เชื่อมเหล็กยาว 20 ซม. ทำแท่นรับชุดตัดบังคับจุดรับการกระดก และทำชุดบังคับระยะใบเลื่อยด้วลโซ่ที่ตรึงไว้ระหว่างชุดฐานบังคับการตัดและชุดตัด วัดระยะ เจาะรู แล้วติดตั้งแผ่นเหล็กล็อกการตัดไม้ นำเหล็กมาเชื่อมเป็นชุดจับไม้ ล็อกลำไผ่ไม่ให้เคลื่อนขณะตัดชุดตัดลำไผ่ - [ขวดตอนกิ่ง](https://www.monmai.com/ขวดตอนกิ่ง/) - ขวดเครื่องดื่มพลาสติกที่มังเป็นขวดใช้แล้วทิ้ง เราสามารถนำมาใช้ใหม่ด้วยการทำเป็นขวดตอนกิ่งได้ เตรียมวัสดุอุปกรณ์ นำขวดน้ำขนาด 250 มิลลิลิตร เปิดฝา ทำความสะอาด แล้วเจาะรูที่ก้น ผ่าครึ่งตามแนวตั้ง แต่อย่าให้ขาดออกจากกัน ทำวัสดุปลูก ที่สวนของเราใช้ดินขุยไผ่ ผสมกับจุลินทรีย์ท้องถิ่น คลุกเคล้ากับน้ำที่ผสมน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักอะมีโนโปรตีน (น้ำ : น้ำหมัก || 1 : 100) พอหมาดๆ พักไว้ 1-2 วัน และนำกาบมะพร้าวมาตัด ฉีก เป็นชิ้นเล็กๆ หมักกับน้ำที่ผสมน้ำส้มควันไม้ (1 : 100) พักไว้ ขั้นตอนการตอนกิ่งต้นไม้ด้วยขวดพลาสติก นำวัสดุปลูกผสมกับกาบมะพร้าวใส่ในขวดพลาสติกที่ผ่าไว้จนเต็มแล้วผ่าตรงกลางออก เลือกกิ่ต้นไม่ที่จะตอน เป็นกิ่งที่ไม่แก่เกินไป ควั่นกิ่งให้เป็นรอย แกะเปลือกแล้วขูดผิวเปลือกเพื่อตัดท่ออาหารออก นำขวดที่ใส่วัสดุปลูกมาหุ้มรอบรอยควั่นให้สนิท มัดด้วยเชือกให้แน่น พักไว้ 2-3 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิดพืช) กิ่งไม้จะงอกรากออกมาในขวด รอให้รากเป็นสีเข้ม สามารถตัดแล้วนำไปชำลงถุงหรือปลูกในหลุมได้ นำขวดพลาสติกมาใช้ซ้ำ โดยการนำมาตอนกิ่งต้นไม้ ช่วยลดการสร้างขยะ ทำง่าย ประหยัด - [โถปัสสาวะชาย](https://www.monmai.com/โถปัสสาวะชาย/) - สวนหม่อนไม้ สวนเกษตรนวัตกรรมพึ่งตน เป็นสวนที่สร้างเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ วิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตรโดยเน้นการพึ่งตนเอง และนำองค์ความรู้มาเผยแพร่โดยหวังว่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้สนใจในหลักพื้นฐานของการพึ่งตนเอง เมื่อมีผู้สนใจมาเยี่ยมเยี่อน เราจึงสร้างห้องน้ำและห้องปัสสาวะชายแยกออกเป็นสัดส่วน โดยนำวัสดุที่หาได้ง่ายมาประยุกต์ทำเป็น โถปัสสาวะชาย วิธีทำ นำถังน้ำยาแอร์ที่ใช้แล้ว ตัดเจาะรูด้านบนขนาด 1/2 นิ้ว ตัดหูถังออก แล้วตัดถังเป็นช่องโดยตัดด้านบนแคบแล้วค่อยๆ กว้างขึ้นด้านล่าง เว้นส่วนถังด้านล่างสูงประมาณ 10 ซม. เจาะรูขนาด 1 นิ้วที่ก้นถัง ขัดแต่งขอบต่างๆให้เรียบ นำเหล็กแบน 1/2 นิ้ว ยาว 45 ซม. เจาะรูปลายทั้งสอง แล้วนำมาเชื่อมติดกับถังที่ด้านหลัง ไว้เป็นแท่นยึดโถ ทาสีกันสนิมรองพื้นให้ทั่ว 2 ครั้ง รอจนแห้งสนิท ทาสีขาวด้านในถัง รอจนแห้งสนิท แล้วนำยางกันบาดมาบุตามขอบของโถปัสสาวะให้รอบ นำข้อต่อท่อ PVC เกลียว 1 นิ้วที่เจาะรู 4 รูบริเวณเกลียวเป็นช่องระบายน้ำ แล้วนำ มาสวมเข้าในรูด้านล่างของถังที่เจาะไว้ อุดและยาแนวให้สนิทด้วยกาวซิลิโคน นำโถปัสสาวะชาย มาประกอบเข้ากับฐานที่เตรียมไว้ ติดตั้งระบบระบายน้ำเสีย และติดตั้งก็อกน้ำพร้อมสายยางมายังส่วนบนผ่านรูที่เจาะไว้ ตรวจสอบการใช้งาน - [หลอดหญ้าไม้กวาด](https://www.monmai.com/หลอดหญ้าไม้กวาด/) - เราปลูกสร้างสวนตามแนวทางเกษตรยั่งยืนในแบบวนเกษตร​สวนสมรม สวนผสม ที่มีความหลากหลายของพืชพรรณต่างๆ ในสวนเรามีต้นไม้กวาดดอกหญ้าที่เจริญเติบโตอยู่ เราจึงนำมาทำเป็นหลอดดูดหญ้าไม้กวาด ดอกหญ้าไม้กวาดเป็นพืชล้มลุกตระกูลหญ้าที่มีลำต้นตั้งตรง ลำต้นแตกกอคล้ายกอไผ่ ลำต้นมีลักษณะทรงกลม แบ่งเป็นข้อปล้องชัดเจน มีความสูงของลำต้นประมาณ 3–4 เมตร ขนาดลำต้นประมาณ 7.5–18 มิลลิเมตร ดอกหญ้าไม้กวาดเป็นพืชที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่ตามเชิงเขาหรือพื้นที่สูง วิธีทำ เลือกตัดต้นหญ้าไม้กวาดที่แก้จัด อาจมีส่วนยอดแห้งกรอบก็ได้ นำหญ้าไม้กวาดมาลอกเปลือก ทำความสะอาด แล้วตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 25 ซม. โดยตัดส่วนข้อปล้องออก หญ้าไม้กวาดที่ยังสดอยู่ให้นำไปตากให้แห้ง นำท่อนหญ้าไม้กวาดที่แห้งมาขัดผิวด้านนอกและปลายทั้งสองให้เรียบ และขัดด้านในให้สะอาด นำท่อนหญ้าไม้กวาดมาล้างทำความสะอาด ผึ่งไว้ นำท่อนหญ้าไม้กวาดมาต้มหรือนึ่งให้ส่วนของแป้งถูกกำจัดให้หมด แล้วนำไปตากให้แห้ง นำท่อนหญ้าไม้กวาดไปอบให้แห้งสนิท ป้องกันการเกิดเชื้อรา คัดแยกขนาดหลอดหญ้าไม้กวาดใช้งานตามความเหมาะสม เมื่อนำไปใช้งาน สามารถนำหลอดหญ้าไม้กวาดมาทำความสะอาด และใช้งานได้จนกว่าจะพังหรือไม่เกิน 6 เดือน เราสามารถนำต้นหญ้าที่มีลำต้นกลวงด้านใน ต้นแข็งแรง มาทำเป็นหลอดดูดได้ เช่น ต้นราโพ ไผ่หลอด เป็นต้น หลอดหญ้าไม้กวาด หลอดดูดจากธรรมชาติช่วยลดขยะพลาสติก ช่วยโลกช่วยเรา และพึ่งตนเองได้ - [ชาใบหม่อน-ชาดำ](https://www.monmai.com/ชาใบหม่อน-ชาดำ/) - หม่อนเป็นไม้ยืนต้นจำพวกไม้พุ่ม ที่มีลำต้นใหญ่ ตั้งตรง มีกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ หรือรูปไข่กว้าง ขอบเรียบหรือหยักเว้าเป็นพู ผิวใบสากคาย ปลายเรียวแหลมยาว ฐานใบกลม หรือรูปหัวใจ ดอกเป็นดอกช่อ ออกที่ซอกใบ และปลายยอด ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีสีเขียว เมื่อสุกสีม่วงแดงเข้ม เกือบดำ ฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมเปรี้ยว วิธีทำชาใบหม่อน แบบชาดำ เตรียมต้นหม่อนโดยการตัดกิ่งหม่อนให้เหลือแต่กิ่งหลัก เด็ดริดใบออกให้หมอ บำรุงต้นด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ รอให้หม่อนแตกยอดออกประมาณ 1 เดือน จะมีกิ่งและใบประมาณ 8-15 ใบต่อกิ่ง เก็บใบหม่อนกลางแก่กลางอ่อน (เพลสาด) นับใบจากยอดใบที่ 4 - 8 นำใบหม่อนสดมาล้างทำความสะอาด จัดวางใบซ้อนกันให้เป็นแถว แล้วผึ่งลมไว้จนแห้ง นำใบหม่อนสดที่แห้งดีแล้วจำนวน 20-25 ใบมาม้วน แล้วหั่นให้มีขนาดไม่เกิน 0.5 ซม. พักไว้ นำใบหม่อนที่หั่นแล้วมานวด โดยจับเป็นก้อนแล้วกดลงกับพื้นในถาดสแตนเลส พอให้ใบช้ำ แล้วนำใส่กระด้งไม้ไผ่หรือถาดสแตนเลส หมักพักไว้ 24 - [ชาดอกดาหลา-ชาอบ](https://www.monmai.com/ชาดอกดาหลา-ชาอบ/) - ดาหลาเป็นพืชล้มลุกใบเลี้ยงเดี่ยว มีดอกที่สวยงาม จัดเป็นพืชที่มีอยู่ในวงศ์เดียวกับขิงและข่า มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่าเหง้า ส่วนลำต้นจะอยู่เหนือผิวดินขึ้นมามีสีเขียวเข้มลักษณะเป็นกาบใบที่โอบซ้อนกันแน่น มีความ สูงประมาณ 2-3 เมตร ใบ มีรูปร่างยาวรี กลางใบกว้างแล้วค่อยๆเรียวไปหาปลายใบและฐานใบ ผิวเกลี้ยงทั้งด้านบนและด้านล่าง มีความยาวใบประมาณ 30-80 เซนติเมตร ส่วนดอก จะมีลักษณะ เป็นดอกช่อ ประกอบด้วยกลีบประดับเรียงซ้อนกัน จะบานออกประมาณ 25-30 กลีบ วิธีทำชาดอกดาหลา แบบชาอบ เตรียมต้นดาหลา บำรุงต้นด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ รอให้ออกดอก เก็บดอกดาหลาที่บานยังไม่เต็มที่ ดอกบานประมาณ 80% นำดอกดาหลาสดมาล้างทำความสะอาด เด็ดส่วนกลีบดอกออก นำส่วนที่หนาหรือยาวมาหั่น ใส่ถาดสแตนเลส พักไว้ให้แห้ง นำดอกดาหลาใส่ถาดอลูมิเนียมโดยกระจายให้ทั่ว ไปอบด้วยอุณหภูมิ 40-60 องศา ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมงจนชาแห้งสนิท คัดส่วนของชาที่ไม่ได้คุณภาพออก แล้วนำไปบรรจุในถุงหรือภาชนะปิดสนิท สามารถเก็บได้นาน 1-2 ปี สรรพคุณของชาดอกดาหลาดอกดาหลา มีวิตามินซีสูง มีสารแอนโธไซยานิน เป็นกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงเลือดลมให้หมุนเวียนดี แถมยังขับลม แก้อาการจุกเสียด - [ชาตะไคร้-ชาเขียว](https://www.monmai.com/ชาตะไคร้-ชาเขียว/) - ตะไคร้ เป็นพืชล้มลุก ในวงศ์หญ้า มีความสูงประมาณ 4-6 ฟุต ใบยาวเรียว ปลายใบมีขนหนาม ลำต้นรวมกันเป็นกอ มีกลิ่นหอม เป็นช่อยาวมีดอกเล็กฝอยเป็นจำนวนมาก ตะไคร้เป็นพืชที่สามารถนำส่วนต้นหัวไปประกอบอาหาร วิธีทำชาตะไคร้ แบบชาเขียว เตรียมตะไคร้โดย ปลูกตะไคร้ให้มีอายุ 6-8 เดือน ได้ต้นที่สมบูรณ์ ตัดต้นตะไคร้จากกอ ตัดใบออก ใช้เฉพาะส่วนที่เป็นลำต้น นำต้นตะไคร้มาล้างทำความสะอาด เด็ดกาบใบที่แก่ออก จัดวางเรียงบนภาชนะ แล้วผึ่งลมไว้จนแห้ง นำตะไคร้ที่แห้งดีแล้ว จับต้นตะไคร้จำนวน 20-25 ต้นมามัด แล้วหั่นให้มีขนาดไม่เกิน 0.2-0.5 ซม. พักไว้ นำตะไคร้ที่หั่นแล้วมานวด โดยจับเป็นก้อนแล้วกดลงกับพื้นในถาดสแตนเลส พอให้ช้ำ แล้วนำใส่กระด้งไม้ไผ่หรือถาดสแตนเลส หมักพักไว้ 30-60 นาทีุ6. นำตะไคร้ที่หมักใส่กระทะแล้วผัด แนะนำให้ใช้เตาฟืนหรือเตาถ่านจะทำให้ชาหอมแบบธรรมชาติ โดยยกให้ตะไคร้สัมผัสอากาศแล้วกระจายตัวและตกกลับมาบนกระทะ การผัดโดยใช้ไฟกลาง ผัดชาจนตะไคร้เบาและเริ่มกรอบ ยกกระทะลงตักชาใส่ถาดสแตนเลส พักไว้จนเย็น ชาตะไคร้ที่พักไว้จะคืนตัวและคายน้ำออกมา นำชาไปอบด้วยอุณหภูมิ 40-60 องศา ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงจนชาแห้งสนิท - [ชาใบขลู่-ชาเขียว](https://www.monmai.com/ชาใบขลู่-ชาเขียว/) - ต้นขลู่ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ขึ้นเป็นกอ ๆ แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นความสูงประมาณ 0.5-2 เมตร ลำต้นกลม เปลือกต้นเรียบเป็นสีน้ำตาลแดงหรือเขียว ที่ลำต้นและกิ่งก้านมีขนละเอียดขึ้นปกคลุม ใบยาวมน ขอบใบเป็นหยัก โดยเป็นพรรณไม้ที่ชอบดินเค็มมีน้ำขังตามหนองน้ำ มักขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ตามริมห้วยหนอง หรือตามหาดทราย ด้านหลังป่าชายเลน วิธีทำชาใบขลู่ แบบชาเขียว เตรียมต้นขลู่โดยตัดแต่งกิ่ง รอให้ขลู่ออกยอดและใบที่สมบูรณ์ เก็บยอดใบขลู่ โดยเลือกใบยอดที่ไม่เหนียวเกินไป นำใบขลู่สดมาล้างทำความสะอาด แล้วผึ่งลมไว้จนแห้ง นำใบขลู่สดที่แห้งดีแล้วมาเด็ดก้านและสันใบออก แล้วพักไว้ นำใบขลู่มานวด โดยจับเป็นก้อนแล้วกดลงกับพื้นถาดสแตนเลส พอให้ใบช้ำ แล้วนำใส่กระด้งไม้ไผ่หรือถาดสแตนเลส หมักพักไว้ 30-60 นาที นำใบขลู่ที่ผ่านการหมักมานึ่งหรือรวกด้วยน้ำเดือด ให้ใบขลู่สลดลง พักไว้จนน้ำออกมาจนหมด พอหมาดๆ นำใบขลู่ที่หมักใส่กระทะแล้วผัด แนะนำให้ใช้เตาฟืนหรือเตาถ่านจะทำให้ชาหอมแบบธรรมชาติ โดยยกให้ใบขลู่สัมผัสอากาศแล้วกระจายตัวและตกกลับมาบนกระทะ ช่วงแรกของการผัดเป็นการไล่น้ำออกใช้ไฟค่อนข้างแรง หลังจากน้ำระเหยจนหมดใช้ไฟกลางผัดชาจนใบขลู่เบาและเริ่มกรอบ ยกกระทะลงตักชาใส่ถาดสแตนเลส พักไว้จนเย็น ชาใบขลู่ที่พักไว้จะคืนตัวและคายน้ำออกมา นำชาไปอบด้วยอุณหภูมิ 40-60 องศา ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงจนชาแห้งสนิท คัดส่วนของชาที่ไม่ได้คุณภาพออก แล้วนำไปบรรจุในถุงหรือภาชนะปิดสนิท - [ชาใบไผ่-ชาเขียว](https://www.monmai.com/ชาใบไผ่-ชาเขียว/) - ไผ่ เป็นไม้ยืนต้นตระกูลหญ้า เติบโตได้ทั่วไปในทุกสภาพพื้นที่ โดยมีสายพันธุ์มากมายที่ปรับตัวตามสภาพพื้นที่ เช่น ไผ่บง ไผ่ผาก ไผ่ซางนวล ไผ่ซางหม่น ไผ่ตง ไผ่สีสุก ไผ่ลวก ฯลฯ ซึ่งเราสามารถนำใบไผ่ที่ไม่คายมาทำเป็นชาใบไผ่ได้ วิธีทำชาใบไผ่ (ไผ่ปักกิ่ง) แบบชาเขียว เตรียมต้นไผ่โดยตัดส่วนลำต้นไผ่ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี บำรุงต้นด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ และให้น้ำสม่ำเสมอ ให้ไผ่ออกยอดและใบที่สมบูรณ์ เก็บใบไผ่กลางแก่กลางอ่อน (เพลสาด) โดยเก็บใบยอด 1-3 ใบที่ไม่เหนียวเกินไป นำใบไผ่สดมาล้างทำความสะอาด จัดวางใบซ้อนกันให้เป็นแถว แล้วผึ่งลมไว้จนแห้ง นำใบไผ่สดที่แห้งดีแล้วมาเด็ดสันใบออก จับในไผ่จำนวน 15-20 ใบมาม้วน แล้วหั่นให้มีขนาดไม่เกิน 0.5 ซม. พักไว้ นำใบไผ่มานึ่งหรือรวกด้วยน้ำเดือด ให้ใบไผ่สลดลง พักไว้จนน้ำออกมาจนหมด พอหมาดๆ นำใบไผ่ใส่กระทะแล้วผัด แนะนำให้ใช้เตาฟืนหรือเตาถ่านจะทำให้ชาหอมแบบธรรมชาติ โดยยกให้ใบไผ่สัมผัสอากาศแล้วกระจายตัวและตกกลับมาบนกระทะ ช่วงแรกของการผัดเป็นการไล่น้ำออกใช้ไฟค่อนข้างแรง หลังจากน้ำระเหยจนหมดใช้ไฟกลางผัดชาจนใบไผ่เบาและเริ่มกรอบ ยกกระทะลงตักชาใส่ถาดสแตนเลส พักไว้จนเย็น นำชาใบไผ่ไปอบด้วยอุณหภูมิ 40-60 องศา ใช้เวลาประมาณ 2-3 - [ชาใบหม่อน-ชาเขียว](https://www.monmai.com/ชาใบหม่อน-ชาเขียว/) - หม่อนเป็นไม้ยืนต้นจำพวกไม้พุ่ม ที่มีลำต้นใหญ่ ตั้งตรง มีกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ หรือรูปไข่กว้าง ขอบเรียบหรือหยักเว้าเป็นพู ผิวใบสากคาย ปลายเรียวแหลมยาว ฐานใบกลม หรือรูปหัวใจดอกเป็นดอกช่อ ออกที่ซอกใบ และปลายยอด ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีสีเขียว เมื่อสุกสีม่วงแดงเข้ม เกือบดำ ฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมเปรี้ยว วิธีทำชาใบหม่อน แบบชาเขียว เตรียมต้นหม่อนโดยการตัดกิ่งหม่อนให้เหลือแต่กิ่งหลัก เด็ดริดใบออกให้หมด บำรุงต้นด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ รอให้หม่อนแตกยอดออกประมาณ 1 เดือน จะมีกิ่งและใบประมาณ 8-15 ใบต่อกิ่ง เก็บใบหม่อนกลางแก่กลางอ่อน (เพลสาด) โดยเก็บใบที่ 4 - 8 จากยอด นำใบหม่อนสดมาล้างทำความสะอาด จัดวางใบซ้อนกันให้เป็นแถว แล้วผึ่งลมไว้จนแห้ง นำใบหม่อนสดที่แห้งดีแล้วจำนวน 20-25 ใบมาม้วน แล้วหั่นให้มีขนาดไม่เกิน 0.5 ซม. พักไว้ นำใบหม่อนที่หั่นแล้วมานวด โดยจับเป็นก้อนแล้วกดลงกับพื้นในถาดสแตนเลส พอให้ใบช้ำ แล้วนำใส่กระด้งไม้ไผ่หรือถาดสแตนเลส หมักพักไว้ 30-60 - [ชาใบดาวอินคา-ชาเขียว](https://www.monmai.com/ชาใบดาวอินคา-ชาเขียว/) - ถั่วดาวอินคาเป็นพืชเถาไม้เลื้อย ใบเป็นรูปหัวใจ ฝักมักจะมี 4-6 แฉก ถั่วดาวอินคาเป็นพืชที่ให้ผลเร็ว ปลูกระยะเวลาไม่เกินหกเดือนก็สามารถให้ผลผลิตและสามารถ ให้ผลผลิตได้เป็นระยะเวลายาวนานถึง 15-50 ปี วิธีทำชาใบดาวอินคา แบบชาเขียว เตรียมต้นดาวอินคาโดย บำรุงต้นด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ และให้น้ำสม่ำเสมอ ให้ดาวอินคาออกยอดและใบที่สมบูรณ์ เก็บใบดาวอินคากลางแก่กลางอ่อน (เพลสาด) โดยเก็บใบจากยอดใบที่ 3 - 8 นำใบดาวอินคาสดมาล้างทำความสะอาด จัดวางใบซ้อนกันให้เป็นแถว แล้วผึ่งลมไว้จนแห้ง นำใบดาวอินคาสดที่แห้งดีแล้วจำนวน 20-25 ใบมาม้วน แล้วหั่นให้มีขนาดไม่เกิน 0.5 ซม. พักไว้ นำใบดาวอินคาที่หั่นแล้วมานวด โดยจับเป็นก้อนแล้วกดลงกับพื้นในถาดสแตนเลส พอให้ใบช้ำ แล้วนำใส่กระด้งไม้ไผ่หรือถาดสแตนเลส หมักพักไว้ 30-60 นาที นำใบดาวอินคาที่ผ่านการหมักมานึ่งหรือรวกด้วยน้ำเดือด ให้ใบดาวอินคาสลดลง พักไว้จนน้ำออกมาจนหมด พอหมาดๆ นำใบดาวอินคาที่หมักใส่กระทะแล้วผัด แนะนำให้ใช้เตาฟืนหรือเตาถ่านจะทำให้ชาหอมแบบธรรมชาติ โดยยกให้ใบดาวอินคาสัมผัสอากาศแล้วกระจายตัวและตกกลับมาบนกระทะ ช่วงแรกของการผัดเป็นการไล่น้ำออกใช้ไฟค่อนข้างแรง หลังจากน้ำระเหยจนหมดใช้ไฟกลางผัดชาจนใบดาวอินคาเบาและเริ่มกรอบ ยกกระทะลงตักชาใส่ถาดสแตนเลส พักไว้จนเย็น ชาใบดาวอินคาที่พักไว้จะคืนตัวและคายน้ำออกมา นำชาไปอบด้วยอุณหภูมิ 40-60 องศา ใช้เวลาประมาณ - [ชาใบแว่นแก้ว-ชาเขียว](https://www.monmai.com/ชาใบแว่นแก้ว-ชาเขียว/) - แว่นแก้ว เป็นพืชล้มลุกริมน้ำ มีลักษณะคล้ายบัวบก ลำต้นเป็นไหลกลมยาวเรียวทอดเลื้อยไปตามพื้นและแตกรากและใบตามข้อ เจริญเติบโตได้เร็วและชอบแสงแดด วิธีทำชาใบแว่นแก้ว แบบชาเขียว เตรียมต้นแว่นแก้วโดย บำรุงต้นด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ และให้น้ำสม่ำเสมอ จะให้ยอดและใบที่สมบูรณ์ เก็บใบแว่นแก้วกลางแก่กลางอ่อน (เพลสาด) เก็บใบยอดที่ไม่เหนียวเกินไป นำใบแว่นแก้วสดมาล้างทำความสะอาด จัดวางใบ แล้วผึ่งลมไว้จนแห้ง นำใบแว่นแก้วสดที่แห้งดีแล้วมาเด็ดก้านใบออก จับใบแว่นแก้วจำนวน 20-25 ใบมาม้วน แล้วหั่นให้มีขนาดไม่เกิน 0.5 ซม. พักไว้ นำแว่นแก้วที่หั่นแล้วมานวด โดยจับเป็นก้อนแล้วกดลงกับพื้นถาดสแตนเลส พอให้ใบช้ำ แล้วนำใส่กระด้งไม้ไผ่หรือถาดสแตนเลส หมักพักไว้ 30-60 นาที นำแว่นแก้วที่ผ่านการหมักมานึ่งหรือรวกด้วยน้ำเดือด ให้แว่นแก้วสลดลง พักไว้จนน้ำออกมาจนหมด พอหมาดๆ นำแว่นแก้วที่หมักใส่กระทะแล้วผัด แนะนำให้ใช้เตาฟืนหรือเตาถ่านจะทำให้ชาหอมแบบธรรมชาติ โดยยกให้แว่นแก้วสัมผัสอากาศแล้วกระจายตัวและตกกลับมาบนกระทะ ช่วงแรกของการผัดเป็นการไล่น้ำออกใช้ไฟค่อนข้างแรง หลังจากน้ำระเหยจนหมดใช้ไฟกลางผัดชาจนแว่นแก้วเบาและเริ่มกรอบ ยกกระทะลงตักชาใส่ถาดสแตนเลส พักไว้จนเย็น ชาใบแว่นแก้วที่พักไว้จะคืนตัวและคายน้ำออกมา นำชาไปอบด้วยอุณหภูมิ 40-60 องศา ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงจนชาแห้งสนิท คัดส่วนของชาที่ไม่ได้คุณภาพออก แล้วนำไปบรรจุในถุงหรือภาชนะปิดสนิท สามารถเก็บได้นาน 1-2 ปี - [ชาใบเหลียง-ชาเขียว](https://www.monmai.com/ชาใบเหลียง-ชาเขียว/) - ผักเหลียงเป็นพันธุ์ไม้ป่า เจริญเติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ พบได้ทั้งบริเวณเนินเขาและที่ราบในบริเวณที่มีดินร่วนซุยและมีความอุดมสมบูรณ์สูง ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งผักพื้นบ้านภาคใต้” วิธีทำชาใบเหลียง แบบชาเขียว เตรียมต้นเหลียงโดย บำรุงต้นด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ และให้น้ำสม่ำเสมอ ให้เหลียงออกยอดและใบที่สมบูรณ์ เก็บใบเหลียงกลางแก่กลางอ่อน (เพลสาด) เก็บใบยอดที่ไม่เหนียวเกินไป นำใบเหลียงสดมาล้างทำความสะอาด จัดวางใบซ้อนกันให้เป็นแถว แล้วผึ่งลมไว้จนแห้ง นำใบเหลียงสดที่แห้งดีแล้วมาเด็ดก้านและสันใบออก จับในเหลียงจำนวน 20-25 ใบมาม้วน แล้วหั่นให้มีขนาดไม่เกิน 0.5 ซม. พักไว้ นำใบเหลียงที่หั่นแล้วมานวด โดยจับเป็นก้อนแล้วกดลงกับพื้นถาดสแตนเลส พอให้ใบช้ำ แล้วนำใส่กระด้งไม้ไผ่หรือถาดสแตนเลส หมักพักไว้ 30-60 นาที นำใบเหลียงที่ผ่านการหมักมานึ่งหรือรวกด้วยน้ำเดือด ให้ใบเหลียงสลดลง พักไว้จนน้ำออกมาจนหมด นำใบเหลียงที่หมักใส่กระทะแล้วผัด แนะนำให้ใช้เตาฟืนหรือเตาถ่านจะทำให้ชาหอมแบบธรรมชาติ โดยยกให้ใบเหลียงสัมผัสอากาศแล้วกระจายตัวและตกกลับมาบนกระทะ ช่วงแรกของการผัดเป็นการไล่น้ำออกใช้ไฟค่อนข้างแรง หลังจากน้ำระเหยจนหมดใช้ไฟกลางผัดชาจนใบเหลียงเบาและเริ่มกรอบ ยกกระทะลงตักชาใส่ถาดสแตนเลส พักไว้จนเย็น ชาใบเหลียงที่พักไว้จะคืนตัวและคายน้ำออกมา นำชาไปอบด้วยอุณหภูมิ 40-60 องศา ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงจนชาแห้งสนิท คัดส่วนของชาที่ไม่ได้คุณภาพออก แล้วนำไปบรรจุในถุงหรือภาชนะปิดสนิท สามารถเก็บได้นาน 1-2 ปี สรรพคุณของชาใบเหลียงใบเหลียง - [แกลลอนลมเป่า](https://www.monmai.com/แกลลอนลมเป่า/) - สวนของเราเลือกใช้พลังงานที่เราสามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งส่วนของฟืนและถ่านจากไม้ ซึ่งในการจุดเตาและควบคุมอุณหภูมิจำเป็นต้องใช้ลมช่วย เราจึงทำแกลลอนลมเป่าแบบง่ายๆไว้ใช้งาน วัสดุแกลลอนพลาสติกขนาด 2 ลิตรพัดลมหอยโข่ง ไฟฟ้ากระแสตรง 12 โวลต์แบตเตอรี่ 12 โวลต์ (ลิเที่ยม 18 AH)สวิทซ์ปิดเปิด ปลั๊กตัวผู้สายไฟสกรูน็อต​ วิธีทำ1.​ผ่าด้านข้างของแกลลอน เป็นทางเข้าและประตูปิดเปิดให้มีขนาดเท่ากับแบตเตอรี่ แล้วเจาะรูวงกลมเป็นช่องใบพัดดูดลมเข้าที่ด้านบนแกลลอน นำพัดลมหอยโข่งเข้าไปติด ยึดด้วยน็อตให้แน่น2.​เจาะรูสำหรับใส่ปลั๊กตัวผู้สำหรับชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ ติดตั้งปลั๊กตัวผู้ และเจาะรูที่ฝาใส่สวิทซ์ปิดเปิด3.​นำสายไฟต่อปลั๊กไฟ สวิทซ์ปิดเปิด พัดลมหอยโข่ง และแบตเตอรี่ ให้ครบวงจร นำแบตเตอรี่ใส่เข้าไปในแกลลอน รองด้วยโฟมพลาสติกยึดแบตเตอรี่ไม่ให้ขยับ ปิดประตูทางเข้า ชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่จนเต็ม แล้วเปิดสวิทซ์เพื่อทดสอบแรงลม และสามารถนำไปใช้งานได้ แกลลอนลมเป่า เป็นลมที่แรงพอจะช่วยเพิ่มอากาศให้ไฟที่จุดไว้ลุกไหม้ได้ตามที่เราต้องการ ทำจากวัสดุที่หาได้ง่ายในบ้าน ทำง่าย ใช้งานง่าย​ประหยัดและปลอดภัย - [ขี้เถ้า](https://www.monmai.com/ขี้เถ้า/) - โปแทสเซียมเป็นธาตุอาหารหลักที่พืชมีความต้องการในปริมาณมาก โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะเติมลงดินให้พืชโดยใช้ปุ๋ยเคมี แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ธาตุโปแทสเซียมสามารถจัดหามาจากไม้ที่ผ่านการเผาเป็นขี้เถ้า ไม้ 100% สามารถเผาได้ 99.5% โดย 0.5% ที่เหลือคือแร่ธาตุที่ยังไม่สลายจากการเผา ซึ่งมีลักษณะเป็นผงแป้งสีเทา หรือที่เรียกว่า "ขี้เถ้า" ซึ่ง 80% ของขี้เถ้าไม่ละลายน้ำ มีเพียง 20% เท่านั้นที่ละลายน้ำได้ โดยขี้เถ้าที่ละลายน้ำได้ประกอบด้วย K2CO3 (โปแทสเซียมคาร์บอเนต) Na2CO3 (โซเดียมคาร์บอเนต) K2SO4 (โปแทสเซียมซัลเฟต)องค์ประกอบหลักของขี้เถ้าคือ K2CO3 (โปแทสเซียมคาร์บอเนต) เมื่อ โปแทสเซียมคาร์บอเนตละลายในน้ำจะทำให้เกิด โปแทสเซียมไอออน (K+) และคาร์บอเนตไอออน (CO3,2-)เมื่อคาร์บอเนตละลายน้ำจะทำให้เกิด ไบคาร์บอเนต (HCO3-) และ ไฮดรอกไซด์ (OH-) ซึ่งทำให้เป็นด่างหรือมี pH มากกว่า 7 การนำไปใช้งาน นำขี้เถ้า 1 กำมือ ละลายในน้ำ 10 ลิตร พักไว้ แล้วนำไปราดรดรอบๆ โคนไม้ผลที่กำลังออกผลและเข้าช่วงกำลังใกล้จะสุก กรณีเป็นฤดูฝน - [โคมไฟลำไผ่](https://www.monmai.com/โคมไฟลำไผ่/) - พืชสารพัดประโยชน์ที่เราปลูกในสวนสมรส สวนยางสมรม สวนเกษตรผสมผสาน สวนผสม สวนไผ่ร่วมยางและป่ายางวนเกษตร ก็คือไผ่ ทั้งไผ่ผาก ไผ่กิมซุง ไผ่ซางนวล ไผ่ซางหม่น ไผ่บงเล็ก ไผ่บงใหญ่ ไผ่รวก ไผ่เลี้ยง ไผ่แม่ตะวอใหญ่ ไผ่ปักกิ่ง ไผ่ตงอินโดจีน ไผ่หลอด เป็นต้น ซึ่งเราสามารถนำมาใช้เป็นอาหาร อินทรีย์วัตถุ ไม้ใช้สอย(ไม้ค้ำยัน ด้ามมีด ด้างจอบเสียม ฯลฯ) เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงของประดับตกแต่ง ครั้งนี้เรานำมาทำเป็น โคมไฟลำไผ่ วัสดุ ลำไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5-4.5 นิ้ว ขั้วหลอดไฟ สายไฟ เทปพันสายไฟ และหลอดไฟ LED ย้อนยุคเครื่องมือ : เลื่อย เครื่องเจีย/ตัด กระดาษทราย วิธีทำ นำลำไผ่มาทำความสะอาด จากนั้นนำมาตัดให้ปลายด้านหนึ่งยาวเป็นกระบอกใส่หลอดไฟ และมีข้อไผ่ขั้นปลายด้านสั้นให้เป็นฐาน นำไปทอดด้วยน้ำมันแล้วอบหรือรมด้วยควันเพื่อป้องกันมอด2.​นำลำไผ่มาถากและขัดบริเวณข้อไผ่ให้เรียบ นำไปเจาะรูเป็นช่องแสง 8 รูรอบๆลำไผ่ ห่างประมาณ 4-5 ซม. ตลอดลำไผ่ - [ลำไผ่ขยายเสียง](https://www.monmai.com/ลำไผ่ขยายเสียง/) - ไผ่พืชสารพัดประโยชน์ โดยโครงสร้างที่เป็นลำทรงกลม สามารถนำมาทำเป็น ลำไผ่ขยายเสียง ได้ วัสดุ ลำไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5-4.5 นิ้วเครื่องมือ : เลื่อย สว่าน เครื่องเจีย/ตัด กระดาษทราย วิธีทำแบบที่ 1 ขยายเสียงด้านข้าง นำลำไผ่มาทำความสะอาด จากนั้นนำมาตัดปลายทั้งสองข้างเฉียงประมาณ 45 องศา ให้เป็นกระบอกยาวผ่านตลอด บากผิวลำไผ่ด้านล่างเป็นฐาน2.​เจาะลำไผ่มาเจาะรูเป็นด้านบนลำไผ่ยาว 6-9 ซม. ตลอดแนวเป็นช่องใส่โทรศัพท์มือถือ และเจาะรูด้านหน้า 3 รูเป็นช่องเสียง ขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบ ทางสีเคลือบไม้ รอให้แห้ง นำไปใช้งานได้ แบบที่ 2 ขยายเสียงด้านหน้า นำลำไผ่มาทำความสะอาด ตัดลำไผ่ให้มีข้อไผ่ระหว่างกลางด้านหนึ่งสั้น 3 ซม.และอีดด้ายยาว 25 ซม. จากนั้นนำมาตัดปลายด้านยาวเฉียงประมาณ 40 องศา บากผิวลำไผ่ด้านล่างเป็นฐาน2.​เจาะลำไผ่มาเจาะรูเป็นด้านบนลำไผ่ยาว 6-9 ซม. ตลอดแนวเป็นช่องใส่โทรศัพท์มือถือ และเจาะรูด้านข้างติดกับฐานทั้งสองแล้วบากเป็นช่องยาว 18 ซม. เป็นช่องเสียง ขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบ ทางสีเคลือบไม้ - [นาฬิกาโลโก้](https://www.monmai.com/นาฬิกาโลโก้/) - เรามีทรัพยากรที่สร้างจากพื้นดินของเราเองโดยการปลูกต้นไม้ เมื่อต้นไม้เติบโตพอที่จะนำมาใช้งาน ก็สามารถนำมาทำเป็นเครื่องเรือน และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ประยุกต์นำมาทำนาฬิกาที่มีโลโก้ของสวน วัสดุท่อนไม้ เส้นผ่าศูนย์กลาง 30-40 ซม.ชุดเรือนนาฬิกา วิธีทำ ตัดไม้ท่อนผ่าไม้ด้วยเลื่อยออกเป็นแผ่น หนาประมาณ 1 นิ้ว​กว้าง 25 ซม. ยาว 45 ซม. ไสด้วยกบให้เรียบเสมอกัน ขัดให้เรียบด้วยกระดาษทราย2.​นำวัสดุทรงกลมเป็นแบบแล้ววาดลงบนแผ่นไม้ ตัดให้โค้งด้านบน นำแบบโลโก้บนกระดาษมาลอกลายบนแผ่นไม้ เซาะร่องภายในตามแบบด้วยเร้าเตอร์ และเซาะร่องเป็นวงกลมตามหน้าปัดนาฬิกา ขัดด้วยกระดาษทรายให้ทั่ว เจาะรูแกนนาฬิกา แล้วเซาะร่องตามความกว้างยางของตัวเรือนนาฬิกา รวมทั้งเจาะรูทั้ง 4 ทิศเป็นเครื่องหมายกำหนดเวลา5.​ทาสีเคลือบไม้ แล้วผึ่งลมให้แห้งุ6. นำชุดเรือนนาฬิกามาประกอบ ใส่ถ่าน แล้วนำไปใช้งานได้ นาฬิกาโลโก้ ทำจากไม้ที่ฉลุลายโลโก้ของสวย เป็นอัตลักษณ์และไม่ซ้ำใคร ใช้บอกเวลา นำไปแขวนหรือตั้งบนโต๊ะได้ตามต้องการ - [จานไม้](https://www.monmai.com/จานไม้/) - เราปลูกต้นไม้ไว้หลากหลายในระบบเกษตรยั่งยืน บนฐานเกษตรอินทรีย์ ทำให้เรามีทรัพยากรที่สร้างจากพื้นดินของเราเอง เมื่อต้นไม้เติบโตพอที่จะนำมาใช้งาน ก็สามารถนำมาทำเป็นเครื่องเรือน และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น จานไม้ เป็นต้น วัสดุท่อนไม้ เส้นผ่าศูนย์กลาง 30-40 ซม. วิธีทำ ตัดไม้ท่อนยาวตามขนาดที่เราต้องการ ผ่าไม้ด้วยเลื่อยออกเป็นแผ่น หนาประมาณ 1 นิ้ว​ ไสด้วยกบให้เรียบเสมอกัน ขัดให้เรียบด้วยกระดาษทราย2.​นำวัสดุทรงกลมหรือทรงเหลี่ยมมาทำเป็นแบบแล้ววาดลงบนแผ่นไม้ เซาะร่องภายในตามแบบด้วยเร้าเตอร์ เจาะปลายด้ามจับให้เป็นรูสำหรับแขวน ขัดให้เรียบทั้งด้านในด้วยใบเจียร์หิน ขัดด้วยกระดาษทรายให้ทั่ว3.​อบไม้ในเตาอบ แล้วผึ่งลมให้แห้ง จานไม้ใช้ในการใส่อาหารที่เป็นชิ้นประเภทอาหารแห้งๆ หรือทำเป็นจานรองสำหรับอาหารที่เป็นน้ำ หลังใช้งานเมื่อล้างทำความสะอาดแล้ว ควรอบให้แห้ง แล้วนำไปเก็บ จานไม้ที่ไว้ใส่อาหาร ที่ใช้ต้นไม้จากสวนของเรา ใช้ฝีมือช่างไม้เล็กน้อย และเป็นเรื่องที่เราพึ่งตนเองได้ - [เสื้อสีดิน](https://www.monmai.com/เสื้อสีดิน/) - สวนหม่อนไม้ เราทำเกษตรยั่งยืนบนฐานเกษตรอินทรีย์ ซึ่งการปลูกพืชในระบบเกษตรอินทรีย์จะใช้ดินเป็นหลัก เราจึงใช้สีของดินมาเป็นสัญลักษณ์ต่างๆ ในสวน เช่น สีผนังบ้านดิน สีผนังห้องน้ำดิน รวมถึงทำ เลื้อสีดิน วัสดุ ดินสี สารส้ม , ปูนแดง , เกลือ เสื้อสีพื้นหรือสีขาว วิธีทำ ค้นหาดินสีที่ต้องการในพื้นที่ นำมาร่อนเอาแต่ดินสี2.​นำดินสีมาละลายน้ำจนเป็นสีดิน ใส่สารส้มแล้วคนให้ละลาย พักไว้ 1-2 ชั่งโมง3.​นำเสื้อสีพื้นหรือสีขาวมามัดในรูปแบบผ้ามัดย้อม หรือ นำส่วนที่ต้องการย้อมจุ่มลงในน้ำสีดิน พักไว้ประมาณ 5 นาที แล้วนำมาล้างเศษดินออกในน้ำปูนใส นำไปตากให้แห้ง กรณีเป็นผ้าใหม่ควรนำไปซักหรือล้างด้วยน้ำเพื่อล้างสารเคลือบผ้าก่อน นำผ้าที่ตากแห้งแล้วไปซักในน้ำเกลือ เพื่อช่วยลดการตกของสีดิน จนสะอาด นำไปตากให้แห้ง นำเสื้อไปรีด แล้วนำไปใช้งานได้ กรณีที่ใช้งานแล้ว เมื่อจะซักให้ซักแยกออกจากผ้าอื่นๆ ป้องกันสีดินที่ยังออกมาจากเสื้อไปเปื้อนผ้าอื่นๆ เสื้อสีดิน ทำง่าย ได้ความหมายของดิน ประหยัดและพึ่งตนเองได้ - [โคมไฟขวดแก้ว](https://www.monmai.com/โคมไฟขวดแก้ว/) - เราใช้ระบบโซล่าเซลช่วยในการสร้างกระแสไฟฟ้าเป็นพลังงานไว้ใช้ ซึ่งส่วนมากใช้งานด้วยการให้แสงสว่างเป็นหลัก เราอยากให้แสงที่ได้เป็นแสงสีส้มขุ่นแบบย้อนยุค เราจึงใช้ขวดแก้วนำมาทำเป็น โคมไฟขวดแก้ว วัสดุ ขวดแก้วสีชา โซ่โลหะ หรือลวดโลหะ ขั้วหลอดไฟ สายไฟ เทปพันสายไฟ และหลอดไฟ LED ย้อนยุคเครื่องมือ : เครื่องตัดขวดแก้ว เครื่องเจีย/ตัด วิธีทำ นำขวดแก้วสีชาหรือสีที่เราต้องการมาทำความสะอาด จากนั้นนำมาตัดช่วงเกือบจะถึงก้นขวดด้วยเครื่องตัดขวดแก้ว นำเหล็กยาวที่เชื่อมน็อต สอดเข้าไปเคาะตรงรอบตัดขวดด้านใน เคาะให้เกิดรอยแตกโดยรอบ ขวดจะขาดออกจากกัน ขัดขอบรอยตัดด้วยใบขัดกระจกเพื่อลบคมออก2.​นำขั้วหลอดไฟมายึดกับโซ่ ด้วยเทปพันสายไฟ ให้โซ่ช่วยรับน้ำหนักขวดเมื่อแขวนไว้3.​ต่อชุดโคมไฟโดยนำสายไฟร้อยเข้าที่ปากขวดแก้วที่ตัดแล้ว ต่อสายไฟ ใส่หลอดไฟเข้ากับขั้ว ร้อยโซ่เข้ารูปากขวดแล้วแขวนโคมไฟไว้กับเพดานโดยยึดปลายโซ่ด้วยน็อต ให้โคมไฟห้อยลงมา เมื่อต่อวงจรไฟฟ้าครบถ้วนแล้ว เปิดไฟเพื่อทดสอบ และใช้งานต่อไป โคมไฟขวดแก้ว ใช้ขวดแก้วมาทำเป็นโคมไฟ สามารถเลือกสีและขนาดของขวดได้ตามต้องการ ประหยัด ทำได้ง่าย และพึ่งตัวเองได้ - [มีดถากผิวไม้](https://www.monmai.com/มีดถากผิวไม้/) - ต้นไม้ที่เราปลูกไว้ในระบบเกษตรยั่งยืน บนฐานเกษตรอินทรีย์ เมื่อเติบโตพอที่จะนำมาใช้งาน ก็สามารถนำมาทำเป็นเครื่องเรือน หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ บ่อยครั้งที่จำเป็นต้องถากเปลือกไม้ ผิวไม้ออกเพื่อความสวยงาม เราจึงทำ มีดถากผิวไม้ ไว้ใช้ วัสดุ มีดดายหญ้ายาว 40 ซม. 2 เล่ม น็อต 3/8 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว 2 ตัว พร้อมน็อตตัวเมีย 4 ตัว ด้ามไม้ไผ่เครื่องมือ : เครื่องเชื่อมเหล็ก เครื่องเจีย/ตัด วิธีทำ ตัดปลายมีดดายหญ้ายาว 40 ซม.เล่มที่ 1 ให้ยาวตามขนาดที่เราต้องการ และตัดด้ามมีดดายหญ้าของมีดเล่มที่ 2 ออก2.​ทำมีดขูดเปลือกไม้ โดย นำด้ามมีดดายหญ้าของมีดเล่มที่ 2 มาเชื่อมต่อปลายมีดดายหญ้าเล่มที่ 1 ให้เป็นมีดที่มีด้ามสองข้าง เจียรอยเชื่อมให้เรียบ3.​ ทำมีดถากผิวไม้ โดยนำปลายมีดดายหญ้ายาว 40 ซม.เล่มที่ 2 มาตัดสันมีดให้เท่ากันทั้งเล่ม แล้วตัดปลายออก 5 - [ป้ายไม้](https://www.monmai.com/ป้ายไม้/) - เราปลูกต้นไม้ไว้หลากหลายในระบบเกษตรยั่งยืน บนฐานเกษตรอินทรีย์ ทำให้เรามีทรัพยากรที่สร้างจากพื้นดินของเราเอง เมื่อต้นไม้เติบโตพอที่จะนำมาใช้งาน ก็สามารถนำมาทำเป็นเครื่องเรือน หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงป้ายชื่อสวนด้วย วัสดุท่อนไม้ เส้นผ่าศูนย์กลาง 25-30 ซม.สกรู,น็อต​ วิธีทำ ตัดไม้ท่อนยาวตามขนาดที่เราต้องการ ผ่าไม้ด้วยเลื่อยออกเป็น 2 ท่อน หรือใช้ปีกไม้ก็ได้​ ไสด้วยกบให้เรียบเสมอกัน ขัดให้เรียบด้วยกระดาษทราย2.​นำตัวอักษรที่ออกแบบไว้มาลอกลายลงบนแผ่นไม้ เซาะร่องตามแบบตัวอักษรด้วยเร้าเตอร์ ขัดให้เรียบทำทั้งด้านบนและร่องตัวอักษร3.​ทาเคลือบด้วยสีเคลือบไม้ผึ่งลมให้แห้ง 2 รอบ ทาสีลงในร่องตัวอักษรผึ่งลมให้แห้ง นำป้ายไม้มาติดกับเสาในตำแหน่งที่ต้องการ - [แกลลอนม้วนสายไฟ](https://www.monmai.com/แกลลอนม้วนสายไฟ/) - สวนของเราเลือกพลังงานในระบบพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ทั้งการจัดหาเครื่องมือและพัฒนาเครื่องมือในรูปแบบที่ใช้แหล่งพลังงานจากไฟฟ้า เพราะเป็นพลังงานที่สามารถสร้างเองได้ในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้นเมื่อต้องการเชื่อมจุดพลังงานจึงต้องใช้สายไฟที่ม้วนเก็บได้ เราจึงทำแกลลอนม้วนสายไฟแบบง่ายๆไว้ใช้งาน วัสดุสายไฟ 2x1.75 ยาว 20 เมตรปลั๊กไฟตัวผู้และตัวเมียท่อพีวีซี,ข้องอ 1/2 นิ้วข้อต่อลดพีวีซี 3/4-1/2 นิ้วแกลลอนพลาสติกขนาด 5 ลิตรสกรู​ วิธีทำ1.​ ตัดข้อต่อลดพีวีซี 3/4-1/2 นิ้ว ด้าน 3/4 นิ้วออก 1 ซม. คว้านรูท่อให้เท่ากับขนาด ปลั๊กไฟตัวเมีย ต่อท่อ 1/2 นิ้วกับปลายท่อ 1/2 นิ้ว เจาะรูพอสายไฟเข้าได้2.​ นำแกลลอนพลาสติกเจาะรูขนาด 1/2 นิ้วกลางแกลลอนทั้งสองด้าน3.​ นำสายไฟต่อปลั๊กไฟตัวเมีย แล้วนำมาสวมกับข้อต่อลดพีวีซี 3/4 นิ้วติดกาว ร้อยสายไฟเข้าท่อ มัดเป็นปมป้องกันไม่ให้สายไฟหลุดจากการดึง นำท่อพีวีซีที่ต่อไว้สวมในรูแกลลอน ต่อท่อข้อลด 3/4-1/2 นิ้ว เข้าอีกด้านหนึ่งต่อด้วยกาวให้แน่น ร้อยปลายสายไฟอีกด้านหนึ่งออกมาทางปากแกลลอน ต่อข้องอ 1/2 นิ้วกับท่อ 1/2 นิ้ว ยึดด้วยกาวและสกรู ทำเป็นมือหมุน - [เขียงหั่นตะไคร้](https://www.monmai.com/เขียงหั่นตะไคร้/) - เรายกระดับผลผลิตเกษตรอินท​รีย์​โดยนำมาแปรรูป​เป็นชาสมุนไพร​ ชาผลไม้​ และชาดอกไม้​สำหรับการแปรรูปสมุนไพรที่ต้องหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ​อย่างตะไคร้ เราจึงสร้างเขียงหั่นตะไคร้เพื่อเพิ่มความสะดวก ปลอดภัยในการหั่นตะไคร้ให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนนำไป คั่ว​ ตาก​ หรืออบ​ทำให้ชิ้นสมุนไพรแห้งและรักษาคุณค่าทางอาหารรวมทั้งสรรพคุณในสมุนไพร วัสดุไม้แผ่น​ 15x15 ซม.ไม้แผ่น​ 15x30 ซม.สกรู​ วิธีทำ1.​ ตัดไม้แผ่นขนาด​ 15x15 ซม.​ เจาะรูขนากเส้นผ่าศูนย์กลาง​ 1​ นิ้วด้านฐานโดยสูงจากพื้น​ 1-2 ซม.​ ขัดให้เรียบ2.​ ตัดไม้แผ่น​ขนาด 15x30 ซม.​ ตัดด้านหนึ่งเป็นครึ่งวงกลม ขัดให้เรียบทำเป็นแผ่นเขียง3.​ นำไม้แผ่นที่ตัดครึ่งวงกลมมายึดติดกับไม้แผ่นยาวด้วยสกรู​ที่ปลายด้านหนึ่งโดยให้ครึ่งวงกลมอยู่ด้านล่าง วิธีใช้นำตะไคร้มามัดห้วยยางขนาดเท่ากับครึ่งวงกลมเขียง​ วางตะไคร้ในครึ่งวงกลมใช้มีดหั่นปลายด้านตรงข้ามกับมือที่จับตะไตร้​ หั่นต้นจนถึงก้านใบ เขียงหั่นตะไคร้ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ​จากการหั่นตะไคร้สำหรับทำชา หรือทำเครื่องแกง​ ใช้ง่าย​ ทำง่ายและปลอดภัย เราทำชาสมุนไพรจากพืชสมุนไพรต่างๆในสวน สมุนไพรที่เป็นต้นอย่างตะไครัต้องหั่น เพื่อนำไปนึ่ง นวด ตาก คั่ว และอบ เราจึงทำเขียงหั่นปลอดภัย หั่นสมุนไพรได้ง่าย และปลอดภัย - [เตาอบดิน](https://www.monmai.com/เตาอบดิน/) - เราปลูกพืชที่สามารถนำส่วนต่างๆไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้ง ต้น ใบ ดอก ผล เมล็ด ได้แก่ กล้วย หมาก หม่อน ดาวอินคา ไผ่ เป็นต้น เราสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เป็นปัจจัย 4 เราเลือกการแปรรูปพืชในสวนด้วยการทำเป็นชาสมุนไพร ชาดอกไม้ และชาผลไม้ ในกระบวนการทำชานอกจากจะต้องตาก ลวกหรือนึ่ง และคั่ว แล้ว อาจจะต้องทำการอบ ดังนั้นเราจึงสร้างเตาอบแบบง่ายๆ ในแบบเตาอบดินวัสดุ​อุปกรณ์– ท่อเหล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 100 ซม. 3 ท่อน– เหล็กกล่อง 1x2 นิ้ว แผ่นซีเมนต์สำเร็จรูป ยาว 100 ซม. 3 แผ่น– อิฐดินเผา 250 ก้อน พร้อมปูนซีเมนต์ ทราย สำหรับก่อ– อิฐดินดิบ 100 ก้อน ดินเหนียวปนทราย - [เตาจรวด](https://www.monmai.com/เตาจรวด/) - เราทำวนเกษตร​จึงมีต้นไม้และกิ่งไม้มาก​กิ่งใหญ่ๆใช้เผาถ่าน​ กิ่งเล็กก็เป็นฟืน เป็นชีวมวลที่ใช้กับเตาชีวมวลได้ดี และได้มีการสร้างเตาหลากหลายรูปแบบเพื่อนำมาประยุกต์ใช้งานกับรูปแบบการใช้ เช่น ใช้หุงต้ม ใช้ต้มแล้วอุ่น ต้มด้วยไฟแรง ทอดด้วยไฟอ่อน ดังนั้นเราจึงสร้างเตาจรวด ไว้สำหรับการปรุงอาหาร วัสดุ​อุปกรณ์– เหล็กกล่อง​ 4 นิ้ว ยาว 100 ซม.– เหล็กแบน 1x1 ซม. เหล็กฉาก 1x1 นิ้ว– บานพับ​น็อต แหวนรองอุปกรณ์การตัด​เจีย และ เชื่อมโลหะ สีทากันสนิม ลงมือทำ นำเหล็กกล่อง ​4 นิ้ว ตัดยาว 35 ซม.​เป็นตัวเตา ตัดเป็นช่องสำหรับต่อกับช่องใส่ฟืน และตัดเป็นฉาก 45 องศา ยาว 25 ซม.​เป็นฐานเตา แล้วเจาะรูด้านบน 16 แถว ตัดระหว่างรูให้เป็นร่องทำเป็นช่องตะแกรงเตา อีกด้านหนึ่ง ยาว 35 ซม. เป็นช่องให้ฟืน2.​เชื่อมต่อตัวเตากับฐานเตา นำเหล็กแผ่นมาเชื่อมปิดด้านหลังของช่องเตาให้ปิดสนิท นำช่องให้ฟืนสมเชื่อมติดกับตัวเตา ทำประตูปิดเปิดช่องให้ฟืน - [ชุดเลื่อยตัดไม้ท่อน](https://www.monmai.com/ชุดเลื่อยตัดไม้ท่อน/) - เราทำเกษตรยั่งยืนบนฐานเกษตรอินทรีย์ที่มีการปลูกไม้ยืนต้นหลากหลายสายพันธุ์ ทำให้เรามีทรัพยากรเป็นของตนเอง ต้นไม้บางส่วนเป็นไม้โตเร็ว บางส่วนอาจยืนต้นตาย หรือมีกิ่งก้านสาขาที่ต้องตัดสาง ซึ่งเราสามารถตัดนำมาใช้ประโยชน์ สำหรับเป็นฟืนหรือนำไปเผาเป็นถ่านแบบต่างๆ การตัดเลื่อยกิ่งไม้และท่อนไม้จึงต้องทำชุดเลื่อยตัดไม้ท่อนมาใช้งาน เตรียมวัสดุอุปกรณ์ ท่อนไม้ขนาด 3x4 นิ้ว ยาว 80-120 ซม. จำนวน 4 ท่อน ท่อนไม้ขนาด 1x5 นิ้ว ยาว 100 ซม. จำนวน 3 ท่อน ท่อนไม้ขนาด 1x1 นิ้ว ยาว 40,60 ซม. จำนวน 4 ท่อน ท่อนไม้ขนาด 1x3 นิ้ว ยาว 10 ซม. จำนวน 2 ท่อน น็อต 3/8 นิ้ว ยาว 4 นิ้ว, 5 นิ้ว เครื่องมือและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ได้แก่ - [เขียงหั่นปลอดภัย](https://www.monmai.com/เขียงหั่นปลอดภัย/) - พรรณพืชที่หลากหลายในสวนที่สร้างขึ้นในแนวทางเกษตรยั่งยืน​ บนฐานเกษตรอินท​รีย์​ สามารถรวบรวมแล้วนำมาแปรรูป​เป็นชาสมุนไพร​ ชาผลไม้​ และชาดอกไม้​ได้ ในการแปรรูปจำเป็นต้องหั่นพืชสมุนไพรให้เป็นชิ้นเล็กๆ​ เพื่อนำไปนึ่ง​ คั่ว​ ตาก​ หรืออบ​ ทำให้ชิ้นสมุนไพรสวยงามน่ารับประทาน วัสดุไม้แผ่น​ 15x15 ซม.ไม้แผ่น​ 15x30 ซม.สกรู​ วิธีทำ1.​ ตัดไม้แผ่นขนาด​ 15x15 ซม.​ เจาะรูขนากเส้นผ่าศูนย์กลาง​ 1​ นิ้วด้านฐานโดยสูงจากพื้น​ 1-2 ซม.​ ขัดให้เรียบ2.​ ตัดไม้แผ่น​ขนาด 15x30 ซม.​ ขัดให้เรียบทำเป็นแผ่นเขียง3.​ นำไม้แผ่นที่เจาะรูมายึดติดกับไม้แผ่นยาวด้วยสกรู​ ในระยะ​กึ่งกลาง โดยให้รูอยู่ด้านล่าง วิธีใช้นำใบพืชสมุนไพรมาม้วนให้มีขนาดเท่ากับรูเขียง​ สอดสมุนไพรเข้าในรูแล้วใช้มีดหั่นปลายด้านตรงข้ามกับมือที่จับสมุนไพร​ หั่นจนสมุนไพรหมดทั้งม้วน เขียงหั่นปลอดภัย​ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ​จากการหั่นใบสมุนไพร​ ใช้ง่าย​ ทำง่ายและปลอดภัย เราทำชาสมุนไพรจากพืชสมุนไพรต่างๆในสวน สมุนไพรบางชนิดต้องหั่น เพื่อนำไปนึ่ง นวด ตาก คั่ว และอบ เราจึงทำเขียงหั่นปลอดภัย หั่นสมุนไพรได้ง่าย และปลอดภัย - [จุลินทรีย์ก้อน](https://www.monmai.com/จุลินทรีย์ก้อน/) - เราทำสวนเกษตรผสมผสาน ที่ประกอบด้วยการทำเกษตร ปศุสัตว์ และประมง เราเลี้ยงปลาแบบธรรมชาติ สร้างระบบนิเวศน์บ่อปลา เราจึงมีพืชน้ำหลากหลายในบ่อ ซึ่งเป็นทั้งอาหารโดยธรรมชาติ ช่วยบำบัดน้ำ และเป็นที่หลบภัย แต่การนำพืชน้ำมาใช้จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำและปลา พืชที่เจริญเติบโตในบ่อจะมีอินทรีย์วัตถุตกลงในบ่อทำให้เกิดการเน่าเสีย ส่งผลให้น้ำในบ่อมีอากาศน้อยลงและเกิดการเน่าเสียเป็นทวีคูณ ซึ่งเราสามารถนำพืชน้ำเหล่านี้มาทำเป็นอาหารสัตว์ และปุ๋ยหมักชีวภาพได้การดูแลน้ำ เราสามารถใช้จุลินทรีย์ก้อนมาช่วยในการจัดการได้ การเตรียมจุลินทรีย์เราสามารถใช้จุลินทรีย์ดีที่มีในท้องถิ่น มาเป็นส่วนผสม ประกอบด้วย จุลินทรีย์จากการหมักพืชสด น้ำหมักชีวภาพที่จะเป็นจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายพืชได้ดีจุลินทรีย์จาวปลวก เป็นจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุแข็งๆได้อย่างรวดเร็วจุลินทรีย์อมิโนโปรตีน เป็นจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายซากสัตว์ ช่วยย่อสลายโปรตีนได้ดีแบคทีเรียสังเคราะห์แสง ช่วยย่อยสลายแก๊สไข่เน่า (ไฮโดรเจนซัลไฟล์) ที่สะสมบริเวณก้นบ่อเชื้อราขาว ช่วยกระตุ้นการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุและเส้นใยต่างๆได้ดีเรานำส่วนผสมที่เป็นน้ำจากน้ำหมักชีวภาพพืช จุลินทรีย์จาวปลวก จุลินทรีย์อมิโนโปรตีน มารวมกันแล้วผสมน้ำ 1:1 (จุลินทรีย์ 1 ส่วน : น้ำ 1 ส่วน) ใส่น้ำตาลไม่พอกสี 1 ใน 10 ส่วน ( น้ำตาล 1 ส่วนต่อส่วนผสมน้ำ 10 ส่วน) เพื่อเป็นอาหารจุลินทรีย์ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต ใส่ในภาชนะปิดด้วยวัสดุที่ระบายอากาศได้ เช่น กระสอบ - [รถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้าก้านสั้น](https://www.monmai.com/รถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้าก้าน/) - เราใช้เครื่องตัดหญ้าแบบใช้ไฟฟ้ากระแสตรง 24V ใช้แบตเตอรี่กระแสตรง ตัดและได้พ้ฒนาเป็นรถตัดหญ้าก้านสั้นและรถตัดหญ้าก้านยาวเพื่อใช้งานในสวน เมื่อใช้งานแล้วก็มีการปรับแต่งแก้ไขจนออกแบบและพัฒนาให้เป็นรถเข็นตัดหญ้าก้านสั้นรุ่นที่ 3 เรียกว่า รถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้าก้านสั้นแบบล้อโต วัสดุ​อุปกรณ์ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง 24V ความเร็วประมาณ 12,000 รอบต่อนาที (รุ่น 997)ก้านตัดหญ้าสั้น 75 ซม.แบตเตอรี่ 24V/20AH (พร้อมชาร์ตไฟ)ล้อรถเข็น 10 นิ้ว​ 2 ล้อ พร้อมเพลายาว 60 ซม.แฮนจักรยาน 1 ชุดสเต็มล็อกท่อ 1 ตัวท่อเหล็ก 4 หุน​ 1 เส้นเหล็กเส้น 3/8 ยาว​ 40 ซม. เชื่อมต่อกับน็อต และเหล็กหูช้างเหล็ก U 4 นิ้ว 15 ซม.เหล็กตะแกรง (ตะกร้าเก่า)ชุดสายไฟ พร้อมสวิทซ์ปิดเปิดใบตัดและบังใบเครื่องเชื่อมไฟฟ้า​ ธุปเชื่อม​ เครื่องเจียร์ ใบตัด​ใบเจียร์ สว่านไฟฟ้า​ลงมือทำ นำล้อรถเข็นเชื่อมต่อกัันด้วยท่อเหล็ก 4 หุนที่ดัดเป็นตัวยู - [เตาคั่วชา](https://www.monmai.com/เตาคั่วชา/) - เราทำเกษตรยั่งยืนในระบบเกษตรอินทรีย์​ ทำให้เรามีพรรณพืชที่หลากหลาย รวมไปถึงสมุนไพร ซึ่งเราสามารถนำมาทำเป็นชาสมุนไพร ให้เก็บไว้ได้นานๆ การทำชาสมุนไพรมักจะใช้ความร้อนในการไล่ความชื้นหรือการตาก แต่กรณีที่สมุนไพรเป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันเราอาจใช้การคั่ว และนวด เพื่อให้เกิดกลิ่นและสรรพคุณที่เราต้องการ เราจึงประยุกต์วัสดุท้องถิ่นนำมาทำเตาคั่วชา วิธีทำ นำถังเหล็กขนาด 200 ลิตร มาตัดฝาให้มีขอบประมาณ 5 เซนติเมตรโดยรอบ และตัดส่วนช่วงล่างของถัง 1 ใน 3 ของถังนำท่อเหล็กขนาด 3/4 นิ้ว ตัดยาว 40 ซม. ทำปลายด้านหนึ่งให้เป็นเกลียวแล้วใส่หน้าแปลน เจาะรู 2 รูเพื่อยึดท่อกับถังเหล็กนำถังเหล็กมาเจาะรูด้านข้างให้สูงในระดับเดียวกับท่อเหล็กที่ตัดไว้ นำน็อตยึดขากับถัง 3 จุดตรงรูที่เจาะแล้วยึดให้แน่นเป็นสามเส้า การนำไปใช้งานนำเตาคั่วชามาใช้โดยครอบเตานรก เตาชีวมวล เตาชีวมวลถ่านชีวภาพ ซึ่งเป็นส่วนให้ความร้อน ปรับความร้อนให้เหมาะสมกับการคั่วชา สามารถคั่วชาสมุนไพรได้ตามต้องการ เตาคั่วชา ครอบบนเตานรกที่ให้ความร้อนสม่ำเสมอ ป้องกันความร้อนในช่วงคั่วชาที่ใช้เวลานาน ใช้ได้นาน ทำง่าย ประหยัดและพึ่งตนเองได้ - [ค้างไม้เลื้อย](https://www.monmai.com/ค้างไม้เลื้อย/) - เราทำเกษตรยั่งยืนในระบบเกษตรอินทรีย์​มีสวนผสมที่ปลูกต้นไม้หลากชนิด ไม้เลื้อยที่เราปลูกส่วนมากเป็นพืชผักสมุนไพรที่มีอายุยืน ดังนั้นจึงต้องทำค้างที่มีความมั่นคงแข็งแรง และใช้ใด้นาน ให้สอดคล้องกับอายุของไม้เลื้อย โดยไม่ต้องรื้อและเปลี่ยนค้างใหม่ วัสดุ ลวดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มิลลิเมตรยางรถยนต์ส่วนที่เหลือจากกระถางล้อยางเหล็กฉากขนาด 1x1 นิ้ว ยาว 60 ซม. วิธีทำ นำยางรถยนต์ส่วนที่เหลือจากกระถางล้อยาง มาเจาะรูตรงข้ามกันนำเหล็กฉากยาว 60 ซม. มาเจาะรูตรงกลางขนาด 3/8 นิ้วนำเหล็กฉากมายึดกับเสาปูนที่ปักไว้ ด้วยน็อตยาว 4 นิ้ว ตรงรูที่เจาะไว้ ขันให้แน่นนำยางรถยนต์วางบนเหล็กฉาก ใช้น็อตยึดตรงรูที่เจาะไว้ใช้ลวดผูกกับรูตรงกลางเหล็กฉาก ขึงให้ตึง แล้วมัดกับเสาต้นต่อไปใช้ลวดผูกตรงรูปลายทั้งสองของเหล็กฉาก ขึงให้ตึง แล้วมัดกับเสาต้นต่อไป ค้างไม้เลื้อยที่ทำขึ้นมีอายุการใช้งานเกินกว่า 10 ปี รองรับไม้เลื้อยที่มีอายุยืน ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น - [แพเตยหอม](https://www.monmai.com/แพเตยหอม/) - เราทำเกษตรยั่งยืนในระบบเกษตรอินทรีย์​มีสวนเกษตรผสมผสานที่มีการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยมีการปลูกพืชที่ช่วยดูแลน้ำ และระบบนิเวศน์ รวมทั้งช่วยบำบัดน้ำ นอกจากนี้เราเลือกปลูกพืชสมุนไพรที่ใช้งานเป็นประจำและไม่ต้องดูแลระบบน้ำ เราจึงทำแพสำหรับปลูกพืชสมุนไพรที่สามารถเจริญเติบโตบนผิวน้ำได้ เราเลือกทำ แพเตยหอม วิธีทำ ตัดไม้ไผ่กลาง ยาวประมาณ 150 ซม. จำนวน 10-12 ลำ และตัดไม้ไผ่ขนาดเล็ก ยาว 80 ซม. 2-3 ท่อนนำไม้ไผ่กลางมาเจาะรูที่ปลายทั้งสอง ขนาดรูเท่ากับไม้ไผ่ขนาดเล็ก ใส่ไม้ไผ่ขนาดเล็กใส่ในรูแล้วทำลิ่มตอกยึดให้เป็นสี่เปลี่ยมผืนผ้านำไม้ไผ่กลางมาผูกยึดไว้กับไผ่ขนาดเล็กด้วยเชือก มัดทีละลำเรียงต่อกันไปจนเต็มความยาวไม้ไผ่ลำเล็ก มัดทั้งสองด้านให้แน่น จากนั้นนำไม้ไผ่เล็กมามัดติดกันตรงกลาง ทำเป็นแพไม้ไผ่นำเตยหอมมัดติดกับแพ แล้วใช้อินทรีย์วัตถุ เช่น รากผักตบชวา หญ้าแห้ง วางทับโคนและรากเตยหอมบนแพให้ทั่วนำแพเตยหอมลงไปลอยในน้ำ ห่างจากฝั่งไม่มาก ปักไม้แล้วยึดแพไว้กับหลักไม่ให้แพลอยออกไป เตยหอมในแพจะเจริญเติบโต ช่วยบำบัดน้ำและได้ใบเตยหอมนำมาใช้เป็นสมุนไรพอีกด้วย - [เตาชีวมวลถ่านชีวภาพ](https://www.monmai.com/เตาชีวมวลถ่านชีวภาพ/) - เราทำเกษตรยั่งยืนในระบบเกษตรอินทรีย์​ เราจึงพืชชีวมวลจำนวนมากที่สามารถนำไปใช้ทำเชื้อเพลิงและต้องใช้ถ่านชีวภาพในการปรับปรุงบำรุงดิน เราจึงใช้เตาชีวมวลในระบบแก็สซิไฟร์เออร์ที่เป็นเตานรกมาประยุกต์ทำเป็น เตาชีวมวลถ่านชีวภาพ ใช้หุงต้มแล้วได้ถ่านชีวภาพด้วย วิธีทำ นำถังเหล็กขนาด 50 ลิตร มาเจาะรูด้านข้าง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ช่วงล่างของถังนำท่อเหล็กขนาด 1.5-2 นิ้ว ตัดยาวครึ่งหนึ่งของถัง 50 ลิตร ต่อปลายท่อให้เป็นรูตั้งฉาก นำไปใส่รูถัง 50 ลิตร ให้ปลายด้านในอยู่ตรงกลางถัง และปลายอีกด้านเชื่อมปิดให้สนิททางด้านนอก นำหูเตาไว้สำหรับขนย้าย ใส่ดินให้มิดท่อแล้วอัดให้แน่นนำถัง 20-30 ลิตร มาเจาะรูตรงกลางก้นถัง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ตัดถังให้สูงในระดับเดียวกับถัง 50 ลิตร นำถังไปใส่โดยให้รูที่เจาะตรงกับปลายท่อในถัง 50 ลิตรใส่ดินในช่องว่างระหว่างถัง อัดให้แน่น เพื่อเป็นฉนวนผนังเตาทำไส้เตาด้วยท่อเหล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว ตัดสูงกว่าเตาเล็กน้อย เจาะรูด้านบนด้านล่างโดยรอบท่อเจาะฝาถังให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว สำหรับปิดฝาถังไม่ให้อากาศออกมานอกแกนท่อ 4 นิ้วึ7. ตัดเหล็กแล้วดัดเป็นสามเหลี่ยม นำมาเชื่อมติดกับเหล็กวงกลมที่มีขนาดเล็กกว่าของถัง 50 ลิตรเล็กน้อย - [ไม้กวาดทางมะพร้าว](https://www.monmai.com/ไม้กวาดทางมะพร้าว/) - ทรัพยากรที่เราปลูกสร้างขึ้นมาตามแนวทางเกษตรยั่งยืนในแบบวนเกษตร​สวนสมรม สวนผสม ที่มีความหลากหลายของพืชพรรณต่างๆ เราปลูกต้นไม้ที่ให้ประโยชน์หลากหลาย รวมทั้งการนำส่วนต่างๆของพืชมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มะพร้าว นอกจากให้ผลมาทำกะทิ ทำน้ำตาลมะพร้าว กาบไปนำไปทำเป็นเชื้อเพลง ส่วนของก้านใบยังนำมาทำไม้กวาดทางมะพร้าวได้ด้วย วัสดุ​อุปกรณ์– ใบมะพร้าวแห้ง– ด้ามไม้ไผ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 1/2-3/4 นิ้ว ยาว 120 ซม. , ท่อพีวีซี 3/4 นิ้ว ยาว 10 ซม.– ไม้ขัด ขนาด 1x10 ซม.– ลวด เชือก ตะปูอุปกรณ์การตัด​เลื่อย คีมมัดลวดลงมือทำ นำใบมะพร้าวแห้งมาเหลาให้ได้ทางมะพร้าวยาว 50-80 ซม. จำนวน 250-300 ก้าน​ไม้กวาดพื้นปูนแบบสั้น2.1 นำทางมะพร้าวจำนวน 250-300 ก้าน มัดด้วยยางรัด ตัดปลายให้เท่ากัน นำปลายมาใส่ในท่อพีวีซี 3/4 นิ้ว ยาว 10 ซม. ค่อยๆ ตอกด้านโคนจนก้านทางมะพร้าวแน่น ตัดปลายโคนให้เรียบ แล้วตัดปลายด้านที่ใช้กวาดให้เสมอกันตามความที่ต้องการไม้กวาดด้ามยาว3.1 - [เตาชีวมวล](https://www.monmai.com/เตาชีวมวล-2/) - เตาชีวมวลแบบประหยัดเราทำเกษตรยั่งยืนในแบบวนเกษตร​ เราจึงมีต้นไม้และกิ่งไม้มาก​ กิ่งใหญ่ๆใช้เผาถ่าน​ กิ่งเล็กก็เป็นฟืน เป็นชีวมวลที่ใช้กับเตาชีวมวลได้ดี วัสดุ​อุปกรณ์– ถังน้ำยาแอร์– ท่อเหล็ก​ 6 นิ้ว– เหล็กเส้น​ เหล็กแบน– บานพับ​อุปกรณ์การตัด​เจีย และ เชื่อมโลหะ ลงมือทำ นำถังน้ำยา​แอร์​มาเปิดเอาน้ำยา​แอร์​ออกให้หมด​ ตัดส่วนฝาด้านบนออก​ ให้พอดีกับท่อเหล็ก​ 6 นิ้ว​ แล้วเจาะประตูด้านข้างถัง​ขนาด 15×5 ซม.ประกอบประตู​ด้วยบานพับ​ ติดตั้งมือจับเพื่อใช้เปิดปิดประตูลมนำตัวถังมาเชื่อมกับเหล็กฐานที่ดัดเป็นรูปตัวซี (C) ทำเตาให้แข็งแรง​ และต่อกับฐานรองรับภาชนะบนเตาทำไส้เตาโดยนำท่อเหล็ก ​6 นิ้ว​ ยาว 25 ซม.​เจาะรูด้านบน 2 แถว ด้านล่าง 1 แถว แล้วมาเชื่อมต่อกับเหล็กแบนเป็นฐานกันชีวมวลตก​ อีกด้านของท่อใช้เหล็กเส้นเชื่อมตรงขอบด้านนอกเพื่อเป็นที่ยึดกับขอบถังที่ตัดไว้ฐานรองรับภาชนะ ดัดเหล็กขนาดพอสวมไส้เตาและฐานรอง สูง 5 ซม. เชื่อมเป็นฐานรองประกอบเตาโดยใส่ใส้เตาลงในตัวเตา วางฐานรองรับภาชนะ แล้วนำไปใช้ได้เลย การใช้งาน นำวัสดุชีวมวล​ เช่น​ กิ่งไม้​ ซังข้าวโพด​ เปลือกแข็งผลไม้​ ฯลฯ​ ใส่ลงในเตา​ - [ช่องแสงขวดแก้ว](https://www.monmai.com/ช่องแสงขวดแก้ว/) - เราสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้างในพื้นที่น้ำท่วมไม่ถึงในรูปแบบบ้านดิน การทำผนังบ้านดินให้มีช่องแสงเราใช้ขวดใสและขวดสีมาประยุกต์ทำช่องแสงเพื่อลดการใช้หลอดไฟฟ้า ช่องแสงขวดแก้วทำง่ายๆ ได้ดังนี้ นำเหล็กเส้นขนาดเล็กมาเชื่อมติดกับน็อต ให้น็อตเอียงเล็กน้อย (ประมาณ 15 องศา) ทำเป็นเหล็กเคาะขวดแก้วนำขวดใสและขวดสี มาวางบนชุดตัดขวดแก้ว ปรับขนาดความยาวตามที่เราต้องการ กดขวดให้เป็นรอยตัดแล้วหมุนขวดให้ตัดโดยรอบขวดใช้เหล็กเคาะขวดแก้ว สอดปลายด้านน็อตเข้าไปในขวด แล้วเคาะเบาๆตามรอยตัดด้านใน แก้วจะร้าวตามแนวตัด เคาะตามแนวโดยรอบแก้วจะแตกออกมาตามแนวตัดนำแก้วที่ตัดแล้วไปลบคม โดยนำรอยตัดไปขัดด้วยกระดาษทรายน้ำละเอียดหรือหินลับมีด ขัดให้รอยคมหายไปการนำไปใช้งานนำช่องแสงขวดแก้วใส่ในผนังกำแพงดินตามจุดที่เราต้องการให้แสงในขณะก่อกำแพง รอจนแห้ง ฉาบตกแต่ง จะได้ช่องแสงตามสีของขวดแก้วในกำแพงดินสามารถประยุกต์การตัดขวดแก้วนำไปใช้ทำเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆได้เช่น แจกัน โคมไฟ ขวดใส่สิ่งของต่างๆ ได้ตามต้องการ ช่องแสงขวดแก้ว นำขวดแก้วที่ไม่ใช้งาน มาตัดเป็นช่องแสง ลดค่าใช้จ่าย ประหยัด ใช้งานได้จริง และพึ่งตนเองได้ - [เตานรก](https://www.monmai.com/เตานรก-2/) - การเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตรคือการถนอมอาหารและแปรรูป เราแปรรูปอากหารด้วยการใช้อุปกรณ์และพลังงาน สวนของเรามีการแปรรูปด้วยการต้มในระยะเวลานาน เราจึงใช้เตาชีวมวลในระบบแก็สซิไฟร์เออร์ คือ เตานรก วิธีทำ นำถังเหล็กขนาด 50 ลิตร มาเจาะรูด้านข้าง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ช่วงล่างของถังนำท่อเหล็กขนาด 1.5-2 นิ้ว ตัดยาวครึ่งหนึ่งของถัง 50 ลิตร ต่อปลายท่อให้เป็นรูตั้งฉาก นำไปใส่รูถัง 50 ลิตร ให้ปลายด้านในอยู่ตรงกลางถัง และปลายอีกด้านเชื่อมปิดให้สนิททางด้านนอก นำหูเตาไว้สำหรับขนย้าย ใส่ดินให้มิดท่อแล้วอัดให้แน่นนำถัง 20-30 ลิตร มาเจาะรูตรงกลางก้นถัง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ตัดถังให้สูงในระดับเดียวกับถัง 50 ลิตร นำถังไปใส่โดยให้รูที่เจาะตรงกับปลายท่อในถัง 50 ลิตรใส่ดินในช่องว่างระหว่างถัง อัดให้แน่น เพื่อเป็นฉนวนผนังเตาตัดเหล็กแล้วดัดเป็นสามเหลี่ยม นำมาเชื่อมติดกับเหล็กวงกลมที่มีขนาดเล็กกว่าของถัง 50 ลิตรเล็กน้อย เป็นสามเส้า สำหรับรองรับภาชนะบนเตาการนำไปใช้งานนำเตามาตั้งในจุดที่ต้องการ แล้วนำท่อพีวีซีขนาด 1.5-2 นิ้ว มาตั้งกลางเตาให้ท่อชนหรือสวมเข้ากับรูด้านล่าง ใส่แกลบ ขี้เลี่อยหรือชีวมวลขนาดเล็กๆ ลงในถัง แล้วอัดให้แน่น - [ดินดีคือดินที่มีชีวิต](https://www.monmai.com/ดินดีคือดินที่มีชีวิต/) - ดิน (Soil) หมายถึง วัตถุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการสลายตัวทางกายภาพ และทางเคมีของหินและแร่ รวมกับสารอินทรีย์ ที่เกิดจากการสลายตัวของซากพืชซากสัตว์เป็นผิวชั้นบนที่หุ้มห่อโลก ดินมีลักษณะและคุณสมบัติต่างกันไปในที่ต่างๆ ตามสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ วัตถุต้นกำเนิด สิ่งมีชีวิตและระยะเวลาการสร้างตัวของดิน องค์ประกอบของดิน ดินมีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 อย่างคือ สารอินทรีย์ สารอนินทรีย์ อากาศ และน้ำ สารอนินทรีย์ ได้จากการสลายตัวของหินและแร่ อนินทรีย์สารเหล่านี้ประกอบด้วยธาตุซิลิกอน และอะลูมีเนียมเป็นส่วนใหญ่ มีเหล็ก แคลเซียม โพแทสเซีย มและแมกนีเซียม ปนบ้างเล็กน้อย ธาตุเหล่านี้พบอยู่ในรูปแร่ควอตซ์ เฟลด์สปาร์ ไมกา แร่พวกเฟอร์โรแมกนีเซียนซิลิเกตและแร่ดิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของดิน ดินแต่ละที่จะมีแร่ธาตุในดินในปริมาณแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุต้นกำเนิดเดิมของดินสารอินทรีย์ ได้จากการสลายตัวของสิ่งมีชีวิตที่เน่าเปื่อยผุพังสลายตัวทับถมอยู่ในดินของซากพืช ซากสัตว์ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น ไส้เดือน แมลง จุลินทรีย์ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ช่วยให้ดินมีลักษณะร่วนซุย มีสีดำหรือสีน้ำตาล ที่เรียกว่า ฮิวมัส (Humus)3.อากาศ แทรกอยู่ตามช่องว่างระหว่างเม็ดดิน มีก๊าซคาร์บอนมอนไดออกไซด์ สูงกว่าอากาศบนผิวดิน ดินที่โปร่งมีรูพรุนมาก จะมีการระบายอากาศได้ดี ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น ่ต่อการหายใจ - [มือห่อผลไม้](https://www.monmai.com/มือห่อผลไม้-2/) - ช่วงที่ผลไม้กำลังติดผลมักจะมีแมลงมารบกวน จึงจำเป็นต้องดูแลและจัดการแมลงร้ายที่จะมาทำลายให้ผลผลิตเสียหาย นอกจากการใช้กับดักแมลงวันทองและการใช้น้ำมักชีวภาพสูตรไล่แมลงแล้ว เราอาจจะต้องใช้การห่อผลไม้เข้าช่วย ไม้ผลที่ออกผลเป็นหน่วยย่อยหรือผลเดี่ยว เราสามารถใช้การห่อผลได้ เช่น กระท้อน ส้มโอ ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วง เป็นต้น แต่หากต้นไม้ผลสูงจะต้องมีตัวช่วย คือ มือห่อผลไม้ วัสดุ ถังพลาสติก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 นิ้วท่อพีวีซี ข้องอ รัดท่อ ขนาด 1/2 นิ้วเชือกยาว 6-8 เมตรน็อต วิธีทำ ตัดก้นถังพลาสติกให้เป็นรูเจาะรูถังพลาสติก ยึดรัดท่อกับถังพลาสติก ตามแนวบนล่างของถัง ใส่น็อตยึดให้แน่นต่อข้องอเข้ากับท่อพีวีซี นำไปติดกับรัดท่อกับถังพลาสติกเจาะรูตรงแนวสันตรงกลางท่อพีวีซี ร้อยเชือกเข้ารูตามแนวท่อด้านบน ผูกปลายเข้ากับท่อ เก็บปลายเชือกให้พร้อมใช้งานสามารถทำถังพลาสติกขนาดต่างๆ ให้เหมาะกับขนอดผลไม้ ไว้สำหรับเปลี่ยนถังได้ การนำไปใช้ นำมือห่อผลไม้ติดกับปลายไม้ โดยให้ปลายด้านที่มัดไว้อยู่ด้านในของถัง ยึดเชือกให้ติดกับไม้ด้วยยางรัดตลอดความยาวของไม้ดึงเชือกให้ยาวพ้นปากถัง แล้วนัดด้วยยางรัดของบริเวณขอบปากถังด้านบนนำถุงขนาดพอห่อผลไม้ได้ ใส่ลงในถังแล้วพับปากถุงออกมาด้านนอกในปลายไม้ที่ติดมือห่อผลไม้ ให้ผลไม้อยู่ในถัง ดึงเชือก ยางรัดก็จะหลุดออกจากถังมารัดถุง ให้ถุงห่อติดกับผลไม้ มือห่อผลไม้ อุปกรณ์ช่วยห่อผลไม้ในที่สูง ทำง่าย ใช้ง่าย ที่ทุกท่านสามารถทำใช้งานได้ - [น้ำหมักอะมิโนโปรตีน](https://www.monmai.com/น้ำหมักอะมิโนโปรตีน/) - เกษตรพึ่งตน : น้ำหมักอะมิโนโปรตีน (น้ำหมักปลา)เราทำเกษตรอินทรีย์ จึงมีการดูแลพีชผักไม้ผลในช่วงที่กำลังออกดอกติดผล ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องการธาตุอาหารจำนวนมาก เราจึงต้องช่วยเติมธาตุอาหารลงในดินให้เพียงพอต่อความต้องการ น้ำหมักอะมิโนโปรตีน เป็นแหล่งสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ดิน ประกอบด้วยโปรตีน(กรดอะมิโน) คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และเกลือแร่ต่างๆ ซึ่งการใส่น้ำหมักปลาลงดินจะช่วยให้จุลินทรีย์ในดินย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ได้เร็วยิ่งขึ้น ทำให้ปลดปล่อยธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น ส่วนผสมเศษปลา เศษเนื้อ 1 ส่วนสับประรด 1 ส่วนวิธีทำ เตรียมถังพลาสติกที่มีฝาปิดตั้งไว้ใกล้ครัว ในที่ร่ม ไม่โดนแสงแดดนำเศษปลา เศษเนื้อที่เหลือทิ้งจากการทำอาหารในครัว หั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่ลงในถังหมักนำสับประรดมาสับแล้วเติมลงไปในถัง อัตราส่วนผสมเศษปลา 1 ส่วน สับประรด 1 ส่วน .ในกรณีที่ใช้เปลือกสับประรดให้เพิ่มเป็น 2 ส่วนสามารถเติมเศษปลา เศษเนื้อ สับประรด ได้ตลอดเวลา ควรหมักไว้มากกว่า 1 ถัง เพื่อสลับการใช้งานและการเติมวัตถุดิบหมักในภาชนะให้จุลินทรีย์เจริญเติบโต เกินไว้ 30 วันขึ้นไป สามารุนำไปใช้งานได้ การนำไปใช้ เร่งการย่อยสลาย ซากอินทรีย์วัตถุในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ใช้น้ำหมักอะมิโนโปรตีน 1 ส่วน ต่อน้ำ 10 - [ตู้ถังล้างมือ](https://www.monmai.com/ตู้ถังล้างมือ/) - เราทำห้องน้ำสำหรับร้านค้าเกษตรอินทรีย์ จึงจำเป็นต้องมีที่สำหรับล้างมือ เรานำวัสดุที่หาได้ง่ายและเหลือใช้ในท้องถิ่นมาประยุกต์ทำเป็น ตู้ถังล้างมือ มาลงมือกันเลย วัสดุ ถังเหล็ก 100 หรือ 200 ลิตรชุดสะดืออ่างล้างมือ ก็อกน้ำ สายน้ำดีกะละมังอลูมิเนียมบานพับ ,มือจับ, สายยูคล้องประตู 3 ท่อน ,น็อต,ยางกันบาด เครื่องมือ เครื่องเจียไฟฟ้า ใช้ตัดถังสว่านไฟฟ้า เจาะรูใส่น็อตไขควง ,ตะไบ ลงมือทำ นำถัง 100/200 ลิตร มาทำความสะอาด โดยเปิดฝาออก แล้วใส่น้ำผสมผงซักฟอก ประมาณ 10 ลิตร ใส่ลงไป ปิดฝา แล้วเขย่า กลิ้งไปมา ให้ทั่วถัง แล้วเทน้ำออกนำถังมาวาดแบบประตูเปิด ขนาด กว้าง 45 ซม. กำหนดความสูงให้สูงจากขอบถังข้างละ 5 ซม. ทำขอบมนโค้ง ด้วยการวัดจากมุมเส้นตัดขอบ 7 ซม. วาดให้โค้งรับขอบประตูใช้เครื่องเจียใส่ใบตัดเหล็ก ตัดตามเส้นที่วาดไว้ แล้วใช้ตะไบถูลบคม ขัดด้วยกระดาษทรายข้ดเหล็กให้เรียบทำการเจาะรูขนาดกว้างเท่ากับกะละมังที่ก้นถังเหล็ก โดยนำกะละมังมาวัดขนาด - [เตาทอด/ต้มไม้ไผ่](https://www.monmai.com/เตาทอด-ต้มไม้ไผ่/) - เราทำสวนไผ่ร่วมยาง สวนสมรม สวนยางสมรม และป่ายางวนเกษตร โดยมีไม้ไผ่เป็นไม้พื้นฐาน ทำให้เรามีต้นไผ่ที่สามารถนำมาใช้งานได้หลากหลาย สำหรับลำไผ่ที่เรานำมาใช้งานได้ ได่แก่ ไผ่ลวก ไผ่เลี้ยง ไผ่หก ไผ่ซางนวล ไผ่ซางหม่น และไผ่แม่ตะวอ ซึ่งก่อนจะนำมาใช้งานเราใช้วิธีการปกป้องและรักษาเนื้อไม้แบบไม่ใช้สารเคมี เราจึงใช้วิธีการทอดและต้มลำไผ่ จึงจำเป็นต้องสร้างเตาทอด/ต้มไม้ไผ่ เตรียมอุปกรณ์ ถังเหล็ก​ 100 ลิตรหรือ 200 ลิตร 1 ใบเหล็กฉาก​ 1x1 นิ้ว​, เหล็ก​กล่อง​2x1 นิ้ว​เครื่องมือและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ได้แก่ สีกันสนิม เครื่องเชื่อม+ทูปเชื่อม เป็นต้น ลงมือกันเลย นำถังเหล็กมาตัดฝาส่วนที่มีรูปิดเปิดออก ตัดถังผ่าครึ่ง แล้วเชื่อมติดกัน​โดยฝาถังอยู่ด้านนอก ลบคมด้วยตะไบตัด​ เหล็กฉาก​ 1x1​ นิ้ว​ ยาว​ 165,57ซม.​ เชื่อมติดกับขอบถังที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า​ตัด,เชื่อมเหล็กกล่อง​ 2x1​ นิ้ว​ ยาว​ 60​ ซม. ทำเป็นฐานเสาขา ​ ต่อขาทั้งสองด้วยเหล็กฉากกับถัง​ ให้ได้ขนาดพอดีกับถัง มาเชื่อมติดกับฐานทาสีกันสนิม​ ตามรอยเชื่อม - [ส้อมขุดดิน](https://www.monmai.com/ส้อมขุดดิน/) - การเตรียมแปลงปลูกสำหรับการปลูกพืชผัก จำเป็นต้องมีการขุดดิน พลิกดิน เตรียมดินทำแปลงให้เหมาะกับการปลูกพืชชนิดต่างๆ ซึ่งนอกจากจะต้องยกแปลงและพรวนดิน ให้อาหารให้ดินและพืช การขุดดินจึงเป็นงานหนักและงานหลัก สำหรับดินที่มีการบำรุงดินดีแล้ว การขุดจึงไม่ใช่เรื่องยาก เราจึงสร้างส้อมขุดดิน วัสดุ เหล็กแท่ง 1 เหลี่ยม ขนาด 1x1 ซม.ท่อเหล็ก 1 นิ้วเหล็กแท่งกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม.ยางในรถยนต์เก่าตัดเป็นเส้นสีกันสนิม เครื่องมือ : เครื่องเจียไฟฟ้า เครื่องเชื่อมไฟฟ้า ลงมือทำ นำเหล็กแท่ง 4 เหลี่ยม ตัดยาว 25 ซม. จำนวน 2 อัน และยาว 35 ซม. จำนวน 2 อัน เจียปลายด้านหนึ่งให้เรียบแบนและแหลมนำเหล็กแท่ง 4 เหลี่ยม ตัดยาว 25 ซม. จำนวน 1 อัน และยาว 27 ซม. จำนวน - [หลอดไฟขวดแสงอาทิตย์](https://www.monmai.com/หลอดไฟขวดแสงอาทิตย์/) - พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานที่ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ทำเป็นแสงสว่างในอาคาร ด้วยการใช้ขวดพลาสติกใสมาทำเป็น หลอดไฟขวดแสงอาทิตย์ วิธีทำหลอดไฟขวดแสงอาทิตย์ เลือกใช้แผ่นหลังคาแบบเดียวกันกับที่ใช้มุง ตัดแผ่นหลังคาขนาดประมาณ 30x30 ซม.ใช้ขวดพลาสติกใสที่ใส่น้ำอัดลม เพราะแข็งแรงทนทานเจาะแผ่นหลังคาเท่าขนาดขวดพลาสติกใส ตัดขอบแล้วพับแผ่นหลังคาขึ้นด้านบนใหญ่กว่าขนาดขวดพลาสติกใสเล็กน้อยนำขวดพลาสติกใสใส่ในรูที่เจาะไว้ ยึดขวดพลาสติกใสกับแผ่นหลังคาด้วยกาวซิลิโคนใส ทิ้งไว้ให้แข็งตัวตัดรอยกาวให้เรียบรอบๆขวด ปิดเทปกาวกันรั่วซึมโดยรอบเติมน้ำให้เต็มขวด เติมคลอรีนผง 1/2 ช้อนชา ปิดฝาขวด ซิลไม่ให้อากาศเข้า การติดตั้งนำไปติดตั้ง โดยเจาะหลังคาตามแบบแผ่นหลังคา ตรงจุดที่ต้องการแสงสว่าง แล้วใส่แผ่นหลังคาหลอดแสงอาทิตย์ ตรงจุดที่ต้องการแสงสว่างยึดด้วยสกรูให้แน่น ปิดด้วยเทปกาวด้านบนกันน้ำรั่วซึม หลอดไฟขวดแสงอาทิตย์ ใช้งานได้ด้วยแสงอาทิตย์หากไม่มีแสงก็จะไม่สว่าง ใช้หลักการสะท้อนของแสงแดด ทำได้ง่าย และประหยัด สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี - [กับดักแมลงวันทอง](https://www.monmai.com/กับดักแมลงวันทอง-2/) - การจัดการแมลงศัตรูที่เข้ามาทำลายผลผลิตให้เกิดความเสียหาย ต้องแยกจัดการเฉพาะแมลงที่เป็นโทษ สำหรับแมลงวันผลไม้หรือแมลงวันทอง เราสามารถจัดการด้วยการทำกับดัก ทำได้ดังนี้ วิธีทำกับดักแมลงวันทอง เตรียมขวดพลาสติกใส 1.5 ลิตร(ใหญ่) 1 ใบและ 250 มล.(เล็ก) 2 ใบเจาะขวดพลาสติกใสเล็ก ขนาดรู 6-8 มิลลิเมตร ตามแนวกลางรอบขวด 2 แถวผ่าขวดพลาสติกใสเล็ก เป็นกากบาทให้พอดีกับปากขวด ตามแนวสันตรงกลางผ่าขวดพลาสติกใสใหญ่ เป็นกากบาทให้พอดีกับปากขวด ตามแนวสันช่วงท่อนบนขวด5.ผ่าขวดพลาสติกใสเล็ก เป็นกากบาทให้พอดีกับปากขวด ตามแนวสันตรงกลาง เติมน้ำขวดพลาสติกใสใหญ่ ให้แมลงวันทองตกลงในน้ำ ปิดฝา6.นำขวดพลาสติกใสเล็ก ที่ผ่าเป็นกากบาท ใส่ปากขวดในรูกากบาทขวดใหญ่ การนำไปใช้เก็บใบกะเพราสด บี้แล้วใส่ในวดพลาสติกใสเล็กที่เจาะรู นำกับดักแมลงวันทองไปแขวนไว้ใต้ต้นไม้ผลที่กำลังออกผลผลิตแมลงวันทองจะเข้ามาในรูที่ล่อด้วยใบกะเพรา แล้วเดินและบินขึ้น จนตกลงในน้ำ - [เครื่องแกะผลหมาก](https://www.monmai.com/เครื่องแกะผลหมาก/) - สวนสมรมที่มีความหลากหลายของพรรณพืช เรามีหมากเป็นไม้ชั้นสูงให้ร่มเงาแก่พืชอื่นๆ ซึ่งในฤดูหมากสุก จึงนำมาตากให้แห้งแล้วผ่าเป็นหมากแห้งคุณภาพ เราพัฒนาเครื่องผ่าผลหมากไว้ใช้งาน และต้องแกะเนื้อในออกมาตากให้แห้ง เราจึงพัฒนาเครื่องแกะผลหมาก เตรียมอุปกรณ์ เหล็กกล่อง​C 2x1 นิ้ว​,เหล็กกล่อง​ 1x1​ นิ้ว ,เหล็กฉาก 1x1​ นิ้วคีมปากนกแก้ว หรือ คีมมัดลวดฐานรองแท่นเครื่องแกะผลหมากแผ่นไม้​ น็อต​สกรูเครื่องมือและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ได้แก่ สีกันสนิม เครื่องเชื่อม+ทูปเชื่อม เป็นต้น ลงมือกันเลย ทำฐานรองแท่นเครื่องแกะผลหมาก โดยตัดเหล็ก C 2x1​ นิ้ว​ ยาว​ 100 ซม.​เชื่อมติดปลายทั้งสองกับเหล็กฉาก​ ตัดเหล็กกล่อง C​ 2x1 นิ้ว​ยาว​40 ซม. เชื่อมติดฐานรองรับแท่นยึดไม้ ส่วนฐานเจาะรู แล้วตัดแผ่นไม้หนา แล้วยึดให้แน่นด้วยสกรูทำชุดแกะผล โดยตัดเหล็กกล่อง 1​ นิ้ว ยาว 15 ซม.​บากให้เป็นร่อง เชื่อมต่อกับเหล็ก C 2x1 นิ้ว ยาว 30 ซม. เป็นฐานตัดขาคีมปากนกแก้ว - [น้ำหมักขั้วเหนียว](https://www.monmai.com/น้ำหมักขั้วเหนียว/) - เราทำเกษตรอินทรีย์ จึงมีการดูแลไม้ผลให้ได้ผลผลิตที่สอดคล้องกับศักยภาพและความสมบูรณ์ของต้นและใบ ผลผลิตไม่มากไม่น้อยเกินไป ผลไม้บางชนิด เมื่อมีผลมากเกินความสามารถที่ต้นและใบจะสร้างอาหารมาหล่อเลี้ยงได้ จึงอาจปลิดผลทิ้งตามธรรมชาติ แต่บางครั้งอาจต้องพบกับภัยพิบัติ ลมแรง ทำให้ผลผลิตร่วงหล่นเสียหายได้ เราจึงต้องมีตัวช่วย ได้แก่ น้ำหมักขั้วเหนียว มีรายละเอียดดังนี้ ส่วนผสมปลีกล้วยสด 3 ส่วนน้ำตาล 1 ส่วน วิธีทำ ตัดปลีกล้วยจากเครือที่มีผลเต็มแล้วนำปลีกล้วยที่ได้มาสับๆ หั่นๆ ให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือละเอียดเลยยิ่งดีนำปลีกล้วยสับเสร็จใส่น้ำตาล คลุกเค้าให้เข้ากัน อัตราส่วนผสม หน่อกล้วย 3 ส่วน น้ำตาล 1 ส่วนเทส่วนผสมทั้งสองลงในภาชนะที่มีฝาปิด แล้วนำไปเก็บไว้ในที่ร่ม ไม่โดนแสงแดด หมักในภาชนะพักไว้ 2-3 วันให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตจากนั้นเติมน้ำพอท่วม ปิดฝาภาชนะ หมักไว้ 2-3 สัปดาห์ก็สามารถนำไปใช้ได้ และเก็บไว้ใช้ได้ 6 เดือน การนำไปใช้ใช้น้ำหมักขั้วเหนียว 1 ส่วน ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดไปที่ช่อดอกหรือผลอ่อน ยางกล้วยที่หมักจะช่วยให้ขั้วดอกแข็งแร็ง ไม่หลุดร่วงง่าย และยังเป็นอาหารดิน เพิ่มธาตุอาหารพืช - [ม้านั่งปีกไม้](https://www.monmai.com/ม้านั่งปีกไม้/) - เราทำเกษตรยั่งยืนในรูปแบบวนเกษตร ซึ่งมีการปลูกไม้ยืนต้นเป็นหลัก ต้นไม้บางส่วนเป็นไม้โตเร็ว หรือขึ้นหนาแน่นจนแย่งแสงแดดกัน จึงต้องทำการตัดสางบางส่วนออก ไม้โตเร็วที่สามารถนำมาใช้งานได้ช่วง 8-10 ปี เช่น กระถินเทพา สะเดาเทียม เป็นต้น เราสามารถนำไม้เหล่านั้นมาแปรรูปเป็นเครื่องเรือนหรือวัสดุก่อสร้างต่างๆได้ แต่อาจจะต้องใช้ฝีมือเชิงช่างไม้บ้าง สำหรับปีกไม้ เรานำมาทำม้านั่งปีกไม้แบบง่ายๆ มาลงมือกันเลย วัสดุ ปีกไม้ 2-3 อันน็อตหัว 4.5,5 นิ้ว 8 ตัวสกรูยืดไม้สีย้อมไม้ เครื่องมือ เลื่อยไฟฟ้า , เลื่อยลันดาสว่านไฟฟ้ากบไสไม้ไฟฟ้า , สิ่วเครื่องขัดกระดาษทรายกระดาษทราย ไม้ฉาก ระดับน้ำ ลงมือทำ นำไม้ยืนต้นขนาด 1.5 เมตร ขนาดเล้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-5 นิ้วมาผ่าครึ่งด้วยเลื่อย ใช้กบไสไม้ให้เรียบ ปรับให้ได้ระนาบนำเศษไม้ที่ตัดให้ได้ขนาด 2-3 นิ้ว ยาว 42 ซม. จำนวน 4 ท่อน สำหรับทำขาม้านั่ง ,ขนาด 1.5-2 นิ้ว ยาว - [ซุ้มไม้เลื้อย](https://www.monmai.com/ซุ้มไม้เลื้อย/) - เราปลูกไม้เลื้อยที่เป็นสมุนไพรหลายชนิด เช่น ลางจืด อัญชัญ บอระเพ็ด ย่านาง ถั่วดาวอินคา เป็นต้น ซึ่งจะใช้เสาปูน หรือเสาไม้ในการเป็นหลักให้เกี่ยวพันขึ้นไป แต่ในสถานที่ที่ต้องการความสวยงามจึงต้องทำซุ้มไม้เลื้อยให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อมองไปรอบตัว มีเศษเหล็กเส้นเก่าๆ เหล็กรัดฝาถัง น่าจะพอนำมาทำซุ้มไม้เลื้อยได้ มาลงมือกันเลย วัสดุ เหล็กเส้น 5 เส้นเหล็กแบน 3 เส้นเหล็กรัดฝาถัง 2 อันสีกันสนิม เครื่องมือ เครื่องเจียไฟฟ้าเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ลงมือทำ นำเหล็กรัดฝาถังมาเชื่อมติดกัน เจียให้เรียบตัดเหล็กเส้นยาว 30 ซม. 4 ชิ้น ทำปลายให้แหลมสำหรับปักลงดิน เชื่อมต่อกับเหล็กเส้นยาว 180 ซม.ตัดเหล็กเส้นยาว 30 ซม. 6 ชิ้น เชื่อมต่อกัน เชื่อมต่อกับเหล็กเส้นยาว 180 ซม. เชื่อมเป็นกากบาทตามความยาวที่ระยะ 40,80,120 ซม. แล้วเชื่อมต่อกันทั้ง 4 อันเหล็กเส้นเชื่อมต่อกับเหล็กรัดฝาถังด้านปลายซึ่งจับถ่างออกให้โค้งตามแนวของเหล็กรัดฝาถังเชื่อมเหล็กแบนเป็นฐานด้านบนเสริมความแข็งแรง และให้พืชได้ยึดเกาะขัดให้เรียบแล้วทาสีกันสนิมนำไปใช้งาน ปักขาซุ้มไม้เลื้อยลงดินให้แน่น และควรปลูกไม้เลื้อยให้มีความยาวของยอดพอที่จะเริ่มเกาะซุ้มไม้เลื้อยได้ ใช้เศษเหล็กและอุปกรณ์ที่มีอยู่ - [โรลม้วนสายยาง](https://www.monmai.com/โรลม้วนสายยาง/) - เมื่อเป็นเกษตรกรต้องใช้เครื่องทุ่นแรงในการพาสายยางสำหรับฉีดนำ้หมักชีวภาพ จุลินทรีย์ต่างๆ ในการบำรุงดิน ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ หรือ ไล่แมลง จึงต้องทำโรลม้วนสายยาง สำหรับเครื่องฉีดน้ำหมัก หลังจากมองไปรอบตัว มีเศษเหล็กเก่าๆ เหล็กรัดฝาถัง และลูกปืนตุ๊กตา มาลงมือกันเลย วัสดุ เหล็กเส้นเหล็กแบนเหล็กรัดฝาถัง 2 อันลูกปืนตุ๊กตา 2 ตัวท่อพีวีซี ,น็อต เครื่องมือ เครื่องเจียไฟฟ้าเครื่องเชื่อมไฟฟ้าสว่านไฟฟ้า เจาะรูใส่น็อต ลงมือทำ นำเหล็กรัดฝาถังมาเชื่อมติดกัน เจียให้เรียบนำเหล็กเส้นเชื่อมต่อกับเหล็กรัดฝาถังและแกนเหล็กเส้นให้เป็น 6 แฉก เชื่อมติดกันทั้ง 2 วงเชื่อมเหล็กแบนเป็นฐานสามเหลี่ยม ใส่ท่อด้านมือจับแล้วเชื่อมทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็นฐานตั้งเจาะรูที่ฐาน ใส่ลูกปืนตุ๊กตา แล้วนำวงล้อที่ทำไว้มาประกอบใส่ในรูลูกปืนตุ๊กตา ตรึงน็อตให้แน่นใช้น็อตหัวเสามาดัดเป็นรูปตัว L นำไปเชื่อมก้านหมุนขัดให้เรียบแล้วทาสีกันสนิมนำสายยางมาม้วนใส่ในโรลม้วนสายยาง แล้วนำไปใช้งานได้ ใช้เศษเหล็กและอุปกรณ์ที่มีอยู่ ลงมือทำเราจะได้โรลม้วนสายยางแบบง่ายๆ ประหยัดงบได้เยอะ - [จุลินทรีย์หน่อกล้วย](https://www.monmai.com/จุลินทรีย์หน่อกล้วย-2/) - บริเวณที่มีกล้วย ดินบริเวณนั้นมักจะร่วนซุย โปร่ง อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยธาตุอาหาร ต่างๆมากมาย อันเนื่องมาจากบริเวณโคนรากของต้นกล้วยจะมีจุลินทรีย์อยู่หลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่สร้างปุ๋ยและฮอร์โมน อีกทั้งยังปรับสภาพดินเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะจุลินทรีย์บริเวณโคนรากของหน่อกล้วยซึ่งจะมีมากเป็นพิเศษ จึงเหมาะสมที่สุดที่จะนำมาทำเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์ ส่วนผสมหน่อกล้วย 3 ส่วนน้ำตาล 1 ส่วน วิธีทำ เลือกหน่อกล้วยต้นที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรค สูงไม่เกิน 1 เมตร ขุดออกมาทั้งเหง้า ราก ให้ได้มากที่สุดโดยให้มีดินติดรากมาด้วย (ให้ขุดตอนเช้ามืด ก่อนตะวันขึ้น เนื่องจากเวลานี้จุลินทรีย์จะขึ้นมาอยู่บริเวณรากหน่อกล้วยมากที่สุด แต่ถ้าตะวันขึ้นเมื่อไหร่ จุลินทรีย์ก็จะมุดลงไปในดิน)นำหน่อกล้วยที่ได้มาสับๆ หั่นๆ ทั้งหมดทั้ง ราก เหง้า ลำต้น หยวก ใบ ให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือละเอียดเลยยิ่งดี (ไม่ต้องล้าง)นำหน่อกล้วยสับเสร็จใส่น้ำตาล คลุกเค้าให้เข้ากัน อัตราส่วนผสม หน่อกล้วย 3 ส่วน น้ำตาล 1 ส่วนเทส่วนผสมทั้งสองลงในภาชนะที่มีฝาปิดหรือพลาสติกคลุม คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปเก็บไว้ในที่ร่ม ไม่โดนแสงแดด หมักในภาชนะพักไว้ 2-3 วันให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตจากนั้นเติมน้ำพอท่วม ปิดฝาภาชนะเรียกน้ำหมักนี้ว่าจุลินทรีย์หน่อกล้วย - [จอบพรวน](https://www.monmai.com/จอบพรวน/) - การเตรียมแปลงปลูกสำหรับการปลูกพืชผัก จำเป็นต้องมีการเตรียมดิน ทั้งการทำแปลงให้เหมาะกับการปลูกพืชชนิดต่างๆ ซึ่งนอกจากจะต้องยกแปลงแล้ว ต้องพรวนดิน ให้อาหารให้ดินและพืช การทำดินให้ร่วนซุยจึงต้องทำจอบพรวนวัสดุ ใบมีดเกี่ยวข้าวเก่าท่อเหล็ก 1 นิ้วสเตอร์รถจักรยานยนต์ (เสียแล้ว)ไม้ไผ่ทำด้ามสกรู น็อต เครื่องมือ : เครื่องเจียไฟฟ้า เครื่องเชื่อมไฟฟ้า สว่านไฟฟ้า ลงมือทำ นำใบมีดเกี่ยวข้าว 3 อันมาเชื่อมติดกัน เจียให้เรียบนำสเตอร์รถจักรยานยนต์มาผ่าครึ่ง เจียให้เรียบ นำไปเชื่อมติดกับใบมีดเกี่ยวข้าว เจียให้เรียบนำท่อเหล็ก 1 นิ้วไปเชื่อมติดกับชุดสเตอร์รถจักรยานยนต์ เจาะรูสำหรับใส่สกรู เจียให้เรียบใช้ไม้ไผ่ขนาดเหมาะมือ มาเกลาให้เรียบ สำหรับทำด้ามนำด้ามไม้ไผ่ประกอบกับใบจอบพรวน ใส่สกรู ขันให้แน่น จอบพรวน ใช้สำหรับพรวนดินที่ยกแปลงให้ดินร่วยซุย พร้อมที่จะปลูกพืชผักต่างๆ - [ชั้นวางถังยาว](https://www.monmai.com/ชั้นวางถังยาว/) - การชั้นวางด้วยถัง 200 ลิตรแบบยาว ชั้นวางของยาวแบบล็อฟ สำหรับวางสินค้า ผลิตภัณฑ์ ตู้โชว์ต่างๆ ด้วยวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น วัสดุ ถังเหล็ก 200 ลิตรเหล็กกล่อง 1x1 นิ้วเหล็กแบน 1 ซม.ไม้แผ่น หนาพอที่จะรับน้ำหนักยางกันบาด แบบกระดูกงูสกรู น็อต เครื่องมือ เครื่องเจียไฟฟ้า ใช้ตัดถังเลื่อยไฟฟ้า ตัดไม้สว่านไฟฟ้า ลงมือทำ นำถัง 200 ลิตร มาทำความสะอาด โดยเปิดฝาออก แล้วใส่น้ำผสมผงซักฟอก ประมาณ 10 ลิตร ใส่ลงไป ปิดฝา แล้วเขย่า กลิ้งไปมา ให้ทั่วถัง แล้วเทน้ำออกนำถังมาวาดเส้นแบ่งครึ่งถึงตามแนวนอน ใช้เครื่องเจียใส่ใบตัดเหล็ก ตัดตามเส้นที่วาดไว้แบ่งถังออกเป็นสองส่วน แล้วใช้ตะไบถูลบคม ขัดและเจียให้เรียบนำถังมาวาดแบบช่องเปิด ขนาด กว้าง 45 ซม. กำหนดความสูงให้สูงจากขอบถังและรอยนูนรอบถังข้างละ 5 ซม. ทำขอบมนโค้ง ด้วยการวัดจากมุมเส้นตัดขอบ 5 ซม. วาดให้โค้งทางด้านที่ต้องการเปิดออกให้มีแสงส่องมองเห็นสิ่งของได้ชัด - [เครื่องผ่าผลหมาก](https://www.monmai.com/เครื่องผ่าผลหมาก/) - สวนสมรมที่ทีความหลากหลายของพรรณพืช เรามีหมากเป็นไม้ชั้นสูงให้ร่มเงาแก่พืชอื่นๆ ซึ่งในฤดูหมากสุก จึงนำมาตากให้แห้งแล้วผ่าเป็นหมากแห้งคุณภาพ ถึงเวลาที่ต้องพัฒนา เครื่องผ่าผลหมาก เตรียมอุปกรณ์ เหล็กกล่อง​ 2x1 นิ้ว​, เหล็กฉาก​ 1x1 นิ้ว ,เหล็กฉาก​ 1.5x1.5​ นิ้ว ​ และเหล็ก​ขนาดต่างๆเหล็กเพลา 1 นิ้ว พร้อมลูกปีนตุ๊กตา 2 ตัวท่อเหล็ก 1/2 นิ้วใบมีด ยาว 2-3 นิ้วแผ่นไม้​ น็อต​เครื่องมือและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ได้แก่ สีกันสนิม เครื่องเชื่อม+ทูปเชื่อม เป็นต้น ลงมือกันเลย ทำโต๊ะรองมีด โดยตัดเหล็กฉาก​ 1x1​ นิ้ว​ ยาว​ 30,20 ซม.​เชื่อมติดกันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า​ ตัดเหล็กกล่อง​ 2x1 นิ้ว​ยาว​60 ซม. เชื่อมติดฐานสี่เหลี่ยมเป็นขา เชื่อมเหล็กระหว่างขาให้หนาแน่น ส่วนฐานเจาะรู แล้วตัดแผ่นไม้หนาใส่ลงในกล่องฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วยึดให้แน่นด้วยสกรูทำฐานรองตัด โดยตัดเหล็กฉาก​ 1.5x1.5​ นิ้ว ยาว 10 - [ชั้นวางถัง 2 ชั้น](https://www.monmai.com/ชั้นวางถัง-2-ชั้น/) - ชั้นวางถัง 2 ชั้น ออกแบบใช้งานในสไตล์ลอฟ (Loft) ทำจากถังเหล็ก 200 ลิตร สำหรับเก็บวางสินค้า นำเสนอผลิตภัณฑ์ วัสดุ ถังเหล็ก 200 ลิตร ตัด 2/3 ของถังท่อเหล็ก 6 หุนยาว 15 ซม. 4 อัน และหน้าแปลน 8 อันไม้อัด หนาพอที่จะรับน้ำหนักยางกันบาด แบบกระดูกงูน็อต สกรู เครื่องมือ : เครื่องเจียไฟฟ้า เลื่อยฉลุไฟฟ้า สว่าน เครื่องทำเกลียว ลงมือทำ นำถัง 200 ลิตร มาทำความสะอาด โดยเปิดฝาออก แล้วใส่น้ำผสมผงซักฟอก ประมาณ 10 ลิตร ใส่ลงไป ปิดฝา แล้วเขย่า กลิ้งไปมา ให้ทั่วถัง แล้วเทน้ำออกตัดถัง 2/3 ของความสูงถัง นำถังมาวาดแบบประตูเปิด ขนาด - [แบคทีเรียสังเคราะห์แสง](https://www.monmai.com/แบคทีเรียสังเคราะห์แสง/) - แบคทีเรียสังเคราะห์แสง (photosybthetic bacteria; PSB) เป็นจุลินทรีย์พบกระจาย ทั่วไปในธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำจืด น้ำเค็ม ทะเลสาบน้ำเค็ม น้ำทะเลสาบที่มีความเป็นด่าง น้ำที่มี ความเป็นกรด น้ำพุร้อน น้ำทะเลบริเวณขั้วโลกเหนือ นอกจากนี้ ยังพบตามแหล่งน้ำเสีย บ่อบำบัดน้ำเสีย บทบาทของแบคทีเรียสังเคราะห์แสง มีความสำคัญในกระบวนการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ (CO2 – assimilation) และการตรึงไนไตรเจน (nitrogen fixation) นอกจากนี ยังมีบทบาท สำคัญในห่วงโซ่อาหารซึ่งสัตว์ขนาดเล็ก ปลา กุ้ง หอย และปู สามารถนำจแบคทีเรียสังเคราะห์แสงมา ใช้เป็นอาหารได้ นอกจากนี้ในน้ำเสียจากบ้านเรือนและนำเสียจากการทำปศุสัตว์สามารถบำบัดด้วย แบคทีเรียสังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบคทีเรียสังเคราะห์แสงแบ่งออกเป็นแบคทีเรียสังเคราะห์แสงสีม่วง(purple photosynthetic bacteria) และ แบคทีเรียสังเคราะห์แสงสีเขียว (green photosynthetic bacteria) แต่ สำหรับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วงที่นำมาใช้ในทางด้านการเกษตร และสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่จะอยู่ ในกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วงกลุ่มไม่สะสมกำมะถัน จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงทำเองวัสดุอุปกรณ์- น้ำเปล่า จากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำคลอง หนอง บึง - [ตู้อบพลังแสง​ 2​ ระบบ](https://www.monmai.com/ตู้อบพลังแสง-2-ระบบ/) - การถนอมอาหารหรือแปรรูปด้วยการตาก เป็นการแปรรูปที่ง่ายและประหยัด​ เพราะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ช่วยเป็นหลัก​ การตากที่ดีต้องอาศัยความร้อนจากแสงแดดเพื่อทำให้ผลผลิตแห้ง​ และยังต้องดูแลเรื่องความชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา​ สำหรับภาคใต้ที่มีแสงไม่สม่ำเสมอและฝนตกต่อเนื่องยาวนาน​ การตากด้วยแดดจึงไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ​ ได้เวลาพัฒนาและปรับปรุง​ ตู้อบพลังแสง​ 2​ ระบบ เตรียมอุปกรณ์ ถังเหล็ก​ 200 ลิตร 1 ใบเหล็กกล่อง​ 2x1 นิ้ว​ เหล็กฉาก​ 1x1 นิ้ว​ เหล็ก​กล่อง​ 6​หุน​ และเหล็ก​ขนาดต่างๆแผ่นโพลีคาร์บอเนท​บานพับ​ มือจับ​ ล้อ​ น็อต​แผงโซล่าเซล​ 12v​, พัดลม​ DC 12v 2 ตัวฐานหลอดไฟ​ หลอดไส้​ 100​ วัตต์​ 2​ ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ได้แก่ สีกันสนิม สายไฟ สวิทซ์​ปิดเปิด​ เครื่องเชื่อม+ทูปเชื่อม เป็นต้น ลงมือกันเลย ตัดถังผ่าครึ่งเครื่องตัดเหล็ก ให้ฝาปิดอยู่ด้านล่าง แล้วเชื่อมติดกัน​โดยฝาถังอยู่ด้านนอก ไว้ระบายลมร้อน+เย็น ลบคมด้วยตะไบตัด​ เหล็กฉาก​ 1x1​ นิ้ว​ ยาว​ - [ปุ๋ยหมัก 5 ใบ](https://www.monmai.com/ปุ๋ยหมัก-5-ใบ/) - วนเกษตร สวนผสม สวนสมรม เป็นรูปแบบในการทำเกษตรยั่งยืนบนฐานเกษตรอินทรีย์ที่เราเลือก ภายในสวนจึงมีต้นไม้ที่หลายหลาย ผสมผสาน และเป็นผลไม้เป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งมีอายุพอสมควรแล้ว ต้นไม้เหล่านี้จะมีกิ่งก้านและใบพอสมควร ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาจึงเป็น อินทรีย์วัตถุ ที่มีอยู่มากมายในสวน อีกวิธีการที่ผมเลือกใช้คือกวาดใบไม้มากองรวมกัน สะสมให้มากพอเพื่อนำไปทำเป็นอินทรีย์วัตถุสำหรับทำดินปลูกต้นไม้และปุ๋ยหมักชีวภาพต่อไป ใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นในบริเวณเดียวกันซึ่งมีต้นไม่มากกว่า 5 ชนิด ส่วนของในเป็นส่วนที่ต้นไม้ใช้ประโยชน์จนเต็มที่แล้ว จึงปลดให้ร่วงหล่น แสดงให้เห็นว่าต้นไม้ต้นนั้นไม่ได้ใช้ประโยชน์ ต้นไม้จะไม่กินใบตนเอง หากเรามีป่า มีต้นไม้ เราจะมีใบไม้ที่เราสามารถเก็บเกี่ยวและนำไปใช้ประโยชน์อย่างไม่รู้จบ แบบมั่นคงและยั่งยืน … คิดและทำจากสิ่งที่เรามี - [กระถางพลาสติกสาน](https://www.monmai.com/กระถางพลาสติกสาน/) - การปลูกผักในตะกร้าพลาสติกสาน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัดหรือบางคนอาจมีที่แต่สภาพดินไม่เหมาะสม ที่สำคัญใครไม่มีกระถาง ก็สามารถหาพลาสติกมาสานเป็นตะกร้า เพราะตะกร้าพลาสติกสานมีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 5 ปี มีการระบายน้ำและอากาศได้ดีกว่า การสานตระกร้าพลาสติก ขนาดประมาณ 8 นิ้ว ด้วยเส้นพลาสติก (สายรัดพลาสติก) 15 มิลลิเมตรอุปกรณ์ในการสานตระกร้าพลาสติก เส้นพลาสติก (สายรัดพลาสติก) 15 มิลลิเมตรแบบไม้ ขนาดก้นตะกร้า 13 ซม. ขนาดปากตะกร้า 20 ซม. ( 8 นิ้ว) ตะกร้าสูง 12 ซม. ทำแบบให้สูงประมาณ 20 ซม.กรรไกรสายวัดเหล็กงัด เริ่มต้นจากการวัดเส้นพลาสติก เส้นตั้งยาว 70 ซม. 16 เส้น (8×8)เส้นสานยาว เส้นแรกยาว 70 ซม. และเพิ่มขึ้น 1 ซม. จนถึง 13 เส้น และเส้นที่ 14 (ยาวเท่ากับเส้นที่ 13) - [จุลินทรีย์จาวปลวก](https://www.monmai.com/จุลินทรีย์จาวปลวก-2/) - จุลินทรีย์จากจาวปลวกเป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ ช่วยย่อยสลายพวกพืชทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ในน้ำหมักจาวปลวกคือพวกโปรโตซัว ไปย่อยสลายเศษซากอินทรีย์ ที่เป็นพวกเศษหญ้า ใบไม้ เศษฟาง ช่วยย่อยสลายให้เป็นปุ๋ยเร็วขึ้น เพราะที่สุดของการย่อยสลายคือ ฮิวมัส ฮิวมัสก็จะช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับต้นพืชทำให้พืชเจริญเติบโตดีช่วยเพิ่มผลผลิตได้อีกทางหนึ่ง การทำจุลินทรีย์จาวปลวกแบบน้ำ จาวปลวกประมาณ 1 กิโลกรัมข้าวเหนียวนึ่งหรือข้าวสุก 1 กิโลกรัมทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนะคะ คลุกเคล้าให้เข้ากันนำไปผสมกับน้ำสะอาด 20 ลิตรปิดฝาภาชนะให้สนิททิ้งไว้ 7 วัน การนำไปใช้ใช้จุลินทรีย์จาวปลวกเอาใส่นา รดผัก ผลไม้ ให้ผสมน้ำให้ไก่กิน ก็ได้ผลดีใช้อัตราส่วนประมาณ 1 ลิตร /น้ำ 20 ลิตรใช้ฉีดพ่นเพื่อย่อยสลายเศษวัชพืช(หมักทำปุ๋ยหมัก) หรือย่อยสลายตอซังข้าวก่อนทำการไถประมาณ 7 วัน ในอัตราส่วนข้างต้น ไม่ตายตัวสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมกับการใช้งาน - [เสียมปลูก](https://www.monmai.com/เสียมปลูก/) - เมื่อทำการเกษตรที่มีการปลูกพืชด้วยการใช้เมล็ด และต้องหยอดเมล็ดลงในดิน ซึ่งจำเป็นต้องขุดหลุมและหยอดเมล็ด ทำให้ต้องก้มๆเงยๆ ทำงานตลอดเวลา ถึงเวลาทำเครื่องทุ่นแรง วัสดุอุปกรณ์ ท่อเหล็ก 6 หุน 1.20 เมตรเหล็กฉาก 1.5 นิ้ว 25 ซม. 2 ชิ้นชุดสายเบรคจักรยานน็อต สปริงข้อต่อ PVC 6 หุน , ท่อ PVC 6 หุน ,ข้อลง 1 1/2 นิ้ว - 6 หุนตู้เชื่อม ธูปเชื่อม , เครื่องเจียร์ ใบตัด ใบเจียร์ลงมือทำ ตัดเหล็กฉาก เป็นรูปกรวย ปลายแหลม ทำหูร้อยน็อต และเจาะรู ทั้ง 2 ชิ้นนำท่อเหล็ก 6 หุน เชื่อมปลายข้างหนึ่งกับเหล็กรูปกรวยให้แน่น เชื่อมเหล็กยึดสายเบรค ใส่เหล็กรูปกรวยอีกชิ้นประกบเป็นปลายปิดเปิด ใส่น็อตยึดทั้งสองข้างใส่ข้อต่อ PVC 6 - [ปุ๋ยหมักผักตบ](https://www.monmai.com/ปุ๋ยหมักผักตบ/) - ผักตบชวา เป็นพืชน้ำ (วัชพืช) ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำ เราสามารถนำมาใช้ทำวัสดุคลุมดิน โดยนำผักตบชวาที่เอาขึ้นจากน้ำไปคลุมดิน เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ในดิน ป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้น และเมื่อสลายตัว ก็กลายเป็นอินทรียวัตถุและปุ๋ยให้แก่พืชปลูกและสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ การทำปุ๋ยหมักผักตบ มีส่วนผสมดังนี้1.ผักตบชวา จำนวน 100 ส่วน2.มูลสัตว์ จำนวน 10 ส่วน3.น้ำหมักชีวภาพ (ตามความเหมาะสม)3.น้ำ (ตามความเหมาะสม) วิธีทำนำผักตบชวาที่เอาขึ้นจากน้ำ นำมากองเป็นชั้นๆ ประกอบผักตบชวา สูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร จากนั้นนำใส่บัวรดน้ำ มารดพอเปียก แล้วใช้เท้าย่ำ โรยทับด้วยมูลสัตว์ ทำซ้ำกันประมาณ 3 ชั้น (แต่ละกองจะทำประมาณ 3 ชั้น) จากนั้นนำกระสอบป่านมาคลุมไว้ หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน ระหว่างหมัก ควรกลับกองปุ๋ยหมักทุกๆ 7-10 วัน โดยเอาส่วนบนลงล่างและส่วนล่างขึ้นบน กลับกองปุ๋ยหมักประมาณ 2 ครั้ง จากนั้นก็ปล่อยให้ค่อยๆ กลายเป็นปุ๋ยหมัก ซึ่งจะมีสีดำคล้ำ ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้นอกจากนำไปทำปุ๋ยหมักแล้ว ปุ๋ยหมักผักตบมีธาตุโปแตสเซียมเป็นจำนวนมาก และธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสพอสมควร ขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำที่ขึ้น - [ชุดรางผ่าไม้](https://www.monmai.com/ชุดรางผ่าไม้/) - เราทำเกษตรยั่งยืนที่มีการปลูกไม้ยืนต้น ทำให้เรามีทรัพยากรเป็นของตนเอง ต้นไม้ที่ปลูกเป็นไม้บำนาญบางส่วนเป็นไม้โตเร็ว ซึ่งเราสามารถตัดนำมาใช้ประโยชน์ สำหรับทำสิ่งก่อสร้างและเครื่องเรือนต่างๆได้ เมื่อต้องการผ่าไม้ให้ตรงจึงต้องทำชุดรางผ่าไม้ เตรียมอุปกรณ์ แท่งเหล็ก C 2x1 นิ้ว ยาว 2-4 เมตรท่อเหล็ก 3/4 นิ้ว​ และเหล็กแผ่น​ขนาดต่างๆน็อต 3/8 นิ้ว ยาว 7 นิ้ว, 5 นิ้วปากกาจับไม้ C , ปากการจับไม้สำหรับท่อ 3/4 นิ้ว 1 ชุดเครื่องมือและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ได้แก่ เครื่องเชื่อม+ทูปเชื่อม เป็นต้น ลงมือกันเลย ชุดนำราง ใช้เหล็กฉาก เชื่อมต่อเป็นตัว C กับเหล็กแผ่นและ เชื่อมกับเหส็กแผ่นกลมผ่าครึ่งที่เจาะรูทำเป็นฐานตัด,เชื่อมปากกาจับไม้ C กับเหล็กแผ่นและน็อต นำน็อต 7 นิ้ว ร้อยเข้ารูของเหล็กนำรางใช้น็อต 5 นิ้ว เชื่อมต่อตรงกลางร่องแท่งเหล็ก C เจาะ ระยะทุก 60 ซม. - [ชั้นวางถัง](https://www.monmai.com/ชั้นวางถัง/) - การชั้นวางด้วยถัง 200 ลิตร สำหรับเก็บอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้งานบ่อยๆ ให้หยิบนำมาใช้ได้ง่ายและคล่องตัว มาลงมือกันเลย วัสดุ ถังเหล็ก 200 ลิตรไม้อัด หนาพอที่จะรับน้ำหนักยางกันบาด แบบกระดูกงู เครื่องมือ เครื่องเจียไฟฟ้า ใช้ตัดถังเลื่อยฉลุไฟฟ้า ตัดไม้อัด ลงมือทำ นำถัง 200 ลิตร มาทำความสะอาด โดยเปิดฝาออก แล้วใส่น้ำผสมผงซักฟอก ประมาณ 10 ลิตร ใส่ลงไป ปิดฝา แล้วเขย่า กลิ้งไปมา ให้ทั่วถัง แล้วเทน้ำออกนำถังมาวาดแบบประตูเปิด ขนาด กว้าง 45 ซม. กำหนดความสูงให้สูงจากขอบถังและรอยนูนรอบถังข้างละ 5 ซม. ทำขอบมนโค้ง ด้วยการวัดจากมุมเส้นตัดขอบ 5 ซม. วาดให้โค้งใช้เครื่องเจียใส่ใบตัดเหล็ก ตัดตามเส้นที่วาดไว้ แล้วใช้ตะไบถูลบคม ขัดและเจียให้เรียบทำชั้นวางโดยใช้ก้นถังวางบนไม้อัดวาดเส้นตามขอบของก้นถัง แล้วทำการตัดให้เข้ามาในวงกลมที่วาดเล็กน้อย (หากตัดให้พอดีเส้นจะแน่นเกินไป) ขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบนำขั้นวางใส่ในถังตามแนวสันของถัง ชั้นวางจะถูกล็อกกับแนวพอดีใส่ยางกันบาดตามแนวของถังที่ตัดไว้หลังจากนั้นทำความสะอาด แล้วสามารถนำไปใช้งานได้ - [แปลงผักหมักปุ๋ย](https://www.monmai.com/แปลงผักหมักปุ๋ย/) - แปลงผักหมักปุ๋ย (Keyhole Garden) คือแปลงปลูกผักที่มีท่อทำปุ๋ยหมักอยู่ในแปลง ส่วนเหตุผลที่เรียกว่าคีย์โฮลเพราะหน้าตาเหมือนรูกุญแจที่มีทางเดินไปยังรูตรงกลางสำหรับใส่เศษอาหารจากครัวเรือน เพื่อทำเป็นปุ๋ยหมักให้ผักในแปลง ผักจะดูดปุ๋ยหมักจากท่อในดินไปใช้ในการเจริญเติบโต ประโยชน์ของการทำคีย์โฮลคือช่วยลดขยะอย่างเห็นได้ชัด และยังเป็นรูปแบบสวนผักที่ช่วยประหยัดน้ำ โดยรดน้ำแค่ในส่วนของท่อปุ๋ยหมักแล้วน้ำจะกระจายไปยังแปลงดินที่มีชั้นหินด้านล่างช่วยเก็บความชื้นไว้ การทำงานของแปลงผักหมักปุ๋ยคือ การทำปุ๋ยหมักในแปลงผักโดยที่ไม่ต้องให้ปุ๋ยผักทีหลัง โดยท่อปุ๋ยหมักที่เกิดจากเศษอาหารในครัวเรือนทับทมกันจะค่อย ๆ ซึมไปกับน้ำที่รดไปสู่รากผักที่อยู่ในดิน เศษอาหารที่ใช้ทำปุ๋ยหมักได้แก่ ผัก ผลไม้ ข้าว เเละใบไม้ เเต่ไม่ควรใส่เนื้อสัตว์ หรือน้ำแกงลงไป เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นแรงและแมลงรบกวน จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม แล้วปิดปากท่อด้วยผ้าบางกันแมลงเข้า –ท่อปุ๋ยหมักตรงกลาง หรือรูกุญแจ ทำจากวัสดุหลายชนิด ตะแกรงเหล็ก แผงตาข่ายที่มีความแข็งแรง หรือซี่ไม้ไผ่กั้นเป็นแท่งวงกลม สูงประมาณ 90 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร–เศษอิฐ ก้อนหิน เศษกิ่งไม้ นำมาใช้รองก้นแปลงชั้นล่าง วัสดุเหล่านี้จะช่วยรักษาความชื้นให้อยู่ในแปลงไม่ไหลลงพื้นดินชั้นล่าง–ดินปลูกผัก โดยใส่ดินตรงกลางแปลงให้สูงกว่าปลายแปลงลักษณะเป็นเนินดิน ก่อนย้ายกล้าผักลงปลูกให้เตรียมดินโดยรดน้ำให้ชุ่มแล้วทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ก่อน หลักและวิธีการสำคัญในการสร้างแปลงผักแบบ Keyhole มีดังนี้หาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกผัก คือได้รับแดดเต็มวัน หรืออย่างน้อยครึ่งวันวางแปลงเป็นรูปวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 ฟุต โดยเว้นที่ตรงกลาง ทำเป็นทางเข้ารูปสามเหลี่ยมมีปลายแหลมไปยังจุดศูนย์กลางแปลง - [จุลินทรีย์ท้องถิ่น](https://www.monmai.com/จุลินทรีย์ท้องถิ่น-2/) - จุลินทรีย์ดั่งเดิมในท้องถิ่นมีความสำคัญมาก ถ้าจะนับเวลาที่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมก็จะยาวนานนับ 1,000 ปี จุลินทรีย์เหล่านี้มีพัฒนาการเพื่อการอยู่รอดและปรับตัวให้คงทนต่อสภาพที่ไม่เหมาะสมมานานแล้ว เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจุลินทรีย์ท้องถิ่นเหล่านั้นจะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูง และมีกิจกรรมมาก จุลินทรีย์ท้องถิ่น สามารถเก็บได้จากหลายแหล่ง เช่น จากภูเขา เนินเขา ป่าสน ป่าผลัดใบ ในป่าที่ชุ่มชื้นจากป่าไผ่ ใบไผ่ทุกชนิด เศษใบไม้ที่เน่าสลาย จะพบว่าด้านล่างของเศษพืชที่กำลังย่อยสลาย เหล่านั้นจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยราขาว (จุลินทรีย์ท้องถิ่น) แต่ที่พบมากและมีตามหมู่บ้าน ชุมชน ได้แก่ ใต้ต้นไผ่ เศษใบไม้ไผ่ที่กำลังย่อยสลาย ขั้นตอนการเก็บจุลินทรีย์ท้องถิ่น หุงข้าวเจ้าจำนวน 1 ลิตร ให้สุกเหมือนใช้รับประทานเทข้าวลงในกะบะสี่เหลี่ยมให้หมดห้ามข้าวสัมผัสกับมือเด็ดขาดจะทำให้ข้าวเน่าเสียใช้ทัพพีเกลี่ยข้าวให้ทั่วกะบะปิดกะบะด้วยกระดาษบรุ๊ฟสองชั้น และใช้เชือกฟางมัดให้แน่นนำไปวางใต้ต้นไผ่ที่เห็นว่ามีเชื้อราขาวก่อนวางใช้ไม้ไผ่เล็กๆ รองพื้นแล้วนำกะบะวางลงไปใช้ใบไผ่คลุมทับกะบะเพื่อควบคุมความชื้นคลุมพลาสติกบนตาข่ายหรือสุ่มไก่ เพื่อป้องกันน้ำและสัตว์เข้าทำลายทิ้งไว้นาน 3-4 วัน ถ้าเป็นฤดูหนาวจะใช้เวลานานประมาณ 5-6 วันเมื่อครบกำหนดเปิดดูและพบราขาวขึ้นมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สามารถนำไปใช้ได้ การเก็บรักษา ใช้มือขยำเชื้อราขาวกับข้าวให้เละเหมือนโคลนทำในกะบะและสามารถใช้มือสัมผัสได้ใส่น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม เพื่อเป็นอาหารของจุลินทรีย์ ลงในกะบะและใช้มือขยำคลุกเคล้าผสมกันให้ทั่วนำไปใส่ในขวดโหลหมักทิ้งไว้ 4-5 วัน เก็บไว้ในที่ร่ม แล้วนำไปใช้ สามารถเก็บไว้ได้นาน 12 เดือน - [ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด](https://www.monmai.com/ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด-2/) - น้ำเป็นปัจจัย​หลักหนึ่งในการทำการเกษตร​ บนพื้นฐานเกษตรยั่งยืนแล้ว​ในพื้นที่ใช้การปลูกต้นไม้ช่วยเก็บน้ำเป็นหลัก​ การเก็บน้ำลงดินในพื้นที่จึงเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจ ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดทำหน้าที่ในการเติมน้ำลงดิน โดยนำน้ำที่มีบนดินลงสู่ใต้ดินอย่างรวดเร็ว เพราะโดยทั่วไป น้ำที่อยู่บนผิวดินกว่าจะซึมซับลงในชั้นดินแต่ละชั้นต้องใช้เวลามาก เนื่องจากชั้นผิวดินมีอากาศแทรกอยู่ ทำให้การซึมซับน้ำลงดินได้ช้า การทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด เป็นการเปิดช่องผิวดินเพื่อการเติมน้ำลงใต้ดินโดยตรงในระดับบนสุดของเปลือกโลกชั้นผิวดิน โดยน้ำที่เติมลงสู่ใต้ดินเป็นน้ำเหลือใช้และน้ำที่เกินจากความต้องการ เช่น น้ำฝน ที่ตกลงมาบนพื้นดินจำนวนมากเกินกว่าที่บ่อใช้รองรับน้ำฝนได้ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง หากสะสมนานจะกลายเป็นน้ำเสีย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศหรือสุขภาพของผู้คนในชุมชน หลักการทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด คือการเก็บน้ำไว้ใต้ดิน แต่ไม่ทะลุชั้นดินเหนียวลงไปสู่ชั้นหินอุ้มน้ำ โดยมีเป้าหมายสร้างความชุ่มชื้นให้กับดิน แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง ลดการไหลบ่าของน้ำ และแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย การเก็บน้ำด้วยวิธีนี้ จะไม่สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้ได้โดยตรง แต่กรณีพื้นที่ใกล้เคียงกับระบบปิดนี้มีบ่อน้ำตื้นหรือบ่อน้ำซับ ความชุ่มชื้นของดินจะส่งผลทำให้น้ำในบ่อดังกล่าวมีปริมาณน้ำมากขึ้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือในบางพื้นที่สามารถขุดบ่อน้ำตื้นได้ในระดับไม่เกิน 2-3 เมตร อาจจะมีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี แนวคิดนี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและปัญหาขาดแคลนน้ำหรือสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่เกษตรกรรมได้อีกด้วย ปกติแล้วพื้นที่การเกษตรแต่ละปีมักจะมีฝนตกอยู่ 5-6 เดือน ในพื้นที่ 1 ไร่ จะรับน้ำฝนที่ตกลงมาได้ราว 2,500 ลูกบาศก์เมตร น้ำฝนที่ตกจากที่สูงไหลลงพื้นที่ต่ำ พื้นที่สูงจึงไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ ขณะที่พื้นที่ต่ำกลายเป็นแหล่งรวมน้ำฝนจนเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง การทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดในพื้นที่การเกษตรจึงช่วยเก็บน้ำส่วนเกินลงสู่ใต้ดิน นอกจากลดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มแล้ว ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่การเกษตรอีกด้วย ลงมือทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดในสวน ขุดบ่อวงกลม​ ขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และระดับน้ำท่วมขัง โดยมากมักมี - [เพาะถั่วงอกในกระถาง](https://www.monmai.com/เพาะถั่วงอกในกระถาง-2/) - เพาะถั่วงอก ที่สด สะอาด ปลอดภัย ไว้รับประทานเองแบบง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำเองได้ อุปกรณ์กระถางดินเผาตะแกรงรองพื้นก้นกระถางตะแกรงเกล็ดปลากระสอบป่านผ้าสักหลาดสีดำ ขั้นตอนการเพาะถั่วงอกตัดรากในกระถางคัดเมล็ดถั่วเขียวที่แตกออก ล้างน้ำให้สะอาด เตรียมน้ำอุ่น (น้ำต้มเดือด 1 ส่วน ผสมกับน้ำธรรมดา 3 ส่วน) นำเมล็ดถั่วเขียวมาแช่ในถังพลาสติกให้น้ำอุ่นท่วมเมล็ดสูงขึ้นมาสัก 1-2 นิ้ว แช่ไว้นาน 8 ชั่วโมงเมื่อแช่ครบ 8 ชั่วโมงแล้ว ล้างเมล็ดถั่วเขียวด้วยน้ำสะอาดอีก 3 น้ำขั้นแรกนำตะแกรงโลหะที่เตรียมไว้วางเป็นฐานรองก้นกระถางชั้นที่ 1 วางตะแกรงเกล็ดปลาทับบนตะแกรงโลหะ วางกระสอบป่าน วางตะแกรงเกล็ดปลา แล้วให้โรยเมล็ดถั่วเขียวให้ทั่วตะแกรงเกล็ดปลา ให้มีความสูงประมาณ 1 ซม.ชั้นที่ 2 นำตะแกรงเกล็ดปลาวางทับตามด้วยกระสอบป่าน วางตะแกรงเกล็ดปลา แล้วโรยเมล็ดอีกครั้ง ให้ครบ 3 ชั้นเมื่อครบ 3 ชั้นแล้ว ชั้นบนสุด ให้วางตะแกรงเกล็ดปลา และกระสอบป่าน 2 ผืน เพื่อเพิ่มการรักษาความชื้นให้กับเมล็ดถั่วเขียว จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มบ่อ แล้วคลุมด้วยผ้าสักหราดสีดำเพื่อไม่ให้แสงเข้าถึงให้รดทุก ๆ 4 ชั่วโมง - [เล้าเป็ดไก่หลุม](https://www.monmai.com/เล้าเป็ดไก่หลุม-2/) - การเลี้ยงสัตว์เป็นกิจกรรมหนึ่งของ #สวนหม่อนไม้ ซึ่งในสวนเกษตรผสมผสานที่มีการทำเกษตรยั่งยืน มีรูปแบบกสิกรรม (ปลูกพืช) ปศุสัตว์ (เลี้ยงสัตว์) และประมง อยู่ร่วมกัน โดยมีการหมุนเวียนทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความสอดคล้องกัน การเลี้ยงสัตว์ที่เราเลือก เป็นสัตว์ปีก ได้แก่ ไก่ (ไก่ชน ไก้แจ้ ไก่พื้นบ้าน ไก่ไข่) และเป็ดไข่ ซึ่งการเลี้ยงไก่ไข่ และเป็ดจำเป็นต้องสร้างเล้าให้มั่นคงปลอดภัย ส่วน ไก่ชน ไก้แจ้ ไก่พื้นบ้าน เป็นสัตว์ที่สามารถหากินเองได้เพียงจัดพื้นที่บางส่วนให้นอนอย่างปลอดภัยก็สามารถเลี้ยงปล่อยในสวนได้อย่างอิสระ เล้าเป็ดไก่ที่ออกแบบและสร้างขึ้นเป็นแบบเล้าเดียวกัน โดยแบ่งเป็นส่วนเล้าไก่แบ่งกับเล้าเป็ด และมีทางเข้าคนละทาง เป็นเพิงหมาแหงน มีขนาด 3x4 เมตร ไก่อยู่ฝั่งสูงให้นอนที่สูง เป็ดอยู่ด้านต่ำเพราะนอนบนพื้น วัสดุอุปกรณ์ เสาปูน 2.5 ม.,3 ม. อย่างละ 2 ต้นไม้หน้า 4 , หน้า 3ปีกไม้ , ต้นหมากแผ่นเมทัลชีต 5x6 เมตรน็อตหัวเสา ตะปู สกรูเลื่อย ค้อน สว่าน - [ตู้ถัง](https://www.monmai.com/ตู้ถัง/) - การทำเกษตรในปัจจุบัน เป็นช่วงยุคสมัยที่แรงงานมีจำกัด ทางอออกของเกษตรกรที่ทำเกษตรพึ่งตนจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสม ซึ่งอาจหมายถึงเครื่องมือเครื่องใช้ที่ต้องการและอาจจะต้องทำเอง เมื่อเป็นเกษตรกรที่ใช้เครื่องมือในการทุ่นแรง ทำให้เครื่องมือที่ใช้มีมากมาย ทั้งเครื่องมือตัด ผ่า เลื่อย ขุด ถาก ถาง เจาะ ตัก ถม ขนย้าย …จอบ เสียม ชะแลง พลั่ว มีด(มีดโต้,มีดเหน็บ,มีดตัดอ้อย,มีดพร้า,มีดหวด,…) กรรไกร กรรไกรตัดกิ่ง เลื่อยตัดกิ่ง เลื่อย เลื่อยยนต์ เลื่อยวงเดือน เลื่อยฉลุ เลื่อยตัดเหล็ก เลื่อยโซ่ สว่าน คีม ประแจ … หลังจากมองไปรอบตัว แล้วลองมองหาสิ่งที่จะมาทำตู้เก็บเครื่องมือเหล่านี้ จึงสรุปได้ออกมาว่าทำ ตู้ถัง 200 ลิตร น่าจะดี มาลงมือกันเลย วัสดุ ถังเหล็ก 200 ลิตรไม้อัด หนาพอที่จะรับน้ำหนักยางกันบาด แบบกระดูกงูบานพับ ,มือจับ, สายยูคล้องประตู 3 ท่อน ,น็อต เครื่องมือ เครื่องเจียไฟฟ้า - [ปุ๋ยหมักพืชสด](https://www.monmai.com/ปุ๋ยหมักพืชสด/) - ปุ๋ยพืชสดมักจะใช้การไถกลบพืชตะกูลถั่วให้ย่อยสลายในแปลง หรือการตัดหญ้าห่มดินดัวยอินทรีย์วัตถุสดๆ ให้ค่อยๆ ย่อยสลาย แต่ถ้าต้องการปลูกผัก จำเป็นต้องหมักปุ๋ยพืชสด โดยใช้พืชโตเร็ว เป็นอินทรีย์วัตถุชั้นดีในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ พืชโตเร็ว ที่เราเลือกเป็นอินทรีย์วัตถุพืชสดคือ หญ้าเนเปียร์ ด้วยการนำมารวมกันเป็นกอง​ ผสมกับมูลสัตว์ ราดรดด้วยจุลินทรีย์​ในหลักการการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ มีขั้นตอนดังนี้ ตัดหญ้าเนเปียร์ อายุประมาณ 3 เดือน นำมาสับสดๆนำหญ้าเนเปียร์สับมาผสมกับมูลสัตว์ (หญ้าสับ 4 ส่วน ต่อ มูลสัตว์ 1 ส่วน) คลุกเคล้าให้เข้ากัน และตั้งกองไว้​รดน้ำ​พอชุ่มดูแลรักษาความชื้นในกอง มีเวลาก็กลับกองสัปดาห์ละครั้ง​สัก​ 6-8 ครั้ง​ อินทรีย์วัตถุพืชสดก็จะกลายเป็นปุ๋ยหมักพืชสดคุณภาพสูงได้ ปุ๋ยหมักที่ใช้งานได้ จะมีลักษณะร่วนซุย เย็น และไม่มีกลิ่นวัตถุดิบเดิมเหลืออยู่เมื่อนำไปใช้ นำปุ๋ยหมักพืชสดไปผสมถ่านชีวภาพ (4 ส่วน ต่อ 1 ส่วน) และรดด้วยน้ำส้มควันไม้ หมักไว้ 1 คืน จึงนำไปใช้ ข้อสังเกตุ เลือกที่ที่ช่วงฝนตก จะได้ไม่ต้องขนน้ำมาก ให้หมดแรง เพราะกองใบไม้ต้องการความชื้นในการย่อยสลายจุลินทรีย์เป็นชนิดช่วยย่อยอินทรีย์วัตถุ เช่น จุลินทรีย์หน่อกล้วย - [ผักยกแคร่](https://www.monmai.com/ผักยกแคร่-2/) - การปลูกผักปลอดภัยไว้รับประทานในครอบครัว เรามักจะปลูกผักพื้นบ้านและผักระยะยาวเป็นหลัก เช่น ชะอม ชายา ผักเหลียง ผักบุ้งนา ฯลฯ รวมทั้งผักสวนครัว แต่หากต้องการรับประทานผักระยะสั้นจึงต้องปลูกในล้อยางเป็นผักล้อยาง แต่เมื่อต้องการทำเป็นแปลงเพื่อการจัดการเป็นระบบและป้องกันแมลงรบกวน การปลูกผักบนแคร่ยกสูงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาได้ ลงมือทำ1.โต๊ะปลูกความกว้าง 1.2 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 70 เซนติเมตร โดยใช้เสาปูน 8 ต้น และต่อเสาเหล็กสั้น 25 เซนติเมตร และทำคานเหล็กรับน้ำหนัก ทำกระบะด้วยโครงเหล็ก2.รองพื้นกระบะด้วยกระเบื้องหรือแผ่นโลหะเป็นทางระบายน้ำ นำมุ้งตาข่ายหรือสแลนมาขึงบนโต๊ะเป็นกระบะเพื่อใส่ดินปลูก ยึดสแลนเข้ากับโต๊ะ โดยการสอดชายไว้ใต้กระเบื้องหรือใช้ลวดมัดตึงรอบด้าน นำดินปลูกใส่ลงบนโต๊ะที่ขึงสแลนแล้วชั้นล่างสุดใช้กาบมะพร้าวสับหรือเปลือกหมากใส่รองก้อนเพื่อซับน้ำและความชื้น ใส่ดินผสมปุ๋ยหมัก ถ่านชีวภาพหรอแกลบดำ ให้ดินมีความสูง 10 ซม. เกลี่ยดินบนโต๊ะให้เสมอกัน ทำการเจาะรูสำหรับปลูกผัก ซึ่งโดยทั่วไปใช้ระยะระหว่างต้นและระยะระหว่างแถว 20x20 ซม.ปลูกผักที่ต้องการในแปลง แล้วรดน้ำตามทันที ประมาณ 4-10 สัปดาห์ขึ้นอยู้กับชนิดผัก ก็สามารถเก็บผักได้ โต๊ะปลูกผักนี้สามารถปลูกผักกินใบได้หลายชนิดทั้ง ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักชี ผักสลัดและอีกหลายอย่าง การปลูกผักยกแคร่เหมาะสำหรับการปลูกผักทานเองในบ้าน - [ถ่านชีวภาพ](https://www.monmai.com/ถ่านชีวภาพ-2/) - การทำเกษตรยั่งยืนบนฐานเกษตรอินทรีย์ จำเป็นที่จะต้องปลูกพืชด้วยดินเพิ่มการทำดินให้มีความอุดมสมบูรณ์​ด้วยวิธีธรรมชาติ​ ด้วยการผลิตถ่านชีวภาพ​ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ​ในการเจริญเติบโต​ของพืช ถ่าน คือ วัตถุสีดำที่ได้จากการแยกน้ำและของเหลวต่าง ๆ ออกจากไม้ ด้วยการให้ความร้อนในสภาวะอับออกซิเจน หรือถ้าอบก็ไม่มีออกซิเจนเลย เราสามารถแยกชนิดของถ่าน ออกตามองค์ประกอบที่เหลือในถ่าน ซึ่งจะแตกต่างกันถามอุณหภูมิที่เผา ยิ่งเผาที่อุณหภูมิสูง ความบริสุทธิ์ของคาร์บอนยิ่งสูง เพราะสารอื่น ๆ ทั้งน้ำมันดินและสารว๊าปไฟต่าง ๆ ถูกขับออกมาเมื่ออุณหภูมิการเผาสูงขึ้น ถ่านชีวภาพ หรือ ไบโอชาร์ (Biochar) คือวัสดุที่อุดมด้วยคาร์บอน ผลิตจากชีวมวล หรือสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้จากธรรมชาติ หรือวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ หญ้า ฟางข้าว เหง้ามันสําปะหลัง ซังและต้นข้าวโพด มูลสัตว์ กากตะกอนของเสีย เป็นต้น แม้กระทั่งมูลสัตว์นำมาผ่านกระบวนการเผาไหม้ที่มีการควบคุม อุณหภูมิและอากาศหรือจำกัดอากาศให้เข้าไปเผาไหม้น้อยที่สุดซึ่งกระบวนการเผาไหม้นี้ เรียกว่า “การแยกสลายด้วยความร้อนหรือกระบวนการไพโรไลซิส” ในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจนหรือมีออกซิเจนน้อยมาก มีงานวิจัยที่ได้ศึกษาการใช้ประโยชน์ของถ่านชีวภาพมีหลายด้าน เช่น การปรับปรุงดิน และช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงลดระยะเวลาการปลูกได้อีกด้วย แล้วแต่ชนิดของพืชที่ปลูก หลักการทำถ่านชีวภาพ​ ใช้การแยกสลายด้วยความร้อนอย่างช้า (Slow Pyrolysis) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ - [เสวียนหมักปุ๋ย](https://www.monmai.com/เสวียนหมักปุ๋ย/) - การทำปุ๋ยหมักใช้เองเป็นการสร้างปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐานของการทำเกษตรพึ่งตนเอง เสวียนเกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน แต่เดิมนั้นชาวบ้านมักจะทำเสวียนเพื่อใช้ในการเก็บข้าวสาร หรือข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้เนื่องจากในอดีตไม่มีถังเก็บข้าวสาร ปัจจุบันเราสามารถประยุกต์เพื่อนำเศษหญ้า ใบไม้ ต่าง ๆ ใส่ไว้ในเสวียน ให้เป็นปุ๋ยทางธรรมชาติและเกิดความสะอาดเรียบร้อยในบ้าน เสวียนทำจากผิวไม้ไผ่ ล้อมต้นไม้มีระยะเวลาใช้งานที่นาน วัสดุ : ไม้ไผ่ทำเสา และไม้ไผ่ผ่าสำหรับล้อมสานหรือไผ่เล็กๆ ลงมือกันเลย เลือกสถานที่น้ำไม่ขัง เป็นที่มีแสงส่องบ้างเพื่อกระตุ้นการย่อยสลายปักเสาไม้ไผ่ตามแนววงกลม โดยใช้หลักเป็นเลขคู่ใช้ไม้ไผ่ผ่าหรือไผ่เล็กๆสานล้อมขัดกันระหว่างเสาสลับกันไป ตามแนวและแถว สานตามใจชอบตามแบบที่ต้องการนำใบไม้หรืออินทรีย์วัตถุ เศษอาหารใส่ลงในเสวียนทับถมกันไป หากมีน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกก็สามารถใส่ลงไปเพื่อเร่งการย่อยสลายได้ และสามารถเติมได้เรื่อยๆ เนื่องจากการย่อยสลายจะทำให้กองปุ๋ยยุบลงไปเรื่อยๆเวลาผ่านไปสัก 6 เดือนใบไม้จะเป็นกองปุ๋ยที่สามารถนำไปใช้ได้ ควรทำเสวียนไว้หลายๆอัน เพื่อหมุนเวียนการใช้งานไปเรื่อยๆ เสวียนช่วยในการจัดให้เป็นกองที่เป็นระเบียบ ป้องกันการคุ้ยเขี่ยของสัตว์ ดูเรียบร้อยและสะอาดตา ที่สำคัญเป็นการนำสิ่งที่คิดว่าไร้ประโยชน์มาทำให้เกิดคุณค่า และประหยัด …หากมองไปรอบตัวเราและคิดถึงการนำไปใช้ประโยชน์ สิ่งที่เรามีนั่นแหละนำมาสร้างคุณค่าได้อย่างมากมาย… "เริ่มจากสิ่งที่เรามี" - [รถเข็นใบไม้](https://www.monmai.com/รถเข็นใบไม้/) - เราทำเกษตรยั่งยืน ในรูปแบบสวนผสม สวนสมรม วนเกษตร ซึ่งมีการปลูกพืชหลากหลาย เราจึงนำใบไม้และเศษกิ่งไม้ในสวนซึ่งเป็นอินทรีย์วัตถุมาทำเป็นดินปลูกต้นไม้ และปุ๋ยหมักชีวภาพ ใบไม้ที่กวาดกองกระจายทั่วไปในสวนจำเป็นต้องรวบรวมเป็นกองใหญ่เพื่อให้ง่ายในการจัดการ ถึงเวลาสร้างเครื่องทุ่นแรงสำหรับขนใบไม้แล้ว วัสดุอุปกรณ์ ท่อเหล็ก 6 หุน 2 เมตร 2 ท่อนผ้าใบ/ตาข่าย ขนาด 1.5x2.2 เมตรล้อยาง 10 นิ้ว พร้อมฐานยึดล้อเหล็กรับประตู , หูสายยูประตู , น็อตตู้เชื่อม ธูปเชื่อม , เครื่องเจียร์ ใบตัด ใบเจียร์ลงมือทำ นำเหล็ก 6 หุน 2 เมตร มาดัดปลายข้างหนึ่งให้งอเข้าหากันสำหรับเป็นมือจับ ส่วนปลายด้านตรงเชื่อมล้อเหล็กรับประตูติดเข้าไป หูสายยูประตูสำหรับใส่น็อตล็อกท่อเหล็กเชื่อมหูสายยูประตู (L) กับฐานยึดล้อยาง เพื่อยึดติดกับท่อเหล็ก ตัดปลายฐานยึดทั้งสองออก แล้วนำมาเชื่อมตามแนวท่อเพื่อยึดกับหูสายยูเมื่อใช้งาน ต่อเหล็กโค้งรองรับผ้าใบนำผ้าใบมาตัดเป็นสี่เหลี่ยม 1x1 เมตรต่อกับตาข่ายหนาตัดเป็นสีเหลี่ยมคางหมูตามแนวท่อเหล็ก เผ็บสายคล้องกับท่อให้พอดีการใช้งานเปิดขาท่อเหล็กตามขนาด แล้วทำการล็อกขากับฐาน ประกอบผ้าใบเข้ากับตัวรถเข็นวางรถเข็นกับพื้น ตะแคงข้างใดข้างหนึ่ง แล้วกวาดใบไม้ใส่ลงในผ้าใบจนเต็ม ยกขาทั้งสองแล้วเข็นไปยังจุดที่ต้องการแล้วเทใบไม้ออกจากรถเข็น อุปกรณ์ง่ายๆ - [รถกวาดใบไม้](https://www.monmai.com/รถกวาดใบไม้/) - เราสร้างทรัพยากรเป็นของ​ตนเองด้วยการทำเกษตร​แบบพึ่งตนเอง​ ในระบบเกษตร​ยั่งยืน​ ฐาน​เกษตร​อินทรีย์​ ในรูปแบบวนเกษตร​ เกษตร​ผสมผสาน​ และสวนสมรม​ เราจึงมีใบไม้ที่เป๋นอินทรีย์​วัตถุ​จำนวนมากที่สามารถนำมาใช้ในการทำปุ๋ยหมักและดินปลูก เมื่อต้องรวบรวมใบไม้ด้วยการคราดหรือกวาดมารวมกันเพื่อหมัก​ ด้วยการใช้คราด​ ซึ่งจะต้องใช้แรงมากในพื้นที่ขรุขระ​ มีรากไม้กีดขวางหรือมีไม้เลื้อยปกคลุม​ เราจึงพัฒนา​ หัวกวาดใบไม้​ ติดตั้งรถเข็นตัดหญ้า ชุดหัวกวาดใบไม้​ ใช้วัสดุดังนี้ ท่อเหล็ก​ 5​ หุน​เหล็ก​ฉากมีรู​ 1​x1​ นิ้ว​ยางรถยนต์​เก่า​น็อตยึด​ M8 ยาว​ 1​ นิ้ว​ 16​ ตัวลงมือทำ1.​ ตัดท่อเหล็ก​ 5​ หุน​ ยาว​ 13​ ซม.​ จำนวน​ 2​ ​ท่อน​ และตัดเหล็ก​ฉากมีรู​ 1​x1นิ้ว​ ยาว​ ​15​ ซม.​ จำนวน​ 4 ​ท่อน​ นำเหล็ก​ฉากมาเชื่อมติดกับท่อเหล็ก​ตามแนวยาว​ ให้เป็ยแกนตั้งฉาก​ 4​ แฉก2.​ ใช้แก้มยาง​จากยางรถยนต์​เก่า​ ยาว​ 15​ ซม.​ กว้าง​ 10​ ซม.​ - [รถฉีดน้ำหมัก](https://www.monmai.com/รถฉีดน้ำหมัก/) - เราทำเกษตรอินทรีย์​ตามแนวทางเกษตรพึ่งตน​ สารอินทรีย์ และสมุนไพรต่างๆที่นำมาใช้ในแปลงส่วนมากเป็นของเหลว ที่เกิดจากการต้ม กลั่น และหมัก เช่น น้ำหมักพืช​ น้ำหมักผลไม้​ น้ำหมักสมุนไพร​ อะมิโนโปรตีน​ น้ำหมักนม​ จุลินทรีย์​สังเคราะห์แสง​เพื่อใช้ในการจัดการแมลงและโรคพืช ดังนั้นการฉีดปุ๋ยน้ำจึงจำเป็นใช้ถังฉีดพ่นในสวน โดยปรกติถังฉีดปุ๋ยน้ำจะเป็นแบบสะพายหลังความจุอยู่ที่ 18-20 ลิตรใช้แรงมือโยก จะทุ่นแรงหน่อยก็ใช้เครื่องยนต์หรือแบบไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่ แต่ก็ยังหนักขณะแบก ความจุน้อยและอาจไม่สะดวก หรือหากใช้ปั๊มแรงดันสูงก็ลงทุนสูงเกินไป แต่ก็จำเป็นต้องมีเครื่องฉีดปุ๋ยน้ำแรงสูง จึงสร้าง รถฉีดน้ำหมัก วัสดุและอุปกรณ์ ปั๊มไดอะแฟรม ขนาดแรงดัน 8-12 บาร์ แบบใช้ไฟฟ้า 12 โวลต์ กระแสตรง (12 V DC) พร้อมสายยางและหัวฉีด (ความจริงคือปั๊มฉีดล้างรถนั่นเอง)แบตเตอรรี่ 12 โวลต์ กระแสตรง ขนาด 7.5 AH (หนักประมาณ 0.8 กก.) พร้อมที่ชาร์ทไฟกล่องเครื่องมือ (ของเก่า) สายไฟ สวิทซ์ไฟเหล็กกล่อง 1 นิ้ว เหล็กแบน ท่อเหล็ก - [ผักล้อยาง](https://www.monmai.com/ผักล้อยาง-2/) - พืชสวนครัว​ เป็นพืชอาหารพื้นฐานที่แต่ละบ้านที่พอจะมีพื้นที่ปลูกไว้รับประทาน​ เราจะได้อาหารที่สด​ สะอาด​ และปลอดภัย​ ที่สำคญคือลดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร​ ทำแบบกระถางล้อยาง​1.เลือกล้อยางเก่าไม่ใช้แล้ว​ ขนาดยางรถยนต์​ รถกระบะ​ ขนาดกำลังพอดี2.เริ่มใช้มีดปลายแหลมกรีดเป็นรอยแนวตามรูปทรงที่ต้องการก่อน จากนั้นให้ใช้มีดปลายแหลมหรือเคียวที่ค่อนข้างคมกรีดล้อยางเก่า หรืออาจใช้เลื่อยจิ๊กซอไฟฟ้าตัดก็ทุ่นแรงได้ จนทะลุถึงอีกด้าน3.นำล้อยางที่ตัดเรียบร้อยแล้ว (อาจจะกลับด้านยางจากภายในออกมาก็ได้ แต่ตอนกลับยางเหนื่อยหน่อย) มาวางในที่ที่ต้องการปลูกพืช วางรองด้วยไม้ขัดกันพอรับน้ำหนักได้ แล้ววางกระสอบพลาสติกที่ก้นกระถางยางรถยนต์การปลูกผักในล้อยาง1.นำดินที่ผสมปุ๋ยอินทรีย์​ แกลบดำ มาใส่ในกระถาง เอาเมล็ดพันธุ์ผักที่มีระบบรากตื้น อายุสั้น เก็บเกี่ยวได้ง่าย เช่น ผักกาดเขียว คะน้า กวางตุ้ง ต้นหอม โหระพา กะเพรา​ ผักบุ้ง​… มาปลูกตามต้องการ ดูแล รดน้ำเช้า-เย็น ดูแลอย่าให้โรค แมลง รบกวนมาก จนกระทั่งโตเก็บมารับประทานได้ เพียงเท่านี้เราก็จะมีอาหารที่สด สะอาด ปลอยภัยจากสารเคมีและสารพิษต่างๆ ที่สำคัญมันทำให้เราพึ่งตนเองได้​ และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชีวิต​และครอบครัว​ของเราด้วย - [ดินขุยไผ่](https://www.monmai.com/ดินขุยไผ่-2/) - ดินขุยไผ่ สามารถทำได้ต้องปลูกไผ่ก่อน ใบไผ่ที่ร่วงหล่นสามารถนำมาทำดินขุยไผ่ได้ดินขุยไผ่ตามแบบของเรา​ ทำจากสิ่งที่เรามี​ ลงมือกันเลย เลือกกอไผ่ที่มีขนาดไม่เล็กเกินไป​ อายุ​น่าจะเกิน​ 3 ปี​ มีลำไผ่เกินกว่า​ 10 ลำ​ หากเป็นไผ่ที่ทำหน่อ​ใบไผ่อาจไม่มากพอ‎ขุดหลุม​ กว้าง​ 50​ เซนติเมตร​ลึก 50​ เซนติเมตร​ ห่างจากกอไผ่ประมาณ​ 1 ​เมตร​ ระยะความยาว​ 1 ใน​ 4 ของรอบกอไผ่‎ใส่อินทรีย์​วัตถุ​ พวกใบไผ่​ ใบไม้​ หญ้าสด​ หญ้าแห้ง​ และมูลสัตว์​ ขี้หมู​ ขี้​วัว​ ขี้ไก่​ ขี้เป็ด​ ลงไปประมาณ​ 1 ใน​ 4 ของวัตถุดิบ​ทั้งหมด​จนเต็มหลุม หรือราดด้วยน้ำหมักชีวภาพลงในกองอินทรีย์​วัตถุ​‎หากมีเวลาก็รดน้ำบ้างในหลุมที่หมักไว้​​ ​พอชุ่มๆ​ รากไผ่จะเข้ามากินอาหารและย่อยวัสดุในหลุม​ หมักไว้ประมาณ​ 3 เดือน​ ก็นำไปใช้ได้ ดินขุยไผ่สามารถนำไปเป็นส่วนผสมของดินปลูก​ต้นไม้​ ใช้ใส่ต้นไม้เพื่อความอุดมสมบูรณ์​ให้แก่ดินในแบบง่ายๆ​ และประหยัด - [เลี้ยงปลาแบบธรรมชาติ](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาแบบธรรมชาติ-2/) - เมื่อต้องสร้างแหล่งอาหารที่เป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์​เราเลือกโปรตีนจากปลาเป็นหลัก​ และเมื่อแหล่งน้ำธรรมชาติ​มีแลาไม่เพียงพออันเกิดมาจากการบริโภค​และการทำร้ายระบบนิเวศน์​ของแหล่งน้ำ​ ทางออกจึงต้องเลี้ยงปลาและสัตว์​น้ำเอง​ ด้วยการสร้างระบบนิเวศน์​ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติ​ บ่อปลาที่ปรับ​ปรุงให้มีสภาพนิเวศน์​น้ำ​ แบบหนองคลองบึง​ ประกอบด้วย​ พืชพรรณ​ไม้น้ำต่างๆ​ ได้แก่​ ผักบุ้ง​ จอก​ แหน​ สาหร่าย​ บัวสาย​ เพิ่มเติม​เสริมด้วย แพผักตบชวา​เพื่อช่วยกรองของเสีย​เติมด้วยขี้วัว​​เพื่อสร้างแพลงก์ตอน​พืชให้เป็นน้ำเขียว​สำหรับใช้เป็นอาหารตามธรรมชาติ​ใส่น้ำหมักชีวภาพปรับสมดุลและความอุดมสมบูรณ์​ของแหล่งน้ำใส่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเพื่อบำบัดน้ำสร้างคลังอาหารปลาด้วยการใช้ไม้ปักเป็นเสาแล้วใส่ฟางหรือหญ้าสลับกับมูลสัตว์เป็นชั้นๆ​ ตามมุมของบ่อ… แต่เมื่อเราจำเป็นต้องเดินทางไกล​ ไม่มีเวลาให้อาหารปลาจึงจำเป็นต้องสร้างคลังอาหารปลาไว้ในบ่อ เริ่มจากตัดหญ้าในสวนที่รบกวนพืชหลัก​ ทิ้งไว้ให้แห้งพอหมาดๆ​ ประมาณ​ 5-10​ ​วัน​ อาจมีใบสีเขียวปนอยู่บ้าง​ รวบรวมกองไว้เตรียมไม้​ มูลสัตว์​ นำหญ้าที่ได้เตรียมทำคลังอาหารปลาวิธีทำ-เลือกจุดที่น้ำไม่ลึกมาก ประมาณ 50-80 ซม. ในบ่อปลา ปักไม้เป็นวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หรือหกเหลี่ยม ตามสะดวกเพียงให้ล้อมไว้ได้-นำหญ้าใส่ลงในช่องที่ปักไม้ไว้ เหยียบให้จมลงไป (แต่ก็จะลอยขึ้นมาอยู่ดี) ใส่มูลสัตว์ เช่น ขี้ไก่ ขี้หมู ขี้วัว ขี้ควาย ขี้เป็ด เป็นต้น ทำเช่นนี้ 3 ชั้น มูลสัตว์เป็นปุ๋ยที่สร้างให้เกิดอาหารธรรมชาติในบ่อ คลังอาหารปลา เป็นแหล่งสร้างแพลงตอนพืช ให้กระจายอยู่ทั่วไปในบ่อ - [เงาะอินทรีย์](https://www.monmai.com/เงาะอินทรีย์/) - สวนหม่อนไม้ ผลิตผลไม้อินทรีย์แบ่งปันแก่เพื่อน พี่น้อง ที่สนใจและห่วงใยสุขภาพ ผลไม้ในช่วงนี้คือ เงาะเงาะที่เราปลูกคือเงาะพันธุ์นาสาร หรือเงาะโรงเรียนนาสาร ที่เป็นผลไม้อินทรีย์​ มีลักษณะเปลือกข้างนอกบาง เนื้อแน่น​ กรอบ​ เนื้อร่อนจากเมล็ด​ รสหวานสนิทฉ่ำน้ำแต่ไม่แฉะ​ ข้างนอกขรุขระ​แต่ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง เนื่องจากเรามำเกษตรในระบบเกษตร​อินทรีย์​ ในขณะกำลังติดผลจะมีโรคและแมลงรบกวน​ ทำให้ขนเงาะอาจหงิกงอและขรุขระไม่ค่อยสวยงาม เพราะเราไม่ใช้สารกำจัดแมลงและเชื้อราที่ใช้โดยทั่วไป เช่น ยาฆ่าแมลง ยากำจัดเชื้อรา​ หรือ กำมะถัน ในการจัดการแต่เราใช้พริกแกงผสมน้ำหมักสมุนไพรฉีดเป็นหลัก การดูแลให้เงาะได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและคงความอร่อยที่เงาะควรจะเป็น​ มีดังต่อไปนี้ เมื่อเงาะได้เก็บผลผลิตรอบที่ผ่านมาหมดแล้ว พักต้นประมาณ 1 เดือนและเริ่มสงกิ่ง ตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อให้แสงส่องถึงได้ทุกส่วนของต้น เป็นการจัดการอากาศรอบต้นและให้แสงจัดการแมลงและเชื้อราที่ลำต้นด้วยตัดแต่งกิ่งแล้วให้ใส่ปุ๋ยหมัก (อินทรีย์วัตถุหมักกับมูลสัตว์จนได้ที่) รอบทรงพุ่มของต้น จนกระทั่งฝนเริ่มตก ทำการใสปุ๋ยน้ำ น้ำหมักปลา น้ำหมักพืช น้ำหมักผลไม้ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ใส่ปุ๋ยน้ำทุก 1-2 เดือน จนเข้าสู่ฤดูแล้ง เงาะสะสมอาหารมากพอจะเริ่มออกดอกเมื่อเริ่มออกดอก​ ให้ปุ๋ยน้ำหมักน้ำปลา น้ำหมักผลไม้ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง​ ช่วยเพิ่มอาหารให้เงาะ​ ปล่อยให้เหล่าแมลงช่วยผสมเกษร เมื่อเริ่มติดผลจึงเริ่มฉีดน้ำพริกแกงผสมน้ำหมักสมุนไพร​เพื่อจัดการแมลง​ เพลี้ย​และราดำ​ และบางส่วนให้มดแดงบนต้นช่วยจัดการ​เมื่อผลมีขนาดกลาง ใส่น้ำหมัก​ - [ตู้อบถังพลังแสงอาทิตย์](https://www.monmai.com/ตู้อบถังพลังแสงอาทิตย์/) - ที่ผ่านมา​สวนหม่อนไม้ พัฒนา​ตู้อบถังพลังแสงอาทิตย์​ แบบถัง​ 100 ลิตร​ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการตากแห้ง แต่จากการใช้งานและศึกษาทดลอง​ การตากที่ดีต้องอาศัยความร้อนจากแสงแดดเพื่อทำให้ผลผลิตแห้ง​ และยังต้องดูแลเรื่องความชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา​ และปรับสีสันให้ดูน่ารับประทาน​ จึงได้ทำการปรับปรุง​ ตู้อบถังพลังแสงอาทิตย์​ ให้มีระบบลมร้อนช่วยดูแลความชื้น เตรียมอุปกรณ์ ถัง 100 ลิตร 1 ใบเหล็กกล่อง​ 2x1 นิ้ว​ เหล็กฉาก​ 1x1 นิ้ว​ และเหล็ก​ขนาดต่างๆกระจกเทมเปอร์​ บานพับ​กระจกแผงโซล่าเซล​ 12v​, พัดลม​ DC 12v 2 ตัวเครื่องมือและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ได้แก่ สีกันสนิม ล้อลาก​ ​สายไฟ สวิทซ์​ปิดเปิด​ เครื่องเชื่อม+ทูปเชื่อม เป็นต้น ลงมือกันเลย ตัดถังผ่าครึ่งเครื่องตัดเหล็ก ให้ฝาปิดอยู่ด้านล่าง ไว้ระบายลมร้อน+เย็น ลบคมด้วยตะไบ ทาสีกันสนิม​ ทาสีดำด้านใน​ช่วยดูดความร้อน2.ตัด,เชื่อมเหล็ก ทำเป็นฐานจากเหล็กกล่อง ให้ได้ขนาดพอดีกับถัง และความยาวของกระจก นำถังผ่าซีก มาเชื่อมติดกับฐาน แล้วทาสีกันสนิมเจาะรูที่ร่องของถังเพื่อระบายน้ำ​ (กรณี​มีน้ำเข้าจากฝน)​ เจาะรูเป็นวงกลมด้านข้างเพื่อติดตั้ง​พัดลมระบายอากาศ​ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์​กับฐานเหล็กฉาก​และใส่บานพับสำหรับพับเก็บ​ - [ทำเกษตรยั่งยืนด้วยหัวใจเกษตรอินทรีย์](https://www.monmai.com/ทำเกษตรยั่งยืนด้วยหัวใ/) - เกษตรยั่งยืน ให้ความสำคัญกับสมดุลของระบบนิเวศ ผลผลิต คุณภาพที่ดี และเพียงพอต่อเกษตรกรและผู้บริโภค การพึ่งพาตนเอง รวมทั้งการให้ความสำคัญกับชุมชนท้องถิ่น มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ระบบการผลิต การบริโภค และการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นมีความสมดุล เศรษฐกิจยั่งยืน ด้วยการพัฒนาการจัดการดินและการหมุนเวียนการปลูกพืชที่ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดการพึ่งพาเครื่องจักรและสารเคมีเพื่อการเกษตร ทั้งปุ๋ยและสารป้องกันกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชสังคมยั่งยืน ด้วยการใช้แรงงานที่มีอยู่ให้มากขึ้น อย่างน้อยสำหรับเทคนิคการเกษตรบางประเภท เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและความเป็นปึกแผ่นในสังคมสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ด้วยการปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และหาสิ่งทดแทนตลอดจนนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาเวียนใช้ใหม่ เช่น ที่ดิน (ดิน) น้ำ และสิ่งมีชีวิตในป่า หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โครงสร้างของดิน และความหลากหลายทางชีวภาพรูปแบบเกษตรยั่งยืน เกษตรธรรมชาติ ไร่หมุนเวียน วนเกษตร เกษตรผสมผสาน ไร่นาสวนผสม เกษตรทฤษฏีใหม่ เกษตรกรรมประณีต เกษตรอินทรีย์ หัวใจของเกษตรอินทรีย์1. การดูและเอาใจใส่ Care การบริหารจัดการเกษตรอินทรีย์ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ เพื่อปกป้องสุขภาพ และความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งพิทักษ์ปกป้องสภาพแวดล้อมโดยรวมด้วยระมัดระวังอย่าให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (ต้องมีการประเมินผลกระทบเทคโนโลยีใหม่ที่จะนำมาใช้อย่างจริงจัง) 2. สุขภาพ​ Healthy คลอบคลุมสุขภาพของดิน​ พืช​ สัตว์​ มนุษย์​และโลก​: กายภาพ​ เคมี​ ชีวภาพ, - [มังคุดอินทรีย์](https://www.monmai.com/มังคุดอินทรีย์/) - มังคุดที่ปลูกในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช​ เป็นมังคุดพื้นถิ่น​ ทั้งบนที่ราบและทิวเขา​ และมักจะมีลักษณะ​เฉพาะตามสภาพภูมิอากาศ​และ​ภูมิ​ประเทศ​คือเป็นมังคุดมีลาย​ เปลือกบาง​ เนื้อแน่นและรสชาติ​หวาน… เย็น มังคุด​ในสวนหม่อนไม้เป็นมังคุดที่อยู่ในสวนสมรมและสวนยางสมรม​ มีพืชผสมผสานหลากหลายในสวน​ และผลยังเป็นลายตา​มลักษณะ​เฉพาะ​ของมังคุดนครศรีธรรมราช​ ดูแลในระบบเกษตรอินทรีย์​ดังต่อไปนี้ เมื่อหมดจากฤดูกาล​ออกผลจะทำการพักต้นประมาณ​ 2 สัปดาห์​ จากนั้นเริ่มใส่ปุ๋ย​หมักชีวภาพ​และปุ๋ยคอกที่หมักแล้วรอบทรงพุ่ม​ ตัดหญ้า​ และทำการใส่หมักชีวภาพทุก​ 2-3​ เดือนเมื่อเข้าสู่ฤดูกาล​ร้อน​ และอากาศสมดุล​ มังคุดที่สมบูรณ์​จะเริ่มออกดอก​ ก่อนออกดอกจะเริ่มแทงช่อออกมาจากใบ​ยอด​ จะเริ่มใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพทุก​ 15​ วันเมื่อมังคุดเริ่มออกดอก​ เมื่อดอกตูมมีขนาดเท่านิ้วก้อย​ ทำการฉีดใส่หมักชีวภาพ​ จุลินทรีย์​สังเคราะห์​แสง​และน้ำส้มควันไม้​ไปที่ดอกและยอดให้ทั่วทั้งต้นและอีกครั้งเมื่อดอกกลายเป็นผลขนาดนิ้วก้อย​ อาจฉีดอีกครั้งเมื่อ​ผลมีขนาดประมาณ​ 2 เซนติเมตรหากพบมีเพลี้ยระบาดเมื่อผลสุกประมาณ​ 70% หรือสีผลเริ่มเป็นสีม่วง​ จึงเริ่มเก็บด้วยไม้สอยหรือปีนต้นเก็บโดยไม่ให้ผลตกถึงพื้นเด็ดขาด​ (มังคุดสุกเมื่อตกถึงพื้นจากต้น​ จะทำให้เกิดยางสีเหลืองในผลเนื่องจากผลช้ำ)​ นำมาคัดขนาดแล้วใส่กล่องจัดส่งให้ถึงมือผู้บริโภค​ต่อไป การเลือกมังคุดให้เหมาะกับการกินของเรา มังคุดที่เก็บที่ความสุก​ 70-80% ผลสีม่วงจนถึงสีม่วงเข้ม​ เก็บไว้จนลูกสีดำ​ได้ประมาณ​ 7​-10 วัน​ จะได้รสชาติ​หวานอมเปรี้ยวมังคุดที่เก็บที่ความสุก​ 80-95% ผลสีม่วงเข้มจนถึงสีม่วงดำ​ จะได้รสชาติ​หวานสนิท​ เก็บไว้จนลูกสีดำ​ได้ประมาณ​ 7​ วัน​เนื้อด้านในจะเริ่มหดลงมังคุดที่เก็บที่ความสุก​ 95-100% ผลสีดำ​ จะได้รสชาติ​หวานสนิท​และเย็น​ ซึ่งต้องมารับประทานขณะสอยจากต้นเท่านั้น - [รถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้า](https://www.monmai.com/รถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้า/) - ในโลกนี้ไม่มีวัชพืช มีแต่พืชที่เรายังไม่สามารถหาประโยชน์จากพืชเหล่านั้นไม่พบ ทางออกเบื้องต้นในการจัดการวัชพืชด้วยการนำไปทำเป็นอินทรีย์วัตถุด้วยการตัด เราใช้เครื่องตัดหญ้าแบบใช้ไฟฟ้ากระแสตรง 24V ใช้แบตเตอรี่กระแสตรง ตัดหญ้าและได้พ้ฒนาปรับแต่งแก้ไขจนออกแบบและพัฒนาให้เป็นรถเข็นตัดหญ้าไฟฟ้า ทั้งรถตัดหญ้าก้านสั้นและรถตัดหญ้าก้านยาวเพื่อใช้งานในสวน วัสดุ​อุปกรณ์ - เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าท่อยาว 150 ซม. พร้อมใบตัดและบังใบ - แบตเตอรี่ 24V12AH (พร้อมเครื่องชาร์ตไฟ) - ตะเกียบล้อหน้าจักรยาน 24 นิ้ว - ล้อรถจักรยาน 24 นิ้ว​ 2 ล้อ - แฮนจักรยาน 1 ชุด - สเต็มล็อกท่อ (28 นิ้ว) 3 ตัว - ท่อเหล็ก 4 หุน​ 1 เส้น - ท่อเหล็ก 6 หุน​ ยาว​ 100 ซม. - เหล็ก U 4 - [มือห่อผลไม้](https://www.monmai.com/มือห่อผลไม้/) - เมื่อถึงฤดูกาลผลไม้ เหล่าผลไม้ก็เริ่มผลิช่อ ออกดอกและติดผล เราทำการฉีดสารอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพเพื่อจัดการโรคและแมลง รวมทั้งเพิ่มอาหารให่แก่พืช เมื่อผลไม้มีขนาดพอสมควรก็ถึงเวลาป้องกันแมลงเจาะผล โดยเฉพาะแมลงวันผลไม้ หลักการเบื้องต้นของการห่อผลไม้คือ นำวัสดุห่อ เช่น ถุงพลาสติก ถุงกระดาษ ฯลฯ ไปห่อผลไม้ไว้ไม่ให้แมลงเข้าไปได้ และเมื่อผลไม้อยู่สูงก็ต้องหาวิธีขึ้นไปห่อให้ได้ ลงมือกันเลยย... วัสดุอุปกรณ์ - ท่อพีวีซี 1/2 นิ้ว ยาวประมาณ 30 ซม. - ข้องอ 1/2 นิ้ว 2 อัน - สามทาง 1/2 นิ้ว - ขวดพลาสติกใส ขนาด 1500 ซีซี - เชือก ยาวประมาณ 6-8 เมตร - ไม้ไผ่ 3-5 เมตร ลงมือทำ 1. นำท่อพีวีซีต่อกับข้องอเป็บรูปตัว C และเจาะรูด้านหนึ่งของข้องอสำหรับร้อยเชือกแล้วนำไปต่อกับสามทาง - [ดินปลูกต้นไม้จากใบไม้แห้ง](https://www.monmai.com/ดินปลูกต้นไม้จากใบไม้/) - ใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้น เป็นอินทรีย์วัตถุชั้นดีในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ใน #สวนสมรม ที่มีต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ เราจึงมีใบไม้ที่เราสามารถเก็บเกี่ยวและนำไปใช้ประโยชน์อย่างไม่รู้จบ เมื่อเรากวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นมากองรวมกันให้มากพอก็ถึงขั้นตอนการเสกใบไม้ให้เป็นเงิน หรือ ทำดินปลูกต้นไม้นั่นเอง ดินปลูกต้นไม้จากใบไม้แห้ง สูตรวนเกษตรเขาฉกรรจ์ ใบไม้แห้งสามารถทำการหมักเป็นดินปลูกต้นไม้ได้ ด้วยการนำมารวมกันเป็นกอง แล้วเหยียบให้แน่น ราดรดด้วยจุลินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ รดน้ำให้พอชุ่มชื้น ทำแบบนี้สัก 3 ชั้น ก็จะเป็น ชั้นที่ 1 ตั้งกองใบไม้แห้ง เหยียบ ให้สูงประมาณ 1 ฟุต ราดด้วยจุลินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ รดน้ำพอชุ่ม ชั้นที่ 2 ใส่ใบไม้แห้ง เหยียบ ให้สูงอีกประมาณ 1 ฟุต รดด้วยจุลินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ รดน้ำพอชุ่ม ชั้นที่ 3 เติมใบไม้แห้ง เหยียบ รดด้วยจุลินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ รดน้ำพอชุ่ม ตั้งกองไว้ มีเวลาก็กลับกอง สัปดาห์ละครั้ง สัก 6-8 ครั้ง ใบไม้แห้งที่ตกจากต้นก็จะกลายเป็นอินทรีย์วัตถุที่มีคุณสมบัติที่จะนำไปทำปุ๋ยหมักคุณภาพสูงได้ - [ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ แบบไม่กลับกอง (ฉบับประยุกต์)](https://www.monmai.com/ปุ๋ยหมักชีวภาพ-ไม่กลับ/) - เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช เป็นหลักสำคัญของการทำกสิกรรมธรรมชาติ สำหรับดินที่ผ่านการใช้งานมาอย่างเข้มข้น ยังมีสารเคมีตกค้าง จำเป็นต้องมีปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพช่วยพื้นธรรมชาติของดิน ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ แบบไม่กลับกอง (ฉบับประยุกต์) ปุ๋ยหมักชีวภาพเป็นปุ๋ยหมักที่ประกอบด้วยอินทรีย์วัตถุ มูลสัตว์ และจุลินทรีย์ รวมทั้งอาหารจุลินทรีย์ นำมาหมักรวมกัน ประยุกต์รูปแบบเป็นแบบไม่กลับกอง ด้วยการนำท่ออากาศช่วยระบายความร้อนและนำอากาศให้จุลินทรีย์ในกองปุ๋ย เพื่อให้จุลินทรีย์เป็นเพื่อนกันด้วยการหมักไว้ในสวน สูตรปุ๋ยหมัก เกิดจากการวิเคราะห์ดินพื้นที่ เป็นดินที่เป็นดินขาดอินทรีย์วัตถุ จึงเป็นสูตรที่มีอินทรีย์วัตถุมากขึ้น วัสดุอุปกรณ์ มูลสัตว์ในท้องถิ่น ได้แก่ ขี้หมู 15 กระสอบ ขี้วัว 5 กระสอบ ขี้ไก่ 5 กระสอบ ขี้ไก่แกลบ 10 กระสอบ อินทรีย์วัตถุในท้องถิ่น ได้แก่ ขุยมะพร้าว 5 กระสอบ ขี้เลื่อย 5 กระสอบ แกลบ 10 กระสอบ ถ่านชีวภาพ 4 กระสอบ จุลินทรีย์ โดยใช้นำหมักชีวภาพ 20 ลิตร และกากน้ำตาล - [จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงทำเอง](https://www.monmai.com/จุลินทรีย์-psb-ทำเอง/) - ทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เพื่อทดลองใช้ในสวน ทำแบบง่ายๆ ตามหลักการที่ว่า "จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงแบ่งออกเป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วง(purple photosynthetic bacteria) และ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีเขียว (green photosynthetic bacteria) แต่ สำหรับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วงที่นำมาใช้ในทางด้านการเกษตร และสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่จะอยู่ ในกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วงกลุ่มไม่สะสมกำมะถัน ซึ่งพบได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติในชั้นน้ำที่มีแสงสว่างส่องถึงมีสารอินทรีย์" วัสดุอุปกรณ์ น้ำเปล่า จากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำคลอง หนอง บึง แม่น้ำ เป็นต้น ไข่ (ไข่แดง) ผงชูรส หรือ น้ำปลาแท้ ขวดพลาสติก PET มีฝาปิด ให้แสงผ่านได้ วิธีทำ 1. นำขวดพลาสติกใส (ขวด PET) ขนาด 1.5 ลิตร ใส่น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ (ในที่นี้นำน้ำมาจากคลองส่งน้ำเข้านา) แค่คอขวดให้เหลือพื้นที่ไว้เติมหัวเชื้อและอาหาร 2. หัวเชื้ออาหารของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ทำโดยตีไข่ 1 ฟองเลือกเฉพาะไข่แดง ใส่ผงชูรสลงไป 2 ช้อนชา หรือ - [อินทรีย์วัตถุแบบง่ายๆ](https://www.monmai.com/อินทรีย์วัตถุ/) - สิ่งสำคัญในการปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์คือ อินทรีย์วัตถุ เป็นทั้งแหล่งอาหารพืช เพิ่มความโปร่ง ร่วนซุยให้แก่ดินฯลฯ ... ที่ผ่านมาในการทำปุ๋ยชีวภาพจำเป็นต้องหาวัตถุดิบที่ใช้เป็นอินทรีย์วัตถุจำพวก แกลบ ขุยมะพร้าว และใบไม้ที่ร่วงหล่นบางส่วน แต่เมื่อมองไปรอบตัวก็มีแต่อินทรีย์วัตถุ วิธีการที่เลือกใช้คือ 1. การปล่อยหญ้าขึ้นให้เต็มสวนเพื่อห่มดิน และเมื่อเห็นว่าหญ้าเหล่านั้นยาวจนรบกวนการเจริญเติบโตของพืชที่เราปลูกไว้ก็ทำการตัดให้สั้น บางชนิดที่เป็นพืชอายุสั้นขึ้นตามฤดูกาลก็ตัดผ่านๆ ไม่ต้องพิถีพิถัน หากเจอพืชที่อายุยืน เช่นหญ้าคาก็ตัดให้ถึงโคน จากนั้นก็กวาดมารวมกันเป็นกอง รอรวบรวมเพื่อนำไปทำเป็นอินทรีย์วัตถุสำหรับทำดินปลูกต้นไม้และปุ๋ยหมักชีวภาพต่อไป หญ้าหากมองเป็นวัชพืช คุณจะหาค่าจากมันไม่ได้เลย ผมไม่เคยมองว่าพืชเหล่านี้เป็นวัชพืช เขาเป็นอินทรีย์วัตถุที่เราสามารถเก็บเกี่ยวและนำไปใช้ประโยชน์อย่างไม่รู้จบ แบบมั่นคงและยั่งยืน 2. ใบไม้แห้ง #สวนสมรม เป็นหนึ่งในรูปแบบที่ #สวนหม่อนไม้ ใช้ในการทำเกษตรยั่งยืน ภายในสวนจึงมีต้นไม้ที่หลายหลาย ผสมผสาน และเป็นผลไม้เป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งมีอายุพอสมควรแล้ว ต้นไม้เหล่านี้จะมีกิ่งก้านและใบพอสมควร ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาจึงเป็น อินทรีย์วัตถุ ที่มีอยู่มากมายในสวน อีกวิธีการที่ผมเลือกใช้คือกวาดใบไม้มากองรวมกัน สะสมให้มากพอเพื่อนำไปทำเป็นอินทรีย์วัตถุสำหรับทำดินปลูกต้นไม้และปุ๋ยหมักชีวภาพต่อไป ใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้น เป็นส่วนที่ต้นไม้ใช้ประโยชน์จนเต็มที่แล้ว จึงปลดให้ร่วงหล่น แสดงให้เห็นว่าต้นไม้ต้นนั้นไม่ได้ใช้ประโยชน์ ต้นไม้จะไม่กินใบตนเอง หากเรามีป่า มีต้นไม้ เราจะมีใบไม้ที่เราสามารถเก็บเกี่ยวและนำไปใช้ประโยชน์อย่างไม่รู้จบ แบบมั่นคงและยั่งยืน ... คิดและทำจากสิ่งที่เรามี - [ดินปลูกต้นไม้จากหญ้า](https://www.monmai.com/ดินปลูกต้นไม้จากหญ้า/) - การปล่อยให้หญ้าขึ้นในสวน เป็นวิธีการห่มดินรูปแบบหนึ่งที่ช่วยปกป้องแม่ธรณี แต่ในสวนที่มีหญ้ารกเกินไปก็จะบดบังแสงที่พืชหลักต้องการ ดังนั้นจึงได้เวลา... ตัดหญ้า หญ้าที่เกิดจากการตัดสามารถทำการหมักเป็นดินปลูกต้นไม้ได้ ด้วยการนำมารวมกันเป็นกอง แล้วเหยียบให้แน่น ราดรดด้วยจุลินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ รดน้ำให้พอชุ่มชื้น ทำแบบนี้สัก 3 ชั้น ก็จะเป็น ชั้นที่ 1 ตั้งกองหญ้า เหยียบ รดด้วยจุลินทรีย์จาวปลวก+จุลินทรีย์หน่อกล้วย และน้ำหมักชีวภาพ ผสมน้ำ ชั้นที่ 2 ใส่หญ้า เหยียบ รดด้วยจุลินทรีย์จาวปลวก+จุลินทรีย์หน่อกล้วย และน้ำหมักชีวภาพ ผสมน้ำ ชั้นที่ 3 เติมหญ้า เหยียบ รดด้วยจุลินทรีย์จาวปลวก+จุลินทรีย์หน่อกล้วย และน้ำหมักชีวภาพ ผสมน้ำพอชุ่ม ตั้งกองไว้ หากมีเวลาก็กลับกองสัปดาห์ละครั้ง ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน หญ้าที่ตัดก็จะกลายเป็นอินทรีย์วัตถุที่มีคุณสมบัติที่จะนำไปทำปุ๋ยหมักคุณภาพสูงได้ - [ดินขุยไผ่แบบง่าย](https://www.monmai.com/ดินขุยไผ่แบบง่าย/) - ไผ่เป็นไม้สารพัดประโยชน์ เราจึงนำผลผลิตต่างๆ จากไผ่ มาเป็นปัจจัยพื้นฐานของชีวิต หน่อไม้เป็นอาหาร น้ำไผ่เป็นยา ลำไผ่เป็นไม้สำหรับทำที่อยู่อาศัย โรงเรือน สิ่งก่อสร้าง และใบไผ่ที่ร่วงหล่นสามารถนำมาทำดินขุยไผ่ได้ ดินขุยไผ่ตามแบบของเรา ทำจากสิ่งที่เรามี ลงมือกันเลย - เลือกกอไผ่ที่มีขนาดไม่เล็กเกินไป อายุน่าจะเกิน 3 ปี มีลำไผ่เกินกว่า 10 ลำ หากเป็นไผ่ที่ทำหน่อใบไผ่อาจไม่มากพอ - ขุดหลุม กว้าง 50 เซนติเมตร ห่างจากกอไผ่ประมาณ 1-2 เมตร ระยะความยาว 1 ใน 4 ของรอบกอไผ่ - ใส่อินทรีย์วัตถุ พวกใบไผ่ ใบไม้ หญ้าสด หญ้าแห้ง และมูลสัตว์ ขี้หมู ขี้วัว ขี้ไก่ ขี้เป็ด ลงไปประมาณ 1 ใน 4 ของวัตถุดิบทั้งหมดจนเต็มหลุม หรือราดด้วยน้ำหมักชีวภาพลงในกองอินทรีย์วัตถุ - หากมีเวลาก็รดน้ำบ้างในหลุมที่หมักไว้ พอชุ่มๆ - [หมักอาหารจากหญ้าสด](https://www.monmai.com/หมักอาหารจากหญ้าสด/) - ส่วนหนึ่ง ในการทำเกษตรผสมผสาน คือการทำประมง การเลี้ยงปลานิล และปลาธรรมชาติในบ่อเดียวกัน นอกจากสร้างระบบนิเวศน์ บ่อปลาให้มีอาหารตามธรรมชาติ รวมทั้งสร้างคลังอาหารปลาแล้ว การทำอาหารปลาจากสิ่งที่มีในสวนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพึ่งพาตนเอง อาหารปลากินพืชชอบกินอาหารที่เป็นพืช เช่น รำ ปลายข้าว เศษผัก หญ้า ฯลฯ ในสวนของเราเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ และปล่อยให้หญ้าขึ้นห่มดินไว้ เมื่อถึงเวลาก็ดัดหญ้านำมาใช้ประโยชน์ ทั้งทำดินปลูกต้นไม้ คลังอาหารปลา และอาหารสัตว์ รวมทั้งปลูกหญ้าอาหารสัตว์ เช่น หญ้าเนเปีย ไว้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ด้วย อาหารสัตว์ในแบบสวนหม่อนไม้ เริ่มจากสิ่งที่มี ส่วนผสมของอาหารปลากินพืช - หญ้าสด หญ้าอวบน้ำ ไม่แข็งมากเกินไป เช่น หญ้าขน ผักปราบ อ่อมแซบป่า หญ้สเนเปีย และต้นกล้วย - น้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักปลา น้ำหมักผลไม้ - รำละเอียด หรือ รำอ่อน - น้ำตาล น้ำตาลสีรำ ลงมือทำหญ้าหมักอาหารปลา - นำหญ้าสดมาสับให้ละเอียด ประมาณยาวไม่เกิน 1 - [อาหารปลาปั้นก้อน](https://www.monmai.com/อาหารปลาปั้นก้อน/) - การทำเกษตรผสมผสานมีอีกอย่างหนึ่งคือการทำประมง เราเลี้ยงปลานิล และปลาธรรมชาติในบ่อเดียวกัน ดังนั้นการทำอาหารปลาจากสิ่งที่มีในสวนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพึ่งพาตนเอง ที่ผ่านมาเราทำอาหารหมัก จากพืช เช่น รำ ปลายข้าว เศษผัก หญ้า ฯลฯ และเริ่มนำการทำอาหารอัดเม็ดมาทดลองทำเพื่อเป็นทางเลือกในการจัดการอาหารปลาที่จะเก็บได้นานยิ่งขึ้น ด้วยการเริ่มจากอาหารปั้นก้อน ส่วนผสมของอาหารปลากินพืชแบบปั้นก้อน - หญ้าสด หญ้าอวบน้ำ ไม่แข็งมากเกินไป เช่น หญ้าขน ผักปราบ อ่อมแซบป่า หญ้าเนเปีย และต้นกล้วย - น้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักปลา น้ำหมักผลไม้ - รำละเอียด หรือ รำอ่อน - น้ำสะอาด ลงมือทำอาหารปลาปั้นก้อน นำหญ้าสดมาสับให้ละเอียด ประมาณยาวไม่เกิน 1 ซม. จะสับด้วยมีดหรือเครื่องสับก็แล้วแต่ความสะดวก นำไปตากแดดให้แห้ง ประมาณ 5 แดด นำหญ้าที่สับตากแห้ง สับให้ละเอียดขึ้น ผสมกับรำ อัตราส่วน หญ้าหมัก 10 ส่วน รำ 1 ส่วน - [ตู้ถัง 200 ลิตร](https://www.monmai.com/ตู้ถัง-200-ลิตร/) - การทำเกษตรในปัจจุบัน เป็นช่วงยุคสมัยที่แรงงานมีจำกัด ทางอออกของเกษตรกรที่ทำเกษตรพึ่งตนจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสม ซึ่งอาจหมายถึงเครื่องมือเครื่องใช้ที่ต้องการและอาจจะต้องทำเอง เมื่อเป็นเกษตรกรที่ใช้เครื่องมือในการทุ่นแรง ทำให้เครื่องมือที่ใช้มีมากมาย ทั้งเครื่องมือตัด ผ่า เลื่อย ขุด ถาก ถาง เจาะ ตัก ถม ขนย้าย ... จอบ เสียม ชะแลง พลั่ว มีด(มีดโต้,มีดเหน็บ,มีดตัดอ้อย,มีดพร้า,มีดหวด,...) กรรไกร กรรไกรตัดกิ่ง เลื่อยตัดกิ่ง เลื่อย เลื่อยยนต์ เลื่อยวงเดือน เลื่อยฉลุ เลื่อยตัดเหล็ก เลื่อยโซ่ สว่าน คีม ประแจ ... หลังจากมองไปรอบตัว แล้วลองมองหาสิ่งที่จะมาทำตู้เก็บเครื่องมือเหล่านี้ จึงสรุปได้ออกมาว่าทำ ตู้ถัง 200 ลิตร น่าจะดี มาลงมือกันเลย วัสดุ - ถังเหล็ก 200 ลิตร - ไม้อัด หนาพอที่จะรับน้ำหนัก - ยางกันบาด แบบกระดูกงู - - [ปักชำกิ่ง? วิธีควบแน่นแบบโดม](https://www.monmai.com/ปักชำควบแน่นโดม/) - การขยายพันธุ์พืชด้วยตนเอง เป็นวิถีพึ่งตนเองในการเพิ่มปริมาณต้นพันธุ์เพื่อปลูกเองหรือจำหน่ายได้ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับพืชแต่ละชนิด การปักชำ เหมาะกับพืชที่มีกิ่งที่สามารถออกรากได้ดี เช่น พืชตระกูลส้ม พืชล้มลุก สมุนไพร เป็นต้น ซึ่งหากให้ได้ผลดีคือติดรากง่ายและต้นพันธุ์ตายน้อย ก็จะใช้หลักการควบแน่น เพื่อลดการคายน้ำและปรับสภาพอากาศให้สมดุล หากการปักชำมีปริมาณมากมักจะใช้แบบโดม วัสดุอุปกรณ์ - ถุงดำใส่ดินเพาะ - กิ่งพันธุ์ - โครงไม้ไผ่ - พลาสติกใส ลงมือทำ 1. นำถุงเพาะใส่วัสดุเพาะเรียบร้อยแล้ว ตั้งเป็นแถว กว้างประมาณ 60-80 ซม. กั้นเป็นแนวด้วยไม้ รดน้ำให้ชุ่ม 2. นำกิ่งพันธุ์ที่ไม่แก่เกินไป ตัดตามขนาดมีตา2-3 ตา (ขึ้นอยู่กับพันธุ์พืช) แช่น้ำยาเร่งราก (น้ำ 1 ลิตร+น้ำส้มควันไม้ 1 ช้อนโต๊ะ+กะปิ 1 ช้อนชา) ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ใช้ไม้ทิ่มนำร่องเป็นรูในถุงชำแล้วนำกิ่งพันธุ์มาปักในถุงชำรดน้ำให้ชุ่ม 3. นำไม้ไผ่มาดัดโค้งระหว่างแถวถุงเพาะ ยึดให้แน่น แล้วใช้แผ่นพลาสติกปูบนโครงไม้ไผ่ให้ปิดแถวทุงเพาะจนมิดทุกด้าน นำดินมากลบปิดทับตามแนวขอบพลาสติกไม่ให้อากาศเข้าไปได้ ควบแน่นไว้ประมาณ - [เล้าเป็ดไก่หลุม](https://www.monmai.com/เล้าเป็ดไก่หลุม/) - การเลี้ยงสัตว์เป็นกิจกรรมหนึ่งของสวนเกษตรผสมผสานที่มีการทำเกษตรยั่งยืน มีรูปแบบกสิกรรม (ปลูกพืช) ปศุสัตว์ (เลี้ยงสัตว์) และประมง อยู่ร่วมกัน โดยมีการหมุนเวียนทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความสอดคล้องกัน การเลี้ยงสัตว์ที่เราเลือก เป็นสัตว์ปีก ได้แก่ ไก่ (ไก่ชน ไก้แจ้ ไก่พื้นบ้าน ไก่ไข่) และเป็ดไข่ ซึ่งการเลี้ยงไก่ไข่ และเป็ดจำเป็นต้องสร้างเล้าให้มั่นคงปลอดภัย ส่วน ไก่ชน ไก้แจ้ ไก่พื้นบ้าน เป็นสัตว์ที่สามารถหากินเองได้เพียงจัดพื้นที่บางส่วนให้นอนอย่างปลอดภัยก็สามารถเลี้ยงปล่อยในสวนได้อย่างอิสระ เล้าเป็ดไก่ที่ออกแบบและสร้างขึ้นเป็นแบบเล้าเดียวกัน โดยแบ่งเป็นส่วนเล้าไก่แบ่งกับเล้าเป็ด และมีทางเข้าคนละทาง เป็นเพิงหมาเแหงน มีขนาด 3x4 เมตร ไก่อยู่ฝั่งสูงให้นอนที่สูง เป็ดอยู่ด้านต่ำเพราะนอนบนพื้น วัสดุอุปกรณ์ - เสาปูน 2.5 ม.,3 ม. อย่างละ 2 ต้น - ไม้หน้า 4 , หน้า 3 - ปีกไม้ , ต้นหมาก - แผ่นเมทัลชีต 5x6 - [ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด](https://www.monmai.com/ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด/) - ฤดูกาล​ที่แปรเปลี่ยนไปตามกลไก​ธรรมชาติ​ที่ปรับสมดุล​ให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ถูกกระทำโดยน้ำมือมนุษย์​ โลกร้อนขึ้น​ อากาศ​แปรปรวน​... น้ำเป็นปัจจัย​หลักหนึ่งในการทำการเกษตร​ บนพื้นฐานเกษตรยั่งยืนแล้ว​ในพื้นที่ใช้การปลูกต้นไม้ช่วยเก็บน้ำเป็นหลัก​ การเก็บน้ำลงดินในพื้นที่จึงเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจ ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของการทำธนาคารน้ำใต้ดินให้สมบูรณ์ เพราะธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดมีหน้าที่ในการเติมน้ำลงดิน โดยนำน้ำที่มีบนดินลงสู่ใต้ดินอย่างรวดเร็ว เพราะโดยทั่วไป น้ำที่อยู่บนผิวดินกว่าจะซึมซับลงในชั้นดินแต่ละชั้นต้องใช้เวลามาก เนื่องจากชั้นผิวดินมีอากาศแทรกอยู่ ทำให้การซึมซับน้ำลงดินได้ช้า การทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด เป็นการเปิดช่องผิวดินเพื่อการเติมน้ำลงใต้ดินโดยตรงในระดับบนสุดของเปลือกโลกชั้นผิวดิน โดยน้ำที่เติมลงสู่ใต้ดินเป็นน้ำเหลือใช้และน้ำที่เกินจากความต้องการ เช่น น้ำฝน ที่ตกลงมาบนพื้นดินจำนวนมากเกินกว่าที่บ่อใช้รองรับน้ำฝนได้ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง หากสะสมนานจะกลายเป็นน้ำเสีย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศหรือสุขภาพของผู้คนในชุมชน หลักการทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด คือการเก็บน้ำไว้ใต้ดิน แต่ไม่ทะลุชั้นดินเหนียวลงไปสู่ชั้นหินอุ้มน้ำ โดยมีเป้าหมายสร้างความชุ่มชื้นให้กับดิน แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง ลดการไหลบ่าของน้ำ และแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย การเก็บน้ำด้วยวิธีนี้ จะไม่สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้ได้โดยตรง แต่กรณีพื้นที่ใกล้เคียงกับระบบปิดนี้มีบ่อน้ำตื้นหรือบ่อน้ำซับ ความชุ่มชื้นของดินจะส่งผลทำให้น้ำในบ่อดังกล่าวมีปริมาณน้ำมากขึ้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือในบางพื้นที่สามารถขุดบ่อน้ำตื้นได้ในระดับไม่เกิน 2-3 เมตร อาจจะมีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี แนวคิดนี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและปัญหาขาดแคลนน้ำหรือสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่เกษตรกรรมได้อีกด้วย ปกติแล้วพื้นที่การเกษตรแต่ละปีมักจะมีฝนตกอยู่ 5-6 เดือน ในพื้นที่ 1 ไร่ จะรับน้ำฝนที่ตกลงมาได้ราว 2,500 ลูกบาศก์เมตร น้ำฝนที่ตกจากที่สูงไหลลงพื้นที่ต่ำ พื้นที่สูงจึงไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ ขณะที่พื้นที่ต่ำกลายเป็นแหล่งรวมน้ำฝนจนเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง การทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดในพื้นที่การเกษตรจึงช่วยเก็บน้ำส่วนเกินลงสู่ใต้ดิน นอกจากลดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มแล้ว - [สวนผักล้อยาง](https://www.monmai.com/สวนผักล้อยาง/) - พืชสวนครัว เป็นพืชอาหารพื้นฐานที่แต่ละบ้านที่พอจะมีพื้นที่ปลูกไว้รับประทาน เราจะได้อาหารที่สด สะอาด และปลอดภัย ที่สำคญคือลดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร ผักล้อยางเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ผมใช้ เพราะแม่บ้านกลัวหนอนและไม่อยากออกจากครัวไปเก็บผักไกลนัก จึงทำผักล้อยางไว้รอบๆบ้าน ทำแบบง่ายๆ ตามสไตล์สวนหม่อนไม้ 1. เตรียมกระถางล้อยาง โดยเลือกล้อยางเก่าไม่ใช้แล้ว ขนาดยางรถยนต์ รถกระบะ ขนาดกำลังพอดี 2. เริ่มใช้มีดปลายแหลมกรีดเป็นรอยแนวตามรูปทรงที่ต้องการก่อน จากนั้นให้ใช้มีดปลายแหลมหรือเคียวที่ค่อนข้างคมกรีดล้อยางเก่า หรืออาจใช้เลื่อยจิ๊กซอไฟฟ้าตัดก็ทุ่นแรงได้ จนทะลุถึงอีกด้าน 3. นำล้อยางที่ตัดเรียบร้อยแล้ว (อาจจะกลับด้านยางจากภายในออกมาก็ได้ แต่ตอนกลับยางเหนื่อยหน่อย) มาวางในที่ที่ต้องการปลูกพืช วางรองด้วยไม้ขัดกันพอรับน้ำหนักได้ แล้ววางกระสอบพลาสติกที่ก้นกระถางยางรถยนต์ 4. นำดินที่ผสมปุ๋ยอินทรีย์ แกลบดำ มาใส่ในกระถาง เอาเมล็ดพันธุ์ผักที่มีระบบรากตื้น อายุสั้น เก็บเกี่ยวได้ง่าย เช่น ผักกาดเขียว คะน้า กวางตุ้ง ต้นหอม โหระพา กะเพรา ผักบุ้ง... มาปลูกตามต้องการ คอยรดน้ำเช้า-เย็น ดูแลอย่าให้โรค แมลง รบกวนมาก จนกระทั่งโตเก็บมารับประทานได้ เพียงเท่านี้เราก็จะมีอาหารที่สด สะอาด ปลอยภัยจากสารเคมีและสารพิษต่างๆ ที่สำคัญมันทำให้เราพึ่งตนเองได้ และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชีวิตและครอบครัวของเราด้วย - [เลี้ยงหอยขมในบ่อปลา](https://www.monmai.com/เลี้ยงหอยขมในบ่อปลา/) - ยุคนี้เป็นยุคทำอยู่ทำกิน เมื่อแหล่งน้ำไม่ปลอดภัย สัตว์น้ำตามธรรมชาติเริ่มหายากและอาจไม่ปลอดภัย ทางออกอย่างหนึ่งคือการเลี้ยงในสภาพใกล้เคียงกับธรรมชาติและจัดการให้เหมาะสม หอยขม ชอบอาศัยในแหล่งน้ำจืด เช่นในคู คลอง หนอง บึง ที่น้ำไม่ไหลแรงและเป็นน้ำ นิ่ง มีระดับความลึกตั้งแต่ 10 เซนติเมตร ถึง 2 เมตร มักเกาะอยู่กับพันธุ์ ไม้น้ำ เสาหลัก ตอไม้ หรือตามพื้น กินอาหารพวกสาหร่าย และอินทรีย์สาร ใบไม้ ใบหญ้าผุๆในน้ำ รวมทั้งซากอินทรีย์ที่เน่าเปื่อยและผงตะกอนที่จมอยู่ตามผิว ดิน เมื่อไม่มั่นใจว่าหอยขมปลอดภัยหรือไม่ ก็เลี้ยงไว้กินเอง วิธีเลี้ยงหอยขมในกระชัง ใช้กระชังที่ทำด้วยมุ้งไน ล่อน ขนาดกระชังขนาด 6 ตร.ม.นำกระชังกางในบ่อปลา(บ่อดิน) ให้ขอบบนของกระชังอยู่เหนือระดับน้ำ 20 30 ซม. ใส่ทางมะพร้าว 2 3 ทางเพื่อให้หอยขมเกาะ จากนั้นนำหอยขมตัวเต็มวัยใส่ลงไปประมาณ 2 ก.ก. อาหารก็เป็นเศษอาหารในบ่อปลา หรือให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปปลากินพืชอัตรา 2% ต่อน้ำหนักตัว จากนั้น 1 เดือนก็เริ่มทยอยเก็บหอยขมตัวใหญ่ไปเรื่อยๆ - [เพอร์มาคัลเจอร์แบบง่าย](https://www.monmai.com/เพอร์มาคัลเจอร์แบบง่าย/) - เพอร์มาคัลเชอร์ถูกออกแบบเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อการจัดการภูมิประเทศและชีวิตอย่างยั่งยืน ในอนาคตเพอร์มาคัลเชอร์จะมีประโยชน์ในแง่จัดการ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย เพอร์มาคัลเชอร์เป็นระบบการออกแบบที่ดิน ซึ่งส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการออกแบบฟาร์มเกษตร แต่ก็สามารถประยุกต์ใช้เพอร์มาคัลเชอร์ในการออกแบบเมือง หรืออื่นๆ ได้ หลักการพื้นฐานในการออกแบบของเพอร์มาคัลเชอร์ประกอบด้วย 8 เรื่อง คือ ที่ตั้งแบบสัมพันธภาพแต่ละองค์ประกอบมีหลายบทบาทหน้าที่หน้าที่สำคัญต้องมีหลายองค์ประกอบร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพนำพลังงานธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ใช้พื้นที่อย่างเข้มข้น โดยการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อย่างหลากหลายร่วมกันใช้ชายขอบและลวดลายธรรมชาติ เพอร์มาคัลเชอร์จึงครอบคลุมเนื้อหาที่หลากหลาย เช่น การออกแบบเชิงนิเวศน์ นิเวศน์วิศวกรรม การออกแบบที่อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างและการจัดการน้ำแบบบูรณาการ ที่จะนำไปสู่สถาปัตยกรรมอย่างยั่งยืน การสร้างที่อยู่อาศัยที่ซ่อมบำรุงรักษาตัวเองและสร้างตัวเองขึ้นใหม่ได้ และระบบการเกษตรที่ยืมรูปแบบนิเวศน์ในธรรมชาติมาใช้ การจัดพื้นที่แบบเพอร์มาคัลเจอร์ ยังเน้นการจัดวางที่ทำให้ทุกสิ่งเกิดประโยชน์สูงสุดในตัวเอง และเมื่อสิ่งเหล่านั้นรวมกันแล้วจะต้องเกิดประโยชน์สูงกว่าการที่พวกมันอยู่เดี่ยวๆ โดยต้องใช้พลังงาน แรงงานและสร้างขยะให้น้อยที่สุด ซึ่งเราสามารถทดลองสร้างระบบเพอร์มาคัลเจอร์ของตัวเองแบบง่ายๆ ด้วยการปลูกพืช 7 เลเยอร์ ซึ่งถือเป็นการปลูกพืชที่เกื้อกูลกันมากที่สุดและสามารถทำได้ไม่ว่าจะมีพื้นที่เล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม ดังนี้1. Canopy Layer ต้นไม้ใหญ่2. Understory Layer ต้นไม้ที่ต้องอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อีกที3. Shrub Layer พุ่มไม้ ต้นไม้ที่มีความสูงจำกัด เช่น ต้นไม้ตระกูลเบอร์รี่4. Herbaceous Layer ต้นไม้ล้มลุก เช่น ต้นไม้ที่โตในช่วงหน้าหนาว และสมุนไพร5. Groundcover - [ยางพารา ไม้เศรษฐกิจ](https://www.monmai.com/ยางพารา/) - ยางพาราเป็นพืชยืนต้นใช้เวลาในการปลูกนานถึง 6 ปี จึงจะสามารถกรีดน้ำยางได้ปกติ ผลผลิตยางพาราจะออกสู่ตลาดเกือบทั้งปี โดยจะออกสู่ตลาดมากในช่วงปลายปีต่อเนื่องจนถึงต้นปี เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูฝน ดินมีความชุ่มชื้น หลังจากนั้นผลผลิตจะลดลงในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนที่ต้นยางผลัดใบจะได้น้ำยางน้อยกว่าปกติ เนื่องจากสภาพอากาศก่อให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง ชาวสวนจึงหยุดกรีดยางและผลผลิตจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน จนกระทั่งในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน การกรีดยางก็จะทำให้ยากลำบาก ประกอบกับน้ำฝนทำให้น้ำยางที่ได้มีคุณภาพต่ำ ดังนั้นชาวสวนยางจึงไม่นิยมกรีดยางในช่วงดังกล่าว ดังนั้นในปีหนึ่งๆ ชาวสวนจะกรีดยางได้เฉลี่ยประมาณ 120-180 วัน ชื่อสามัญ (Common name): para rubber ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name): Hevea brasiliensis Mull-Arg. ลำต้น เป็นพวกไม้ยืนต้น ถ้าปลูกจากเมล็ดจะมีลักษณะเป็นรูปกรวย แต่ถ้าปลูกโดยใช้ต้นติดตาจะมีลักษณะเป็นทรงกระบอก ความสูง 30-40 เมตร ต้นอ่อนเจริญเร็วมากทำให้เกิดช่วงปล้องยาว เมื่ออายุน้อยเปลือกสีเขียว แต่เมื่ออายุมากขึ้นสีของเปลือกเปลี่ยนเป็นสีเทาอ่อน เทาดำ หรือน้ำตาล เปลือกของลำต้นยางพาราแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนคือ 1. cork เป็นส่วนที่เป็นเปลือกแข็งชั้นนอกสุด 2. hard bark เป็นชั้นถัดเข้ามา ประกอบด้วย - [เต่าร้าง ปาล์มทรงสวยยอดอ่อนกินได้](https://www.monmai.com/เต่าร้าง/) - เต่าร้างเป็นพืชตระกูลปาล์ม ที่มีหน่อและขึ้นเป็นกอ พบทั่วไปในป่าดิบทุกแห่ง ชอบขึ้นในบริเวณที่มีความชุ่มชื้นสูง ต้นเป็นปล้องสูงชะลูดขึ้นไป บางต้นเตี้ย บางต้นสูงถึง 6-12 เมตร ต้นมีกาบหุ้มเป็นเส้นประสานกัน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Caryota mitis Lour. ชื่อสามัญ : Burmese fishtail palm, Clustered fishtail palm, Common fishtail palm, Wart fishtail palm, Tufted fishtail palm ชื่ออื่น : เต่าร้างแดง มะเด็ง วงศ์ : ARECACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้น พืชจำพวกปาล์ม ลำต้นเดี่ยว สูงได้ถึง 10 เมตร สามารถแตกหน่อด้านข้างในตำแหน่งใต้ดินหรือใกล้ผิวดิน สีแดงเข้มปนน้ำตาลจนเกือบดำ ใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหยักเว้า ปลายแหลมคล้ายหางปลา โคนรูปลิ่ม แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน - [เตียน กระท้อนป่า](https://www.monmai.com/เตียน/) - ลูกเตียนถ้าพูดตามหลักวิชาการน่าจะเป็นกระท้อนชนิดหนึ่งที่อยู่ในป่า ... ส่วนรสชาติคล้ายแต่ไม่เหมือนกระท้อน เมื่อรับประทานก็จะรู้ว่านี่คือลูกเตียน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sandoricum koetjape (Burm. f.) Merr. ชื่อวงศ์ : MELIACEAE ชื่ออื่น : กระท้อน, เลื่ยน, สะท้อน, มะต้อง, มะตึ๋น รูปลักษณะ : เตียน เป็นไม้ยืนต้น มียางขาว สูง 15-30 เมตร ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่แกมวงรี แกมขอบขนาน กว้าง 6-15 ซม. ยาว 8-20 ซม. เมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลืองหม่น ผลเป็นผลสด รูปกลมแป้น สีเหลือง ผิวมีขนแบบกำมะหยี่ สรรพคุณของ เตียน : เปลือก - [การเลี้ยงผึ้งโพรง](https://www.monmai.com/การเลี้ยงผึ้งโพรง/) - การเลี้ยงและการจัดการผึ้งโพรงที่ดี เพื่อให้ได้ผลผลิตน้ำผึ้งที่ปลอกภัยจากสารพิษและมีคุณภาพ 1. การเริ่มต้นการเลี้ยงผึ้งโพรง ผึ้งโพรง เป็นผึ้งพันธุ์ของเมืองไทยชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในทุกภาค ซึ่งในธรรมชาติของผึ้งโพรงจะทำรังด้วยการสร้างรวงซ้อนเรียงกัน อยู่ในโพรงไม้หรือโพรงหิน โดยมีปากทางเข้าออกค่อนข้างเล็กเพื่อป้องกันศัตรูจากภายนอก แต่ภายในจะมีพื้นที่กว้างพอให้ผึ้งสร้างรวงได้ ผึ้งโพรงเป็นผึ้งที่มีอัตราการแยกรังค่อนข้างบ่อย และจะทิ้งรังเดิมเมื่อสภาวะแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น ขาดแคลนอาหารและมีศัตรูรบกวน ฉะนั้น การเลี้ยงผึ้งโพรงให้ประสบความสำเร็จนั้น ผู้เลี้ยงจะต้องมีใจรัก อดทน มีเวลา มีความรู้ในเรื่องชีววิทยา พฤติกรรมของผึ้ง การจัดการรังผึ้ง และอาศัยประสบการณ์ในการเลี้ยงผึ้ง เพื่อจะได้จัดการ รังผึ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จต่อไป การเริ่มต้นเลี้ยงผึ้งโพรง เป็นสิ่งที่ง่ายมากสำหรับผู้สนใจ พบว่าผึ้งดังกล่าวอาศัยอยู่ในพื้นที่ของประเทศไทยอยู่แล้วสำหรับสถานที่ที่มีแหล่งอาหารของผึ้งอุดมสมบูรณ์จะพบผึ้งอาศัยอยู่การเริ่มนำผึ้งมาเลี้ยงเราสามารถดำเนินการได้ 3 วิธี คือ 1). โดยการซื้อผึ้งมาเลี้ยง เป็นวิธีการที่สะดวก และรวดเร็ว แต่ต้องลงทุนมาก การซื้อผึ้งมา เลี้ยงเป็นวิธีหนึ่งในการจัดหาผึ้งมาเลี้ยง มีข้อพิจารณาดังต่อไปนี้ คือ - สภาพความสมบูรณ์ของผึ้ง ผึ้งที่ซื้อมาเลี้ยงต้องตรวจดูว่ามีจำนวนประชากรพอ สมควรหรือไม่ ผึ้งที่สมบูรณ์จะต้องมีตัวอ่อน น้ำผึ้ง และเกสรเพียงพอ เพื่อป้องกันการหนีรัง - ช่วงระยะเวลาการซื้อ ซึ่งนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะว่าถ้าหากซื้อผึ้งในช่วงฤดูกาล อพยพหรือช่วงที่ขาดแคลนแหล่งอาหารนับว่าเป็นการเสี่ยงต่อการหนีรังมาก ฉะนั้นการดำเนินการตัดสินใจ ซื้อควรพิจารณาซื้อผึ้งในช่วงที่ดอกไม้ตามธรรมชาติชุกชุม - [เตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร แบบเตาคู่](https://www.monmai.com/เตาเผาถ่าน-เตาคู่/) - แหล่งพลังงานที่ได้จากการสร้างป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง คือไม้และกิ่งไม้ พลังงานขั้นต้นคือทำฟืน หากแปรรูปเป็นพลังงานขั้นต่อไปคือ ถ่าน นั่นเอง การสร้างเตาแบบประหยัด สร้างจากสิ่งที่เรามี มีไม้มากพอที่จะสร้างเตาคู่ วัสดุที่ใช้ ถังเหล็ก 200 ลิตรแบบมีฝาล็อค 2 ใบ ท่อใยหิน ขนาด 4 นิ้ว ยาวประมาณ 1 เมตร 2 อัน ข้องอท่อใยหิน 90 องศา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว 2 อัน ไม้ไผ่ทะลวงให้ทะลุยาว 4-6 เมตร 2 อัน (ตัดจากสวน) แผ่นสังกะสีเก่า (จากการรื้อหลังคาเก่า) ท่อนไม้ไผ่ (ตัดจากสวน) ดิน ทราย (ขุดรอบๆ มาใช้) ลงมือกันเลย 1. นำตัวเตาที่เจาะทั้งหน้าที่ฝาเตา 20x20 ซม. - [เตาชีวมวลถังน้ำยาแอร์](https://www.monmai.com/เตาชีวมวลถังน้ำยาแอร์/) - เมื่อทำเกษตรยั่งยืนในแบบวนเกษตร​ เราจึงมีต้นไม้และกิ่งไม้มาก​ กิ่งใหญ่ๆใช้เผาถ่าน​ กิ่งเล็กก็เป็นฟืน เป็นชีวมวลที่ใช้กับเตาชีวมวลได้ดี วัสดุ​อุปกรณ์ - ถังน้ำยาแอร์ - ท่อเหล็ก​ 6 นิ้ว - เหล็กเส้น​ เหล็กแบน - บานพับ​ มือจับ​ ตัวล็อค - อุปกรณ์​ตัด​ เชื่อมโลหะ ลงมือทำ 1. นำถังน้ำยา​แอร์​มาเปิดเอาน้ำยา​แอร์​ออกให้หมด​ ตัดส่วนฝาด้านบนออก​ ให้พอดีกับท่อเหล็ก​ 6 นิ้ว​ แล้วเจาะประตูด้านข้างถัง​ขนาด 20x7 ซม.ประกอบประตู​ด้วยบานพับ​ ติดตั้งมือจับเพื่อใช้เปิดปิดประตูลม 2. นำตัวถังมาเชื่อมกับเหล็กฐานเตาให้แข็งแรง​ และต่อกับฐานรองรับภาชนะบนเตา 3. ทำไส้เตาโดยนำท่อเหล็ก ​6 นิ้ว​ ยาว 25 ซม.​มาเชื่อมต่อกับเหล็กแบนเป็นฐานกันชีวมวลตก​ อีกด้านของท่อใช้เหล็กเส้นเชื่อมตรงขอบด้านนอกเพื่อเป็นที่ยึดกับถัง เจาะรูด้านบน 2 แถว ด้านล่าง 1 แถว 4. ฐานรองรับภาชนะ ดัดเหล็กขนาดพอสวมไส้เตาและฐานรอง ดัดเหล็กงอสูง 5 - [รถตัดหญ้าก้านยาว](https://www.monmai.com/รถตัดหญ้าก้านยาว/) - งานตัดหญ้าที่เป็นงานหลักต้องใช้เครื่องทุนแรงที่เหมาะสม เราใช้เครื่องตัดหญ้าแบบใช้ไฟฟ้ากระแสตรง 24V ใช้แบตเตอรรี่ 24V12AH ตัดหญ้าได้ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่น้ำหนักที่ต้องแบกแบตเตอรี่ประมาณ 8 กก. ซึ่งหนักพอสมควรทำให้ต้องดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งาน ให้กลายมาเป็น รถตัดหญ้าก้านสั้น และปรับปรุง ดัดแปลงให้เป็นรถตัดหญ้าก้านยาว วัสดุ​อุปกรณ์ - เครื่องตัดหญ้าก้านยาว 150 ซม. พร้อมใบตัด - แบตเตอรี่ 24V12AH (พร้อมชาร์ตไฟ) - รถตัดหญ้าก้านสั้น (ที่ทำไว้แล้ว) - ล้อจักรยาน​ 20 นิ้ว​ 2 ล้อ ลงมือทำ 1. นำรถตัดหญ้าก้านสั้นที่ทำไว้แล้ว เชื่อมต่อฐานรถด้านบนเพื่อรองรับเครื่องตัดหญ้าแบบก้านยาว เชื่อมต่อฐานบนและฐานล่างให้แข็งแร็งขึ้นตามแรงเหวี่ยงของเครื่องตัดหญ้า 2. เสริมเหล็กตะแกรงเชื่อมต่อกับฐานเพลาเพื่อใส่แบตเตอรี่ให้แข็งแร็งขึ้น 3. ปรับแฮนด์จักรยาน และท่อประคองค้ำท่อด้วยสเต็ม ให้เหมาะสม 4. เดินสายไฟและสวิทซ์ปิดเปิด การใช้งาน - ประกอบเครื่องตัดหญ้าก้านยาวเข้ากับตัวรถ นำแบตเตอรี่ใส่ในตะแกรง ต่อสายไฟให้ครบวงจร - เปิด - [รถตัดหญ้าก้านสั้น](https://www.monmai.com/รถตัดหญ้าก้านสั้น/) - เกษตรกรที่ทำเกษตรตามแนวทางเกษตรยั่งยืน งดการใช้ยาฆ่าหญ้าและสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อพืชและสัตว์ รวมทั้งสิ่งมีชิวิตทั้งหลาย ดังนั้นการจัดการหญ้าด้วยการตัดเป็นงานหลักงานหนึ่งในการดูแลสวน ใน #สวนหม่อนไม้ เราใช้เครื่องตัดหญ้าแบบใช้ไฟฟ้ากระแสตรง 24V ใช้แบตเตอรรี่ 24V12AH ตัดหญ้าได้ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่น้ำหนักที่ต้องแบกแบตเตอรี่ประมาณ 8 กก. ซึ่งหนักพอสมควรทำให้ต้องดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งาน ให้กลายมาเป็น รถตัดหญ้าก้านสั้น วัสดุ​อุปกรณ์ - เครื่องตัดหญ้าก้านสั้น 75 ซม. พร้อมใบตัด - แบตเตอรี่ 24V12AH (พร้อมชาร์ตไฟ) - ล้อจักรยาน​ 12 นิ้ว​ 2 ล้อ - ขาตะเกียบจักรยาน 20 นิ้ว - แฮนจักรยาน 1 ชุด - สเต็มล็อกท่อจักรยาน 3 ตัว - ท่อเหล็ก 4 หุน​ 1 เส้น - ท่อเหล็ก - [เครื่องผสมอาหารสัตว์มือหมุน](https://www.monmai.com/เครื่องผสมอาหารมือหมุน/) - ในยามที่เกษตรกรซึ่งทำการเกษตรมีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ​และมีอายุ​เฉลี่ยมากขึ้น​ การทำเกษตรที่ใช้แรงงานจึงต้องเข้าสู่การใช้เครื่องมือ​ เครื่องจักรทางการเกษตร​ รวมทั้งเครื่องทุ่นแรงที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ใน​ #สวนหม่อนไม้ มีการเลี้ยงสัตว์ในรูปแบบเกษตรผสมผสาน​ มีทั้ง​ เป็ด​ ไก่​ ปลา​ กุ้ง​ หอย​ ตามวิธีและวิถีธรรมชาติ​ ร่วมกับการเพาะปลูก​ และเมื่อต้องทำอาหาร​เลี้ยงสัตว์​ โดยใช้หญ้าเนเปียร์​ หญ้าพืช​ ผักตบชวา กล้วย​ รำ​ และน้ำหมักปลา​ ผสมกัน​ในกระบะ​ เรามาสร้างอุปกรณ์​ทุนแรงในการผสมอาหารสัตว์กันเถอะ วัสดุ​อุปกรณ์ ถังเหล็ก​ 200​ ลิตร เหล็กกล่อง​ 1x2 นิ้ว​ 1 เส้น เหล็ก​กล่อง​ 1x1 นิ้ว​ 1 เส้น เหล็กเพลา​ 7​ ​หุน​ 1 เมตร เหล็กเส้น​ข้ออ้อย 1 เส้น เหล็กแผ่น​ 4x4 นิ้ว​ 6 ตัว ตลับลูกปืน(ตุ๊กตา​)​ 1 นิ้ว​ 2 - [รถฉีดปุ๋ยน้ำ](https://www.monmai.com/รถฉีดปุ๋ยน้ำ/) - เมื่อเราทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางเกษตรพึ่งตน สารอินทรีย์ต่างๆที่นำมาใช้ในแปลงที่เกิดจากการใช้จุลินทรีย์สร้าง น้ำหมักพืช น้ำหมักผลไม้ น้ำหมักสมุนไพร อะมิโนโปรตีน น้ำหมักนม จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ซึ่งปุ๋ยและฮอร์โมนเหล่านี้เราสามารถส่งไปในระบบน้ำที่วางระบบแบบท่อได้ทันที แต่หากเราจัดการน้ำในระบบร่องน้ำบนดินเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงการใช้น้ำฝนเป็นหลัก ดังนั้นการฉีดปุ๋ยน้ำจึงจำเป็นใช้ถังฉีดพ่นในสวน โดยปรกติถังฉีดปุ๋ยน้ำจะเป็นแบบสะพายหลังความจุอยู่ที่ 18-20 ลิตรใช้แรงมือโยก จะทุ่นแรงหน่อยก็ใช้เครื่องยนต์หรือแบบไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่ แต่ก็ยังหนักขณะแบก ความจุน้อยและอาจไม่สะดวก หรือหากใช้ปั๊มแรงดันสูงก็ลงทุนสูงเกินไป แต่ก็จำเป็นต้องมีเครื่องฉีดปุ๋ยน้ำแรงสูง ถึงเวลาที่ต้องทำขึ้นใช้เอง... วัสดุและอุปกรณ์ - ปั๊มไดอะแฟรม ขนาดแรงดัน 8-12 บาร์ แบบใช้ไฟฟ้า 12 โวลต์ กระแสตรง (12 V DC) พร้อมสายยางและหัวฉีด (ความจริงคือปั๊มฉีดล้างรถนั่นเอง) - แบตเตอรรี่ 12 โวลต์ กระแสตรง ขนาด 7.5 AH (หนักประมาณ 0.8 กก.) พร้อมที่ชาร์ทไฟ - กล่องเครื่องมือ (ของเก่า) สายไฟ สวิทซ์ไฟ - เหล็กกล่อง - [ตู้อบพลังแสงอาทิตย์ แบบถัง 100 ลิตร](https://www.monmai.com/ตู้อบพลังแสงอาทิตย์-100l/) - เมื่อเราสร้างและมีฐานทรัพยากรพอที่จะพอยู่พอกิน ในหลายครั้งที่เรามักจะมีผลผลิตออกมาพร้อมกันจำนวนมากเกินกว่าจะกิน ใช้ ให้และแบ่งปัน ขั้นต่อมาคือการเข้าสู่กระบวนการแปรรูป และการแปรรูปที่ใช้ต้นทุนน้อยที่สุดคือ การตากแห้ง ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ช่วยเป็นหลัก ตู้อบพลังแสงอาทิตย์ ทำแบบง่ายๆ #เริ่มจากสิ่งที่มี เตรียมอุปกรณ์ ถัง 100 ลิตร 1 ใบ (เทียบกับกระจกที่มีเป็นหลักจึงใช้ถัง 100 ลิตร) เหล็ก ขนาดต่างๆ (เศษเหล็กเหลือใช้ในบ้าน) กระจกเทมเปอร์ ตะแกรงสแตนเลส ใช้สำหรับทำ BBQ เครื่องมือและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ได้แก่ สีกันสนิม สีอะครีริคดำ บานพบกระจก ล้อลาก เครื่องเชื่อม+ธูปเชื่อม เป็นต้น ลงมือกันเลย ตัดถังผ่าครึ่งด้วยเครื่องตัดเหล็ก ให้ฝาปิดอยู่ด้านล่าง ไว้ระบายลมร้อน+เย็น ลบคมด้วยตะไบ ทาสีกันสนิม ทาสิดำด้านในของถังเพิ่มการดูความร้อนและลดการสะท้อนแสง ตัด,เชื่อมเหล็ก ทำเป็นฐาน ให้ได้ขนาดพอดีกับถัง และความยาวของกระจก นำถังผ่าซีก มาเชื่อมติดกับฐาน แล้วทาสีกันสนิม ติดตั้งจานรองน้ำด้วยปิ่นโตเก่า เททับด้วยซีเมนต์ ไว้สำหรับหล่อน้ำกันมดและแมลง ประกอบกระจกกับบานพับ และทำฐานล้อลาก เมื่อนำไปใช้ก็ใส่ - [ปุ๋ยหมักขลุกขลิก](https://www.monmai.com/ปุ๋ยหมักขลุกขลิก/) - ทำปุ๋ยหมักชีวภาพแบบประยุกต์รูปแบบการทำเกษตรตามแนวทางกสิกรรมธรรมชาติ ที่เรียกว่า แห้งชามน้ำชาม มาใช้ในการทำดินให้มีชีวิต เวลาที่ทำแบบแหีงชามน้ำชามต้องใส่ส่วนปุ๋ยหมักและส่วนน้ำหมักทีละครั้ง เมื่อเรามีพื้นที่สวนกว้างจึงนำทั้งสองส่วนมาผสมกันแล้วนำไปใส่ดินครั้งเดียว เลยเรียกสูตรนี้ว่า ปุ๋ยหมักขลุกขลิก ส่วนผสมที่ใช้ดังนี้ ส่วนแห้ง -> ปุ๋ยหมักชีวภาพ + ดินขุยไผ่ + ถ่านชีวภาพ(Biochar) ส่วนน้ำ -> น้ำหมักชีวภาพ (น้ำหมักพืชรสจืด+จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) + น้ำส้มควันไม้ ผสมส่วนแห้งให้เข้ากัน เติมส่วนน้ำที่ผสมแล้วลงไปพอหมาดๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ห่มด้วยกระสอบพักไว้สัก 2-3 วัน ก็นำไปใส่ให้ดินที่โคนต้นไม้รอบๆทรงพุ่ม ... สร้างดินให้มีชีวิต เลี้ยงดิน..ให้ดินเลี้ยงพืช - [แอร์แว แบบท่อ 3 นิ้ว](https://www.monmai.com/แอร์แว-3-นิ้ว/) - แอร์แวช่วยปรับระบบความดันน้ำในระบบท่อนำเพื่อการเกษตร มีหลักการทำงานดังนี้ เมื่อน้ำถูกสูบขึ้นมาจากหัวกระโหลกที่อยู่ใต้น้ำก็จะมีอากาศขึ้นมาด้วยซึ่งช่องว่างที่อยู่ในท่อ PVC ที่ตั้งขึ้นสูง ๆ จะมีอากาศแวะเข้าไปในท่อดังกล่าว และเมื่ออากาศไม่มีที่ออกก็จะเกิดแรงดันเพิ่มมากขึ้นก็จะไปดันน้ำที่อยู่ในท่อออกมา ซึ่งอากาศก็จะไปเพิ่มแรงดันน้ำที่สูบขึ้นมามากยิ่งขึ้นประมาณ 30-40 % จึงเป็นเหตุทำให้แรงดันน้ำเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ วัสดุที่ใช้ ทำแอร์แว ปั๊มน้ำที่ใช้ขนาด 1 1/2 นิ้ว วัสดุที่ใช้ดังนี้ ท่อ PVC ขนาด 3 นิ้ว ความยาว 120 ซม. จำนวน 2 ท่อน ท่อ PVC ขนาด 1 1/2 นิ้ว ความยาว 50 ซม จำนวน 1 ท่อน ข้อต่อ 3 ทางขนาด 1 1/2 นิ้ว 2 อัน ข้อต่อตรง 3 นิ้วลด 1 1/2 - [กุง ไม้อนุรักษ์](https://www.monmai.com/กุง/) - ต้นกุงพบได้ในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง หรือป่าแดง ที่พบขึ้นอยู่ทุกภาคของประเทศไทย ทำที่อยู่อาศัย (ปัจจุบันเป็นไม้อนุรักษ์) ชื่อสามัญ: พลวง ชื่อวิทยาศาสตร์: Dipterocarpus tuberculatns Roxb. ชื่อวงศ์: DIPTEROCARPACEAE ชื่ออื่นๆ: ต้นกุง (อุบลราชธานี, อุดรธานี, ชัยภูมิ ต้น ) คลง (เขมร) คลอง (เขมร) ควง (พิษณุโลก, สุโขทัย) ตึง, ตึงขาว (ภาคเหนือ) พลวง, ยาง (ภาคกลาง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ยางพลวง (ภาคกลาง) พลอง, แลเท้า (กะเหรี่ยง ลักษณะ ต้น ไม้ยืนต้นขนาดกลาง-ใหญ่ สูง 10-30 เมตร ผลัดใบ ลำต้นเปลาตรง เปลือกหนาสีน้ำตาลปนเทาอ่อน แตกเป็นร่องลึกไปตามยาวของลำต้น กิ่งอ่องเกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง มีรอยแผลใบเห็นชัด ใบ เดี่ยว เรียงเวียนสลับ - [เตาเผาถ่าน 200 ลิตร](https://www.monmai.com/เตาเผาถ่าน-200-ลิตร/) - การเผาถ่านด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร ได้ยินว่านำเข้ามาโดยวิทยากรชาวญี่ปุ่น เจ้าพ่อการเผาและการใช้ถ่าน มาพร้อมกับการอบรม เตาหลายประเภท (เช่น เตาอิวาเตะ เตาโยชิมูระ เตาโลงผี ฯลฯ ) เตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร แม้ไม่ใช้เตาที่ดีที่สุด ทั้งในแง่คุณภาพ และปริมาณของถ่านที่ได้ แต่กลับเป็นที่นิยม บางหมู่บ้าน ต้องออกกฏห้ามมาเผาบริเวณหมู่บ้าน ให้ไปเผาในไร่ในส่วน เนื้องจากควันที่ออกมาจากเตาที่เผากัน ทั่วหมูบ้าน ครับเตา 200 ลิตรจึงเป็นที่นิยมด้วยความลง วัสดุสร้างเตาหาง่าย ไม้ที่นำมาเผาเป็นไม้เล็กไม้น้อย ได้หมด แถมยังเก็บน้ำส้มควันไม้ได้อีก(ของเหลวที่ได้จากการกลั่นตัวจากควัน ในช่วงเวลาที่เหมาะสม) เอาละเขียนเกิ่นนำพอเป็นพิธี (เดี๋ยวจะหาว่าไม่พยายามทำตัว ให้ frienly) ลงมือทำกันเลยดีกว่า ทำผิดเยอะๆ จะได้ไม่มีอะไรให้ทำพลาดอีก เตาเผาถ่าน 200 ลิตร ส่วนประกอบที่ใช้ในการติดตั้ง 1. ถัง 200 ลิตร 2. ข้องอฉากใยหิน เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว 3. ท่อตรงใยหินเส้นผ่าศูนย์กลาง - [เพาะเห็ดนางฟ้าในท่อซีเมนต์แบบประหยัด](https://www.monmai.com/เพาะเห็ดในท่อซีเมนต์/) - ในการเพาะเห็ดนางฟ้า หรือเห็ดนางรมเพื่อเอาไว้บริโภคในครัวเรือน เราสามารถเพาะเห็ดนางฟ้า นางรมแบบไม่ต้องสร้างโรงเรือนได้ โดยไม่ต้องพึ่งโรงเรือนเพาะวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องลงทุนสูง โดยมีแค่ท่อซีเมนต์ หรืออ่างปูน มีขั้นตอน ดังนี้ อุปกรณ์ วงบ่อซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร เห็ด 60 ก้อน ทราย 1 ถุง ใส่ตะกร้าแบน ไม้ไผ่ ทำเป็นที่วาง ถ้าหาไม่ได้ ไม้กระถินก็ได้ หรือท่อน้ำประปาที่ไม่ใช้ก็ได้ กระสอบ ผ้า หรือวัสดุบิดฝา น้ำสะอาด ถ้าเป็นน้ำประปาเปิดไว้ 1 - 2 วัน ตากแดด ที่ฉีดน้ำ 1 กระบอก ไม่ต้องซื้อ หาได้ในบ้าน ขั้นตอนการเพาะเห็ด นำวงบ่อซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร มาวางพิง ผนัง ในลักษณะตะแคง ในพื้นที่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง สำหรับวงบ่อซีเมนต์ที่นำมาใช้ หากเป็นวงบ่อที่มีด้านเปิดด้านเดียว สามารถวางตั้งได้เลย แต่ถ้าใช้วงบ่อกลวง - [สวนสมรม ทางรอดของชาวสวน](https://www.monmai.com/สวนสมรม/) - สวนสมรมคือการปลูกพืชหลายชนิดในพื้นที่เดียวกันและ พึ่งพาอาศัยกันเหมือนกับครัวมีพ่อ แม่ ลูก หลาน พึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สวนสมรม เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีตของภาคใต้ ที่ปลูกไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก พืชสมุนไพรในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ทำลายพืชดั้งเดิมที่มีอยู่ ทำให้พืชได้พึ่งพาอาศัยกันเองตามธรรมชาติ เช่น ใบของต้นไม้หลากหลายชนิดในสวนสมรม จะหล่นลงสู่ดินเป็นปุ๋ย ช่วยปกคลุมดิน ป้องกันการสูญเสียน้ำและความชื้นของหน้าดิน การปลูกดอกไม้สีสด เช่น บานชื่น ทานตะวัน บานไม่รู้โรยไว้ในสวนสมรม สีของดอกไม้จะช่วยดึงดูดแมลงช่วยให้แมลงทำลายพืชอื่น ๆ น้อยลง รวมทั้ง การปลูกพืชหลากหลายชนิดก็จะมีแมลงมากชนิดมาตอม ซึ่งแมลงบางชนิดเป็นศัตรูตามธรรมชาติของแมลงศัตรูพืช จึงเกิดความสมดุล โอกาสที่แมลงศัตรูพืชจะระบาดจนเกิดความเสียหายจึงมีน้อย และการปลูกพืชสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้หอม สะเดา ใบยาสูบ สามารถนำมาเป็นสารกำจัดแมลงศัตรูพืชได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี การปลูกพืชแบบสวนสมรม นอกจากจะช่วย อนุรักษ์ความหลากหลายของพืชในท้องถิ่น ยังทำให้เกษตรกรได้รับผลผลิตที่หลากหลาย ทำให้มีกินมีใช้ และมีสุขภาพดี ไม่ต้องเสียค่ายารักษาโรค และมีสิ่งแวดล้อมที่ดี สวนสมรม หรือสมลม เป็นคำภาษาถิ่น หมายถึง สวนขนาดเล็ก - [บ้านดิน (House of Cob)](https://www.monmai.com/บ้านดิน/) - บ้านดิน พัฒนาการในเมืองไทย บ้านดิน (House of Cob) เป็นการกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่งของสถาปัตยกรรมธรรมชาติ บ้านอันเก่าแก่ ยาวนานของมนุษยชาติ แต่ด้วยเทคนิค วิธีการจัดการผสมวัสดุสมัยใหม่ทำให้ง่ายขึ้นและดีขึ้น ดิน ถูกนำมาใช้สร้างบ้านเมื่อราวหนึ่งหมื่นปีก่อน ด้วยความที่มีดินอยู่ทุกหนแห่ง จึงทำให้คนทุกทวีปทั่วโลกใช้ดินสร้างบ้านมาทุกยุคทุกสมัย ทุกวันนี้ประชากรโลกราวหนึ่งในสามยังอยู่ในบ้านที่สร้างด้วยดิน ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส จีน อิหร่าน แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ซึ่งมีบ้านดินสูง 5 ชั้น ซึ่งชาวอินเดียนแดง เผ่า Pueblo สร้างและอาศัยมานานกว่า 900 ปีแล้ว เทคนิคการสร้างบ้านดินเริ่มในยุโรป เมื่อ 800ปีที่แล้ว และกระแสบ้านดินเริ่มกลับมาเป็นความหวังของคนระดับรากหญ้าอีกครั้งเมื่อราว สิบกว่าปีที่แล้วนี้เอง ประโยชน์ ของการสร้างบ้านด้วยดินในเมืองไทย ดินในแถบลุ่มน้ำภาคกลางเรียกได้ว่าเป็นดินเหนียวแทบทั้งสิ้น แม้แต่ทางภาคอีสานก็มีลักษณะเป็นดินเหนียวปนทราย จึงสามารถนำดินมาขึ้นรูปเป็นบ้านดินได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย บ้านดินมีคุณสมบัติในการเป็นฉนวน คือสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศรุนแรงทั้งหนาวจัดและ ร้อนจัด บ้านดิน มีอุณหภูมิภายใน 24-26 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ เราสามารถอยู่ได้อย่างสบาย (อุณหภูมิที่เราตั้งแอร์ แบบประหยัดไฟนั่นเอง) อีกทั้งฝาผนังบ้านดินยังสามารถดูดซึมความชื้นได้ดี ดังนั้นบ้านดิน - [เตานรก เตาชีวมวลแบบประหยัด](https://www.monmai.com/เตานรก/) - เตาชีวมวลอย่างง่าย เหมาะสำหับใช้ในกิจกรรมที่ต้องใช้ไฟ ความร้อนต่อเนื่อง ทำง่ายจนมีฉายาว่า เตานรก อุปกรณ์ ปี๊ป 20 ลิตร กระป๋องกาแฟหรือปลากระป๋อง ท่อ PVC 2 วิธีทำ เจาะปี๊บด้านบน ด้านล่างอุดให้เรียบร้อย เจาะปี๊บด้านข้าง ขนาดพอดีกับขนาดกระป๋องกาแฟ เจาะทะลวงหัวท้ายกระป๋องกาแฟ ประกอบกระป๋องกาแฟที่เจาะแล้วกับปี๊บ เชื้อเพลิง ขี้เลื่อย แกลบ อินทรย์ว้ตถุแห้ง ใบไม้ กิ่งไม้ หญ้า วิธีใช้ นำท่อ PVC วางไว้ตรงกลางของปี๊บ แล้วใส่และอัดบรรจุเชื้อเพลิงเข้าไปให้แน่น แล้วถอดท่อ PVC ออกจะเป็นช่องกลมตรงกลางเตา จุดไฟโดยใช้เชื้อไฟ จุดจากด้านบนให้ติดแล้วนำไปใช้งานได้ทันที เมื่อเริ่มจุดไฟจะมีควันพอสมควร เมื่อไฟติดแล้วสามารถใช้งานได้ หากต้องการเร่งไฟให้ใส่เศษกิ่งไม้ในช่องว่างกลางเตา จะเกิดเปลวไฟที่แรงขึ้น สามารถใช้ไฟได้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอัดเชื้อเพลิงแน่นเพียงใด แน่นมากไฟอยู่นาน เลิกใช้งาน ปิดด้านบน และปิดด้านข้างให้สนิท เพื่อป้องกันออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยาการเผาไหม้ - [เคี่ยม ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี](https://www.monmai.com/เคี่ยม/) - เคี่ยม เป็นไม้ยืนต้นพบในคาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมลายู ไปจนถึงเกาะบอร์เนียว ลำต้นตรง ไม่มีพูพอน เปลือกสีน้ำตาลเข้มอมดำ ผิวแตกเป็นร่องลึก หลุดออกได้ ใบเดี่ยว เรียบเป็นมัน ดอกช่อ ดอกสีเหลืองอ่อน บานเต็มที่ กลีบดอกบิดห่อเข้าหากัน ผลเดี่ยว มีปีกสีเขียวทรงลูกข่าง ผลแก่สีน้ำตาล ปลิวตามลมได้ เนื้อไม้แข็งแรงทนทาน ใช้ในงานก่อสร้าง เปลือกไม้ใส่ในภาชนะรองรับน้ำตาลไม่ให้บูดเน่า ใช้เป็นยาห้ามเลือด แก้ท้องร่วง ชื่อวิทยาศาสตร์ Cotylelolbium melanoxylon Pierse วงศ์ Dipterocarpaceae ชื่ออื่น เคี่ยม (ทั่วไป) เคี่ยมขาว เคี่ยมดำ เคี่ยมแดง (ภาคใต้) ลักษณะ ไม้ต้น สูง 20-40 เมตร ลำต้นตรง เปลือกขรุขระ สีน้ำตาลเข้ม มีรอยด่างสีเทาและเหลืองสลับ มีช่องอากาศทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่ม ทึบรูปเจดีย์ ต่ำๆ ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่ กว้าง 2-5 - [ไผ่ว่ะโซ่ว](https://www.monmai.com/ไผ่ว่ะโซ่ว/) - ไผ่เป๊าะยักษ์, ไผ่มันหมู,ไผ่แม่ตะวอ,และมีอีกชื่อที่มาใหม่คือไผ่ว่ะโซ่ว อันที่จริงทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วนั้นมีชื่อทาง พฤกษศาสตร์คือ Dendrocalamus copelandii และมีชื่อสามัญว่า Wagyi จัดเป็นไผ่ขนาดกลางถึงใหญ่ อยู่ในตระกูลเดียวกับไผ่ยักษ์น่าน ไผ่ยักษ์จีน ไผ่ตง และไผ่หก มีความสูง 15-30 เมตร ลำไม้ยาวเรียว ตรง เส้นผ่าศูนย์ กลางลำ 8-25 เซนติเมตร ปล้องยาว 25-45 เซนติเมตร ลำอ่อนมีแป้งสีขาวปกคลุม และมีกาบหุ้มลำไม้นานกว่าจะหลุดร่วงไป พบกระจายพันธุ์อยู่ตามภูเขาหินปูนแถบชายแดนไทย- พม่าเท่านั้น และในประเทศไทยพบได้สามจังหวัดคือ แม่ฮ่องสอน ตาก และกาญจนบุรี เพิ่งมีการออกดอก ตายขุยกันอย่างมากมายเมื่อปี 2552-2553 ที่ผ่านมานี้ และมีทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน รวมถึงผู้รู้เรื่องไผ่หลายสำนักต่างตื่นตัว ไปเก็บเมล็ดมาเพาะขยายพันธุ์กันมากมายและเข้าใจว่าเป็นไผ่ยักษ์ต่างๆ หลายอย่างเหลือเกิน แต่ การที่ไผ่ยักษ์ออกดอกและตายขุยพร้อมๆกันในช่วงเวลาเดียวกัน เกิดขึ้นไม่บ่อยประมาณ70-80 ปีครั้ง แสดงว่าไผ่ที่ตายในครั้งนี้มีความเกี่ยวพันธุ์เป็นญาติที่ใกล้ชิดกันมาก สรุปก็คือเป็นไผ่ชนิดเดียวกันตัวเดียวกัน พ่อแม่หรือบรรพบุรุษเดียวกันนั่นเอง สิ่งที่ผู้รักไผ่ส่วนมากยังไม่รู้แม้แต่คนที่เพาะพันธุ์ไผ่ตัวนี้ขายเอง คือไผ่เป๊าะยักษ์ตัวนี้กำลังจะเป็นไผ่เศรษฐกิจที่สำคัญมากชนิดหนึ่งของประเทศไทยแล้ว เหตุผลก็เพราะว่ามีเกษตรคนเก่งคนหนึ่งได้ศึกษาทดลองปลูกไผ่เป๊าะยักษ์เป็นอาชีพหลักโดยปลูกไปแล้ว 6,000 กอในเนื้อที่ ยี่สิบกว่าไร่ เพื่อเก็บหน่อขายเป็นหลักและทำหน่อนอกฤดูปรากฎว่าออกหน่อตลอดทั้งปี - [โมโรเฮยะ ผักพระราชา](https://www.monmai.com/โมโรเฮยะ/) - โมโรเฮยะหรือที่รู้จักกันในชื่อ mulukhiya หรือใบมาลโลว์ (mallow leaf) ถูกปลูกในอียิปต์ตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อนำเส้นใยมาทำใยปอเพื่อใช้ประโยชน์ในงานสานและนำใบอ่อนมาทำเป็นอาหารจานอร่อยของอียิปต์รวมถึงสตูว์ คนจำนวนมากไม่ทราบว่าผักชนิดนี้มีคุณค่าอาหารที่สูงอย่างไม่คาดคิดจนกระทั่งกระทรวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นรายงานว่าโมโรเฮยะเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและไฟเบอร์ในปริมาณที่สูงเหนือกว่าผักส่วนใหญ่ที่ได้ชื่อว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง เช่น ผักขม แครอท และบร็อคโคลี่ เป็นต้น โมโรเฮยะ เป็นพืชเมืองร้อน แต่เดิมเป็นพืชป่า รู้จักกันดีตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะในประเทศอียิปต์ ถือเป็นผักที่เสริมสุขภาพ ได้มีผู้ขนานนามว่า ผักชาวัง ปอโมโรเฮยะ เป็นปอกระเจากินใบ มีลักษณะคล้ายปอกระเจาฝักขาว แต่มีขนาดใบ ดอก และเมล็ดเล็กว่าพันธุ์ปอกระเจา ที่ปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะทั่วไป ลำต้นและใบมีสีแดง แตกกิ่งมาก ไม่มีหนาม สูงประมาณ 1-2 เมตร ใบสีเขียว ยาวรีคล้ายใบพู่ระหง ออกดอกเมื่ออายุ 70-80 วัน เจริญเติบโตเร็วและแตกกิ่งมากกว่าปอกระเจาพันธุ์อื่น โดยเฉพาะในดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว และดินในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร ได้ทำการสำรวจและศึกษาการผลิตใบปอโมโรเฮยะของ เกษตรกรที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้รับการชี้แจงเกี่ยวกับสรรพคุณจาก นายไกรเลิศ ทวีกุล - [เหียง ยางเหียง สะแบง](https://www.monmai.com/เหียง/) - เหียง ไม้หวงห้ามธรรมดา ประเภท ก. เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูง 8-30 เมตร ผลัดใบ ดอกสีแดง หรือสีชมพูสด ดอกเดี่ยว เป็นพวง ใบลักษณะคล้ายต้นซาด แต่เล็กกว่า ดอกมีขาดเล็กกว่า ทนแล้ง ชอบดินทรายแบบอีสาน ปรับตัวได้ยอดเยี่ยม ยางของไม้ชนิดนี้ ใช้ยาเครื่องจักรสาน ยาแนวเรือ ใบใช้เย็บเป็นตับมุงหลังคาเถียงนา และฝากั้น ใช้ห่ออาหาร หลายส่วนของต้นไม้ชนิดนี้ ใช้เป็นยาสมุนไพร จึงนับว่ามีประโยชน์มาก ชื่อสามัญ Hairy Keruing ชื่อวิทยาศาสตร์ Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq. ชื่อท้องถิ่น ยางเหียง (จันทบุรี ตราด) ซาด (อีสาน) กุง (มาเลเซีย-มลายู) เกาะสะเตียง ตะแบง ตะลาอ่ออาหมื่อ ตาด ยางเหียง ล่าทะยอง สะแบง สาละอองโว เห่ง เหียงพลวง เหียงโยน - [ยางพลวง ไม้พื้นเมืองถิ่นอีสาน](https://www.monmai.com/ยางพลวง/) - ต้นกุงหรือพลวง หรือยางพลวง หรือยางกุง ไม้พื้นเมืองถิ่นอีสาน ที่เริ่มจะสูญหายในไม่ช้า ใบใช้ทำหลังคา ฝากั้นห้อง ลำต้นใช้ทำจันทัน ขื่อ แป เป็นไม้เนื้อแข็ง ใช้ทำโครงสร้างบ้านเรือน ชื่อวิทยาศาสตร์ Dipterocarpus tuberculatus Roxb. ชื่อวงศ์ DIPTEROCARPACEAE ชื่ออื่น กุง เกาะสะแต้ว สะเติ่ง คลง คลอง คลุ้ง ควง ตะล่าอ่ออาขว่า ล่าเทอะ ตึง ตึงขาว ยาง พลอง แลเท้า สาละออง ลักษณะ ไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ สูงได้ถึง 40 ม. ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นหนาแตกเป็นร่องลึก สีเทา เปลือกชั้นในสีน้ำตาลอมแดง หูใบเกลี้ยง กิ่งอ่อนอวบมีรอยแผลใบเห็นชัดเจน ใบ เดี่ยว รูปไข่ ขนาดใหญ่ ปลายใบมนกว้าง โคนใบหยักเว้าลึก ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น แผ่นใบหนา เกลี้ยง ใบอ่อนสีน้ำตาลแกมแดง - [เทพ เพียมะลัง นักวิชาการเกษตรผู้เดินตามศาสตร์พระราชา](https://www.monmai.com/เทพ-เพียมะลัง/) - เพื่อสืบสานปณิธานของพ่อ : ทฤษฎีใหม่ ประยุกต์ตามภูมิสังคม (โคกหนองนา โมเดล) ตามสภาพภูมิพื้นที่เดิม แบบง่ายๆ แต่มีคุณภาพ สามารถปฏิบัติตามได้ไม่ยาก สร้างแนวกันชน ป้องกันสารเคมี จากพื้นที่รอบข้าง ขุดคลองไส้ไก่สร้างระบบนิเวศน์ และเป็นแนวกันชน กว้าง 2.5 เมตร ลึก1.5เมตร ซึ่งทำให้ได้ดินมาถมทำเป็นคัน เพื่อปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง ขนาด กว้าง 4 เมตร สูง 1.2 เมตร "เครือข่ายฅนต้นน้ำ เพชบุระตามรอยพ่อของแผ่นดิน" คือ ประสานสิบทิศผูกมิตรทุกฝ่าย ทำงานแบบภาคี เครือข่ายทั้ง รัฐ วิชาการ ประชาชน เอกชน และสื่อมวลชน ซึ่งต้องร่วมกันทำงานแก้ปัญหา ด้วยศาสตร์พระราชา ประเทศถึงจะไปรอด ใครไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเราก็ไม่เป็นไร ต่างคนต่างทำ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน โครงการสร้างฝายชะลอน้ำเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ด้วยการชะลอความเร็วของกระแสน้ำที่ไหลด้วยวิธีการกักเก็บน้ำไว้ตามลำห้วยธรรมชาติเป็นตอน ๆ ส่วนใหญ่ฝายจะมีขนาดและความสูงไม่มากนัก ซึ่งการสร้างฝายชะลอน้ำตามต้นน้ำลำธารจะได้ประโยชน์คือช่วยกักเก็บน้ำชะลอไว้ให้อยู่บนพื้นผิวดินได้นานขึ้นมีเวลาซึมซับและดินสามารถเก็บหรืออุ้มน้ำไว้ได้ ช่วยลดการพังทะลายของหน้าดิน ลดความแรงของกระแสน้ำในลำห้วย ทำให้เกิดระบบการควบคุมไฟป่าด้วยแนวป้องกันไฟป่าเปียก สำหรับการจัดทำฝายชะลอน้ำ 89 - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเขาค้อ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง](https://www.monmai.com/ศูนย์กสิกรรมฯเขาค้อ/) - จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นจังหวัดหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและที่ผ่านมามักประสบปัญหาเช่นผลผลิตขายไม่ได้ราคาเนื่องจากต้นทุนการผลิตสูง มีปัญหาการใช้ปุ๋ยปลอมไม่ได้คุณภาพ ปัญหาหนี้สินและปัญหาอื่นๆติดตามมา ดังนั้นมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติจึงได้มาดำเนินการจัดตั้งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเขาค้อขึ้นเพื่อเป้นศูนย์การอบรมเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่เกษตรกรได้มีความรู้ในเรื่องการเกษตรแผนใหม่ที่ให้ผลผลิตมากแต่ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ การดำเนินงานของศูนย์วัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกอบรมให้แก่เกษรกรและประชาชนทั่วไปได้นำแนวความรู้ทางการเกษตรแผนใหม่ท่แฝงแนวปรชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงานเชิงการเกษตรได้อย่างมีคุณภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยมีหลักสูตรการฝึกอบรม 4 คืน 5 วันโดยกำหนดฐานของความรู้ไว้ เช่น คนรักแผ่นดิน คนมีบ้าน คนเอาถ่าน คนมีไฟ คนมีนำยา คนมีพลัง คนกินข้าว คนปลอดสารพิษ คนปลอดโรคภัยและคนรักษ์ป่า โดยทางศูนย์อบรมได้เตรียมวิทยากรทีเช่ยวชาญตามฐานต่างๆที่กำหนดไว้มาให้ความรู้และฝึกปฏิติที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงหลังจากจบกอบรมแล้ว และขณะนี้กำลังเปิดการอบรมกลุ่มเกษตรกรจากตำบลต่างๆ ซึ่งแต่ละรุ่นจะรับจำนวนจำกัดเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีคุณภาพ ยุทธศาสตร์ของการพัฒนาการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่เขาค้อให้เป็นดินแดนกสิกรรมธรรมชาติ ครัวโลกสะอาดปลอดสารพิษ วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ตามแผนงานหลัก 4 แผนคือ แผนงานเขาค้อมีพอกิน เขาค้อมีพออยุ่ เขาค้อมีพอใช้และเขาค้อมีความร่มเย็นเป็นป่าใหญ่ ซึ่งกลุ่มเกษตรกรหรือองค์กรปกครองท้องถ่นใดประสงค์จะเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโครงการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.085-3231705และ080-1895191 - [กล้วยแขก กล้วยทอด](https://www.monmai.com/กล้วยแขก/) - กล้วยแขก หรือ กล้วยทอด เป็นขนมไทยชนิดหนึ่งซึ่งปรุงโดยการนำกล้วยตัดเป็นแผ่นหรือหั่นคริ่งแล้วมาชุบน้ำแป้งซึ่งมีส่วนผสมของแป้งข้าวเจ้า มะพร้าวขูดขาว งาคั่ว น้ำตาล และกะทิ แล้วจึงนำไปทอดในน้ำมันร้อนในกระทะ ใช้รับประทานเป็นอาหารว่าง กล้วยแขก ขนมไทย ๆ และอร่อยอย่างไทย สูตรที่ 1 ส่วนผสม กล้วยน้ำว้า น้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าว มะพร้าวขูด แป้งข้าวจ้าว แป้งหมี่ เกลือ น้ำปูนใส วิธีทำ นำแป้งทั้งสองชนิดมาผสมกับมะพร้าวขูด และพรมน้ำปูนใสพอชุ่ม เมื่อผสมแล้วให้นวดให้เข้ากัน นวด ๆ ให้กะทิแตกมันเลย จะทำให้กล้วยแขก กรอบ อร่อย นำน้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าว เกลือ น้ำปูนใส กะตามใจชอบ ขยำ ขยำไปมากวนไปในทางเดียวกันตามเข็มนาฬิกา ขยำ 30 นาทีโดยประมาณ เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน นำกล้วยปลอกเปลือก ฝานให้ได้ 5 ชิ้นต่อกล้วย 1 ผล ขนาดจะพอดี กรอบนอก นุ่มใน - [ส้มเช้า ยาระบายอ่อน](https://www.monmai.com/ส้มเช้า/) - ส้มเช้า มีถิ่นกำเนิดทวีปแอฟริกา แถบหมู่เกาะมาดากัสการ์ บ้านเราพบได้ทั่วไปตามป่าดงดิบทุกภาค มีสรรพคุณทางยา นำใบมาโขลกพอกฝี หรือเป็นยาระบายอ่อนๆ เป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงใหญ่ ต้นสี่เหลี่ยมอวบน้ำ เปลือกมีหนามแข็งเรียงตามยาว 5 แถว น้ำยาง สีขาว มีรสเปรี้ยวจัดตอนเช้า สูงประมาณ 4-5 ฟุต ชื่อวิทยาศาสตร์ : Euphorbia neriifolia L. (E. ligularia Roxb.) วงศ์ : Euphorbiaceae ลักษณะ ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-5 เมตร กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีหนามแข็งตามมุม เรียงเป็นแถวตามยาว มีน้ำยางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 4-6 ซม. ยาว 10-15 ซม. ดอกช่อ รูปถ้วย ออกตามกิ่งก้าน ใบประดับสีเหลือง ดูคล้ายกลีบดอก ดอกย่อยแยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน ไม่มีกลีบดอก - [ผักขี้หูด ผักพื้นบ้าน](https://www.monmai.com/ผักขี้หูด/) - ผักขี้หูด แถวบ้านชาวนาเรียกผักขึ้หูด บางที่ก็เรียกผักเปิ๊ก หรือผักผ่อง ในภาษาอีสาน เป็นผักพื้นบ้านที่นิยมนำฝักอ่อน มาประกอบอาหาร เช่น แกง ลวกหรือนึ่งจิ้มน้ำพริก รสหวาน เหมือนกวางตุ้ง ปลูกในช่วงฤดูหนาว บริเวณภาคเหนือ มีรสเผ็ดเล็กน้อย แต่เมื่อทำให้สุกจะมีรสหวาน มัน ชื่อวิทยาศาสตร์ Raphanus sativus Linn. วงศ์ CRUCIFERAE ลักษณะ ต้น เป็นพืชล้มลุก สูงประมาณ 0.3 1.0 เมตร ลำต้นตั้งตรง มีขนแข็งปกคลุมเล็กน้อย ลำต้นจะเป็นรูปทรงกลมหรือทรงกระบอก ส่วนกลางของลำต้นจะกลวง ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงต้นแบบสลับ จะอวบน้ำ ส่วนด้านล่างของใบจะมีขอบใบที่เว้าเข้าหาเส้นกลางใบ ส่วนยอดสุดมีปลายมนหรือแหลม และมักมีขนาดใหญ่กว่า ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ใบขนาดกว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 9-15 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3-4 เซนติเมตร ดอก เป็นช่อ ออกบริเวณซอกใบ ช่อดอกยาวประมาณ - [บีทรูท ผักกาดฝรั่ง](https://www.monmai.com/บีทรูท/) - Benefits of Beetroot บีทรูท (Beetroot) หรือ ผักกาดฝรั่ง ผักกาดแดง เป็นหัวพืชหรือรากที่สะสมอาหารที่อยู่ใต้ดิน เป็นพืชเมืองหนาวและเป็นผักเพื่อสุขภาพ มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด หัวบีทรูทสีแดง เป็นหนึ่งในผักผลไม้ที่มีสีแดง ผักผลไม้ที่มีสีแดงส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยสารสำคัญที่ชื่อว่า ไลโคพีน (Lycopene) ซึ่งเป็นเม็ดสีแคโรทีนอยด์ที่ให้สีแดงแก่พืชผักต่างๆ ชื่อสามัญ Garden beet, Common beet ชื่อวิทยาศาสตร์ Beta vulgaris L. วงศ์บานไม่รู้โรย (AMARANTHACEAE) บีทรูท หรือ บีตรูต (อ่านว่า บีท-รูท) มีชื่อเรียกอื่นว่า ผักกาดฝรั่ง ผักกาดแดง บีทรูท เป็นผักเพื่อสุขภาพประจำเมืองหนาวที่ปลูกกันมากทางภาคเหนือของบ้านเรา โดยมีต้นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน แถบยุโรป โดยมีรากหรือหัวพืชที่สะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีลักษณะทรงกลมป้อม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-5 เซนติเมตร เนื้อด้านในอวบน้ำ มีสีแดงเลือดหมู ม่วงแดง และเหลือง ประโยชน์ของไลโคพีนในผักผลไม้สีแดง ไลโคพีน (Lycopene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์ผิวหนังและช่วยบำรุงสายตา - [ปรง ต้นไม้โบราณ](https://www.monmai.com/ปรง/) - ปรงจัดเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่เติบโต และมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคสมัยไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่ยังเหลือพบให้เห็นอยู่ ทั้งนี้ ปรงนิยมนำมาปลูกสำหรับประดับตามสวนจัดแปลงหรือสวนสาธารณะต่างๆ เนื่องจาก ลำต้น และใบปรงมีความเป็นเอกลักษณะ ดูแปลกตา และมีความสวยงาม อีกทั้ง เป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย ไม่จำเป็นต้องให้น้ำหรือปุ๋ยมากเหมือนไม้ประดับอื่นๆ ชื่อวิทยาศาสตร์ Cycas circinalis L. วงศ์ Cycadaceae ชื่ออื่น ๆ กา กาเดาะ กูดหลวา แข่ดู่ ทอคลิ บอกะ มะพร้าวเต่าดอย มะพร้าวเต่าหลวง มะพร้าวสีดา มุ่งมาง ลักษณะ ไม้ต้น เปลือกสีน้ำตาล มีรอยแผลใบที่ลำต้น มีเหง้าใต้ดิน ใบเป็นใบประกอบ รูปยาว แคบ ปลายใบแหลม ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกต้นกันอยู่ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีสปอร์จำนวนมากเรียงรอบแกนกลาง ดอกเพศเมียออกเป็นกาบระหว่างใบ มีไข่อ่อนติดทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 2-4 หน่วย เมล็ดกลมเมื่อแก่จัดสีแดงอมส้ม ประเทศไทยพบพืชสกุลปรง 5 ชนิดได้แก่ - [ถั่วหรั่ง ถั่วถิ่นใต้](https://www.monmai.com/ถั่วหรั่ง/) - ถั่วหรั่ง นั้นเป็นพืชล้มลุกตระกูลถั่วที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกาในแถบเกาะมาดากัสการ์และได้ผ่านเข้ามาถึงชายแดนภาคใต้ในช่วงปี พ.ศ. 2474 จนต่อมาได้กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคใต้ แต่ก็มีการเรียกที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น กาแลโป ถั่วไทร ถั่วโบ ถั่วปั่นหยี ถั่วเม็ดเดียว โดยถั่วหรั่งสามารถนำมาปรุงอาหารได้ทั้งคาวและหวาน แต่ที่นิยมกันมากที่สุดก็คือการนำมาต้มใส่เกลือคล้ายๆ การกินถั่วลิสง นอกจากนี้ถั่วฝักอ่อนก็สามารถนำมารับประทานได้โดยนำมาผัดในผัดผักทั่วไป เมล็ดแห้งก็ใช้บดทำแป้ง นอกจากนี้มันยังสามารถใช้ทำไส้ขนมได้อีกด้วย ชื่อสามัญ Bambarra Groundnut ชื่อวิทยาศาสตร์ Voandzeia subterranea , Vigna subterranea ชื่ออื่นๆ กาแลโป ถั่วไทร ถั่วโบ ถั่วปันหยี ถั่วเม็ดเดียว ถั่วหรั่ง (Bambarra Groundnut) มีชื่อวิทยาศาสตร์ Voandzeia subterranea หรือ Vigna subterranea เป็นพืชตระกูลถั่วล้มลุก มีระบบรากแก้ว ประกอบด้วยลำต้น 2 ชนิด คือ แบบตั้งตรง และเลื้อยขนานไปกับพื้นดิน บนข้อของลำต้นเลื้อยเป็นที่เกิดของใบ รากวิสามัญ รวมทั้งดอกและฝักถั่วหรั่ง ใบเป็นใบประกอบ - [สุภัทรชัย หันจรัส ชุมชนฟื้นภูมิไท](https://www.monmai.com/สุภัทรชัย-หันจรัส/) - จากปัญหาวิกฤตของเกษตรกรจนทำให้เกษตรกรรายย่อยอ่อนล้า พึ่งตนเองไม่ได้ ไม่คุ้มค่า คุ้มทุน ต้องสูญเสียที่ดิน และทิ้งถิ่นฐานปล่อยให้คนชราและเด็กอยู่ตามลำพัง ผู้บัญชาการทหารบกและประธานกรรมการอำนวยการโครงการคนกล้าคืนถิ่น มีนโยบายต้องการเห็นผลสัมฤทธิ์ของการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล จึงได้จัดทำโครงการ คนกล้าคืนถิ่น ขึ้นโดยเปิดรับสมัครคนกล้าทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ ศูนย์ประสานงานชุดปฏิบัติการโครงการคนกล้าคืนถิ่นภาคอีสาน (ศูนย์เรียนรู้ฟื้นภูมิไท) ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 20 ม.14 ตำบลสามัคคี อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นสถานที่ฝึกอบรมและศึกษาดูงานเรื่องเกษตรอินทรีย์ สุขภาวะชุมชนและเศรษฐกิจพอเพียง เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาความยากจนภาคประชาชนรวมถึงเป็นศูนย์ประสานงานเครือข่ายเกษตรอินทรีย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรอินทรีย์ระดับจังหวัดกาฬสินธุ์ กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ ด้านการผลิตอาหารปลอดภัย คือ การทำเกษตรอินทรีย์โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีใดๆทั้งสิ้น เช่น ทำนา พืช-ผัก ไม้ผลไม้ยืนต้น ปศุสัตว์ ประมง รวมถึงพืชสมุนไพรและยังส่งเสริมกลุ่มการทำการเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางทฤษฎีใหม่โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในโครงการเกษตรประณีต 1 ไร่ ไม่ยากไม่จนและขยายผลเพิ่มพื้นที่และจำนวนสมาชิกให้มากยิ่งขึ้น ด้านเศรษฐกิจชุมชน ได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฟื้นภูมิไท กิจกรรม การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพครบวงจร การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว ถั่ว พืชผักผลไม้และอื่นๆ นอกจากนั้นยังฝึกอบรมและส่งเสริมการผลิตเครื่องนุ่งห่มด้วยตนเองการผลิตของใช้จำเป็นในครัวเรือน เช่น น้ำยาล้างจาน สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก เป็นต้น ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนผลิตไบโอดีเซล - [เคียว เกี่ยวข้าว](https://www.monmai.com/เคียว/) - เคียว คือเครื่องมือทางการเกษตรชนิดหนึ่งใช้สำหรับเก็บเกี่ยวพืชผลประเภทข้าวและธัญพืช มีลักษณะเป็นมีดทำด้วยเหล็ก โค้งคล้ายตะขอและมีคมอยู่ด้านใน มีด้ามจับสำหรับถือ มีชื่อที่แตกต่างไปในแต่ละภาค เช่น ตรูด กรูด ผู้ใช้งานจะใช้เคียวเกี่ยวไปที่ฐานของต้นพืชและตัดออก เคียวแบบด้ามสั้นอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังเมื่อใช้เป็นระยะเวลานานเนื่องจากต้องยืนก้มอยู่ตลอด การใช้เคียวเกี่ยวข้าว วิธีเกี่ยวข้าวโดยใช้เคียว ชาวไร่ชาวนาจะถือเคียวด้วยมือข้างที่ถนัด แล้วใช้เคียวเกี่ยวกระหวัดกอข้าวทีละกอ ในขณะเดียวกันก็ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับกอข้าวนั้น และออกแรงดึงเคียวให้คมเคียวตัดลำต้นข้าวให้ขาดออกมา โดยทั่วไปจะเกี่ยวให้มีความยาวของต้นข้าวห่างจากรวงข้าว ให้พอเหมาะที่จะนำไปฟาดข้าวได้สะดวก หรือให้มีความยาวของต้นข้าวพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อไปได้ เช่น ใช้คลุมแปลงปลูกหอม กระเทียม ฯลฯ - [มันอ้อน มันพื้นบ้าน](https://www.monmai.com/มันอ้อน/) - มันพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่เกิดอยู่ในป่า ซึ่งมันที่พบและกินได้ในป่ามีหลายชนิด เช่น มันมือเสือ มันเทียน มันเลือดนก ฯลฯ มันอ้อนนำมาทำเป็นเมนูอาหารได้หลายอยาง ทั้งมันเผา มันต้ม นึ่ง กินธรรมดา จะขูดโรยมะพร้าวอ่อนลงไปด้วยก็ได้ หรือนำไปต้ม ปอกเปลือก เติมกะทิมะพร้าวสด น้ำตาล ทำเป็นของหวานมันอ้อนก็ได้ นอกจากนี้มันอ้อนยังนำไปแกงได้หลายอย่าง เช่น แกงส้ม แกงเลียง รสชาติอร่อยไม่แพ้แกงอื่นๆ มันอ้อนเป็นพืชล้มลุกประเภทเถา มีขนาดเล็กสีเขียวหรือสีน้ำตาล มีหัวอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยว เรียงสลับ หรือตรงข้าม แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน มีเส้นแขนงสองเส้น ออกจากโคนโค้งจรดปลายใบ ดอกแบบช่อสั้นออกตามง่ามใบ กลิ่นเหม็น ช่อหนึ่งมีเพียง 2-3 ดอก กลีบดอกมีชั้นเดียวเชื่อมติดกันเป็นหลอด โคนหลอดพองออกเป็นกระเปาะกลม เหนือขึ้นไปคอดเป็นหลอดเล็ก ๆ ปลายกลีบผายออกเป็นรูปปากแตรเบี้ยว เกสรเพศผู้ 6 อัน ยอดเกสรเพศเมียมี 6 แฉก ผลค่อนข้างกลมหรือรูปขอบขนานค่อนข้างกว้าง ผลแก่แตกไปถึงก้านผล เมล็ดแบน รูปไข่ มีปีกเปลือก กระจายพันธุ์ขึ้นในพื้นที่โล่งในป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง - [หอยหลอด หอยสองฝาคล้ายหลอดกาแฟ](https://www.monmai.com/หอยหลอด/) - หอยหลอดจะฝังตัวตามแนวดิ่งในตะกอนดินโคลนปนทรายบริเวณปากแม่น้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า "ทรายขี้เป็ด" โดยอาศัยอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลตั้งแต่ 50 เมตรไปจนถึง 3 กิโลเมตรแล้วแต่ชนิด บริเวณที่มีหอยหลอดเป็นจำนวนมากในไทยคือดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากที่ดอนหอยหลอดแล้ว ยังพบตามชายฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามันของจังหวัดอื่นด้วย ชนิด S. corneus, S. regularis, S. strictus และ S. thailandicus พบมากที่จังหวัดตราด จันทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม (ดอยหอยหลอด) และเพชรบุรี; ชนิด S. vagina พบมากที่จังหวัดตรัง ส่วนชนิด S. grandis และ S. exiguus พบที่จังหวัดสตูล แต่มีปริมาณน้อย ชื่อสามัญ : Rozer ciam ชื่อวิทยาศาสตร์ : Solen regularis Dunker, 1861 หอยหลอดเป็นหอยสองฝาชนิดหนึ่งที่มีการแพร่กระจายบริเวณปากแม่น้ำ ทั้งทางด้านชายฝั่งทะเลอันดามัน และชายฝั่งทะเลอ่าวไทยในบริเวณพื้นที่ที่เป็นดินปนทราย หอยหลอดประกอบด้วยเปลือกที่ห่อหุ้มลำตัว เป็นรูปทรงกระบอกสีขาวอมเหลือง - [ปักชำพริกไทย แบบควบแน่น](https://www.monmai.com/ปักชำพริกไทย/) - ขั้นตอนและวิธีการขยายพันธุ์พริกไทยเพื่อเป็นประโยชน์ในการขยายพันธ์ให้แก่เพื่อนเกษตรกรต่อไปวิธีการขยายพันธ์ที่เลือกใช้คือ การปักชำแบบควบแน่น มีวิธีการดังนี้ 1. ดินที่เลือกใช้จะเป็นดินดีมีแร่ธาตุอาหารและอินทรีย์วัตถุสูง (ดิน + แกลบ + แกลบดำ + ปุ๋ยหมักชีวภาพ ,1:1:1:1) 2.นำดินใส่ในถุงเพาะชำขนาด 2.57 นิ้ว และนำไปวางเรียงกันไว้ในโครงไม้ไผ่ที่จะทำโดมพลาสติกซึ่งเราจะหุ้มปิดในภายหลัง 3.รดน้ำให้ดินชื้นไม่ให้ดินในถุงที่วางเรียงในโดมแห้งเพื่อกระตุ้นให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชทำงานได้ดี 4.ไปตัดไหลยอดที่เลื้อยยาวๆอยู่ในแปลงปลูกพริกไทยมาตัดโดยตัดเป็นท่อนซึ่งท่อนหนึ่งมีความยาวประมาณ 3 ข้อ 5.นำท่อนพันธ์ไปแช่น้ำยาเร่งราก(เครื่องดื่มบำรุงกำลัง+กะปิ) ที่ผสมน้ำเจือจางแล้วประมาณ 1 ชม. 6.นำท่อนพันธ์ไปปักลงในถุงดินที่เตรียมวางไว้แล้วในโดมโดยปักข้อล่างของท่อนพันธ์พริกไทยจำนวน 1 ข้อลงไปตรงกลางถุง 7.เมื่อปักเสร็จหมดแปลงแล้วก็รดน้ำจนชุ่มทั้งแปลงจากนั้นไปตัดแผ่นพลาสติกใสให้มีขนาดพอที่จะที่ใช้หุ้มโครงไม้ไผ่ได้พอดีเมื่อตัดได้ขนาดพอดีแล้วก็นำแผ่นพลาสติกใสนั้นมาหุ้มโครงไม้ไผ่ที่เตรียมไว้เพื่อทำโดมพลาสติกครอบต้นพันธ์พริกไทยต่อไป 8.จัดชายพลาสติกที่หุ้มโดมโดยจะต้องปิดให้มิดชิดวิธีการคือใช้จอบถากดินบริเวณรอบๆโดมพริกไทยเพื่อนำมาทับชายพลาสติกไว้ไม่ให้อากาศภายนอกเข้า 9.จากนั้นรออีกประมาณ 1 เดือนครึ่งจ ึงนำออกจากโดมเพื่อนำไปเลี้ยงต่ออีกประมาณ1เดือนจึงจะสามารถนำลงปลูกในแปลงได้ แหล่งอ้างอิง ไร่ดาบบรรพต - [การเพาะเมล็ดผัก](https://www.monmai.com/เพาะเมล็ดผัก/) - ปัจจุบันเมล็ดพันธุ์หลายชนิดที่มีราคาค่าเมล็ดพันธุ์สูง เกษตรกรส่วนใหญ่จะทำการเพาะกล้าก่อนเพราะทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้มาก ไม่ว่าจะเป็นค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าแรงงาน ระยะเวลา เราสามารถวางแผนการปลูกได้ดีกว่าการหยอดเมล็ดโดยตรง เรามารู้จักวิธีการเพาะกล้าที่ดี ทำอย่างไรให้ได้ต้นกล้าที่แข็งแรง เทคนิคการเพาะเมล็ดของผักแต่ละชนิด 1. ผักบุ้ง นำเมล็ดแช่น้ำก่อนประมาณ 6 - 12 ชั่วโมง นำเฉพาะเมล็ดที่จมน้ำไปเพาะผักบุ้งจะใช้เวลางอกประมาณ 5 - 14 วันอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกคือ 18 - 25 องศาเซลเซียสอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 20 - 25 วัน 2. คื่นช่าย นำเมล็ดแช่น้ำประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง แล้วห่อด้วยผ้า หรือใส่กล่องพลาสติกถนอมอาหารปิดฝาให้สนิทแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 24 ชั่วโมง แล้วนำมาเพาะตามปกติ จะทำให้คื่นฉ่ายจะใช้เวลางอกประมาณ 5 - 7 วันอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกคือ 15 - 20 องศาเซลเซียสอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 70 - 80 วัน 3. - [ไร่ไม้งาม ชีวิตปลอดภัยในบ้านไร่ไม้งาม](https://www.monmai.com/ไร่ไม้งาม/) - สุขกาย สบายใจ ชีวิตปลอดภัยในบ้านไร่ไม้งาม กินอยู่อย่างเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า เก็บใหม่ๆ กินสดๆ รสชาติดี๊ดี อยากกินอะไรก็หาได้รอบบ้าน ขอขอบคุณลุงโจ้ ป้าลี และน้องย่าหยา ที่สร้างคลังอาหารไว้ต้อนรับ และมอบความรัก ความอบอุ่นให้พวกเราเสมอ อยากบอกว่ารักคนบ้านนี้ บ้านที่พร้อมจะเติมแรงกายแรงใจให้ทุกคน บ้านไร่ไม้งาม ถาม ปลูกผัก ปลูกพืชใช้ปุ๋ยสูตรไหน ทำไมจึงงาม ตอบ ปุ๋ยสูตรนี้นะ ท่องไว้ๆ "ขี้หมูกินหัว ขี้วัวกินใบ ขี้ไก่กินผล" พืชผักที่กินหัว เช่น แครอท หัวไชเท้า มัน ใช้ขี้หมู พืชผักที่กินใบ เช่นคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้งกะหล่ำ ใช้ขี้วัว พืชผักที่กินผล เช่นพริก มะเขือ ผักเถาต่างๆ ใช้ขี้ไก่ นี่ล่ะปุ๋ยสูตรเด็ด ของป้าแต่หาได้ไม่เคยครบ จบที่ขี้วัว ขี้เป็ด ขี้ไก่ก็โอแล้วนะ ถาม ปลูกผัก ปลูกพืชยังไง ไร้แมลง ไร้โรค ตอบ - [ลังแข ผลไม้ถิ่นใต้](https://www.monmai.com/ลังแข/) - ลังแขเป็นพืชท้องถิ่นในมาเลเซีย เกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียวและภาคใต้ของไทย ภาคกลางเรียกลังแขหรือลำแข ปัตตานีเรียกมะแค้ ลังแข ภาษาอินโดนีเซียเรียกตัมปุย ซายาหรือตัมปุย บูลัน ภาษามาเลย์เรียกตำปอย เงาะซาไกเรียกลารัก ลังแข เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ จัดเป็นพืชในสกุลเดียวกันกับมะไฟ และละไม มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย และทางภาคใต้ของประเทศไทย เช่น ในจังหวัดยะลา ปัตตานี ตรัง และพังงา เป็นต้น พบเจริญเติบโตอยู่ในบริเวณป่าพรุ หรือตามที่ราบเชิงเขาที่มีสภาพดินร่วนซุย เป็นพืชพื้นเมืองที่ชาวบ้านในท้องถิ่นรู้จักกันดี และนิยมรับประทานกันมาเป็นเวลานานแล้ว ชื่อสามัญ Balacuya, Giant Baccaurea, Malayan Baecaurea ชื่อวิทยาศาสตร์ Baccaurea macrophylla Muell. Arg , Baccaurea macrocarpa ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae, Phyllanthaceae ชื่ออื่นๆ ลูกปุ มะแค้ เวาะแค(ภาษาถิ่นของมลายู) ตัมปุยซายา ตัมปุยบูลัน(อินโดนีเซีย) ตำปอย(มาเลเซีย) ลารัก(ชาวซาไก) ลูกปุย - [ซั้งเชือก สร้างบ้านปลา](https://www.monmai.com/ซั้งเชือก/) - ปกติการทำ ซั้ง ทำได้หลากหลายวิธีการ จะทำเป็นประการังเทียมก็ได้ หรือทำจากวัสดุท้องถิ่นที่สามารถย่อยสลายในน้ำได้ เช้นเถาวัลย์ ทางมะพร้าว ฯลฯ ซั้งเชือก คือหญ้าเทียมในทะเล เป็นการนำภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาแต่โบราณ มาใช้ทดแทนหญ้าจริงในทะเล "ซั้งเชือก" มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับหญ้าจริงมาก "ซั้งเชือก" หรือหญ้าทะเลพื้นบ้าน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาแต่อดีต เป็นเครื่องมือดึงดูดสัตว์น้ำให้มาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกในการทำการประมง โดยการนำซั้งเชือก หรือทุ่นปะการังเทียมไปทิ้งไว้ในทะเลเพื่อใช้เป็นแหล่งอาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็ก โดยชาวบ้าน นอกจากนี้ประโยชน์ทางอ้อมของซั้งคือ ป้องกันเรือประมงขนาดใหญ่ เช่น เรืออวนลาก มาทำการประมงในเขตน่านน้ำหวงห้ามได้อีกทางหนึ่งด้วย การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล(ปะการังเทียม)ที่ผ่านมาสามารถดึงดูดสัตว์น้ากุ้ง หอย ปูและปลาหลายชนิดมาอยู่รวมกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลาหน้าดิน เช่น ปลาที่อาศัยในแนวปะการังนานาชนิด ปลากะรังหลายชนิด ปลากะพงหลายชนิด เป็นต้น ส่งผลดีต่อระบบสายใยอาหารของสัตว์น้าบริเวณหน้าเป็นหลัก ฝ่ายงานส่งเสริมพัฒนาและฝึกอบรมอาชีพทางด้านประมง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดาริได้นำเสนอแนวคิดในการจัดสร้างบ้านปลา(ซั้งเชือก) เพื่อเสริมสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำบริเวณกลางน้ำให้กับชุมชนประมงชายฝั่งมากว่า 10 ปีแต่ชุมชนประมงชายฝั่งพื้นบ้านเจ้าหลาวยังคงสร้างบ้านปลาแบบดั้งเดิม คือ ซั้งกอ(ซั้งไม้ไผ่และทางมะพร้าว)ส่วนชุมชนประมงชายฝั่งพื้นบ้านปากน้ำปราณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รับแนวความคิดนี้และนาไปใช้สร้างแหล่งประมงตั้งแต่วันที่5 ตุลาคม 2552 มาจนถึงปัจจุบัน - [กระถางต้นไม้ใยมะพร้าว](https://www.monmai.com/กระถางใยมะพร้าว/) - ผลิตภัณฑ์กระถางต้นไม้ จากใยมะพร้าว ฝีมือของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟ้าใส ภายใต้การนำของ ไรตง สะมาแอ หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการผลักดันการทำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่สมาชิก หลังต้องสูญเสียสามีซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ที่สำคัญยังเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีของสมาชิกในเครือข่ายด้วยการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกันนำมาซึ่งความเข้มแข็งของตนเองและชุมชน ไรตง บอกว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟ้าใสนั้นเริ่มต้นมาจากชมรมสตรีสายสัมพันธ์ มีสำนักงานอยู่ที่โรงพยาบาลหนองจิก เป็นการรวบรวมสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตรีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่ สงบ ก่อนจะนำความรู้ด้านอาชีพไปส่งเสริมสมาชิกในหมู่บ้าน ในตำบลต่างๆ ของ อ.หนองจิก อาทิ กลุ่มทำลูกประคบสมุนไพร ต.บ่อทอง กลุ่มผลิตผ้ากระเป๋า ต.ท่าด่าน กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ ต.ยาบี ฯลฯ อำเภอหนองจิก ถือเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญของจังหวัด จะเห็นว่าชาวบ้านที่นี่ปลูกมะพร้าวเกือบทุกหลังคาเรือน การใช้ประโยชน์ก็เอาเฉพาะลูก แต่เปลือกของมันกลับต้องทิ้งเป็นขยะ ก็เลยมาคิดกันว่าเราน่าจะนำเปลือกมะพร้าวมาใช้ประโยชน์ได้ จึงมาตกผลึกกันที่การทำกระถางต้นไม้ เพราะทำง่าย ใช้วัสดุในท้องถิ่นทั้งหมด แต่กว่าจะเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ก็ฝึกหัดทำลองผิดลองถูกอยู่นานเหมือนกัน เธอเผยต่อว่าเป้าหมายสำคัญในการทำผลิตภัณฑ์กระถางจากใยมะพร้าวนอกจากจะ สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกแล้วยังเปรียบเทียบเส้นใยมะพร้าวเสมือนสายใยจากครอบครัวสู่ชุมชน ชุมชนจะเข้มแข็งได้นั้นต้องมาจากความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชน กระถางใยมะพร้าวจึงเปรียบเสมือนตัวแทนของทุกชุมชนมาถักร้อยสายใยเป็นหนึ่ง เดียวกัน กระถางต้นไม้จากใยมะพร้าว ส่วนประกอบ ที่สำคัญในการทำผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วยใยมะพร้าวที่บดแล้ว 1 กระสอบ แป้งมันสำปะหลัง 5 กิโลกรัม น้ำร้อน 10 ลิตร - [ยาหม่องเขียว](https://www.monmai.com/ยาหม่องเขียว/) - ยาหม่องเขียวบรรเทาอาการแมลงกัดต่อย ฟกช้ำ ปวดเมื่อยตามร่างกายตามข้อ เส้นเอ็น เคล็ดขัดยอก สูตรตรับยาผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติและตัวยาสมุนไพรหลายชนิด เช่น ไพล เอ็นเหลืง เกล็ดสะระแหน่ การบรู พิมเสน และตัวยาอื่น ๆ ตามมาตฐานสูตร ไม่มีสเตอร์ลอย เวลาทาจะรู้สึกผ่อนคลายเพราะมีความเย็นอยู่ในตัวยา จะมีกลิ่นหอมเย็น แบบอโรม่า ไม่เหนียวเนอะนะไม่แสบผิว จะแห้งเข้าสู่ผิวได้ดี มีกลิ่นหอมของสมุนไพรธรรมชาติ ส่วนประกอบ พญายอ (Clinacanthus nutans) รักษาอาการผื่นคัน ลมพิษ แพ้ อักเสบ ปวดบวมแดง แมลงสัตว์กัดต่อย ลดการละคายเคือง ปวดแสบปวดร้อน น้ำมันระกำ (Methyl salicylate) เพิ่มการหมุนเวียนโลหิต ทาถูนวดให้ร้อน ทำให้ตัวยาซึมผ่านผิวได้เร็วขึ้น เกล็ดสะระแหน่ (Menthol) ลดการปวดแสบปวดร้อน มีฤทธิ์ทำให้ชา แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ การบูร (Camphor) ขยายรูขุมขน เพิ่มการดูดซึมของตัวยา แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยลดรอยเขียวช้ำ มีกลิ่นหอมเย็น น้ำมันยูคาลิปตัส (Eucalyptus oil) กระตุ้นการหายใจ - [ไผ่เก้าดาว ไผ่แข็งแรงที่สุด](https://www.monmai.com/ไผ่เก้าดาว/) - ไผ่เก้าดาว เป็นไผ่ที่มีความแข็งแรงที่สุด มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าเขตร้อนแถบอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแถบทะเลแคริเบียน ในปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ 38 ชนิด และได้นำเข้ามาปลูกขยายพันธุ์ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2555 ชื่อสามัญ Guadua bamboo ชื่อวิทยาศาสตร์ Guadua angustifolia Kunth ชื่อวงศ์ Bambusa ไผ่เก้าดาว ซึ่งมีอยู่ 5 ชนิดที่นิยมปลูกเลี้ยงกันคือ Guadua angustifolia Kunth -เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด Guadua angustifolia Kunth less thorny-เป็นชนิดที่มีหนามน้อย Guadua angustifolia Kunth bicolor-ลำต้นเป็นสองสี Guadua aculeate-ไผ่เก้าดาวยักษ์ Guadua chacoensis argentina-ไผ่เก้าดาวหลวง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลักษณะของลำต้นกลม ตรง แข็งแรงทนทาน มีอายุอยู่ได้นานกว่า 100 ปีขึ้นไป ความสูงของลำต้นมีประมาณ 25-30 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำประมาณ 6-9 นิ้ว - [กกทราย หญ้ารังกาข้าว](https://www.monmai.com/กกทราย/) - กกทรายเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เป็นกกที่มีอายุเพียงฤดูเดียว เป็นพืชล้มลุกอายุฤดูเดียว ชอบขึ้นตามนาข้าว คูน้ำ หรือที่น้ำท่วมขัง ต้นแตกเป็นกอสูงประมาณ 10-60 ซม. ใบเรียวยาวปลายแหลม ใบยาวประมาณ 10-20 ซม. โคนใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ดอกออกเป็นช่อสีเหลืองทอง ดอกย่อยมีขนาดเล็กรูปร่างมนเรียงซ้อนกันเป็น 2 แถว ขยายพันธุ์โดยอาศัยเมล็ด แตกต้นเป็นกอ การแพร่กระจายจะพบทั่ว ๆ ไปตามข้างถนนที่มีคูน้ำ ตามนาข้าวหรือตามดินทราย ที่ชื้น ๆ นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในไร่ถั่วเหลือง ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ในแปลงผัก และตามสวนผลไม้ สวนยางพารา ชื่อสามัญ: umbrella sedge ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyperus iria L ชื่ออื่นๆ: กก กกทราย หญ้ากกทราย กกหัวแดง หญ้ากกเล็ก หญ้ารังกาข้าว หญ้าหัวแดง ฮังกาขาว ลักษณะ ลำต้น ตั้งตรง สูง 20 - - [การบรรจุแบบสูญญากาศ](https://www.monmai.com/บรรจุแบบสูญญากาศ/) - การบรรจุแบบสูญญากาศ เป็นการบรรจุที่มีการดูดอากาศในบรรจุภัณฑ์ออกไปก่อนปิดผนึกหรือปิดฝา ทำให้ภายในมีภาวะเป็นสูญญากาศ หรือกระบวนการบรรจุที่เป็นผลทำ ให้มีระดับออกซิเจนภายในภาชนะบรรจุปิดสนิทมีปริมาณลดลงกว่าปกติ ซึ่งเป็นผล ทำให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาแต่ในขณะเดียวกันอาจเอื้อ อำนวยต่อการเจริญของ เชื้อจุลินทรีย์ได้เช่นกัน ประโยชน์ของกระบวนการนี้คือการที่ไม่มีออกซิเจนจะช่วยป้องกันการเจริญของจุลินทรีย์ที่ต้องใช้ออกซิเจนซึ่งมักเป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเสื่อมเสียของ อาหาร เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา และช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในอาหาร จึงลดการเกิดการเหม็นหืนและการเปลี่ยนสีทำให้คงความสดใสและยืดอายุการเก็บรักษา ถูกหลักอนามัยและคงรสชาติเดิมของอาหารโดยยืดอายุของอาหารได้นานกว่า 3-5 เท่า และยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์ที่แพ็คมีมูลค่าอีกด้วย โดยเฉพาะ แบคทีเรียชนิด Clostridium botulinum ซึ่ง ผลิตทอกซินที่มีชื่อว่า botulism แบคทีเรียชนิดนี้จะเจริญในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ในขณะที่เชื้อจุลินทรีย์ทั้ง ที่ทำให้เกิดการเสื่อมเสียและที่ทำให้เกิดโรคมักเจริญในสภาวะที่มีออกซิเจน Clostridium botulinum บางชนิดสามารถเจริญได้ที่อุณหภูมิห้องเย็น แต่อุณหภูมิที่เหมาะสม คืออุณหภูมิห้อง เชื้อกระจายทั่วไป จึงสามารถปนเปื้อนลงไปในอาหารได้ เราสามารถควบคุมการเจริญ เชื้อนี้ได้จากการควบคุมค่า aw ให้ต่ำกว่า 0.93 และ pH ต่ำกว่า 4.6 วัตถุประสงค์ของการบรรจุแบบสูญญากาศ ป้องการการเสื่อมเสีย (food spoilage) จากจุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจน เช่น รา (mold) ทุกชนิด - [ผักก้านตรง ราก-ใบเป็นยา](https://www.monmai.com/ผักก้านตรง/) - ผักก้านตรง หรือ คันทรง เป็นไม้ป่าเบญจพรรณที่มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของเวียดนาม มาเลเซีย สรรพคุณทางยา ใบอ่อนเป็นผักหรือต้มน้ำอาบรักษาอาการบวม ผื่นคันตามผิวหนัง ส่วนรากต้มรักษาโรคบิด ไข้จับสั่น ชื่อวิทยาศาสตร์ Colubrina asiatica Brongn. วงศ์ RHAMNACEAE ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ ผักคันทรง ผักก้านถึง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หน้าตาคล้ายๆ ผักหวานบ้าน มีหลายชื่อแล้วแต่ละท้องถิ่นจะเรียกผักคันทรง ผักก้านตรง ผักก้านถึง เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงประมาณ 2-3 เมตร กิ่งก้านเล็กกลม สีเขียวใบเดี่ยวเรียงสลับกัน รูปหอกกว้าง 1.5- 2 ซม. 3-4 ซม. ปลายและฐานใบแหลม ขอบใบหยัก เส้นใบมี 3 คู่ ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มกว่าด้านล่างดอกขนาดเล็กสีเหลืองปนเขียว กลิ่นหอมอ่อนๆออกตามซอกใบตามกิ่งก้านเรียงเป็นแถว เป็นช่อเล็กๆ ดอกย่อย 8-14 ดอกดอกรูปจาน ดอกบานกว้างประมาณ 0.2-0.3 ซม. ก้านดอกสั้นยาว0.3-0.4 - [ณรงค์ สังขะโห มนุษย์ยางนา](https://www.monmai.com/ณรงค์-สังขะโห/) - "ยางนา" เป็นไม้อเนกประสงค์ แทบทุกส่วนสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นแหล่งอาหารป่า แหล่งนันทนาการ ใช้น้ำมันยางเป็นสมุนไพรและเนื้อไม้ เหมาะสำหรับใช้สอยทั่วไป ด้วยเหตุนี้จากอดีตที่ผ่านมา จึงมีการตัดไม้ยางนากันเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้งานกันอย่างแพร่หลาย พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2454 ได้ให้ความสำคัญของไม้ยางนา เท่าเทียมกับไม้สัก โดยการกำหนดว่า ทั้งไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใด (รวมทั้งในที่เอกชน) เป็นไม้หวงห้าม ประเภท ก. ซึ่งการทำไม้จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ยางนา เป็นไม้ยืนต้น ขนาดใหญ่ สูง 40-50 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำต้นตรง เปลือกเรียบหนาสีเทา โคนต้นมีพูพอน เรือนยอดเป็นพุ่มกลม พบในประเทศกัมพูชา ลาว ไทย และเวียดนาม มีชื่อเรียกต่างๆ กัน ตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ยางกุง (เลย) ยางขาว (กลาง, ลำปาง) ยางควาย (หนองคาย) ยางตัง (ชุมพร, ใต้) ยางเนิน (จันทบุรี) ยางแม่น้ำ - [ตาข่ายกรองแสง](https://www.monmai.com/ตาข่ายกรองแสง/) - ตาข่ายกรองแสง หรือที่ทั่วไปนิยมเรียกกันว่า สแลน หรืออีกหลายๆ ชื่อ เช่น สแลนกรองแสง,สแลนบังแดด,ตาข่ายพรางแสง,สแลนสีเขียว หรือ มุ้งเขียว เป็นต้น ที่มีลักษณะเป็นผืน สีเขียว หรือ สีดำ ตาข่ายกรองแสง เอาไว้ใช้กรองแสงนั่นเอง ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิของแสงแดด ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการเจริญเติบโตของต้นไม้ และยังช่วยบังแดดให้เราได้ดีอีกด้วย นอกจากนั้นตาข่ายกรองแสงยังเอาไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกมากมาย เช่น งานเกษตรทั่วไป ใช้ทำเป็นหลังคาเรือนเพาะชำ เรือนเพาะเห็ด เรือนปลูกผักผลไม้ โรงเรือนไม้ดอกต่างๆ คลุมแปลงเกษตร คลุมหรือล้อมรั้วเลี้ยงสัตว์ ฟาร์มกุ้ง บ่อเลี้ยงปลา ทำเป็นหลังคากันแดด ลานจอดรถ ดาดฟ้า อาคารก่อสร้าง ป้องกันการร่วงหล่นของสิ่งของตามอาคารก่อสร้าง และใช้คลุมส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความร่มรื่นสวยงาม และประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายหลายอย่าง ตาข่ายกรองแสงหรือสแลนกรองแสงนั้นจะมีปริมาณ % ในการกรองแสงที่แตกต่างกันออกไปตามการใช้งาน คือ 50% 60% 70% และ 80% ซึ่งเราก็ต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับความต้องการนำไปใช้งาน และนอกจากปริมาณในการกรองแสงที่แตกต่างกันแล้ว สแลนกรองแสงยังมีลักษณะของการทอว่าทอแบบกี่เข็ม เช่น ทอแบบ 1 เข็ม, - [กุ่มน้ำ ผักกุ่ม](https://www.monmai.com/กุ่มน้ำ/) - กุ่มน้ำขึ้นทั่วไปทุกภาคตามริมฝั่งแม่น้ำ ขอบบึง ถิ่นกำเนิด การกระจายพันธุ์ อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ มาเลเซีย และภูมิภาคอินโดจีน การใช้งานด้านภูมิทัศน์ เหมาะสำหรับบ้านที่มีระดับน้ำใต้ดินสูงหรือน้ำท่วมขัง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crateva religiosa Ham. ชื่อวงศ์ : Cappardaceae ชื่ออื่นๆ กุ่ม (เลย) อำเภอ (สุพรรณบุรี) ผักกุ่ม ก่าม(ตะวันออกเฉียงเหนือ) ลักษณะ ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นมักคดงอและแตกกิ่งต่ำ เปลือกค่อนข้างเรียบสีเทาอมขาวหรือเทาแต้มขาวเป็นทาง มีช่องระบายอากาศเล็กๆตามผิวทั่วไป ใบ (Foliage) : ใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลับ ก้านใบประกอบยาว 4-14 เซนติเมตร ใบย่อยรูปหอกหรือรูปขอบขนาน กว้าง 1.5- 6.5 เซนติเมตร ยาว 4.5-18 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ - [พุทธรักษากินหัว สาคู](https://www.monmai.com/พุทธรักษากินหัว/) - ต้นสาคูที่เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง เนื่องจากเราใช้หัวเป็นประโยชน์ ไม่ใช่ต้นสาคูที่เป็นต้นไม้ประเภทปาล์ม ที่เรียกว่าต้นสาคู ประโยชน์ที่สำคัญคือ เป็นอาหาร แป้งที่ได้จากหัวสาคูนี้ เป็นแป้งในรูปของคาร์โบไฮเดรตที่บริสุทธิ์ที่สุดชนิดหนึ่ง เป็นแป้งที่มีความเหนียวมาก ย่อยง่าย เป็นที่นิยมในตลาดโลก มีราคาแพงกว่าแป้งชนิดอื่น มีหลายประเทศที่สามารถผลิตแป้งสาคูได้มาก จนสามารถส่งเป็นสินค้าออกทำเงินให้แก่ประเทศปีละมากๆ ประเทศไทยใช้สาคู เพื่อการบริโภคภายในประเทศ และมีปริมาณไม่มากนัก ถ้ามีการผลิตแป้งจากสาคู เพื่อการค้าได้ จะทำให้สาคูเป็นพืชที่มีความสำคัญมากขึ้น ชื่อวิทยาศาสตร์ Canna indica L. (Canna edulis Ker-Gawl.) ชื่อวงศ์ CANNACEAE ชื่ออื่น พุทธรักษา สาคูหัวข่า, สาคูมอญ, อะตาหลุด สาคูแบ่งตามลักษณะหัวมีอยู่ ๒ ชนิด ชนิดหัวเล็กยาว แผ่กว้าง และหยั่งลงในดินลึก เรียก เครโอล (creole) ชนิดหัวสั้นใหญ่ หัวไม่มาก หัวอยู่ไม่ลึก เรียก แบนานา (banana) ลักษณะ สาคูเป็นพืชเนื้ออ่อนมีอายุอยู่ได้หลายฤดู มีหัวซึ่งเกิดจากลำต้นใต้ดิน โดยหัวขยายตัวอยู่ใต้ระดับดิน หัวใหญ่กลม ยาว - [พุทรากวน](https://www.monmai.com/พุทรากวน/) - พุทรากวน ใช้พุทราที่เก็บได้ในท้องที่ซึ่งโดยมากเป็นต้นขึ้นเองตามธรรมชาติตามไร่นา เมื่อลูกพุทราแก่สุกเเล้วจะหล่นอยู่เกลื่อนโคนต้น เมื่อเก็บรวบรวมนำมาตากจนแห้งเเล้วจึงเอาลงครกตำข้าว โขลกทั้งเมล็ดให้แตกละเอียด นำมาผสมกับน้ำตาล ใส่กระทะใบบัวตั้งไฟกวนจนผสมเข้าเนื้อกันดี เติมเกลือเล็กน้อย เมื่อกวนจนได้ที่ เนื้อพุทรากวนแห้งดีแล้ว ก็จะได้พุทรากวนที่เก็บไว้กินได้นานวัน มีรสเปรี้ยว หวานนำและเค็มเล็กน้อย และยังเป็นขนมกวนนำไปขายได้ ขณะนี้คงมีทำอยู่ไม่มากนัก นับเป็นขนมกวนดั้งเดิมอย่างหนึ่งในภาคกลาง พุทรากวน เป็นขนมกวนอย่างหนึ่ง มีผู้ทำขายในหลายจังหวัดในภาคกลาง เช่น เพชรบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี เป็นต้น พุทรากวน สูตร 1 ส่วนผสม พุทรา ๗๐๐ กรัม กะทิ ๒ ถ้วยตวง น้ำตาลทราย ๒ ถ้วยตวย เกลือป่น ๑ ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ล้างพุทราให้สะอาด เกาะเมล็ดออก หันเป็นชิ้นเล็ก ๆ บดให้ละเอียด ผสมพุทรา น้ำตาลทราย กะทิและเกลือป่นให้เข้ากัน เทใส่กะทะทอง กวนด้วยไฟปานกลางพอเป็นยางลดไฟให้อ่อน กวนจนเหนียวปั้นเป็นก้อน ห่อเป็นคำใส่กระดาษ บรรจุใส่หีบห่อที่สะอาดและปิดให้สนิดเป็นผลิตภัณฑ์ พุทรากวนเป็นอาหารที่มีรสอร่อย - [ศูนย์การเรียนรู้การทำเกษตรในเมือง ศูนย์สุวรรณภูมิ](https://www.monmai.com/ศูนย์สุวรรณภูมิ/) - หนึ่งในเเผนงานหลักของโครงการสวนผักคนเมืองก็คือเเผนงานการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ ด้วยเชื่อว่ายังมีคนจำนวนมากที่สนใจเรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเองในครัวเรือนกันมากขึ้น เเต่เมื่อมีใจเเต่ยังไม่มีความรู้ ก็ยังไม่อาจสร้างฝันให้เป็นจริงได้ ปัจจุบันโครงการสวนผักคนเมืองให้การสนับสนุนศูนย์อบรมทั้งหมด 6 ศูนย์ เพื่อเป็นเเหล่งถ่ายทอดความรู้เรื่องการปลูกผักสวนครัวให้กับผู้ที่สนใจ โดยเเต่ละศูนย์ต่างก็มีทั้งที่มา เอกลักษณ์ รวมถึงจุดเด่นที่เเตกต่างกันออกไป ศูนย์การเรียนรู้การทำเกษตรในเมือง ศูนย์สุวรรณภูมิ เเห่งอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหนึ่งในศูนย์อบรมที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการสวนผักคนเมือง ดำเนินงานโดยคุณชูเกียรติ โกเเมน อันที่จริงคุณชูเกียรติ หรือคุณกอล์ฟ เคยดำเนินวิถีชีวิตเป็นพนักงานบริษัทเหมือนกับคนเมืองส่วนใหญ่ เเต่ด้วยรู้สึกเบื่อจึงหันเหชีวิตมาพลิกฟื้นพื้นดิน ปลูกพืชผักสวนครัวทั้งเพื่อบริโภคเองเเละส่งขาย จนปัจจุบันสามารถนำความรู้ทั้งจากประสบการณ์ตรงเเละวิชาเรื่องจุลินทรีย์ที่เคยร่ำเรียนมาถ่ายทอดให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นได้มากมาย คุณชูเกียรติ ได้พูดถึงเป้าหมายรวมถึงกิจกรรมต่างๆของศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรในเมืองในฟังว่า เป้าหมายของศูนย์ คือ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรในเมือง เน้นการพึ่งตนเองขั้นพื้นฐาน จัดทำเป็นนิทรรศการมีชีวิต เพื่อให้คนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ของตนเอง เป็นแหล่งเรียนรู้ให้เด็กๆ ให้เด็กๆได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆนอกห้องเรียน เป็นแหล่งพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ที่สนใจทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งมักอยู่กับบ้าน ในขณะที่ลูกหลานต้องไปทำงานในโรงงาน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เด็ก เยาวชน ผู้สนใจ และเยาวชนและผู้สูงอายุในท้องถิ่น จัดอบรมปลูกผักเพื่อการบริโภค โดยสอนตั้งแต่ทักษะพื้นฐานทั้งเรื่องการเลือกพื้นที่ เลือกรูปแบบการปลูกผักให้เหมาะสมกับที่อยู่อาศัย การเตรียมและปรับปรุงดิน การเพาะต้นกล้า การดูแลรักษา การกำจัดศัตรูพืช พร้อมทั้งมีตัวอย่างแปลงปลูกผักให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งแปลงบนพื้นดิน และแปลงลอยน้ำ เปิดหลักสูตรการทำน้ำหมักในชีวิตประจำวันทั้งเพื่ออุปโภคและบริโภค - [จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงทำเอง](https://www.monmai.com/psb/) - จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (photosybthetic bacteria; PSB) เป็นแบคทีเรียพบกระจาย ทั่วไปในธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำจืด น้ำเค็ม ทะเลสาบน้ำเค็ม น้ำทะเลสาบที่มีความเป็นด่าง น้ำที่มี ความเป็นกรด น้ำพุร้อน น้ำทะเลบริเวณขั้วโลกเหนือ นอกจากนี้ ยังพบตามแหล่งน้ำเสีย บ่อบำบัดน้ำเสีย บทบาทของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีความสำคัญในกระบวนการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ (CO2 - assimilation) และการตรึงไนไตรเจน (nitrogen fixation) นอกจากนี ยังมีบทบาท สำคัญในห่วงโซ่อาหารซึ่งสัตว์ขนาดเล็ก ปลา กุ้ง หอย และปู สามารถนำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมา ใช้เป็นอาหารได้ นอกจากนี้ในน้ำเสียจากบ้านเรือนและนำเสียจากการทำปศุสัตว์สามารถบำบัดด้วย จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุลินทรีย์สีแดงหรือแบคทีเรียสังเคราะห์แสง (PHOTOSYNTHETIC BACTERIA) ใช้ในงานเกษตรกรรมต่างๆอุตสาหกรรม หลากหลาย ใช้กันแพร่หลายไปทั่วโลกมานานกว่า 50 ปี โดยเฉพาะญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับจุลินทรีย์ตัวนี้ ได้ให้ประชาชน ทุกๆ วงการรู้และเข้าใจในประโยชน์ของจุลินทรีย์นี้อย่างกว้างขวาง จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงแบ่งออกเป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วง(purple photosynthetic bacteria) และ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีเขียว (green photosynthetic - [ไม้นวดหลังตัวที](https://www.monmai.com/ไม้นวดหลังตัวที/) - ไม้นวดหลังตัวที หรือเคียวเกี่ยวหลัง ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อนำไปกดนวดคลึงจุดปวด ใช้กับบริเวณแผงหลัง โดยเฉพาะที่บ่า สะบัก และเอว หลักการคือ เมื่อวางเคียวเกี่ยวหลังลงตรงจุดปวดแล้ว ดึงด้ามจับเพื่อกดเน้นลงน้ำหนักไปที่จุดปวด แล้วหากสังเกตเคียวเกี่ยวหลังจะเห็นว่า ขาทั้งสองด้านยาวออกไปจากแกนด้ามต่างกัน ซึ่งนั่นมีความหมาย เพราะด้านสั้นจะใช้สำหรับกดบ่าและสะบัก ส่วนด้านยาวให้ใช้กดที่เอว การใช้เคียวเกี่ยวหลังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์แล้วมักปวดบ่าและสะบัก เนื่องจากใช้แล้วกดได้ตรงจุดที่ต้องการ ทั้งยังใส่น้ำหนักได้ตามความพอใจ รีดข้างซ้ายข้างขวาสลับกันไปสัก 5-10 ครั้ง จากนั้นเราลองสังเกตุว่า เวลาที่เรากดลงไปใกล้ ๆ บริเวณก้านคอนั้นเส้นข้างซ้ายหรือข้างขวา ข้างไหนดึงกว่ากัน หรืออาจจะสังเกตุความเจ็บก็ได้กว่าข้างไหนเมื่อมือเรากดลงไปโดนแล้วเจ็บกว่ากัน ถ้าข้างซ้ายเจ็บมากกว่าก็เคลียร์เส้นข้างนั้นให้มากหน่อยครับ จากนั้นเราก็ค่อย ๆ นวดสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จากต้นคอให้ไปทั่วศรีษะเลย ข้างใดข้างหนึ่งก่อนก็ได้ หรือจะเน้นข้างที่ปวดมากกว่าก็ได้ การนวดศรีษะนี้ก็จะต้องรีดเหมือนกันครับ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดนั้นก็จะต้องรีดออกทั้งสี่ทิศทาง คือ บน ล่าง ซ้าย ขวา รีดให้ทั่ว ๆ หัว โดยอาจจะเริ่มรีดไปทางซ้ายก่อนจนทั่ว จากนั้นก็มารีดไปทางขวา แล้วก็ต่อด้วยรีดขึ้นบนจนทั่วศรีษะแล้วก็มารีดลงล่างจนทั่วศรีษะอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ค่อย ๆ มาคลึงที่ขมับเบา ๆ คลึงวนโดยเริ่มต้นจากขมับแล้วค่อย ๆ เรื่อยขึ้นไปจนกระทั่งถึงข้างบนใบหู - [กล้วยปิ้ง กล้วยทับ](https://www.monmai.com/กล้วยปิ้ง/) - ขนมพื้นบ้านที่หาทานได้ง่ายตามตรอกซอกซอย หรือจะทำเองก็ได้ วิธีการทำไม่ยุ่งยาก กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นิยมใช้กล้วยน้ำว้าสุกห่ามๆ มาปิ้งกินร้อนๆ หรือจะทำน้ำกะทิราดกล้วยปิ้งเป็นเมนูของหวานก็ได้รสชาติความหอมหวานอร่อยไม่แพ้กัน ทั้งนี้ ผลกล้วยสุกอุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติ มีเส้นใยอาหาร ให้พลังงานทันทีและอยู่ได้นาน มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ช่วยการดูดซึมสารอาหารในลำไส้ใหญ่ได้ดี ช่วยรักษาโรคกระเพาะ ช่วยลดความดันเลือดสูงและหลอดเลือดได้ ช่วยการทำงานของหัวใจและควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย ช่วยแก้ปัญหาเลือดจาง ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้ เป็นต้น กล้วยปิ้งราดน้ำกะทิ หรือกล้วยทับราดน้ำกะทิ ของกินเล่นที่กินได้ทุกเพศทุกวัย อร่อยแถมมีประโยชน์อีกด้วย ทำกินก็ง่ายทำขายก็รวย สามารถทำขายเป็นอาฃีพหลักหรือจะขายเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงานหรือวันหยุดก็ได้ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ สูตรที่ 1 วัตถุดิบสำคัญ กล้วยน้ำว้า เปลือกบาง ไม่สุกมาก น้ำตาลปิ๊บ น้ำตาลตโนด น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว หัวกะทิ ใบเตย น้ำเกลือ ( เอาเกลือมาละลายน้ำ ) วิธีทำ กล้วยปิ้ง และสูตรน้ำราด เริ่มต้นด้วยการทำ น้ำราด ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลัก ของความอร่อย ซึ่งจะใช้ น้ำตาลปิ๊บ 3 ส่วน น้ำตาลตโนด - [การห่อผลไม้ ป้องกันแมลงวันผลไม้](https://www.monmai.com/ห่อผลไม้/) - ในการป้องกันแมลงวันผลไม้ไม่ให้มาวางไข่เพื่ออาศัยเป็นแหล่งอาหารของตัวอ่อน มีหลายวิธี ผมเคยมีประสบการณ์ในการป้องกันในผลมะม่วง เคยทอดลองทำมาแล้วหลายวิธี เช่น การใช้สารล่อ การพ่นโปรตีนอาหารผสมยาฆ่าแมลง และการห่อผล เป็นต้น จากประสบการณ์พบว่าการห่อผลมะม่วง เป็นวธีป้องกันที่ดีที่สุด (สำหรับผม) เพราะป้องกันการทำลายของแมลงวันผลไม้ได้ 100 % แต่มีเงื่อนไข ต้องห่อผลก่อนที่จะแก่ก่อนที่แมลงวันผลไม้จะมาวางไข่ และต้องตัดแต่งเพื่อบังคับทรงพุ่มไม่ให้สูงเกินไป ถุงห่อผลไม้ในบ้านเรามีบทบาทมากขึ้นเป็นลาดับ เนื่องจากการใช้ถุงห่อช่วยให้ผิวผลไม้ดูสวยสะอาด ช่วยลดการทาลายของแมลง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยว่าถุงห่อผลไม้ช่วยเพิ่มน้าหนักและขนาดของผลไม้ได้ด้วย ผลไม้ที่มีการใช้ถุงห่อหรือวัสดุห่อจานวนมากในอดีตจนปัจจุบันก็คือ ฝรั่ง ชมพู่กระท้อนอย่างชมพู่เพชรของ จ.เพชรบุรีสมัยก่อนจะมีการใช้ถุงกระดาษปูนซีเมนต์ทาการห่อทุกช่อทุกผล กระท้อน เมืองนนท์ยุคดั้งเดิมก็จะมีการใช้ใบตองแห้งห่อแล้วผูกหัวผูกท้ายด้วยเชือกกล้วย ชาวสวนยุคนั้นทราบว่าการห่อผลทาให้ผลไม้ดูสีนวลน่ากิน ไม่มีหนอนแมลงวันทาลายและขายได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันวัสดุที่ใช้ห่อผลไม้มีหลายลักษณะขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้หากเป็นชมพู่ก็จะมีการใช้ถุงพลาสติกเจาะรูเล็ก ๆ ที่มุมถุงเพื่อระบายอากาศ การห่อชมพู่ด้วยถุงพลาสติกนี้จะเริ่มห่อหลังชมพู่ติดผลและเริ่มตั้งทรงเป็นทรงระฆังก่อนที่แมลงวันทองจะเข้าวางไข่หลังห่อผลแล้วประมาณ 30 วัน ก็จะสามารถเก็บผลขายได้ สำหรับฝรั่งจะมีการห่อโดยมีกระดาษหนังสือพิมพ์อยู่ภายในหนึ่งชั้นและถุงพลาสติกอยู่ด้านนอกกระดาษหนังสือพิมพ์ทาหน้าทีป้องกันแสงแดด (หมึกพิมพ์หนังสือพิมพ์อาจเป็นอันตรายได้) และช่วยให้ฝรั่งมีผิวขาวนวล ถุงพลาสติกช่วยป้องกันแมลงวันทอง คราใดที่เข้าไปยังสวนฝรั่งจะพบถุงห่อฝรั่งทั้งหนังสือพิมพ์และพลาสติกขาวโพลนเต็มสวน การเลือกใช้ถุงห่อผลมะม่วง ความจริงการห่อผลมะม่วงน้าดอกไม้สีทอง จะช่วยรักษาผิวของผลมะม่วงได้ดีและสวยไร้ริ้วรอย ป้องกันการเข้าทาลายของโรคและแมลงได้โดยเฉพาะแมลงวันทอง และยังช่วยลดปริมาณของสารเคมีที่อาจจะฉีดพ่นถูกผลมะม่วงได้อีกด้วย ในการห่อผลมะม่วงน้าดอกไม้สีทอง ให้เลือกห่อตั้งแต่ผลมีขนาด ประมาณ 2 นิ้วครึ่ง (ใหญ่กว่าไข่ไก่เล็กน้อย) โดยจะห่อนานประมาณ 40 - [กับดักกาวเหนียวกำจัดแมลง](https://www.monmai.com/กับดักกาวเหนียว/) - การใช้กับดักกาวเหนียวเป็นทางเลือกหนึ่งของการป้องกัน แมลงศัตรูพืชแบบผสมผสาน เพื่อลดการระบาดของแมลงศัตรู ลดการใช้สารเคมี ใช้ดักจับแมลงศัตรูพืชในสวนผัก สวนไม้ผล ได้ผลดีลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเกือบ 100 % หรือไม่ต้องใช้เลย โดยเฉพาะแมลงศัตรูพืช พวกเพลี้ยไฟ ที่ทำความเสียหายให้กับพืชได้รับความเสียหาย พืชจำพวกพริกขี้หนู พืชตระกูลแตง ทำให้เกิดโรคใบหงิก โรคใบด่างที่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม้ผลต่างๆ เช่น เงาะ ทุเรียน ทำให้ดอกแห้งและร่วง โดยเฉพาะมังคุด จะทำให้ผิวลาย จำหน่ายไม่ได้ราคา ต่างประเทศไม่ให้นำเข้าผลผลิต นอกจากนี้แมลงศัตรูพืชอื่นๆ ก็ใช้ได้ผล ซึ่งกาวเหนียวมีคุณสมบัติเหนียว มีสีไส ไม่มีกลิ่นทนแดด ทนฝน สามารถอยู่ได้นานในกลางแจ้ง โดยใช้กาวเหนียวทาบนวัสดุเหลือใช้ สีเหลืองบาง ๆ เช่น ถุงพลาสติก กระป๋อง ฟิวเจอร์บอร์ด แกลลอนน้ำมัน และนำไปปักไว้บริเวณแปลงผักโดยเฉพาะบริเวณรอบนอกแปลงเป็นหลัก เนื่องจากตามธรรมชาติแมลงศัตรูพืชเมื่อเห็นสีเหลืองจะบินเข้าหาและจะไปติดกาวในที่สุด กลุ่มแมลงเป้าหมาย แมลงศัตรูพืชผัก เช่น เพลี้ยอ่อน ด้วงหมัดผัก แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟ แมลงวันเจาะผล แมลงวันหนอนชอนใบ ผีเสื้อหนอนคืบ หนอนใยผัก และผีเสื้อกลางวันชนิดต่างๆ - [กุ่มบก ผักก่าม ผักกุ่ม](https://www.monmai.com/กุ่มบก/) - กุ่มบก (Sacred Barnar) เป็นพืชสมุนไพรจำพวกต้น ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคอีสานเรียกผักก่าม เขมรเรียกถะงัน หรือสะเบาถะงัน เป็นต้น ซึ่งกุ่มบกนั้นมีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนภาคกลางและใต้ของไทย รวมทั้งในพุทธประวัติยังได้กล่าวไว้ว่าขณะที่พระพุทธเจ้าทรงนำห่อบังสุกุลที่ห่อศพนางมณพาสีไปซักแล้วนำไปตากไว้ที่ต้นกุ่ม และเทวดาที่สถิตอยู่ในต้นกุ่มก็ได้น้อมกิ่งลงมาให้พระพุทธเจ้าได้ทรงตากจีวรอีกด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crateva adansonii DC. subsp. trifoliata (Roxb.) Jacobs ชื่อสามัญ : Sacred Barnar, Caper Tree วงศ์ : Capparaceae ชื่ออื่น : ผักกุ่ม ชาวฮินดูเรียก มารินา มีชื่อบาลีว่า ปุณฑรีก (ปุน-ดะ-รี-กะ), วรโณ (วะ-ระ-โน),กเรริ (กะ-เร-ริ) และวรณ (วะ-ระ-นะ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของกุ่มบก กุ่มบก ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 6-10 ม. ใบประกอบแบบนิ้วมือ - [ต้นใบนาค ไม้มงคลแห่งความศักดิ์สิทธิ์](https://www.monmai.com/ใบนาค/) - คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นใบนาคไว้ประจำบ้านจะทำให้มีเงินมีทองเพราะ เป็นไม้มงคลนามนอกจากนี้คนไทยโบราณได้นำใบนาคมาประกอบพิธีสำคัญทางศาสนาเช่น การทำน้ำพุทธมนน์การขึ้นบ้านใหม่ดังนั้นคนไทยโบราณจึงเชื่อว่าต้นใบนาคเป็น ไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ชื่อสามัญ : P. kewense ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pseuderanthemum atropurpureum. วงศ์ : ACANTHACEAE ชื่ออื่น : นาคนอก ทองสัมฤทธิ์ ลักษณะทั่วไป ใบนาคเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะเป็นพุ่ม ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาออกจากโคนต้นและเจริญพุ่งตรงขึ้นไปข้างบน ลำต้นกลมเล็กสีขาวปนเทา ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ ๆ ตรงกันข้ามลักษณะใบคล้ายรุปหอก ปลายใบแหลมโคนใบสอบ ขอบใบเรียบพื้นใบมีสีเขียวอมม่วงสีขาวม่วงสีชมพูเข้มปนคละกันไม่เป็นระเบียบ ขนาดใบกว้างประมาณ 3-6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อสั้นออกตามส่วนยอดลักษณะเป็นหลอดยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร โคนหลอดจะมีกลีบดอก 3 กลีบ ปลายดอกบานมีสีม่วง ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นใบทองไว้ทางทิศตะวันออกหรือทิศใต้ก็ได้ ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคาร เพราะคนโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบให้ปลูกในวันอังคาร ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นนั้น ควรปลูกต้นใบเงิน ใบทอง ใบนาก ไว้บริเวณเดียวกันหรือใกล้กันก็จะดียิ่งนัก - [ต้นใบทอง ไม้มงคลแห่งความศักดิ์สิทธิ์](https://www.monmai.com/ใบทอง/) - คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นใบทองไว้ประจำบ้านจะทำให้มีเงินมีทองเพราะเป็นไม้มงคลนามนอกจากนี้คนไทยโบราณได้นำใบเงินใบทองมาประกอบพิธีสำคัญทางศาสนาเช่นการทำน้ำพุทธมนต์การขึ้นบ้านใหม่ดังนั้นคนไทยโบราณจึงเชื่อว่า ต้นใบทองเป็นไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ชื่อสามัญ Gold Leaves ชื่อวิทยาศาสตร์ Grapthophyllun pictum ตระกูล ACANTHACEAE ชื่ออื่น ทองนพคุณ ทองลงยา ลักษณะทั่วไป ใบทองเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กลักษณะเป็นพุ่มขนาดกลางลำต้นมีความสูงประมาณ2-4 เมตรการแตกกิ่งก้านสาขาออกจากโคนต้นและเจริญพุ่งตรงขึ้นไปข้างบนลำต้นกลมเล็กมีสีขาวปนเทาใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกเป็นคู่ๆสลับกันตามข้อของลำ ต้นหรือกิ่งก้าน ลักษณะใบคล้ายรูปหอกปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย พื้นใบมีสีเหลืองอ่อนขอบใบจะมีรอยด่างเป็นสีเหลือง ขนาดใบกว้างประมาณ 3-6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อสั้นออกตามส่วนยอดของลำต้น ลักษณะเป็นหลอดยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร โคนหลอดจะมีกลีบดอก 3 กลีบ ดอกมีสีม่วง ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นใบทองไว้ทางทิศตะวันออกหรือทิศใต้ก็ได้ ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคาร เพราะคนโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบให้ปลูกในวันอังคาร ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นนั้น ควรปลูกต้นใบเงิน ใบทอง ใบนาก ไว้บริเวณเดียวกันหรือใกล้กันก็จะดียิ่งนัก การปลูกแบ่งเป็น 2 วิธี การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคารบ้านเรือน ใช้กระถางสูงขนาด 10-14 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : แกลบผุ - [ต้นใบเงิน ไม้มงคลศักดิ์สิทธิ์](https://www.monmai.com/ใบเงิน/) - คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นใบเงินไว้ประจำบ้านจะทำให้มีเงินมีทองเพราะเป็นไม้มงคลนามนอกจากนี้คนไทยโบราณได้นำ ใบเงินใบทองมาประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา เช่น การทำน้ำพุทธมนต์ การขึ้นบ้านใหม่ ดังนั้นคนไทยโบราณจึงเชื่อว่า ต้นใบเงินเป็นไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ชื่อสามัญ Caricature Plant ชื่อวิทยาศาสตร์ Grapthophyllun pictum ตระกูล ACANTHACEAE ชื่ออื่น ทองคำขาว ลักษณะทั่วไป ใบเงินเป็นพรรณไม้ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นพุ่มขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 2-4 เมตร แตกกิ่งสาขาออกจากโคนต้น และเจริญพุ่งตรงไปข้างบน ลำต้นกลมเล็ก สีขาวปนเทา ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ ๆ สลับกันตามลำต้น ใบเป็นรูปรี ปลายใบแหลมขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อยขนาดใบกว้างประมาณ3-6 เซนติเมตรยาวประมาณ7-10 เซนติเมตรพื้นใบสีเขียวกลางใบปนด้วยสีขาวหรือเหลืองจาง ๆ ออกดอกเป็นช่อ ตามส่วนยอดของลำต้น ลักษณะดอกเป็นหลอดยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตรโคนหลอดจะมีกลีบดอก 3 กลีบ ดอกมีสีแดงเข้ม ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัยควรปลูกต้นใบเงินไว้ทางทิศตะวันออกหรือทิศใต้ก็ได้ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคารเพราะคนโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบ ให้ปลูกในวันอังคาร ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นนั้นควรปลูกต้นใบเงิน ใบทอง ใบนาก ไว้บริเวณเดียวกันหรือใกล้กันก็จะดียิ่งนัก - [เกด ไม้ถิ่นใต้](https://www.monmai.com/เกด/) - เกด เป็นไม้ต้น น้ำยางสีขาว ใบเดี่ยว เรียงเวียนที่ปลายกิ่ง ดอกสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม ผลสด รูปกลมรี เมื่อสุกสีเหลือง ชอบขึ้นในที่แห้งแล้ง เป็นดินทรายหรือดินปนหิน ไม่ชื้นแฉะ สภาพป่าที่ค่อนข้างแห้งแล้งในเอเชียพบตามหินปูน ตามเกาะที่มีเขาหินปูน ในประเทศไทยพบมากตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป ชื่อวิทยาศาสตร์ Manikara hexandra Dub. ชื่อพ้อง Mimusops hexandra Roxb. ชื่อสามัญ Milkey Tree ชื่อวงศ์ Sapotaceae ชื่อบาลี ราชายตน (รา-ชา-ยะ-ตะ-นะ),ชีริกา (ชี-ริ-กา),ราชายตนํ (รา-ชา-ยะ-ตะ-นัง) ถิ่นกำเนิด อินเดีย พม่า ไทย เกด ฮินดูเรียก "ครินี" หรือ "ไรนี" ตามพุทธประวัติ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ใต้ต้นจิก 7 วัน แล้วได้เสด็จไปทรงประทับต่อใต้ต้นเกดอีก 7 วัน เกด เป็นพืชสกุลเดียวกับละมุดฝรั่ง ละมุดสีดา คืออยู่ในสกุล " - [จันทน์กะพ้อ ไม้ยืนต้นดอกกลิ่นหอม](https://www.monmai.com/จันทน์กะพ้อ/) - จันทร์กะพ้อชอบขึ้นอยู่ตามริมน้ำ บริเวณที่มีน้ำท่วมหรือน้ำหลาก ชอบอยู่กลางแจ้งที่มีความชื้นในอากาศค่อนข้างสูง การใช้ประโยชน์ จะใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกมีกลิ่นหอมค่อนข้างแรงมาก ดอกหอมทั้งกลางวันและกลางคืน แต่จะหอมมากตอนกลางคืน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vatica diospyroides Symington ชื่อวงศ์ : Dipterocarpaceae ถิ่นกำเนิด : เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไทย พบมากทางภาคใต้ ชื่ออื่นๆ: จันทน์พ้อ Chan pho (Bangkok); เขี้ยวงูเขา Khiao ngu khao (Phangnga); จันทร์กะพ้อ ลักษณะทั่วไป จันทน์กะพ้อเป็นไม้ต้นใหญ่ ลำต้นสูงประมาณ 6-15 ม. ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มโปร่งไม่ค่อยสวย มีใบน้อย ต้นแตกกิ่งจำนวนมากที่ยอด กิ่งเปราะ มีน้ำยางใสซึมออกมาตามรอยแตก ใบเดี่ยว ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้มเป็นมัน รูปรีแกม ขอบขนานหรือรูปใบหอก โคนใบเบี้ยว และจะหลุดร่วงไปตามอายุ ดอก ออกดอกเป็นช่อสั้นๆ ที่ซอกใบและปลายกิ่ง มี 5 - [โชติวิชช์ โวหารเดชวรนันท์ ผู้พลิกชีวิตจากคนเมืองสู่ชีวิตชาวนา](https://www.monmai.com/โชติวิชช์-โวหารเดชวรนัน/) - การทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง มีกินมีใช้ไม่กู้หนี้ยืมสิน ปลูกข้าว สีข้าวเอง แบบผสมผสานอย่างยั่งยืน ขอชื่นชมในการทำเกษตรแบบยั่งยืน วิทยากรจิตอาสา ให้ความรู็ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คำนิยามความพอเพียง เงื่อนไขการดำเนินงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การนำความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ผลของการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พระราชดำรัส ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน การปฏิบัติตนตามแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบข้าราชการ โครงการใสสะอาด พอเพียง เพื่อพ่อสู่สถานศึกษาและชุมชน ของมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ... https://www.facebook.com/people/%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B9%8C-%E0%B9%82%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C/100003784917615 ที่อยู่ บ้านหนองสองห้อง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย - [สีของดิน](https://www.monmai.com/สีของดิน/) - สีของดิน..เป็นสมบัติของดินที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าสมบัติอื่นๆ ดินแต่ละบริเวณจะมีสีที่แตกต่างกันไป เช่น สีดำ น้ำตาล เหลือง แดง หรือ สีเทา รวมถึงจุดประสีต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของแร่ที่เป็นองค์ประกอบในดิน สภาพแวดล้อมในการเกิดดิน ระยะเวลาการพัฒนา หรือวัสดุอื่นๆ ที่มีอยู่ในดิน ดังนั้น...จากสีของดิน เราสามารถที่จะประเมินสมบัติบางอย่างของดินที่เกี่ยวข้องได้ เช่น การระบายน้ำของดิน อินทรียวัตถุในดิน ระดับความความอุดมสมบูรณ์ของดิน.... ดินสีดำ สีน้ำตาลเข้มหรือสีคล้ำ ส่วนใหญ่มักจะเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เนื่องจากมีการคลุกเคล้าด้วยอินทรียวัตถุมาก โดยเฉพาะดินชั้นบน แต่บางกรณี สีคล้ำของดิน อาจจะเป็นผลมาจากอิทธิพลของปัจจัยที่ควบคุมการเกิดดินอื่นๆ นอกเหนือไปจากการมีปริมาณอินทรียวัตถุในดินมากก็ได้ เช่น ดินที่พัฒนามาจากวัตถุต้นกำเนิดดินที่ผุพังสลายตัวมาจากหินที่ประกอบด้วยแร่ที่มีสีเข้ม เช่น หินภูเขาไฟ และมีระยะเวลาการพัฒนาไม่นาน หรือดินมีแร่แมงกานีสสูง ก็จะให้ดินที่มีสีคล้ำได้เช่นกัน ดินสีเหลืองหรือแดง สีเหลืองหรือแดงของดินส่วนใหญ่จะเป็นสีออกไซด์ของเหล็กและอลูมิเนียม แสดงถึงการที่ดินมีพัฒนาการสูง ผ่านกระบวนการผุพังสลายตัวและซึมชะมานาน เป็นดินที่มีการระบายน้ำดี แต่มักจะมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินสีเหลืองแสดงว่าดินมีออกไซด์ของเหล็กที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ ส่วนดินสีแดงจะเป็นดินที่ออกไซด์ของเหล็กหรืออลูมิเนียมไม่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ ดินสีขาวหรือสีเทาอ่อน การที่ดินมีสีอ่อน อาจจะแสดงว่าเป็นดินที่เกิดมาจากวัตถุต้นกำเนิดดินพวกที่สลายตัวมาจากหินที่มีแร่สีจาง เป็นองค์ประกอบอยู่มาก เช่น หินแกรนิต หรือหินทรายบางชนิด หรืออาจจะเป็นดินที่ผ่านกระบวนการชะล้างอย่างรุนแรง จนธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อพืชถูกซึมชะออกไปจนหมด หรือมีสีอ่อนเนื่องจากมีการสะสมปูน - [เงินไหลมา ไม้มงคลนาม](https://www.monmai.com/เงินไหลมา/) - เงินไหลมาเป็นพรรณไม้เลื้อยที่มีเถายาว มีลำต้นกลมสีเขียว ผิวลำต้นเกลี้ยง มีข้อห่างๆ รากออกตามข้อลำต้น แต่ละข้อจะมีกาบใบหุ้มอยู่ ใบเป็นใบเดี่ยวออกตามข้อสลับกัน ก้านใบยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ใบมีลักษณะคล้ายใบบอน ปลายใบแหลมโคนใบเว้าลึก หูใบยาว พื้นใบมีสีเขียวและมีสีเหลืองปนอยู่ที่บริเวณเส้นใบเล็กน้อย ดอกออกตรงส่วนยอดลักษณะดอกคล้ายกับดอกของบอน เงินไหลมาควรปลูกในที่ร่มที่มีแสงส่องถึง ต้องการน้ำมากและความชื้นสูง เป็นไม้ประดับที่มีความสามารถในการดูดสารพิษภายในอาคารได้พอสมควร แต่อัตราการคายความชื้นสูงจึงช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่อากาศภายในอาคารบ้านเรือน ชื่อสามัญ Tricolor Nephthytis ชื่อวิทยาศาสตร์ Syngonium podophyllum ตระกูล ARACEAE ลักษณะทั่วไป เงินไหลมาเป็นพรรณไม้เลื้อยที่มีเถายาว ลำต้นมีความยาวประมาณ 10-20 เมตร มีลำต้นกลมสีเขียว ผิดลำต้นเกลี้ยงเป็นข้อห่าง ๆ และมีรากออกตามข้อลำต้นแต่ละข้อจะมีกาบใบหุ้มอยู่ใบเดียวออกตามข้อสลับกันซึ่งมีก้านใบยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ใบเป็นแฉกประมาณ 5 แฉก ขนาดใบกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ใบเป็นแฉกลึกเข้าหาโคนใบ ส่วนปลายใบเรียวแหลม พื้นใบมีสีเขียว และมีสีเหลืองปนอยู่ที่บริเวณลยเส้นใบเล็กน้อยถ้ามีอายุมากจะออกดอกตรงส่วนยอดลักษณะดอกคล้ายกับดอกของบอน การขยายพันธุ์ วิธีปักชำยอดหรือลำต้น การเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า - [ศูนย์เรียนรู้ ป่าสักโมเดล](https://www.monmai.com/ป่าสักโมเดล/) - ป่าสักโมเดล คือ หลุมขนมครกที่นำเอาศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นจากประสบการณ์ของเครือข่ายทั่วประเทศในสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกันมาจำลองไว้ที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ห้วยกระแทก) จ.ลพบุรี เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบและแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัด โดยพื้นที่ของ แก้มลิง ห้วยกระแทก1 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ความจุ 1,000,000 ลบ.ม. แก้มลิงห้วยกระแทก2 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ความจุ 500,000 ลบ.ม. โคก หนอง นา โมเดล ในพื้นที่ลุ่ม คือ รูปธรรมของหลุมขนมครก โดยในศูนย์เรียนรู้ ป่าสักโมเดล จะดำเนินร่วมจัดสร้างโดยเครือข่ายสุรินทร์ ของพระอาจารย์สังคม มาร่วมสร้าง โคก หนอง นา ร่วมกับ อ.ยักษ์-ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร โคก การนำดินที่ได้จากการขุดหนองนำมาถมเป็นโคก เพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ รวมทั้ง ปลูกต้นไม้ตามแนวทางศาสตร์พระราชา คือ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ได้แก่ ไม้เพื่อบริโภค (พอกิน) เพื่อใช้สอยในครัวเรือน (พอใช้) - [ปลาสลิดแดดเดียว ปลาสลิดตากแห้ง](https://www.monmai.com/ปลาสลิดแดดเดียว/) - ปลาสลิด (Snake-skined gourami) หรือ ปลาใบไม้ เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านที่มีมีรสชาติดี และเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งปลาสด และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ปลาสลิดแดดเดียวหรือปลาสลิดตากแห้ง ปลาสลิดรมควัน ปลาเค็มปลาสลิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาสลิดตากแห้ง ถือเป็นผลิตภัณฑ์ปลาสลิดแปรรูปที่นิยมรับประทานมากที่สุด เนื่องจากสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน มีรสมันอร่อย และนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง ปลาสลิดตากแห้ง จัดได้ว่าเป็นอาหารประจำในสำรับของคนไทยทุกชนชั้นมาช้านาน ปลาสลิดจะไม่นิยมนำมาบริโภคสด แต่นิยมทำเค็มและตากแห้ง จึงทำให้มีการผลิตปลาสลิดตากแห้งออกมาเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดและเป็นสินค้าส่งออกไปยังผู้ที่นิยมบริโภคในต่างแดน อาทิเช่น ชุมชนชาวเอเชียในยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย เป็นต้น การผลิตปลาสลิดเค็มแห้งให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ รสชาติดีไม่เค็มเกินไปและมีความชื้นพอควรเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค จำเป็นต้องมี องค์ประกอบที่สำคัญตั้งแต่การ ปลาสลิดแดดเดียวหรือปลาสลิดตากแห้ง เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาสลิดสดทั้งตัวหรือปลาสลิดที่ตัดหัวแล้วควักไส้ และไข่ออก แล้วล้างทำสะอาด ก่อนจะคลุกกับเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือ แล้วนำมาทำให้แห้งด้วยการตากหรือการอบ ปลาสลิดตากแห้ง ปลาสลิดแดดเดียวหรือปลาสลิดตากแห้งที่มีคุณภาพจะต้องมีกลิ่นตามธรรมชาติไม่มี กลิ่นเหม็นอับ กลิ่นหืน หรือกลิ่นปลาเน่า และมีรสชาตไม่เค็มเล็กน้อย และต้องมีความชื้นไม่เกิน 65% วิธีทำปลาสลิดตากแห้ง ในการผลิตปลาสลิดแดดเดียวหรือปลาสลิดตากแห้ง มีวิธีการเริ่มจากการตัดหัว และควักไส้แล้ว นำมาล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนนำมาคลุกเค้าด้วยเกลือ และน้ำแข็ง ทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นล้างด้วยน้ำ - [พลั่ว ตักดินตักทราย](https://www.monmai.com/พลั่ว/) - พลั่ว เป็นเครื่องมือใช้ในการ ตักดิน หรือ ตักทรายที่ความละเอียดมาก หรือ เป็นก้อนที่ไม่ใหญ่นัก พลั่วมีน้ำหนักพอๆกับเสียม แต่มีใบที่กว้างและบางกว่าเสียมและจอบเล็กน้อย คมของพลั่วไม่ได้มีไว้ใช้ในการขุดหรือเจาะ แต่มีไว้ในการตักหรือโกย เศษทราย เศษดิน หรือ เศษวัชพืช ที่ได้ทำการกวาดรวมๆกันไว้เป็นกองๆเรียบร้อยแล้ว เพื่อตักไปใส่ ถุงปุ๋ย หรือ ปุ้งกี๋ หรือ ถังขยะ เพื่อเพิ่มความมรวดเร็วในการจัดเก็บและทำความสะอาด การใช้งาน ใช้มือทั้งสองข้างจับด้ามพลั่วและ ปลายพลั่ว แล้วนำใบพลั่วกดลงไปที่ข้างๆกองเศษดิน หรือ เศษทราย ที่เราต้องการจะตัก แล้วโน้มตัวพร้อมกับดันแขนไปข้างหน้าพร้อมๆกัน เพื่อให้เกิดแรงส่งในการตัก เศษดิน หรือ เศษทรายต่างๆ ในปริมาณมากๆ แล้วกระดกขึ้นโดยการ เกร็งข้อมือ และ ข้อแขนเล็กน้อยเพื่อให้เกิดแรงในการเคลื่อนย้าย เศษดิน และ เศษทราย ที่ตักไปไว้ในที่ต่างๆ ความปลอดภัย ก่อนใช้ควรตรวจสภาพพลั่วเสียก่อน ควรดูว่ามีส่วนไหนชำรุดเสียหายหรือไม่ ขณะปฏิบัติงานไม่ควรแขว่ง หรือ เหวี่ยง พลั่วเล่น เพราะการเหวี่ยงนั้นอาจจะทำให้พลั่วหลุดมือไปโดนเพื่อนร่วมงานได้หรือถูกข้าวของเสียหายได้ แม้ใบพลั่วจะไม่มีความแข็งแรงหรือคมเท่าเสียมและจอบแต่ก็สามารถสร้างบาดแผลที่ลึกให้เราและเพื่อนร่วมงานได้เหมือนกันถ้าใช้งานโดยประมาท การทำความสะอาดและดูแลรักษา หลังจากการใช้ทุกครั้งควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำ - [โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Green House)](https://www.monmai.com/โรงอบแห้งพลังงานสุริยะ/) - การอบแห้งโดยใช้พลังงานเฉพาะจากดวงอาทิตย์ คือระบบที่เครื่องอบแห้งทำงานโดยอาศัยพลังงาน แสงอาทิตย์ วัสดุที่อบจะอยู่ในเครื่องอบแห้งที่ประกอบด้วยวัสดุที่โปร่งใส ความร้อนที่ใช้ในการอบแห้งได้มา จากการดูดกลืนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีการถ่ายเทความร้อนดังกล่าว 2 ทาง คือ ทางตรงจากดวงอาทิตย์และทางอ้อมจากแผงรับรังสีดวงอาทิตย์ ทำให้อากาศร้อนก่อนที่จะผ่านวัสดุอบแห้ง พลังงานแสงอาทิตย์ได้นำมาใช้เพื่อ การตากแห้งเป็นเวลาช้านาน ปัจจุบันได้มีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในอุตสาหกรรม และ ภาคเกษตรกรรมมากมาย อาทิ การตากแห้งกระเบื้องและกระจกสี ยางรถ และอุตสาหกรรมที่ใช้ยาง อุตสาหกรรมสิ่งทอ การหล่อเหล็ก เภสัชกรรม โรงงานยาสูบ การแปรรูป และ ถนอมอาหาร ผลไม้ สมุนไพร เนื้อสัตว์ และพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่มีทุนไม่สูงมากนัก แต่มีประสิทธิภาพในการอบแห้งผลผลิตหรืออาหารต่างๆ ได้อย่างมีศักยภาพ มากกว่าการนำเอาผลิตภัณฑ์หรืออาหารต่างๆ ไปผึ่งแดดโดยตรงได้ถึงครึ่งต่อครึ่งจึงเหมาะสมสำหรับกลุ่มกิจการค้ารวมไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจที่ต้องมีการตากหรือว่าอบแห้งสินค้าหรืออาหาร นอกจากนี้ เทคโนโลยีโรงอบแห้งนี้ยังเป็นเทคโนโลยีที่ใสสะอาดเนื่องจากใช้ประโยชน์จากพลังงานสะอาดที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในประเทศเรา และไม่ปลดปล่อยมลพิษออกไปสู่สภาพแวดล้อมอีกด้วย โดยโรงอบแห้งดังกล่าวนี้มีรูปพรรณเป็นโดมแบบเรือนกระจก (Green House) โปร่ง ที่ยอมให้แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในโรงเรือนได้ และบังคับความร้อนจากรังสีนั้นให้อบอวลอยู่ข้างในโรง ไม่ปล่อยให้ออกไปโดยสะดวก แนวทางการทำงานเหมือนภาวะเรือนกระจกนั่นแหละครับ คือแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาได้ แต่ออกยากลำบากเนื่องจากมีแผ่นวัสดุปกคลุมตัวโดมไว้อยู่ซึ่งปัจจุบันนี้ วัสดุที่ใช้คลุมโรงเรือนของโรงอบแห้งนี้ นิยมใช้แผ่นโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่สามารถให้รังสีดวงอาทิตย์ทะลุได้ดี(แต่ออกยาก) - [กุหลาบเลื้อย](https://www.monmai.com/กุหลาบเลื้อย/) - กุหลาบชนิดเลื้อย หรือ Climbing Rose (ใช้อักษรย่อ Cl.) เป็นกุหลาบที่มีลักษณะกิ่งก้านยาวคล้ายไม้เลื้อย แต่มีทรงพุ่มที่แข็งแรงสูงใหญ่กว่ากุหลาบชนิดพุ่ม (Bush) ประมาณ 5-10 เท่า ขึ้นอยู่กับแต่ละพันธุ์ บางพันธุ์มีพุ่มใหญ่มาก 10-20 เท่าก็มี ซึ่งสามารถปกคลุมเนื้อที่ได้ถึง 8-10 ตารางฟุต กุหลาบชนิดเลื้อย(Cl.) ส่วนมากเกิดจากการกลายพันธุ์ ที่เรียกว่า "สปอร์ท" (Sport) ของกุหลาบชนิดพุ่ม (Bush) กุหลาบเลื้อยมีทั้งประเภท (Type) ดอกใหญ่ (Cl.HT) เช่น กุหลาบเลื้อยประเภทดอกขนาดปานกลาง(Cl.Gr), กุหลาบเลื้อยประเภทพวง(Cl,FL), และกุหลาบเลื้อยประเภทดอกเล็กที่สุด เช่นกุหลาบเลื้อยหนู (Cl.Min) กุหลาบชนิดนี้มีต้นสูงตั้งแต่ 12 ฟุตขึ้นไป ลำต้นตั้งตรง ลำต้นหรือกิ่งจะทอดยาวอ่อนโค้งได้ไกล เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้เลื้อยเกาะตามซุ้มต้นไม้ แนวกำแพง หรือแนวรั้ว ลักษณะดอกอาจออกดอกเป็นพวงหรือเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ - [แอปเปิล ผลไม้ยอดนิยม](https://www.monmai.com/แอปเปิล/) - (อังกฤษ: apple; ชื่อวิทยาศาสตร์: Malus domestica) เป็นผลไม้ในตระกูล Rosaceae แอปเปิลเป็นผลไม้ที่นิยมมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก เป็นไม้ผลเมืองหนาว มีต้นกำเนิดในบริเวณประเทศอิหร่านในปัจจุบัน จากนั้นจึงกระจายพันธุ์ไปยังเทือกเขาคอเคซัส และลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรติส แล้วแพร่หลายต่อไปในทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา และดินแดนอื่นทั่วโลก ในประเทศไทยปลูกได้ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่นที่ดอยอ่างขาง ต้นแอปเปิลจะสูงประมาณ 5-12 เมตร เป็นไม้เนื้อแข็ง ใบเขียวเข้มเป็นมัน ขอบหยัก ดอกออกเป็นกลุ่มสีขาวอมชมพู ผลกลมรี มีรอยบุ๋มทั้งขั้วผลและท้ายผล ผลแอปเปิลมีเปลือกบาง สีแดง เขียว และเหลืองตามสายพันธุ์ เนื้อในเป็นเหมือนทรายละเอียดสีเหลืองนวล เมล็ดมีขนาดเล็ก สีดำ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ แอปเปิลเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง 3 - 12 เมตร เรือนยอดกว้าง กิ่งหนาแน่น ใบรูปไข่เรียงสลับ ยาว 5 - 12 ซม. กว้าง 3 - 6 ซม. ก้านใบยาว - [อินทผลัม ผลไม้กลางทะเลทราย](https://www.monmai.com/อินทผลัม/) - อินทผลัมเป็นพืชตระกูลปาล์ม มีชื่อเรียกท้องถิ่นแตกต่างกันไป อาหรับ เรียก ตามัล มลายู เรียก ตามา มาเลย์ เรียก กุรหม่า มีหลายสายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย ลำต้นมีความสุงประมาณ 30 เมตร มีขนาดลำต้นประมาณ 30-50 เซนติเมตร มีใบติดอยู่บนต้นประมาณ 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร ใบเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกจะออกจากโคนใบ ผลทรงกลมรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร ออกเป็นช่อรสหวานฉ่ำ ทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลจะมีสีเหลืองจนถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด ผลสุกมักจะนำไปตากแห้ง สามารถเก็บไว้เป็นเวลาหลายปี มีรสชาติหวานจัด จึงมักถูกเข้าใจผิดว่ามีการนำไปเชื่อมด้วยน้ำตาล อินทผลัม : เป็นคำผสมสองคำในภาษาบาลีสันสกฤต คำบาลี "อินฺท" (inda) หรือ สันสกฤต "อินฺทฺร" (indra) หมายถึง พระอินทร์ และ คำสันสกฤต "ผลมฺ" - [หมากแดง หมากประดับสีสดสวย](https://www.monmai.com/หมากแดง/) - หมากแดงเป็นปาล์มที่ลําต้นจะอยู่เป็นกลุ่มหรือเป็นกอผิวลําต้นเรียบมีข้อปล้องเห็นได้อย่างชัดเจน มีหน่อแตกจากโคนต้นออกมาเป็นต้นใหม่ๆ รอบโคนแม่ และลักษณะใบจะเป็นรูปขนนก คือก้านใบสีแดงยาวตลอดไปถึงปลายใบ ทรงพุ่มสวย เหมาะที่จะปลูกเป็นจุดเด่นริมศาลา ด้านหน้าของอาคารที่ได้รับแสงแดดตอนเช้า ปลูกริมทะเลได้ ทนน้ำท่วมขังได้ หมากแดงเป็นพันธุ์ไม้ตระกูลใหญ่มากตระกูลหนึ่ง มีประมาณ 4,000 ชนิด ส่วนมากมีถิ่นกําเนิดในเขตร้อน ในการใช้ปาล์มเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามในการตกแต่งบริเวณอาคารสถานที่ ทั้งการปลูกลงกระถางและปลูกลงดิน ตั้งแต่พื้นที่ขนาดเล็กจํากัดจนถึงพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ มีให้เลือกหลายลักษณะ และรูปทรงที่สวยงามแตกต่างกันมากมายตามความต้องการและพอใจ หมากแดงนับได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองทางภาคใต้ของประเทศแต่ปัจจุบันสามารถนํามาปลูกในพื้นที่ของอําเภอพระประแดงโดยเฉพาะในตําบลบางกระสอบนั้นเกษตรกรส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพการปลูกหมากแดงทั้งต้นเล็กและต้นใหญ่นับว่าเป็นรายได้ที่ดีเลยทีเดียว ในปัจจุบันหมากแดงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตลาดพันธุ์ไม้มีความต้องการสูง ทั้งนี้เพราะหมากแดงมีสีสันสวยงาม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyrtostachys renda ชื่อวงศ์ : Palmae ชื่อสามัญ : Sealing-wax palm, Lipstick palm, Raja palm, Maharajah palm ชื่อพื้นเมือง : กับแดง กะแด็ง หมากวิง ถิ่นกำเนิด : ไทย มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ลักษณะทั่วไป หมากแดงเป็นปาล์มแตกกอ สูงได้ถึง 20 - [จันผา จันทน์ผา จันทร์ผา](https://www.monmai.com/จันผา/) - จันผาเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ เรือนยอดรูปทรงไข่ เมื่อต้นโตจะแผ่กว้าง เปลือกต้นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอมเทา แตกเป็นร่องตามยาว ทรงพุ่มสวย ดอกมีกลิ่นหอม ปลูกเป็นไม้ประธานในสวนหิน ปลูกเป็นกลุ่ม ปลูกประดับในอาคาร สระว่ายน้ำ ริมทะเล ทนลมแรง ทนเค็ม ไม่ทนน้ำท่วมขัง ชื่อวิทยาศาสตร์ Dracaena loureiri Gagnep ชื่อวงศ์ AGAVACEAE ชื่ออื่น ลักกะจันทน์ จันแดง จันทร์แดง ลักษณะทั่วไป จันทร์ผา เป็นไม้ป่าประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ จันทร์ผามีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่ง จันทร์แดง หรือลักจั่นจันทร์ผาจัดเป็นไม้ยืนต้น มีความสูงประมาณ 5 - 7 ฟุต ลำต้นแกร่ง เปลือกนอกลำต้นมีลักษณะเกลี้ยงเป็นสีเทานวลลักษณะลำต้นตั้งตรงเป็นลำคล้ายหมาก ใบของจันทน์ผา จะแตกใบเป็นช่อเฉพาะส่วนยอด ไม่ผลัดใบ รูปทรงไม่แน่นอน อาจจะมีการแตกแขนงออกจากลำต้นใหญ่ได้อีก ลักษณะใบของจันทร์ผาจะมีลักษณะใบเรียวยาว ใบจันทร์ผาจะสีเขียวเข้มปลายใบจะแหลมเป็นรูปหอก ริมใบเรียบเกลี้ยง ส่วนก้านใบจะมีลักษณะเป็นกาบหุ้มซ้อนทับอยู่รอบ ๆ ต้นขนาดของใบจะยาวประมาณ 1.5 - 2 ฟุต มีความกว้างของใบราว - [แผนชีวิตครอบครัว พิชิตความจนบนความพอเพียง](https://www.monmai.com/แผนชีวิตครอบครัว/) - พลังที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาความยากจนคือพลังของคนในครัวเรือนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาเอง โดยหัวใจสำคัญคือครัวเรือนต้องรู้จักตนเอง รู้ที่จะปรับความคิดในการพิชิตความจน เนื่องจากความคิด คือ จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ครัวเรือนต้องคิดเป็น และต้องตั้งเป้าหมายในชีวิต ด้วยตัวของครัวเรือนเอง ต้องตั้งสติของตนเองว่าชีวิตนี้เป็นของเรา เราจะทำอย่างไรกับชีวิตของเรา เป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไรบ้าง เช่นต้องการมีเศรษฐกิจแบบพอเพียง มีความสุขแบบพอเพียง มีครอบครัวอบอุ่นแบบพอเพียง สิ่งที่จะนำพาครัวเรือนไปสู่เป้าหมายชีวิตอย่างยั่งยืนบนลำแข้งของตนเอง ดังพุทธสุภาษิต ที่ว่า อัตตาหิ อัตตโน นาโถ : ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คือ การจัดทำแผนชีวิตครัวเรือน วิธีการจัดทำแผนชีวิตครัวเรือนบนความพอเพียง 5 ขั้นตอน 1. จับเข่าคุยกัน คนในครัวเรือนต้องหันหน้ามาจับเข่าคุยกัน ถึงปัญหา และสาเหตุของปัญหาความยากจนของครัวเรือน ตนเองว่าบ้านเรามีปัญหาอะไรบ้าง เช่น บ้านเรา มีคนว่างงาน มีเงินไม่พอใช้ มีหนี้สินรุงรัง ฯลฯ แล้วอะไร คือ สาเหตุของปัญหาเหล่านั้น เช่น คนในบ้านไม่สามัคคีกัน ชอบทะเลาะเบาะแว้งกันเอง พ่อกินเหล้า สูบบุหรี่ แม่ชอบเล่นหวย ลูกเรียนจบแล้วไม่หางานทำ ไม่ช่วยงานในบ้าน เป็นต้น แต่ทั้งนี้คนในครัวเรือน ผู้เป็นสาเหตุของปัญหาต้องใจกว้างยอมรับความจริง ไม่ชี้หน้ากล่าวโทษกันจนถึงขั้นทะเลาะเบาะแว้ง - [หมามุ่ยสายพันธุ์อินเดีย](https://www.monmai.com/หมามุ่ยอินเดีย/) - หมามุ่ยที่นำมาจากประเทศอินเดีย (หมามุ่ยสายพันธุ์อินเดีย) ดังกล่าวมีชื่อว่า Mucuna pruriens (L)DC. Var Utilis หรือถั่วเวลเวท (Velvet bean) ซึ่งลักษณะลำต้นจะมีความคล้ายกับหมามุ่ยสายพันธุ์ไทยแต่แตกต่างที่ลักษณะของเมล็ดที่มีขนาดใหญ่ ขนสั้น และที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือไม่มีความคันเวลาสัมผัสมีเมล็ดสี 2 ลักษณะ คือ เมล็ดหมามุ่ยสีขาวและเมล็ดหมามุ่ยสีดำ ส่วนหมามุ่ยสายพันธุ์ไทยนั้นจะมีฝักขนาดเล็กและขนฝักมีขนาดยาวและจะมีความคันเมื่อสัมผัสถูกขนฝัก โดยหมามุ่ยสายพันธุ์ไทยจะมีทั้งเมล็ดหมามุ่ยที่มีขนาดเล็กและและเมล็ดหมามุ่ยขนาดใหญ่ แต่เมล็ดจะมีสีดำแค่เพียงสีเดียว ชื่อวิทยาศาสตร์ Mucuna pruriens(L.) DC. ชื่อวงศ์ FABACEAE จากรายงานทางการแพทย์มีการนำหมามุ่ยมาทดลองในสัตว์พบว่าสารธรรมชาติในหมามุ่ยทาให้สมรรถภาพทางเพศดียิ่งขึ้นเพิ่มความถี่ในการผสมพันธุ์ในสัตว์ได้เป็นสิบเท่ารวมไปถึงการยืดระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธุ์ ชะลออาการหลั่งเร็วและเพิ่มปริมาณฮอร์โมนทางเพศได้ ในปี 2550 K.K.Shukla รายงานการวิจัยที่ทดลองในผู้ชายอินเดีย 75 คนโดยผู้เข้าร่วมทดลองเหล่านี้ประสบกับปัญหาการมีบุตรยาก เนื่องจากภาวะความเครียดพบว่าหลังจากให้เม็ดหมามุ่ยทานในปริมาณ 5 กรัมต่อวันนำน 3 เดือนระดับความเครียดลดลงและคุณภาพปริมาณของ น้าอสุจิ-น้าเชื้อ เพิ่มขึ้น ความแตกต่างระหว่างหมามุ่ยอินเดียกับไทย หมามุ่ยสายพันธุ์อินเดียซึ่งลักษณะต้นมีลักษณะคล้ายกับหมามุ่ยของไทยแต่แตกต่างที่ลักษณะฝักและเมล็ด ที่มีขนำดใหญ่และขนสั้นและไม่คันเวลาสัมผัสมีเมล็ดสี2 ลักษณะ คือ สีขาวและสีดา แต่หมามุ่ยไทยมีฝักขนำดเล็กและขนฝักขนำดยาวและคันเวลาสัมผัสขนฝัก มีทั้งเม็ดเล็กและใหญ่แต่มีสีดาเพียงสีเดียว หมามุ่ยไทยเป็นคนละสปีชีส์กับหมามุ่ยในจีนและอินเดียที่มีผลวิจัยรับรอง ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จาก ฝั่งประเทศจีนและอินเดียเมล็ดหมามุ่ยมีสารที่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายได้จริง แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ หมามุ่ยในจีนและอินเดียเป็นหมามุ่ยคนละสปีชีส์กับหมามุ่ยที่ขึ้นอยู่ในประเทศไทย - [กรรไกรตัดหญ้า](https://www.monmai.com/กรรไกรตัดหญ้า/) - กรรไกรตัดหญ้า ใช้ตัดหญ้าที่ไม่สูงนัก หรือใช้ ตัดแต่งหญ้าให้เรียบเสมอกัน ใช้ตัดหญ้า ตัดตกแต่งต้นไม้พุ่มเตี้ยๆ เล็มกิ่งไม้ ตัดต้นไม้ขนาดเล็ก ด้ามจับกระชับมือ คมจริง คมทน คมนาน - [อาโวคาโด ผลไม้ช่วยสลายไขมัน](https://www.monmai.com/อาโวคาโด/) - อาโวคาโด คือผลไม้ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมในแถบอเมริกาและยุโรป เพราะมีสารอาหารหลากหลายที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ หลายคนกลับไม่นิยม แถมติว่ารสไม่หวาน มีไขมันสูง กินแล้วอ้วน ผลไม้ชนิดนี้จึงถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย ผลไม้ดีช่วยสลายไขมันใน 7 วัน อาโวคาโดเป็นแหล่งของกรดไขมันดี คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated fatty acids) ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ มีคุณสมบัติลดไขมันร้ายในหลอดเลือด เช่น แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ จึงช่วยป้องกันการสะสมของไขมันภายในหลอดเลือด และลดโอกาสเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และหัวใจวาย ในอนาคต ชื่อสามัญ Avocado ชื่อวิทยาศาสตร์ Persea Americana Mill ชื่อวงศ์ Lauraceae ชื่ออื่นๆ อะโวคาโด, อาโวคาโด, อาโวกาโด, อโวคาโด้, ลูกเนยอะโวคาโด อะโวคาโด เป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับ อบเชย เบย์ลอเรล(bay laurel) และกระวาน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในรัฐปวยบลาของประเทศเม็กซิโก และมีปลูกทั่วไปในแคลิฟฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทยมีการนำมาปลูกเป็นครั้งแรกที่จังหวัดน่าน โดยมิชชันนารีชาวอเมริกัน และได้มีการแพร่ขยายออกไปมากขึ้นทั่วประเทศ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ - [น้ำมะขามป้อม](https://www.monmai.com/น้ำมะขามป้อม/) - มะขามป้อมอุดมไปด้วยวิตามินซี นอกจากวิตามินซีช่วยป้องกันหวัด ทำให้ชุ่มคอ บำรุงเสียงแล้ว วิตามินซียังมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ มะขามป้อมจึงถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในรูปแบบอาหารเสริม เพื่อบำรุงตับ และป้องกันโรคเรื้อรัง ลดโอกาสการแพ้ที่เกิดจากสารเคมี น้ำมะขามป้อมอย่างง่าย ส่วนผสม เนื้อมะขามป้อม แกะเมล็ด หั่นเป็นชิ้น 1 ถ้วย น้ำต้มสุก 1 ถ้วย น้ำเชื่อม ปริมาณตามชอบ น้ำมะนาว ปริมาณตามชอบ เกลือป่นเล็กน้อย วิธีทำ ใส่เนื้อมะขามป้อม และน้ำต้มสุกลงในเครื่องปั่น ปั่นผสมจนละเอียด ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำ ตักน้ำมะขามป้อมลงในแก้ว ใส่น้ำเชื่อม น้ำมะนาว และเกลือป่นเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ใส่น้ำแข็ง พร้อมดื่ม น้ำมะขามป้อมบรรจุขวด ส่วนผสม น้ำมะขามป้อมอินทรีย์ 95 % น้ำตาลอินทรีย์ 4.9 % เกลือ 0.1 % ขั้นตอนการผลิต คัดเลือกผลมะขามป้อมที่มีคุณภาพดี ผลไม่ช้ำ ไม่มีแผลแตกและแก่เต็มที่ ปลิดขั้วออก นำมะขามป้อมมาทำความสะอาดโดยแช่ในอ่างน้ำพลาสติกความจุ 200 - [องุ่น ผลไม้รสชาติดี](https://www.monmai.com/องุ่น/) - องุ่นเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดี ปลูกกันมากกว่า 5,000 ปี สามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตหนาว เขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว และเขตร้อน สำหรับประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่านำเข้ามาในสมัยใด แต่พอจะเชื่อได้ว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านได้นำพันธุ์ไม้แปลกๆ จากต่างประเทศที่ได้เสด็จประพาสมาปลูกในประเทศไทย และเชื่อว่าในจำนวนพันธุ์ไม้แปลกๆ เหล่านั้นน่าจะมีพันธุ์องุ่นรวมอยู่ด้วยในสมัยรัชกาลที่ 7 มีหลักฐานยืนยันว่าเริ่มมีการปลูกองุ่นกันบ้างแต่ผลองุ่นที่ได้มีรสเปรี้ยว การปลูกองุ่นจึงซบเซาไป ต่อมาในปี 2493 ได้เริ่มมีการปลูกองุ่นอย่างจริงจัง โดย หลวงสมานวนกิจ ได้นำพันธุ์มาจากแคลิฟอร์เนีย และปี 2497 ดร.พิศ ปัญญาลักษณ์ ได้นำพันธุ์มาจากยุโรปซึ่งปลูกได้ผลเป็นที่น่าพอใจ นับแต่นั้นมาการปลูกองุ่นในประเทศไทยจึงแพร่หลายมากขึ้น ปัจจุบันในประเทศไทยมีการปลูกองุ่นในแถบภาคตะวันตก เช่น อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี อำเภอสามพราน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งสามารถให้ผลผลิตได้ดี แต่เกษตรกรบางรายได้เปลี่ยนจากองุ่นเป็นพืชอื่น เนื่องจากมีโรคแมลงระบาดมาก และแมลงดื้อยาไม่สามารถกำจัดได้ ทำให้พื้นที่ปลูกองุ่นในแถบนี้ลดลง พื้นที่ปลูกองุ่นได้ขยายไปในแถบภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้างเล็กน้อย ถึงแม้ว่าราคาจะเป็นแรงจูงใจ แต่ปัญหาเรื่องโรคแมลงระบาดมากทำให้พื้นที่ปลูกองุ่นไม่ค่อยขยายเท่าที่ควร ชื่อวิทยาศาสตร์ ไวทิส ไวนิเฟอร่า(Vitis Vinifera Linn.) วงศ์ วิทิดาซีอี้ - [ขี้กา ขี้กาขาว](https://www.monmai.com/ขี้กา/) - ขี้กาขาว เป็นพรรณไม้เถาเลื้อยตามพื้นดิน เถาจะกลมและโตขนาดเท่าก้านไม้ขีดหรือโตกว่าเล็กน้อย ตามข้อของเถาจะมีมือเกาะ เถาและใบขี้กาขาว จะมีขนหนากลมโต ดูผิวเผินแล้วจะคล้ายฟักเขียว แต่เถาและใบจะเล็กว่าไม่กลวง ดอกขี้กาขาว จะโตและมีสีขาวล้วน ผลขี้กาขาว มีลักษณะกลมและโต มีผลขนาดเท่าผลมะนาว เมื่อผลสุกจะมีสีแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Trichosanthes cordata Roxb. ชื่อวงศ์ : CUCURBITACEAE ชื่ออื่น ๆ : ขี้กาขาว เถาขี้กา แตงโมป่า มะกาดิน ลักษณะ ขี้กาเป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันกับสิ่งยึดเกาะที่อยู่ใกล้ๆ เถา มีขนสีขาวสั้นตั้งตรงเกาะติดหนาแน่น ใบ เป็นใบเดี่ยว การเกาะติดของใบบนกิ่งแบบเวียนและมีหนวดที่โคนก้านใบ ใบรูปไข่เกือบกลม 5 เหลี่ยม ขนาดประมาณ 10 x 15 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนเว้าเป็นติ่งหู ขอบหยักบิดเป็นคลื่น แผ่นใบผิวหยาบสากเป็นลอนตามรอยกดเป็นร่องของเส้นใบ หลังใบมีขนสั้นสีขาวจำนวนมาก ก้านใบสีเขียวอ่อนแกมเหลืองยาว มีขนชนิดเดียวกัน ดอก เป็นดอกเดี่ยวแยกเพศกัน เกิดที่ซอกใบ ดอกสีขาวกลีบดอกส่วนโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดส่วนปลายแยกเป็นกลีบ - [นิคม เพชรผา สัจธรรมชีวิตและการเฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน](https://www.monmai.com/นิคม-เพชรผา/) - เมื่อปี 2528 ได้เข้ารับราชการทหารชั้นประทวนยศสิบตรี กรมแผนที่ทหารกองบัญชาการทหารสูงสุด จนได้รับพระราชทานเลื่อนชั้นเป็นนายทหารสัญญาบัตร ชั้นยศร้อยตรี ในปี2534 ประจำแผนกสื่อสารข้อมูล กองวิทยาการคอมพิวเตอร์ กองบัญชาการทหารสูงสุด ปี 2536 ตัดสินใจลาออกราชการทหาร เพื่อเข้าเป็นพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ปี 2548 ตัดสินใจขอเกษียนก่อนกำหนดลาออกจากงานที่ทำอยู่กับ ธ .ก.ส. เพราะมั่นใจว่าครอบครัวมีความมั่นคง ไม่ควรจะรับอะไรให้มากเกินความจำเป็น แต่ควรที่จะไปทำงานด้านการสร้างเสริมคุณธรรม สร้างจิตวิญญาณให้มุ่งเสียสละเพื่อส่วนรวม สร้างสรรค์การงานสาธารณประโยชน์อุทิศตนสร้างสังคมอุดมการณ์ และ ยึดหลักของศาสนาในการดำเนินชีวิต ชาวบ้านชุมชนสวนธรรมร่วมใจได้ช่วยกันปรับสมดุลธรรมชาติ และปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นในพื้นที่รกร้างประมาณ 100 ไร่ ที่ประสบปัญหาขาดทุนจากการปลูกปอ และมันสำปะหลัง การเกื้อกูลกันให้ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลในทุกด้าน เมื่อ ปี 2537 ได้เริ่มมีการจัดอบรม เผยแพร่แนวทางการทำเกษตรอินทรีย์ไร้สารพิษให้แก่สมาชิก ซึ่งเป็นกลุ่มชาวไร่ ชาวนา ในช่วงปี 2540 สังคมไทยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเปิดโอกาสให้บุคคลผู้ที่สนใจได้ไปศึกษาดูงาน อบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถึงวิธีการปฏิบัติตนให้รอดพ้นจากวิกฤติ ศูนย์ฝึกอบรมได้รับการอนุเคราะห์จากหลวงพ่อธรรมชาติ ภิกขุ ในการก่อตั้งมูลนิธิธรรมะร่วมใจ ขึ้นมารองรับการทำงานฝึกอบรมให้มีความมั่นคงยั่งยืน จึงทำให้การฝึกอบรมยังคงดำเนินงานอยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันทั้งนี้ ศูนย์ฝึกอบรมคุณธรรมกสิกรรมธรรมชาติจังหวัดยโสธร ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทฤษฏีใหม่ โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสวนป่าตาเตีย](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯสวนป่าตาเตีย/) - แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ภาคประชาชน ที่น่าเข้ามาสัมผัส เรียนรู้ เรื่องศาสตร์พระราชา เรียนรู้ตามรอยพ่อ ศาสตร์แห่งพระราชา โคกหนองนา กสิกรรมธรรมชาติ การจัดการดิน น้ำ ป่า การพึ่งตนเอง พอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน ความสมบูรณ์มั่งคั่ง สร้างได้ด้วยสองมือ ความขาดแคลนไม่เป็นปัญหา ถ้ามีปัญญาและความอดทน ถางหญ้าที่รกเรื้อ ทำปุ๋ยหมักพืชสด ปลูกต้นไม้รอบคลอง สระ ที่ขุดขึ้นใหม่ ทั้งแค มะรุม มะขาม มะละกอ พริก มะเขือ ขุดหลุม รองก้น ปลูกเสร็จรดด้วยน้ำหมัก หิ้วถังรดน้ำให้ชุ่ม คลุมดินด้วยฟาง ให้ต้นไม้ที่ปลูกรอด 100 เปอร์เซ็นต์ แผนผังพื้นที่โครงการศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสวนป่าตาเตีย ขนาดพื้นที่ 400 ไร่ ที่ตั้ง ต.สนวน อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ - [แคนตาลูป เมลอนหวานน้อย](https://www.monmai.com/แคนตาลูป/) - แคนตาลูปจัดอยู่ในสกุลเดียวกับแตงกวาและแตงไทย เปลือกของแคนตาลูปแต่ละพันธุ์จะต่างกัน มีทั้งแบบผิวเรียบ และผิวลายตาข่ายนูนชัดเจน เช่นพันธุ์ร็อกเมลอน ส่วนเนื้อในมี 2 แบบคือ เนื้อกรอบและเนื้อนิ่ม สีสันแตกต่างกันไปตามลักษณะของพันธุ์ เช่น พันธุ์ฮันนีดิวเนื้อสีเขียว พันธุ์ซันเลดี้เนื้อสีส้ม โดยลักษณะของแคนตาลูปจะฉ่ำน้ำ ที่สำคัญแคนตาลูปจะมีกลิ่นหอมซึ่งไม่เหมือนกับผลไม้ชนิดใด ๆ มีฤทธิ์เย็น ช่วยทำให้ขับปัสสาวะล้างพิษ มักรับประทานแคนตาลูปเพื่อช่วยขับน้ำนมให้กับสตรีหลังคลอดบุตร และช่วยแก้ไข้ลดความร้อนในร่างกาย มีวิตามินวิตามินเอซึ่งมีผลเกี่ยวกับการเจริญเติบโต และช่วยในการสร้างกระดูก มีเบตาแคโรทีน โดยผลการศึกษาพบว่าแคนตาลูปเป็นผลไม้หนึ่งในสิบอันดับแรกที่มีวิตามินเอและเบตาแคโรทีนสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณ แม้แต่ฝรั่งก็ยังมีความเชื่อมาแต่โบราณว่า กินแคนตาลูปแล้วจะทำให้สายตาดี มีสติ คิดและทำทำสิ่งใดจะได้ตามมุ่งหวัง วิตามินซีในแคนตาลูปช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายและลดการติดเชื้อ ส่วนโพแทสเซียมช่วยควบคุมความดันโลหิตและการทำงานของกล้ามเนื้อ ดีต่อผูเป็นโรคความดันโลหิตสูง แถมแคนตาลูปยังมีเส้นใยอาหารสูงและแคลอรีต่ำ จึงดีต่อระบบขับถ่ายและเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักเป็นอย่างยิ่ง วิตามินบี 6 ที่มีอยู่มากในแคนตาลูปสำคัญต่อการเผาผลาญอาหารและการสร้างพลังงาน ทั้งโฟเลตที่มีส่วนช่วยขยายในการผลิตเม็ดเลือดและสำคัญต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ วิตามินบี 6 และโฟเลตนี้จะสามารถลดระดับสารโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine) ที่มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันแล้วว่า การมีระดับโฮโมซิสเทอีนสูง สัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจและโรคอัลไซเมอร์ ดังนั้น วิตามินบี 6 และโฟเลตในแคนตาลูปจึงลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคดังกล่าวได้ ปริมาณสารอาหารในแคนตาลูปนั้นขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย จากผลการศึกษาพบว่า แคนตาลูปในฤดูจะมีสารอาหารจำพวกวิตามินบี 1 ,บี - [เลื่อยตัดกิ่งไม้](https://www.monmai.com/เลื่อยตัดกิ่ง/) - หากพูดถึงอุปกรณ์ดูแลสวนและต้นไม้อีกหนึ่งเครื่องมือที่มักถูกนำมาใช้ก็คือเลื่อยตัดกิ่ง ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับงานตัดกิ่งไม้ที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่กรรไกรตัดกิ่งจะตัดได้ อีกทั้งเลื่อยตัดกิ่งยังสามารถต่อด้ามที่มีขนาดยาวเพื่อใช้สำหรับตัดกิ่งไม้ในระยะสูงได้อีกด้วย และอีกหนึ่งจุดเด่นของเลื่อยตัดกิ่งที่ต่างจากเลื่อยทั่วไปก็คือลักษณะของฟันเลื่อยที่มีคมเข้าหาตัวทั้งนี้เพื่อให้เกิดแรงเลื่อยตัดจากการดึงเข้าหาตัว ซึ่งช่วยลดแรงได้ดี ซึ่งในท้องตลาดก็มีให้เลือกใช้งานอยู่หลายรุ่นตามลักษณะการใช้งานซึ่งแต่ละรุ่นก็มีข้อดีที่แตกต่างกัน - [หญ้าไข่เหา](https://www.monmai.com/หญ้าไข่เหา/) - ไม้ล้มลุก อายุหลายปี/หญ้า แตกกิ่งก้านมาก ทอดเลื้อยใกล้ผิวดินยาว ใบรูปแถบแคบ ปลายแหลม ดอกเป็นช่อตั้งขึ้นทรงกลมรีหรือรูปกรวย แตกแขนงเป็นช่อย่อย ดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก แกนช่อดอกมีขนห่างๆ ทั่วไป บางครั้งมีน้ำเหนียวติดมือ ออกดอกปลายฤดูฝน-ฤดูร้อน พบริมทางรกร้าง และแปลงปลูกพืชทั่วไป พบมากทางภาคเหนือลงมาถึงภาคกลาง ชื่อวิทยาศาสตร์ Mollugo pentaphylla Linn. วงศ์ Aizoaceae ชื่อพื้นบ้านอีสาน หญ้าไข่เหา, นกเขา, สร้อยนกเขา ลักษณะ หญ้าไข่เหาเป็นพืชค้างปี (annual) พบขึ้นอยู่ตามชายป่า ใต้ที่ร่มและชุ่มชื้น มีกิ่งแขนงแตกออกจากซอกใบจำนวนมาก ลำต้นทอดเลื้อยปลายยอดตั้งชันขึ้น (ascending) ความสูงของต้น 71.28- 145.18 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 3.95- 7.67 มิลลิเมตร ลำต้นกลมและค่อนข้างเหนียว สีเขียวเข้มผิวมัน มีขนสีขาวยาวประมาณ 2 มิลลิเมตรปกคลุมจำนวนมาก ข้อ (node) สีเขียวมีขนสีขาวคลุมรอบๆหนาแน่น ลักษณะของข้อพองออกเล็กน้อย ข้อที่แตะดินไม่มีรากงอก ใบเป็นแบบรูปใบหอก (lanceolate) โคนใบมน - [โคก หนอง นา วังอ้อโมเดล](https://www.monmai.com/วังอ้อโมเดล/) - ศูนย์พุทธธรรมพรหมวชิรญาณ ป่าดงใหญ่วังอ้อ เป็นศูนย์ฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรม นำศาสตร์พระราชามาเขียนตำราลงบนแผ่นดิน อาทิ การอนุรักษ์ ดิน น้ำ ป่า ศูนย์พุทธธรรมพรหมวชิรญาณร่วมกับสถาบันพัฒนาพลังสังคม (สพส.)และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม กลุ่มคนดีมีจิตอาสา เด็ก และเยาวชน รวมถึงประชาชน ในจังหวัดอุบลราชธานี (บวร)มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำศาสตร์พระราชา และเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเครื่องมือรักษาชาติ บำรุงชาติ ปกป้องแผ่นดินถิ่นเกิดให้เด็ก เยาวชน คนในชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี ก้าวเดินตามรอยเท้าของพ่อ ด้วยการปฏิบัติบูชา เพื่อให้พบกับความจริงที่ว่า เศรษฐกิจพอเพียงหาใช่สิ่งอื่นใดไม่ แต่หากคือรูปธรรมของความรักอันยิ่งใหญ่ ที่ในหลวงทรงมอบเป็นมรดกชิ้นเอกของแผ่นดินมรดกแห่งปัญญา ที่จะปกป้องลูกหลานและประชาชนให้รอดพ้นจาก(อวิชชา) ความโง่ ความไม่รู้ ทำให้พ้นทุกข์ ศูนย์พุทธธรรมพรหมวชิรญาณ ป่าดงใหญ่วังอ้อ จังหวัดอุบลราชธานี http://www.pomwachirayan.net - [หนูนา สัตว์อาหารพื้นบ้าน](https://www.monmai.com/หนูนา/) - หน้าเกี่ยวข้าวและหลังเกี่ยวข้าว จะมีชาวนาออกล่าหนูพุกและหนูนากัน โดยเฉพาะหนูนาทำแกงอ่อมและย่างอร่อยมาก เป็นที่รู้กันว่าหนูพุกจะอร่อยที่สุดในหน้าเกี่ยวข้าว ส่วนการเลี้ยงหนูนา หนูพุก หนูพุก จะเลี้ยงด้วยข้าวเปลือกและเผือก เมื่อโตเต็มที่ สามารถคัดแยกเอาแต่ตัวลูกๆมันเก็บไว้ ส่วนเวลาจับหนูแนะนำให้ใช้ถุงมือที่ใช้ผสมปูนเพราะเวลาโดนกัดจะได้ไม่เจ็บ จากนั้นทำการคัดแยกไว้โอ่งล่ะ 4 ตัว แบ่งเป็นตัวผู้ 1 ตัวเมีย 3 เพื่อเอาไว้ทำพันธ์ต่อ ช่วงหลังเดือนกุมภาพันธ์หนูพุกเริ่มหายาก ทำให้มีหลายๆ คนที่สนใจอยากจะหันมาทำการเลี้ยงหนูนา หนูพุก กันดูบ้าง การเลี้ยงหนูนา หนูพุกที่สมบูรณ์จะต้องมีลักษณะอย่างไร การเลี้ยงหนูนา หนูพุก ที่มีขนาดอายุ 1 ปี หนูนาหรือหนูท้องขาว จะมีขนาดเล็กถึงปานกลางประมาณ 100-200 กรัม ลำตัวเป็นสีเทาดำ บริเวณท้องเป็นขาวล้วน ส่วนบริเวณท้องเป็นสีเทาปนขาว ส่วนหนูพุกจะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักตัวจะอยู่ที่ 400 ถึง1000 กรัม ลำตัวเป็นสีเทาและมีปลายขนเป็นสีทองแดง บริเวณท้องเป็นสีเทาปนขาว สีของตาเวลจะสะท้อนแสงไฟจะเป็นสีแดง ขั้นตอนการเลี้ยงหนูนา หนูพุก แบบธรรมชาติ การเลี้ยงหนูนา หนูพุก ควรจะเริ่มเลี้ยงจะประมาณเดือนพฤษภาคม โดยสามารถใช้พื้นที่จากการเลี้ยงด้วยโอ่ง โดยแบ่งเลี้ยงใน โอ่ง จำนวน - [นวดขิดเส้น นวดพื้นบ้านอีสาน](https://www.monmai.com/นวดขิดเส้น/) - การนวดขิดเส้น เป็นวิธีการจับเส้นวิธีการหนึ่งในการนวดพื้นบ้านของภาคอีสาน โดยการใช้นิ้วหัวแม่มือกดบนเส้นด้านหนึ่ง แล้วใช้ 3 นิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง) กดรับอีกด้านหนึ่ง แล้วเขี่ยตวัดนิ้วหัวแม่มือขึ้นไปคนละด้านตามแนวเส้น ทำให้เส้นคลายอ่อนตัว รู้สึกสบาย หายปวด คำว่าขิดเส้นสำเนียงอีสานจะออกว่า ขิด ภาคกลางจะออกเสียงว่า คิก การนวดตามปกติจะนวดจับเส้นทั่ว ๆ ไป หากจมลงไปมากจะใช้หัวแม่มือเขี่ยออก ลักษณะเขี่ย อีสานเรียกขิดเส้น เขี่ยออกมาแล้วค่อย ๆ ดึง แม่หมอเกษรเป็นชาวมหาสารคามโดยกำเนิด มีความเชี่ยวชาญชำนาญในการนวดขิดเส้น ปัจจุบันอายุ 62 ปีเริ่มฝึกนวดพ่อตั้งแต่อายุ 16 ปี สมัยสาว ๆ ดูแลพ่อซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต พ่อของแม่ไม่ได้เป็นหมอนวด แม่หมอลูบ ๆ คลำ ๆ บริเวณแขน ขาและร่ายกายทั่ว ๆ ไปให้เรื่อย ๆ โดยไม่มีความรู้ แต่พอจับเส้นไปนาน ๆ เข้าจึงเริ่มมีความรู้เรื่องเส้น เริ่มรู้เรื่องเส้นเอ็นของคนว่าจับตรงไหนบีบตรงไหน อาศัยพ่อซึ่งป่วยเป็นคนบอกด้วย นับเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่ได้รับการฝึกฝนจับบีบนวดบ่อย ๆ - [กุ้งก้ามแดง กุ้งสวยงามเป็นอาหาร](https://www.monmai.com/กุ้งก้ามแดง/) - กุ้งก้ามแดง มีถิ่นกำเนิดที่ ออสเตรเลีย ขนาดโตเต็มที่ 12 นิ้วอายุเฉลี่ย 4ปี ในธรรมชาติ ถ้าเลี้ยงใส่ตู้กระจก อยู่ได้ 2-3 ปี อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเลี้ยง 25-28 องศา ถือว่า อากาศและอุณหูภูมิในบ้านเรา กำลังดี จุดเด่นของกุ้งก้ามแดง ก็คือ กุ้งก้ามแดง เป็นกุ้งที่มีเปลือกหนา ปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมต่างๆ และมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี จึงเป็นกุ้งที่สามารถเลี้ยงได้ในสภาพแวดล้อมทั่วไปได้ แม้แต่ในนาข้าว ในบ่อดินหรือกระชังในแม่น้ำ โดยมีอัตราการสูญเสียหรืออัตราการตายน้อยมาก อัตราการรอดสูง เจริญเติบโตเร็ว ที่สำคัญสามารถขยายพันธุ์หรือเพาะลูกพันธุ์ได้โดยไม่ต้องใช้น้ำเค็ม จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้กุ้งก้ามแดงเลี้ยงได้ทุกพื้นที่ของไทย กุ้งก้ามแดงเป็นกุ้งชนิดแรกที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงทดลองเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร เพราะเป้นกุ้งที่มีการเจริญเติบโตค่อนข้างเร็วและมีขนาดใหญ่ ลักษณะเด่นคือ มีขนาดใหญ่และสีของกุ้งมีการเปลี่ยนแปลงตลอด แต่สีที่พบมากที่สุดคือ สีเขียว สีน้ำตาล และสีน้ำเงิน ซึ่งคนไทยจะเรียกว่า บลู ล็อปเตอร์ บางที่ก็เลี้ยงไว้เพื่อความสวยงามแล้วนำจำหน่ายได้ในราคาสูง กุ้งชนิดนี้มีจุดเด่นอีกอย่างคือ แถบข้างของก้ามจะมีสีแดง และ สีส้ม เป็น เอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งแถบสีเหล่านี้ จะพบกับกุ้งเพศผู้เท่านั้น ส่วนเพศเมียจะไม่มีแถบสี - [สาหร่ายเกลียวทอง สไปรูลีน่า](https://www.monmai.com/สาหร่ายเกลียวทอง/) - สาหร่ายเกลียวทอง หรือสาหร่ายสไปรูลีน่า เป็นสาหร่ายที่มีสีเขียวแกมน้ำเงิน พบได้ในน้ำจืดและบางส่วนพบในน้ำทะเลหรือน้ำกร่อยและอุ่นที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง สาหร่ายมีขนาดใหญ่จะม้วนตัวเป็นเกลียวและเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบในเซลล์เดียวถูกจำแนกให้อยู่ระหว่างสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์และพืชมากกว่าสัตว์ สาหร่ายเกลียวทอง หรือ Spirulina spp. เป็นสาหร่ายที่จัดอยู่ในพวกสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินลักษณะโดยทั่วไปเป็นสาหร่ายหลายเซลล์ มีลักษณะเป็นสายสั้นๆ บิดตัวไปมาเป็นเกลียว เจริญเติบโตได้ดีในน้ำกร่อย ในเซลล์ไม่มีสารพวก Cellulose เป็นส่วนประกอบ จึงทำให้ร่างกายสามารถย่อยได้สูงถึง 95% ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์จากสารอาหารในสาหร่ายเกลียวทองได้มาก นอกจากนี้ยังพบสารพวก คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) และไฟโคไซยานิน (Phycocyanin) ซึ่งเป็นสารที่มีสีน้ำเงินอยู่ปริมาณสูงซึ่งทำให้มีอัตราการสังเคราะห์แสงสูงด้วย สาหร่ายสไปรูลิน่า มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สาหร่ายเกลียวทอง เนื่องจาก เซลล์ของมันมีลักษณะเป็นรูปเกลียว (Spiral) ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่สาหร่าย แต่เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่ง คือ ไซยาโนแบคทีเรีย(Cyanobacteria) มี 2 ชนิด ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ Spirulina platenis (Arthrospira platensis) และชนิด Spirulina maxima เป็นสาหร่ายที่ชอบขึ้นในแหล่งน้ำที่ค่อนข้างเป็นน้ำด่าง จากการที่สาหร่ายมีสีเขียวเข้ม จึงทำให้แหล่งน้ำที่มีสาหร่ายชนิดนี้ขึ้นก็จะมีสีเขียวเข้มดั่งมรกต สาหร่าย เป็นแหล่งของโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่สูง มีไขมัน - [กกรังกา กกสวยงาม](https://www.monmai.com/กกรังกา/) - ไม้ริมน้ำ อายุหลายปี ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าแข็ง ลำต้นเหนือดินสร้าง ช่อดอก แตกเป็นกอ พบกระจายอยู่ทั่วโลก มีประมาณ 4,000 ชนิด ชอบที่ชื้นแฉะ ขึ้นในที่ระดับต่ำ ตามหนอง บึง ทางระบาย มีรูปร่างลักษณะและนิเวศวิทยาเหมือนหญ้ามาก ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyperus alternifolius L., ชื่อสามัญ: Umbrella plant, Flatsedge) สกุล Cyperus มีถิ่นกำเนิดในประเทศมาดากัสการ์ ถูกนำไปปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับทั่วโลก กกรังกามีชื่อสามัญอื่น ๆ อีกคือ กกต้นกลม, กกขนาก, หญ้าลังดา, กกดอกแดง และ กกราชินี ลักษณะทั่วไป กกรังกาเป็นพืชที่มีลำต้นออกเป็นกอมีหัวอยู่ใต้ดิน คล้ายจำพวกขิงหรือเร่ว ลำต้นมีความสูงประมาณ 100-150 ซม. ลักษณะของลำต้นตั้งตรงไม่มีกิ่งก้าน ลำต้นกลมมีสีเขียว ใบจะออกแผ่ซ้อน ๆ กัน อยู่ปลายยอดของลำต้น ลักษณะของใบเป็นรูปยาว ปลายใบแหลม กว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ - [เตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร แบบตั้งเจาะตูด](https://www.monmai.com/เตาเผาถ่านถัง200lเจาะตูด/) - เตาเผาถ่านขนาด 200 ลิตร แบบตั้ง เป็นเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเตาเผาถ่านแบบดั้งเดิม ประมาณ 1.2 -1.5 เท่า โดยใช้ถังขนาด 200 ลิตร เป็นตัวเตา เตาประเภทนี้อาศัยความร้อนไล่ความชื้นในเนื้อไม้ที่อยู่ในเตา ทำให้กลายเป็นถ่าน หรือ ที่เรียกกันว่า " กระบวนคาร์บอนไนเซซั่น ( Carbonization) " นอกจากนี้เตายังมีโครง สร้างที่มีลักษณะปิด ทำให้สามารถควบ คุมอากาศได้ จึงไม่มีการลุกติดไฟของเนื้อไม้ ผลผลิตที่ได้จึงเป็นถ่านที่มีคุณภาพ มีสารก่อ มะเร็งต่ำ ขี้เถ้าน้อย ขั้นตอนการใช้งานเตาเผาถ่าน 1.ตัดไม้ให้พอดีกับเตาเผาถ่าน 2.ขุดหลุมให้พอดีกับก้นถัง โดยให้มีความลึกประมาณ 15-30 ซม. หรือขุดหลุมแบบมีรูจุดใต้ถัง เพื่อก่อไฟใส่เตา 3.เอาท่อนไม้ที่เตรียมไว้สำหรับเผาถ่านยัดลงไปในเตาให้เต็ม โดยใช้วิธีเอียงถัง เพราะจะช่วยให้เรียงได้สะดวกขึ้น 4.จุดไฟเผาที่ก้อเตาที่เตรียมไว้ 5.พอติดแล้วปิดฝาถัง เปิดรูเล็กๆ 2 รู ที่ฝาถังออก 6.ทิ้งไว้ประมาณ 7-8 ชั่วโมงให้ปิดรูเล็กๆ บนถัง 2 รู แล้ว - [การฆ่าเชื้อแบบสเตอริไลซ์ (sterilization)](https://www.monmai.com/สเตอริไลซ์/) - หากเราต้องการเก็บอาหารไว้รับประทานให้ได้นานขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใส่สารปรุงแต่งใดๆเพิ่มเติมนั้น เราต้องทำการฆ่าเชื้อโรคที่เป็นตัวการทำให้อาหารบูดเน่าได้แก่ เชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ (แบคทีเรีย ยีสต์ และ รา) ปรสิตและพยาธิ รวมไปถึงเอนไซม์ที่ย่อยสลายอาหารให้เน่าเสียอันมาจากตัวอาหารเองและจากจุลชีพต่างๆนั้นด้วย กระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนเป็นการฆ่าเชื้อและถนอมอาหารที่นิยมใช้มาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน วิธีฆ่าเชื้อโรค ด้วยความร้อนที่ใช้ในปัจจุบันคือ การพาสเจอไรส์ (pasteurization), การสเตอริไลซ์ (Sterilization) และ ยูเอชที (UHT: Ultra High Temperature) ซึ่งจะแตกต่างกันที่ระดับของความร้อนและระยะเวลาที่ใช้ในการฆ่าเชื้อ และบางวิธีก็มีการใช้ความดันร่วมด้วย การพาสเจอไรส์ (Pasteurization) ถูกค้นพบในปี ค.ศ.1864 โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อว่า หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) เป็นวิธีการฆ่าเชื้อโรคซึ่งใช้ความร้อนไม่สูงมาก (ไม่ถึง 100 oC) ในระยะเวลาเหมาะสมขึ้นกับประเภทของอาหาร เช่นนมพาสเจอไรส์จะใช้อุณหภูมิ 62.8 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที วิธีนี้ช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์อันตรายก่อโรค (pathogen) ทุกชนิดกับเอนไซม์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย และเพื่อควบคุมจุลินทรีย์ไม่ก่อโรคที่ทำให้อาหารเน่าเสียไม่ให้เพิ่มจำนวนจึงต้องเก็บรักษาไว้ในความเย็น และต้องบริโภคให้หมดภายใน 3 วัน - 1 สัปดาห์หลังเปิดใช้ วิธีนี้ใช้ได้กับอาหารหลายชนิดทั้งของแข็ง - [พันงูเขียว สมุนไพรแก้ไข้ ขับเหงื่อ](https://www.monmai.com/พันงูเขียว/) - พันงูเขียว เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี/วัชพืช ลำต้นตั้งตรงขึ้น ใบรูปไข่ถึงรูปรี ยาว 2-6 เซนติเมตร ขอบจักฟันเลื่อย ช่อดอกเป็นแท่งยาวเรียงตั้งขึ้น มีดอกเล็กๆ สีม่วง ทยอยบานเป็นกลุ่มๆ จากโคนไปปลายช่อ พบในธรรมชาติพบตามชายป่าและที่รกร้างทั่วทุกภาค เป็นสมุนไพร ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ชื่อวิทยาศาสตร์ Stachytarpheta indica Vahl ชื่อวงศ์ VERBENACEAE ชื่อเรียกอื่น เดือยงู พระอินทร์โปรย สารพัดพิษ สี่บาท หญ้าหางงู ลักษณะ ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 0.5-1 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปขอบขนานกว้างแกมรี กว้าง 2-5 ซม. ยาว 3-8 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยแผ่นใบสาก ดอกสีม่วงตรงกลางเป็นแถบสีขาว ออกเป็นช่อแกนที่ปลายกิ่ง ยาว 5-30 ซม. ดอกบานขนาด 1 - [หญ้าพันงูขาว ราชาของยาขับปัสสาวะ โรคนิ่ว](https://www.monmai.com/หญ้าพันงูขาว/) - หญ้าพันงูทั้งหมดมี ๔ ชนิด คือ หญ้าพันงูแดง หรือควยงูน้อย จีนเรียกว่า อั้งเกยซั้วพี ใบมีสีแดงเข้ม อีกชนิดหนึ่งเรียกว่าหญ้าพันงูขวา ใบสีเขียวอมแดง เรียกพันงูขาวหรือควยงูใหญ่ทั้งสองชนิดปลายใบแหลม แต่อีกชนิดหนึ่งปลายใบกลมไม่แหลม ชนิดนี้ไม่มีสรรพคุณทางยา และอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า หญ้าพันงูขาว, หญ้าพันงูเขียว, พันงูนา จีนเรียกว่า เบ๊บิวเช้า ชนิดนี้ใบกลมสีเขียวริมใบจักรูปใบมน ลำต้นอ่อน หญ้าพันงูขาวเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่หมอพื้นบ้านทุกพื้นที่รวมทั้งชาวบ้านธรรมดาๆ ก็รู้ว่าหญ้าพันงูเป็นยาขับนิ่ว ขับปัสสาวะ ใช้เรื่องนี้เป็นหลัก การนำมาใช้นั้นนิยมใช้ส่วนรากของหญ้าพันงูต้มกิน หรือหมอยาบางคนจะถอนทั้งห้าต้มกินก็ได้ แต่ก็มีหมอยาบางท่านนำทั้งต้นมาเผาให้เป็นฝุ่นก่อน เอาผ้าห่อแล้วแช่กินน้ำ เพื่อแก้นิ่ว แก้อาการปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะหยดย้อย แก้ท้องมาน บวมน้ำ นิยมใช้เป็นสมุนไพรเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นเช่น หญ้าขัดมอญ ไมยราบ เป็นต้น หญ้าพันงูขาว ชื่ออื่น หญ้าพันงู หญ้าพันงูเขา หญ้าตีนงูขาว ควยงู หญ้าโคยงู ชื่อสามัญ Prickly chaff-flower ชื่อวิทยาศาสตร์ Achyranthes aspera Linn. วงศ์ Amaranthaceae - [มูลค้างคาว](https://www.monmai.com/มูลค้างคาว/) - ค้างคาวในโลกนี้มีหลายชนิด แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือค้างคาวกินผลไม้และกินแมลงเป็นอาหาร ค้างคาวออกหากินตอนกลางคืน พักและนอนตอนกลางวัน พื้นถ้ำทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ มีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ในถ้ำที่ค้างคาวอาศัยอยู่ยังไม่มีการขุดค้นนํามูลค้างคาวออกมาใช้ประโยชน์ เนื่องจากสภาพพื้นที่ในการทําการเกษตรยังมีความสมบูรณ์มีประชากน้อย ค้างคาวเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมและการเกษตรของโลกอย่างมาก ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งค้างคาวช่วยกินแมลงที่เป็นศัตรูพืช ซึ่งช่วยลดการระบาดของแมลงศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี มูลค้างคาวมีแร่ธาตุอาหารและ จุลินทรีย์ ประกอบไปด้วย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียม ในปริมาณที่สูงกว่ามูลของสัตว์ชนิดอื่น จึงเป็นที่นิยมนํามาเป็นส่วนผสมในดิน ที่ใช้ในการปลูกพืชเกษตร การปรับปรุงบํารุงดินให้พืชเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตตลอดจนการ ป้องกันโรคต่างๆที่เกิดที่รากหรือโคนต้นของพืชอีกด้วยโดยเฉพาะการช่วยลดปริมาณไส้เดือนฝอยที่ทําลายรากพืช หรือการทําลายเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเน่าโคนเน่าของพืช การหมักหมมของสิ่งปฏิกูลที่ค้างคาวถ่ายออกมาทั้งอุจาระและปัสสาวะนั้นจะส่งผลต่อสภาวะอากาศภายในถ้ำ โดยเฉพาะถ้ำที่มีทางเข้าออกทางเดียวที่ไม่มีการหมุนเวียนของอากาศ จะทําให้เกิดก๊าซแอมโมเนียที่สูงมาก นอกจากนี้การสะสมของมูลค้างคาวในถ้ำ ถ้ามีปริมาณมากเกินไปจะเป็นการลดปริมาตรของถ้ำ อีกด้วยดังนั้นเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดก๊าซพิษมากเกินไป และเพื่อเป็นการควบคุมปริมาตรของถ้ำ จึงควรมีการจัดเก็บมูลค้างคาวออกบ้างบางส่วน ซึ่งนอกจากจะเป็นการจัดการถ้ำให้เหมาะที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวและสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ในถ้ำแล้ว ยังเป็นการนําประโยชน์ที่เกิดจากสัตว์ป่ามาใช้โดยตรงในรูปของมูลค้างคาวที่สามารถนํามาทําเป็นปุ๋ย ทดแทนการใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ที่แต่ละปีมีมูลค่าการนําเข้าหลายร้อยล้านบาท แต่การนํามูลค้างออกจากถ้ำจําเป็นต้องดําเนินการจัดการให้เหมาะสมตามหลักวิชาการ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรบกวนค้างคาว และสังคมของสิ่งมีชีวิตในถ้ำ ควรกําหนดหลักเกณฑ์และบุคคลที่ควรได้รับสัมปทาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรที่มีอยู่ ค้างคาวที่อาศัยอยู่ในถ้ำจะทําการขับถ่ายมูลออกมาทุกวันลงสู่พื้นถ้ำ ทับถมสะสมกันหนาขึ้นระหว่าง 1-5 เมตร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดของถ้ำ จํานวนประชากรค้างคาว และอายุที่ค้างราวอาศัยอยู่ มูลค้างคาวที่ถ่ายออกมา และมูลค้างคาวเมื่อทําปฏิกิริยากับไอน้ำในถ้ำเกิดก๊าซแอมโมเนียมเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์แต่ค้างคาวสามารถอยู่ได้ - [เมล่อน แตงเทศหรือแตงหอม](https://www.monmai.com/เมล่อน/) - เมล่อน เป็นพืชในตระกูลแตงที่นิยมปลูกเพื่อการค้าชนิดหนึ่งที่มีราคาต่อผลสูง เนื่องจากเป็นแตงที่มีรสหอมหวาน มีคุณค่าทางโภชนาการ ประกอบด้วยวิตามินเอ และวิตามินซีสูงจึงเป็นแตงที่ที่นิยมบริโภคกันมากไม่แพ้แตงโมเลยทีเดียว "ราชินีแห่งพืชตระกูลแตง" เมล่อนเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในต่างประเทศ ในแถบทวีปแอฟริกา เป็นพืชที่อยู่ในตระกูล (Family) Cucurbitaceae ใช้รับประทานผลสุกมีกลิ่นหอม รสหวาน เจริญได้ดีในสภาพร้อนแห้ง แสงแดดจัด ปัจจุบันมีการผลิตออกมาหลายสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดี ในสภาพภูมิประเทศของประเทศไทยการผลิตเมล่อนที่มีคุณภาพสูง จำเป็นต้องมีการดูแลเอาใจใส่ในการเพาะปลูกและการจัดการแปลงผลผลิต ชื่อสามัญ Cantaloupe Melon, Muskmelon; ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucumis melo L. วงศ์ Cucurbitaceae แตงเทศเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในต่างประเทศในแถบทวีปแอฟริกา เป็นพืชฤดูเดียว มีโครโมโซม 2n = 24 ลักษณะคล้ายแตงไทย ราก เป็นระบบรากแก้ว อาจจะเจริญในแนวดิ่งลึก 1 เมตร รากแขนงจะเจริญในแนวนอน อยู่อย่างหนาแน่นในระดับ 30 เซนติเมตรจากผิวดิน ปกติรากจะยาวมากกว่าเถา รากแขนงบางส่วนอาจจะเจริญในแนวดิ่ง ซึ่งจะช่วยทดแทนรากแก้วเมื่อพืชเริ่มแก่ ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมรากพิเศษจะเจริญจากข้อที่สัมผัสดินและมีความชื้นสูง ใบ เป็นแบบใบเดี่ยวอยู่สลับกัน ใบหยักแบบใบปาล์มยาว 6 20 ซม. - [กรรไกรตัดกิ่ง](https://www.monmai.com/กรรไกรตัดกิ่ง/) - กรรไกรตัดกิ่ง ใช้สำหรับตัดแต่งกิ่งไม้ขนาดเล็ก ตัดใบพืชที่แห้ง เป็นโรคทิ้ง ตัดแต่งต้นไม้ที่มีใบหนาเกินไป เมื่อใช้แล้วควรเช็ดทำความสะอาดแล้วทาด้วยน้ำมันเพื่อกันสนิมและหยอดน้ำมันสปริงขากรรไกร เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย - [ธาตุดิน หอมจันทร์](https://www.monmai.com/ธาตุดิน-หอมจันทร์/) - จากครอบครัวข้าราชการได้ผันตนเองมาเป็นเกษตรกร และได้ปรับเปลี่ยนสวนลำใย ให้มีพืชผักพื้นบ้าน พืชสมุนไพร หลากหลายชนิด เน้นทำการเกษตรเพื่อสร้างปัจจัย 4 จนผืนดินแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ - [แมลงศัตรูพืช](https://www.monmai.com/แมลงศัตรูพืช/) - ศัตรูพืชนับว่าเป็นปัญหาทางการกสิกรรมเป็นอย่างมาก มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของพืชจะต้องสูญเสียและถูกทำลายโดยแมลงศัตรูพืช ด้วยเหตุนี้เราควรศึกษาและทำความเข้าใจในวงจรชีวิตของแมลงศัตรูพืชเหล่านี้ให้ดีเพื่อหาทางป้องกันและกำจัด เพื่อลดความสูญเสียต่อผลผลิตที่อาจเกิดขึ้น แมลงศัตรูพืช จะแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆ ตามลักษณะการเข้าทำลายพืช คือ แมลงจำพวกปากกัดกินใบ ได้แก่ หนอนผีเสื้อ, ตั๊กแตน, ด้วงปีกแข็ง แมลงจำพวกนี้จะกัดกินใบพืช ทำให้พืชขาดส่วนที่จะใช้ในการสังเคราะห์แสง หรือขาดส่วนที่สะสมอาหารเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ทำให้พืชหยุดการเจริญเติบโต แมลงจำพวกดูดกินน้ำเลี้ยง ได้แก่ เพลี้ยชนิดต่างๆ โดยแมลงเหล่านี้จะใช้ปากแทงเข้าไปในท่อลำเลี้ยงน้ำและอาหารของพืช เพื่อดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ, ยอดอ่อน, ดอก, ผล หรือส่วนต่างๆ ของพืช ทำให้พืชที่ถูกดูดน้ำเลี้ยงจะมีรอยไหม้ ใบมีลักษณะม้วนงอ พืชไม่เจริญเติบโต มีขนาดแคระแกรน นอกจากนี้แมลงจำพวกนี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญต่อการแพร่กระจายของโรคเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ ทำให้พืชอ่อนแอและตายได้ แมลงจำพวกหนอนชอนใบ ได้แก่ หนอนผีเสื้อกลางคืน, หนองแมลงวันบางชนิด ตัวอ่อนของแมลงจำพวกนี้จะเป็นหนอนที่มีขนาดเล็ก กัดกินเนื้อเยื่อระหว่างผิวใบพืช ทำให้พืชขาดส่วนที่จะใช้สังเคราะห์แสง หรือขาดส่วนที่สะสมอาหารเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ทำให้พืชหยุดการเจริญเติบโต แมลงจำพวกหนอนเจาะลำต้น ได้แก่ หนอนด้วง, หนอนผีเสื้อ และปลวก แมลงจำพวกนี้มักจะไข่ไว้ตามใบหรือเปลือกไม้ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอน ก็จะชอนไชเข้าไปอยู่ในกิ่ง, ลำต้น - [บ้านสวนเรียนรู้ Organic Way](https://www.monmai.com/บ้านสวนเรียนรู้-organic-way/) - ศูนย์ศึกษาของคนในเมืองเกี่ยวกับการทำการเกษตรอินทรีย์ การแสวงหาพลังงานทางเลือกเพื่อลดการใช้พลังงานหลัก และการแสวงหากระบวนการในการนำของเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ด้วยตนเอง ศูนย์อบรมเเห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้สนใจที่อยู่ในเมืองได้ลงมือปฏิบัติจริงเรื่องการปลูกผัก โดยดำเนินกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม คำนึงถึงปัจจัยความเป็นคนเมือง เช่น ไม่มีเวลา ไม่มีพื้นที่ ไม่มีความรู้ และขาดพลัง เมื่อลองปลูกแล้วอาจเกิดปัญหา เราจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ให้กลุ่มคนที่สนใจในเรื่องเดียวกันได้ทำในสิ่งที่ตนรัก เช่น มาเป็นอาสาสมัครเพื่อทดลองปลูก หรือการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมเรื่องการปลูกผักแบบง่าย หลากหลายรูปแบบ การทำอาหารด้วยผักที่ตนเองปลูกด้วยรูปแบบของการปลูกที่สอดคล้องกับฤดูกาล เคารพธรรมชาติ ทำให้กระบวนการปลูกปลอดภัยจากสารเคมี ผักเพื่อผลัก ด้วยความถนัดของทีมที่ปรึกษาที่คลุกคลีกันเรื่องเกษตรในเมือง และประสบการณ์ที่เคยเป็นครู จึงมีความเข้าใจถึงข้อจำกัด ในการรับรู้ของผู้เรียน ประเด็นเรื่องการปลูกผักทีทำอยู่เป็นการผลักให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก เราจึงเลือกจัดกิจกรรมที่ตัวเด็ก เพื่อสร้างรากฐานการเรียนรู้ที่เขาสามารถสืบค้น รู้จักตั้งคำถาม เป็นคนขี้สงสัยและรู้จักหาคำตอบด้วยตนเอง เราจึงจัดกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนค้นพบคำตอบจากกิจกรรมที่เราออกแบบมาอย่างลงตัว โดยคำนึงถึงพัฒนาการตามวัย และอาศัยพลังกลุ่มในการเรียนรู้ ส่วนเรื่องเนื้อหาคือประเด็นที่เราให้น้ำหนักเกี่ยวกับบทบาทของบผู้บริโภค เรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดูจะไกลตัวเด็ก วัฒนธรรมการกินที่เปลี่ยนไป เพื่อรองรับการเป็นผู้ใหญ่ที่มีภูมิต้านทานกับความรุนแรงของโลก เป็นผู้ใหญ่ที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลง หลักสูตรที่อบรมผ่านมาเน้นกิจกรรมทีทำกับเด็ก ๆ เช่นกิจกรรมตะลุยสวนป้าหน่อย กิจกรรมสายใยอาหาร ทั้งสองหลักสูตรเป็นเรื่องให้เด็ก เข้าใจเรื่องการปลูกผัก รู้ที่มาของอาหาร เท่าทันโฆษณา และปี 2556 นี้กำลังจะเปิดหลักสูตรวิทยาศาสตร์ในสวนผักด้วย นอกจากกิจกรรมกับเด็กๆเเล้ว ยังเปิดอบรมเรื่องการปลูกผักในเมืองในกับผู้ที่สนใจทั่วไปด้วย โดยใช้ชื่อหลักสูตรว่า คาถาปลูกผัก ฉบับคนเมือง ใครไปที่ศูนย์อบรมนี้ - [หมากผู้หมากเมีย](https://www.monmai.com/หมากผู้หมากเมีย/) - หมากผู้หมากเมีย จัดเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่เป็นทรงพุ่ม ซึ่งมีลักษณะสีสันของใบสวยงามหลากหลายสีสัน ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร เป็นข้อถี่ๆ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเวียนสลับรอบลำต้น แผ่นใบมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ใบรูปหอกเรียวยาว แต่ที่เป็นจุดเด่นคือสีของใบที่มีสีสันสวยงามหลากหลาย เช่น สีม่วง สีน้ำตาล สีเขียวอ่อน สีแดง สีชมพู เป็นต้น ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cordyline frutiosa (L.) Gopp. วงศ์ : AGAVACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก สูง 1-3 ม.ลักษณะของลำต้นตั้งตรง ไม่มีกิ่งก้านสาขามากนัก ใบ ใบเรียงเวียนสลับบริเวณส่วนยอดของลำต้น ใบเดี่ยว รูปยาวรี กว้าง 5-10 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบแหลม ผิวใบมีสีแดงเขียวหรือสีแดงม่วง ก้านใบยาว ดอก ดอกช่อยาวประมาณ 30 ซม. ออกบริเวณส่วนยอดของลำต้น ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ 6 - [เพชรสายรุ้ง](https://www.monmai.com/เพชรสายรุ้ง/) - เพชรสายรุ้ง เป็นไม้พวกเดียวกับหมากผู้หมากเมีย นิยมปลูกเป็นไม้ใบประดับ ชอบแสงรำไร ใบมีลวดลาย ปลูกเลี้ยงง่าย ชื่อวิทยาศาสตร์ Cordyline ferminalis "bicolor" ตระกูล Cordyline ferminalis "bicolor" ลักษณะทั่วไป เพชรสายรุ้งเป็นไม้พวกเดียวกับหมากผู้หมากเมีย ที่มีลำต้นตรงกลมขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นสีน้ำตาลมีข้อถี่ตามลำต้นซึ่งเป็นรอยของกาบใบ ลักษณะเป็นรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบเข้าหาก้านใบ ขนาดใบกว้างประมาณ 2-3 นิ้ว ยาวประมาณ 8-12 นิ้ว ใบอ่อนจะมีสีเขียวปนขาว และสีชมพูอ่อน เมื่อใบแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว สีม่วงหรือแดงเข้ม ใบเป็นมันจะแตกใบรวมกันตรงส่วนยอดของลำต้นสลับเป็นวงกลมก้านใบหรือกาบใบสีแดงเข้ม ดอกจะแตกออกตรงส่วนยอด ออกดอกเป็นช่อชูขึ้นมาดอกมีขนาดเล็กสีขาว คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นเพชรสายรุ้งไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดคุณค่าที่สูง เพราะเพชรคืออัญมณีที่มีค่าสูง ดังนั้นเพชรสายรุ้งจึงเป็นของสูงที่มีความสวยงามเหมือนสายรุ้ง เป็นเสน่ห์ที่ใบเพราะมีสีสรรสวยงามดูมีค่ายิ่งนัก ดังนั้นเพชรสายรุ้ง จึงเป็นไม้มงคลนาม นอกจากนี้โบราณยังมีความเชื่ออีกว่า ยังทำให้เกิดความอยู่เย็นเป็นสุข เพราะเพชรสายรุ้ง เป็นพรรณไม้เดียวกับหมากผู้หมากเมีย ซึ่งคนไทยโบราณนิยมปลูกไว้ประจำบ้านมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล การเป็นมงคล เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นเพชรสายรุ้งไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคาร เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบให้ปลูกในวันอังคาร - [การแยกหน่อ ขยายพันธุ์พืชโดยการใช้หัวและหน่อ](https://www.monmai.com/การแยกหน่อ/) - การแยกหน่อ เป็นการขยายพันธุ์สำหรับพืชที่มีหน่อหรือมีลำต้นใต้ดิน โดยแยกหน่อที่เกิดรอบๆ ต้นแม่ และต้องระวังในการขุดหรือตัดแยกอย่าให้หน่อหักหรือช้ำ และต้องมีรากติดมาด้วยเสมอ พืชที่นิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ ได้แก่ พืชตระกูลหมาก ตระกูลปาล์ม และตระกูลกล้วย เป็นต้น การขยายพันธุ์พืชโดยการใช้หัวและหน่อ เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ใช้กับพืชที่ไม่ค่อยมีเมล็ด กิ่งก้าน หรือพืชที่มีลำต้นผิดจากต้นพืชที่พบเห็นทั่วไปและพืชเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่สามารถขยายพันธุ์โดยวิธีอื่นได้ พืชที่ขยายพันธุ์หรือปลูกโดยการแยกหัวหรือ หน่อ มีลักษณะสำคัญดังนี้ มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ซึ่งเราเรียนส่วนของลำต้นนี้ว่า หัว เหง้า แง่ง สามารถแยกออกไปปลูกได้ มีลำต้นอยู่ใต้ดินและมีใบสะสมอาหารกลายเป็นหัว เมื่อมีหัวงอกออกมาก็แยกไปปลูกได้ ไม่มีส่วนของกิ่งก้านที่จะขยายพันธุ์หรือปลูกโดยวิธีอื่น เก็บเมล็ดพันธุ์ไปเพาะได้ยากหรือต้องใช้เวลานานในการเพาะเมล็ด เมล็ดจึงจะงอก จึงไม่ค่อยปลูกด้วยเมล็ด พืชที่ขยายพันธุ์โดยการแยกหัวและหน่อ ไม้ดอกไม้ประดับที่ขยายพันธุ์ด้วยหัวได้แก่ ว่านสี่ทิศ ซ่อนกลิ่น บัวรักเร่ บอนสี เป็นต้น ไม้ดอกไม้ประดับที่ขยายพันธุ์ด้วยหน่อได้แก่ พุทธรักษา สร้อยทอง หน้าวัว เยอร์บีร่า เป็นต้น พืชผักสวนครัวที่ขยายพันธุ์ด้วยหัวได้แก่ หอม กระเทียม เป็นต้น พืชผักสวนครัวที่ขยายพันธุ์ด้วยหน่อได้แก่ ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ เป็นต้น พืชชนิดอื่นที่ขยายพันธุ์ด้วยหัวได้แก่ - [รู้-รัก-สามัคคี](https://www.monmai.com/รู้-รัก-สามัคคี/) - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เคยทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชวาทให้แก่ผู้ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีหนึ่ง ณ ศาลาดุสิตาลัย เป็นการเตือนสติ เป็นการชี้แนะถึงเทคนิคการทำงานร่วมกัน โดยได้รับสั่งเป็นประโยคสั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งกว้างขวางว่า "รู้ รัก สามัคคีหากจะหยิบยกนำเอาประโยคสั้นๆ ดังกล่าวมาพิจารณาวิเคราะห์ขยายความออกไปในเชิงรัฐศาสตร์ น่าจะได้ใจความว่า ๑. "รู้" คือ ปัญญา มีความรู้ความเข้าใจในงานที่จะต้องทำ ๒. "รัก" คือ การมีความรัก ความพอใจในงานที่จะต้องทำนั้น ๓. สามัคคี คือ การร่วมกันทำงานด้วยความจริงใจ อย่างพร้อมเพรียง กัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง อิจฉาริษยากัน ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก ทำงานนั้น เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง ไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อเข้าพกเข้าห่อของตน หรือ ญาติมิตรพรรคพวกของตน อย่างไรก็ตาม หากได้นำความหมายของคำทั้งสามดังกล่าวข้างต้นมาศึกษาวิเคราะห์ในเชิงพุทธศาสตร์ ซึ่งอยู่บนรากฐานของความเป็นจริง ที่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ด้วยเหตุ และผล ทุกกาลเวลา ดังคำศัพท์บาลีที่ว่า "อะกาลิโก เอหิปัสสิกโก" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในบทสวดมนต์สรรเสริญพระธรรมคุณคือ "สวากขตา ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิกโก โอปะนะยิโก....." - [อีเตอร์ จอบขุดดินแข็ง](https://www.monmai.com/อีเตอร์/) - อีเตอร์ เป็นเครื่องมือใช้ในการขุดดิน มีสองหัวด้านหนึ่งเป็นเหมือน จอบ หัวอีกด้านหนึ่งเป็นปลายแหลมคม สะดวกต่อการขุดดิน มีน้ำหนักมากถึง 2.5 กิโลกรัม ไม่รวมด้าม อีเตอร์ มักนิยมใช้ในงานขุดเหมือง ขุดกระเทาะหินที่มีความแข็งมากๆ หรือใช้งัดสิ่งต่างๆแทน ชะแลง ได้ในระดับหนึ่งก็ได้ ถือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้หลายรูปแบบเลยทีเดียว การใช้งาน ใช้มือทั้งสองข้างจับ ด้ามอีเตอร์ โน้มตัวไปด้านหลังพอประมาณใช้ด้านแบนของอีเตอร์ฟันลงบนตำแหน่งพื้นดินที่เราต้องการ แล้วก็งัดขึ้นเพื่อให้ดินแตกตัวออกจากกันกรณีพื้นดินไม่มีก้อนหินกั้นสามารถใช้งานได้เหมือน จอบ หากเจอพื้นดินที่มีแผ่นหินกั้นเอาไว้ก็ให้ใช้ปลายแหลมอีกฝั่งของอีเตอร์ ค่อยๆกระเทาะจนกว่าแผ่นหินนั้นจะแตกออกจากกัน ความปลอดภัย ก่อนใช้ควรตรวจสภาพอีเตอร์เสียก่อน ว่ามีส่วนไหนชำรุดเสียหายหรือไม่ อีเตอร์เป็นเครื่องมือที่มีความหนักและอันตรายเป็นอย่างมากหากใช้งานไม่ระมัดระวังอาจเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียอวัยวะได้ เวลาใช้งานจึงไม่ควรเหวียงเล่น เพราะ อีเตอร์ เป็นเครื่องมือขุดดินที่มีสองหัวหากพลาดพลั้งหลุดมือไปโดนผู้อื่น จะเป็นอันตรายมากกว่า อุปกรณ์ขุดดินชนิดอื่นหลายเท่า ด้วยน้ำหนักที่มาก และมี หัวขุดด้านแบนและปลายแหลม จึงเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้ใช้งานได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งมากกว่าเครื่องมือชนิดอื่น การทำความสะอาดและดูแลรักษา หลังจากการใช้ทุกครั้งควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำ เพื่อกำจัดเศษดินเศษทรายที่ติดอยู่ตามปลายทั้งสองข้างของอีเตอร์ให้หมดเสียก่อน จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง แล้วทาน้ำมันกันสนิมที่ปลายทั้งสองข้างแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย - [เลา แขมดอกขาว](https://www.monmai.com/เลา/) - เลา เป็นกอมีลำต้นเดี่ยวตั้งตรงไม่แตกแขนง ความสูงประมาณ 1-3 เมตร คล้ายอ้อย ใบเดี่ยวเรียวยาว ขอบใบขนาน ปลายใบแหลม ความสูงประมาณ 50-100 ซม. แผ่นใบสีเขียวออกนวลเป็นร่อง ใบกว้างประมาณ 2-3 ซม. ดอกช่อประกอบด้วยดอกเล็กๆ จำนวนมาก คล้ายดอกอ้อยเมื่อแก่จะเป็นปุยสีขาว เมล็ด ขนาดเล็กมาก ปลายเมล็ดมีปุยสีขาวปลิวไปตามลมได้ง่าย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Saccharum spontaneum L. ชื่อวงศ์ : POACEAE (GRAMINEAE) ชื่อเรียกอื่น : แขมดอกขาว คาหลวง คาหลง พง อ้อยเลา ลักษณะ หญ้าอายุหลายปี ลำต้นกลวง แข็งตั้งขึ้นสูง 1-2 เมตร บริเวณข้อมีตาราก 2 แถวกาบใบผิวเกลี้ยงมีขนที่ขอบ ใบ รูปขอบขนานแคบ กว้าง 0.5-1.58 ซม. ยาว 60-100 ซม.ขอบใบมีขนสากมือ - [กระท้อนหยี](https://www.monmai.com/กระท้อนหยี/) - กระท้อนหยี ผลิตจากกระท้อนสด คุณภาพดี แปรรูปเป็นกระท้อนหยี อุดมด้วยวิตามินซี สะอาด ถูกหลักอนามัย ปลอดภัย ไม่ใส่สีและวัตถุกันเสีย วัตถุดิบ กระท้อน 20 กิโลกรัม เกลือป่น 100 กรัม น้ำตาลทราย 5 กิโลกรัม ขั้นตอนและกระบวนการผลิต ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการทำกระท้อนหยี ต้องนำกระท้อนไปดองในน้ำเกลือ 1 คืน จึงจะนำไปปอกเปลือกคว้านเม็ดทิ้งและหั่นเป็น ชิ้น ๆ นำกระท้อนที่หั่นแล้วเข้าเครื่องบดจนละเอียด ปั่นให้แห้ง นำไปกวนในอัตราส่วนน้ำตาลทราย 5 กิโลกรัมต่อเนื้อกระท้อน 20 กิโลกรัม เกลือป่น 100 กรัม ใช้ความร้อนปานกลางนาน 3 ชั่วโมง จนได้กระท้อนที่มีลักษณะแห้งเหนียว ทิ้งไว้ให้เย็น ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ นำเข้าเครื่องรีดให้เป็นแผ่นและตัดเป็นเส้น หั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ นำเข้าตู้อบความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อและให้แห้ง สนิทด้วยความร้อน 90 องศาฟาเรนไฮต์นาน 30 นาที จากนั้นก็นำมาคลุกเคล้ากับน้ำตาลทรายเกลือ พริกป่น - [พิลังกาสา](https://www.monmai.com/พิลังกาสา/) - ไม้ต้นขนาดย่อม สูง 1-4 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกสลับกันเป็นคู่ ๆ ตามข้อต้น ลักษณะใบเป็นรูปไข่ ปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ไม่มีจักร ใบจะหนา ใหญ่ มีสีเขียวเป็นมัน ดอกออกเป็นช่ออยู่ตามปลายกิ่ง หรือตามส่วนยอด ดอกมีสีชมพูอมขาว ผลโตเท่าขนาดเม็ดนุ่น เมื่อยังอ่อนเป็นสีแดง ผลแก่จะเป็นสีม่วงดำ ชื่อวิทยาศาสตร์ Ardisia elliptica Thunb. ชื่อวงศ์ Myrsinaceae ชื่ออื่นๆ ลังพิสา(ตราด) ทุลังกาสา รวมใหญ่ (ชุมพร) ตาปลา ราม จิงจำ จ้ำก้อง มาตาอาแย ปือนา ถิ่นกำเนิด :พิลังกาสาเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้น ขนาดเล็ก สูง 1-4 เมตร แต่อาจสูงได้ถึง 10 เมตร ลำต้นตั้งตรง กิ่งก้านกลม หรือเป็นเหลี่ยม สีน้ำตาลอมเทา กิ่งอ่อนสีน้ำตาลแดง - [แมคคาเดเมีย ราชาแห่งถั่ว](https://www.monmai.com/แมคคาเดเมีย/) - แมคคาเดเมีย (macadamia) เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Protaceae ชื่อวิทยาศาสตร์ Macadamia integrifolia และแม้ว่าจะมีลักษณะเหมือนถั่ว แต่มันกลับไม่ใช่พืชตระกูลถั่ว ไม่ได้อยู่ในวงศ์ Legume อย่างไรก็ตาม จัดเป็นต้นไม้ประเภทนัท (nut) ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก ถั่วแมคคาเดเมียมีชื่อเสียงว่าเป็นถั่วมีรสชาติอร่อย แต่ราคาสูง ซึ่งในปัจจุบันแมคคาเดเมียกำลังได้รับความนิยมในการนำมาแปรรูปหรือนำไปเป็นส่วนผสมต่าง ๆ ในอาหารมากมาย อย่างเช่น เค้ก และสลัดเพื่อสุขภาพ แต่เชื่อว่าคงมีอีกหลายคนเช่นกันที่ยังไม่รู้จักเจ้าถั่วเปลือกแข็งชนิดนี้ดีพอ ถั่วแมคคาเดเมียมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Macadamia integrifolia เป็นพืชในตระกูลนัท หรือถั่วเปลือกแข็ง เป็นพืชยืนต้นที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ถูกค้นพบครั้งแรกตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1843 (พ.ศ. 2386) แต่ไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียน จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 1857 (พ.ศ. 2400) Boron Sir Ferdinand Jacob Heinrich von Mueller และ Walter Hill ได้ค้นพบแมคคาเดเมียแบบผลเล็ก ทั้งคู่จึงได้ขอจดทะเบียนแมคคาเดเมียเป็นพืชสกุลใหม่ โดยชื่อนี้ถูกตั้งขึ้นพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนสนิทที่เคารพรักใคร่ - [สระพวง จากสระแม่ส่งน้ำต่อไปยังสระลูกสระหลาน](https://www.monmai.com/สระพวง/) - สระพวง เป็นชุดสระน้ำ ที่มีสระแม่ สระลูก สระหลาน ต่างขนาดกัน ไล่เรียงกันไปเป็นขั้นๆ แต่เชื่อมต่อกัน โดยอาศัยหลักการน้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ เพื่อกักเก็บน้ำและกระจายน้ำไปสู่พื้นที่เกษตรใกล้หมู่บ้าน เหมาะกับพื้นที่เกษตรในเขตที่ไม่มีระบบชลประทาน ช่วยกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง "สระพวง แนวทางการบริหารจัดการน้ำซึ่งเหมาะกับพื้นที่สูง ริเริ่มจากสระแม่ แล้วส่งน้ำต่อไปยังสระลูกสระหลาน เพื่อพาน้ำเข้าใกล้พื้นที่ชุมชนมากขึ้น วิธีขุดสระพวงน่าจะเหมาะกับพื้นที่เกษตรของเมืองไทยที่ไม่มีการชลประทาน โดยเฉพาะในกรณีที่เราต้องการจะเปลี่ยนจากการมุ่งสร้างความร่ำรวยด้วยการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรกรรมแบบผสมผสานตามหลักการของทฤษฎีใหม่ หลักการนี้มีสระน้ำเป็นหัวใจของพื้นที่ซึ่งที่สูงหรือโคก หนองน้ำและทุ่งนา ทั้งที่การสร้างระบบสระพวงใช้ได้ผลดีในต่างประเทศมานาน แต่เมืองไทยยังไม่ทำเพราะเกษตรกรยังมองไม่เห็นความสำคัญของการร่วมมือกันขุดสระจำนวนมากไว้ หรือไม่ก็กลัวเสียพื้นที่สำหรับใช้ในการเพาะปลูก ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงควรเป็นผู้นำในการทำโครงการนำร่องให้เกษตรกรเห็นเป็นตัวอย่าง หากไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร ควรส่งข้าราชการไปดูระบบของชาวอินเดีย การไปดูงานในอินเดียคงไม่ต้องใช้งบประมาณมากมายเช่นเดียวกับการส่งข้าราชการครั้งละหลายสิบคนไปดูงานในญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา ทั้งนี้เพราะไม่น่าจะมีใครอยากไปดูงานในท้องถิ่นกันดารของอินเดีย แน่ละ การเกี่ยวน้ำฝนมาเก็บไว้ในสระย่อมจะไม่เพียงพอต่อความต้องการหากการใช้ไม่ถูกปรับเปลี่ยนไปให้เหมาะสมด้วย ระบบสระพวงจะไม่สามารถเก็บน้ำฝนไว้ได้มากพอหากชาวนาพากันสูบน้ำออกมาทำนาในฤดูแล้งกันอย่างกว้างขวางดังเช่นในปัจจุบัน แต่แทนที่จะทำนา ถ้าพวกเขาหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่าข้าว โอกาสที่พวกเขาจะมีน้ำพอใช้เป็นไปได้สูงมาก ตามแนวทฤษฎีใหม่ พืชส่วนหนึ่งปลูกไว้เพื่อใช้ในครอบครัว เกษตรกรจะผลิตมากกว่านั้นหากมีแรงจูงใจจากกำไรของการขายผลผลิต เนื่องจากมีความต้องการน้ำด้านอื่นๆ มากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัย นโยบายจึง ต้องการลดพื้นที่นา และข้อจํากัดด้านแรงงานในการดูแลจัดการน้ำในแปลง จําต้องมีการปรับปรุงการจัดการน้ำในอ่างพวง อีกแนวคิดต้องการเพิ่มความจุเก็บกักน้ำ โดยการเสริมคัน เพิ่มสารใยสังเคราะห์เพื่อลดการซึมของน้ำ การวางท่อเชื่อมระหว่างอ่างเก็บกักน้ำ แทนระบบคูเพื่อลดความสญเสียน้ำระหว่างทาง การปรับปรุงแปลงนามีระบบท่อน้ำเข้าและออกเพื่อดูแลได้ดีขึ้น บางพื้นที่ที่อยู่ใกล้ เขตเมือง การปรับปรงพื้นที่อย่างโดยการถมที่ - [ลอบดักกุ้งฝอย](https://www.monmai.com/ลอบดักกุ้งฝอย/) - ลอบ เป็นเครื่องมือดักจับปลาที่สานด้วยไม้ไผ่ ใช้หวาย เถาวัลย์ หรือลวดรัดโครงไม้ ลอบมีช่องว่างให้ปลาว่ายเข้าไปติดอยู่ภายใน ลอบกุ้ง ใช้ลอบนอนหรือลอบยืนก็ได้ แต่การสานซี่ไม้ไผ่จะต้องมีระยะชิดกัน ไม่ให้กุ้งลอดออกไปได้ บางทีใช้ตาข่ายถี่ ๆ หรือผ้ามุ้งคลุมรอบตัวลอบ กุ้งจะว่ายหนีออกไปไหนก็ได้ เหยื่อที่ใช้ เช่น กากน้ำปลา รำ ละเอียดผสมดินเหนียวปั้นเป็นก้อน เป็นต้น วัสดุอุปกรณ์ ไม้ไผ่ ความยาว 50 เซนติเมตร 10 อัน ตาข่ายสำหรับร่อนทราย (สีฟ้า) 2 ตารางเมตร ลวด(ลวดมัดเหล็กก่อสร้าง) 1 กิโลกรัม ขวดพลาสติก(ขวดน้ำอัดลมขนาด 1.25 ลิตร) 4 ขวด เส้นเอ็นตกปลา(เส้นเล็ก)ความยาว 50 เมตร 1 หลอด อาหารปลาดุกเล็ก (ชนิดเม็ด) 1กิโลกรัม วิธีทำลอบดักกุ้งแบบง่าย นำไม้ไผ่มาเหลา พร้อมประกอบเป็นโครงสร้างของลอบดักกุ้ง ตัดปากขวดพลาสติก (ขวดน้ำอัดลมขนาด 1.25 ลิตร) วัดจากคอขวดลงมาประมาณ - [ยาหม่องขิง](https://www.monmai.com/ยาหม่องขิง/) - ยาหม่องขิง บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เคล็ด ขัด ยอก ฟกช้ำ แมลงกัด ต่อย ส่วนผสมยาหม่องขิง ขิงแก่ 1 ก.ก. น้ำมันมะพร้าว 400 กรัม ขี้ผึ้งบริสุทธิ์ 100 กรัม วาสลิน 100 กรัม การบูร 200 กรัม เมนทอลเกล็ด 200 กรัม พิมเสน 100 กรัม น้ำมันระกำ 2 ออนซ์ น้ำมันกานพลู 2 ออนซ น้ำเกร็ดสระแหน่ 2 ออนซ วิธีทำ นำพิมเสน เมนทอลเกล็ด การบูร น้ำเกร็ดสระแหน่ น้ำมันกานพลูและน้ำมันระกำ ผสมรวมกัน คนให้ละลายเป็นน้ำเนื้อเดียวกัน พักไว้ก่อน (ส่วนผสมที่ 1) นำหม้อแสตนเลสสตีล ใส่วาสลินและพาราฟีนลงไป วางหม้อวาสลินลงในหม้ออีกใบที่ใหญ่กว่า ทำการตุ๋นด้วยความร้อนจากหม้อใบใหญ่ที่ใส่น้ำ ใช้ไฟกลาง - [มะยมแดง มะยมฝรั่ง](https://www.monmai.com/มะยมแดง/) - มะยมแดง"หรือ"มะยมฝรั่ง"(เชอร์รี่สเปน) "surinam cherry" ผลมีสีแดงและรสชาติหวาน ดูผ่านๆเหมือนลูกเชอร์รี่ เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่มีหนาม ชอบแดดที่สำคัญคือปลูกง่าย ผลทานได้ รสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด เวลาผลออกเต็มต้น ชื่อสามัญ :Star Gooseberry ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus acidus (L.) Skeels ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae ชื่ออื่นๆ มะยมหวาน หมักยม หมากยม ยม ลักษณะ มะยมแดงเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-8 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปไข่ หรือรูปใบหอก ปลายแหลม โคนมน สีเขียวสด ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยหลายดอก กลีบดอกเป็นสีขาวอมชมพู มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลามีดอกจะดูสวยงามและส่งกลิ่นหอมโชยเข้าจมูกตอนยืนใกล้ๆ เป็นที่ชื่นใจยิ่ง ผล รูปทรงกลมแป้นคล้ายผลมะยม รอบผลแบ่งเป็นพูย่นๆ 7-8 พู ภายในมี 1 เมล็ด ผลดิบเป็นสีเขียว เมื่อแก่หรือสุกเป็นสีเหลืองและแดงตามลำดับ ผลสุกรับประทานได้ - [อุปกรณ์ช่วยเก็บพริก](https://www.monmai.com/อุปกรณ์ช่วยเก็บพริก/) - อุปกรณ์ช่วยเก็บพริก ทำสวนพริก เก็บพริกด้วยมือแล้วได้ปริมาณน้อย จึงคิดว่าหากมีอุปกรณ์มาช่วยเก็บก็น่าจะได้ปริมาณมากขึ้น จึงได้นำขวดน้ำขนาดใหญ่มาผ่าครึ่งก่อน แล้วนำถุงขนาดใหญ่มาต่อที่ปลายขวด หรืออีกแบบเป็นตะกร้า นำมาต่อเข้ากับปลายขวด ใช้มือเด็ดพริกจากต้นแล้วโยนใส่ขวดไปก่อน แล้วค่อยนำไปเทใส่กระบุงด้านหลัง ซึ่งจากเดิมผู้ปกครองเด็ดพริกหรือเมล็ดกาแฟได้เต็มกำมือแล้ว จะต้องยื่นมือโยนพริกใส่กระบุงที่คล้องอยู่ด้านหลัง ซึ่งพอใช้สิ่งประดิษฐ์ช่วยในการเก็บพริกขึ้นมา พอนำมาเปรียบเทียบกับวิธีการเดิมที่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยทำให้ภายในเวลา 1 ชั่วโมงจะสามารถเก็บพริกได้ถึง 13 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่าเก็บแบบเดิมถึง 5 กิโลกรัม ที่มา ด.ช.ปฏิพล และ ด.ช.ศุภวิชญ์ เจ้าของผลงาน 'อุปกรณ์ช่วยเก็บพริก' - [กกขนาก กกต้นเล็ก](https://www.monmai.com/กกขนาก/) - กกขนาก ลำต้นมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมไม่มีข้อปล้อง ใบไม่แยกเป็นก้านใบและแผ่นใบ ก้านชูดอกสูง 30-40 ซ.ม. ดอกเป็นดอกช่อ ลักษณะแน่นกลม คล้ายร่มที่ซ้อนกัน ออกดอกตลอดปี เมื่ออายุ 2-3 เดือน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ชอบขึ้นในที่ชื้นแต่ไม่งอกใต้น้ำ เมื่องอกแล้วเจริญเติบโตได้ในที่น้ำขัง ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyperus difformis L. ชื่อสามัญ small flower umbrella sedge ลักษณะ กกขนาก (kok khannaak) (ไทย) หญ้าสลาบ (เชียงใหม่) เป็นกกต้นเล็ก มีอายุปีเดียว (annual) หรือข้ามปี (perennial) ซึ่งการมีอายุข้ามปีพบไม่บ่อยนัก สูง 10-60 ซม. ลำต้นเป็นรูปสามเหลี่ยม เห็นได้ชัดตอนปลายยอด การมีอายุข้ามปีที่โคนต้นมีสีนํ้าตาลแดง และมักมีหน่อเจริญออกมา มีรากฝอยสีแดงจำนวนมาก ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกที่โคนของลำต้น ใบยาวเรียว โคนของใบแผ่ออกเป็นกาบหุ้มลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ มีจำนวนไม่มาก ใบกว้าง - [บุญล้อม เต้าแก้ว ดำเนินชีวิตตามคำสอนของพ่อหลวง](https://www.monmai.com/บุญล้อม-เต้าแก้ว/) - เดิมบ้านเราทำนา 100 ไร่ ที่ดินของตัวเอง 20 ไร่ ที่เหลือเช่าเขา แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่พอจ่ายค่าเช่าและหนี้สิน เราเลยคืนที่เขา ทำแค่ 20 ไร่ ยึดตามทฤษฎีของในหลวง ปลูกข้าว ปลูกพืชผักที่ให้ผลผลิตเร็ว เช่น ตะไคร้ ข่า มะเขือ พริก เลยมีของกินในบ้าน ลดเรื่องการใช้จ่ายที่ต้องไปซื้อเขากิน พอเรามีกินในบ้าน ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น นี่เป็นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่วางไว้ให้ปวงชนชาวไทย คือ พอกิน พอใช้ พออยู่ นายบุญล้อม เต้าแก้ว เกษตรกรชาว ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี เล่าถึงชีวิตที่ผ่านมา จากเกษตรกรที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวจากเกษตรเคมี สู่การมีชีวิตที่ลืมตาอ้าปากได้ด้วยเกษตรอินทรีย์ และทำตามกำลังที่มี ตามปรัชญาของพ่อหลวง จากชีวิตครอบครัวที่เกือบล่มสลาย จนตอนนี้นับว่าประสบความสำเร็จในอาชีพ เพราะพื้นที่ของเขาได้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหนองโน เป็นแบบอย่างให้กับชุมชนรอบข้างได้มาศึกษา บุญล้อมก็คงเหมือน ๆ กับคนทั่วไปที่ต้องการมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี จึงขวนขวายเช่าที่ดินมาทำนาเพิ่ม เพราะคิดว่าทำมา เงินก็คงมากตามไปด้วย ปุ๋ยเคมี สารบำรุงดินต่าง ๆ จึงถูกซื้อมาใส่นาเพื่อเพิ่มผลผลิต แต่เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จกลับไม่เป็นเช่นนั้น - [มันเลือด มันพื้นบ้าน](https://www.monmai.com/มันเลือด/) - มันเลือดเถามีครีบ ใบรูปร่างคล้ายหัวใจแคบ ใบมันออกม่วง มันเลือดจะใหญ่หรือเล็กขึ้นกับอายุที่ปลูก หากปลูกไว้นานหลายปี หัวจะใหญ่มาก นิยมนำหัวใต้ดินมานึ่งรับประทาน บางพื้นที่นำไปนึ่งรวมกับข้าวเหนียว แต่โดยมากนิยมนำไปทำของหวาน เนื้อมันเลือดมีสีม่วงน่าทาน สรรพคุณเป็นยาขับพยาธิ แก้โรคเรื้อน แก้ริดสีดวง แก้วัณโรค ชื่ออื่น : มันสีม่วง มันเลือดนก มันเลือดหมู ฯลฯ มันเลือด เป็นมันที่มีขนาดของหัวใหญ่ ดังนั้น ในการขยายพันธุ์จะต้องผ่าแบ่งหัวออกเป็นชิ้นเล็กๆ มากน้อยตามขนาดของหัวมัน ในแต่ละชิ้นจะมีตายอดติดอยู่ หลังจากแบ่งผ่าเสร็จให้นำชิ้นมันไปแช่ในสารป้องกันและกำจัดแมลง เชื้อราและฮอร์โมนเร่งราก และผึ่งลมให้แห้งก่อนที่จะนำมาชำในถุงดำ และเมื่อแตกยอดให้นำไปปลูกลงแปลงต่อไป ระยะปลูกของมันพื้นบ้านใช้ระยะปลูกระหว่างต้นประมาณ 75 เซนติเมตร ให้ใช้จอบขุดสันแปลงหรือกลางแปลงก็ได้ ให้หลุมมีขนาดกว้าง ยาว และลึก ประมาณ 25 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกเก่า เปลือกถั่ว และขี้เถ้าแกลบลงไปในหลุมและคลุกเคล้ากับดินปลูก นำต้นกล้ามันพื้นบ้านลงปลูกและกลบดินให้แน่น หลังจากนั้นให้นำไม้ไผ่ลวกขนาดกลางหรือขนาดที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางของลำ เฉลี่ย 0.5-1 นิ้ว และไม้ไผ่มีความยาวเฉลี่ย 2-2.5 เมตร เซี่ยมปลายไม้ให้แหลมและปักหลักลงไปข้างต้นมันพื้นบ้านให้ห่างจากต้นมัน ประมาณ 10-15 เซนติเมตร - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติบ้านทุ่งนางครวญ](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯทุ่งนางครวญ/) - บ้านทุ่งนางครวญเป็นหมู่บ้านชาวอีสานที่ย้ายมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในพื้นที่กลางป่าสมบูรณ์ ของตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ชาวบ้านนิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยวโดยเฉพาะข้าวโพดเป็นหลัก ในช่วงเวลา ๓๐ ปี ที่ผ่านมา ใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกไปหลายหมื่นไร่ พร้อมการใช้สารเคมีในการบำรุงพืชเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี แต่ยิ่งนานวันเข้าผลผลิตก็ตกต่ำลง แต่ปริมาณต้นทุนกลับเพิ่มสูงขึ้น สุดท้ายชาวบ้านกลับมีหนี้สินล้นพ้นตัว และยังเคยมีผู้เสียชีวิตจากการใช้สารเคมีอีกด้วย "ผู้ใด๋คิดฟันป่าใหม่ ทำไร่ข้าวโพด เลิกเสียเด้อ" แม่เฒ่าผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นในวงประชุม "เจ้าอย่างเห็นแก่ตัวเด้อ หมู่เฮามาอยู่แถวนี้ ฟ้าฝนก็ดี ยิ่งฟันป่า ฝนจะบ่มี น้ำก็จะแห้งลง" แม่เฒ่าคนเดิมพูดให้หลายคนได้คิดถึงสิ่งนี้ แม้จะเป็นคำพูดธรรมดา แต่กลับทำให้ผมรู้สึกถึงความเป็นจริงที่มิต้องแปลเลย "บ่ไหวแล้วพี่น้อง ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ ลูกหลานเราซิตายเด๊" "ถ้าไม่ฉีดยา ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี แล้วจะเฮ้ดได้บ่อหนอ" "เฮาต้องทดลอง" สิ้นเสียงของผู้ใหญ่บ้าน ก็มีชาวบ้านหลายคนอาสาที่จะร่วมกันทดลอง ด้วยความตั้งใจดี คิดดีของชาวบ้าน ทำให้คณะทำงานกองทุนเพื่อสังคม (Social Investment Project - SIF) เข้ามาสนับสนุนทั้งในด้านงบประมาณและองค์ความรู้ จึงได้เกิดการร่วมแรงร่วมใจกันสร้าง "ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติบ้านทุ่งนางครวญ" เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นสถานที่ทดลองสาธิตการทำเกษตรธรรมชาติเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับชุมชน พร้อมทั้งสนับสนุนให้ชาวบ้านหันมาทำเกษตรธรรมชาติแบบพึ่งตนเองได้ ในความคิดของเกษตรกรทั่วไป - [องุ่นทะเล](https://www.monmai.com/องุ่นทะเล/) - ไม้ยืนต้น ทรงพุ่มค่อนข้างกลมเมื่อยู่กลางแจ้ง ทนทานต่อความแห้งแล้ง เหมาะสมกับพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง หรือดินเค็ม เป็นพันธุ์ไม้ที่มีการเจริญเติบโตเร็ว และทรงพุ่มมีขนาดใหญ่ ผู้ที่ต้องการสะสมพันธุ์หากมีความต้องการปลูกแนะนำว่าควรปลูกเพียง 1 ต้นก็เพียงพอ ชื่อสามัญ :seagrape, seagrape, seaside grape ชื่อวิทยาศาสตร์ : Coccoloba uvifera วงศ์ : Polygonaceae ชื่ออื่นๆ : ครุฑทะเล ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูงไม่เกิน 10 ม. ขนาดทรงพุ่ม 4-6 ม. ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม เปลือกต้นสีนํ้าตาลเทา มีรอยด่าง และเป็นปุ่มปมทั่วไป ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปกลมใบกว้าง 24 ซม. ยาว 16-18 ซม. ปลายใบมน โคนใบเว้าหรือกลม ขอบใบเรียบและยกขึ้น แผ่นใบหนา และแข็งสีเขียวสดเป็นมันเส้นแขนงใบสีเหลืองหรือแดงนูนเด่น ก้านใบ ยาว 0.5-1 - [ดักกุ้งฝอยด้วยขวดพลาสติก](https://www.monmai.com/ดักกุ้งฝอยขวดพลาสติก/) - การดักกุ้งฝอยด้วยขวดพลาสติก ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านทางภาคอีสาน ที่ชอบหากินด้วยวิธีแปลกๆแต่ทำแล้วได้ผล!! การทำขวดดักกุ้งฝอยนั้นทำได้ง่ายมากๆ เพียงแค่มีขวดหนึ่งใบ แล้วใช้ เหล็กแหลม หรือ หัวแร้งเชื่อมพลาสติก เจาะรูที่ขวดพลาสติก เจาะให้รอบๆก้นขวด เพื่อนที่จะให้เป็นที่ระบายน้ำไหลผ่านส่งกลิ่นอาหารที่เราใส่ไปในขวดพลาสติก เมื่อกุ้งที่อยู่บริเวณรอบๆขวดได้กลิ่น ของอาหารในขวด กุ้งก็จะมาวนๆเวียนๆรอบๆขวดพลาสติกดักกุ้ง เพื่อที่จะหาทางเข้าไปกินอาหารในขวดกุ้ง ส่วนทางเข้าของกุ้งฝอย ก็จะมีทางเข้าเพียงทางเดียวคือทางปากของขวดพลาสติก ส่วนรูที่เราเจาะเล็กๆที่ก้นขวดกุ้งออกไม่ได้แน่นอน อาหารที่เรานำมาเป็นเหยื่อล่อกุ้งก็คือ อาหารเม็ดปลาดุกใหญ่ ใส่ลงไปในขวด แล้วก็เอาไปวางไว้ที่ริมแม่น้ำในเวลาก่อนมืดค่ำ รุ่งเช้าของวันจึงไปตรวจดูว่ากุ้งจะเข้าขวดพลาสติกที่เราทำหรือเปล่า สำหรับอาหารล่อกุ้งมีสูตรเด็ดอีกสูตรหนึ่งคือ ใช้อาหารปลาดุก คั่วใส่กับปลาร้า ยิ่งเหม็นกุ้งยิ่งชอบ ใส่น้ำนิดๆ คั่วคนให้เข้ากัน จากนั้นก็เอาไปใส่ได้เลย - [การทำน้ำยาเร่งรากแบบพอเพียง](https://www.monmai.com/น้ำยาเร่งราก/) - การขยายพันธุ์พืชผัก และผลไม้ วิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันนั่นคือ การตอนกิ่ง และการปักชำกิ่ง ทั้งสองวิธีนี้ผลจะเหมือนกันคือ ต้องการให้กิ่งพันธุ์มีรากใหม่เพื่อที่จะสามารถหาอาหารทำให้มีการเจริญเติบโตต่อไปเป็นต้นใหม่ได้อีก ดังนั้นแล้ว รากพืช ถือว่าสำคัญในวิธีทั้งสอง การขยายพันธุ์ด้วยวิธีดังกล่าวมีข้อจำกัดหลายอย่าง นั่นคือวัสดุหุ้ม หรือกระถางดินปลูก เพื่อจะทำให้พืชสามารถมีรากใหม่ได้เร็วทันการใช้งาน จึงมีสารเร่งรากวางจำหน่ายในท้องตลาดมากมาย แต่ทุกตัวมักจะมีราคาแพงและใช้ได้ค่อนข้างจำกัดจำนวน และไม่ได้เป็นสารจากธรรมชาติ บางชนิดหากผสมมาก กลายเป็นโทษมากกว่าประโยชน์ บางชนิดผสมน้อยไป ก็อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร วันนี้จะนำเสนอ สารเร่งรากพืช ที่ใช้วัสดุและมาจากธรรมชาติล้วนๆ หรือเป็นสิ่งที่สามารถหามาได้ตามท้องตลาดทั่วไป ราคาก็ไม่แพงมาฝาก ถือเป็นการทำเกษตรพอเพียงที่ได้ผลอีกทาง และยังเหมาะที่จะใช้กับระบบการทำเกษตรอินทรีย์ได้อีกด้วย การใช้สารเร่งราก จุดประสงค์ในการใช้คือเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์การออกราก เร่งให้ออกรากได้เร็วเพิ่มจำนวนรากทำให้ระบบรากดีขึ้น และออกรากได้สม่ำเสมอ ถ้าพืชใดที่ออกรากง่ายก็ไม่จำเป็นต้องใช้ คือสารเร่งรากจะเป็นประโยชน์สำหรับพืชที่ออกรากได้ แต่ออกรากช้าหรือออกรากยาก เมื่อใช้สารนี้แล้วต้องดูแลเรื่องความชื้น อุณหภูมิและแสงตามสมควร สารเร่งรากช่วยให้พืชที่มีความสำคัญทางการค้าออกรากได้มากชนิดด้วยกัน แต่เมื่อปลูกไปแล้วขนาดของต้นและความแข็งแรงของต้นไม่มีความแตกต่างกับต้นที่ไม่ได้ใช้สารนี้ สารเร่งรากที่เกิดจากสิ่งใกล้ตัว กะปิเร่งราก เคยได้ยินมานานแล้วว่า กะปิ ที่กินกับน้ำพริกปลาทูบ้านเรานี่ ใช้เร่งรากได้ดี แต่จะใช้อย่างไรให้ได้ผล มีคนเคยลองเอากะปิปั้นเป็นก้อนมาทำเป็นวัสดุสำหรับหุ้มกิ่งตอน ก็ได้ผลมาแล้ว แต่เปลืองโดยใช่เหตุ กะปิอย่างดีกิโลกรัมละหลายร้อย ถ้าจะเอามาใช้แบบนี้ก็ไม่เหมาะ มีปราชญ์หลายท่านให้สูตรสำหรับสารเร่งราก ด้วยการใช้กะปิเร่งราก นี้ไว้ได้น่าสนใจคือ นำกะปิเพียงปลายนิ้วก้อย - [แยมส้มโอ](https://www.monmai.com/แยมส้มโอ/) - การนำผลไม้มาทำแยม เป็นการถนอมอาหารอีกวิธีหนึ่ง ช่วยเพิ่มค่าให้กับผลิตผลการทางการเกษตรมีขั้นตอนในการทำก็ไม่ยุ่งยาก ในที่นี้จะแนะนำการทำ แยมส้ม แยมส้มเกลี้ยง แยมพุทรา แยมมะม่วง แยมส้มโอ แยมลูกท้อ แยมสตรอเบอร์รี่ แยมกล้วยน้ำว้าผสมมะละกอ เป็นต้น แยมส้มโอสูตร 1 ส่วนประกอบ เนื้อส้มโอ 2 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง เครื่องมืออุปกรณ์ ภาชนะปรุงอาหาร ขวดแก้ว วิธีทำ นำเนื้อส้มโอมาบดหยาบๆ นำเนื้อส้มโอที่บดแล้วผสมกับน้ำและน้ำตาลทรายขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ ในภาชนะทองเหลืองจากนั้นกวนจนส่วนผสมมีลักษณะเป็นวุ้น จึงยกลง นำแยมที่ได้มาบรรจุในภาชนะที่เตรียมไว้ปิดฝาให้สนิทคว่ำภาชนะลงซักครู่หนึ่งแล้วจึงตั้งขึ้นเหมือนเดิม แยมส้มโอสูตร 2 ส่วนผสม ส้มโอ (แกะเอาแต่เนื้อ) 1 ผล น้ำตาลทราย 4 ถ้วย มะนาว 1 ผล น้ำ วิธีทำ ส้มโอแกะเอาแต่เนื้อ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่หม้อเคลือบต้มกับน้ำในอัตราส่วน 2/1 (น้ำ 2 ถ้วยต่อส้ม 1 - [เชอรี่ หวานอมเปรี้ยว](https://www.monmai.com/เชอรี่/) - เชอร์รี เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ต้นเชอร์รีเป็นไม้ยืนต้นในสกุล Prunus สกุลย่อย Cerasus เป็นไม้พุมขนาดกลาง ชอบอากาศหนาวเย็น ใบเขียวเข้ม ดอกสีขาวอมชมพู ผลกลม ขนาดเล็ก เปลืกมีทั้งสีแดงเข้ม สีส้มและสีเหลือง โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มคือเชอร์รีหวาน กับเชอร์รีหวานอมเปรี้ยว แหล่งที่ปลูกเชอร์รี่มากคือทวีปอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรปและญี่ปุ่น ชื่อวิทยาศาสตร์: Prunus ชื่อวงศ์: ROSACEAE เชอร์รีเป็นผลไม้ที่นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด ทั้งกินสดเป็นผลไม้ คั้นเป็นน้ำเชอร์รี ทำขนมเช่น พายเชอร์รี แยมเชอร์รีหรือนำไปเชื่อม เชอร์รี่ที่นิยมนำผลมาบริโภคมากที่สุดคือ เชอร์รีป่า ลักษณะ เชอรร์รี่เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบมีลักณะกลมรี ใบมีสีเขียวเข้มและค่อนข้างมัน ดอกจะมีสีชมพู ดอกเชอร์รี่ 1 ดอก จะมีกลีบดอก 5 กลีบโดยประมาณ ลักษณะคล้ายพัด กลับดอกจะมีลักษณะเป็นคลื่น ตรงกลางจะเป็นเกสรโผล่ขึ้นมา มีลักษณะเป็นแท่งตั้งตรง ส่วนปลายจะมีลักษณะกลม สีเหลืองเข้ม ผลเชอร์รี่นั้นจะมีสีตั้งแต่สีเขียว สีเหลือง สีส้มและสีแดงขึ้นอยู่กับอายุของเชอร์รี่ ลักษณะจะคล้ายกับลูกฟักทองขนาดเล็ก - [ชะแลง งัดสิ่งของหรือขุดดิน](https://www.monmai.com/ชะแลง/) - เครื่องมือชนิดหนึ่ง ทําด้วยท่อนเหล็กมีปลายแบน สําหรับงัดสิ่งของหรือขุดดิน ชะแลงเล็บเหยี่ยว : ปลายด้ามแหลม เอาไว้ใช้สำหรับการเจาะและงัด ส่วนปลายอีกด้านเซาะร่องไว้สำหรับงัดตะปู ปลายอีกข้างแบนเรียบ เหมาะสำหรับการแซะ งัดคิ้วและบัวออกจากผนังหรือชิ้นงาน ชะแลงหกเหลี่ยม : รูปทรงหกเหลี่ยม ช่วยให้จับได้แน่น ไม่ลื่นหลุดขณะใช้งาน แข็งแรงทนทาน ปลายด้านงอมีไว้สำหรับเกี่ยวและงัด เซาะร่องไว้สำหรับงัดตะปู ชะแลง ด้ามตรงปลายอีกด้านแบน ใช้สำหรับแซะและงัด ส่วนปลาย อีกด้ามแหลม ใช้สำหรับเจาะและทำลาย เป็นเครื่องมือพื้นฐาน สำหรับงานรื้อถอน ชะแลงปลายงอ : ด้ามจับเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมมน เพิ่มความแข็งแรง ทนโมเมนต์ดัดได้ 975 ฟุต-ปอนด์ เคลือบสีแหลืองทั้งชิ้น ปลายทั้ง 2 ด้าน เซาะร่องสำหรับงัดตะปู รูปทรงแบน เหมาะสำหรับการสอด แซะและงัด ปลายทั้ง 2 ด้านเซาะร่องสำหรับงัดตะปู - [น้ำมันระกำ](https://www.monmai.com/น้ำมันระกำ/) - น้ำมันระกำ (Wintergreen Oils/Methyl salicylate) เป็นนํ้ามันใสสีเหลืองอ่อน มีกลิ่น และรสฉุน ใช้ภายนอกเป็นยาทาช่วยกระตุ้น ทำให้ผิวหนังบวมแดง ใช้รักษาโรคไขข้ออักเสบ ผสมในยาหม่อง ยาขี้ผึ้งจะทำให้ผิวหนังบวมแดง ยาภายในใช้ขนาดน้อยเป็นยาแต่งกลิ่น สรรพคุณ มีลักษณะเป็นน้ำมันใสๆ มีกลิ่นหอมฉุนแก้ปวดเมื่อยและเคล็ดขัดยอกทำให้คลายเส้น แก้ปวดเมื่อยและเคล็ดขัดยอกทำให้คลายเส้น ใช้ทำยาหม่อง มีสารสำคัญคือ Methyl Salicylate จากธรรมชาติ และใช้ให้กลิ่นหอมตามธรรมชาติในผลิตภัณฑ์ทุกชนิด คุณสมบัติ : มีส่วนประกอบของ salicylic acid methyl ester ผลของสารต่อสุขภาพ ด้านบวก เป็นตัวยาสำคัญในตำรับยานวดคลายกล้ามเนื้อ(deep heating rubs) ใช้ในปริมาณเล็กน้อยเป็น ตัวแต่งกลิ่น (flavouring) จากคุณสมบัติ เรืองแสง(fluorescence) จึงใช้เปลี่ยนแสง อุลตราไวโอเลต (ultraviolet) เป็นแสงที่มองเห็นสีน้ำเงิน ด้านลบ มีส่วนประกอบของ เมทิลซาลิไซเลต มีกลิ่นฉุน เมื่อถูกผิวหนังจะแสบร้อน เมทิลซาลิไซเลต หรือน้ำมันระกำ เมื่อถูกผิวหนังจะรู้สึกแสบร้อน พบในพืชหลายชนิด พืชที่มีสารตัวนี้เรียกว่า Wintergreen - [สาหร่ายช่อพริกไทย](https://www.monmai.com/สาหร่ายช่อพริกไทย/) - สาหร่ายช่อพริกไทย (Caulopa macrophysa) ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลที่ใกล้เคียงกับสาหร่ายพวงองุ่น แต่มีน้ำหนักเบากว่า เนื่องจากมีลักษณะของเม็ดที่เล็กกว่า คล้ายกับเม็ดพริกไทย จึงถูกเรียกว่า "สาหร่ายช่อพริกไทย" ซึ่งมีความน่าสนใจ และถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพน้องใหม่ ที่ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงาได้ทำการวิจัยเพราะเลี้ยง เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านได้นำไปเพาะเลี้ยงในธรรมชาติ เกิดเป็นอาชีพใหม่และสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน อีกทั้งทางศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้เตรียมผลักดันให้เมนูสาหร่ายช่อพริกไทยเป็นอาหารจานเด็ด ที่ถ้าใครมาเที่ยวจังหวัดพังงาแล้วต้องมาลิ้มรสกันให้ สาหร่ายช่อพริกไทยเป็นหนึ่งในสาหร่ายหลาย ๆ ชนิดที่นิยมนำมาบริโภคกันมาก เป็นสาหร่ายสีเขียวที่มีรูปร่างหลากหลายมาก แต่ที่จะกล่าวถึงคือแบบที่เป็นเม็ดกลมเล็ก ๆ สีเขียว ขึ้นบนก้าน เหมือนช่อพริกไทยสด และมันก็มองดูคล้ายพวงองุ่นจิ๋วด้วยเช่นกัน จึงมีหลายคนเข้าใจว่าสาหร่ายช่อพริกไทย และสาหร่ายพวงองุ่นคืออย่างเดียวกัน อันที่จริงก็จัดอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่สาหร่ายช่อพริกไทย จะมีขนาดเล็กกว่าสาหร่ายพวงองุ่นเล็กน้อย ถ้าจะให้ตัดสินด้วยตาเปล่า ทำได้ยากจริง ๆ ค่ะ ซึ่งต่างประเทศจะรู้จักกันดีในนาม Sea Grape หรือ Green Caviarส่วนชาวญี่ปุ่นจะเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า Umibudo ซึ่งแปลว่า องุ่นแห่งท้องทะเล นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายเม็ดพริก ที่ถึงแม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่เม็ดเล็กกว่า และเนื้อจะบางกว่าสาหร่ายช่อพริกไท สาหร่ายช่อพริกไทยสามารถพบได้ตามบริเวณชายฝั่งเขตน้ำขึ้น น้ำลง หรือแอ่งน้ำขัง มักจะเกาะอยู่ตามเกาะหิน - [พวงชมพู ดอกรูปหัวใจ](https://www.monmai.com/พวงชมพู/) - พวงชมพูนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ โดยปลูกลงในกระถางตั้งที่มีหลักสำหรับเกาะยึดเลื้อยขึ้น หรือปลูกลงในกระถางแขวนให้ห้อยลง หรือปลูกประดับตามริมขอบหน้าต่างและระเบียงก็ดูสวยงามไม่น้อย ชื่อวิทยาศาสตร์ Antigonon leptopus Hook ดอกพวงชมพู ชื่อวงศ์ POLYGONACEAE ชื่อสามัญ Coral Vine ชื่ออื่นๆ Mexican Creeper, Chain of Love ถิ่นกำเนิด ประเทศเม็กซิโก ลักษณะทั่วไป พวงชมพูเป็นพรรณไม้เลื้อยที่มีเถาอ่อนแต่ตรงส่วนโคนจะแข็งแรงมาก เถาจะทอดได้ยาวและเร็ว ลำเถามีสีเขียวอ่อน ใบดกมากเป็นใบเดี่ยวออกทแยงขึ้นไปตามลำเถา ลักษณะคล้ายใบโพธิ์ เนื้อใบบางเห็นเส้นใบได้ชัดมีสีแดงเรื่อๆ ดอกออกเป็นรูปหัวใจเล็กๆ บางทีก็มีสีขาว บางทีก็มีสีชมพู แก่บ้างอ่อนบ้าง ตรงปลายช่อมักจะยืดตัวใบเป็นมือเกาะเกี่ยวสิ่งอื่นๆ เพื่อเป็นการพยุงตัว เป็นไม้ดอกที่งดงามสีเย็นตาไม่ฉูดฉาดเกินไป ออกดอกตลอดปี พวงชมพูเป็นไม้ที่ออกดอกตลอดปี แต่มักจะมีดอกดกมากในฤดูแล้ง คือในระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี ต้น พวงชมพูเป็นพืชล้มลุก เป็นไม้เถาเลื้อยที่มีเถาขนาดเล็ก มีมือเกาะสำหรับเกาะพันต้นไม้ หรือกิ่งอื่นเพื่อการทรงตัว และสามารถเลื้อยพันสิ่งต่าง ๆ ไปได้ไกลประมาณ 40 ฟุต ลำต้น หรือเถาจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม ใบ พวงชมพูเป็นไม้ใบเดี่ยว - [หมักดินในหลุม](https://www.monmai.com/หมักดินในหลุม/) - เตรียมหลุมปลูกต้นไม้ยืนต้น ให้เป็นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ จอบขุดดิน ถากหญ้า เสียม แก้มล้อยางรถยนต์ ขยะเปียก น้ำขยะเปียกที่แช่น้ำหมักชีวภาพแล้ว 20 ลิตร หรือมูลสัตว์ที่แช่น้ำหมักชีวภาพแล้ว 7 วัน ปูนขาว 5 ช้อนแกง แกลบดำ 10 ลิตร ผสมเชื้อไตรโคเดอร์มา 1 ช้อนแกง คลุกเข้ากันเตรียมไว้ ผ้าพลาสติกสีดำ ขั้นตอนวิธีทำ ใช้จอบถากหญ้าบริเวณที่จะขุดหลุม เพื่อเคลียร์พื้นที่ นำแก้มยางรถยนต์ วางที่พื้นดินตรงที่ต้องการขุดหลุม ใช้เสียมสับดินรอบๆ แก้มล้อยาง เป็นกรอบวงกลมขนาดหลุมที่ขุด ใช้จอบขุดดินตามขนาดที่กรุยดินไว้ เป็นทรงกระบอก ลึก 50 ซ.ม. นำหญ้าและดินร่วนที่ถากลงหลุมประมาณครึ่งหลุม ราดเททับด้วยขยะเปียก โรยปูนขาวที่ผสมแล้วตามวัสดุที่เตรียมไว้ ใส่อินทรีย์วัตถุ หญ้า ดินร่วนที่ถาก จนเต็มหลุม โรยปูนขาวที่เตรียมอีกครั้ง ราดด้วยขยะเปียก ปิดทับด้วยผ้าพลาสติกสีดำ ทับด้วยแก้มยางรถยนต์ โรยดินทับบนพลาสติกให้ยืดอายุการใช้งาน หมักทิ้งไว้ 20-30 วัน ก่อนปลูกต้นไม้ ที่มา - [การเลี้ยงปลาสลิดแบบธรรมชาติ](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาสลิดธรรมชาติ/) - การบันทึกข้อมูลในงานวิจัยทุกขั้นตอน มาปรับใช้กับการเลี้ยงปลาสลิด รวมทั้งจดบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดในช่วงระยะเวลา 2 ปี จดบันทึกการเลี้ยงทุกขั้นตอน จนเข้าใจวิธีการเพาะฟักลูกปลาให้มีอัตราการรอดสูง วิธีการให้อาหารที่เหมาะสมกับปลาแต่ละช่วงวัย วิธีการดูแลให้ปลาแข็งแรงปลอดโรค วิธีลดปริมาณศัตรูปลาที่แย่งอาหาร และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้วางแผนการเลี้ยงปลาอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีผลผลิตเพิ่มและรายได้เพิ่ม ใช้วิธีการศึกษาปัญหา หาวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้ภูมิปัญญา ใช้ความรู้ จากวิถีชีวิตชาวบ้านมาพัฒนาวิธีการเลี้ยงและดูแลปลาสลิดที่เป็นรูปแบบของตัวเอง โดยใช้หลักการเลี้ยงปลาตามหลักธรรมชาติแบบง่ายๆ คือ ฟันหญ้าเป็นอาหารเลี้ยงปลา ปรากฏว่าได้ผลผลิตที่ดีแถมมีต้นทุนต่ำ ฟาร์มเลี้ยงปลาจึงเริ่มมีผลกำไรเป็นกอบเป็นกำไรในปีที่ 3 และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน เน้นการเลี้ยงและดูแลปลาสลิดแบบธรรมชาติ ก่อนเลี้ยง ต้องตากบ่อ ประมาณ 45 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนปล่อยปลาเข้าเลี้ยงในบ่อ แต่ละบ่อมีความกว้าง ประมาณ 1.5-2 เมตร ระดับความลึก 1-1.2 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ 50-70 เซนติเมตร ระดับน้ำในบ่อสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ปล่อยให้ต้นหญ้าขึ้นหนาแน่นบริเวณขอบบ่อเลี้ยงปลา เพื่อใช้เป็นที่ก่อหวอดและวางไข่ของปลาสลิด แล้วต้นหญ้ายังมีประโยชน์ เป็นที่หลบภัยของลูกปลาวัยอ่อนจากศัตรู ยังสามารถใช้ต้นหญ้ามาหมักในแปลงนาก่อนเพาะฟัก ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อแก้ปัญหาความเป็นกรดของน้ำ ข้อดีประการต่อมาคือ ปลาสลิด - [เพาะเห็ดฟางในถังพลาสติก](https://www.monmai.com/เพาะเห็ดฟางในถัง/) - ปกติการเพาะเห็ดฟางนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับบางคน ไม่เหมือนเห็ดเย็นพวกนางฟ้า ฮังการี ภูฎาน ที่ชอบอากาศชื้นเย็นทำให้เพราะง่ายในภาชนะหลากหลายรูปแบบในห้องน้ำยังมีคนเพาะ ส่วนเห็ดฟางเห็ดโคนน้อยเป็นพวกเห็ดร้อน คือต้องการอุณหภูมิในการสร้างเส้นใยสูงประมาณ 38-40องศา จึงต้องเพาะในภาชนะที่คุมมิดชิดเพื่อให้เกิดอุณหภูมิสูงๆ เช่นโรงเรือนพลาสติก ในช่วงฤดูหนาวยิ่งเพาะยากเพราะต้องอบไอน้ำช่วย พอช่วงสร้างดอกเห็ดฟางต้องการอุณหภูมิ 32-34 องศาดังนั้นเห็ดฟางจึงมีขั้นตอนที่ยุ่งยากระหว่างปรับเปลี่ยนอุณหภูมิระหว่างสร้างใยกับสร้างดอกภาษาคนเพาะเห้ดฟางเรียกช่วงลดอุณหภูมิว่าเป็นช่วง การตัดใย เหตุมาจากการเพาะเห็ดฟางที่ยุ่งยากครูชาตรีเลยสร้างนวัตกรรมใหม่สำหรับการเพาะเห็ดฟางไว้กินในครัวเรือนแบบง่ายๆ มาฝาก ขั้นตอนการเพาะเห็ดฟางในถัง 1.หาถังพลาสติกสีดำใบใหญ่มา1ใบสีอื่นก็ใช้ได้แต่ไม่ค่อยดูดซับความร้อนเวลาบ่มเส้นใย เจาะรูที่ก้นถังเพื่อระบายน้ำ ฝาถังเจาะรูให้ใหญ่ขนาดเอาปากขวดน้ำโผล่มีได้ สำหรับปิดเปิดเพื่อระบายอากาศ เจาะรูที่ด้านข้างแล้วใส่ท่อระบายอากาศ (ท่อน้ำพลาสติก วางขนานกับก้นถัง) 2.ตาแกรงเหล็กตาใหญ่มาม้วนเป็นทรงกระบอกเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-12 นิ้วเพื่อใส่ไว้ตรงกลางถัง 3.เอาฟางข้าวแช่น้ำ1คืน ครูชาตรีมีเคล็ดแต่ไม่ลับบมาฝากถ้าต้องการให้เห็ดดอกใหญ่ให้เอาฟางข้าวไปต้มประมาณ 30 นาที (น้ำ100ลิตร+กากน้ำตาล 1 กก. ปุ๋ยยูเรีย 1 กก. ) หรือน้ำ 50 ลิตรกากน้ำตาล 1ขวดน้ำดื่ม ปุ๋ยสูตรเสมอ 1 กำมือแล้วเอาฟางแช่ 3-4 ชม.) 4.จากนั้นเอาฟางข้าวที่แช่แล้วมาใส่ในถังโดยเว้นช่องกลางไว้เก็บดอกเห็ดกดแน่นหนาประมาณ 1 ฝ่ามือ 5.โรยด้วยขี้เลื่อยจากก้อนเชื้อเห็ดเก่า(ถ้ามี) หรือผักตบชวาสับ(ถ้ามี) 6.เอาเห็ดฟางมาขยี้เป็นขิ้นเล็กๆ (1 - [หญ้าแดง หญ้าแพรกแดง](https://www.monmai.com/หญ้าแดง/) - หญ้าแดงเป็นหญ้าที่มีอายุข้ามปี (perennial) ขยายพันธุ์โดยเมล็ดและส่วนของลำต้นใต้ดิน พบขึ้นทั่วไปในทุกภาคของประเทศ ตามริมทาง ที่รกร้าง ในสวนผลไม้ สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนมะพร้าว และในไร่ เช่น ถั่วเหลือง แต่ไม่ขึ้นในที่ที่มีร่มเงา ชื่อวิทยาศาสตร์ Ischaemum rugosum Salisb. ชื่อสามัญ wrinkle duck-beak ชื่ออื่น หญ้ากระดูกไก่, หญ้าดอกธูป, หญ้าดอกต่อ, หญ้าเดือย ,หญ้าแพรกแดง ,หญ้านกสีชมพู , กะเดือยหนู ลักษณะ หญ้า/อายุปีเดียว ลำต้นเรียวยาว ข้อล่างๆจะติดกับพื้นดินและชูยอดขึ้น ช่อดอกอยู่ติดกันแน่นจนดูเสมือนเป็นช่อดอกเดี่ยว ลำต้นแนบพื้นดินและชูยอดขึ้น ช่อดอกติดกันแน่นคล้ายธูป ชอบขึ้นในสภาพดินมีความชื้น ไม่สามารถงอกใต้น้ำได้ มักงอกพร้อมหรือหลังข้าว 1-2 สัปดาห์ พบมากในนาหว่านข้าวแห้งและนาหว่านน้ำตม ลำต้น เป็นกอตั้งตรง หรือกึ่งเลื้อย สูง 60 - 120 เซนติเมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปหอก ยาว - [หลักการทรงงาน ความเพียร](https://www.monmai.com/ความเพียร/) - ความเพียร มีความมุ่งมั่นและความมีความตั้งใจในการทำงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มดำเนินงานโครงการต่างๆ ในระยะแรกที่ไม่ได้มีความพร้อมในการดำเนินงานมากนัก และทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ทั้งสิ้น แต่พระองค์ก็มิได้ท้อพระราชหฤทัย ทรงอดทนและมุ่งมั่นดำเนินงานนั้นๆ ให้สำเร็จลุล่วง จากพระราชนิพนธ์ "พระมหาชนก" เป็นพระราชนิพนธ์ที่พระองค์ทรงใช้เวลาค่อนข้างนานในการคิดประดิษฐ์ ทำให้เข้าใจง่าย และปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพสังคมปัจจุบัน อีกทั้งภาพประกอบ และ คติธรรมต่างๆ ได้ส่งเสริมให้หนังสือเล่มนี้ มีความศักดิ์สิทธิ์ที่หากคนไทยน้อมรับมาศึกษาวิเคราะห์และปฏิบัติตามรอยพระมหาชนก กษัตริย์ ความเพียร(พระมหาชนก) ผู้เพียรพยายามแม้จะไม่เห็นฝั่ง ก็ยังว่ายน้ำต่อไป เพราะถ้าไม่เพียรว่ายก็จะตกเป็นอาหาร ปู ปลา และไม่ได้พบกับเทวดาที่มาช่วยเหลือมิให้จมน้ำไปเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงริเริ่มทำโครงการต่างๆ ในระยะแรก ที่ไม่มีความพร้อมในการทำงานมากนัก และทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ทั้งสิ้น แต่พระองค์ก็มิได้ท้อพระราชหฤทัย มุ่งมั่นพัฒนาบ้านเมืองให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุข - [ต้นอ่อนถั่วเขียว ถั่วงอกคลอโรฟิลล์](https://www.monmai.com/ต้นอ่อนถั่วเขียว/) - ต้นอ่อนถั่วเขียวจะมีใบเขียว เพราะจะมีสารคลอโรฟิลล์ที่มีประโยชน์กับร่างกาย พวกคนญี่ปุ่น จีน เกาหลี ชอบทานแบบนี้มากกว่าถั่วงอกในรูปแบบที่คนไทยกิน วิธีทำ 1. ล้างและแช่เมล็ด 1 คืน (น้ำอุณหภูมิห้องปกติ หรืออุ่นนิดๆก็ได้) ตอนเช้าก็เทน้ำออก (ใช้เมล็ด 1 ถ้วยตวงสำหรับการเพาะรอบนี้) 2. เตรียมดินใส่ตะกร้าโดยรองก้นตะกร้าด้วยกระดาษ เพื่อไม่ให้ดินไหล เราใช้ดินถุงที่ขายตามร้านขายต้นไม้ทั่วไป... โรยเมล็ดที่แช่ไว้ให้ทั่ว 3. รดน้ำให้ชุ่มโดยการฉีดเป็นละออง จากนั้นใช้กระดาษปิดทับ แล้วหาของมีน้ำหนักมาวางทับด้านบน (ใช้ตะกร้าเปล่าวางทับ) เก็บไว้ในที่อับแสง หรือใช้ผ้าคลุมเอาไว้ 4. เปิดรดน้ำเช้า-เย็น รูปนี้คือเช้าวันที่ 2 5. พอเย็นวันที่ 3 ก็จะมีใบงอกออกมาแบบนี้ ให้ยกตะกร้าที่ทับออก แล้วใช้เป็นวิธีครอบไว้แทน (กันแมลงมาแทะ จะไม่ครอบก็ได้แต่ยังเก็บในที่อับแสงอยู่) อายุได้ 4 วัน 6. เช้าวันที่ 5 ลำต้นสูงยาวขาวอวบ น่ากินยิ่งนัก ใครที่จะตัดตอนนี้ก็ได้ จะได้ฟีลกุ้ยช่ายขาว แต่ถ้าชอบกินแบบใบเขียว จึงต้องเอาออกมาผึ่งแดดให้ได้คลอโรฟิลด์กันเสียก่อน 7. ผึ่งตอนเช้า - [เห็ดแครง เห็ดมะม่วง](https://www.monmai.com/เห็ดแครง/) - เห็ดแครง เป็นเห็ดที่ขึ้นอยู่ทั่วโลกและงอกได้ตลอดปี พบขึ้นอยู่กับวัสดุหลายชนิด เช่น ท่อนไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ใบหญ้า กระดาษ หรือแม้แต่บนกระดูกปลาวาฬก็พบเห็ดชนิดนี้ขึ้นอยู่ แต่ที่พบเป็นปริมาณมากสามารถเก็บรวบรวมเห็ดมารับประทานได้คือ บนท่อนไม้และกิ่งไม้ ในภาคใต้ของไทยพบมากบนท่อนไม้ยางพารา ต้นยางพาราที่ตัดโค่นไว้เมื่อท่อนไม้ตายและมีฝนตกก็พบเห็ดแครงขึ้นเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีการใช้ยาฆ่าตอต้นยางเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านบอกว่าเห็ดแครงที่เก็บรวบรวมมาจากตอยางเมื่อรับประทานแล้วมีอาการคันปาก และสงสัยว่าเกิดจากพิษของยาฆ่าตอยาง ตอนนี้ยังไม่มีการศึกษายืนยันแต่ควรหลีกเลี่ยงเก็บเห็ดจากตอยางที่ใช้ยาฆ่าตอ ชื่อวิทยาศาสตร์ Schizophyllum commune Fr. ชื่ออื่นๆ เห็ดตีนตุ๊กแก เห็ดจิก เห็ดยาง (ภาคใต้) เห็ดแก้น เห็ดตามอม (ภาคเหนือ) เห็ดมะม่วง (ภาคกลาง) เห็ดแครงเป็นเห็ดขนาดเล็กมีลักษณะคล้ายพัด (fan-shaped) ด้านฐานมีก้านขนาดสั้นๆ ยาวประมาณ 0.1- 0.5 เซนติเมตร หรือไม่มีก้านติดอยู่กับวัสดุที่ขึ้นด้านข้าง ดอกเห็ดมีขนาดความกว้าง ประมาณ 1-3 เซนติเมตร ผิวด้านบนมีสีขาวปนเทาปกคลุมทั่วไป ลักษณะดอกเหนียวและแข็งแรง เมื่อแห้งด้านใต้ของดอกเห็ดมีครีบมีลักษณะแตกเป็นร่อง (spilt-gill) พิมพ์สปอร์มีสีขาว สปอร์มีสีใสรูปร่างเป็นทรงกระบอกขนาด 3-4x1-1.5 ไมครอน เนื่องจากเห็ดแครงมีขึ้นอยู่ทั่วโลก ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ลักษณะดอกเห็ดอาจแตกต่างกันในแต่ละท้องที่ - [สูตรดินปลูก](https://www.monmai.com/สูตรดินปลูก/) - รวมสูตรดินสูตรปลูกต้นไม้ต่างๆ เทคนิคการบำรุงดินอย่างง่าย ๆ จากครู ชาตรี โดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มาก สูตรการบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติมีดังนี้ สูตรที่ 1 นำใบมะขาม ใบกระถิน ใบขี้เหล็ก ใบจามจุรี ใบโสนและใบแค ที่ร่วงแล้วมากองรวมกัน และรดน้ำให้ชื้นภายใน 7-10 วัน จะเปื่อยยุ่ย สามารถนำมาผสมกับดินปลูกในกระถาง หรือนำไปหว่านโรยรอบต้นพืชที่ปลูก ถือเป็นการกำจัดเศษใบไม้ใต้ต้นได้ดี กรณีต้องการให้มีคุณภาพดีขึ้น ให้กองรวมกับปุ๋ยคอก โดยใช้อัตราส่วน เช่น ใบจามจุรี 4 ส่วน : ปุ๋ยคอก 1ส่วน เป็นต้น สูตรที่ 2 นำใบมะขาม ใบชมวง ใบมะกอกไทย และใบชมพู่ โดยนำมาหมักให้เน่าเปื่อย หรือเก็บรวมใส่ถุงขยะสีดำปิดปากถุงทิ้งไว้ 7 วันเพื่อให้เน่าเปื่อย ใบไม้หมักเหล่านี้จะมีความเป็นกรด เหมาะสำหรับดินปลูกไม้ประดับหรือใบไม้ที่มีสี เช่น โกสน บอนสี และช่วยให้ใบและดอกสีเข้มขึ้น สูตรที่ 3 นำต้น ใบ และรากของผักตบชวา - [บุญปรอด เจริญฤทธิ์ ปราชญ์นาเกลือ](https://www.monmai.com/บุญปรอด-เจริญฤทธิ์/) - คุณบุญปรอด เจริญฤทธิ์ (ครูโต) เป็นปราชญ์นาเกลือจังหวัดสมุทรสงคราม และเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์มหาลัยวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงคราม (โรงเรียนนำเกลือแห่งแรกของประเทศไทย) เป็นแนวทางที่พัฒนาความรู้และถ่ายทอดออกมา นาเกลือในจังหวัดสมุทรสงครามเหลือเพียง 133 ราย แต่มีชาวนาเกลือที่เป็นเจ้าของพื้นที่นาเองเพียงแค่ 2 ราย และเริ่มลดจำนวนลงมาเรื่อยๆ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาชีพทำนาเกลือ ส่วนคุณบุญปรอดเองได้สืบทอดมาเป็นรุ่นที่ 7 ของบรรพบุรุษ โดยได้เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนนาเกลือแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อให้เกิดวิธีการใหม่ในการทำนาเกลือ สร้างผลผลิตต่อปีต่อไร่ให้สูงขึ้น ทางโรงเรียนยินดีที่จะสอนวิธีการต่างๆ ให้ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของนาเกลือยินดีที่จะยอมรับและเรียนรู้นำกลับไปใช้หรือไม่ หรือเจ้าของนาเกลือมีวิธีการใหม่ในการทำนาเกลือให้ผลผลิตต่อปีต่อไร่ให้สูงขึ้น แต่ยังไม่ได้รวบรวมและเขียนออกมาเป็นวิธีการขั้นตอนที่จะเผยแพร่ให้กับประชาชน และเนื่องจากคุณโตถือเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีความเชี่ยวชาญเนื่องจากคลุกคลีกับการทำนาเกลือมาตลอดชีวิตทำให้แตกฉานในความเข้าใจส่วนต่างๆ ของเกลือและนาเกลือเป็นอย่างดี ประกอบการอุปนิสัยที่เป็นกันเองจึงทำให้สามารถเล่าเรื่องได้สนุกสนานเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทุกคน ครูโตจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจบการศึกษาได้กลับมาช่วยงานทางบ้าน ซึ่งมีอาชีพทำนาเกลืออยู่แล้ว จึงได้ทดลองเอาขี้แดด นาเกลือมาทำเป็นปุ๋ย เพื่อใช้ในสวนผลไม้ปรากฏว่าได้ผลดี ผลไม้ให้น้ำหนักมาก รสหวาน กรอบ เป็นที่ต้องการของตลาดอยู่ในขณะนี้ ครูโตได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ และเรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ของตนเอง อาจกล่าวได้ว่า เป็นบุคคลแรกของประเทศไทยที่ได้คิดค้นทำขี้แดดนาเกลือ ทำปุ๋ยจนประสบผลสำเร็จ นายบุญปรอด เจริญฤทธิ์ ปัจจุบันเป็นวิทยากรพิเศษ บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ขี้แดดนาเกลือทำปุ๋ย ให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเป็นที่ปรึกษาให้นักศึกษาปริญญาตรี -โท - [ช่อครามน้ำ](https://www.monmai.com/ช่อครามน้ำ/) - พืชล้มลุกมีอายุหลายปี สูง 1.5-2.0 เมตร ดอกสีม่วงเข้ม ดอกบานตลอดปี ขึ้นในดินเหนียวที่ชุ่มชื้นและมีอินทรีย์วัตถุสูง จนถึงน้ำลึก 25-40 เซนติเมตร มีถิ่นกำเนิดทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือขึ้นกระจายตามชายน้ำตื้น ๆ นิยมนำมาปลูกประดับ ในบ่อน้ำหรือริมคูน้ำ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pontederia cordata L. ชื่อวงศ์ PONTEDERIACEAE ลักษณะทั่วไป ไม้ริมน้ำ ลำต้นเป็นเหง้าใต้ดินส่งกอใบ และดอกเจริญเหนือน้ำ พืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเป็นเหง้าใต้ดิน ใบ โคนก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มประกบกัน ใบรูปไข่ ปลายใบมน โคนใบรูปหัวใจ ดอกช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกสีม่วงคราม มีแต้มสีเหลือง เกสรเพศผู้ 6 อัน สั้น 3 ยาว 3 ยอดเกสรเพศเมียเป็นแฉก ใบ (Foliage) : ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับออกเป็นกระจุกจากโคนต้น ใบรูปรีถึงรูปไช่ กว้าง 20-25 เซนติเมตรยาว 40-50 เซนติเมตร ปลายใบแหลม - [ใบละบาท ใบระบาด](https://www.monmai.com/ใบละบาท/) - คนโบราณเชื่อกันว่า หากบ้านใดปลูกต้นใบละบาทเอาไว้ภายในบริเวณบ้าน บ้านนั้นก็จะมีแต่ความร่ำรวยเงินทอง มีโชคลาภหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย จนฐานะร่ำรวย มีเงินทองใช้อย่างเหลือเฟือ เชื่อกันอีกว่า การปลูกต้นใบละบาท ให้สมบูรณ์แข็งแรงนั้น เมื่อต้นไม้ผลิใบที่สวยงามออกมาหนึ่งใบ เงินก็จะเพิ่มขึ้น หนึ่งบาท ยิ่งต้นไม้แข็งแรงสมบูรณ์มากเท่าใด เงินทองก็ยิ่งเพิ่มพูนตามไปด้วย (บางแห่งเรียก ใบระบาด คือมีใบออกระบาดดาษดื่นเต็มไปหมด แต่ก็พ้องเสียงกับคำว่า บาท ซึ่งเป็นมงคลหมายถึง เงินบาทนั้นเอง) ชื่อสามัญ Elephant Creeper Silver ชื่อวิทยาศาสตร์ Argyreia nervosa. ตระกูล AONVOLVULACEAE ลักษณะ ใบละบาทเป็นพรรณไม้ยืนต้นประเภทเถาเลื้อยลำต้นมีความยาวประมาณ1015เมตรชอบเลื้อยไปตามกิ่งไม้หรือต้นไม้ใหญ่เลื้อยไปได้ไกลแตกกิ่งก้านและใบคลุมแน่นทึบลำต้นสีเขียวมีขนอ่อนๆสีขาคลุมทั่วต้นลำต้นอวบน้ำใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกสลับกันเป็น คู่จากข้อของลำต้นใบใหญ่ลักษณะรูปใบโพธิ์สีเขียวสดใต้ใบจะมีขนอ่อนสีขาวเคลือบอยู่ทั่วใต้ใบขนาดกว้างประมาณ812เซนติเมตร ยาวประมาณ 12-18 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อออกตามส่วนยอด ช่อหนึ่งจะมีดอกอยู่ประมาณ 3-5 ดอก ปลายดอกแยกออกเป็น 5 แฉก ดอกมีสีชมพู ตรงกลางดอกเป็นหลอดสีม่วงลักษณะดอกคล้ายดอกผักบุ้ง การปลูก นิยมปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนในละบาทเป็นพรรณไม้เลื้อยดังนั้นจึงควรทำร้านหรือซุ้มเพื่อให้ลำต้นเลื้อย ขึ้นไปขนาดหลุมปลูก30x30x30เซนติเมตรใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักดินร่วนอัตรา1:2ผสมดินปลูกคนไทยโบราณมักปลูกไว้ริมรั้วบ้าน เพราะสะดวกต่อการเกาะเลื้อย และแผ่ขยายลำต้นไปได้ไกล การดูแลรักษา แสง ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง น้ำ - [ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไทยบ้านภูลิตา](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯบ้านภูลิตา/) - ชีวิตที่พอเพียง แบ่งปัน ในวิถีชาวบ้าน ที่บริสุทธิ์ เพียงแค่ความสุขใจ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการดำรงชีพ แบบกสิกรรมไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผลผลิตพอมี พอกินในครัวเรือน สำหรับคนเมือง หากจัดสรรพื้นที่รอบๆ บ้าน ทุกตารางเมตรให้เป็นประโยชน์ ทั้งเป็นไม้ประดับ ไม้ใช้สอย ปลูกในแนวตั้ง ในแนวนอน แบบนี้คนเมืองก็สามารถมีผักปลอดสารพิษ ประหยัดในครัวเรือน และสร้างกิจกรรมอันอบอุ่นให้ พ่อ แม่ ลูก ด้วยการปลูกต้นไม้ในครัวเรือน กิจกรรมที่ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไทย มีหลากหลายให้เรียนรู้ เกษตรอินทรีย์ การออกแบบพื้นที่ในการใช้สอย การสร้างปัจจัยที่พึ่งพาตนเอง ด้านอาหาร พลังงาน ปัจจัยการผลิต การตลาด การจัดการและนวัตกรรมการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ น้ำผึ้งชันโรง กับการตลาด การผลิตน้ำยาซักผ้า ปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน สบู่เหลว ยาสระผม ใช้ในครัวเรือน หรือประกอบอาชีพ การผลิตปุ๋ยหมัก จุลลินทรีย์ โฮโมนไล่แมลง บำรุงดอกผล นวัตกรรมการปลูกต้นไม้หน้าแลง การปลูกพืชแนวตั้ง การผลิตกระถางรักษาความชื่น และกระถางแก้มลิง แบบง่ายๆ การเลี้ยงกุ้งก้ามแดง และเสริมเรื่องการปลูกป่า - [ทำให้ง่าย](https://www.monmai.com/ทำให้ง่าย/) - ทำให้ง่าย (Simplicity) ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้การคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง และแก้ไขงานการพัฒนาเป็นไปได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และที่สำคัญคือสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และระบบนิเวศน์โดยส่วนรวมใช้กฎแห่งธรรมชาติเป็นแนวทาง ฉะนั้น คำว่า ทำให้ง่ายจึงเป็นหลักคิดสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศในรูปแบบของโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้การคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง และแก้ไขงานการพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริดำเนินไปได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และระบบ นิเวศโดยส่วนรวม ตลอดจนสภาพทางสังคมของชุมชนนั้นๆ ทรงโปรดที่จะทำสิ่งที่ยากให้กลายเป็นง่าย ทำสิ่งที่สลับซับซ้อนให้เข้าใจง่าย อันเป็นการแก้ปัญหาด้วยการใช้กฎแห่งธรรมชาติเป็นแนวทางนั่นเอง แต่การทำ สิ่งยาก ให้กลายเป็นง่ายนั้นเป็นของยาก ทำอะไรให้ง่ายๆ ทำให้ชีวิตง่าย โปรดรับสั่งทำสิ่งยากๆ ให้กลายเป็นิส่งที่ง่ายๆ นักข่าวชาวฝรั่งเศสถามพระองค์ว่า พระองค์ทรงงานแบบใด ท่านตรัสตอบเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า ซิมปลีฟีเย่ ซึ่งภาษาอังกฤษแปลว่า ซิมพลีฟาย(simplify) ภาษาไทยแปลว่า ทำให้ง่าย คนส่วนใหญ่ชวนทำสิ่งง่ายๆ ให้เป็นสิ่งยากๆ ผมบอกเจ้าหน้าที่งานยาเสพติดว่า ถ้าใครโทรศัพท์มาของความช่วยเหล ให้ถามเขาคำแรกว่า คุณจะให้ผมไปหาคุณหรือคุณจะมาหาผมเดี๋ยวนี้ ฉะนั้นคำว่า "ทำให้ง่าย" หรือ "Simplicity" จึงเป็นหลักคิดสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศในรูปแบบของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น มีอยู่มากมายหลากหลายประเภทแตกต่างกันไปตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของโครงการนั้น ๆ - [ท้าวยายม่อม ไม้เท้าฤๅษี](https://www.monmai.com/ท้าวยายม่อม/) - ท้าวยายม่อมเป็นพรรณไม้ล้มลุกขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือการแยกหัว ประเทศไทยพบขึ้นกระจายแบบห่างๆ และพบขึ้นหนาแน่นในบางพื้นที่ ยกเว้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะขึ้นใต้ร่มเงาในป่าดิบแล้งระดับต่ำ ป่าผลัดใบ ดินเป็นดินทราย และตามป่าชายหาด ดอกและยอดอ่อนนิยมนำมาต้มจิ้มกับน้ำพริกรับประทานได้ หรือนำยอดอ่อนมาผัดกับน้ำกะทิสด ที่ชาวบ้านเรียกว่า ผัดกะทิเท้ายายม่อม โดยนำน้ำกะทิสดไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนกะทิข้น จากนั้นให้นำยอดอ่อนใส่ลงไปผัดจนสุก รสชาติจะขมเล็กน้อย มีความหอมมันของกะทิ ใช้รับประทานร่วมกับน้ำพริกกะปิอร่อยมาก แป้งจากหัวใช้เป็นเครื่องประทินผิว ลดสิวฝ้า ทำให้หน้าขาวได้ ด้วยการใช้แป้งเท้ายายม่อมผสมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยล้างออก หรือนำมาใช้ผัดหน้าแทนแป้งฝุ่น ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tacca leontopetaloides (L.) Kuntze วงศ์ : Taccaceae ชื่ออื่น : ไม้เท้าฤๅษี (ภาคกลาง) สิงโตดำ (กรุงเทพฯ) บุกรอ (ตราด) ปิ้งขม ปิ้งหลวง (เหนือ); พญาเล็งจ้อน, เล็งจ้อนใต้ (เชียงใหม่); พญารากเดียว (ใต้) ไม้เท้าฤาษี (เหนือ ใต้); พมพี (อด); พินพี (เลย); - [KEYHOLE ปลูกผักหมักปุ๋ย](https://www.monmai.com/keyhole/) - สวนผักแบบ KEYHOLE ผสานการปลูกผักหมักปุ๋ยไว้ด้วยกัน ประหยัดน้ำ สร้างสรรค์ดีไซน์ให้สวย อันที่จริงวิธีแบบ KEYHOLE นี้ ค่อนข้างได้รับการส่งเสริมอย่างแพร่หลายในแถบแอฟริกา ด้วยความที่ไม่ต้องใช้น้ำมาก และก็สามารถใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นในการทำแปลงได้ วิธีแบบ KEYHOLE นี้ ค่อนข้างได้รับการส่งเสริมอย่างแพร่หลายในแถบแอฟริกา ด้วยความที่ไม่ต้องใช้น้ำมาก และก็สามารถใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นในการทำแปลงได้ รูปแบบที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะใช้หินมาเรียงเป็นแปลง และใช้ไม้มาทำเป็นช่องรูสำหรับหมักปุ๋ยตรงกลาง อย่างไรก็ตาม รูปแบบและวัสดุที่นำมาใช้ทำแปลง และทำช่องใส่ปุ๋ย ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ และวัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่นที่แต่คนหาได้ หลักและวิธีการสำคัญในการสร้างแปลงผักแบบ Keyhole มีดังนี้ หาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกผัก คือได้รับแดดเต็มวัน หรืออย่างน้อยครึ่งวัน วางแปลงเป็นรูปวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 ฟุต โดยเว้นที่ตรงกลาง ทำเป็นทางเข้ารูปสามเหลี่ยมมีปลายแหลมไปยังจุดศูนย์กลางแปลง ด้านกว้างของทางเข้าประมาณ 60 เซนติเมตร (คล้ายการตัดเค้กหรือพายออกมา) ทำช่องเป็นคล้ายท่อตรงกลางแปลง สำหรับใส่ปุ๋ย โดยท่อนี้อาจจะทำจากไม้ หรือทำจากตะแกรงก็ได้ กะให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุต สูงประมาณ 3-4 ฟุต คราวนี้ก่อแปลงโดยรอบวงกลม อาจจะใช้หิน ใช้อิฐ ใช้ไม้ หรือวัสดุอื่นๆที่สามารถหา - [กวนอิมเงิน หวายด่างหรืออ้อลาย](https://www.monmai.com/กวนอิมเงิน/) - กวนอิมเงิน ไม้มงคลตามความเชื่อของโบราณที่มักจะพบเห็นบ่อย ๆ เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อปลูกแล้วจะนำพาให้ร่ำรวย บังเกิดโชคลาภ จะทำการค้าขายสิ่งใดก็เจริญรุ่งเรืองทั้งนั้น เหมาะแก่การปลูกหน้าบ้าน หรือหน้าบริษัทจะทำให้ก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป ชื่อสามัญ Ribbon plant ชื่อวิทยาศาสตร์ Dracaena sonderiana"silver" ตระกูล LILIACEAE แหล่งที่มา ในประเทศคาเมรูนและคองโก ลักษณะทั่วไป กวนอิมเงินเป็นพรรณไม้ยืนต้น คล้ายกับสกุลหวายลำต้นโตประมาณ 1-2 เซนติเมตร ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นกลมตรงเล็กลำต้นเป็นข้อๆสีเขียวไม่มีกิ่งก้านสาขามีการเจริญการยืดตัวของข้อใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกจากส่วนยอด ของลำต้น มีกาบใบหุ้มห่อลำต้น สลับกันเป็นชั้นๆ ตามข้อของลำต้น ใบแคบเรียวยาว ปลายใบแหลม โคนใบสอบลงมาถึงกาบ ใบพื้นใบมีสีเขียวหรืมีสีขาวพาดตามยาวของใบ ขนาดความกว้างของใบประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร การเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นกวนอิมเงินไว้ประจำบ้าน จะทำให้คนในบ้านมีฐานะดี เกิดความร่ำรวย เพราะต้นกวนอิมเป็นไม้นำเงินเข้ามาหมุนเวียนให้คนในบ้าน ดังนั้นจึงถือว่าเป็นไม้มงคลนาม นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า ต้นกวนดิมเงินเป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนโบราณใช้ต้นกวนอิมประกอบในพิธีบูชาพระเจ้า และพิธีมงคลทางศาสนาดียิ่งนัก ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก - [น้ำมันมะกอก น้ำมันสารพัดประโยชน์](https://www.monmai.com/น้ำมันมะกอก/) - น้ำมันมะกอก (Olive Oil) หมายถึง น้ำมันธรรมชาติที่สกัดได้จากมะกอกโอลีฟ มีลักษณะใสออกสีเขียว สีใสออกเหลือง และใส ขึ้นอยู่กับกระบวนการสกัด น้ำมันมะกอกใช้ทำอาหารให้อร่อยสุขภาพดี มะกอก (Olive) เป็นพืชในวงศ์ Oleaceae ต่างวงศ์กับมะกอกฝรั่งที่กินเป็นผลไม้ในบ้านเรา มะกอกจัดเป็นไม้ผลเศรษฐกิจของประเทศในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น กรีซ อิตาลี ฝรั่งเศษ สเปน อิสราเอล ผลมะกอกมีรูปทรงค่อนข้างกลม รสฝาดและขม ไม่กินเป็นผลสด นิยมนำมาทำมะกอกดองเพื่อใช้ประกอบอาหาร หรือแปรรูปเป็นน้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นน้ำมันพืชที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน เนื่องด้วยประโยชน์และสรรพคุณที่มีอยู่เปี่ยมล้น สภาน้ำมันมะกอกนานาชาติ (International Olive Council : IOC) ได้แบ่งชนิดของน้ำมันมะกอกตามคุณภาพ จากปริมาณกรดในน้ำมัน ดังนี้ ชนิดบริสุทธิ์ (Virgin or Pure olive oil) ความเป็นกรดไม่เกินร้อยละ 4 ชนิดบริสุทธิ์ดี (Fine olive oil) ความเป็นกรดร้อยละ 1.5-3 ชนิดบริสุทธิ์ดีมาก (Superfine virgin - [กวนอิมทอง กวนอิมด่าง](https://www.monmai.com/กวนอิมทอง/) - คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลุกต้นกวนอิมทองไว้ประจำบ้าน จะทำให้คนในบ้านมีฐานะดีเกิดความร่ำรวยเพราะต้นกวนอิมทอง เป็นไม้นำทองและของมีค่าเข้ามาสู่คนในบ้าน และยังมีความเชื่ออีกว่าต้นกวนอิมทองเป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนไทยโบราณใช้ต้นกวนอิมทอง ประกอบในพิธีบูชาพระเจ้า และพิธีที่เป็นศาสนา ชื่อสามัญ: Belgain Evergreen ชื่อวิทยาศาสตร์: Dracaena sanderiana hort.Sander ex Mast ชื่อวงศ์: AGAVACEAE ชื่ออื่นๆ: กวนอิมด่าง ลักษณะ กวนอิมทองนี้มีลักษณะทุกอย่างเหมือนกับกวนอิมเงิน จะแตกต่างกันก็ตรงที่สีของใบเท่านั้น ซึ่ง กวนอิมทองนี้ขอบใบทั้งสองข้างจะมีสีเหลืองทอง พาดยาวตลอดทั้งใบ และส่วนกลางใบจะมีสีเขียว จัดเป็นกวนอิมที่สวยงามที่สุดในบรรดากวนอิมทั้งหลาย กวนอิมทองเป็นพรรณไม้ยืนต้น คล้ายสกุลหวายต้นโต ประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร ลำต้นมีความสูงประมาณ 1 - 3 เมตร ลำต้นกลมตรงเล็ก เป็นข้อๆสีเขียว ไม่มีกิ่งก้านสาขามีการเจริญการยืดตัวของข้อ ใบ เป็นใบเดี่ยวแตกจากส่วนยอดของลำต้น มีกาบใบหุ้นห่อลำต้นสลับกันเป็นชั้นๆ ตามข้อของลำต้น ใบแคบเรียวยาวปลายใบแหลม โคนใบสอบมาถึงกาบใบ พื้นใบสีเขียว หรือสีขาวพาดตามยาวของใบ ขนาดความกว้างของใบประมาณ 2 -3 เซนติเมตร - [น้ำมันอบเชย](https://www.monmai.com/น้ำมันอบเชย/) - อบเชยเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมมักจะเรียกตามแหล่งเพาะปลูกเช่นอบเชยจีนอบเชยลังกาอบเชยญวณเป็นต้นในประเทศไทยไม่นิยมปลูกเพราะภูมิอากาศไม่เหมาะสม ลักษณะทั่วไปเป็นไม้ยืนต้นตัวต้นจะสูงประมาณ4 - 10 เมตร ส่วนเปลือกและใบมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามกันเส้นใบหยัก 3 เส้นเวลาออกดอกจะออกที่บริเวณซอกใบหรือปลายกิ่งโดยออกดอกย่อยสีเหลืองอ่อนรวมกันเป็นช่อพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับอบเชยได้เแก่ชะเอมกะเพราต้นข่าต้นสมุแว้งการบูรเทพธาโร ในการทำอาหารไทยมักใช้เปลือกอบเชยในการทำเครื่องแกง เช่นพริกแกงกระหรี่ประเภทผัดที่ใช้ผงกระหรี่ใช้เป็นไส้กระหรี่ปั๊ปหรือใช้ร่วมกับโป๊ยกั้กในอาหารคาวประเภทต้มเช่นพะโล้และเนื้อตุ๋นส่วนในประเทศแถบตะวันตกมักใส่อบเชยในของหวานเช่นซินนามอนโรลล์ใช้ผงอบเชยละเอียดโรยหน้ากาแฟใส่นมใช้ผงอบเชยกับน้ำตาลโรยหน้าเพรทส์เซลและนอกจากนี้ยังมีลูกอมหมากฝรั่งและยาสีฟันรสอบเชยอีกด้วย อบเชยมีสรรพคุณทางยาเนื่องจากมีแทนนินสูงที่ให้รสฝาดจึงนิยมใช้ในยาตำรับแผนโบราณเช่นเป็นส่วนผสมในยาหอมต่างๆโดยใช้ส่วนของเปลือกลำต้นใช้ในการแก้จุกเสียดแน่นท้องหรือใช้ในการทำยานัตถุ์ใช้สูดดมเพื่อเพิ่มความสดชื่นลดอาการอ่อนเพลียแก้โรคท้องร่วงเพราะมีส่วนช่วยต้านแบคทีเรียในกระเพาะอาหารขับปัสสาวะช่วยในการย่อยอาหารและสลายไขมันส่วนเปลือกลำต้นอายุมากกว่า6 ปีหรือใบ กิ่งยังนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยซึ่งจะมีมากในอบเชยญวณที่ให้น้ำมันหอมระเหย 2.5% คุณสมบัติและประโยชน์ น้ำมันหอมระเหยซินนามอนหรือน้ำมันหอมระเหยจากใบอบเชยมีสีเหลืองใสแตกต่างกับน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกอบเชยที่จะมีสีน้ำตาลแดงอ่อนๆมีคุณสมบัติกระตุ้นการทำงานของร่างกายการไหลเวียนของโลหิตช่วยฆ่าเชื้อและบรรเทาอาการเป็นไข้เจือจางน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้นวดท้องช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารน้ำมันหอมระเหยจากใบอบเชยควรใช้อย่างระมัดระวังและเจือจางในปริมาณไม่เกิน 1.0% เท่านั้น วิธีการใช้ ผสมกับน้ำมันพื้นฐานเป็นน้ำมันนวดหรือผสมน้ำอาบ ใช้เป็นกลิ่นสปาเช่นฉีดพรมบนผ้าเช็ดตัวใส่ในเตาน้ำมันสำหรับปรับอากาศ เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางเช่นสบู่แฮร์ทรีทเมนท์หรือเป็นส่วนผสมของน้ำหอม หยดลงในชามน้ำร้อนสำหรับทำไอน้ำอังใบหน้า ข้อแนะนำในการใช้ ใช้ภายนอก ห้ามรับประทาน ห้ามสูดดมโดยตรงต้องทำให้เจือจางก่อน ห้ามสัมผัสผิวหนังโดยตรงต้องทำให้เจือจางก่อน เด็ก สตรีมีครรภ์ และ ระหว่างให้นมบุตรไม่ควรใช้ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันก่อนนำไปใช้ น้ำมันอบเชย(นวดคลายเส้น) ช่วยบรรเทาอาการเคล็ด ขัด ยอก นวดคลายเส้น ปวดต้นคอ และจุดต่างๆ ส่วนประกอบสำคัญ ไพรสด แก้ฟกช้ำ บวด เคล็ด ขัด ยอก ขมิ้นอ้อยแก้ลม วิงเวียน ฟกช้ำ เคล็ด ขมิ้นชันสมานแผล รักษาอาการผื่นคัน ว่านนางคำแก้ผดผื่น - [สันตะวาใบพาย พืชใต้น้ำรสจืดเย็น](https://www.monmai.com/สันตะวาใบพาย/) - สันตะวาใบพาย เจริญเติบโตได้ตามลำคลอง หนอง บึง นาข้าวที่มีน้ำขัง ใบอ่อน รสจืดเย็น ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ใบอ่อน ดอก รับประทานเป็นผักสดแกล้มกับน้ำพริก ลาบ ก้อย ชื่อวิทยาศาสตร์ Ottelia alismoides (L.) Pers. ชื่อวงศ์ HYDROCHARITACEAE ชื่อเรียกอื่น สันตะวา ผักโตวา ผักกะโตวา ผักโหมเหบ น้ำไหล โฮมเฮม ลักษณะ พืชใต้น้ำ อายุปีเดียว มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ไม้น้ำมีรากยึดติดดินส่วนต่างๆ ของต้นอยู่ใต้น้ำ (ยกเว้นดอก) ลำต้นสั้นมากไม่มีไหลมีแต่รากย่อย ใบ เป็นใบเดี่ยว แตกเป็นกอรอบต้น แผ่นใบแผ่เป็นรูปไข่ กว้าง 8 20 ซม. ยาว 10 22 ซม. ก้านใบยาวตามระดับน้ำ ส่วนโคนแผ่ออกเป็นแผ่นบาง ดอก สีขาว เป็นดอกเดี่ยว บานเต็มที่กว้างประมาณ 2 ซม. - [แบบคนจน](https://www.monmai.com/แบบคนจน/) - แบบที่เรียกว่า ทำ "แบบคนจน" คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขาเราก็ทำไป ก็เลยบอกว่าถ้าจะแนะนำ ก็แนะนำได้ "ทำแบบคนจน" เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก มีแต่.. มีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้นที่เขามีอุตสาหกรรมสูงมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการปกครองแบบ แบบว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ มีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตามวิชาการ แล้วก็วิชาการนั้นก็เราดูตำราแล้วพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย หนึ่งหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอกว่า"อนาคตยังมี" แต่ไม่บอกว่าเป็นอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้วมันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ "ถอยหลังเข้าคลอง"แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบที่เราอะลุ่มอล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ" เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้ แต่ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมากก็จะมีแต่ถอยกลับ ประเทศเหล่านั้นที่เป็นประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า จะมีแต่ถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการบริหารแบบเรียกว่าแบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละคือเมตตากัน จะอยู่ได้ตลอดไป พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔ - [แห เครื่องมือจับปลา](https://www.monmai.com/แห/) - แหเป็นเครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่ง ถักเป็นตาข่ายใช้ทอดแผ่ลงในน้ำ แล้วต้องดึงขึ้นมา เพื่อการยังชีพ หรือเพื่อประกอบอาชีพของคนชั้นล่างของสังคมที่กล่าวเช่นนี้ เพราะยังไม่เคยเห็นคนชั้นสูงหรือคนชั้นกลางใช้แหเพื่อหาปลาเป็นอาหาร หรือหาปลาเพื่อการจำหน่ายเป็นประจำ แต่จะเป็นครั้งคราวของบุคคลชั้นดังกล่าว เพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลินในยามว่างหรืออาจจะมีบ้างที่บางคน อดีตเคยเป็นชาวบ้านธรรมดาอยู่ตามชนบท ตอนหลังอพยพเข้าสู่ตัวเมืองและเปลี่ยนอาชีพในสังคมเมือง ฐานะดีขึ้น จึงอยากระลึกถึงอดีตของตัวเองเท่านั้นเอง ดังนั้น แหจึงถือเป็นเครื่องมือเพื่อการยังชีพ หมายถึงใช้จับปลาเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวันและใช้ประกอบอาชีพ คือใช้จับปลาเพื่อการจำหน่าย ของชาวบ้านในชนบทซึ่งเป็นฐานะทางสังคม แหถือเป็น ภูมิปัญญา ของชาวบ้านที่แท้จริง เพราะมันคือส่วนหนึ่งของชีวิต ให้ชีวิตมีห่วงโซ่เรื่องอาหาร และรายได้ในชีวิตประจำวัน แหจึงได้รับการพัฒนาและเอาใจใส่ เริ่มจากการได้รับการถ่ายทอดเบื้องต้นจากบรรพบุรุษ แล้วลองผิดลิงถูกจนเป็นองค์ความรู้และประสบการณ์เฉพาะตัวของบุคคล ความแตกต่างของความเชื่อ เรื่องแห ทั้งโครงสร้าง ขนาด วิธีทอด วิธีย้อม และวิธีต่างๆ ที่ดีแล้วคล้ายๆกัน แต่ลึกๆแล้วมีหลายอย่างที่แตกต่างกัน ซึ่งก็แล้วแต่ความเชื่อจากวิธีปฏิบัติจริงๆ และได้ผลที่ต่างกันของบุคคล จนกลายเป็นประสบการณ์และภูมิปัญญาของตนเองในที่สุด นี่เองที่นักวิชาการเพิ่งเห็นความจำเป็น เข้าใจและเลือกใช้คำว่า ภูมิปัญญา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ความจริง แห เขาใช้ทอด เหวี่ยง (ภาคกลาง) หรือตึก (ภาคอิสาน) เพื่อหาปลาในนาเท่านั้น บ่อยครั้งที่แหใช้ทอดบนบก - [หญ้าแขม พืชอาหารสัตว์แทะเล็ม](https://www.monmai.com/หญ้าแขม/) - หญ้าแขมเป็นพืชอายุยืนหลายฤดู ชอบขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่หนาแน่นตามที่ชื้นแฉะริมน้ำ มีเหง้าใหญ่แข็งแรง ลำต้นตั้งตรง สูง 2-3 เมตร แผ่นใบหยาบกระด้าง ใบยาวเรียวปลายแหลม ยาว 30-80 ซม. กว้าง 1-3 ซม. กาบใบที่หุ้มลำต้นไม่มีขนคลุม ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อดอกมีขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 50 ซม. สีน้ำตาล มีขนคล้ายไหมสีขาวอยู่ทั่วไป ชื่อวิทยาศาสตร์ Phragmites vallatoria (Pluk. ex L.) Veldkamp (syn.P.karka (Retz.) Trin.ex Steud., P. communis Trin., Arundo karka Retz.Obs.) วงศ์ GRAMINEAE ชื่อสามัญ หญ้าแขม (ปราจีณบุรี)., หญ้าลาโพ (ตรัง)., common reed., flute reed ลักษณะ หญ้าแขมเป็นพืชอายุหลายปี ขึ้นในที่ชุ่มน้ำแต่ก็พบขึ้นในที่ดอนด้วย ลักษณะคล้ายต้นอ้อ - [พาสเจอร์ไรส์](https://www.monmai.com/พาสเจอร์ไรส์/) - การพาสเจอร์ไรส์เป็นกระบวนการให้ความร้อนที่ไม่รุนแรงนัก มักจะทำที่อุณหภูมิต่ำกว่า 100C เพื่อยืดอายุของผลิตภัณฑ์อาหารให้นานหลายวัน เช่น นม หรือหลายเดือน เช่น ผลไม้บรรจุขวด วิธีนี้สามารถใช้ในการถนอมอาหารได้โดยการยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์และทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่มีความทนทานต่อความร้อนต่ำ เช่น เชื้อแบคที่เรียที่ไม่สร้างสปอร์ ยีสต์และรา และจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านประสาทสัมผัสและคุณค่าของอาหารน้อยที่สุด ความรุนแรงของการให้ความร้อนกับผลการยืดอายุผลิตภัณฑ์กำหนดได้โดย pH ของอาหาร วัตถุประสงค์หลักสำหรับอาหารที่มีความเป็นกรดต่ำ (pH > 4.5) คือการทำลายจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค ส่วนวัตถุประสงค์หลักสำหรับอาหารที่มีความเป็นกรดสูง (pH < 4.5) คือการทำลายจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการเน่าเสียและยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ การบรรจุอาหารเหล่านี้ไม่ว่าจะสำหรับอาหารที่มีความเป็นกรดตามธรรมชาติ เช่น น้ำผลไม้ หรืออาหารที่มีการเติมสารหรือทำให้ pH ลดต่ำลง เช่น ผลไม้หมักดอง มีขั้นตอนคล้ายกับการบรรจุกระป๋อง การพาสเจอร์ไรส์เป็นการบ่งบอกถึงการให้ความร้อนที่ไม่รุนแรงนัก การพาสเจอร์ไรส์ (Pasteurization) เป็นการถนอมอาหารชั่วคราววิธีหนึ่ง โดยใช้ความร้อนในอุณหภูมิระหว่าง 60 - 80 องศาเซลเซียส ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้จุลินทรีย์ไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ พาสเจอร์ไรส์เป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) ซึ่งเป็นคนแรกที่คิดค้นการฆ่าจุลชีพที่แปลกปลอมอยู่ในเหล้าไวน์ระหว่างปี พ.ศ. 2407-2408 โดยการใช้ความร้อนประมาณ - [สาหร่ายพวงองุ่น](https://www.monmai.com/สาหร่ายพวงองุ่น/) - สาหร่ายทะเล เป็นพืชชั้นต่ำชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเล และเป็นอาหารที่นิยมบริโภคในต่างประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว ประเทศที่นิยมบริโภคสาหร่ายทะเลได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และฟิลิปปินส์ โดยสาหร่ายที่เราเห็นกันอยู่ในภาพนี้ มีชื่อว่า สาหร่ายพวงองุ่น ชื่อวิทยาศาสตร์ของมันคือ Caulerpa lentillifera J. Agardh เป็นสาหร่ายทะเลสีเขียวที่มีใบ (รามูลัส) เป็นเม็ด ทรงกลม ใส สีเขียว มีแขนงตั้งตรงลักษณะคล้ายพวงองุ่นแตกออกมาจากส่วนที่เลื้อยไปตามพื้นผิว ส่วนปลายของแขนงย่อยเป็นทรงกลม ซึ่งแตกปกคลุมหนาแน่นเกือบตลอดความยาวแขนง มีรอยคอดชัดเจนระหว่างปลายแขนงย่อยที่เป็นทรงกลมกับส่วนก้านสั้น ด้วยความที่หน้าตามันมีลักษณะเป็นพวง เม็ดกลมเป็นช่อ คล้ายเหมือนกับองุ่น หรือไข่ปลาคาเวียร์สีเขียว มันจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "Sea grapes" หรือ "Green caviar" ส่วนชาวญี่ปุ่นจะเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า "Umi budo" ซึ่งแปลว่า องุ่นแห่งท้องทะเล นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับสาหร่ายพวงองุ่นชนิดนี้มาก นั่นก็คือ สาหร่ายช่อพริกไทย ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลที่ใกล้เคียงกับสาหร่ายพวงองุ่น แต่มีน้ำหนักเบากว่า เนื่องจากมีลักษณะของเม็ดที่เล็กกว่า คล้ายกับเม็ดพริกไทย จึงถูกเรียกว่า "สาหร่ายช่อพริกไทย" นั่นเอง สาหร่ายพวงองุ่นจัดเป็นหนึ่งในสาหร่ายที่รับประทานได้ และยังมีรสชาติดีอีกด้วย โดยเราอาจพบสาหร่ายชนิดนี้เจริญอยู่บนโขดหิน - [เตาเผาแกลบแบบประหยัด](https://www.monmai.com/เตาเผาแกลบ/) - หลักการเผาแกลบแบบนี้ เข้าใจว่าเป็นการใช้แกลบหลังกองเป็นผนังเตา ตัวเตาคือแกลบดิบที่อยู่ชั้นนอก การเผาไหม้เริ่มต้นจากใจกลางของกองแกลบก่อน การเผาไหม้ในที่อับอากาศ คือแทบไม่มีก๊าซอ๊อกซิเจน แกลบที่ถูกเผาแล้วก็จะกลายสภาพเป็นถ่านแกลบสีดำ ถ้าการเผาไหม้มาถึงหลังกองเมื่อใดก็ได้รับอ๊อกซิเจน ก็จะคุมอดไหม้กลายเป็นขี้เถ้า เราจึงต้องคอยเกลี่ยเขี่ยแกลบดิบที่ยังไม่ถูกเผาไปกลบบริเวณส่วนที่ไหม้ดำ ส่วนใหญ่แกลบดำที่เผาได้ ผมจะนำไปผสมกันดินป่นเพื่อใช้เพาะกล้านาโยน การเผาแต่ละครั้งใช้แกลบ 30-40 กระสอบ(ได้จากการสีข้าวประมาณ 1 ตัน) เริ่มตั้งกองเผาตอนเช้า ก่อนนอนคืนนั้นมาเกลี่ยกลบครั้งหนึ่ง จนรุ่งขึ้นอีกวันที่ต้องคอยเกลี่ยกลบบ่อยๆ เพราะการเผาไหม้ลามมาถึงหลังกองเกือบทั้งหมด และจะใช้น้ำฉีดดับถ่านแกลบได้ในวันที่สองนี้ อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเองนี้ เป็นปล่องควัน เพื่อเผาแกลบดิบให้ได้เป็นถ่านแกลบ เหล็กตะแกรงกลมทรงกระบอกส่วนล่างสูง 75 cm เส้นผ่านศูนย์กลาง 40 cm ส่วนที่เป็นรูท่อปล่องขนาด 8x8 cm สูง2 เมตร เมื่อจะใช้งานก็จับนอนตะแคงแล้วใส่ฟางเศษฟืนเข้าในช่องตะแกรงกลมจุดไฟให้เริ่มติด ฟางเศษฟืนก่อน จากนั้นรีบยกตั้งปักในที่นา บริเวณที่จะเผาแกลบ และวางท่อเหล็กขนาด 1 นิ้วครึ่งในแนวนอนต่อชนกับตะแกรงกลม ความยาวพ้นกองแกลบ อันนี้มีหน้าที่เป็นรูอากาศ แกลบถูกเผาจากข้างใน แกลบข้างนอกทำหน้าที่เป็นตัวเตาและเผาตัวเองในที่สุด ซึ่งต้องคอยเขี่ยแกลบดิบหลังกองไปปิดบริเวณที่เผาไหม้มาถึงหลังกองก่อน เมื่อเผาดำทั่วหมดทั้งกองก็รดน้ำให้ไฟที่คุอยู่มอดดับ พอแกลบดำเย็นตัวลงก็เขี่ยกระจายในพื้นนา เมื่อมาพิจารณาตรึกตรองดู การออกแบบสร้างเป็นทรงกระบอก หรือแม้จะเป็นปี๊บ มาครอบกองไฟที่เริ่มต้นก่อด้วยฟืนนั้น คงไม่จำเป็นจึงได้ออกแบบใหม่ - [หอยแครง สัตว์เศรษฐกิจของไทย](https://www.monmai.com/หอยแครง/) - หอยแครงเป็นหอยสองฝาอีกชนิดหนึ่งที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจในประเทศไทย โดยเนื้อใช้รับประทานเป็นอาหารที่ให้โปรตีน นิยมนำไปปรุงด้วยการเผาหรือลวก ส่วนเปลือกใช้ทำเครื่องประดับของชำร่วย หรือ บดผสมลงในอาหารไก่ และยังทำเป็นปูน รวมถึงทำเป็นวัสดุสังเคราะห์ทดแทนกระดูกมนุษย์ได้ด้วย หอยแครง (ark shell) จัดเป็นหอยทะเลที่นิยมรับประทานมากชนิดหนึ่ง เนื่องจาก มีเนื้อมาก เนื้อนุ่มเหนียว ให้รสหวาน และสามารถปรุงได้ง่าย นิยมนำมาลวกรับประทาน และใช้ประกอบอาหาร รวมถึงแปรรูปเป็นอาหารต่าง อาทิ หอยแครงดอง หอยแครงอบแห้ง เป็นต้น นอกจากนั้น ยังเป็นหอยที่พบมากในชายฝั่งของประเทศไทย สามารถเลี้ยงง่าย แพร่พันธุ์ได้จำนวนมาก และเติบโตเร็ว กรมประมงจึงมีการส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ นิยมเลี้ยงกันอยู่ที่แถบจังหวัดสมุทรสงคราม, เพชรบุรี, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต, สตูล และปัตตานี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anadara granosa ชื่ออังกฤษ : cockle, ark shell ลักษณะทั่วไป หอยแครง เป็นหอยสองฝา ที่มีขนาด และลักษณะของฝาทั้งด้านบน และด้านล่างเหมือนกัน ลำตัวถูกหุ้มด้วยเปลือกหินปูนหนา และแข็ง เปลือกมีสีน้ำตาลอมดำ - [โรคราแป้งขาว](https://www.monmai.com/โรคราแป้ง/) - โรคราแป้ง (Powdery mildew) เกิดจากเชื้อราโรคนี้จะเป็นกับยอดอ่อนและดอกอ่อนมีลักษณะเป็นปุยขาวคล้ายแป้งทำให้ส่วนของพืชที่เป็นโรคนี้เกิดอาการหงิกงอไม่เจริญเติบโตต่อไป ระบาดมากในฤดูหนาว สาเหตุของโรค เกิดจากเชื้อราใน 2 สภาพด้วยกัน คือ Imperfect stage : Oidium tuckeri Berk. Perfect stage : Uncinula necator Schw.& Burr. เนื่องจากสภาพแวดล้อมเหมาะสม เชื้อสาเหตุที่ทำลายองุ่นในประเทศไทยมักจะได้แก่เชื้อ Oidium tuckeri เป็นส่วนใหญ่ การแพร่ระบาด สปอร์หรือส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราแพร่ระบาดไปได้ง่ายโดยทางลม ฝน น้ำพัดพาไปและอาจติดไปกับแมลงได้ด้วย นอกจากนี้เชื้อราจะพักตัวในสภาพเส้นใยที่บริเวณ ตาองุ่น เจริญเติบโต และสร้างสปอร์บนยอดที่แตกใหม่ แล้วแพร่ระบาดทำลายส่วนอื่นๆ ของพืช สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โรคระบาดมากในสภาพที่มีอากาศแห้งแล้งและเย็น มีแสงแดดน้อย ได้แก่ช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม ลักษณะอาการ เกิดกับทุกส่วนของต้นองุ่น อาการที่ใบจะพบทางด้านบน เกิดเป็นดวงสีขาวขนาดต่างๆ กัน ส่วนมากเป็นรูปกลมเล็ก เมื่อนานเข้าดวงจะขยายใหญ่ขึ้นแล้วจะปรากฏให้เห็นเป็นฝ้าเต็มไปหมด ทำให้ใบเสียรูป ม้วนงอ ชะงักการเจริญเติบโต - [ธงชนะ พรหมมิ ปรมาจารย์แห่งผัก](https://www.monmai.com/ธงชนะ-พรหมมิ/) - ธงชนะ พรหมมิ ปรมาจารย์แห่งผักมีบทเรียนจากการทำเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพหรือค้าขาย มักถูกครอบงำด้วยความรู้ที่แฝงไปด้วยการหาผลประโยชน์ของคน เขาจึงยึดหลักอยู่รอดด้วยลำแข้งตัวเอง ซึ่งเขาทำเกษตรมากว่าครึ่งชีวิต และคลุกคลีสารเคมีจนเกือบเอาชีวิตเข้าแลก จนเลือกทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ได้มีใบปริญญาการันตี แต่เรียนถูกผิดกับการทำเกษตรอินทรีย์ จนหยัดยืนพึ่งพาตัวเองได้ หลายคนขนานนามให้เป็นปรมาจารย์แห่งผัก ปรมาจารย์ที่ไม่ได้สอนให้เชื่อ แต่สอนให้ลองทำเพื่อพิสูจน์ความเชื่อ "ธงชนะ พรหมมิ" ปรมาจารย์แห่งผักที่มีทั้งวิธีการทำที่เข้าใจง่าย ทำได้จริง และยั่งยืน ใครกำลังมองหาหนทางพึ่งพาตนเอง ไม่ต้องเอาชะตาชีวิตไปผูกขาดไว้กับพ่อค้าคนกลางและสารเคมี ธงชนะ เป็นเกษตรกรที่ผลิตผักปลอดสารเคมี แบบประณีต ซึ่งได้รับตรามาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากกรมวิชาการเกษตร คุณธงชนะ ผลิตพืชผักบนพื้นที่ 1 - 2 ไร่ ในการเลี้ยงครอบครับให้พออยู่พอกิน สามารถหมุนเวียนขายพืชผักให้มีรายได้สัปดาห์ละประมาณ 7,000 บาท แนวคิดต่อกระบวนการผลิต ในระบบการผลิตของคุณธงชนะ ใช้หลักการที่ว่า 1. ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2. ปลูกพืชที่หลากหลาย 3. ปลูกพืชหมุนเวียน 4. ที่สำคัญต้องปรับปรุงบำรุงดินให้มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช 5. และสร้างความสมดุลให้ระบบนิเวศ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพืชผักที่ปลูก ไม่ว่าจะเป็น คะน้า กะหล่ำ แตง พริก มะเขือ - [กระบองเพชร พืชทะเลทราย](https://www.monmai.com/กระบองเพชร/) - กระบองเพชร (Mila sp., อังกฤษ: cactus) เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ในทะเลทราย ต้นกระบองเพชรสามารถยืนต้นอยู่ได้ แม้อยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดาร โดยไม่ตาย เพราะนานๆ ครั้งหนึ่งจะมีฝนตกจำนวนมาก โดยต้นกระบองเพชรจะเก็บน้ำไว้ในลำต้นเป็นจำนวนมาก มันจะใช้น้ำตลอดระยะเวลาแห้งแล้งที่ยาวนาน และมันจะเปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ ดังนั้นมันจึงสามารถอยู่ในทะเลทรายได้ ลักษณะ กระบองเพชรเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-12 ฟุต ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำ มีขนหรือหนามรอบต้นหรือไม่มีก็ได้แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ลักษณะต้นเป็นเหลี่ยมรูปทรงกระบอกรูปทรงกลม หรือแล้วแต่ชนิดพันธุ์ ใบคือส่วนของลำต้นที่ทำหน้าที่แทนใบ หรือบางชนิดก็มีใบแบนกลมหนาใหญ่ อาจมีดอกสีแดง สีเหลือง หรือสีขาว ลักษณะดอกและขนาดดอกขึ้นกับชนิดพันธุ์ คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นกระบองเพชรไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดโชคลาภ เพราะถ้าผู้ใดปลูกต้นกระบองเพชรให้ เกิดดอกได้มากและสวยงามแสดงว่าผู้นั้นจะมีโชคลาภ ดังนั้นคนไทยโบราณถือว่าเป็นไม้เสี่ยงทายชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่ายังสามารถป้องกันศัตรูจากภายนอกได้อีกด้วย เพราะต้นกระบองเพชรมีหนามและความคงทนแข็งแรง ดังนั้นคนไทยโบราณจึงนิยมปลูกตามแนวรั้วบ้าน เพื่อให้เป็นที่กลัวเกรงของศัตรูภายนอกตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นกระบองเพชรไว้ทางทิศตะวันตก ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ การปลูกแบ่งเป็น 2 วิธี การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในอาคารและภายนอกอาคาร ใช้กระถางทรงและขนาดต่างกันแล้วแต่ชนิดพันธุ์ คือตั้งแต่ขนาด 4-10 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก:ทรายหรือดินร่วน อัตรา 1:1 ผสมดินปลูก การเปลี่ยนกระถางแล้วแต่ความเหมาะสมของชนิดพันธุ์และผู้ปลูก - [ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมลดโลกร้อนนวชีวัน](https://www.monmai.com/นวชีวัน/) - ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมลดโลกร้อนนวชีวันเป็นผลพวงที่เกิดจากไร่นวชีวัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2542 โดยเริ่มต้นเป็นลักษณะงานอดิเรก เพราะยังเป็นมนุษย์เงินเดือน มีงานประจำต้องทำอยู่ในกรุงเทพฯ จึงต้องทำเกษตรด้วยวิธีธรรมชาติและต้องพึ่งธรรมชาติเป็นหลักในการดูแล ถึงแม้ตอนที่เริ่มต้น พื้นที่บริเวณไร่จะถูกปล่อยให้รกร้างไม่ได้ทำการเกษตรมาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ก่อนหน้านั้นบริเวณไร่เคยถูกใช้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มานานหลายปี ทำให้สภาพดินเสื่อมและเสียจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรจำนวนมาก ระบบนิเวศในพื้นที่บริเวณไร่จึงเสื่อมโทรม ต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อให้สารเคมีที่ตกค้างในดินย่อยสลายไป พร้อมกับฟื้นฟูสภาพดินควบคู่กันไป เพราะเราต้องการทำเกษตรธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นวิธีการลดปัญหาโลกร้อนที่ง่ายที่สุดและถูกที่สุดที่มนุษย์มีอยู่ในปัจจุบัน จึงไม่มีการใช้สารเคมีการเกษตรอีกเลย ต้องมีการทดลองปลูกพืชชนิดต่างๆ เพื่อทดลองให้เห็นผลว่าพืชชนิดใดเหมาะสมกับดินและสภาพแวดล้อมของพื้นที่ โดยไม่ได้มุ่งผลทางเศรษฐกิจ ทำให้พื้นที่ไร่กลายเป็นพื้นที่ทดลองหรือศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติเพื่อมุ่งแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมโดยปริยาย ช่วงระยะแรกๆ ภายในบริเวณไร่นวชีวัน นอกจากไม้ผลโดยเฉพาะมะขามหวานที่ติดมากับที่ดินบางส่วนแล้ว เราได้เลือกปลูกไม้ยืนต้นและพืชท้องถิ่น หรือพืชที่สามารถต้านทานแมลงโรคพืชในบริเวณนั้นได้ดี โดยจะเน้นการรักษาสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติ ปลูกพืชหลากหลายชนิดคละปนกันไปเพื่อให้มีสภาพคล้ายป่าธรรมชาติที่มีพืชพันธุ์หลากหลายชนิดขึ้นอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลกันและกัน เป็นการเกษตรที่คำนึงถึงความสมดุลของระบบนิเวศตามธรรมชาติ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Eco-Farm แปลเป็นภาษาไทยเอาเองว่า ระบบนิเวศเกษตร ต่อมาเมื่อได้มีเวลาศึกษาทำความเข้าใจเรื่องเกษตรอินทรีย์และเกษตรธรรมชาติมากขึ้น ได้เรียนรู้วิธีการและเทคนิคการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรธรรมชาติในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะวิธีการที่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิธีการทำเกษตรแบบดั่งเดิมหลากหลายวิธี ทำให้เข้าใจถึงการทำงานของระบบชีวภาพในธรรมชาติ และในที่สุดจึงได้ประมวลความรู้เหล่านี้เข้าเป็น ระบบเกษตรอินทรีย์พลังชีวภาพ ทำให้เกิดเป็นระบบทำการเกษตรแบบองค์รวมที่ให้ผลมากกว่าเกษตรอินทรีย์ทั่วไป ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่การบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกให้เหมือนระบบนิเวศของป่าธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์และโครงสร้างของดินด้วยกระบวนการธรรมชาติ เพื่อให้ดินมีคุณภาพดีเหมือนดินในป่าธรรมชาติ รวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกระบวนการชีวภาพและการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตทั้งใต้ดินและบนดิน ตลอดจนพลังชีวภาพต่างๆ ในธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อพืชและระบบนิเวศตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี มีความแข็งแรง ต้านทานโรคพืชและแมลงศัตรูพืชได้ดี วิธีการของระบบเกษตรอินทรีย์พลังชีวภาพยังเป็นวิธีการทำเกษตรที่สามารถช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน (Climate Friendly Agriculture Method) ด้วย - [พริกขี้หนูสวน เผ็ดจี๊ดได้ใจ](https://www.monmai.com/พริกขี้หนูสวน/) - พริกขี้หนูสวน ถือเป็นอีกหนึ่งพืชผักสวนครัวที่ทุกครอบครัวต้องมีไว้ใช้ในครัวเรือน พริกขี้หนูสามารถปลูกได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่ดินที่เหมาะ สมที่สุดคือดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำได้ดี มีความเป็นกรด เป็นด่างของดิน 6.0 - 6.8 ปลูกได้ตลอดปี แต่หากบริเวณบ้านไม่มีพื้นที่ สามารถปลูกในกระถางหรือภาชนะอื่นได้เช่นกัน พันธุ์พริกขี้หนูสวนที่นิยมปลูกกันหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์ห้วยสีทน พริกพันธุ์หัวเรือ และ พริกพันธุ์สร้อย เป็นต้น วิธีปลูกพริก ปลูกได้ทั้งในสภาพไร่ และสภาพสวนแบบยกร่อง การปลูกสภาพไร่ มักปลูกในที่ดอน อาศัยน้ำฝนและให้น้ำเสริมในช่วงฝนแล้ง จากบ่อน้ำหรือบ่อบาดาล ซึ่งทำให้การผลิตได้ผลไม่สม่ำเสมอ การปลูกในสภาพสวน ส่วนใหญ่ปลูกในบริเวณที่ลุ่มและยกร่องสวน จึงมีน้ำหล่อเลี้ยงได้เกือบตลอดปี ทำให้กำหนดการผลิตได้ในเวลาที่ต้องการ ส่วนของการเพาะเมล็ดเพื่อปลูก ถ้าต้องการให้มีประสิทธิภาพการงอกของเมล็ด เริ่มต้นด้วยการห่อเมล็ดพันธุ์ในถุงผ้าและแช่ในน้ำทิ้งไว้ 1 คืน ในน้ำควรจะใส่ยาป้องกันรา ลงไปด้วย เมื่อผ่าน 1 คืน ไปแล้วให้นำพริกไปล้างผ่านน้ำไหลอย่างน้อย 30 นาที เก็บถุงผ้าไว้ในที่ร่มและชื้นอีก 2-3 วัน เมื่อเมล็ดงอกตุ่มเป็นรากสีขาวเล็กจึงนำไปเพาะลงถุงชำดี ที่มี วัสดุเพาะคือ ดิน : ปุ๋ยคอกเก่า - [ผักแนวตั้งข้างกระสอบ](https://www.monmai.com/ผักแนวตั้งข้างกระสอบ/) - การปลูกผักแนวตั้งข้างกระสอบเป็นการปลูกผักอีกรูปแบบหนึ่งของการปลูกผักแนวตั้งที่ช่วยประหยัดพื้นที่ปลูก ใช้พื้นที่ขนาด 50 x 50 เซนติเมตร แต่สามารถปลูกผักได้ 20 -30 ต้น นับเป็นพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์สูงสุด ขั้นตอนการเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ วัสดุ และ อุปกรณ์ กระสอบปุ๋ย ท่อ PVC ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 - 5 นิ้ว ยาวประมาณ 1 เมตร (เจาะรูระบายน้ำขนาด 1 หุน ให้รอบท่อ) เทคนิควิธีการ นำดินปลูกกรอกใส่กระสอบ ประมาณ 5 นิ้ว ใส่ท่อ PVC ตรงกลางกระสอบ โดย กรอกดินให้เกือบเต็มกระสอบ เหลือประมาณ 10 นิ้ว พับกระสอบด้านล่าง เจาะรูรูปสามเหลี่ยมรอบกระสอบของพืชที่จะปลูก นำกล้าผักปลูกในรูที่เจาะไว้ ครั้งแรก รดน้ำในรูที่ปลูกต้นพืช ครั้งต่อไปรดน้ำผ่านท่อ PVC ข้อควรระวัง ควรรดน้ำผ่านที่ PVC จะทำให้พืชได้รับน้ำและปุ๋ยได้ทั่วการปลูกผัก ที่มา - [คราดมือเสือ ไม้มือเสือ คราดมือเสือ](https://www.monmai.com/คราดมือเสือ/) - ไม้มือเสือ คราดมือเสือ หรือที่เรียกว่า คราดเล็ก เป็นเครื่องมือของชาวบ้านสำหรับชักลากเศษฟางออกจากเมล็ดข้าวเปลือก และสามารถทำความสะอาดลานบ้านโดยการชักใบไม้เศษหญ้า เศษขยะได้อีกด้วย คราดมือเสือ มีซี่คราดเป็นซี่ ๆ จำนวน ๘ - ๑๐ ซี่ ปลายแหลมรูปลักษณะคล้ายมือเสือจึงเรียกว่า คราดมือเสือ วัสดุอุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำไม้มือเสือ ไม้ไผ่ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิด ก็คือ ไม้ไผ่เขียว กับไม้ไผ่บ้าน มีด สิ่ว ค้อน ตะปูขนาดเล็ก ตอกมัด ไม้ประกอบเป็นคราดมือเสือ ๓ ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่เจาะทำตัวคราด ใช้ไม้เนื้อแข็งหรือไม้สักก็ได้ ที่เลื่อยเป็นแผ่นแล้วมีขนาดหนาประมาณ ๕ เซนติเมตร ตัดแผ่นไม้มีความยาวประมาณ ๓๐ - ๕๐ เซนติเมตร ผ่าแผ่นไม้กว้างประมาณ ๘ - ๑๐ เซนติเมตร ใช้กบไสให้ผิวเรียบ ใช้สว่านเจาะรูไม้ ส่วนด้านหน้าให้เป็นรูห่างกันเป็นระยะ ๆ จำนวนเท่ากับซี่ไม้ที่เหลากลม จำนวน - [ผักกาดน้ำ หญ้าเอ็นยืด](https://www.monmai.com/ผักกาดน้ำ/) - ผักกาดน้ำ เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน จัดเป็นไม้ล้มลุก มีความสูงต้น 30 - 50 ซม. มีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ร้อนในและเจ็บคอ แก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย แผลเรื้อรัง อาการคันจากการแพ้พืช ผักกาดน้ำ (Plantago major L.) ; ผักกาดน้ำ หญ้าเอ็นยืด (อีสาน เหนือ ไทยใหญ่) ชีแต่เช้า เซียแต้เช้า หมอน้อย ,ผักกาดน้ำ : ยาเอ็น ยากระดูก ยานิ่ว ลักษณะ ผักกาดน้ำ จัดเป็นพืชล้มลุกอายุยืนหลายปี ลำต้นอยู่ใต้ดิน ลำต้นสั้นมีใบติดเวียนรอบต้นใกล้ดิน จึงทำให้มองดูเหมือนกับใบงอกขึ้นมาจากดิน ขอบใบค่อนข้างเรียบ ใบเป็นรูปไข่กว้างขนาด 5-10x2-5 ซม.หรือรูปกลม โคนใบเรียวแหลม ปลายป้านแหลมหนา คล้ายใบผักคะน้า ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ มีเส้นใบวิ่งตามยาว 5 เส้น สีเขียวไม่เข้ม ช่อดอกเป็นแท่งยาว 10-20 ซม. ดอก มีขนาดเล็ก มีสีขาวอมเหลือง - [กล้วยกวน](https://www.monmai.com/กล้วยกวน/) - กล้วย นั้นมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง นอกจากผลของกล้วยจะเป็นผลไม้รสชาติหวานอร่อยแล้ว ส่วนอื่นๆ ของต้นกล้วยก็ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง ตั้งแต่ใบกล้วยหรือใบตอง ลำต้น หรือแม้กระทั่งหัวปลี กล้วยกวน เป็นการนำเอากล้วยที่สุกงอม มาแปรรูปด้วยการกวน เพราะถ้ากล้วยมีจำนวนมาก และทานไม่ทัน การนำมากวนก็สามารถเก็บไว้รับประทานได้นกล้วยอุดมด้วยน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ซูโครส ฟรุคโทส และ กลูโคส รวมกับเส้นใยและกากอาหาร กล้วยจะช่วยเสริมเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายทันทีทันใด จากงานวิจัยพบว่ากินกล้วยแค่ 2 ผล ก็สามารถเพิ่มพลังงานให้อย่างเพียงพอ กับการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ได้นานถึง 90 นาที กล้วยกวนสูตรโบราณ ส่วนผสม กล้วยน้ำว้าสุกงอม 10 ลูก กล้วยหอมสุกงอม 5 ลูก มะพร้าวขูด 500 กรัม น้ำตาลทราย 200 กรัม เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ วิธีทำ ปอกเปลือกกล้วยน้ำว้าและกล้วยหอม หั่นเป็นชิ้นแล้วปั่นให้ละเอียด เตรียมไว้ คั้นมะพร้าวกับน้ำอุ่นให้ได้น้ำกะทิ 2 ถ้วย หางกะทิ 2 ถ้วย - [ไบโอชานอ้อย](https://www.monmai.com/ไบโอชานอ้อย/) - ไบโอชานอ้อย บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้เป็นผลผลิตจากเทคโนโลยีชีวภาพ ที่นำวัสดุเหลือใช้ในบ้านเราอย่างชานอ้อยที่เหลือจากอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลมาผลิต ไบโอชานอ้อยนั้นเป็น บรรจุภัณฑ์สะอาด ที่ไม่ปล่อยของเสียตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงกระบวนการจัดการ ต้องขยายความถึงขั้นตอนการผลิตก่อนว่า ในการผลิตไบโอชานอ้อยนั้น เริ่มจากการนำเยื่อกระดาษชานอ้อยที่เหลือจากอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลมาแล้ว นำไปผสม ตี ผ่านกระบวนการป้องกันน้ำรั่วซึม และขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ กว่า 70 ชนิด เช่น จาน ชาม ถาด ถ้วยน้ำ ละกล่องพร้อมฝาปิด ฯลฯ และถ้านำบรรจุภัณฑ์ไบโอชานอ้อยมาเทียบกับกล่องโฟมจะเห็นว่า บรรจุภัณฑ์ไบโอชานอ้อยจะมีสีหม่นๆ ไม่ขาวสะอาดเหมือนกล่องโฟม นั่นเพราะในกระบวนการผลิตจะไม่ใช้คลอรีนฟอกสี ทำให้สีที่ได้ไม่ขาวสะอาดแต่มั่นใจได้ว่าสะอาดปลอดเชื้อและสารปนเปื้อนเพราะในทุกขั้นตอนจะต้องผ่านอุณหภูมิความร้อนที่ 160 องศาเซลเซียส เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อก่อนถึงมือผู้บริโภค ความแตกต่างของ บรรจุภัณฑ์ ไบโอชานอ้อยกับโฟมทั่วไป ใช้กระบวนการผลิตที่เรียบง่าย ไม่เหลือของเสียจากการผลิต และสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ได้ทั้งหมด ในการฝังกลบ สามารถย่อยสลายได้เองในธรรมชาติภายใน 30-45 วัน ในขณะที่โฟมไม่สามารถย่อยสลายได้เองและต้องสิ้นเปลืองพลังงานและสร้างของเสียจากกระบวนการผลิตและกำจัดอีกด้วย ผลิตจากธรรมชาติ 100% ซึ่งเป็นวัสดุที่เหลือใช้และหาได้ง่ายในท้องถิ่น ส่วนโฟมเป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมีที่ต้องอาศัยการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทนความเย็นและความร้อนสูงได้ตั้งแต่ -40 จนถึง 220 องศาเซลเซียส จึงสามารถใช้กับการแช่แข็ง หรือใช้เป็นภาชนะในเตาไมโครเวฟหรือเตาอบได้โดยไม่ก่อสาร CFC ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง - [แสงจันทร์ ใบเหลืองทองเหมือนแสงจันทร์ยามค่ำคืน](https://www.monmai.com/แสงจันทร์/) - แสงจันทร์เป็นไม้มงคลยืนต้นอีกหนึ่งตัวที่มีความสวยและโดดเด่นมากๆ ด้วยสีของใบที่ออกเหลืองทอง เหลืองเหมือนแสงจันทร์ยามค่ำคืน ยิ่งตกดึกแสงจันทร์ส่องมากระทบที่ใบด้วยแล้ว สวยอย่าบอกใคร ถึงแม้จะดูสวยเป็นพิเศษตอนกลางคืน แต่กลางวันนั้นก็ดูสวยไม่แพ้กัน แถมยังเป็นต้นไม้ที่ไม่กลัวแดดอีกด้วย ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน ต้นสูง 5-10 เมตร จัดว่าเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาได้ดี Lettuce Tree/Moonlight Tree ชื่อวิทยาศาสตร์: Pisonia grandis R. Br. วงศ์: NYCTAGINACEAE ลักษณะ ไม้พุ่มขนาดใหญ่ ความสูง: 2-5 เมตร เมื่อโตเต็มที่อาจกลายเป็นไม้ต้นสูงได้ถึง 10 เมตร ลำต้น: เปลือกลำต้นสีเทา ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับรอบกิ่ง ใบรูปไข่แกมรูปรีหรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนถึงแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางสีเหลืองอมเขียวอ่อน ดอก: ออกเป็นช่อกระจะที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกเล็กสีขาว แต่มักไม่พบ ขยายพันธุ์: ปักชำและตอนกิ่ง โรคและแมลงศัตรูพืช: มักพบเพลี้ยแป้งเข้าทำลาย ทำให้ใบเหลือง เหี่ยว และร่วงในที่สุด ควรหมั่นตัดแต่งและพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงใต้พุ่มใบอยู่เสมอ การใช้งาน - [ยาหม่องบาล์ม ทาถูแก้เคล็ดขัดยอก](https://www.monmai.com/ยาหม่องบาล์ม/) - ยาหม่องบาล์มเป็นยาขี้ผึ้ง ซึ่งมีตัวยาสำคัญละลายอยู่ในยาพื้น ซึ่งมีลักษณะเป็นมัน ยาหม่องบาล์มจะแข็งตัวด้วยพาราฟิน และจะละลายเมื่อถูกความร้อน จึงควรเก็บในที่ห่างจากแสงแดด วัสดุ อุปกรณ์ การบูรเกล็ด 3 กรัม การบูรมีลักษณะรสร้อนแรง สรรพคุณบำรุงธาตุทำให้อาการงวด แก้โรคตาแดง ขับเสมหะ ขับลมให้ผาย กระจายลม เมนทอล 12 กรัม เมนทอลมีลักษณะเป็นผลึกสีขาว กลิ่นหอมเย็น พิมเสน 3 กรัม พิมเสนมีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆ สีขาวขุ่น สรรพคุณของพิมเสน มีกลิ่นหอมเย็น ใช้สูตรดมแก้ลมวิงเวียนทาภายนอกแก้เคล็ดขัดยอก พาราฟิน 15 กรัม ผสมพาราฟินลงไปเพื่อเป็นตัวช่วยให้น้ำมันแข็งตัว วาสลีน 50 กรัม วาสลีนเป็นตัวช่วยให้น้ำมันมีความมันลื่น สะดวกในการนำไปใช้ทา น้ำมันระกำ 5 กรัม น้ำมันระกำมีลักษณะเป็นน้ำมันใสๆ มีกลิ่นหอมฉุน สรรพคุณ แก้ปวดเมื่อยและเคล็ดขัดยอก น้ำมันสาระแหน่ 2 กรัม น้ำมันระกำเป็นน้ำมันสีขาวใส มีกลิ่นหอมเย็น สรรพคุณ ใช้สูดดมแก้วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย - [การเลี้ยงปลาสลิดในนา](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาสลิดในนา/) - การเลี้ยงปลาสลิดนิยมเลี้ยงในนาปลา ซึ่งเริ่มมาจาการเลี้ยงในนาข้าว แต่เนื่องจากผลผลิตของข้าวที่ได้ไม่ดีเท่าปลา ชาวนาจึงเลิกทำนาแล้วหันมาเลี้ยงปลาสลิดในนาเพียงอย่างเดียว โดยเริ่มมีผู้ทำการเลี้ยงปลาสลิดในนาประมาณปี พ.ศ. 2500 ในเขตชลประทานโครงการเชียงราก-คลองด่าน ของโครงการใหญ่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับบริเวณที่ใช้ทำนำปลาสลิดในขณะนั้นอยู่ระหว่างคลองสำโรงกับถนนสุขุมวิทในท้องที่จังหวัดสมุทรปราการและฉะเชิงเทรา การเลือกทำเลที่เหมาะสม นาทุกแปลงมิใช่ว่าจะเหมาะสมในการเลี้ยงปลาในนาเสมอไป ซึ่งการเลี้ยงปลาในนามักจะประสบปัญหาอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องน้ำ เช่น น้ำบางท้องที่อาศัยเฉพาะน้ำฝนหรือไม่สามารถรักษาระดับน้ำในผืนนาไว้ได้ตลอดระยะเวลาที่ต้องการ ดังนั้นหากนาที่จะเลี้ยงปลาสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้มากกว่าปกติเพียงประมาณ 30 เซนติเมตรเป็นอย่างน้อยตลอดฤดูกาลเลี้ยงและสามารถควบคุมปริมาณน้ำโดยไม่ให้ท่วมผืนนาได้แล้ว นาแปลงนั้นก็สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้ผลดี ดังนั้นในการเลือกทะเลที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาในนาควรยึดหลักในการเลือกผืนนาดังนี้คือ ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น คู คลอง หนอง บึง หรือทางน้ำไหลที่สามารถนำน้ำเข้าแปลงนาได้ ไม่เป็นที่ลุ่มจนน้ำท่วมหรือที่ดอนเกินไปจนไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ นอกจากนี้จะต้องสะดวกต่อการดูแลรักษาด้วย ลักษณะและขนาดของแปลงนา นาที่ใช้เลี้ยงปลาสลิดส่วนใหญ่ดัดแปลงมาจากนาข้าว โดยขุดคูรอบผืนนาและนำดินขึ้นมาถมทำเป็นคันดินเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้เลี้ยงปลา ขนาดของนาปลาสลิดจะแตกต่างกันมากทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่นาของเกษตรกร โดยนาปลาสลิดมีขนาดตั้งแต่ 5 ไร่จนถึงขนาดใหญ่กว่า 50 ไร่ ภายในนาให้ขุดเป็นคูโดยรอบขนานไปกับคันนา คูนาปลาสลิดกว้างประมาณ 3 เมตร ลึกประมาณ 75 เซนติเมตร จุดที่จะนำปลาขึ้นซึ่งอยู่ใกล้กับคลองจะลึกกว่าบริเวณอื่นประมาณ 1 เมตร และทำทางน้ำเข้าออกด้วย ที่มุมหนึ่งของแปลงนาให้สร้างเป็นนาขนาดเล็กมีพื้นที่ 10% ของแปลงนาทั้งหมด ไว้สำหรับใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์และปล่อยให้ปลาสลิดผสมพันธุ์วางไข่ หากดินมีสภาพเป็นกรดหรือที่เรียกว่าดินเปรี้ยวก็ให้หว่านปูนขาวช่วยแก้ไขในปริมาณ - [พรมมิ สมุนไพรบำรุงความจำ](https://www.monmai.com/พรมมิ/) - พรมมิ หรือ ผักมิ (ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Bacopa monnieri ) เป็นพืชสมุนไพรที่ถูกจับตามองในแง่ของการใช้เป็นยาบำรุงสมองและความจำ สรรพคุณของพรมมิตามตำรายาไทยนั้น ใช้เป็นยาขับโลหิต แก้ไข้ ขับพิษร้อน ขับเสมหะ บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ และบำรุงประสาท และในตำราอายุรเวทของอินเดียพบว่า เป็นเวลากว่า 3,000 ปีมาแล้วที่พรมมิถูกนำมาใช้เป็นยาเพื่อช่วยฟื้นฟูความจำ และบำรุงสมอง พรมมิ เป็นสมุนไพรดังเดิมที่มีการใช้ในการแพทย์อายุรเวทของอินเดีย มีสรรถคุณบำรุงความจำ บำรุงสมอง รักษาอาการไข้ รวมทั้งมีการใช้ในตำรับยาไทยหลายตำรับ นอกจากนี้ ยังมีการรับประทานเป็นผักพื้นบ้านจากการที่พรมมิมีขึ้นทั่วไปในประเทศไทย และเพาะปลูกได้ง่ายจัดเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพที่จะนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบำรุงสมองและบำรุงความจำเพื่อทดแทนสมุนไพรนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น แปะก๊วย และโสม ชื่อวิทยาศาสตร์: Bacopa monnieri(L) Wettst วงศ์ SCROPHULARIACEAE ชื่อพื้นบ้าน: พรมมิ ผักมิ ลักษณะ ลำต้นใหญ่อวบน้ำ ไม่มีขน เลื้อยทอดไปตามพื้นและชูยอดขึ้น ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ค่อนข้างยาว โคนใบแคบ ขอบใบเรียบ ปลายใบ กว้างมนกลม ไม่แหลม แตกจากลำต้นแบบตรงกันข้าม ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ - [โรคราดำ](https://www.monmai.com/โรคราดำ/) - ราดำ (sooty mold) เกิดเนื่องจากเชื้อราสีดำเจริญขึ้นปกคลุมผิวใบ กิ่ง และผล บนน้ำหวานที่แมลงปากดูดถ่ายออกมา พบในส้มเกือบทุกชนิดในแหล่งปลูกส้มทั่วๆไป เป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางอ้อม เช่น ทำให้ใบส้มสังเคราะห์แสง สร้างอาหารได้น้อยลง ใบสกปรกและกระด้าง ถ้าเกิดกับผลทำให้ผลสกปรกไม่สวย นอกจากนี้บริเวณที่เกิดราดำปกคลุมยังเป็นที่หลบซ่อนของแมลงศัตรูส้มอีกด้วย สาเหตุของโรค : เกิดจากเชื้อราเมลิโอลา Meliola sp. หรือ แคปโนเดียม Capnodium citri B. & Pesm. การแพร่ระบาด : ราดำเป็นเชื้อที่สามารถแพร่ระบาดจากต้นหนึ่งไปยังต้นอื่นๆ โดยเส้นใยและสปอร์ปลิวไปกับลม เมื่อตกลงบนน้ำหวานที่แมลงปากดูด เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง ถ่ายออกมา เชื้อราก็จะเจริญขึ้นปกคลุมเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณนั้น เชื้อราดำแพร่ระบาดภายหลังแมลงพวกดูด เช่น เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้งเข้าทำลายต้นลิ้นจี่ แล้วขับถ่ายสารเหนียวเป็นละอองน้ำหวาน (honey dew) ลงบนพืช ซึ่งเป็นอาหารของเชื้อราดำ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญของเชื้อรา แปลงปลูกค่อนข้างรกทึบ ขาดการปฏิบัติดูแลที่ถูกต้อง เช่น การกำจัดวัชพืช การตัดแต่ง ทำให้ต้นส้มมีสภาพอ่อนแอไม่แข็งแรง การไม่ฉีดสารป้องกันกำจัดเชื้อราและแมลง ฉีดพ่นน้อยครั้งเกินไปหรือฉีดพ่นไม่เหมาะสมกับสภาพและฤดูกาล - [ผักหนาม ยอดต้มจิ้มน้ำพริกอร่อย](https://www.monmai.com/ผักหนาม/) - ผักหนาม หรือชื่อท้องถิ่น กะลี จะพบได้ตามแหล่งธรรมชาติในทุกภาคของไทย มีสรรพคุณทางยา อย่างยอดอ่อน ใบอ่อน นำมาต้มจิ้มน้ำพริก ขณะที่ลำต้นนำมาตากแห้ง แก้กระหายน้ำ แก้ไอ แก้คัน เป็นต้น ผักหนาม ยอดอ่อนและใบอ่อนรับประทานเป็นผัก โดยนำมาลวก หรือต้มกับกะทิ หรือทำผักดอง กินกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงเป็นแกง แกงส้ม แกงไตปลา หรือผัด ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lasia spinosa (L.) Thwaites. ชื่อวงศ์ : Araceae ชื่ออื่นๆ : กะลี (มลายู, นราธิวาส) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ผักหนาม เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเป็นเหง้าแข็งอยู่ใต้ดินทอดเลื้อย ทอดขนานกับพื้นดิน ตั้งตรงและโค้งลงเล็กน้อย ชูยอดขึ้น มีหนามแหลมตามลำต้น ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-5 เซนติเมตร ยาวได้ถึง 75 เซนติเมตร ใบผักหนาม เป็นเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวลูกศร - [แยมมะละกอ](https://www.monmai.com/แยมมะละกอ/) - มะละกอสุกอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แคโรทีน วิตามินซี สารฟลาโวนอยด์ สารโฟเลต กรดแพนโทเทนิก ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม และเส้นใยอาหาร สารอาหารเหล่านี้บำรุงสุขภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด และป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย นอกจากนี้มะละกอมีเอนไซม์ปาเปน สามารถนำมาใช้ด้านการแพทย์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บทางการกีฬา แยมมะละกอ สูตรที่ 1 เนื้อมะละกอสุก (บด) 400 กรัม (2 ถ.ต.) น้ำ 200 กรัม (1 ถ.ต.) น้ำตาลทรายขาว 800 กรัม หรือ 4 ถ.ต. ผงเพคติน 8.4 กรัม (2 ช.ช.) กรดมะนาว (กรดซิตริก) 8.4 กรัม (2 ช.ช.)หรือใช้น้ำมะนาว 100 ซีซี (1/2 ถ.ต.) เกลือ 2.1 กรัม (1/2 ช.ช) แยมมะละกอ - [KU-GREEN ภาชนะบรรจุย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากมันสำปะหลัง](https://www.monmai.com/ku-green/) - มันสำปะหลัง พืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย และเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรกว่า 3 ล้านคน แต่มักประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำและไม่มีเสถียรภาพถ เนื่องจากหัวมันสำปะหลังส่วนใหญ่นำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เพิ่มมูลค่าได้จำกัด และขาดเทคโนโลยีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มชนิดอื่น ๆ ที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่มากกว่า ทำให้มันสำปะหลังกลายเป็นปัญหาสำคัญของชาติ ที่ทุกรัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณกอปรกับสหภาพยุโรปผู้นำเข้ารายใหญ่มันเส้นและมันอัดเม็ดของไทย ได้ประกาศปฏิรูปนโยบายเกษตรร่วม (The Common Agricultural Polocy Reform) ทำให้ปริมาณส่งออกและราคามันสำปะหลังแปรรูปลดลงและอนาคตปัญหานี้จะรุนแรงยิ่งขึ้น ชีวิตประจำวันและพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนทั่วไปในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมากตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้ภาชนะบรรจุอาหารเพิ่มมากขึ้น และบางครั้งใช้มากเกินความจำเป็นการกำจัดภาชนะบรรจุพลาสติกและโฟมหลังการใช้งานได้สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงทำให้หลายประเทศออกกฎหมายด้านการจัดการวัสดุและภาชนะบรรจุหลังการใช้งานและออกกฎหมายห้ามใช้ภาชนะบรรจุพลาสติกและโฟม บรรจุอาหารพร้อมบริโภคและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะมีผลกระทบอย่างสูงต่ออุตสาหกรรมอาหารเพื่อการส่งออกของประเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีรัฐร่วมเอกชน จึงได้สนับสนุนให้มีการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีการแปรรูปมันสำปะหลังเป็นวัสดุและภาชนะบรรจุย่อยสลายได้ทางชีวภาพ สำหรับบรรจุอาหารพร้อมบริโภคและอาหารกึ่งสำเร็จรูป เพื่อใช้ทดแทนภาชนะบรรจุพลาสติกและโฟม เป็นการเพิ่มศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลังเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงขึ้น ช่วยแก้ปัญหามันสำปะหลังล้นตลาดและราคาตกต่ำ ทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม รัฐบาลสามารถประหยัดงบประมาณ ที่ใช้ในการจัดการขยะดังกล่าว และภาชนะบรรจุหีบห่อสลายได้ทางชีวภาพจากมันสำปะหลังนี้เป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีศักยภาพในตลาดต่างประเทศสูงมาก สามารถนำเงินตราเข้าประเทศได้เพิ่มขึ้นเป็นการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย สิทธิบัตร และรางวัล ผลงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปมันสำปะหลังเป็นวัสดุและภาชนะบรรจุย่อยสลาย ได้ทางชีวภาพ ได้รับสิทธิบัตร จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้ยื่นจดสิทธิบัตรของประเทศสหรัฐอเมริกา (US-Patent) แล้ว ภาชนะบรรจุย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากมันสำปะหลังได้รับรางวัล - [มโน ชำนาญกิจ ปราชญ์ชาวบ้านบนวิถีเกษตรแบบผสมผสาน](https://www.monmai.com/มโน-ชำนาญกิจ/) - ตำบลทุ่งสง อำเภอนาบาน จังหวัดนครสีธรรมราช เป็นชุมชนที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่นมากมาย เป็นนักจัดการ เป็นผู้มีภูมิปัญญา มีปราชญ์ชาวบ้าน ที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนาน ปัจจุบันเป็นพื้นที่นำร่องเรื่องพลังงานทางเลือกของภาคใต้ มโน ชำนาญกิจ มีองค์ความรู้ในเรื่องบริหารจัดการดิน จุลินทรีย์ บนวิถีเกษตรแบบผสมผสาน เทคนิคการเลี้ยงปลาดุกให้โตเร็ว ทนทานต่อโรคด้วยมะเดื่อชุมพร คุณมโน ชำนาญกิจ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรรมธรรมชาติไทย(ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน) ต.ทุ่งสง อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช มีวิธีลดต้นทุนหรือการถนอมอาหารสำหรับใช้เลี้ยงปลาดุกดังนี้ เพียงนำมะเดื่อชุมพรสุกมาใส่ถุงไล่อากาศออกให้หมด มัดถุงไว้ประมาณ 1 เดือน ก็จะเกิดจุลินทรีย์ขึ้นมา ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ ก็สามารถนำมาใช้เลี้ยงปลาดุก ช่วงที่ปลาดุกมีอายุได้ประมาณ 3 เดือน สำหรับปริมาณที่ให้ ก็สามารถให้ได้ตามความเหมาะสม วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น โดยไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย และอาหารลดต้นทุนสูตรนี้ยังสามารถเก็บไว้ได้นานเป็นปีอีกด้วย ประโยชน์ : ช่วยเร่งการเจริญเติบโต น้ำหนักดี ประหยัดต้นทุน รวมทั้งลดอาการท้องผูก ทำให้ปลาดุกที่เลี้ยงไว้ทนทานต่อโรคได้ดี - [หญ้ากินนี พืชอาหารสัตว์](https://www.monmai.com/หญ้ากินนี/) - หญ้ากินนีมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและกึ่งร้อนของทวีปอัฟริกา ปลูกกันแพร่หลายในทวีปอเมริกาใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และในออสเตรเลีย สำหรับประเทศไทยนั้น เจ้าพระยาสุรวงศ์เป็นผู้นำเข้ามาปลูกใน พ.ศ. 2444 หญ้ากินนีเป็นหญ้าที่มีอายุหลายปี ลักษณะเป็นกอตั้งตรงแตกกแดีใบดก ทนต่อสภาพร่มเงาได้ดี เหมาะสำหรับปลูกบนพื้นที่ดอนมีดินเหนียวจนถึงดินทรายและในพื้นที่เขตชลประทาน ปลูกขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและหน่อพันธุ์ตอบสนองต่อการให้น้ำและปุ๋ยได้ดี ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งประมาณ 2.5 - 3 ตันต่อไร่ต่อปีมีโปรตีนประมาณ 8 - 10 เปอร์เซนต์ ของน้ำหนักแห้ง หญ้ากินนีเป็นหญ้าที่มีอายุหลายปี ลักษณะลำต้นตั้งเป็นกอสูงประมาณ 1.5 - 2.5 เมตร มีช่อดอกเป็นแบบ panicle ติดดอกและเมล็ดได้ แต่เมล็ดมีความงอกต่ำมากเพียง 12 20% ระบบรากเป็นรากฝอยแข็งแรงทนต่อสภาพแห้งแล้ง เจริญเติบโตได้ดีในที่มีปริมาณน้ำฝนตลอดปี 1,000 มิลลิเมตร ดินควรจะมีการระบายน้ำดี และมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง การใช้หญ้ากินนีทำเป็นทุ่งหญ้าสำหรับตัดให้สัตว์กิน หรือปล่อยสัตว์ลงไปแทะเล็มไม่ควรปล่อยให้สัตว์แทะเล็มหญ้าจนเหลือสูงจากพื้นต่ำกว่า 15 ซม. สามารถปลูกร่วมกับถั่วเซนโตรซีมาและซีราโตรได้ นอกจากนี้ยังปรับตัวได้ในสภาพร่มเงา จึงปลูกในสวนไม้ยืนต้นหรือสวนป่าได้ การปลูก ปลูกโดยการหว่าน อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อไร่ หรือโรยเมล็ดเป็นแถวระยะหว่างแถว 50 - [คราด คราดครูดให้ดินร่วนซุย](https://www.monmai.com/คราด/) - คราด เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทำนา หรือ ทำสวน มีลักษณะเป็นด้ามยาวและมีปลายส่วนหน้าประกอบด้วยตะขอหลายซี่เรียงกัน การใช้งานคล้ายกับไม้กวาด แต่ใช้สำหรับงานภายนอก โดยใช้ตัก ตะกุย หรือ โกยวัตถุที่ใหญ่กว่าให้แยกออกจากพื้นดิน เช่น ใบไม้ หญ้า กองฟาง หรือ ก้อนหิน คราดสมัยใหม่โดยทั่วไปมักทำด้วยวัสดุ เหล็ก ไม้ หรือ พลาสติก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน คราด เป็นเครื่องมือใช้สำหรับการทำนาชนิดหนึ่ง โดยใช้ครูดกับดินที่ไถให้ก้อนดินแตกละเอียด ก่อนที่จะปลูกข้าวหรือหว่านเมล็ดข้าวเปลือก ตัวคราดจะทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้มะค่า ไม้พะยอม เป็นต้น คราดมีส่วนประกอบ แม่คราด ลูกคราด มือคราด และ คันคราด ส่วน ที่เป็นแม่คราดทำจากแผ่นไม้ค่อนข้างหนาประมาณ ๒ - ๔ นิ้ว หน้ากว้างประมาณ ๑๕ - ๒๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๒ - - [น้ำเต้าญี่ปุ่น ผลและใบเป็นยา](https://www.monmai.com/น้ำเต้าญี่ปุ่น/) - ไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลม ใบเดี่ยว รวมกันเป็นกระจุกตามกิ่ง 3 -5 ใบ ไม่มีก้าน ใบรูปไข่กลับ ออกดอกเดี่ยว หรือคู่ตามลำต้นและกิ่ง ดอกห้อยลง ปลายแยกเป็น 5 แฉก สีเขียวอมเหลือง มีลายริ้ว สีชมพูอมม่วง ผลทรงกลมขนาดใหญ่ เปลือกแข็งหนาเมื่อแก่สีเหลืองงอมเขียว เมล็ดกลมแบน น้ำตาลเข้ม ชื่อวิทยาศาสตร์ Averrhoa bilimbi L. ชื่อวงศ์ BIGNONIACEAE ชื่อสามัญ Calabash Tree ชื่อพื้นเมือง น้ำเต้าญี่ปุ่น , น้ำเต้าต้น ลักษณะ ไม้ต้นสูง 3-8 เมตร ลำต้น เปลือกต้นหยาบแตกกิ่งก้านแผ่กว้าง เรือนยอดกลม ใบ ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุกตามกิ่ง ขนาดไม่เท่ากัน รูปไข่กลับแกมรูปช้อน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบสอบเป็นครีบ ดอก สีเขียวอมเหลือง มีลายสีม่วงแดง ออกเดี่ยวหรือคู่ห้อยตามลำต้นและกิ่ง กลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอดสั้นๆ - [ขี้เค้ก กากตะกอนปาล์มหรืออ้อย](https://www.monmai.com/ขี้เค้ก/) - จี้เค้ก ส่วนของกากตะกอนจากการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ เหมาะสำหรับอุตสาหกรรม อาหารสัตว์ เป็นส่วนประกอบของปุ๋ยหมัก นำไปใช้เป็นอาหารสัตว์และสามารถนำไปคลุมดินเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้พืช นำไปทำเป็นปุ๋ยหมักใส่พืชเพิ่มการเจริญเติบโต ขี้เค้กปาล์ม เป็นอาหารเสริมที่ดี เพราะมีโปรตีนสูง 7-14 เปอร์เซ็นต์ และมีไขมันไม่ต่ำกว่า 11 เปอร์เซ็นต์ และมีราคาถูก ขี้เค้กปาล์ม ขี้เค้กอ้อย - [แสยก ปลูกหน้ารั้วเรียงเป็นแถว](https://www.monmai.com/แสยก/) - แสยกเป็นไม้พุ่ม ขนาดเล็ก สูง 1-3 ม. ลำต้นตั้งตรง กิ่งก้านเป็นสีเขียวมัน อวบน้ำ มียางสีขาวข้น ใบเรียงสลับ ใบเดี่ยวรูปรีแกมไข่กลับ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบจัก ก้านใบยาว เนื้อใบแข็ง อวบน้ำ ผิวใบเกลี้ยงเป็นมันทั้ง 2 ด้าน ดอกช่อสีแดง เกิดที่ปลายกิ่ง ชื่อวิทยาศาสตร์: Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit. ชื่อสามัญ: Redbird Cactus, Slipper-Flower, Jew-Bush วงศ์: EUPHORBIACEAE ชื่ออื่น : แสยกสามสี (ภาคกลาง) ว่านสลี (แม่ฮ่องสอน) ย่าง มหาประสาน นางกวัก เคียะไก่ไห้ (ภาคเหนือ) กะแหยก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก ผลัดใบ แตกกิ่งก้านเป็นกอแน่น สูง 1-3 ม. ลำต้นอวบน้ำ - [โรงเรียนแก้หนี้แก้จน](https://www.monmai.com/โรงเรียนแก้หนี้แก้จน/) - โรงเรียนแก้หนี้แก้จนฯที่เราตั้งขึ้นมาเราอยากจะให้เป็นสถานที่สำหรับผู้ที่มีปัญหาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สิน ปัญหาความไม่ลงตัวในชีวิต ไม่มีความมั่นคงในอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกร ทำอย่างไรทุกท่านจะได้มีโอกาสมาเรียนรู้ร่วมกัน อย่างน้อยเพื่อจะได้หันมาตั้งหลักใหม่ และว่า การตั้งหลักใหม่ ก็คือการให้มาลงมือทำแผนให้แก่ตนเองสัก 4 แผน ได้แก่ แผนชีวิต การทำแผนชีวิต หมายถึงทำอย่างไรเราจึงจะวางแผนให้ได้ว่า ตกลงเป้าหมายชีวิตเราจะทำอย่างไร เราวางเป้าหมายได้ไหมว่าภายใน 1 ปี หนี้สินเราจะลดลงเท่าใด เราวางเป้าหมายได้ไหมว่า ภายในกี่ปีหนี้สินเราจึงจะหมด และเราจะมีวิธีอะไรเพื่อจะทำให้หนี้สินลดลง รวมถึงเราจะมีวิธีอะไรที่จะ ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นมากกว่านี้ แผนอาชีพ การทำแผนอาชีพ หมายถึงวันนี้ต้องถามตัวเองว่า อาชีพที่เราทำอยู่มันดีหรือยัง ถ้าเป็นเกษตรกร ต้องถามตัวเองว่าทำนาได้ข้าวแค่ 300-400 กิโลกรัมต่อไร่ มันไม่พอกินแน่นอน เพราะฉะนั้นทำอย่างไรเราจึงจะทำนาให้ได้ไร่ละสัก 1 ตัน ถ้าเราวางเป้าหมายเอาไว้ เราก็ต้องทำให้ได้ เพราะหลายคนเขาทำได้แล้ว เราก็ต้องไปดู ไปเรียนรู้ซิว่าเขาทำได้อย่างไร เขาใช้วิธีอะไร เขาใช้ความรู้อะไร ทำยังไง เขาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ใช้ข้อมูล เขาใช้ตัวอย่างดี ๆ ที่คนอื่นเขาได้แก้ไขปัญหาไว้แล้ว และทำอย่างไรเราจึงจะได้เรียนรู้ แล้วทำให้ได้เหมือนเขา แผนการเงิน การทำแผนการเงิน - [ธนาคารแรงงาน สะสมแลกเปลี่ยนกำลังแรงงาน](https://www.monmai.com/ธนาคารแรงงาน/) - ธนาคารแรงงาน เป็นรูปแบบธนาคารแรงงานที่มีการสะสมและแลกเปลี่ยนกำลังแรงงานของสมาชิก โดยพัฒนารูปแบบมาจากประเพณีดั้งเดิมไว้อย่างการแขกเกี่ยวข้าว ธนาคารแรงงาน ต.บ้านบัว อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สนับสนุนการวิจัยโครงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่สมดุลตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดชัยภูมิ (พ.ศ.2550-2553) ในพื้นที่ 17 จังหวัด จังหวัดชัยภูมิ เป็นหนึ่งใน 17 จังหวัดซึ่งมีนายสมโภชน์ หมู่หมื่นศรี อดีตผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาอำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นหัวหน้าโครงการ กระบวนการทำงานเน้นการจัดการเรียนรู้ของชาวบ้านโดยใช้บัญชีรายรับ-รายจ่ายครัวเรือน การสร้างเศรษฐกิจพอเพียงในระดับหมู่บ้านชุมชน เน้นการผลิตเพื่อการบริโภคภายใน โดยเน้นการพึ่งพาตนเอง เพื่อแก้ปัญหาความยากจน สุขภาวะ และปัญหาอื่นๆ ของพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิดำเนินการในพื้นที่ 12 ตำบล โดยบ้านบัว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งมีนวัตกรรมชุมชนเกิดขึ้น จากการต่อยอดการดำเนินการในพื้นที่ นายเสนอ นราพล กำนันตำบลบ้านบัว ผู้ก่อตั้ง ธนาคารแรงงานบ้านบัวหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านบัว เปิดเผยว่าที่มาของการก่อตั้งธนาคารแรงงาน มีจุดเริ่มต้นจากการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งกิจกรรมหลักที่ต้องสนับสนุนให้ชุมชนได้ดำเนินการ คือ การจดบัญชีรับ-จ่าย ครัวเรือน ซึ่งที่บ้านบัว หมู่ 1 เมื่อปี - [นางแย้ม ไม้ดอกไทยโบราณ](https://www.monmai.com/นางแย้ม/) - นางแย้มอยู่ในกลุ่มของไม้พุ่ม ไม้ประดับ ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มค่อนข้างโปร่ง ลำต้นไม่สูงมาก ประมาณ 1-3เมตร ตามลำต้น กิ่งก้านมีขนอ่อนขึ้น ใบออกเป็นใบเดี่ยว ใบค่อนข้างใหญ่ แผ่นสีเขียวรูปหัวใจ ที่ขอบใบเป็นหยัก ผิวใบสาก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum chinense (Osbeck) Mabb. ชื่อพ้อง : Volkameria fragrans Vent. ชื่อสามัญ : Glory Bower วงศ์ : Labiatae ชื่ออื่น : ปิ้งหอม คนภาคเหนือจะเรียก ปิ้งชะมด ปิ้งซ้อน หรือปิ้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่มลำต้นเตี้ยสูงประมาณ 3-5 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยวจะออกเป็นคู่ๆ ตรงข้ามกัน ลักษณะใบเป็นรูปใบโพธิ์ ตรงปลายแหลมแต่ไม่มีติ่ง ขอบใบหยักรอบใบ ออกดอกเป็นช่อ ดอกจะเบียดเสียดติดกันแน่นในช่อ ช่อดอกหนึ่งกว้างประมาณ 4-5 นิ้ว ลักษณะดอกย่อยคล้ายดอกมะลิซ้อนสีขาว บานเต็มที่ประมาณ 1 - [หูปลาช่อน ปลูกเป็นรั้วริมทางเดิน](https://www.monmai.com/หูปลาช่อน-ผักแดง/) - หูปลาช่อน เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสีน้ำตาล ตั้งตรง มีขนนุ่ม ปลูกเป็นกลุ่มประดับสวน ปลูกเป็นรั้ว ริมถนน ทางเดิน ตัดเเต่งทรงพุ่ม ปลูกริมทะเลได้ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Emilia sonchifolia (L) DC. (Cacalia sonchiflolia L.) วงศ์ : COMPOSITAE ชื่ออื่น ๆ : ผักบั้ง (ลำปาง), ผักแดง (เลย), หางปลาช่อน (ภาคกลาง), หยางถีฉ่าว, เยวียะเสี้ยหง (จีนกลาง) เอี่ยโต่ยเช่า, เฮียะแอ่อั้ง (แต้จิ๋ว) ลักษณะทั่วไป ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก มีลำต้นตั้งตรง มีความสูง ประมาณ .4-18 นิ้ว ลำต้นปกคลุมด้วยขนนุ่มทั่วไป ใบ : ใบมีลักษณะหุ้มห่อลำต้นอยู่ มีขนาดยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ปลายใบแหลมเรียว - [ทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ท้องถิ่น แบบประยุกต์](https://www.monmai.com/เก็บจุลินทรีย์ท้องถิ่น/) - จุลินทรีย์ท้องถิ่น (IMO-Indigenous Micro Organism) เป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยในการย่อยสลายอินทรีย์ที่มีอยู่ในดินทั้งบนผิวดินและใต้พื้นดิน จัดเป็นจุลินทรีย์ที่อยู่ในประเภทจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยในการกำจัดจุลินทรีย์ที่ไม่มีประโยชน์หรือจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโทษ (จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการเน่าเหม็นต่างๆ) ช่วยให้พืชสามารถนำธาตุอาหารต่างๆไปใช้ได้สะดวก ทำให้พืชแข็งแรง และเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น นำไปผลิตน้ำหัวเชื้อไอเอ็มโอ มีกระบวนการง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อนใช้ประโยชน์ และมีประสิทธิภาพ ส่วนผสมการทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ท้องถิ่น แกลบดิบ 1 ขันอาบน้ำ รำละเอียด 2 ขันอาบน้ำ ดินที่มีชีวิต จำนวน2กำมือ ได้แก่ ดินในป่า ,โคนต้นไม้ใหญ่ใต้ , กองใบไม้ ,โคนไผ่ , ดินที่มีราใบไม้สีขาว ,ป่าละเมาะที่รกร้าง ไม่เคยใช้ยาฆ่าเชื้อรา วิธีทำ นำรำละเอียด 1 กก. และแกลบดิบ 1 กก. ผสมกับดินดี 2 กำมือ คลุกเคล้าให้เข้ากันนำไปผสมกับน้ำสะอาดพอหมาดๆ ทำให้แบน แผ่ติดกะละมังให้ทั่ว ปิดฝาด้วยกระสอบป่านหรือผ้าสะอาด เก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง จนครบ 3 วัน จะเกิดเส้นใยจุลินทรีย์สีขาว สามารถนำไปใช้ได้ - [โรครากเน่า รากเปื่อย](https://www.monmai.com/โรครากเน่า/) - หากเกิดโรครากเน่าโคนเน่าในพืชชนิดใดแล้วนั้น จะนำมาซึ่งความสูญเสียรายได้ และ สูญเสียผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก เพราะโรครากเน่าโคนเน่านั้น ทำให้พืชขาดสารอาหาร เนื่องจากระบบรากพืชถูกทำลาย เชื้อโรคจะเข้าทำลายรากฝอย รากแขนง และตามโคนต้น และถ้าเป็นมากอาจจะติดเชื้อลุกลามเข้าไปในท่อนำอาหารของพืช บางครั้งทำให้พืชบางชนิดก็ตายได้อย่างฉับพลัน ทั้งๆที่ความเขียวของต้นยังคงอยู่ หรือที่เรียกว่าพืชยืนต้นตาย ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากให้แก่เกษตรกร สาเหตุ เกิดจากเชื้อราหลายชนิด เช่น Phytophthoraspp. Sclerotium spp. หรือเห็ดราใน Class Ascomycetes และ Basidiomycetes โรคนี้ระบาดมากในฤดูฝน หรือสภาพที่มีความชื้นสูง แพร่ระบาดโดยสปอร์เชื้อรา โดยเฉพาะต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณที่ชื้นแฉะตลอดเวลา สาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่า เกิดจากเชื้อราไฟท้อฟเธอร่า(Phytophthora) เชื้อรากลุ่มนี้ ปกติจะอาศัยอยู่ในดินอยู่แล้ว เวลาที่ต้นพืชที่ปลูกอ่อนแอหรือไม่มีภูมิคุ้มกันโรค เชื้อราไฟท้อฟเธอร่าก็จะเข้ามาทำลายทันที สังเกตว่าหากพืชชนิดนั้นเป็นโรครากเน่าโคนเน่า จะไม่พบการระบาดทั่วทั้งแปลง แต่จะพบบางต้นเท่านั้นที่เป็นโรค และจากนั้นจึงค่อยๆลุกลามไปยังต้นข้างเคียง แสดงให้เห็นว่า เชื้อราไฟท้อฟเธอร่า จะเข้าทำลายต้นที่อ่อนแอและมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่ำสุดก่อน แต่ถ้าดูแลให้พืชแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันที่ดีอยู่ตลอดเวลาแล้ว อัตราการเกิดโรครากเน่าโคนเน่าก็จะลดต่ำลงตามไปด้วย สาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่า เชื้อราในดิน ซึ่งมีหลายชนิดที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ เชื้อราหลักๆที่ทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าคือ เชื้อราไฟท้อฟเธอร่า(Phytophthora) ซึ่งเชื้อรานี้ อาจติดมากับเมล็ดอาจอยู่ในดินและวัสุดุปลูก อาจอยู่ในน้ำที่ใช้รด หรือติดมาจากถาดที่ใช้เพาะกล้า สภาพแวดล้อมที่ทำให้เชื้อระบาดได้ง่ายคือ - [วรพงษ์ ขุนพรม ปราชญ์เกษตรแบบผสมผสาน](https://www.monmai.com/วรพงษ์-ขุนพรม/) - วรพงษ์ ขุนพรม ปราชญ์ชาวบ้านและหัวหน้าศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านเกษตรผสมผสาน บ้านโพธิ์ทอง ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบผสมผสาน โดยยึดหลักการใช้พื้นที่ดินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรสามารถวางแผนหมุนเวียนปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ให้มีรายได้ตลอดปี ทำให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนเป็นต้นแบบให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงเข้ามาเรียนรู้ และนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่การเกษตรของตนเอง จนสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดการเป็นหนี้สินและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด วรพงษ์ ยังเล่าต่อว่า จุดเริ่มต้นของการตั้งเป็นศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านการทำเกษตรแบบผสมผสานนั้น เริ่มจากพื้นฐานที่เคยเป็นลูกของเกษตรกรมาก่อน จึงมาหาซื้อที่ดินที่บ้านโพธิ์ทองประมาณ 3 ไร่ เพื่อทำเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพดั่งเดิมของบรรพบุรุษ วรพงษ์ชอบขวนขวายหาความรู้ใหม่ๆ เขารู้จักปรับเปลี่ยน ปรับปรุง วิธีการทำเกษตรอยู่เสมอ ภายในสวนของเขาจึงมีทั้งไม้ล้มลุก ไม้ยืนต้น เช่น มะพร้าว ทุเรีนน มังคุด ลองกอง พืชผักสวนครัว ก็มีทั้งถั่วฝักยาว แตงกวา พริกขี้หนุ ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ นอกจากนี้ ยังขุดบ่อเลี้ยงปลาทำน้ำส้มควันไม้ไว้ไล่แมลง ทำปุ๋ยหมักจากเศษพืชผัก และเศษกิ่งไม้ใบไม้ใช้เอง เรียกได้ว่าในแต่ละวันไม่ต้องซื้อหากับข้าวจากที่ไหนเลยเพราะมีตู้เย็นอยู่ข้างบ้านแล้ว วรพงษ์ ขุนพรม เป็นวิทยากร ด้ำนการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโคเนื้อ โคขุน ผู้นำทัศนศึกษาดูงานอาชีพ เกษตรกรรมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง กรรมการกลุ่มออมทรัพย์หมู่บ้ำน - [ถั่วฮามาต้า ถั่วเวอราโนสไตโล](https://www.monmai.com/ถั่วฮามาต้า/) - ถั่วฮามาต้าเป็นถั่วที่มีอายุ 2-3 ปี พุ่มเตี้ยตั้งตรง แตกกิ่งก้านแผ่คลุมพื้นที่ได้กว้าง ทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง ทนทานต่อการแทะเล็มเหยียบย่ำของสัตว์ได้ดี ไม่ทนต่อสภาพพื้นที่ดินชื้นแฉะ ไม่ทนน้ำท่วมขัง ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 1.5-2.0 ตันต่อไร่ต่อปี โปรตีน 16-18 เปอร์เซ็นต์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่เกาะอินเดียตะวันตก และแถบชายฝั่งของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ เป็นถั่วค้างปี ลำต้นกึ่งตรง ลักษณะแผ่และตั้งไม่มีขน หลังจากออกดอกแล้วยังคงเจริญเติบโตต่อไปจนถึงปลายฤดู มีความทนแล้งได้ดีกว่าถั่วทาวน์สวิลสไตโล ในสภาพที่แล้งจัดจะปรับตัวเป็นถั่วฤดูเดียว ขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติจากเมล็ดที่วางลงดิน ทนต่อการแทะเล็มของสัตว์ เจริญเติบโตได้ในดินหลายชนิด เช่น ดินทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินลูกรังหรือดินที่เป็นเหมืองแร่เก่า ทนทานต่อความแห้งแล้ง ถั่วเวอราโนสไตโลหรือถั่วฮามาต้า (Stylosanthes hamata cv.Verano) เป็นพืชที่มีความสำคัญในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน ที่ได้รับฝน 500 1,250 มิลลิเมตรต่อปี ไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขัง ถั่วเวอราโนสไตโลเป็นพืชตระกูลถั่วที่กองอาหารสัตว์ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อเลี้ยงสัตว์แพร่หลายกันทั่วไป เป็นที่รู้จักกันในนามถั่วฮามาต้า ซึ่งปรับตัวได้ดีในดินกรด สามารถปลูกร่วมกับหญ้ากินนี กินนีสีม่วง ซิกแนล และรูซี่ได้ รัฐบาลได้ใช้ถั่วเวอราโนสไตโลหว่านในทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะและป่าเสื่อมโทรม เพื่อปรับปรุงคุณภาพของพืชอาหารสัตว์พื้นเมือง ปรับปรุงบำรุงดินและป้องกันการชะล้างหน้าดิน นอกจากนี้เกษตรกรยังนิยมปลูกถั่วเวอราโนสไตโลเพราะว่าปลูกง่าย เจริญเติบโตดี และต้านทานต่อโรคแมลง ในการจัดทำแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ ควรปลูกต้นฤดูฝนระหว่างพฤษภาคม - [ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ](https://www.monmai.com/ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ/) - การเข้าใจถึงธรรมชาติ และต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาของธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ เช่น การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม โดยพระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก (ต้นไม้) ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติ และต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับทรัพยากรธรรมชาติ ทรงมองปัญหาธรรมชาติอย่างละเอียด โดยหากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ เช่น การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ "การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก" ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื่นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง "การปลูกป่า ๓ อย่างประโยชน์ ๔ อย่าง" ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผลและไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามประเภทของการปลูกแล้วยังช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ พื้นดินด้วย พระองค์จึงทรงเข้าใจธรรมชาติและมนุษย์ที่อยู่อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าไม้ได้แย่งยั่งยืน โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วย ในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่า ทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่า ได้อย่างยั่งยืน ทรงนำความจริงในเรื่อง - [เตรียมดินปลูก แปลงปลูก](https://www.monmai.com/เตรียมดินปลูก-แปลงปลูก/) - การเตรียมดินที่ดีก่อนการปลูกพืชนั้น มีความจำเป็นอย่างมากนอกจากจะเพื่อการงอกของเมล็ดตั้งแต่เริ่มการปลูก การลดจำนวนคู่ต่อสู้คือตัววัชพืชที่ไปแก่งแย่งปัจจัยการผลิต การปรับปรุงสมบัติทางฟิสิกส์ของดินในด้านต่างๆ และการจัดเตรียมแปลงปลูกให้เหมาะสมแล้ว กิจกรรมต่างๆ หลังการเตรียมดินจะเป็นประโยชน์ต่อเนื่องกับดินและพืชต่อไปดังนี้ คือ 1) สามารถเก็บความชื้นในดินได้สูง ดินที่เก็บความชื้นได้สูงนั้นนับว่ามีความสำคัญต่อพืชที่ปลูกในแถบค่อนข้างแห้งแล้งมาก ทั้งนี้เพราะเหตุว่าพื้นที่ดังกล่าวมักไม่ได้รับน้ำฝนอย่างพอเพียงในฤดูกาลปลูก พื้นที่ลักษณะนี้หากจะไถทิ้งไว้สักปีหนึ่งก็สามารถจะปลูกได้อย่างดี ทั้งนี้เพราะจากการที่เราไถทิ้งไว้นั้น จำนวนน้ำฝนจะถูกเก็บกักไว้ในดิน และความชื้นอันนี้เอง เมื่อรวมกับความชื้นในระหว่างฤดูกาลเพาะปลูกพืชจะทำให้พอเพียงต่อการเจริญเติบโตของพืช การสงวนความชื้นในลักษณะนี้อาจนำไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ ได้ แม้ในเขตที่มีความชื้นแล้วก็ตาม 2) การทำลายวัชพืช วัชพืชใช้น้ำ และอาหารพืชในดินเป็นปริมาณมากการทำลายวัชพืชจึงเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งในการสงวนความชื้น 3) การถ่ายเทอากาศของดิน แปลงเพาะปลูกพืชที่ได้เตรียมไว้อย่างดีนั้นจะทำให้อาหารพืชต่างๆ พร้อมที่จะถูกพืชนำไปใช้ได้ทันที ความจริงอันนี้สืบเนื่องมาจากการถ่ายเทของอากาศได้อย่างทั่วถึงเป็นประการสำคัญ ทั้งนี้เพราะเหตุว่าอากาศมีความจำเป็นต่อกิจกรรมทางเคมี และชีวะในดินอย่างมาก การเตรียมดินเท่ากับทำให้ดินได้ถูกอากาศ อันจะทำให้พวกแร่ธาตุอาหารพืชถูกนำเอาไปใช้ได้ดีขึ้นทั้งนี้โดยผ่านกระบวนการทำปฏิกริยากับออกซิเจน เช่น การเกิดไนเตรทในดิน เป็นต้น 4) ทำให้อินทรีย์วัตถุเกิดประโยชน์แก่ดิน ในดินที่เตรียมไว้อย่างดีนั้น พวกอินทรีย์วัตถุซึ่งไถกลบหรือเพิ่มให้แก่ดินหรือให้ทั้ง 2 อย่างนั้นจะถูกกลบอยู่ภายใต้ผิวดิน วัตถุต่างๆ เหล่านั้นรวมกับแร่ธาตุอาหารพืชที่ให้ ทำให้เกิดการเพิ่มจุลินทรีย์ในดิน ทำให้ดินมีความสามารถในการอุ้มน้ำไว้ดีขึ้นและยังปรับปรุงคุณภาพของดินให้ดีอีกด้วย 5) ช่วยให้ดินย่อยและร่วนซุย พวกดินเหนียวจะทำให้เกิดแน่นตัวไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ดี ทั้งนี้เพราะจุลินทรีย์ในดิน และรากพืชไม่สามารถจะทนทานต่อสภาพดินเช่นนี้ได้ ดินควรได้รับการไถ พรวนเพื่อให้เกิดการร่วนซุยได้ดีก่อนการหว่านเมล็ดพืชหรือก่อนการปลูกพืช ในดินบางชนิดที่ร่วนซุยมาก การปลูกพืชที่มีลำต้นสูงบางชนิด - [ใบต่างเหรียญ จากพืชท้องถิ่นสู่ไม้ประดับ](https://www.monmai.com/ใบต่างเหรียญ/) - ต้นใบต่างเหรียญ ใบต่างเหรียญ เป็นต้นไม้ที่มีดอกน่ารักมาก จะบานในตอนเช้า ใบเขียวเข้ม เมื่อใช้ปลูกคลุมหน้าดินแทนหญ้าใบจะช่วยปกป้องไม่ให้น้ำฝนปะทะผิวดินโดยตรง ป้องกันการชะล้างดินได้ดี ใบไม่ช้ำเมื่อถูกเหยียบย่ำ ปลูกเป็นไม้สนามแทนการปลูกหญ้าได้ดี ไม่ต้องเสียเวลาและเงินในการตัดแต่ง ในธรรมชาติพบตามพื้นที่โล่ง ริมถนนทุกภาคของไทย ใช้ปลูกแทนหญ้าได้ ไม่ต้องตัดแต่ง ชื่อวิทยาศาสตร์ Evolvulus nummularius (L.)L. วงศ์ Convolvulaceae ชื่อท้องถิ่น โก้นหลัวะ(ม้ง) ลักษณะ พืชล้มลุก อายุหลายปี/วัชพืช ลำต้น: ทอดเลื้อยตามผิวดิน ออกรากตามข้อ มีขนทั่วไป ใบ: ออกสลับ รูปไข่ถึงเกือบกลม ปลายมนถึงป้าน โคนเว้าเล็กน้อยหรือรูปหัวใจ ขอบเรียบขนาด 1-2 X 1-2.5 เซนติเมตร ก้านใบสีม่วงแดง มีขนยาว ดอก: เดี่ยวออกตามซอกใบ สีขาว 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 แฉกซ้อนเหลื่อมกัน บานเป็นรูปกรวย ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร ผล: - [วาสลีน ปิโตรเลียมเจลลี่ (Petroleum Jelly)](https://www.monmai.com/วาสลีน/) - ที่มาของปิโตรเลียม เจลลี่ นั้นเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1859 ที่รัฐเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการค้นพบวัตถุดิบที่ใช้ทำเจลลี่ชนิดนี้ที่เรียกว่า rod wax จากแท่นขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งต่อมา นักเคมีหนุ่ม ชื่อว่า โรเบิร์ต เชสเซบรูค (Robert Chesebrough) ได้ค้นพบวิธีการสกัดวัตถุดิบดังกล่าวให้มีสีที่อ่อน และกำจัดสารตกค้าง เขาจึงจดสิทธิบัตรวิธีการดังกล่าวและตระเวณนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทำทำออกมาไปทั่ว โรเบิร์ต เชสเซบรูค ใช้วิธีเผาผิวของเขาด้วยไฟ และน้ำกรด จากนั้นจึงใช้สินค้าของเขาในการรักษา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ ในปี 1870 โรเบิร์ต เชสเซบรูค ได้เปิดโรงงานผลิต Petroleum Jelly แห่งแรก และตั้งชื่อสินค้าว่า วาสลีน ประโยชน์ของวาสลีน ประโยชน์ทางการแพทย์ ใช้ในการรักษาบาดแผลไฟไหม้ โดนของมีคมบาด ใช้ในการให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวหนัง สำหรับผู้เข้ารับการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ ประโยชน์ด้านความงาม ในทุกวันนี้ ปิโตรเลียม เจลลี่ ส่วนมากแล้ว จะใช้ทาผิว และนำมาเป็นส่วนผสมในโลชั่นและเครื่องสำอางค์สำหรับบำรุงผิว ลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิว นำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำครีมแต่งผมที่เรียกว่า ปอมเมด pomade ลบเครื่องสำอางค์จากบริเวณเปลือกตา - [ถั่วลาย พืชคลุมดิน](https://www.monmai.com/ถั่วลาย/) - ถั่วลายเป็นพืชอายุหลายปี ลำต้นเลื้อยพัน เป็นอาหารสัตว์สำหรับโค กระบือ เป็นพืชคลุมดิน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centrosema pubescens Benth. วงศ์ : Leguminosae-Papilionoideae ชื่อสามัญ : Butterfly pea ชื่ออื่น : ถั่วลาย (กรุงเทพฯ) ถั่วสะแดด (ปราจีนบุรี) ลักษณะ ถั่วลายเป็นพืชอายุหลายปี ลักษณะลำต้นเลื้อยพัน (twining) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 1.46-1.86 มิลลิเมตร ลำต้นสีเขียวเข้มปนน้ำตาล มีขนสั้น ๆ สีน้ำตาลแดงปกคลุมปานกลาง ใบมี 3 ใบย่อยและมีก้านใบ (pinnately trifoliate) ใบรูปไข่ ใบบนยาว 4.49-7.69 เซนติเมตร กว้าง 3.25-4.15 เซนติเมตร ใบข้างยาว 4.35-5.43 เซนติเมตร กว้าง 2.34-3.3 เซนติเมตร ผิวใบค่อนข้างหยาบ สีใบเขียวอมเหลือง หน้าใบ - [โนมูเรีย พิฆาตหนอน](https://www.monmai.com/โนมูเรีย/) - หนอนห่อใบข้าวเป็นศัตรูที่สำคัญเป็นปัญหากับเกษตรกรในเขตชลประทานภาคกลางทำลายข้าวได้ทุก ระยะการเจริญเติบโตของข้าวในระยะข้าวออกรวงหนอนจะทำลายใบ ซึ่งมีผลต่อผลผลิตเพราะทำให้ข้าวมีเมล็ด ลีบ น้ำหนักลดลง หนอนห่อใบข้าวสามารถเพิ่มปริมาณได้ 2-3 อายุขัยต่อฤดูกาลปลูก พบระบาดมากในแปลง ข้าวที่ใส่ปุ๋ยในอัตราสูงบริเวณที่หนอนทำลายจะเป็นทางขาวยาวขนานกับเส้นกลางใบทำให้การสังเคราะห์แสง ของลำต้นลดลง วิธีหนึ่งที่จะช่วยกำจัดหนอนห่อใบข้าวได้ผลดี วิธีนี้คือ การกำจัดด้วย โนมูเรีย สามารถใช้ โนมูเรียในการป้องกันกำจัดหนอนได้ ทุกชนิด เชื้อราชนิดนี้พบโดยบังเอิญโดยพี่ชัยพร พรหมพันธ์ ชาวนาเงินล้านแห่งทุ่งบางปลาม้าสุพรรณบรี ขณะสำรวจทุ่งนา และพบว่ามีหนอนศัตรูพืชจำนวนหนึ่งตายโดยมี สปอร์สีเขียวปกคลุมตัวเต็มไปหมด จึงสันนิษฐานว่าต้องเป็นเชื้อราแน่ๆที่ทำให้ หนอนตายได้ จากนั้นจึงเก็บตัวอย่างหนอน เพื่อนำไปสอบถามอาจารย์ว่าเชื้อราชนิดนี้คือเชื้ออะไร ก็ได้คำตอบมาว่า เชื้อราโนมูเรีย มีคุณสมบัติฆ่าหนอนผีเสื้อได้เกือบทุกชนิด เมื่อได้รับคำยืนยันจากนักวิชาการ ในรั้วมหาวิทยาลัยจึงเพาะเชื้อรานี้เพื่อใช้ป้องกันหนอนแล้วยังเป็นยาบำรุงข้าวอีกด้วย วัสดุอุปกรณ์ น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม นมข้น 1 กระป๋อง น้ำต้มสุก 20 ลิตร หัวเชื้อโนมูเรีย 600 ซีซี ถังพลาสติก 1 ถัง วิธีทำ 1. ลวกถังพลาสติสที่จะใส่ น้ำต้มสุกปิดผาทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม - [ไอ้โง่ จับปลาเลี้ยงครอบครัว](https://www.monmai.com/ไอ้โง่จับปลา/) - "ไอ้โง่" หรือ "คอนโดดักปลา" เป็นเครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ ที่มีช่องทางเข้าของสัตว์น้ำสลับซ้ายขวาอยู่ทางด้านข้างใช้สำหรับดักสัตว์น้ำ อุปกรณ์ดักปลา ใช้วางดักปลาในน้ำ มีลักษณะเป็นโครงเหล็ก หุ้มด้วยตาข่ายไนลอนคล้ายๆ ลอบดักปลา แต่เอาหลายๆ อันมาวางเรียงกลับหัวกลับหาง ความยาวของ "ไอ้โง" หรือ "คอนโดดักปลา" อยู่ที่ขนาดและจำนวนลอบที่ใช้ทำ "ไอ้โง่" หรือ "คอนโดดักปลา" วิธีใช้จะใช้วางตามร่องน้ำ สามารถดักสัตว์น้ำได้ทุกชนิด ปัจจุบันการใช้ไอ้โง่กำลังได้รับความนิยม เพราะลงทุนและแรงงานน้อย เพียงเอาไปวางไว้ตามร่องน้ำ ถึงเวลาก็ไปเก็บกู้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนการทำประมงชนิดอื่น ว่ากันว่า "ไอ้โง่" เดิมทีผู้ที่คิดและประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเป็นอุปกรณ์หากินด้วยการจับปลาน้ำจืด การใช้ไอ้โง่มาดักปลา ถือเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างหนึ่ง ต่อมาชาวประมงแถวภาคใต้นำไปใช้จับสัตว์น้ำทะเล และขยายพื้นที่มาทำประมงในทะเลในเขตน่านน้ำของ จ.เพชรบุรี จากการที่ชาวประมงพื้นบ้านใน จ.เพชรบุรี ใช้ไอ้โง่ดักสัตว์น้ำทะเล และพบว่าระยะหลังทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งลดน้อยถอยลง ทำให้ไอ้โง่กลายเป็นจำเลยในสายตาของชาวประมงกลุ่มอื่น มองว่า เป็นเครื่องมือมหันตภัยที่ล้างเผ่าพันธุ์สัตว์น้ำในทะเลอย่างเห็นได้ได้ชัด ขณะที่ "ไอ้โง่ "หรือ"คอนโดดักปลา" กลายเป็นจำเลยของสังคมบางกลุ่มที่มองว่า เป็นอุปกรณ์จับปลาที่ทำให้ปลาสูญพันธุ์ แต่ชาวประมงพื้นบ้านที่ใช้ไอ้โง่ในการทำมาหากิน กลับมองว่า อวนลาก อวนรุน ที่ชาวประมงพื้นบ้านอีกกลุ่มใช้อยู่ เป็นอุปกรณ์ที่ล้างเผ่าพันธุ์สัตว์ทะเลเหมือนกัน เหตุไฉนจึงไม่ตกเป็นจำเลย และทางราชการก็ยังอนุญาตให้ใช้เครื่องมือประมงชนิดนี้ได้ - [หางไหล โล่ติ๊น กำจัดศัตรูพืช](https://www.monmai.com/หางไหล-โล่ติ๊น/) - หางไหลหรือโล่ติ๊นนับว่าเป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่ใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี และไม่เป็นอันตรายต่อคน ซึ่ง ผศ.อรุณ โสตถิกุล นักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจของหางไหลว่าหางไหล หรือโล่ติ๊น เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์ PAPILONACEAE ซึ่งมีสารโรติโนนเป็นสารพิษในการกำจัดแมลง เป็นไม้เลื้อย เจริญงอกงามในป่าชื้นและชายแม่น้ำลำคลองทั่วไป ในประเทศ ไทยพบว่ามี 21 ชนิด แต่มีเพียง 2 ชนิดเท่านั้นที่พบว่ามีสารพิษช่วยกำจัด ศัตรูพืชมาก และนิยมปลูกเป็นการค้าคือ หางไหลขาว มีสารโรติโนนประ มาณ 7-8% และหางไหลแดง มีสารโรติโนนน้อยกว่า แต่โดยมากจะพบชนิด แดงมากกว่าชนิดขาว สำหรับชื่อตามท้องถิ่นต่างๆ ก็เรียกแตกต่างกันไป อาทิ โล่ติ๊น หางไหล เครือไหล ไหลน้ำ กะลำเพาะ เป็นต้น "โล่ติ๊น" หรือมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันว่า "หางไหล"มีศักยภาพที่จะนำมาสกัดเป็นสารกำจัดแมลงศัตรูได้เป็นอย่างดี "โลติ๊น" หรือ "หางไหล" ในบ้านเรามีอยู่ 2ชนิด คือ หางไหลแดง (Derris eliptica) จะมีใบย่อย 7 ใบขึ้นไป - [ส้มแขกแช่อิ่ม กินแล้วไม่อ้วน](https://www.monmai.com/ส้มแขกแช่อิ่ม/) - ส้มแขกมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทานแล้วชุ่มคอ มีประโยชน์ในการลดไขมัน ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันและรักษาความดันโลหิต โรคเบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น ส่วนผสม ส้มแขก 30 กก. น้ำตาล 60 กก. เกลือและน้ำสะอาด วิธีทำ นำส้มแขกสดดองน้ำเกลือเข้มขัน 1% นาน 3 วัน นำส้มแขกดองมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือก คว้านเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นหนา 0.4-0.5 ซม. แช่ในน้ำเชื่อม เข้มข้น อัตรา 1 : 1 นาน 7 วัน นำน้ำเชื่อมมาอุ่นและเพิ่มน้ำตาลเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของน้ำเชื่อมทุกวัน เมื่อครบ 7 วัน เอาส้มแขกไปอบตู้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 50-60. องศา นาน 12 ชม นำออกมาบริโภคได้ นอกจากสรรพคุณในการลดน้ำหนักแล้ว ส้มแขกยังนำมาใช้ประโยชน์ได้อีก เช่น ใช้ปรุงอาหาร ให้รสชาดเปรี้ยว ใช้แทนมะนาว หรือ - [กระท่อม สมุนไพรที่เป็นยาเสพติด](https://www.monmai.com/กระท่อม/) - กระท่อมเป็นไม้ยืนต้นที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า มิตราไจนา สเปซิโอซา คอร์ท (Mitragyna Speciosa Korth) จัดอยู่ในตระกูล รูเบียซีอี (Rubiaceae) มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย มาลายู จนถึงเกาะนิวกินีด้วย ที่พบในประเทศไทยมีอยู่ ๓ พันธุ์ คือ แตงกวา (ก้านเขียว) ยักษาใหญ่ (รูปใบใหญ่) และก้านแดง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละที่ เช่น ในประเทศไทย ภาคเหนือเรียกอีด่าง อีแดง กระอ่วม ภาคใต้ เรียกท่อม หรือท่ม ในมลายูเรียกคูทุม (Kutum) หรือ คีทุมเบีย (Ketum Bia) หรือ เบียก (Biak) ลาวเรียก ไนทุม (Neithum) อินโดจีน เรียก โคดาม (Kodam) ในประเทศไทยมีการนำมาใช้เป็นยาแก้โรคบิด ท้องร่วง และปวดมวนท้อง ชาวนานิยมบริโภคโดยการเคี้ยวใบสด หรือเอาใบมาย่างให้เกรียมและตำผสมกับน้ำพริกรับประทานเป็นอาหาร เพื่อให้มีแรงทำงานและสามารถทนตากแดดอยู่กลางแจ้งได้เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกเหนื่อย ชาวมลายูใช้ใบกระท่อมตำพอกแผล - [ลิ้นมังกร ไม้ประดับภายในอาคาร](https://www.monmai.com/ลิ้นมังกร/) - ลิ้นมังกรเดิมมีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการปลูกลิ้นมังกร มาเป็นเวลานานแล้วโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย ลิ้นมังกร มีมากกว่า 50 สายพันธุ์ายพันธุ์จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป ชื่อสามัญ Mather - in - law's Tongue ชื่อวิทยาศาสตร์ Sancivieria.. ตระกูล AGAVACEAE ถิ่นกำเนิด แถบทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ ลักษณะ ลิ้นมังกรเป็นพรรณไม้ ที่มีลำต้นเป็นหัว หรือเหง้าอยู่ในดิน ลักษณะลำต้นเป็นข้อ ๆ ใบเกิดจากหัวที่โผล่ออมาพ้นดินเป็นกอ ลักษณะใบยาวปลายแหลม แข็งเป็นมัน ขอบใบเรียบ โค้งงอเล็กน้อย ขอบใบมีสีเหลืองกลางใบสีเขียวอ่อน ประด้วยเส้นสีเขียวเข้ม ขนาดของใบกว้างปรมาณ 4-7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ก้านดอกประกอบด้วยกลุ่มดอกป็นชั้น ๆ ลักษณะดอกมีขนาดเล็ก ออเรียงกันเป็นแนวตามชั้นของก้านดอกดอกมีสีขาวมีกลีบประมาณ 5 กลีบ นาดดอกบานเต็มที่ 2 เซนติเมตร ลักษณะขนาดใบ และสีสรร จะแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์ การเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นลิ้นมังกรไว้ประจำบ้าน - [การหมักดินในล้อยางรถยนต์](https://www.monmai.com/หมักดินในล้อยาง/) - ถากหญ้า กำจัดวัชพืช จัดเก็บเศษอินทรีย์วัตถุ หมักในล้อยาง ให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพ เป็นปุ๋ยหมักนำไปใส่ต้นไม้ พืชผัก ให้เติบโตงดงาม เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ 1. ล้อยางที่ปาดแก้มยาง 2 ด้านแล้ว 2. จอบ 3. ส้อมพลั่ว 4. น้ำหมักขยะเปียก(วิธีการทำน้ำหมักขยะเปียก ใบงานที่ 5) 5. ผ้าพลาสติกสีดำ ขั้นตอนวิธีทำ 1. ถากหญ้า ตัดหญ้า สับฟันอินทรีย์วัตถุ บรรจุลงในล้อยาง สลับกับดินร่วน ราดลงด้วยน้ำขยะให้เปียกชุ่ม 2. ใช้เท้าขึ้นเหยียบอัดให้แน่น 3. ใช้ดินร่วนปิดขั้นบนสุด ประมาณ 1" 4. ราดเททับด้วยขยะเปียก 5. ปิดทับด้วยผ้าพลาสติกสีดำ เอาดินร่วนโรยทับ กันลมพัดปลิวและยืดอายุผ้าพลาสติกให้คงทน 6. พืชสดหมักทิ้งไว้นาน 2 สัปดาห์ พืชแห้งหมักนาน 20-30 วัน เป็นปุ๋ยดินหมักนำไปโรยทับรอบต้นไม้ที่ปลูก หรือปลูกพืชลงในวง ที่มา กสิกรรมไร้สารพิษ - [ไร่พอใจ เกษตรกรรมธรรมชาติ](https://www.monmai.com/ไร่พอใจ/) - จากประสบการณ์ทำนามากว่า 10 ปี ทำให้รู้ว่าการทำเกษตรเคมี และการเกษตรแบบผสมผสานระหว่างอินทรีย์กับเคมีนั้น มีปัญหามากในเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภค ตลอดจนถึงความสมดุลย์ของระบบนิเวศน์ในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีต้นทุนในการซื้อหาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ หากมองในระยะยาวแล้ว มีโอกาสขาดทุนได้สูง ทั้งขาดทุนทุนทรัพย์และขาดทุนในด้านสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ที่ทำการเกษตรและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งขาดทุนในเรื่องสุขภาพร่างกายของผู้ผลิตและผูู้บริโภคเอง การทำการเกษตรที่จะอยู่ได้แบบยั่งยืน เห็นจะมีอยู่หนทางเดียวที่จะทำได้คือการเกษตรอินทรีย์ ที่อาศัยพึ่งพิงอยู่กับธรรมชาติ ปล่อยให้ธรรมชาติจัดการกับธรรมชาติ เพื่อเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ของดิน แล้วจึงทำการปลูกพืชผลต่างๆ ตามที่ต้องการ ระบบนิเวศน์ต่างๆ ถึงจะหวนคืนกับเข้าสู่จุดสมดุลย์ จุดที่ไม่ต้องลงทุนอะไรไปมากกว่าที่เป็นอยู่ จุดที่่พืชผลต่างๆ เจริญงอกงาม และปลอดภัยในการบริโภค และได้ท้องไร่ท้องนาในอดีดกลับคืนมาอีกครั้ง.... ดินที่ดีมีความอุดมสมบูรณ์เป็นเป้าหมายหลักในการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อให้สามารถเพาะปลูกพืชให้ได้์ผลดีโดยไม่พึ่งพิงปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีใดๆ เลย ดินที่จะดีอุดมสมบูรณ์ได้ต้องเป็นดินที่มีชิวิต การที่จะทำให้ดินมีชิวิตต้องใช้ทั้งจุลินทรีย์ที่ดีและซากพืชซากสัตว์ พร้อมทั้งให้เวลาในการบ่มหมัก เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางสรรพสิ่งมีชิวิตก็จะเกิดขึ้นในดินอย่างมากมาย แต่ละชิวิตจะมีหน้าที่ของตัวเอง ต่างช่วยกันบำรุงรักษาและเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหมาะกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ต่อไป เมื่อดินมีชิวิต สารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเพราะปลูกพืชจะกลับคืนมา ระบบนิเวศน์จะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความสมดุลย์ตามธรรมชาติ พืชผักที่ปลูกไว้ก็จะเจริญงอกงาม สามารถต้านทานโรคแมลงได้ดี ศัตรูพืชต่างๆ และศัตรูของแมลงก็จะมีการควบคุมกันเองโดยธรรมชาติของมัน เหมือนระบบนิเวศน์ในป่าฝนที่ไม่ต้องการให้มนุษย์เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกเลย ติดต่อ 121 หมู่ 6 ต.กุดจอก อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท 10270 โทร 093-0367910, - [ผักไชยา ผักชายา คะน้า..เม็กซิกัน](https://www.monmai.com/ผักไชยา/) - ผักชายา นั้นอันที่จริงแล้วมันมีหลากหลายชื่ออย่างเช่น ผักไชยา ผักคะน้าเม็กซิโก ผักโขมต้น ผักชัยยะ ชายาแพลนท์ ฯลฯ แต่ด้วยความที่มันถูกใช้มาเป็นอาหารและยาของชนชาวมายาซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองของเม็กซิโกที่มีความรู้เรื่องศิลปะวิทยาการหลากหลายตามที่เราได้รู้กันมาบ้าง ผักชนิดนี้จึงได้รับความสนใจและนำไปสู่การศึกษาว่าผักชนิดนี้มันมีดีอะไร และจากการศึกษาวิจัยพบว่าผักชายามีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักโขมถึง 2 เท่า ทั้งๆ ที่ผักโขมก็ถือว่าเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ทำไมมันจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์เป็นเวลานานและยังไม่สูญหายไปจนถึงปัจจุบัน ชื่อวิทยาศาสตร์ Cnidoscolus aconitifolius วงศ์ Euphorbiaceae เชื่อกันว่าต้นชายามีแหล่งกำเนิดที่แหลม Yucatan ในประเทศเม๊กซิโก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวพบต้นชายาหลากหลายสายพันธุ์มากที่สุด และยังเป็นศูนย์การของอารายธรรมของชาวมายาแห่งหนึ่ง ชาวมายาใช้ต้นชายาในการทำอาหารมานานก่อนที่ชาวสเปนเข้าไปยึดครองดินแดนของพวกเขา ต่อเมื่อชาวตะวันตกจึงนำเอาต้นชายาไปทวีปต่างๆ แต่เนื่องจากต้นชายาไม่ค่อยจะออกดอก หรือเป็นเมล็ด โดยทั่วไปทำการขยายพันธุ์ทำโดยใช้การปักชำกิ่ง ทำให้การพกพาไปกับเรือเพื่อพาไปยังดินแดนใหม่ไม่สะดวกเหมือนพืชชนิดอื่นที่เอาไปแต่เมล็ดก็เพียงพอ (ไม่ต้องรดน้ำ หรือดูแลมากตอนอยู่ในเรือ) นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ต้นชายาไม่ค่อยจะแพร่หลายจนเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในแถบอาเซียน ลักษณะ ผักยืนต้น ญาติกับสบู่ดำชนิดนี้ แหล่งกำเนิดมาจากคาบสมุทรยูคาตาน ในอเมริกากลาง แต่ตอนนี้คุณอาจพบได้ใน ภาคใต้ ภาคกลางและภาคเหนือของทวีปอเมริกา หรือแม้แต่เขมร (ในเขมรและแถบศรีสะเกษ มักเรียกเพี้ยนตามเขมรว่า ไชยา) ชายาเป็นที่รู้จักกันน้อยมาก ผักใบเขียว ของ ชาวมายัน อยู่ในสกุล Cnidoscolus ซึ่งประกอบด้วย 40กว่าชนิด - [ธนาคารจิตอาสา](https://www.monmai.com/ธนาคารจิตอาสา/) - เราเชื่อว่าสังคมไทยจะเป็นสังคมอุดมไปด้วยความรักความสุข มีความมั่นคง และพัฒนาก้าวหน้าต่อไปได้ เพราะทุกคนร่วมสร้างสังคมนี้ขึ้นมา ไม่จำกัดว่าเป็นวัยไหนหรืออยู่ในหน้าที่การงานใด เราต่างมีความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อสร้างประเทศไทย เราไม่นิ่งเฉยดูดาย แต่จะลุกขึ้นยื่นมือมาช่วยเหลือกัน ทุกๆ คนบนผืนแผ่นดินไทยสามารถเป็นอาสาสมัครผู้อุทิศกำลังความสามารถและเวลาอันมีค่าของตนให้แก่ประโยชน์ส่วนรวม ธนาคารจิตอาสาเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้เข้ามาใช้เพื่อประกาศความตั้งใจที่จะแบ่งปันเวลาให้กับสังคม เวลาเหล่านี้คือทุนของความมุ่งมั่นตั้งใจของคนไทยทั้งประเทศเป็นทุน และหลักประกันความมั่นคงของสังคม เป็นเครื่องชี้ว่าจิตอาสาคือคุณค่าที่สังคมไทยยึดถือ เพราะการให้เวลาคือการมอบสมบัติล้ำค่าที่เราทุกคนมีอยู่อย่างเท่าเทียมกันให้แก่ส่วนรวม และให้แก่กันและกัน จากเดิมที่เราพร้อมจะมอบเวลาให้คนที่เรารัก ธนาคารจิตอาสาช่วยเพิ่มช่องทางให้เราสามารถมอบเวลาให้กับสังคม ให้กับบ้านที่เรารัก โดยมีระบบแนะนำกิจกรรมอาสาที่เหมาะกับความสนใจ ความสามารถ และแบบแผนการใช้ชีวิต/เวลาว่าง อีกทั้งมีบริการเสริมความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ เตรียมความพร้อม ให้กับทั้งอาสาและองค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สะท้อนแบ่งปันประสบการณ์หลังกิจกรรม ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสภากาชาดไทย ธนาคารจิตอาสาพร้อมยินดีรับใช้และให้บริการ มาร่วมกันเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความมั่นคงยั่งยืน ให้กับชุมชนจิตอาสาและสังคมไทย ด้วยการแบ่งปันเวลาและลงมือทำกับธนาคารจิตอาสา ลักษณะกิจกรรมขององค์กร ธนาคารจิตอาสาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการร่วมสร้างสังคมจิตอาสาที่ได้รับการสนับสนุนจากสภากาชาด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบสนับสนุนและขับเคลื่อนจิตอาสาเพื่อยกระดับจิตสำนึกและจิตใจของคนในประเทศ เป็นการส่งเสริมอาสาสมัครที่เน้นการสื่อสารผ่านแนวคิดเรื่อง ธนาคารเวลา (Time Bank) ซึ่งเปรียบเสมือนต้นทุนทางสังคม ที่แต่ละคนสามารถลงทุนเวลาในชีวิตของตนทำงานอาสาเพื่อผู้อื่น สังคม และประเทศได้ ธนาคารจิตอาสาประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ - [โสนจีนแดง พืชปุ๋ยสดในนาข้าว](https://www.monmai.com/โสนจีนแดง/) - โสนจีนแดง (Sesbania canabina) เป็นพืชปีเดียว สูงประมาณ 1.5-2.5 เมตร ออกดอกเมื่ออายุประมาณ 45-60 วัน ค่อนข้างทนเค็ม เหมาะที่จะใช้ปลูกเป็นพืชปุ๋ยสดในนาข้าว ปลูกพืชนี้ล่วงหน้าก่อนประมาณ 70 วัน ไถกลบเมื่ออายุ 45-60 วัน หลังจากไถกลบจึงเตรียมดินเพื่อปลูกพืชหลัก โสนจีนแดงอายุ 45-60 วันให้น้ำหนักสด 1-2 ตัน/ไร่ สะสมไนโตรเจนในพืชได้ 10-15 กิโลกรัม.N./ไร่ ส่วนเหนือดินมีธาตุหลัก คิดต่อน้ำหนักแห้ง ดังนี้ 2.55 %N,0.35 %P และ 2.34 %K ซึ่งจะหมุนเวียนลงไปในดินเมื่อซากพืชสลายตัว - [หญ้ารูซี่ หญ้าคองโก](https://www.monmai.com/หญ้ารูซี่/) - หญ้ารูซี่มีชื่อเรียกคองโก เคนเนดี้รูซี่ และรูซี่ (Brachiaria ruziziensis ) มีถิ่นกำเนิดในทวีปอัฟริกาแถบประเทศคองโค นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย ปลูกในประเทศครั้งแรกที่มวกเหล็กเมื่อปี 2511 โดยฟาร์มโคนมไทย เดนมาร์ก (ปัจจุบันคือ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย) สถานีอาหารสัตว์ปากช่องปลูกขยายพันธุ์และทดสอบพันธุ์ ต่อมาศูนย์ส่งเสริมการขยายพันธุ์สัตว์ของ กปร. กลาง นำเข้าจากไอเวอรีโคส หญ้ารูซี่เป็นหญ้าที่มีอายุหลายปี ต้นกึ่งเลื้อยกึ่งตั้ง สามารถเจริญเติบโตในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำได้ ขึ้นได้ดีในพื้นที่ดอน ดินมีการระบายน้ำดี ทนแล้งพอสมควร ทนต่อการเหยียบย่ำของสัตว์ ไม่ทนน้ำท่วมขัง ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 2.0 2.5 ตันต่อไร่ปี โปรตีน 7-10 เปอร์เซ็นต์ หญ้ารูซี่เป็นหญ้าที่มีอายุหลายปี เจริญเติบโตเร็ว แตกกอดี ใบอ่อนนุ่มสัตว์ชอบกิน ลักษณะลำต้นกึ่งตั้งกึ่งเลื้อยมีรากตามข้อ ขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ดและลำต้น เนื่องจากติดเมล็ดได้ดี มีความงอกสูงนิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด จัดเป็นพืชวันสั้น เจริญเติบโตได้ดีในดินหลายชนิด ทั้งดินอุดมสมบูรณ์ในที่ดอนน้ำไม่ขัง และในดินที่มีธาตุอาหารค่อนข้างต่ำ ชอบอากาศในเขตร้อนที่มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 1,100 มิลิเมตรต่อปี ไม่ทนต่อสภาพน้ำขัง หญ้ารูซี่ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดี กล่าวคือให้ผลผลิต 2584 กิโลกรัมต่อไร่เมื่อใส่ปุ๋ยมีปริมาณโปรตีนประมาณ 8.2 - [เครื่องแกะเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดแบบพกพา](https://www.monmai.com/เครื่องแกะเมล็ดข้าวโพด/) - การปลูกเพื่อไว้เป็นอาหารสัตว์ที่เลี้ยงอยู่ในสวน ข้าวโพดที่ปลูกจะมีไม่มากไม่คุ้มที่จะจ้างรถสี ดังนั้นจึงต้องลงมือแกะเมล็ดข้าวโพดด้วยมือ ซึ่งมักจะพบปัญหาบาดเจ็บที่มือที่ใช้แกะข้าวโพด จึงได้ค้นคว้าหาวิธีการที่สะดวกในการทำด้วยมือ และไม่ยุ่งยากจนเกินไป ซึ่งได้พบแบบอย่างเครื่องมือแกะข้าวโพดของเกษตรกรชาวศรีลังกา ที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ เจาะรูเป็นแถว ๒ แถวที่ปลายกระบอกไม้ไผ่ด้านหนึ่ง แล้วนำตะปูใส่ในรูที่เจาะ เวลาใช้งานจะนำฝักข้าวโพดสอดเข้าที่รูกระบอกไม้ไผ่ด้านที่มีตะปูแล้วบิดไปมา แล้วคว่ำกระบอกไม้ไผ่ฝั่งตรงข้ามที่ใส่ตะปูลง เมล็ดข้าวโพดจะไหลออกมาทางปากกระบอกไม่ไผ่ดังกล่าว เครื่องมือดังกล่าวช่วยให้การแกะเมล็ดข้าวโพดทำได้รวดเร็วขึ้น และไม่มีปัญหาเรื่องการบาดเจ็บที่มือ อุปกรณ์ ท่อพีวีซีขนาด 2 นิ้ว แบบหนา ยาว 15 เซ็นติเมตร ตะปูปลายสว่าน (ตะปูเกลียว) ขนาด 0.5 นิ้ว ขั้นตอนการทำ วัดท่อให้ได้ขนาดยาว 15 เซ็นติเมตร จากนั้นตัดให้ได้ขนาดตามต้องการ ใช้สว่านเจาะรูท่อพีวีซี แถวละ 5 รู จำนวน 2 แถว สลับกันในลักษณะฟันปลา ใส่น๊อตสกรู(ตะปูเกลียว)ที่ท่อพีวีซีตามรูที่เจาะไว้ การใช้งาน นำฝักข้าวโพดที่แกะเปลือกออกเรียบร้อยแล้วใส่ไปในปากของเครื่องแกะเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด โดยให้ฝักข้าวโพดถูกกับตะปูเกลียวที่ติดตั้งไว้ จากนั้น ใช้มือข้างหนึ่งดันฝักข้าวโพดและหมุนขยับไปมาให้เมล็ดข้าวโพดครูดกับตะปูเกลียว เพียงเท่านี้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดก็จะไหลออกทางปลายท่อ ชาวบ้านก็สามารถเก็บเมล็ดไว้ขยายพันธุ์ในการปลูกข้าวโพดในครั้งต่อไป - [จิงจ้อเหลือง จิงจ้อหลวง](https://www.monmai.com/จิงจ้อเหลือง/) - จิงจ้อหลวงเป็นไม้เลื้อย ทอดไปตามพื้นดิน หรือเลื้อยพันไปกับต้นไม้อื่น ลำต้นและใบมีขน แผ่นใบแยกเป็น 5-7 แฉกคล้ายรูปมือ แต่ละแฉกมีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยม ดอกออกเป็นช่อ บางครั้งอาจพบที่เป็นดอกเดี่ยว ดอกสีเหลืองเด่น สะดุดตา มักพบทั่วไปเป็นจำนวนมากตามป่าผสมผลัดใบ ชายป่า ริมลำธาร ออกดอกราวเดือนตุลาคม-เมษายน จิงจ้อ เป็นชื่อไม้เถาประเภทเถาเครือ มีหลายชนิด มักเรียกตามสีของดอก เช่น จิงจ้อแดง จิงจ้อขาว จิงจ้อเหลือง ฯลฯ บางถิ่นเรียก จิงจ้อขาว ว่า จิงจ้อเหลี่ยม เพราะลําต้นเป็นเหลี่ยม และบางถิ่นเรียก จิงจ้อเหลือง ว่า จิงจ้อใหญ่ หรือ จิงจ้อขน เพราะดอกมีขนาดใหญ่และลำต้นมีขนแข็ง นอกจากนี้ ยังมี จิงจ้อหลวง ซึ่งเป็นคนละชนิดกับ จิงจ้อใหญ่. ยอดของจิงจ้อบางชนิดใช้กินเป็นผัก รากของจิงจ้อขาวใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ รากดิบของจิงจ้อเหลืองช่วยเจริญอาหาร และทุกส่วนของต้นใช้แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Scientific Name Merremia vitifolia Haller f. ชื่อวงศ์ - [สุพรรณิการ์ ดอกมีสีเหลืองทองคำ](https://www.monmai.com/สุพรรณิการ์/) - คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นสุพรรณนิการ์ไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะต้นสุพรรณิการ์โบราณเรียกว่า ต้นปาริชาติ คือ ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกไว้ตามวิหารของพระเจ้าในสมัยพุทธกาล นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า เป็นต้นไม้ที่มีค่าสูงเปรียบเสมือนทองคำ เพราะต้นสุพรรณนิการ์ บางคนเรียกว่า ต้นฝ้ายคำ ซึ่งดอกมีสีเหลืองทองคำ ชูช่อสู่ฟ้า ดุจอันเบิกบานตระการตา คนทั่วไปจึงยกย่องสรรเสริญว่าเป็นดอกไม้คู่ฟ้า ดังนั้นจึงเป็นไม้มงคลนาม ชื่อสามัญ Yellow Silk Cotton, Butter-Cup (Single), Butter-Cup (Double),Torchwood ชื่อวิทยาศาสตร์ Cochlospermum religiosum(L.) AlstonCochlospermum regium (Mart. & Schrank) Pilg.(ฝ้ายคำซ้อน)Cochlospermum gossypium De Candole (Syn. Maxmiliana gossypium Kuntze หรือ Bombax gossypium L.) วงศ์ BIXACEAE (COCHLOSPERMACEAE) ชื่ออื่น ฝ้ายคำ (ภาคเหนือ), สุพรรณิการ์ (ภาคกลาง) ลักษณะทั่วไป สุพรรณิการ์ - [ขนมตาล หวานหอมอร่อย](https://www.monmai.com/ขนมตาล/) - ขนมตาล เป็นขนมไทยดั้งเดิม เนื้อขนมมีลักษณะเป็นแป้งสีเหลืองเข้ม นุ่ม ฟู มีกลิ่นตาลหอมหวาน ขนมตาลทำจากเนื้อตาลจากผลตาลที่สุกงอม แป้งข้าวเจ้า กะทิ และน้ำตาล ผสมกันตามกรรมวิธี ใส่กระทงใบตอง โรยมะพร้าวขูด และนำไปนึ่งจนสุก เนื้อลูกตาลยีที่เป็นส่วนผสมในการทำขนมตาล ได้จากการนำผลตาลที่สุกจนเหลืองดำ เนื้อข้างในมีสีเหลือง มีกลิ่นแรง ซึ่งส่วนมากจะหล่นจากต้นเอง มาปอกเปลือกออก นำมายีกับน้ำสะอาดให้หมดสีเหลือง นำน้ำที่ยีแล้วใส่ถุงผ้า ผูกไว้ให้น้ำตกเหลือแต่เนื้อลูกตาล เตรียมเนื้อตาล อุปกรณ์ในการยีและการเกรอะตาล ตะแกรงตาห่างสำหรับยีเนื้อตาล 1 อัน กะละมังหรือภาชนะสำหรับใส่เนื้อตาลที่ยีแล้ว 1 ใบ กะละมังหรือภาชนะที่ใส่น้ำสำหรับชุบเต้าตาล 1 ใบ ตะกร้าโปร่งสำหรับรองรับเนื้อตาลตอนกรอง 1 ใบ ผ้าขาวบางแบบบางและตาห่างสำหรับกรองเนื้อตาล 1 ผืน ผ้าขาวบางแบบหนาและตาถี่สำหรับการเกรอะตาล 1 ผืน กะละมังหรือภาชนะสำหรับรองรับน้ำที่หยดจากการเกรอะตาล 1 ใบ เชือกสำหรับมัด ขั้นตอนการยีและการเกรอะตาล เมื่อได้ลูกตาลมาแล้วล้างน้ำ 1 ครั้ง เพื่อเอาฝุ่นผงออกคร่าว ๆ ก่อน เพราะบางทีจะมีขี้ดินติดเพราะเขาหล่นลงพื้น - [ฝิ่นน้ำ พืชล้มลุกลอยน้ำ](https://www.monmai.com/ฝิ่นน้ำ/) - ฝิ่นน้ำ พืชล้มลุกลอยน้ำ เป็นพันธุ์ไม้ต่างประเทศที่นำเข้ามาปลูกเป็นไม้ประดับ มีอายุหลายฤดู ชอบขึ้นในที่น้ำตื้น ลำต้นมีลักษณะเป็นสายยาว ใบแตกออกเป็นกลุ่มตามข้อของลำต้น ใต้กลุ่มใบตรงข้อจะมีรากแตกออกยึดพื้นดินไว้ ใบเดี่ยวรูปร่างคล้ายใบบัว อาจกลมหรือเป็นรูปไข่ ลอยบนผิวน้ำ ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ เกิดตามซอกใบ กลีบดอกมี 3 กลีบ โคนกลีบติดกันเป็นรูปถ้วย สีเหลืองสวยงาม เกสรตัวผู้อยู่เป็นกระจุกตรงกลางมีสีน้ำตาล ใช้เป็นไม้ประดับในกระถางหรือสวนน้ำ ชื่อวิทยาศาสตร์ Hydrocleys nymphoides (Willd.) Buchenau ชื่อวงศ์ LIMNOCHARITACEAE ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้ ลักษณะ พืชล้มลุกลอยน้ำเป็นไม้น้ำประเภทล้มลุก ชอบน้ำตื้นไม่เกิน 20 ซม. ลำต้นมีลักษณะเป็นสายยาว ใบแตกออกเป็นกลุ่มตามข้อของลำต้น ใต้กลุ่มใบตรงข้อจะมีรากแตกออกยึดพื้นดินได้ ใบฝิ่นน้ำ เป็นใบเดี่ยวขึ้นเวียนสลับตามลำต้น มีก้านขนาดเล็กเป็นปล้อง รูปทรงคล้ายใบบัวกึ่งรูปหัวใจ อาจกลมหรือเป็นรูปไข่ ลอยบนเหนือผิวน้ำ ขอบใบเรียบ มีขนาดกว้าง-ยาว 2-4 ซม. สีเขียวเป็นมัน ดอกฝิ่นน้ำ ออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบ มีก้านยาวชูเหนือใบ โคนดอกมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ เวลาบานกว้างราว - [การเลี้ยงตั๊กแตน](https://www.monmai.com/การเลี้ยงตั๊กแตน/) - การเพาะเลี้ยงตั๊กแตนลายเป็นผลงานเพื่อเกษตรกรของภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อันมีนักวิชาการที่มีบทบาทสำคัญ ประกอบด้วย อาจารย์ทัศนีย์ แจ่มจรรยาและ อาจารย์ชาญชัย ถาวรอนุกูลกิจ อาจารย์ทั้งสองท่านและทีมงานได้เห็นความสำคัญของการนำแมลงที่กินได้ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาทำการศึกษาเพาะเลี้ยงเพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพของเกษตรกรและผู้สนใจ จากระยะเวลาที่ผ่านมาภาควิชากีฏวิทยา ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงแมลงเพื่อการเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพของเกษตรกรมากมายหลายชนิด และในปีงบประมาณ 2547 นี้ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการฝึกอบรมเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงแมลงกิน อันประกอบด้วย แมลงดานา จิ้งหรีดและตั๊กแตน เป็นเวลา 1 วัน แก่ผู้สนใจ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการความรู้เพื่อนำไปประกอบอาชีพ สามารถแจ้งความจำนงเพื่อขอเข้ารับการอบรมได้ทุกวันในเวลาราชการที่ อาจารย์ชาญชัย ถาวรอนุกูลกิจ ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 40002 โทร. (043) 362-108 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น วิธีการเลี้ยงตั๊กแตน อาจารย์ทัศนีย์และอาจารย์ชาญชัย ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงตั๊กแตนว่า ในบรรดาแมลงกินได้ ตั๊กแตนหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า กุ้งฟ้า ได้รับความนิยมมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 44.91 สำหรับผู้ขายได้แยกชนิดแมลงออกเป็น 3 กลุ่ม ตามความนิยมของลูกค้า โดยในกลุ่มแรกจะมีตั๊กแตน รถด่วน ดักแด้หนอนไหม กลุ่มที่สอง - [สนฉัตร ไม้สนประดับยอดนิยม](https://www.monmai.com/สนฉัตร/) - สนฉัตร จัดเป็นไม้สนประดับชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกในปัจจุบัน เนื่องจากแตกกิ่งแผ่ออกเป็นชั้น ใบมีสีเขียวสวยงาม ลำต้น และทรงพุ่มไม่ใหญ่ เหมาะสำหรับการปลูกในกระถาง และปลูกในสวนหย่อม คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นสนฉัตรไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสนใจจากบุคคลทั่วไป เพราะ สน คือการสนใจ เห็นใจ ในสิ่งที่ดีงามนอกจากนี้ยังทำให้มีเกียรติและความสง่า เพราะ สนฉัตร มีทรงพุ่มลักษณะคล้ายเครื่องสูงที่ใช้ในพิธแห่เกียรติยศ และลักษณะการเจริญของลำต้นกิ่งก้านเด่นชัด ตระหว่านงาม ชื่อวิทยาศาสตร์ Araucaria cookii R.Br. (Salisb.) Franco ชื่อวงศ์ ARAUCARIACEAE ถิ่นกำเนิด เกาะนอร์ฟอล์ค ออสเตรเลีย ลักษณะ สนฉัตรเป็นไม้ขนาดใหญ่ มีอายุนานหลายสิบปี มีลำต้นสูงมากกว่า 6 เมตร ขึ้นไป จนถึง 45-60 เมตร ลำต้นที่มีขนาดใหญ่สามารถมีขนาดได้ถึง 1.5-3 เมตร เปลือกด้านนอกสามารถแกะออกได้เป็นสะเก็ดบางๆ กิ่งแตกออกด้านข้างลำ ต้นเป็นวงรอบ 4-7 กิ่ง แต่โดยทั่วไปมักจะมีประมาณ 5 กิ่ง ในแต่ละกิ่งจะมีกิ่งย่อยแตกออกตามความยาวของกิ่ง และจะโค้งขึ้นเล็กน้อยที่บริเวณปลายกิ่ง - [ม่านบาหลี ม่านพระอินทร์](https://www.monmai.com/ม่านบาหลี/) - ม่านบาหลี หรือม่านพระอินทร์ เป็นไม้เลื้อยที่มีรากอากาศ เหมาะสำหรับปลูกเพื่อประดับตกแต่ง เช่น ปลูกทำเป็นซุ้ม ม่านบาหลีมีใบสีเขียวเข้ม รากอากาศเมื่อแตกใหม่จะมีสีชมพู แต่เมื่อแก่แล้วจะเป็นสีน้ำตาล หากรากอากาศย้อยถึงดินหรือแหล่งน้ำปลายราก... มีการดูดน้ำและอาหารได้ ม่านบาหลีเป็นพืชที่ชอบน้ำค่อนข้างมากและจ... เลี้ยงง่ายมากรดน้ำวันละครั้ง ดินอะไรก็ได้ขึ้นหมด หรือไม่ก็ปลูกลงดินร่วนธรรมดา ขยายเพาะพันธุ์ดูด้วยการปักชำ ขึ้นง่ายมาก ม่านบาหลี เป็นไม้เลื้อย เจริญเติบโตเร็ว ชอบแดดจัด ทิ้งรากเป็นเส้นสีแดงดูสวยงาม เหมาะปลูกเป็นไม้คลุมระแนง ดอกสีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ กำลังเป็นไม้เลื้อยที่นิยม รดน้ำวันละครั้ง เป็นไม้ที่โตเร็วมาก ปลูกให้ขึ้นซุ้มใหญ่ ๆ สูงพอควร จะได้มีที่ให้รากห้อยมาได้สวยงาม ตัดรากสัปดาห์ละครั้งไม่เช่นนั้นรากจะยาวร... แต่พอยาวประมาณ 1 เมตร จะสวยจาก รากเป็นสีชมพูทั้งซุ้ม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centella asiatica Urban ชื่อวงศ์ : UMBELIFERAE ลักษณะ ม่านบาหลี เป็นไม้เลื้อย ทิ้งรากเป็นเส้นสีแดงดูสวยงาม ดอกสีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ม่านบาหลีเป็นไม้เลื้อยที่มีรากอากาศ ใบสีเขียวเข้ม - [ก้ามปูหลุด ปีกแมลงสาบ สมุนไพรคลุมดิน](https://www.monmai.com/ก้ามปูหลุด/) - ก้ามปูหลุด เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก แล้วแพร่กระจายพันธุ์ปลูกไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ก้ามปูหลุดเป็นไม้ประดับประเภทคลุมดินใบจะมีสีงดงามและแปลกตาคือใบก้ามปูจะมีสีสามสีพาดสลับไปตามความยาวของใบ ได้แก่ สีเขียว สีเท่า และสีม่วงเหตุที่ได้ชื่อว่าก้ามปู ลักษณะของใบที่แตกออกมาจากลำต้นนั้นคล้ายกับก้ามปู ก้ามปูหลุดเป็นพืชอวบ น้ำขยายพันธุ์ได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดด สีสันจะเข้มสวยงามมาก นิยมปลูกประดับไว้ตามข้างตัวอาคารบ้านเรือนหรือจัดสวนหย่อม รวมกับไม้ประดับชนิดอื่นๆ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tradescantia zebrina Loudon ชื่อวงศ์ : Commelinaceae ชื่อสามัญ : Silver inch plant,Silvery wandering jew ชื่ออื่น ๆ : ปีกแมลงสาบ (ทั่วไป) ก้ามปู ก้ามปูหลุด (กรุงเทพฯ) ลักษณะทั่วไป ไม้คลุมดิน ลำต้นและใบค่อนข้างอวบน้ำ มีสีเขียวหรือสีเขียวประม่วงจนถึงม่วงลายเขียว ทอดเลื้อยไปตามผิวดิน และชูส่วนปลายกิ่ง มีข้อปล้องชัดเจน รากแตกตามช้อตามลำต้น ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปไข่ถึงรูปรี กว้าง 1.5-3 เซนติเมตร ยาว - [ตีนเป็ดน้ำ ไม้ยืนต้นประดับทรงพุ่มสวย](https://www.monmai.com/ตีนเป็ดน้ำ/) - ตีนเป็ดน้ำ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูงประมาณ 15 เมตรมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่แกมใบหอก ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสีขาวกลางดอกสีเหลือง ผลสดรูปวงรี ผลสุกมีสีม่วงเข้ม เมล็ดใหญ่เกือบเท่าผลมี 2 เมล็ด มีถิ่นกำเนิดจากอินเดีย ศรีลังกา จนถึงอินโดนีเซีย พบขึ้นทั่วไปตามป่าชายหาด ชอบขึ้นตามริมแม่น้ำลำคลอง และที่ลุ่มซึ่งมีน้ำท่วมถึงทั่วไป ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cerbera odollamGaertn. ชื่อวงศ์ : Apocynaceae ชื่อสามัญ : Pong pong ชื่อพื้นเมือง : ตีนเป็ดน้ำ ตีนเป็ดทะเล ตุม มะตะกอ สั่งลา ลักษณะ ไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลมทึบ ลำต้นมักแตกกิ่งต่ำ เปลือกเรียบสีเทา มีช่องระบายอากาศเป็นร่องยาว มีน้ำยางสีขาว ใบ : ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ ใบรูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ กว้าง 2.4-8 เซนติเมตร ยาว 8.9-30 เซนติเมตร - [กากแป้งมันสำปะหลัง](https://www.monmai.com/กากแป้งมันสำปะหลัง/) - กากแป้งมันสำปะหลังเป็นวัสดุเศษเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตแป้งมันสำปะหลังและโรงงานผลิตฟรุคโตสและสารให้ความหวาน โดยปกติกากแป้งมันสำปะหลังที่ออกจากโรงงานจะมีลักษณะเปียก ความชื้นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ และมีการใช้กากแป้งมันสำปะหลังเปียกนี้เป็นอาหารสัตว์ อาทิ อาหารโค,กระบือ และปลา แต่กากแป้งมันสำปะหลังที่ตากแห้งและใช้เป็นวัสดุเจือปนผสมกับมันเส้นบดหรือมันอัดเม็ด ทำให้มันเส้นบดและมันอัดเม็ดมีคุณภาพต่ำลง อย่างไรก็ตามกากมันสำปะหลังก็ยังคงมีคุณค่าทางอาหารเหลืออยู่โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นคาร์โบไฮเดรทที่ย่อยง่าย (NFE) ประมาณ 65-70 เปอร์เซ็นต์ สามารถนำมาใช้ในเชิงอาหารสัตว์ได้โดยตรง คุณค่าทางโภชนะของกากแป้งมันสำปะหลังแห้ง วัตถุแห้ง 88.73 เปอร์เซ็นต์ เถ้า 3.64 เปอร์เซ็นต์ โปรตีน 1.83 เปอร์เซ็นต์ แคลเซี่ยม 0.60 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใย 10 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัส 0.36 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 0.48 เปอร์เซ็นต์ มีค่าพลังงานใช้ประโยชน์ได้( สุกร) 3,027 กิโลแคลลอรี่/กก. และ ยอดโภชนะย่อยได้ (TDN) 65-70 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่ากากแป้งมันสำปะหลังมีระดับเยื่อใยสูง แต่ยังคงมีปริมาณแป้งหลงเหลืออยู่ค่อนข้างมาก กากแป้งมันสำปะหลังแห้งจึงเหมาะกับสูตรอาหารสัตว์ที่ต้องการเยื่อใยสูง เช่น อาหารโค-กระบือ, อาหารสุกรแม่อุ้มท้อง และสุกรขุน - [โคลนหมักผมโปรตีนไข่](https://www.monmai.com/โคลนหมักผมโปรตีนไข่/) - ในไข่แดงนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ,บี,อี รวมถึงสารอาหารบำรุงผมอย่าง เลซิติน ไบโอติน กรดไขมันที่มีประโยชน์กับหนังศีรษะและเส้นผมที่ช่วยเร่งการเติบโตและงอกของเส้นผม ช่วยเคลือบปิดเกล็ดผมทำให้เส้นผมแข็งแรงเรียงตัวสวย และเก็บกักความชุ่มชื้นได้ดี ทั้งยังปกป้องผมจากรังสียูวี และป้องกันปัญหาผมหงอกขาวก่อนวัย ดังนั้น เราจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คุณประโยชน์ของไข้แดงนั้น สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อเส้นผมของเราได้อย่างแท้จริง ใช้หมักหลังสระผมหรืออบด้วยไอน้ำแล้วล้างออก หรือใช้แทนครีมนวดผม ผมจะนิ่ม จัดทรงง่าย มีน้ำหนัก ดูนุ่มสลวยเงางาม ส่วนประกอบสำคัญ ผลมะละกอ + ไข่แดง สรรพคุณ ช่วยฟื้นฟูผมเสียให้กับมาดกดำ เป็นมันวาว ลดปัญหาเส้นผมแตกปลาย ให้ความชุ่มชื้นกับเส้นผม ช่วยให้เส้นผมมีกลิ่นหอม วิธีใช้ หมักผมด้วยโคลนหมักผมโปรตีนไข่แดง 20 นาที หรือหมักแล้วอบไอน้ำ 30 นาที แล้วล้างออก ผมก็จะหอม นิ่ม ดูเงางามและมีน้ำหนัก - [ชิงชี ไม้ประดับมีสรรพคุณ](https://www.monmai.com/ชิงชี/) - ชิงชี่เป็นสมุนไพรไม้พุ่มหรือไม้กึ่งเลื่อยที่ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการ เพาะเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในหลายสภาพภูมิประเทศทั่วทุกภาคในประเทศไทย ที่มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลต่ำกว่า 500 เมตร ต้นชิงขี่พบได้ตั้งแต่สภาพดินที่แห้งแล้ง ภูเขา หินปูนใกล้ทะเล ทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ ป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง หรือป่าโปร่งทั่วไป สำหรับสรรพคุณในการรักษาโรค พบว่า ต้นชิงชี่ถูกใช้ในการรักษาโรคได้มากมาย ทั้งการเป็นยาแก้ฟกช้ำ แก้โรคผิวหนัง แก้ตะคริว แก้หลอดลมอักเสบ แก้ไข้สันนิบาต แก้ไข้พิษฝีกาฬ รวมไปถึงสรรพคุณในการรักษาโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ยังสามารถนำชิงชี่มาปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อตกแต่งภูมิทัศน์ให้สวยงามได้อีกด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Capparis micracantha, capparis horrida, Linn. วงศ์ : CAPPARIDACAEE ชื่ออื่น ๆ : กระดาดป่า (ชลบุรี), ชายชู้, หมากมก (ชัยภูมิ), หนวดแมวแดง (เชียงใหม่), คายซู (อุบลราชธานี), พญาจอมปลวก, กระดาดขาว, กระโรกใหญ่, กินขี้, จิงโจ้, แสมซอ, - [โครงการศิลปาชีพ](https://www.monmai.com/โครงการศิลปาชีพ/) - ศิลปาชีพ หมายถึง การส่งเสริมให้คนไทยในภูมิภาคต่างๆ ผลิตงานด้านศิลปหัตถกรรมเป็นอาชีพเสริม นอกเหนือจากการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลัก งานศิลปาชีพอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้พระราชทานกำเนิดแก่มูลนิธิ ทรงเป็นประธานกรรมการบริหารของมูลนิธิฯ การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ นอกจากจะเป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรและราษฎรผู้มีรายได้น้อยแล้ว ยังช่วยอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทย และพัฒนาคุณภาพของฝีมือให้ดียิ่งขึ้น จนสามารถผลิตสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งสร้างสรรค์งานฝีมือชิ้นเยี่ยมไว้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติอีกด้วย ประวัติความเป็นมาของศิลปาชีพ เริ่มต้นจากความสนพระราชหฤทัยอย่างจริงจังของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในอันที่จะส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมของราษฎร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนหมู่บ้านต่างๆ ขณะตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักในต่างจังหวัด พระราชดำริครั้งแรกในการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมมีขึ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๐๘ ระหว่างประทับที่วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรที่หมู่บ้านเขาเต่า และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงชักชวนให้หญิงชาวบ้านหัดทอผ้าฝ้ายขาย โดยโปรดเกล้าฯ ให้จัดหาครูทอผ้าจากจังหวัดราชบุรีมาช่วยสอนให้ ปรากฏว่า กิจการทอผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นพื้นเมืองดำเนินไปด้วยดีพอสมควรถือได้ว่า เป็นพระราชกรณียกิจแรกทางด้านการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมแก่ราษฎร ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงริเริ่มขึ้น ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้เกิดอุทกภัยที่จังหวัดนครพนม ภายหลังน้ำลดแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ - [เมนทอล (Menthol Crystal)](https://www.monmai.com/เมนทอล/) - เมนทอลเป็นสารสกัดจากน้ำมันสะระแหน่ (peppermint oil) ซึ่งได้มาจากพืช Mentha piperita ใช้เป็นยาภายนอกเกี่ยวกับการลดอาการปวดเมื่อย ฆ่าเชื้อ และใช้เป็นยาขับลม สามารถใช้ได้ทั้งเป็นส่วนผสมผลิตเครื่องสำอาง ใช้ในสปา หรือใช้หยดใส่ตะเกียงเพื่อให้ความเพลิดเพลิน คุณสมบัติ : คล้ายกับน้ำมันเปปเปอร์มิ้นท์ เพราะสกัดมาจากน้ำมันสะระแหน่ เป็นสารให้กลิ่น มักใช้ทำยาดม ยาหม่อง และลูกอมบางชนิด สถานนะของสสาร : ผลึก เมนทอล มีอีกชื่อหนึ่งว่า การบูรเปปเปอร์มินต์ เป็นาารประกอบอินทรีย์ลักษณะเป็นผลึกสีขาว มีกลิ่นแรง หอมเย็น เมื่อสูดดมจะให้ครามรู้สึกเย็นซ่า บริเวณเยื่อเมือกของจมูกและลำคอ กลิ่นและรสคล้ายกลิ่น และรสของพืชเปปเปอร์มินต์ สเปียร์มินต์และพืชอื่น ๆ ในสกุลเมนทา พืชสกุลนี้มีชื่อสามัญเรียกกันว่ามินต์ เท่าที่พบมีมากกว่า 25 ชนิด สะระแหน่ก็จัดอยู่ในสกุลนี้ พืชในสกุลนี้สร้างน้ำมันหอมระเหยขึ้นได้โดยวิธีการชีวิเคมีอันสลับซับซ้อน น้ำมันหอมระเหยที่พืชสกุลนี้สร้างขึ้นมานั้นเรียกกันว่า น้ำมันมินต์ ซึ่งประกอบด้วยสารต่าง ๆ มากมายประมาณ 40 ชนิด แต่องค์ประกอบส่วนใหญ่คือ เมนทอล การนำไปใช้ประโยชน์ ใช้ในทางเภสัชกรรม เช่น ทำยาหม่อง - [เสียม เครื่องมือขุดดิน](https://www.monmai.com/เสียม/) - เสียม เป็นเครื่องมือขุดดิน ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในบรรดาเครื่องมือขุดดินทุกชนิด ด้วยรูปทรงที่เล็กมีน้ำหนักเบา จึงไม่กินแรงผู้ใช้ เสียมจึงมีบทบาทสำคัญในงานด้านการเกษตรทุกชนิด จึงพูดได้ว่าเสียมเป็นเครื่องมือการเกษตรที่มาคู่กับจอบ เพราะสิ่งที่จอบทำได้เสียมก็สามารถทำได้ เช่น การขุดดิน ขุดลอก เป็นต้น แต่สิ่งที่เสียมทำได้นั้นจอบไม่สามารถทำได้ก็คือการขุดหลุดที่ลึกและแคบ และ การขุดดินในที่แคบๆที่ต้องใช้ความความระมัดระวังสูง เช่น การขุดล้อมต้นไม้ขนาดเล็ก และ การขุดหน่อกล้วย เป็นต้น การใช้งาน ใช้มือทั้งสองข้างจับด้ามเสียมให้มือยู่ห่างกันพอสมควร แล้วกด ปลายเสียมลงไปในดิน แล้วงัดเพื่อให้ดินขาดออกจากกันแล้วดึงกลับขึ้นมา ความปลอดภัย ก่อนใช้ควรตรวจสภาพเสียมเสียก่อน ว่ามีส่วนไหนชำรุดเสียหายหรือไม่ ขณะปฏิบัติงานไม่ควรแขว่ง หรือ เหวี่ยง เสียมเล่น เพราะการเหวี่ยงอาจจะทำให้เสียมหลุดมือไปโดนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือ ถูกข้าวของเสียหายได้ การทำความสะอาดและดูแลรักษา หลังจากการใช้ทุกครั้งควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำ เพื่อกำจัดดินที่ติดปลายเสียมให้หมดเสียก่อน จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง ทาน้ำมันกันสนิมแล้วหาที่เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย - [หญ้าโขมง พืชอาหารสัตว์ตามธรรมชาติ](https://www.monmai.com/หญ้าโขมง/) - ต้นหญ้าโขมงเป็นพืชอายุหลายปี ลำต้นสูงตั้งตรง ใบเป็นแบบรูปใบหอกเรียว ปลายใบแหลมยาว ปากกาบใบสีม่วงแดง ออกดอกเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน ช่อดอกออกที่ปลายยอดและซอกใบเทียม ขึ้นทั่วไปในดินทราย ดินภูเขาเป็นลูกรัง พบมากที่จังหวัดเลย จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดเชียงราย ใช้ประโยชน์เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติสำหรับแทะเล็มเช่น โค กระบือ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Andropogon chinensis (Nees) Merr. วงศ์ : GRAMINEAE ชื่อสามัญ หญ้าโขมง (เลย)., blue stem ลักษณะ หญ้าโขมงเป็นพืชอายุหลายปปี ลำต้นตั้งตรง สูง 180-275 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 6-9 มิลลิเมตร ใบเป็นแบบรูปใบหอกเรียวไปที่ปลายใบแหลม ยาว 16.5-67.5 เซนติเมตร กว้าง 0.8-1.2 เซนติเมตร เส้นกลางใบ(mid rib)มีสีขาวนวลชัดเจน(pronounced mid rib)ใบเรียบ ปากกาบใบสีม่วงแดง ลิ้นใบ(ligule)เป็นเยื่อแข็ง(membranous)สีน้ำตาลโคนสีม่วงแดงสูง 2.5-3.0 มิลลิเมตร มีขนยาว 0.7-1.2 - [คาโลโปโกเนียม พืชคลุมดินในสวน](https://www.monmai.com/คาโลโปโกเนียม/) - ถั่วคาโลโปโกเนียมเป็นพืชคลุมดินในสวนเจริญเติบโตได้รวดเร็วสามารถคลุมพื้นที่ทั้งหมดภายหลังปลูกภายใน 2-3 เดือน แต่จะตายภายใน 18-24 เดือน มีเมล็ดเล็กแบน สีน้ำตาลอ่อนเกือบเหลือง มีเมล็ดประมาณ 65,000 เมล็ดต่อกิโลกรัม นิยมนำมาปลูกในเขตภาคใต้และภาคตะวันออก โดยนิยมปลูก ผสมกับเซนโตรซีมาและเพอราเรีย ในอัตรา 5 : 4 : 1 ส่วน ถ้าคิดเป็นเมล็ดพันธุ์พืชคลุมดินสำหรับปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ จะเท่ากับ 500 กรัม : 400 กรัม : 100 กรัม พืชแซมยางที่นำมาปลูกควรเป็นพืชอายุสั้น เช่น ข้าวไร่ ข้าวโพด ยาสูบ ถั่วต่าง ๆ แต่ทั้งนี้พืชที่มีอายุมากกว่า 1 ปี บางชนิดก็สามารถปลูกได้ เช่น สับปะรด กล้วย มะละกอ เป็นต้น การปลูกพืชแซมควรปลูกให้ห่างจากแถวยางไม่น้อยกว่า 1 เมตร ยกเว้นมันสำปะหลัง ต้องปลูกให้ห่างจากแถวยาง 2 - [ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรธรรมชาติไทย (เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน)](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯเกษตรธรรมชาติไทย/) - การนำเอาความรู้ทางด้านจุลชีววิทยามาประยุกต์ใช้ด้านการเกษตรเพื่อทดแทนการใช้สารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดวิชาการด้านจุลชีววิทยาให้เกษตรกรทั่วไป ศูนย์ฯ จัดตั้งเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2537 เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรธรรมชาติและเทคโนโลยีชีวภาพสู่สาธารณะ โดยใช้ทุนส่วนตัวในการจัดตั้งศูนย์ฯ ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทฤษฏีใหม่ โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ปี 2551 หลักสูตรที่จัดฝึกอบรม การดักจับจุลินทรีย์ธรรมชาติมาใช้งานได้ด้วยตนเอง การผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ น ้า การผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ แห้ง (ปุ๋ยหมักชีวภาพ) การผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้นในการกำจัดหนอนแมลงโรคพืช การประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ประมงและสิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในชีวิตประจำวันติ รวมถึงการศึกษาดูงานในแปลงเกษตรต่างๆ ความพร้อมของศูนย์ฯ ศูนย์มีโรงฝึกอบรมจำนวน 1 หลังที่สามารถรองรับผู้เข้าฝึกอบรมได้ ประมาณ 70-80 คนมีห้องน ้าจำนวน 6 ห้อง มีที่พักแบบเต็นท์และบางส่วนให้พักที่วัดในบริเวณใกล้เคียง มี โรงฝึกงานภาคปฎิบัติจำนวน 2 หลัง และมีฐานการเรียนรู้ซึ่งเป็นแปลงสาธิตภายในศูนย์ ที่ตั้ง 95 หมู่ 5 ตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80250 - [สุขุม ทองขุนดำ ปราชญ์ชาวบ้านบ้านโงกน้ำ พัทลุง](https://www.monmai.com/สุขุม-ทองขุนดำ/) - สุขุม ทองขุนดำ อดีตข้าราชการครูโรงเรียนบ้านโงกน้ำ ผู้นำแห่งปราชญ์ชาวบ้านบ้านโงกน้ำ ต.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เล่าให้ฟังถึงอดีตของบ้านโงกน้ำที่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ และยังล้าหลังทั้งในด้านการศึกษาและการดำเนินชีวิต ชาวบ้านส่วนใหญ่มีรายได้น้อยจากการทำอาชีพสวนยาง ทำนา ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และรับจ้าง หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เข้ามาช่วยเหลือและให้คำแนะนำเรื่องการออมทรัพย์ จึงเกิดการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโงกน้ำขึ้น เพื่อให้เกิดการจัดสรรปันผล และเป็นสวัสดิการด้านต่างๆ แก่สมาชิกตั้งแต่เกิดแก่เจ็บตาย นอกจากการถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการปลูกพืชหลากหลายชนิดในพื้นที่ทั้งไม้ผล ไม้ประดับ ผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์แล้ว ลุงสุขุมยังสอนให้ชาวบ้านรู้จักนำวัตถุดิบที่เหลือใช้ในท้องถิ่นอย่างมูลสัตว์ มาทำปุ๋ยชีวภาพเพื่อใช้ในครัวเรือน เป็นการลดต้นทุนการผลิตรวมถึงการนำมูลสุกรมาผลิตเป็นแก๊สชีวภาพแจกจ่ายให้คน ในชุมชนได้ใช้โดยไม่ต้องซื้อแก๊สอีกด้วย อยากให้ทุกคนรู้จักตนเองรู้จักผลกระทบจากสภาพแวดล้อมใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ อย่างเหมาะสม สามารถพึ่งพาตนเองได้ไม่เป็นหนี้สินต่อไป โดยทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ให้การสนับสนุนศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านในการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเรื่องการทำเกษตรทฤษฎีใหม่แก่เกษตรกร เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านโงกน้ำ เปิดฝึกอบรม ประกอบด้วย การบริหารการจัดการกลุ่มออมทรัพย์ การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก การทำปุ๋ยน้ำอีเอ็ม ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด แก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ การแปรรูปผลผลิตการเกษตร เป็นต้น โดยทุกหลักสูตรจะมีทั้งการศึกษาดูงานและการฝึกภาคปฏิบัติ หลักสูตรที่จัดฝึกอบรม ด้านกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโงกน้ำ การทำเกษตรอินทรีย์ ปุ๋ยหมักน้ำ ปุ๋ยอินทรีย์ ชีวภาพอัดเม็ด ไร่นาสวนผสม เกษตรกรรมยั่งยืน และการเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก หลักสูตร - [ประยงค์ ไม้มงคล](https://www.monmai.com/ประยงค์/) - ประยงค์ หรือ กระยง คือความยืนยง ความมั่นคงหรือความอยู่ยงคงกระพัน ประยงค์ เป็นพรรณ ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะลำต้นและใบคล้ายกับต้นแก้ว แต่การแตกใบของประยงค์จะออกตามปลายกิ่งหนาแน่นและเป็น ช่อดอกออกเป็นช่อยาวตามปลายกิ่งดอกมีขนาดเล็กสีเหลือง มีกลีบดอก 5-6 กลีบ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglaia odorata Lour วงศ์ : Meliaceae ชื่ออื่น : ขะยง ขะยม พะยงค์ ยม (ภาคเหนือ) ประยงค์ใบใหญ่ (ภาคกลาง) หอมไกล (ภาคใต้) ลักษณะ ไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 2-3 เมตร แตกกิ่งก้านตั้งแต่โคนต้น เปลือกต้นเรียบ สีเทา ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปรี ปลายใบมน โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเป็นมัน ก้านใบแผ่ออกเป็นปีก ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสีเหลือง กลีบดอกมี - [แยมพุทรา](https://www.monmai.com/แยมพุทรา/) - การแปรรูปแยมเป็นการถนอมอาหารโดยการใช้น้ำตาลความเข้มข้นสูงเพื่อลดค่าวอเตอร์แอคทิวิตี้ (water activity) และมีค่า pH ต่ำ เพื่อป้องกันการเจริญของจุลินทรีย์ จัดอยู่ในกลุ่ม intermediate moisture food การเกิดเจล (gel) ของแยม เกิดจาก กรด น้ำตาล และเพกทิน (pectin) ผสมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยกรด น้ำตาล และเพกทิน เป็นส่วนประกอบที่มีอยู่แล้วในผลไม้ แยมพุทรา สูตร 1 ส่วนประกอบ เนื้อพุทรา 500 กรัม หรือ 1/2 กก. น้ำตาลทรายขาว 400 กรัม หรือ 4 ขีด เพคตินผง 9.0 กรัม หรือประมาณ 4 1/2; ช้อนชา กรดซิตริก (กรดมะนาว)8.0กรัม หรือประมาณ 2 3/4; ช้อนชา น้ำสะอาด 800 - [โหรา พืชมีพิษ](https://www.monmai.com/โหรา/) - ต้อโหรา เป็นไม้ล้มลุก ต้นแตกกอเป็นพุ่มกว้าง สูงกว่า 1 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ก้านใบสีดำเป็นมัน น้ำยางจากทุกส่วนของต้นและเมล็ด เป็นพิษ ชื่อวิทยาศาสตร์: Alocasia macrorhiza Schott ชื่อท้องถิ่น: เชียงใหม่ บึมปื้อ ,ยะลา - เอาะลาย,สงขลา-ยะลา โหรา,มาลายู-ยะลา กลาดีบูเก๊าะ ชื่ออังกฤษ: Riesen-taro, Elephant Ear ถิ่นกำเนิด: ศรีลังกา อินเดีย จนถึงมาเลเซีย ลักษณะ ไม้ล้มลุก ต้นแตกกอเป็นพุ่มกว้าง สูงกว่า 1 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ก้านใบสีดำเป็นมัน ใบ: ใบเดี่ยว รูปไข่ขนาดใหญ่ โคนใบเว้าลึกแคบๆ คล้ายเงี่ยงลูกศร ขอบใบเป็นคลื่นหรือม้วนเข้าด้านใน ใต้ใบและก้านใบสีเขียวเข้มหรือม่วงแดง ดอก: ออกเป็นช่อยาว ปลีและจานรองดอกสีขาวนวลหรือเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม ผล: ผลสดรูปรี เนื้อนุ่ม เมื่อสุกเป็นสีส้มหรือแดง เนื้อนุ่ม มี - [บวร บ้าน วัด โรงเรียน](https://www.monmai.com/บวร/) - วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย บ้านกับวัดผลัดกันช่วยก็อวยชัย ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง สุภาษิตนี้ เรามักจะเห็นกันเมื่อไปวัดวาอารามต่างๆ เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าบ้านและวัดขาดกันไม่ได้เลย นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนที่เข้ามามีบทบาทในสองหน่วยหลักทางสังคมเพิ่มอีกหนึ่ง การก่อให้เกิดกระบวนการประชาสังคม บวร คือการนำเอารูปแบบและแนวคิด การพัฒนา แบบ บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) กล่าวคือ เป็นแนวคิดที่มุ่งพยายามที่จะนำเอา องค์กร และ/หรือ สถาบันหลักในชุมชนท้องถิ่นมาเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนา อันได้แก่ การนำเอาสถาบันที่สำคัญในชุมชน 3 สถาบัน สถาบันทั้ง 3 จึงเป็นสถาบันสำคัญในทางสังคมที่จะสามารถนำมาเป็นกลไปที่ก่อให้เกิดกระบวน การสร้างสังคมให้เข้มแข็ง พัฒนาให้เกิดเครือข่าย นำสู่ภราดรภาพและสังคมสมานฉันท์ อันเป็นจุดหมายปลายทางของการพัฒนาชุมชนและสังคมได้อีกรูปแบบหนึ่ง ได้แก่ สถาบันการปกครอง (บ = บ้าน) บ้าน อาจหมายถึงชุมชน หน่วยทางสังคมที่สำคัญหน่วยหนึ่ง ในบ้านอาจมีผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน เป็นผู้นำ ผู้นำเหล่านี้จะพัฒนาทางด้านสภาพแวดล้อม ทางด้านกายภาพต่างๆภายในหมู่บ้านหรือชุมชน สถาบันศาสนา (ว = วัด) วัด หน่วยทางสังคมอีกหน่วยหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ในอดีตวัดคือศูนย์รวมของทุกๆสิ่งตั้งแต่เกิดจนตายก็ว่าได้ เกิดก็ไปวัดให้พระตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อหลานให้ หากลูกหลานเป็นชายก็จักให้บวชเรียน - [บอน ผักพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย](https://www.monmai.com/บอน/) - ในประเทศไทยมีพืชที่ชื่อบอนอยู่หลายชนิด เช่น บอนเขียว บอนส้ม และบอนสี เป็นต้น แต่หากเปรียบเทียบประโยชน์ด้านนำมาเป็นผักแล้ว บอนที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นนั้นเป็นที่รู้จักกันดีที่สุด แม้ว่าแนวโน้มของคนไทยสมัยใหม่จะรู้จักบอนน้อยลงก็ตาม แต่เชื่อว่าความเป็นผักพื้นบ้านดั้งเดิมที่มีคุณสมบัติเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง คงจะทำให้บอนยังคงเป็นผักคู่คนไทยต่อไป ชื่อทางพฤกษศาสตร์ Colocasia esculenta ( Linn. ) Schott วงศ์ Araceae เช่นเดียวกับเผือก ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก ชื่ออื่นๆ ตุน, บอนเขียว, บอนจีน, บอนจีนดำ, บอนท่า, บอนน้ำ ลักษณะ บอนเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดิน ก้านใบยาวชูสูงขึ้นจากดิน ใบขนาดใหญ่คล้ายรูปหัวใจ หรือหัวลูกศร ก้านใบมีโครงสร้างโปร่งเบาคล้ายก้านใบผักตบ หากหักก้านใบจะมียางไหลออกมา ดอกตัวผู้และตัวเมียอยู่บนช่อดอกเดียวกัน ไม่มีกลีบดอก แต่มีกลีบเลี้ยงหุ้มช่อดอกเอาไว้ บอนเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตที่ราบลุ่มของเอเชียอาคเนย์ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ของประเทศไทยด้วย บอนจึงเป็นพืชพื้นบ้านดั้งเดิมของชาวไทยอย่างแท้จริง เนื่องจากรู้จักคุ้นเคยกันมายาวนาน จึงทำให้ชาวไทยนำบอนมาใช้ประโยชน์ได้หลายประการ รวมทั้งการใช้เป็นสำนวนไทยด้วย ประโยชน์หลักของบอนที่ชาวไทยรู้จักดีที่สุดคือใช้เป็นผัก แต่บอนเป็นผักที่มีความพิเศษในตัวเอง เพราะต้องการความชำนาญในการปรุงอย่างถูกต้องจึงจะกินได้โดยไม่มีผลข้างเคียง เนื่องจากบอนมีคุณสม-บัติ( หรือโทษสมบัติ ) เด่นอย่างหนึ่งคือความคัน หากนำมาปรุงอาหารโดยปฏิบัติไม่ถูกต้องแล้ว ผู้ที่กินจะเกิดอาการคันปากคันคอ - [งางอก เปี่ยมไปด้วยสารอารหารเพื่อคนรักสุขภาพ](https://www.monmai.com/งางอก/) - ต้นอ่อนของงา เป็นพืชงอกอีกชนิดที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์และสารอาหารมากมาย เพราะโดยปกติแล้ว งา มีสารอาหารทั้งแคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก ทั้งยังมีวิตามินโดยเฉพาะวิตามินบีรวม (วิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 บี6 บี9) เมื่อนำมาเป็นงางอกคุณประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีมากขึ้น ที่สำคัญทำให้รับประทานได้ง่าย และนำมาประกอบเป็นอาหารได้หลากหลายรูปแบบ วัสดุ-อุปกรณ์ ถาดเพาะกล้าพลาสติก (เป็นชนิดเดียวกับใช้เพาะกล้าข้าว) ขนาด 30 X 60 X 3.5 เซนติเมตร (หากเป็นถาดเพาะเก่า ควรล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย ตากให้แห้งสนิท) จำนวน 2 ใบ กระบอกฉีดน้ำ ชั้นวางถาดเพาะ (ช่วยให้การจัดการดูแลง่ายและประหยัดพื้นที่ในการปลูก) วัสดุปลูก ควรเป็นวัสดุปลูกที่มีความเบา สามารถกักเก็บความชื้นได้ดี อย่างเช่น ดินร่วน ขุยมะพร้าว ขี้เถ้าแกลบ เมล็ดพันธุ์งา วิธีการปลูกงางอก นำเมล็ดพันธุ์ ล้างทำความสะอาด แยกสิ่งปลอมปนต่าง ๆ - [การเก็บเชื้อจุลินทรีย์ในป่า(IMO)](https://www.monmai.com/จุลินทรีย์ป่า-imo/) - จุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืชจะอาศัยอยู่ที่ระดับความลึกไม่เกิน 5 เซนติเมตรจากผิวหน้าดินลงไป จะเก็บรวบรวมจุลินทรีย์ในท้องถิ่นในป่า นำไปเป็นหัวเชื้อ หรือนำไปเป็นดินปลูกพืช ทำได้ดังนี้ เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ จอบ คราด พลั่ว บัวรดน้ำ รำข้าว หยาบ ละเอียด กากน้ำตาล น้ำ น้ำหมักจาวปลวก (ถ้ามีทำไว้) ขั้นตอนวิธีทำ เข้าป่าหาดิน ที่มีใบไม้ ดินดำ กลิ่นหอมอ่อน ใช้มือขุดได้ บริเวณที่มีก่อไผ่จะดีมาก กวาดใบไม้ออก ใช้จอบขูดสับหน้าดินลึก 1-2 นิ้ว รวมดินขึ้นกอง 1 ส่วน เทราดรำข้าว 1 ส่วน คลุกเคล้าเข้ากันผสมแห้ง ราดกากน้ำตาลที่ละลายน้ำ 1:10 หรือ น้ำ 100 ลิตร + กากน้ำตาล 3 กก. + น้ำหมักจาวปลวก 200-300 cc ผสมให้เข้ากันความชื้น 60% พอกำเป็นก้อนได้ กำไม่แตก - [พญาสัตบรรณ ไม้มงคลแก่บ้านและผู้อาศัย](https://www.monmai.com/พญาสัตบรรณ/) - พญาสัตบรรณ ปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นพญาสัตบรรณไว้ทางทิศเหนือผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ถ้าให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือและเป็นผู้ที่ประกอบคุณงามความดี ก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก ชื่อวิทยาศาสตร์ Alstonia scholaris (L.) R. Br. วงศ์ APOCYNACEAE ชื่อสามัญ White Cheesewood ชื่ออื่น ตีนเป็ด หัสบัน สัตบรรน จะบัน บะซา ลักษณะทั่วไป ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15 - 35 เมตร โคนต้นมักเป็นพูพอน เปลือก สีเทาอ่อนหรือเทาอมเหลือง ค่อนข้างหนา ใบ ใบเดี่ยวเรียงกันเป็นวง 4 - 7 ใบ แผ่นใบรูปมนแกมรูปไข่กลับ ปลายแหลมเป็นติ่งเล็กน้อยโคนสอบ เข้าหากันเป็นรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ดอก ดอกเล็ก สีเขียวอมเหลือง หรืออมขาวออกเป็นกลุ่มในช่อซึ่งแยกกิ่งก้าน ออกจากจุดเดียวกันตามปลายกิ่ง ผล เป็นฝักเรียว ยาว 10 - 20 - [ชาตรี ต่วนศรีแก้ว ครูเกษตรหัวใจพอเพียง](https://www.monmai.com/ชาตรี-ต่วนศรีแก้ว/) - ครูชำนาญการโรงเรียนสถาพรวิทยา อาจารย์ที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริมาใช้สอนนักเรียนที่สนใจการเกษตร ก็ภาคภูมิใจไม่น้อย เพราะถ่ายทอดแนวคิดให้กับนักเรียนของโรงเรียนสถาพรวิทยา มานานกว่า 27 ปี โรงเรียนสถาพรวิทยา ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 11 ตำบลลำพญา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เปิดสอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย มานานถึง 57 ปีแล้ว นับตั้งแต่อาจารย์ชาตรีเข้ามาทำหน้าที่อาจารย์สอนวิชาเกษตร ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอนให้เข้าถึงนักเรียนให้ง่ายขึ้น จากเดิมพื้นที่ฝึกปฏิบัติในวิชาเกษตรมีในโรงเรียน ก็ยกระดับออกมาใช้พื้นที่ด้านข้างโรงเรียน ซึ่งเป็นพื้นที่ของวัดเวฬุวนาราม เพียงเพื่อให้การปฏิบัติในภาคเกษตรของโรงเรียนเป็นสัดส่วนชัดเจน อีกทั้งกิจกรรมบางประเภทของการทำเกษตร เช่น การทำปุ๋ยหมัก ก็อาจส่งกลิ่นรบกวนการเรียนได้ อาจารย์ชาตรี กล่าวว่า วิชาเกษตรเป็นวิชาบังคับของแต่ละชั้นเรียนอยู่แล้ว ซึ่งนักเรียนที่เรียนเฉพาะในวิชาเกษตร อาจารย์จะสอนความรู้ทั่วไป เน้นที่การสร้างแนวคิด เพื่อให้นักเรียนนำไปต่อยอดในการทำการเกษตรเอง นอกจากนี้ ยังเปิดวิชาเลือกเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่มีความสนใจในการทำการเกษตรโดยเฉพาะ เช่น วิชาเพาะไส้เดือน วิชาเลี้ยงกบ วิชาเพาะกบ วิชาเพาะเห็ด เป็นต้น วิชาเพิ่มเติมกำหนดให้นักเรียนเรียนสัปดาห์ละ 2 คาบเรียน ซึ่งกำหนดจำนวนนักเรียนแต่ละวิชาไว้ด้วย หากมีนักเรียนสมัครมากกว่าจำนวนที่ต้องการ ก็จะคัดเลือกโดยเลือกจากเด็กนักเรียนที่มีใจรักจริงๆ นอกจากนี้ ยังให้มีกลุ่มยุวเกษตร แต่เปิดรับสมาชิกเพียง 25 คน เท่านั้น - [แชมพูสูตรไข่](https://www.monmai.com/แชมพูสูตรไข่/) - แชมพูสูตรนี้เหมาะกับเส้นผมเส้นบาง หรือผมที่ขาดน้ำหนัก โปรตีนจากไข่จะช่วยให้เส้นผมมีน้ำหนัก น้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้เส้นผมเงาเป็นประกาย ส่วนผสม น้ำมันละหุ่ง 1 ช้อนชา น้ำส้ม 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา เกลือทะเลป่น 1/2 ช้อนชา สบู่เหลวน้ำมันมะกอก 1/2 ถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง น้ำมันหอมระเหย (คาโมไมล์) 16 หยด วิธีทำ ผสมน้ำมันละหุ่ง น้ำส้ม และน้ำมะนาว สบู่เหลว และเกลือในชามแก้ว คนส่วนผสมให้เข้ากัน เติมน้ำมันหอมระเหย คนให้เข้ากัน นำไปใช้สระผม ที่มา : วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ - [การทำฮอร์โมนไข่สำหรับเร่งดอกเร่งผล](https://www.monmai.com/ฮอร์โมนไข่/) - ฮอร์โมนไข่นี้เหมาะสำหรับการเร่งดอก ให้ติดดอกได้เร็ว และดี มีความสมบูรณ์มากขึ้น การทำฮอร์โมนไข่สำหรับเร่งดอกเร่งผลและใช้บำรุงสำหรับข้าว มีดังนี้ วัสดุที่ใช้ - ไข่ไก่สด 2 กิโลกรัม - น้ำตาล 2 กิโลกรัม หรือ กากน้ำตาล - นมเปรี้ยว 2 ขวด - แป้งข้าวหมาก 2 ลูก - น้ำมะพร้าวอ่อน 2 แก้ว - นมจืด 2 กล่อง วิธีทำ 1. ตอกไข่ แล้วบดให้ละเอียดทั้งเปลือกเทลงถังหมัก 2. เทกากน้ำตาล นมเปรี้ยว น้ำมะพร้าวอ่อน นมจืดและนำแป้งข้าวหมากบดละเอียดตามสัดส่วนใส่ลงไปในถังหมักคนให้เข้ากัน 3. ปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้นาน 14 วัน เก็บรักษาไว้ในที่ร่มอากาศสามารถถ่ายเทสะดวก 4. คนทุกวัน เช้า-เย็น หลังจากครบ 14 วันสามารถนำมาใช้ได้ การนำมาใช้ - [หัวเชื้อจุลินทรีย์เบญจคุณ](https://www.monmai.com/จุลินทรีย์เบญจคุณ/) - ยึดหลัก แห้งชาม และ น้ำชาม ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแนะนําเปรียบเทียบกับความรู้ที่ได้ให้ความหมายใหม่ว่า แห้งสาม น้ำสอง แห้งสาม คือสิ่งที่มีชีวิตในดินเล็กๆที่เรียกว่าจุลินทรีย์ในดิน 3 ชนิดเป็นของ แห้ง คือ ดินรากข้าว หรือรากผักตบชวา ดินบริเวณกอไผ่ หรือใต้ใบไผ่ ดินบริเวณจอมปลวก น้ำสอง คือสิ่งที่มีชีวิตเล็กเล็กๆที่เรียกว่าจลุ ินทรีย์ที่อยู่ในของเหลว คือ น้ำหมัก หรือนมเปรี้ยว น้ำตาลหมัก หรือน้ำข้าวหมาก ความหมายทางวิทยาศาสตร์ แห้งสาม ได้แก่ แบคทีเรียสังเคราะห์แสง (Photosynthesis Bacteria) มีอยู่มากบริเวณรากข้าวและรากผักตบชวา เป็นบักเตรีที่ใช้แสงอาทิตย์เป็นพลังงาน ดึง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ กับ แก๊สไข่เน่า(ไฮโดรเจนซัลไฟด: H2S) มาปรุงเป็นอาหารได้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยใช้สีเป็นเครื่องจําแนก คือ กลุ่มสีเขียว (Chlorobiales) กลุ่มสีกุหลาบม่วงอมแดง(Rhodospirillales) แบคทีเรียที่มีเส้นใย (Actinomycetes) เป็นบักเตรีที่มีเส้นใยคล้ายราที่อยู่ในลําไส้ปลวก ดนบร ิ ิเวณจอมปลวก เชื้อราขาว (Mycorrhyzal - [หัวใจสีม่วง หัวใจราหู](https://www.monmai.com/หัวใจสีม่วง/) - ไม้ล้มลุก ลำต้นกลมอวบน้ำ ทอดนอนไปกับพื้นดิน ออกรากตามข้อบริเวณที่แตะพื้นดิน ใบมีสีม่วงเข้มลักษณะคล้ายหอก เนื้อใบนุ่มยาว โคนใบโอบรอบลำต้น ออกดอกเป็นช่อ ดอกหนึ่งมี 3 กลีบ และมักจะออกในช่วงฤดูร้อน ปลูกคลุมดินประดับสวนทั่วไปที่การระบายน้ำดี ปลูกริมทะเล ริมถนน ริมทางเดิน โคนเน่าในฤดูฝนได้ง่าย ทรงพุ่มใบค่อนข้างยืดยาวควรตัดแต่งบ่อยๆ ชื่อวิทยาศาสตร์: Tradescantia pallida (Rose) D. Hunt. cv. Purple Heart ชื่อสามัญ: Purple Heart วงศ์: COMMELINACEAE ชื่ออื่นๆ หัวใจราหู ลักษณะ หัวใจม่วง เป็นไม้คลุมดินคล้ายๆ ไม้เลื่อย ใบออกสีม่วง เป็นดอกไม้ที่มีความสวยงาม เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว หัวใจม่วง เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดเดิมมาจากภาคตะวันออกของประเทศเม็กซิโก หัวใจม่วง เป็นชื่อที่เรียกกันโดยส่วนใหญ่ มีชื่อพื้นเมืองที่เรียกคือ หัวใจราหู หัวใจสีม่วง ชื่อสามัญ Purple Heart ชื่อวิทยาศาสตร์ Setcreasea purpurea (Tradescantia - [เครื่องสีข้าวกล้องแบบมือหมุนประดิษฐ์เอง](https://www.monmai.com/เครื่องสีข้าวกล้องมือ/) - ภูมิปัญญาชาวบ้านที่นับวันยิ่งเลือนหาย เดิมการสีข้าวในอดีตจะไม่มีเครื่องจักรกลที่ทันสมัย แต่เกษตรกรมีข้าวกล้องไว้บริโภคตลอดทั้งปี ดังนั้นคุณผ่าน ปันคำ ปราชญ์เกษตรแห่งโรงเรียนชาวนาเกษตรยั่งยืน ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงรายจึงได้สืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านโดยการประยุกต์วัสดุเหลือใช้ในปัจจุบันให้เป็นเครื่องสีข้าวกล้อง สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้แรงคนในการสีข้าวให้เป็นเมล็ดข้าวกล้องที่มากด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เครื่องสีข้าวกล้องประดิษฐ์เองมีส่วนประกอบเพียงไม่กี่อย่าง ใช้งานง่าย เกษตรกรมืออาชีพอย่างคุณก็สามารถทำได้ เครื่องสีข้าวกล้องประดิษฐ์เองแบบมือหมุน มีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน(ตามรูป)ดังนี้ ท่อนฟันบน ประกอบด้วยไม้คาน ใบพัดกวาดข้าว และฝาครอบสังกะสีใส่ข้าวเปลือก ท่อนฟันล่าง ประกอบด้วยแกนหมุน ฐานรองท่อนฟันล่าง และถาดยางรองข้าว คันโยก ประกอบด้วยมือจับ คันโยก และแกนหมุนคันโยก วิธีการทำ/หลักการทำงาน - เครื่องสีข้าวกล้องแบบมือหมุน มีวิธีการสีคล้ายโม่แป้ง เป็นเครื่องสีข้าวที่ทำด้วยท่อนไม้ มีรูปทรงกระบอก 2 ส่วน คือ ท่อนฟันบน และท่อนฟันล่าง เมื่อนำมาประกบซ้อนกัน โดยมีแกนหมุนที่อยู่กึ่งกลางติดอยู่กับท่อนฟันล่างเป็นตัวยึดรองรับตรงไม้ คานที่ติดกับท่อนฟันบน รอบท่อนฟันล่างใช้ยางรถยนต์ (ขอบ 14 นิ้ว, ขอบ 16 นิ้ว) ทำเป็นถาดรองรับข้าว ซึ่งมีขนาดใหญ่เล็กตามขนาดของท่อนฟันล่างและท่อนฟันบน - เมื่อเทข้าวเปลือกลงไปจะไหลลงไปอยู่ระหว่างท่อนฟันบนและท่อนฟันล่างที่ขบกัน อยู่ - [หญ้าละออง หมอน้อย](https://www.monmai.com/หมอน้อย/) - พืชล้มลุกจำพวกหญ้า ลำต้นและกิ่งก้านมีขนอ่อนปกคลุม สูง 10 - 60 เซนติเมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบบริเวณโคนต้นมีขนาดใหญ่กว่าใบด้านบน ปลายใบแหลมหรือมน ขอบใบหยักหรือเว้า ไม่แน่นอน ดอกช่อแตกแขนงเชิงลดหลั่น ดอกออกเป็นกระจุกประมาณ 20 ดอก ดอกสีม่วงถึงชมพูจางๆ เมื่อแก่ดอกจะเปลี่ยนเป็นสีขาวฟู เมล็ดมีขนสีขาวหุ้มปลิวไปตามลมได้ดี ชื่อวิทยาศาสตร์ Vernonia cinerea (Linn. ) Less วงศ์ ASTERACEAE ชื่อสามัญ Purple Fleabane , Little iron weed , Ash-coloured fleabane ชื่อท้องถิ่น หญ้าละออง หมอน้อย เสือสามขา หญ้าดอกขาว ถั่วแฮะดิน ฝรั่งโคก ก้านธูป (ไทย) หญ้าสามวัน (เชียงใหม่) เซียวซัวเฮา เซียฮั่งเช่า(จีน) ลักษณะทางพฤกษ์ศาสตร์ หญ้าละอองเป็นพืชล้มลุก มีอายุปีเดียว (annual) ลำต้นตั้งตรง - [ไม้นวดเมล็ดมะค่า](https://www.monmai.com/ไม้นวดเมล็ดมะค่า/) - โรคปวดกล้ามเนื้อหลังเป็นโรคเรื้อรังที่ก่อให้เกิดความไม่สุขสบาย ประสิทธิภาพการทำงานลดลง วิธีการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังมีหลายวิธี เช่น เปลี่ยนท่านอน ประคบด้วยความร้อน รับประทานยาแก้ปวดหลัง ใช้คลื่นความร้อนกระตุ้นเส้นประสาท นวดกดจุด เป็นต้น การบรรเทาอาการปวดโดยการนวดด้วยมือ หรือที่เรียกว่าหัตถบำบัด มีข้อจำกัดคือ แรงของผู้นวดไม่สม่ำเสมอ และเกิดความเมื่อยล้า ดังนั้นทางกลุ่มนักศึกษาของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น จึงได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า ไม้นวดลดปวดกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยนวดบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังซึ่งสามารถกำหนดลงจุดนวดและเพิ่มแรงตามความต้องการได้ นวัตกรรมนี้ประดิษฐ์จาก เมล็ดมะค่า ซึ่งเมล็ดมะค่ามีสรรพคุณ คือ ใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนัง เป็นยาขับพยาธิ และทำให้ริดสีดวงทวารแห้ง ประโยชน์ของไม้นวดลดปวดกล้ามเนื้อ การใช้ไม้นวดจากเมล็ดมะค่าจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังและไหล่ได้เป็นอย่างดี วิธีการนวด นวดตามแนวของกล้ามเนื้อหลังและไหล่ 2 ข้าง นวดแต่ละจุดโดยการค่อยๆ เพิ่มแรงกดจนเริ่มรู้สึกปวดและให้นวดวนไปมาขึ้น-ลง ต่อเนื่องกัน ทั้งหมด 3 รอบ ตามหลังและไหล่ทั้ง 2 ข้าง เมื่อนวดครบทั้งหมด 3 รอบแล้ว ให้เอามือจับบริเวณที่นวดว่ากล้ามเนื้อเคลื่อนไหวตัวได้ดีหรือไม่ ถ้านวดแล้วกล้ามเนื้อยังหดเกร็งอยู่ควรนวดต่อไปเรื่อยๆ จนกว่ากล้ามเนื้อค่อยๆ คลายตัว นวัตกรรมนี้ได้นำไปทดลองใช้กับผู้ที่มารับบริการในคลินิกแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลอุทุมพรพิสัยแบบเฉพาะเจาะจงและสมัครใจร่วมทดสอบสิ่งประดิษฐ์ที่มีอาการปวดหลัง จำนวน 20 คน พบว่าระดับความปวดกล้ามเนื้อก่อนการทดลองใช้สิ่งประดิษฐ์อยู่ในระดับปานกลาง หลังการใช้สิ่งประดิษฐ์ระดับความปวดลดลงอยู่ในระดับเล็กน้อยร้อยละ - [พญาแร้งให้น้ำ นวัตกรรมการใช้น้ำเพื่อการเกษตรแบบประหยัดพลังงาน](https://www.monmai.com/พญาแร้งให้น้ำ/) - การนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงกว่าเกษตรกรอาจจะต้องใช้ต้นทุนทั้งในเรื่องของเครื่องจักรกล รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานเชื้อเพลิงอื่นๆเพื่อสูบน้ำขึ้นมาใช้ประโยชน์ แต่เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในเรื่องของพลังงานดังกล่าวได้ด้วย "พญาแร้งให้น้ำ" เครื่องสูบน้ำที่ใช้แรงดันแบบสุญญากาศ นวัตกรรมใหม่ของการใช้น้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืนโดยไม่ใช้พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานเชื้อเพลิงใดๆ พญาแร้งให้น้ำ ที่มีลักษณะการทำงานที่คล้ายๆกับกาลักน้ำแบบทั่วไป โดยกาลักน้ำจะเป็นการนำน้ำจากที่สูงลงมาใช้ในพื้นที่ต่ำกว่า ส่วนการทำงานของพญาแร้งให้น้ำจะเป็นการนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในที่ลุ่มต่ำขึ้นมาใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรบนพื้นที่ที่สูงกว่าจากการสูบน้ำด้วยระบบแรงอัดสุญญากาศโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานใดๆ ซึ่งมีการวางระบบตามขั้นตอนและใช้วัสดุอุปกรณ์ดังนี้ วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมถังน้ำสุญญากาศ : ถังบรรจุน้ำ 200 ลิตร ท่อ PVC ดูดน้ำ 6 หุน ท่อ PVC ส่งน้ำ 2 นิ้ว และ 1 นิ้ว ท่อพักอากาศระหว่างทาง ฟุตวาล์วหัวกระโหลก หรือเช็ควาล์ว วาล์วเปิดปิดที่ วาล์วเติมน้ำ วาล์วลม และวาล์วปลายสาย ข้องอ ท่อเหล็ก และ ฐานวาง ฐานสำหรับวางถังน้ำ 200 ลิตร ความสูงประมาณ 1.20 เมตร น้ำยาประสานท่อ ,กาวสำหรับอุดรอยรั่ว ฯลฯ ขั้นตอนการเตรียมถังบรรจุน้ำสุญญากาศ นำถังเหล็กขนาด 200 ลิตรมาล้างทำความสะอาด ควรเลือกใช้ถังที่ไม่ได้ใช้บรรจุน้ำมันหรือสารไวไฟมาก่อน เพราะจะเกิดปัญหาระเบิดขึ้น - [โสนหางไก่ โสนหิน](https://www.monmai.com/โสนหางไก่/) - ต้นโสนหางไก่ มักขึ้นได้เองตามริมคันนา หรือในนาที่ปล่อยทิ้งร้างไว้ เพราะเป็นพืชที่ชอบน้ำชื้นแฉะ และ กลายเป็นวัชพืชที่เกษตรกรมักจะถอนหรือตัดทิ้งไว้ตามคันนา เวลาน้ำท่วมทุ่งปะปนอยู่กับข้าวและจะขึ้นตามท้องที่เคยมีต้นโสนขึ้นเป็นประจำ ออกดอกเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง มีลักษณะลำต้นกลมยาว เปลือกสีน้ำตาล โดยปล่อยให้แดดเผาจนแห้งอย่างไร้คุณค่า ต่อมาก็มีการนำมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งใช้มัดรวมกันไว้สำหรับปัก...ปัจจัยเพื่อติดกัณฑ์เทศน์ในงานเทศกาลเทศน์มหาชาติ หรือทำเป็น ต้นกฐิน ต้นผ้าป่าตามงานบุญต่างๆ ชื่อวิทยาศาสตร์ Aeschynomene indics L. วงศ์ FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE) ชื่ออื่น โสนหางไก่เล็ก โสนหิน ลักษณะ พืชล้มลุกอายุหลายปี สูง 50 150 ซม. ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ยาว 5 12 ซม. ใบย่อยผิวเกลี้ยง 15 42 คู่ ติดบนแกนกลางแบบตรงข้าม ดอก แบบดอกถั่ว สีเหลืองอมชมพู อาจมีจุดหรือลายสีม่วง ออกเดี่ยวหรือเป็นช่อกระจะ จำนวน 4 ดอก กลีบตั้งแผ่กว้าง กลีบเลี้ยงแยกกัน 4 กลับ - [วิธีการเลี้ยงกุ้งฝอยในวงบ่อปูนซีเมนต์](https://www.monmai.com/เลี้ยงกุ้งฝอยในวงบ่อ/) - ด้วยความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมรับประทาน กุ้งฝอย ที่สะอาดไม่มีสารเคมีบ่นเบือนเลยมีแนวคิดที่จะนำกุ้งฝอยมาเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกตัวหนึ่ง โดยสามารถที่จะทำเป็นอาชีพเสริม หรือทำเป็นอาชีพหลักได้ ในหน้าหนาวกุ้งฝอยจะมีราคาสูงที่สุด นอกจากนั้นกุ้งฝอยสามารถแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายแบบจึงทำให้มีความต้องการในตลาดที่สูง วิธีเลี้ยงกุ้งฝอย การเลี้ยง กุ้งฝอย นั้นไม่ยากเลย เพียงแต่เราต้องเตรียมสถานที่และอุปกรณ์เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมให้กุ้งฝอยได้อาศัยอยู่ อุปกรณ์ที่ควรมีในการเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว วงบ่อปูนซีเมนต์ ซึ่งถ้าเป็นปูนใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จเราควรที่จะนำเอาปูนขาวโรยในบ่อก่อนที่จะใส่น้ำและแช่น้ำไว้ประมาณ 10 ถึง 15 วันเพื่อลดความเป็นกรดเป็นด่างของปูนให้หมดไปเสียก่อน ดิน นำดินที่เตรียมไว้รองก้นบ่อประมาณ 7 ถึง 10 เซนติเตมร พืชน้ำ อาทิ สาหร่าย ผักตบชะวาหญ้าขน นำมาปลูกไว้ในบ่อควรเหลือพื้นที่ให้แสงแดดส่องถึงน้ำในบ่อด้วย สายยางฉีดน้ำ มีไว้ใช้บังคับให้น้ำไหลในบ่อ เพื่อให้กุ้งได้วางไว่ในธรรมชาติถ้าน้ำนิ่งๆกุ้งฝอยจะไม่วางไข่ ตะข่ายปิดปากบ่อเพื่อป้องกันศัตรูตามธรรมชาติ อาทิ เขียด กบ งู เป็นต้น บ่อซีเมนต์เลี้ยงกุ้งฝอย หลังจากเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็นำดินมาใส่ในบ่อวงซีเมนต์ที่เตรียมไว้โดยมีความสูงประมาณ 7 ถึง 10 เซนติเมตรจากพื้นบ่อ หลังจากนั้นก็เติมน้ำเข้าไปพร้อมกับนำพืชน้ำมาปลูกด้วย ซึ่งพืชน้ำจะเป็นแหล่งหลบภัยของกุ้ง หลังจากนั้นก็ปล่อยกุ้งฝอยที่เตรียมมาลงไปในบ่อ ซึ่งในช่วงแรกที่ปล่อยกุ้งประมาณ 7 วัน เราไม่ควรที่จะให้อาหารเพราะต้องให้กุ้งปรับสภาพให้เข้ากับน้ำในบ่อเสียก่อน เตรียมวงบ่อปูนซีเมนต์ ตามจำนวนที่เราต้องการ - [ผักกาดดอง](https://www.monmai.com/ผักกาดดอง/) - ทำผักกาดดอง เพราะส่วนใหญ่ตามต่างจังหวัดนิยมปลูกผักไว้ทานเองโดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาว ซึ่งผักที่นำมาปลูกเช่น ผักกาดเขียวปลีเป็นผักที่ปลูกง่ายอายุการเก็บเกี่ยวสั้นเพียง 60 วันก็สามารถเก็บมาดองได้ ผักกาดดองสูตร 1 ส่วนผสม ผักกาดเขียวทั้งต้น 1/2 กิโลกรัม เกลือ 1/2 ถ้วย น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 2 1/2 ถ้วย วิธีทำ ล้างผักกาดเขียวให้สะอาด ตัดเอาหัวออก แล้วก็เอาไปใส่ตะแกรงผึ่งแดดสัก 1 แดด ผสมน้ำเกลือแล้วเทใส่โหลเตรียมไว้ นำผักกาดเขียวที่ผึ่งแดดแล้วมาใส่ลงในโหลน้ำเกลือ หมักทิ้งไว้ 1 คืน ตอนเช้านำผักกาดเขียวที่หมักน้ำเกลือ 1 คืนมาล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้งแล้วพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ พักไว้ก่อน นำน้ำตาลปี๊บ น้ำส้มสายชู เกลือ มาละลายในน้ำให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นอย่างดีแล้วเทใส่ในโหลเปล่า จากนั้นนำผักกาดเขียวที่สะเด็ดน้ำแล้วใส่ลงในโหลที่มีน้ำปรุง ปิดฝาโหลให้มิดชิด เก็บดองไว้ 1 สัปดาห์ คุณก็จะได้ผักกาดเขียวดองรสชาติกลมกล่อมถูกใจ ผักกาดดองสูตร 2 วัตถุดิบ ผักกาดเขียวปลี 2 - [ผักปวยเล้ง ราชาแห่งผัก](https://www.monmai.com/ปวยเล้ง/) - ผักปวยเล้ง หรือที่ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Spinach เป็นผักในตระกูลเดียวกับผักโขม (Amaranth) มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศแถบอาหรับ โดยผักชนิดนี้ชาวอาหรับได้ให้สมญานามว่าเป็น "ราชาแห่งผัก" และที่ชื่อเป็นภาษาจีนนั้นก็เพราะว่าผักชนิดนี้ได้ถูกบันทึกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นยุคที่มีการถวายเครื่องราชบรรณาการ โดยในประวัติศาสตร์ได้กล่าวว่า ผักปวยเล้งเป็นหนึ่งในเครื่องราชบรรณการด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ Spinacia oleracea L. ชื่อสามัญ Spinach วงศ์ CHENOPODIACEAE ลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหนึ่งปี หรือสองปี สูง 20-150 ใบกระจุกแบบกุหลาบซ้อน แผ่นใบรูปไข่ เป็นเหลี่ยม หรือรูปหัวลูกศร โคนใบเป็นพูกลมหรือ แผ่นใบเรียบ หรือยับย่น สีเขียวแก่หรือเขียวอ่อน ก้านใบยาว 6-12 เซนติเมตร โคนก้านสีเขียว ชมพู หรือแดงปนม่วง ช่อดอกยาว 80-150 ดอกเพศเมียออกเป็นกระจุกอยู่ตามซอกใบ จำนวนมาก ไม่มีก้านดอก แต่ละช่อมี 7-20 ดอก ดอกเพศผู้เรียงเป็นช่อดอกแบบช่อเชิง บางครั้งพบทั้งดอกสมบูรณ์เพศดอกเพศผู้และดอกเพศเมียในต้นเดียวกัน ดอกขนาดเล็ก สีเขียว กลีบรวม 4 ในดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ 3-5 - [ยาหม่องตะไคร้](https://www.monmai.com/ยาหม่องตะไคร้/) - ยาหม่องตะไคร้ สรรพคุณ บรรเทาอาการวิงเวียนศรีษะ หน้ามืดตาลาย บรรเทาอาการคัดจมูกเนื่องจากหวัด แมลงกัดต่อย บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ข้อ เส้นเอ็น เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ รักษาโรคผิวหนังอักเสบ ส่วนผสมยาหม่องตะไคร้ ประกอบด้วย วาสลินขาว 1,000 กรัม พาราฟีนขาว 500 กรัม พิมเสน 1,000 กรัม เมนทอล 450 กรัม การบูร 1,000 กรัม น้ำมันระกำ 900 กรัม น้ำมันสะระแหน่ 450 กรัม น้ำมันกานพลู 50 กรัม น้ำมันอบเชย 50 กรัม น้ำตะไคร์ 500 กรัม น้ำใบพลู 500 กรัม วิธีการทำ นำพิมเสน เมนทอล การบูร น้ำมันระกำ น้ำมันสะระแหน่ น้ำมันกานพลู น้ำมันอบเชย - [มันสําปะหลัง พืชหัวพืชอาหาร](https://www.monmai.com/มันสําปะหลัง/) - มันสำปะหลังจัดเป็นพืชหัวชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Manihot esculenta Crantz มีชื่อสามัญเรียกหลายชื่อตามภาษาต่างๆ ที่ได้ยินกันมากได้แก่ Cassava, Yuca, Mandioa, Manioc, Tapioca มันสำปะหลังมีแหล่งกำเนิดแถบที่ลุ่มเขตร้อน (Lowland tropics) มีหลักฐานแสดงว่าปลูกกันในโคลัมเบียและเวเนซูเอลา มานานกว่า 3,000 7,000 ปีมาแล้วสันนิษฐานว่าแหล่งกำเนิดมันสำปะหลังมี 4 แหล่งด้วยกันคือ มันสำปะหลัง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Manihot esculenta (L.) Crantz) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่ง เป็นพืชอาหารที่สำคัญอันดับ 5 รองจากข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าว และมันฝรั่ง ชื่อสามัญเรียกหลายชื่อเช่น Cassava, Yuca, Mandioa, Manioc, Tapioca ชาวไทยเดิมเรียกกันว่า มันสำโรง มันไม้ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่า มันต้นเตี้ย ภาคใต้เรียกมันเทศ (แต่เรียกมันเทศว่า "มันหลา") คำว่า "สำปะหลัง" ที่นิยมเรียกอาจมาจากคำว่า "ซำเปอ (Sampou)" ของชวาตะวันตก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ - [ศูนย์เรียนรู้คู่ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง อาจารย์จรัญ อรุณพันธุ์](https://www.monmai.com/ศูนย์เรียนรู้คู่ชุมชนฯ/) - ศูนย์เรียนรู้คู่ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง อาจารย์จรัญ อรุณพันธุ์ ตำบล จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ศูนย์เรียนรู้คู่ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง อาจารย์จรัญ อรุณพันธุ์ เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแบบครบวงจร ประกอบด้วย การปลูกพืช ผัก สวนครัวรั้วกินได้ เลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ หมูหลุม เป็นต้น ทางศูนย์เรียนรู้ให้การศึกษา และแนวคิด ดังนี้ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรรมยั่งยืน โดยมีหลักสูตรอบรมให้กับเกษตรที่เข้าร่วมโครงการของธนาคารเกษตรและสหกรณ์ หลักสูตรการอบรมมีจำนวน 2 วัน 1 คืน แนวคิดทำบ้านให้เป็นโรงพยาบาล โดยเน้นให้ครัวเรือนได้มีการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ เป้าหมายเพื่อให้ครัวเรือนได้รับอาหารที่ปลอดภัย แนวคิดเอาตู้เย็นออกจากบ้าน มีเป้าหมายส่งเสริมความเข้มแข็งในระดับครัวเรือน ลดการพึ่งพาอาหารจากตลาด สนใจเข้าศึกษาดูงาน ฝึกอบรม ติดต่อได้ที่ อาจารย์จรัญ อรุณพันธุ์ บ้านพังเพา ม.1 ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา โทร. 083-1682288 - [จอบ เครื่องมือขุดดิน](https://www.monmai.com/จอบ/) - จอบ เป็นเครื่องมือขุดดิน ที่มีน้ำหนักปลานกลางและมีความทนทานสูง จอบใช้ในการขุดดินแข็งๆ และ ขุดหลุมให้มีขนาดกว้างและลึกได้ ลักษณะเด่นของจอบ คือ มีใบที่แบนกว้างและคม สามารถเจาะผ่านพื้นดินหรือก้อนดินที่แข็งๆให้แยกขาดออกจากกันได้โดยง่าย การใช้งาน ใช้มือทั้งสองข้างจับด้ามจอบให้มือยู่ห่างกันพอสมควร แล้วยกขึ้นเหนือหน้าผากหรือเหนือหัวเล็กน้อยแล้วฟันลงมาที่พื้นดิน ให้คมจอบเจาะลงไปยังตำแหน่งที่ต้องการ แล้วงัดเพื่อให้ดินแตกหรือฉีกขาดแล้วดึงเข้ามาหาตัว ทำซ้ำขั้นตอนเดิมแบบนี้ไปเรื่อยๆ หลุมที่ขุดก็จะกว้างและลึกตามที่เราต้องการ ความปลอดภัย ก่อนใช้ควรตรวจสภาพจอบเสียก่อน ว่ามีส่วนไหนชำรุดเสียหายหรือไม่ ขณะปฏิบัติงานควรจับจอบให้มั่น เพราะว่าน้ำหนักของจอบมีมากกว่าพลั่วและเสียม หากจับไม่มั่นพอ อาจจะหลุดมือไปถูกคนอื่นหรือถูกข้าวของเสียหายได้ กรณีใช้งานขณะมีผู้คนอยู่ใกล้ๆต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะจอบมีความหนักและคมมาก หากฟันโดนเท้าหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายอาจเกิดบาดแผลฉกรรจ์ถึงขั้นศูนย์เสียอวัยวะได้ การทำความสะอาดและดูแลรักษา หลังจากการใช้ทุกครั้งควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำ เพื่อกำจัดดินที่ติดตามใบจอบและคมจอบ ให้หมดเสียก่อน จากนั้นให้ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง แล้วทาน้ำมันกันสนิมแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย - [คาร์เนชั่น ไม้ดอกสีสด](https://www.monmai.com/คาร์เนชั่น/) - คาร์เนชั่นมีถิ่นกำเนิดในยุโรปตอนใต้ คาร์เนชั่นที่นำเข้าส่วนใหญ่ปลูกในเรือนกระจกทั้งสิ้น ใช้ทำเป็นไม้ตัดดอกได้เป็นอย่างดี ให้จำนวนดอกต่อต้นนับเป็นที่ 2 รองจากกุหลาบ การปลูกคาร์เนชั่นแต่ละครั้งอาจจะอยู่ได้เพียงฤดูเดียวหรือหลายฤดูก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่และการปลูกปฏิบัติรักษา บางแห่งอาจจะปลูกได้เพียงฤดูเดียว บางแห่งอาจจะปลูกแล้วเก็บเกี่ยวได้นานถึง 2 -3 ปี ซึ่งตามปกติแล้วเป็นการปลูกคาร์เนชั่นในเรือนกระจก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dianthus caryophyllus วงศ์ : Caryophyllaceae ชื่อสามัญ : Carnation ชื่ออื่น ๆ : คาร์เนชั่น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ สกุล Dianthus เป็นสกุลใหญ่สกุลหนึ่งในวงศ์ Caryophyllaceae ลักษณะโดยทั่วไปของคาร์เนชั่น คือ สูงประมาณ 10-15 นิ้ว ขึ้นเป็นพุ่มใบมีสีเขียวแก่ลักษณะใบยาวปลายใบเรียวแหลม ขอบใบทั้งสองมักจะโค้งงอเข้าหากลางใบเล็กน้อยทำให้เห็นเป็นลักษณะคล้ายร่องน้ำ ใบจะออกเป็นคู่สลับ โดยใบจะหุ้มรอบข้อ ทำให้ตรงข้อของลำต้นมีลักษณะบวมโต ดอกมีทั้งชนิดดอกซ้อนและดอกชั้นเดียว ปลายกลีบดอกจะมีลักษณะหยัก ๆ คล้ายฟันเลื่อย กลีบหุ้มดอก มีลักษณะรวมติดกันเป็นกรวยหุ้มกลีบดอกไว้ ดอกมีขนาดตั้งแต่ 1.5 - 3 นิ้ว สีของดอกมีหลายสี - [ขี้ผึ้งพาราฟิน (Paraffin wax)](https://www.monmai.com/พาราฟิน/) - ขี้ผึ้งพาราฟินเป็นไขมันที่ได้จากการกลั่นจากปิโตรเลียม ซึ่งจะได้สารเคมีในกลุ่ม Alkane Hydrocarbon โดยมีสูตรโครงสร้างคือ CnH2n+2 มีลักษณะใส ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสชาติ คล้ายขี้ผึ้ง มีจุดหลอมเหลวที่ 47-64 องศาเซลเซียส ไม่ละลายน้ำ แต่สามารถละลายได้ใน Ether, Benzene และ Ester บางชนิด ซึ่งพาราฟินบริสุทธิ์จะมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี ปกติขี้ผึ้งพาราฟินจะไม่นำมาใช้สัมผัสกับอาหารโดยตรง เนื่องจากอาจทำให้เกิดการกระจายของสารเข้าสู่อาหาร และเมื่อได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนสารดังกล่าวสะสมในปริมาณมากอาจทำให้เกิดความเป็นพิษต่อร่างกายได้ มีการนำขี้ผึ้งพาราฟินไปใช้เคลือบภาชนะบรรจุหลายชนิด, การผลิตเทียน และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เป็นต้น พาราฟิน แว็กซ์ (Paraffin wax) คือ เป็นชื่อสามัญของแว็กซ์ที่เป็นสารประกอบประเภทไฮโดรคาร์บอน เป็นแว็กซ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มปิโตรเลียมแว็กซ์ (Petroleum wax) โดยมีสูตรโครงสร้างทางเคมี คือ CnH2n+2 จำนวนคาร์บอนในห่วงโซ่โมเลกุล 19-36 อะตอม (C19-C36) มีลักษณะเป็นของแข็ง มีสีเหลืองอ่อนถึงขาว มีจุดหลอมเหลว อยู่ที่ระหว่าง 48-68 องศาเซลเซียส คุณสมบัติทางเคมีของพาราฟิน แว็กซ์ ลักษณะ/รูปร่าง แบบแผ่น/แบบเม็ด สี - [ธนาคารน้ำใต้ดิน](https://www.monmai.com/ธนาคารน้ำใต้ดิน/) - แนวคิดการทำธนาคารน้ำใต้ดิน โดยการขุดบ่อลึกเพื่อส่งน้ำกักเก็บไว้ใต้ดิน เพิ่มปริมาณน้ำบาดาล เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่ถูกนำไปใช้ใน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ทำให้ชาวนาเริ่มหันมาสูบน้ำบาดาล เพื่อทำนาปรังในช่วงหน้าแล้ง เป็นครั้งแรกที่นายสมพร อินทะนู เกษตรกรใน ต.เก่าขาม อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ตัดสินใจไถปรับหน้าดินในช่วงหน้าแล้ง เพื่อทำนาปรัง โดยใช้น้ำจากบ่อบาดาล ซึ่งสูบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ก่อนหน้านี้ เขาและชาวนาในพื้นที่มองว่าการขุดบ่อบาดาลใช้เงินทุนสูง และอาจได้น้ำไม่เพียงพอต่อการทำนาในหน้าแล้ง จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการธนาคารน้ำใต้ดินกับสถาบันวิจัยนิเทศศาสนคุณ ซึ่งพัฒนาองค์ความรู้การขุดบ่อลึกเพื่อส่งน้ำไปกักเก็บไว้ใต้ดิน เป็นการเพิ่มปริมาณน้ำบาดาลให้มากขึ้น เพียงพอต่อการนำมาใช้ในอนาคต ต.เก่าขาม เป็นพื้นที่นำร่องเพื่อพัฒนาการนำน้ำใต้ดินมาใช้ในภาคการเกษตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก แต่ในช่วงฤดูน้ำหลาก เป็นพื้นที่รับน้ำ มีลำห้วยไหลผ่านหลายสาย ซึ่งเอื้อต่อการขุดบ่อดักน้ำให้ไหลลงสู่ใต้ดินตามแนวคิดการทำ ธนาคารน้ำใต้ดิน หรือ Groundwater bank การขุดบ่อดักน้ำจากผิวดินให้ไหลลงสู่ใต้ดิน ต้องขุดถึงระดับความลึกชั้นหินอุ้มน้ำที่ระดับ 5-10 เมตร โดยตำบลเก่าขามเริ่มขุดเมื่อต้นปี 2558 ปัจจุบันมีจำนวน 10 บ่อ กระจายตามจุดรับน้ำของลำห้วยสายต่าง และที่นาของชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินให้มากขึ้น ส่วนชาวนาที่ต้องการขุดบ่อบาดาลนำน้ำมาใช้ทำการเกษตรสามารถประสานขอความช่วยเหลือจากกรมทหารราบที่ 6 ได้ แนวคิดการทำธนาคารน้ำใต้ดินถูกนำมาใช้ในบางพื้นที่ภาคอีสานมานานกว่า 20 ปี - [รัง ไม้หลักในป่าเต็งรัง](https://www.monmai.com/รัง/) - ไม้รังเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 1520 เมตร เปลือกต้นสีเทาแตกเป็นร่องตามความยาวลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่ ปลายใบมน โคนใบหยักเว้า ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อ กลิ่นหอมอ่อน เป็นไม้ที่ทนทานต่อความแห้งแล้งและไฟป่าได้ดีมาก พบมากตามป่าแดงหรือป่าเต็งรัง ทั่วไปทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ ชื่อสามัญ Burmese sal, Ingyin ชื่อวิทยาศาสตร์ Shorea siamensis Miq. วงศ์ DIPTEROCARPACEAE ชื่ออื่น เปา เปาดอกแดง (ภาคเหนือ), รัง (ภาคกลาง), เรียง เรียงพนม (เขมร-สุรินทร์), ลักป้าว (ละว้า-เชียงใหม่), ฮัง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ลักษณะ ไม้รังเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงถึง ๒๐ เมตร เปลือกลำต้นสีเทา แตกเป็นร่องเป็นสะเด็ดหนา ๆ ไปตามยาวลำต้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ติดเรียงสลับ รูปไข่โคนใบหยกเว้าลึก ส่วนปลายใบค่อนข้างมน ใบอ่อนแตกใหม่เป็นสีแดง ดอก เป็นช่อ ออกรวมกันเป็นพวงโตเหนือรอยแผลใบ - [แมลงกระชอน](https://www.monmai.com/แมลงกระชอน/) - แมลงกระชอน เป็นแมลงชนิดหนึ่งที่คนนิยมทำไปทำเป็นเหยื่อสำหรับล่อปลา โดยขุดจากดินที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมงกระชอนหรือใช้วิธีล่อแมลงกระชอน โดยการนำเอาหลอดไฟนีออนที่มีสีม่วงไปติดตั้งไว้ในที่โล่งแจ้ง ส่วนมากจะนำแกลบมากองไว้บริเวณใต้ดวงไฟนีออน กลางคืนแมลงกระชอนก็จะมาเล่นไฟและตกลงไปในกองแกลบ ถึงเวลากลางวันชาวบ้านก็จะมาคุ้ยที่กองแกลบและจับแมลงกระชอนไปเป็นเหยื่อล่อปลา และนำไปประกอบอาหารก็ได้ ลักษณะทั่วไป แมลงกระชอน เป็นแมลงที่มีปีกอ่อน ลำตัวยาวสีน้ำตาลมีขา ๖ ขา และขาคู่หลังจะใหญ่และมีความแข็งแรง มีปากเป็นเขี้ยว ขาคู่หน้า ใหญ่แบนคล้ายพลั่ว มีซี่แข็งที่ปลายเพื่อใช้สำหรับขุดดินทำรูอาศัย ปีก สีน้ำตาลยาวกว่าลำตัว ผิว เป็นกำมะหยี่ ตัวผู้สามารถทำเสียงได้โดยใช้ปีกคู่หน้าสีกัน แต่เสียงไม่ค่อยกังวาน เท่าที่ควร โตเต็มที่วัดขนาดของลำตัวยาวประมาณ 25-35 มิลลิเมตร ชื่อวิทยาศาสตร์ Gryllotalpa orientalis อันดับ ORTHOPTERA วงศ์ Gryllotalpidae ชื่อสามัญ Mole Crickets ชื่อพื้นบ้าน แมงซอน แมงจิซอน แมงกระซอน (นักธรณีวิทยาแห่งชายบึง) แมลงจิซอน มีลำตัวกลมลักษณะคล้ายจิ้งหรีด แต่มีปีกสั้นมาก ขนาดความยาวลำตัวประมาณ3 - 4 เชนติเมตร หนวดสั้น ขาหน้ากว้างมีลักษณะคล้ายอุ้งมือของตัวตุ่น มีเล็บแข็งใช้ในการขุดดิน ชอบอาศัยตามที่ชื้นขุดรูอยู่ใต้ดินกินรากพืชและพืชต่างๆ - [ณธรา แย้มพิกุล เกษตรกรต้นแบบ](https://www.monmai.com/ณธรา-แย้มพิกุล/) - ณธรา แย้มพิกุล เกษตรกรตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีประสบการณ์ด้านการเกษตรมากว่า 20 ปี จากเดิมปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย สับปะรด ล้วนเป็นพืชเชิงเดี่ยว มีวิกฤติในเรื่องราคาตกต่ำไม่คุ้มทุน ขาดทุน เกิดหนี้สิน ดังนั้นได้หันตนเองมาทำไม้เศรษฐกิจ คือไม้สัก ไม้ยางพารา ไม้ยูคาลิปตัส ได้ช่วยเพิ่มเนื้อที่ป่าเป็นระบบวนเกษตร มีไม้ใช้สอยไม่ต้องไปเบียดเบียนธรรมชาติ และสร้างสมดุลให้กับพื้นดินอุดมสมบูรณ์ และแมลงเป็นระบบนิเวศน์ ไม่ต้องใช้ยาสารเคมี การปลูกข้าว แม้ไม่มีแหล่งน้ำชลประทานแต่ทำได้ด้วยระบบน้ำเปียกสลับแห้ง คือใช้ความชื้นให้เพียงพอ (สปริงเกอร์) ไม่ต้องใช้น้ำหล่อเหมือนแปลงนาทั่วไป โดยปลูกบนพื้นที่วนเกษตร (ปลูกในแปลงยูคาลิปตัส และยางพารา) คุณณธรา ได้น้อมนำแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำวนเกษตร และ ไร่นา-สวนผสม ดังนี้ ทำวนเกษตร ปลูกป่ายูคาลิปตัสเป็นไม้เนื้อเยื่อ อายุ 5 ปี ปลูกยางพารา อายุ 1-2 ปี เพาะกล้ายาง ปลูกต้นสัก อายุ 19 ปี ปลูกมันสำปะหลัง ทำไร่นา-สวนผสม - [เต็ง ไม้ต้นผลัดใบแข็งแรงทนทาน](https://www.monmai.com/เต็ง/) - เต็งเป็นไม้ต้นผลัดใบ กระจายพันธุ์เป็นกลุ่มใหญ่ ในป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ดินลูกรัง และเขาหินทรายทั่วทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 1501,300 ม. ในต่างประเทศพบที่พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์พฤษภาคม ผลแก่เดือนเมษายนกรกฎาคม เนื้อไม้สีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแกมแดง ใช้ก่อสร้างได้แข็งแรงทนทาน เช่น เสา รอด ตง ขื่อ กระดานพื้น ไม้หมอนรถไฟ โครงเรือเดินทะเล ฯลฯ เปลือกใช้เป็นยาสมานแผล ห้ามเลือด รักษาแผลเรื้อรัง แผลพุพอง ชันใช้ผสมน้ำมันทาไม้ และยาแนวเรือ ชื่อสามัญ Teng, Thity, Burmese sal ชื่อวิทยาศาสตร์ Shorea obtusa Wall. ex Blume ชื่อท้องถิ่น แงะ (เหนือ) จิก (อีสาน) ชันตก (ตราด) เต็งขาว (ขอนแก่น) เน่าใน (แม่ฮ่องสอน) ลักษณะ - [ปุ๋ยยูเรียน้ำอินทรีย์](https://www.monmai.com/ปุ๋ยยูเรียน้ำอินทรีย์/) - ปุ๋ยยูเรีย คือปุ๋ยสูตรไนโตรเจนสูง เป็นแม่ปุ๋ยเคมีเม็ดกระสอบสูตรปุ๋ย 46-0-0 เหมาะสำหรับการให้ปุ๋ยช่วงแรกของพืชที่ต้องการการเจริญเติบโตทางใบ เช่น พืชไร่ และนาข้าว พืชสวน พืชผัก/ไม้ประดับ พืชสามารถดูดซับนำธาตุอาหารไปใช้ได้ง่ายช่วยบำรุงส่วนใบก้านใบของพืชช่วยให้พืชใบเขียวเร็ว การสังเคราะห์แสงเพื่อการเจริญเติบโตได้ดี ใช้ปุ๋ยยูเรียหว่านสำหรับพืชไร่ หรือหยอดโคนต้นสำหรับพืชทั่ว ๆ ไปเป็นการให้ปุ๋ยรอบแรกของพืช หรือพืชเจริญเติบโตทางใบใด้ดีให้ครั้งเดียวหากให้แบบต่อเนื่องทำให้พืชขาดธาตุอาหารที่สมบูรณ์ การให้ปุ๋ยยูเรียจะทำให้โครงสร้างลำต้นของพืชไม่ค่อยแข็งแรง ทำให้แมลงต่าง ๆ ของพืชชอบกัดกินลำต้นและใบ การให้ปุ๋ยยูเรียส่วนใหญ่จะให้กับพืชในช่วงแรก เมื่อพืชเจริญเติบโตช่วงหนึ่งแล้วจำเป็นต้องให้ปุ๋ยรอบสองที่เกี่ยวกับการพัฒนาตามลักษณะของพืช เช่น พืชออกดอกผลจะต้องใช้ปุ๋ยสูตรผสมตัวกลางสูง หรือพืชลงหัวต้องให้ปุ๋ยสูตรผสมตัวท้ายสูง ต้องจัดทำเตรียมโรงเรือนสำหรับเป็นที่เก็บปุ๋ยอย่างดีป้องกันการเสื่อมสภาพจากความร้อนและความชื้นก่อนนำไปใช้ สูตรปุ๋ยยูเรียน้ำ บำรุงต้นข้าว ส่วนผสม ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม สับปะรดทั้งเปลือก 2 กิโลกรัม กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร (นำหน่อกล้วยมาสับให้ละเอียด ทั้งต้น เติมกากน้ำตาลลงไป 1 ลิตร หมักไว้ 10 วัน) น้ำซาวข้าว 10 ลิตร หรือ น้ำมะพร้าว - [มะเกลือ ไม้ผลย้อมผ้า](https://www.monmai.com/มะเกลือ/) - มะเกลือ เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Ebenaceae พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มกลมกิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ผลดิบของมะเกลือมีสรรพคุณเป็นยา จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง สมัยก่อนนิยมใช้ยางผลมะเกลือไปย้อมผ้า มะเกลือเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลของจังหวัดสุพรรณบุรี ในภาคเหนือเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า มะเกีย มะเกือ หรือ ผีผา ทางใต้เรียกว่า เกลือ แถบเขมร-ตราดเรียก มักเกลือ ไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 30 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 2-3 เซ็นติเมตร ยาว 4-7 เซ็นติเมตร สีเขียวเข้ม เมื่อแห้งสีดำ ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่คนละต้น ดอกตัวผู้ออกเป็นช่อสั้นๆ ประมาณ 3 ดอก ดอกตัวเมียเป็นดอกเดี่ยว กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นผลสด รูปกลมเกลี้ยง ผลดิบสีเขียว ผลสุดสีดำ มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ติดอยู่ที่ขั้วผล ชื่อวิทยาศาสตร์ : Diospyros mollis - [เขลง หยี](https://www.monmai.com/เขลง/) - หยีเป็นพืชท้องถิ่นในรัฐซาบาห์และรัฐซาราวัก พบในกัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ไทย และเวียดนาม เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ใบรูปไข่คล้ายใบพิกุล ดอกสีขาว ขนาดเล็ก ออกเป็นช่อ ผลออกเป็นพวง เมื่อดิบสีเขียว สุกแล้วเป็นสีดำ เนื้อสีน้ำตาล หวานอมเปรี้ยว เมล็ดสีน้ำตาล รูปร่างแบน ผลมีวิตามินซีสูง ไม่รับประทานสดแต่นิยมนำมาแปรรูป เช่น ลูกหยีฉาบ ลูกหยีกวน ลูกหยีทรงเครื่อง ใช้ทำน้ำผลไม้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Dialium cochincinchiense Pierre วงศ์ CAESALPINIACEAE ชื่อพื้นเมือง หยี เขลง หมากแดง เขล็ง เคง นางดำ อีด่าง หมากเคง กาหยี (นราธิวาส) ,นางดำ (นครราชสีมา ) ,ยี (ภูเก็ต) ,หยี (ภาคใต้) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เขลง เป็นไม้ยืนต้น สูง 15-30 - [ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด](https://www.monmai.com/ประหยัด-เรียบง่าย/) - ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด คือ การพัฒนาและช่วยเหลือราษฎรนั้น ทรงใช้หลักในการแก้ปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด ราษฎรสามารถทำได้เองหาได้ในท้องถิ่น และประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ในภูมิภาคนั้นๆ มาแก้ไขโดยไม่ต้องลงทุนสูงหรือใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากนัก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเตือนสติให้ประชาชนชาวไทยตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดว่าเป็นพื้นฐานความประพฤติที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังพระบรมราโชวาทพระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ความตอนหนึ่งว่า ...การประหยัด เป็นสิ่งที่พึงประสงค์อย่างยิ่งในทุกแห่งและในกาลทุกเมื่อ... ขอให้คำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นจากการประหยัดนี้ให้มาก... การประหยัดนี้ ควบคู่ไปกับหลักการพออยู่ พอกิน พอใช้ จึงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย และเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติตนตามเศรษฐกิจพอเพียงโดยแท้... การพัฒนาและช่วยเหลือราษฎร ทรงใช้หลักในการแก้ไขปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด ได้ประโยชน์สูงสุด ราษฎรสามารถทำได้เอง หาวัสดุได้ในท้องถิ่น และประยุกต์ใช้สิ่งที่มี อยู่ในภูมิภาคนั้นๆ มาแก้ไขปัญหา โดยไม่ต้องลงทุนสูง และใช้เทคโนโลยีที่ไม่ยุ่งยากนัก ทรงเน้นเรื่อง ความคุ้มค่าและคุ้มทุน แต่ไม่ใช่เป็นการขาดทุนหรือกำไร ดังเช่นที่หลักวิชาการสมัยใหม่ยึดถือ การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนี้มิได้หมายความว่า จะต้องใช้ชีวิตอย่างขี้เหนียวหรือตระหนี่ หรือปิดประเทศ และปฏิเสธกระแสโลกาภิวัตน์ หากแต่เป็นการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจและเข้าถึงตนเอง รู้ศักยภาพและความสามารถของตนเอง ตลอดจนเข้าใจบริบทและ สถานการณ์ในประเทศ สามารถพัฒนาประเทศและเชื่อมโยงกับตลาดหรือสถานการณ์ภายนอกได้เป็นอย่างดี การประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่วิถีชีวิตแบบพอเพียง นำไปสู่ความสุขอย่างยั่งยืน และสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน - [กล้วยหยี](https://www.monmai.com/กล้วยหยี/) - ผลไม้หยี คือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำผลไม้สด อาจใช้ทั้งผลหรือนำมาตัดแต่ง เช่น ปอกเปลือกคว้านเมล็ด ตัดเป็นชิ้นให้มีขนาดตามต้องการ อาจแช่น้ำปูนใสหรือสารช่วยทำให้กรอบ นำไปเชื่อมหรือแช่ในน้ำเชื่อมที่อาจมีส่วนประกอบอื่น เช่น เกลือ กรดซิทริก จนเนื้อผลไม้อิ่มตัวด้วยน้ำเชื่อม นำไปอบให้แห้งคลุกปรุงรสด้วยส่วนประกอบอื่นๆ เช่น พริกป่น น้ำตาล เกลือ กรดซิทริก หรืออาจใช้ผลไม้กวนมาคลุกปรุงรส ตัดหรือปั้นให้เป็นชิ้น ทำให้แห้ง แล้วอาจคลุกปรุงรสอีกครั้งหนึ่ง กล้วยหยี ส่วนประกอบ เนื้อกล้วยน้ำว้า 1 กิโลกรัม สับปะรด 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 600 กรัม เกลือ 18 กรัม กรดซิตริก 6.5 กรัม พริกป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ กลูโคสซีรัป 2 ช้อนโต๊ะ สารละลายกรดซิตริก วิธีการทำ เนื้อกล้วยน้ำว้าทั้งผลนึ่งบนไอน้ำเดือดนาน 10-15 นาที และแช่ในสารละลายกรดซิตริก 10 นาที และนำไปบดให้ ละเอียอด้วยเครืองบดไฟฟ้า - [หวาย พืชหลากหลายคุณประโยชน์](https://www.monmai.com/หวาย/) - หวาย จัดเป็นพืชตระกูลปาล์ม ที่ลำต้นเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน เป็นหนึ่งในบรรดาทรัพยากรพันธุ์พืชนับหมื่นชนิด จัดเป็นประเภทพืชหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ ในประเทศไทยพบว่า มีหวายมากถึง 6 สกุล คิดเป็นครึ่งหนึ่งของสกุลหวายที่มีอยู่ในโลกและมีมากกว่า 60 ชนิด แพร่กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้มีหลากหลายมากกว่าทุกภาค หวายบางชนิดสามารถนำมาบริโภคได้โดยเฉพาะคนในภาคอีสานและภาคเหนือ ชื่อวิทยาศาสตร์ :Calamus siamensis วงค์ : Palmaceae ชื่อสามัญ : Rattans ชื่ออื่น : เสือครอง, หวายนั่ง(อีสาน) ,หวายดง,หวายหนามขาว,หวายขม(หวายเขียว,หวายน้ำ) ลักษณะ ลำต้นและกาบใบมีหนาม รากเป็นรากระบบรากแขนง ดอกช่อประกอบด้วยกลุ่มแขนงช่อดอกประกอบด้วยกลุ่มแขนงช่อดอก ดอกไม่สมบูรณ์เพศจะสร้างช่อดอกออกจากลำต้น ส่วนที่มีกาบหุ้มเปลือก ผล มีลักษณะเป็นเกล็ดซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ผลค่อนข้างกลม ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีขาว ไม้เถา ลำต้นมีขนาดปานกลาง ลำต้นสีเขียวแตกกอ เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 0.5-1 นิ้ว ลำต้นและกาบใบมีหนาม กาบหุ้มลำต้นสีเขียวเข้ม เคลือบด้วยไขสีขาวบาง และมีหนามโดยรอบ ใบประกอบแบบขนนก ก้านใบมีหนาม ใบย่อยที่ประกอบบนก้านใบมีจำนวนประมาณ 75-90 - [การเพาะเลี้ยงหัวเชื้อจาวปลวก](https://www.monmai.com/หัวเชื้อจุลินทรีย์ปลวก/) - จุลินทรีย์จากจาวปลวกเป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ ช่วยย่อยสลายพวกพืชทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ในน้ำหมักจาวปลวกคือพวกโปรโตซัว ไปย่อยสลายเศษซากอินทรีย์ ที่เป็นพวกเศษหญ้า ใบไม้ เศษฟาง ช่วยย่อยสลายให้เป็นปุ๋ยเร็วขึ้น เพราะที่สุดของการย่อยสลายคือ ฮิวมัส ฮิวมัสก็จะช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับต้นพืชทำให้พืชเจริญเติบโตดีช่วยเพิ่มผลผลิตได้อีกทางหนึ่ง เพื่อบ่มเพาะตรวจดูการเดินเชื้อ เพื่อเก็บเชื้อนำไปขยายปริมาณเชื้อต่อไป เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ ครก ไม้ตีพริก เครื่องปั่นมอเตอร์ ฟ๊อกกี้สเปรย์พ่น กระติกน้ำแข็ง ข้าวเปลือก หัวมันสำปะหลัง โรงบ่ม หรือรังอบแสงแดด ถุงพลาสติกซิปปิดฝา ขนาดบรรจุ 100 กรัม ขั้นตอนวิธีทำ จุลินทรีย์น้ำลำไผ่+จุลินทรีย์น้ำลำอ้อย = 1:1 บดย่อยจุลินทรีย์จาวปลวก+บดย่อยข้าวเปลือก หรือมันสำปะหลัง = 1:1 นำ ข้อ 1 ฉีดพ่นใน ข้อ 2 ความชื้น 60% นำมาบดปั่นด้วยเครื่อง 2 นาที เพื่อเร่งให้เชื้อขยายตัว ใส่กระติกน้ำแข็งปิดฝา อบชื้นตากแดด 3 วัน ในแต่ละวัน นำมาปั่นทุกตอนเย็น 2 นาที แล้วใส่กระติกปิดฝา - [สบู่เหลวจากสบู่ก้อน](https://www.monmai.com/สบู่เหลวจากสบู่ก้อน/) - สบู่เหลวหรือสบู่ก้อนก็คล้าย ๆ กัน เพียงแต่ทำมาให้ลักษณะที่เป็นของแข็งหรือของเหลวเท่านั้น ส่วนผสมก็แล้วแต่ชนิดของสบู่ ว่าจะใส่สีกลิ่น หรือ สารบางอย่างให้มีความแตกต่างกัน สูตรสบู่เหลวที่ทำจากสบู่ก้อน ส่วนผสม ผงสบู่ 1 ถ้วยตวง น้ำ 3 ถ้วยตวง กลีเซอรีน 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอมระเหย (กลิ่นตามชอบ) ขั้นตอนการทำ 1. นำสบู่ก้อน(ที่ทำขึ้นเองจากสบู่ก้อนธรรมชาติ หรือที่ซื้อมาจากร้านค้า) มาขูดให้เป็นผงสบู่ หรือชิ้นสบู่ด้วยที่ขูดอาหาร 2. นำผงสบู่หรือชิ้นสบู่ที่ขูดได้ 1 ถ้วย ใส่ลงในหม้อสแตนเลส เติมน้ำสะอาดลงไป 3 ถ้วยตวง 3. นำหม้อขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟปานกลาง ใช้ไม้พายคนสบู่เบา ๆ ให้ผงสบู่ละลายน้ำให้หมด 4. เติมกลีเซอรีน 4 ช้อนโต๊ะคนให้เข้ากัน จากนั้นอาจจะเติมน้ำมันหอมระเหยหรือน้ำหอม หรือสารสกัดสมุนไพรอื่น ๆ ก็จะได้สบู่เหลวนำไปบรรจุขวดที่มีฝาปิด สบู่เหลวที่ทำจากสบู่ก้อนนี้เมื่อทำเสร็จสามารถนำไปใช้ได้ทันที หมายเหตุ เมื่อเวลาผ่านไปสบู่เหลวจากสบู่ก้อนนี้ อาจจะแห้งแข็งกลับไปเป็นสบู่ก้อนใหม่ นั่นอาจเป็นเพราะเติมน้ำ หรือกลีเซอรีนน้อยไปทำให้เมื่อน้ำระเหยหมด - [เขยตาย เขยตายแม่ยายชักปรก](https://www.monmai.com/เขยตาย/) - สมุนไพรเขยตายมีขึ้นทั่วไปทุกภาค ต้นและใบคล้ายๆต้นชา มีผลสีชมพูกลมๆพอๆกับผลมะแว้ง ในผลหนึ่งมีเมล็ดอยู่เพียง ๑ เมล็ด เมล็ดนั้นจะกลมมีสีดำ เมื่อผลแก่จัดในฤดูหนาว ก็จะมีรสชาติหวานกินได้ ดอกมีสีขาวและมีกลิ่นหอม ปลุกเป็นไม้ประดับก็ได้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Glycosmis pentaphylla (Retz.) DC. ชื่อพ้อง Glycosmis arborea (Roxb.) A. DC., Glycosmis cochinchinensis Pierre ex Engler วงศ์ Rutaceae ชื่ออื่นๆ เขยตายแม่ยายชักปรก ลูกเขยตาย ต้นชมชื่น ลูกเขยตายแม่ยายทำศพ หญ้ายาง น้ำเข้า โรคน้ำเข้า (ใต้) กะรอกน้ำข้าว ละรอก กะรอกน้ำ(ชลบุรี) ส้มชื่น ศรีชมชื่น น้ำข้าวต้น พิษนาคราช พุทธรักษา(สุโขทัย) ประยงค์ใหญ่ (กรุงเทพฯ) มันหมู (ประจวบคีรีขันธ์) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 3-6 เมตร - [กลีเซอรีน ทำสบู่ใส](https://www.monmai.com/กลีเซอรีน/) - กลีเซอรีนคือ ของเหลวที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีความหนืด และมีรสหวาน ของเหลวที่เป็นกลาง เหลวข้นที่งเหนียวและมีจุดเดือดสูง กลีเซอรีนสามารถละลายในน้ำมันน้ำหรือเครื่องแอลกอฮอล์ แต่ไม่ ในทางกลับกันหลายสิ่งที่จะละลายลงในกลีเซอรีนง่ายกว่า ดังนั้นกลีเซอรีนจึงเป็นตัวทำละลายที่ดี ใช้ทำสบู่ใสได้ โดยปกติมาจากน้ำมันของพืช ซึ่งโดยทั่วไปคือ น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม สูตรทางเคมี : C3H5(HO)3 Crude Glycerine เหล่านี้ก็เปรียบเสมือนเป็นน้ำมันดิบ ต้องผ่านกระบวนการกลั่นที่หอกลั่นเสียก่อนจึงออกมาเป็น Refined Glycerine ครับ ตัว Refined Glycerine ก็มีอยู่ด้วยกันหลายเกรดครับ เช่น Refined Glycerine 95% Refined Glycerine 99.5% โดยที่เป็นมาตรฐานสากลในการใช้ คือ Refined Glycerine 99.5% ที่รับรองให้เป็นกลีเซอรีนที่ใช้กับคน กลีเซอรีน อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกวัน โดยจะอยู่ในสัดส่วน % เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการใช้เครื่องสำอาง ครีม น้ำยาล้างมือ น้ำมันนวด หรือ สบู่ ยาสีฟัน หรือ - [ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียง](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯชุมชนไม้เรียง/) - ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียง ตั้งอยู่ที่ หมู่ 9 ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีจุดเด่นที่เกษตรกรสามารถรวมกันจัดตั้งโรงงานแปรรูปยางพารามีการบริหารจัดการภายในกลุ่มอย่างเป็นระบบและพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับของสังคม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรในจังหวัดอื่น ๆ ด้วย ศูนย์ก่อตั้งเมื่อปี 2535 โดยนายประยงค์ รณรงค์ ปราชญ์ชาวบ้าน เดิมทำสวนยางพาราและได้เห็นปัญหาต่าง ๆ ของชาวสวนยางพาราในชุมชน จึงได้ร่วมกับผู้นำชุมชนออกแบบสอบถามข้อมูลของหมู่บ้าน เพื่อให้รู้สาเหตุแห่งการเป็นหนี้สินโดยการจัดทำบัญชีครัวเรือน และจัดตั้งกลุ่มปรับปรุงคุณภาพยางและขายยางพารารวมถึงการพยายามพัฒนากระบวนการแปรรูปยางพาราด้วยการระดมทุนจัดตั้งโรงรมยางและเป็นต้นแบบให้ภาครัฐ สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ที่ทำอาชีพสวนยางพารา รวมทั้งได้ร่วมกับผู้นำเกษตรกรชาวสวนยางพาราภาคใต้จัดทำแผนพัฒนายางพาราไทยฉบับประชาชนตามแนวทางที่นำไปสู่การพึ่งพาตนเองตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และจากการเป็นผู้นำชุมชน/เครือข่ายที่มีประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้นายประยงค์เข้าไปมีบทบาทในองค์กรที่สนับสนุนการพัฒนาชุมชนอยู่ในปัจจุบันจนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติหลายรางวัลอาทิ รางวัลแมกไซไซสาขาพัฒนาชุมชน ครูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 1 ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนาธรรมไทย คนดีศรีสังคม ผู้นำอาชีพก้าวหน้าของกระทรวงมหาดไทย เป็นต้นโดยศูนย์เข้าร่วมโครงการพัฒนาตามแนวทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่ปี 2550 ปรัชญาของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียง คือ เรียนในสิ่งที่ต้องการทำ ทำในสิ่งที่รู้แล้ว ซึ่งได้มีการนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมพัฒนา และภายหลังได้มีการเพิ่มเติมปรัชญาใหม่เข้ามาในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในครึ่งหลังปี พ.ศ. 2540 คือ เรียนในสิ่งที่ต้องรู้ เรียนในสิ่งที่ควรรู้ เนื่องจากเห็นว่าชาวชุมชนควรจะมีการเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับมือและดำรงอยู่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกิจกรรมต่างๆ นั้นเกิดขึ้นภายใต้การจัดการความรู้ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียง ซึ่งเป็นการนำความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่อย่างหลากหลายในชุมชนและความรู้จากภายนอกชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชาวชุมชนในการสร้างอาชีพเสริม การจัดการความรู้ได้ส่งผลให้เกิดหลักสูตรการฝึกอบรมเกษตรกรทั่วไปในตำบลไม้เรียง ซึ่งประกอบด้วย - [คอนสวรรค์ สนก้างปลา](https://www.monmai.com/คอนสวรรค์/) - คอนสวรรค์มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาเขตร้อนและได้กระจายแพร่พันธุ์เอง ตามป่าละเมาะหรือ ตามที่รกร้างว่างเปล่า ตามไร่ ตามนา ขึ้นในระดับสูงประมาณ 1,200 ม. มักนิยมปลูกกันเป็นไม้ประดับ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ipomea quamoclit Limm. ชื่อสามัญ : Indian Pink Cypress Vine วงศ์ : CONVOLVULACEAE ชื่ออื่น ๆ : สนก้างปลา , พันสวรรค์ , เข็มแดง , แข้งสิงห์ , ( กรุงเทพฯ ) , คอนสวรรค์ (เชียงใหม่), สะตอเทศ , ผักหนองบก , ผักก้านถิน , ดาวนายร้อย , รกฟ้า ลักษณะ ต้น : คอนสวรรค์เป็นไม้เถาล้มลุก มีอายุประมาณ 1 - [มะละกอแช่อิ่ม](https://www.monmai.com/มะละกอแช่อิ่ม/) - มะละกอ เป็นพืชที่รู้จักกันทั่วไป ปลูกง่าย และหารับประทานทั้งปี มีประโยชน์และคุณค่ามากมายในด้านอาหาร และสรรพคุณทางยา สามารถนำไปประกอบอาหารหรือรับประทานสดได้ นอกจากนี้ยังนำไปแปรรูป เก็บไว้รับประทานได้นานอีกด้วย ส่วนผสมมะละกอแช่อิ่ม มะละกอดิบ 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 5 ถ้วย เกลือป่น 2 ช้อนชา น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำสารส้ม 4 ถ้วย น้ำ 3 ถ้วย วิธีการทำมะละกอแช่อิ่ม นำมะละกอที่เกือบสุก และมีเนื้อแน่นมาล้างด้วยน้ำให้สะอาด ปอกเปลือกออกโดยใช้มีดสแตนเลสและตัดให้เป็นชิ้นขนาด 5 x 2 x 1 ซม. แล้วฝานเอาเมล็ดและไส้ออกด้วยมีดสแตนเลส ล้างชิ้นมะละกอด้วยน้ำให้สะอาด ทำให้สะเด็ดน้ำบนตะแกรง หรือกระด้งตาห่าง แช่ในสารละลายของกรดมะนาวเข้มข้นร้อยละ 0.5 (ใช้กรดมะนาว 5 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร) เป็นเวลา 10-15 นาที ล้างด้วยน้ำให้สะอาดและทำให้สะเด็ดน้ำบนกระด้ง หรือตะแกรงสแตนเลส - [ฟาร์มสเตย์ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร](https://www.monmai.com/ฟาร์มสเตย์/) - การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (agro tourism) หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกษตรกรรมสวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และเลี้ยงสัตว์เพื่อชื่นชมความสวยงาม ความสำเร็จและเพลิดเพลินในสวนเกษตร ได้ความรู้มีประสบการณ์ใหม่บนพื้นฐานความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดลอมของสถานที่แห่งนั้น ฟาร์มสเตย์เป็นบริการท่องเที่ยวในลักษณะต่อยอดจากกิจกรรมการผลิตภาคเกษตร ไม่ว่าจะในภาคการเพาะปลูก ปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือการทำประมงในแหล่งธรรมชาติ .. ฟิชชิ่ง ปาร์ค แหล่งท่องเที่ยวประเภทฟาร์มโคนม ฟาร์มแกะ แพะ ... เหล่านี้ ล้วนอยู่ในกรอบของการพัฒนาแบบฟาร์มสเตย์ทั้งสิ้น การท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์ (farm stay) หมายถึง นักท่องเที่ยวกลุ่มที่ต้องการใช้ชีวิตใกล้ชิดกับครอบครัวในท้องถิ่นที่ไป เยือนเพื่อการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมท้องถิ่น เกษตรกรรมสวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และเลี้ยงสัตว์ ได้รับประสบการณ์ในชีวิตเพิ่มขึ้น โดยมีจิตสำนึกต่อการรักษาสิ่งแวดลอมและวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นการจัดการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนในท้องถิ่นที่ยั่งยืน ความเชื่อมโยงของการท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์กับชุมชน ด้านพื้นที่ทรัพยากรที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากฐานทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนด้านการจัดการ ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น สร้างโอกาสให้ชุมชนได้พัฒนา บริหารจัดการทรัพยากร และจัดกิจกรรมท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตในชุมชน ด้านองค์กร ได้จัดการท่องเที่ยวโดยอาศัยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาท มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ก่อตั้งการท่องเที่ยว ด้านกิจกรรมสร้างกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน จากแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน วิธีการปฏิบัติที่ดี ด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ - [แมลงวันทอง แมลงวันผลไม้](https://www.monmai.com/แมลงวันทอง/) - แมลงวันทอง หรือแมลงวันผลไม้ เป็นศัตรูพืชที่สำคัญอย่างหนึ่งของเกษตรกรที่ปลูกพืชผักและผลไม้ต่างๆ ซึ่งแมลงวันทองก็มีหลายชนิด บางชนิดเข้าทำความเสียหายให้กับผลผลิตของเกษตรกรตั้งแต่ผลไม้ยังมีขนาดเล็ก จนถึงผลไม้ที่สุกแก่ บางชนิดเข้าทำลายพืชผักต่างๆ เกษตรกรต่างก็มีวีการ ในการป้องกันกำจัดได้หลายวิธี เช่น การทำกับดักเหยื่อล่อ แมลงวันทอง (Fruit fly) ชื่อวิทยาศาสตร์ Dacus dorsalis Hendel วงศ์ Trypetidae อันดับ Diptera แมลง วันทองหรือแมลงวันผลไม้ตัวเท่าแมลงวันบ้าน แต่ตัวมีสีเหลืองหรือสีทอง ตัวเมียมีก้นแหลม ที่จริงเป็นส่วนของอวัยวะวางไข่ เมื่อได้รับการผสมพันธุ์จากตัวผู้แล้ว พอพบผลไม้ผิวอ่อนหรือนิ่มที่จะเป็นอาหารของหนอนได้ ตัวเมียที่พร้อมต่อการวางไข่ก็จะใช้ก้นแหลมของตนแทงผ่านผิวของผลไม้เข้าไป แล้ววางไข่อยู่ในผลไม้นั้น แผลนี้ต่อมาเริ่มเน่าซึ่งก็กลายเป็นอาหารอย่างดีของหนอน เมื่อหนอน เจริญเต็มที่ก็จะมุดออกมานอกผลไม้ไปหาดินร่วนและขึ้น เข้าดักแด้ ครบกำหนดก็ลอกคราบออกมาเป็นแมลงวันทองต่อไป แมลงวันทองสามารถเพาะพันธุ์ได้มากมายกับผลไม้ป่า ไข่และตัวหนอนติดไปกับผลไม้ที่ซื้อขายจากแหล่งมีแมลงวันทองไปทุกแห่งที่ซื้อ ผลไม้นอกพื้นที่มารับประทานเมื่อกัดหรือผ่าผลไม้พบหนอน ก็โยนทิ้ง หนอนก็กินผลไม้ต่อไปจนโตเต็มที่แล้วออกมาเข้าดักแด้แล้วลอกคราบเป็นตัวระบาด ต่อไป ลักษณะ แมลงวันทองรูปร่างคล้ายแมลงวันและมีขนาดลําตัวไล่ เลี่ยกันแต่ที่อกและท้องพื้นสีนํ้าตาล แก่นั้นมีรอยแต้มสีเหลืองหรือเหลืองปนส้มเป็น ดวงหรือเป็นแถบ ทําให้มองดูคล้ายสีทอง แมลงวันทองมีไข่สีขาว ยาว โค้งเล็กน้อย ความยาว ๑.๒ มิลลิเมตร กว้าง - [ผักกาดฮ่องเต้เล็ก](https://www.monmai.com/ผักกาดฮ่องเต้เล็ก/) - ผักกาดฮ่องเต้เล็กคือ ผักกาดฮ่องเต้ที่เก็บเกี่ยวหลังจากการย้ายกล้า 20 วัน ผักกาดฮ่องเต้เล้กจัดเป็นพืชตระกูล Brassicaceae (Crucifereae - Mustard family) มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ญี่ปุ่นและเอเชียกลาง นำเข้ามาปลูกในไทยเป็นระยะเวลานาน เป็นพืช 2 ฤดู แต่ปลูกเป็นพืชฤดูเดียว ก้านใบมีสีเขียวอ่อน ลักษณะแบน ส่วนโคนก้านใบจะขยายกว้างมาก และหนา เนื้อกรอบ ปลายใบมน ไม่ห่อหัว เป็นผักที่มีรสหวาน และกรอบ ตามภัตตาคารนิยมนำมาผัดน้ำมันหอย ต้ม หรือตุ๋น มีผลผลิตตลอดทั้งปี ชื่อวิทยาศาสตร์ Brassica chinensis var. chinensis ชื่อสามัญ Baby Pak choi, Green leaf patio อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตอยู่ระหว่าง 20 25 องศาเซลเซียส แต่สามารถทนต่อสภาพอุณหภูมิสูงได้ดีกว่ากลุ่มผักกาดหัว ดังนั้นจึงสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ผักกาดฮ่องเต้สามารถเจริญเติบโตในดินแทบทุกชนิด แต่เจริญเติบโตได้ดีที่สุดในสภาพดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ และอินทรีย์วัตถุสูง ค่าความเป็นกรด ด่างอยู่ระหว่าง 6.0 6.8 - [ผักกาดฮ่องเต้](https://www.monmai.com/ผักกาดฮ่องเต้/) - ผักกาดฮ่องเต้ (Pak Chai) หรือกวางตุ้งฮ่องเต้ เป็นพืชมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ญี่ปุ่นและเอเชียกลาง นำเข้ามาปลูกในไทยเป็นระยะเวลานาน เป็นพืช 2 ฤดู แต่ปลูกเป็นพืชฤดูเดียว ก้านใบมีสีเขียวอ่อน ลักษณะแบน ส่วนโคนก้านใบจะขยายกว้างมาก และหนา เนื้อกรอบ ปลายใบมน ไม่ห่อหัว ชื่อสามัญ: Pak Chai, Green Pakchoi ชื่อวิทยาศาสตร์: Brassica Chinensis var. Chinensis Mansf. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ผักกาดฮ่องเต้เป็นพืชล้มลุก ก้านใบสีเขียวอ่อน ลักษณะแบน ส่วนโคนก้านใบจะขยายกว้างมาก และหนา เนื้อกรอบ ปลายใบมน ไม่ห่อหัว สรรพคุณทางยา ผักกาดฮ่องเต้ เป็นผักที่มีวิตามินสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ วิตามินซี นอกจากนั้นยังมีธาตุอาหารพวกแคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง นิยมนำมาผัดกับเนื้อสัตว์ ผัดน้ำมันหอย หรือต้มเป็นแกงจืด รสชาติหวาน และกรอบ ลักษณะเด่นประจำพันธุ์ ดอกเป็นสีเหลือง ลำต้นอวบ ใบใหญ่สีเขียว ก้านใบสีเขียวอ่อน - [มีดพร้า มีดถิ่นใต้](https://www.monmai.com/มีดพร้า/) - มีดพร้า เครื่องมือเครื่องใช้ประเภทโลหะมีคม มีหลายอย่างคือ มีด กับ พร้า เดิมคงจะต่างกันแต่ยุคหลังเรียกใช้ปนกัน (เรียก มีดพร้า) จนแยกแทบไม่ออก โดยจำพวกที่เรียก มีด อาจเป็นพวกที่มีขนาดเล็กสั้นใช้สำหรับงานเบาในบ้าน ส่วนจำพวกพร้า ได้แก่ พวกที่มีขนาดยาวใหญ่กว่าใช้สำหรับงานหนักทั่วไป แต่คนปักษ์ใต้นิยมใช้คำ พร้า มากกว่า มีด เช่น พร้าโอ (ด้ามยาว ตัวมีดยาว รูปทรงสวยงาม นิยมใช้ติดตัวเวลาเดินทางหรือเข้าป่า ดังคำพังเพยว่า ไปเถื่อนลืมพร้า ไปนาลืมไถ) พร้าขอหรือพร้างอ (รูปร่างคล้ายพร้าโอ แต้ปลายงอ นิยมใช้ถางป่า) พร้าโต้ (คล้ายมีดอีโต้ภาคกลาง) พร้าบ้อง (ด้ามเป็นบ้องสำหรับเป็นด้ามถือ หรือใช้ไม้สอดใส่ทำให้ยาวขึ้นก็ได้) พร้าจะโหนง (รูปร่างคล้ายเคียว ตัวพร้ามีลักษณะโค้งปลายงอนแหลม สันกลางตัวพร้ามีหงอน (ตัวผู้) ถ้าไม่มีหงอนถือเป็นตัวเมีย ถือเป็นพร้ารูปร่างสวยงามจัดเป็นพร้าโอ) เป็นต้น ส่วนมีดลางชนิดได้รับอิทธิพลมลายู เช่น มีดคล็อก หรือมีดคลก (มีดสั้นขนาดเล็ก ปลายด้ามงอเหมือนลูกหัวคล็อกหรือเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ นิยมใช้เหน็บพุง อาจมาจาก Golok - [มะขามป้อมยักษ์ มะขามป้อมยักษ์ต้นเตี้ย](https://www.monmai.com/มะขามป้อมยักษ์/) - มะขามป้อมชนิดนี้ เป็นพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากมะขามป้อมพันธุ์พื้นเมืองของไทย ซึ่งพันธุ์ดั้งเดิมต้นจะสูง 8-12 เมตร และจะติดผลเพียงปีละครั้งระหว่างเดือนมกราคม-เมษายนทุกปี หลังจากได้ต้นพันธุ์ใหม่แล้วได้นำไปปลูกเลี้ยงจนเติบโต ปรากฏว่าต้นเป็นพุ่มเตี้ย สูงเต็มที่เพียง 13 เมตรเท่านั้น สามารถติดผลดกเป็นพวงสวยงามน่าชมมาก ผลมีขนาดใหญ่กว่าพันธุ์เดิมอย่างชัดเจน เมื่อผลโตเต็มที่จะมีขนาดใหญ่เกือบเท่าลูกปิงปอง หรือลูกกอล์ฟ ที่สำคัญจะติดผลตลอดทั้งปีอีกด้วย เจ้าของผู้พัฒนาพันธุ์จึงทำการปลูกทดสอบพันธุ์อยู่หลายทอด ทั้งด้วยวิธีตอนกิ่งและปลูกด้วยเมล็ด ขนาดของต้นยังคงที่คือ สูง 1-3 เมตร เหมือนเดิม จึงเชื่อว่าเป็นมะขามป้อมพันธุ์ใหม่แบบถาวรแล้ว จึงตั้งชื่อว่า มะขามป้อมยักษ์ต้นเตี้ย มะขามป้อมยักษ์ต้นเตี้ย เป็นไม้พุ่มยืนต้น สูง 1-3 เมตร ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับในระนาบเดียวกัน ใบรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนมน ดอกเป็นสีเหลือง ออกตามซอกใบ เป็นดอกแยกเพศบนต้นเดียวกัน ผล ค่อนข้าง กลม ผลมีขนาดใหญ่ตามที่กล่าวข้างต้น 1 ผล มี 1 เมล็ด ผลเป็นสีเขียว รสชาติเปรี้ยวปนฝาด ฉ่ำน้ำ ติดผลทั้งปี พันธุ์มะขามป้อมยักษ์ พันธุ์สร้อยระย้า พันธุ์เหรียญสิบ - [สุชัญญานมาศ สุขาพันธ์ เกษตรกรนักคิด](https://www.monmai.com/สุชัญญานมาศ-สุขาพันธ์/) - เมื่อเราต้องการให้พ่อ แม่ พี่ น้อง ได้กินของที่ปลอดภัยจึงวางแผนปลูกพืชผัก ไม้ผล ยางพารา เพื่อเป็นรายได้ ปลูกพืชสมุนไพร ไม้หายาก เป็นแหล่งเรียนรู้ โดยตั้งใจไม่ใช้สารเคมีเลย นี่เป็นแนวคิดของ น.ส.สุชัญญานมาศ สุขาพันธ์ เกษตรกรและประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขาดิน ต.ดินอุดม อ.ลำทับ จ.กระบี่ ที่พลิกผืนดิน 15 ไร่ ให้เป็นแปลงเกษตรปลอดสาร จนได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (จีเอพี) และกำลังเข้าสู่ระบบการผลิตพืชอินทรีย์ เพื่อการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตรต่อไป สุชัญญานมาศ กล่าวว่า เมื่อคิดเช่นนี้จึงศึกษาหาข้อมูล ฝึกอบรม ทั้งได้รับการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ ในปี 2551 จากนั้นได้นำความรู้มาปรับใช้ในพื้นที่ ซึ่งกว่าจะเปลี่ยนให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ต้องใช้เวลากว่า 6 ปี เพราะเดิมพื้นที่นี้รุ่นพ่อทำเกษตรโดยพึ่งสารเคมีมาตลอด ต่อเมื่อผืนดินคืนสู่สภาพที่ดี ส่งให้ผลผลิตต่างๆ มีระยะเก็บเกี่ยวนานขึ้น ที่สำคัญผลผลิตได้การรับรองแปลงจีพีเอ ซึ่งการันตีคุณภาพ ทำให้จำหน่ายได้ราคาสูง ดังในปี 2557 มีรายได้หลักจากยางพาราราว 1 แสนบาท ขณะที่พืชร่วมสวนยาง สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนบาท นับเป็นรายได้ที่เธอพอใจ - [เห็ดโคนน้อย เห็ดถั่ว](https://www.monmai.com/เห็ดโคนน้อย/) - เห็ดโคนน้อย หรือ เห็ดโคนเพาะ ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือ "เห็ดถั่ว" นั่นเอง แต่เป็นคนละชนิดกับเห็ดโคนปลวก เห็ดถั่วเป็นเห็ดที่เรารู้จักกันมานานแล้ว และสามารถที่จะนำไปเพาะเพื่อเป็นการค้าก็ได้ เห็ดโคนน้อยนี้จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละจังหวัด เช่น เห็ดถั่วทอง (กาญจนบุรี) เห็ดโคนน่านหรือเห็ดโคนขาว (ลำปาง แม่ฮ่องสอน) เห็ดคราม (ขอนแก่น มหาสารคาม) เป็นต้น การตั้งชื่อเห็ดโคนน้อย ก็เพื่อเป็นจุดขาย และปัจจุบันก็เป็นที่ยอมรับกันในวงการเพาะเห็ด เห็ดโคนน้อย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โคไพรนัส ไฟมิทาเรียส (Coprinus fimetarrius) จัดอยู่ใน ตระกูลเห็ด (Basidiomycetes ในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป มีชื่อเรียกตามวัสดุเพาะ เช่น เห็ดถั่ว เห็ดถั่วเหลืองหรือ เห็ดถั่วเน่า เห็ดโคนน้อย เห็ดโคนบ้าน เห็ดโคนขาว(ภาคเหนือ) เห็ดคราม เห็ดปลวกน้อย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)เห็ดโคนเพาะ เห็ดโคนน้อย เห็ดหมึก(ภาคกลาง) เป็นเห็ดที่ขึ้นง่าย เห็ดชนิดนี้นมีคุณค่าทางอาหารสูงแล้วยังพบว่ามีสรรพคุณทางสมุนไพร ช่วยในการย่อยอาหารและลดเสมหะ สามารถที่จะใช้วัสดุเพาะอื่นๆเพาะได้อีกมากไม่ว่าจะเป็นต้นและใบถั่วต่างๆ ต้นข้าวโพด ทะลายปาล์มน้ำมัน ผักตบชวา ต้นและใบกล้วย ซึ่งสามารถที่จะนำมาเป็นวัสดุเพาะได้ทั้งสิ้น - [เผือกฉาบ](https://www.monmai.com/เผือกฉาบ/) - เผือกฉาบเป็นเผือกที่คัดคุณภาพพิเศษเนื้อแน่น หอมนำมาสไลด์เป็นแบบแผ่นบางๆอบ กรอบ ปรุงด้วยน้ำตาล รสาติเค็ม-หวาน เผือกฉาบ ส่วนผสม เผือกทอดเสร็จแล้ว 500 กรัม น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 1/2 ถ้วยตวง น้ำมันสำหรับทอด วิธีทำ ล้างเผือกทั้งหัวให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง นำมาปอกเปลือก โดยไม่ต้องล้างน้ำซ้ำอีกครั้ง หั่นเผือกเป็นชิ้นบาง ๆ ให้มีขนาดความหนาเท่า ๆ กัน ใช้เผือกหอมหัวเล็ก ถ้าหัวใหญ่ให้ผ่าครึ่งหัว ปอกเปลือกแล้วจึงไส ทอดในกระทะก้นลึก น้ำมันมากไฟกลาง ให้น้ำมันร้อนจัด จึงใส่เผือกลงทอดจนสุกและกรอบตักขึ้น พักในตะเกรงให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่น้ำตาลน้ำและเกลือในกระทะ เคี่ยวน้ำตาลพอข้น ใส่เผือกที่ทอดแล้วลงคลุกเคล้าจนเคลือบดี ยกลง พอเผือกฉาบเย็น บรรจุภาชนะปิดให้สนิท เทคนิคการนำน้ำเกลือใส่ลงในมันและเผือกในขณะที่กำลังทอดนั้น เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้มันและเผือกฉาบมีรสชาดกรอบ อร่อย สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยไม่ทำให้มันและเผือกฉาบเกิดความชื้น ซึ่งบางครั้งเมื่อเราซื้อมันและเผือกฉาบ มารับประทาน แล้วรู้สึกไม่กรอบอร่อยนั้นอาจจะเกิดจากผู้ผลิตบางราย ใช้วิธีการเพิ่มรสชาติในขณะที่ทอดเสร็จและตักออกจากกระทะแล้ว ด้วยการเติมเกลือลงไป ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เกลือเกิดการละลาย - [ยาหม่องเสลดพังพอน](https://www.monmai.com/ยาหม่องเสลดพังพอน/) - ยาหม่องสมุนไพรเสลดพังพอน มรดกทางภูมิปัญญาของไทย สรรพคุณบรรเทาอาการปวดเมื่อยร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดเส้นเอ็น เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำดำเขียว ใช้ถอนพิษ โดยเฉพาะพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ตะขาบ แมลงป่อง รักษาอาการผิวหนังอักเสบ โรคผิวหนัง งูสวัด ลมพิษ น้ำร้อนลวก เป็นต้น ส่วนผสมยาหม่องสมุนไพรเสลดพังพอน ใบเสลดพังพอนตัวผู้และตัวเมีย 500 กรัม น้ำมันงาหรือน้ำมันมะพร้าว 200 กรัม วาสลิน 50 กรัม ขี้ผึ้งบริสุทธิ์ 50 กรัม พิมเสน 50 กรัม เมนทอลเกล็ด 100 กรัม การบูร 100 กรัม น้ำมันยูคาลิปตัส 1/2-1 ออนซ์ น้ำมันลาเวนเดอร์ 1/2-1 ออนซ์ น้ำมันสะระแหน่ 1/2-1 ออนซ์ น้ำมันอบเชย 1/2-1 ออนซ์ น้ำมันกานพลู 1/2-1 ออนซ์ - [สนประดิพัทธ์ ไม้ยืนต้นทรงพุ่มรูปกรวยแหลม](https://www.monmai.com/สนประดิพัทธ์/) - สนประดิพัทธ์ เรือนยอดรูปกรวยแหลม กิ่งขนาดเล็กทำมุมแหลม กับลำต้นและแตกกิ่งเป็นระเบียบ เปลือกสีน้ำตาลปนดำ ใบเป็นใบเดี่ยว ใบสามารถถอดเป็นปล้องได้ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ปลูกเป็นแนวกันลม สามารถตัดแต่งเป็นรูปต่างๆ ได้เนื้อไม้ใช้ทำเสาโป๊ะ เสากระโดงเรือ ทำฟืนถ่าน ไม้กระดาน ไม้ฝา แปรรูป ทำเฟอร์นิเจอร์ ปาร์เก้ ชื่อสามัญ Son pradipat (Bangkok), Iron Wood Horsetail ชื่อวงศ์ CASUARINACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Casuarina junghuhniana Miq ลักษณะทั่วไป สนประดิพัทธ์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะชวาประเทศอินโดนีเซีย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีความสูงประมาณ 10-20 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดรูปกรวยแหลม กิ่งขนาดเล้กทำมุมแหลมกับลำต้น และแตกกิ่งเป็นระเบียบ กิ่งย่อยสีเขียวเรียงกันเล็กมากคล้ายรูปเข็มหรือเส้นลวดต่อกันเป็นปล้อง ๆ แต่ละกิ่งยาว 10-20 เซนติเมตร เปลือกของลำต้นสีน้ำตาลปนเทา แตกเป็นร่องตื้น ๆ ลอกเป็นแผ่นเล็ก ๆ ห้อยตามลำต้น ชอบขึ้นในดินทรายใกล้ทะเลจนถึงภูเขาสูงถึง 3,100 - [สนแผง สนประดับสวยงาม](https://www.monmai.com/สนแผง/) - สนแผง เป็นไม้พรรณยืนต้น แตกกิ่งก้านสาขามากมาย และลำต้นจะบิดเป็นเกลียว เปลือกต้นมีสีน้ำตาลอมแดง ลำต้นจะสูงเต็มที่ ประมาณ 20 เซนติเมตร เป็นใบไม้ร่วม แตกออกเป็นเกล็ดเล็กๆ เรียงติดกันแน่นกับกิ่ง ซึ่งอยู่ลักษณะเป็นแผง มีสีเขียวสดออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป เปลือกต้น นำมาฝนเป็นยากวาดทวารเบา ทำให้ระดูขาวแห้ง ใบ แก้ปวดตามข้อ ลดไข้ ช่วยห้ามเลือด ริดสีดวงทวาร ตกเลือด แก้ไอ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ชื่อวิทยาศาสตร์ Biota orinentalis (Linn.) Endl. วงศ์ CUPRESSACEAE ชื่ออื่น สนหางสิงห์ สนเทศ เจ้กแป้ะ เช่อไป่เย่ ไป่จื่อเหยิน(จีนกลาง) ลักษณะ สนแผงเป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ ๒๐ เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านมาก เปลือกลำต้นเป็นเกล็ดมีสีน้ำตาลอมแดง ลำต้น และกิ่งก้านบิดเป็นเกลียว ใบประกอบแบบขนนกหลายชั้น เรียงเป็นแผง ใบย่อยเรียงสลับเป็นเกล็ดมีขนาดเล็ก ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวที่ง่ามใบ ดอกมีลักษณะกลมรูปไข่ - [ผักกรีนโอ๊ค ผักสลัดยอดนิยม](https://www.monmai.com/กรีนโอ๊ค/) - ผักกรีนโอ๊ค ลักษณะเป็นผักใบเขียวที่นิยมนำมาทำสลัดผัก นิยมปลูกแบบผักไฮรโดรโปนิกส์ (ไฮโดรโพนิกส์)นิยมทานสด, นำไปตกแต่งจาน หรือนำไปแนมกับอาหารต่างๆได้การปลุกผักกรีนโอ๊คแบบผักไฮรโดรโปนิกส์ (ไฮโดรโพนิกส์, ปลูกแบบไร้ดิน)ใช้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวประมาณ 40 วัน สูตรอาหารที่ใช้ผักกรีนโอ๊ค เช่น สลักผัก, เมี่ยงเป็ด, พล่าปลาแซลม่อน, ผักสลัดราดน้ำสลัดแบบข้น กรีนโอ๊คช่วนในการสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงประสาท บำรุงสายตา บำรุงกล้ามเนื้อ บำรุงเส้นผม กรีนโอ๊ค (Green Oak) ชื่อสามัญ: Lettuce ชื่อวิทยาศาสตร์: Lactuca sativa var.crispa L ลักษณะโดยทั่วไป สลัดกรีนโอ๊ค ใบมีเขียวอ่อน หรือเขียวเข้ม (ตามลักษณะของสายพันธุ์) ขอบใบหยัก เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย และยุโรป เป็นพืช ฤดูเดียว มีลำต้นอวบสั้น ช่วงข้อถี่ ใบจะเจริญ จากข้อเป็นกลุ่ม มีระบบรากแก้วที่สามารถเจริญลงไปในดินได้อย่างรวดเร็ว ช่อดอกเป็นแบบ Panicle สูง 2-4 ฟุต ประกอบด้วย ดอก 10 - - [การเพาะเลี้ยงปลาไหลนา](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาไหลนา/) - ปลาไหล เป็นปลาน้ำจืดที่บางท้องถิ่นเรียกว่า "ไหลนา" บ้างก็เรียก "เหยี่ยน" เนื้อรสชาติดี มีให้เลือกซื้อกันทั้งแบบเป็นๆ และหั่นเป็นชิ้นแล้ว ตามตลาดสดที่ขายอาหารพื้นบ้านใหญ่ๆ การซื้อปลาไหลมาทำความสะอาดเองจะได้ปลาไหลที่สด เนื้อหวาน แต่ปลาไหล เป็นปลาที่ตายยาก ต้องทุบหัวให้ตายแล้วใช้ใบข่อย ใบตะไคร้ ใบสัก ใบมะเดื่อ ทราย หรือสก็อตไบรท์รูดตัวปลาจนขาวซีด ล้างน้ำให้สะอาดจึงผ่าท้อง เอาไส้ออกหั่นเป็นแว่นหนาประมาณครึ่งเซนติเมตร หรือหั่นท่อนยาว ๑ นิ้ว นิยมนำมาทำผัดเผ็ด แกงเผ็ด ผัดกะเพรา และต้มยำ เคล็ดลับความอร่อยคือต้องทำความสะอาดอย่างดี เลือกปลาไหลลำตัวกว้างเท่าหัวแม่มือ จึงจะรับประทานก้างปลาได้กรุบอร่อย ใส่เครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ ให้ถึงเครื่องเทศและใส่เหล้าเพื่อดับกลิ่นคาว ปลาไหลนา หรือปลาไหลบึง จัดเป็นปลาอยู่ในวงศ์ Synbranchiformes ครอบครัว Synbranchidae ซึ่งปลาในครอบครัวนี้ มีอยู่ 3 ชนิด คือ ปลาไหลนา Monopterus albus, Zuiew (1973) ชื่อสามัญ Swamp Eel, Asian Swamp Eel - [น้ำหมักกรดอะมิโน โปรตีนจากสัตว์หรือถั่วเหลือง](https://www.monmai.com/น้ำหมักกรดอะมิโน/) - ปุ๋ยน้ำหมัก หมายถึง ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการนำเอาสารอินทรีย์ไปหมักในน้ำ ในระยะเวลาหนึ่ง จนสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่มีอยู่ถูกดึงออกมาจากเซลล์ สารเหล่านี้ประกอบไปด้วยธาตุอาหารพืช กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และฮอร์โมน พืชต่าง ๆ ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด มีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน ปุ๋ยน้ำหมักจากเศษพืช จึงแตกต่างจากผลไม้ แตกต่างจากเศษสัตว์ได้ การทำน้ำหมักกรดอะมิโน โปรตีนจากสัตว์หรือถั่วเหลือง วัสดุอุปกรณ์ ถังหมักทึบแสง มีฝาปิด โปรตีนจากซากสัตว์ เช่น ปลา เครื่องในสัตว์ ก้างปลา กระดูกสัตว์ เปลือกไข่ หรือกากถั่วเหลือง 3 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน เกลือทะเล 2 ขีด รำข้าวละเอียด ครึ่ง ก.ก. วิธีทำ นำเศษชิ้นส่วนโปรตีน จากสัตว์หรือถั่วเหลือง ใส่ลงในถังหมัก 3 ส่วนหรือ 3 ก.ก. เทกากน้ำตาลทับลงไป 1 ส่วนหรือ 1 ก.ก. ใส่เกลือ 2 - [โสนอินเดีย พืชปุ๋ยสดในนาข้าว](https://www.monmai.com/โสนอินเดีย/) - โสนอินเดียเป็นพืชปีเดียว สูงประมาณ 2.0-3.5 เมตร ออกดอกเมื่ออายุประมาณ 90 วัน ค่อนข้างทนเค็ม เหมาะที่จะใช้ปลูกเป็นพืชปุ๋ยสดในนาข้าว ปลูกพืชนี้ล่วงหน้าก่อนประมาณ 70 วัน ไถกลบเมื่ออายุ 60 วัน ทิ้งช่วงเวลาประมาณ 10 วัน แล้วจึงทำเทือกเพื่อเตรียมปลูกข้าว โสนอินเดียอายุ 60-70 วันให้น้ำหนักสด 2-4 ตัน/ไร่ สะสมไนโตรเจนในพืชได้ 10-15 กิโลกรัม.N./ไร่ ส่วนเหนือดินมีธาตุหลัก คิดต่อน้ำหนักแห้ง ดังนี้ 2.55 %N,0.35 %P และ 3.63 %K ซึ่งจะหมุนเวียนลงไปในดินเมื่อซากพืชสลายตัว ชื่อสามัญ: Sesbania ชื่อวิทยาศาสตร์: Sesbania javaica Mig. วงศ์: Fabaceae (Papilionaceae) ชื่ออื่นๆ: โสน โสนหิน โสนกินดอก ผักฮองแฮง ลักษณะพฤกษศาสตร์ โสนอินเดียเป็นพืชล้มลุกอายุสั้นประมาณ 2 - - [ต้นอ้อดิบ (ต้นคูน) พืชตระกูลบอน](https://www.monmai.com/อ้อดิบ/) - อ้อดิบ คือ ต้นคูนของภาคกลาง เวลาใช้ปรุงอาหารให้ลอกเยื่อบาง ๆ ออก แล้วหั่นเป็นท่อนคล้ายสายบัว อ้อดิบ มีชื่ออื่นอีก เช่น คูน (ภาคกลาง) โหรา อ้อดิบ(นครศรีธรรมราช) ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Colocasia gigante Hook. f. อ้อดิบ(คูน) เป็นไม้ล้มลุกอยู่ในวงศ์ Araceae และอยู่ในสกุล Colocasia เช่นเดียวกับบอน เป็นผักชนิดหนึ่งชึ่ง ลักษณะคล้ายบอน ชาวบ้านจะปลูกไว้กินริมรั้ว หรือข้างบ้าน ชอบ ขึ้นบริเวณที่มีน้ำแฉะ นำมาทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน อ้อดิบที่นำมาทำเป็นอาหารส่วนมากจะใช้แกงส้ม และยำ ชื่อสามัญ GIANT Elephant Ears ชื่อวิทยาศาสตร์ Colocasia gigantea Hook.f ชื่ออื่น Green Taro ภาคกลางและภาคอิสานเรียกว่า ทูน คูน หัวคูณ ภาคเหนือเรียกว่า ตูน ภาคใต้เรียกว่า เอาะดิบ ออกดิบ - [หญ้ากกดอกขาว กกมีสรรพคุณ](https://www.monmai.com/หญ้ากกดอกขาว/) - หญ้ากกดอกขาวเป็นกกที่มีอายุยืนหลายปี ลำต้นอยู่ใต้ดิน เลื้อยทอดขนานไปกับพื้นผิวดิน ชูส่วนยอด มีกาบหุ้มลำต้น มีระบบรากเป็นระบบรากฝอยออกตามข้อ ของลำต้นใต้ดิน ส่วนของลำต้นที่ชูช่อดอกจะมีรูปร่าง เป็นสามเหลี่ยม ที่ฐานของช่อดอกมีแผ่นรองดอก มีสีเขียวคล้ายใบ ดอกย่อย 2 ดอก คือดอกด้านล่างจะมีกาบ (glume) สีเขียวใส ผลลักษณะแบน กลมรี เป็นสมุนไพรห้ามเลือด แก้ริดสีดวงทวาร บิด แก้ไข้ ท้องอืด แก้หืด ปวดศีรษะ ตาแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kyllinga brevifolia Rottb. วงศ์ : CYPERACEAE ชื่ออื่น ๆ : หญ้าหัวโม่ง (สุราษฏร์ธานี) , จุยโงวซัง (จีน-แต้จิ๋ว) ลักษณะ ต้น : เป็นพรรณไม้ประเภทเดียวกับหญ้า ลำต้นเป็นเส้นเล็กยาว มีลักษณะเป็นเหลี่ยม ผิวเรียบ มีสีเขียว ลำต้นมีความสูงประมาณ 4-20 นิ้ว ลำต้นมีรากมาก - [มะยมแช่อิ่ม](https://www.monmai.com/มะยมแช่อิ่ม/) - มะยมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่อยู่คนไทยมาช้านานด้วยรสชาติเปรี้ยวซะใจและการนำมาแปรรูปได้หลากหลายชนิดจึงทำให้มีการนิยมบริโภคมากในสมัยก่อนนอกจากจะนิยมบริโภคกันแล้ว ในตำหรับยาแพทย์แผนไทยยังยกย่องให้เป็นสมุนไพรชั้นยอด มะยมแช่อิ่ม สูตร 1 ส่วนผสม มะยม 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 2 ถ้วย น้ำ 2 ถ้วย น้ำปูนใส 2 ถ้วย วิธีทำ นำมะยมดองเกลือแช่ในน้ำปูนใส 4 ชั่วโมง นำขึ้นล้างน้ำ แล้วผึ่งพอสะเด็ดน้ำ ใส่น้ำ น้ำตาล ลงในหม้อตั้งไฟ พอน้ำตาลละลาย กรองด้วยผ้าขาวบาง ปล่อยให้เย็นจึงนำมะยมลงแช่ไว้ 3 วัน ทุก ๆ วันให้นำน้ำเชื่ออุ่นให้เดือด แล้วปล่อยให้เย็นจึงเทใส่หม้อมะยม ทำเช่นนี้ 3 วัน มะยมจึงจะอิ่มตัว มะยมแช่อิ่ม สูตร 2 ส่วนประกอบ มะยมผลโตๆ สุกสีเหลือง 5 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 2 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ถ้วยตวง น้ำสะอาด - [ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ](https://www.monmai.com/ศึกษาอย่างเป็นระบบ/) - ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ คือ การที่จะพระราชทานโครงการใดโครงการหนึ่งพระองค์ท่านศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้น เอกสาร แผนที่ รายละเอียดต่างๆ ตลอดจนสอบถามจากเจ้าหน้าที่ และราษฎรในพื้นที่ เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว การที่จะพระราชทานพระราชดำริเพื่อดำเนินงานโครงการใดโครงการหนึ่งจะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบจากข้อมูลพื้นฐานในเบื้องต้นจากเอกสารต่างๆ แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และสอบถามจากราษฎรในพื้นที่ เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและสอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์สังคม - [ขวาน ใช้ตัดไม้หรือหั่นไม้](https://www.monmai.com/ขวาน/) - ขวาน เป็นเครื่องมือที่มีมาแต่อดีต ใช้ในการตัดไม้ หรือหั่นไม้ รวมไปถึงการใช้เป็นอาวุธ โดยทั่วไปขวานจะประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ ส่วนหัว และส่วนด้ามจับ โดยจะเห็นได้ว่าขวานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับลิ่ม ที่ใช้ในการผ่อนแรง ขวานในสมัยโบราณ ส่วนหัวทำจากหิน และผูกเข้ากันกับด้ามไม้ ในขณะที่ขวานในยุคปัจจุบันส่วนหัว จะสร้างจากเหล็กและด้ามจับไม้ โดยขวานจะมีทั้งแบบที่ด้ามยาว และแบบด้ามสั้นขึ้นอยู่กับประเภทการใช้งานของขวานนั้น ๆ - [ต้นพฤกษ์ จามจุรีสีทอง](https://www.monmai.com/พฤกษ์/) - พฤกษ์มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Albizia lebbeck Benth. อยู่ในวงศ์ Mimosoideae (Leguminosae) ซึ่งเป็นพืชประเภทถั่ว เช่นเดียวกับต้นไม้ยืนต้นที่มีชื่อลงท้ายด้วยพฤกษ์ที่เราคุ้นเคย เช่น ราชพฤกษ์ (คูน) กาลพฤกษ์ (กัลปพฤกษ์) และชัยพฤกษ์ เป็นต้น ต่างกันตรงที่อยู่ทั้ง ๓ ชนิด อยู่ในสกุล Cassia แต่ก็มีลักษณะหลายอย่างคล้ายคลึงกัน ชื่อวิทยาศาสตร์ Albizia lebbek (L.) Benth. วงศ์ FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE) ชื่ออื่น มะรุมป่า จ๊าขาม ตุ๊ด กะซึก ถ่อนนา ก้านฮุ้ง มะขามโคก พญากะบุก ก้ามปู ชุงรุ้ง ชุ้งรุ้ง จามจุรี จามจุรีสีทอง จามรี ซึก กาแซ กาไพ แกร๊ะ กรีด กระพี้เขาควาย Indian walnut ลักษณะ พฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ - [หญ้าเนเปียร์อาหารชั้นดีของปลากินพืช](https://www.monmai.com/อาหารปลาจากหญ้าเนเปียร/) - การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบันเกษตรกรมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูง ซึ่งต้นทุนส่วนใหญ่จะเป็นค่าอาหารปลาประมาณ 60 % ส่วนที่เหลือจะเป็นค่าพันธุ์ปลา และค่าบริหารจัดการปัญหาหลักๆ ของเกษตรกรเรื่องการเลี้ยงปลา ขาดเงินทุนหมุนเวียน เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนที่จะนำมาซื้ออาหารปลา ราคาสินค้าสัตว์น้ำไม่คงที่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีผลกระทบทำให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรายย่อยประสบปัญหาขาดทุน จากปัญหาดังกล่าว กรมประมง โดยสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้นำเอาแนวทางในการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบลดต้นทุน โดยหาวิธีลดต้นทุนอาหารปลาซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่ใช้ในการเลี้ยงปลาโดยการใช้หญ้าเนเปียร์ปากช่อง ๑ มาทดแทนอาหารเม็ดในการลี้ยงปลา ข้อดี หญ้าเนเปียร์ปากช่อง1 มีคุณค่าทางอาหารสูงสัตว์ชอบกิน มีโปรตีนหยาบประมาณ ๑๐-๑๒ % ไม่มีปัญหาเรื่องสารตกค้างในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสามารถน้ำไปใช้เลี้ยงปลาได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนหยาบสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ใช้เป็นพืชบำบัดน้ำเสียและเปลี่ยนน้ำเสียให้เป็นพืชอาหารสัตว์น้ำ ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อน ก่อให้เกิดการพัฒนาเชิงบูรณาการและเพิ่มความมั่นคงด้านอาหาร ข้อดีการเลี้ยงปลากินพืชแบบผสมผสาน มีปลาหลายชนิดเลือกบริโภคและจำหน่ายได้ มีการใช้ประโยชน์จากอาหารภายในบ่อเลี้ยงเต็มที่ เป็นการลดต้นทุนการผลิต ลดความเสี่ยงในเรื่องราคาสัตว์น้ำไม่คงที่ ใช้พื้นที่บ่อได้เต็มศักยภาพการผลิต สามารถใช้อาหารแบบพื้นบ้านและอาหารจากพืชในท้องถิ่นมาประยุกต์และแปรรูปเป็นอาหารสัตว์น้ำได้ ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรายย่อยสามารถใช้ประกอบเป็นอาชีพได้เพาะต้นทุนต่ำ เพิ่มรายได้และขยายโอกาสในการประกอบอาชีพ หญ้าเนเปียร์ หรือหญ้าขน เป็นหญ้าที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมากชนิดหนึ่งในบรรดาหญ้าทุกชนิด จึงเหมาะแก่การนำมาเป็นอาหารสัตว์ ทั้ง ม้า วัว ควาย รวมทั้งสัตว์น้ำ นั่นคือปลากินพืช วันนี้มีเทคนิคพิเศษเรื่องหญ้าเนเปียร์เร่งการเจริญเติบโตของปลากินพืช และเป็นการประหยัดต้นทุนในเรื่องของอาหารมาฝากกัน จากการแนะนำของ คุณอนันต์ เนตรหาญ เกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จจากการทำการเกษตร 1 - [ต้นอ่อนกระเจี๊ยบแดง?](https://www.monmai.com/ต้นอ่อนกระเจี๊ยบแดง/) - รสชาติของต้นอ่อนกระเจี๊ยบ ใบเค้าจะมีรสชาติ เปรี้ยว แล้วลำต้นจะมีหวาน อร่อยไปอีกแบบมี นำมาผัดน้ำมันหอยจะได้รสชาติอร่อยเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และก็มาถึงประโยชน์ของต้นอ่อนกระเจี๊ยบจะ มีวิตามิน A, B, C, E ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยชะลอความแก่ เนื่องจากในต้นอ่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระนั่นเอง และต้นอ่อนเป็นอาหารที่ย่อยง่าย จึงช่วยให้ระบบย่อยอาหารของร่างกายทำงานได้ดี ทำให้ลดปริมาณของเสียตกค้างในร่างกายช่วยให้ร่างกายเสื่อมช้าไม่แก่เร็ว วิธีการปลูกต้นอ่อนกระเจี๊ยบ นำเมล็ดกระเจี๊ยบแดงแช่น้ำ 15 ชม. ห่อเมล็ดกระเจี๊ยบแดงด้วยผ้าหมาดๆไว้ 15 ชม. จะเริ่มมีตุ่มขาวๆ โรยเมล็ดบนวัสดุปลูก ถาดละ 1.2 ขีด (น้ำหนักเมล็ดแห้ง) กลบดินบางๆ รดน้ำ นำถาดมาทับกัน 1 วัน เปิดถาดในที่ร่ม ใต้หลังคา มีแสงรำไร (ไม่รับแดดโดยตรง) 6-7 วันตัดทานหรือจำหน่ายได้ - [การให้ปุ๋ยไปกับระบบน้ำ ด้วยวาล์วแบบเวนจูรี่](https://www.monmai.com/เวนจูรี่/) - หลักการทำงานของปั้มแบบนี้คือ การเพิ่มอัตราการไหลของน้ำในท่อให้เพิ่มมากขึ้นโดยการทำท่อให้คอดลงเพื่อให้สามารถสร้างแรงดูดในท่อเวนจูรี่ เพื่อดูดของเหลวเข้าท่อนั้น ส่วนประกอบของปั้มเป็นแบบง่าย ๆ คือไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ สารละลายปุ๋ยเคมีที่ใช้จะบรรจุอยู่ในถังพลาสติกที่เปิดฝาไว้ อัตราส่วนความเจือจางของสารละลายปุ๋ยมีค่าคงที่ สามารถจะเลือกแบบและขนาดของปั้มได้ตามต้องการ ทั้งราคายังถูกกว่าแบบอื่น ๆ ปั้มแบบนี้จะมีข้อเสียคือมีการสูญเสียความดันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของความดันที่ทางเข้า การสูญเสียความดันทำให้อัตราส่วนของส่วนผสมระหว่างน้ำชลประทานและปุ๋ยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นอกจากนี้ความดันที่ได้จากปั้มแบบนี้ยังไม่ค่อยคงที่อีกด้วย ดังนั้นถ้าเราจะเลือกใช้ปั้มแบบนี้ควรเลือกต้นกำลังที่ให้ความดันได้สูงพอ เพื่อชดเชยความดันที่ลดลงของปั้ม วาล์วแบบเวนจูรี่ เป็นวาล์วที่ใช้ในการให้ปุ๋ยไปกับระบบน้ำมีหลายขนาด ส่วนประกอบภายในมีบอลวาล์ว,สปริง,ยางกันซึม เป็นลักษณะวาล์วกันกลับ คือน้ำเดินทางเดียว หลักการทำงานคือ ทำให้เกิดความแตกต่างของแรงดันโดยเปิดวาล์ว LV2 และ LV3 ก่อน แล้วหรี่วาล์ว LV1(ตามภาพประกอบ) เพื่อให้วาล์วเวนจูรี่ทำงาน โดยวาล์วเวนจูรี่จะดูดน้ำปุ๋ยขึ้นไปตามท่อ ไมโครพีอี(ตามภาพ) เพื่อจ่ายน้ำปุ๋ยเข้าไปในระบบน้ำ แต่ของที่มีข้อดีมันก็มีข้อเสียครับ ข้อเสียของวาล์วตัวนี้คือ เมื่อใช้งานจะต้องหรี่วาล์วเมน ทำให้เกิดการสูญเสียแรงดันไปมากพอควร เท่าที่ทราบบางสวนแก้ปัญหาโดยการเพิ่มโซนจ่ายน้ำให้แก่พืช แต่ที่สวนผมทดลองใช้วิธี หรี่วาล์ว LV1 ให้เวนจูรี่ทำงานสักพักเพื่อให้น้ำปุ๋ยเข้าไปในระบบน้ำ แล้วเปิดวาล์ว LV1 ให้สุดเพื่อให้แรงดันเท่าเดิม ทำสลับกันไปเรื่อย อาจจะดูยุ่งยากไปบ้างแต่การให้ปุ๋ยทางดินเราก็ไม่ได้ให้ทุกวัน ที่สำคัญการละลายปุ๋ยทางดินผสมไปกับระบบน้ำเพื่อให้รากพืชได้ดูดซึมไปใช้ได้เลย น่าจะได้ประโยชน์มากกว่าการใช้วิธีการหวานซึ่งเสี่ยงต่อการระเหิดของปุ๋ย และน่าจะลดปริมาณการใช้ปุ๋ยลงซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรลงได้ ข้อดีของปั้มแบบเวนจูรี่ - [ยาหม่องไพล แก้เคล็ดขัดยอก ปวดกล้ามเนื้อ](https://www.monmai.com/ยาหม่องไพล/) - ยาหม่อง เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ใช้กันทั่วไป เป็นยาทาภายนอกที่ใช้เวลาถูกแมลงกัดต่อย หรือบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก หรือมีอาการฟกช้าดาเขียว รวมทั้งแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้เคล็ดขัดยอก ปวดกล้ามเนื้อได้ดี หรือข้อกระดูกต่างๆ ลดอาการฟกชำบวม เส้นตึง เส้นยึด ซึ่งมี ส่วนประกอบที่มีสรรพคุณทางยา ดังต่อไปนี้ น้ามันระกา (methyl salicylate) มีลักษณะเป็นของเหลว คุณสมบัติช่วยคลายกล้ามเนื้อ แก้อาการปวดเมื่อย ฟกช้า เมนทอล (menthol) มีลักษณะเป็นผลึกรูปเข็มใส มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการหวัด และวิงเวียนศีรษะ การบูร มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวใส มีคุณสมบัติช่วยแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย และบรรเทาอาการหวัดคัดจมูก น้ำมันยูคาลิปตัส มีลักษณะเป็นของเหลวใส มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก น้ำมันไพล สรรพคุณและประโยชน์ น้ำมันหอมระเหยในเหง้าพบสารที่สามารถทา ให้กล้ามเนื้อหลอดลมของสัตว์คลายตัวได้ จึงมีการ ทดลองต่อในคน พบว่ายาแคปซูลไพลขนาด 260 มิลลิกรัม ทาให้ผู้ป่วยเด็กโรคหืดที่กาลังหอบอยู่มีอาการดีขึ้น การรักษาในระยะยาว ใช้ยาแคปซูลไพล ขนาด 130 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด - [ยาหม่องขมิ้นชัน สูตรโบราณ](https://www.monmai.com/ยาหม่องขมิ้นชัน/) - ในสมัยก่อนเมื่อรู้สึกมีอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เคล็ดขัดยอก ผื่นคันจากแมลงกัดต่อย ทุกคนมักจะนึกถึงยาหม่อง ซึ่งในยุคปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ ยาหม่องขมิ้นชันเป็นยาสมุนไพรพื้นบ้านที่มีการใช้มาช้านาน นับเป็นอีกหนึ่งมรดกภูมิปัญญาอัศจรรย์ของการแพทย์แผนไทย ส่วนผสม (ขนาด 500 กรัม) ประกอบด้วย วาสลินขาว 75 กรัม การบูร 100 กรัม เมนทอล 70 กรัม ขี้ผึ้ง 100 กรัม น้ำมันสะระแหน่ 80 กรัม น้ำมันกานพลู 5 กรัม น้ำมันเขียว 65 กรัม สารสกัดขมิ้นชัน 5 กรัม วิธีการทำ นำหม้อแสตนเลสสตีล ใส่วาสลินและขี้ผึ้งลงไป วางหม้อวาสลินลงในหม้ออีกใบที่ใหญ่กว่า ทำการตุ๋นด้วยความร้อนจากหม้อใบใหญ่ที่ใส่น้ำ ใช้ไฟกลาง ๆ กวนให้เข้ากัน ห้ามใช้ความร้อนที่สูงเกินไป จะทำให้กลิ่นระเหยหมดและอาจทำให้เกิดไฟลุกไหม้ได้ หลังจากวาสลินและขี้ผึ้งละลายหมดแล้ว ให้ยกลงจาดเตา ใส่น้ำมันสะระแหน่ น้ำมันกานพลู น้ำมันเขียว เมนทอล และการบูร ผสมกันทั้งหมดคนให้เข้ากันดี - [ศูนย์เรียนรู้คู่คุณธรรมเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง](https://www.monmai.com/ศูนย์เรียนรู้คู่คุณธรร/) - ศูนย์เรียนรู้คู่คุณธรรมเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการเรียนรู้คุณธรรม เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง มีศูนย์การเรียนรู้ที่มีความชำนาญด้าน การปลูกผักอินทรีย์ ปลอดสารพิษ จำหน่ายให้แก่กลุ่ม ผู้รักสุขภาพ โดยเฉพาะขายให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่นอกจากนี้ยังมีฐานให้ความรู้อีกหลายฐานความรู้ ได้แก่ การเผาถ่าน ได้น้ำส้มควันไม้ การทำแชมพู ภายใต้ ทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เพาะถั่วงอก ทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำหมักชีวภาพ น้ำยาเอนกประสงค์ เป็นต้น ภายใต้การนำ โดยนายภาณุ พิทักษ์เผ่า และมีสมาชิกเข้าร่วมกลุ่มมากกว่า 2000 คน ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 77 หมู่ที่ 1 ต.บ้านหาร อ.บางกล่ำ จ. สงขลา - [แปรงล้างขวด ต้นกิ่งใบอ่อนช้อย](https://www.monmai.com/แปรงล้างขวด/) - ต้นแปรงล้างขวดมีหลากหลายสายพันธุ์ จึงมีรูปทรงและสีสันของดอกที่แตกต่างกันไป แต่ในประเทศไทยโดยมากจะพบสีแดงและชมพูเป็นส่วนใหญ่ สำหรับรูปทรงก็มีทั้งแบบเป็นพุ่มและต้นไม้ทรงสูง ด้วยลักษณะเด่นของช่อดอกที่มีสีสันสวย รูปทรงงดงามแปลกตา ทำให้หลายคนปลูกไว้ในบริเวณบ้านหรือสวนเพื่อเป็นไม้ประดับ สร้างความสวยงามให้บรรยากาศโดยรอบได้เป็นอย่างดี ชื่อ : Bottle brush ชื่อวิทยาศาสตร์ : Callistemon spe- ciosus, Dc. วงศ์ : Myrtaceae แปรงล้างขวดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ที่นำมาปลูกกันเป็นไม้ประดับและไม้ยืนต้นในเมืองไทยไม่นานมานี้เอง ความงามของทรงต้น กิ่ง ใบ อ่อนช้อยย้อยลงเป็นพวงพู่คล้ายต้นหลิว ใบเล็กยาวปลายแหลม ออกรอบ ๆ กิ่ง เป็นพู่ยาวสวยงาม ดอกออกที่ยอดกิ่งเป็นช่อยาว มีสีสันต่าง ๆ กัน ลักษณะช่อดอกดูคล้ายแปรงล้างขวด จึงเรียกว่า ต้นแปรงล้างขวด ในเมืองไทยนิยมนำมาปลูกกันตามบ้านและตามที่ต่าง ๆ ประดับสวนกันมาก เพราะรูปทรงสวย งาม ดอกมีสีสัน แต่ในเมืองไทยเห็นมีแต่สีแดงและสีชมพูเท่านั้น ทรงต้นไม่เกะกะ กินเนื้อที่เหมือนไม่ยืนต้นชนิดอื่น ๆ จึงเหมาะที่จะนำมาปลูกประดับในบริเวณบ้านที่มีพื้นที่จำกัดไม่กว้างขวางนัก ขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว จึง ปลูกกันแพร่หลายทั่วไปในเมืองไทยขณะนี้ ต้นแปรงล้างขวดหรือ Bottle - [เตาเผาถ่านซูปเปอร์ 84](https://www.monmai.com/เตาเผาถ่านซูปเปอร์-84/) - เตาเผ่าถ่าน ซูปเปอร์ 84 เป็นการรวบเตา 5 ประเภทมาประยุกต์รวมกัน ได้แก่ เตาชีวมวล เตาแก๊สชีวมวล เตาอิวาเตะ เตานอน และ เตาหลุมผี การทำงานของเตา เมื่อเริ่มเผาวัสดุที่ต้องการทำถ่าน เตาจะแยกมีเทนออก ทำให้ถ่านยังคงเป็นแท่ง ไม่เป็นผงขี้เถ้า หลักการเผาถ่าน มีด้วยกัน 2 แบบ และจะได้ถ่านที่แตกต่างกัน แบบที่ 1 ถ่านชีวมวล เป็นการเผาด้วยเตาซุปเปอร์ 84 ใช้เวลาเผา 2.30 ชม. หลักการคือร้อนมากแต่เย็นตัวเร็ว จะได้ถ่านชีวมวลที่บริสุทธิ์และมีน้ำหนักเบากว่าถ่านทั่วไป 1 เท่า แบบที่ 2 ถ่านมีประจุไฟฟ้า เป็นการเผาด้วยเตาซุปเปอร์เช่นกันแต่ต้องพอกดินเหนียวรอบนอกหนาประมาณ 3 นิ้ว ทำการเผา 16 ชม. หลักการคือ ร้อนมากแต่คลายความร้อนช้าที่สุด จะได้ถ่านประจุไฟฟ้า ใช้เป็นเชื้อเพลิง รักษาโรค เตาเผาถ่านรุ่นซูเปอร์ 84 ตั้งตามชื่อโครงการรักษ์ป่าฯ ซึ่งพัฒนาให้เป็นระบบความร้อนตามหลักของชีวมวล โดยเพิ่มอุปกรณ์หลัก 3 - [นันทวิทย์ จักสาน ดำเนินชีวิตตามเศรษฐกิจพอเพียง](https://www.monmai.com/นันทวิทย์-จักสาน/) - นันทวิทย์ จักสาน ที่ปรึกษาศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านทุ่งรังทอง จ สุราษฎร์ธานี เมีย1 ลูก1 มีบ้าน มีสวน มีหนี้สินสองล้านกว่าๆ มีเงินกิน มีเงินใช้ มีเงินเก็บอย่างละนิดหน่อย ไม่ใช่คนดีเต็ม100% แต่ก็ไม่ได้เลวมากมาย ทำเกษตรเป็นหลัก ตั้งเป้าทำเกษตรแบบเอาของข้างนอกเข้าในสวนให้น้อยที่สุด ใช้ชีวิตให้มีความสุขมากที่สุด ไม่ต้องรวย แต่ต้องไม่จน "ไม่สนใจธุรกิจขายตรงแบบต้องสมัครสมาชิก หาสมาชิก อกฟูรูฟิต อาหารเสริมสุขภาพ ลดอ้วน ขาวใส ไม่ต้องเสนอมา ยกเว้นจะให้พิสูจน์ฟรี ว่าดีจริง" จากอดีตหัวหน้าแผนก Prototype ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทเอกชนเบื่อกับชีวิตในเมืองกรุงที่วุ่นวาย ได้ลาออกมามาทำการเกษตรที่บ้านเกิด ด้วยวัย 32 ปี ต้องการที่จะดำเนินชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และได้ใช้ชีวิตแบบมีกับครอบครัว ก่อนนั้นนันทวิทย์ ทำสวนปาล์มน้ำมัน แต่ด้วยความที่เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าคิดหาวิธีทำการเกษตรให้มีรายได้ทั้งปี และมีประสบการในการทำธุรกิจ ได้ศึกษาตลาดและหาพืชที่เป็นที่ต้องการของตลาด จนได้พบพืชที่สร้างรายได้อย่างดี คือ ไผ่ จึงหันมาปลูกไผ่เป็นพืชแซมในสวนปาล์ม ตั้งแต่ปี 2552 เรื่อยมา จากสวนไผ่ในสวนปาล์ม ต่อมาก็ขยับขยายเพิ่มชนิดพืชและกิจกรรมออกไป เช่น - [หญ้าแพงโกล่า หญ้าอาหารสัตว์คุณค่าสูง](https://www.monmai.com/หญ้าแพงโกล่า/) - หญ้าแพงโกล่า เป็นหนึ่งในหญ้าหลายชนิดที่นิยมปลูกเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์ ลักษณะของหญ้าแพงโกล่าคือ มีจุดเด่นตรงที่มีอายุหลายปี สามารถเก็บเกี่ยวใช้เป็นอาหารสัตว์ได้นาน ถึง 10 ปี ซึ่งอาจแตกต่างกับหญ้าบางชนิดที่เราได้นำเสนอไป หญ้าแพงโกล่าสามารถทนต่อน้ำท่วมขังได้ดี แต่ดินที่ใช้ปลูกต้องมีควาสมบูรณ์ค่อนข้างมาก ลำต้นเล็ก มีลักษณะเป็นลำต้นกึ่งเลื้อย ใบดกและเรียวยาว ไม่มีขน นิยมมากสำหรับการนำมาทำเป็นหญ้าแห้งเพื่อเป็นอาหารสัตว์ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Digitaria eriantha Steud. ชื่อเดิม : Digitaria decumbens Stent ชื่อสามัญ : หญ้าแพงโกล่า, pangola grass, digit grass, common finger grass, wooly finger grass, etc ลักษณะ หญ้าแพงโกล่าเป็นหญ้าอายุหลายปี (perennial) ลำต้นเล็ก ขนาดวัดที่โคนต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 มม. ล าต้นไม่มีขน ยาว 40 - 64 ซม. มีปล้อง - [หญ้าสตาร์ อาหารสัตว์แทะเล็ม](https://www.monmai.com/หญ้าสตาร์/) - หญ้าสตาร์ มีถิ่นกำเนิดในอาฟริกันตะวันออก ลำต้นเป็นเถาเลื้อย มีไหลมากมายประสานกันเป็นร่างแห สูง 60-100 เซนติเมตร หญ้าสตาร์สามารถขึ้นได้ดีในประเทศไทย ทนต่อความแห้งแล้ง ทนต่อการแทะเล็มและการเหยียบย่ำของสัตว์ได้ดี หญ้าชนิดนี้กระบือชอบกินมากกว่าโค หญ้าชนิดนี้ไม่ค่อยติดเมล็ด จึงนิยมใช้ส่วนของลำต้นปลูกเช่นเดียวกับหญ้าขน ชื่อทั่วไป Star Grass หรือ African Star ชื่อวิทยาศาสตร์ Cynodon plectostachyus แหล่งดั้งเดิม ในอาฟริกาตะวันออก นำเข้าประเทศไทยโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2504 (ตรีพล, 2527) ลักษณะทั่วไป ลำต้นเป็นแบบเถาเลื้อย มีไหล (Stolon) มากมายประสานเป็นร่างแห ลักษณะทางการเกษตร ขึ้นได้ดีมากแม้แต่ในพื้นที่ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ ทนทานต่อการแทะเล็มและเหยียบย่ำของโค เจริญเติบโตได้เร็ว การปลูก ใช้ส่วนของลำต้นขยายพันธุ์ การใช้ประโยชน์ ปล่อยสัตว์ลงแทะเล็ม คุณค่าทางอาหาร 7.6 % CP, 48 % TDN (Humphreys, 1993) - [โอ่งชีวิต แนวคิดพิชิตหนี้](https://www.monmai.com/โอ่งชีวิต/) - การรู้ชีวิตคือ การรู้จักจักตนเองและเรียนรู้ที่จะเข้าใจตนเองยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น การรู้จักตนเอง (Self-awareness)รวมถึงการรับรู้และรู้จักความสามารถของตนเอง จะต้องรู้ว่าเราเป็นคนอย่างไร รู้อารมณ์ของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การควบคุมอารมณ์และการแสดงออกที่เหมาะสม เริ่มจากการรู้ตัว หรือการมีสติ การรู้จักตนเองเป็นการวางรากฐานของตนเองและครอบครัว รู้จักคิด รู้จักใช้เงินทองที่หามาได้ แยกใช้ แยกเก็บออม เพื่ออนาคตที่มั่นคง ดำรงตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยอมรับสิ่งที่ผิดพลาด และความสามารถเท่าที่มีอยู่ ต่อสู้กับความลำบาก รวมทั้งการยอมรับและเข้าใจผู้อื่น จะได้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การรู้จักตนเองต้องเรียนรู้ถึงแผนชีวิต สามารถคิดและจัดการแผนชีวิตได้อย่างรู้ทิศทาง รู้ที่มาแห่งรายได้ รู้แนวทางที่ต้องใช้จ่ายที่จำเป็น มองเห็นถึงส่วนที่ต้องเก็บออม พร้อมที่จะดำเนินการตามแผนการควบคุมปฏิบัติให้เป็นไปตามแผน และการประเมินผลเพื่อให้เห็นผลอย่างถูกต้องและชัดเจน จึงจะสามารถนำผลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีทิศทาง แผนจึงเป็นแสงไฟส่องทางสามารถนำแผนมาเป็นเครื่องมืออุดรูรั่วของรายได้ในครัวเรือนที่จะมีผลต่อการออมและเกิดการลงทุนในครัวเรือนได้มากขึ้น แผนจึงเปรียบเสมือนโอ่งชีวิตที่วิเคราะห์ได้หลายแนวทาง ดังภาพ หากครอบครัวเปรียบเสมือนโอ่งชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันจำเป็นต้องบันทึกเป็นประจำ เพื่อเป็นแนวทางการประเมินและวิเคราะห์ฐานะของตนเองและครอบครัว การจดบันทึกทำให้ทราบที่มาของเงินและรายการที่ทำให้เงินรั่วไหลออก เมื่อนำรายการเหล่านั้นมาประเมินและแยกแยะออกเป็นหมวดหมู่ นำแต่ละหมวดมาวิเคราะห์จะทำให้พบสิ่งที่ดีมีค่า และสิ่งไม่ดีไม่มีราคา ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ให้เกิดเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ การจดบันทึกรายการต่างๆในครัวเรือน จึงจำเป็นสำหรับการจัดทำแผน/เป้าหมายทางการเงินในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง แผน/เป้าหมายการเงินในครัวเรือน ควรคู่กับระบบบัญชีในครัวเรือน ซึ่งต้องกำหนดรูปแบบให้มีความสอดคล้องกันมีการกำหนดรายการแยกเป็นหมวดหมู่ ด้านรายรับ รายจ่าย ที่ง่ายต่อการจดบันทึก ปัญหาการเงินของทุกคนก็เหมือน โอ่งรั่ว มีรั่วอยู่หลายรู ทั้งเรื่อง หวย การพนัน ดอกเบี้ย - [เดหลี ไม้ประดับดอกสีขาวสวยงาม](https://www.monmai.com/เดหลี/) - เดหลีเป็นไม้ประดับที่โดดเด่นมากชนิดหนึ่ง เนื่องจากให้ดอกสีขาวที่สวยงาม จึงเป็นที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับภายในอาคาร เป็นไม้ที่คายความชื้นสูง ในขณะที่มีความสามารถสูงในการดูดพิษภายในอาคาร เดหลีเป็นไม้ประดับที่มีใบสีเขียวเข้มมันเป็นวาว ดอกเป็นช่อสีขาวหรือขาวแกมเหลือง กาบหุ้มช่อดอกมีสีขาวคล้ายดอกหน้าวัว เป็นไม้พุ่มเตี้ยสูงประมาณ 3060 เซนติเมตร โดยธรรมชาติแล้วเดหลีชอบขึ้นอยู่ตามริมลำธารที่มีร่มเงาในป่าฝนเขตร้อน แต่เมื่อนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับภายในอาคารเดหลีก็สามารถปรับตัวได้ดี และเป็นไม้ดอกไม้ประดับในจำนวนน้อยชนิดที่สามารถออกดอกได้ภายในอาคาร ถึงแม้จะมีความชื้นต่ำและได้รับแสงจากหลอดไฟฟ้าเท่านั้น เพียงแต่ดินต้องมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Spathiphyllum spp. วงศ์ : ARACEAE ชื่อสามัญ : Spathiphyllum ชื่ออื่น : มีหลากหลาย species (ประมาณ 40 species) มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เดหลีมีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินแล้วแตกหน่อขึ้นมาเป็นกอ ใบเป็นใบเดี่ยว กว้าง 10-15 ซม. ยาว 20-30 ซม. ปลายใบแหลม สีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบยาว 20-30 ซม. ดอกมีจานดอกสีขาว เวลาออกดอกจะแทงก้านขึ้นมายาว 20-30 ซม. มีใบประดับเรียกว่า จานดอกมีอันเดียว มีลักษณะเป็นกาบหรือจานรูปหัวใจ - [เครื่องผ่าไม้ไผ่](https://www.monmai.com/เครื่องผ่าไม้ไผ่/) - เครื่องผ่าไม้ไผ่ สามารถผ่าไม้ไผ่ครั้งละ1 ลำ ออกเป็นซีกเท่าๆกันจำนวนตั้งแต่ 2, 4, 6, 8,10และ12 ซีก ขึ้นอยู่จำนวนใบมีด ใช้ในการผ่าแบ่งแยกฉีกลำไม้ไผ่ให้มีขนาดเท่าๆกัน ให้เหมาะกับงานจักสาน, งานก่อสร้างเช่น คอนกรีตเสริมไม้ไผ่ ฯลฯ - [เกษตรธาตุ 4](https://www.monmai.com/เกษตรธาตุ-4/) - ภูมิปัญญาด้านการทำเกษตรธาตุ 4 นิยามเกษตรธาตุ 4 คือ คน พืช และสัตว์ มีธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ มากน้อยต่างกัน การทำเกษตรธาตุ 4 จะต้องมีความรู้เรื่องธาตุและสามารถแยกแยะความเหมาะสมของพืชที่จะนำมาปลูกในหลุมเดียวกันและดำเนินชีวิตตามหลักศาสนา ปรัชญาเกษตรธาตุ 4 เราต้องทำด้วยตัวเราเอง ทำให้ปริมาณที่น้อย ๆ ทำเพื่อพอกินและมีความสุขเราต้องทำไปข้างหน้า อย่าทำถอยหลัง และก็ไม่ต้องลงทุนมากไม่ต้องรีบร้อน ทำแล้วมีความสุข ไม่ต้องไปคิดถึงค่าอาหาร ค่าปุ๋ย ค่าแรง หรือแม้แต่ค่าหนี้ มีเงินเราก็กิน ไม่มีเงินเราก็กิน ความรู้เรื่องธาตุ และธาตุของต้นไม้แต่ละชนิด ธาตุน้ำ รสจืด เช่น มังคุด, กล้วย, จำปาดะ, อ้อย, มะม่วง, ชมพู่ ธาตุดิน รสฝาด ขม เช่น มะมุด, สะตอ, เหรียง, ใบยาสูบ ธาตุลม รสหื่น - [โคกกระออม สมุนไพรขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ](https://www.monmai.com/โคกกระออม/) - โคกกระออม เป็นพรรณไม้เถาขนาดกลาง ลักษณะของเถานั้นจะเป็นรูปห้าเหลี่ยมเถาจะโตเท่าก้านไม้ขีดไฟ หรือจะเล็กกว่านั้นก็มีส่วยผิวของเถาจะเป็นสีเขียว เป็นเถาที่มีความยาวเลื้อยเกาะพันกันขึ้นไปบนต้นไม้หรือตามกิ่งไม้ หรือเลื้อยไปตามพื้นดินและตรงข้อของเถานั้นจะมีมือสำหรับยึดเกาะ ชื่อสามัญ : Ballon Vine, Heart Pea, Heart seed, Smooth leaved Heart Pea. ชื่อวิทยาศาสตร์: Cardiospermum halicacabum Linn. วงศ์ : SAPINDACEAE ชื่ออื่น ๆ : ลูบลีบเครือ ( เหนือ ) , โคกกระออม ( กลาง ) , ตุ้มต้อก (แพร่ติ๊นโข่ ไหน (จีน), โพออม (ปัตตานี), วิวี่ (ปราจีนบุรี) ลักษณะทั่วไป ต้น : เป็นพรรณไม้เถาขนาดกลาง ลักษณะของเถานั้นจะเป็นรูป 5 เหลี่ยม เถาจะโตเท่าก้านไม้ขีดไฟ หรือ - [กมล พรหมมาก ปราชญ์เกษตรอินทรีย์](https://www.monmai.com/กมล-พรหมมาก/) - กมล พรหมมากเป็นเด็กเร่ร่อนพเนจร อายุ ๒-๓ ขวบ ป่วยไปอยู่กับหลวงตาหิน ที่วัดบ้านโคกพรมเพื่อรักษาโรคผิวหนังพุพองเปื่อยเน่า พ่อแม่หย่าร้างกัน ตั้งแต่อายุ ๕ ขวบ แต่โชคดีสอบชิงทุนเด็กฉลาดระดับอำเภอได้ เมื่อจบ ป.๔ ที่โรงเรียนบ้านโคกพรม ต.โนนไทย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา กว่าจะเรียนจบชั้น ป.๗ ย้ายโรงเรียน ๔ ครั้ง ประสบการณ์ต่อสู้ชีวิตวัยเด็กเพียบเลย รับราชการครูกรมสามัญศึกษา โรงเรียนโชคชัยสามัคคี เมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๒๑ ปี ๒๕๒๒ ย้ายไปโรงเรียนครบุรี อ.ครบุรี ปฏิบัติธรรมกับชาวอโศกเมื่อปี ๒๕๒๙ เริ่มใช้ชีวิตคู่ปี ๒๕๓๕ เป็นเวลา ๑๐ ปี ไม่มีบุตร สร้างบ้านเสร็จปี ๒๕๔๕ ลาออกจากราชการครูปี ๒๕๔๗ ไม่มีหนี้สิน ไม่เคยกู้เงินสหกรณ์ครู ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่พุทธสถานสีมาอโศก อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดำเนินชีวิตในระบบบุญนิยม ยึดหลักเศรษฐกิจแบบพอเพียง สนใจในกสิกรรมไร้สารพิษ ทดลองทำกสิกรรมที่แปลกออกไป - [ชมพูพันธุ์ทิพย์ ไม้ยืนต้นดอกชมพูสวยงาม](https://www.monmai.com/ชมพูพันธุ์ทิพย์/) - ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทานต่อดินฟ้าอากาศทนน้ำท่วมขัง และโรคแมลง โตเร็ว มีดอกดกสวยงาม จึงนิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับ และให้ร่มเงาในบริเวณสถานที่ราชการ สวนสาธารณะ และตามถนนหนทาง แต่กิ่งเปราะไม่เหมาะปลูกใกล้สนามเด็กเล่น ดอกร่วงมาก ใบต้มแก้เจ็บท้องหรือท้องเสีย ตำให้ละเอียดใส่แผล ลำต้น ใช้ทำฟืน และเยื่อใช้ทำกระดาษได้ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ทิ้งใบในฤดูหนาว ช่วงเดือพฤศจิกายน-มกราคม จะเห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นกระจายอยู่รอบ ๆ ต้น งดงามพอ ๆ กับที่บานอยู่บนต้น หลังจากนั้นจะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน ช่อละ 5-8 ดอก ดอกย่อยลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งหรือปากแตร คือโคนดอกเป็นหลอดยาวปลายดอกบานออกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกบาง ย่นเป็นจีบ ๆ และร่วงหล่นง่าย ดอกย่อยแต่ละดอกกว้างราว 8 เซนติเมตร ยาวราว 15 เซนติเมตร ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tabebuia rosea (Bertol.) DC. ชื่อวงศ์ : Bignoniaceae ชื่อสามัญ : - [หิ่งเม่น พืชอาหารสัตว์ตามธรรมชาติ](https://www.monmai.com/หิ่งเม่น/) - ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1.5 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน มีขนละเอียดปกคลุมแนบไปกับลำต้นและกิ่งก้าน สีเขียวอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม พบทั่วไปในแถบทวีปเอเชียเขตร้อน พบขึ้นอยู่ทั่วไปในสภาพพื้นที่โล่ง ชายป่า ดินร่วนปนเหนียวดินเหนียวที่มีเนื้อดินละเอียด ออกดอกและติดฝักช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ชื่อวิทยาศาสตร์ Crotalaria pallida Aiton วงศ์ LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE ชื่ออื่นๆ หิ่งเม่น (Hing men) (เชียงใหม่) ฮ่งหาย ปอเทือง (ไทย) ลักษณะ หิ่งเม่นเป็นพืชล้มลุกเนื้ออ่อน อายุปีเดียว (annual) หรือข้ามปี (perennial) เป็นพุ่มสูง 50-120 ซม. แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นมักเป็นสีม่วง มีขนปกคลุมทุกส่วนของลำต้น ใบ เป็นใบประกอบ ก้านใบยาว 4.5-6 ซม. ประกอบด้วย ใบย่อย 3 ใบ ออกจากตำแหน่งเดียวกัน ใบย่อยแต่ละใบมีก้านสั้น ใบกลางมีขนาดใหญ่กว่า 2 ใบที่อยู่ด้านข้าง ใบมีลักษณะกลมรี - [แกลบดำ ขี้เถ้าแกลบ](https://www.monmai.com/แกลบดำ/) - แกลบ ถือเป็นวัสดุเหลือทิ้งที่ได้จากกระบวนการสีข้าวเปลือกซึ่งทำให้เกิดเศษของเปลือกข้าวออกมา มีลักษณะสีเหลืองทอง สีเหลืองอ่อน สีน้ำตาลแดงขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ข้าว แกลบประกอบด้วยสารอินทรีย์ และซิลิกา ปริมาณสารอินทรีย์จะประกอบด้วยธาตุคาร์บอนประมาณร้อยละ 51 ออกซิเจนร้อยละ 42 ส่วนที่เหลือจะเป็นไฮโดรเจน และไนโตรเจน ส่วนซิลิกาจะพบมากบริเวณผิวนอกของแกลบจึงทำให้แกลบมีความแข็งสูงสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุขัดผิวได้ แกลบที่ได้จากการสีข้าวเปลือกจะมีประมาณร้อย 22-25 โดยน้ำหนักจากเมล็ดข้าวเปลือก ทำให้การสีข้าวเปลือกแต่ละครั้งจะเกิดแกลบจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันมีการนำแกลบมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางในหลายด้านด้วยกัน ได้แก่ เป็นเชื้อเพลิงหุงต้มในภาคครัวเรือน เช่น เชื้อเพลิงในเตาประหยัดพลังงาน เชื้อเพลิงอัดแท่ง โดยแกลบ 1 กิโลกรัม สามารถให้พลังงานจากการเผาไหม้ได้สูงถึง 3800 กิโลแคลอรี ซึ่งใกล้เคียงกับไม้ และถ่านไม้ที่ 4000-5000 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม จึงสามารถนำมาทดแทนเชื้อเพลิงจากไม้ได้เป็นอย่างดี เป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรม เช่น โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวล เชื้อเพลิงสำหรับเครื่องจักรไอน้ำของโรงสีข้าว เชื้อเพลิงโรงงานเครื่องปั้นดินเผา โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ เป็นต้น ใช้เป็นวัสดุขัดผิวทั้งในภาคครัวเรือน และอุตสาหกรรม ใช้ในการเผาถ่านเพื่อลด และควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมสำหรับการเผาถ่าน ป้องการการลุกไหม้เป็นเปลวไฟ เป็นส่วนผสมของวัสดุก่อสร้าง เช่น อิฐบล็อก อิฐมอญ รวมถึงผสมดินเหนียวสำหรับงานก่อต่างๆ ใช้ในการปรับปรุงดินในหลายด้าน อาทิ การปรับปรุงดินเค็ม - [แยมมะนาว แยมหวานอมเปรี้ยว](https://www.monmai.com/แยมมะนาว/) - การแปรรูปมะนาว มะนาวแปรรูปเป็นอะไรได้บ้าง เช่น น้ำมะนาวปรุงอาหาร มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง น้ำมะนาว เข้มข้น มะนาวผง เครื่องดื่มผสมน้ำมะนาว แยมมะนาว เยลลี่มะนาว แยมเปลือกมะนาว แยมมะนาวดอง มะนาว ดองเค็ม มะนาวหวาน กิมจ้อมะนาว เปลือกมะนาวสามรส เปลือกมะนาวเส้นปรุงรส เปลือกมะนาวเชื่อม เปลือก มะนาวแช่อิ่ม มาร์มาเลดมะนาว เป็นต้น แยมมะนาว สูตรที่ 1 ส่วนผสม ผิวมะนาว 10 ผล น้ำมะนาว 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ถ้วย น้ำ สำหรับปั่นผิวมะนาว 1 ถ้วย น้ำ สำหรับผสมผงเยลาติน 1/2 ถ้วย ผงเยลาติน 1/4 ถ้วย เกลือ 5 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ หั่นผิวมะนาวเป็นฝอยๆ ต้มในน้ำเดือด 1 - [เลี่ยน ไม้สวยหลากประโยชน์](https://www.monmai.com/เลี่ยน/) - เลี่ยนเป็นพรรณไม้กลางแจ้ง พบขึ้นได้ตามชายป่าดิบและป่าเบญจพรรณ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยและชอบความชุ่มชื้นเล็กน้อย คนไทยโบราณเชื่อว่าหากปลูกต้นเลี่ยนไว้เป็นไม้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสวยงาม ความสะอาด เรียบร้อย เพราะคำว่าเลี่ยน คือ เลี่ยนเตียน ที่มีความหมายว่า ราบเรียบ ปลอดโปร่ง และสดใส และยังมีความเชื่ออีกว่าช่วยทำให้เกิดความสามัคคี เพราะเลี่ยน คือ การผสมผสานกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นอกจากนี้คนโบราณบางคนยังเชื่อว่าต้นเลี่ยนเป็นของสูงที่มีค่า ทำให้บางเรียกต้นเลี่ยนว่า ต้นเกษมณี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย นิยมใช้ปลูกเป็นไม้ประดับบริเวณบ้านและสวน เพราะออกดอกเป็นช่อบานพร้อมกันดูสวยงาม มีประโยชน์ในด้านการให้ร่มเงา ป้องกันลม ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ยอดและใบอ่อนนำมายางไฟพอสลดเพื่อลดความขม ใช้รับประทานเป็นผักแกล้มกับน้ำพริกชนิดต่างๆ เช่น ลาบ ก้อย จะเพิ่มความเข้มข้นให้อร่อยมาก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melia azedarach L. ชื่อสามัญ : Bastard Cedar, Persian Lilac วงศ์ : Meliaceae ชื่ออื่น : เลี่ยน, เลี่ยน Lian, เคี่ยน Khian (Central); - [การเลี้ยงปลาดุกในโอ่งน้ำ](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาดุกในโอ่งน้ำ/) - การเลี้ยงปลาดุก เป็น วิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเลี้ยงกันได้ง่าย และสำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และสามารถเคลื่อนย้ายท่อปูนซีเมนต์ได้ง่ายด้วย ค่าลงทุนในการการเลี้ยงก็ไม่มากสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมได้ วิธีเลี้ยงปลาดุกในโอ่งน้ำ 1. เตรียมโอ่งซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร สูง 50 เซนติเมตร ส่วนบริเวณก้นโอ่งท่านควรจะมีท่อระบายน้ำเพื่อใช้สำหรับถ่ายน้ำออก ก่อนที่ท่านจะนำปลาลงมาเลี้ยงนั้นควรจะเอาน้ำใส่โอ่งทิ้งไว้สักระยะหนึ่งและล้างโอ่งซีเมนต์ให้สะอาดไม่ควรให้มีคราบของปูนซีเมนต์หลงเหลืออยู่ หากคราบปูนซีเมนต์ยังออกไม่หมดอาจทำให้ลูกปลาดุกที่ท่านนำมาเลี้ยงตายได้ วิธีขจัดคราบปูนซีเมนต์ควรหาหยวกกล้วยมาแช่ในท่อซีเมนต์ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงสามารถเอาหยวกกล้วยออกจากท่อซีเมนต์แล้วล้างภายในโอ่งให้สะอาด จากนั้นก็เริ่มปล่อยน้ำเข้าโอ่งซีเมนต์โดยระดับน้ำที่จะเลี้ยงลูกปลาดุกไม่ควรสูงมาก เพราะลูกปลาดุกจะขึ้นมาหายใจสะดวก ระดับน้ำสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งในแต่ละท่อปูนซีเมนต์ควรใส่ลูกปลาดุก 80-100 ตัว เป็นจำนวนที่เหมาะสม ในระหว่างอนุบาลลูกปลาดุกท่านควรหาผักตบชวามาใส่บ่อบ้างเพราะลูกปลาดุกจะชอบเข้าไปอาศัยในรากของผักตบชวา ลูกปลาดุกยังได้กินดินหรือแพลงก์ตอนในรากผักตบชวาอีกด้วย โดยในช่วงอนุบาลลูกปลาดุกจะให้อาหารสำเร็จรูปแบบเม็ด กินอย่างเต็มที่วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 15-20 วัน ก็นำผักตบชวามาหรือพืชน้ำอื่นๆ ใส่ลงไปในบ่อซีเมนต์ประมาณ 5 กอต่อ 5 วัน พร้อมกับปรับระดับน้ำให้สูงขึ้นด้วยและค่อย ๆ ลดอาหารสำเร็จรูปโดยเมื่อปลาหิวจัดมันจะกินผักตบชวา แม้ว่าผักตบชวาจะไม่มีค่าโปรตีนเลยแต่สามารถลดความหิวของปลาได้ ตกเย็นจึงเสริมด้วยอาหารสำเร็จรูป เพื่อเพิ่มโปรตีนให้ปลาในจุดนี้แม้ว่าปลาจะได้อาหารที่มีโปรตีนต่ำ แต่เมื่อปลาอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดการเคลื่อนไหวและการใช้พลังงานก็น้อยและในการเลี้ยงปลาแบบนี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 - [กระทุงหมาบ้า เป็นยาเย็น](https://www.monmai.com/กระทุงหมาบ้า/) - กระทุงหมาบ้ามีชื่อท้องถิ่นที่เรียกกันได้อีกว่า ผักฮ้วนหมู หรือผักฮ้วน เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งและมีอายุหลายปี ลำต้นกลมสีน้ำตาลอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมดำเมื่อแก่ ลำต้นมีรอยแตกและมีจุดสีขาวอยู่ที่ผิวของลำต้น ตามลำต้นและใบ ถ้าหักจะมียางสีขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dargea volubilis Benth.ex Hook. วงศ์ : ASCLEPIADACEAE ชื่ออื่น ๆ : ผักฮ้วนหมู เครือเขาหมู(ภาคเหนือ); กระทุงหมาบ้า คันชุน สุนัขบ้า(ภาคกลาง); มวนหูกวาง(เพชรบุรี); เถาวัน(ปักษ์ใต้) ลักษณะ ต้น : สมุนไพรกระทุงหมาบ้าเป็นพรรณไม้เลื้อย มีลำต้นเป็นเถากลม เนื้อแข็ง เปลือกมีสีน้ำตาลอ่อน ลำต้นเถาพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ ใบ : ใบกระทุงหมาบ้าเป็นใบเดี่ยว ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายใบยาวเรียวโคนใบมน หรือเว้าขนาดของใบกวางประมาณ 1.5-4 นิ้ว ยาวประมาณ 2.5-4.5 นิ้วเนื้อผิวใบค่อนข้างหนาหลังใบมีสีเขียวเข้ม ใต้ท้องใบมีสีเขียวอ่อนกว่าก้านใบยาว 1.5-2.5 นิ้ว ดอก : กระทุงหมาบ้าออกดอกเป็นช่อตามบริเสณง่ามใบ ลักษณะของดอกเป็นดอกที่มีขนาดเล็กมีกลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกอย่างละ 5 - [กำจัดหญ้าคาด้วยน้ำหมักชีวภาพ](https://www.monmai.com/กำจัดหญ้าคาด้วยน้ำหมัก/) - หญ้าคา เป็นพืชเบิกนำบนพื้นดินว่างเปล่าที่แห้งแล้ง บางคนกำหนดว่าเป็นวัชพืชที่ทำให้บ้านดูรก โตเร็ว ฆ่าก็ไม่ค่อยตาย ถ้าไม่ขุดรากถอนโคนออกมา อีกไม่นานหญ้าคาก็จะขึ้นมาเขียวชอุ่มอีก หากจำเป็นต้องกำจัดสามารถทำยาฆ่าหญ้าคาได้ด้วยตนเองดังนี้ สูตรยาฆ่าหญ้าคาและหญ้าอื่นๆ ส่วนผสม สับประรด 20 กก. น้ำ 20 ลิตร. โซดาไฟ 1 กก. เกลือ 10 กก. วิธีทำ เอาน้ำ+โซดาไฟ+เกลือ ใส่ในถังคนให้เข้ากันเมื่อละลายได้ที่แล้วพักไว้ สับสับประรดให้ละเอียดเอาไปใส่ในถังสารละลายที่เตรียมไว้ หมักอย่างน้อย 20 วัน การใช้งาน นำไปใช้อัตรา 50-80cc./น้ำ 20 ลิตร พ่นหญ้า 4 วัน/ครั้ง 7 รอบระวังอย่าให้เข้าตา กากยาฆ่าหญ้าให้เอาไปกลบฝังดิน จะเอาไปทำปุ่ยหมักต่อไม่ได้นะครับ (ความรู้มาจากไปฝึกอบรมศูนย์ปราช์ชาวบ้านแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ สวนครูประทุม สุริยา ต.สันป่ายาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี52 ) สูตรยาฆ่าหญ้า ส่วนผสม สับปะรด 30 กก. - [หนาดใหญ่ ปลูกไว้ทำยา](https://www.monmai.com/หนาด/) - หนาดใหญ่เป็นไม้พุ่ม ลำต้นกลมมีขนนุ่มยาว เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีกลิ่นหอมของการบูร ใบรูปหอกแกมขอบขนาน ปลายและโคนแหลม ขอบจักฟันเลื่อย มีขนนุ่มละเอียดปกคลุม ท้องใบขนยาวกว่า มีหูใบดอกเล็กเป็นพุ่มกระจุกกลม ออกเป็นช่อใหญ่ๆ ที่ปลายกิ่งและง่ามใบ ผลมีขนสีขาว มักปลูกไว้ทำยา ชื่อวิทยาศาสตร์ Blumea balsamifera DC. ชื่อสามัญ : Ngai Camphor Tree. ชื่อวงศ์ COMPOSITAE ชื่ออื่น หนาด, พิมเสน, หนาดหลวง, คำพอง (เหนือ), จะบอ (ปัตตานี), ตั้งโฮงเช่า (จีน) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หนาดใหญ่เป็นพืชต้นสูง 1-3 เมตร มีขนอ่อนนุ่มสีเหลืองทั้งต้น ขยี้ดมมีกลิ่นหอมเย็น ใบออกสลับกัน ลักษณะรีใหญ่ยาว 10-17 ซ.ม. กว้าง 1.2-2.5 ซ.ม. ปลายใบแหลม ฐานใบเรียวเล็กลง ขอบใบมีรอยหยักใหญ่ ๆ ไม่เท่ากัน มีขนทั้งสองด้าน ดอกออกที่ปลายกิ่งเป็นช่อ - [ศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลักไม้ลาย](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯปลักไม้ลาย/) - การเกษตรแบบผสมผสานโดยเน้นเกษตรอินทรีย์ ใช้สมุนไพรและชีวภาพทดแทนการใช้สารเคมีเพื่อลดต้นทุนการผลิต และสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมผสมผสานกับเทคโนโลยีในการควบคุมดูแล เป็นวิทยากรศึกษาสมุนไพรและนำชมป่าสมุนไพร ประวัติการก่อตั้งและความเป็นมาของศูนย์ฯ เริ่มตั้งแต่ในปี 2540 จากการรวมกลุ่มผู้ปลูกผักปลอดสารพิษ โดยการสนับสุนนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และสำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม ผลิตผักปลอดสารพิษตราปลักไม้ลาย จึงเป็นจุดเรียนรู้และถ่ายทอดการทำเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งในปี 2550 ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน(เกษตรอินทรีย์)ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดนครปฐม และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม พื้นที่ศูนย์ 17 ไร่ เป็นที่ดินของตนเองที่รับมรดกจากพ่อแม่ แบ่งออกเป็น 2 แปลง โดยมีชลประทานผ่านกลางที่ดิน จัดอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไปที่สนใจ ทั้งนี้ศุนย์ฯ ได้เข้าร่วมโครงงานพัฒนาเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ปี 2551 ปราชญ์ชาวบ้าน นายสุธรรม จันทร์อ่อน ที่อยู่ 54 หมู่ที่ 10 บ้านหนองไข่กา ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม 73140 โทรศัพท์ 08-1384-5352 - [พู่ระหง ดอกชบาแดง](https://www.monmai.com/พู่ระหง/) - ดอกบุหงารายอ หรือ ดอกพู่ระหง หรือ ดอกชบาแดง เป็นดอกของต้นชบา ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก เนื้อไม้อ่อน หักง่าย มีความสูงตั้งแต่ 1-2.5 เมตร มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียงกันอยู่ตามกิ่งก้าน ใบเป็นวงรีและเว้าเป็นแฉก ขยายพันธุ์ได้ทั้งแบบติดตา ทาบกิ่ง และปักชำ พู่ระหงในฐานะไม้ประดับ ได้รับความนิยมจากชาวไทยตั้งแต่ อดีตมาจนปัจจุบัน เพราะนอกจากปลูกดูแลรักษาง่าย ให้ดอกงดงาม ตลอดปี และยังถือเป็นไม้มงคลอย่างหนึ่งอีกด้วย เพราะเกี่ยวข้อง กับเรือสุพรรณหงส์นั่นเองทำให้มีความเชื่อว่าบ้านใดปลูกพู่ระหงเป็นรั้วบ้านจะประสบสิ่งสิริมงคล และมีฐานะดีเป็นเศรษฐีได้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus schizopetalus (Dyer.) Hook.f. ชื่อสามัญ Fringed Hibiscus, Coral Hibiscus วงศ์ Malvaceae ชื่ออื่น : ชุมบาห้อย (ปัตตานี) พู่เรือหงส์ หางหงส์ (ภาคกลาง) ถิ่นกำเนิด แอฟริกาตะวันออก เคนยา แทนซาเนีย และตอนเหนือของโมซัมบิก คนไทยสมัยก่อนนิยมนำดอกพู่ระหงมาสระผม เช่นเดียวกับดอกอัญชัน และผลมะกรูดย่างไฟ เชื่อกันว่าทำให้ผมดกดำ - [น้ำมันเหลือง ใช้ดม ทา นวด เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด](https://www.monmai.com/น้ำมันเหลือง/) - น้ำมันเหลือง ยาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรคุณภาพเยี่ยม สรรพคุณที่ใช้ดม ทา นวด เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ไม่เป็นรองยาแผนปัจจุบัน กระบวนการผลิตก็ไม่ยุ่งยากใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น ราคาย่อมเยา เป็นเครื่องมือในการรักษาตามแบบฉบับของแพทย์แผนไทยที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ทำขึ้นมาจากพืชสมุนไพร เช่น การบูร และหัวของพืชตระกูลขิงชนิดต่างๆ กัน โดยผู้ผลิตน้ำมันเหลืองส่วนใหญ่จะเก็บสูตรของตนไว้เป็นความลับ น้ำมันเหลืองของไทย เช่น ใน จ.ตราด มีคุณสมบัติไม่เหมือนใคร จากสภาพภูมิอากาศที่มีฝนตกชุก และเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทำให้ได้พืชวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคุณภาพเยี่ยม ผ่านกระบวนการผลิตที่แม่นยำ ประกอบไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% น้ำมันเหลือง เป็นผลิตภัณฑ์ที่คนส่วนใหญ่นิยมทำใช้กันเอง เพราะสมุนไพรหาได้ง่าย น้ำมันเหลือง สูตรที่ 1 วัสดุ อุปกรณ์ เมนทอล 300 กรัม พิมเสน 100 กรัม การบูร 100 กรัม หัวไพลแก่จัด 200 กรัม น้ำมันงาบริสุทธิ์ 50 กรัม กระทะสำหรับทอดหัวไพล ภาชนะสำหรับผสมสาร เช่น ขวดบรรจุกาแฟ ขวดแก้ว - [เหรียง ไม้พื้นเมืองโตเร็วอเนกประสงค์](https://www.monmai.com/เหรียง/) - ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ตระกูลถั่ว สูงประมาณ 30-50 เมตร โคนต้นเป็นพูพอนสูงๆ ลำต้นค่อนข้างเกลี้ยงไม่ค่อยมีกิ่งก้านที่ลำต้น เปลือกเรียบและหนาสีเทาปนเขียวอ่อนมีกลิ่นฉุน กิ่งก้านมีขนประปราย ลักษณะทั่วไปคล้ายกับสะตอแต่พุ่มแน่นและเขียวทึบกว่าสะตอ เมล็ดแก่ เมื่อตัดส่วนปลายนำไปเพาะให้แตกรากสั้นๆ นำไปรับประทาน ชื่อวิทยาศาสตร์ Parkia javanica Merr. และมีชื่อพ้องทางพฤกษศาสตร์ คือ P. timoriana Merr. , P. roxburghii G. Don. วงศ์ Mimosaceae ชื่ออื่นๆ (ไทย)เหรียง เรียง สะเหรี่ยง (ภาคใต้) กะเหรี่ยง นะกิง นะริง (มาลายู ภาคใต้) เหรียง เป็นพันธุ์ไม้ที่มีเขตการกระจายพันธุ์ แถบหมู่เกาะติมอร์ และแถบเอเซียเขตร้อน ซึ่งรวมตั้งแต่ประเทศอินเดีย จนถึงประเทศปาปัวนิวกินี สำหรับในประเทศไทยพบขึ้นทั่วไปในภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ชอบขึ้นตามป่าดิบชื้น ตั้งแต่ในระดับพื้นที่ต่ำจนถึงพื้นที่สูงถึง 100 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่อย่างไรก็ตามอาจมีบ้างที่เจริญเติบโตได้ในระดับสูงไม่เกิน 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหรียงเป็นไม้ที่ชอบแสงกสว่างและพื้นที่ค่อนข้างชุ่มชื้น มักจะเริ่มผลัดใบในขณะที่ออกช่อดอก - [ปลาไหลเผือก โสมเทวดา](https://www.monmai.com/ปลาไหลเผือก/) - ต้นปลาไหลเผือกเป็นยาไม้รากเดียว ต้นปลาไหลเผือนกหรือโสมเทวดา หรือพญานาคราช มีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่หายาก และ เป็นสมุนไพรที่หมอสมุนไพรสมัยโบราณปิดเป็นความลับมาตลอด ผู้ที่รู้ก็เฉพาะหมอสมุนไพรไม่กี่คนที่ศึกษามาอยู่ในอาศรมฤาษีเท่านั้น เพราะต้นปลาไหลเผือกมีความเร้นลับมาก สมุนไพรทั้ง 4 ชื่อนี้ล้วนแต่มีฤทธิ์ทั้งนั้นซึ่งมีประวัติความเป็นมาในโบราณคดีของสมุนไพรหรือปลาไหลเผือก ในยุคต้นไม้เจริญ ต้นไม้ก็รับใช้ถือว่าเป็นยาสำหรับมนุษย์ให้หายจากโรคภัยได้อย่างไม่ต้องสงสัยพอยุคมนุษย์เจริญ ต้นไม้ก็ยังรับใช้มนุษย์เหมือนเดิม ต้นปลาไหลเผือกที่ว่านี้หมอสมุนไพรโบราณเคยเล่าว่า สามารถรักษาโรคได้ 108 โรค จะเท็จหรือจริงนั้นลองดูว่าคำโบราณผิดหรือถูก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eurycoma longifolia Jack วงศ์ : Simaroubaceae ชื่ออื่น : คะนาง ขะนาง ไหลเผือก (ตราด) ตุงสอ แฮพันชั้น (ภาคเหนือ) หยิกปอถอง หยิกไม่ถึง เอียนดอย (ภาคอีสาน) เพียก (ภาคใต้) กรุงบาดาล (สุราษฎร์ธานี) ตรึงบาดาล (ปัตตานี) ตุวุเบ๊าะมิง ดูวุวอมิง (มลายู-นราธิวาส) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 เมตร ลำต้นตรง - [สร้อยไก่ ไม้ดอกล้มลุกดอกสีสดใส](https://www.monmai.com/สร้อยไก่/) - ไม้ดอกล้มลุก มีทั้งพันธุ์เตี้ยและสูง มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย อเมริกา และทวีปแอฟริกา สร้อยไก่มีดอกย่อยรวมเป็นช่อยาว มีทั้งพันธุ์สูงและพันธุ์เตี้ย พันธุ์เตี้ยใช้ปลูกประดับขอบแปลงได้ดีมาก ส่วนพันธุ์สูงใช้เป็นไม้ประดับในแปลง หรือปลูกไว้ข้างหลัง ใช้ทำเป็นไม้ตัดดอกก็ได้ หรือเมื่อทำเป็นดอกไม้แห้งสีก็ไม่ซีด ชื่อวิทยาศาสตร์ : Celosia argentea L. cv. Plumosa วงศ์ : Amaranthaceae ชื่อสามัญ : Celosia ชื่ออื่น ๆ : สร้อยไก่ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ สร้อยไก่เป็นไม้พุ่มเตี้ยไม่มีแก่น มีพุ่มขนาดสูงประมาณ 20 นิ้ว แตกกิ่งก้านสาขามาก เป็นแนวตั้งตามส่วนยอดเป็นไม้ใบเดี่ยวออกใบเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีใบใหญ่อยู่ 1 ใบ รูปมนรี ปลายแหลม ขนาดใบยาวประมาณ 3-4 ซม. นอกนั้นเป็นใบย่อยมีขนาดเล็ก ชนิดดอกสีเหลือง ลำต้นและใบเป็นสีเขียวอ่อนอมเหลือง ส่วนชนิดดอกสีแดง ต้นและใบจะเป็นสีแดงคล้ำ ดอกออกเป็นช่อ ดอกมีขนาดเล็กช่อหนึ่ง ๆ ยาวประมาณ 15 ซม. - [ข้าวโพดหวาน](https://www.monmai.com/ข้าวโพดหวาน/) - ข้าวโพดหวาน (sweet corn) เป็นข้าวโพดที่นิยมปลูก และนำมารับประทานมากที่สุดในบรรดาข้าวโพดชนิดต่างๆ เนื่องจากให้ความหวานสูง ไขมันต่ำ สามารถนำมาปรุงเป็นอาหาร ของหวานหรือแปรรูปได้หลากหลายอย่าง รวมถึงการนิยมรับประทานเป็นอาหารโดยตรงด้วยการต้มหรือคั่ว ข้าวโพดหวาน เป็นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญอายุเก็บเกี่ยวสั้น ทําให้ปลูกได้ถึง 3 รุ่น ตลอดทั้งปี(หรือ 4 รุ่น ในบางแหล่ง และบางพันธุ์) มีทั้งประเภทที่ปลูกเพื่อจําหน่ายฝักสดและปลูกเพื่อส่งโรงงานเพื่อนําไปแปรรูปได้หลายรูปแบบ เช่น ทําน้ำนมข้าวโพดข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋องทั้งฝักหรือเฉพาะเมล็ดแปรรูปทําครีมข้าวโพดหวาน และข้าวโพดหวานแช่แข็งเป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ สามารถส่งไปจําหน่ายยังตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และกลุ่มประเทศในแถบยุโรป ซึ่งมีอัตราเติบโตเพิ่มสูงขึ้นทุกปี นอกจากจะส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพดหวานในฤดูกาลแล้ว ยังส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดหวานในนาข้าวช่วงฤดูแล้งเพิ่มมากขึ้น ข้าวโพดหวาน เป็นข้าวโพดที่ปลูกมากทั่วโลก ผู้ปลูกรายใหญ่ของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ฮังการี และแคนาดา ส่วนเอเชียมีผู้ปลูกรายใหญ่ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย โดยประเทศไทยมีแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ได้แก่ ภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน - [แชมพูสดสูตรพื้นฐาน](https://www.monmai.com/แชมพูสด/) - แชมพูสูตรนี้เป็นแชมพูสูตรของต่างประเทศ ที่ใช้สบู่เหลวธรรมชาติชนิดอ่อนที่ทำจากน้ำมันมะกอกล้วน ๆ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Castile Liquid Soap สบู่เหลวธรรมชาติเป็นสบู่ที่ทำขึ้นจากน้ำมันพืช ทำปฏิกิริยากับด่างโปแตสเซียมไฮดรอกไซด์จนได้เนื้อสบู่ที่มีลักษณะนิ่มแล้วนำไปเจือจางด้วยน้ำ 2 เท่า จะได้สบู่เหลวธรรมชาติ แชมพูสูตรนี้เป็นสตรที่อ่อน เหมาะกับเส้นผมทุกประเภท ส่วนผสม สบู่เหลวจากน้ำมันมะกอก 2/3 ถ้วย น้ำสะอาด 1/3 ถ้วย เกลือทะเลป่น 1/2 ถ้วย น้ำมันลาเวนเดอร์ 12 หยด น้ำมันโรสแมรี่ 10 หยด วิธีทำ ผสมสบู่เหลวและน้ำในชาม คนให้เข้ากัน เติมเกลือแกง คนจนเกลือละลาย เติมน้ำมันหอมระเหย คนให้เข้ากัน นำไปใช้สระผม (ถ้าผมมันก็ให้เปลี่ยนน้ำมันหอมระเหยไปเป็นน้ำมันมะนาวกับน้ำมันส้ม) ที่มา : วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ - [ฝายมีชีวิต บริหารจัดการน้ำโดยภูมิปัญญาชุมชน](https://www.monmai.com/ฝายมีชีวิต/) - ฝายมีชีวิตเป็นกระบวนการบรรเทาปัญหาน้ำท่วม น้ำหลาก ปัญหาน้ำแล้ง ปัญหาน้ำใต้ดิน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ปัญหาเศรษฐกิจชุมชน ปัญหาสังคมการเมืองที่ขาดจิตสำนึกสาธารณะ(พลเมือง) โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสานกับแนวคิดการจัดการตนเองของชุมชน กล่าวคือ ฝายมีชีวิตเป็นกระบวนการให้ชุมชนลุกขึ้นมาเรียนรู้ข้อมูลน้ำของชุมชน โดยชุมชน จนชุมชนสามารถจัดการน้ำของเขาได้เอง และสามารถกำหนดทิศทางของเขาเองได้ อีกทั้งมีแผนการจัดการอย่างเป็นระบบ โดยมีภาคีเครือข่ายภายนอกเป็นพี่เลี้ยง สนับสนุน หลักการ 3 ประการของฝายมีชีวิต ประกอบด้วย ต้องเกิดจากกระบวนการเรียนรู้ของคนในชุมชน ถึงปัญหาที่ประสบอยู่ในขณะนี้และในอนาคต และทางออกที่ดีที่สุดของชุมชนต่อปัญหานั้น ๆ ต้องไม่เริ่มด้วยงบประมาณหรือโดยรัฐ แต่ให้เริ่มจากการสร้างความความร่วมมือ ร่วมใจของประชาชนเป็นสำคัญ ต้องมีกติกา หรือข้อตกลงร่วมกันของชุมชน ที่เรียกว่า "ธรรมนูญคลอง" ข้อตกลงร่วมกันของฝายมีชีวิต ต้องเกิดจากกระบวนการเรียนรู้ของคนในชุมชน (ระเบิดจากข้างใน) ต้องไม่เริ่มด้วยงบประมาณ แต่ให้เริ่มจากการสร้างความเข้าใจ สร้างปัญญา แล้วเงินตราจะมาเอง เข้าใจความหมายของระบบนิเวศในมุมมองของชาวบ้านว่าหมายถึง มึงกับกูอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช้โครงสร้างแข็งที่เป็นสิ่งแปลกปลอมทางธรรมชาติ เช่น ปูน เหล็ก ใช้ระบบนิเวศของรากไทรเป็นตัวยึดโครงสร้างฝาย ซึ่งใช้โครงสร้างไม้ เช่น ไม้ไผ่ ไม้กระถิน เป็นต้น เป็นโครงสร้างพื้นฐานในช่วงแรก ใช้ขี้วัว ขุยมะพร้าวใส่กระสอบ เป็นอาหารของต้นไทร ใช้ทรายใส่กระสอบเป็นตัวยึดกั้นไม่ให้กระแสน้ำพัดพากระสอบขุยมะพร้าวและขี้วัว - [หงอนไก่ไทย หงอนไก่ดง](https://www.monmai.com/หงอนไก่ดง/) - หงอนไก่ไทยเป็นสมุนไพรห้ามเลือด แก้ริดสีดวงทวาร บิด แก้ไข้ ท้องอืด แก้หืด ตกขาว ประจำเดือนผิดปกติ ปวดศีรษะ ตาแดง เป็นยากระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ชื่อวิทยาศาสตร์ Celosia argentea Linn. วงศ์ Amaranthaceae ชื่ออื่นๆ ดอกด้าย หงอนไก่ดอกกลม หงอนไก่ฟ้า(กลาง) หงอนไก่ดง(นครสวรรค์) พอคอที ด้ายหางหมา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ล้มลุก อายุ 1 ปี สูง 30-90 ซม. ลำต้นและกิ่งก้านที่แตกออกจะตั้งตรงขึ้น ลำต้นฉ่ำน้ำ มีร่องตามยาว เปลือกลำต้นมีสีเขียวถึงม่วงแดง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับรูปหอกเรียวยาว โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ใบยาว 5-9 ซม. กว้าง 1-3 ซม. ใบมีสีเขียว และสีแดงอมม่วง ใบตอนล่างมีขนาดใหญ่กว่าใบช่วงบน ก้านใบยาว 0.3-1.7 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อ - [หอยเชอรี่](https://www.monmai.com/หอยเชอรี่/) - หอยเชอรี่มีลักษณะคล้ายหอยโข่ง แต่เปลือกมีสีอ่อนกว่าตัวโตกว่า หอยเชอรี่เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว หอยตัวเต็มวัยอายุเพียง 3 เดือน จะจับคู่ผสมพันธุ์ได้ตลอดเวลา หลังจากการผสมพันธุ์ได้ 1-2 วัน ตัวเมียจะวางไข่ โดยจะวางไข่ในเวลากลางคืนบริเวณที่แห้งเหนือน้ำ เช่น ตามกิ่งไม้ต้นหญ้าริมน้ำ โคนต้นไม้ ริมน้ำข้างๆ คันนา และตามต้นข้าวในนา ไข่หอยเชอรี่มีสีชมพูเกาะติดกันเป็นกลุ่มยาว 2-3 นิ้ว กลุ่มละประมาณ 300-3,000 ฟอง เป็นตัวหอยภายใน 7-12 วัน แม่หอยสามารถวางไข่ได้ตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูฝนจะวางไข่ได้ถึง 10-14 ครั้งต่อเดือน หอยเชอรี่ มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ เช่น ประเทศชิลี อาร์เจนตินา สุรินัม โบลิเวีย บราซิล ปารากวัย อุรุกวัย ในทวีปอเมริกาเหนือ เช่น มลรัฐฟลอริด้าและเทกซัสของสหรัฐอเมริกา ในแถบอเมริกากลาง เช่น จาไมก้า คิวบา ทรินิแดด โดมินิกัน เป็นต้น (น่มีนำหอยเชอรี่จากประเทศญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์มาสู่ประเทศไทยประมาณ พ.ศ. 2525-2526 เพื่อเลี้ยงเป็นการค้า - [คีมตอนกิ่ง](https://www.monmai.com/คีมตอนกิ่ง/) - คีมตอนกิ่ง ประยุกต์โดยนำคีมตัดลวดมาเชื่อมต่อกับเหล็ก หรือสแตนเลส เป็นใบมีดคู่ ใช้ในการควั่นกิ่งพร้อมกันตามระยะที่ออกแบบไว้ สามารถขูดเยื่อได้ไวโดยใช้หยักฟันปลาด้านในคีม ข้อดีของคีมตอนกิ่งใบมีดคู่ สามารถตอนกิ่งได้ไวช่วยประหยัดเวลา สามารถขูดเยื่อได้ไวโดยใช้หยักฟันปลาด้านในคีมช่วยลดเวลาในการขูดเยื่อแบบทั่วไป(ขูดเยื่อและแกะเปลือกกิ่งตอนในเวลาเดียวกัน) เเผลของกิ่งตอนมีความกว้างของแผลที่เท่ากันทุกกิ่ง ใบมีดทำด้วยสแตนเลสS304(ไม่เป็นสนิม) ปลอดเชื้อโรค ใบมีความคมพิเศษแผลที่ตอนไม่ช้ำ ใบมีดสามารถใช้ตะไบละเอียดลับคมได้บำรุงรักษาง่าย - [ลูกฉิ่ง ผลกินได้](https://www.monmai.com/ลูกฉิ่ง/) - ลูกฉิ่ง จะคล้ายมะเดื่อมากแต่ลูกฉิ่งจะเล็กกว่า รับประทานได้รสชาติเปรี้ยวนิดๆ ฝาดและมัน คนนิยมทำเป็นผักเหนาะกินกับอาหารที่มีรสเผ็ด หรือจิ้มน้ำพริก แกงไตปลา นอกจากนี้เปลือกต้นและรากใช้ทำยาแก้ท้องเสีย แก้ประดง ผดผื่นตามผิวหนัง เป็นต้น ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus racemosa L. วงศ์ : Moraceae ชื่ออื่น ชิ้ง (ใต้) "ลูกฉิ้ง" พืชตระกูลเดียวกัน : เดื่อเกลี้ยง (ภาคเหนือ มะเดื่อเกลี้ยง มะเดื่อ มะเดื่อชุมพร กูแซ เดื่อน้ำ (ภาคใต้) มะเดื่อน้ำ เดื่อเลี้ยง มะเดื่อหอม หมากเดื่อ (ภาคอีสาน) มะเดื่อดง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ "ชิ้ง"เป็นไม้ยืนต้นตระกูลมะเดื่อสูงประมาณ 3 - 5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาล อมเขียว ใบ ใบเดี่ยวขนาดใหญ่สีเขียวเข้มกว้างประมาณ 5-6 นิ้ว ยาวประมาณ 8 นิ้ว - [ไม่ติดตำรา](https://www.monmai.com/ไม่ติดตำรา/) - การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน ไม่ติดตำราŽ ไม่ผูกมัดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย ไม่ควรนำเอาทฤษฎีหรือหลักวิชาการของผู้อื่นมาดำเนินการโดยปราศจากการพิจารณาให้ถ่องแท้ด้วยสติปัญญาและความรู้ของตนเองว่าเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพของปัญหาผู้คนและสภาพแวดล้อมของประเทศไทยมากน้อยเพียงใด นักวิชาการชั้นสูงที่ได้รับการศึกษามาจากตะวันตก มักจะนำแนวคิดและทฤษฎีต่างๆ มาใช้กับประเทศไทย โดยไม่รอมชอมและไม่พิจารณาถึงความแตกต่างในด้านต่าง ๆ ให้รอบคอบ ในที่สุดก็มักจะประสบความล้มเหลวหรือไม่บังเกิดผลดีอย่างเต็มที่ และทำให้ประเทศถอยหลังเข้าคลอง - [น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน](https://www.monmai.com/น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน/) - น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน (sunflower seed oil) เป็นน้ำมันพืชที่สกัดจากเมล็ดของดอกทานตะวัน (sunflower) น้ำมันดอกทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว โดยเฉพาะกรด กรดลิโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดที่จำเป็น (essential fatty acid) ในกลุ่มโอเมกา-6 ปริมาณสูง เป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของวิตามินอี (vitamin E) หรือโทโคฟีรอล โดยเฉพาะแอลฟ่า-โทโคฟีรอลที่ดี โดยพบในปริมาณ 45 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน เหมาะสำหรับการ ปรุงอาหารประเภทผัด หรือที่ใช้ความร้อนสูงในเวลาไม่นานนัก แต่ไม่เหมาะที่ใช้เป็นน้ำมันสำหรับการทอด (frying) เมล็ด ใช้บริโภคโดยตรง เป็นแหล่งของโปรตีนแทนเนื้อสัตว์ได้ ในเมล็ดมีธาตุเหล็กสูงใกล้เคียงกับไข่แดงและตับ เมื่อนำมาบดเป็นแป้งจะได้แป้งสีขาว มีไขมันสูง มีโปรตีนมากกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณแป้ง โดยเมล็ดทานตะวัน (แห้ง) ในส่วนที่กินได้ 100 กรัม จะได้พลังงาน 490 แคลอรี่ ไขมัน 32.8 กรัม คาร์โบไฮเดรต - [การเลี้ยงเป็ดในสวนยางพารา](https://www.monmai.com/เลี้ยงเป็ดในสวนยางพารา/) - การเลี้ยงไก่และเลี้ยงเป็ดในสวนยางเป็นอาชีพเสริม สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ เกษตรกรบางรายอยากที่จะเลี้ยงแต่ไม่มีงบประมาณเพียงพอเนื่องจากจะต้องใช้ต้นทุนที่สูงในการเลี้ยงแต่ละรอบ เกษตรกรในตำบลทุ่งใหญ่ มีอาชีพการทำสวนยางพารา บางเครัวเรือนจะเลี้ยงสัตว์ควบคู่ไปด้วย เช่นเลี้ยงวัว แพะ เป็ด ไก่ หมู ฯลฯ ซึ่งจากประสบการณ์จริงของเกษตรกร พบว่าการเลี้ยงเป็ดในสวนยางพาราอายุ 2 - 3 ปี ให้ประโยชน์สูงสุด เพราะเป็ดจะช่วยกำจัดวัชพืช และเพิ่มความชื้น และปุ๋ยอินทรีย์ให้แก่ต้นยางพาราด้วย สามารถควบคุมวัพืชทั่ว ๆ ไปได้ โดยเฉพาะหญ้าคาได้เป็นอย่างดีทั้งในฤดูฝน และฤดูแล้ง โดยไม่ต้องใช้สารเคมี เพราะมูลเป็ดเป็นการเพิ่มปุ๋ยและให้ความชื้นแก่ดิน (หากสามรถเลี้ยงห่านร่วมด้วยก็จะสามารถป้องกันงูพิษได้อีกทางหนึ่งด้วย) ขั้นตอนและวิธีการ ใช้ลวดตาข่ายหรืออวนล้อมบริเวณสวนยางพารา (อายุ 2 - 3 ปี) ที่มีวัชพืชมากและต้องการกำจัด นำเป็ดรุ่นเดรยวกันประมาณ 50 - 100 ตัว ปล่อยในบริเวณตาข่ายที่ล้อมไว้ จัดรางน้ำ - อาหาร ให้อยู่รอบ ๆ พื้นที่บริเวณต่ข่าย และสามารถย้ายรางน้ำ - อาหารได้ตามความเหมาะสม ทำจากพื้นที่บรเวณเล็ก ๆ - [ปรับสมดุล ดินเปรี้ยวดินเค็ม คืนความอุดมสมบูรณ์แก่ดิน](https://www.monmai.com/ปรับสมดุลดิน/) - ความสมดุลของธาตุอาหารและแร่ธาตุต่างๆ ในดิน เป็นที่มาของความอุดมสมบูรณ์ของดินที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชพรรณนานาชนิด แต่ทว่าหากดินเกิดเสียสมดุล โดยเฉพาะสมดุลทางเคมีที่เกี่ยวกับธาตุอาหารและแร่ธาตุในดิน ไม่เพียงทำให้คุณสมบัติทางเคมีของดินเสียไป แต่ยังส่งผลต่อคุณสมบัติทางกายภาพ และคุณสมบัติทางชีวภาพ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการเพาะปลูกด้อยลง ผลผลิตตกต่ำ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถเพาะปลูกทำการเกษตร รวมทั้งใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคได้ ปัญหาดินเสียสมดุลทางเคมีนี้ จึงกลายเป็นต้นตอของความยากจนของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ดินเสียสมดุลทางเคมี ดิน ที่ใช้ทำการเพาะปลูกทั่วไป ของประเทศไทยส่วนใหญ่ มักจะขาด ความอุดมสมบูรณ์ ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ โครงสร้าง ของดินไม่ดี แน่นทึบ ไม่อุ้มน้ำ มี จุลินทรีย์ ในดินน้อย เนื่องจากสภาพ ที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ อันเนื่อง มาจากได้ใช้ดิน เพื่อการเพาะปลูก อย่าง ต่อเนื่อง โดยขาดการปรับปรุง และ บำรุงรักษา การทำการเกษตรกรรม ที่ไม่เหมาะสม ใช้ ที่ดินผิดประเภท ตลอดจนแหล่งกำเนิด ของดินเอง เช่น ดินทราย ดินลูกรัง ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินด่าง เป็นต้น ทำให้ขาดความสมดุล ในด้านสมบัติทางเคมี กายภาพ และ - [แววมยุรา ไม้ดอกสีจัดจ้าน](https://www.monmai.com/แววมยุรา/) - แววมยุราเป็นไม้ดอกอายุสั้น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนรูปหัวใจขอบใบจัก ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมกันเป็นหลอด กลีบดอกมีรอยแต้มสีเหลือง ตรงปากกลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน โคนเชื่อมกันเป็นหลอด มีถิ่นกำเนิดในแถบอินโดจีน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Torenia fournieri วงศ์ : Scrophulariaceae ชื่อสามัญ : Wishbone flower ชื่ออื่น ๆ : Blue wings, แววมยุรา เกล็ดหอย แววมยุเรศ สามสี หญ้าลิ้นเงือก หญ้าลำโพง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ล้มลุกฤดูเดียว สูง 20-40 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านโปร่ง ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมมีขนที่สัน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับฉาก กว้าง 1-3 เซนติเมตร ยาว 1.5-5 เซนติเมตร รูปใบหอก - [สาหร่ายหางกระรอก](https://www.monmai.com/สาหร่ายหางกระรอก/) - สาหร่ายหางกระรอก เป็นพรรณไม้น้ำพื้นเมืองของไทย มักพบในน้ำที่มีแสงสว่างส่องถึง น้ำค่อนข้างใส ความลึกน้ำ 0.6-1 เมตร ลักษณะพื้นเป็นดินโคลนหรือโคลนปนทราย มีลำต้นเป็นสายเรียวยาว ทอดไปตามความสูงของระดับน้ำ อาจยาวได้ถึง 3 เมตร ทั้งใบและต้นจมใต้น้ำ ลักษณะของใบเป็นแผ่นบางเรียวยาวขนาดเล็กติดบนลำต้นเป็นชั้นๆ ชั้นละ 2-8 ใบ ใบยาว 10-20 มิลลิเมตร กว้าง 2-5 มิลลิเมตร มีสีเขียวแก่ เส้นกลางใบสีแดง ขอบใบหยักเป็นซี่เล็กๆ มีดอกติดอยู่ที่ซอกใบระดับใต้น้ำ เมื่อดอกแก่จึงจะลอยขึ้นมาบานเหนือผิวน้ำ เจริญได้ดีในน้ำที่มี pH 6.0-7.3 อุณหภูมิน้ำ 25-30 องศาเซลเซียส แสงสว่างปานกลางถึงมาก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hydrilla verticillata (L.f.) Royle ชื่อสามัญ : Hydrilla ชื่อวงศ์ : HYDROCHARITACEAE ลักษณะทั่วไป ลำต้นมีลักษณะเป็นสาย ยาวเรียว ตามความลึกของระดับน้ำ หรือทอดยาวไปตามแนวขนานใต้ผิวน้ำ อาจยาวถึง ๓ - [ต้นอ่อนทานตะวัน](https://www.monmai.com/ต้นอ่อนทานตะวัน/) - ต้นอ่อนทานตะวันเป็นแหล่งไขมันชนิดที่ดีแก่ร่างกาย ใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย เป็นแหล่งโปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม และจากข้อมูลการวิจัยของ Medical Center, University of Maryland สหรัฐ เมื่อปี 2553 ระบุว่า ต้นอ่อนทานตะวัน (Sunflower Sprouts) มีกรด Linoleic ในปริมาณมาก ช่วยในการบำรุงสมองและกระดูกให้แข็งแรง ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี และโฟเลต ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง และช่วยให้ระบบขับถ่ายดีด้วย ต้นอ่อนทานตะวันมีวิตามิน B1, B6 โอเมก้า 3, 6, 9 ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และยังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ อีกด้วย ต้นอ่อนทานตะวันมีโปรตีนมากกว่าผักกาดเขียวถึง 2 เท่า วิตามิน A, B2, E, D, K และยังมีวิตามิน A สูงกว่าน้ำมันเมล็ดข้าวโพดและเมล็ดถั่วเหลืองกว่า 3 เท่าเลยทีเดียว - [ดองดึง สมุนไพรใช้ต้องระวัง](https://www.monmai.com/ดองดึง/) - ดองดึงเป็นพืชสมุนไพรจำพวกหัว ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคอีสานเรียก พันมหา, หัวขวาน, หัวฟาน หรือดาวดึง ซึ่งต้นดองดึงนั้นเป็นพืชที่อยู่ในแถบทวีปแอฟริกาเขตร้อนและเอเชียเขตร้อน รวมทั้งในประเทศไทยของเราด้วย โดยต้นดองดึงนั้นเป็นพืชสมุนไพรที่ชอบขึ้นอยู่ตามชายป่า ที่โล่ง หรือดินปนทราย ส่วนใหญ่มักจะนิยมนำต้นดองดึงมาปลูกไว้เป็นไม้ประดับเพื่อตกแต่ง และนำไปทำเป็นยาสมุนไพร รวมถึงใช้ในการรักษามะเร็งได้ด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gloriosa superba L. ชื่อสามัญ : Flame lily, Climbing lily, Turk's cap, Superb lily, Gloriosa lily วงศ์ : Colchicaceae ชื่ออื่น : ก้ามปู (ชัยนาท); คมขวาน, บ้องขวาน, หัวขวาน (ชลบุรี); ดาวดึงส์, ว่านก้ามปู (ภาคกลาง); พันมหา (นครราชสีมา); มะขาโก้ง (ภาคเหนือ); หมอยหีย่า (อุดรธานี) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้เถาล้มลุกอายุหลายปี - [การนวดตอกเส้น](https://www.monmai.com/นวดตอกเส้น/) - การนวดตอกเส้น เป็นวิถีทางและภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพของชุมชนในแถบภาคเหนือที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน และเป็นอีกองค์ความรู้ภูมิปัญญาหนึ่งที่เป็นอัตลักษณ์ ในระบบการแพทย์พื้นบ้านล้านนา การนวดตอกเส้น เป็นวิธีบำบัดรักษาอาการทางกายอีกวิธีหนึ่งของระบบการแพทย์พื้นบ้านล้านนา ที่ได้พัฒนามาจากการเช็ด เป่า แหก เพื่อผ่อนคลายอาการปวดเมื่อย รวมทั้งรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นต่างๆ การนวดตอกเส้น เป็นการรักษาที่คลายเส้นได้เร็วกว่าการนวดไทยเพราะมุ่งเน้นการกระตุ้นจุดหรือเส้นที่สำคัญในร่างกายของคนซึ่งหมอนวดบางคนจะใช้การตอกเส้นควบคู่กับการนวด ผู้ทำการตอกเส้น จะต้องมีความชำนาญและฝึกฝนจนแตกฉานจึงจะสามารถทำการตอกได้ดี ผู้เป็นหมอนวดตอกเส้น จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์สำหรับการนวดตอกเส้น การนวดตอกเส้น จะทำให้เส้นที่อยู่ลึกลงไปดีดขึ้นมา จะสามารถทำให้การรักษาเส้นเอ็นต่างๆได้ง่ายขึ้น การนวดตอกเส้น เป็นการกระตุกเส้นที่อยู่ลึกให้สะดุ้งขึ้นมาและกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นให้เลือดสูบฉีดได้มากขึ้น ความรู้สึกของผู้ถูกตอกเส้น จะเหมือนกับการมีกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่ภายในเส้นตามร่างกายเริ่มแรกจะมีอาการปวดประมาณ 15 20 นาที จึงหายและหลังจากนั้นความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านจึงหมดไป ผู้เป็นหมอตอกเส้น จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเส้นต่างๆโดยเฉพาะเส้นสิบ การตอกเส้นเป็นการรักษาที่คลายเส้นได้เร็วกว่านวด เพราะมุ่งเน้นการกระตุ้นจุดหรือเส้นที่สำคัญในร่างกายของคน หมอบางคนใช้การตอกเส้นร่วมกับการนวด การตอกเส้นจะตอกเส้นที่มีอาการตึงมากๆจนเส้นคลายจึงนวดการเจ็บป่วยจะหายเร็วขึ้น ก่อนทำการตอกเส้นต้องทำพิธีไหว้ครูอาจารย์ด้วยคาถาชุมนุมเทวดาทำการเสกเป่าฆ้อนและลิ่ม(สลูปหัวฆ้อน) เพื่อประสิทธิผลในการรักษา ป้องกันมิให้กล้ามเนื้อและเส้นเลือดแตกให้ทาน้ำมันว่านสมุนไพร ก่อนทำการตอกเส้นต้องซักประวัติให้ผู้ป่วยเล่าอาการเจ็บตรงไหน เป็นนานเท่าใด หมอทำการวินิจฉัยมีภาพประกอบ และทำพิธีตั้งขันครู แล้วทำการตอกเส้น ความรู้สึกขณะถูกตอกเส้นเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่ภายในเส้นตามร่างกาย จะมีอาการปวด 15-20 นาทีจึงหายหลังจากความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งหมดไป การตอกเส้นทำให้เส้นที่อยู่ลึกลงไปดีดขึ้นมาทำให้ทำการรักษาเส้นได้ง่าย การตอกเส้นเป็นการกระตุกเส้นที่อยู่ลึกให้สะดุ้งขึ้นมาและกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ให้เลือดสูบฉีดมากขึ้น จากนั้นใช้น้ำมันสมุนไพรหรือลูกประคบในการรักษา เพื่อให้ยาซึมเข้าได้ดี เส้นเอ็นแบ่งออกเป็น 2 - [ประทุม สุริยา ครูบัญชีสหกรณ์ดีเด่นและเกษตรทฤษฎีใหม่](https://www.monmai.com/ประทุม-สุริยา/) - การยึดอาชีพแม่พิมพ์ของชาติควบคู่ไปกับการสวมหมวกเกษตรกรเต็มขั้น เป็นวิถีทางที่ "อาจารย์ประทุม สุริยา" ครูบัญชีสหกรณ์ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2552 และเจ้าของรางวัลรองชนะเลิศประเภทเกษตรทฤษฎีใหม่ ในการประกวดผลงานตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ประจำปี 2550 ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าวันนี้เธอจะอำลาชีวิตราชการไปแล้วก็ตาม พื้นที่กว่า 22 ไร่ 3 งาน บริเวณบ้านเลขที่ 236 หมู่ 2 ต.สันป่ายาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของครูประทุม ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่การเกษตรโดยแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้เพื่อเจริญรอยตามวิถีพอเพียงของพระองค์ ใช้สูตรที่ว่า 30 แรกคือ น้ำ 30 ที่ 2 คือนา 30 ที่ 3 คือ ไม้ผล 10 ที่เหลือคือ เลี้ยงสัตว์และที่อยู่อาศัย โดยการลี้ยงไก่แจ้ ขายไข่ปีหนึ่งได้เกือบแสนบาท แล้วก็มีปลาที่อยู่ในสระและอยู่ในนาข้าวปีหนึ่งขายได้เงินเกินแสน ครูประทุมบอกว่าเริ่มทำทฤษฎีใหม่ ปี 2540 หลังได้รับฟังการบรรยายเรื่องการทำทฤษฎีใหม่ ในการจัดรูปพื้นที่ จึงมีความสนใจ และคิดว่าน่าจะทำได้ ประกอบกับมีที่นาว่าง น่าจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด - [หญ้าขน หญ้าอาหารสัตว์](https://www.monmai.com/หญ้าขน/) - หญ้าขนเป็นพืชในวงศ์หญ้า เป็นพืชหลายฤดู แพร่กระจายด้วยเมล็ด และการแตกไหล ออกรากตามข้อ สูงประมาณ 2 เมตร ใบมีขน ยาว 10 - 30ซม. และกว้าง 1 -1.5 ซม. บริเวณข้อมีขน ดอกเป็นดอกช่อ ยาว 10 - 20 ซม. ออกดอกตลอดปี ชอบดินที่ระบายน้ำได้ไม่ดี พบตามบริเวณที่นาและน้ำท่วมขัง พบได้ทั่วประเทศไทย ลักษณะทั่วไป ลำต้น หญ้าขนเป็นไม้ล้มลุกหลายปี ลำต้นทอดนอนยาวได้ถึง 6 เมตร และปลายชูสูงขึ้นได้ถึง 2 เมตร แตกกิ่งและออก รากบริเวณโคนต้น ปล้องเรียบ ข้อป่อง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปแถบกว้าง 0.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 10-30 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม โคนมนหรือเว้าเล็กน้อย ขอบมีขนสาก ผิวใบเกลี้ยงหรือมีขน กาบใบมีขนและมีมากที่รอบข้อ ขอบกาบมีโคนเป็นปุ่ม - [รำหยาบ ใช้ผสมในอาหารสัตว์](https://www.monmai.com/รำหยาบ/) - รำหยาบเป็นผลพลอยได้จากการสีข้าวเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ชนิดหนึ่งที่ใช้กันมากในการประกอบสูตรอาหารสุกรหรือสัตว์ปีก รำข้าวแยกออกเป็น 2 ชนิด คือ รำหยาบและรำละเอียด รำหยาบมีส่วนผสมของแกลบปน ทำให้คุณค่าต่ำกว่ารำละเอียดเพราะมีเยื่อใยสูงและมีแร่ซิลิกาปนในแกลบมาก รำเป็นส่วนผสมของเพอริคาร์บ (pericarp) อะลิวโรนเลเยอร์ (aleuron layer) เยอร์ม (germ) และบางส่วนของเอนโดสเปอร์ม (endosperm) ของเมล็ด รำหยาบมีโปรตีนประมาณ 8 10 เปอร์เซ็นต์ ไขมันประมาณ 7 8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรำละเอียดมีโปรตีนประมาณ 12 15 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 12 13 เปอร์เซ็นต์ รำมีไขมันสูงจึงไม่ควรเก็บรำไว้นานเกิน 15 20 วัน เพราะจะมีกลิ่นจากการหืน รำข้าวที่ได้จากการสีข้าวเก่ามีความชื้นต่ำทำให้เก็บได้นานกว่ารำข้าวใหม่ที่มีความชื้นสูง เชื้อราขึ้นง่ายและเหม็นหืนเร็ว ส่วนรำข้าวนาปรัง อาจมีสารตกค้างของยาฆ่าแมลงปะปนมาด้วย รำข้าวเป็นอาหารคาร์โบไฮเดรตที่มีกรดอะมิโนค่อนข้างสมดุล มีคุณค่าทางอาหารสูง มีวิตามินบีค่อนข้างมาก รำที่สกัดน้ำมันออกโดยกรรมวิธีต่าง ๆ เช่น รำอัดน้ำมัน (hydraulic press) หรือรำสกัดน้ำมัน (solvent extract) - [ข้าวโพดข้าวเหนียว](https://www.monmai.com/ข้าวโพดข้าวเหนียว/) - ข้าวโพดข้าวเหนียว หรือบางท้องถิ่นเรียกว่า ข้าวโพดเทียน ข้าวโพดสาลี เป็นต้น ถือเป็นข้าวโพดที่ได้รับความนิยมรับประทาน และปลูกกันมากในพื้นที่ที่มีระบบน้ำพอเพียงหรือปลูกบนแปลงนาหลังการเก็บ เกี่ยวข้าวเพื่อเป็นรายได้เสริม เนื่องด้วยมีรสหวาน เหนียว ปลูก และดูแลง่าย อายุการเก็บเกี่ยวสั้น ราคาสูง โดยพบปลูกมากในภาคอีสาน กลาง และเหนือ ข้าวโพดข้าวเหนียวจัดเป็นข้าวโพดรับประทานฝักสดที่ได้รับความนิยมบริโภคมากชนิดหนึ่งมีความอ่อนนุ่ม ไม่ติดฟันรสหวานเล็กน้อย ขนาดฝักพอเหมาะ อายุเก็บเกี่ยวสั้น (55-70 วัน) ปลูกได้ตลอดทั้งปี ในพื้นที่ไร่และในเขตชลประทานเหมาะสมสำหรับเป็นพืชเสริมรายได้ พื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศประมาณ 80,000 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 1,300-1,700 กิโลกรัม/ไร่ ใช้บริโภคในท้องถิ่นทั้งหมด ปัญหา ขาดแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และพันธุ์ของทางราชการที่ผลิตไม่เพียงพอกับปริมาณความต้องการของเกษตรกร แหล่งปลูก สภาพพื้นที่ 1.1 ปลูกได้ทุกภาคของประเทศ ที่ใกล้แหล่งน้ำสะอาด 1.2 พื้นที่ราบและสม่ำเสมอ มีความลาดเอียงไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ 1.3 ไม่มีน้ำท่วมขัง 1.4 ห่างไกลจากแหล่งมลพิษ 1.5 การคมนาคมสะดวก สามารถนำผลผลิตออกสู่ตลาดได้รวดเร็ว ลักษณะดิน 2.1 ดินร่วน - [กระถางแก้มลิง รดน้ำหนเดียวอยู่เป็นเดือน](https://www.monmai.com/กระถางแก้มลิง/) - กระถางแก้มลิง หรือ กระถางอุ้มน้ำ คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยลดการใช้น้ำของเกษตรกรในช่วงฤดูร้อน กระถางแก้มลิงนี้ สามารถลดการใช้น้ำได้นานถึง 1-2 สัปดาห์ ทำให้เกษตรกรไม่ต้องกังวลเรื่องการรดน้ำต้นไม้ ตัวกระถางฯ ยังถูกออกแบบให้สามารถรองรับน้ำได้ในปริมาณมากด้วย ซึ่งหากฝนตกหนัก น้ำจะสามารถระบายออกตรงรูระบายน้ำข้างกระถางได้ ทำให้น้ำไม่ท่วมต้นไม้ในกระถาง ครั้งแรกที่ประดิษฐ์กระถางนี้ขึ้นมา เราอิงจากหลักกลไกทางธรรมชาติ โดยนึกถึงระดับน้ำใต้ดิน ซึ่งจะเห็นได้ว่าในบางพื้นที่ไม่ว่าจะแล้งมากขนาดไหน แต่ต้นไม้ก็สามารถยืนต้นอยู่ได้โดยไม่ตาย เพราะบริเวณนั้นมีแหล่งน้ำใต้ดิน เราจึงนำกลไกเหล่านี้มาทำเลียนแบบธรรมชาติ ทำให้เกิดระดับน้ำใต้ดินในกระถางต้นไม้ โดยการเจาะรูข้าง ๆ กระถาง นอกจากนี้ยังมีหินภูเขาไฟที่ใส่ในกระถางเพื่อช่วยดูดซับน้ำ ป้องกันรากเน่า และทำให้รากต้นไม้ชอนไชได้ดีอีกด้วย อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม คือ กระถางหรือถังพลาสติก ตะกร้าพลาสติกหรือส่วนบนของขวดน้ำพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่ากระถางเล็กน้อย และสามารถหย่อนใส่ลงไปในกระถางได้ หินภูเขาไฟหรือถ่านไม้ที่ใช้หุงต้มในครัวเรือน, ท่อพีวีซี, ดินปลูกต้นไม้ และต้นไม้ ขั้นตอนการทำมีดังนี้ นำกระถางต้นไม้พลาสติก มาเจาะรูด้านข้างกระถาง โดยวัดระยะให้สูงจากก้นกระถาง 4-5 นิ้ว 2. นำตะกร้าพลาสติกที่มีลักษณะเป็นตะแกรงคว่ำหน้าลงไปในกระถาง แล้วนำท่อพีวีซีเสียบลงไปที่ก้นตะแกรงโดยให้ท่อมีความยาวโผล่พ้นจากผิวดิน นำหินภูเขาไฟ หรือ ถ่านไม้ที่ใช้หุงต้มในครัวเรือน เทลงไปในกระถางเพื่อช่วยในเรื่องการดูดซับน้ำขึ้นมาบนผิวดิน แล้วนำดินใส่ตามลงไปพอประมาณ จากนั้นนำต้นไม้ที่เตรียมไว้มาปลูก แล้วเติมน้ำใส่ท่อพีวีซีให้น้ำไหลไปตามท่อจนลงดิน ซึ่งมีชั้นหินภูเขาไฟที่คอยดูดซับน้ำ ให้ดินมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา - [การเลี้ยงปลาซิวในบ่อพลาสติก](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาซิวในบ่อ/) - ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง ได้พัฒนาการเพาะพันธุ์ปลาซิวข้างขวานเล็กได้ สำเร็จ โดยเน้นการเพาะพันธุ์วิธีเลียนแบบธรรมชาติ และสามารถอนุบาลลูกปลาซิวข้างขวานเล็กโดยการ ใช้อาหารธรรมชาติมีชีวิตและอาหารสำเร็จรูปได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ ได้พัฒนาการเพาะพันธุ์ปลาซิวข้างขวานเล็กได้ สำเร็จ โดยเน้นการเพาะพันธุ์วิธีเลียนแบบธรรมชาติ และสามารถอนุบาลลูกปลาซิวข้างขวานเล็กโดยการ ใช้อาหารธรรมชาติมีชีวิตและอาหารสำเร็จรูปได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเพาะพันธุ์ปลาซิวข้างขวานเล็ก ซึ่งมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ 1. การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ พ่อแม่พันธุ์ปลาซิวข้างขวานเล็กที่ดีควรมีลักษณะ การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ พ่อแม่พันธุ์ปลาซิวข้างขวานเล็กที่ดีควรมีลักษณะ 1.1 ควรเป็นปลาวัยเจริญพันธุ์ เพศผู้ รูปร่างปราดเปรียว บริเวณสามเหลี่ยมตรงกลางลำตัว มีสีเข้มเด่นชัดคล้ายด้ามขวาน เพเมียลำตัวสั้นป้อม มีท้องอูมเป่ง ควรเป็นปลาวัยเจริญพันธุ์ เพศผู้ รูปร่างปราดเปรียว บริเวณสามเหลี่ยมตรงกลางลำตัว มีสีเข้มเด่นชัดคล้ายด้ามขวาน เพเมียลำตัวสั้นป้อม มีท้องอูมเป่ง 1.2 พ่อแม่พันธุ์ควรมีน้ำหนักอยู่ในช่วง 0.30-0.60 กรัม พ่อแม่พันธุ์ควรมีน้ำหนักอยู่ในช่วง 0.30-0.60 กรัม 1.3 ตามลำตัวไม่ควรมีบาดแผล เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อและลุกลามถึงตายในที่สุด ตามลำตัวไม่ควรมีบาดแผล เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อและลุกลามถึงตายในที่สุด 2. การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ลูกปลาซิวข้างขวานเล็กสามารถแยกเพศได้เมื่ออายุ 3-4 เดือน การ เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ เลี้ยงแยกเพศคนละบ่อเพื่อป้องกันปลาผสมพันธุ์กันเองภายในบ่อ - [กระท้อนแช่อิ่ม](https://www.monmai.com/กระท้อนแช่อิ่ม/) - กระท้อนใช้ทำอาหารคาวหวานได้หลายชนิด ทั้งอาหารคาว เช่น แกงฮังเล แกงคั่ว ผัด ตำกระท้อน และอาหารหวาน เช่น กระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนดอง แยม กระท้อนกวนและเยลลี่ หรือกินเป็นผลไม้สด กระท้อนเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงในบิโกล ประเทศฟิลิปปินส์ นำกระท้อนไปแกงกับกะทิ กระท้อนแช่อิ่ม สูตรที่ 1 ส่วนผสม กระท้อน 5 กิโลกรัม เกลือป่น 200 กรัม น้ำสะอาดสำหรับแช่เกลือ 3 ลิตร น้ำตาลทราย 1.5 กิโลกรัม น้ำสะอาดสำหรับต้มน้ำเชื่อม 2 ลิตร วิธีทำกระท้อนแช่อิ่ม ละลายเกลือป่นในน้ำ 3 ลิตรแล้วพักไว้ ปอกเปลือกส่วนนอกของกระท้อนออกให้หมด ล้างให้สะอาดแล้วนำมากรีดให้เป็นรอยรอบผลกระท้อน นำผลกระท้อนที่กรีดแล้วลงแช่ในน้ำเกลือ 1 คืน แล้วล้างน้ำสะอาดพักให้สะเด็ดน้ำ ทำน้ำเชื่อมโดยนำน้ำตาลทรายใส่หม้อเติมน้ำที่เตรียมไว้ ตั้งไฟจนน้ำตาลละลายรอให้เดือดอีกครั้ง ปิดไฟนำน้ำเชื่อมมากรองด้วยผ้าขาวบางแล้วพักไว้ให้เย็น นำผลกระท้อนที่พักไว้ลงแช่ในน้ำเชื่อมทิ้งไว้ 1 คืน นำกระท้อนออกจากน้ำเชื่อมพักไว้ แล้วเติมน้ำตาลทรายในน้ำเชื่อมเล็กน้อยก่อนนำไปตั้งไฟให้เดือด - [ชิโครี่ รสชาติขมนิดเผ็ดหน่อย](https://www.monmai.com/ชิโครี่/) - ชิโครี (Chicory) มีรสชาติออกขมนิด ๆ แอบมีรสเผ็ดร้อนหน่อย ๆ ด้วย เลยเหมาะที่จะนำไปกินเป็นผักสลัด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซีที่สูงมาก ชิโครี่(Chicory: Cichorium intybus L.) วงศ์ Asteracea ( Compositae ) มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น Witloof (ภาษาFlemish หมายถึงใบสีขาว ; Witloof chicory , Belgian endive , French endive , Italian dandelion , และ Barbe de-Capuchin และ Brussels chicory มีถิ่นกำเนิดอยู่ในยุโรป มีผู้ค้นพบขณะที่เริ่มเจริญออกมาจากเนินดินในสวนพฤกษศาสตร์กรุงบรัสเชล เมื่อปี ค.ศ. 1845 และศึกษาวิธีการปลูกจนสามารถผลิต witloof ในปริมาณพอเพียงสำหรับป้อนตลาดและส่งออกไปยังประเทศฝรั่งเศสได้ในปี ค.ศ. 1875 จึงเป็นที่นิยมของตลาดยุโรปตั้งแต่นั้นมาBailey (1935) - [ยาหม่อง ยาสามัญประจำบ้าน](https://www.monmai.com/ยาหม่อง/) - ยาหม่อง เป็นยาสามัญประจำบ้าน ประกอบด้วยสมุนไพร และตัวยาหลายชนิด มีลักษณะเป็นเนื้อเหลวอ่อนนุ่ม มีทั้งสีเหลือง สีขาว และสีอื่นๆตามส่วนผสม มีกลิ่นหอม นิยมใช้บรรเทาอาการวิงเวียนศรีษะ หน้ามืดตาลาย เมารถ เมาเรือ คลื่นไส้ อาเจียน รวมถึงใช้ทานวดกล้ามเนื้อ แก้อาการปวดบวม อาการเมื่อยล้า ฟกช้ำดำเขียว และแมลงกัดต่อย ยาหม่องที่มีอยู่ในท้องตลาด มีอยู่หลายยี่ห้อ หลายรูปแบบ ทั้งชนิดที่เป็น ขี้ผึ้ง และชนิดน้ำ ซึ่งส่วนประกอบในแต่ละยี่ห้อหรือแต่ละรูปแบบก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว ส่วน ประกอบในยาหม่อง มักจะเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) เช่น เมน ทัล (Menthol), การบูร, อบเชย, สะระแหน่ เป็นต้น และนอกจากนี้ยาหม่องบางสูตรอาจมีตัวยา Methyl salicylate (ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดหนึ่ง) ผสมอยู่ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยอีกด้วย ส่วนผสมยาหม่อง การบูรเกล็ด มีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาว ออกฤทธิ์ร้อน สรรพคุณ ช่วยบรรเทาโรคตาแดง ขับเสมหะ ขับลม - [ป่าครอบครัว : มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน...เพื่อการพึ่งพาตนเอง](https://www.monmai.com/ป่าครอบครัว/) - ป่าครอบครัวหมายถึง แหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ ในที่ดินที่ครอบครัวครอบครองอยู่ ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ป่าดั้งเดิมที่ครอบครัวอนุรักษ์ไว้ให้เป็นป่าธรรมชาติ หรือเป็นพื้นที่ ที่ครอบครัวพัฒนาขึ้น ให้เป็นป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพหรือมีสภาพที่ใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติ (Mimicking nature) ประเภทของป่าครอบครัว เราสามารถแบ่งป่าครอบครัวออกได้เป็น สองประเภทตามลักษณะของที่มาได้ดังนี้คือ ป่าครอบครัวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นป่าธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่ ครอบครัวอนุรักษ์ไว้ ป่าประเภทนี้อาจมีอยู่ดั้งเดิม หรือ อาจเกิดจากที่โล่งเตียนแล้วปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติแล้วก็ค่อยเปลี่ยนสภาพกลายเป็นป่าที่สมบูรณ์ หรือตามกระบวนการทดแทนของสังคมพืช (Ecological successionProcesses) ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานหลายสิบปี เช่น ป่าหัวไร่ปลายนา ป่าเหล่า เป็นต้น ป่าครอบครัวที่ครอบครัวสร้างขึ้น เพื่อประโยชน์ทางด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของครอบครัว ภายใต้เวลาที่ไม่ยาวนานมากนัก 5 -10 ปี ป่าครอบครัวประเภทนี้เราอาจเรียกว่า สวนเกษตรยั่งยืน สวนสมรม วนเกษตร สวนพฤกษศาสตร์ สวนสมุนไพร เป็นต้น ประโยชน์และคุณค่าของป่าครอบครัว มาสโลว์ (Maslow) นักจิตวิทยา ที่มีชื่อเสียงได้ค้นพบว่า ความต้องการของมนุษย์ มีทั้งหมด 5 ระดับ และป่าครอบครัวสามารถที่จะตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ทั้งหมดดังนี้ ) ความต้องการทางกาย (Physical Needs) - [พลับพลึง ไม้ล้มลุกดอกสีขาว](https://www.monmai.com/พลับพลึง/) - พลับพลึงเป็นไม้ประดับที่มักปลูกไว้ริมรั้วนอกบ้าน จัดเป็นไม้ล้มลุก ใบเดี่ยว อวบน้ำ ดอกช่อ กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ปลายเกสรสีแดง ชอบดินชื้นแฉะ ขยายพันธ์โดยใช้ส่วนหัวใต้ดิน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Crinum asiaticum L. อยู่ในวงศ์ AMARYLLIDACEAE กาบใบสีเขียวของพลับพลึงจะมีคุณสมบัติเหมือนใบตอง คือใช้ทำงานฝีมือ งานประดิษฐ์ดอกไม้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Crinum asiaticum Linn. ตระกูล AMARYLLIDACEAE ชื่อสามัญ Crinum Lily,Cape Lily ชื่ออื่น ดอกเรรัว(ลั้วะ), ด่อปั้นอ้อย(ปะหล่อง) - ลิลัว (ภาคเหนือ), พลับพลึง (ภาคเหนือ) ลักษณะทั่วไป พลับพลึงเป็นพรรณไม้ล้มลุกขึ้นเป็นกอ และมีหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นกลมมีความกว้างประมาณ 15 ซม. และยาวประมาณ 30 ซม.ใบจะออกรอบ ๆ ลำต้น ลักษณะใบแคบยาวเรียว ใบจะอวบน้ำ ขอบใบจะเป็นคลื่น ตรงปลายใบจะแหลม ใบจะมีความยาวประมาณ 1 เมตร - [เครื่องนวดข้าวถัง 200 ลิตร](https://www.monmai.com/เครื่องนวดข้าวถัง-200-ลิตร/) - ปัจจุบันการนวดข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วมีวิธีการนวดหลายวิธีแต่วิธีที่คณะผู้จัดทำพัฒนาคือ การพัฒนาเครื่องนวดข้าวภูมิปัญญาชาวบ้านนี้เพื่อให้ได้เครื่องนวดข้าวภูมิปัญญาชาวบ้านราคาต่ำมีคุณภาพดี และแทนการนวดข้าวด้วยการตีฟาดด้วยแรงคนซึ่งเครื่องนวดข้าวภูมิปัญญาชาวบ้านนี้มีหลักและจัดสร้างง่ายโดยการหมุนนวดด้วยเหล็กท่อดำวางเรียงรอบถังเปล่า 200 ลิตร ในปัจจุบันมีการจ้างสี และเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวข้าว ทำให้เกษตรกรต้องใช้จ่ายเงินเพิ่มสูงขึ้น คณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดพัฒนาให้เกษตรกรมีเครื่องไว้นวดเองให้มีความเหมาะสมกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชาวนาใน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ดัดแปลงถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ต่อพ่วงเข้ากับรถไถนาเดินตามที่มีอยู่ใช้เป็นเครื่องนวดข้าวนาปี แทนการใช้รถนวดข้าวขนาดใหญ่ ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวและช่วยทุ่นแรงอีกทางหนึ่ง เกษตรกรชาวนาหลายครอบครัวใน ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร นำถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ไปดัดแปลงทำเป็นเครื่องนวดข้าวตามภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วนำไปต่อพ่วงเข้ากับรถไถนาเดินตามของตนเองที่มีอยู่ ใช้เป็นเครื่องนวดข้าวนาปี หลังชาวบ้านเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปีเสร็จสิ้นลง แทนการใช้รถนวดข้าวขนาดใหญ่ ซึ่งชาวนาจะต้องว่าจ้างให้คนอื่นที่มีรถนวดข้าวไปนวดข้าวให้ที่คิดค่าจ้างนวดข้าวในราคาที่แพงถึงกระสอบละ 10 บาท ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ชาวบ้านจึงหันมาใช้ถังน้ำมันที่ดัดแปลงนวดข้าวแทน เพื่อเป็นการทุ่นแรง และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ส่วนวิธีการทำเครื่องนวดข้าวจากถังน้ำมันไม่ยุ่งยาก เพียงนำถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร เจาะรูตรงกลางถังเพื่อสอดเพลาเข้าไปตรงกลางให้สามารถหมุนรอบตัวเองได้ ก่อนประกอบเข้ากับตัวโครงเหล็กที่ทำขึ้น แล้วต่อสายพานพ่วงต่อกับรถไถนาเดินตามเพื่อให้ตัวถังน้ำมันหมุนรอบตัวเอง ส่วนเวลาใช้งานก็จะนำมัดข้าวยัดเข้าบริเวณถังน้ำมันกับแผ่นเหล็กที่ทำช่องเอาไว้พอดี ทำให้เมล็ดข้าวหลุดออกจากมัดข้าวโดยง่าย ชุดนวด เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการแยกเมล็ดให้ออกจากรวง การนวดเป็นการทำให้เมล็ดพืชหลุดออกจากรวง ฉะนั้นการนวดจึงมีความสำคัญทั้งต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิต ถ้าการนวดที่รุนแรงเกินไปจะทำให้เมล็ดแตกหักเสียหายมาก แต่ถ้าการนวดรุนแรงน้อยเกินไปก็จะทำให้มีเมล็ดบางส่วนไม่ถูกนวดและอาจทำให้ความสูญเสียมีค่าสูง เครื่องเกี่ยวนวดในประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้ชุดนวดข้าวแบบไหลตามแกน มีลักษณะการทำงานแบบเดียวกับชุดนวดของเครื่องนวดข้าว ประกอบด้วยลูกนวด ตะแกรงนวดล่างและตะแกรงนวดบน - [ซีรูเลียม พืชคลุมมหัศจรรย์](https://www.monmai.com/ซีรูเลียม/) - ซีรูเลียม (Calopogonium caeruleum) เป็นพืชคลุมดินที่เจริญเติบโตในระยะแรกช้าสามารคลุมพื้นที่ได้หนาแน่นภายใน 4 6 เดือน ทนทานต่อร่มเงาได้ดี ไม่ตายในหน้าแล้ง ใบสีเขียวเข้มค่อนข้างหนาและเป็นมัน แผ่นใบมีขน เมล็ดมีสีเขียวอ่อนจนถึงน้ำตาลแก่ ผิวเมล็ดเรียบเป็นมันวาวมีเมล็ดประมาณ 26,200 เมล็ดต่อกิโลกรัม พืชคลุมดินที่เรียกกันติดปากว่า ซีรูเลียม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Calopogonium caeruleum มีการนำเข้ามาทดลองปลูกในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2519 จนถึงปัจจุบัน ผลจากการทดลองพบว่า สามารถควบคุมวัชพืชได้ดี ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุธาตุอาหารในดิน ช่วยลดการชะล้างและพังทลายของหน้าดิน ลดปัญหาการเกิดไฟไหม้สวนยาง และช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ ปัจจุบันการปลูกสร้างสวนยาง ไม้ผลและปาล์มน้ำมัน ประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เนื่องจากดินขาดความอุดมสมบูรณ์และมีปัญหาในการควบคุมและกำจัดวัชพืช มีการใช้ปุ๋ยและสารเคมีกำจัดวัชพืชมากขึ้น ซีรูเลียมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ลดลง และหมดไปในที่สุด นอกจากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องมีการวิจัยและพัฒนาพืชคลุมซีรูเลียม เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร ช่วยลดต้นทุนในการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้ดีขึ้นต่อไป ชื่อวิทยาศาสตร์(Scientific name) ถั่วคลุมดินซีรูเลียมมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าCalopogonium caeruleum(Benth.) Sauvalle ถิ่นกำเนิดและการกระจายตัว ถั่วซีรูเลียมมีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง( Central America) แถบประเทศเม็กซิโก( Mexico) อินดีส์ตะวันตก(West Indies) - [เกษตรประณีต](https://www.monmai.com/เกษตรประณีต/) - เกษตรประณีต หมายถึง การเกษตรที่ปลูกด้วยฝีมือ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีความมั่นคงต่อผู้ผลิต เป็นสวนอาหารของ ครอบครัวที่อุดมสมบูรณ์และมีคุณภาพ (ไม่ต้องไปตามตลาด และตลาดมาตามหาเอง) มีความสุขบนตัวชี้วัดที่ตนเองสร้างขึ้น (ดีวันดีคืนและมีความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมโลก) การทำเกษตรประณีต มี 4 ขั้นตอนที่สำคัญ ขั้นกำหนดเป้าหมาย ต้องอาศัยการคิดถูกทำถูก ทำตามเป้าหมายของตนเอง เอาความสุขเป็นตัวตั้ง เอาความมีเป็นตัววัด ขั้นการรวมพลัง หมายถึง การรวมพลังคนในบ้าน และรวมพลังชุมชน มาช่วยกันสร้างอาหารให้เป็นพลังของคนทั้งแผ่นดิน ขั้นของการตั้งมั่น ต้องรู้จักตนเอง รู้จักผู้อื่น และรู้จักสิ่งแวดล้อม ขั้นของการตั้งใจ ข้อพิจารณา 5 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 ให้พิจารณาตัวเอง อ่านตัวเองให้ออก บอกตัวเองให้ได้ ใช้ตัวเองให้เป็น แล้วจึงบอกคนเคียงข้าง และบอกคนอื่นทำ ขั้นตอนที่ 2 ต้องพิจารณาทรัพยากร ดินต้องสมบูรณ์ น้ำต้องเพียงพอ สัตว์ต้องสมบูรณ์ ต้นไม้ต้องร่มรื่น และมีแสงที่เหมาะสม ต้องจัดระดับให้เกื้อกูลกัน ขั้นตอนที่ 3 ต้องพิจารณาตัดสินใจทำทันที ไม่ต้องรอ ขั้นตอนที่ - [วโรชา จันทโชติ ชาวสวนมะนาวอัจฉริยะ](https://www.monmai.com/วโรชา-จันทโชติ/) - สุดยอดปราชญ์ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ปลูกมะนาวออกลูกต้นละหนึ่งพันถึงสามพันลูก คนคิดค้นเผยจบ ม.3 ลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จ คุณวโรชา จันทโชติ ผู้บริหารไร่ วโรชา หลังจากชีวิตผกผัน ก็หันมาปลูกมะนาว โดยเริ่มทำในพื้นที่ 3 งาน ในสวนมีมะนาวหลาย สายพันธุ์ เช่น แป้นพิจิตร แป้นพวง แป้นท่ากระดาน แป้นรำไพ และแป้นวิเศษ โดยปกติมะนาวจะออก ตามฤดูกาล แต่คุณวโรชาได้รับคำแนะนำจากผู้รู้ ถึงวิธีใหม่ ๆ เกี่ยวกับการปลูกมะนาว ปี พ.ศ. 2553 น้ำท่วมพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัด จึงมีแนวคิด ว่าจะทำอย่างไรให้ต้นมะนาวไม่ถูกน้ำท่วม จึงเริ่ม ใช้ลอนส้วมโดยใช้แผ่นปิดก้น แต่เจาะรูระบายน้ำ ทั้งสองด้านห่างขอบก้นราว 2 นิ้ว เพื่อระบายน้ำ ออกบ้าง ขณะเดียวกันพื้นที่ก้นลอนจะกักเก็บสาร อาหารและความชุ่มชื้นบางส่วนไว้ ขณะที่ปลูกอยู่ ก็ศึกษาหาความรู้จากผู้รู้ที่คอยให้คำแนะนำ จน ทดลองเสริมยอดเสริมรากให้กับมะนาวแป้นวิเศษ เมื่อมะนาวต้นเดิมได้อาหารเพิ่มจากการทาบกิ่งที่ มีรากหยั่งลงดินอีก 1 ต้น ทำให้มะนาวได้สารอาหาร จากทั้งดินในลอนกับต้นเสริมจากพื้นดินปกติ - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติชำปลาไหล สวนผลไม้เกษตรยั่งยืน](https://www.monmai.com/ศูนย์กสิกรรมฯชำปลาไหล/) - ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติชำปลาไหล หรือ สวนเกษตรอินทรีย์ผู้ใหญ่คำนึง ชนะสิทธ์ เป็นศูนย์รวมปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อการเผยแพร่องค์ความรู้ แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ พื้นที่ 33 ไร่ ทำสวนผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด สละ ลองกอง มะขาม มีการปลูกพืชสมุนไพร เช่น กระวาน กานพลู ชะพลู หน่อแดง ว่านสาวหลง ตะไคร้หอม มีการอนุรักษ์พืชท้องถิ่น หญ้างูแดง หญ้ารามพระอินทร์ ใช้เป็นกลอุบายให้แมลงกินไม่รบกวนพืชเศรษฐกิจ มีการปลูกไม้ผลต่างระดับในพื้นที่เดียวกันเรียกว่า "ครอบครัวผลไม้" เป็นการประหยัดน้ำ ปุ๋ย ใช้สารสกัดจากธรรมชาติขับไล่แมลง และบำรุงต้นพืช จึงเป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ในการดำเนินวิถีชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน ดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตรขั้นพื้นฐานการทำกสิกรรมธรรมชาติ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 วัน 3 คืน และเป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้านการกสิกรรมและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ประกอบด้วยฐานเรียนรู้ หลากหลาย คลอบคลุมพื้นฐานการดำเนินวิถีชีวิตของเกษตรกร ในปี 2529 นายคำนึง ชนะสิทธิ์ เป็นผู้นำในการพัฒนาชุมชนด้านการเกษตร โดยเริ่มทำสวนตนเองให้เป็นสวนป่า - [หัวเชื้อจุลินทรีย์ 8 พลัง(8เซียน)](https://www.monmai.com/หัวเชื้อจุลินทรีย์8พลัง/) - ความรู้เรื่องปุ๋ยชีวภาพ(การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ 8 พลัง(8เซียน) โดย ผู้กองสามารถ หรือ ร.ต.อ สามารถ นารถสูงเนิน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้คิดค้นจุลินทรีย์ก้อนบำบัดน้ำเสียใต้น้ำคนแรกของประเทศไทยและจดทะเบียนอนุสิทธิบัติกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้ว เคยศึกษาเรื่องอีเอ็มสิบกว่าปีและค้นคว้าด้วยตนเองต่ออีก 5 ปีจึงคิดค้นหัวเชื้อจุลินทรีย์ 8 พลัง(8เซียน) ขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ เป็นวิทยากรเกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และที่ปรึกษาชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย หัวเชื้อจุลินทรีย์ 8 พลัง(8เซียน) 1.เซียนที่ 1 หัวเชื้อจุลินทรีย์SMS วิธีการทำ หาภาชนะสะอาด 1 ใบเช่นขวดน้ำกินขนาด 1.5 ลิตรและวัสดุ 4 อย่างดังนี้ 1.น้ำมะพร้าวน้ำหอมดีที่สุด ซึ่งจะมีน้ำตาล ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และไซโตไคนิน ฯลฯ เพื่อเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ และมีจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงอยู่เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ชอบแสงแดด ทนความร้อนได้ถึง 500 องศาเซลเซียส ช่วยย่อยสลายให้ดินร่วนและทำให้ปุ๋ยที่ตกค้างในดินละลายออกมา ใช้น้ำมะพร้าว 4 ลูก 2.นมเปรี้ยว เช่นยาคูลท์ ฯ ลฯซึ่งจะมีจุลินทรีย์ Lactobacillus sp ทำหน้าที่กินเชื้อโรค - [ไมยราบไร้หนาม ปุ๋ยพืชสดและพืชคลุมดิน](https://www.monmai.com/ไมยราบไร้หนาม/) - ไมยราบไร้หนาม (Mimosa invisa) เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ที่มีการเจริญเติบโตรวดเร็วมาก ใช้เป็นปุ๋ยพืชสด และพืชคลุมดินในประเทศอินโดนีเซีย และประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์ ไมยราบไร้หนาม เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ที่เจริญเติบโตรวดเร็วสามารนำมาใช้เป็นปุ๋ยพืชสด และพืชคลุมดินได้ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางเคมีของดิน เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน เพิ่มสัดส่วนของช่องอากาศในดิน ทำให้ดินร่วนซุย และเพิ่มความสามารถในการอุ้มนํ้าของดิน แต่ไม่เหมาะสมนำมาเป็นอาหารสัตว์หากไม่เข้าใจวิธีดำเนินการเนื่องจากมีสารไนเตรท-ไนโตรเจน สะสมอยู่ในลำต้นและใบในปริมาณสูงพอที่จะทำให้เกิดการเป็นพิษขึ้นได้ เมื่อสัตว์กินเข้าไปในปริมาณมาก โดยเฉพาะในช่วงต่อระหว่างฤดูแล้งกับฤดูฝน ภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้านอุณหภูมิและความชื้น โดยเฉพาะสัตว์จำพวกโค-กระบือ หากกินเข้าไปจะเป็นพิษมากกว่าแพะและม้า นอกจากนี้ในต้นไมยราบไร้หนามยังมีสารไซยาไนด์เป็นส่วนประกอบอีกด้วย. สำหรับในประเทศไทย ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ ได้ทำการวิจัยการนำไมยราบไร้หนามมาใช้ปรับปรุงบำรุงดินเป็นเวลามากกว่าสิบปี จากการศึกษา ในช่วงแรกไมยราบไร้หนามมีการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า เนื่องจากเชื้อไรโซเบียมที่ช่วยตรึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศเป็นประเภทที่มีน้อยในธรรมชาติ แต่ถ้ามีการปลูกอย่างสม่ำเสมอจะทำให้มีเชื้อไรโซเบียมนี้สะสมมากขึ้น เมื่อนั้นไมยราบไร้หนามจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ไมยราบไร้หนามเป็นพืชกึ่งล้มลุกและกึ่งข้ามปี (annual perennial) ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเท่านั้น มีการเจริญเติบโตขนานไปกับพื้น ไม่เจริญในแนวตั้ง เมื่อโตเต็มที่มีความสูงเฉลี่ยไม่เกิน 75 เซนติเมตร เป็นพืชที่ดูแลง่าย ไม่พบโรคและแมลงรบกวน เมล็ดไมยราบไร้หนามมีขนาดเล็กมาก (1,000 เมล็ด มีน้ำหนักเพียง 4.3 กรัม) ผลิตเมล็ดได้ครั้งละปริมาณมาก ๆ และผลิตได้ทุกปี นอกจากนั้นเมล็ดยังมีการพักตัว (dormancy or - [มันเทศฉาบ](https://www.monmai.com/มันเทศฉาบ/) - การฉาบ หมายถึง การนำอาหารที่ยังดิบหรืออาหารที่เนื้อแน่น แข็ง มาฝานบาง ๆ ทอดกรอบ แล้วนำไปฉาบด้วยน้ำตาล เช่น กล้วยฉาบ เผือกฉาบ มันฉาบการประกอบอาหารประเภทฉาบ โดยเฉพาะกล้วยทำให้อาหารออกมาได้ผลดีก็คือ ภาชนะที่ใช้ทอดต้องมีความลึกพอควร ใช้กระทะเหล็กก้นลึก น้ำมันต้องมีความร้อนอย่างทั่วถึงเสียก่อน จึงใส่อาหารลงทอด อาหารประเภททอดแต่ละชนิดย่อมมีวิธีการที่แตกต่างกัน การทำมันเทศฉาบ ส่วนผสม มันเทศ 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 1 ถ้วย น้ำเกลือ 1/2 ถ้วย น้ำมันพืช 2 ขวด วิธีทำ ปอกเปลือกมันเทศ ใช้มีดแซะและฝานส่วนที่เสียออกให้หมด มิฉะนั้นจะเหม็น ฝานมันเทศตามขวาง หรือจะใช้เครื่องไสก็ได้ นำมันเทศแช่ในน้ำเกลือสักครู่ นำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ ผึ่งให้แห้ง ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใช้ไฟกลาง ใส่มันเทศอย่าให้แน่นกระทะ ทอดพอเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่น้ำและน้ำตาล ตั้งไฟให้เดือด เคี่ยวพอเป็นยางมะตูม ใช้ไฟอ่อนใส่มันเทศลงฉาบให้ทั่ว พอน้ำตาลแห้งจับมันเทศ ตักขึ้น รอให้เย็นเก็บใส่กล่องไว้รับประทาน เทคนิคการนำน้ำเกลือใส่ลงในมันและเผือกในขณะที่กำลังทอดนั้น - [หญ้าหูปลาช่อน หางปลาช่อน](https://www.monmai.com/หูปลาช่อน/) - หูปลาช่อน เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กจำพวกหญ้า ใบมีหลายแบบใน 1 ต้น ใบล่างรูปทรงกลม ใบกลางรูปหัวใจ ใบบนรูปหอกโคนเว้า ขอบจัก ดอกเล็กออกเป็นกระจุกเป็นพู่ทรงกลม บริเวณปลายยอด ชื่อวิทยาศาสตร์ Emilia sonchifoiia (L.) DC. (Cacalia sonchifoiia L.) วงศ์ Compositae ชื่ออื่น ผักแดง(เลย) ผักบั้ง(ลำปาง) หางปลาช่อน(ภาคกลาง)เฮียะแอ่อั้งเอี่ยโต่ยเช่า(แต้จิ๋ว) เยวียะเสี้ยหง ,หยางถีฉ่าว(จีนกลาง) ลักษณะ ผักหูปลาช่อน ไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า มีลำต้นตั้งตรง มีมีสีเขียวแกมม่วง ลำต้นมีความสูงได้ประมาณ 10-50 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านที่โคนต้น ลำต้นปกคลุมไปด้วยขนนุ่มทั่วไป ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบมีลักษณะห่อหุ้มลำต้นอยู่ ปลายใบแหลมเรียว โคนใบกว้างเป็นรูปไข่ ส่วนขอบใบโค้งหยักเล็กน้อยหรือหยักเว้า มีขนาดยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร หลังใบเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบเป็นสีม่วงแดง ใบที่โคนต้นจะมีขนาดใหญ่กว่าใบที่อยู่บนยอด ใบบนเป็นรูปหอกโคนเว้าขอบจักแคบ ไม่มีก้านใบ ออกดอกเป็นช่อ โดยจะออกตามบริเวณกลางลำต้นหรือยอดต้น ก้านช่อดอกยาวประมาณ 5-8 - [โลกนี้ไม่มีวัชพืช](https://www.monmai.com/วัชพืช/) - วัชพืชคืออะไร ตามปกติคำนิยามที่ใช้อยู่ในทางเกษตรก็คือ พืชที่ขึ้นผิดที่ พืชที่ขึ้นอยู่ในที่ที่คนไม่ต้องการ พืชที่ยังหาประโยชน์ไม่พบ หรือพืชซึ่งมีผลกระทบต่อกิจกรรมหรือความต้องการของคน อย่างไรก็ตามคำนิยามเหล่านี้ก็ยังมีข้อจำกัด Sagar (1968) ให้คำนิยามว่า วัชพืชคือพืชอะไรก็ได้ซึ่งถ้ายอมให้ขึ้นอยู่ในระบบแล้วจะทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งดูแล้วก็น่าจะเป็นคำนิยามที่เหมาะสมที่สุด จากความหมายเหล่านี้พืชแต่ละชนิดมีโอกาสกลายเป็นวัชพืชได้เป็นต้นว่า ข้าวที่งอกอยู่ในแปลงถั่วเหลืองก็ถูกจัดเป็นวัชพืชได้ หรือหญ้าแพรก (Cynodon dactylon) ที่ขึ้นอยู่ในนาข้าวก็เป็นวัชพืช แต่ถ้าปลูกเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ก็ไม่เป็นวัชพืช เพราะฉะนั้นพืชของคนคนหนึ่งอาจเป็นวัชพืชของอีกคนหนึ่งได้ ในจำนวนพืชที่มีเมล็ดทั้งหมดประมาณ 250,000 ชนิด มีอยู่เพียง 250 ชนิดหรือประมาณ 0.1 เปอร์เซ็นต์ที่จัดเป็นวัชพืชสำคัญในพื้นที่ที่ทำการเกษตร และที่จัดเป็นวัชพืชร้ายแรงจริงๆ มีอยู่เพียง 25 ชนิด หรือประมาณ 0.01 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น (Ross and Lembi, 1985) วัชพืชบางอย่างในแปลงหนึ่ง ไม่เป็นวัชพืชในอีกแปลงหนึ่ง พอคนให้ความสำคัญเพราะเห็นประโยชน์ วัชพืชจึงกลายเป็นสมุนไพร เพราะแท้ที่จริงๆแล้วพืชทุกชนิดก็มีประโยชน์ของตนเองเสมอ ส่วนเราเองที่โง่เองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่จะเข้าถึงปัญญาและคุณค่าของพืชเหล่านั้น จากนี้ไปไม่มีคำว่า วัชพืชในใจ เราอีกต่อไป ปรับเปลี่ยนเป็น สมุนไพรในใจ แทน ถามหากคุณไม่เห็นค่าแล้วคุณจะยังคิดว่าเป็นวัชพืชอยู่อีกหรือ ทำไมไม่ลองวิจัยศึกษาคุณประโยชน์ล่ะ การถอนวัชพืชทิ้งบางทีเป็นหลักการทางตะวันตก เน้นการทำลายตัดออก - [หญ้าลิ้นงู มีสรรพคุณทางยา](https://www.monmai.com/หญ้าลิ้นงู/) - ถิ่นกำเนิดของหญ้าลิ้นงู พบในเขตอากาศร้อนถึงร้อนชื้น ในแถบแอฟริกา เอเชีย แคริบเบียน อเมริกา ออสเตรเลีย และแปซิฟิก ลักษณะเป็นพืชล้มลุกคลุมดิน เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ความชื้นสูงมีแดดส่องถึง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ชื่อสามัญ Diamnel-flower, Yaa linn guu. ชื่อวิทยาศาสตร์ Hedyotis corymbosa Lamk ชื่อวงศ์ RUBIACEAE ชื่ออื่นๆ จุ่ยจี้เซ่า, จัวจิเซ่า(จีนแต้จิ๋ว) สุ่ยเฉียบฉ่าว, สุ่ยเซี่ยนเฉ่า, เสอเสอเฉ่า (จีนกลาง) หญ้าลิ้นงูจัดเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่มักขึ้นในภูมิอากาศเขตร้อนถึงร้อนชื้นของประเทศในแถบแอฟริกา อเมริกา แคริปเบียน เอเชีย ออสเตรเลีย และแปซิฟิก ที่หลายๆประเทศไม่ให้ความสนใจ แต่สำหรับประเทศในแถบเอเชียนั้น กลับใช้หญ้าลิ้นงูเป็นสมุนไพรในการรักษาโรคหรือบำบัดอาการต่างๆได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาแผลภายนอก หรือการรักษาหรือขับพิษภายใน อีกทั้งยังช่วยแก้ไข้ แก้โรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร รักษาโรคมะเร็งในลำไส้ขจัดสารพิษ รักษาเนื้องอก รักษาโรคตับอักเสบ รักษาโรคกระเพาะ รักษาไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน รักษาโรคที่มีอาการอักเสบและติดเชื้อได้เป็นอย่างดี ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีลำต้นเลื้อยยาว ประมาณ - [ปลูกผักในตะกร้าพลาสติกสาน](https://www.monmai.com/ปลูกผักในตะกร้าพลาสติก/) - การปลูกผักในตะกร้าพลาสติกสาน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัดหรือบางคนอาจมีที่แต่สภาพดินไม่เหมาะสม ที่สำคัญใครไม่มีกระถาง ก็สามารถหาพลาสติกมาสานเป็นตะกร้า เพราะตะกร้าพลาสติกสานมีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 5 ปี มีการระบายน้ำและอากาศได้ดีกว่ากระถางพลาสติก การสานตระกร้าพลาสติก ขนาดประมาณ 8 นิ้ว ด้วยเส้นพลาสติก (สายรัดพลาสติก) 15 มิลลิเมตร อุปกรณ์ในการสานตระกร้าพลาสติก เส้นพลาสติก (สายรัดพลาสติก) 15 มิลลิเมตร แบบไม้ ขนาดก้นตะกร้า 13 ซม. ขนาดปากตะกร้า 20 ซม. ( 8 นิ้ว) ตะกร้าสูง 12 ซม. ทำแบบให้สูงประมาณ 20 ซม. กรรไกร สายวัด เริ่มต้นจากการวัดเส้นพลาสติก เส้นตั้งยาว 70 ซม. 16 เส้น (8x8) เส้นสานยาว เส้นแรกยาว 70 ซม. และเพิ่มขึ้น 1 ซม. จนถึง 13 - [ภูมิสังคม หนึ่งในรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน](https://www.monmai.com/ภูมิสังคม/) - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้พระราชทานแนวทางการพัฒนาที่ใช้แนวคิดอันเหมาะสม และสอดคล้องกับภูมิสังคม อันได้แก่ สภาพพื้นที่ เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั่งหมดอยู่บนฐานความคิด ของความพอเพียง นอกจากนี้ยังมีปราชญ์ท้องถิ่นจำนวนมากที่ได้สร้างสรรค์แนวทางในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่สอดคล้องกับแนวพระราชดำริ ...ในการพัฒนาจะต้องเป็นไปตามภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ในสังคมวิทยา ภูมิประเทศทางสังคมวิทยา คือ นิสัยใจคอของคนเราจะไปบังคับให้คนคิดอย่างอื่นไม่ได้ เราต้องแนะนำ เราเข้าไป ไปช่วย โดยที่จะคิดให้กับเขาเข้ากับเราไม่ได้ แต่ถ้าเราเข้าไปแล้ว เราต้องเข้าไปดูว่า เขาต้องการอะไรจริงและก็อธิบายให้เขาเข้าใจ หลักของการพัฒนานี้ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง... พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 18 กรกฎาคม 2517 แต่เดิมนั้นการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลักด้วยเข้าใจว่าดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถชี้วัดความอยู่ดีกินดีและมีความสุขของประชาชนในชาติได้ ทว่าผลลัพธ์จากการพัฒนาที่ดำเนินไปตามแนวคิดข้างต้น ได้ทำให้ผู้คนในวงกว้างเริ่มตระหนักว่าการเร่งรัดพัฒนาทางเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงการพัฒนาในมิติอื่นๆ ควบคู่กันไปได้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์หลายประการ เช่น การละทิ้งถิ่นฐานและอาชีพในท้องถิ่นเพื่อเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่ ภาระหนี้สินจากกระแสบริโภคนิยมโดยขาดความพอเพียงในตนเอง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือยโดยขาดการอนุรักษ์อย่างถูกวิธี ผลกระทบทางนิเวศวิทยาที่ทำให้คุณภาพชีวิตของพืช สัตว์ รวมถึงมนุษย์ลดต่ำลง และอีกหลายๆ ปัญหาภายใต้วาทกรรมการพัฒนา บทเรียนเหล่านี้นำสู่ข้อสรุปว่าการพัฒนาที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลกันระหว่างเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นการพัฒนาที่ไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืน แต่นับเป็นโชคดีของชาวไทยทุกคนที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ทรงอุทิศพระวรกายทรงงานด้วยพระวิริยอุตสาหะเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรที่อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารให้อยู่ดีกินดีขึ้นมานานกว่า 5 ทศวรรษก่อนที่จะมีผู้ใดคำนึงถึงเรื่อง "ความยั่งยืน" ด้วยซ้ำ อีกทั้งผลงานจากโครงการพระราชดำริต่างๆ หลายร้อยหลายพันโครงการได้เป็นแรงหนุนสำคัญให้แนวคิด การพัฒนาที่ยั่งยืน - [แมงดานา แมลงเศรษฐกิจ สร้างรายได้งาม](https://www.monmai.com/แมงดานา/) - แมงดานาจัดเป็นสัตว์จำพวกมวนน้ำชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนี้ ฝรั่งจึงเรียกแมงดานาว่า "มวนน้ำยักษ์" ตามธรรมชาติแล้วน่าจะเรียกว่า "แมงดา" จะถูกต้องกว่าเพราะมันมีขาแค่ 6 ขา ไม่ใช่ 8 ขา ซึ่ง เรียกว่า "แมง" ตามการจำแนกวิธีเรียกของสัตว์เล็กๆ จำพวกนี้ แต่น้อยคนที่จะเรียกกันว่า แมงดานา ก็เอาเป็นว่ายอมรับคำว่า "แมงดา" กันโดยปริยายก็แล้วกัน แมงดานา ( Giant Water Bug ) อยู่ใน Family Belostomatidae อยู่ใน Suborder Cryptocerata แมลงในอันดับย่อยนี้มีการเจริญเติบโตแบบ Gradual metamorphosis กล่าวคือ ร่างกายจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยด้วยการลอกคราบ ( Molting ) แมงดานานี้มีโครงสร้างแข็งแรงอยู่ภายนอก เมื่อโตได้ระดับหนึ่งมันจะขยายตัวออกไม่ได้มันจึงจำเป็นลอกคราบเก่าออกเสีย ก่อน จึงจะเจริญเติบโตต่อไปได้ซึ่งแมงดานานี้ เมื่อออกจากไข่ก็เป็นตัวอ่อนเลย ไม่ต้องผ่านขั้นตอนในการเป็นหนอน (Larva ) แต่อวัยวะต่างๆ ยังไม่สมบูรณ์ ตัวจะเล็กกว่าซึ่งเราเรียกว่านิ้ม ( Nymph - [ขาเขียด ผักตบไทยขนาดเล็ก](https://www.monmai.com/ขาเขียด/) - ผักขาเขียดเป็นไม้น้ำจำพวกผักตับ มีลักษณะเหมือนผักตบไทยแต่มีขนาดเล็กกว่า พืชน้ที่ รากหยั่งลงดิน สามารถดำรงชีวิตเป็นพืชหลายฤดูได้ มีลำต้นใต้ดินสั้นมาก พบขึ้นในบริเวณที่มีน้ำขัง ตามบ่อเลี้ยงปลา และในนาข้าวหรือในดินแฉะๆ พบทั่วไปในประเทศไทย ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เป็นวัชพืชพบมากในนาข้าวทางภาคเหนือ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Monochoria vaginalis (Burm.f.) C.Presl ex Kunth วงศ์ : Pontederiaceae ชื่อสามัญ : Pickerel weed ชื่ออื่น : ขาเขียด นิลบล ผักเขียด (ภาคกลาง) ผักเป็ด (ชลบุรี) ผักเผ็ด (นครราชสีมา) ผักริ้น (ภาคใต้) ผักหิน ผักฮิ้น (ภาคหเนือ, อุบลราชธานี) ผักฮิ้นน้ำ (ภาคเหนือ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ขาเขียดเป็นพืชล้มลุกน้ำอายุปีเดียว (annual) หรือข้ามปี (perennial) ไม่มีลำต้น ต้นที่แก่ๆ จะมีส่วนของก้านใบสุมอัดกันแน่น มองดูเหมือนมีลำต้น แต่ทว่าภายในแยกห่างไม่ติดกัน - [อีแหวก ใบมีดกำจัดวัชพืช](https://www.monmai.com/อีแหวก/) - อีแหวก ใบมีดกำจัดวัชพืช ใช้กับเครื่องตัดหญ้าสพายบ่าเป็นงานวิจัยของอาจารย์ ม .ราชมงคลสุรินทร์ ถาก ดายกำจัด จะทำงานได้รวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน ช่วยให้เกษตรกร ลดต้นทุนการจ้างแรงงาน ลดการการใช้สารเคมี อีแหวก จากผลงานวิจัย คิดค้น จนได้เครื่องมือกำจัดวัชพืชแบบหมดจดเกลี้ยงเกลา รวดเร็วเข้าได้ในทุกที่ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดแบบชิดโคนหรือตามร่องอ้อย ร่องมัน ร่องสวนที่มีหญ้ารกดูไม่สะอาดตา ตัดไม่เหลือทิ้งร่องรอยไว้ให้วัชพืชเติบโตได้ง่าย ซึ่งแตกต่างกับใบตัดหญ้าแบบพื้นฐานที่จะทิ้งร่องรอยของวัชพืชไว้ถึง 3-4 ซม. ทำให้วัชพืชเหลือส่วนสังเคราะห์แสงได้มีการเจริญเติบโตขึ้นได้เรื่อย อีแหวก ไม่ใช่เป็นเครื่องมือไถ เตรียมดิน หรือบุกเบิกในพื้นที่รกทึบ หากใช้งานไม่ถูกต้องอาจเกิดความเสียหายกับชุดส่งกำลังได้ การใช้งาน อีแหวก มีหลายรูปแบบ เช่น ใช้ 6 ใบ จะได้หน้ากว้างการทำงานมาก ถากเรียบเนียน แต่ต้องใช้เครื่องที่แรงม้าสูง ถ้าต้องการให้เบาแรงเครื่อง ให้ใช้ใบมีดขวา 3 ใบติดตั้งอยู่บนจานด้านเดียวกัน หรือใช้ใบมีดซ้าย 3 ใบ ติดตั้งอยู่บนจานด้านเดียวกัน, หรือใช้ใบมีดขวา 2 ใบ หรือซ้าย 2 ใบก็ได้ - [ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโคกพยอม](https://www.monmai.com/ศูนย์เรียนรู้โคกพยอม/) - ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโคกพยอม ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา คือตัวอย่างของศูนย์เรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จจากความร่วมมือกันของสมาชิกในชุมชนเดียวกัน จนกระทั่งได้รับการยอมรับให้เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทาง การพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ เนื่องจาก อ.เทพา เป็น 1 ใน 4 อำเภอของสงขลาที่อยู่ติดกับชายแดนภาคใต้ ลักษณะของศูนย์เรียนรู้ที่ทำได้เด่นชัด ได้แก่ การปลูกพืชผักสวนครัว พัฒนาปรับปรุงดิน การปลูกผักไร้ดิน หรือ ไฮโดรโฟนิกส์ ชุมชนบ้านโคกพยอม เป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กมีอยู่ 113 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา และมีอาชีพเสริมคือ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเดิมพื้นที่แห่งนี้มีปัญหาดินเปรี้ยว และขาดแคลนน้ำ ทำให้การประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่มักประสบปัญหาและมีคุณภาพชีวิตไม่ดีเท่าที่ควร จนกระทั่งปี 2540 กรมพัฒนาที่ดิน โดย สถานีพัฒนาที่ดินสงขลา สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ได้เข้ามาสนับสนุนการขุดสระน้ำชุมชนและสร้างถังน้ำบนเขาเพื่อดึงน้ำจากสระน้ำขึ้นไปใช้เพื่อทำการเกษตรให้กับหมู่บ้านของเรา พร้อมกันนั้นยัง ได้เข้ามาถ่ายทอดความรู้เรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน และสนับสนุนปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด น้ำหมักชีวภาพ หญ้าแฝก สารปรับปรุงดินโดโลไมค์ ต่อมาตนได้เข้าไปรับการอบรมความรู้เรื่องการพัฒนาที่ดินจากสถานีพัฒนาที่ดินสงขลา ในฐานะหมอดินหมู่บ้านและได้เลื่อนขั้นเป็น หมอดินตำบล ปัจจุบันเป็นหมอดินอำเภอเทพา ก็ได้นำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอดสู่เกษตรกรในชุมชนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นปี 2553 - [ถั่วลิสงนา หญ้าเกร็ดหอยไทย](https://www.monmai.com/ถั่วลิสงนา/) - ถั่วลิสงนาชอบขึ้นในสภาพไร่ มีลำต้นแผ่คลุมดิน ใบกลมแตกออกในด้านตรงกันข้าม ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด มีในนาหว่านข้าวแห้ง ชื่อวิทยาศาสตร์ :Alysicarpus vaginalis (Linn.) DC. วงศ์ : Papilionoideae ชื่อสามัญ : alice clover, buffalo clover , one leaved clover ชื่ออื่น : ถั่วลิสงนา หญ้าปล้องหวาย (ชลบุรี) คัดแซก (ปราจีนบุรี) หญ้าเกล็ดหอยใหญ่ (อ่างทอง) ลักษณะ ถั่วลิสงนาเป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียวหรือสองปี ถั่วลิสงนาเป็นพืชที่มีความผันแปรทางพันธุกรรมมาก ลำต้นตั้งตรง (erect) หรือเจริญขึ้นไปในแบบเป็นเส้นโค้งจากแนวราบก่อนเล็กน้อยแล้วจึงค่อยๆ ตั้งตรง (ascending) มีกิ่งก้านสาขามาก สูง 40 120 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 3.5 4.5 มิลลิเมตร ลำต้นมีขนนุ่มปกคลุมปานกลาง กลุ่มลำต้นตั้งตรง จะมีขนาดใบกว้าง 2.5 3.3 เซนติเมตร - [มะม่วงเบาแช่อิ่ม](https://www.monmai.com/มะม่วงเบาแช่อิ่ม/) - มะม่วงเบา เป็นพืชประจำท้องถิ่นภาคใต้ และเหตุที่ได้ชื่อว่ามะม่วงเบาก็เพราะว่ามะม่วงพันธุ์นี้สามารถออกผลได้เกือบตลอดทั้งปี ผลของมะม่วงเบาจะมีขนาดเล็กประมาณเท่าไข่ไก่ ถ้ายังเป็นผลดิบ จะมีรสเปรี้ยว เคี้ยวกรอบ และไม่มีกลิ่นฉุน ผลสุกก็รสชาติหวานอร่อย วิธีทำมะม่วงเบาแช่อิ่ม การเลือกซื้อมะม่วงสำหรับดองแช่อิ่ม ต้องเลือกที่แก่ปานกลาง อย่าเลือกที่แก่จัดจนเปลือกที่หุ้มเมล็ดแข็งจนผ่าไม่ออก เพราะเวลาเอามาดองเนื้อจะเละ วีธีเลือกให้ดูที่สีของเปลือกเป็นสีเขียวอ่อนอมเหลือง อย่าเลือกที่สีเขียวเข้มค่ะ ถ้าจะให้ชัวร์ลองให้แม่ค้าผ่าลูกบนสุดของช่อ ถ้าผ่าออกได้ แสดงว่าลูกอื่นในช่อใช้ได้ทั้งหมด ได้มะม่วงมาแล้วก็จัดการปอกเปลือก ผ่าเอาเมล็ดออกจะได้มะม่วงสองซีก จากนั้นอาจจะผ่าครึ่งอีกที หรือเอามีดกรีดแบบของจขบ.ก็ได้ค่ะ เอาลงแช่น้ำไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ดำ เตรียมมะม่วงเสร็จแล้ว ล้างให้สะอาด เทน้ำออก ใส่น้ำใหม่ลงไปให้ท่วมมะม่วง เอาเกลือเมล็ดใส่ลงไปสัก 3 กำมือ คนให้เกลือละลาย ใส่ปูนที่ใช้กินกับหมากลงไป 1 ก้อน (สักประมาณเท่าหัวแม่มือ ใส่ปูนลงไปเพื่อให้มะม่วงกรอบ) ใช้มือบี้ให้ปูนละลายให้หมด จากนั้นปิดฝาทิ้งไว้สองคืน พอดองมะม่วงครบสองคืนแล้ว เช้ามาก็เทเอาน้ำเกลือออก ล้างให้สะอาด ใส่น้ำเปล่าลงไปให้ท่วมมะม่วง จากนั้นก็ทิ้งไว้สักประมาณสองชั่วโมงจึงเปลี่ยนน้ำใหม่ เปลี่ยนน้ำแบบนี้ 3 ครั้ง ระหว่างนั้นก็เอาหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำลงไปประมาณ 1 ถ้วยตวงแล้วเทน้ำตาลทรายแดงลงไปครึ่ง ก.ก. คนให้ละลาย เคี่ยวไปเรื่อยๆจนน้ำตาลงวดลักษณะข้นๆ แต่ไม่ถึงกับเหนียวนะ - [การห่มดิน](https://www.monmai.com/การห่มดิน/) - เป็นวิธีการทำเพื่อให้จุลินทรีย์ในดินมีความอุดมสมบูรณ์ ถ้าเปลือยดินไว้จะทำให้จุลินทรีย์ตาย ต้นไม้จะไม่สามารถเจริญเติบได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการดูแลและรักษาดินอีกทางหนึ่ง นั่นคือ การห่มดิน เพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้น จุลินทรีย์ทำงานได้ดี อันจะส่งผลให้ดินบริเวณนั้นทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและพัฒนาทรัพยากรดินให้เกิดแร่ธาตุ ทั้งนี้การห่มดินมีอยู่ด้วยกันหลายวิธีการ เช่น ใช้ฟางและเศษใบไม้มาห่มดินหรือวัสดุอื่นตามที่หาได้ตามสภาพทั่วไปของพื้นที่, การใช้พรมใยปาล์ม (wee drop) ซึ่งทำมาจากปาล์มที่ผ่านการรีดน้ำมันแล้ว เริ่มจากการนำทะลายปาล์มมาตะกุยให้เป็นเส้น ๆ ก่อนจะเอาไปอัดให้เป็นแผ่นเป็นผ้าห่มดิน นอกจากประโยชน์ที่กล่าวไปแล้ว การห่มดินยังจะช่วยคลุมหน้าดินไม่ให้วัชพืชขึ้นรบกวนต้นไม้/พืชหลักอีกด้วย การปลูกพืชให้ได้ผล ต้องห่มดิน อย่าเปลือยดินเพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้น จุลินทรีย์ทำงานได้ดี นี่คือหลักการ วัสดุที่เอามาใช้คลุมดินได้แก่ ฟางข้าว ใบไม้ หญ้าแห้ง หรือวัสดุอื่นตามที่หาได้ สภาพทั่วไปของผม แหล่งน้ำที่ใช้ในการปลูกผักได้จากบ่อน้ำ ไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ดินเป็นดินปนทรายอุ้มน้ำไม่ดี วัสดุคลุมดินที่จะห่มดินนั้นหายากหน่อย ยังไม่ถึงหน้าเกี่ยวข้าวหาฟางข้าวไม่มี มีแต่ใบไม้แห้ง จากปัญหาเปล่านี้ถ้ามีวัสดุคลุมดินก็จะช่วยเก็บรักษาความชื้นไว้ได้ - [สวมหมวกใส่รองเท้า ให้ภูเขาหัวโล้น](https://www.monmai.com/สวมหมวกใส่รองเท้า/) - วิทยาลัยชุมชนน่าน ได้ออกแบบโมเดล สวมหมวกใส่รองเท้าให้ภูเขาหัวโล้น จังหวัดน่าน ที่ได้แนวคิดจากศาสตร์พระราชาเรื่องหลักการต้นน้ำ(ป่าไม้) กลางน้ำ(เกษตรกรรม) และปลายน้ำ(ประมง) โดยมีกำหนดระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนการทำงาน ตลอดจนรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนปฏิบัติเพื่อนำไปใช้เป็นแผนการทำงานร่วมกับเครือข่ายและเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งการทำงานภายใต้โมเดลนี้ จะแบ่งพื้นที่ภูเขาหัวโล้นออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนยอดดอย (ต้นน้ำ) ส่วนกลางดอย (กลางน้ำ) และส่วนเชิงดอย (ปลายน้ำ) ศาสตร์พระราชา ส่วนยอดดอย: ถือเป็นพื้นที่ที่ต้องเร่งแก้ไขด่วนที่สุด พื้นที่สีเขียวจะต้องเร่งสร้างเสริมให้เกิดขึ้นตามแผนการทำงาน โดยอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์กรเครือข่ายและเกษตรกรในพื้นที่ จากภาระงานที่ต้องปลูกป่าไม้ยืนต้นเพื่อเปลี่ยนพื้นที่จากการปลูกพืชไร่ให้เป็นพื้นที่ป่าตามหลักการศาสตร์พระราชา ต้นน้ำ คือ ป่าไม้ การทำงานในพื้นที่ส่วนนี้จึงเปรียบได้กับการสวมหมวกสีเขียวให้ภูเขาหัวโล้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การชักชวนให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่มาปลูกไม้ยืนต้นเพื่อสร้างป่าอาจไม่สามารถทำได้ง่ายตามหลักการที่ควรจะเป็น เนื่องจากการทำไร่ข้าวโพดเป็นอาชีพสร้างรายได้ของครอบครัวเกษตรกร ทางออกในเรื่องนี้จึงควรเป็นวิธีที่ประนีประนอมโดยคำนึงถึงวิถีชีวิตและข้อมูลทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน การให้ความรู้ถึงประโยชน์ของป่าไม้ที่ให้ผลโดยตรงต่อครอบครัวเกษตรกร และการเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาในด้านรายได้เพื่อการยังชีพของครอบครัว จึงน่าจะเป็นกระบวนการที่สามารถนำมาปฏิบัติจริงเพื่อให้การทำงานในพื้นที่ส่วนนี้บรรลุจุดมุ่งหมายได้ ส่วนกลางดอย: พื้นที่ส่วนนี้กำหนดให้คงไว้เป็นส่วนพื้นที่ทำกินของเกษตรกร ตามศาสตร์พระราชาถือเป็นพื้นที่ส่วน กลางน้ำ ที่ควรกันไว้สำหรับการกสิกรรม เกษตรกรส่วนใหญ่ทำไร่ข้าวโพดและยังขาดความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์และการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากพื้นที่ส่วนนี้มีลักษณะเป็นพื้นที่ลาดชัน น้ำฝนที่ตกตามฤดูกาลจะไหลลงสู่แหล่งน้ำหมด ดังนั้น เมื่อถึงหน้าแล้งปัญหาการขาดแคลนน้ำจึงพบได้บ่อย การช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการให้ความรู้เรื่องการเพาะปลูกพืชไร่ที่ถูกต้องและการบริหารจัดการน้ำจึงถือเป็นภาระงานที่สำคัญในลำดับต่อไป ส่วนเชิงดอย: พื้นที่เชิงเขาเมื่อเทียบกับส่วนบนแล้วผืนดินจะเก็บกักน้ำได้มากกว่า กระแสน้ำที่ไหลบ่าจากบนดอยลงมาจะรวมกันเป็นสายน้ำ เล็กบ้างใหญ่บ้างทำให้เกิดลำน้ำ ลำห้วย หรือแม่น้ำ ไหลเป็นสายไปสู่พื้นที่ราบต่อเนื่องไปจนถึงภาคกลาง - [การเลี้ยงปลาสลิด](https://www.monmai.com/การเลี้ยงปลาสลิด/) - ปลาสลิดหรือปลาใบไม้เป็นปลาน้ำจืด ซึ่งเป็นปลาพื้นบ้านของประเทศไทยมีแหล่งกำเนิดอยู่ในที่ลุ่มภาคกลาง มีชื่อ วิทยาศาสตร์ ว่า Trichogaster pectoralis และนิยมเลี้ยงกันมากบริเวณภาคกลาง ส่วนที่พบในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดียว ปากีสถาน ศรีลังกา และฟิลิปปินส์ นั้น เป็นพันธุ์ปลาที่ส่งไปจากเมืองไทย เมื่อประมาณ ๘๐-๙๐ ปีที่ผ่านมา และเรียกว่า สยาม หรือ เซียม สำหรับแหล่งปลาสลิดที่มีชื่อเสียเป็นที่รู้สึกว่ามีรสชาติดี เนื้ออร่อย คือ ปลาสลิดบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ แต่ปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมได้ขยายตัวอย่างแพร่หลายทำให้น้ำธรรมชาติที่จะ ระบายลงสู่บ่อเลี้ยงปลาสลิดมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ส่วนพื้นที่ดินพรุทางภาคใต้ในเขตจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นดินเปรี้ยวก็สามารถใช้เป็นที่เลี้ยงปลาสลิดได้ เพราะปลาสลิดเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย อดทนต่อความเป็นกรด และน้ำที่มีปริมาณออกซิเจนน้อยได้ดี มีห่วงโซ่อาหารสั้นคือ กินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ต้นทุนการผลิตต่ำ โดยจะเลี้ยงอยู่ในนา คนเลี้ยงปลาสลิดเรียกว่า ชาวนาปลาสลิด และบ่อเลี้ยงปลาสลิดเรียก แปลงนาปลาสลิด หรือล้อมปลาสลิด (จากสภาพพื้นที่เลี้ยงปลาสลิดลดลง) กรมประมงจึงได้ส่งเสริมให้เลี้ยงปลาสลิดในพื้นที่ จังหวัดอื่น เช่น จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภค และส่งเป็นสินค้าออก - [อุตพิต สมุนไพรพืชพิษ](https://www.monmai.com/อุตพิต/) - อุตพิต เป็นพืชล้มลุกหัวขนาดเล็ก ลำต้นใต้ดิน ใบเดี่ยว ขอบใบมี 3 แฉก โคนใบเว้าลึก แผ่นใบย่อ สีเขียวเข้ม เป็นมัน ก้านใบยาว ดอกคล้ายดอกหน้าวัว เป็นแท่งยาว ช่อดอกมีกาบหุ้มสีแดงเลือดนก ชื่อวิทยาศาสตร์ Typhonium trilobatum Schoot. ชื่อวงศ์ ARACEAE ชื่ออื่น บอนแบ้ว มะโหรา อุตพิษ อุตตพิษ ขี้ผู้เฒ่า ลักษณะ ต้นจัดเป็นไม้ล้มลุก ที่มีความสูงของต้นประมาณ 10-45 เซนติเมตร จัดเป็นว่านที่มีหัวขนาดเล็กอยู่ใต้ดิน เมื่อถึงฤดูฝนก็จะงอกขึ้นมาใหม่ ลักษณะของหัวค่อนข้างกลมหรือแป้นเล็กน้อย วัดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ประมาณ 1.2 เซนติเมตร เนื้อในหัวเป็นสีขาวหรือสีนวล มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ เป็นพืชที่ชอบอยู่ในพื้นที่ร่มเย็น พรรณไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเป็นวงบริเวณผิวดิน แผ่นใบแผ่ย่นเป็นลอนเล็กน้อย ใบเป็นรูปไข่ปลายแหลมหรือเป็นรูปลูกศรแกมรูปหัวใจ ขอบใบเรียบหรือหยักเว้าแบ่งออกเป็นแฉก 3 แฉก โคนใบเว้าลึกเข้าหาก้านใบ มีความกว้างและยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร - [ย่ำขาง การนวดทางเลือก แก้ปวดเมื่อยฉบับล้านนา](https://www.monmai.com/ย่ำขาง/) - ย่ำขาง คือ การรักษาอาการปวด เป็นการรักษาโรคด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านแบบล้านนา การย่ำขางมีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย เป็นการนวดรักษาอาการปวดตามร่างกายแบบล้านนาโบราณโดยใช้เท้า ความร้อนและสมุนไพร ขาง คือ เหล็กหล่อชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นโลหะเหล็กผสมพลวงที่นำไปหล่อเป็นใบผาลไถที่ใช้สำหรับไถนา ขนาดประมาณ 8 x 6 นิ้ว ปลายแหลม ภาษาถิ่นล้านนาเรียกว่า ใบข่าง เชื่อกันว่า ข่าง มีความศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ไถนาปลูกข้าวเลี้ยงคนไทยทั่วทุกภาค ทั้งมีคุณสมบัติไม่เป็นสนิมง่ายและในตัวข่างมีแร่ธาตุบางชนิดที่เชื่อว่าเป็นตัวยาสามารถใช้รักษาโรคได้ ข้อห้ามสำหรับการย่ำขาง ห้ามใช้รักษาผู้ป่วยที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือน ผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัดมาใหม่ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคมะเร็ง (เพราะความร้อนจะทำให้มะเร็งกระจายตัวเร็วขึ้น) โรคปอด โรคหืด และผู้ป่วยที่มีไข้ขึ้นสูง ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยวิธีย่ำขางจะต้องยึดถือข้อห้ามตามที่หมย่ำขางบอกกล่าว เพื่อให้อาการเจ็บป่วยหายเร็วขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่หมอย่ำขางเชื่อว่าเป็นของแสลง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดและจะกลับมาเป็นซ้ำอีก ได้แก่ หน่อไม้ ผักชะอม บอน ทุเรียน ไข่ เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อควาย ปลาไหล ของหมักดอง อาหารทะเล หอย ปลาไม่มีเกล็ด และกบ อุปกรณ์ มีดังนี้ ขันตั้ง หมาก - [ทำดินปลูกต้นไม้ แบบวนเกษตรเขาฉกรรจ์](https://www.monmai.com/ทำดินปลูกต้นไม้/) - ทำดินปลูกต้นไม้ โดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติ วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มาก สูตรการบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติ สูตรทำดินปลูกต้นไม้ อินทรีย์วัตถุ ๑ ตัน ขี้เค้ก หรือ มูลสัตว์ ๒๐๐ กิโลกรัม น้ำหมักขี้ค้างคาว ๕ ลิตร สารเร่งซุปเปอร์ พด.๑ ๑ ซอง กากน้ำตาล วิธีทำ ผสมสารเร่งซุปเปอร์ พด.๑ ในน้ำ ๒๐ ลิตร นาน ๑๐-๑๕ นาที เพื่อกระตุ้นให้จุลินทรีย์ออกจากสภาพที่เป็นสปอร์และพร้อมที่จะเกิดกิจกรรมการย่อยสลาย การกองชั้นแรกให้นำวัสดุที่แบ่งไว้ส่วนที่หนึ่งมากองเป็นชั้นมีขนาดกว้าง ๒ เมตร ยาว ๓ เมตร สูง ๓๐-๔๐ เซนติเมตร ย่ำให้พอแน่นและรดน้ำให้ชุ่ม นำมูลสัตว์โรยที่ผิวหน้าอินทรีย์วัตถุ ตามด้วยน้ำหมักขี้ค้างคาว แล้วราดสารละลายสารเร่งซุปเปอร์ พด.๑ ให้ทั่ว โดยแบ่งใส่เป็นชั้น ๆ หลังจากนั้นนำเศษพืชมากองทับเพื่อทำชั้นต่อไป ปฏิบัติเหมือนการกองชั้นแรก ทำเช่นนี้อีก ๒-๓ ชั้น ชั้นบนสุดของกองปุ๋ยควรปิดทับด้วยเศษพืชที่เหลืออยู่เพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้น - [ผักปอดนา ไม้น้ำอายุปีเดียว](https://www.monmai.com/ผักปอดนา/) - ไม้ล้มลุก อายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง ผิวเกลี้ยง ไม่มีน้ำยาง สูงถึง 1 ม. ใบเดี่ยวเรียงวนรอบต้น ตัวใบรูปไข่ หรือไข่เรียวแหลม ขอบใบเรียบ สีเขียวอ่อน ขนาดยาว 2-12 ซม. กว้าง 0.5-5 ซม. ดอกเป็นช่ออัดแน่นเป็นแท่งรูปทรงกระบอก ปลายแหลม ดอกเล็กสีขาว ผลเมื่อแก่จะมีฝาเปิดออก ภายในมีเมล็ดรูปกลมรีจำนวนมาก พบตามหนองน้ำทั่วไป ชื่อวิทยาศาสตร์ Sphenoclea zeylanica Gaertn. ชื่อสามัญ gooseweed ชื่อวงศ์ SPHEBOCLEACEAE ชื่ออื่น ผักกุ่มป่า ผักปอดนา ผักปุ่มปลา หญ้าจำปา ผักพริก ผักจุ๋มป๋า ลักษณะ ลำต้นอวบ ตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขา สูง 7-50 ซ.ม. มีฟองน้ำสีขาวหุ้มบริเวณโคนต้นที่แช่น้ำ ใบเดี่ยวแตกจากลำต้นแบบสลับ ดอกออกเป็นช่อสีเขียว ดอกย่อยเรียงติดกันที่ปลายก้าน ไม่มีดอกย่อย ภายในมีเมล็ดเล็กๆสีน้ำตาลอ่อนจำนวนมาก ออกดอกเมื่ออายุประมาณ 2 - [สุกรรณ์ สังข์วรรณะ ครูชาวนามืออาชีพ](https://www.monmai.com/สุกรรณ์-สังข์วรรณะ/) - คนต้นแบบชาวนายุคใหม่ สุกรรณ์ สังข์วรรณะ ชาวนามืออาชีพ และหมอดินอาสาประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ที่มีคุณูปการต่อภาคการเกษตร ที่สั่งสมประสบการณ์การทำนามานานกว่า 30 ปี ซึ่งจะเป็นชาวนายุคใหม่ท่านแรกที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้ และวิทยาการด้านการทำนา ที่ส่งเสริมการทำนาแบบลดต้นทุน และการทำนาแบบผสมผสาน ที่จะเป็นหนทางสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพชาวนาไทย หมอดินอาสาดีเด่นระดับประเทศและต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง สุกรรณ์ สังข์วรรณะ บุคคลผู้เป็นความภาคภูมิใจและสร้างชื่อเสียงให้กับคนสุพรรณบุรี ที่ดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เดินตามรอยเท้าพ่อ ที่สามารถนำมาเป็นต้นแบบได้อีกรายมีรางวัลหมอดินอาสาดีเด่นระดับประเทศประจำปี ๒๕๔๘เป็นเครื่องการันตีความสามารถสมกับที่เป็นบุคคลต้นแบบของจังหวัดสุพรรณบุรี สุกรรณ์ สังข์วรรณะ ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองราชวัตร อำเภอหนองหญ้าไซจังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรรม สำหรับตำแหน่งหน้าที่การงานทางด้านสังคม นอกจากจะเป็นหมอดินอาสาดีเด่นระดับตำบล/จังหวัด/ประเทศแล้ว ยังเป็น อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ กรมประชาสงเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ศิษย์เก่าดีเด่น องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (FFT) ในพระบรมราชูปถัมภ์ นักวิชากร อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี เกษตรกรดีเด่นจังหวัดสุพรรณบุรี สาขาไร่นาสวนผสม (กรมส่งเสริมการเกษตร) รองประธานกลุ่มเกษตรกรทำนาตำบลหนองราชวัตร เลขานุการกลุ่มส่งเสริมเกษตรกรหมู่ ๑ บ้านหนองเต่าทอง รองประธานกองทุนหมู่บ้าน หมู่ ๑ บ้านหนองเต่าทอง - [มะม่วงดองแช่อิ่ม](https://www.monmai.com/มะม่วงดองแช่อิ่ม/) - ผลไม้แปรรูปยอดนิยมที่ขายง่ายขายดี และคนส่วนใหญ่ชอบทานนอกจาก มะขามแช่อิ่มแล้ว มะม่วงแช่อิ่ม ก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่คนชอบทาน และนิยมทำขาย มะม่วงแช่อิ่ม สูตร 1 วิธีการทำมะม่วงแช่อิ่ม นำมะม่วงผลขนาดใหญ่ที่แก่จัดเกือบสุก เช่น มะม่วงแก้ว มาชั่งน้ำหนักคัดเอาผลที่เน่าเสียออกไป และล้างน้ำให้สะอาด ทำให้สะเด็ดน้ำบนตะแกรงสแตนเลส หรือกระด้ง ปอกเปลือกด้วยมีดสแตนเลสให้หมด อย่าให้เปลือกติดอยู่กับเนื้อมะม่วง เพราะจะทำให้เกิดสีดำที่ผิวของเนื้อมะม่วงในระหว่างการทำแช่อิ่ม ทำให้ลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ได้เลวลง ฝานเนื้อมะม่วงออกจากเมล็ดมะม่วง แล้วตัดเนื้อมะม่วงตามยาวเป็นชิ้นใหญ่ แล้วล้างชิ้นมะม่วงให้สะอาดด้วยน้ำ และทำให้สะเด็ดน้ำบนตะแกรงหรือกระด้ง แช่ในสารละลายของกรดมะนาวเข้มข้นร้อยละ 0.5 (ใช้กรดมะนาว 5 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร) เป็นเวลา 10-15 นาที ล้างด้วยน้ำให้สะอาด ทำให้สะเด็ดน้ำ แช่ชิ้นมะม่วงในสารละลายของแคลเซี่ยมคลอไรด์เข้มข้นร้อยละ 0.5 (ใช้แคลเซี่ยมคลอไรด์ 5 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร) เป็นเวลา 15-20 นาที ล้างด้วยน้ำให้สะอาดและทำให้สะเด็ดน้ำ ต้มในน้ำเดือดหรืออบด้วยไอน้ำในรังถึงที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที จนกระทั่งเนื้อมะม่วงนิ่ม - [เครื่องหยอดเมล็ดมือถือ](https://www.monmai.com/เครื่องหยอดเมล็ดมือถือ/) - เกษตรกรไทยที่ต้องหยอดเมล็ดพืช เพื่อเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก เช่น ไร่ข้าวโพด ไร่พริก ต้องจ้างแรงงานเพื่อให้เสร็จทันเวลา เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อนึ่ง การหยอดโดยไม่มีเครื่องทุ่นแรงช่วยเป็นงานที่หนัก เหนื่อย และใช้เวลามากไม่สะดวก จึงคิดค้นเครื่องทุ่นแรงในการหยอด เพื่อการดังกล่าวโดยมีพื้นฐานความคิดที่ว่า ออกแบบง่าย ๆ อุปกรณ์หาได้ง่าย สร้างได้ง่าย กลไกการทำงาน ไม่ซับซ้อนใช้ง่ายสะดวกเร็ว เครื่องหยอดเมล็ดนี้สามารถหยอดเมล็ดได้ 1-3 เมล็ด ต่อ หลุม การกำหนดเมล็ดให้ลงกี่เมล็ดอยู่ที่การเซาะลิ้นให้เกิดร่อง ให้ได้ขนาดตามเมล็ดว่าจะกำหนดให้ลงกี่เมล็ด แล้วยังสามารถกำหนดการลงของเมล็ดได้จาก การบีบคันบีบ ถ้าบีบสุดเมล็ดจะลง2-3 เมล็ด ถ้าบีบประมาณครึ่งหนึ่งของคันบีบเมล็ดจะลง1-2เมล็ดแล้วแต่ขนาดของเมล็ดด้วย เหมาะสำหรับพื้นที่การทำงานทั้งที่ดอยสูง และที่ราบยิ่งดีครับ การใช้งานก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่เต็มเมล็ดลงไปในกระป๋องเก็บเมล็ด จากนั้นนำเครื่องหยอดไปกระทุ้งลงดินให้เป็นรูพอที่จะหยอดเมล็ดแล้วทำการกดคันยก ก็เสร็จไป 1 หลุม ใช้งานเครื่องหยอดเมล็ด ตรวจเช็คความเรียบร้อยของเครื่องหยอดเมล็ดว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่ง สึกหรอหรือไม่ ถ้าไม่สึกหรอก็สามารถทำการเพาะปลูกได้ เต็มเมล็ดพันข้าวโพดที่จะทำการเพาะปลูกลงในถังกักเก็บเมล็ดพันธ์ โดยทำการเปิดฝาถังเก็บแล้วเติมเมล็ดลงไป ไม่ควรเต็มเมล็ดเต็มถังกักเก็บมากเกินไป โดยการเติมเมล็ดให้อยู่ในถังกักเก็บเมล็ดประมาณ 80 % ของถังกักเก็บ ปิดฝาถึงกักเก็บเมล็ดให้แน่นพอประมาณ ทำการเพาะปลูก โดยการนำเสียมที่ติดกับเครื่องหยอดเมล็ดแทงลงดินที่จะเพาะปลูกให้มีรูพอประมาณ ขนาดความกว้างของรูที่เหมาะสมก็คือ ของความยาวเสียมขุด เมือเสียมขุดดินให้เกิดรูแล้วให้ทำการปีบ - [พริกเครือ พริกขี้หนูพื้นบ้าน](https://www.monmai.com/พริกเครือ/) - พริกเครือ เป็นพริกขี้หนูชนิดหนึ่ง ต้นโตเต็มที่สูง ประมาณ 1.80 เมตร พุ่มกว้าง ใช้ไม้ช่วยพยุงกิ่งก้าน มีอายุได้นานถึง3ปี ตัดแต่งกิ่งได้ รสชาติเผ็ดมาก พริกเครือ (ภาษาลาว-อีสาน) คำว่า เครือ แปลว่า เถา ที่จริงพริกเครือก็ไม่ได้เป็นเถาเลื้อย แต่มันสูงจนต้องใช้ไม้พยุง เลยเรียกกันว่าพริกเครือ หาค่อนข้างยากแล้วยุคนี้ แทบไม่มีใครปลูก เพราะว่าคนปลูกพริกก็นิยมซูเปอร์ฮอต ของบริษัท พวกนั้นไม่ทนโรค ไม่ทนเพลี้ย อายุสั้นสี่ห้าเดือน ให้ผลผลิตรุ่นสองรุ่นก็หมดสภาพ แต่พริกเครือของพื้นบ้านอายุยืนมาก เริ่มให้ผลตั้งแต่สี่-ห้าเดือนมันยังจะให้ผลผลิต ต่อไปอีกนานมาก ๆ เพลี้ยไม่ได้แอ้ม ใบไม่มีหงิก กุ้งแห้งก็ไม่เป็น ความเผ็ดไม่เป็นรองซูเปอร์ฮอตหรอก ปลูกซักสองต้นรับรองไม่ได้ซื้อพริกกินแน่ ความสูงตอนนี้อยู่ที่สามเมตรยี่สิบ - [ไร่สุขพ่วง จอมบึง ราชบุรี](https://www.monmai.com/ไร่สุขพ่วง/) - การเดินทางคือกำไรของชีวิต คือเส้นทางการค้นหา และโดยไม่คาดคิดว่าการเดินทางของเราในวันนี้จะกลายเป็นการเดินทางของการค้นหาและกำไรของชีวิต เส้นทางชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่เดินตามรอยพ่อ เพื่อค้นหาตัวเอง โดยมีความเชื่ออย่างยิ่งว่านี่คือหนทางสู่ความสุขที่ยั่งยืน ผมเป็นเกษตรป้ายแดง เป็นเกษตรกรที่รับใช้พระเจ้าอยู่หัว คำพูดตรง ๆซื่อๆ แต่ฉายแววตาของความมุ่งมั่นและบ่งบอกความสุข จากหนุ่มน้อย นาม พอร์ช อภิวรรษ สุขพ่วง หนุ่มน้อยผู้มุ่งมั่นเป็นเกษตรกร ปะหน้าครั้งแรก ก่อนหนุ่มน้อยคนนี้จะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา ไม่ได้ฉายแววของความมุ่งมั่นนั่นเลย ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มน้อยคนนี้มีความคิดความอ่าน ที่หาได้ยากในสังคมที่เราผ่านพบทุกเชื่อวัน น่าดีใจแทนคนจอมบึงถึงอนาคตของลูกหลานอนาคตของจอมบึง และที่แน่ๆมีคนกระซิบกับเราว่าหนุ่มพอร์ชคนนี้ ตอนนี้กลายมาเป็นไอดอล ให้รุ่นน้องๆ อีกหลายคน พอร์ชเล่าเรื่องราวเส้นทางและแรงบันดาลใจของการเป็นเกษตรกรของเขาว่า เพราะเขามีคุณพ่อ อาจารย์สมหวัง สุขพ่วง เป็นแบบอย่าง ที่เริ่มจากอยากให้ลูกทานผักและอาหารที่ปลอดภัย ลองถูกลองผิดในการปลูกผักด้วยภาชนะต่างๆ(เพื่อสะดวกพื้นที่และการดูแล) มาอย่างโชกโชน จนในที่สุดก็มาค้นพบ ตะกร้าปลูกผัก จากสายรัดพลาสติก จึงได้นำมาสานขึ้นรูปให้เกิดเป็นรูปทรงเหมือนตะกร้าและนำมาทดลองใส่ดินปลูกพืชผัก ทำการทดลองปลูกคู่กับวัสดุเหลือใช้ ผลปรากฎว่าพืชผักงอกงามกว่า มีความโปร่งเบาสามารถบีบตะกร้าเพื่อพรวนดินได้ (ในระหว่างเล่าให้ฟัง พอร์ช ก็ลองบีบอัดตะกร้าให้ดูว่าแค่นี้ถือว่าพรวนดินได้แล้ว) ดินในตะกร้าไม่แน่นเกิดการแลกเปลี่ยนของอากาศไปยังรากของพืชผัก ตั้งแต่นั้นจึงเริ่มสานตะกร้าปลูกผักเพิ่มขึ้นเรื่อยมา และขยายทั้งหมู่บ้านในที่สุด จากวันนั้นถึงวันนี้ พอร์ชได้ซึมซับความสุขความพอเพียงจากผู้เป็นพ่อ จนวันนี้เกษตรกรหนุ่มน้อย แม้มีจะใบปริญญา แต่ขอตั้งมั่นเป็นเกษตรกร ที่รับใช้พระเจ้าอยู่หัว ไม่ช่แค่ปลูกผัก - [กากเมล็ดในปาล์ม](https://www.monmai.com/กากเมล็ดในปาล์ม/) - กากเนื้อในเมล็ดปาล์มน้ำมัน (oil palm kernel meal) เป็นส่วนเหลือจากการหีบน้ำมันส่วนเนื้อในเมล็ดปาล์ม โดยจะมีโปรตีนสูงประมาณ 10-20% คาร์โบไฮเดรตประมาณ 40-50% เยื่อใยประมาณ 20-27% และมีไขมันประมาณ 10% ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าส่วนกากปาล์มน้ำมัน (Oil palm) ที่เป็นส่วนเหลือจากการหีบน้ำมันผลปาล์มทั้งผล มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนค่อนข้างต่ำประมาณ 7% แต่เยื่อใยสูงประมาณ 30% ไขมันประมาณ 13 % และความชื้น 8.5% (สมพงษ์, 2526; Fetuga et al.,1977) นอกจากนั้น กากเนื้อในเมล็ดปาล์มน้ำมันยังมีธาตุอาหาร และกรดอะมิโนต่างๆ อีกมากมายที่มีความสำคัญและมีความสมดุล ยกตัวอย่างเช่นมีความสมดุลระหว่างแคลเซียมและฟอสฟอรัสมากกว่าในกากเมล็ดพืชน้ำมันชนิดอื่นๆ (สุธา และเสาวนิต, 2544; McDonald et al.,1981) ปาล์มน้ำมันเหล่านี้ เมื่อผ่านกระบวนการหีบ และสกัดน้ำมันแล้วจะมีผลพลอยได้ หรือเศษวัสดุเหลือใช้ต่างๆ หลายชนิด เช่น กากเยื่อใยปาล์ม (Oil palm pericarp or palm - [เปลือกถั่วลิสง](https://www.monmai.com/เปลือกถั่วลิสง/) - เปลือกถั่วลิสงที่เคยเป็นวัสดุเหลือทิ้งนั้น ได้มีผู้คิดค้นหาวิธีนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า จากคุณสมบัติพิเศษที่สำคัญของมันคือ สามารถดูดซับของเหลวได้ดียิ่งถูกบดให้ละเอียดเท่าไรจะยิ่งสามารถดูดซับได้มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีความคงทนต่อสารเคมีและวัสดุชักได้เป็นอย่างดีด้วย จากคุณสมบัติดังกล่าว เปลือกถั่วลิสงจึงให้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ดังต่อไปนี้ ใช้เพาะเห็ด จากการทดลองเพาะเห็นด้วยเปลือกถั่วลิสง โดยเกษตรกรแห่งรัฐจอร์เจียสหรัฐอเมริกา พบว่าได้ผลดีและประหยัดกว่าวิธีเก่าที่ใช้มูลม้า แต่ก่อนนำไปใช้ควรผึ่งเปลือกถั่วไว้สักระยะหนึ่งก่อนเพื่อป้องกันการเน่าเสีย ใช้เป็นเชื้อเพลิง โดยการนำไปอัดแน่นเป็นเชื้อเพลิงแข็ง เปลือกถั่วลิสงแห้งอัดแท่งให้ความร้อนสูงถึง ๖๐ % ของถ่านโค๊กที่มีคุณภาพดี และยังมีขี้เถ้าเหลือน้อยมากคือเหลือเพียงประมาณ ๒-๓ % เท่านั้น ใช้เป็นส่วนผสมของวัสดุก่อสร้าง โดยใช้ผสมในพลาสติก คอนกรีต แผ่นผนังหรือแผ่นพื้นเช่นเดียวกับการใช้เศษไม้หรือขี้เลื่อยผสม ใช้ผสมกากน้ำตาลเป็นอาหารวัว เปลือกถั่วลิสงบดผสมกับกากน้ำตาลที่เหลือจากการทำน้ำตาลทราย เป็นอาหารของวัว-ควายได้ดี มีคุณค่าทางอาหารสูง ใช้คลุมดินปลูกต้นไม้ ใช้โรยรอบโคนต้นไม้ดูดซับความชื้นไว้ ป้องกันไม่ให้น้ำซึมลงดินเร็วเกินไป ในกรณีที่เป็นดินทราย เป็นต้น ที่มา ข่าวเทคโนโลยีสำหรับชนบท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย - [กระทือ พืชหัวดอกสวย](https://www.monmai.com/กระทือ/) - กระทือเป็นพืชตระกูลเดียวกับพวกขิง ข่า ลักษณะดอกสวยงาม กระทือเป็นพืชที่พบได้ตามบ้านในชนบททั่วไป เป็นพืชล้มลุกฤดูแล้งจะลงหัว เมื่อถึงฤดูฝนจะงอกขึ้นมาใหม่ หัวมีขนาดใหญ่ เนื้อในสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม ต้นสูง 3-6 ศอก ใบยาวเรียว ออกตรงข้ามกัน ดอกเป็นช่อกลม อัดกันแน่นสีแดง และแทรกด้วยดอกสีเหลืองเล็กๆ ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber zerumbet (L.) Sm. ชื่อวงศ์ Zingiberaceae ชื่ออื่นๆ กระทือป่า กระทือบ้าน กะแวน กะแอน แฮวดำ (ภาคเหนือ), เฮียวแดง เฮียวดำ (แม่ฮ่องสอน) แสมดำ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเทียมสูงได้ถึง 1 เมตร มีเหง้าใต้ดิน แตกแขนงเป็นกอ เปลือกเหง้าสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม จะแทงหน่อใหม่ช่วงฤดูฝน ใบเดี่ยว เรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปใบหอก กว้าง 3-10 เซนติเมตร ยาว 14-40 เซนติเมตร - [ผักแพว ผักไผ่](https://www.monmai.com/ผักแพว/) - ผักแพวนิยมกินเป็นผักแกล้มอาหารรสจัดทุกชนิด ถือเป็นผักชนิดสำคัญของอาหารอีสาน อาหารเหนือและอาหารเวียดนาม ผักแพวมีรสชาติเฉพาะตัว มีกลิ่นหอม มีรสร้อนแรง กินมากๆ จะรู้สึกว่ามีรสปร่าในปาก นิยมนำไปคลุกเป็นเครื่องปรุงสด อาหารประเภทลาบ โดยเฉพาะก้อยกุ้งสด (กุ้งฝอย กุ้งน้ำจืด) นอกจากนี้ยังใส่แกงประเภทปลารสจัดเพื่อตัดกลิ่นคาวปลา นำมาใส่ปรุงรสอาหารประเภทหอยขม ทางภาคเหนือนิยมนำมาใส่ต้มยำ โดยเฉพาะลาบ นอกจากนั้น ผักแพวเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติทางยาสมุนไพร มีรสเผ็ดร้อน จึงมีสรรพคุณในการขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีฟอสฟอรัสสูง มีวิตามินเอสูงมาก นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและวิตามินซีอีกด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ Polygonum odoratum Lour. ชื่อพ้อง Persicaria odorata (Lour.) Sojak ชื่อวงศ์ Polygonaceae ชื่ออื่นๆ ผักแพว (อีสาน) พริกม้า (โคราช) ผักไผ่ (เหนือ) หอมจันทร์ (อยุธยา) จันทน์โฉม จันทน์แดง ลักษณะ ผักไผ่หรือที่หลายคนเรียกผักแพว ผักไผ่เป็นไม้ล้มลุก เป็นทั้งผักจิ้มน้ำพริก และยังมีประโยชน์ต่อร่างกายคือยอดมีสรรพคุณเป็นยาขับลมในกระเพาะและช่วยให้เจริญอาหาร ที่มีความสูงประมาณ 20-35 - [ชนวน รัตนวราหะ ผู้มีหัวใจอินทรีย์](https://www.monmai.com/ชนวน-รัตนวราหะ/) - ชนวน รัตนวราหะ นักวิชาการอิสระ อดีตประธานชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย (ประธานผู้ก่อตั้ง) ผู้มีหัวใจอินทรีย์ ยังคงขับเคลื่อนกระบวรการเรียนรู้วิถีอินทรีย์ ที่สวนป่าไร่นาผสม ที่มีหัวใจเต็มร้อยกับแนวทางการพัฒนาเกษตรธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัยจากสารพิษ ฯลฯ โดยเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ผ่านสู่ชนรุ่นหลังอย่างตั้งอกตั้งใจ ระบบนิเวศเกษตร คือ ระบบการผลิตพืช สัตว์ ประมง และป่าไม้ ที่มนุษย์ได้กระทำให้เกิด ขึ้นในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ เพื่อการแลกเปลี่ยน และเพื่อการค้าขาย โดยมีองค์ประกอบที่เป็นสิ่งมีชีวิต ได้แก่ มนุษย์ สัตว์ พืชและองค์ประกอบที่เป็นสิ่งไม่มีชีวิตได้แก่ ดิน น้ำ อากาศและแสงแดด ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติรวมไปถึงปัจจัยที่มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม ประเพณีและการเมือง ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนั้นจะมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกันที่ทำให้เกิดเป็นระบบนิเวศเกษตร - [เกษตรผสมผสาน](https://www.monmai.com/เกษตรผสมผสาน/) - ระบบเกษตรกรรมที่จะนำไปสู่การเกษตรยั่งยืน โดยมีรูปแบบที่ดำเนินการมีลักษณะใกล้เคียงกัน และทำให้ ผู้ปฏิบัติมีความสับสนในการให้ความหมายและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ได้แก่ระบบเกษตรผสมผสานและระบบไร่นาสวนผสม ในที่นี้จึงขอให้คำจำกัดความรวมทั้งความหมายของคำทั้ง 2 คำ ดังต่อไปนี้ ระบบเกษตรผสมผสาน (Integrated Farming System) เป็นระบบการเกษตรที่มีการเพาะปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ชนิดอยู่ในพื้นที่เดียวกันภายใต้การเกื้อกูล ประโยชน์ต่อกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัยหลักการอยู่รวมกันระหว่างพืช สัตว์ และสิ่งแวด ล้อมการอยู่รวมกันอาจจะอยู่ในรูปความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับพืช พืชกับสัตว์ หรือสัตว์กับสัตว์ก็ได้ ระบบ เกษตรผสมผสานจะประสบผลสำเร็จได้ จะต้องมีการวางรูปแบบ และดำเนินการ โดยให้ความสำคัญต่อกิจกรรม แต่ละชนิดอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม มีการใช้แรงงาน เงินทุน ที่ดิน ปัจจัย การผลิตและทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนรู้จักนำวัสดุเหลือใช้จากการผลิตชนิดหนึ่งมาหมุน เวียนใช้ประโยชน์กับการผลิตอีกชนิดหนึ่งกับการผลิตอีกชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด ภายในไร่นาแบบครบวงจร ตัวอย่างกิจกรรมดังกล่าว เช่น การเลี้ยงไก่ หรือสุกรบนบ่อปลา การเลี้ยงปลาในนาข้าว การเลี้ยงผึ้งในสวนผลไม้ เป็นต้น รูปแบบของระบบเกษตรผสมผสาน ระบบเกษตรผสมผสานนั้น ถึงแม้ว่าเกษตรกรจะมีการดำเนินการกันมาช้านานแล้วก็ตามแต่ลักษณะของการดำเนินการ ยังมีความแตกต่างกันไป แล้วแต่การจะนำองค์ประกอบต่าง ๆ มาผสมผสานกันมากน้อยแค่ไหน และผสมผสานในรูป รูปแบบใดก็ตามยังมีความหมายหลากหลาย - [การเลี้ยงหอยขม](https://www.monmai.com/การเลี้ยงหอยขม/) - การเลี้ยงหอยขมในสถานที่ต่างๆ หอยขมเป็นหอยฝาเดียวอาศัยในน้ำจืดมีขนาดเล็ก เปลือกเป็นเกลียวกลมยอด แหลม เปลือกหนาและแข็ง ผิวชั้นนอกเป็นสีเขียวแก่ ฝาปิดเปลือกเป็น แผ่นกลม ตีนใหญ่ จะงอยปากสั้นทู่ ตามีสีดำอยู่ตรงกลางระหว่างโคนหนวด ตัวผู้ มีหนวดเส้นข้างขวาพองโตกว่าเส้นข้างซ้าย ลักษณะพิเศษของหอยชนิดนี้ จะมี อวัยวะเพศทั้งเพศผู้และเพศเมียอยู่ในตัวเดียวกัน ออกลูกเป็นตัว และผสม พันธุ์ได้ด้วยตัวของมันเองเมื่ออายุได้ 60 วัน หอยขมออกลูกเป็นตัวครั้งละ ประมาณ 40-50 ตัว ลูกหอยขมที่ออกมาใหม่ๆมีวุ้นหุ้มอยู่ แม่หอยขมจะใช้หนวด แทงวุ้นจนแตก เพื่อให้ลูกหอยหลุดออกจากวุ้น ลูกหอยขมสามารถเคลื่อนไหวได้ ทันทีเมื่อออกจากตัวแม่ จะพบเห็นชุกชุมอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-พฤษภาคม การแพร่กระจาย หอย ขมชอบอาศัยในแหล่งน้ำจืด เช่นในคู คลอง หนอง บึง ที่น้ำไม่ไหลแรงและเป็นน้ำ นิ่ง มีระดับความลึกตั้งแต่ 10 เซนติเมตร ถึง 2 เมตร มักเกาะอยู่กับพันธุ์ ไม้น้ำ เสาหลัก ตอไม้ หรือตามพื้น กินอาหารพวกสาหร่าย และอินทรีย์สาร ใบไม้ - [น้ำแดดเดียว](https://www.monmai.com/น้ำแดดเดียว/) - น้ำแดดเดียวเป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการนำน้ำมาตากแดดเพียงวันเดียว เพื่อให้แสงแดดช่วยจัดเรียงโมเลกุลของน้ำ จะมีลักษณะเป็นผลึกคริสตัล สามารถดูดซึมเอาแร่ธาตุ สารอาหาร และออกซิเจน เข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น และยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย แต่ถ้าคืนเดือนหงายสามารถนำตากแสงจันทร์ได้กลายเป็นน้ำสุริยันจันทรา ขั้นตอนการทำน้ำแดดเดี่ยว วิธีการ นำขวดแก้วใส (รับแสงแดดได้มาก) ใส่น้ำระดับคอขวด ปิดฝาให้สนิท เอียงขวดระดับ ๔๕ องศา ตากแดดเช้า-บ่าย เก็บไว้ดื่ม ประโยชน์ พลังงานจากแสงแดด จะทำให้โมเลกุลของน้ำรวมตัวเป็นผลึก "คริสตัล" ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ความร้อนจากแสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ประโยชน์ของน้ำ น้ำ นำสารอาหาร, วิตามิน, แร่ธาตุ, ก๊าซออกซิเจน ฮอร์โมน ไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขจัดของเสียออกจากเซลล์ของร่างกายค่าเฉลี่ยของน้ำในร่างกาย๑. ร่างกาย = ๗๕ % ๒. สมอง = ๘๕ %๓. เลือด = ๙๐ %๔. ไต = ๘๒ %๕. กล้ามเนื้อ = - [ทรงบาดาล ไม้มงคล](https://www.monmai.com/ทรงบาดาล/) - ทรงบาดาลหรือทรงบันดาล เป็นไม้มงคล มักนิยมปลูกไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดความยิ่งใหญ่ กว้างขวาง มีความเชื่อมาแต่โบราณว่า ทรงบาดาลคือผู้เป็นใหญ่แห่งนาคพิภพในชั้นบาดาล ดอกทรงบาดาลสามารถออกดอกตลอดปี ชื่อพื้นบ้าน ขี้เหล็กหวาน ตรึงบาดาล และทรงบาดาล ชื่อวิทยาศาสตร์ คาสเซีย ซูรัทเทนซิส (Cassia surattensis Burm) ชื่อภาษาอังกฤษ คาลาโมนา (Kalamona) วงศ์ เล็กกูมิโนซี (LEGUMINOSAE) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ทรงบาดาลเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-10 เมตร ทรงพุ่มมีการแตกกิ่งก้านสาขามากและแน่นทึบใบเป็นใบรวมออกเป็นแผงบนก้านใบ แผงใบยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร ใบเรียบอยู่ บนแผงเป็นคู่มีประมาณ 8-12 ใบ ลักษณะใบ ขอบขนานใบเป็นรูปมนพื้นใบเกลี้ยงสีเขียวขนาดใบกว้างประมาณ1 เซนติเมตรยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ดอก จะออกดอกเป็นช่อ ตามส่วนยอดของลำต้น มีกลีบดอก 5 กลีบ ดอกมีสีเหลือง ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร ผล มีลักษณะเป็นฝักแบนๆ ออกเป็นช่อ ฝักเป็นคลื่น - [เรือนเพาะชำ](https://www.monmai.com/เรือนเพาะชำ/) - เรือนเพาะชำ คือ สถานที่ที่ใช้เพื่อดูแลรักษาบรรดาเหล่าต้นกล้าต้นอ่อน กิ่งตอนกิ่งชำ ของพวกไม้ผลและไม้ยืนต้น รวมทั้งไม้พุ่มและไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ ที่จะต้องปลูกเพาะขยายพันธุ์และต้องมีการดูแลรักษาเป็นพิเศษในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่มีการผันแปรของแสงแดด อุณหภูมิ ลม และปริมาณฝนที่ไม่สม่ำเสมอ และนอกจากนี้เรือนเพาะชำยังมีประโยชน์ต่อการปลูกพืชอีกหลายประการ เช่น เป็นสถานที่เพาะเมล็ดและปักชำ และเพาะเลี้ยงไม้อ่อน เป็นสถานที่สำหรับเลี้ยงพันธุ์ไม้ที่ต้องการความชื้นสูง แต่ต้องการแสงแดดแต่พอควร เป็นที่เก็บรักษาพันธุ์ไม้ให้ปลอดภัยจากสัตว์นักทำลาย และเหล่าศัตรูพืช เป็นที่รวมพันธุ์ไม้ และพักฟื้นพันธุ์ไม้ที่นำมาใหม่ เป็นที่เก็บเมล็ดพันธุ์ เครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตร หรือจัดเป็นที่โชว์สินค้า พืช พรรณไม้ ต่างๆ ลักษณะเรือนเพาะชำที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืชแบบต่างๆ ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ มีการผันแปรของแสงแดด อุณหภูมิ ลม และปริมาณฝนที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้การเลี้ยงดูพืชให้มีการเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นไปได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชิ้นส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาส่วนต่างๆ ขึ้นมาเป็นต้นใหม่ หรือต้นใหม่ที่ยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์ดี จำเป็นต้องได้รับการดูแลภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด ดังนั้นเรือนเพาะชำจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขยายพันธุ์พืชเป็นอย่างมาก โรงเรือนเพาะชำนั้นมีหลายแบบทั้งแบบที่สามารถควบคุมปัจจัยดังกล่าวได้ทุกอย่าง เช่น การปรับอุณหภูมิภายในโรงเรือน มีหลอดไฟให้แสงสว่างและควบคุมความชื้นสัมพัทธ์อากาศได้ สำหรับการเพาะพันธุ์ต้นที่ต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะอย่าง ส่วนเรือนเพาะชำอีกแบบหนึ่งใช้สำหรับเลี้ยงดูต้นที่มีอายุน้อย และยังไม่แข็งแรงดีให้สามารถเจริญเติบโตได้ต่อไป มีการปรับสภาพแวดล้อมได้บ้าง จึงอาจมีเพียงแค่การกรองแสงหรือพรางแสงให้ต้นกล้าเพื่อรอไว้ย้ายปลูกในแปลงกลางแจ้งต่อไป โรงเรือนเพาะชำแบบ Lathhouse โรงเรือนเพาะชำแบบไม้ระแนง (Lath House) เป็นโครงสร้างที่มีการพรางแสงหลังคา - [การทำหน่อไม้ดองแบบธรรมชาติ](https://www.monmai.com/หน่อไม้ดอง/) - หน่อไม้ เป็นผลผลิตที่ได้จากไผ่ ซึ่งมีหลากหลายชนิด เช่นไผ่ตง,ไผ่บง,ไผ่เลี้ยง,ไผ่บ้าน,ไผ่ลวก แต่ละชนิดก็มีลักษณะของหน่อที่แตกต่างกัน สามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายชนิด ไผ่ในประเทศไทย ส่วนมากจะให้ผลผลิตในช่วงฤดูฝน พอได้น้ำ ไผ่ก็จะแทงหน่อ มากน้อยแล้วแต่ชนิดและความสมบูรณ์ของไผ่ แม่บ้านเกษตรกรส่วนใหญ่ก็จะนำหน่อไม้ไปทำเป็นอาหารขาย, แกงกินบ้าง แต่ถ้าเก็บได้เยอะ ทำขายก็ไม่หมด ก็จะต้องแปรรูปเป็น หน่อไม้ดอง สูตรภูมิปัญญาชาวบ้าน ไร้สารเคมี ไม่ใช้สารเคมีสามารถเก็บรักษาหน่อไม้ไว้ได้ข้ามปี หน่อไม้ดอง วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต : หน่อไม้, เกลือ, น้ำ อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต : โอ่ง, มีด, กะละมัง, ตะแกรง วิธีการทำ 1. ปอกเปลือกหน่อไม้ 2. นำมาหั่น หรือ สับ 3. แช่น้ำเกลือ ประมาณ 1 คืนแล้วนำเอาน้ำออกทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง 4. นำมาคลุกเกลือเม็ดใส่กะละมังทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง 5.นำไปใส่โอ่ง หรือปี๊บทิ้งไว้ 4-5 คืน แล้วใส่น้ำให้เต็มโอ่งปิดฝาถ้าน้ำลดก็เติมน้ำให้เต็ม - [ต้นอ่อนผักบุ้ง](https://www.monmai.com/ต้นอ่อนผักบุ้ง/) - ผักบุ้งคงเป็นที่คุ้นหูของใครหลากคนมานานแล้ว แต่หลายคนคงไม่เคยลองผักบุ้งงอกรสอร่อย อร่อยกว่าผักบุ้งต้นที่เราทานปกติแถมประโยชน์ยังสูงกว่า 3-5 เท่าจากกระบวนการเพาะงอก ผักบุ้งเพาะงอกทำเมนุได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้งงอกไฟแดง เมนูยำ สลัด ต้มยำ แกงส้ม เป็นต้น นอกจากนั้น ในผักบุ้งงอก ในทางโภชนาการผักบุ้งยังมีสารสำคัญอื่น ๆ นอกเหนือจากวิตามินเอที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิ แคลเซียม วิตามินซี เส้นใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต เหล็ก ฟอสฟอรัส อีกด้วย ในผักบุ้ง 100 กรัมจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆอีกด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น ผักบุ้งไทยนั้นจะมีวิตามินซีสูงและสรรพคุณทางยามากกว่าผักบุ้งผักบุ้งจีน แต่จะมีแคลเซียมและเบต้าแคโรทีน (วิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา) น้อยกว่าผักบุ้งจีน หากรับประทานสดๆได้ จะทำให้คุณค่าของวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้ไม่เสียไปกับความร้อนอีกด้วย วิธีการปลูกผักบุ้งนั้นไม่ยากเท่าการปลูกทานตะวันหรือผักงอกชนิดอื่นเพราะเมล็ดขึ้นง่ายเพาะง่ายกว่า ไม่ค่อยเกิดเชื้อราให้เห็น ปลูกประมาณ 8-10วันก็จะสามารถเก็บต้นอ่อนทานได้ ขั้นตอนการปลูกผักบุ้ง 1. เริ่มด้วยการล้างเมล็ด1-2น้ำ - [วิสาหกิจชุมชน](https://www.monmai.com/วิสาหกิจชุมชน/) - วิสาหกิจชุมชนเกิดขึ้นจากการนำเอาแนวทางเศรษฐกิจชุมชนหรือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ คำว่า วิสาหกิจชุมชน นั้นสามารถใช้คำว่า ธุรกิจชุมชน แทนได้ อันเนื่องมาจากว่าชุมชนไม่ใช่รัฐ ดังนั้นสถาน-ประกอบการที่ชุมชนเป็นเจ้าของก็ต้องจัดว่าเป็นของภาคเอกชนเช่นเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้าหากใช้คำว่าธุรกิจนั่นก็หมายถึงการแสวงหากำไรเป็นที่ตั้ง แต่สถานประกอบการที่ชุมชนเป็นเจ้าของนั้นกลับมีแนวคิดที่เน้นการพึ่งพาอาศัยกันมากกว่าการแสวงหากำไร ดังนั้นจึงควรใช้คำว่า วิสาหกิจชุมชน เช่นเดียวกับ รัฐวิสาหกิจ ที่หลายคนรู้จัก โดยวิสาหกิจชุมชนนั้นจัดเป็นกลุ่มกิจกรรมของชุมชนที่ชุมชนคิดได้จากการเรียนรู้ ไม่ใช่กิจกรรมเดี่ยว ๆ ที่ทำเพื่อมุ่งสู่ตลาดใหญ่ และไม่ใช่กิจกรรมที่ซับซ้อนอะไร ล้วนแล้วแต่เป็นการทำกินทำใช้ทดแทนการซื้อจากตลาดได้ และเป็นการจัดการระบบการผลิตและบริโภคที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น การจัดการเรื่องข้าว หมู เห็ด เป็ด ไก่ ผัก ผลไม้ น้ำยาสระผม สบู่ น้ำยาล้างจาน หรืออื่น ๆ ที่ชุมชนทำได้เองโดยไม่ยุ่งยากนัก การทำกินทำใช้ทดแทนการซื้อเป็นการลดรายจ่ายและยังช่วยให้ระบบเศรษฐกิจใหญ่เข้มแข็งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการจัดระบบเศรษฐกิจใหม่ให้เป็นฐานที่เป็นจริงในชุมชน เพราะถ้าชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเปรียบเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนเสาเข็มของตึกที่ทำให้ตึกมั่นคงแข็งแรงเศรษฐกิจของประเทศก็จะเข้มแข็งและอยู่ได้ ที่ผ่านมาระบบเศรษฐกิจในประเทศเปรียบเหมือนการสร้างตึกที่มีฐานแคบ ถ้าฐานไม่แข็งแรง ตึกก็พังลงมา ดังนั้น วิสาหกิจชุมชนจึงมีความสำคัญในการสร้างฐานมั่นคงให้กับประเทศได้ โดยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าให้เข้มแข็งและกระจายโอกาสการประกอบอาชีพให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น วิสาหกิจชุมชน จัดเป็นองค์กรภาคประชาชนที่ไม่มีรูปแบบ ไม่ได้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การสนับสนุนจึงไม่เป็นระบบและไม่มีเอกภาพ ส่งผลให้มีปัญหาในการดำเนินงานเพราะวิสาหกิจชุมชนบางแห่งไม่เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานรัฐหรือภาคเอกชน และบางครั้งมีการสนับสนุนจากภาครัฐแต่ไม่ตรงความต้องการที่แท้จริง พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน - [แรดิชิโอ ผักกาดหอมสีม่วงแดง](https://www.monmai.com/แรดิชิโอ/) - แรดิชิโอเป็นผักตระกูลผักกาดหอม ลักษณะรูปทรง คล้ายกะหล่ำ แต่มีสีม่วงแดง เส้นใบสีขาว นิยมนำมารับประทานสด ตกแต่งในจานสลัด มีรสชาติขมเล็กน้อย ชื่อสามัญ : Radicchio ชื่อวิทยาศาสตร์:Cichorium intybusvar. folisum ลักษณะทั่วไป แรดิชชิโอเป็นผักในตระกูลผักกาดหอม ลักษณะรูปทรงคล้ายกะหล่ำแต่มีม่วงแดงเส้นใบสีขาวนิยมน่ามารับประทานสด ตกแต่งในจานสลัดมีรสชาติขมเล็กน้อยผลผลิตมากในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แรดิชชิโอเป็นพืชที่ต้องการสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 10 24 องศาเซลเซียส ในสภาพอุณหภูมิสูง การเจริญเติบโตทางใบจะลดลง และพืชสร้างสารคล้ายน้ำนม หรือยางมากเส้นใยสูง เหนียว และมีรสขมมากยิ่งขึ้น ในช่วงฤดูฝนสีจะออกเขียวไม่แดงจัด ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกควรร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์และมีอินทรีย์วัตถุสูง หน้าดินลึก และอุ้มน้ำได้ดีปานกลาง สภาพความเป็นกรด-ด่างของดินอยู่ระหว่าง 6 6.5 พื้นที่ปลูกควรโล่งและได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ การใช้ประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร น่ามาท่าสลัด เพิ่มสีสรรในอาหาร หรือเป็นเครื่องเคียงกับอาหารประเภทลาบ ย่า เหมาะส่าหรับคนที่ชอบรสขม การปฏิบัติดูแลรักษาระยะต่างๆ ของการเจริญเติบโต การเตรียมดิน ขุดดินตากแดดและโรยปูนขาวอัตรา 0 100 กรัม/ตร.ม. 1 2 สัปดาห์ - [ชุมชนบ้านแป้นใต้ ต่อยอดองค์ความรู้สู่ชุมชน](https://www.monmai.com/ชุมชนบ้านแป้นใต้/) - การสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาและยืนได้ด้วยตนเองอย่างมั่นคงนั้น นอกจากต้องมีความรักความสามัคคี การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และความตั้งใจในการเรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังแล้ว ผู้นำที่เข้มแข็งย่อมเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญ ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ชุมชนเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และใช้ศักยภาพของชุมชนได้อย่างเต็มที่ แม่หลวงเล็ก วริษา จิตใหญ่ ผู้นำชุมชนบ้านแป้นใต้ ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง หนึ่งในผู้หญิงเก่งและเป็นผู้นำที่ชุมชนบ้านแป้นใต้ภาคภูมิใจ เล่าว่า ชุมชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก โดยเน้นปลูกข้าวไว้รับประทานในครัวเรือน และหากมีผลผลิตเพียงพอก็จะส่งขาย ดังนั้นเพื่อเพิ่มผลผลิต ทุกครัวเรือนจึงใช้สารเคมีในการเกษตร ส่งผลให้ผู้คนในชุมชนร้อยละ 90 มีปัญหาสุขภาพ และยังตรวจพบสารเคมีในเลือดในระดับที่อันตราย ชุมชนจึงเริ่มลด ละ เลิกการใช้สารเคมีในการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชผักสวนครัวที่ชุมชนรับประทานเป็นประจำ การดูแลสุขภาพของชุมชนบ้านแป้นใต้ไม่ได้หยุดเพียงแค่การลดการใช้สารเคมีในการเกษตรเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมให้คนในชุมชนมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่างข้าวกล้องอีกด้วย จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างชุมชนบ้านแป้นใต้และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด ในเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง หรือปูนลำปาง ที่ใช้แนวทางการบริหารจัดการองค์ความรู้อย่างเป็นระบบของบริษัท ในการส่งเสริมให้ชุมชนบ้านแป้นใต้พูดคุยกันเพื่อตกผลึกถึงปัญหาสุขภาพที่ชุมชนประสบ และแนวทางการแก้ไขที่ชุมชนสามารถทำได้เอง โดยต้องเป็นการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน โรงสีในพื้นที่ชุมชนบ้านแป้นใต้ส่วนใหญ่เป็นโรงสีข้าวขาว เราจึงอยากจัดตั้งโรงสีข้าวกล้อง เพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมารับประทานภายในครัวเรือน และสามารถส่งขายเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งทางปูนลำปางที่ส่งเสริมชุมชนบ้านแป้นใต้ในการทำวิจัยเรื่อง การฟื้นฟูและอนุรักษ์วิถีการบริโภคอย่างยั่งยืน" ภายใต้โครงการ เอสซีจี - [ไส้เดือนฝอย กำจัดศัตรูพืช](https://www.monmai.com/ไส้เดือนฝอย/) - ไส้เดือนฝอยมีสองชนิด คือไส้เดือนฝอยชนิดตัวดี คือช่วยในการกำจัดศัตรูพืช กับไส้เดือนฝอยตัวที่เป็นโทษ หรือตัวที่เป็นศัตรูพืช ก่อให้เกิดโรคพืชซึ่งทำให้ผลผลิตพืชลดลง ไส้เดือนฝอยที่เป็นศัตรูพืช ที่ส่วนหัวจะมีลักษณะเหมือนเข็ม ซึ่งเข็มนี้จะไปเจาะต้นพืชแล้วดูดน้ำเลี้ยงจากพืชจนต้นพืชไม่สามารถเจริญเติบโตและมีชีวิตอยู่ได้ และยังแพร่ระบาดในพืชอย่างรุนแรง ซึ่งเคยทำความสญเสียแก่ผลผลิตพืชของเกษตกรอย่างมหาศาลมาแล้ว เช่น โรครากปมพริก เป็นต้น ส่วนไส้เดือนฝอยชนิดตัวดีที่มีประโยชน์ทางการเกษตร ไส้เดือนฝอยชนิดนี้จะช่วยในการกำจัดแมลงศัตรูพืชไส้เดือนฝอยชนิดนี้จะเจาะเข้าไปกินเนื้อเยื่อในตัวแมลงที่เป็นศัตรูพืชเป็นโรคและตายไปในที่สุด เมื่อมองดูไส้เดือนฝอยทั้งสองชนิดภายใต้กล้องจุลทรรศน์ จะเห็นลักษณะหน้าตาคล้ายกันแต่อวัยวะข้างในและการกินอาหารต่างกัน ในปัจจุบันเกษตรกรที่ปลูกพืชผัก พืชไร่ ไม้ผล ยังคงประสบปัญหาแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะกลุ่มผลิตผักปลอดสารพิษ รวมทั้งกลุ่มเกษตรกรที่ประสบปัญหาแมลงดื้อสารเคมี ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผลผลิตเสียหาย หรือต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นสารเคมีที่ใช้มักก่อปัญหาต่อสภาพแวดล้อม ดังนั้นเกษตรกรจึงหันมาให้ความสนใจในการนำจุลินทรีย์มาใช้ในการกำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น แบคทีเรีย บีที (Bacillus Thuringiensis) ไวรัส เอ็นพีวี (Nuclear Polyhedrosis Virus) รวมถึง ไส้เดือนฝอย ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเลือกใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืชที่มีความหลากหลาย กำจัดแมลงได้มากกว่า 200 ชนิดฆ่าแมลงตายภายในเวลาอันรวดเร็ว สามารถเลี้ยงเพิ่มจำนวนได้จากอาหารเทียมและจากแมลงอาศัย (host) ในปัจจุบันมีการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น จีน และประเทศไทย ลักษณะทั่วไป - [หญ้าคมบางกลม](https://www.monmai.com/หญ้าคมบางกลม/) - หญ้าคมบางกลมเป็นกกชนิดหนึ่งมีลักษณะลำต้นและใบคล้ายหญ้า มีอายุปีเดียว พบทั่วไปในที่น้ำท่วมขังหรือที่ชื้นแฉะ เช่น ในนาข้าว มีลำต้นกลมเรียบ สูง 20-50 ซม. ใบแคบยาวปลายแหลม ใบยาวประมาณ 10-15 ซม. ขอบใบและแผ่นใบด้านบนมีขน ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบและปลายยอด มีช่อดอกย่อยซ้อนกัน มีหางแหลมและเป็นขนทำให้เห็นช่อดอกเป็นขนฟู ชื่อสามัญ : Umbrella grass ชื่อวิทยาศาสตร์ : Fuirena cliiaris (L.) Roxb. ชื่อวงศ์ : CYPERACEAE ชื่ออื่น หญ้าคมบางกลม(ชุมพร),ก้ามกุ้ง(กรุงเทพ) ลักษณะทั่วไป พืชพวกกก มีเหง้าใต้ดิน มักแตกหน่อเป็นกอใหญ่คลุมพื้นที่พรุบริเวณกว้าง ต้นเป็นเหลี่ยมมุมแหลมสามมุมไม่ตั้งตรง ยาว 1-4 ม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-10 มม. ใบ เรียงเวียนสลับเป็นวงเว้นระยะตามข้อของลำต้น วงละ 3-5 ใบ แผ่น ใบเรียวแหลม ยาว 20-40 ซม. ดอก ช่อดอก - [เอื้องเพ็ดม้า ผักไผ่น้ำ](https://www.monmai.com/เอื้องเพ็ดม้า/) - เอื้องเพ็ดม้า หรือ ผักไผ่น้ำ ต้มทั้งต้นทั้งราก ต้มน้ำดื่ม กินแก้โรคไต โรคกระษัย เอื้องเพ็ดม้า เอื้องเพ็ดม้าเป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ในประเทศไทยพบทุกภาค ชอบขึ้นในพื้นที่แฉะมีน้ำขัง ออกดอกเกือบตลอดปี ใช้รากเป็นยาขับโลหิต ขับเสมหะ แก้กระษัย แก้ริดสีดวง ยาพอกท้อง แก้ปวดท้อง ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ แพทย์แผนไทย แผนโบราณ วัดโพธิ์ ขึ้นตามร่องน้ำ ชอบชื้นแฉะ ต้นสูงเลยเอว ลำต้นมีข้อปล้องคล้ายต้นไผ่ ลักษณะคล้ายผักไผ่ที่กินกับลาบ แต่ต้นใหญ่กว่ามาก ดอกออกเป็นรวงเหมือนรวงข้าว ดอกเป็นสีชมพู บางทีก็เป็นสีขาว ชื่อสามัญ : Knotweed ชื่อวิทยาศาสตร์ : Polygonum tomentosum Willd. ชื่อวงศ์ : POLYGONACEAE ชื่ออื่น : เอื้องเพ็ดม้า ผักไผ่น้ำ ลักษณะทั่วไป เอื้องเพ็ดม้าเป็นพืชล้มลุกอายุหลายฤดู ชอบขึ้นในที่น้ำท่วมขังตื้น ๆ ลำต้นเลื้อยไปตามพื้นดินเห็นข้อปล้องชัดเจน มีรากออกตามข้อ กิ่งตั้งตรงขึ้นไป สูงประมาณ 1 - [แชมพูมะกรูด และเจลอาบน้ำมะกรูด](https://www.monmai.com/เจลอาบน้ำมะกรูด/) - ขวดเดียวใช้ได้ตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า สูตรนี้สระผมได้อย่างสะอาดและปลอดภัย ใช้ได้ทั้งครอบครัวทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่" "เมื่อใช้อาบน้ำช่วยให้สะอาด ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น มีกลิ่นหอมจากน้ำมันผิวมะกรูดทำให้รู้สึกสดชื่น ความเปรี้ยวจากมะกรูดช่วยขัดขี้ไคลตามผิวหนังออกได้อย่างหมดจด สมุนไพรที่ใช้คัดมาเพื่อให้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยและไม่เป็นอันตราย ไม่เกิดสารตกค้างและไม่ระคายเคืองต่อผิว คุณค่าจากสมุนไพรทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ มะกรูด รางจืด ย่านาง ผิวส้มโอ มีคุณประโยชน์ ดังนี้ ผลมะกรูด กำจัดรังแค บำรุงผมดก บำรุงหนังศรีษะและรากผมใช้เป็นยาสระผมหรืออาบน้ำช่วยทำให้ผิวไม่แห้ง และรสเปรี้ยวของมะกรูดช่วยให้อาบสะอาด ใบรางจืด ช่วยขับล้างสารเคมี สารพิษที่ตกค้างจากการใช้แชมพูที่มีสารเคมีติดต่อกันเป็นเวลานาน ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และช่วยให้แชมพูมีความข้นตามธรรมชาติ ใบย่านาง ช่วยให้ศรีษะเย็น ผมดกดำหรือชะลอผมหงอกก่อนวัย เป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็นช่วยรักษาผื่นปื้นแดงคันหนังศรีษะ หรือมีตุ่มใสคัน ช่วยถอนพิษและแก้อักเสบได้ ผิวส้มโอ ต้มน้ำอาบแก้คัน รักษาโรคผิวหนัง จำพวกลมพิษต้านเชื้อรา ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ลดการอักเสบ น้ำมันหอมระเหยช่วยให้มีกลิ่นหอมสดชื่น และรู้สึกผ่อนคลาย เกลือสมุทร การอาบน้ำเกลือหรือสระผมด้วยเกลือ จะช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนดี มีเลือดไปหล่อเลี้ยงสมอง ช่วยรักษาเชื้อราบนหนังศรีษะได้ การอาบน้ำที่มีส่วนผสมของเกลือจะช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างได้ สุดท้ายใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ สบู่เหลวไร้ด่าง สูตรไร้สีของทารกแรกเกิด อัตราส่วนผสม - [หญ้าตะกรับ กกสามเหลี่ยม กกตะกรับ](https://www.monmai.com/หญ้าตะกรับ/) - หญ้าตะกรับเป็นพืชล้มลุกอายุหลายฤดู ชอบขึ้นในนาข้าว ที่น้ำท่วมขัง ริมตลิ่ง คันคูน้ำทั่วไปจัดเป็นกกที่มีขนาดใหญ่สูงประมาณ 50-150 ซม. มีไหลอยู่ใต้ดิน โคนต้นสีน้ำตาลเข้ม ลำตันใหญ่อวบ ใบยาวเรียวปลายแหลม ใบกว้างประมาณ 1 ซม. ช่อดอกมีสีน้ำตาล ก้านช่อดอกยาวและมีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยม มีใบประดับรองรับช่อดอกจำนวน 2-4 ใบ หญ้าตะกรับ จัดเป็นพืชน้ำชนิดหนึ่ง มีเหง้า หัว และไหลใต้ดิน ส่วนใหญ่จะพบขึ้นทั่วไปตามพื้นที่มีน้ำท่วมขังอย่างเช่นในนาข้าว มีชื่อเรียกอีกคือ กกสามเหลี่ยม และกกตาแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ACTINOSCIRPUS GROSSUS (L.F.) GOETGH-D.A.SIMPSON จัดอยู่ในวงศ์ CYPERACEAE มีลำต้นตั้งตรงเป็นสามเหลี่ยมสูง 50-150 เซนติเมตรโคนต้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม ออกดอกเป็นช่อยาวสามเหลี่ยม ปลายช่อมีดอกเป็นกระจุกหลายกระจุกสีน้ำตาล มีใบประดับรองช่อดอก 2-4 ใบ เมล็ดจะมีสีน้ำตาลเข้ม ส่วนใหญ่นิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เหง้า และไหล อีกทั้งยังนิยมนำลำต้นของหญ้าตะกรับมาตากแห้ง ใช้สานทำเสื่อ ทำเชือกและอื่นๆอีกมากมาย สรรพคุณทางยาสมุนไพร หญ้าตะกรับ จัดว่าเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่น่าสนใจ มากมายด้วยสรรพคุณทางยา ซึ่งในตำรายาพื้นบ้านของไทยได้ระบุเอาไว้ว่า - [กังหันบำบัดน้ำเสียในบ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็กพลังงานแสงอาทิตย์](https://www.monmai.com/กังหันบำบัดน้ำเสีย/) - กังหันน้ำชัยพัฒนา หรือเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงตระหนัก ห่วงใยต่อพสกนิกรที่ต้องเผชิญกับความรุนแรงของปัญหาน้ำเน่าเสียในแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ สระน้ำ หนองน้ำ คลอง บึง ลำห้วย ฯลฯ กังหันน้ำชัยพัฒนา ยังถือเป็นเครื่องกลที่ทำให้ชนรุ่นหลังได้เกิดความคิดต่อยอดกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่สร้างประโยชน์ในแนวทางเดียวกันมากมาย โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร เป็นโรงเรียนประจำอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษา ปัจจุบัน จัดอยู่ในประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนแห่งนี้มีเยาวชนนักประดิษฐ์ ที่ได้น้อมนำแนวคิดของพระองค์ท่านเพื่อคิดค้นกังหันพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้บำบัดน้ำเสียในบ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็ก คุณศุภกิจ งอกศรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็น 1 ใน 3 คน ของกลุ่มที่คิดอุปกรณ์ชิ้นนี้ เปิดเผยว่า มีแนวคิดต้นแบบจากกังหันชัยพัฒนาของในหลวง แล้วนำมาดัดแปลง เนื่องจากคิดว่าควรจะลองทำกังหันที่มีขนาดเล็กและเบา สะดวกในการเคลื่อนย้าย เหมาะสำหรับชาวบ้านที่มีเนื้อที่บ่อน้ำขนาดไม่ใหญ่ สำหรับจุดเด่นของกังหันน้ำที่เด็กนักเรียนกลุ่มนี้คิดค้นคือ ต้องการให้ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ฉะนั้น จึงต้องมีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่มีกำลังไฟฟ้า ขนาด 40 วัตต์ หรือ 21.5 โวลล์ - [ชามะเขือพวง สมุนไพรต้านเบาหวาน](https://www.monmai.com/ชามะเขือพวง/) - มะเขือพวงเป็นพืชโบราณของไทย มีคุณสมบัติในการดูดซับความมันจากอาหารสูงคนโบราณจึงเอามะเขือพวงมาประกอบอาหารกับแกงกะทิ ที่มีเนื้อสัตว์มันๆ ร่วมด้วย มะเขือพวงจะดูดซับไขมันไว้ และมีความสามารถในการลดคอเลสเตอรอลอีกด้วยไม่เพียงเท่านั้น มะเขือพวงยังมีความสามารถชะลอการดูดซึมของแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วไม่ให้สูงเกินไปซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคเบาหวานอีกด้วย มะเขือพวง เป็นสมุนไพรที่มีเส้นใยมากที่สุดเมื่อเทียบกับผักพื้นบ้านของไทยเกือบทั้งหมดจนได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งผักในเรื่องสารเส้นใย นำไปสู่การคิดค้นเครื่องดื่มนวัตกรรมใหม่จากสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยสารอาหารและยาที่ร่างกายสามารถขับออกได้หมด ไม่มีสารตกค้าง และมากคุณค่า ทางวิทยาลัยการอาชีพตระการพืชผลจึงได้จัดทำโครงการวิจัยแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากชามะเขือพวง เพื่อนำพืชผักในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าและสามารถจัดจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้ผู้ผลิต และนำภูมิปัญญาสมุนไพรมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีวิธีการ คือ นำมะเขือพวง ใบเตยมะรุม มาเป็นส่วนผสมที่จะนำไปสู่การทำเครื่องดื่มชงร้อนที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อร่างกาย จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า มะเขือพวง เป็นพืชที่ช่วยเสริมสุขภาพ โดยมีสรรพคุณตามตำรา แพทย์แผนไทย คือช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่ายบำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยให้โลหิต หมุนเวียนดี แก้ฟกซ้ำไอเป็นเลือด ฝีบวม ซึ่งเพกตินในมะเขือพวง เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ มะเขือพวง มีคุณสมบัติลดน้ำตาลในกระแสเลือดลดคลอเรสเตอรอล ลดความดันโลหิต และช่วยความสมดุลของระบบขับถ่าย ยับยั้งการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ อันเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็ง ลดระดับคลอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด การดื่มชามะเขือพวงเนื่องจากช่วยควบคุมไขมันได้แล้วยังคุมน้ำตาลได้อีกด้วย ดังนั้น สามารถดื่มคู่กับเค้ก หรือของหวานได้ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ติดน้ำตาล ติดขนม และไม่สามารถอดใจได้ นอกจากนี้ มะเขือพวง 100 - [อะมิโนโปรตีนสำหรับพืช](https://www.monmai.com/อะมิโนโปรตีนสำหรับพืช/) - พืชทุกชนิดนั้นนอกจากจะต้องการ ดิน, แสงแดด, ฝน, และอากาศ แล้วยังต้องการโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โปรตีนถูกสร้างขึ้นจากกรดอะมิโนหลายๆตัวประกอบเข้าด้วยกัน กรดอะมิโนเป็นองค์ประกอบของโปรตีนที่มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ในกระบวนการสร้างโปรตีนของพืช พืชจะได้รับธาตุอาหารจาก น้ำ อากาศ ดิน และปุ๋ย พืชต้องใช้ระยะเวลานานและสูญเสียพลังงานในการนำธาตุอาหารนั้น ๆ มาสร้างเป็นกรดอะมิโน เพื่อนำมาสร้างโปรตีนอีกขั้นตอนหนึ่ง ดังนั้นการให้กรดอะมิโนโดยตรงกับพืชจะช่วยลดขั้นตอนการสร้างโปรตีน และลดพลังงานของพืช ทำให้พืชเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงให้พืชทุกชนิด พืชจะสร้างกรดอะมิโนที่จำเป็นขึ้นมาจากองค์ประกอบพื้นฐานซึ่งคือ คาร์บอน, ออกซิเจน, ไฮโดรเจน, และไนโตรเจน เริ่มแรกนั้นพืชจะนำ คาร์บอนและออกซิเจนที่ได้จากอากาศ มาผสมกับไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำในดิน สิ่งที่ได้เรียกว่า Carbon Hydrate กระบวนการนี้เรียกว่าการสังเคราะห์ด้วยแสง จากนั้น Carbon Hydrate ที่ว่านี้จะถูกนำไปผสมกับไนโตรเจนที่พืชดูดซึมมาจากดิน สิ่งที่ได้ก็คือกรดอะมิโนชนิด L การเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ จะต้องมีองค์ประกอบของอินทรียสารที่เรียกว่าโปรตีน (Proteins) ในสารโปรตีนนี้ ประกอบด้วย โมเลกุลของสารย่อยต่างๆ มาต่อเรียงกันเป็บลูกโซ่ และสารย่อยๆ เหล่านั้น เรียกว่า อะมิโน แอซิด - [หญ้าหวาน พืชให้ความหวานโดยธรรมชาติ](https://www.monmai.com/หญ้าหวาน/) - หญ้าหวานเป็นพืชที่ให้ความหวานโดยธรรมชาติ ใบหญ้าหวานสด สกัดด้วยน้ำได้สารหวานแห้งประมาณร้อยละหนึ่ง ซึ่งสารหวานนี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 150 - 300 เท่า และทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส จึงไม่สลายตัวหรือเปลี่ยนสภาพจากความร้อนในการปรุงอาหาร สารให้ความหวานจากหญ้าหวานเป็นสารสกัดที่มาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง เป็นความหวานที่ปราศจากแคลอรี่ และไม่มีผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลในร่างกาย เพราะเมื่อรับประทาน ร่างกายสามารถขับออกมาได้ทันทีไม่มีการสะสม จึงเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้ที่เป็นเบาหวาน ที่ยังต้องการรสหวานในอาหารและเครื่องดื่ม รูปแบบของหญ้าหวานที่คนนิยมรับประทานกันมี 2 แบบคือ นำใบหญ้าหวานมาผสมกับสมุนไพรอื่นๆ เพื่อเติมรสหวานเป็นชาสมุนไพร ยาชงสมุนไพรต่างๆ หรืออาจใช้ในรูปของสารสกัดจากหญ้าหวานเป็นผงสำเร็จรูปบรรจุซองสำหรับเติมลงในชา กาแฟ หรืออาหารต่างๆ หญ้าหวาน หรือ Stevia เป็นพืชพื้นเมืองของบราซิลและปารากวัย มีการค้นพบ โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกาใต้ เมื่อปี ค.ศ.1887 โดยมีชาวพื้นเมืองปารากวัย ใช้สารหวานนี้ผสมกับชากินมากว่า 1,500 ปี ต่อมาญี่ปุ่นนำมาใช้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ปี ค.ศ.1982 ในประเทศไทยเพิ่งมีการนำมาปลูกเมื่อปี พ.ศ.2518 เขตที่ปลูกกันมากได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา แต่ปลูกได้ผลดีที่สุดที่น่าน ภาคเหนือเป็นพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม เนื่องจากหญ้าหวานชอบอากาศค่อนข้างเย็น - [ใบจามจุรี(ก้ามปู) มีค่ามาก](https://www.monmai.com/ใบจามจุรี/) - ซากพืชอย่างใบไม้เป็นอินทรียวัตถุอีกชนิดที่มีคุณประโยชน์อันมหาศาลต่อ ดินอย่างมาก ถ้าลองคิดง่ายๆ ว่าในป่าตามธรรมชาติไม่เห็นต้องใส่ปุ๋ยหรือดูแลอย่างใดเลย แล้วทำไมต้นไม้ทุกชนิดจึงเจริญเติบโตงอกงามอย่างดี คำตอบที่เฉลยมีนิดเดียว เพราะใบไม้ เศษไม้ที่ร่วงหล่นทับถมกัน เกิดการย่อยสลายอินทรียวัตถุทางชีวเคมีจนเป็นประโยชน์ต่อพืช ถึงแม้ ใบไม้ทุกชนิดจะมีประโยชน์ แต่ใบของต้นจามจุรีกลับมีคุณค่ามากกว่า ทั้งนี้เพราะต้นจามจุรี หรืออีกชื่อที่คุ้นเคยกันคือ ต้นก้ามปู หรือต้นฉำฉา เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ มีกิ่งก้านสาขามาก โตเร็ว เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์เดียวกับพืชตระกูลถั่ว เป็นพืชที่ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับแบคทีเรียที่ตรึงธาตุไนโตรเจนได้ ฉะนั้น ใบก้ามปู จึงมีธาตุไนโตรเจนมากถึง 2 เปอร์เซ็นต์ และสูงกว่าใบไม้ชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่พืชตระกูลถั่ว แล้วยังเป็นไม้อเนกประสงค์ที่สามารถนำส่วนต่างๆ ของต้นมาใช้ประโยชน์ได้ในหลายกิจกรรม นอกจากนิยมปลูกเพื่อใช้เลี้ยงตัวครั่งเท่านั้น จามจุรีหรือก้ามปู เป็นพืชตระกูลถั่ว จามจุรีต้นหนึ่งๆ แผ่กิ่งก้านนับสิบเมตร เป็นพืชทิ้งใบ ใบขนาดเล็ก ใบที่ร่วงน้ำหนักเบามาก ช่วงนี้ใบร่วงหล่นลงพื้นตลอดเวลา เพื่อให้เกิดประโยชน์ นำมันมาทำปุ๋ยแบบง่ายๆ แบบที่ 1 เมื่อใบร่วงลงพื้น ลมจะพัดไปกองไว้ตามแนวทิศทางลมเป็นหย่อมๆ นำถุงขยะสีดำ ไปวางพื้นคุ้ยใบจามจุรีใส่ถุงจนเต็ม โดยใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที ได้ถุงใหญ่ จากนั้นก็นำไปหมักรวมในถังใหญ่ๆ หรือขอบบ่อน้ำ รดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ - [ยาดมสมุนไพร ยาสมุนไพรประจำบ้าน](https://www.monmai.com/ยาดมสมุนไพร/) - ยาดมสมุนไพร เป็นยาที่จัดอยู่ในประเภทเป็นยาสมุนไพรประจำบ้าน ใช้สูดดม ยาดม ใช้สูดดม บรรเทาอาการวิงเวียน หน้ามืด ตาลาย เป็นหวัด คัดจมูกซึ่งมีวิธีทำที่ง่ายหาสมุนไพรได้สะดวก สามารถทำเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้ วัสดุ อุปกรณ์ การบูรเกล็ด 1 ขีด การบูรมีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆ สีขาว มีสรรพคุณ ขับลม แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้ปวดท้อง ขับเหงื่อ ทาแก้เคล็ดบวม ขัดยอก แพลง แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย และโรคผิวหนังเรื้อรัง เมนทอล 3 ขีด เมนทอลมีลักษณะเป็นผลึกสีขาว กลิ่นหอมเย็นมีสรรพคุณใช้เป็นยาภายนอกเกี่ยวกับการลดอาการปวดเมื่อย ฆ่าเชื้อ และใช้เป็นยาขับลม ที่ให้ความเย็นซาบซ่า พิมเสน 1 ขีด พิมเสนมีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆ สีขาวขุ่น สรรพคุณของพิมเสน มีกลิ่นหอมเย็น ใช้สูตรดมแก้ลมวิงเวียน ทาภายนอกแก้เคล็ดขัดยอก กานพลู 1 ขีด กานพลู มีกลิ่นหอมจัด มีน้ำมันหอมระเหยมาก มีสรรพคุณ ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ - [สาลี่ สุดยอดแห่งผลไม้ของจีน](https://www.monmai.com/สาลี่/) - สาลี่เป็นพืชเมืองหนาว ถิ่นกำเนิดในภาคตะวันตกของจีน ลักษณะเป็นไม้ยืนต้น ต้นชะลูด ทรงพีระมิด ดอกสีขาวออกเป็นช่อ ผลมีหลายสี ตั้งแต่เหลือง แดงอมส้ม น้ำตาล เขียว เนื้อกรอบ ฉ่ำน้ำ บางพันธุ์เนื้อเป็นทราย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย กลิ่นหอม เมล็ดขนาดเล็ก แบนรี สีดำหรือสีน้ำตาลเกือบดำ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pyrus pyrifolia วงศ์ Rosaceae ชื่ออื่น สาลี่ Asian pear หรือสาลี่จีน (อังกฤษ: Chinese pear; ชื่อวิทยาศาสตร์: Pyrus pyrifloraL.) มีชื่ออื่นๆอีกหลายชื่อ เช่น nashi pearในญี่ปุ่นเรียก nashi ภาษาเกาหลีเรียก shingo ลักษณะทั่วไป สาลี่ เป็นไม้ยืนต้นที่มีชนิดส่วนมากเป็นพืชแบบพลัดใบ มีลักษณะลำต้นสูงชลูด รูปทรงพุ่มคล้ายต้นสนหรือเป็นรูปปิรามิด ลำต้นอาจสูงได้มากกว่า 15 เมตร ใบสาลี่มีหลายแบบ ทั้งมีรูปร่างทรงกลม รูปไข่ และรูปใบโพธิ์ - [สุมิตร ศรีวิสุทธิ์ วนเกษตร-เกษตรผสมผสานฟื้นฟูดิน](https://www.monmai.com/สุมิตร-ศรีวิสุทธิ์/) - สวนยางพารากว่า 90 ไร่ อายุเกือบ 10 ปีแห่งนี้ เป็นของสุมิตร ศรีวิสุทธิ เกษตรกรชาว อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช ผู้ซึ่งหันมาปลูกพืชแบบวนเกษตรหรือปลูกพืชแบบผสมผสาน โดยการปลูกไม้เศรษฐกิจทั้งไม้โตเร็วและไม้โตช้า ได้แก่ ต้นจำปาทอง ต้นสักทอง ต้นสะเดาเทียม และต้นตะเคียนทอง ผสมผสานกับการปลูกต้นยางพารา เพื่อแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของดิน และลดการชะล้างของหน้าดินในช่วงฤดูฝน หลังจากเคยปลูกต้นยางพาราเพียงแค่อย่างเดียว จนต้นยางล้มตายเป็นจำนวนมากจากปัญหาดินเสื่อมโทรม เล่าเรื่องดินให้ฟังหน่อยค่ะว่ามันเปลี่ยนไปยังไง ดินจากการสังเกต มีความชื้นในดินเยอะ และมีมูลไส้เดือนเยอะ มีเต็มไปหมด จากเมื่อก่อนไม่ได้ชื้นแบบนี้ใช่ไหมคะ ไม่ได้ชื้นแบบนี้ หน้าดินจะแห้ง ถ้าฝนตกน้ำก็ชะล้างหน้าดินไปหมด แต่เราปลูกไม้ร่วมยาง แล้วก็ระหว่างแถวยางนี้เราปล่อยให้มีหญ้าอยู่ด้วย การป้องกันหน้าดินในการชะล้าง ผมว่าป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย พอฝนตกน้ำก็ซึมลงข้างล่าง ทำให้ยางต้นก็โตสมบูรณ์ขึ้น เพราะว่าถ้ามันแห้งแล้งมาก ต้นยางก็จะแห้งแล้งไปด้วยเพราะว่ามันขาดน้ำ นี่คือธรรมชาติของมัน สุมิตร ศรีวิสุทธิ เกษตรกร จ.นครศรีธรรมราช กล่าว นอกจากการปลูกพืชแบบผสมผสานในที่ดินแปลงเดียวกัน จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องดินของสวนแห่งนี้แล้ว สุมิตรยังมองว่า การปลูกพืชแบบนี้ช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้เขาอย่างมาก เพราะใช้วิธีให้ธรรมชาติดูแลกันเองแทนการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง รวมไปถึงสามารถกรีดยางได้จำนวนวันเพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึงประมาณ 40 วัน และต้นไม้เศรษฐกิจที่ปลูกร่วมกับต้นยางเหล่านี้ - [หญ้าหนวดฤาษี](https://www.monmai.com/หญ้าหนวดฤาษี/) - หญ้าหนวดฤาษีเป็นพืชอายุค้างปี ต้นสูง 70 100 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 1.2 1.6 มิลลิเมตร ข้อมีปุยขนสีขาว ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร เป็นวงรอบ รูปร่างใบเรียวไปที่ปลายใบ ใบกว้าง 0.4 0.5 เซนติเมตร ยาว 19.2 25.4 เซนติเมตร หน้าใบมีขนแข็งสั้นๆ กระจายปานกลาง หลังใบมีขนน้อยกว่า กาบใบยาว 4.5 5.5 เซนติเมตร หญ้าหนวดฤาษีมีใบดกติดดอกและเมล็ดได้ดี สัตว์ชอบกิน (ชาญชัย, 2527) ช่อดอกแบบ spike เมล็ดมีหางยาว 2.0 2.3 เซนติเมตร เมื่อสุกแก่หางเป็นสีน้ำตาลดำ ข้อของเมล็ดที่ติดกับก้านดอกมีปลายแข็งแหลมเป็นหนาม ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ พบตามพื้นที่รกร้างและบริเวณริมถนน ชื่อวิทยาศาสตร์ Heteropogon contortus (L.) P.Beauv. ex Roem. et Schalt. ชื่อวงศ์ POACEAE - [วิธีการบ่มผลไม้](https://www.monmai.com/วิธีการบ่มผลไม้/) - การสุกของผลไม้เกิดจากสารเคมีตัวหนึ่งที่พืชสร้างขึ้นเองคือ เอทิลีน ซึ่งเป็นแก๊สและมีผลทำให้ผลไม้มีการหายใจมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ภายในผลไม้ เช่น เปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล สีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือแดง แล้วแต่กรณี ปริมาณกรดลดลง ถ้าต้องการให้ผลไม้สุกเร็วขึ้นและสุกสม่ำเสมอพร้อมกันก็สามารถเร่งการสุกได้โดยการบ่ม ในการบ่มผลไม้นั้นสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งจะใช้หลักการคล้ายๆกัน นั่นก็คือนำผลไม้ไปรวมกันในสถานที่หรือภาชนะปิดมีการถ่ายเทอากาศเกิดขึ้นได้น้อย เช่น ห่อด้วยกระดาษ หรือคลุมด้วยผ้าหนาๆ หรือ กระสอบ ทำให้เอทิลีนที่ผลไม้สร้างขึ้นเองตามธรรมชาติจะสะสมมากขึ้นจนกระตุ้นให้ผลไม้ทั้งกองสุกได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ การจุดธูปในสถานที่บ่มก็เป็นการเพิ่มเอทิลีนให้กับผลไม้ เพราะในการเผาไหม้จะมีเอทิลีนออกมาด้วย วิธีการบ่มมะม่วงตามภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น การนำมะม่วงไปซุกไว้ในโอ่งข้าวสาร จะสุกเร็วกว่าปกติ หรือใช้ใบพริกหรือใบขี้เหล็กมาคลุมกองผลมะม่วงจะทำให้สุกเร็วขึ้นและสม่ำเสมอมากขึ้น ความจริงแล้วอธิบายได้ง่ายๆ คือ ใบขี้เหล็กก็ตาม หรือใบพริก เมื่อเก็บมาจากต้นก็ยังไม่ตายและยังหายใจได้ รวมทั้งสามารถสร้างแก๊สเอทิลีนได้ ซึ่งเอทิลีนที่ได้จากใบไม้เหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้ผลมะม่วงสร้างเอทิลีนขึ้นมาภายในผลได้เร็วขึ้น เอทิลีนที่สร้างขึ้นมานี้ ผนวกกับเอทิลีนที่ใบขี้เหล็กหรือใบพริกสร้างขึ้นก็จะไปกระตุ้นให้มะม่วงหายใจมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล หรือเรียกได้ว่าเริ่มกระบวนการสุก ส่วนการที่เอาผลมะม่วงไปกลบไว้ในกองข้าวสารก็เป็นการห่อหุ้มไว้ไม่ให้แก๊สเอทิลีนที่ผลมะม่วงสร้างขึ้นมาระเหยหายไปในอากาศหมด การสุกจึงเกิดได้เร็วขึ้น ปัจจุบันเราไม่ค่อยได้ใช้วิธีการเหล่านั้นแล้ว แต่ใช้การห่อผลมะม่วงแต่ละผล หรือคลุมด้วยผ้าหรือกระสอบ ทั้งหมดนี้เป็นการป้องกันไม่ให้เอทิลีนที่ผลไม้สร้างขึ้นมาระเหยไปในอากาศหมด จะเห็นได้ว่า ในการสุกตามธรรมชาติหรือการบ่มด้วยวิธีการดั้งเดิมก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับเอทิลีนด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่เห็นมีใครบ่นว่าการบ่มแบบนั้นทำให้รสชาติผลไม้ไม่ดี เพราะว่าส่วนใหญ่ผลไม้ที่เก็บมาบ่มนั้นก็ล้วนแล้วแต่แก่จัดเหมาะสมทั้งนั้น บ่มกล้วยด้วยวิธีธรรมชาติ เริ่มจากเรียงใบจามจุรีสดพร้อมก้านลงในโอ่งดินเผาแล้วเรียงกล้วยดิบที่แก่จัดคว่ำทับกันลงไปจนเต็มโอ่ง ก่อนปกทับด้วยใบจามจุรีด้านบนอีกหน แล้วนำผ้าคลุมทับใบจามจุรีก่อนจะใช้กระสอบป่านคลุมปากโอ่ง ใช้เชือกมัดให้แน่น - [เกษตรกรรมยั่งยืน วิถีแห่งความยั่งยืน](https://www.monmai.com/เกษตรกรรมยั่งยืน/) - เกษตรกรรมยั่งยืน เป็นวิถีเกษตรกรรมที่ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและดำรงรักษาไว้ซึ่งความสมดุลของระบบนิเวศ สามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพและพอเพียงตามความจำเป็นพื้นฐาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกร และผู้บริโภค พึ่งพาตนเองได้ในทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเอื้ออำนวยให้เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นสามารถพัฒนาได้อย่างเป็นอิสระ ทั้งนี้เพื่อความผาสุกและความอยู่รอดของมวลมนุษย์ชาติโดยรวม ในประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงของระบบเกษตรกรรมตามยุคสมัย การเปลี่ยนผ่าน ของระบบเกษตรกรรม ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอาจแบ่งได้เป็น 3 ยุค คือ ยุคระบบเกษตรกรรมแบบยังชีพ (Subsistence Agriculture) ในช่วงแผนฯ 1 ถึงต้นแผนฯ 3 (พ.ศ. 2504 พ.ศ. 2516) โดยมีเป้าหมายการผลิตเพื่อเลี้ยงชีพโดยใช้ต้นทุนต่ำ ปัจจัยที่ส่งผลต่อ การเปลี่ยนแปลง เกิดจากการเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยุคระบบเกษตรกรรมเชิงพาณิชย์ (Commercial Agriculture) ในช่วงปลายแผนฯ 3 ถึง ปลายแผนฯ 6 (พ.ศ. 2517 พ.ศ. 2533) โดยมีเป้าหมายการผลิตเพื่อขายโดยใช้ปัจจัยการผลิตเต็มที่เพื่อให้ได้ ผลตอบแทนสูงสุดต่อหน่วยพื้นที่ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง เกิดจากการปฏิวัติเขียวและการ พัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร ยุคระบบเกษตรกรรมเชิงทวิลักษณ์ (Dualistic Agriculture) ซึ่งหมายถึงระบบเกษตรกรรมที่มีทั้งการเกษตรเชิงแข่งขันและการเกษตรแบบยั่งยืน ในช่วงต้นแผนฯ 7 ถึงแผนฯ - [มะขามแช่อิ่ม](https://www.monmai.com/มะขามแช่อิ่ม/) - มะขามแช่อิ่ม ฝักอวบๆ รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยวหวาน กำลังดี กรอบ อร่อย สูตรการทำมะขามแช่อิ่มแบบโบราณ ที่มีเทคนิคในการทำและหมัก ให้มีความเข้มข้นของรสชาติ มีความกรอบนุ่ม และ มีสีที่น่ารับประทาน วัสดุ-อุปกรณ์ มะขามดิบปอกเปลือก 10 กิโลกรัม เกลือ 7 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 6 กิโลกรัม น้ำ 3 ลิตร วิธีการทำ นำมะขามที่ได้มาทำการปอกเปลือก (ห้ามใช้น้ำร้อนลอกแล้วปอก เพราะจำทำให้มะขามนิ่มไม่อร่อย) เมื่อได้มะขามที่ปอกเปลือกเรียบร้อยแล้ว ก็ให้นำไปแช่น้ำเกลือ โดยใช้เกลือ 3 ช้อนโต๊ะ แช่ไว้ 1 คืน เมื่อแช่ไว้ครบ 1 คืนแล้ว แล้วเทน้ำออก เอามะขามมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย นำมะขามที่ได้ มาผ่า แล้วเอาเมล็ดออก นำน้ำ 3 ลิตร ผสมกับน้ำตาล 4 กิโลกรัม คนให้ละลาย ใส่มะขามลงไป หมักไว้ - [เอื้องหมายนา](https://www.monmai.com/เอื้องหมายนา/) - พืชล้มลุกมีเหง้าหรือลำต้นใต้ดินมีลักษณะเป็นหัว ลำต้นสีแดง อวบน้ำ ออกดอกที่ปลายยอด ช่อดอกสีแดง กลีบดอกสีขาวแกมสีชมพูหรือเหลือง อับเรณูสีเหลือง ออกดอกช่วงเดือน สิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน เอื้องหมายนา (ทั่วไป) ; ชู้ไลบ้อง, ชูเลโบ (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน ; เอื้องช้าง (นครศรีธรรมราช) ; เอื้องต้น (ยะลา) ; เอื้องเพ็ดม้า (ภาคกลาง) ; เอื้องใหญ่, บันไดสวรรค์ (ภาคใต้) ; crape ginger, malay ginger, spiral flag. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน สูง 1-3 เมตร มักขึ้นเป็นกอ ลำต้นกลมฉ่ำน้ำ สีแดง รากเป็นหัวโตยาว ที่โคนแข็งเหมือนไม้ ไม่แตกกิ่งก้านสาขา ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับรอบลำต้น แผ่นใบรูปรีแกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 เซนติเมตร ยาว - [โคก หนอง นา โมเดล](https://www.monmai.com/โคก-หนอง-นา-โมเดล/) - หากเราเชื่อมั่นว่า โมเดลที่เหมาะสำหรับต้นน้ำ คือ การปลูกป่า สร้างฝายชุ่มชื้น ทำป่าเปียก ปลูกแฝก โมเดลที่เหมาะกับพื้นที่ราบลุ่มต่ำลงมาก็คือ โมเดลวิถีบ้าน บ้าน โคก หนอง นา เพราะด้วยการอยู่กับที่ราบลุ่มที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก ด้วยวิถีชีวิตที่มีโคก มีนา มีหนองนั้น ทำให้บรรพบุรุษของเราอยู่รอดได้มาจนถึงวันนี้ เพราะเมื่อย่างเข้าฤดูน้ำหลากบนโคกก็จะเป็นที่สำหรับทำกิน มีต้นไม้ที่ปลูกไว้ เป็นที่หลบน้ำของสัตว์ คน และเป็นที่เก็บอาหารด้วยยุ้งฉางของคนในสมัยก่อน เรียนรู้แนวทางการสร้าง "โคก หนอง นา โมเดล" ซึ่งเป็นแนวทางทำเกษตรอินทรีย์และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน และยังเป็นวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเขื่อน โมเดล โคก-หนอง-นา จึงเป็นโมเดลที่เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ใช้เป็นต้นแบบตั้งต้นโครงการฟื้นฟูชุมชนในที่ราบลุ่มภาคกลาง ส่วนตอนบนที่เป็นเขาก็จะรณรงค์การทำฝายเพื่อจะเก็บซับน้ำไว้บนเขาให้ได้มากที่สุด จากสองโมเดลนี้ลองคิดง่ายๆ จากปริมาณน้ำที่หลากมาในปีนี้ 25,000 ล้าน ลบ.ม. หากน้ำที่โปรยลงเขาได้ถูกซับไปแล้วส่วนหนึ่ง โดยการทำฝายชะลอน้ำให้ซึมซับลงสู่ดินบ้านละ 10,000 ลบ.ม. หากทำทุกบ้าน ล้านครอบครัว น้ำก็จะถูกเก็บไว้บนเขาไปแล้ว 10,000 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่น้ำที่ไหลบ่าลงจากป่าเขาลงมาในพื้นราบก็รณรงค์ให้พี่น้อง ชาวไร่ ชาวนา ขุดแหล่งน้ำเอาที่ดินมาทำเป็นโคกตามโมเดล - [การอนุรักษ์ดินและน้ำโดยวิธีพืช](https://www.monmai.com/อนุรักษ์ดินและน้ำโดยวิ%e/) - การทำการเกษตรเป็นสาเหตุหลักของการกร่อนของดินและทำให้ดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ การหาแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรดินที่เหมาะสม เช่น การปลูกพืชคลุมดิน การหาแนวอื่นเพื่อช่วยลดการกร่อน (Erosion) การตรวจสอบ และปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดินอย่างสม่ำเสมอนั้นสามารถช่วยอนุรักษ์ดินได้ การอนุรักษ์ดินและน้ำโดยวิธีพืช แบ่งได้ดังนี้ คือ 1. การปลูกพืชคลุมดิน (cover cropping) คือ การปลูกพืชที่มีใบหนาหรือมีระบบรากแน่นสำหรับคลุมและยึดดิน เช่น พืชตระกูลถั่วหรือตระกูลหญ้า 1) วัตถุประสงค์ของการปลูกพืชคลุมดิน คือ (ก) ทำให้ดินมีสิ่งรองรับแรงปะทะจากเม็ดฝน (ข) ดูดธาตุอาหาร ซึ่งอาจสูญเสียไปโดยการชะละลาย โดยน้ำภายใต้ดิน (ค) เป็นปุ๋ยพืชสดเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารพืชให้แก่ดิน (ง) ทำให้สมบัติทางกายภาพของดินดีขึ้น คือ ดินจะอุ้มน้ำและระบายน้ำได้ดี 2) หลักการคัดเลือกชนิดของพืชคลุมดินเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ ( ก) ควรเป็นพืชแรมปี (perennial) เพราะถ้ามีอายุเพียง 1 หรือ 2 ปี แล้วจะเป็นการลำบากที่จะต้องปลูกกันบ่อยครั้ง ( ข) ควรเป็นพืชที่เป็นเถาเลื้อย (creeping) เพื่อว่าจะได้เลื้อยคลุมที่ว่างเปล่า และควรเป็นพืชตระกูลถั่ว เพื่อจะได้ตรึง แก๊สไนโตรเจนในอากาศให้แก่ดิน นอกจากนี้ควรเป็นพืชอาหารสัตว์ได้ด้วย - [เอ็น 70 (N70)](https://www.monmai.com/n70/) - N70 มาจาก Texapon N70 มีชื่อทางเคมีว่า Sodium Laurylether Sulfate (โชเดียมลอริวอีเทอร์ซัลเฟตN70)มีชื่อย่อๆว่าSLES เป็นสารประเภท สารลดแรงตึงผิวประจุลบ มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดได้ดีทำให้เกิดฟองได้เร็ว มีหน้าที่เป็นสารทำความสะอาดต่างๆ N70 คือหัวเชื้อหลักในการทำแชมพู ประสิทธิภาพการชะล้างไขมันระดับกลาง ประจุลบ เอาไปใช้ทำน้ำยาล้างจานก้อได้แต่จานที่ล้างไม่ควรใส่อะรายที่มันมากๆ เพราะบอกแล้วว่าชะล้างไขมันได้ปานกลาง จึงเหมาะเอามาสระผม เพราะถ้าสามารถชะล้างไขมันได้ดีมาก สระหัวจะทำให้เส้นผมและหนังศีรษะแห้งรังแค เน้นว่าเหมาะใช้ทำแชมพู และอาจเติมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นเพื่อเพิ่มฟอง เพราะฟองเยอะมาก N70 หรือ Sodium Lauryl Ether Sulfate (SLES) หรือ Sodium Laureth Sulfate เป็นสารลดแรงตึงผิวประจุลบ มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดได้ดีทำให้เกิดฟองได้เร็ว Sodium Lauryl Ether Sulfate(SLES) ถ้าเรียกตาม INCI Name คือ Sodium laureth sulfate ซึ่งเป็นสารคนละตัวกับ Sodium Lauryl Sulfate (SLS) (surfactant) - [หญ้าสอนกระจับ หญ้าบุ้ง](https://www.monmai.com/หญ้าบุ้ง/) - หญ้าอายุฤดูเดียวหรือหลายฤดู แตกกอ ใบรูปแถบ ลิ้นใบเป็นเยื่อปลายเป็นขน ช่อดอกแบบช่อแยกแขนงคล้ายช่อเชิงลด ทรงกระบอก ช่อแขนงสั้น แต่ละแขนงมีวงใบประดับเป็นหนามรูปตะขอ โคนเชื่อมติดกันคล้ายรูปถ้วยและหุ้มกลุ่มช่อดอกย่อย ส่วนปลายแยกเป็นแฉก เนื้อหนา แข็ง แต่ละกลุ่มมีช่อดอกย่อย 1-8 ช่อ ช่อดอกย่อยมีดอกย่อย 2 ดอก กาบช่อย่อยยาวไม่เท่ากัน ดอกล่างเพศผู้หรือไม่มีเพศ ดอกบนสมบูรณ์เพศ กาบล่างและกาบบนเนื้อหนา สกุลหญ้าขี้ครอกมีสมาชิก 22-30 ชนิด ในไทยพบ 3 ชนิดได้แก่ หญ้าขี้ครอก Cenchrus brownii Roem. & Schult. หญ้าสอนกระจับ Cenchrus echinatus L. และ Cenchrus ciliaris L. ซึ่งเพิ่งมีการนำเข้ามาปลูกเป็นพืชอาหารสัตว์ วงศ์ GRAMINEAE Cenchrus echinatus Linn. ชื่อสามัญ หญ้าสอนกระจับ (ประจวบคีรีขันธ์)., หญ้าขี้ครอก(กรุงเทพฯ)., หญ้าบุ้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หญ้าสอนกระจับเป็นพืชอายุฤดูเดียว(annual) - [หมอดินอาสา](https://www.monmai.com/หมอดินอาสา/) - หมอดินอาสา คือ เกษตรกรที่เป็นตัวแทนของกรมพัฒนาที่ดิน ในพื้นที่ ซึ่ง ได้จัดตั้งเป็นเครือข่ายปฏิบัติงานในระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ซึ่งเรียกว่า หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน หมอดินอาสาประจำตำบล หมอดินอาสาประจำอำเภอ และหมอดินอาสาประจำจังหวัด อาสาเข้ามาช่วยกรมพัฒนาที่ดิน ดูแลรักษาทรัพยากร โดยปฏิบัติงานด้านการพัฒนาที่ดิน และเผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาทที่ดินในชุมชนเคียงคู่ไป กับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดิน หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน หมอดินอาสา คือ เกษตรกรที่เป็นตัวแทนของกรมพัฒนาที่ดิน ในพื้นที่ ซึ่งได้จัดตั้งเป็นเครือข่ายปฏิบัติงานในระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ เรียกว่า หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน หมอดินอาสาประจำตำบล หมอดินอาสาประจำอำเภอ และหมอดินอาสาประจำจังหวัดอาสาเข้ามาช่วยกรมพัฒนา ที่ดิน ดูแลรักษาทรัพยากรของท้องถิ่น โดยปฏิบัติงานด้านการพัฒนาที่ดิน และเผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินในชุมชนเคียงคู่ไปกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดิน บทบาทของหมอดินอาสาประจำหมู่บ้านในด้านการเผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน คือ เป็นผู้ทำการเกษตรถูกต้องตามหลักวิชาการพัฒนาที่ดิน เป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรข้างเคียง และสามารถให้คำแนะนำ เผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน ให้แก่เพื่อนบ้าน ในหมู่บ้าน เป็นผู้ช่วยหรือผู้นำในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร เป็นอาสาสมัครเกษตรที่จะคอยช่วยเหลือเมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหรือโครงการเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในพื้นที่ บทบาทของหมอดินอาสาประจำหมู่บ้านในด้านการเผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน คือ เป็นผู้ทำการเกษตรถูกต้องตามหลักวิชาการพัฒนาที่ดิน เป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรข้างเคียง และสามารถให้คำแนะนำ เผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน ให้แก่เพื่อนบ้านในหมู่บ้าน เป็นผู้ช่วยหรือผู้นำในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร เป็นอาสาสมัครเกษตรที่จะคอยช่วยเหลือเมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ต แนวทางการใช้ชีวิตแบบพอดีอย่างเป็นรูปธรรม](https://www.monmai.com/ศูนย์กสิกรรมฯภูเก็ต/) - แม้ว่าภูเก็ตจะถูกจดจำในฐานะแผ่นดินทองสำหรับการท่องเที่ยว และห่างไกลจากคำว่ากสิกรรมมากเพียงใด แต่สำหรับพื้นที่จำนวน 38 ไร่ ที่หมู่ 2 ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต กลับกลายเป็นสถานที่ล้ำค่าซึ่งอุทิศตนเพื่อถ่ายทอดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมอบภูมิปัญญาไทยกับการพึ่งตนเองแก่ประชาชน ที่แห่งนี้ก็คือ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ต ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ตศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ตศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ตเมื่อเดินทางมาถึงวัดเทพนิมิตร บริเวณใกล้เคียงกับที่ทำการเทศบาลตำบลวิชิต จะพบทางเข้าและป้ายบอกทางของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ต อยู่ฝั่งตรงกันข้าม เมื่อขับรถเข้าไปด้วยระยะทางประมาณ 500 เมตร จะพบกับพื้นที่หนึ่งซึ่งทำให้ผมได้รับรู้ว่า คำกล่าวที่ว่าจังหวัดภูเก็ตไม่เหมาะกับการทำกสิกรรมนั้นดูจะเป็นการดูแคลน แผ่นดินเกิดของพวกเราเกินไป เพราะภาพที่ผมได้เห็นจากที่ดินบริเวณนี้ ไม่แตกต่างจากสถานที่ทำกสิกรรมเชิงเกษตรที่อื่นๆ ทั้งความเขียวขจีของพืชพรรณ ดินที่ดูสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก และอากาศอันบริสุทธิ์ หรือว่าคำตอบของสิ่งที่ผมได้พบเห็นอาจจะอยู่ที่ หลักการทำกสิกรรมธรรมชาติ ตามแนวพระราชดำริ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คุณสุเทพ เอนกธรรมพินิจ ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ต คุณสุเทพ เอนกธรรมพินิจ ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ต ชายวัยกลางคนสวมเสื้อม่อฮ้อม ท่าทางสุขุม ยิ้มทักทายต้อนรับผม พร้อมชักชวนให้ไปเดินสำรวจพื้นที่กสิกรรมพร้อมเล่าถึงความเป็นมาและแนวทางการดำเนินงานของศูนย์แห่งนี้ว่า ลองมองไปรอบๆ บริเวณแห่งนี้ว่าคือสิ่งใด หลายคนคงตอบทันพลันว่าที่นี่คือแปลงเกษตรที่ปลูกขึ้นเพื่อขายทำกิน คำตอบนี้ไม่ได้ผิดหรอกนะครับ เพียงแต่เป็นคุณประโยชน์แง่มุมหนึ่งเท่านั้น หากอยากได้คำตอบว่าที่แห่งนี้มีความหมายอย่างไร ก็ขอตอบว่า เป็นสถานที่ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดแนวทางการใช้ชีวิตอย่างพอดี ตามแนวทางพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แม้ว่าพื้นที่แห่งนี้จะไม่ได้มีอาณาเขตใหญ่โต - [ผักเสี้ยนฝรั่ง ไม้ดอกสวย](https://www.monmai.com/ผักเสี้ยนฝรั่ง/) - ดอกของเสี้ยนฝรั่งจะมีเกสรตัวผู้ที่ยาวมากทำให้ดูเกะกะเหมือนขาแมงมุมจึงได้ชื่อว่า Spider flower บางคนไม่ชอบดอกเสี้ยนฝรั่งเพราะมีกลิ่นฉุน มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะเวสต์อินดีสและทางตะวันออกเฉียงใต้ของ บราซิลและอาร์เจนตินา ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cleome spinosa วงศ์ : Capparaceae ชื่อสามัญ : Spider flower ชื่ออื่น ๆ : เสี้ยนฝรั่ง,คลีโอมี, ผักเสี้ยนฝรั่ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เสี้ยนฝรั่งมีลำต้นเป็นพุ่มสูงใหญ่ สูงประมาณ 4-5 ฟุต ใบมี 5 ใบย่อยลักษณะเป็นแฉกลึก มีหนามอยู่ด้านล่างของใบ ดอกเกาะกันเป็นช่อกลมอยู่ที่ปลายยอด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6-8 นิ้ว ที่เห็นทั่วไปคือ สีชมพู แต่มีสีขาวและสีม่วง ด้วย ดอกจะบานไล่จากข้างล่างขึ้นไป ดอกย่อยมี 4 กลีบ ดอกมีเกสรตัวเมียยาวและ เกสรตัวผู้เป็นเส้นยาวมากจำนวน 6 อัน พุ่งออกจากดอก พันธุ์สีชมพูนั้น ดอกที่เพิ่งบานมีสีชมพูเข้ม เมื่อบานแล้วสีจะซีดลงจนเป็นสีขาวแล้วรวงไป การขยายพันธุ์ การเพาะเมล็ด การปลูกและการดูแลรักษา เสี้ยนฝรั่งเติบโตได้ดีในที่กลางแจ้ง - [รถเกี่ยวข้าวมือถือ กระเช้าเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องตัดจานโรตารี่](https://www.monmai.com/รถเกี่ยวข้าวมือถือ/) - ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา เกษตรกรที่ทำนายังต้องอาศัยแรงงานในการหว่านและเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งในปัจจุบันค่าแรงในการเก็บเกี่ยวข้าวมีค่าแรงสูง ถึงวันละ 120 150 บาท และหาแรงงานในการเก็บเกี่ยวข้าวค่อนข้างยาก เกษตรกรจึงหันมาใช้เครื่องทุ่นแรงต่างๆ มากขึ้น เช่น รถเกี่ยวข้าว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวต่อไร่สูง 500 700 บาท (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการเก็บเกี่ยว) ทำให้เกษ๖รกรมีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ข้าวที่ได้จากรถเกี่ยวข้าว เมื่อนำไปขายจะได้ราคาต่ำกว่าการเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคน และใช้รถเกี่ยวข้าวถึงกิโลกรัมละ 2 บาท เนื่องจากข้าวที่ได้จากรถเกี่ยวข้าวจะมีดอกหญ้าและความชื้น เจือปนมากับเมล็ดข้าวด้วย ฟางข้าวที่ได้จากรถเกี่ยวข้าว ไม่สามารถนำไปให้วัวกินได้ และในบางพื้นที่รถเกี่ยวข้าวไม่สามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวได้ เครื่องเกี่ยวกับพื้นที่ในการเก็บเกี่ยว ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ข้าวที่ได้จากเครื่องเกี่ยวนวด เมื่อนำไปขายจะได้ราคาต่ำกว่าการเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคน และใช้เครื่องนวดข้าว ถึงกิโลกรัมละ 2 บาท เนื่องจากข้าวที่ได้จากเครื่องเกี่ยวนวดจะมีดอกหญ้าและความชื้น เจือปนมากับเมล็ดข้าวด้วย ฟางข้าวที่ได้จากเครื่องเกี่ยวนวด ไม่สามารถนำไปให้วัวกินได้ และในบางพื้นที่เครื่องเกี่ยวนวดไม่สามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวได้ ประสิทธิภาพของเครื่องเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องตัดหญ้าจานโรตารี่ 1 เครื่อง สามารถเกี่ยวข้าวในแปลงขนาด 100 ตารางวา ภายในเวลา 15 นาที ดังนั้นหากเกี่ยวข้าวในแปลงขนาด 1 ไร่จะใช้เวลาทั้งหมด 1 - [เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา](https://www.monmai.com/เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา/) - เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา คือ ปรัชญาการทำงานเพื่อสังคมที่รวมพลังเป็นหนึ่งระหว่างปัญญา (สมอง) จิตวิญญาณ (หัวใจ) และทักษะการบริหารจัดการเพื่อบรรลุศานติ สมานฉันท์ และความเจริญที่ยั่งยืน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นยุทธศาสตร์พระราชทานให้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้เป็นแนวทางในการยึดถือปฏิบัติในการด าเนินงาน ซึ่งพระอัจฉริยะภาพนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแสดงเป็นแบบอย่างให้แก่ เหล่าข้าราชการในใต้เบื้องพระยุคลบาท ได้ประจักษ์ถึงผลสัมฤทธิ์แห่งยุทธศาสตร์นี้มาเป็นเวลานานแล้ว เข้าใจ เข้าใจคือการเกิดปัญญารู้ความจริงทั้งหมด ทั้งในมิติภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สภาพสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ปัญหา ความต้องการต่างๆ ของชุมชน ซึ่งต้องอาศัยการแสวงหาความรู้ เช่น การวิจัย เข้าไปพูดคุย คลุกคลีกับคนในพื้นที่ เก็บรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้านจากคนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาจริงๆ ที่ผ่านมาดูเหมือนปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้จะยังอยู่ที่ระดับของการพยายามทำความเข้าใจปัญหาว่าเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ใครคือผู้อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังของปัญหาดังกล่าว ซึ่งยังไม่มีคำตอบให้สังคมเข้าใจตรงกันอย่างชัดเจน ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ที่สังคมในวงกว้างรับรู้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลการอธิบายตีความจาก "คนนอกพื้นที่" เช่น รัฐบาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ สื่อของรัฐ คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) นักวิชาการ สื่ออิสระ เสียเป็นส่วนใหญ่ - [เบญจมาศ ไม้ตัดดอก ไม้กระถางยอดนิยม](https://www.monmai.com/เบญจมาศ/) - เบญจมาศมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และ ญี่ปุ่น เนื่องจากดอกเบญจมาศมีรูปทรงสวย สีสรรสดใส ปลูกง่าย เลี้ยงง่าย ทั้งยังสามารถจะกำหนดเวลาบานของดอกไม้ได้อีกด้วย จึงเป็นที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศอเมริกา และ อังกฤษ ถึงกับมีการจัดตั้งสมาคมเบญจมาศขึ้นเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการปลูกเบญจมาศเพื่อการค้ากันทั่วโลก ทั้งในรูปของไม้ตัดดอก และไม้กระถาง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chrysanthemum morifolium วงศ์ : Compositae ชื่อสามัญ : Chrysanthemum ชื่ออื่น ๆ : เบญจมาศ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เบญจมาศมีดอกประกอบด้วยดอกเล็ก ๆ เป็นจำนวนมาก ดอกที่อยู่รอบนอกและมีการเจริญเติบโตดีกว่า มองเห็นกลีบดอกได้ชัดเจนกว่า เรียกว่า ดอกชั้นนอก ซึ่งเป็นดอกที่มีแต่เกสรตัวเมียไม่มีเกสรตัวผู้ ส่วนดอกที่อยู่วงในเข้าไปและมีการเจริญเติบโตช้า มองเห็นกลีบดอกไม่ชัดเจน เพราะมีกลีบดอกสั้น รวมกันเป็นกระจุกตรงกลางของดอก ซึ่งมีทั้งเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่รวมกัน เบญจมาศนั้น มี สีเหลืองสวยงามแต่ไม่มีกลิ่น ปลูกดอกเบญจมาศตัดขายทั้งหมด 5 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์โพลารีส ดอกสีขาว และ สีเหลือง ก้านตรง - [การกักเก็บน้ำใน โคก หนอง นา โมเดล ตัวอย่าง 10 ไร่](https://www.monmai.com/โคก-หนอง-นา-โมเดล-10-ไร่/) - หลุมขนมครก คือ การนำศาสตร์พระราชา ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น นำมาสู่การออกแบบพื้นที่ 1 พื้นที่ จำนวนกี่ไร่ก็ได้ ให้สามารถเก็บน้ำฝนในพื้นที่นั้นๆ ไว้ให้ได้ทั้ง 100% โดยต้องมีการคำนวณปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา น้ำสำหรับการบริโภค และปลูกข้าวซึ่งเป็นหลักการสำคัญของเกษตรทฤษฎีใหม่ นอกจากนั้นยังนำศาสตร์พระราชาด้านการจัดการ ดิน น้ำ ป่า มาใช้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศในภาพรวม ทั้งการกั้นฝายชะลอน้ำ ฝายชุ่มชื้น การบำบัดน้ำเสีย การปลูกแฝก และป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ส่วนภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นได้แก่ การนำดินที่ขุดจากหนองมาทำโคก การขุดหนองคดโค้งเพื่อเพิ่มพื้นที่รอบหนอง และเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของปลา การขุดคลองไส้ไก่เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ การยกหัวคันนาสูงเพื่อกักเก็บน้ำฝน การทำนาน้ำลึกโดยใช้ระดับน้ำในท้องนาควบคุมวัชพืช และศัตรูพืช หลุมขนมครก เมื่อนำมาปฏิบัติ จะแตกต่างตามพื้นที่ลุ่ม และพื้นที่สูง แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ ในพื้นที่ลุ่มใช้รูปแบบ โคก หนอง นา โมเดล ในพื้นที่สูง ใช้การ เปลี่ยนเขาหัวโล้น เป็นเขาหัวจุก 1. พื้นที่ลุ่ม - [ผักเรดโอ๊ค ผักสลัดแสนอร่อย](https://www.monmai.com/ผักเรดโอ๊ค/) - ผักเรดโอ๊ค (RED OAK) เป็นผักตระกูลสลัด ใบมีสีแดงเข้มและเขียวเข้มแล้วแต่สายพันธุ์ มีกากใยอาหารมาก ช่วยล้างผนังลำไส้ กำจัดพวกไขมันและอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งในลำไส้ได้ ผักสลัดเรดโอ๊ค มีสีออกแดงอมม่วง ร้านอาหารทั่วไป จึงนิยมนำมาใช้แต่งอาหารภายในจาน เป็นผักที่ไม่มีรสขม ถ้าปลูกในสภาวะที่ไม่มีสารละลาย หรืออากาศไม่ร้อนจนเกินไป น้ำหนักผักจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 ต้นต่อกิโลกรัม เป็นผักตระกูลสลัดที่ใบมีสีแดงเข้มมีธาตุเหล็กและวิตามินซีสูง มีกากใยอาหารมาก ย่อยง่าย ช่วยบำรุงสายตา บำรุงกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณ ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก และยังช่วยล้างผนังลำไส้ กำจัดพวกไขมันและอนุมูลอิสระที่เกาะตามผนังลำไส้ อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ได้ ผู้คนส่วนใหญ่จะรับประทานแบบสด โดยทำเป็นสลัด หรือเป็นเครื่องเคียงในยำชนิดต่าง ๆ หรือกินคู่กับแหนมเนือง รสชาติคล้ายผักกาดหอมแต่จะหวานกว่า ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ มีแปลงสาธิตเพื่อให้ผู้คนที่สนใจเข้าศึกษาเรียนรู้วิธีการปลูกเพื่อนำมาปฏิบัติใช้เองในพื้นที่ของตน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำแปลงสาธิตบอกว่า หากต้องการปลูกแบบเชิงพาณิชย์ คือปลูกในพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างหน่อยก็ต้องเริ่มต้นที่ไถเตรียมดินให้ลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-10 วัน จากนั้นย่อยดินให้ละเอียด ยกแปลงให้สูง ประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 120 เซนติเมตร แล้วคลุมด้วยฟางข้าวแห้งสะอาดบาง ๆ - [น้ำนมหมัก เร่งติดดอกผล](https://www.monmai.com/น้ำนมหมัก/) - น้ำนมหมัก เป็นการนำสิ่งที่มีใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน มาทำฮอร์โมนเร่งพืชผักให้ติดดอก ลดรายจ่ายไม่ต้องไปซื้อฮอร์โมนเร่งติดดอกจากร้านค้า เพื่อการพึ่งพาตนเอง แบบเศรษฐกิจพอเพียง น้ำหมักจากน้ำนมสัตว์นี้ เกิดจากแบคทีเรียกลุ่มที่ดำรงชีพโดยไม่ต้องใช้ออกซิเจน อยู่ได้ในสภาพที่มีอุณหภูมิสูงและเจริญเติบโตได้ในสภาพที่มีธาตุอาหารต่ำ ซึ่งแบคทีเรียนี้จะทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลแล้วเปลี่ยนเป็น “กรดแลกติก” โดยปกติแล้วจะพบมากในน้ำซาวข้าว และน้ำนม กรดแลกติก นี้ จะช่วยส่งเสริมการระบายอากาศในดิน สามารถช่วยในการพรวนดินในระดับลึก ในดินที่ไม่มีออกซิเจน จึงทำให้ดินร่วนและโปร่งขึ้น และส่งเสริมการเจริญเติบโตของไม้ผลและพืชผักกินใบได้อย่างยอดเยี่ยม กรดแลกติกนี้ จะมีค่า pH ในระดับ 2 ซึ่งจะช่วยในการฆ่าเชื้อโรค ช่วยย่อยสลายและดูดซับแร่ธาตุให้ยึดเกาะกับเม็ดดิน จึงไม่มีการสูญเสียจากการชะล้างโดยน้ำ และเมื่อพืชดูดไปใช้ กรดแลกติกจะช่วยให้ต้นพืชมีความต้านทานโรคมากขึ้น และสามารถเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรเป็น 2 เท่า วัสดุอุปกรณ์ ถังหมักทึบแสง มีฝาปิด น้ำซาวข้าว หรือน้ำล้างข้าวสารก่อนหุงข้าว เก็บไว้ 15 ช.ม. จำนวน 1 ส่วน นมกล่อง หรือนมสด หรือนมผง จำนวน 10 ส่วน รำข้าวแบบละเอียด 1 ก.ก. น้ำตาลทรายแดง 1/2 - [มะกอกแช่อิ่ม](https://www.monmai.com/มะกอกแช่อิ่ม/) - มะกอก มีผลสด รสเปรี้ยวหวานเย็น แก้เลือดออกตามไรฟัน และต้านอนุมูลอิสระ ( วิตามินสูง )แก้ธาตุพิการ แก้บิด แก้ดีพิการ ทำให้ชุมคอ แก้กระหาย ผล เปลือก ใบ เป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงสายตา แก้กระหายน้ำทำให้ชุมคอ และเลือดออกตามไรฟัน วิธีและปริมาณที่ใช้ - แก้ร้อนใน หอบ และสะอึก ใช้เมล็ดแห้ 2 3 ลูก เผาไฟให้เป็นถ่าน แล้วนำไปแช่น้ำ กรองเอาน้ำดื่มได้ มะกอกแช่อิ่ม สูตร 1 ส่วนผสม มะกอก เกลือป่น น้ำตาลทราย น้ำปูนใส วิธีทำ ล้างมะกอกให้สะอาดแล้วทุบพอแตก ดองในน้ำเกลือ พักทิ้งไว้ ๓-๔ คืน แล้วนำไปแช่ในน้ำปูนใส พักทิ้งไว้ ๑ วัน แล้วบีบคั้นเอาน้ำออก ใส่ตะแกรงพักไว้ ทำน้ำเชื่อมโดยผสมน้ำตาลทราย เกลือ น้ำ นำตั้งไฟเคี่ยวให้เหนียวปรุงรสตามต้องการ - [ยาดมน้ำ ยาสมุนไพรประจำบ้าน](https://www.monmai.com/ยาดมน้ำ/) - ยาดมน้ำตำรับโบราณ เป็นยาที่จัดอยู่ในประเภทเป็นยาสมุนไพรประจำบ้าน ใช้สูดดม ยาดม ใช้สูดดมบรรเทาอาการวิงเวียน หน้ามืด ตาลาย เป็นหวัด คัดจมูก ซึ่งมีวิธีทำที่ง่ายและหาสมุนไพรได้สะดวก ผลิตภัณฑ์ยาดม ส่วนใหญ่ประกอบด้วย เมนทอล การบูร พิมเสน น้ำมันหอมระเหยและอื่นๆ เช่นน้ำมันสะระแหน่ น้ำมันเขียว น้ำมันกานพลู หรือน้ำมันยูคาลิปตัส และยังมีน้ำมันระเหยยากช่วยในการละลาย เช่น น้ำมันงา น้ำมันแร่ หรืออาจมีสารสกัดจากสมุนไพรบ้าง องค์ประกอบหลักของเมนทอลหรือเรียกว่าเกล็ดสะระแหน่ การบูรและพิมเสน รวมถึงน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้จะทำให้เกิดความรู้สึกเย็น ซ่า ในโพรงจมูก รู้สึกสดชื่น ตื่นตัวได้บ้าง แต่การสูดดมสารเหล่านี้บ่อยๆ อาจทำให้เยื่อเมือกบุทางเดินจมูก ที่สัมผัสกับกลิ่นที่เข้มข้น เกิดการระคายเคืองได้ ส่วนผสม น้ำมันเปเปอร์มินท์ 30 กรัม การบูร 30 กรัม เมนทอลน้ำ 50 กรัม น้ำมันยูคาลิปตัส 50 กรัม วิธีการ นำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้าด้วยกันคนจนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงเทใส่ขวดที่เตรียมไว้ พร้อมใช้ ยาดมน้ำ ตำรับโบราณ - [ทะลายปาล์ม เป็นวัสดุคลุมดินได้](https://www.monmai.com/ทะลายปาล์ม/) - ทะลายเปล่า หมายถึงส่วนของทะลายปาล์มที่เหลือจากการบีบเอาน้ำมันปาล์ม ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในสวนปาล์มได้อีก เป็นวัสดุคลุมดินที่มีธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับปาล์มน้ำมัน ทะลายเปล่า.. มีธาตุ N น้อยกว่า ๑ % มีธาตุ P ๐.๑ % และมี K ๑.๒ % องค์ประกอบของธาตุอาหารในทะลายเปล่าปาล์มน้ำมัน ทะลายเปล่าปาล์มน้ำมันเป็นวัสดุอินทรีย์เหลือทิ้งจากการหีบน้ำมัน ซึ่งในการย่อยสลายของทะลายเปล่าโดยจุลินทรีย์จะให้ธาตุอาหารต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าทะลายเปล่าเป็นแหล่งของธาตุอาหารที่สำคัญ ซึ่งสามารถใช้ทดแทนธาตุอาหารจากปุ๋ยเคมีหรือใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุโพแทสเซียม ซึ่งประมาณ 85 กิโลกรัมของทะลายเปล่าเทียบเท่ากับปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ 1 กิโลกรัม ผลของทะลายเปล่าต่อคุณสมบัติของดิน การใช้ทะลายเปล่าคลุมดินบริเวณรอบโคนต้นปาล์มน้ำมันเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ส่งผลให้ดินมีคุณสมบัติทางกายภาพดีขึ้น ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินเกาะกันเป็นเม็ดดิน ลดความหนาแน่นรวมของดิน (bulk density) ช่วยเพิ่มความจุความชื้นที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และเพิ่มอัตราการซึมของน้ำผ่านผิวดิน ช่วยรักษาความชื้นและอุณหภูมิที่ผิวหน้าดิน ลดการไหลบ่าของน้ำที่ผิวดิน และลดการชะล้างพังทลายของดิน จากการศึกษาในประเทศมาเลเซีย ในดิน Oxic Dystropept พื้นที่ 375 ตารางเมตร ระยะเวลา 5 เดือน พบว่า ดินที่ไม่มีสิ่งปกคลุมดิน - [ถั่วเสี้ยนป่า คลุมดินได้ดีในสวน](https://www.monmai.com/ถั่วเสี้ยนป่า/) - พืชตระกูลถั่วที่ปลูกแล้วคลุมดินได้ดีในสวนผลไม้เพื่อปราบวัชพืช พืชบางชนิดต้นเป็นเถาและใบร่วงหล่นเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ได้แก่ ถั่วลาย ถั่วเสี้ยนป่า ไมยราพไร้หนาม คาโลโปโกเนียม ถั่วอัญชัญ ถั่วกระด้าง ถั่วพร้า เป็นต้น วงศ์ PAPILIONOIDEAE Pueraria phaseoloides (Roxb.) Benth. var. subspicata (Benth.) Maesen ชื่อสามัญ ถั่วเสี้ยนป่า (อ่างทอง) ผักผีด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ลักษณะ ถั่วเสี้ยนป่าเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นเถาเลื้อยพันมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 3.8 มิลลิเมตร ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ ใบบนสุดกว้าง 3.8 6.3 เซนติเมตร ยาว 8.5 10.4 เซนติเมตร โคนใบบนเป็นเงี่ยงยื่นออกสองข้าง ใบข้างทั้งสองใบกว้าง 4.7 6.5 เซนติเมตร ยาว 6.9 8.9 เซนติเมตร ใบข้างโคนใบเบี้ยว มีเงี่ยงยื่นออกข้างเดียว - [ชุมชนแม่ระวาน หมู่บ้านเข้มแข็งแห่งประเทศไทย](https://www.monmai.com/ชุมชนแม่ระวาน/) - บริเวณบ้านหลังเล็กๆ ที่ถูกแปลงเนื้อที่ออกเป็นทั้งที่อบรม ที่ทำงานและศูนย์ประสานงาน เริ่มคึกคักตั้งแต่ฟ้าย่ำรุ่งยังไม่สว่างดีนัก ทุกคนต่างกระวีกระวาดคุ้นชินกับบรรยากาศเช่นนี้ เพราะอีกไม่กี่นาทีก็จะมีคนแปลกหน้ามากมายเข้ามา ดูงาน ฝึกอบรม และติดต่อประสานงาน ซึ่งสำหรับที่นี่นี้คือกิจวัตรประจำวัน กว่าจะถึงวันนี้ได้ เรื่องราวของหมู่บ้านในดงลึกริมภูที่ชื่อ บ้านแม่ระวาน ต.ยกกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก ชาวบ้านที่นี่แทบทุกคนต่างรู้ดีว่า ไม่ได้มาได้ง่ายนักเพราะทุกคนต่างร่วมกันเดินผ่านอุปสรรคขวากหนามมาสารพัน แต่ถ้ามองลึกไปยังผืนป่าที่กำลังเขียวชอุ่มฟื้นตัว น้ำที่ค่อยๆ ชุ่มชื้นเห็นได้จากปริมาณในน้ำคลองที่ไม่เหือดแห้ง และที่สำคัญกิจกรรมในชุมชนที่แตกแขนงเข้มแข็งออกไปไม่สิ้นสุด นายพงศ์สิริ นนทะชัย แกนนำและประธานศูนย์ปราชญ์ชุมชน บ้านแม่ระวาน สรุปและเผยแนวคิด กำเนิดกลุ่มชาวบ้านแม่ระวาน ผ่านบทเรียนการต่อสู้ ตั้งแต่ปกป้องผืนป่า มาจนถึงแผนงานพัฒนาคนและอาชีพในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ว่า การรวมตัวของกลุ่มชาวบ้านที่นี่เกิดจากวิกฤต เนื่องจากมองว่าในอนาคตป่ามันต้องหมด เพราะคนมันเพิ่มขึ้น การใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้น ในช่วงปี 2537 ชาวบ้านที่นี่เริ่มรู้จักการลุกขึ้นเพื่อประท้วงโรงงานหินแกรนิต ที่นายทุนเข้ามาลงทุนแล้ว ทำให้กลุ่มแม่บ้านเกิดรวมตัวกันแบบเงียบๆ ภายใต้แนวความคิด ป่าอยู่คนอยู่ป่าหายคนตาย จึงได้รวมตัวกันขึ้น ในปี 2537 นั่นเอง ซึ่งมีเครือข่าย ตำบลแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง และตำบลยกกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก ประมาณ - [สาหร่ายทะเล พืชมากคุณค่า](https://www.monmai.com/สาหร่ายทะเล/) - สาหร่ายทะเล (seaweed) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพืชชั้นต่ำ ที่ยังไม่มีราก ลำต้น และใบที่แท้จริง ไม่มีระบบท่อลำเลียงอาหารจากรากสู่ลำต้นแบบพืชชั้นสูง เช่น หญ้าทะเล แต่จะใช้วิธีดูดซับน้ำและแร่ธาตุจากน้ำทะเลสู่เซลล์ต่างๆ โดยตรง สาหร่ายทะเลเป็นพืชที่ไม่มีดอกและผล แต่แพร่กระจายพันธุ์ด้วยการสร้างสปอร์และแบ่งตัว ลักษณะของสาหร่ายมีมากมายหลายแบบ ตั้งแต่แบบที่เป็นแพลงก์ตอนลอยไปลอยมาในน้ำ ซึ่งพวกนี้จะมีขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า บางชนิดมีเซลล์เดียว บางชนิดก็จับตัวกันเป็นกลุ่ม หรือเป็นสาย จนถึงชนิดที่มีขนาดใหญ่เห็นเป็นต้นคล้ายกับพืชชั้นสูง สาหร่ายทุกชนิดมีความสามารถในการสร้างอาหารโดยการสังเคราะห์แสง ซึ่งสารสังเคราะห์แสงที่อยู่ในสาหร่ายแต่ละชนิดยังสามารถใช้ในการแบ่งกลุ่มสาหร่ายทะเลได้ ดังนี้ สาหร่ายสีเขียว (green algae) กลุ่ม Cholorophyceae เช่น Caulerpa peltata สาหร่ายสีน้ำตาล (brown algae) กลุ่ม Phaeophyceae เช่น Dictyota cilialata สาหร่ายสีแดง (red algae) กลุ่ม Rhodophyceae เช่น Halymenia dutyillei จากการศึกษาทั่วโลกพบสาหร่ายทะเลประมาณ 12,000 ชนิด เป็นสาหร่ายสีเขียว 4,000 ชนิด สาหร่ายสีแดง 6,000 - [ทำเครื่องกรองน้ำใช้เอง แบบง่ายๆ](https://www.monmai.com/เครื่องกรองน้ำ/) - จากบ้านดินสู่วิถีการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง อ.โจน จันได ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนได้เปลี่ยนมุมมองความคิดจากสังคมทุนนิยม เป็นสังคมที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยส่วนมากผู้คนทั่วไปจะรู้จัก อ.โจน ในผลงานบ้านดิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป้าหมายหลักของ อ.โจน ไม่ได้มีแค่เรื่องบ้านดิน แต่เป็นเรื่องราวของการใช้ชีวิตอย่างง่าย เพื่อให้เราได้หลุดจากกรอบของโลกวัตถุนิยม หันมาใช้ชีวิตในแบบที่ควรจะเป็น พร้อมกับสโลแกนที่ว่า ชีวิตจะต้องง่าย หากยากแสดงว่าผิด ผลงานที่มีประโยชน์ต่อความเป็นอยู่พื้นฐานในชีวิตประจำวันอย่างมาก กับการทำถังกรองน้ำผลิตใช้เอง ช่วยให้ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังดูแลรักษาง่าย น้ำใสสะอาดดื่มได้จริง เอกสารประกอบ : เครื่องกรองน้ำใช้เอง - [สละอินโด](https://www.monmai.com/สละอินโด/) - สละพันธุ์อินโดฯ เป็นไม้ผลเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ตลาดในประเทศไทยมีความต้องการในปัจจุบัน ขายได้ราคา และดูแลง่าย ปลูก 2 ปี ก็ให้ผลผลิต แตกต่างจากผลไม้ชนิดอื่น อาทิ ลองกอง ทุเรียน หรือเงาะ ที่มักจะประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด และราคาถูก สละอินโดฯ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบหมู่เกาะมลายูและหมู่เกาะชวา ที่ประเทศอินโดนีเซียมีการส่งเสริมให้ปลูกเชิงพาณิชย์เป็นสินค้าออกของประเทศ ประมาณปี พ.ศ. 2512 มีการนำเมล็ดพันธ์ุสละอินโดฯเข้ามายังประเทศไทยโดยคนไทย และปลูกในพื้นที่ภาคใต้ ต่อมาให้ผลผลิตดี และเป็นที่นิยมบริโภคของคนไทย จึงมีการขยายพันธ์ุและปลูกกันอย่างกว้างขวางและเพิ่มพื้นที่ปลูกขึ้นมายังภาคใต้ตอนบน และภาคกลางของประเทศ และกำลังเข้าสู่พื้นที่ภาคอีสานโดยการปลูกแซมกับต้นยางพาราในสวนยางพารา ซึ่งสละชอบสภาพอากาศและความชุ่มชื้นเช่นนั้น ต้นสละเป็นไม้ตระกูลปาล์ม โดยต้นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย มีลำต้นค่อนข้างเตี้ยมีหน่อแตกเป็นกอ ทางใบยาวประมาณ ๒ -๓ เมตร ลักษณะคล้ายๆกับหางมะพร้าว แต่มีหนามแข็งแหลมทั่วทั้งต้น เป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้น ต้องการน้ำตลอดปีไม่ชอบแสงแดดจัด สละเป็นพืชผสม มีต้นตัวผู้และตัวเมียแยกคนละต้นโดยโอกาสจะเป็นต้นผู้ ต้นเมีย อัตรา ๓๐/๗๐ ซึ่งไม่สามารถแยกได้ว่าต้นไหนเป็นตัวผู้หรือตัวเมียปัจจุบันสละเป็นไม้ผลที่ กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเกษตรกรต้องการหาพืชใหม่แทนไม้ผล เดิมที่ต้นทุนการผลิตสูง และมีปัญหาราคาตกต่ำต่อเนื่อง นอกจากนั้นสละอินโดยยังให้ผลผลิตเร็วสามารถสร้างรายได้แก่เจ้าของได้เป็น อย่างดี สละอินโดฯเป็นพืชตระกูลเดียวกับระกำ มีทั้งหมด 8 สายพันธุ์ - [ดร. เกริก มีมุ่งกิจ ครูสอนคนกล้าให้กลับบ้าน](https://www.monmai.com/เกริก-มีมุ่งกิจ/) - ต้นแบบคนกล้าคืนถิ่นอย่าง ดร.เกริก มีมุ่งกิจ ผู้ก่อตั้งวนเกษตรเขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว กล่าวคำแรกว่า เขาไม่ใช่คนกล้า แต่เป็น ครูสอนคนกล้าให้กลับบ้าน ดร.เกริก หรือ ลุงเกริก ตัดสินใจหันหลังให้กรุงเทพฯ ดร.เกริก หรือ ลุงเกริก ตัดสินใจหันหลังให้กรุงเทพฯ และทิ้งเงินเดือนเกือบแสนเมื่อปี 2550 และเริ่มทำวนเกษตรหรือสวนป่าในปีถัดมา ด้วยเงินตั้งต้น 2,800 บาท พร้อมที่ดิน 99 ไร่ ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ลุงเกริกเริ่มหารายได้จากการไปหากิ่งไม้ในป่านำมาเผาทำถ่านและกลั่นน้ำส้มควันไม้ขาย เดือนแรกเผาถ่านได้ 200 กระสอบ ทำน้ำส้มควันไม้ได้ 400 ลิตร ขายได้เงินหลายหมื่นบาท จากนั้นก็เริ่มทำเกษตรแบบผสมผสาน กระทั่งปัจจุบันได้เปิดเป็นพื้นที่การเรียนรู้ มันเป็นพื้นที่บ่มเพาะ เป็นศูนย์การปฏิบัติงาน เป็นที่ทำงานของผม และเป็นที่ทำงานของคนที่อยากทำเกษตรจริงๆ จังๆ ไปลงมือทำจริงๆ อาจใช้เวลาหนึ่งเดือนสองเดือนหรือหนึ่งปีแล้วแต่ เขาจะไปอยู่กินนอนที่นั่นเลย ไปคลุกคลีตีโมงกับมันจนทำสำเร็จ ศูนย์การปฏิบัติงานที่ลุงเกริกกล่าวถึงแบ่งเป็นวิชาเพาะกล้าพันธุ์ไม้ ปลูกต้นไม้ ทำปุ๋ยอินทรีย์ ตัดแต่งกิ่งเพื่อนำกิ่งไปทำถ่านและน้ำส้มควันไม้ แปรรูปไม้ขนาดใหญ่ ทำนา และปลูกอ้อยปลูกมัน คนที่ต้องการทำจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่สวนป่า โดยจะได้เงินใช้จ่ายวันละ - [พิมเสนน้ำ](https://www.monmai.com/พิมเสนน้ำ/) - มรดกทางภูมิปัญญาของไทย: "พิมเสนน้ำ ตำรับโบราณ" ในตำรายาไทยแผนโบราณบอกไว้ว่า พิมเสนน้ำช่วยให้นอนหลับสนิท แต่คนชอบเอาไปสูดดมและทาในรถ นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถชนกัน ดังนั้นห้ามใช้ในรถเด็ดขาด พิมเสนน้ำใช้ดมแก้หวัด บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ เมารถ เมาเรือ บรรเทาอาการบวมจากแมลงสัตว์กัดต่อย แก้ปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก การทำพิมเสนน้ำ ส่วนผสม / เครื่องมือ พิมเสน 1 ส่วน การบูร 2 ส่วน เมลทอล 3 ส่วน น้ำมันยูคาลิปตัส นิดหน่อย ครกบดยา วิธีทำ นำพิมเสนใส่ครกตำให้ละเอียด จากนั้นใส่การบูรตามลงไปตำให้ละเอียด แล้วใส่เมลทอลตามลงไปคนให้เข้ากันเมลทอลจะเป็นตัวทำละลาย หากยังมีตะกอนหรือละลายน้อยก็ใส่เมลทอลตามลงไปอีกนิดหน่อยคนให้ละลายให้หมด แล้วใส่น้ำมันยูคาลิปตัสลงไป มากน้อยตามใจชอบลองดมกลิ่นดู หากจะทำเป็นยาหม่องน้ำก็เติมน้ำมันละกำกับน้ำมันเปปเปอร์มินต์ลงไป ข้อควรระวังและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจาก พิมเสนน้ำ ตำรับโบราณ ควรใช้อย่างระมัดระวังไม่ควรให้เข้าตา จะทำให้แสบตาและอาจจะทำให้ตาบอดได้ ควรวางพิมเสนน้ำให้พ้นมือเด็ก ประโยชน์ของพิมเสนน้ำ ช่วยทำให้ชื่นใจ แก้เป็นลม เป็นต้น แต่ไม่ควรดมมากเพราะอาจทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบหรือประสาทการรับรู้กลิ่นเสียได้ ช่วยทำให้ชื่นใจมีกลิ่นหอม แก้เป็นลม แก้หวัด บำรุงหัวใจ แก้โรคผิวหนัง - [คว่ำตายหงายเป็น](https://www.monmai.com/คว่ำตายหงายเป็น/) - คว่ำตายหงายเป็นนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับคลุมดิน ขึ้นในดินแห้งแล้ง บริเวณกลางแจ้งหรือมีร่มเงา ใบมีสรรพคุณนำไปเผาไฟหรือตำ รักษาบาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รักษาตาปลา วางบนศีรษะแก้ปวดหัว วางบนหน้าอกแก้ไอ และแก้เจ็บหน้าอก คั้นเอาน้ำจากใบแก้อาการท้องร่วง หิด อหิวาตกโรค นิ่ว ขับปัสสาวะ ไขข้ออักเสบ ชื่อวิทยาศาสตร์ :Kalanchoe pinnata (Lam.) Pers. วงศ์ : Crassulaceae ชื่ออื่นๆ : มะตบ, ล็อบแล็บ, ลบลับ, ลุมลัง (เหนือ) กระลำเพาะ, ต้นตายใบเป็น, นิรพัตร, เบญจฉัตร (กลาง)} กะเร (ชลบุรี, ใต้) กาลำ (ตราด); แข็งโพะ, โพะเพะ (นครราชสีมา) ต้นตายในเป็น (จันทบุรี) เพรอะแพระ (ประจวบคีรีขันธ์) ยาเท้า (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ส้มเช้า (ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, ตรัง) ลักษณะทั่วไป - [ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน](https://www.monmai.com/ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวช%e/) - กระทรวงเกษตรฯ จัดตั้ง "ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน 17 แห่ง หวังแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้ชาวนามีแหล่งเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพในชุมชน พร้อมส่งเสริมลดรายจ่ายให้ชาวนาผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพไว้ใช้ในครัวเรือน จากปัญหาสำคัญที่พบและเป็นปัญหาเร่งด่วนที่มีผลโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพข้าวไทยในปัจจุบัน คือ ชาวนาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ (seed) คุณภาพดี เพราะชาวนามักจะใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เก็บไว้ใช้เองต่อเนื่องกันหลายปี ทำให้เมล็ดพันธุ์ไม่บริสุทธิ์ อีกทั้งชาวนาส่วนใหญ่ไม่ทราบวิธีการคัดเลือก และเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์อย่างไม่ถูกวิธี กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว จึงเห็นควรให้จัดตั้ง "ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ขึ้น เพื่อให้ชาวนามีแหล่งของเมล็ดพันธุ์ในชุมชน รวมทั้งการส่งเสริมให้ชาวนามีการผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองในครัวเรือนเพื่อเป็นการลดรายจ่ายและมีเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีไว้ใช้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการให้จัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน ทั่วประเทศ มีเมล็ดพันธุ์ข้าวให้บริการชุมชน และส่งเสริมให้ชาวนาจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองในครัวเรือน สำหรับการดำเนินงานในการส่งเสริมการจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธ์ข้าวชุมชนนั้น ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าวที่รับผิดชอบในพื้นที่ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ จะดำเนินการคัดเลือกศูนย์ข้าวชุมชน หรือชุมชนที่มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมด้านการผลิตข้าว ที่มีศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี และชาวนาในชุมชนขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ซึ่งชาวนาที่จะขอรับบริการต้องมีคุณสมบัติดังนี้ เป็นชาวนาที่ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี ต้องสมัครเป็นสมาชิกธนาคารฯ ทั้งนี้ การบริหารและจัดการธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนจะมีคณะกรรมการบริหารและจัดการธนาคาร (โดยสมาชิกธนาคารเป็นผู้คัดเลือก) ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเก็บรักษา และพิจารณาจำนวนข้าวที่จะให้ยืมและรับข้าวคืน ซึ่งสมาชิกที่ต้องการข้าวไปใช้ทำพันธุ์ ให้ลงบัญชียืมข้าวจากคณะกรรมการ เมื่อสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ ก็นำมาคืนธนาคาร พร้อมดอกเบี้ยตามแต่ตกลงกัน และในกรณีที่ธนาคารมีปริมาณข้าวเปลือกเกินความสามารถในการเก็บรักษาก็อาจขายเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อเก็บเป็นเงินกองทุน โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกส่วนใหญ่ ในส่วนการสนับสนุนธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนนั้น กรมการข้าวจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสำหรับเป็นเมล็ดพันธุ์ตั้งต้นให้กับธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับให้ชาวนายืมไปใช้ในการจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง แห่งละ 7.5 ตัน โดยให้ยืมในอัตรา ร้อยละ - [สมุนไพรดูดกลิ่นอับชื้นเท้า](https://www.monmai.com/สมุนไพรดูดกลิ่นอับชื้น%e/) - โรคเท้าเหม็นนี้ไม่ใช่โรคใหม่ ในประเทศไทยมีการบันทึก การพบโรคนี้มานานกว่า 90 ปีแล้ว พบบ่อยที่สุดในผู้ที่ชอบเดินเท้าเปล่าย่ำน้ำในหน้าฝน เมื่อผิวหนังชั้นขี้ไคลของฝ่าเท้าเปียกชื้นจากเหงื่อหรือน้ำที่เจิ่งนองจะทำให้ผิวหนังยุ่ยและเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย โรคเท้าเหม็นพบมากในประเทศเขตร้อน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่พบได้บ่อยกว่าในผู้ชายเพราะมีเหงื่อออกที่ฝ่าเท้ามากกว่า และผู้ชายมักสวมถุงเท้าอยู่ตลอดเวลา อาการสำคัญของโรคนี้ที่พบบ่อยสุดถึงร้อยละ 90 คือ เท้ามีกลิ่นเหม็นมาก เป็นการทำลายบุคลิกภาพ อาการรองลงมาที่พบร้อยละ 70 คือ เวลาถอดถุงเท้าจะรู้สึกว่าถุงเท้าติดกับฝ่าเท้า ส่วนอาการคันนั้นพบได้น้อยคือ ร้อยละ 8 ลักษณะของโรคเท้าเหม็นจะเห็นเป็นหลุมเล็กๆ ที่ฝ่าเท้า บางครั้งหลุมอาจรวมตัวกันเป็นแอ่งเว้าตื้นๆ ดูคล้ายแผนที่ มักพบหลุมเหล่านี้ตามฝ่าเท้าที่รับน้ำหนัก และง่ามนิ้วเท้า ถ้าขูดผิวหนังไปตรวจทางการแพทย์จะพบเชื้อแบคทีเรีย ตามหมู่บ้าน และชุมชนในชนบท ได้นำสมุนไพรมาใช้ในการปัญหา เท้าเหม็น หลายชนิดตามความรู้ที่ถ่ายทอดกันมา มีทั้งใช้ทาเท้าโดยตรง นำสมุนไพรมาใส่น้ำเพื่อแช่เท้า เคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวแล้วนำมาทาเท้าสมุนไพรที่ใช้นอกจากแก้โรคเท้าเหม็นแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาโรคน้ำกัดเท้าได้อีกด้วย ทางเครือข่ายหมอพื้นบ้านฯ ภาคใต้ ได้นำความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ใส่ถุงโปร่ง เพื่อใช้ดูดกลิ่นอับชื้นและป้องกันเชื้อแบคทีเรียในรองเท้า ซึ่งเป็นปัญหาร่วมกันกับโรคเท้าเหม็น และสมุนไพรดังกล่าวสามารถนำมาใช้แช่เท้าเพื่อรักษาอาการโรคเท้าเหม็นได้ด้วย ส่วนประกอบ ถ่านไม้ไผ่ สรรพคุณ ดูดซับสารพิษ ถ่านกะลามะพร้าว สรรพคุณ ดูดกลิ่น สารส้ม สรรพคุณ - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติกาสินธุ์](https://www.monmai.com/ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติกา%e/) - ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติกาสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกิดจากรวมตัวกันของเกษตรกรกลุ่มหนึ่งที่เคยเข้าร่วมโครงการกับภาครัฐ โดยการจัดเวทีในการหาทางออกของปัญหาและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในชุมชน ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทฤษฏีใหม่ โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ ปี 2551 ภายใต้กระบวนการทำงานเผยแพร่ของศูนย์ฯ ได้จัดให้ผู้รับการอบรมเรียนรู้เป็นฐานเรียนรู้ตามความประสงค์ของผู้จัดและผู้รับการอบรม ด้วยแนวคิดการทำเกษตรอินทรีย์ที่เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญต่อผืนดิน ด้วยฐานการเรียนรู้ คนรักษ์แม่ธรณี ที่เน้นให้เราเห็นความสำคัญของแม่ธรณี การอนุรักษ์ผิวดิน รักษาความชุ่มชื้นของผืนดิน ซึ่งคุณเฉลิมศักดิ์ ถนอมสิทธิ์ ได้เน้นมากว่า การทำเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้สารเคมีเป็นระบบการ ปอกเปลือกเปลือยดิน ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตในดินตายหมด อันเป็นแนวทางหลักของกสิกรรมธรรมชาติ ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้ผู้เขียนอดที่จะคิดถึงปราชญ์ด้านเกษตรอีกคนหนึ่งไม่ได้ นั่นคือคุณเดชา ศิริภัทร แห่งมูลนิธิข้าวขวัญ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งผู้เขียนได้เคยไปศึกษา แลกเปลี่ยนแนวคิดกับท่านเมื่อต้นปี ๒๕๕๖ และได้อ่านบทความที่ท่านเขียน เรื่อง เมื่อแม่โพสพตายชาวนาก็กลายเป็นลูกกำพร้า ความว่า เกษตรกรไทยในอดีตมีความเคารพนับถือธรรมชาติเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะดินและน้ำ ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดและหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตในโลกนี้ รวมทั้งพืชพันธุ์ธัญญาหารให้อุดมสมบูรณ์ ดังจะเห็นได้จากคำเรียกดินและน้ำว่า แม่ธรณี และ แม่คงคา รวมทั้งวิธีการปฏิบัติต่อดินและน้ำอย่างเคารพยกย่องในฐานะผู้มีพระคุณ นอกจากนี้ชาวนายังมี แม่โพสพ ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ทั้งสามกับชาวนามีมากกว่าความสัมพันธ์ในระบบการผลิต และบริโภคเท่านั้น เพราะยังรวมถึงวิถีการดำรงชีวิตทั้งหมดที่ได้รับการปรับให้สอดคล้องกันมานานนับร้อยนับพันปีอีกด้วย แต่ปัจจุบันชาวนาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพราะแม่โพสพได้ตายจากไปแล้ว - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติราชบุรี](https://www.monmai.com/ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติรา%e/) - ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติราชบุรี เป็นศูนย์อบรมที่น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาปรับใช้กับธุรกิจในด้านต่างๆ ซึ่งภายในศูนย์ประกอบด้วยฐานเรียนรู้สู่วิถีพอเพียง ดังนี้ ฐานฅนรักษ์แม่ธรณี ฅนรักษ์ทุ่ง ฐานฅนรักษ์น้ำ ฐานฅนรักษ์ป่า ฐานฅนเอาถ่าน ฐานฅนรักษ์สัตว์ ฐานฅนรักษ์สมุนไพร ฐานฅนรักษ์สุขภาพ (ข้าว) ฐานฅนมีน้ำยา ฐานฅนมีไฟ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติราชบุรี 43 หมู่ที่ 2 ต.อ่างหิน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี 70140 นายรวม ศรีสุวรรณ 089-9805151 Email : roum_srisuvan@hotmail.com - [ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงชุมชนบ้านพะงุ้น](https://www.monmai.com/ศูนย์เรียนรู้บ้านพะงุ้%e/) - บ้านพะงุ้น หมู่ 2 ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร ที่วันนี้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของธ.ก.ส. แหล่งสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนและชุนชนใกล้เคียง เป็นแหล่งเรียนรู้ ด้านเกษตรอินทรีย์ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ และธนาคารต้นไม้ อื่น ๆ ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของ ธ.ก.ส.ที่บ้านพะงุ้น หมู่ 2 ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร ภายใต้การนำของ เฉลิมชัย ปานสมุทร ผู้ใหญ่บ้าน และพเยาว์ พลรักเขต นายกองค์การบิรหารส่วนตำบล และสังวาลย์ พิมลรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) มีความเข้มแข็งและร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการรวมกลุ่มทำปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อลดต้นทุนการผลิต การสีข้าวกล้องเพื่อบริโภคและจำหน่ายในชุมชนและการรวมกลุ่มปลูกผักปลอดสารเคมี มีความเป็นอยู่แบบพอมี พอกิน มีการพึ่งพาตนเองและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันด้วยมิตรไมตรี หลังจากประสบความสำเร็จในการพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง บ้านพะงุ้นจึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้ความรู้แก่เกษตรกรทั่วไปที่มาเยี่ยมชมและดูงาน ประกอบด้วยคนเอาถ่าน การผลิตน้ำส้มควันไม้ ธนาคารต้นไม้ การทำปุ๋ยชีวภาพ การเลี้ยงปลา การเลี้ยงหมูหลุม การปลูกข้าวไร่ สวนผสม การผลิตข้าวกล้องข้าวสาร และฐานการเพาะเห็ด ซึ่งมีเกษตรกรจากพื้นที่ต่างๆ มาเยี่ยมชมงานอยู่เป็นประจำ จากแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงประยุกต์ใช้กับภาคเกษตรกรรมให้เป็นแนวปฏิบัติที่ง่ายต่อความเข้าใจสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริงตามสภาพพื้นที่ ทำให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนเพื่อขยายแนวคิดและแนวทางปฏิบัติไปสู่เกษตรกร - [โสนคางคก ตรึงไนโตรเจน](https://www.monmai.com/โสนคางคก/) - โสนคางคก เป็นไม้พุ่มล้มลุกลักษณะลำต้นและใบคล้ายต้นโสน ต้นสูง 1-1.5 เมตร ชอบขึ้นตามริมตลิ่งหรือในนาหว่าน ลำต้นเป็นขนสากมือ งอกได้ดีในสภาพดินชื้นพบในสภาพที่ดินขาดไนโตรเจน เจริญเติบโตได้ดีในที่น้ำขังและน้ำท่วมสูง โสนในเมืองไทยมีหลายพันธุ์ คือโสนหิน โสนคางคก โสนหางไก่ใหญ่ โสนหางไก่เล็ก เนื้อไม้ของโสนใช้ประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรมเบาของภาคกลาง ไม้โสนใช้ทำเป็นของเล่นเด็ก ในปัจจุบันคนอยุธยาใช้เนื้อไม้จากต้นโสนประดิษฐ์เป็นดอกไม้หลายรูปแบบ เช่น ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ ดอกจำปา เป็นต้น เนื่องจากเยื่อไม้ของต้นโสนเป็นไม้เนื้อบาง เบาเหนียว สามารถนำมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้ได้อย่างปราณีต และงดงาม ชาวบ้านเล่าว่า การใช้ไม้โสนมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้ นำมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา นับเป็นการใช้วัสดุธรรมชาติได้อย่างแยบยล และเป็นรายได้เสริมกับชาวบ้านในท้องถิ่น (โสนที่นำมาทำเป็นดอกไม้ประดิษฐ์เป็นโสนชนิดที่มีลำต้นใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. และต่างชนิดกับโสนกินดอก) และไม้โสนยังใช้เป็นทุ่นหรือเชื้อติดไฟได้ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sesbania aculeata Poir (S. Sericea) วงศ์/อันดับ : Papilionaceae (Leguminosae) (วงศ์ย่อยประดู่) ชื่อท้องถิ่น : โสนคางคก โสน ผักฮองแฮง โสนคางคก - [ผักเรดคอรัล ผักสลัดใบหยัก สีน้ำตาลแดง](https://www.monmai.com/ผักเรดคอรัล/) - พืชล้มลุก ไม่ห่อหัว ก้านใบสีเขียวคล้ำ ช่วงกลางถึงปลายใบ มีสีแดงอมม่วง ใบซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ปลายใบหยิกเป็นคลื่น คุณค่าทางโภชนาการช่วยสร้างเม็ดเลือด ให้เส้นใยอาหารสูง ป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีวิตามินซีสูง ช่วยกระตุ้นน้ำย่อยของมนุษย์ได้ดีกว่าผักกาดหอมสีเขียวธรรมดา ซึ่งผักกาดหอมสีแดงเองก็อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ และกรดโฟเลต ผักเรดคอรัล (Red Coral) ผักสลัดใบหยัก สีน้ำตาลแดง เนื้อค่อนข้างนุ่ม เรดคอรัล ลำต้นและใบจะแข็งแรงเหมือนเรดโอ๊ค มีใบให้เด็ดกินเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดอายุ อีกหลายเดือน จากเมล็ด จนเป็นต้นกล้า ใช้เวลา 2 อาทิตย์ จากต้นกล้า นำมาปลูกในกระถาง ใช้เวลา 3 อาทิตย์ ก็เริ่มส่งมอบเพื่อนำมาประดับ เป็นของชำร่วย และเริ่มกินได้แล้ว ตั้งแต่เริ่มเพาะกล้า จนกระทั่ง ตัดกินได้ ประมาณเดือนครึ่ง - สองเดือนกำลังกินเลย และต้นในกระถางยังมีอายุต่ออีกหลายเดือน ต้นที่แอดมินเพาะไว้พร้อมกับเรดโอ๊ค ตั้งแต่ปลายพฤษภาคม ตอนนี้เดือนกันยา แล้วยังคงทยอยตัดได้อยู่ การตัด ใช้กรรไกรตัดใบตรงโคนๆ ต้นละใบ - [พลาสติกคลุมดิน](https://www.monmai.com/พลาสติกคลุมดิน/) - การคลุมดิน (mulching) หมายถึง การคลุมดินด้วยวัตถุต่าง ๆ เช่น พลาสติก กระดาษ เศษเหลือของพืช เป็นต้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ การคลุมดินส่วนใหญ่นิยมกระทำเพื่อรักษาความชื้นในดิน โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง การคลุมดินยังมีประโยชน์ ในแง่ของการลดปริมาณวัชพืชด้วย นอกจากนี้วัสดุคลุมดิน ยังช่วยให้อุณหภูมิของดินไม่แตกต่างกันมาก วัตถุประสงค์และข้อควรพิจารณาของการคลุมดิน วัตถุประสงค์ของการคลุมดิน (purpose of mulching) มีดังต่อไปนี้ เพื่อป้องกันการพังทลายที่เกิดจากเม็ดฝนที่ตกลงมา หรือที่เกิดจากน้ำ ไหลบ่าบนผิวดิน หรือที่เกิดจากลม เพื่อเป็นการอนุรักษ์น้ำในดิน เป็นการเพิ่มอุณหภูมิหรือรักษาอุณหภูมิไม่ให้ลดต่ำลงมากจนเป็นอันตราย ต่อรากพืช เป็นการลดการเจริญเติบโตของวัชพืช เป็นการรักษาโครงสร้างของดิน ในการคลุมดินมีข้อควรพิจารณาดังต่อไปนี้ ชนิดของพืชที่ต้องการคลุมดิน วัตถุคลุมดินหาได้ที่ไหน เศษเหลือของพืชที่จะคลุมดินหรือจะคลุกลงไปในดิน ควรใช้เศษเหลือของพืชจำนวนเท่าไรจึงจะเป็นประโยชน์ที่สุด การคลุมดินจะเป็นอุปสรรคต่อการพรวนดินหรือไม่ การคลุมดินจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของวัชพืชหรือไม่ การใช้วัสดุคลุมดินจะมีผลต่อผลผลิตของพืชหรือไม่ จะใส่ปุ๋ยอย่างไร และใช้อุปกรณ์เครื่องทุ่นแรงชนิดใด ผลของการคลุมดินที่มีต่อสภาพต่าง ๆ ของดิน (effects of mulching) แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังต่อไปนี้ สภาพทางฟิสิกส์ของดิน ได้แก่ 1.1 - [กาบมะพร้าว วัสดุรองก้น](https://www.monmai.com/กาบมะพร้าว/) - กาบมะพร้าวจะค่อนข้างอุ้มน้ำได้ดีกว่าวัสดุรองก้นอื่น ไม่เหมาะกับไม้ที่ต้องการความแห้ง-โปร่งสูง เช่น Ariocarpus และ Lophophora แต่ในทางกลับกัน ต้นไม้ที่ชอบความชื้นมากหน่อย อย่างกลุ่ม Echinopsis, Lobivia และ กลุ่มกุหลาบหิน ก็จะชอบกาบมะพร้าว อายุการใช้งานต่ำ เพราะกาบมะพร้าวเป็นสารอินทรีย์ เมื่อใช้ไปปีสองปีเขาก็จะสลายตัว ทำให้จับตัวกันแน่น ไม่ช่วยอะไรเรื่องความโปร่งอีกต่อไป ประโยชน์ของกาบมะพร้าวสับ ใช้สำหรับเป็นวัสดุปลูกไม้ดอก ไม้ใบ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา สามารถเก็บความชื้นได้ดี และมีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับ ผสมดินปลูก หรือวัสดุปลูก ช่วยให้ดินปลูกมีช่องว่างในดิน ต้นไม้เจริญเติบโตดี เหมาะสำหรับ กิ่งชำไม้ผล เช่น มะม่วง มะนาว เป็นต้น มะพร้าวสับมีหลายขนาดใช้ให้เหมาะสม กาบมะพร้าวสับละเอียด (สับหน้าโม่) แต่หยาบกว่า ขุยมะพร้าว เหมาะสับหรับปลูกไม้กระถางขนาดเล็ก กาบมะพร้าวสับขนาด 1x1 ซม.(สับเล็กพิเศษ) เหมาะสำหรับปลูกไม้กระถางขนาดตั้งแต่ 4 นิ้ว - 11 นิ้ว หรือนำไปผสมดินปลูกจะเข้ากับดินผสมได้ดี กาบมะพร้าวสับขนาด 1x1 นิ้ว - [มะดันแช่อิ่ม](https://www.monmai.com/มะดันแช่อิ่ม/) - มะดันแช่อิ่มเป็นวิธีการถนอมอาหารชนิดหนึ่งและเป็นการเพิ่มรสชาติอาหารโดยการนำมาดองขั้นตอนวิธีในการทำนำมะดันมาฝาแล้วเอาเมล็ดออกจากนั้นนำไปแช่น้ำปูนใสประมาณ ๘ ชม.แล้วนำมาล้างน้ำใหม่ให้สะอาดแล้วนำลงแช่ในน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ มะดันแช่อิ่ม สูตร 1 ส่วนประกอบ มะดันผลใหญ่ 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 3 ถ้วย เกลือป่น 3/4 ถ้วย น้ำ 2 ถ้วย น้ำปูนใส 4 ถ้วย น้ำอุ่น 4 ถ้วย วิธีทำมะดันแช่อิ่ม ตัดขั้วมะดัน ล้างให้สะอาด ผสมน้ำอุ่นกับเกลือ นำมะดันลงแช่ไว้ 1 วันจนเปลี่ยนสี ใช้มีดคลึงผลมะดันเบา ๆ ดึงเอาเมล็ดออกให้หมด แช่มะดันในน้ำปูนใส 3 ชั่วโมง นำขึ้นบีบเบา ๆ ให้สะเด็ดน้ำ เรียงใส่หม้อ พักไว้ ใส่น้ำตาล น้ำ ลงในหม้อ ตั้งไฟ พอน้ำตาลละลายยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วใส่ลงในหม้อมะดันปิดฝาทิ้งไว้ วันรุ่งขึ้นรินน้ำมะดันออก นำมาต้มให้เดือด ปล่อยให้เย็นแล้วเทลงหม้อมะดันอีก ทำซ้ำเช่นนี้ 3 - [กุหลาบหิน ไม้ประดับปลูกง่าย](https://www.monmai.com/กุหลาบหิน/) - กุหลาบหินเป็นไม้ประดับกระถางที่ปลูกง่าย ปลูกได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร แต่เจริญเติบโตได้ดีเมื่ออยู่กลางแจ้งเพราะเป็นพืชที่ชอบแดด จุดเด่นของกุหลาบหินอยู่ที่ดอกมีสีสันจัดจ้านสวยงาม กุหลาบหินนี้มีอายุอยู่ได้นานหลายปี มีถิ่นกำเนิดในอัฟริกาและเอเชีย เป็นไม้ดอกทีปลูกง่าย เลี้ยงง่าย ดอกออกเป็นช่อสีสวย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kalanchoe blossfeldiana วงศ์ : Crassulaceae ชื่อสามัญ : kalanchoe ชื่ออื่น ๆ : กุหลาบหิน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ กุหลาบหินที่ใช้ปลูกทุกวันนี้มีพุ่มต้นสวยกระทัดรัด สูงไม่เกิน 1 ฟุต ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่ ยาวประมาณ 3 นิ้ว กว้าง 1.5 นิ้ว ขอบใบหยักโค้งเล็กน้อยและอวบน้ำ แต่เดิมมีช่อดอกสีเดียว คือ สีแดงสดสะดุดตา แต่สภาพต้นหลังจากบานดอกในชุดแรกแล้วจะไม่สวยเหมือนเดิมอีกทั้งบานดอกปีละครั้งเดียว กุหลาบหินจะเริ่มออกดอกในเดือนมกราคม โดยดอกจะบานพร้อมกันหมดทั้งต้นทีละหลาย ๆ ช่อ บานติดต่อกันไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือ ต้นมีนาคม เมื่อดอกเหี่ยวเฉา และสิ้นสภาพแล้วควรจะตัดช่อดอกทิ้งไป และริดใบออกจะต้นทีละใบให้ก้านใบติดอยู่ประมาณ 0.5-1 นิ้ว แล้วสามารถนำไปปลูกใหม่ได้ การขยายพันธุ์ การเพาะเมล็ด - [สมุนไพรดูแลหนังศีรษะ](https://www.monmai.com/สมุนไพรดูแลหนังศีรษะ/) - ช่วงหน้าหนาวจะมีปัญหาเรื่องเส้นผมและหนังศีรษะซึ่งมักจะมันและแห้งจนเป็นสะ เก็ด หรือมักเป็นรังแค ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาลุกลามไปทั้งบริเวณหนังศีรษะหรือเป็นสิว และเกลื้อนตามใบหน้าและลำคอได้ นอกจากนี้ยังพบโรคและปัญหาที่เกิดกับผมและหนังศีรษะ เช่น ชัน นะตุ ผมร่วง ผมแตกปลาย ผมหงอก สารพัดปัญหาเรื่องผมและหนังศีรษะ ซึ่งมีวิธีการใช้สมุนไพรดูแลสุขภาพของเส้นผมและหนังศีรษะมาฝากกัน ทองพันชั่ง นิยมใช้ส่วนของราก/ใบ ที่มีสรรพคุณรักษาโรคผิวหนังชนิดกลากเกลื้อน โรคผิวหนังชนิดผื่นคัน แก้ผมร่วง แก้อาการคันศีรษะ และรักษารังแค ให้เอาใบทองพันชั่งสัก 1 - 2 กำมือ โขลกให้ละเอียด แล้วชโลมให้ทั่วศีรษะ ใช้ผ้าโพกหัวทิ้งไว้สัก 10 ชั่วโมง ล้างออก ทำจนกว่าจะหาย มะกรูด เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ประโยชน์มากทั้งอาหาร ยา เครื่องสำอาง ในส่วนเครื่องสำอางนั้นนำมาใช้ดูแลสุขภาพเส้นผมให้นุ่มสวย แก้ปัญหารังแค แก้คันศีรษะ แก้ผมแตกปลาย ป้องกันผมร่วง และทำให้ผมหงอกช้า นิยมใช้ผลมาปรุงยาและเครื่องสำอาง เอาผลมะกรูดสัก 2 - 3 ลูก ย่างไฟให้เกรียม แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เลือกเอาเมล็ดออก นำไปปั่นให้ละเอียด กรองเอาน้ำใช้เป็นแชมพูสระผม สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน - [ต้นอ่อนข้าวสาลี](https://www.monmai.com/ต้นอ่อนข้าวสาลี/) - ต้นกล้าข้าวสาลีอ่อน ประกอบด้วย สารออกฤทธิ์หลายชนิด โดยเฉพาะเอนไซม์ที่เป็นสารอาหารที่ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เอนไซม์ทำหน้าที่เป็นสารแคตาลิส (สารเร่งปฏิกิริยา) พูดได้ว่าถ้าไม่มีเอนไซม์จะไม่มีชีวิต เมื่อเรามีอายุมากขึ้นการผลิตเอนไซม์ของร่างกายก็ลดลง การเสริมร่างกายโดยเอนไซม์ สามารถทำให้กิจกรรมของเซลล์ดียิ่งขึ้นและสามารถเพิ่มปริมาณเอนไซม์ของร่างกาย SODเป็นเอนไซม์ที่มีความสำคัญมากซึ่งอยู่ในต้นข้าวสาลี เพราะว่าสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ เมื่อระดับSOD ของร่างกายลดลง อนุมูลอิสระจึงเพิ่มขึ้น ดังนั้นทำให้เซลล์ในร่างกายสึกหรอ และไม่สามารถซ่อมแซมด้วยตัวเองได้ SOD ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ป้องกันโรคต่างๆ ได้ แต่ยังสามารถชะลอความชราได้ นอกจากสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้ เอนไซม์ที่อยู่ในต้นข้าวสาลี ยังสามารถย่อยสลายโปรตีนและไขมันส่วนเกิน ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย คลอโรฟิลที่อยู่ในต้นข้าวสาลี (Wheatgrass) ต้นข้าวสาลีมีคลอโรฟิลสูง โครงสร้างโมเลกุลของคลอโรฟิลคล้ายๆ กับฮีโมโกลบิล ร่างกายจึงสามารถเปลี่ยนคลอโรฟิลเป็นฮีโมโกลบิลได้ มีงานวิจัยโดย ดร.A.Zin, Hughes และ Latner รับรองว่า คลอโรฟิลสามารถเพิ่ม ฮีโมโกลบิลในร่างกายได้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับรักษาโรคโลหิตจาง คลอโรฟิลยังสามารถทำให้ร่างกายต่อต้านสารก่อมะเร็ง ทำให้ตับแข็งแรงขึ้นและกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ สารอาหารที่สำคัญ ทีมีอยู่ในต้นข้าวสาลี (Wheatgrass) ต้นข้าวสาลีอ่อน ประกอบด้วยสารอาหารหลากหลายที่ร่างกายมนุษย์ต้องการ เช่น วิตามินเอ, ซี, อี และบี, กรดอะมิโน 17 - [หญ้าขัดมอน ทำไม้กวาด](https://www.monmai.com/หญ้าขัดมอน/) - ขัดมอนชอบขึ้นตามริมคู ริมทาง ในทุ่ง เป็นพืชยืนต้นหลายปี มีขนขึ้นทั่วลำต้น แตกกิ่งก้านมาก สูง 1-2 ฟุต ใบและกิ่งขึ้นสลับ ก้านใบเรียวเล็ก รูปใบกลมหัวท้ายแหลมยาว 4-5 หุน ขอบใบเป็นหยักๆ คล้ายฟันเลื่อย หนา ใบสีเทา เอ็นใบเด่นชัด ออกดอกหน้าฝนเข้าหน้าหนาว ดอกมี 5 กลีบ กระเปาะดอกสีเหลีองอ่อน ชื่อวิทยาศาสตร์ Sida rhombifolia L. ,Sida acuta Burm F. ชื่อวงศ์ MALVACEAE ชื่ออื่น ยุงปัด (ไทย-พายัพ), ยุงกวาด (กรุงเทพฯ), หญ้าขัดใบยาว (พายัพ), เน่าะเค้ะ, นาคุ้ยหมี่ (กะเหรี่ยงฮ่องสอน), ลำมะเท็ง (ศรีราชา) : อึ่งฮวยอิ๋ว, อวกตักซั่ว (จีน) ขัดมอน อาจเป็นชื่อพืชในวงศ์ Malvaceae ได้อย่างน้อย ๔ - [วัดป่านาคำ ต้นแบบหลุมพอเพียง](https://www.monmai.com/วัดป่านาคำ/) - ศูนย์พัฒนาคุณธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ วัดป่านาคำ ได้นำเอาเครื่องมือที่มีชื่อว่า หลุมพอเพียง มาใช้ในการทำการเกษตรแบบพอเพียง 1 ไร่ไม่ยากไม่จน ประสบผลสำเร็จอย่างงามขณะนี้ได้ขยายผลไปยังชุมชนและสถานศึกษารวมกว่า 4,000 รายแล้ว พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าคณะตำบลจุมจัง ศูนย์พัฒนาคุณธรรม จ.กาฬสินธุ์ วัดป่านาคำ หมู่ 6 บ้านโคกกลาง ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของแนวคิดหลุมพอเพียง พร้อมด้วยนายประจักร ลือฉาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจุมจัง ได้นำสื่อมวลชน ซึ่งประกอบด้วย ทีมข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวเอ็มทีเคเบิ้ลทีวี และผู้สื่อข่าวเจมส์เคเบิ้ลทีวีเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หรือ จุมจังโมเดล ของนายผจญ ธุระพันธุ์ บ้านจุมจัง หมู่ที่ 1 ต.จุมจัง ซึ่งเป็นแปลงเกษตรประณีต 1 ไร่ไม่ยากไม่จน ที่นำเอาเครื่องมือที่มีชื่อว่า หลุมพอเพียง มาใช้ในการทำการเกษตรแบบพอเพียงจนประสบผลสำเร็จอย่างงาม จากนั้นได้ไปเยี่ยมชมหลุมพอเพียงของโรงเรียนจุมจังพลังราษฎร์ ซึ่งเป็นอีกสถานศึกษาหนึ่งที่นำโครงการฯไปขยายผลจนประสบผลสำเร็จเช่นกัน พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าคณะตำบลจุมจังกล่าวว่า ได้เริ่มโครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มาตั้งแต่ปี 2540 ด้วยการลองผิดลองถูกแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนมาในปี - [ปลาดุกในบ่อพลาสติก](https://www.monmai.com/ปลาดุกในบ่อพลาสติก/) - ปลาดุกเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด น้ำที่ค่อนข้างกร่อย หรือแม้แต่ในหนองน้ำที่มีน้ำเพียงเล็กน้อย เพราะว่าปลาดุกเป็นปลาที่มีอวัยวะพิเศษช่วยในการหายใจเช่นเดียวกับปลาช่อน จึงสามารถดำรงชีวิตอยู่ในน้ำที่มีออกซิเจนเพียงเล็กน้อย ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นปลาน้ำจืดที่คนไทยนิยมรับประทาน ปลาดุกจะพบได้ทั่วไปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศอินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และมาเลเซีย สำหรับประเทศไทยพบปลาดุกในคลอง หนอง บึง ต่างๆ ทั่วทุกภาค เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดทั่วไป ปลาดุกที่พบในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ชนิดด้วยกัน แต่ที่เป็นที่รู้จักมีเพียง 2 ชนิด คือปลาดุกอุย และปลาดุกด้าน ปลาดุกที่นิยมเลี้ยงคือ ปลาดุกด้าน เพราะเนื้อปลาดุกด้านค่อนข้างแข็ง ทำให้สามารถขนส่งได้ในระยะทางไกลๆ ประกอบกับปลาดุกด้านเลี้ยงง่าย โตเร็ว จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาก แต่สำหรับผู้บริโภคแล้ว จะนิยมปลาดุกอุย เพราะให้รสชาติดี เนื้อปลานุ่ม ฟู กลิ่นดี ประมาณปลายปี พ.ศ. 2530 เกษตรกรได้นำพันธุ์ปลาดุกชนิดหนึ่งจากประเทศลาวเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย ซึ่งกรมประมงได้ให้ชื่อว่าปลาดุกเทศ (ปลาดุกยักษ์ หรือ ปลาดุกรัสเซีย) มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา เป็นปลาที่มีการเจริญเติบใตรวดเร็วมาก สามารถกินอาหารได้แทบทุกชนิด - [เหยียบกะลานวดฝ่าเท้า](https://www.monmai.com/เหยียบกะลานวดฝ่าเท้า/) - กะลานวดฝ่าเท้า ใช้สำหรับนวด บริหารฝ่าเท้า โดยการใช้เท้าเหยียบ ลงบนกะลาให้อุ้งเท้าสัมผัสกับยอดแหลมของกะลา ทำครั้งละ 10-20 นาที วันละ 1-2 ครั้ง จะเป็นการบริหารคลายเส้น ช่วยลดอาการชาตามปลายมือปลายเท้า ช่วยให้ผ่อนคลาย ร่างกายสดชื่น และนอนหลับ ช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ การบริหารร่างกายโดยใช้กะลามะพร้าว อุปกรณ์ กะลามะพร้าวซีกตัวผู้ คือตรงกลางเป็นรู โดยมีลักษณะส่วนยอดเต้าแหลมหรือป้านต่างกัน ส่วนสูงของกะลาควรเลือกขนาดความสูงใกล้เคียงกัน ขนาดอาจเล็กใหญ่ก็ได้ แต่ทั้ง 2 ซีก ควรมีขนาดไม่ต่างกันมากนัก ส่วนขอบเรียบเสมอกันโดยรอบ ท่าที่ 1 ท่าข้อแกร่ง วางกะลา 2 ใบ บนพื้นราบ ห่างจากหลักยึดพอประมาณ ยืนเหยียบกะลาให้หลังตรง มือทั้งสองข้างจับหลักยึด เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เลื่อนสันเท้าทั้งสองลงมาที่พื้นราบ โดยให้อุ้งเท้าและปลายเท้าแนบกับกะลา นับ 1-5 ทำสลับกันเช่นนี้จนครบ 3 นาที ท่าที่ 2 ท่าขาแข็ง วางกะลา 2 ใบ บนพื้นราบ ห่างจากหลักยึดพอประมาณ - [ฟางข้าว](https://www.monmai.com/ฟางข้าว/) - ฟางข้าวที่เป็นเศษเหลือจากการนวดข้าว เกษตรกรจะนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายอย่าง เช่น เป็นอาหารให้กับโค กระบือ ใช้ในงานอุตสาหกรรมทำกระดาษ เป็นวัสดุคลุมดินในแปลงผัก ทำโครงพวงหรีดดอกไม้ แต่ประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ ผู้ที่นำไปใช้ประโยชน์จริงๆ มีไม่มากเท่ากับการให้มันถูกเผาทำลาย ด้วยเหตุผลที่ว่าการเผาฟางจะช่วยทำลายวัชพืชและเมล็ดพืชที่ตกค้างอยู่ในนา และเพื่อความสะดวกในการทำนาหรือทำไร่ในฤดูต่อไป การที่เราเผาสิ่งที่ยู่ในผืนนานั้น ดินนาก็ย่อมจะเสื่อมลงอย่างแน่นอน ซึ่งมีความร้อนถึง 700 องศาเซลเซียส จะทำให้จุลินทรีย์ในดินตาย อินทรีย์วัตถุในนาก็จะลดลงทุกปีโดยไม่มีการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน แต่ใส่ปุ๋ยเคมีทดแทนลงไป ในนาข้าว ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวจะไปช่วยเร่งให้จุลินทรีย์ย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดินให้หมดเร็วยิ่งขึ้น สภาพการณ์ที่จะส่งเสริมให้ดินนาเกิดการแข็งตัว ทำให้ดินแน่น การระบายน้ำและอากาศในดินไม่ดี ทางแก้ไขที่ต้องทำต่อมาคือ ต้องใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับการไถกลบฟางข้าว เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตและเสียเวลามากยิ่งขึ้น แต่หากจะมีคำถามว่า หากเราไม่เผาฟางในนาข้าวมีประโยชน์อย่างไร ฟางช่วยทำให้ผืนนาที่ถูกฟางปกคลุมมีสภาพจุลนิเวศน์ เหนือผิวดิน มีความเหมาะสมต่อการที่สิ่งมีชีวิต เช่น จุลินทรีย์ ไส้เดือน กิ้งกือ มีชีวิตอยู่และขยายพันธุ์ออกไป ทำให้เกิดการย่อยดินให้ร่วนซุยสามารถระบายน้ำและอากาศได้ดี ฟางข้าวจะช่วยควบคุมพืชที่เป็นวัชพืชในนาข้าวไม่ให้งอกเจริญเติบโต โดยฟางที่คลุมผืนนาจะบดบังแสงแดดไม่ให้ส่องถึงและยังจะช่วยรักษาความชื้นของดินในนาให้อยู่ได้นาน ซึ่งจะทำให้ต้นข้าวมีน้ำเพียงพอแม้จะมีสภาวะแห้งแล้งติดต่อกันก็ตาม ต้นข้าวก็สามารถเจริญงอกงามให้ผลผลิตสูงกว่าการเปิดดินโดยปราศจากฟางข้าวคลุมดิน ความชื้นในสภาพคลุมฟางในนาข้าวหลังเก็บเกี่ยวมีเพียงพอที่จะปลูกพืชตระกูลถั่วอายุสั้น โดย เฉพาะถั่วเขียว ซึ่งมีอายุ 60 วัน หรือพืชหมุนเวียนอื่นๆ ที่จะช่วยในเรื่องการลดการระบาดของแมลงศัตรูพืชได้ค่ะ โดยปลูกหลังจากที่ได้ไถฟางกลบลงไปในดินแล้ว การปลูกพืชตระกูลถั่วหลังการทำนายังใช้น้ำน้อยและเพิ่มไนโตรเจน - [กุหลาบมอญ ดอกยี่สุ่น](https://www.monmai.com/กุหลาบมอญ/) - กุหลาบมอญเป็นไม้ดอกที่มีดอกสายงามตลอดปี มีดอกหอม ใช้กลีบดอกแต่งกลิ่นอาหาร สกัดน้ำมันหอมระเหย ทำดอกไม้ประดิษฐ์และบุหงา ต้นกุหลาบมอญ หรือ ต้นยี่สุ่น เป็นกุหลาบพันธุ์พื้นเมืองของหงสาวดี (เมืองของชาวมอญในอดีต) โดยเป็นดอกไม้ที่ทรงโปรดของสมเด็จพระนเรศวน พระองค์ทรงนำกลับมาปลูกหลังจากเสร็จสงครามที่เมืองมอญ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa x Damascena Mill วงศ์ : Rosaceae ชื่อสามัญ : Summer Damask Rose ชื่ออื่น ๆ : กุหลาบมอญ ยี่สุ่น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ กุหลาบมอญเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนาม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก รูปไข่ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 3-5 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมนขอบจักเป็นฟันเลื่อย ออกดอกเป็นช่อดอกสีชมพูหรือสีแดง ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง อยู่รวมเป็นกระจุก 3-5 ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีกลีบดอกจำนวนมากเรียงซ้อนกันหลายชั้นเมื่อดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง - [ระบบน้ำหยด เกษตรประหยัดน้ำ](https://www.monmai.com/ระบบน้ำหยด/) - ระบบน้ำหยด เป็นเทคโนโลยีการชลประทานวิธีหนึ่งในหลายวิธี เป็นการให้น้ำแก่พืช โดยการส่งน้ำผ่านระบบท่อและปล่อยน้ำออกทางหัวน้ำหยด ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช น้ำจะหยดซึมลงมาบริเวณรากช้า ๆ สม่ำเสมอในอัตรา 4-20 ลิตร ต่อชั่วโมง ที่แรงดัน 5-25 PSI ขึ้นอยู่กับระบบ ชนิดพืช ขนาดพื้นที่ และชนิดของดิน ทำให้ดินมีความชื้นคงที่ในระดับที่พืชต้องการและเหมาะสมตลอดเวลา ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบน้ำหยด เป็นการให้นํ้าแก่พืชเฉพาะในเขตรายพืช โดยมีการควบคุมปริมาณนํ้าให้แก่พืชครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อยครั้งอย่างสมํ่าเสมอด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า หัวจ่ายนํ้า (Emitter) จุดมุ่งหมายสำคัญของการให้นํ้าแบบนี้ก็เพื่อที่จะรักษาระดับความชื้นของดิน บริเวณรากพืชให้อยู่ในระดับที่รากพืชดูดไปใช้ได้อย่างง่าย สร้างความเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ พอเหมาะ และเป็นไปตามความต้องการของพืช โดยมีคุณลักษณะที่สำคัญดังต่อไปนี้ เป็นวิธีการให้นํ้าด้วยอัตราทีละน้อย ๆ (น้อยกว่า 250 ลิตร/ชม.) เป็นวิธีการให้นํ้าที่ใช้เวลานาน (นานมากกว่า 30 นาที) เป็นวิธีการให้นํ้าช่วงบ่อยครั้ง (ไม่เกิน 3 วันครั้ง) เป็นวิธีการให้นํ้าโดยตรงในบริเวณเขตรากพืชหรือเขตพุ่มใบ (เปียกอย่างน้อย 60%) เป็นวิธีการให้นํ้าด้วยระบบท่อที่ใช้แรงดันตํ่า (แรงดันที่หัวจ่ายนํ้าไม่เกิน 20 เมตร) ข้อดีของน้ำหยดมีหลายประการ ประหยัดน้ำมากกว่าทุก - [ปลูกไผ่แซมสวนยาง](https://www.monmai.com/ปลูกไผ่แซมสวนยาง/) - ไผ่เลี้ยงหวานเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และตลาดมีความต้องการจำนวนมาก แต่การผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ทั้งที่ไผ่เลี้ยงหวานเป็นพืชที่ขึ้นง่ายและเติบโตเร็ว การปลูกไผ่เลี้ยงหวานถือว่าปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลมากก็สามารถเจริญเติบโตได้ แต่การที่จะปลูกเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ควรจะมีการดูแลและจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อให้มีผลผลิตออกมาบริโภคและจำหน่ายอย่างต่อเนื่องสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรนอกเหนือจากการปลูกสร้างสวนยางพาราเพียงอย่างเดียว นายถนอม ชุมชาติ เจ้าของป่าไผ่ 5 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งถือว่าเป็นเกษตรกรตัวอย่างในการจัดสรรพื้นที่อย่างลงตัว จนมีทั้งรายได้หลัก รายได้รอง และรายได้เสริม พื้นที่ 25 ไร่ ถูกแบ่งเป็น สวนยางพารา 23 ไร่ แซมด้วยไผ่ตง 3 ไร่ ที่เหลือ 2ไร่ ปลูกป่าไผ่ เป็นร่องแนวยาว ระหว่างร่องก็จะปลูกต้นเตยหอม ต้นผักกูด ไปจนถึงพืชสมุนไพรชนิดต่าง เลี้ยงปลาดุก ปลานิล เลี้ยงหอย เลี้ยงผึ้ง คือจะปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก ในอนาคตจะขยายไปทั้งหมด 20 ไร่ คือใช้พื้นที่คุ้มค่าทุกตารางนิ้วเลยทีเดียว เจ้าของสวน กล่าวว่า ไผ่ที่ปลูกไว้มีทั้งหมด 16 สายพันธุ์ ได้แก่ - [สนิท รัตนซ้อน ปลูกเอง กินเอง และขายเอง](https://www.monmai.com/สนิท-รัตนซ้อน/) - ปราชญ์ชาวบ้าน จ.ยะลา คุณสนิท รัตนซ้อน ใช้พื้นที่กว่า 5 ไร่ ปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผลและผักสวนครัว นำยางรถยนต์มาตัดขอบ ลดภาวะโลกร้อน และใช้พื้นที่ไม่มาก นอกจากนี้ยังปลูกไผ่หวาน ไผ่เลี้ยงหวาน และไผ่หวานสีทองลืมแล้ง ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะปรับสภาพหน่อออกเป็นสีทอง และออกตลอดทั้งปี ทั้งเก็บหน่อและตอนกิ่งพันธุ์ขายสร้างรายได้งดงาม นายสนิท รัตนซ้อน เจ้าของบ้านเลขที่ 69/1 ม.1 ต.ตาเซะ (บ้านคล้า) อ.เมือง จ.ยะลา อดีตข้าราชการครูที่ผันตนเองมาเป็นเกษตรกร บนเนื้อที่ 5 ไร่ครึ่ง โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาใช้ดำเนินชีวิต ใช้วิธีการปลูกเอง กินเอง และขายเอง จนปัจจุบันรอบบ้านร่มรื่นด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด กว่า 60 สายพันธุ์ ทั้งไม้ผล พืชผักสวนครัวรั้วกินได้ รวมทั้งไผ่หวานสีทองลืมแล้ง ซึ่งแตกหน่อออกมาเรื่อยๆ เหลือจากเก็บกินก็จะนำส่งขายที่ตลาด เป็นรายได้เลี้ยงตนเองและภรรยา นายสนิท รัตนซ้อน อดีตข้าราชการครู ซึ่งพ่วงตำแหน่งปราชญ์ชาวบ้านด้านเกษตรกรดีเด่น จ.ยะลา เล่าว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกรนั้น ตนเองมีอาชีพรับราชการครูที่โรงเรียนคณะราษฎรบำรุงยะลา - [แพงพวย พังพวย](https://www.monmai.com/แพงพวย/) - แพงพวยเป็นไม้ดอกที่ทนทานที่สุดในบรรดาไม้ดอกทั้งหมด ทนต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งความร้อน ความแห้งแล้ง โรคแมลง ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ แต่ยังสามารถเจริญเติบโตและ ออกดอกสะพรั่งได้ดี มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vinca rosea วงศ์ : Apocyanceae ชื่อสามัญ : Vinca ชื่ออื่น ๆ : Periwinkle, แพงพวย,พังพวย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ แพงพวยเป็นไม้ต้นสูงตั้งแต่ 30-90 ซม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่กลับ สีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบไม่มีจัก ปลายใบมน โคนใบแหลม ดอกมีหลายสี เช่น สีขาวและชมพู ออกตามซอกใบ 1-3 ดอก ถ้าเป็นสีขาว ตรงกลางดอกจะมีสีเหลือง ถ้าเป็นสีชมพู ตรงกลางดอกเป็นสีแดง กลีบดอกชั้นเดียว มีกลีบดอก 5 กลีบ การขยายพันธุ์ ด้วยเมล็ด ทำได้ง่ายและสะดวกที่สุด พันธุ์ที่ใช้ปลูก พันธุ์เตี้ย ได้แก่ - [แยมหม่อน](https://www.monmai.com/แยมหม่อน/) - ผลหม่อนสุกและกากผลหม่อนที่เหลือจากการคั้นน้ำเพื่อทำน้ำผลไม้หม่อน หรือไวน์หม่อน สามารถนำมาผลิตเป็นแยมได้ แยมลูกหม่อน ส่วนผสม ลูกหม่อน 400 กรัม น้ำตาลทรายขาว 400 กรัม เพคติน หรือ เจลาติน 10 กรัม (ปรับตามความจำเป็น) กรดมะนาว หรือ น้ำมะนาว 5 กรัม น้ำ 400 มิลลิลิตร วิธีทำ นำลูกหม่อนมาล้างให้สะอาด และ เอาก้านของลูกหม่อนออก ใช้มือ(ที่สะอาด)บีบลูกหม่อนให้ละเอียดตามความต้องการ เอามาตังหม้อเคี่ยวให้ร้อน คนตลอดเวลา จนเดือด นำเพคตินหรือเจลาตินมาผสมน้ำตาลเข้ากับน้ำ เทน้ำผสมลงในหม้อลูกหม่อน เติมน้ำมะนาวคนตลอดเวลาจนเดือดอีกรอบ แล้วเคี่ยวไฟอ่อนๆประมาณ 5-10 นาที บรรจุขวดแก้วที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วโดยการต้มรวมฝาขวด *** แบบนี้จะเก็บใด้ประมาณ 3-6 เดือน *** นำขวดแก้วที่บรรจุแยมหม่อนแล้วปิดขวดให้แน่น ต้มน้ำเดือด 10 นาที จะทำให้เป็นสุญญากาศ และค่าเชื่อ 100% *** แบบนี้เก็บใด้ 1 - [พลับพลึงธาร หนึ่งเดียวที่คลองนาคา](https://www.monmai.com/พลับพลึงธาร/) - พลับพลึงธาร เป็นพืชที่สวยงามและหายากมากที่สุดชนิดหนึ่ง พบตามลำธารที่น้ำใสสะอาด และมีน้ำไหลตลอดปี ความลึกไม่เกิน 2 เมตร เติบโตได้ดีในลำธารที่โล่งมีแสงแดดส่องเต็มที่ พบได้เฉพาะที่คลองนาคา จัดเป็นพืชถิ่นเดียวที่พบเฉพาะประเทศไทย ไม่มีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติไปขึ้นอยู่ในประเทศอื่น พลับพลึงธาร (Crinum thaianum J. Schulze.) เป็นพืชน้ำอยู่ในวงศ์พลับพลึง (Amaryllidaceae) ชื่อสามัญ คือ Water Onion, Water lily, Thai Water Onion, Onion Plant และ Yellowish leaves lily ชื่ออื่นๆ ที่เรียกในแต่ละท้องถิ่น ได้แก่ หญ้าช้อง หอมน้ำ (ระนอง) ช้องนางคลี่ (บ้านนางย่อน) พลับพลึงธาร จัดเป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic species) ที่พบเฉพาะในเขตพื้นที่ของจังหวัดระนอง ได้แก่ อำเภอกะเปอร์และอำเภอสุขสำราญ ส่วนจังหวัดพังงา พบเฉพาะเขตพื้นที่ของอำเภอคุระบุรีและตะกั่วป่าเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นพืชที่ขึ้นกระจายพันธุ์อยู่ในระบบนิเวศเฉพาะ เช่น บริเวณลำธารที่มีน้ำไหล สะอาด บริเวณช่วงกลางคลองที่เชื่อมต่อจากพื้นที่ต้นน้ำ - [เสื่อลำแพน](https://www.monmai.com/เสื่อลำแพน/) - เสื่อลำแพนหรือเสื่อกะลา เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ ในอดีคเสื่อลำแพนเป็นที่นิยมทำฝาบ้าน และเมื่อถึงฤดูเกี่ยวข้าวชาวนามักใช้เสื่อลำแพนรองพื้นบริเวณที่ฟาดข้าว การจักสานไม้ไผ่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ชาวบ้านทำกันมานานจนถึงปัจจุบัน ในสมัยก่อนชาวบ้านสานไม้ไผ่เป็นของใช้ภายในครัวเรือน ฝีมือ แรงงาน คือคนในชุมชนอย่างแท้จริง ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงทำให้คนในชุมชนมีความผูกพันกัน มีการรวมกลุ่ม และ มีการพัฒนาภูมิปัญญา เขตที่มีไม้ไผ่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ชาวบ้านจึงได้นำไม้ไผ่มาจักสานเพื่อใช้ประโยชน์มานานกว่าร้อยปีแล้ว โดยเริ่มแรกตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย ได้จักสานเสื่อลำแพนไว้เพื่อใช้เอง เช่น ตากข้าว ตากของ ใส่ข้างเกวียน มีกระโซ่ใส่หัวท้าย บรรจุข้าวเปลือก และผลิตภัณฑ์ ทางการเกษตรแต่ต่อมาได้มีชาวบ้านจากถิ่นอื่น และ ละแวกใกล้เคียงมาพบภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของชาวบ้าน จึงได้สั่งทำไว้ใช้บ้าง ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันทำเสื่อลำแพนเพื่อจำหน่าย จึงเกิดเป็นสินค้าประจำท้องถิ่น และได้เรียกกันว่า เสื่อลำแพน เพราะเป็นเสื่อที่ผลิตจากลำต้นของไม้ไผ่สีสุก ไม้ไผ่ตง หรือ ไม้ไผ่ดำ เส้นผ่านศูนย์กลางของต้นประมาณ 7 10 เซนติเมตร จักสานให้เป็นเสื่อแผ่นใหญ่ตามขนาดที่ต้องการได้ เสื่อลำแพนในยุคแรกมีลายสองเพียงลายเดียว ไม่มีลวดลายวิจิตรงดงามดังปัจจุบัน ต่อมามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้เห็นความสำคัญของภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่มีมาช้านานแล้ว จึงได้จัดตั้งกลุ่มสตรีแม่บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มสหแสงชัยเสื่อลำแพนในปัจจุบันนี้ และได้พัฒนาให้มีขนาดและคุณภาพ เหมาะสมกับงานที่ต้องการใช้ตามความต้องการของลูกค้า และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นสินค้าสร้างชื่อเสียง - [แก้ปัญหาที่จุดเล็ก](https://www.monmai.com/แก้ปัญหาที่จุดเล็ก/) - ทรงมองปัญหาในภาพรวม (แมคโคร) ก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาจะเริ่มจากจุดเล็กๆ (ไมโคร) คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่คนมักจะมองข้าม มองภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากจุดเล็กๆ ไม่เริ่มทีเดียวใหญ่ ๆ และควรมองในสิ่งที่มักจะมองข้าม ถ้าปวดหัวคิดอะไรไม่ออก ให้คิดแก้ปวดหัวก่อน เป็นคำพูดที่ฟังดูตลก แต่ลึกซึ้ง คิดใหญ่ทำเล็ก คิดกว้างทำแคบ คิดละเอียดทำหยาบ ลงมือทำในจุดเล็กๆ ก่อน สำเร็จแล้วจึงค่อยขยาย มิใช่สั่งทำพร้อมกันทั่วประเทศ ดูดี แต่ลงทุนสูงได้ผลน้อย ในที่สุดทุกคนก็จะหมดแรง เพราะมีแต่คนสั่งคนทำมีอยู่ไม่กี่คน แก้ปัญหาที่จุดเล็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวม (Macro) ก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้าม ดังพระราชดำรัสที่ว่า ..ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก.. เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน..มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้.แบบ Macro นี้เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม เอาตกลงรื้อบ้านนี้ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่. วิธีทำต้องค่อย ๆทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้ - [พิมเสน กลิ่นหอมเย็น](https://www.monmai.com/พิมเสน/) - พิมเสนเป็นเกล็ดเล็กๆ สีขาวขุ่น เนื้อแน่นกว่าการบูร ระเหิดได้ช้ากว่าการบูร ติดไฟให้แสงจ้าและมีควันมาก ไม่มีขี้เถ้า พิมเสนบริสุทธิ์จะเป็นผลึกรูปแผ่นหกเหลี่ยม มีจุดหลอมเหลว 208 องศาเซลเซียส ละลายได้ยากในน้ำ ละลายได้ดีในตัวทำละลายชนิดขั้วต่ำ พิมเสนมีกลิ่นหอมเย็น ฉุน รสหอม เย็นปากคอ สมัยก่อนใส่ในหมากพลูเคี้ยว สรรพคุณ ตำรายาแผนโบราณ: ใช้พิมเสนเป็นยาขับเหงื่อ ขับเสมหะ กระตุ้นการหายใจ กระตุ้นสมอง บำรุงหัวใจ ใช้เป็นยาระงับความกระวนกระวาย ทำให้ง่วงซึม แก้ลมวิงเวียน หน้ามืด หัวใจอ่อน บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่น ทำให้เรอ ขับผายลม แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้ปวดท้อง แก้บาดแผลสด แผลเรื้อรัง แผลกามโรค แผลเนื้อร้าย ผสมในตำรับยาหอม เช่น ยาหอมเทพจิตร ยาหอมนวโกฐ มีสรรพคุณโดยรวมคือแก้ลมวิงเวียน หน้ามืดตาลาย การกลั่นใบและยอดอ่อนของหนาดด้วยไอน้ำ จะได้พิมเสนตกผลึกออกมา นำมาทำเป็นยากิน แก้ปวดท้อง ท้องร่วง หรือใช้ขับลม ใช้ภายนอกเป็นผงใส่บาดแผล แก้แผลอักเสบ แก้กลากเกลื้อน และแผลฟกช้ำ - [นมไม้ นวดบรรเทาอาการปวดเมื่อย](https://www.monmai.com/นมไม้/) - นมไม้มีลักษณะเป็นไม้สูงประมาณ 4 นิ้ว ใช้สำหรับหนุนแผ่นหลังเมื่อมีความเจ็บปวดหรือปวดเมื่อย คนโบราณใช้นมไม้นี้ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกาย ไม้นวดหลังหรือที่เรียกตามภาษาท้องถิ่นเรียกว่าไม้นมสาว ใช้สำหรับนวดหลังคลายปวดหลัง ใช้กดบริเวณที่ปวด บนส่วนต่างๆของร่างกาย ทำจากไม้เนื้อแข็ง ไม่มีอันตราย ไม่มีสารเคมี เวลานวด...ให้วางตรงแนวกล้ามเนื้อระหว่างกระดูหลัง นอนทับได้ แล้วค่อยขยับไปเรื่อย ๆ ลักษณะการใช้ก็ไม่ยาก เพียงแต่เราเอานมไม้นั้นไปหนุนไว้ที่หลังบริเวณที่ปวดเมื่อย แล้วนอนทับเอาไว้ โดยพื้นที่นอนให้เป็นที่ราบแข็งพอประมาณ (ไม่ควรนอนบนฟูกที่นอนนิ่ม) ต่อจากนั้นควรจะเลื่อนตำแหน่งไปเรื่อยๆ โดยให้นมไม้นี้ทำหน้าที่เป็นหมอนวด ควรจะนวดตั้งแต่ใต้คอลงมาบริเวณไหล่ และขมับเลื่อนเรื่อยๆลงมาจนถึงบริเวณ ทำซ้ำๆกันหลายๆครั้ง อาการปวดเมื่อยก็จะบรรเทาเบาบางลงไป นิเวศน์ บวรกุลวัฒน์ แพทย์แผนไทยประยุกต์ กลุ่มงานการนวดไทย สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้ความรู้เรื่องการนวดเพื่อรักษาอาการปวดหลังว่า โดยทั่วไปอาการปวดที่ต้องนวดบำบัดรักษามี 2 ระบบด้วยกัน คือ ปวดกล้ามเนื้อ บริเวณที่พบบ่อย คือ คอ บ่า ไหล่ หลัง และปวดข้อ บริเวณที่พบบ่อย คือ ต้นคอ ข้อไหล่ ข้อตะโพก ข้อเข่า และข้อเท้า สำหรับอาการปวดหลังนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการนั่งทำงานนาน - [ลำไย ผลไม้รสเลิศ](https://www.monmai.com/ลำไย/) - ลำไยมีชื่อเรียกพื้นบ้านว่า บ่าลำไย ชื่อภาษาอังกฤษว่าลองแกน (Longan) ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Nephelium ,Canb.หรือEuphorialongana,Lamk.วงศ์Sapedadceaeทีน(Native)ในพื้นที่ราบต่ำของลังกา อินเดียตอนใต้ เบงกอลพม่าและจีนภาคใต้ เป็นพืชไม้ผลเขตร้อนและกึ่งร้อน ประวัติลำไย ลำไยเป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและกึ่งร้อนของเอเชีย ซึ่งอาจมีถิ่นกำเนิดในลังกาอินเดียพม่าหรือจีนแต่ที่พบหลักฐานที่ปรากฏในวรรณคดีของจีนในสมัยพระเจ้าเซ็งแทงของจีนเมื่อ ๑,๗๖๖ ปีก่อนคริสกาลและจากหนังสือ RuYaของจีนเมื่อ ๑๑๐ ปีก่อนคริสตกาลได้มีการกล่าวถึงลำไยไว้แล้ว และชาวยุโรปได้เดินทางไปยังประเทศจีน เมื่อปีพ.ศ.๑๕๑๔ ก็เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับลำไยไว้ในปีพ.ศ.๑๕๘๕ แสดงว่าลำไยมีการปลูกในจีนที่มณฑลกวางตุ้ง เสฉวนมีศูนย์กลางอยู่ที่มณฑลฟูเกียน ลำไยได้แพร่หลายเข้าไปในประเทศอินเดีย ลังกา พม่าและประเทศแถบเอเชียลังกาพม่าและประเทศแถบเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้และเข้าสู่ประเทศอเมริกาในปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๕ ในประเทศไทย ลำไยคงแพร่เข้ามาในประเทศพร้อมๆ กับประเทศในเขตนี้แต่ไม่ปรากฏหลักฐานหลักฐานที่พบ เป็นต้นลำไยในสวนเก่าแก่ของ ร.อ.หลวงราญอริพล(เหรียญสรรพเสน) ที่ปลูกในตรอกจันทร์ถนนสาธุประดิษฐ ์ใกล้วัดปริวาศในสมัยรัชกาลที่ ๕เป็นลำไยที่ขยายพันธุ์มาจากเมล็ดเพาะแสดงว่าลำไยมีในประเทศไทยมาก่อนแล้ว และมีการพัฒนาพันธุ์ตามลำดับตามสภาพภูมิอากาศต่อมาพระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้นำลำไยจากกรุงเทพฯขึ้นมา ขยายพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่จากนั้นก็ขยายพันธุ์สู่ภูมิภาคต่างๆในล้านนาโดยการเพาะเมล็ดจนเกิดการแปรพันธุ์ (Mutation)เกิดพันธุ์ใหม่ตามสภาพคุณลักษณะที่ดีของภูมิอากาศที่เหมาะสมและเกื้อกูลต่อการเจริญเติบโตของลำไย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดลำพูนมีสภาพภูมิประเทศที่ดีในลุ่มแม่น้ำใหญ่หลายสาย จนเกิดลำไยต้นหมื่นที่บ้าน หนองช้างคืน อำเภอเมืองลำพูน ซึ่งเก็บผลขายต้นเดียวได้ราคาเป็นหมื่น เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๑ ผลิตผลต่อต้นได้ ๔๐-๕๐ เข่งพัฒนาการของลำไยในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะที่จังหวัดลำพูนถ้านับจากการเสด็จกลับล้านนาครั้งแรกของพระราชชายา เจ้าดารารัศมีเมื่อปีพ.ศ.๒๔๕๗จนถึงลำไยต้นหมื่นที่หนองช้างคืนเมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๑ก็พัฒนามาร่วม๖๐ปีและถ้านับถึง ปีปัจจุบัน มีการพัฒนาพันธุ์ร่วม๙๐ปีแล้วจนขณะนี้มีลำไยมากมายหลายพันธุ์และมีการปลูกมากถึง๑๕๗,๒๒๐ไร่ ชื่อภาษาอังกฤษ Longan ชื่อวิทยาศาสตร์ - [ชานอ้อย ชีวมวลชั้นดี](https://www.monmai.com/ชานอ้อย/) - กากอ้อย (Bagasse) คือ ผลิตผลพลอยได้ ที่ได้จากกระบวนการหีบอ้อย กากอ้อยเป็นชีวมวลประเภทหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการเผาไหม้ คือ ให้ค่าความร้อนค่อนข้างสูง (เช่นเดียวกับแกลบ) และไม่มีส่วนผสมของโลหะอัลคาไลน์ (เช่น โซเดียม โปแตสเซียม เป็นต้น) ในปริมาณที่ก่อให้เกิดปัญหาเถ้าหลอมและตะกรันในระหว่างการเผาไหม้ ด้วยเหตุนี้ กากอ้อยที่เกิดขึ้นทั้งหมดจึงถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยผ่านกระบวนการเผาไหม้ในหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) เพื่อผลิตไอน้ำและนำไอน้ำบางส่วนไปหมุนกังหันไอน้ำเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ส่วนขี้เถ้าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆได้ เช่น สามารถนำไปทำอิฐทนไฟหรือใช้ปรับปรุงสภาพดินเพื่อการเพาะปลูกได้อีกด้วย ชานอ้อยเป็นเศษเหลือทิ้งจากกระบวนการหีบอ้อย โดยเมื่อวิเคราะห์ทางเคมี เส้นใยชานอ้อยแห้งประกอบด้วย อัลฟาเซลลูโลสประมาณ 45% เฮมิเซลลูโลส 27% ลิกนิน 21% อื่นๆ 7% อย่างไรก็ตามหากต้องการแยกให้ได้เส้นใยละเอียด สามารถทำการแยกโดยใช้สารละลายด่างความเข้มข้น 0.1% หรือ 1 N ซึ่งเมื่อแยกเส้นใยด้วยสารละลายด่างความเข้มข้นต่างกันจะได้ความละเอียดเฉลี่ยแตกต่างกันไปตั้งแต่ 35-49 tex ค่าการยืดตัวก่อนขาดเฉลี่ยที่ 3.24-4.20% โดยความละเอียดและการยืดตัวจะเพิ่มขึ้น แต่ความแข็งแรงของเส้นใยจะลดลงเมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารละลายด่างที่ใช้ เส้นใยมีค่าความแข็งแรงเฉลี่ย 11-22 cN/tex เซลล์เส้นใยชานอ้อยมีลักษณะสั้นมาก ความยาวประมาณ 2-4 มิลลิเมตร ค่าความแข็งแรงเมื่อเทียบกับพืชเส้นใยอื่นค่อนข้างต่ำและไม่ค่อยมีความยืดหยุ่น และมีลักษณะหยาบไม่เหมาะสมต่อการนำไปผลิตสิ่งทอสำหรับสวมใส่ไม่เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมสิ่งทอสำหรับสวมใส่โดยตรง - [หญ้าหวาย หญ้าสัตว์เลี้ยง](https://www.monmai.com/หญ้าหวาย/) - หญ้าหวายประโยชน์เป็นอาหารของสัตว์เลี้ยง ชื่อวิทยาศาสตร์ Ischaemum barbatum Retz. ชื่อวงศ์ POACEAE (GRAMINEAE) ชื่ออื่น หญ้าหวาย หญ้ายอนหู หญ้าหางค่าง หญ้ากับแก หญ้าปล้องหิน หญ้าแพรกหางช้าง หญ้ารังตั๊กแตน ลักษณะ หญ้าหลายปี เป็นกอ สูง 70-110 เซนติเมตร ตั้งตรงหรือทอดไปกับพื้น 2-3 ปล้องแล้วตั้งตรง กาบใบ ทรงกระบอกโอบลำหลวม ๆ โคนเกลี้ยงส่วนบนมีขนฐานกลมกระจาย สูง 6-15 เซนติเมตร แผ่นใบ ฐานสอบ เนื้อหยาบเกลี้ยง ยาว 9-35 เซนติเมตร กว้าง 0.4-1.1 เซนติเมตร ขอบสากมือ ปลายเรียวแหลม ลิ้นใบ เป็นเยื่อแข็ง เนื้อหยาบ ยาวประมาณ 3.5 มิลลิเมตร ปลายตัดหรือเว้า ช่อดอก ประกอบด้วยแบบช่อกระจะ 2 ช่อ ยาว - [สว่านเจาะดินมือหมุน](https://www.monmai.com/สว่านเจาะดินมือหมุน/) - หลายๆท่านที่ทำสวนเกษตร ปัญหาใหญ่ที่เจอคือ คนงานไม่มี เครื่องมือไม่พร้อม หรือไม่ตรงตามความต้องการปัญหาเหล่านี้ผมทำสวนเจอมาตลอด ยามว่างก็เลยคิดทำเครื่องไม้เครื่องมือขึ้นมาใช้เองตามงานที่เราต้องการ ที่สำคัญ คือ ต้องง่าย ทำใช้ได้เอง ราคาประหยัด ไม่ยุ่งยาก วันนี้เลยเอา วิธีการทำ สว่านเจาะดิน พลังมือหมุน รุ่น ล่าสุดที่พัฒนและทำขึ้นมาให้ชมกันปัญหาหนึงที่ชาวเกษตรกรต้องการเจาะหลุม ไม่ว่าจะฝังเสา หรือปลูกต้นไม้ หรืออื่นๆ เดิมๆเราก็ใช้ แค่จอบ เสียม หรือ พลั่วขุดเอา ทั้งยากและลำบากต้อง ก้มๆเงยๆโกยดินออกจากหลุมที่ขุดที่ผ่านมาผมได้ทำ สว่านเจาะหลุมพลังมือหมุน ออกมาหลายแบบแล้ว ที่ผ่านๆมา ก็ใช้ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องเช่นความสวยงาม ความคงทน และการใช้งานที่ได้มาตรฐานมาวันนี้ได้พัฒนามาเป็น สว่านเจาะดิน สว่านเจาะดินมือหมุน ผลงานของ ลุงแว่น ทำเองกะมือเลย เริ่มจากเอาใบเจาะที่ใช้แม่แรงดึงแผ่นเหล็กกลมเจาะรูกลางและผ่าข้างดึงเป็นเกลียวตามภาพ แล้วเชื่อมติดกับด้ามเจาะ เชื่อเข้าไปอีกแผ่น เป็นเกลียว 2 ชั้นปลายแป๊บด้ามใส่ลิ้น เป็นลิ้นเจาะนำ ผ่ากลางไว้เลย เชื่อมปิดด้านข้าง เพื่อเวลาเจาะดินจะได้ไม่เข้าไปในท่อแป๊บ ติดลิ้นนำเสร็จก็เจียร์ให้คม แล้ว ดัดตามภาพ เจียร์ผ่าตรงกลางเผื่อไว้ใส้แกนดิ่งนำ จะได้เจาะได้ - [การเลี้ยงปลาหมอไทย](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาหมอไทย/) - ปลาหมอไทย (Climbing perch) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anabas testudineus (Bloch) เป็นปลาที่รูจักและนิยมบริโภคกันอย่างแพร่ หลายทั่วทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากเป็นปลาที่มีรสชาติดีเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ในขณะที่ผลผลิตของปลาหมอไทยส่วน ใหญ่ได้มาจากการทำประมงจากแหล่งน้ำธรรมชาติและผลพลอยได้จากการวิดบ่อจับปลาสลิดหรือปลาชนิดอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีเกษตรกรเลี้ยงปลา หมอไทยเป็นอาชีพกันมากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะคลองกระบือ อำเภอปากพนัง ในช่วงที่กุ้งกุลาดำประสบ กับปัญหาโรคระบาดเกษตรกรบางส่วนหันมาเลี้ยงปลาหมอไทยและประสบความสำเร็จ จนกระทั่งเกษตรกรขยายพื้นที่การเลี้ยงปลาหมอไทยทั้งในสภาพบ่อ ปกติและบ่อนากุ้งกุลาดำกันอย่างมากมาย แหล่งที่อยู่อาศัย ปลาหมอไทย อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดทั่วๆไป ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ปลาหมอไทย สามารถปรับตัวเจริญเติบโตเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นน้ำ กร่อย ที่มีความเค็มไม่เกิน 7 ส่วนในพันได้ เป็นปลาที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เนื่องจากมีอวัยวะพิเศษช่วยในการหายใจ ปลาหมอไทยมีชื่อเรียกแตก ต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นเช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่า ปลาสะเด็ด ภาคเหนือ เรียกว่า ปลาแข็ง และภาคใต้ เรียกชื่อเป็นภาษายาวีว่า อีแกปูยู ชาวบ้าน ทั่วไปเรียกว่า ปลาหมอ รูปร่างลักษณะภายนอก ปลาหมอไทยมีลำตัวค่อนข้างแบนลำตัวมีสีน้ำตาลดำ หรือคล้ำ ส่วนท้องมีสีขาวหรือเหลืองอ่อนส่วนลำตัวมีเกล็ดแข็ง กระพุ้งแก้มมีลักษณะ เป็นหนามหยัก แหลมคม ใช้ในการปีนป่าย - [บ้านศาลาดิน ต้นแบบชุมชนจัดการน้ำ ตามแนวพระราชดำริ](https://www.monmai.com/บ้านศาลาดิน/) - เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว คลองมหาสวัสดิ์ มีแต่ผักตบชวา และวัชพืช เกิดปัญหาน้ำเสียจากหมู่บ้านจัดสรร ขยะชุมชน สารเคมีจากภาคเกษตรกรรม และการขยายตัวของชุมชน เนื่องจากชุมชนมีอาชีพหลักคือ ทำเกษตร ดังนั้น น้ำเป็นปัจจัยหลักของชุมชน ชุมชนจึงเริ่มรวมตัว ขุดลอกผักตบชวา และวัชพืช โดยมีกิจกรรมร่วมกันปีละ ๓ ครั้ง ปล่อยปลาดุกอุย เพื่อจำกัดหอยเชอรี่ และ รณรงค์ทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อไม่ให้น้ำเสียไหลลงคลอง ป้องกันปลาตาย รวมทั้งปลูกพืชพื้นเมืองหน้าบ้านในชุมชน เช่น ลำพู ชมพู่มะเหมี่ยว ฯลฯ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติแห่งนี้ เกิดจากความเข้าใจของชุมชนที่เรียนรู้ถึงการอยู่ร่วมกับดิน น้ำ ลม ไฟ สมบัติสำคัญของชุมชน และจะต้องบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นกรอบคิดในการแก้ปัญหา จัดทำเป็นกรอบงานที่มีกระบวนการชัดเจน รวมถึงนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้บริหารจัดการน้ำในชุมชนเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ สำหรับพิพิธภัณฑ์บ้านศาลาดินแห่งนี้ ตั้งอยู่บนที่ดินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้กับเกษตรกรทำกิน จํานวน 1,009 ไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 โดยมีสำนักงานปฏิรูปที่ดินเป็นผู้ดูแลจัดรูปที่ดินให้กับเกษตรกรแปลงละ 20 ไร่ ที่ผ่านมาชุมชนดังกล่าวประสบปัญหาน้ำเน่าเสียจากสารเคมี การทิ้งขยะและน้ำเสียจากครัวเรือนสู่ลําคลอง - [เสื่อกก](https://www.monmai.com/เสื่อกก/) - การทอเสื่อกก เป็นภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ที่นำเอาต้นกกมาแปรสภาพให้เป็นเส้น ย้อมสี แล้วสานทอให้เป็นแผ่นผืน เพื่อนำมาใช้ปูลาดรองนั่งหรือนอน หรือทำธุรกรรมต่างๆ ตลอดจนทำพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อ เสื่อกก เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีใช้กันอยู่ทั่วไปทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ ทั้งนี้เพราะต้นกกเป็นพืชธรรมชาติที่ขึ้นอยู่ทั่วทุกภูมิภาค และภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นที่นำต้นกกมาแปรสภาพก็มีลักษณะคล้ายกัน หรือได้อิทธิพลทางความคิดจากกันและกัน ทำให้เสื่อกกถูกจัดได้ว่าเป็นปัจจัยจำเป็นอย่างหนึ่ง ต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในอดีต ภูมิภาคหนึ่งที่มีการสืบสานภูมิปัญญาทางด้านการทอเสื่อกกนี้มายาวนาน จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อื่นเข้ามาทดแทนการใช้เสื่อกกมากมายให้เลือก นับตั้งแต่เสื่อน้ำมัน พรม กระเบื้องปูพื้น และอื่นๆ ทำให้กระแสความนิยมในการใช้เสื่อกกลดลง และคนรุ่นใหม่ก็สนใจในภูมิรู้ด้านนี้น้อย การทอเสื่อกก ของชาวไทยเป็นวิถีชีวิตที่ดำเนินสืบเนื่องกันมาในระบบครอบครัว นับตั้งแต่บรรพชนจนถึงปัจจุบัน เกือบทุกครัวเรือนที่ลูกหลานต่างซึมซับรับรู้ภูมิปัญญาด้านการทอเสื่อนี้เข้าไว้ในตัว แม้ชาวชุมชนจะมีอาชีพหลักทางด้านเกษตรกรรมการทำนาข้าว และการเลี้ยงกุ้ง แต่พื้นที่บางส่วนก็ถูกกันไว้เพื่อทำนากก บ้านใดปลูกข้าวน้อยก็จะปลูกกกมาก บ้านใดปลูกข้าวมากก็เหลือพื้นที่ไว้ปลูกกกบ้าง เพื่อให้ได้วัตถุดิบมาทอเป็นเสื่อสร้างรายได้เสริมยามว่างจากเกษตรกรรม ครั้นมีหน่วยงานทางราชการเข้ามาแนะนำส่งเสริม ทั้งการพัฒนาปรับปรุงการทำนากก ทั้งการทอเสื่อ ตามนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ธุรกิจชุมชน หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดการตื่นตัวของชาวชุมชน มีการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการเป็นกลุ่มแม่บ้านทอเสื่อทั้งหมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๙ สร้างความเข้มแข็ง สร้างภูมิคุ้มกันแก่ภูมิปัญญาท้องถิ่นการทอเสื่อนี้ให้มีความมั่นคงขึ้น แม้ปัจจุบันกระแสความนิยมในการใช้เสื่อกกจะลดลง ค่านิยมในการทำงานตามโรงงานอุตสาหกรรมของคนรุ่นใหม่มีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ผลิตภัณฑ์เสื่อกกก็ยังมีการทำออกมาอย่างไม่ขาดสาย เพราะคนหนุ่มคนสาวถึงแม้จะอยู่ที่โรงงาน แต่คนแก่คนเฒ่าที่เฝ้าบ้านรอการเก็บเกี่ยวผลิตผลด้านการเกษตร ต่างไม่ปล่อยเวลาว่างให้ผ่านไปโดยสูญเปล่า การทอเสื่อกกของชุมชน จึงยังคงอยู่ได้เสมอมาจนถึงวันนี้ การทอเสื่อ เป็นไปเพื่อการใช้สอยในครัวเรือน - [ผักกาดแก้ว ผักกาดหอมห่อ](https://www.monmai.com/ผักกาดแก้ว/) - ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce) เป็นผักอีกชนิดที่นิยมรับประทานเป็นสลัดผัก ผักกาดแก้วอุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามินเอ วิตามินซี โพรแทสเซียม กรดโฟเลต และสารอาหาร รวมทั้งแร่ธาตุที่มีประโยชน์กับร่างกาย ผักกาดหอมห่อ หรือ ผักกาดแก้ว มี ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Lactuca sativa var.capitata ลักษณะทั่วไป เป็นผักสีเขียวค่อนข้างอ่อน ใบห่อเป็นหัว เนื้อใบหนากรอบเป็นแผ่นคลื่น เป็นพืชที่ปลูกง่าย ตลาดมีความต้องการสูง ผักกาดหอมห่อเป็นผักกาดหอมที่มีลักษณะใบเรียงตัวกันหลายใบ ซ้อนกันแน่น ปลายใบหุบลงห่อห่มกันเป็นชั้นๆจนมีลักษณะเป็นหัว ใบด้านในมีสีเหลืองอ่อน ใบด้านนอกมีสีเขียวถึงเขียวแก่ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดหัวห่อแน่น ใบค่อนข้างบาง มองเห็นเส้นใบ กรอบ และเปราะง่าย ใบจะเรียงตัวห่อซ้อนทับกันจนเป็นหัวคล้ายกะหล่ำปลี แต่ต่างกันที่สี และลักษณะใบเท่านั้น นิยมนำมารับประทานสด และทำผักกาดดอง เป็นต้น ชนิดหัวห่อหลวม เป็นชนิดที่พบได้มากในตลาดค้าผัก แบ่งออกเป็นผักกาดหอมห่อหลวมทั่วไป และห่อหลวมแบบยาว ซึ่งจะต่างกันที่แบบห่อยาวจะมีรูปทรงกลม และเรียวยาวกว่า ลักษณะของผักกาดหอมห่อหลวม ใบจะอ่อนนุ่ม ไม่กรอบ - [ลูกประคบผ้าขาวม้า ทำง่าย หายเมื่อย](https://www.monmai.com/ลูกประคบผ้าขาวม้า/) - ผ้าขาวม้าห่อเป็นลูกกลมๆ ไม่ต้องมีตัวยาหรืออุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม ดูเรียบง่ายจนไม่น่าเชื่อว่า นี่คือ ลูกประคบผ้าขาวม้า อุปกรณ์ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายที่ได้ผลอย่างน่าทึ่ง ทั้งยังทำง่าย ใช้งานง่าย ใครที่มีอาการปวดเมื่อย ก็สามารถทำและนวดได้ด้วยตัวเอง ลูกประคบผ้าขาวม้านี้ เป็นภูมิปัญญาที่คิดค้นขึ้นโดย ลุงจำรัส ตักเตือน แห่งตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ที่ตอนนี้เป็นกรรมการกลุ่มคลังปัญญา ชมรมผู้สูงอายุ ตำบลวังน้ำคู้ ซึ่งตอนนี้ใครๆ ก็เริ่มรู้จักและเรียกขานว่า หมอนวดผ้าขาวม้า ลุงจำรัส เล่าถึงที่มาของภูมิปัญญา ว่า ได้ความคิดมาจาก ลูกช่วง ซึ่งเป็นการละเล่นในเทศกาลสงกรานต์สมัยก่อน และมีอุปกรณ์สำคัญ คือ ลูกช่วง ซึ่งทำจากผ้าม้วนเป็นลูกกลมๆ ลุงจำรัส ตักเตือน หนึ่งในกรรมการกลุ่มคลังปัญญา ชมรมผู้สูงอายุ ที่รูจักกันในนาม "หมอนวดผ้าขาวม้า" ตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เจ้าของความคิดลูกประคบผ้าขาวม้า เล่าถึงที่มาของการทำลูกประคบด้วยผ้าขาวม้าว่า คนสมัยก่อนมักเล่นลูกช่วงในเทศกาลสงกรานต์ โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายให้เท่าๆ กัน แล้วเริ่มโยนลูกช่วง หากเขาขว้างมาโดนเรา เราก็ต้องไปเป็นทาสฝ่ายเขา หากฝ่ายไหนแพ้จะมีการลงโทษ อาจเป็นการรำวงหรือให้ทำอะไรก็ได้ - [ผักกาดคอส สลัดคอส](https://www.monmai.com/ผักกาดคอส/) - ผักกาดคอส (Cos Lettuce) มีชื่อเรียกมากมาย ทั้งผักกาดโรเมน (Romaine Lettuce) ผักกรีนคอส เบบี้คอส บ้างก็เรียกผักกาดหวาน เป็นผักสลัดอันดับต้น ๆ ที่นิยมรับประทานกัน ด้วยความที่ผักกาดชนิดนี้มีรสชาติขมเล็กน้อย แต่มีความกรอบและเบา เหมาะจะนำไปทำเป็นซีซาร์สลัดได้สบาย ๆ นอกจากนี้ผักกาดคอสยังอุดมไปด้วยวิตามินซี มีไฟเบอร์สูง โพรแทสเซียม และกรดโฟเลตก็สูงไม่แพ้กันด้วย ผักกาดหวาน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า สลัดคอส มีชื่อวิทยาศาสตร์ Lactuce sativa. longifolla ลักษณะทั่วไปเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นกอ ลักษณะใบยาวรี ซ้อนกันเป็นช่อ ใบบางกลม การปลูกดูแลรักษาคล้ายผักกาดหอมห่อ แต่จะมีลักษณะ แตกต่างกันออกไปบ้าง ตามสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีชนิดใบกลมขนาดเล็ก ห่อหัวแน่น รสชาติหวานกรอบ เรียกว่า เบบี้คอส (baby cos) โดยกลุ่มพืชชนิดนี้ ควรปลูกเฉพาะ ในฤดูหนาว และฤดูฝน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ผักกาดหวาน เป็นพืชที่ต้องการสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ ระหว่าง 10-24C ในสภาพอุณหภูมิสูง - [สบู่ใยบวบ](https://www.monmai.com/สบู่ใยบวบ/) - สูตรและวิธีการทำผลิตภัณฑ์สปา "สบู่ใยบวบ สมุนไพรขมิ้นชัน มะขาม น้ำผึ้ง" มรดกทางภูมิปัญญาของไทย: สูตรนี้เป็นการนำเอาสมุนไพรขมิ้นชัน มะขาม น้ำผึ้ง มาเป็นส่วนผสมที่สำคัญของสบู่สมุนไพรหรือสบู่ยาธรรมชาติ ด้วยสรรพคุณของสารเคอร์คูมิน ที่ช่วยในการขจัดและชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ขจัดรอยด่างดำ บำรุงรักษาผิวพรรณคืนความนวลเนียน สดใส ให้กับผิว ช่วยขจัดคราบไคลและกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ด้วยใยบวบธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์สปา "สบู่ใยบวบ สมุนไพรขมิ้นชัน มะขาม น้ำผึ้ง" ประกอบด้วย หัวสบู่สำเร็จรูป 1 กิโลกรัม ใยบวบ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขาม 3/4 ช้อนชา ผงขมิ้นชัน 1/2 ช้อนชา น้ำมันหอมระเหย (เลือกกลิ่นที่ชอบ) 1/2 ช้อนชา สูตร-วิธีการทำผลิตภัณฑ์: สบู่ใยบวบ สมุนไพรขมิ้นชัน มะขาม น้ำผึ้ง วิธีการทำผลิตภัณฑ์สปา "สบู่ใยบวบ สมุนไพรขมิ้นชัน มะขาม น้ำผึ้ง" เริ่มต้นจากการนำเอาใยบวบแห้งมายัดลงในแม่พิมพ์ พักไว้ ต่อมาก็เอา ผงขมิ้นชัน - [มันนก](https://www.monmai.com/มันนก/) - มันนกมีหัวอยู่ใต้ดิน หัวนำมาต้มรับประทานได้ หัวเข้ายาตั้ง ชื่อวิทยาศาสตร์ Dioscorea bermanica Praint & Burkill. ชื่อวงศ์ DIOSCOREACEAE ชื่ออื่นๆ มันน้ำ เครือมันน้ำ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ล้มลุก พันขึ้นตามต้นไม้ใหญ่ มีหัวอยู่ใต้ดิน มีลักษณะทั่วไปคล้ายหัวมันเทศ มีรูปร่างกลม มีจุดน้ำตาลเข้มที่เปลือกนอก เนื้อในหัวสีขาว ลักษณะทั่วไปฉ่ำน้ำค่อนข้างกรอบ ใบมีลักษณะทั่วไปเป็น 3 แฉก มีขนาดต่างกัน จะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน การปลูกมันนก เขาจะใช้วิธีการยกร่องปลูก ให้สูงจากพื้นดินประมาณ30 เซนติเมตรแล้วฝังหัวลงไปพอมิดหัว แล้วใช้ไม้ไผ่ปักไว้ให้ต้นมันเลื้อยขึ้นไป เถาของมันจำพวกนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก จะเลื้อยไปตามค้างที่เราปักไว้ให้ ฤดูกาลขุดมัน เขาจะเริ่มขุดมันมากินเมื่อหมดฝน เพราะถ้าขุดก่อนเนื้อมันจะยังไม่เป็นแป้งเต็มที่กินไม่อร่อย เริ่มขุดได้ตั้งแต่ประมาณเดือนสิบสองและเดือนอ้ายของไทย (พฤศจิกายน ธันวาคม) ไปจนถึงช่วงที่ฝนเริ่มตก ประมาณเดือนห้า เดือนหก (พฤษภาคม มิถุนายน) จะเลิกขุดมัน เพราะมันจะเริ่มแตกต้นใหม่ แล้วหัวของมันจะฝ่อลง และผู้คนเริ่มมีผักชนิดอื่นกินกัน หลักการเก็บรักษาหัวมัน วิธีการเก็บรักษาหัวมัน ต้องเลือกหัวที่ไม่มีแผลที่เกิดจากการขุด เพราะถ้ามีแผลมันจะเน่าง่าย เขาจะเอาฝังทรายไว้ - [ปลายข้าว](https://www.monmai.com/ปลายข้าว/) - ปลายข้าวเป็นผลิตผลพลอยได้จากการสีข้าว เกิดจากการขัดข้าวกล้อง หรือข้าวแดง ที่นำไปกะเทาะเปลือกออกให้เป็นข้าวขาว ปลายข้าวประกอบด้วยละอองข้าวหรือเยื่อหุ้มเมล็ด เศษชิ้นของเมล็ดข้าวที่หักและจมูกข้าว (embryo) ปลายข้าวมีโปรตีนประมาณ 9 10 เปอร์เซ็นต์ มีไขมันและเยื่อใยต่ำ โดยมีประมาณร้อยละ 0.9 และ 1.0 ตามลำดับ ปลายข้าวมีสองขนาดคือ ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก และได้จากข้าวจ้าวหรือข้าวเหนียวและปลายข้าวนึ่ง มีพลังงานทัดเทียมกับข้าวโพดและข้าวฟ่าง จึงสามารถใช้ทดแทนกับข้าวโพดได้ทั้งหมด เป็นวัตถุดิบที่สะดวกต่อการนำไปเลี้ยงสัตว์ ไม่ต้องเสียเวลาบด การใช้ปลายข้าวเหนียวถ้าใช้ปริมาณมากจะทำให้สัตว์ท้องผูกหรือมูลเหนียว การใช้จึงควรใช้ร่วมกับอาหารที่มีเยื่อใยสูง เช่น รำละเอียด ส่วนปลายข้าวนึ่ง สัตว์สามารถย่อยได้ง่ายกว่าปลายข้าวชนิดอื่นเนื่องจากแป้งผ่านการนึ่งสุกแล้ว การปลอมปนพบว่ามีการปนเมล็ดหญ้า คุณสมบัติ ให้พลังงานสูง มีพลังงานใช้ประโยชน์ได้ในสุกรและสัตว์ปีก เท่ากับ 3,596 และ 3,500 กิโลแคลอรี่/กิโลกรัม มีโปรตีน ประมาณ 8% มีไขมัน และเยื่อใยต่ำ เก็บไว้ใช้ได้นานโดยไม่หืน ข้อจำกัดในการใช้ สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ในสูตรอาหารสุกร และสัตว์ปีก โดยไม่มีข้อจำกัดในการใช้ ข้อแนะนำในการใช้ ไม่ควรใช้ปลายข้าวเหนียวล้วนๆ ในสูตรอาหารสุกร เพราะจะทำให้สุกรท้องผูกหรือถ้าใช้ปลายข้าวเหนียวล้วนๆ ในสูตรอาหารก็ควรเติมวัตถุดิบที่ช่วยระบาย เช่น - [กระเทียมดอง](https://www.monmai.com/กระเทียมดอง/) - กระเทียม เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดิน เรียกว่าหัว ที่แบ่งเป็นกลีบย่อย หลายกลีบติดกัน เปลือกนอกสีขาว เนื้อในสีเหลืองอ่อนๆ คุณสมบัติพิเศษของกระเทียม คือมีกลิ่นฉุนจัด รสชาติยังเผ็ดร้อน...เผ็ดลึก เรียกว่า แสบลิ้น ทีเดียว สรรพคุณของกระเทียมมีมากมาย นอกจากเป็นอาหารแล้ว ในทางสมุนไพร...นำไปทำเป็นยา เช่น เมื่อผสมกับขิงใช้แก้เสมหะ, แก้ลม, ฟกช้ำ, แก้ท้องอืด, กระจายโลหิต หากนำไปผสมยาใช้รักษา โรคมะเร็งเพลิง, มะเร็งคุก ผสมยาแก้ไอ, แก้จุกเสียด, แก้ลมบ้าหมู เมื่อนำไปผสมน้ำนมหรือกะทิสด กินขับพยาธิเส้นด้าย กระเทียมดองสูตรที่ 1 เครื่องปรุง กระเทียมสด เกลือ 1/2 ครึ่งถ้วย น้ำส้ม 1/2 ครึ่งถ้วย น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย น้ำสะอาด 1 ถ้วย วิธีดองกระเทียม กระเทียมปลอกเปลือกเอาแต่เนื้อสวยๆแห้งๆเหี่ยวๆหั่นทิ้งไปเอาน้ำส้มสายชู+น้ำตาลทราย+เกลือไปต้มรวมกันให้ละลายชิมดูให้ได้สามรสจัดๆเปรี้ยวน้อยๆเค็มหวานอย่าจืดชืดนะคะเวลาดองแล้วจะไม่อร่อย เอากระเทียมใส่ลงไปในขวดแก้วที่แห้งสะอาดรอใว้รอน้ำปรุงให้อุ่นไปถึงร้อนเอามือจุ่มลงได้รู้ว่าร้อนแต่ห้ามร้อนจัดหรืออย่าอุ่นไปทางเย็น เทน้ำปรุงลงไปในขวดกระเทียมแล้วเอาพลาสติกปิดและรัดด้วยหนัง ยางแล้วค่อยปิดฝาขวด แปะกระดาษที่ขวดว่าทำวันที่เท่าไหร่ทำแล้วเก็บใว้ในที่เย็นและไม่มีแสงแดดกระเทียมนี้จะไม่ขึ้นราจะไม่เสียเก็บได้ตลอดไป กระเทียมดองสูตรที่ 2 - [บุญเพ็ง คำเลิศ ภูมิปัญญาด้านเศรษฐกิจพอเพียง](https://www.monmai.com/บุญเพ็ง-คำเลิศ/) - นายบุญเพ็ง ศรีเลิศ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้ โดยการศึกษาจากประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต ด้วยการนำบุคคลในครอบครัว ทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง ไปศึกษาดูงาน จากกลุ่มที่มีความสำเร็จจากลายแห่ง จนประสบความสำเร็จ จึงถ่ายทอดให้กับชาวบ้านโดยการตั้งกลุ่มเกษตรกรและจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงครบวงจรบ้านนาทุ่งพัฒนา รางวัลที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการทำไร่นาสวนผสมจากจังหวัดศรีสะเกษ ประจำปี ๒๕๕๓ ได้รับรางวัลคนดีศรีแผ่นดิน ของหนังสือเส้นทางผู้นำร่วมกับศูนย์ศิลปินและศิลปวัฒนธรรมไทย รางวัลชนะเลิการประกวดผลงานตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง จากสนง.คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร)ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา การถ่ายทอดประสบการณ์ เป็นวิทยากรโครงการพัฒนาพัฒนาศักยภาพกองทุน กข.คจ.เรื่อง การสนับสนุน การประกอบอาชีพ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เป็นวิทยากรบรรยายให้กับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดศรีสะเกษ เรื่อง การนำปรัชญาเศรษฐกิจพเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นคณะกรรมการภาคประชาสังคมอำเภอขุขันธ์,เป็นคณะ กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประปุนและกศน.อ.ขุขันธ์ ผ่านการอบรมการเลี้ยงปลาระบบอินทรีย์ในบ่อดินของกรมประมง นายบุญเพ็ง คำเลิศ อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 14 ต.สำโรงตาเจ็น อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า วิธีการทำฟาร์มเลี้ยงหอยเชอรี่ของตนทำอย่างง่ายๆ โดยจะใช้พื้นที่ประมาณ 1 งาน จากนั้น ทำคันนาให้สูงเพื่อป้องกันไม่ให้หอยหนีออกไปและป้องกันน้ำท่วม ทำที่ระบายน้ำให้น้ำไหลตามธรรมชาติ และหว่านข้าวลงไปในช่วงประมาณต้นเดือน พ.ค.ให้ต้นข้าวแข็งแรง โดยยึดหลักการง่ายๆ คือ หอยเชอรี่จะไม่กัดกินต้นข้าวที่แก่แล้ว - [ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด ผักสลัดหวาน กรอบ อร่อย](https://www.monmai.com/ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด/) - ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด (Butter head Lettuce) เองก็เป็นผักที่นิยมกินเป็นสลัดด้วยเช่นกัน เพราะมีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย เหมาะจะกินคู่กับเนื้อปลาทูน่า และเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกทั้งผักกาดหอมบัตเตอร์เฮดยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ โพรแทสเซียม กรดโฟเลต แต่ข้อเสียก็คือเก็บได้ไม่เกิน 2 วันก็จะเหี่ยวเน่าไม่น่ากินแล้ว ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด (Butterhead Lettuce) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lactuca sativa L. ลักษณะทั่วไป ผักกาดหอม บัตเตอร์เฮด ใบมีลักษณะอ่อนนุ่มเป็นมัน เรียงซ้อมกันแน่นคล้ายดอกกุหลาบ และห่อหัวแบบหลวมๆ ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮดเป็นพืชที่ต้องการสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 10 24 อาศาเซลเซียส ในสภาพอุณหภูมิสูง การเจริญเติบโตทางใบจะลดลง และพืชสร้างสารคล้ายน้ำนม หรือยางมาก เส้นใยสูง เหนียว และมีรสขม ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกควรร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์ และมีอินทรีย์วัตถูสูง หน้าดินลึก และอุ้มน้ำได้ดีปานกลาง สภาพความเป็นกรด-ด่างของดินอยู่ระหว่าง 6 6.5 พื้นที่ปลูกควรโล่ง และได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ เนื่องจากใบผักกาดหอมมีลักษณะบาง ไม่ทนต่อฝน ดังนั้นในช่วงฤดูฝนควรปลูกใต้โรงเรือน - [แชมพูสดน้ำซาวข้าว](https://www.monmai.com/แชมพูสดน้ำซาวข้าว/) - ในอดีตคนไทยโบราณมีการใช้ น้ำซาวข้าว มาสระผม ซึ่งจะช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มลื่น ไม่เป็นรังแค และมีกลิ่นหอมของน้ำซาวข้าว ถ้าจะให้ดีให้ใช้น้ำซาวข้าวที่เก็บไว้หลายวันหรือที่เรียกว่า น้ำมวกส้ม ซึ่งเมื่อนำมาสระผมจะทำให้ผมเป็นเงางามกว่าน้ำซาวข้าวธรรมดา และยังใช้สระผมร่วมกับสมุนไพรตัวอื่นได้ อีกหลายตำรับ ไม่ว่าจะเป็นยาสระผมน้ำซาวข้าวใบหมี่ ตำรับยาสระผมมะกรูดและน้ำข้าวกล้องปั่น ตำรับของสาวภูไท นอกจากนี้รำข้าวยังช่วยปลูกผมได้อีกด้วย ซึ่งเหล่านี้เป็นภูมิปัญญาที่ช่วยให้คนพึ่งตัวเองได้ สูตรยาสระผมสมัยคุณตา คุณยาย ใช้น้ำซาวข้าว 1 ถ้วย มะกรูดประมาณ 3 4 ลูก นำมาเผาจนนิ่มดีแล้ว เอามาขยำกับน้ำซาวข้าว ทิ้งไว้ให้เย็น กรองเอาน้ำมาสระผม หมักผมทิ้งไว้ประมาณ 15 20 นาที สูตรนี้จะทำให้เส้นผมมีสุขภาพดี ช่วยปรับสภาพหนังศรีษะให้เป็นกลางและรักษาแผลบนหนังศรีษะ ป้องกันและขจัดรังแคไปในตัว แชมพูสด สูตรน้ำซาวข้าว ส่วนผสม น้ำซาวข้าว 1 หม้อ ใบหมี่ 5-6 ใบ มะกรูด 2 ลูก ฝักส้มป่อย 2-3 ฝัก ประคำดีควาย 3-4 ลูก ดอกอัญชัน - [ซ่อนกลิ่น ความหอมเย็นถึงกลางคืน](https://www.monmai.com/ซ่อนกลิ่น/) - ซ่อนกลิ่นเป็นไม้ในวงศ์เดียวกันกับพลับพลึง มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ จะมีกลิ่นหอมตั้งแต่เวลาเย็นถึงตอนกลางคืน ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ มีอายุหลายปี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Polianthes tuberosa วงศ์ : Agavaceae ชื่อสามัญ : Tuberose ชื่ออื่น ๆ : ซ่อนกลิ่น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ซ่อนกลิ่นเป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มีหัว ซึ่งเป็นลำต้นอยู่ใต้ดิน ลักษณะของหัวจะคล้าย ๆกับหัวหอม ใบมีสีเขียว เล็กและเรียวยาวใบจะโผล่ออกมาจากพื้นดิน ใบยาวประมาณ 1-1.5 ฟุต ดอกจะชูช่อออกมาตรงกลางกอของลำต้น และจะมีดอกเกาะตรงก้านดอกเรียงกันเป็นแนวตามก้านดอก ดอกมีสีขาว ดอกยาวประมาณ 1 นิ้ว ช่อดอก หนึ่งๆ จะยาวประมาณ 2-2.5 ฟุต แต่ละข่อดอกจะมีดอกย่อย 40-90 ดอก กลีบดอกแต่ละกลีบจะไม่เท่ากัน กว่า จะบานหมดทั้งช่อใช้เวลา 5-7 วัน และมีกลิ่นหอมมากโดยเฉพาะเวลากลางคืน ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของซ่อนกลิ่น เชื่อว่าอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ แถบเทือกเขาแอนดีส เข้ามาสู่ทวีปเอเชียครั้งแรกโดยชาวสเปนนำมาปลูกในหมู่เกาะฟิลิปปินส์ แล้วชาวจีนที่ค้าขายอยู่ระหว่างประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้นำเข้ามาในประเทศไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี - [ขี้เลื่อย อินทรีย์วัตถุชั้นเยี่ยม](https://www.monmai.com/ขี้เลื่อย/) - ขี้เลื่อยเป็นผลพลอยได้จากการเลื่อยไม้ มีลักษณะเป็นผงไม้ละเอียด เป็นของเสียในโรงงานที่เป็นพิษ โดยเฉพาะการทำให้เกิดอาการอักเสบ แต่ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกหลายประการ ขี้เลื่อยมีสารอินทรีย์เป็นองค์ประกอบจำนวนมาก (เซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส และลิกนิน) ที่มีหมู่โพลีฟีนอลซึ่งสามารถจับกับโลหะหนักได้ด้วยกลไกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ขี้เลื่อยจากต้นพอบลาร์และต้นเฟอร์ที่ทำปฏิกิริยากับโซเดียมไฮดรอกไซด์และโซเดียมคาร์บอเนต ดูดซับทองแดงและสังกะสีได้ดี ขี้เลื่อยจากต้นมะพร้าวที่ทำปฏิกิริยากับกรดซัลฟูริกดูดซับนิกเกิลและปรอทได้ คุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ pH 4.2-6 มีความแปรปรวนมากขึ้นอยู่กับชนิดของไม้และอายุของขี้เลื่อย คุณสมบัติในการอุ้มน้ำดีมาก จนอาจมากเกินไปจนมีปัญหาเกี่ยวกับการระบายอากาศ คุณสมบัติในการแลกเปลี่ยนประจุมีค่าสูงเมื่อขี้เลื่อยผ่านขบวนการสลายตัว ความหนาแน่นรวมเมื่อแห้งต่ำ ความพรุนสูง ความคงทนของโครงสร้าง สามารถสลายตัวได้ ผลิตปุ๋ยหมักขี้เลื่อย ศูนย์บริการและถ่ายทอดฯได้เข้าไปศึกษาการผลิตปุ๋ยหมักระบบกองเติมอากาศ ขนาดกองกว้าง 2.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร สูง 1 เมตร โดยใช้วัสดุดิบทำปุ๋ยได้แก่ขี้เลื่อยร่วมกับมูลโค โดยใช้อัตราส่วนมูลสัตว์ เพิ่มขึ้นจากที่เคยทำ กองที่ 1 วัสดุ 1. มูลสัตว์ 1 ส่วน 2. ขี้เลื่อย 2 ส่วน การย่อยสลาย ประมาณ 80 วัน กองที่ - [สบู่แดง สบู่เลือด](https://www.monmai.com/สบู่แดง-สบู่เลือด/) - สบู่แดง มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า สบู่แดง ละหุ่งแดง (ภาคกลาง), สลอดแดง สบู่เลือด หงษ์แดง (ปัตตานี), มะหุ่งแดง สีลอด ยาเกาะ เยาป่า เป็นต้น โดยมีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง สำหรับในประเทศไทยสามารถพบต้นสบู่แดงได้ทั่วทุกภาค บริเวณเส้นศูนย์สูตรเขตร้อน สบู่แดง เป็นไม้คนละชนิดกันกับ สบู่เลือด (Stephania pierrei Diels) และไม่ได้อยู่ในสกุลหรือวงศ์เดียวกัน เพียงแต่มีชื่อเรียกที่เหมือนกันว่า สบู่เลือด ชื่อวิทยาศาสตร์ Jatropha gossypifolia L. ชื่อวงศ์ EUPHORBIACEAE ชื่ออื่น สลอดแดง ละหุ่งแดง สบู่เลือด สีลอด หงษ์เทศ ลักษณะ ไม้พุ่มสูง 1-2 ม. ทุกส่วนมียางขาว ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับ กว้าง 12-13 ซม. ยาว 12-15 ซม. ขอบใบหยักลึก 3-(5) - [มะเขือกินใบ กินได้ทั้งใบและผล](https://www.monmai.com/มะเขือกินใบ/) - มะเขือกินใบ มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า ซาลานุม (Salanum) มะเขือกินใบ เป็นพืชที่ขึ้นอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย กินได้ทั้งใบและผล ต้นไม่มีหนาม และใบไม่มีขนเหมือนมะเขือทั่วไป ใบของมะเขือกินใบจะแตกต่างจากมะเขือทั่วไปคือ ใบจะมันและไม่มีขน ส่วนดอกและใบจะเหมือนกับมะเขือทั่วไป สำหรับใบมะเขือจะเด็ดจากใบล่างขึ้นมาด้านบน สามารถนำมากินแทนผักได้ แต่ต้องนำมาทำให้สุกก่อนเท่านั้น ชื่อสามัญ: Brazilian potato tree, Potato tree ชื่อวิทยาศาสตร์: Solanum Benth วงศ์: SOLANACEAE ลักษณะทั่วไป มะเขือกินใบ สามารถกินได้ทั้งใบและผล ไม่มีหนามและขนเหมือนมะเขือทั่วไป สำหรับใบมะเขือจะเด็ดจากใบล่างขึ้นมาด้านบน มะเขือกินใบสามารถนำมากินแทนผักได้แต่ต้องทำให้สุกก่อนเท่านั้นไม้พุ่มขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มรูปร่ม ลำต้นมีหนามเล็กน้อย ดอก สีม่วงเข้มเเล้วจางเป็นสีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกตามซอกใบที่ปลายกิ่ง โคนกลีบเลี้ยง ผล: ผลสด ทรงกลมแป้น สีเหลือง เนื้อนิ่ม มีเมล็ดจำนวนมาก การกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยา: ในภาคใต้ของประเทศ การใช้ประโยชน์/สรรพคุณ มะเขือกินใบ สามารถกินได้ทั้งใบและผล สำหรับใบมะเขือจะเด็ดจากใบล่างขึ้นมาด้านบน มะเขือกินใบสามารถนำมากินแทนผักได้แต่ต้องทำให้สุกก่อนเท่านั้น ปลูกประดับสวน สวนครัว ดอกดก - [เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง](https://www.monmai.com/เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง/) - เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง เกิดจากการเพาะเลี้ยงทั้งดอกและเส้นใยเห็ด โดย เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง(Cordyceps) สายพันธุ์: militaris ซึ่งเป็นเห็ดตระกูลเดียวกับเห็ดถั่งเฉ้าทิเบต แต่คนละเหล่าพันธุ์(Species) เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง เป็นเห็ดที่พบอยู่ทั่วไปในระดับที่มีอุณหภูมิระหว่าง 10-28 องศาเซลเซียส เป็นเห็ดที่มีส่วนประกอบของสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่และยาหลายชนิดที่สูงกว่าเห็ดถั่งเฉ้าแท้ๆ คนไทย สามารถการเพาะเห็ดเถ่าชั่งได้เอง เรียกว่า เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง ผลงานการวิจัยของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโส(เห็ด) องค์การสหประชาชาติ ปี พ.ศ. 2524-2548 Cordyceps Militaris1 โดย ดร.อานนท์ กล่าวว่า เห็ดถั่งเฉ้าสีทอง ก็เหมือนเห็ดถั่งเฉ้าแท้ แต่ไม่ได้เกิดในระดับสูงกว่าน้ำทะเล และมันโตไวกว่า เพาะได้ง่ายกว่ามีสารคอร์ไดซิปิน(Cordycepin) สูงกว่า เดี๋ยวนี้ทั้งโลกก็หันมาเพาะเห็ดถั่งเฉ้าสีทอง เพราะมันเพาะได้ง่าย สรรพคุณเด่นของเห็ดถั่งเฉ้าสีทอง เห็ดถั่งเช่าสีทองเป็นยาร้อน (ธาตุร้อน) มีสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ สารคอร์ไดซิปิน (Cordycepin) หรือ คอร์ไดซิปิค แอซิด (Cordycepic acid) เช่นเดียวกับถั่งเฉ้าจากทิเบต สารตัวนี้มีความสามารถช่วยดึงเอาออกซิเจนมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น นั่นก็หมายถึงเวลาเราหายใจ - [ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด](https://www.monmai.com/ประหยัด-เรียบง่าย-ได้ประ/) - ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด คือ การพัฒนาและช่วยเหลือราษฎรนั้น ทรงใช้หลักในการแก้ปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด ราษฎรสามารถทำได้เองหาได้ในท้องถิ่น และประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ในภูมิภาคนั้นๆ มาแก้ไขโดยไม่ต้องลงทุนสูงหรือใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากนัก การประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่วิถีชีวิตแบบพอเพียง นำไปสู่ความสุขอย่างยั่งยืน และสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์กับผู้ปฏิบัติเองเท่านั้น หากแต่ยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศและต่อโลกด้วย ดังกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๒๙ ๕ ธันวาคม ๒๕๒๙ ความตอนหนึ่งว่า ...ข้อสำคัญเราจะต้องรู้จักใช้ทรัพยากรนั้นอย่างฉลาด คือไม่นำมาทุ่มเทใช้ให้สิ้นเปลืองไปโดยไร้ประโยชน์ หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หากแต่ระมัดระวังใช้ด้วยความประหยัดรอบคอบ ประกอบด้วยความคิดพิจารณาตามหลักวิชา เหตุผล และความถูกต้องเหมาะสม โดยมุ่งประโยชน์แท้จริงที่จะเกิดแก่ประเทศชาติ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันยืนยาว... การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริในเรื่องประหยัดเรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุดของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จจากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ จากการศึกษาแนวทางความประพฤติของประชาชน ในพื้นที่ห่างไกลที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างสำเร็จ จนทำให้มี ฐานะความเป็นอยู่ที่มั่นคงและสามารถยึดอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การทำสวนยางพาราและสวนลองกองเป็นแนวทางในการหาเลี้ยงชีพ พบว่า การปลูกฝังนิสัยแห่งการประหยัด ให้ใช้จ่ายอย่างไม่ฟุ่มเฟือย นับเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจเพื่อการดำเนินชีวิตที่มั่นคง โดยควรดำเนินการควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ครัวเรือนมีการออม ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของครอบครัว พร้อมถ่ายทอดและส่งเสริมให้เพื่อนบ้านรู้จักการทำบัญชีครัวเรือน ซึ่งช่วยให้ชีวิตมีความมั่นคงในปัจจุบันด้วย นอกจากการเพิ่มรายได้ จากอาชีพทำนา ทำสวนแล้ว - [เสวียนไม้ไผ่ ภูมิปัญญาจัดการขยะชาวบ้าน](https://www.monmai.com/เสวียนไม้ไผ่/) - เสวียนเกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน แต่เดิมนั้นชาวบ้านมักจะทำเสวียนเพื่อใช้ในการเก็บข้าวสาร หรือข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้เนื่องจากในอดีตไม่มีถังเก็บข้าวสาร ปัจจุบันได้นำความรู้เหล่านี้มาใช้ในการล้อมต้นไม้เพื่อนำเศษหญ้า ใบไม้ ต่าง ๆ ใส่ไว้ในเสวียนที่อยู่ใต้ต้นไม้เพื่อให้เป็นปุ๋ยทางธรรมชาติและเกิดความสะอาดเรียบร้อยในบ้าน เสวียนทำจากผิวไม้ไผ่ ล้อมต้นไม้มีระยะเวลาใช้งานที่นาน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการอนุรักษ์ธรรมชาติ และการงดใช้ปุ๋ยเคมี จากภูมิปัญญาบรรพบุรุษสู่ปัจจุบัน เสวียนไม้ไผ่ คือการสานไม้ไผ่เพื่อกักเก็บวัสดุการเกษตร เป็นการใช้วัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่นมาสร้างประโยชน์ให้กับการเกษตร ที่หลายคนอาจมองข้าม ซึ่งคุณสรวิศ ดวงวรรณาผู้ใหญ่บ้านหมู่4 บ้านสันหนองควาย ต.ดอยงาม อ.พาน จ.เชียงรายได้สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการนำเสวียนไม้ไผ่มาใช้ดูแลสิ่งแวดล้อมภายในหมู่บ้าน เคยได้รับรางวัลระดับจังหวัด สร้างเสวียนไม้ไผ่ครอบต้นไม้ โดยเฉพาะไม้ยืนต้นที่สามารถนำเศษใบไม้ที่ร่วงหล่น เศษพืชต่างๆใส่ทับถมลงไปให้ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย สร้างความชุ่มชื้น ลดการใช้ปุ๋ย ลดขยะ ลดปัญหามลพิษ ลดปัญหาหมอกควัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับหมู่บ้าน สามารถปลูกพืชผักสวนครัวเสริมใสเสวียนได้ ซึ่งวิธีการทำไม่ยากนักเพียงเกษตรกรมีไม้ไผ่ ก็สามารถสร้างเสวียนรักษ์โลกได้ตามขนาดที่ต้องการ - [รำละเอียด](https://www.monmai.com/รำละเอียด/) - รำข้าวแยกออกเป็น 2 ชนิด คือ รำหยาบและรำละเอียด รำหยาบมีส่วนผสมของแกลบปน ทำให้คุณค่าต่ำกว่ารำละเอียดเพราะมีเยื่อใยสูงและมีแร่ซิลิกาปนในแกลบมาก รำเป็นส่วนผสมของเพอริคาร์บ (pericarp) อะลิวโรนเลเยอร์ (aleuron layer) เยอร์ม (germ) และบางส่วนของเอนโดสเปอร์ม (endosperm) ของเมล็ด รำหยาบมีโปรตีนประมาณ 8 10 เปอร์เซ็นต์ ไขมันประมาณ 7 8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรำละเอียดมีโปรตีนประมาณ 12 15 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 12 13 เปอร์เซ็นต์ รำมีไขมันสูงจึงไม่ควรเก็บรำไว้นานเกิน 15 20 วัน เพราะจะมีกลิ่นจากการหืน รำข้าวที่ได้จากการสีข้าวเก่ามีความชื้นต่ำทำให้เก็บได้นานกว่ารำข้าวใหม่ที่มีความชื้นสูง เชื้อราขึ้นง่ายและเหม็นหืนเร็ว ส่วนรำข้าวนาปรัง อาจมีสารตกค้างของยาฆ่าแมลงปะปนมาด้วย รำข้าวเป็นอาหารคาร์โบไฮเดรตที่มีกรดอะมิโนค่อนข้างสมดุล มีคุณค่าทางอาหารสูง มีวิตามินบีค่อนข้างมาก รำที่สกัดน้ำมันออกโดยกรรมวิธีต่าง ๆ เช่น รำอัดน้ำมัน (hydraulic press) หรือรำสกัดน้ำมัน (solvent extract) จะเก็บได้นานกว่า - [น้ำมันรำข้าว](https://www.monmai.com/น้ำมันรำข้าว/) - น้ำมันจมูกข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากจมูกข้าวดิบ ซึ่งเป็นส่วนที่ได้จากการขัดข้าวกล้องให้เป็นข้าวสาร จึงมีคุณค่าทางอาหารสูง นอกจากนี้ยังสามารถสกัดสารอาหารอื่นที่มีอยู่ในน้ำมันรำดิบ เพื่อใช้เป็นสารเสริมสุขภาพและเครื่องสำอางได้ น้ำมันจมูกข้าวเป็นน้ำมันที่ได้จาก กระบวนการพิเศษในการสกัดเอาสารสำคัญที่มีประโยชน์นานาชนิด ซึ่งมีอยู่ในส่วนเอมบริโอ (Embryo) จึงอุดมด้วยสารสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกาย ส่วนประกอบหลักที่มีประโยชน์สูงสุดที่อยู่ในน้ำมันจมูกข้าว คือ สารแกมม่าโอไรซานอล ซึ่งผลิตภัณฑ์น้ำมันจมูกข้าวที่ดีควรจะมีปริมาณของสารแกมม่าโอไรซานอล ในปริมาณที่สูงต่อแคปซูล และต้องผ่านกระบวนการสกัดที่ได้มาตรฐาน ซึ่งต้องบรรจุภายในแคปซูลแข็งที่เรียกกว่า Licap เพื่อป้องกันความชื้น เพื่อช่วยให้รักษาคุณสมบัติของสารประกอบหลักได้อย่างเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม น้ำมันรำข้าวจะมีปริมาณน้ำมันอยู่ประมาณ 12-25% หรือโดยเฉลี่ยประมาณ 15%ของน้ำหนักรำข้าว เมื่อทำการสกัดออกมาจะมีปริมาณกรดไขมันอิสระอยู่ 4-6% ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้มีประโยชน์ในระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบขับถ่าย ไขข้อ ปวดเมื่อย กระดูกพรุน เหน็บชา เพิ่มระดับการเผาผลาญสารอาหาร มีส่วนในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าน้ำมันตับปลาถึง 60เท่า ช่วยต้านมะเร็ง เพิ่มภูมิต้านทานร่างกาย ในขณะที่ระบบหลอดเลือดจะลดปริมาณคลอเรสเตอรอล ลดการตีบตันของหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ระบบฮอร์โมนจะลดภาวะปกติของวัยทอง ลดความเสี่ยงของสภาวะกระดูกพรุน ในระบบประสาทจะช่วยเสริมความจำ ลดความเสี่ยงต่อสภาวะอัลไซเมอร์ ลดความเครียด ช่วยให้หนอนหลับสบาย ป้องกันรังสีUV ลดรอยเหี่ยวย่นของผิวใบหน้า ในระบบผิวหนังจะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ลดฝ้า รอยด่างดำ ช่วยลดการอักเสบหรือรักษาสิวอักเสบได้ คุณประโยชน์ของสารแกมม่าโอไรซานอล - [ว่านน้ำ บำรุงธาตุ ขับลม](https://www.monmai.com/ว่านน้ำ/) - ว่านน้ำมีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินลักษณะเป็นแท่งค่อนข้างแบน มีใบแข็งตั้งตรง รูปร่างแบนเรียวยาวคล้ายใบดาบฝรั่ง ปลายใบแหลม แตกใบเรียงสลับซ้ายขวาเป็นแผง ใบค่อนข้างฉ่ำน้ำ ดอกมีสีเขียวมีขนาดเล็กออกเป็นช่อ มีจำนวนมากอัดกันแน่นเป็นแท่งรูปทรงกระบอก มีก้านช่อดอกลักษณะคล้ายใบ ทั้งใบ เหง้า และรากมีกลิ่นหอมฉุน ชอบขึ้นตามที่น้ำขัง หรือที่ชื้นแฉะ ชื่อวิทยาศาสตร์ Acorus calamus Linn. ชื่อพ้อง Acorus calamus Linne. Var. verus Linn. วงศ์ ACORACEAE ชื่ออื่นๆ : ว่านน้ำเล็ก, ฮางคาวผา (เชียงใหม่), ตะไคร้น้ำ (เพชรบุรี), กะส้มชื่น, คาเจี้ยงจี้, ผมผา ส้มชื่น, ฮางคาวบ้าน, ฮางคาวน้ำ (ภาคเหนือ), ทิสีปุตอ, เหล่อโบ่สะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), แป๊ะอะ (ม้ง),ช่านโฟ้ว (เมี่ยน), สำบู่ (ปะหล่อง), จะเคออ้ม, ตะไคร้น้ำ (ขมุ). แปะเชียง (จีนแต้จิ๋ว), สุ่ยชังฝู - [ย่ำขี้](https://www.monmai.com/ย่ำขี้/) - ย่ำขี้เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพดิน โดยใช้มูลสัตว์มาโรยหน้าที่นา แล้วช่วยกันย่ำจนเป็นเนื้อดินเดียวกัน ก็จะได้ดินที่อุดมสมบูรณ์ในการทำนาต่อไป บหรือบ่อลูกรังที่ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ด้วยวิถีปราญช์ชาวบ้าน ย้อนรอยบรรพบุรุษ ด้วยการ ย่ำขี้ เป็นการยาบ่อลูกรังให้สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ ภูมิปัญญาเกษตรโยธิน : ยาบ่อน้ำให้กักเก็บน้ำได้ โดยใช้ขี้วัวขี้ควายผสมน้ำและยาให้ทั่วบ่อเพื่อป้องกันน้ำซึมออก ในขี้มีจุลินทรีย์ที่จะแทรกเข้าไปอุดช่องว่างในเนื้อดิน ทำให้ดินแน่น และทำให้เกิดหนอนแดง ไรแดง แพลงตอนพืช ซึ่งเป็นอาหารของกุ้งหอยปูปลา ช่วยสร้างระบบนิเวศให้สมบูรณ์ - [ถั่วลิสงเถา ถั่วบราซิล](https://www.monmai.com/ถั่วลิสงเถา/) - ถั่วลิสงเถาเป็นพืชคลุมดิน ทนแล้ง ทนร่มเงา ทนต่อการเหยียบย่ำ ลำต้นแผ่เลื้อย คลุมดินได้ในบริเวณกว้าง ชอบแสงแดด และน้ำต้องดี ลักษณะคล้ายต้นถั่วลิสง แต่มีใบเล็กกว่าและมีลำต้นเลื้อยไปตามดิน มีรากแก้วแข็งแรง ขึ้นได้ดีในดินหลายสภาพ มีดอกสีเหลืองสวยงามเหมาะสำหรับจัดสวนประดับและปลูกแทนสนามหญ้า ส่วนใหญ่ขยายพันธุ์โดยชำกิ่ง หรือโดย เมล็ด ดอกสีเหลืองสด ปลูกไว้เพิ่มสีสันให้สนาม ถั่วบราซิล(arachis pintoi)หรือถั่วปิ่นโต ถั่วลิสงเถา ถั่วเปรู มีชื่อทางการค้าว่า "ถั่วอมาริลโล" นี้ มีถิ่นกำเนิดในแถบตอนกลางของประเทศบราซิล ลักษณะคล้ายต้นถั่วลิสง แต่มีใบเล็กกว่าและมีลำต้นเลื้อยไปตามดิน มีรากแก้วแข็งแรง ขึ้นได้ดีในดินหลายสภาพ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือใช้ท่อนพันธุ์ มีคุณสมบัติเด่น เป็นพืชคลุมดิน ทนแล้ง ทนร่มเงา ทนต่อการเหยียบย่ำ มีดอกสีเหลืองสวยงามเหมาะสำหรับจัดสวนประดับและปลูกแทนสนามหญ้า เป็นพืชอาหารสัตว์ ให้ปุ๋ยตรึงไนโตรเจนในดินได้ดี ปลูกควบคุมวัชพืชอื่นๆ ได้ดียกเว้นหญ้าคา ชื่อสามัญ Pinto Peanut (Arachispintoi cv. Amarillo) ชื่ออื่น ถั่วบราซิล หรือถั่วเปรู,ถั่วปิ่นโต,ถั่วลิสงเถา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ถั่วที่มีอายุหลายปี เจริญเติบโตคลุมดินได้อย่างหนาแน่นขึ้นได้ดีในดินที่มีความ อุดมสมบูรณ์ปานกลาง และมีความชื้นสูง - [ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงชุมชนบ้านสารภี](https://www.monmai.com/ศูนย์เรียนรู้บ้านสารภี/) - ชุมชนบ้านสารภี ตำบลจอมปลวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ในชื่อ "ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงชุมชนบ้านสารภี" โดยศูนย์ดังกล่าวมีการสร้างกิจกรรมอย่างเข้มข้นเพื่อเสริมสร้างทักษะ ความรู้ แนวทางการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้แก่เกษตรกรเพื่อให้มีความแข็งแกร่ง อันเป็นการสร้างรากฐานต่อยอดในแต่ละอาชีพ คุณสุชล สุขเกษม ประธานศูนย์เรียนรู้ฯ ในฐานะเกษตรกร Smart Farmer ต้นแบบด้านเกษตรผสมผสาน ได้กล่าวว่า เป็นคนที่สนใจแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้มองเห็นว่าหากนำมาปรับใช้อย่างเหมาะสมจะทำให้สร้างอาชีพ มีรายได้อย่างมั่นคง ด้วยแรงบันดาลใจ จึงทำให้ คุณสุชล เดินหน้ามุ่งมั่นศึกษาหาความรู้ ตลอดจนเดินทางไปดูงานของศูนย์เรียนรู้หลายแห่งทั่วประเทศ พร้อมกับนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม และนับจาก ปี 2547 คุณสุชล จึงเริ่มทดลองด้วยการปลูกพืชผสมผสาน ทั้งนี้เขามองว่าควรทำความเข้าใจและรู้จักกับดิน น้ำ ลม ไฟ ในพื้นที่ของตัวเองให้ดีเสียก่อน เพื่อจะได้พิจารณาว่าควรปลูกพืชหรือทำเกษตรกรรมแบบใดที่เหมาะสมอย่างแท้จริงนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า ประธานศูนย์เรียนรู้ฯ เผยว่า แนวคิดที่จะสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่นที่ดีที่สุดคือ ควรนำทรัพยากรที่โดดเด่นในแต่ละท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า ดังนั้น กิจกรรมที่เริ่มเป็นสิ่งแรกคือ ได้นำผลผลิตที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า ด้วยการแปรรูป เพื่อทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น "อย่างเช่น กล้วยหักมุก ที่ปกติขายส่ง ร้อยละ 40 บาท หรือลูกละ - [สละ ระกำหวาน](https://www.monmai.com/สละ/) - สละเป็นชื่อ ต้นไม้ชนิดหนึ่ง เหมือนระกำ แต่ผลมีรสหวานคำแปลนี้ ทำให้ตีความ ได้ว่า ถ้าต้นไม้ชนิดเดียวกันนี้ ถ้ารสไม่หวาน จะจืดหรือเปรี้ยวก็ตาม เรียกว่า ระกำ คำว่า สละ ในความหมายนี้ไม่ใช่ภาษาไทยเป็นคำที่เอามา จากภาษาอินโดนีเซียว่า สะลัก (SALAK) หมายถึง ต้นไม้คล้ายระกำ รสหวาน เนื้อกรอบ การเอารสหวาน ของสละอินโดนีเซีย หรือสละชวา มาใช้จำแนกว่า ระกำเปรี้ยว เรียก ระกำ ระกำหวานเรียกว่า สละ เช่นนี้ ทำให้เข้าใจว่าคนไทยจำนวนน้อย มากที่รู้จัก สละ ของไทยเราเอง และทำให้คำว่า สละ มีความหมายสับสน นับเป็นพืชที่น่าจับตามองพืชหนึ่ง เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหอมหวานเฉพาะตัวเป็นที่นิยมของผู้บริโภค และนิยมนํามาเป็นของฝาก เป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตในเชิงการค้าได้ค่อนข้างเร็ว หากมีการดูแลปฏิบัติรักษาและจัดการปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้องเหมาะสม ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zalacca edulis วงศ์ Palmae ชื่อสามัญ ซาเลา สละชะวา สลัก สะละ ลักษณะ สละเป็นพืชในวงศ์ปาล์มและอยู่ในสกุลเดียวกับระกำ - [โปรตีนเกษตร ทำอาหารเจรสเด็ด](https://www.monmai.com/โปรตีนเกษตร/) - ที่เรียกกันอยู่ในปัจจุบัน แต่เดิมนั้นใช้ชื่อว่า เกษตรโปรตีน ซึ่งเขียนทับศัพท์คำในภาษาอังกฤษคือ Kaset Protein นั่นเอง โดย ศาสตราจารย์อมร ภูมิรัตน์ เป็นผู้ริเริ่มโครงการโปรตีนเกษตรในประเทศไทย และท่านยังเป็นประธานโครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาอาหารโปรตีนของภูมิภาคอาเซียน ในช่วงปี พ.ศ. 2512 - 2517 อีกด้วย การค้นคว้าวิจัยและทดลองเพื่อผลิตโปรตีนจากพืชในช่วงปี พ.ศ. 2512 - 2517 โดยสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้ได้โปรตีนเกษตรสูตรต่างๆ มากมาย ประมาณ 30 ชนิด ทั้งชนิดใส่โปรตีนจากปลาและไม่ใส่โปรตีนจากปลา กรรมวิธีการผลิตโปรตีนเกษตรแบบดั้งเดิม จะใช้วัตถุดิบ ได้แก่ โปรตีนสกัดจากถั่วเขียว แป้งถั่วเหลืองชนิดมีไขมันเต็ม ดีแอลเมทไธโอนิน เกลือไอโอไดด์ วิตามินรวม โซเดียมคาร์บอเนต และสารละลายกรดเกลือ 3% นำมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันในเครื่องผสม จากนั้นนำมาเกลี่ยบนถาดและตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ทำให้แห้งโดยใช้ตู้อบ หรือถ้านำมาตีป่นหยาบๆ จะได้โปรตีนเกษตรแห้งแบบเนื้อสับ แต่ในปัจจุบันได้พัฒนากรรมวิธีการผลิตซึ่งเรียกว่า กระบวนการผลิตโดยวิธีเอ็กซ์ทรูชั่น (Extrusion cooking process) โดยการใส่แป้งถั่วเหลืองพร่องไขมันเข้าเครื่องเอ็กซ์ทรูดเดอร์ (Extruder) ซึ่งมีความดันและอุณหภูมิสูงในระยะเวลาสั้นๆ - [ผักกระฉูด ฝาแฝดของผักกระเฉด](https://www.monmai.com/ผักกระฉูด/) - ผักกระฉูดเป็นเสมือนฝาแฝดของผักกระเฉด โดยเฉพาะหากผักกระเฉดอยู่บนบก จะดูแทบไม่ออกเลย แต่ถ้าผักกระเฉดอยู่ในน้ำยังสังเกตได้จากที่เถาของมันจะมีฟองน้ำ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "นม" ที่ผักกระฉูดไม่มี แม้ว่าผักกระฉูดจะอยู่ในน้ำก็จะไม่มีนมเหมือนผักกระเฉด ผักกระฉูด เป็นไม้ทอดเลื้อยยาวได้ 1 เมตร ใบเป็นใบประกอบ ใบย่อย 7-30 คู่ เป็นรูปขอบขนาน ปลายมนโคนตัด สีเขียวสด ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ดอกอ่อนสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีเหลืองปนส้มเล็กน้อย ผล เป็นฝักแบนมีหลายเมล็ด ขยาย พันธุ์ด้วยเมล็ดและปักชำต้น พบขึ้นทั่วไป ในภูมิภาคอินโดจีน อินโดนีเซีย พม่า ประเทศติมอร์ ในประเทศไทยพบทุกภาค โดยจะขึ้นตาม ที่โล่งแจ้ง แห้งแล้ง หรือ ที่ชื้นแฉะ มีชื่อเรียกอีกคือ ผักกระเฉดโคก และ ผักกระเฉดบก ผักกระฉูดนำไปทำอาหารได้เหมือนผักกระเฉด แต่มีความต่างกันมากเมื่อนำไปปรุงอาหาร เพราะผักกระฉูดจะเหนียว แข้งกระด้าง ผิดกับผักกระเฉดที่จะกรอบ และผักกระเฉดสามารถนำไปแกงส้ม หรือยำได้ทั้งยอดที่เป็นเถายาว ๆ แต่ผักกระฉูดจะนำไปแกงส้มหรือยำได้เฉพาะยอดอ่อนที่มีใบไม่เกิน 2 - 3 - [พืชอาหารสัตว์](https://www.monmai.com/พืชอาหารสัตว์/) - พืชอาหารสัตว์แต่ละชนิดสามารถปรับตัว เจริญเติบโตและให้ผลผลิตสูงภายใต้สภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่แตกต่างกัน เช่น ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ ความชื้น ช่วงแล้ง คุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน ฯลฯ ดังนั้น การปลูกพืชอาหารสัตว์ให้ได้ผลดี จำเป็นต้องคัดเลือกพันธุ์หญ้าหรือถั่วอาหารสัตว์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่โดยพิจารณาดังนี้ 1. ภาคกลาง 1.1 พื้นที่ลุ่ม มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ดินส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว ระบายน้ำไม่ดี และน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน ควรปลูกหญ้ามอริซัส หญ้าซีตาเรีย แต่ถ้าดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำควรปลูกหญ้าพลิแคทูลั่ม สำหรับบริเวณพื้นที่ในเขตชลประทานซึ่งสามารถควบคุมน้ำได้และมีทางระบายน้ำ สามารถปลูกพืชที่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูง เช่น หญ้าเนเปียร์ หญ้าเนเปียร์แคระ หญ้าเนเปียร์ยักษ์ หญ้ากินนีสีม่วง หญ้าเฮมิล หญ้าซอกั้ม หญ้าสปีดฟีด หญ้าไข่มุก หญ้านิวตริฟีด และถั่วไมยรา 1.2 พื้นที่ดอน ในบริเวณภาคกลางสามารถปลูกพืชอาหารสัตว์ได้หลายชนิด อาทิเช่น หญ้า กินนีสีม่วง หญ้ากินนี หญ้าเฮมิล หญ้าเนเปียร์ หญ้าเนเปียร์แคระ หญ้าเนเปียร์ยักษ์ หญ้าซอกั้ม หญ้ารูซี่ ถั่ว เซนโตรซีมา ถั่วเวอราโนสไตโล ถั่วแกรมสไตโล และถั่วไมยรา สำหรับบริเวณริมรั้วบ้าน - [ขุยมะพร้าว](https://www.monmai.com/ขุยมะพร้าว/) - ขุยมะพร้าว คือ เปลือกมะพร้าวที่ปั่นเอาใยออก หรือ ปั่นให้ใยละเอียด เป็นขุยๆละเอียดประมาณเม็ดทราย แห้งสนิท (ไม่ไช่เปลือกสับ) เป็นเศษเหลือของโรงงานทำเส้นใยมะพร้าวซึ่งได้ทุบกาบมะพร้าวเพื่อนำเส้นใยไปทำเบาะนั่ง เศษเหลือเหล่านี้เป็นผง ๆ มีคุณสมบัติเบา อุ้มน้ำได้ดี และเก็บความชื้นไว้ได้นาน เมื่อจะใช้ต้องพรมน้ำให้ขุยมะพร้าวมีความชื้นพอเหมาะ ไม่แฉะ และไม่แห้งเกินไป เหมาะสำหรับการควั่นตอนกิ่งไม้ เพื่อเพาะชำต้นไม้ ขุยมะพร้าวเป็นเศษเหลือของโรงงานทำเส้นใยมะพร้าวซึ่งได้ทุบกาบมะพร้าวเพื่อนำเส้นใยไปทำเบาะนั่ง เศษเหลือเหล่านี้เป็นผง ๆ มีคุณสมบัติเบา อุ้มน้ำได้ดี และเก็บความชื้นไว้ได้นาน จึงเหมาะที่จะนำมาใช้หุ้มรอยควั่น เมื่อจะใช้ต้องพรมน้ำให้ขุยมะพร้าวมีความชื้นพอเหมาะ ไม่แฉะ และไม่แห้งเกินไป สังเกตได้โดย กำขุยมะพร้าวแล้วบีบจะมีน้ำซึมออกมาเล็กน้อย ถ้าให้ขุยมะพร้าวแฉะเกินไปจะทำให้รอยที่ควั่นเน่าได้ หรือถ้าแห้งไปเมื่อนำไปหุ้มรอบควั่นจะทำให้ขุยมะพร้าวแห้งก่อนที่รากจะงอก นำขุยมะพร้าวที่พรมน้ำแล้วบรรจุลงในถุงพลาสติกขนาดเล็ก อัดให้แน่นพร้อมกับมัดปากถุงให้แน่นเตรียมไว้ในการตอนต่อไป - [กุ้งเคย ที่มาของกะปิรสเลิศ](https://www.monmai.com/กุ้งเคย/) - กุ้งเคยกุ้งเคยเป็นสัตว์เศรษฐกิจซึ่งได้จากธรรมชาติ ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง มีประโยชน์ต่อ ร่างกายมนุษย์ คนไทยใช้กุ้งเคย ทำกะปิหรือกุ้งแห้งมาช้านานแล้ว กุ้งเคยจัดเป็นครัสเตเชียนขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายกุ้ง แต่ตัวเล็กกว่า และไม่มีกรีแหลมๆ ที่บริเวณหัว เหมือนกุ้ง ตัวสีขาวใส มีตาสีดำ มีขนาดยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร มีเปลือกบางและนิ่ม อาศัยอยู่ตามบริเวณรากไม้ตามป่าชายเลน เช่น ต้น โกงกาง แสม ลำพู ชาวบ้านมักจะออกช้อน ตัวเคยกันในเวลาเช้า ช้อนกันได้ทุกวัน เพราะมีอยู่มากทุกฤดูกาล จะดำรงชีวิตอยู่ใกล้ผิวทะเลโดยไม่จมลงไป ซึ่งอาจจะอยู่ในน้ำลึกประมาณหน้าแข้งถึงระดับหน้าอก ในแถบขั้วโลกใต้จะเป็นแพลงก์ตอน ที่มีขนาดใหญ่ มันจะเป็นอาหารที่สำคัญ ของปลาวาฬ ส่วนในอ่าวไทย เป็นแพลงก์ตอนที่มีขนาดเล็กอยู่ตามชายฝั่ง ในนากุ้งและบ่อปลา ลักษณะที่สำคัญคือ ในตัวเมียจะมีถุงไข่ ติดอยู่กับท้องตั้งแต่เกิด จึงมีชื่อเรียกว่า กุ้งโอปอสซั่ม (opossum shrimp) เคยหรือที่เราเรียกกันติดปากว่ากุ้งเคยนั้น จัดเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในกลุ่มครัสเตเชียนเช่นเดียวกับกุ้งและปู เคยเป็นสัตว์มีขนาดเล็กและมีรูปร่างคล้ายกุ้ง จึงถูกเรียกว่า กุ้งเคย พบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงตามชายฝั่งทะเล บริเวณที่มีน้ำลึกไม่เกิน 2 เมตร หลายชนิดพบอาศัยอยู่บริเวณปากแม่น้ำ ตามลำคลองบริเวณป่าชายเลน - [ซีอิ้ว เครื่องปรุงรสจากถั่วเหลือง](https://www.monmai.com/ซีอิ้ว/) - ซีอิ้ว (soy sauce) เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหารชนิดหนึ่งที่ได้จากการหมักที่มักจะใช้เป็นเครื่องปรุงรสในการประกอบอาหารของชาวเอเซีย ปัจจุบันซีอิ้วเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในการบริโภคกันในแถบประเทศในทวีปเอเชียและเกือบทุกส่วนของโลกที่มีการบริโภคอาหารของคนเอเซีย ซีอิ้วมีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลเข้ม มีรสเค็มและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เกิดจากการหมัก นิยมนำใช้เป็นเครื่องปรุงแต่งอาหารที่ให้ความเค็มที่ให้รสเค็มกลมกล่อมแทนเกลือหรือน้ำปลา จึงมักนำซีอิ้วมาช่วยเพิ่มกลิ่นรสและสีให้กับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก และอาหารอื่น ๆ ซีอิ๊ว หมายถึง ผลิตภัณฑ์ของเหลวที่ได้จากการย่อยสลายโปรตีนของถั่วเหลืองหรือส่วนผสมของถั่วเหลืองและแป้งสาลีโดยการหมักด้วยจุลินทรีย์ จะนำมาแต่รสและ/หรือสีหรือไม่ก็ได้ ตามชนิดของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แล้วนำไปผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน(Pasteurization) ก่อนการบรรจุ ประเภทของซีอิ๊ว ชีอิ้วมี3 ประเภท ได้แก่ ซีอิ๊วหมัก (Fermented Soy Sauce) หมายถึงซีอิ๊วที่ได้จากการหมักถั่วเหลืองหรือส่วนผสมของถั่วเหลืองและแป้งสาลีโดยอาศัยการทำงานร่วมกันของจุรินทรีย์ 3 ชนิด คือ เชื้อรา, bacteria, yeast ซีอิ๊วเคมี (Chemical Soy Sauce) หมายถึงซีอิ๊วที่ได้จากการใช้กรดเกลือเข้มข้นมาย่อยถั่วเหลืองที่ผ่านการสกัดน้ำมันออกแล้ว ซีอิ๊วกึ่งเคมี (Semichemical Soy Sauce หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการดัดแปลงนำเอาวิธีการผลิตซีอิ๊วหมักกับซีอิ๊วเคมีมารวมกันเพื่อให้ได้ซีอิ๊วที่มีคุณภาพ กลิ่น รสดี และใช้ระยะเวลาในการผลิตสั้น ซีอิ้วผลิตมาจากวัตถุดิบถั่วเหลืองและธัญพืชพวกข้าวสาลีและเกลือแร่ มีกรรมวิธีการผลิตอยู่ 2 แบบ คือ - [ทำตามลำดับขั้น](https://www.monmai.com/ทำตามลำดับขั้น/) - ในการทรงงานพระองค์จะเริ่มต้นจากที่จำเป็นของประชาชนที่สุดก่อน ได้แก่สาธารณสุข เมื่อมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้วก็จะสามารถทำประโยชน์ด้านอื่นๆต่อไปได้ จากนั้นจะเป็นเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสิ่งจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค ที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการให้ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีที่เรียบง่ายเน้นการปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ราษฎรสามารถนำไปปฏิบัติได้และเกิดประโยชน์สูงสุดดังพระบรมราโชวาท เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2517 ความว่า การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้นตอนต้องสร้างพื้นฐานคือความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน ใช้วืธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญยกเศรษฐกิจให้รวดเร็วแต่ประการเดียวโดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุดดังเห้นได้ในอารยประเทศกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในเวลานี้ การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอดี พอใช้ก่อนอื่นพื้นฐานนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเองย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าระดับที่สูงได้ต่อไปโดยแน่นอน ส่วนการถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญให้ค่อยเป็นไปตามลำดับ ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและประหยัดนั้น ก็เพื่อป้องกันความผิดพลาดล้มเหลวและเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จได้แน่นอนบริบูรณ์... พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 19 กรกฎาคม 2516 การทำงาน อย่างใหัมีคุณภาพ ให้ได้ผลบริบูรณ์ จะทำอย่างไรเบื้องต้น ต้องทำความเห็นให้ถูกต้องในงานที่จะทำเสียก่อนโดยใช้ปัญญาไตร่ตรองให้เห็นเหตุที่แท้ ผลที่แท้ ที่ถูกต้องตรงตามเป้าหมายที่พึงมุ่งหวัง แล้ววางแผนการอันแน่นอนที่จะดำเนินการต่อไป ด้วยหลักวิชา ด้วยความร่วมมือปรองดองกัน และสำคัญที่สุด ต้องมีความพากเพียร ไม่ย่อหย่อนในอันที่จะกระทำต่อไปจนกว่าจะเป็นผลสำเร็จ หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การทำตามลำดับขั้น ทำให้ได้รู้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอัจฉริยภาพในการพัฒนาด้านต่างๆ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน พระองค์คิดอย่างเป็นลำดับขั้นตอน โดยจะเริ่มจากสิ่งที่จำเป็นและใกล้ตัวก่อน ไม่คิดข้ามขั้น เมื่อคิดแล้วก็ทำตามลำดับขั้นตอนตามที่ได้คิดไว้ และในการทำตามลำดับขั้นพระองค์ก็มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนเสมอ - [หญ้าหางกระรอก หญ้ากอเตี้ยโตเร็ว](https://www.monmai.com/หญ้าหางกระรอก/) - หญ้าหางกระรอกมีอายุปีเดียวเป็นหญ้ากอเตี้ย สูง ๑๐-๒๐ เซนติเมตร ใบเล็ก ติดเมล็ดดีมาก พบขึ้นอยู่ทั่วไปในที่ดอน เมื่อฝนเริ่มตกในช่วงต้นฤดูฝน หญ้าพวกนี้จะงอกและเติบโตเร็วมาก ทำให้โคกระบือได้อาหารรวดเร็วในช่วงดังกล่าว ชื่อวิทยาศาสตร์ Setaria verticillata (L.) P. Beauv.(syn. Panicum verticillatum (L.) วงศ์ GRAMINEAE ชื่ออื่นๆ หญ้าโขมง ( กาญจนบุรี ) ; หญ้าคาย ( เชียงใหม่ ) ; หญ้าหมาติดเก้ง ( สิงห์บุรี ) ; หญ้าหางกระรอก ( กรุงเทพฯ ) ; Bur bristlegrass ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หญ้าหางกระรอกเป็นพืชฤดูเดียว ทรงต้นเป็นกอค่อนข้างตั้ง ( tufted annual) ชอบขึ้นตามที่ร่มเงา เจริญเติบโตดีในต้นฤดูฝน แตกรากตามข้อที่แตะพื้นดิน ต้นสูง 68.32- - [สาบแมว สมุนไพรกำจัดลูกน้ำยุงลาย](https://www.monmai.com/สาบแมว/) - สาบแมว เป็นวัชพืชอายุปีเดียว(Annaul) บางพื้น จึงเรียกไม้ชนิดนี้ว่า หญ้าดอกม่วงบ้าง ต้นสาบม่วง ซึ่งเป็นชื่อที่พ้องกับไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีดอกสีม่วง มีใบคล้ายคลึงและอยู่ในสกุลเดียวกันที่มีชื่อว่า Mist Fiower หรือ Hardy Ageratum มีชื่อวิทยาศาตร์ว่า Eupatorium coelestinum บางพื้นที่ นำมาใช้ตกแต่งสวนหิน(Rock garden) ชื่อสามัญว่า . praxelis มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Praxelis clematidea (Griseb.) R.M.King & H.Rob (Eupatorium catarium Veldk) เป็นไม้ที่มีใบคล้ายต้นสาบเสือมาก แต่ใบจะมีขนาดเล็กกว่า มีดอกสีม่วงอ่อน คล้ายกับสาบแร้งสาบกามาก ส่วนข้อแตกต่าง ที่สังเกตได้โดยทั่วไป เช่น ต้นสาบแมว ดอกจะมีก้านเกสรตัวผู้ยาวกว่าสาบแร้งสาบกาทรงดอกของสาบแมวและสาบเสือจะยาว ส่วนสาบแร้งสาบกา จะมีทรงป้อม ลำต้นและใบของสาบแมว จะมีขนน้อยกว่าสาบแร้งสาบกา เมื่อจับที่ใบ แล้วบีบเบาๆ ใบของสาบแร้งสาบกาจะนิ่มกว่า ขอบใบของสาบแมว จะมีรอยหยักๆ ข้างละ ๗-๙ หยักส่วนสาบแร้งสาบกา จะมีรอยหยักข้างละ - [บุญรุ้ง สีดํา นักค้นคว้าวิจัยทางด้านจุลินทรีย์](https://www.monmai.com/บุญรุ้ง-สีดํา/) - จุลินทรีย์ ดั่งเดิมในท้องถิ่นมีความสำคัญมาก ถ้าจะนับเวลาที่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมก็จะยาวนานนับ 1,000 ปี จุลินทรีย์เหล่านี้มีพัฒนาการเพื่อการอยู่รอดและปรับตัวให้คงทนต่อสภาพที่ ไม่เหมาะสมมานานแล้ว เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจุลินทรีย์ท้องถิ่นเหล่านั้นจะมี ประสิทธิภาพในการทำงานที่สูง และมีกิจกรรมมาก ดังนั้นเมื่อมีการ่นำจุลินทรีย์จากต่างถิ่นหรือที่ผลิตเป็นการค้า จึงพบว่าจะขาดลักษณะเด่นคือไม่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและ ไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ จุลินทรีย์ท้องถิ่น (IMOs) พื้นฐานของความของความอุดมสมบูรณ์ของดิน การเพาะปลูกจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าปราศจากดินที่เหมาะสม ดังนั้นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพาะปลูกจึงควรต้องทำเป็น อันดับแรกดินที่มีความอุดมสมบูรณ์จะมีลักษณะอย่างไร จากรายงานการวิจัยพบว่าดินที่ไม่มีการปนเปื้อนสารพิษในพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร จะมีจุลินทรีย์อยู่หลายชนิดคิดเป็นน้ำหนักเท่ากับ 700 กิโลกรัม โดยปกติปริมาณจุลินทรีย์มากน้อยจะขึ้นอยู่กับปริมาณอินทรียวัตถุในดิน โดยจุลินทรีย์ดินจะประกอบด้วยเชื้อรา 75% แบคทีเรีย 20-25% และสัตว์ขนาดเล็กในดิน 5% คิดเป็นน้ำหนักแห้งประมาณ 140 กิโลกรัม ปุ๋ยเคมี ทำให้ดินเสีย โครงสร้างของดินเล็กลง การถ่ายเทน้ำ อากาศไม่ดี แม้จะใส่ปุ๋ย รากพืชก็ไม่สามารถ ดูดเอาแร่ธาตุไปใช้ได้ แต่จุลินทรีย์ ทำหน้าที่ย่อยสลาย ทำให้ดินมีชีวิต ปลูกอะไร ก็เจริญเติบโต การบำรุงดิน ทำได้ง่ายมาก ถ้าดินสมบูรณ์แล้วไม่ต้องขุด แค่เอาฟางคลุม รดด้วยน้ำจุลินทรีย์ หัวใจที่คิดจะให้แก่ดิน แก่แม่พระ - [หญ้าทะเล แหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำวัยอ่อนและวัยเจริญพันธุ์](https://www.monmai.com/หญ้าทะเล/) - หญ้าทะเล เป็นพืชที่มีท่อลำเลียงและมีดอก อยู่ในกลุ่มของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และสามารถเจริญเติบโตใต้น้ำ โดยเป็นพืชมีดอกเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่พัฒนากลับลงไปสู่ทะเล หญ้าทะเลมีลักษณะคล้ายหญ้าบก คือ ขึ้นปกคลุมหน้าดินเป็นแนวกว้าง มีลำต้นที่ฝังอยู่ใต้ดินหรือเรียกว่า เหง้า และมีรากที่แข็งแรงช่วยยึดไม่ให้ถูกพัดพา หลุดลอยไปตามกระแสน้ำ หรือตามแรงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งมา หญ้าทะเลมีโครงสร้างที่แตกต่างกับสาหร่าย เนื่องจากหญ้าทะเลประกอบด้วยระบบท่อลำเลียงอย่างแท้จริงซึ่งทำหน้าที่ลำเลี้ยงน้ำ และอาหารจากมวลน้ำ หญ้าทะเลมีลำต้นใต้ดินที่ทอดยาวไปกับพื้น มีข้อต่อที่แบ่งส่วนของลำต้นใต้ดินออกเป็นช่วง ใบของหญ้าทะเลมีรูปร่างแตกต่างกันตามแต่ละชนิด ไม่พบปากใบ แต่มีคิวติเคิลบางเคลือบบนผิวใบ มีช่องอากาศทำให้ใบของหญ้าทะเลตั้งตรงจากพื้นดิน หญ้าทะเลแต่ละชนิดจะมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างในแต่ละชนิด ส่วนใหญ่หญ้าทะเลจะมีลักษณะของลำต้น และใบแบนยาวคล้ายกับหญ้าบก บางชนิดยังมีลักษณะใบยาวคล้ายริบบิ้น คล้ายเส้นสปาเกตตี หรือคล้ายกับเฟิร์น หรืออาจจะมีใบมีรูปร่างกลม หรือเป็นรูปไข่ หญ้าทะเลมีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในเขตน้ำตื้นชายฝั่งทะเลทั่วโลกในเขตร้อน และเขตอบอุ่น มีการขยายพันธุ์ทั้งแบบใช้เมล็ด และแบบแตกกิ่งก้าน หรือยอดใหม่จากเหง้าที่อยู่ใต้ดิน การแพร่กระจายของหญ้าทะเลทั่วโลกมีการแพร่กระจายอยู่ประมาณ 73 ชนิด ในประเทศไทยหญ้าทะเลที่สำรวจพบทั้งสิ้น 12 และมีการแพร่กระจายทั้งบริเวณอ่าวไทย และฝั่งทะเลอันดามัน ชนิดพันธุ์หญ้าทะเล น่านน้ำไทยโดยเฉพาะตามชายฝั่งรวมถึงเกาะแก่งต่างๆ พบหญ้าทะเล 12 ชนิด ซึ่งแบ่งได้ง่ายๆ ตามลักษณะของใบเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีใบแบนยาวหรือใบกลมยาว และกลุ่มที่มีใบแบนสั้นรูปรี การเรียกชื่อหญ้าทะเลนั้นมีความหลากหลายไปตามพื้นที่ของชุมชนชายฝั่งทะเล - [การทำถังหมักเพื่อกสิกรรมไร้สารพิษ](https://www.monmai.com/การทำถังหมัก/) - ถังพลาสติก ถังแกลลอน ถังหมักปุ๋ย ถังติดก๊อก ถังขนาด 1000 ลิตร ,200 ลิตร ,150 ลิตร ,120 ลิตร ,60 ลิตร ,50 ลิตร ,30 ลิตร ทำถังหมักเพื่อกสิกรรมไร้สารพิษ เพื่อจัดทำถังหมักขยะเปียก หมักปุ๋ยน้ำชีวภาพ เพื่อให้สามารถกรองเอากากออก กรองเอาน้ำที่ย่อยสลายแล้วใส่ภาชนะแกลลอนไปใช้งานทำปุ๋ยดินหมักในแปลงกสิกรรม เพื่อไขก๊อกเอาน้ำหมักที่ย่อยสลายแล้ว นำไปเทราดทับส่วนบนถังหมักได้ เป็นการกระตุ้นการย่อยสลาย กลับขยะในถังหมักทุกๆวัน เพื่อช่วยแยกขยะมาทำปุ๋ย ลดปริมาณขยะให้กับเทศบาล แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมกลิ่นเหม็น อากาศเป็นพิษ เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ ตัวสว่านเจาะ ดอกสว่าน hole saw 32 mm. ใช้เจาะถังติดตั้งวาล์ว ดอกสว่านขนาด 4 หุนหรือ 1/4" ใช้เจาะท่อ pvc ทำไส้กรอง ก๊อก วาล์ว ประเก็นยาง ข้อต่อ ข้องอ วิธีทำ เจาะรูถัง(กรณีที่ไม่มีรูสำเร็จ) ใช้ดอก - [การเลี้ยงไก่พื้นเมือง](https://www.monmai.com/การเลี้ยงไก่พื้นเมือง/) - ไก่พื้นเมืองอยู่คู่กับประเทศไทยมานาน และธรรมชาติของไก่พื้นเมืองก็มีความแข็งแรงในตัวเองอยู่แล้ว เหมาะสมกับภูมิอากาศและอาหารที่อุดมสมบูรณ์ในบ้านเรามากกว่าไก่ชนิดอื่นๆ และเกษตรกรในชนบทส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ห่างไกลจากเทคโนโลยี ขณะที่การเลี้ยงไก่พื้นเมืองก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่มากนัก ดังนั้นการเลี้ยงไก่พื้นเมืองจึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรดำรงอยู่ได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไก่พื้นเมืองจึงเป็นทั้งอาหารและการละเล่น เช่น การชนไก่ ในภาคต่าง ๆ จะมีไก่ประจำถิ่นซึ่งมีลักษณะสีสันที่แตกต่างกันไป ไก่พื้นเมืองของไทยเช่น ไก่ประดู่ ไก่เหลืองหางขาว ไก่นกแดง ไก่ชี และอื่น ๆ หลักการเลี้ยงดูไก่พื้นเมืองให้ปลอดโรค โดยวิธีธรรมชาติ จัดเตรียมสถานที่เลี้ยงไก่ให้เหมาะสม เพราะสถานที่เลี้ยง เป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงไก่ให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งสถานที่เลี้ยงไก่ควรมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ - เป็นที่เนิน สามารถระบายน้ำได้ดี เพราะเมื่อถึงฤดูฝนหรือช่วงฝนตกจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขัง - ปลูกต้นไม้ไว้ในบริเวณสถานที่เลี้ยงไก่ เพื่อกำบังแสงแดดในตอนกลางวันและตอนบ่าย เช่น กล้วย ไผ่ เป็นต้น จะช่วยให้ไก่ไม่เครียด ไก่เจริญเติบโตดี - สถานที่เลี้ยงไก่ต้องไม่ไกลจากบ้านพักของผู้ที่เลี้ยงมากนัก เพื่อความสะดวกในการดูแลหากบริเวณใกล้เคียงกันเป็นที่นาก็จะดีมาก เนื่องจากเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ข้าวที่ตกหล่นถือเป็นอาหารชั้นดีของไก่พื้นเมือง มีโรงเรือนที่สะอาด โล่ง อากาศถ่ายได้เทสะดวก และสามารถกันแดดกันฝนได้ ภายในบริเวณเลี้ยงไก่ ต้องมีรางน้ำสะอาดและรางอาหารให้กินอย่างเพียงพอ โดยการแยกรางน้ำและรางอาหารออกจากกัน ไม่ควรใช้รางเดียวใส่ทั้งน้ำและอาหาร - รางน้ำและรางอาหาร ควรล้างทำความสะอาดและเปลี่ยนใหม่ทุกวัน - [สารจับใบ ยึดเกาะพื้นผิว](https://www.monmai.com/สารจับใบ/) - สารจับใบ ช่วย ในการยึดเกาะพื้นผิว ทำให้น้ำยาแผ่กว้าง จับใบแล้วดูดซึมเข้าใบหรือลำต้นได้ดี และเร็วขึ้น ทำให้ละอองน้ำยามีขนาดเล็ก กระจายทั่วต้นได้ดี และแห้งเร็วกว่าปกติ เพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ย และยา ลดการสูญเสียของสารอินทรีย์ทากการเกษตร เนื่องการการชะล้างของฝนหรือน้ำ ช่วยรักษาอุปกรณ์พ่นยา ป้องกันการอุดตันของหัวฉีด สารจับใบจะช่วย ลดการสูญเสียของสารละลายที่ฉีดพ่นจากการชะล้างของฝน และ ลดการปลิวไปกับลมจาก คุณสมบัติ แผ่กระจาย ของสารเสริมประสิทธิภาพ จะทำให้น้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีเกษตรเปียกทั่วใบของพืช ทำให้เพิ่มพื้นที่สัมผัสของสารเคมีเกษตรกับใบหรือส่วนต่าง ๆ ของพืชมากขึ้น และจากคุณสมบัติของ การจับติด จึงช่วยลดการชะล้างของฝนที่ตกภายหลังการพ่นสารเคมีแล้ว โดยเฉพาะการใช้สารกำจัดวัชพืชประเภทดูดซึมบางชนิดที่ต้องการระยะเวลาปลอดฝน 6 8 ชั่วโมง ลดการสูญเสียของสารเคมีที่เกิดจากการฉีดพ่นซ้ำ ๆ ที่เดิม จำเป็นที่จะต้องฉีดพ่นสารเคมีเกษตรจนใบของพืชเปียกโชก เพราะสารเคมีเกษตร ส่วนที่เกินความจำเป็นจะรวมกันเป็นหยดแล้วไหลตกลงสู่ดิน อันเป็นการสูญเปล่าอย่างมากมาย และเมื่อเกษตรกรนำไปฉีดพ่นลงบนใบพืชแล้วจะสามารถสังเกตเห็นการจับติดใบพืช ของละอองสารเคมีเกษตรบนใบพืชได้ด้วยตาเปล่า ลดการสูญเสียของละอองสารเคมีเกษตรที่ไม่สามารถจับติดใบพืช และตัวแมลง ละออง สารเคมีเกษตรที่ฉีดพ่นไปนั้น ไม่สามารถจับติดผิวใบพืชบางชนิดได้ ทั้งนี้เนื่องมาจากใบพืชนั้นมีขน เช่น หญ้าคา หญ้าขน ฯลฯ จะช่วยลดแรงตึงผิวของละอองน้ำ ทำให้สารเคมีเกษตรที่ฉีดพ่นแนบติดกับพื้นผิวพืชได้ดีขึ้น เปียกทั่วใบพืชอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ - [หญ้าปากควาย อาหารสำหรับโค กระบือ](https://www.monmai.com/หญ้าปากควาย/) - หญ้าปากควายเป็นพรรณไม้มีเขตการกระจายพันธุ์ในเขตร้อนและเขตอบอุ่นในเอเชีย มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก และถูกนำเข้าไปปลูกในอเมริกาและแอฟริกา ซึ่งในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาค โดยสามารถพบได้ตามพื้นที่ที่ถูกรบกวน ตามพื้นที่เปิดโล่ง ตามริมถนนหนทาง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นดินทราย ที่ระดับความสูง 50-650 เมตร ชื่อสามัญ Beach wiregrass, Crowfoot grass, Yaa paak khwaai. ชื่อวิทยาศาสตร์ Dactyloetenium aegyptiaca Willd., Eleusine aegyptiaca Desf. ชื่อวงศ์ GRAMINEAE ชื่ออื่น หญ้าปากกล้วย (สิงห์บุรี), หญ้าปากควาย (ภาคกลาง), หญ้าปากคอก, หญ้าสายน้ำผึ้ง, หญ้าตีนตุ๊กแก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หญ้าปากควายเป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้าลำต้นกลมเป็นปล้องกลวง กว้างราว 5 มม. ใบเป็นแผ่นบาง รูปหอกแคบเรียวยาว 3-4 นิ้ว เหมือนหญ้าขน แต่ผิวเรียบไม่มีขน ดอกเล็กๆสีขาวแซมเขียว แบนๆออกเรียงติดกันบนก้านดอกเป็นแท่งกว้างราว 3-5 มม. ยาวราว 1 นิ้ว หนาราว - [ลูกประคบหน้างาดำ](https://www.monmai.com/ลูกประคบหน้างาดำ/) - ใบหน้าเป็นส่วนแรกที่ร่างกายที่ได้พบ จดจำ ชื่นชม และประทับใจในความงามของผิวพรรณบนใบหน้าสุขภาพผิวหน้าที่ทุกคนปรารถนา คือมีผิวพรรณที่อ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอย ดูเป็นธรรมชาติ แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น ความเครียด นอนดึกรวมถึงการแสดงสีหน้าส่งผลให้เกิดริ้วรอย ตีนกา ใบหน้าดูแก่ก่อนวัยอันควร ดังนั้นการประคบจึงเป็นอีกทางเลือกในการดูแลผิวหน้าให้ดูสดใส เนื่องจาก การประคบด้วยความร้อนช่วยคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนเลือดนอกจากนี้สมุนไพรที่นำมาเป็นส่วนผสมสมุนไพรในลุกประคบ เช่น งาดำอุดมไปด้วยวิตามินอี วิตามินอีในงาดำ นอกจากจะมีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมผิวและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวพรรณแล้ว สรรพคุณทางยาไทย รสฝาดมัน บำรุงไขข้อ สมานแผล ตำราอายุรเวทระบุว่า งาดำดีกว่างาขาว งาช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มเลือด กระตุ้นกำหนัด ขับน้ำนม ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว รักษาโรคปวดข้อโรคตา สมานแผลในกระเพาะลำไส้ แก้ท้องผูก และท้องเสีย และใช้ภายนอก รักษาแผล ริดสีดวงทวาร คนอินเดียตอนใต้ นิยมใช้น้ำมันงาชโลมร่างกาย แล้วเข้าอบในกระโจมให้เกิดความร้อนเพื่อให้น้ำมันซึมสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น เชื่อว่าขจัดความปวดเมื่อย ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แข็งแรง และอายุยืน งาดำอุดมไปด้วยวิตามินเอ ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ชะลอความแก่ และต้านอนุมูลอิสระ สรรพคุณสมุนไพร งาดำ - [ลำโพง พืชพลังลึกลับจากอดีตสู่อนาคต](https://www.monmai.com/ลำโพง/) - ลำโพง ต้น และผลสดของลำโพงขาวมีพิษ ไม้พุ่ม ขนาด 1.5-1.8 เมตร ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบหรือง่ามกิ่ง มีสีขาวหรือขาวนวล เป็นรูปกรวย ปลายแยกเป็น 5 แฉก ดอกมีขนาด 11.5-12.5 เซนติเมตร ใบเป็นรูปไข่ เส้นขอบใบหยัก ฐานใบไม่เท่ากัน ใบมีขน ผลเป็นรูปทรงกลมมีหนามแหลม ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เป็นรูปไต สีน้ำตาล-เหลือง ชื่อวิทยาศาสตร์ Datura metel Linn. วงศ์ Solanaceae เช่นเดียวกับพริกและมะเขือ ชื่ออื่น ภาคกลาง (ลำโพง, ลำโพงขาว, ลำโพงกาสลัก) ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มะเขือบ้า) ส่วย-สุรินทร์ (ละอังกะ) เขมร-สุรินทร์ (เลี๊ยก) จีน-กรุงเทพฯ (มั่งโต๊ะโล๊ะ) ภาษาอังกฤษ (Thorn Apple.) ลักษณะ ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม - [ลางสุก พืชประจำถิ่นเทือกเขาหลวง](https://www.monmai.com/ลางสุก/) - ลางสุก เป็นไม้ผลยืนต้น มีทรงพุ่มขนาดใหญ่ ความสูง 20 เมตร ชอบขึ้นบริเวณมีอากาศร้อนชื้น นิยมปลูกด้วยเมล็ด เริ่มให้ผลครั้งแรกอายุ 8-9 ปี ต้นที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ให้ผลผลิต 70-100 กิโลกรัมต่อต้น ออกผลเป็นช่อ เช่นเดียวกับลางสาด ลองกอง ถ้าตัดแต่งช่อดอกจะได้ช่อที่มีขนาดใหญ่ 1-2 กิโลกรัม ออกดอกช่วงมิถุนายน-ตุลาคม เก็บเกี่ยวหลังดอกบาน 120 วัน ลักษณะผลภายนอก ผิวเปลือกผลก่อนสุกมีสีเขียวเข้ม ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวขี้ม้า เมื่อใกล้สุก และมีสีเหลืองเข้มเมื่อสุก เนื้อภายในผลเป็นกลีบ จำนวน 5 กลีบ บางผลมีเมล็ด 1-2 เมล็ด บางผลก็มีเมล็ดลีบทั้งหมด ระหว่างกลีบมีเยื่อบางๆ เป็นผนังกั้น ถ้ารับประทานติดเยื่อบางๆ นี้จะมีรสชาติขมเล็กน้อย เมื่อผลสุกเต็มที จะมีรสชาติหวาน และมีกลิ่นหอม ชวนรับประทาน ปลูกมากในพื้นที่รอบๆ เทือกเขาหลวง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช แถบอำเภอนบพิตำ ท่าศาลา พรหมคีรี - [การทำสารซิลิก้า จากแกลบดิบ](https://www.monmai.com/ทำสารซิลิก้าจากแกลบดิบ/) - ซิลิกา ก็คือ สารประกอบออกไซด์ของธาตุซิลิกอน หากนำมาใช้ในวงการเกษตร ซิลิก้า จะหมายถึง ธาตุอาหารพืชที่อยู่ในหมวดธาตุเสริม พืชจะดูดกินนำไปใช้ได้ ก็จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างความแข็งแกร่งให้กับผนังเซลล์ ช่วยลดการเข้าทำลายของโรค แมลง รา ไร ได้เป็นอย่างดี คุณธนกิจ เอมอยู่ ประธานศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ชีวภาพครบวงจรบ้านทุ่งกระถิน เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการนำวัตถุดิบจากธรมชาติมาประยุกต์ผลิตเป็นน้ำ หมักชีวภาพสูตรต่างๆมากมาย เพื่อนำมาใช้ลดต้นทุนการผลิตในการทำการเกษตร อยู่ที่ บ้านทุ่งกระถิน ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เกษตรกรสามารถผลิตใช้เองได้จากวัตถุดิบที่เหลือใช้จากการเกษตร คือ แกลบดิบ โดยผ่านกระบวนการขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ วัตถุดิบที่ต้องเตรียม แกลบดิบ 1 ส่วน หัวเชื้อจุลินทรีย์(สูตรใดก็ได้) 1 ลิตร น้ำสะอาด วิธีทำ นำแกลบดิบใส่ในภาชนะพลาสติก ตามด้วยการเทหัวเชื้อจุลินทรีย์ตามลงไป 1 ลิตร แล้วเติมน้ำสะอาดใส่ลงไปพอท่วม คนให้เข้ากัน นำไปตั้งไว้ในที่ร่ม หมัก 7 วัน ครบ 7 วันแล้ว กรองเอาแต่น้ำมาใช้ประโยชน์ได้ ตามอัตรส่วน - [ดินขุยไผ่](https://www.monmai.com/ดินขุยไผ่/) - ดินขุยไผ่ ดินใต้โคนกอไผ่ มีใบไผ่ร่วงหล่นทุกวัน ทับถมเป็นเวลานานเกิดการผุพังเน่าเปื่อย จึงมีการสะสมอินทรียวัตถุ เป็นอาหารให้จุลินทรีย์ในดินได้กัดกินและถ่ายมูลออกมาเป็นปุ๋ย เป็นธาตุอาหารบำรุงพืช มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการเพาะปลูกพืช เพราะโปร่ง ร่วน อุ้มน้ำได้ดี อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบายว่า จากการตรวจวิเคราะห์ดินขุยไผ่แล้ว พบข้อดีมี 2 ประการ ประการแรก ดินใต้โคนกอไผ่ มีใบไผ่ร่วงหล่นทุกวัน ทับถมเป็นเวลานานเกิดการผุพังเน่าเปื่อย จึงมีการสะสมอินทรียวัตถุ เป็นอาหารให้จุลินทรีย์ในดินได้กัดกินและถ่ายมูลออกมาเป็นปุ๋ย เป็นธาตุอาหารบำรุงพืช มันเลยทำให้ดินรอบๆโคนไผ่ ที่เรียกกันว่า ดินขุยไผ่ มีธาตุอาหารมากกว่าดินทั่วไป ข้อดีประการที่ 2 คนทั่วไปไม่ค่อยรู้...ดินขุยไผ่มีเชื้อรา ไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยยับยั้งการเกิดของเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรครากเน่า โคนเน่าได้ดี สารเร่ง พด.3 ของกรมพัฒนาที่ดิน ที่นำมาแจกจ่ายให้เกษตรกรใช้ นี่ก็ได้มาจากดินขุยไผ่นี่แหละ เพียงแต่เอามาเพาะเลี้ยงให้เชื้อขยายเพิ่มปริมาณมากขึ้น เพื่อให้มีจำนวนมากพอที่จะนำไปแจกจ่ายให้ชาวสวนผลไม้ โดยเฉพาะชาวสวนทุเรียน อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินบอกว่า ประโยชน์ตรงนี้ ไม่ได้มีไว้ใช้ป้องกันโรคราก-โคนเน่าในทุกทุเรียนอย่างเดียว พืชอื่นๆก็ใช้ได้...เอาดินขุยไผ่มารองกันหลุม หรือใส่ถุงเพาะเมล็ด เพื่อป้องกันโรคราก-โคนเน่าได้หมด ตรงนี้แหละเป็นคำเฉลยว่า ทำไม ดินขุยไผ่ เอาไปปลูกต้นไม้อะไรก็งอกงาม ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี ไม่ยืนต้นตาย เพราะเอาเมล็ดพันธุ์ - [หญ้าชันกาด](https://www.monmai.com/หญ้าชันกาด/) - หญ้าชันกาด เป็นพืชจำพวกหญ้าขน แต่ตามต้นใบไม่มีขน ดอกกลมเล็กๆ สีขาว เป็นช่อกระจุก ออกตามยอด มีหัวเป็นข้อๆ คล้ายขิงแต่แข็งเหมือนหวาย เป็นหญ้าซึ่งชอบขึ้นในที่แห้งแล้ง รกร้าง ข้างถนน และตามสวน หญ้าชันกาดมีสรรพคุณ คือ นํ้าต้มเหง้าซึ่งรสขื่น สามารถใช้ดื่มเพื่อแก้ระบบปัสสาวะพิการ ขับปัสสาวะ ขับ นิ่ว ลดไข้ และแก้ประจำเดือนไม่ปกติ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Panicum repenns Linn. ชื่อวงศ์ : Poaceae (Gramineae ) ชื่ออื่น : หญ้าชันกาด แขมมัน;หญ้าขิง;หญ้าครุน;หญ้าชันอากาศ;หญ้าใบไผ่;หญ้าหวาย (อีสาน);หญ้าอ้อยน้อย, ดอกหญ้าชันกาด, ต้นหญ้าชันกาด, ใบหญ้าชันกาด, ผลหญ้าชันกาด, รากหญ้าชันกาด, แขมมัน, หญ้าขิง, หญ้าชันอากาศ, หญ้าอ้อน้อย ลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นตั้งตรงหรือเป็นข้องอที่โคน ไม่แตกแขนง ปล้องรูปทรงกระบอก กลวง ข้อเกลี้ยง ลิ้นใบเป็นเยื่อ - [เห็ดถั่งเช่า](https://www.monmai.com/เห็ดถั่งเช่า/) - เห็ดถั่งเช่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรจีน ที่มีการใช้เป็นยาอายุวัฒนะและรักษาโรคต่างๆ มาหลายร้อยปี ปัจจุบันมีงานวิจัยมากมาย ที่สนับสนุนสรรพคุณต่างๆของเห็ดถั่งเช่า เช่นมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต่อต้านเชื้อรา ฆ่าพยาธิ ต่อต้านการอักเสบ ต่อต้านเบาหวาน ต่อต้านความปวดเมื่อยล้า ต่อต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านเนื้องอก ส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศ ต่อต้านความชรา ขจัดเซลล์ผิดปรกติ ปรับภาวะสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส บำรุงตับ ไต และหัวใจ ฯลฯ มีการใช้เห็ดถั่งเช่า ในผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรังต่างๆ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคพุ่มพวง ผู้ป่วยโรคหืดหอบ ผู้ป่วยโรคปวดข้อ ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด ผู้ป่วยมะเร็งตับ ฯลฯ เห็ดถั่งเช่ามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าคอร์ดีเซปส์ ซิเนนซีส (Cordyceps sinensis) โดยมีชื่อเรียกภาษาจีนแต้จิ๋วสำหรับคนจีนในประเทศไทยว่า ตังถั่งเช่า แปลว่า สมุนไพร หนาวเป็นหนอน ร้อนเป็นยา เห็ดในตระกูลคอร์ดีเซปส์นั้นมีมากมายหลายสายพันธุ์โดยมีมากกว่า 400 ชนิด และมีหลายชนิดที่สามารถเพาะได้ด้วยกรรมวิธีเพาะง่ายๆ หนึ่งในนั้นก็ได้แก่ เห็ดถั่งเช่าสีทองซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าคอร์ดีเซปส์ มิลิทาร์ริส (Cordyceps militaris) - [การเลี้ยงเป็ดไข่](https://www.monmai.com/การเลี้ยงเป็ดไข่/) - เป็ดไข่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ทนทานต่อโรค สามารถใช้วัสดุท้องถิ่นหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นอาหารได้ ประชาชนนิยมบริโภคไข่เป็ด นอกจากนี้ไข่เป็ดสามารถนำไปประกอบอาหารและทำขนมได้หลายชนิด เหมาะสำหรับการนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า อาทิ การทำไข่เค็ม เป็นต้น ไข่ เป็ด เป็นแหล่งอาหารที่ให้โปรตีนสูง และนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายวิธี แต่ในปัจจุบันไข่เป็ดที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดมีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้อง การของผู้บริโภค เพราะเป็ดไข่เลี้ยงค่อนข้างยาก หากเป็ดเกิดอาการตกใจหรือดูแลไม่ดีพอก็จะไม่ยอมไข่ การเลี้ยงเป็ดไข่นิยมเลี้ยงเป็ดพันธุ์ผสมระหว่างพันธุ์กากีแคมเบลล์กับ พันธุ์พื้นเมือง เพราะเลี้ยงง่ายกว่า ทนทาน ให้ไข่ดกประมาณ 260 ฟองต่อปี และให้เนื้อดี ลักษณะของเป็ด พันธุ์กากีแคมเบลล์ผสมกับเป็ดพื้นเมือง จะมีขนสีน้ำตาล ขนที่หลังและปีกมีสีสลับอ่อนกว่า ปากดำค่อนข้างไปในทางเขียว จงอยปากต่ำ ตาสีน้ำตาลเข้ม ตัวเมียตัวโตเต็มที่หนักประมาณ 2-5 กิโลกรัม จะเริ่มให้ไข่เมื่ออายุประมาณ 4 เดือนครึ่ง ปัจจัยที่จำเป็นต้องใช้ 1. พันธุ์เป็ดไข่ พันธุ์เป็ดไข่ที่กรมปศุสัตว์แนะนำ คือ เป็ดไข่พันธุ์กบินทร์บุรีและเป็ดไข่พันธุ์ปากน้ำ 1.1 ลักษณะของเป็ดไข่พันธุ์กบินทร์บุรี เพศเมีย มีสีขนเป็นสีกากีตลอดลำตัว แข้งสีส้ม ปากสีน้ำเงินปนดำเริ่มไข่เมื่ออายุ 150-160 วัน น้ำหนักเริ่มไข่ 1,450-1,500 กรัม - [ไม ไกรสุทธิ์ ปราชญ์แผ่นดินเศรษฐกิจพอเพียง](https://www.monmai.com/ไม-ไกรสุทธิ์/) - จากการดำรงชีวิตที่ยึดถือปฏิบัติตามแนวทาง "เศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งยังมีคติประจำใจที่ว่า "เหงื่อทุกหยด เพื่ออนาคตของแผ่นดินไทย" จึงไม่แปลกที่ "นายไม ไกรสุทธิ์" ชาวหมู่ที่ 2 ตำบลนาชุมเห็ด อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง จะได้รับการคัดเลือกให้เป็น "ปราชญ์ของแผ่นดินจังหวัดตรัง" ปี 2552 สาขาเศรษฐกิจพอเพียง และอีกมากมายหลายรางวัล แม้เกษตรกรผู้นี้จะจบการศึกษาระดับแค่เพียงชั้น 4 แต่ความรู้และความสามารถของเขา กลับสูงยิ่งกว่าผู้ที่จบการศึกษาระดับสูงกว่าหลายคน เพราะเขาได้มีความคิดริเริ่มในการประกอบอาชีพ ซึ่งคงเพราะเป็นผลมาจากการซึมซับความอดกลั้น ความอดทน และความยากลำบาก เมื่อครั้งที่ต้องช่วยพ่อแม่ทำนา ทำให้เขาพยายามพัฒนาอาชีพทางการเกษตรของตนเอง และหาหนทางที่จะเพิ่มรายได้ เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่ เมื่อแต่งงานมีครอบครัวแล้ว "นายไม ไกรสุทธิ์" ยิ่งเพิ่มมีความขยันมากขึ้น ควบคู่กับความประหยัดมัธยัสถ์ และเก็บหอมรอมริบ จนสามารถซื้อที่ดินเพิ่มเติมจากที่ได้รับมรดกตกทอด มาเป็นสวนยางพารา 31 ไร่ นาข้าว 13 ไร่ ไม้ผล (ลองกอง, มังคุด) 7 ไร่ โดยเฉพาะที่ถือว่าเป็นจุดเด่นและสร้างชื่อเสียงให้มากที่สุด ก็คือ "ไร่นาสวนผสม" ที่แม้เขาจะมีเพียงแค่ 5 - [หอมดอง](https://www.monmai.com/หอมดอง/) - ต้นหอมดอง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนําต้นหอมที่สดและอยู่ในสภาพดีมาตัดรากออก ล้างน้ำ ให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ อาจนําไปแช่ในน้ำปูนใสหรือสารช่วยทําให้กรอบ เช่น แคลเซียมคลอไรด์แคลเซียมแลกเทต แล้วนํามาดองในน้ำเกลือหรือน้ำปรุงรส ในระยะเวลาที่เหมาะสม ต้นหอมดองทั้งต้น หอมแบ่ง ทั้งต้น ตัดรากออก ล้างน้ำให้สะอาดทั้งใบทั้งหัว 1 กิโล เกลือทะเลป่น 1 ถ้วย น้ำมะพร้าวแก่ 5 ถ้วย น้ำต้มสุก 2 ถ้วย *ในกรณีหาน้ำมะพร้าวไม่ได้ ให้ใช้น้ำซาวข้าวแทน* ขั้นตอนวิธีการทำหอมดอง นำต้นหอมใส่กาละมัง ใส่เกลือลงเคล้าให้ทั่ว พักไว้ซักชั่วโมง นำหอมนั้นใส่ในหม้อเคลือบหรือภาชนะที่เป็นดินเผา / แก้ว / อนุโลมถึงกล่องพลาสติก แต่ดีที่สุดคือโหลแก้วครับ เติมน้ำมะพร้าวที่ผสมกับน้ำต้มสุกลงไปให้ท่วม เอาสากหรือครกเล็ก ๆ หรืออะไรก็ได้ที่หนัก ๆ ทับให้หอมจมในน้ำ ปิดฝาให้สนิท 3 - 5 วันก็ทานได้ สูตรหัวหอมดองสามรส หัวหอมแดง เลือกเม็ดเล็ก ๆ ก็ดี 1 - [หญ้าหวายข้อ หญ้าสำหรับวัวชน](https://www.monmai.com/หญ้าหวายข้อ/) - หญ้าหวาย ที่ชาวเกษตรถือว่าเป็นวัชพืชจะต้องกำจัดให้สูญพันธุ์ เพราะเป็นตัวการสร้างความรกทึบและแย่งอาหารพืชประธาน หญ้าหวายที่พบเห็นทั่วไปมี 2 ชนิดคือ หญ้าหวายกอ มีลักษณะเป็นหญ้ากอ รากในดินหนาแน่นแข็งแรง ส่วนลำต้นที่เลื้อยไปตามผิวดินจะแตกกอใหม่ตรงข้อ หญ้าหวายกอเป็นอาหารของวัวได้เฉพาะระยะที่กำลังแตกกอ ลำต้น ใบ และปล้องหญ้ายังอ่อนอยู่เท่านั้น หญ้าหวายอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า หญ้าข้อ ลำต้น หรือที่เรียกทั่วไปว่าปล้องข้อทอดยาวไปตามผิวดิน ทุกส่วนของหญ้าหวายข้อเป็นอาหารของวัวได้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Hemarthria compressa ลักษณะ หญ้าหวายข้อเป็นพืชอายุหลายปี ลำต้นเลื้อยแผ่คลุมดิน แต่ชูส่วนปลายขึ้นสูง 90-120 เซนติเมตร มีลำต้นใต้ดินหรือเหง้า (Rhizome) และลำต้นบนดินหรือไหล (Stolon)เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 2.0 2.5 มิลลิเมตร แตกรากตามข้อที่แตะพื้นดิน ลำต้นที่ยังอ่อนจะมีสีม่วงแดงและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่ออายุมากขึ้น ขอบรอบใบมีสีม่วงและเรียบ (entire) รูปร่างใบมีลักษณะขอบใบเกือบขนานถึงปลาย ใบกว้าง 5 6 มิลลิเมตร ยาว 11 21 เซนติเมตร ปากกาบใบมีขน กาบใบยาว 2.5 3.5 เซนติเมตร ด้านที่ถูกแสงจะมีสีม่วง กาบใบด้านล่างที่ถูกบังแสงมีสีเขียว - [หลักการทรงงาน บริการที่จุดเดียว](https://www.monmai.com/บริการที่จุดเดียว/) - บริการรวมที่จุดเดียว One-Stop Services ทรงเน้นในเรื่องการสร้างความรู้ รัก สามัคคีและการร่วมมือร่วมแรงใจกันด้วยการปรับลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ที่มักจะต่างคนต่างทำและยึดติดกับการเป็นเจ้าของเป็นสำคัญ ให้แปรเปลี่ยนเป็นการรวมมือกันแนวพระราชดำริ ในการดำเนินบริหารของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีอยู่ทั้ง 6 ศูนย์ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ นับเป็นรูปแบบใหม่ของการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยอย่างแท้จริงการ พึ่งตนเอง ...กรม กองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนทุกด้านได้สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปรองดองกัน ประสานกัน ตามธรรมดาแต่ละฝ่ายต้องมีศูนย์ของตน แต่ว่าอาจจะมีงานถือว่าเป็นศูนย์ของตัวเองคนอื่นไม่เกี่ยวข้อง และศูนย์ศึกษาการพัฒนาเป็นศูนย์ที่รวบรวมกำลังทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ทุกกรม กอง ทั้งในด้านเกษตรหรือในด้านสังคม ทั้งในด้านหางาน การส่งเสริมการศึกษามาอยู่ด้วยกัน ก็หมายความว่าประชาชน ซึ่งจะต้องใช้วิชาการทั้งหลายก็สามารถที่จะมาดู ส่วนเจ้าหน้าที่จะให้ความอนุเคราะห์แก่ประชาชนก็มาอยู่พร้อมกันในที่เดียวกันเหมือนกัน ซึ่งเป็นสองด้าน ก็หมายถึงว่า ที่สำคัญปลายทางคือ ประชาชนจะได้รับประโยชน์และต้นทางของผู้เป็นเจ้าหน้าที่จะให้ประโยชน์... การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ One-Stop Service หมายถึง การนำงานที่ให้บริการทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง มารวมให้บริการอยู่ในสถานที่เดียวกัน ในลักษณะที่ส่งต่องานระหว่างกันทันทีหรือเสร็จในขั้นตอนหรือเสร็จในจุดให้บริการเดียว โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การให้บริการมีความรวดเร็วขึ้น รูปแบบของการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ มีได้หลายรูปแบบที่สำคัญ คือ 1. รูปแบบที่ 1 การนำหลายหน่วยงานมารวมให้บริการอยู่ในสถานที่เดียวกัน เป็นการนำงานหลายขั้นตอนที่ต้องผ่านหลายหน่วยงานมารวมกันไว้ให้บริการอยู่ในสถานที่เดียวกัน ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้น คือ ช่วยลดระยะเวลาของการให้บริการให้น้อยลง กล่าวคือ - [ผักหวานป่า ผักร้อยปี](https://www.monmai.com/ผักหวานป่า/) - ผักหวานป่ามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre จัดอยู่ในวงศ์ Opiliaceae มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และฟิลิปินส์ โดยมีชื่อเรียกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น คือลาว เรียกว่า hvaan เวียดนามเรียก rau กัมพูชาเรียก daam prec มาเลเซียเรียก tangal และฟิลิปินส์เรียก malatado ในประเทศไทยพบมากที่ภาคเหนือ ที่เชียงใหม่ ลำพูน ตาก เชียงราย ลำปาง ภาคอีสานที่อุดรธานี นครพนม สกลนคร นครราชสีมา ภาคกลางพบมากที่กาญจนบุรี สระบุรี ภาคใต้ ที่สุราษฎร์ธานี กระบี่ เป็นต้น ในธรรมชาติมักจะพบผักหวานป่าขึ้นในที่เนินสูง ในป่าเญจพรรณผสมไผ่(แถบกาญจนบุรี)และป่าเต็งรังที่ระดับความสูงตั้งแต่ 300-900 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางผักหวานป่าเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาของไม้อื่น เพราะต้องการแสงรำไรจึงเจริญเติบโตได้ดีในธรรมชาติ การแพร่กระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ เรามักจะพบผักหวานป่าในป่าเกือบทุกชนิดผักหวานป่าจะออกดอก ประมาณเดือนธันวาคม-มกราคม และออกผลประมาณเดือนกมุภาพันธ์ผลแก่และสุกในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ผักหวานป่าเป็นพืชที่แยกเพศชัดเจนมีทั้งที่เป็นต้นเพศผู้และเพศเมีย โดยมีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่คนละต้น (dioecious)การผสมเกสรอาศัย แมลงตามธรรมชาติ - [ผลไม้อบแห้ง](https://www.monmai.com/ผลไม้อบแห้ง/) - การอบแห้งผลไม้เป็นหนึ่งในวิธีการดั้งเดิมที่ใช้ใน การถนอมรักษาอาหารให้สามารถเก็บรักษาได้ยาวนาน โดยใช้หลักการในการลดความชื้นของอาหารให้อยู่ในระดับที่เชื้อจุลินทรีย์ไม่สามารถเจริญได้ การอบแห้งโดยทั่วไปจะอาศัยพลังงานความร้อนในการระเหยน้ำออก ไปเป็นไอน้ำ ยกเว้นวิธีการทำแห้งแบบ freeze drying ข้อดีของการอบแห้งผลไม้ เป็นวิธีที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายและเกลือแร่ที่มีอยู่ในผลไม้ ไม่ทำให้เกิดการสูญเสียวิตามิน มากกว่าวิธีการแปรรูปแบบอื่น และสามารถเสริมวิตามินเข้าไปในผลิตได้ง่าย มีอายุการเก็บรักษายาวนานและตลอดไปหากเก็บไว้ในสภาวะที่เหมาะสม โดยมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการทำงานของแบคทีเรีย เอนไซม์และเชื้อราในระดับสูง ช่วยลดต้นทุนในการขนส่งและเก็บรักษา เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในด้านพลังงานในการแช่เย็นทั้งในช่วงขนส่งและเก็บรักษา อีกทั้งมีน้ำหนักเบา ซึ่งมีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 1/7 - 1/9 ของผลไม้สด ผลไม้กระป๋อง หรือผลไม้แช่เยือกแข็ง ทำให้สามารถลดต้นทุนในการขนส่งได้ประมาณ 90 % มีผลิตภัณฑ์จำหน่ายตลอดปี และสม่ำเสมอไม่ขึ้นอยู่กับฤดูกาล กระบวนการผลิตสะดวก ยืดหยุ่น และคุ้มทุน เนื่องจากสามารถกำหนดขนาดและรูปร่างได้ตามความต้องการ สามารถเลือกใช้ภาชนะบรรจุที่มีราคาถูกได้ แต่จำเป็นต้องมีการดูดออกซิเจนและความชื้นออกไป เป็นผลิตภัณฑ์ที่บริโภคได้ง่าย เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว กระบวนการผลิต การเตรียมวัตถุดิบ เป็นขั้นตอนการนำผลไม้มาอบแห้ง ซึ่งมีขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้ การเก็บเกี่ยว ในการผลิตผลไม้อบแห้งให้มีคุณภาพดีควรเก็บเกี่ยวผลไม้ที่มีระดับความสุกที่เหมาะสม โดยใช้วิธีการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ซึ่งอาจเก็บเกี่ยวโดยใช้คนหรืออุปกรณ์ในการเก็บเกี่ยว แต่ไม่ว่าจะเก็บเกี่ยวด้วยวิธีใด ก็ตามควรหลีกเลี่ยงการทำให้ผลไม้ช้ำหรือเกิดบาดแผลตั้งแต่ในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวและขนส่ง การล้างทำความสะอาด นำผลไม้มาล้างด้วยน้ำเย็น เพื่อล้างเศษฝุ่นละอองและยาฆ่าแมลงออก การปอกเปลือก - [หมูเลี้ยงธรรมชาติปลอดสารพิษ](https://www.monmai.com/หมูเลี้ยงธรรมชาติ/) - การเลี้ยงหมูด้วยวิธีธรรมชาติหรือการเลี้ยงหมูแบบสมัยก่อนที่จะเลี้ยงหมูด้วยพืชผักหรือใบไม้ต้นไม้ที่หาได้ตามธรรมชาติ ตามท้องถิ่นที่เลี้ยง ซึ่งคุณภาพของหมูหลุมที่ได้มานั้นจะมีคุณภาพที่ดีและเป็นที่ต้องการของตลาด สามพรานฟาร์ม เป็นบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายเนื้อสุกรมาตรฐานสูงซึ่งดำเนินการมานานกว่า ๓๐ ปีแล้ว เป็นเจ้าของสายพันธุ์สุกรของตัวเองถึง ๓ สายพันธุ์ รวมถึงสายพันธุ์ สามพรานฟาร์ม ด้วย เดิมทีสามพรานฟาร์มก็เหมือนฟาร์มสุกรทั่วไป คือ เลี้ยงหมูแบบกั้นคอก ให้อาหารสำเร็จรูป และใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเรื่องปกติ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงได้พบว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำฟาร์มคือ สุขภาพความแข็งแรงของหมู ทว่า สภาพความเป็นอยู่อันแออัด ตลอดจนวิธีการเลี้ยงแบบเดิมๆ นั้นไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้หมูสุขภาพดีเลย เปรียบเทียบง่ายๆ ว่าถ้าคนเราต้องอยู่ปะปนกันอย่างหนาแน่นในที่คับแคบ ไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันหรือออกไปสัมผัสธรรมชาติ ร่างกายก็ย่อมจะอ่อนแอเป็นธรรมดา แถมสภาพจิตใจยังตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าและเครียดด้วย นี่เลยกลายเป็นที่มาที่ทำให้สามพรานฟาร์มเริ่มทบทวนว่าทำอย่างไรให้หมูแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย นั่นก็คือต้องสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติให้แก่หมู โดยคำนึงถึงเรื่องสวัสดิภาพของสัตว์ (Animal Wellfare) คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เป็นสำคัญ โดยศึกษาจากพฤติกรรมตามธรรมชาติของเจ้าหมูแล้วออกแบบที่อยู่อาศัยและการเลี้ยงดูให้ตรงตามนั้น เพื่อให้หมูมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข แข็งแรง และอารมณ์ดี - [ผักกาดหอม ผักสลัดรสชาติเยี่ยม](https://www.monmai.com/ผักกาดหอม/) - ผักกาดหอม หรือ ผักสลัด เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบยุโรป และเอเชีย ถือเป็นผักที่นิยมรับประทานมากทั้งในประเทศ และส่งจำหน่ายต่างประเทศ โดยเฉพาะการรับประทานสดในรูปของผักสลัด ยำ และอาหารประเภทแกงจืดหรือต้มยำ ผักกาดหอมหรือเรียกสั้นๆว่า ผักกาด รวมถึงผักสลัด ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งของพันธุ์ผักกาด เป็นผักสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายหรือดินที่มีลักษณะหน้าดินหลวม และลึก ระบายน้ำดี ไม่ชอบดินเหนียว และหน้าดินแน่น ชอบอากาศเย็นจึงมักปลูกในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว เช่น ชนิดหอมห่อ แต่บางชนิดสามารถปลูกได้ทุกฤดู ซึ่งทนต่ออากาศร้อนได้ดี เช่น ชนิดใบ และชนิดต้น ผักกาดหอม เป็นผักที่ใช้บริโภคส่วนใบ เจัดอยู่ในจำพวกผักสลัดที่มีคุณค่าทางอาหารสูง นิยมบริโภคกันแพร่หลายที่สุดในบรรดาผักสลัดด้วยกัน โดยส่วนใหญ่ นิยมรับประทานสดและนำมาประกอบอาหารหลายชนิด คนไทยนิยมใช้ผักกาดหอมกินแกล้มอาหารจำพวกยำต่างๆ สาคูหมู หรือข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นต้น ประโยชน์ของผักกาดหอมนอกจากจะใช้กินเป็นผักสดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ยังจัดเป็น อาหารทางตา กล่าวคือ สามารถนำมาตกแต่งประดับจานอาหารให้มีสีสันสวยงามน่าทานมากขี้น ความต้องการผักกาดหอมมีอยู่ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ จึงนับได้ว่าผักกาดหอมเป็นผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่ นับวันจะทวีความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชื่อวิทยาศาสตร์ Lactuca sativa ชื่อสามัญ Lettuce วงศ์ Asteraceae ชื่ออื่นๆ ผักสลัด - [แกลบ อินทรีย์วัตถุชั้นเยี่ยม](https://www.monmai.com/แกลบ/) - แกลบ คือ ส่วนเปลือกแข็งหุ้มเมล็ดข้าว ได้จากกระบวนการกะเทาะเปลือกข้าวเปลือกให้เป็นข้าวกล้อง โดยโรงสีสามารถนำแกลบมาใช้ประโยชน์ได้หลายลักษณะ เช่น เป็นเชื้อเพลิงในการให้ความร้อนหม้อต้มไอน้ำเพื่อนำไอน้ำไปใช้ในโรงสกัดน้ำมันรำ เครื่องอบข้าวเปลือก และผลิตไฟฟ้า มีองค์ประกอบทางเคมีส่วนใหญ่ คือ เส้นใยหยาบ และแร่ธาตุหลัก คือ ซิลิกา ซึ่งมีราคาและมูลค่าสูง เพราะเป็นสารที่มีประโยชน์ในอุตสาหกรรมหลายแขนง เช่น ใช้เป็นสารช่วยเพิ่มแรงตึงผิว และการกระจายตัวของยาชนิดที่เป็นของเหลว ใช้เป็นสารช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีในอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมี ใช้เป็นฉนวนกันความร้อน ใช้เป็นสารดูดจับความชื้น ซึ่งจะช่วยในการเก็บรักษาอาหารแห้ง หรืออาหารกรอบให้คงทน ใช้ดูดซับสารเคมีอันตราย ใช้กรองน้ำดื่มกรองอากาศที่มีสารพิษ หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นต้น ส่วนสารเฟอฟิวรอล ซึ่งสกัดได้จากเส้นใยหยาบจะใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตฟูแรน สำหรับอุตสหกรรมการผลิตไนลอน และเป็นวัตถุดิบในการผลิตฟินอลิก เรซิน จากการศึกษาค้นคว้าทั้งในและต่างประเทศ พบว่าในแกลบและขี้เถ้าแกลบ มีสารประกอบซิลิคาเป็นสารประกอบหลัก อยู่ถึงร้อยละ 95 นับว่าเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่ง ที่นับวันแต่จะมีเพิ่มขึ้น และมีวัฏจักรการผลิตสั้น ซิลิคาเป็นสารประกอบอนินทรีย์ ประกอบด้วยธาตุซิลิคอน และออกซิเจน มีชื่อเรียกทางเคมีว่า ซิลิคอนไดออกไซด์ สารประกอบชนิดนี้มีสมบัติเป็นฉนวน ไม่นำไฟฟ้าและความร้อน ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี พบได้ทั่วไป ในแหล่งแร่ธรรมชาติ ทรายจัดเป็นแหล่งซิลิคาสำคัญที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแก้ว เซรามิก - [กระดุมใบ](https://www.monmai.com/กระดุมใบ/) - กระดุมใบพบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในแปลงผัก ในสวนและตามสนามหญ้า บริเวณบ้าน ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ชื่อพฤกษศาสตร์ : Borreria laevis (L.) Griseb. วงศ์ : RUBIACEAE ชื่อสามัญ : Buttonweed, Irongrass ชื่ออื่น : ชากรูด (ภาคใต้) ตาฉี่โพ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ผักกระสัง (ภาคกลาง) ผักกูด (เพชรบุรี) ผักราชวงศ์ (แม่ฮ่องสอน) ผักสังเขา (สุราษฎร์ธานี) ผักฮากกล้วย (ภาคเหนือ) ลักษณะ กระดุมใบเป็นพืชล้มลุก อายุปีเดียว (annual) ลำต้นตั้งตรงขึ้นสูง 30-50 ซม. ลำต้นเรียบเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย แตกกิ่งก้านสาขาที่ใกล้โคนต้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ปลายแหลมหรือค่อนข้างทู่ ขอบใบเรียบ โคนใบสอบเข้าหาเส้นกลางใบจนเห็นก้านใบสั้นมาก หรือไม่มีก้านใบ ขนาดใบยาว 2.5-6 ซม. กว้าง 1-1.5 - [ตู้เย็นกระถางดินเผา](https://www.monmai.com/ตู้เย็นกระถางดินเผา/) - นวัตรกรรมเก่าแก่ทะเลทรายซาฮาร่า ผลิตภัณฑ์สำหรับลดโลกร้อนตู้เย็นแบบไม่ใช้ไฟฟ้า ว่ากันว่าในช่วงหน้าร้อนอุณหภูมิจะต่างกับอากาศภายนอก 7-10 องศา วิธีทำ หากระถางปลูกต้นไม้ใบใหญ่ที่สุดท่าที่จะหาได้ 1 ใบ อีก 1ใบ หาขนาดที่บรรจุภายในกระถางใบใหญ่ให้มีช่องว่าง 2-3 นิ้ว เติมทรายละเอียดแล้วลดน้ำให้ชุ่ม มีผักสดผลไม้บรรจุลงในกระถางชั้นใน ปิดฝาด้วยถาดรองกระถางโดยอาจเติมน้ำหล่อเย็นไว้ด้านบน เป็นฝาปิด เสร็จแล้วหากระสอบป่านหรือผ้าชุบน้ำคลุมปิดปากกระถางไว้อีกชั้น แค่นี้เป็นอันเสร็จแล้ว สามารถเก็บ รักษาความสดของผักต่างๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผักกาดกวางตุ้ง อยู่ได้ 5 วัน ไม่มีเหี่ยวครับ สด กรอบ เหมือนผักเก็บจากแปลงเลย กระทั่งเก็บเนย ก็อยู่เป็นก้อนไม่เปลี่ยนรูป - [น้ำมันเขียวสมุนไพรฤทธิ์เย็น](https://www.monmai.com/น้ำมันเขียว/) - ใช้ถอนพิษร้อน ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ช้ำบวม ดมแก้หวัด คัดจมูก วิงเวียนศีรษะ คลายเส้นเอ็น ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น มดและแมลงที่ก่อให้เกิดอาการคัน ความร้อนจากการเป็นไข้ การอักเสบที่กระเพาะอาหาร กล้ามเนื้อ หรือความเครียด ลมแดด สามารถบรรเทาได้ด้วยน้ำมันเขียวสมุนไพรฤทธิ์เย็น เพราะมีสมุนไพรได้แก่ใบย่านาง ซึ่งช่วยดับพิษไข้และพิษร้อน ใบเสลดพังพอนช่วยถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ใบเตยช่วยบำรุงหัวใจ ใบออมแซบ เป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็นช่วยดับพิษร้อน วิธีใช้ เพียงสูดดมแก้หวัด ทาขมับและคัวซาที่ใบหน้าและคอเมื่อปวดหัวหรือมีอาการวิงเวียนจากลมแดด ทากล้ามเนื้อที่ปวดเกร็งช่วยคลายกล้ามเนื้อลดอาการปวด ทาที่ท้องบางๆ เพื่อลดอาการปวดแสบท้องจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา สามารถใช้ทำคัวซา (ดีท็อกซ์ สกิน) ตามคำแนะนำของหมอเขียว (การแพทย์ทางเลือก) เพื่อลดพิษร้อนสะสม โดยทำคัวซาที่บริเวณหลัง และบริเวณอื่นๆ ที่รู้สึกไม่สบาย หากขณะนั้นหนาวควรใช้น้ำมันชนิดอื่นในการคัวซาแทน - [กากถั่วเหลือง แหล่งโปรตีนจากพืช](https://www.monmai.com/กากถั่วเหลือง/) - กากถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่มีคุณภาพสูงสุด มีกรดอะมิโนจำเป็นหลายตัว แต่มี Cystine และ Methionine ในระดับต่ำโดยเฉพาะ Methionine มีน้อยมากจึงถูกจัดเป็น Firstlimiting amino acid เม็ดถั่วเหลืองมีโปรตีนประมาณ 38% ไขมัน 16 21 % แต่เมื่อสกัดเอาน้ำมันออกแล้วจะมีโปรตีนเฉลี่ย 44%อาจถึง 50% ขึ้นอยู่กับวิธีสกัดน้ำมันและขนาดของเมล็ด ในทางการค้าได้แบ่งออกเป็น 2 เกรด คือกากถั่วเหลือง 44 % และ 48% กากถั่วเหลือง 44 % เป็นกากถั่วเหลืองที่มีเปลือกผสมอยู่ด้วย ส่วน กากถั่วเหลือง 48 % คือกากถั่วเหลืองที่กระเทาะเอาเปลือกออก ไม่มีส่วนของเปลือกปนมาเลย ถั่วเหลืองดิบมีสารพิษอยู่มาก มีทั้งสารที่เป็นตัวกระตุ้น และแก่งแย่ง รวมทั้งสารที่ทำให้เกิด การแพ้บวม(Allergenic) สาร Goitrogenic และสารต้านการจับตัวเป็นก้อน และที่สำคัญคือ Trypsin inhibitor ดังนั้นในกรณีของถั่วเหลือง จึงพบว่าถั่วเหลืองที่โดนความร้อนจะมีคุณค่าของโภชนะสูงกว่าถั่วดิบ แต่หากความร้อนที่ให้สูงเกินไปจะทำให้คุณค่าของโภชนะเสียได้โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ได้ของ Lysine - [หินภูเขาไฟ ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้แก่พืช](https://www.monmai.com/หินภูเขาไฟ/) - หินภูเขาไฟ (Volcanic rock) หรือ หินอัคนีพุ (Extrusive rock) เกิดจากการปะทุขึ้นมาของแมกมาจากใต้โลกขึ้นสู่ ผิวโลกเป็นลาวาไหลออกมา ซึ่งการปะทุขึ้นมาของแมกมาเกิดขึ้นได้ หลายรูปแบบ เช่น 1. การปะทุแบบไม่รุนแรง เป็นการปะทุตามปล่องหรือรอยแตก รอยแยกของแผ่นเปลือกโลกลาวาไหลหลากเอ่อล้นไปตามลักษณะภูมิประเทศ ลาวาจะถ่ายโอนความร้อนให้กับบรรยากาศภายนอกอย่างรวดเร็ว ทำให้อะตอมของธาตุต่าง ๆ มีเวลาน้อยในการจับตัวเป็นผลึกหินลาวาหลากจึงประกอบด้วยแร่ที่มีผลึกขนาดเล็กหรือเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นและจำแนกผลึกได้ด้วยตาเปล่า เช่น หินบะซอลต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดน้อย มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 45-52 เปอร์เซ็นต์ หินแอนดีไซต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดปานกลาง มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 52-66 เปอร์เซ็นต์ หินไรโอไรต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดมาก มีปริมาณซิลิกามากกว่า 66 เปอร์เซ็นต์ 2. การปะทุแบบรุนแรง เป็นการปะทุแบบระเบิด เกิดตามปล่องภูเขาไฟ ขณะที่แมกมาเกิดปะทุพ่นขึ้นมาด้วยแรงระเบิดพร้อมกับฝุ่นก๊าซ เถ้า ไอน้ำ และชิ้นวัตถุที่มีรูปร่างขนาดต่างๆ กันกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ ชิ้นวัตถุเหล่านี้อาจเป็นเศษหินและแร่ เย็นตัวบนผิวโลกตกลงมาสะสมตัวทำให้เกิดแหล่งสะสมชิ้นภูเขาไฟ เมื่อแข็งตัวจะเป็นหินชิ้นภูเขาไฟหรือหินตะกอนภูเขาไฟ (pyroclastic rock) ได้แก่ หินทัฟฟ์ (tuff) หินแอกโกเมอเรต - [ลูกท้อ ลูกพีช](https://www.monmai.com/ลูกท้อ/) - ลูกพีช หรือ ลูกท้อ ภาษาอังกฤษ Peach มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Prunus persica จัดอยู่ในวงศ์กุหลาบ (Rosaceae) ในตระกูลพรุน ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกันกับเชอร์รี่ พลัม อัลมอนด์ บ๊วย ซากุระ และนางพญาเสือโคร่ง และยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆในบ้านเราอีกเช่น มะฟุ้ง, มักม่น, มักม่วน, หุงหม่น, หุงคอบ เป็นต้น โดยต้นท้อจัดเป็นไม้เมืองหนาวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และในบ้านเราเองก็มีการปลูกท้อเช่นกัน ในพื้นที่ทางภาคเหนือที่มีอากาศเย็น ลักษณะของต้นท้อ เป็นไม้เมืองหนาวที่ขึ้นได้ดีในพื้นที่ๆ มีความสูงตั้งแต่ 3,000 ฟุตขึ้นไป และมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 10 องศาเซลเซียส และทนแล้งได้ดี ท้อจัดเป็นไม้พุ่มผลัดใบ ลักษณะของใบเป็นไม้ใบเดี่ยว เรียงสลับ คล้ายรูปหอก ดอกเดี่ยว ออกเป็นกระจุก กลีบดอก 5 กลีบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีสีขาว สีชมพู สีแดง ส่วนลักษณะของผลเป็นผลสดเมล็ดเดี่ยว มีขนปกคลุมทั่วบริเวณผิว โครงการหลวง ได้ริเริ่ม - [ผักเป็ดแดง ผักเป็ดฝรั่ง](https://www.monmai.com/ผักเป็ดแดง/) - คนไทยเรียกชื่อพืชชนิดนี้ว่า "ผักเป็ด" แสดงว่านำมาใช้เป็นผัก หรือกินเป็นอาหารได้ และกินกันมา แต่อดีตแล้ว เช่นชาวไทยที่อาศัยอยู่ ในชนบทที่มีผักเป็ดขึ้นอยู่ ต่างรู้จักผักเป็ดและวิธีปรุงอาหารจากผักเป็ด เป็นอย่างดี ซึ่งนำมาใช้เป็นผักสดสำหรับจิ้มน้ำพริกปลาร้า ฯลฯ หรือถ้าให้พิเศษอีกหน่อยก็นำไปชุบแป้งทอดให้สุกก่อนนำมาจิ้มน้ำพริก ผักเป็ดที่นำมาใช้เป็นผักกินนั้น นิยมเก็บมาจากที่ลุ่มแฉะหรือน้ำขังจะได้ผักเป็ดที่มียอดโตอวบ อ่อนนุ่ม และค่อนข้างยาว ตำรับปรุงผักเป็ดที่นิยมในชนบทภาคกลาง ก็คือ ชุบแป้งทอดให้เป็นแผ่น อาจจะมีกุ้งฝอยผสมลงไปด้วยก็ได้เหมือนกัน ชื่อวิทยาศาสตร์: Alternanthera bettzickiana (Regel) G.Nicholson วงศ์: AMARANTHACEAE ชื่อสามัญ: Joy weed. ชื่ออื่น: ผักเป็ดฝรั่ง;ผักโหมแดง (ภาคเหนือ);พรมมิแดง (ภาคกลาง) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้น: ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง สูง 10-20เซนติเมตร ใบ: เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสีเหลี่ยมขนมเปียกปูน หรือรูปใบหอกกลับ กว้าง 0.5-1.5 เซนติเมตร ยาว 1-5 เซนติเมตร สีแดง ดอก: ออกเป็นช่อ - [รากสามสิบ ราชินีของสมุนไพรสำหรับผู้หญิง](https://www.monmai.com/รากสามสิบ/) - รากสามสิบ ส่งเสริมความรัก และ กระชับความสัมพันธ์ให้ชีวิตคู่ คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ ,แก้การอักเสบ ,บำรุงเลือด แก้ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ ลดภาวะมีบุตรยาก เสริมฮอร์โมนเพศหญิง กระชับช่องคลอด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว บำรุงผิวพรรณ ลดสิวฝ้า ชลอความแก่ แก้อาการวัยทอง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Asparagus racemosus Willd. วงศ์ : Asparagaceae ชื่ออื่น : สาวร้อยผัว รากศตวารี จ๋วงเครือ (เหนือ) ผักชีช้าง (หนองคาย) ผักหนาม (นครราชสีมา) สามร้อยราก (กาญจนบุรี) สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน ม้าสามต๋อน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้เลื้อย เนื้อแข็ง ลำต้นสีเขียว มีหนามแหลม มักเลื้อยพันตันไม้อื่น เลื้อยยาว 1.5-4 เมตร เถากลมเรียบ เถาอ่อนเป็นเหลี่ยม ตามข้อเถามีหนามแหลม มีเหง้าและรากใต้ดินออกเป็นกระจุกคล้ายกระสวยออกเป็นพวงคล้ายรากกระชาย - [มะขามป้อมแช่อิ่ม](https://www.monmai.com/มะขามป้อมแช่อิ่ม/) - มะขามป้อมเป็นสมุนไพรที่คนอินเดียใช้มาเป็นพันๆ ปี ในฐานะเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงสายตา บำรุงสมอง ซึ่งคนอินเดียเรียกมะขามป้อมว่า Amla หรือ Amalaka แปลว่า พยาบาลหรือแม่ ซึ่งสะท้อน สรรพคุณทางยาอันมากมายของมะขามป้อมได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันอินเดียมีการเก็บเกี่ยวมะขามป้อมเป็นสมุนไพรส่งออกในรูปแบบต่างๆ ทั้งมะขามป้อมแห้ง มะขามป้อมสด น้ำมะขามป้อมเข้มข้นหรือมะขามป้อมที่ผสมกับสมุนไพรตัวอื่น ทั้งยังมีการ จดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์มะขามป้อมทั้งในและต่างประเทศ มะขามป้อมแช่อิ่ม อุปกรณ์ มะขามป้อมสดและลูกสวยๆ ๑ กิโลกรัม เกลือป่น ๑ ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย ๔ ช้อนโต๊ะ น้ำปูนใส วิธีทำ ล้างมะขามป้อมให้สะอาด ใช้มีดคมฝานตามยาวของลูกให้ทั่ว ไม่ต้องให้ถึงเมล็ด นำเกลือป่นใส่หม้อ ใส่น้ำพอประมาณ ยกขึ้นตั้งไฟให้น้ำเดือด พอน้ำเดือดยกลงทิ้งไว้ให้เย็น นำมะขามป้อมแช่น้ำเกลือไว้ ๑ คืน รุ่งเช้านำมะขามป้อมล้างน้ำเปล่าให้สะอาด แล้วแช่ในน้ำปูนใส ประมาณ ๓ ชั่วโมง น้ำปูนใส ได้จากการแช่ปูนแดง แล้วทิ้งไว้ให้ปูนนอนก้น ตักเอาแต่น้ำใสๆ มาแช่มะขามป้อม เมื่อแช่มะขามป้อมครบกำหนดแล้ว นำมาล้างน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง แล้วใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ - [มีดโต้ มีดตัดสารพัดประโยชน์](https://www.monmai.com/มีดโต้/) - มีดโต้ (cleaver) มีดอีโต้ หรือมีดปังตอ เป็นมีดขนาดใหญ่ ใบมีดหนา ใช้ตัดเนื้อที่ติดกระดูก หรือใช้สับ มีดขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ใบมีดมีรูปร่างคล้ายน้ำเต้าผ่าเสี้ยว หัวโต สันหนา โคนมีดแคบ ด้ามทำด้วยไม้เป็นบ้องต่อออกไปจากตัวมีด ขนาดสั้นพอมือกำ มีดโต้ขนาดใหญ่และกลาง ใช้ฟันหรือผ่าทั่วไป ขนาดเล็กใช้กรีดหรือผ่าทุเรียนเป็นต้น, พร้าโต้ หรือ อีโต้ ก็เรียก - [หญ้าแพรก ทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อม](https://www.monmai.com/หญ้าแพรก/) - หญ้าแพรกเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นกลมเล็กเรียวยาว เป็นปล้องๆทอดนอนไปตามผิวดิน ใบเล็กแคบเรียวยาว 1-2 นิ้ว ปลายแหลม ออกเป็นกระจุก ตามข้อ เมื่อแก่เข้าจะเกิดใบเป็นกระจุกโต เกิดตามหน้าดินทั่วไป ชื่อวิทยาศาสตร์ Bermuda Grass, Dub GrassCynodon dactylon Pers. ชื่อวงศ์ GRAMINEAE ชื่ออื่น หญ้าเป็ด (เหนือ) หญ้าแผด ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หญ้าแพรกเป็นพืชอายุหลายปีเจริญแบบแผ่ราบไปตามพื้นมีลำต้นบนดินหรือไหล แผ่คลุมดินทึบและแตกรากตามข้อทุกข้อที่แตะผิวดินและมีลำต้นใต้ดิน ต้นสูง 10 เซนติเมตร ใบเป็นแบบรูปใบหอกเรียวไปที่ปลายแหลม ยาว 4.5-11.6 เซนติเมตร กว้าง 2.0-4.7 เซนติเมตร หน้าใบมีขนยาวกว่าหลังใบปกคลุมอยู่ปริมาณเล็กน้อย ใบอ่อนโผล่จากยอดแบบม้วน กาบใบยาว 1.0-4.5 เซนติเมตร ลิ้นใบเป็นขอบชายครุยเป็นเส้นสั้นๆ สูง 0.5 มิลลิเมตร ดอกออกตลอดทั้งปี ช่อดอกออกที่ปลายยอดแบบช่อกระจะ มี 3-6 ช่อย่อย กลุ่มดอกย่อยมี 2 ดอกย่อย แต่ดอกหนึ่งลดรูปเป็นเส้นแนบติดกับดอกสมบูรณ์เพศ - [กากน้ำตาล](https://www.monmai.com/กากน้ำตาล/) - กากน้ำตาล (molasses) เป็นของเหลวที่มีลักษณะข้นเหลวสีน้ำตาลดำที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาลทรายจากอ้อย การผลิตน้ำตาลจากอ้อยจะได้ส่วนของกากน้ำตาล 4-6 % ประโยชน์ของกาากน้ำตาลมีมากมาย เนื่องด้วยในกากน้ำตาลจะมีปริมาณน้ำตาล ประมาณ 50-60% สามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ หมักทำแอลกอฮอล์ กรดน้ำส้ม และใช้ในการทำการเกษตร หมักปุ๋ย หรือ ทำน้ำหมักต่างๆ คุณสมบัติ เป็นของเหลวสีดำที่เหนียวข้น ซึ่งไม่สามารถจะตกผลึกน้ำตาลได้อีก เป็นเนื้อของสิ่งที่ไม่ใช่น้ำตาลที่ละลายปนอยู่ในน้ำอ้อย ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำตาลซูโครส น้ำตาลอินเวอร์ท (invert sugar) และสารเคมี เช่น ปูนขาว ซึ่งใช้ในการตกตะกอนให้น้ำอ้อยใส ส่วนประกอบของกากน้ำตาลจะปรวนแปรไม่แน่นอน แล้วแต่ว่าได้มาจากอ้อยพันธุ์ไหนและผ่านกรรมวิธีอย่างไร แต่มักจะหนีไม่พ้นน้ำตาลซูโครส น้ำตาลอินเวอร์ทกับน้ำ ปัจจุบันนี้ โรงงานน้ำตาลทันสมัย มีความสามารถในการสกัดน้ำตาลออกจากกากน้ำตาลได้มากขึ้นแต่ก็ไม่หมดเสียทีเดียว เพราะถ้าสกัดให้ออกหมดจริงจะสิ้นค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจึงมีน้ำตาลซูโครสบางส่วนที่สูญเสียไปกับกากน้ำตาล ซึ่งมักจะสูญเสียไปมากกว่าสูญเสียไปทางอื่น โดยทั่วๆไปจะมีซูโครสปนอยู่ในกากน้ำตาลเฉลี่ย 7.5 เปอร์เซ็นต์ การใช้ประโยชน์ อุตสาหกรรมการผลิตเหล้าและแอลกอฮอล์ เป็นแหล่งใหญ่ที่ต้องการกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรม ผลผลิตที่ได้จากการหมักกากน้ำตาล ได้แก่ เอทิลแอลกอฮอล์ บิวธิลแอลกอฮอล์ อาซีโตน กรดซิตริก กลีเซอรอล (glycerol) และยีสต์ เอทิลแอลกอฮอล์ใช้ทำกรดอาซีติค - [สาบแร้งสาบกา](https://www.monmai.com/สาบแร้งสาบกา/) - สาบแร้งสาบกา พบได้ตามป่ารกร้างทั่วไป หากนำมาขยี้เล่นทั้งใบ ดอก ต้น จะมีกลิ่นสาบและฉุนเฉพาะตัว มีสรรพคุณทางยาด้วย รากแก้ปวดท้อง โรคกระเพาะ ใบตำพอกห้ามเลือด รักษาแผลสด แก้อักเสบจากพิษงู ตะขาบ เป็นต้น ชื่อสามัญ : Goat Weed ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ageratum conyzoides Linn. วงศ์ : COMPOSITAE ชื่ออื่น ๆ : เทียนแม่ฮาง (เลย), หญ้าสาบแฮ้ง (เชียงใหม่), หญ้าสาบแร้ง (ราชบุรี),ตับเสือเล็ก (สิงห์บุรี), เซ้งอั้งโซว (จีน-แต้จิ๋ว) ลักษณะ ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีอายุเพียงปีเดียวตาย ลำต้นจะตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขามากทั้งต้นจะมีขนปกคลุมอยู่ และเมื่อเด็ดมาขยี้ดมจะมีกลิ่นเฉพาะตัวเลย ลำต้นสูงประมาณ 1-2 ฟุต ใบ : ออกใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ แต่ตรงส่วนยอดใบจะเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปมนรีปลายแหลม - [นวดมือบำบัด](https://www.monmai.com/นวดมือบำบัด/) - ปรัชญาพื้นฐานของการมีสุขภาพดี ตามตำราแพทย์แผนโบราณเกือบทุกชาติ กล่าวว่า สุขภาพขึ้นอยู่กับความสมดุล และการดูแลความสมดุลของร่างกายให้คงอยู่ตลอดไป ปาฏิหาริย์นวดมือบำบัด 15 อาการยอดฮิต 1. นวดกระตุ้นต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนหลักสองตัว ได้แก่ ไทร็อกซิน ซึ่งทำหน้าที่เร่งการทำงานของระบบเผาผลาญอาหาร และ คาลซิโทนิน ซึ่งทำหน้าที่ลดระดับแคลเซียมในเลือด ต่อมไทรอยด์ยังทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบภายในร่างกาย ระดับน้ำและพลังงานในเนื้อเยื่อ รวมถึงความหนาแน่นของกระดูก พัฒนาการและการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ การทรงตัว ความสงบใจ และสุขภาพโดยรวม เราอาจกระวนกระวาย อยู่ไม่สุข เบิกบาน หรือซึมเศร้า เชื่องช้า เก็บกด ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากการทำงานของต่อมไทรอยด์ทั้งสิ้น วิธีการนวดมีดังนี้ ใช้นิ้วหัวแม่มือข้างหนึ่งกดที่โคนนิ้วหัวแม่มือด้านในของอีกข้างหนึ่ง นวดกดไล่ไปรอบๆบริเวณนี้ หากมีความผิดปกติที่ต่อมไทรอยด์ จะรู้สึกเจ็บเวลากด 2. นวดเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น ถ้าระบบประสาทเหนื่อยล้า การทำงานของกล้ามเนื้อตาก็จะไม่สมบูรณ์ เพราะกล้ามเนื้อตาทำงานภายใต้การควบคุมของระบบประสาท การปฏิบัติเพื่อถนอมสายตานั้น ได้แก่ การออกกำลังกาย อาหารสุขภาพ พร้อมกินวิตามินเสริมบ้าง ส่วนวิธีนวดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นมีดังนี้ ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดกดหมุนบริเวณโคนนิ้วทุกนิ้ว นวดนานนิ้วละสอง-สามวินาที นวดถูให้ทั่วมือ นวดตามแบบข้อ 1 อีกครั้ง แต่นวดนานนิ้วละหนึ่ง-สองนาที เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ - [เขาค้อทะเลภู ผืนแผ่นดินแห่งการพึ่งตนเอง](https://www.monmai.com/เขาค้อทะเลภู/) - เขาค้อทะเลภู คือก้าวย่างหนึ่งแห่งการเดินทางของชีวิตเป็นเพียงร่องรอย บนผืนแผ่นดินที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ พัฒนาสิ่งแวดล้อม สังคมและตัวตน ปลุกผืนดินอันทรุดโทรมป่วยไข้ให้กลับมีชีวิตเขียวขจี ชุ่มฉ่ำด้วยพืชพรรณ รังสรรค์สิ่งแวดล้อมบริสุทธิ์งดงามยังความรื่นรมย์แก่สรรพชีวิต สมกับความเป็น บ้านของธรรมชาติประกอบกิจกรรมสร้างสรรค์อบอวลด้วยบรรยากาศแห่งความเอื้ออาทรเป็นความใฝ่ฝันร่วมกันที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าประกอบกันเป็น ความงามแห่งชีวิต ความรู้สั่งสมจากอดีตจวบปัจจุบันเกือบพันปีของบรรพบุรุษไทยลองผิดลองถูกดุจดังวีรชนนิรนามในสนามรบของการดำรงชีพ ดำรงเผ่าพันธุ์ ตกผลึกเป็นองค์ความรู้เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาอันประมาณค่ามิได้ ภูมิปัญญาที่ตกทอดสู่ลูกหลานและบูรณาการให้เหมาะกับยุคสมัย เป็นสายธารไหลลื่นมิรู้จบเขาค้อทะเลภูหวังเป็นส่วนหนึ่งของกระแสธาร อาศัยภูมิปัญญาไทยนำมาบรรจบกับทรัพยากรอันอุดมของผืนแผ่นดินไทยสร้างสรรค์ผลผลิตเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอันจำเป็นต่อการดำรงชีพพร้อมกับเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะเสมอมา โดยมีคำขวัญพึ่งตนเอง ได้ค้าขายเป็น โดดเด่นเพื่อสังคม ความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ประกอบกับความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินความหลากหลายทางชีวภาพชีวิตกับธรรมชาติมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นการพึ่งพาของชีวิตที่มีต่อธรรมชาติ เป็นปัจจัยอันจำเป็นพื้นฐานโดยเฉพาะยากับอาหารนับเป็นความภูมิใจที่เรามีภูมิปัญญาอันลึกซึ้ง มีทฤษฎีการกินเพื่อสุขภาพอันละเอียดอ่อนดังทฤษฎีว่าด้วยรสและกลิ่นของยาหรืออาหาร ที่เรามีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันเสริมสร้างหรือรักษาร่างกายซึ่งจำแนก รสและกลิ่นได้ถึง 10 ประเภท นับว่าละเอียดอ่อนที่สุดในโลกก็ว่าได้มิใช่ว่าเราฉลาดหรือโง่กว่าชาติใดแต่เป็นเพราะสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างเราจึงมีทฤษฎีที่แตกต่างกันไปโดยเฉพาะ คือมีพืชพรรณที่หลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกพืชพรรณที่เป็นทั้งอาหารและยา พัฒนาจนเป็นผลึกความรู้ เป็นมรดกของชาวไทยตกทอดมาเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับรสและกลิ่นของยาและอาหารอดีตกาล ตั้งแต่เทคโนโลยียังไม่พัฒนาเหมือนปัจจุบันองค์ความรู้ในอดีตจำแนกแยกแยะและอธิบายการใช้ยาและอาหารอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ยิ่งแม้จะไม่มีชื่อสารสำคัญ ชื่อวิทยาศาสตร์หรือการทดลองแบบวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเพราะได้ทดลองจริงๆ กับมนุษย์มาเกือบพันปีและยังใช้ได้ดีในปัจจุบันเพราะมันคือความเหมาะสมที่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มอบให้กับชีวิตในท้องถิ่นนั้นๆ นั่นเอง ป่าเป็นพื้นฐานของสิ่งแวดล้อมที่ดีตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ดิน น้ำ ฟ้า ให้กำเนิดสรรพชีวิต พืชและสัตว์ คือภาพสะท้อน ชี้บอกเรื่องราวของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ มนุษย์เป็นเพียงผู้อาศัย มิใช่ผู้บงการ การมีชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มิเพียงแต่จะได้สุขภาพกายที่ดีเท่านั้น ยังช่วยพัฒนาจิตวิญญาณได้เป็นอย่างดีพื้นที่เกินกว่าร้อยละ 70 ของเขาค้อทะเลภู คือป่า อีกร้อยละ 15 เป็นผืนน้ำ - [สุชล สุขเกษม ทำทุกอย่างตามรอยพ่อหลวง](https://www.monmai.com/สุชล-สุขเกษม/) - นายสุชล สุขเกษม เป็นประธานกลุ่ม จากการที่ทดลองทำทุกอย่างตามรอยพ่อหลวง ตั้งแต่การแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆให้เหมะสมแล้วนำอาชีพเข้ามาไว้ในพื้นที่ ตั้งแต่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงกุ้งในกระชังมีราคาดีมาก กิโลละ 600 1,000 บาท เลี้ยงไก่หลุม เป็ดหลุม เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อที่น้อย และเลี้ยงไก่แบบตะกล้าแขวนไว้กับต้นมะพร้าว มูลไก่เป็นปุ๋ยให้กับต้นมะพร้าวไปในตัวโดยที่ไม่ต้องใช้แรงคนหรือทำอะไร เพียงแต่คอยเก็บไข่เท่านั้น นับว่าเป็นการประยุคใช้พื้นที่ให้ได้ประโยชน์ให้มากที่สุด และสิ่งสำคัญ ยังมีการประหยัดพลังงานครัวเรือนของตัวเอง คือได้นำมูลเป็ด ไก่ นำไปหมักเป็นก๊าชชีวภาพ นำกลับมาใช้ในการหุงต้มในครัวเรือนได้อย่างสบาย เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างจะหมุนเวียนอยู่ในตัวของมันเองหมด ส่วนที่เหลือก็ขายเป็นรายได้เสริม และ ยังเปิดบ้าน ให้ความรู้กับผู้ที่ต้องการจะเข้ามาอบรมศึกษาหาความรู้ ทางนายสุชล ก็จะถ่ายทอดความรู้ให้นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันต่อไป และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง นายสุชล ตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ได้มีการนำน้ำมันจากที่ชาวบ้านเหลือใช้จากการทอดน้ำมัน มาสกัดเป็นน้ำมัน ไบโอดีเชล กลับมาใช้ใหม่ โดยวิธีการ ให้ชาวบ้านช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ให้นำ น้ำมัน ที่ใช้แล้ว 1 ขวด นำมาแรก ไข่ไก่ จากทางกลุ่ม ได้ 5 ฟอง นำกับไปเป็นอาหาร - [ถั่วขอ ถั่วมะขาม หรือ ถั่วครก](https://www.monmai.com/ถั่วขอ/) - ถั่วขอเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีเมล็ดเป็นสีดำ พื้นผิวมันวาว ถ้าเอามือขัดให้ดีก็ขึ้นเงาได้ ต้นถั่วขอเป็นไม้เลื้อยขนาดย่อมขึ้นอยู่ตามหัวไร่ปลายนาทั่วไป มีลักษณะที่คล้ายกันกับหมามุ่ยมาก คือ ทั่วทั้งลำต้นมีขนอ่อน ๆ สีเหลืองขึ้นอยู่ทั่วไป ออกผลเป็นฝักยาว เมื่อแกะมาแล้วจะมีเมล็ดราว 5 -7 เมล็ด ถั่วครก, หัวครก เป็นชื่อเรียกทางจังหวัดตรัง กระบี่ เป็นพืชโบราณทางภาคใต้ครับ เช่นเดียวกับส้มแป้นจุก (ส้มจุก), นมควาย ฯลฯ เป็นไม้เลื้อยเช่นเดียวกันกับถั่วฝักยาว, ถั่วพู ฯลฯ ลักษณะต่างๆ ของถั่วครก, หัวครก ลำต้นเป็นไม้เลื้อย ดอกมี 2 สี 1.ดอกสีม่วงเหมือนสีของดอกอันชัญ 2.ดอกสีขาว ฝัก ลักษณะคล้ายๆ กับถั่วแขก ส่วนที่ใช้ประโยชน์ สามารถนำมารับประทานได้ทั้งดอกและฝัก ดอก สามารถนำมารับประทานได้เลย นำมาจิ้มกับน้ำพริก รับประทานกับขนมจีน ฝัก รับประทานได้ทั้งฝักสดและนำมาปรุงเป็นอาหาร ฝักที่นำมาปรุงเป็นอาหารนิยมใช้ฝักที่ไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป โดยการนำมาลอกเปลือกออกรับประทานดิบได้เลย หรือลอกเปลือกออก (เหมือนลอกเปลือกกล้วยเถื่อน (สำหรับคนที่รู้จักนะครับ) แล้วนำไปแช่น้ำ) แล้วนำมาปรุงเป็นอาหาร ทางใต้ใช้ทำแกงเช่น แกงพุงปลา - [น้ำมันถั่วดาวอินคา](https://www.monmai.com/น้ำมันถั่วดาวอินคา/) - เมล็ดมีปริมาณน้ำมันสูง มากกว่า 50%สกัดด้วยความเย็นแบบง่ายๆ และไม่ต้องใช้การกลั่น มีความเข้มข้นของกรดไขมันที่จำเป็นและโอเมก้า 3,6,9 สูง มีสารต้านอนุมูลอิสระวิตามิน A และวิตามินอี (อัลฟาโทโคฟีรอ) เป็นแหล่งโปรตีนที่สูงและอุดมด้วยกรด อะมิโนจำเป็นและไม่จำเป็นที่มีความสำคัญต่อสุขภาพที่ดีมาก นอกจากนี้ ลักษณะของน้ำมันที่สกัดได้ ยังมีความเข้มข้นสูง เกือบเท่ากรดไขมันธรรมชาติที่จำเป็น(84%) คือ มากกว่า 48% เมล็ดจากต้นถั่วดาวอินคา เมื่อแก่เต็มที สามารถเอาเมล็ดมาสกัดออกมาเป็นน้ำมันได้ น้ำมันที่ได้ออกมามีองค์ประกอบ มีสูงโปรตีน (27%) และน้ำมัน (35 - 60%) และในน้ำมันยังอุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น โอเมก้า 3 กรดไลโนเลนิ (45-53%ของปริมาณไขมัน) โอเมก้า 6 กรดไลโนเลอิก (34-39% ของปริมาณไขมัน) โอเมก้า 9 (6-10% ของปริมาณไขมัน) ไอโอดีน วิตามิน เอ วิตามิน อี ข้อดีทางโภชนาการ เป็นน้ำมันที่ไม่มีอะไรที่เป็นพิษหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือมีข้อจำกัด ในการบริโภคของมนุษย์ น้ำมันSacha Inchi - [ถั่วไมยรา ถั่วเดสแมนธัส](https://www.monmai.com/ถั่วไมยรา/) - ถั่วไมยรา (desmanthus virgatus) มีชื่อเรียกอย่างอื่นอีกว่า ถั่วเดสแมนธัส หรือเฮดจ์ ลูเซอร์น (hedge ltcern) เป็นพืชตระกูลถั่วค้างปีจำพวกกระถิน กระถินณรงค์ และมะขามเทศ เป็นพืชพื้นเมืองที่ปลูกในเขตร้อน ลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2.0-3.5 เมตร มีลักษณะใบและดอกคล้ายกระถิน แต่มีขนาดเล็กกว่า ฝักมีลักษณะตรงหรือค่อนข้างตรงเจริญเติบโตได้ดีในดินเหนียวและดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มี PH ระหว่าง 5.5-6.5 มีการแพร่กระจายของฝนดี หรือมีการให้น้ำชลประทาน ไม่ชอบขึ้นในพื้นที่ดินทรายและดินที่เป็นกรดจัด ไม่ทนแล้ง และไม่ทนน้ำท่วมขัง แต่เจริญเติบโตในที่ชื้นแฉะได้พอควร สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ได้มาก และเมล็ดมีความงอกสูง ทำให้สะดวกต่อการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ถั่วไมยราถือเป็นถั่วอาหารสัตว์ที่มีความสำคัญอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากเป็นถั่วที่ปลูกง่าย มีคุณค่าทางโภชนศาสตร์สูง โดยสามารถใช้เลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมโปรตีนได้ ในสัตว์เคี้ยวเอื้อง(Ruminant) สามารถให้สัตว์กินในรูปถั่วสด หรือปล่อยสัตว์แทะเล็มได้ หรือจะให้ในรูปถั่วแห้งหรือในรูปของถั่วหมัก โดยในถั่วจะมีกระไฮโดรไซยานิค 7.7 เปอร์เซ็นต์ และ ไมโอซีน 0.29 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ไม่เป็นพิษต่อสัตว์ที่กินไม่ว่าจะมีปริมาณมากก็ตาม ส่วนในสัตว์กระเพาะเดี่ยวจะใช้ในการ เป็นส่วนผสมในสูตรอาหารข้นเพื่อเสริมโปรตีนให้กับสัตว์ได้ เพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตของสัตว์ ลักษณะทั่วไป ถั่วไมยรา ลักษณะเป็นไม้พุ่ม - [ถั่วแกรมสไตโล](https://www.monmai.com/ถั่วแกรมสไตโล/) - ถั่วแกรมสไตโล (Stylosanthes guianensis cv.Graham)เป็นถั่วอายุหลายปี ลักษณะการเจริญเติบโตของลำต้นเป็นแบบตั้งตรง หรือกึ่งตั้งตรง มีระบบรากแก้วที่แข็งแรงมาก ถั่วแกรมสไตโล มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาใต้ และอเมริกากลาง มีหลายสายพันธุ์ ที่ประเทศไทยนำเข้ามาทดสอบสายพันธุ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2519 โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น และประเทศออสเตรเลียได้รับรองพันธุ์ในปี พ.ศ. 2522 คือสายพันธุ์ แกรม (cv. Graham) ลักษณะทั่วไป ลำตันมีขนหรืออาจจะไม่มี สูง 60-180 cm เป็นถั่วที่มีอายุหลายปี(perennial) ลักษณะการเจริญเติบโต ลำต้นเป็นแบบตั้งตรงหรือกึ่งตั้งตรงเป็นพุ่มมีระบบรากแก้วที่แข็งแรงมาก ถั่วท่าพระสไตโล เป็นถั่วที่มีอายุ 23 ปี พุ่มตั้ง ขนาดต้นและทรงพุ่มใหญ่กว่าถั่วฮามาต้า ต้านทานโรคแอนแทคโนส ไม่ทนดินเค็มและดินด่าง ไม่ทนต่อการแทะเล็มเหยียบย่ำของสัตว์ หรือตัดบ่อย ๆ ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 1.52.5 ตันต่อไร่ต่อปี โปรตีน 14-18 เปอร์เซ็นต์ ปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์อัตรา 2.0 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านหรือโรยเป็นแถว ๆ ห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตร - [หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง](https://www.monmai.com/หมู่บ้านพอเพียง/) - เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดํารัส ชี้แนะแนวทางการดําเนินชีวิต แก่พสกนิกรชาวไทย มาโดยตลอดนานกว่า 30 ปี ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ได้ทรงเน้นย้ำแนวทางแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดํารงอยู่ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนภายใต้กระแส โลกาภิวัฒน์ และ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดํารงอยู่และการปฏิบัติตนของประชาชน ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือปฏิบัติงานตามหลัก ความพอประมาณ ความมีเหตุผล สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ด้วยการใช้ความรู้ ความชอบธรรมและคุณธรรม ทําให้ชุมชนพึ่งตนเองบนความพอเพียง ตั้งแต่ปี 2549 กรมการพัฒนาชุมชน ได้น้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาขยายผลในกระบวนการทํางาน เป็นระยะ ดังนี้ ระยะแรก ปี 2549 2551 ดําเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยเกณฑ์ประเมิน 6 ด้าน คือ ) ด้านการลดรายจ่าย (ทําสวนครัว ปลอดอบายมุข) ) ด้านการเพิ่มรายได้ (มีอาชีพสุจริต ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม) ) ด้านการประหยัด - [ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ](https://www.monmai.com/สวนป่านาบุญ/) - ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ ได้ดำเนินงานสร้างสุขภาพแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพแบบพึ่งตน ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุด้วยสิ่งที่ประหยัดเรียบง่าย ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก หมอที่เก่งที่สุดก็คือ ตัวเรา และเครื่องมือที่แท้จริง ในการบำบัดรักษาโรคคือ ร่างกายของเราเอง หมอเขียว - ใจเพชร กล้าจน นักวิชาการ สาธารณสุข ระดับชำนาญการ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลอำนาจเจริญ แพทย์ทางเลือกวิถีธรรมและครูฝึกแพทย์แผนไทย ประจำศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร งานปัจจุบันของหมอคือการเผยแพร่เทคนิคการดูแลสุขภาพแบบพึ่งตนเองตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง หรือที่เรียกกันว่า แพทย์ทางเลือกวิถีธรรม โดยใช้หลักทฤษฎียา 9 เม็ดเพื่อแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ เป้าหมายของการจัดอบรม เรียนรู้วิธีปฏิบัติเพื่อการป้องกันโรค ควบคุมโรค และฟื้นฟูสุขภาพ สำหรับผู้ป่วย มะเร็ง เนื้องอก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง โรคหัวใจ หอบหืด ไตเสื่อม ภูมิแพ้ ปวดตามข้อ ปวดเมื่อย ปวดตัว ปวดบวมแดงร้อนตามร่างกาย และผู้ป่วยที่ภูมิต้านทานน้อย เรียนรู้ภาวการณ์เกิดโรคต่างๆ จากข้อ 1 และโรคเหล่านี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด - [หญ้ากาบหอยตัวเมีย ฆ่าเชื้อโรคได้](https://www.monmai.com/หญ้ากาบหอยตัวเมีย/) - วัชพืชตระกูลเดี่ยว มีระบบรากแก้ว ต้นเป็นเหลี่ยมหรือเป็นร่องมีขนาดเล็ก มักเลื้อยแผ่ไปตามพื้น แต่ไม่แตกรากตามข้อ สูงประมาณ 10 - 30 ซม. ลำต้นมีสีเขียวหรือสีม่วงเข้ม ใบเป็นใบเดี่ยวออกจากลำต้นแบบตรงกันข้ามเป็นคู่ ใบมีรูปร่างป้อม รูปไข่ ขอบใบหยัก ฐานใบมน ก้านใบสั้นมีขนเล็กน้อย ลินเดอเนีย ครัสตาซี (Lindernia crustacea (L.) F.Muell.var.crustacea) ชื่ออื่น ตะขาบไต่ดิน นราธิวาสเรียกว่าหญ้ามันลิง หรือเรียกหญ้าหยาดน้ำค้าง ลักษณะ ไม้ล้มลุกหลายปี มีหัวใต้ดิน หัวทรงกลม ลำต้นแตกกิ่งมาก มักแตกกิ่งจากโคนต้น หรือไม่แตกกิ่ง ความสูง 10-60 เซนติเมตร แผ่นใบรูปทรงยาว-รูปใบหอก กว้าง 3-10 มิลลิเมตร ยาว 5-10 เซนติเมตร แผ่นใบด้านล่างเกลี้ยง หรือมีขนนุ่มปกคลุม ดอกออกเป็นชนิดราซีม ตามปลายยอดหรือออกเป็นดอกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบ ก้านดอกยาว ดอกสีม่วง มีกลีบดอก 5 กลีบ - [ถุงประคบสมุนไพร](https://www.monmai.com/ถุงประคบสมุนไพร/) - ถุงสมุนไพรประคบร้อน ใช้งานง่ายๆ โดยนำไปอุ่นไมโครเวฟประมาณ 2-3 นาที แล้วนำออกมาประคบจุดที่มีอาการ ซึ่งถุงหนึ่งจะใช้ได้ 15-20 ครั้ง โดยที่กลิ่นจะยังคงอยู่ แต่ก็สามารถใช้งานต่อได้แม้กลิ่นจะจางลง เพราะตัวการบูรที่ทำให้กลิ่นจางลงจะค่อยๆ หมดไป แต่ตัวของสมุนไพร ไพล ขมิ้นชัน และผิวมะกรูดซึ่งมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษานั้นยังคงอยู่และสามารถใช้งานต่อไปได้เรื่อยๆ โดยใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ปวดประจำเดือน และช่วยผ่อนคลายความเครียด ถุงสำหรับประคบแผ่นหลัง แผ่นหน้าท้อง ตามข้อต่างๆ รอบคอ รอบแขน รอบขา เป็นต้น เหมาะสำหรับบุคคลที่มีอาการเมื่อยล้าจากการ ทำงานต่อเนื่องจากการทำงานตลอดทั้งวัน, สตรีที่มีอาการปวดประจำเดือน, นักกีฬาที่มีอาการปวดเมื่อย จากการเล่นกีฬา, ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ, ช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการช้ำบวม,กล้ามเนื้ออักเสบ, ช่วยลดอาการติดขัดของข้อต่อกระดูก, ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด, ลดการปวดประจำเดือนของสุภาพสตรี, ช่วยคลายเครียดจากกลิ่นสมุนไพรหลังจากประคบ ส่วนประกอบที่สำคัญของสรรพคุณ ข้าวธัญญาพืช (grain ) เป็นตัวนำความร้อน ช่วยให้เนื้อเยื่อพังผืดยืดตัว คลายตัว ลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการบวมจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ และที่สำคัญคือช่วยการไหลเวียนของโลหิต ไพร ( - [วลิต เจริญสมบัติ ศูนย์ข้าวชุมชนปลดหนี้ชาวนา](https://www.monmai.com/วลิต-เจริญสมบัติ/) - วลิต เจริญสมบัติเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งศูนย์ข้าวชุมชนและจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านคุณภาพเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงบำรุงดิน กระบวนการโรงเรียนเกษตรกร (ข้าว) ในพระราชดำริ และส่งเสริมเกษตรกรในระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามครรลองวิถีชีวิตแห่งชุมชน จัดตั้งเครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี และนำเงินตามโครงการจัดตั้งเป็นกองทุนเครือข่ายต่างๆ จำนวน 960,000 บาท ซึ่งการพัฒนาในด้านนี้ส่งผลให้ได้รับรางวัล ความสำเร็จและความเข้มแข็งของศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลเจดีย์หักยังได้รับการยกย่องและยอมรับจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีรางวัลประกาศเกียรติคุณต่างๆ เป็นเครื่องการันตีอย่างมากมาย อาทิ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตข้าวชุมชนดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2551 เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถจัดตั้งเครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนในระดับอำเภอได้อีกถึง 6 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลเจดีย์หัก ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ในการทำนา เช่น การเตรียมดิน การกำจัดพันธุ์ข้าวปน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ขณะที่ ตำบลหินกอง ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาท 1 ตำบลเกาะพลับพลา เป็นผู้ผลิตข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 ตำบลเขาแร้ง เป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ชัยนาท 1 ตำบลห้วยไผ่ เป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาท 1 และตำบลคูบัว เป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี 1 แต่กว่าจะมาเป็นศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลเจดีย์หักที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง บุคคลที่ถือว่ามีบทบาทและเป็นผู้นำ - [ไม้นวดมือ ทำให้เลือดหมุนเวียน](https://www.monmai.com/ไม้นวดมือ/) - ผ่อนคลายและทำให้เลือดหมุนเวียน เพียงใช้ไม้กดจุดบนฝ่ามือตรงจุดที่มีอาการปวดเมื่อยจะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของระบบเลือดในบริเวณฝ่ามือให้หมุนเวียนจะช่วยให้ระบบการหมุนเวียนดีขึ้น ใช้เป็นประจำจะช่วยในเรื่องการปวดเมื่อยของฝ่ามือได้เป็นอย่างดี ไม้นวดฝ่ามือสี่เหลี่ยม ไม้นวดดาว วิธีใช้ : ใช้กำกดจุดบนฝ่ามือ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และกระตุ้นประสาทปลายนิ้วมือ เพื่อบรรเทาอาการเหน็บชา ไม้นวด 4 แฉก เพื่อสุขภาพที่ดีของท่านในการใช้ไม้นวด 4 แฉก กดจุดต่างๆบนลำตัวแขนขา เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ใช้กดตามจุดต่างๆ ที่มีอาการปวดเมื่อย ใช้แทนนิ้วมือ ทำให้ผู้นวดไม่เจ็บมือ เบาแรงกดแม้ส่วนที่แข็ง เช่น ฝ่าเท้า สามารถใช้หลายรูปแบบ ไม้นวดกดจุด ไม้นวดฝ่ามือ ทำจากไม้ธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์มาก โดยเฉพาะการเล่นเกม หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ทำให้มือเกิดผังผืดและทำให้เจ็บ คุณควรจะออกกำลังกายมือด้วยการนวดง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยกำไม้นวดมือและบีบสักพักเพื่อให้เลือดไหลวเวียนได้ดีขึ้น ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อมือ ใช้กำกดจุดบนฝ่ามือ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และกระตุ้นปลายสาทนิ้วมือเพื่อบรรเทาอาการเหน็บชา - [หลุมพี กะลุมพี](https://www.monmai.com/หลุมพี/) - หลุมพีเป็นพรรณไม้ป่าพื้นเมือง ต้นหลุมพีมีลักษณะเป็นกอและมีหนามแข็ง เนื้อเบา ใบออกเป็นทางเหมือนปาล์มทั่ว ๆ ไป ผลออกเป็นทะลาย ในทะลายหนึ่ง ๆ มีประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ผล เปลือกผลสีเหลืองอมน้ำตาล ลักษณะเป็นเกล็ดคล้ายผลระกำ เนื้อส่วนนอกสีชมพูอมเหลือง แต่ส่วนในสีใส เมล็ดแข็งเหมือนเมล็ดระกำ ผลอ่อนมีรสฝาดมากกว่าเปรี้ยว แต่พอแก่ก็เปลี่ยนเป็นเปรี้ยวมากกว่าฝาด และพอสุกดีก็มีรสหวานมากกว่าเปรี้ยว ขนาดของผลที่โตเต็มที่แล้วมีเส้นรอบวงโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๐ เซ็นติเมตร ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Eleiodoxa conferta (Griff.) Burr. ชื่อวงศ์ : ARECACEAE (PALMAE) ชื่ออื่นๆ กะลุมพี,หลุมพี(นราธิวาส,ปัตตานี),กะลูบี,กลูบี,ลูบี(มลายู นราธิวาส) ลักษณะ ลุมพี เป็นพืชพวกปาล์ม จำพวกระกำ ลำต้นสั้น แตกหน่อเป็นกอใหญ่ ออกดอกผลแล้วตายไป ใบประกอบแบบขนนก เรียงเวียนสลับ ก้านใบ และกาบใบมีหนามยาวแหลมเรียงเป็นแผง แกนกลางใบประกอบมีหนามยาวแหลมทางด้านล่าง ใบย่อยรูปเรียวยาว ปลายแหลม ไม่มีก้าน โคนติดที่ก้านรวม เรียงเป็นระเบียบ 2 ข้างก้านใบประกอบ ใบย่อยบริเวณตอนกลางก้านช่อใบยาวกว่าใบย่อยที่โคน - [แห้วทรงกระเทียม อาหารปลาสลิดแบบธรรมชาติ](https://www.monmai.com/แห้วทรงกระเทียม/) - แห้วทรงกระเทียมเป็น พืชล้มลุกอายุหลายฤดู ชอบขึ้นในที่น้ำท่วมขัง เช่นในนาข้าว ขึ้นได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย มีลำต้นใต้ดินเป็นไหลยาว ต้นบนดินมีลักษณะกลมยาวเป็นเส้น ภายในกลวง มีผนังบาง ๆ กั้นเป็นช่องตามขวาง ใบมีลักษณะเป็นกาบหุ้มโคนต้นสีม่วงแดง ดอกออกเป็นช่อยาว รูปทรงกระบอกเกิดอยู่ปลายต้นไม่มีก้านดอก ช่อดอกยาวประมาณ 2-5 ซม. ประกอบด้วยดอกจำนวนมาก ชื่อวิทยาศาสตร์ Eleocharis dulcis (Burm.f.) Henschel ชื่อวงศ์ CYPERACEAE ลักษณะทั่วไป แห้วทรงกระเทียมโป่งจัดเป็นกกชนิดหนึ่ง เป็นพืชสะเทินน้ำสะเทินบก ชอบขึ้นในที่น้ำท่วมขังตื้น ลำต้นใต้ดินเป็นไหลยาว ต้นบนดินมีลักษณะกลมยาวเป็นเส้น ภายในกลวง มีผนังบาง ๆ กั้นเป็นช่องตามขวาง ใบมีลักษณะเป็นกาบหุ้มโคนต้นสีม่วงแดง ดอกออกเป็นช่อยาว รูปทรงกระบอกเกิดอยู่ปลายต้นไม่มีก้านดอก ช่อดอกยาวประมาณ 2-5 ซม. ประกอบด้วยดอกจำนวนมาก ประโยชน์ นิยมปลูกในนาเลี้ยงปลาสลิด แล้วฟันหมักเป็นกองเพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติ ที่มา : กองประมงน้ำจืด กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ - [หญ้ายาง ใบต่างดอก](https://www.monmai.com/หญ้ายาง/) - หญ้ายาง เป็นพืชล้มลุก อายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง กลวง มีขนปกคลุมโดยตลอด มียางขาว ต้นสีม่วงแดง แตกกิ่งก้านสาขาไม่มาก ใบเดี่ยว ออกสลับกัน แต่คู่ล่างสุด และบนสุดมักออกตรงข้ามกัน เป็นคู่ มีขน ใบมีหลายรูปร่าง ตั้งแต่ยาวรี ไปจนถึงกลม ปลายแหลม ขอบใบเรียบ จักละเอียด ออกที่ยอดเป็นกระจุก มีทั้งดอกผู้และดอกตัวเมียปนกัน ดอกสีขาวอมเขียว ผลทรงกลม ไม่มีขน ลูกแก่จะแตกออกเป็น 3 กลีบ กลีบละ 1 เมล็ดทรงกลมมีสัน ขรุขระ เป็นพืชที่มีรากแก้วหยั่งลึกลงไปในดิน ภาษาอังกฤษ Painted spurge , Mexican fire plant ชื่อวิทยาศาสตร์ Euphorbia heterophylla L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Euphorbia cyathophora Murr.) จัดอยู่ในวงศ์ EUPHORBIACEAE เช่นเดียวกับไคร้น้ำ โคคลาน พังคี เจตพังคี - [กำลังเสือโคร่ง ช่วยบำรุงกำลัง](https://www.monmai.com/กำลังเสือโคร่ง/) - กำลังเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ เปลือกแก่แตกออกเป็นชั้นๆ คล้ายกระดาษ มีกลิ่นหอมเย็นคล้ายน้ำมันมวย ใบเดี่ยวรูปไข่หรือรูปไข่แกมรูปหอก ขอบใบจักฟันเลื่อยซ้อน ก้านใบและช่อดอกมีขนสีเหลืองหรือสีน้ำตาลปกคลุม หูใบเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือแคบ ดอกออกเป็นช่อแบบหางกระรอก บริเวณง่ามใบ 2 - 5 ช่อ ผลแบนเล็ก มีปีกบางโปร่งแสงอยู่สองข้าง ชื่อวิทยาศาสตร์ Strychnos axillaris Colebr. ชื่อพ้อง Strychnos chloropetala A.W. Hill., Strychnos plumosa A.W. Hill. ชื่อวงศ์ Strychnaceae (Loganaceae) ชื่ออื่นๆ ขวากไก่ หนามเข็ม (ชัยภูมิ) ขอเบ็ด (หนองคาย) ขี้แรด (ปราจีนบุรี) เขี้ยวงู (ชุมพร) ตึ่ง เครือดำตัวแม่ (ลำปาง)เบน เบนขอ (ตะวันออกเฉียงเหนือ) เล็บครุฑ (จันทบุรี) เล็บรอก (พัทลุง) หมากตาไก้ (เลย) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่มรอเลื้อย - [น้ำหมักน๊อคหญ้า ไม่พึ่งพาสารเคมี](https://www.monmai.com/น้ำหมักน๊อคหญ้า/) - เทคนิควิธีการทำน้ำหมักน็อกหญ้าและการน็อกหญ้าในหน้าฝน ทำน้ำหมักธรรมชาติน็อกหญ้า และปุ๋ยน็อกหญ้าจากวัชพืช แก้ปัญหาหญ้าหน้าฝน หลักสูตรน้ำหมักน๊อคหญ้า เป็นการให้ปุ๋ยเข้มข้นทางใบกับวัชพืช ที่มีความเข้มข้นเป็นกรด โดยใช้ผลของพืชดังต่อไปนี้มาทำการหมัก เช่น ชะมวง ลิ้นจี่ป่า กระเจี๊ยบแดง ส้มเสี้ยว มะกรูด มะดัน สับปะรด เป็นต้น มีฤทธิ์เป็นกรด ค่า ph เท่ากับ หรือต่ำกว่า 5 สิ่งที่ใช้หมัก อะไรก็ได้ที่เปรี้ยว ต้องไม่ปนฝาด ถ้าฝาดปนเปรี้ยวจะได้ฤทิธ์เป็นกลาง แล้วจะไม่ได้ผล ที่หมักแล้วได้ผลดีคือ ผลสุกและใบชะมวง หรือเปลือกสัปรด จะกัดปากใบของพืชได้ดีมาก ถ้าเป็นมะม่วงอ่อนจะต้องนำเมล็ดออก และปลอกเปลือกออกด้วย วิธีทำ ถังน้ำ หรือโอ่ง ความจุ 200 ลิตร แบ่งเป็น 4 ส่วน นำผลไม้รสเปรี้ยวที่เตรียมไว้ใส่ลงไป (2 ส่วนของถัง) น้ำตาลทรายแดง 2 กิโล หรือถ้าเป็นกากน้ำตาลใช้ 4 กิโล เทลงในน้ำสะอาด 30-40 ลิตร - [เปลี่ยนเขาหัวโล้น เป็นเขาหัวจุก](https://www.monmai.com/เขาหัวจุก/) - ปลูกต้นไม้บนยอดเขา เพื่อให้เขาหัวโล้นกลายเป็นเขาหัวจุก และด้านข้างทางลาดสองข้างของภูเขาก็จะปลูกต้นไม้เพิ่มเปรียบเสมือนผมแกละ การเปลี่ยนเขาหัวโล้น จุดต้นน้ำ ให้กลายเป็นเขาหัวจุก หลักคิดคือ ยกน้ำจากร่องน้ำขึ้นไปบนบ่อที่สูง เพิ่มความชื้นกระจายให้ทั่วพื้นที่ 5-9 ไร่ ด้วยการขุดลำเหมือง ปลูกแฝก ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ทำนาขั้นบันได ก่อหัวคันนาสูงและกว้าง เป้าหมายคือ ทำน้อยแต่ได้มาก ทำ 5 ไร่ ผลที่ได้จะมากกว่าการถางเขาทั้งลูก ซึ่งโครงการนี้จะเป็นตัวอย่างทำกิน และชี้ให้เห็นประโยชน์ของป่า ไม่ควรถูกถางทำลาย การเปลี่ยน เขาหัวโล้น เป็น เขาหัวจุก เป็นการประยุกต์ใช้ โคกหนองนา โมเดล ให้เข้ากับภูมิสังคม พื้นที่ภูเขาคือโคกตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องสร้างโคกอีก ส่วนหนองนั้นเปลี่ยนเป็นการกั้นฝายในพื้นที่ร่องเขาเพื่อเก็บน้ำไว้ ทำนาขั้นบันได โดยยกหัวคันนาสูงและกว้าง เพื่อเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาบนภูเขาให้ได้มากที่สุด สร้างบ่อเก็บน้ำจากวัสดุในพื้นที่ไว้ด้านบน เพื่อปล่อยน้ำผ่านคลองไส้ไก่ หรือที่เรียกว่าลำเหมืองกระจายให้ทั่วพื้นที่ และปลูกแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน ปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อพอกิน พออยู่ - [ชามะขามป้อม](https://www.monmai.com/ชามะขามป้อม/) - มะขาม ป้อมมีรสเปรี้ยว ฝาด ขม เช่นเดียวกับสมอไทย จึงสามารถแก้โรคต่างๆ ได้มากเช่นเดียวกันสมอไทย ตำรายาอินเดียยกย่องมะขามป้อมไว้มากว่า เป็นผลไม้บำรุงร่างกายที่ดีมาก ตำราบางเล่มถึงกับกล่าวว่า ถ้าคนอินเดียไม่มองข้ามมะขามป้อม คือเอามะขามป้อมมากินเป็นประจำวันละ 1 ลูก ทุกวัน เขาเชื่อว่าคนอินเดียจะมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงกว่านี้มากนัก ทั้งนี้เพราะมะขามป้อมบำรุงอวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกาย คือ บำรุงผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ กระเพาะ ฯลฯ แก้น้ำเหลืองเสีย ปรับประจำเดือนให้มาปกติ บำรุงเลือด บำรุงกำลัง ช่วยลดความดันเลือดสูง ปัจจุบันในต่างประเทศมีผลิตภัณฑ์มะขามป้อมมากมายจำหน่ายในรูปของชา อาหารสุขภาพ เครื่องสำอาง ซึ่งเป็นตำรับบำรุงสุขภาพ ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ เพิ่มภูมิคุ้มกัน และต่อสู้กับการหลุดร่วงของเส้นผม ลบรอยจุดด่างดำ ซึ่งในประเทศไทยโรง-พยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ริเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมะขามป้อม โดยพัฒนาเป็นยาแก้ไอ น้ำมันหมักผมมะขามป้อมสมอไทยเพื่อบำรุงผม น้ำมะขามป้อมเพื่อบำรุงสุขภาพและอยู่ระหว่างการทำเป็นครีมลบรอยด่างดำบนใบหน้า ซึ่งตำรับต่างๆ สามารถทำได้ง่ายๆ ผลสดถ้าเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง (๒๙-๓๗ องศา-เซลเซียส) นาน ๓๖๕ วัน จะเสียวิตามินซีไปร้อยละ ๖๗ - [ผักเป็ด ผักตามพื้นดิน](https://www.monmai.com/ผักเป็ด/) - ผักเป็ดทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหอกถึงรูปช้อน ดอกช่อ ดอกย่อยสีขาว ออกตามซอกใบ กลีบดอก 5 กลับ ขนาดไม่เท่ากัน มีเกสรเพศผู้ 5 อัน ผลทรงกลม หรือรูปไข่กลับ มีปีกขนาดเล็ก มีเมล็ดเดียว กระจายทั่วไปตามบริเวณที่น้ำท่วมถึง ที่ชื้นข้างทาง ชื่อวิทยาศาสตร์ Alternanthera paronichyoides St. Hil. ชื่อวงศ์ AMARANTHACEAE ลักษณะ พืชล้มลุก ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหอกถึงรูปช้อน กว้าง 0.5 1 ซม. ยาว 1 4 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลมหรือมน ดอก สีขาว ออกเป็นช่อ ตามซอกใบช่อดอกรูปรี กว้าง 3 6 มม. ยาว 5 5 มม. กลีบดอก 5 - [ผักเป็ดน้ำ ผักเป็ดไทย](https://www.monmai.com/ผักเป็ดน้ำ/) - ผักเป็ดน้ำ พืชล้มลุก ลำต้นกลมเป็นปล้อง กลวงสีเขียว มีรากแตกตามข้อแตกกิ่งก้านสาขาจำนวนมาก ชอบขึ้นบริเวณริมน้ำ ลำคลองและที่ชื้นแฉะ ใบเดี่ยวรูปหอกออกตรงข้ามกันบริเวณปล้อง โคนและปลายใบแหลม เส้นกลางใบสีขาวมองเห็นชัดเจน ขอบใบเรียบ ออกช่อสีขาวเป็นกระจุก ออกตามซอกใบ ชื่อสามัญ Alligator weed, Sessile joyweed ชื่อวิทยาศาสตร์ Altermanthera sessillis (L.) DC. ชื่อวงศ์ AMARANTHACEAE ชื่ออื่นๆ ผักเป็ดน้ำ ผักเป็ด (ทั่วไป), คงซิมเกี่ยง (จีน-แต้จิ๋ว) ลักษณะ ผักเป็ดเป็นพืชขนาดเล็ก สูง ๑๐-๑๒๕ ซม. ลำต้นตั้งตรงหรือเลื้อย เมื่อเลื้อยจะมีรากเกิดขึ้นที่ข้อ ลำต้นระหว่างข้อหนึ่งถึงอีกข้อหนึ่งจะเป็นร่อง และมีขนตามร่องทั้งสองข้าง ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงกันข้ามเป็นคู่ๆ ตรงข้อ ใบมีหลายรูป เช่น รูปแคบ ยาว เรียวแหลม หรือรูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ โคนและปลายใบแหลม แต่ที่กลมมนก็มี แผ่นใบเกลี้ยง หรือมีขนอ่อนๆ ขนาดของใบก็ไม่แน่นอน ถ้าขึ้นในที่แห้งแล้ง - [กระท้อนกวน](https://www.monmai.com/กระท้อนกวน/) - กระท้อน เป็นผลไม้มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดมะเร็ง บำรุงโลหิต แก้ลมจุกเสียด เนื้อกระท้อนอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียม เหล็ก ไนอะซิน วิตามินเอ วิตามินบี 1 และวิตามินซี ใบ ผสมน้ำต้มอาบขับเหงื่อ แก้ไข้ รักษาโรคผิวหนัง ราก ใช้เป็นยาดับพิษร้อนถอนพิษไข้ แก้ไข้มาลาเรีย แก้บิด แก้ท้องร่วง หรือตำกับน้ำและน้ำส้มสายชู ดื่มแก้ท้องเดิน และช่วยขับลม กระท้อนกวน สูตร 1 ส่วนผสม ส่วนที่ 1 สำหรับแช่กระท้อน กระท้อนปอกเปลือก ใช้เฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อไม่ให้ติดปุยของเมล็ด หั่นเป็นเส้นๆ ตามลูก 2 ถ้วย เกลือเม็ดสำหรับแช่กระท้อน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 3 ถ้วยตวง ส่วนที่ 2 สำหรับกวน เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 - [หญ้าเกล็ดหอย ยาดับพิษร้อน](https://www.monmai.com/หญ้าเกล็ดหอย/) - หญ้าเกล็ดหอย พืชไม้เลื้อย เกิดในท้องนาและริมนํ้า ข้างถนน ลำต้นอ่อนสีเขียว ใบออก ตามกิ่งๆ ละใบ หน้าใบเรียบ ก้านใบยาวประมาณ 1 นิ้ว ใบกลมเป็นหยัก 7 หยัก แพร่พันธุ์ในฤดูร้อน ดอกสีขาว เมล็ดรูปกลมแบน ทั้งต้นมีรสจืดเย็น มีสรรพคุณเป็นยาดับพิษร้อน แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ ช่วยฟอกโลหิต เป็นยาแก้ไข้ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาแก้ดีพิการ ชื่อวิทยาศาสตร์ Desmodium triflorum (L.)DC. ชื่อวงศ์ FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE) ชื่ออื่น ผักแว่นโคก หญ้าตานทราย หญ้าตานหอย หญ้าเกล็ดปลา ผักแว่นดอย ผักตั้ง(ลั้วะ) ลักษณะ ต้นจัดเป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้า ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน สูงได้ประมาณ 4.5-12.5 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะแผ่แนบไปกับพื้นดินเป็นวงกว้าง ตามลำต้นและใบมีขนขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น เส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นมีขนาดประมาณ 0.6-1.1 มิลลิเมตร พบกระจายทั่วไปในเขตร้อน ในประเทศไทยพบขึ้นกระจายอยู่ทุกภาค ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลจนถึง 1,300 เมตร - [มีดเหน็บ มีดพันธุ์ไทยแท้](https://www.monmai.com/มีดเหน็บ/) - ถ้ากล่าวถึงเรื่องมีด หลายๆประเทศมักมีมีดเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่ชนชาวพื้นเมืองใช้สอยกันหรือนิยมใช้เป็นประจำ เช่น มีดกรูข่า ที่ใช้ในประเทศอินเดีย กริชของประเทศอินโดนีเซีย หรือมีดตระกูลโบวี ที่ใช้ในประเทศทางตะวันตก สำหรับประเทศไทยมีดที่เป็นเอกลักษณ์คงหนีไม่พ้น มีดเหน็บ อีเหน็บ หรือ มีดปาดตาลที่ไม่มีของประเทศใดเหมือน เป็นเอกลักษณ์ที่ลงตัวและใช้ประโยชน์ได้สูงสุดในการพกพาหรือนำติดตัวไปต่างแดนหรือเข้ารกเข้าพง การออกแบบรูปทรงมีดอาจจะแตกต่างกันบ้าง ก็เป็นเพียงรูปลักษณ์ที่ช่างแต่ละคนจะสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไปแต่ยังคงเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาชาวบ้านที่ตัวมีดตีขึ้นจากเหล็กกล้าผ่านกระบวนการตีจนได้รูปมีดที่สวยงาม ปลายแหลมต่ำลงเล็กน้อยตรงกลางของมีดป่องออกแล้วไปคอดกิ่วตรงด้าม กั่นของมีดเรียวเล็กยาวพอประมาณเพื่อเป็นแกนต่อกับด้ามมีด มองโดยรวมก็สามารถ บอกได้ถึงขุมพลังที่ซ้อนอยู่ภายใน ที่สามารถแล่ ฟัน แทง รวมไว้ในมีดเหน็บเพียงเล่มเดียว ซึ่งต่างจากมีดของประเทศอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติในการใช้งานเพียงหนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้น การชุบแข็งของช่างชาวบ้านสามารถชุบแข็งที่แกนกลางของมีดแต่ผิวมีความแข็งน้อย ทำให้มีดมีความคงทนต่อการใช้งานหนัก เนื่องจากเหล็กในส่วนที่แข็งเปราะถูกหุ้มด้วยเหล็กที่อ่อนเหนียว ในขณะเดียวกันก็สามารถลับคมง่าย กล่าวได้ว่ามีดที่ผลิตจากเครื่องจักรสมัยใหม่ทำได้ยาก ทรงของมีดในแต่ละท้องถิ่นก็เรียกแตกต่างกันไป เช่น ทรงปลาตะเพียน ทรงกรีกุ้ง ทรงปลาหมอโค้ ทรงปลากัด ฯลฯ ขึ้นอยู่กับชาวบ้านจะมีมุมมองรูปทรงของมีดให้เหมือนอะไรเพื่อสื่อความหมายระหว่างช่างตีมีดกับผู้ใช้งาน ในปัจจุบันกระแสแห่งโลกาภิวัตน์ ค่านิยมของความเป็นตะวันตกกำลังรุ่งเรือง ทำให้มีดเหน็บของไทยด้อยโอกาสในการใช้งาน อีกทั้งช่างตีมีดในปัจจุบันเริ่มล้มหายตายจากไป ช่างตีมีดที่เกิดขึ้นใหม่ก็มักลืมนึกถึงคุณค่าของความเป็นเอกลักษณ์ไทย ทำให้มีดเหน็บที่มีออกสู่ท้องตลาดมีดมักเป็นมีดที่เน้นกำไรเพื่อความอยู่รอดในอาชีพ และมักขาดคุณภาพของความเป็นมีดที่ดี คือหุ่นสวยประณีต คมนาน ลับคมง่าย คงทนในการใช้งาน คุณสมบัติที่ขาดไปส่วนใหญ่คือความคมนานลับคมง่ายและความคงทนในการใช้งานของมีด ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการลดต้นทุนในการผลิต หรือเกิดจากช่างขาดความรู้ในการชุบคมมีด ทำให้มีดขาดความคม - [การเลี้ยงปลาช่อนในบ่อซีเมนต์](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาช่อนในบ่อ/) - ปลาช่อน เป็นปลาน้ำจืดที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของประเทศไทย พบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดทั่วไปในประเทศไทย เป็นปลาที่มีรสชาติดี มีก้างน้อย สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด โดยธรรมชาติแล้วปลาช่อนเป็นปลาประเภทกินเนื้อ กินสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ รวมทั้งปลาเล็กปลาน้อย และแมลงต่าง ๆในน้ำเป็นอาหาร เมื่ออาหารขาดแคลนทำให้ปลาช่อนตัวใหญ่หันกลับมากินปลาช่อนตัวเล็ก ซึ่งการเลี้ยงปลาช่อนเรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะถ้าอาหารขาดแคลนปลาช่อนจะกินกันเอง นางย้อม แสงสว่าง ณ บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 2 ต.ป่างิ้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง เป็นผู้ริเริ่มเลี้ยงปลาช่อนในบ่อซีเมนต์เป็นผลสำเร็จน่าภูมิใจอย่างยิ่ง คุณย้อมเล่าว่า มีเวลาว่างก็เลยคิดที่จะทดลองเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อซีเมนต์ ซึ่งมีที่อยู่รอบบ้านว่างอยู่ โดยครั้งแรกก็นำปลาหมอไทยมาเลี้ยง ปลาดุก กบมาเลี้ยงก็ได้ผลแต่ปลาหมอไทยไม่ได้ผลเนื่องจากการเติบโตช้ามาก จึงข้ามมาทดลองเลี้ยงปลาช่อนดู เห็นว่าราคาดีและยังไม่มีใครทำจึงได้ดำเนินการดังนี้ เตรียมบ่อซีเมนต์ 1. บ่อซีเมนต์ควรทำหลายๆบ่อก็จะดี เช่น บ่ออนุบาลปลาช่อน ควรมีขนาด 2 x 3 เมตรหรือ 2x2 เมตรก็ได้ ความลึกขนาด 30 ซม. มีหลังคาคลุมป้องกันงู นก จะมากินลูกปลาช่อน ปล่อยลูกปลาขนาด (ประมาณ1-2 นิ้ว) ได้ 2000-3000 - [ไร่เคียงธรรม ไร่ผักมาตรฐานเกษตรอินทรีย์](https://www.monmai.com/ไร่เคียงธรรม/) - ไร่ของเราตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เราผลิตผักอินทรีย์หลากหลายชนิด อาทิเช่น ผักสลัด, มะเขือเทศ รวมถึงผักพื้นบ้านของไทยเรา การเดินทางสู่เส้นทางเกษตรอินทรีย์ของเราเริ่มต้นมาจากความตระหนักถึงแนวโน้มปัญหาการขาดแคลนอาหารในอนาคต และที่สำคัญไม่แพ้กัน คืออาหารที่สะอาด ปลอดภัย และผลิตโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เราได้พบว่าวิถีอินทรีย์เป็นคำตอบต่อสิ่งที่เรามองหา ดังนั้น ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๕๕๓ เราได้ตัดสินใจซื้อที่แปลงเล็กๆ ใกล้ๆอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีอากาศที่บริสุทธิ์และลมโชยเย็นในช่วงค่ำถึงรุ่งเช้า สำหรับเรานั้น เกษตรอินทรีย์มีรากฐานมาจากความเข้าใจในธรรมชาติ เราเชื่อว่าธรรมชาติก็เหมือนกับคนเราที่ต้องการการพักผ่อนตามในเวลาที่เหมาะสม เราได้ยึดหลักนี้และดำเนินรอยตามโดยมีความเชื่อที่ว่าการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างเข้าใจคือวิถีที่ควรเป็น นอกจากตัวเราเอง เรายังได้พยายามร่วมมือกับเกษตรกรไร่อินทรีย์ในท้องที่เพื่อสนับสนุนวิถีอินทรีย์ที่ยั่งยืน ความตั้งใจของเราคือผลิตผักที่มีคุณภาพสู่มือของท่าน พันธกิจ ผลิตผักอินทรีย์คุณภาพดี สนับสนุนวิถีอินทรีย์ด้วยการร่วมมือกับเกษตรกรอินทรีย์ในท้องที่ ผลักดันให้เกิดราคาที่เป็นธรรมต่อลูกค้าและเพื่อนเกษตรกรอินทรีย์ ไร่เคียงธรรม 188 หมู่ที่ 18, หมู่บ้านอุทุมพรพัฒนา ต.หมูสี, อ.ปากช่อง, จ. นครราชสีมา 30130 โทรศัพท์: 044-929-924 โทรสาร: 044-929-924 http://www.ktveg.com - [หญ้ารังนก หญ้าอาหารของสัตว์](https://www.monmai.com/หญ้ารังนก/) - หญ้ารังนก ได้ตามพื้นที่นาร้างทั่วไป เป็นหญ้าที่มีโปรตีนสูงถึง 8.5% นอกจากเป็นอาหารของสัตว์จำพวก โค กระบือ แพะ แกะ แล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาสำหรับคนเราด้วย โดยเฉพาะรากนำไปต้มดื่มแก้ปัสสาวะขัด หรือขับปัสสาวะ ขับลม แก้ท้องอืดได้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Chloris barbata Sw. ชื่อวงศ์ POACEAE (GRAMINEAE) ลักษณะ หญ้าปีเดียว เป็นกอ ข้อล่างทอดไปกับพื้น 2-3 ข้อ แล้วตั้งตรง แผ่นเรียงกันแบนทางด้านข้างสูง 40-60 เซนติเมตร กาบใบเป็นสันผิวเกลี้ยง ยาว 8-10 เซนติเมตร แผ่นใบ รูปขอบขนาน ฐานกว้างบริเวณคอใบมีขนสีขาวอ่อนนุ่มคล้ายไหม กว้าง3-5 มิลลิเมตร ยาว 10-35 เซนติเมตร ท้องใบมีขนคล้ายไหมกระจาย ปลายใบเรียวแหลม ลิ้นใบ เป็นเยื่อบางขอบมีขนยาว 0.4-0.5 มิลลิเมตร ช่อดอก แบบกระจะคล้ายนิ้วมือ 8-15 ช่อ แต่ละช่อยาว - [หัวเชื้อจุลินทรีย์ ปม.1](https://www.monmai.com/ปม1/) - Probiotics เป็นจุลินทรีย์ธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ พบได้ในลำไส้ของสัตว์ทั่วไป สามารถนำมาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ เพื่อผลิตเป็นสินค้าเสริมสุขภาพได้ เช่น Lactobacillus ที่ใช้ในการผลิตนมเปรี้ยวและโยเกริต เป็นต้น ในลำไส้ของสัตว์น้ำก็มีแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์หลายขนิดเช่นกัน ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับและนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย โดยเฉพาะในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบความหนาแน่นสูง หัวเชื้อจุลินทรีย์ (ปม.1) ตั้งแต่ ปี 2551 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสาครได้ผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ (ปม.1) เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศไทย โดยนักวิชาการของกรมประมงร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้คัดเลือกจุลินทรีย์ในกลุ่ม Bacillus 3 ชนิด คือ B. subtilis, B. megaterium และ B. licheniformis ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ใช้สำหรับบำบัดสารอินทรีย์ที่ตกค้างสะสมในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ บรรจุซองละ 100 กรัม โดยมีปริมาณ Bacillus spp.ไม่ต่ำกว่า106cfu/กรัม มีการควบคุมคุณภาพโดยการสุ่มตัวอย่างเพื่อนำมาเพาะเชื้อและนับจำนวนโคโลนี ตลอดจนตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อชนิดอื่นๆ ในทุกรุ่นการผลิต วิธีใช้ ขั้นตอนที่ 1 การขยายปริมาณจุลินทรีย์ นำหัวเชื้อจุลินทรีย์จำนวน 1 ซอง (100 กรัม) มาผสมกับน้ำสะอาด - [กรดน้ำ มีสรรพคุณทางยา](https://www.monmai.com/กรดน้ำ/) - กรดน้ำขึ้นได้ดีในทุกภาค มักขึ้นบริเวณข้างทางที่รกร้างทั่วไป ได้รับความนิยมเพราะมีสรรพคุณทางยา อย่างใบแก้เรื้อน ขับพยาธิ ต้นแก้ลำไส้อักเสบ ผื่นคัน พิษไข้ ดอกแก้พิษฝี ผลแก้เหงือกบวม ปวดเมื่อย รากขับปัสสาวะ ปวดศีรษะ เป็นต้น ชื่อสามัญ Sweet Broonweed,Macao Tea ชื่อวิทยาศาสตร์ Scriparia dulcis Linn. วงศ์ SCROPHULARIACEAE ชื่ออื่น กรดน้ำ กระต่ายจามใหญ่ กัญชาป่า มะไฟเดือนห้า (กรุงเทพฯ), ขัดมอนเทศ (ตรัง), ขัดมอนเล็ก หนวดแมว (ภาคกลาง), ข้างไลดุ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ตานซาน (ปัตตานี), เทียนนา (จันทบุรี), ปีกแมงวัน ผักปีกแมลงวัน (กาญจนบุรี), หญ้าจ้าดตู้ด หญ้าหัวแมงฮุน (ภาคเหนือ), หญ้าพ่ำสามวัน (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), หูปลาช่อนตัวผู้ (ตราด), ต้อไม้ลัด (สิงห์บุรี), หญ้าขัดหิน ยูกวาดแม่หม้าย - [จุลพร นันทพานิช ปลูกป่า ปลูกความคิด](https://www.monmai.com/จุลพร-นันทพานิช/) - จุลพร นันทพานิช สถาปนิกและอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เชื่อมั่นในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับธรรมชาติ การเรียนการสอนที่ผลักดันให้นักศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และการเลือกใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายในบ้านไม้หลังเล็กๆ บนพื้นที่สามไร่ในอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ที่มีทั้งนาข้าว สวนผัก ไม้ยืนต้น และไม้ผลซึ่งเจ้าตัวลงมือสร้างและปลูกด้วยตนเอง ความเชื่อที่นำมาซึ่งบทบาทใหม่ที่ทำมาเป็นเวลาสี่ปีในฐานะ ที่ปรึกษาปลูกป่า เมื่อคนยุคใหม่ที่ใฝ่หาการกลับคืนสู่วิถีธรรมชาติเริ่มเข้ามาขอคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เรื่องปลูกต้นไม้ ปลูกบ้าน ไปจนถึงปลูกความคิด เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนและ ผาสุก บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยหนึ่งในผู้ที่มาขอคำปรึกษาจากเขา ก็คือธนญชัย ศรศรีวิชัย ผู้กำกับโฆษณามือรางวัลระดับโลก เจ้าของพื้นที่ในซอยอ่อนนุช 51 ที่วันนี้เรามีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมชมความคืบหน้าของโครงการปลูกป่าภายใต้ความดูแลของจุลพร ทำไมคนยุคนี้จึงอยากหันกลับมาใช้ชีวิตแบบใกล้ชิดธรรมชาติกันมากขึ้น อย่างเคสพี่ต่อ (ธนญชัย ศรศรีวิชัย) ก็จะชัดเจน คือพี่ต่อทำงานหนัก เป็นคนทำงานโฆษณาที่มีชื่อเสียง แต่เขาก็บอกว่าไม่สนใจชีวิตเหล่านั้นเพราะมันไม่มีสาระ เขาสนใจว่าความมั่นคงของชีวิตมันคืออะไร ก็เลยมาคุยกับผม เขาอยากจะมีพื้นที่ที่มีข้าวกินมีปลากิน ไม่ต้องซื้ออะไร พึ่งตนเองได้ คือถ้าพึ่งตนเองได้ก็จะรู้สึกลึกๆ ว่ามันมั่นคง อย่างผมเองก็รู้สึกว่ามั่นคงกว่าคนทั่วๆ ไป แต่ด้วยความที่ผมใช้ชีวิตแบบนี้อยู่แล้ว ก็เลยไม่ต้องปรับตัวมากเหมือนคนอื่นๆ แล้วยิ่งเป็นสถาปนิกเราก็รู้จักจัดการเรื่องสภาพแวดล้อมกายภาพ ผมรู้เรื่องต้นไม้เยอะ เพาะปลูกเป็น ก็เอาความรู้เหล่านี้มาประมวลกันแล้วก็แนะนำคนอื่นๆ ที่เข้ามาขอคำปรึกษา ทำไมต้องมีที่ปรึกษาปลูกป่า ถ้าไม่มีความรู้เลยแต่อยากจะปลูกต้นไม้ได้ไหม - [ผักเสี้ยนดอง ราชินีผักดอง](https://www.monmai.com/ผักเสี้ยนดอง/) - ผักเสี้ยนที่นำมาทำผักดองเป็นผักเสี้ยนที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากเมล็ดที่ร่วงหล่นจากต้นแม่เมื่อปีก่อน หน้าฝนเป็นฤดูกาลที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของผักเสี้ยนเนื่องจากดินมีความชื้นสูง ส่วนฤดูกาลอื่นอาจต้องมีการเตรียมดิน หว่านเมล็ด และให้น้ำอยู่เป็นประจำ หลายคนคงเคยคิดว่าผักดองเป็นของต้องห้าม แต่ถ้าได้อ่านงานวิจัยเกี่ยวกับผักดองและภูมิปัญญาการใช้ผักดองของไทยและต่างชาติแล้วจะต้องเปลี่ยนใจ โดยเฉพาะ ผักเสี้ยนดอง ซึ่งคนไทยโบราณบอกว่าเป็นยาร้อน กินแล้วเลือดลมดี มีกำลัง แก้ปวดเมื่อย ตาจะดี ผิวจะสวย คล้ายกับความเชื่อของชาวเคนยาที่ว่า ผักเสี้ยน คือ อาหารเป็นยา ช่วยบำรุงและให้พลังงาน ซึ่งน่าจะเป็นความจริงเพราะในด้านคุณค่าทางโภชนาการพบว่า ผักเสี้ยนมีวิตามินเอและวิตามินซีสูงมาก รวมทั้งแคลเซียม และเหล็ก เมื่อผ่านการดองวิตามินและสารต่างๆ จะไม่สูญสลายง่าย ยกเว้นวิตามินซีซึ่งอาจสูญเสียไปบ้าง แต่วิธีการดองซึ่งทำให้เกิดสภาพความเป็นกรด จะช่วยรักษาวิตามินซีได้มากกว่าการต้มหรือการใช้ความร้อน โดยเฉพาะการดองเร็ว คือ การดองที่ใช้เวลาไม่นาน พอผักเริ่มมีรสเปรี้ยวพอดีๆ ก็รับประทาน จะได้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หรือโปรไบโอติกส์มาก การดองจึงเป็นความรู้พื้นบ้านในการถนอมสารอาหารได้อย่างดี ส่วนวิธีในการดองผักเสี้ยนนั้น ในแต่ละท้องถิ่นต่างมีวีธีที่แตกต่างกัน เช่น ผักเสี้ยนดองสูตรปราจีนบุรี ส่วนประกอบ ผักเสี้ยน น้ำซาวข้าว เกลือ น้ำตาลทรายขาว วิธีทำ เก็บผักเสี้ยนอายุประมาณ 40 วัน เอาเฉพาะยอดอ่อน ผึ่งแดดให้สลบ นำผักเสี้ยนมาล้างให้สะอาด แล้วนำมานวดเกลือเบาๆ บนกระด้ง - [หญ้าขจรจบ หญ้าคอมมิวนิสต์](https://www.monmai.com/หญ้าขจรจบ/) - วัชพืชที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เจริญเติบโตเป็นกอใหญ่ อายุหลายปี ลำต้นตั้งสูงประมาณ 1-2 เมตร แตกแขนงเป็นจำนวนมากโดยการแตกออกจากข้อบริเวณส่วนโคนขอลำต้น บางกิ่งอาจเอนราบไปสัมผัสกับพื้นดินและแตกยอดขึ้นมาใหม่ ใบเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบแคบเรียวยาว 10-35 ซม. บนแผ่นใบอาจมีขนหรือไม่มี ส่วนโคนของแผ่นใบแผ่ออกเป็นกาบห่อหุ้มลำต้น ดอกออกเป็นช่อชนิดสไปค์ ความยาวช่อดอกประมาณ 10-20 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางช่อดอกประมาณ 1 ซม. ช่อดอกจะแทงออกมาตามซอกใบแลปลายยอด ช่อดอกตั้งประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก มีสีม่วง มีลักษณะเป็นขนแต่ไม่ฟูมาก พบขึ้นทั่วไปบริเวณริมถนน ในสวน ในไร่ และบริเวณสวนป่า ขยายพันธุ์โดยอาศัยเมล็ด หญ้าขจรจบดอกใหญ่ หญ้าคอมมิวนิสต์ Pennisetum pedicellatum Trin. หญ้าขจรจบดอกใหญ่ เป็นหญ้าที่ขึ้นเป็นกอใหญ่ อายุข้ามปี(perennial) ลำต้นตั้งตรงสูง 1 -2 เมตร หรือบางครั้งอาจสูงกว่านี้ เมื่อแก่ลำต้นจะแข็งเป็นเนื้อไม้ มีข้อเด่นชัด แตกแขนงมาก ออกตามข้อด้านล่างใกล้โคนต้น บางครั้งกิ่งอาจนอนราบไปกับพื้น แล้วแตกรากหยั่งดินและแตกยอดขึ้นมาใหม่ รากหยั่งดินไม่ลึก ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับกัน แผ่นใบยาว 10-25 - [โอ่งงามละมุล บ่อหมักก๊าชชีวภาพแบบโอ่ง](https://www.monmai.com/โอ่งงามละมุล/) - โครงการพลังงานโอ่งก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ จังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยที่สามารถใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ โดยใช้โอ่งบรรจุน้ำขนาด 2,000 ลิตร ( 2 คิว ) เป็นถังหมักก๊าซ หรือมีคนทั่วไปรู้จักในนาม " โอ่งงามละมุล ซึ่งคิดค้นโดย นางละมุล นายพลายงาม แก้วตาล ที่อยู่ 65 หมู่ 5 บ้านทรัพย์ตะเคียน ตำบลซับมะกรูด อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว โดยได้จดทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา และได้เผยแพร่ไปสู่เกษตรกรอื่นๆ ภายในจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ผู้ใหญ่ละมุล แก้วตาล ได้รับรางวัล Thailand Energy Award 2010 ประเภทผู้นำชุมชนดีเด่น จากกระทรวงพลังงาน จากภูมิปัญญา ถือว่าเป็นการลดรายจ่ายค่าก๊าซหุงต้มของเกษตรกรและลดมลภาวะจากกลิ่นปศุสัตว์ได้อีกด้วย การผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์(ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง) โอ่งแก๊สชีวภาพ ขนาด ๒,๐๐ ลิตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ๕,๐๐๐ บาท/บ่อ ใช้แก๊สชีวภาพแทนแก๊สหุงต้มในครัวเรือน ผลที่คาดว่าจะได้รับ -. ลดค่าใช้จ่ายด้านแก๊สหุงต้มปีละ ๓,๖๐๐ - [กำยาน ไม้มียางและดอกหอม](https://www.monmai.com/กำยาน/) - กำยาน เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 20-25 เมตร ลำต้นตรง เรือนยอดโปร่งเปลือกลำต้นสีเทา มีขนเล็กน้อย เป็นไม้ที่มียางและดอกหอม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Styrax benzoides Craib ชื่อวงศ์ : Styracaceae ชื่ออื่น : กำยานไทย (กลาง), กำหยาน (เหนือ), เซ่พอบอ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่),เข้ว (ละว้า-เชียงใหม่), เกลือตานตุ่น (ศรีสะเกษ), ชาติสมิง (นครพนม),กำมะแย กำยานสุมาตรา (นราธิวาส มาเลเซีย), สะด่าน (เขมร สุรินทร์) ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ลำต้นเปลา เรือนยอดโปร่ง เปลือกสีเทา ผิวเรียบ กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ตามกิ่งบริเวณซอกใบมักพบต่อม มีลักษณะเป็นถุงยาวคล้ายดาบ โคนเชื่อมกัน มีจำนวน 6-12 อัน ขนนุ่มสีน้ำตาลแดง ขนาดกว้าง 1-2 มม.ยาว - [ชาน้ำนมราชสีห์](https://www.monmai.com/ชาน้ำนมราชสีห์/) - ในตำรายาแผนโบราณได้กล่าวไว้ว่า ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือทั้งต้นและยาง โดยทั้งต้นนั้นมักเก็บในช่วงฤดูร้อน นำมาล้างให้ สะอาดและตากแดดให้แห้งเก็บไว้ใช้ได้ หรืออาจจะใช้แบบสดก็ได้ รักษาระดับน้ำในหูไม่เท่ากัน น้ำในหูไม่เท่ากัน บ้านหมุน อาการที่นอนแล้วเอียงไปมาเหมือนจะตกที่นอน. มีสมุนไพรไทยรักษาได้....คือต้นน้ำนมราชสีห์ ใช้ทั้งต้นชงดื่มรับรองหาย วิธีทำ ต้นน้ำนมราชสีห์ล้าง ตากแดดให้เหี่ยว เอามาตัดเป็นท่อน ตากจนแห้ง คั่วไฟจนเหลืองเป็นชาสำหรับชงน้ำ ทิ้งให้เย็นเก็บใส่ขวดแห้งๆ กระป๋องปิดสนิทเก็บไว้ชงน้ำร้อนดื่ม หยิบน้ำนมราชสีห์ใส่ถ้วยกระเบื้อง หรือกาประมาณ 1 ขยุ้มมือหรือ1 หยิบมือใส่น้ำร้อนดื่มต่างน้ำ ลักษณะยาแห้ง ทั้งต้นและรากแห้งยาว 15-20 ซ.ม. รากฝอยหงิกงอ ก้านกลมกว้าง 1-3 ม.ม. งอเล็กน้อย สีน้ำตาลแดง มีริ้วรอยตื้น ๆ และมีจุด เห็นข้อชัดเจน มีขนหยาบ ๆ สีเหลือง เนื้อแข็งหักได้ง่าย เนื้อในสีขาวตรงกลางมีรู มีใบมากม้วนขดงอ ซอกใบมีช่อดอก มีดอกหนาแน่น มีกลิ่นอ่อน ๆ เฉพาะตัว สรรพคุณ ทั้งต้น รสฉุน เปรี้ยว เย็นจัด - [ขนุนสำปะลอ ขนุนคล้ายสาเก](https://www.monmai.com/ขนุนสำปะลอ/) - ในอดีตขนุนสำปะลอจะเป็นที่รู้จักและนิยมปลูกและนิยมปลูกมากในแถบชนบทเกือบทุกภาคของประเทศไทย ทั้งนี้เพราะอาจจะเนื่องจากผล ของขนุนสำปะลอ เมื่อสุกแล้วจะมีกลิ่นหอมชื่นใจเนื้อในมีรสหวานรับประทานได้ ลักษณะต้นก็กะทัดรัดไม่ใหญ่โตจนเติบเกินไป ใบและดอกดูสวยงามแปลกตา "ขนุนสำปะลอ" พบว่ามีปลูกกันมากมาย ตามบ้านเรือนราษฎรในแถบพื้นที่นอกอำเภอห่างไกลความเจริญ "ขนุนสำปะลอ" มีลักษณะของทรงต้น ใบ ดอก และผลสวยงามสะดุดตา หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญมองผาด ๆ ก็คิดว่าเป็นต้น "สาเก" ชื่อวิทยาศาสตร์ Artocarpus altilis (Parkinson) Fosb. ชื่อวงศ์ MORACEAE ชื่ออื่น ขนุนสำปะลอ ลักษณะ ขนุนสำปะลอ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงได้เต็มที่ไม่เกิน 5-10 เมตร ลำต้นเดี่ยวเนื้อไม้แข็ง มีกิ่งแขนงแตกจากโคนต้น แผ่กระจายเป็นทรงกลม ทรงต้นโปร่งเปลือกต้นหนาผิวเปลือกต้นจะเรียบ มีสีน้ำตาลเทา กิ่งและก้านโต ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับใกล้ปลายกิ่ง ลักษณะของใบ มีลักษณะเป็นรูปไข่ใบโตปลายใบแหลม แยกเป็น 3 ส่วน ขอบใบแต่ละส่วนหยักลึกคล้ายใบจักร เป็นแฉก ๆ หรือเป็นริ้วคล้ายใบ "สาเก" ใบอ่อนมีปลอกหุ้มสีแดงนะคะ ดังนั้นช่วงเวลาที่ต้นขนุนสำปะลอมีใบดก ดอกของต้นขนุนสำปะลอ จะมีลักษณะโดดเด่นเป็นพิเศษ - [เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์](https://www.monmai.com/เครื่องทำน้ำร้อนแสง/) - ระบบผลิตน้ำร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ มีความน่าสนใจและกำลังจะก้าวเข้ามามีส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น เนื่องจากเป็นการลงทุนครั้งแรกเพียงครั้งเดียว แต่เชื้อเพลิงจะได้เปล่า ซึ่งต่างจากเครื่องทำน้ำร้อนจากไฟฟ้าทั่วไป ซึ่งจะต้องเสียค่าไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน อีกทั้ง การใช้ระบบผลิตน้ำร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ ยังเป็นประโยชน์จากพลังงานธรรมชาติ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย " เครื่องทำน้ำร้อน " จัดเป็นอุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งที่มีการใชัพลังงานไฟฟ้าที่มาก จึงมีการทำการวิจัยและพัฒนาในเรื่องของเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้น เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้ทำการวิจัย และพัฒนาเครื่องทำน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Heater เพื่อทดสอบการใช้งานตามหน่วยงานของ กฟผ. เอง และในปัจจุบัน ได้ผลิต "เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีคุณภาพจำหน่ายให้กับประชาชนผู้สนใจ นำไปใช้กับบ้านพักอาศัย โรงแรม โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป มีขนาดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับครอบครัว คือ ขนาด 100, 160, 320, 600 ลิตรต่อวัน ส่วนประกอบ เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบด้วย ส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ แผงรับแสงอาทิตย์ ( Flat Plate Solar - [เลี้ยงปลาแบบธรรมชาติ](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาแบบธรรมชาติ/) - ตามธรรมชาติของหนองน้ำ จะมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำ มีความตื้นและลึกสลับกันไปตามธรรมชาติ เป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากหลายชนิด และปลาแต่ละชนิดก็ชอบความลึกของน้ำไม่เหมือนกัน ชอบความหนาแน่นของพืชแตกต่างกัน ในขณะที่บ่อปลาที่เลี้ยงกันแบบปัจจุบันนี้เหมือนกับการเลี้ยงเชิงเดี่ยว สร้างบ้านสี่เหลี่ยมไว้สำหรับปลาชนิดเดียว ถ้าปล่อยปลานิลซึ่งเป็นปลาน้ำตื้นปลานิลจะวางไข่ไม่ได้ ต้องว่ายทั้งวัน ผลสุดท้ายปลานิลก็ว่ายน้ำจนหัวโต การเลี้ยงแบบเลียนแบบธรรมชาติให้ทำคันบ่อเป็นแบบขั้นบันไดต่างระดับ 4 ขั้น แต่ละขั้นต่างระดับกันประมาณ 50-80 เซ็นติเมตร แต่ไม่เกิน 1 เมตร ในแต่ละขั้นให้กั้นคอกเพื่อปลูกผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักตบชวาหรือผักน้ำอื่นๆไว้เป็นอาหารปลาและอาจติดโซล่าเซลล์ต่อไฟไว้ล่อแมลงตอนกลางคืน โดยติดประมาณ 3 จุด โดยในแต่ละคืนไม่ควรเปิดไฟซ้ำจุดกัน ให้เปิดสลับกัน หากต้องการให้ผักบุ้งยาวขนาดไหนก็ค่อยๆเติมน้ำลงไปในบ่อ เพราะเมื่อเติมน้ำเข้าบ่อพืชเหล่านี้จะทะลักขึ้นไปเรื่อยๆ แต่อย่าเติมทีเดียว เพราะจะทำให้รากลอย ไม่จับดิน และรดน้ำด้วยน้ำหมักชีวภาพก็จะช่วยบำรุงต้นไม้และปรับสภาพน้ำได้ และช่วยสร้างอ๊อกซิเจนในน้ำไปช่วยย่อยสลายเศษซากเน่าเสียต่างๆไม่ให้เน่าเหม็นได้ เลี้ยงปลาสร้างสมดุล ปล่อยปลา 3ชนิด เลือกปลาดุกเพียงชนิดเดียว คือเลี้ยงปลานิล ปลาหมอไทย และปลาดุก ซึ่งปลาทั้ง 3 ชนิดเป็นปลาปากเล็ก กินกันเองไม่ได้ จะกินได้ก็แต่ลูกปลาเท่านั้นคือ ปลาดุกกินแม่ปลาหมอและแม่ปลานิลไม่ได้ กินได้แต่ลูกปลานิลและลูกปลาหมอ เพราะฉะนั้นลูกปลานิลและลูกปลาหมอจึงเป็นอาหารของปลาดุกนั้นเอง โดนปลานิลและปลาหมอจะปล่อยเพียงครั้งเดียว เริ่มต้นจากปล่อยปลานิลขนาด 2 นิ้ว หรือปลานิลตัวโตเต็มวัยจำนวน - [เชื้อแบคทีเรียบีที สารชีวินทรีย์ขนาดเล็กกับประสิทธิภาพที่ยิ่งใหญ่](https://www.monmai.com/เชื้อแบคทีเรียบีที/) - บีที เป็นสารชีวินทรีย์กำจัดแมลงศัตรูพืช ที่มีประสิทธิภาพกำจัดแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ถึงแม้ว่าการออกฤทธิ์ของบีทีจะต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าแมลงศัตรูพืชจะตาย แต่เป็นการทำลายแมลงศัตรูพืชที่เป็นวิธีการที่ปลอดภัยกว่าการใช้สารเคมีโดย ทั่วๆ ไป เชื้อแบคทีเรีย บาซิลัส ทูริงเยนซิส หรือ บีที เป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งในธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการทำลายแมลง โดยเฉพาะหนอนผีเสื้อ ที่เป็นศัตรูของพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิด เมื่อหนอนกินเชื้อ บี ที เข้าไปสารพิษที่ บี ที สร้างขึ้นจะไปมีผลทำให้ระบบย่อยอาหาร ของแมลงล้มเหลว กระเพาะบวมเต่งและแตก ส่งผลให้แมลงหยุดกินอาหารเคลื่อนไหวช้า ชักกระตุก เป็นอัมพาต และตายภายใน 1-2 วัน เชื้อ บี ที จึงสามารถใช้ในการควบคุม หนอนผีเสื้อ ศัตรูพืชหลายชนิดที่ดื้อต่อสารเคมีได้ดี ในขณะเดียวกันเชื้อ บี ที ยังเป็น เชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์ สัตว์ และไม่มีพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อม บีที (Bt) คืออะไร เชื้อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis หรือเรียกว่าเชื้อ บีที (Bt) เป็นเชื้อแบคทีเรียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จัดเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์สามารถนำมาใช้กำจัดแมลงศัตรูพืช - [คีมปอกเปลือกมะพร้าว](https://www.monmai.com/คีมปอกเปลือกมะพร้าว/) - มะพร้าวแก่หรือมะพร้าวแกงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่ง มะพร้าวปลูกไม่ยากแต่หาคนปอกเปลือกมะพร้าวก่อนนำไปจำหน่ายนั้นค่อนข้างยากและต้นทุนสูง แต่การปอกเปลือกมะพร้าวที่จะนำไปเพื่อใช้ในการบริโภคในครัวเรือนนั้น ชาวบ้านจะมีเครื่องทุ่นแรงในการปอกเปลือกมะพร้าวได้แก่ เหล็กปอกเปลือกมะพร้าว ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่คิดประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องทุนแรงในการปอกเปลือกมะพร้าวแก่ออกจากลูกก่อนที่จำนำไปบริโภค เหล็กปอกเปลือกมะพร้าวมีลักษณะเป็นเหล็กเส้นกลมสองอันปลายแหลมด้านหนึ่งประกบกันขันตรงปลายอีกด้านหนึ่งด้วยน๊อต ลักษณะคล้ายคีมตัดลวดตรงปลายแหลมคมมีด้ามสำหรับจับ เวลาใช้จะถือตรงด้ามให้แน่นแล้วเอาส่วนปลายที่แหลมสับลงเปลือกมะพร้าวแล้วกางขาเหล็กทั้งสองข้างออกจากกันเปลือกมะพร้าวก็จะแยกออกจากลูกทำแบบนี้ต่อไปจนกว่าเปลือกมะพร้าวจะหลุดออกหมด แต่ในการปอกเปลือกมะพร้าวลักษณะนี้ต้องอาศัยความชำนาญและความระมัดระวังในการใช้ เป็นที่นิยมใช้ของชาวบ้าน ใช้เท้าทั้งสองหนีบลูกมะพร้าวไม่ให้ดิ้นหนี หนีบคีมให้ปากติดกันกระแทกปลายคีมลงไปในเปลือกมะพร้าวเอาพแแค่ถึงกะลา ดึงคีมให้อ้าออกเปลือกมะพร้าวจะแยกออกจากกะลา จะนั่งทำหรือยืนทำก็ได้ตามแต่จะถนัด - [หญ้าตีนนก แก้ไข้ ปวดศรีษะ](https://www.monmai.com/หญ้าตีนนก/) - หญ้าตีนนก เป็นไม้เล็กๆ จำพวกหมากดิบน้ำค้าง และใบก็เล็กคล้างคลึงกันมีเมล็ดเล็กๆ ประมาณโตเท่าเมล็ดงาติดตามต้นๆสูงประมาณ 4-6 นิ้วฟุต ลำต้นทอดไปกับพื้นและยกสูงขึ้นได้ประมาณ 30-50 เซนติเมตร กาบใบเกลี้ยง ลิ้นใบเป็นแผ่นยาว ช่อดอกมี 4-7 แขนง ช่อดอกย่อยซึ่งกระจายจากปลายโคนก้านลักษณะเหมือนพู่ โดยทั่วไปแล้วจะงอกพร้อมข้าว มักพบในที่รกร้างและริมถนน ชื่อวิทยาศาสตร์ Digitaria longiflora (Retz.) Pers. ชื่อวงศ์ POACEAE (GRAMINEAE) ชื่ออื่น หญ้าตีนกา หญ้าปากควาย (ภาคกลาง) หญ้าตีนนก (กรุงเทพ)หญ้าปากคอก (สระบุรี) หญ้าผากควาย (ภาคเหนือ) เยอคุม (เงี้ยว) goose grass, wire grass, yard grass, crows foot grass ลักษณะ ลำต้นทอดไปกับพื้นและยกสูงขึ้นได้ประมาณ 30-50 เซนติเมตร ใบ : กาบใบเกลี้ยง ลิ้นใบเป็นแผ่นยาว ช่อดอกมี - [หญ้าตีนกา หญ้ามีสรรพคุณ](https://www.monmai.com/หญ้าตีนกา/) - หญ้าตีนกาเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลำต้นสั้นตั้งเป็นกอ ความสูงของกอประมาณ 50 ซม. ลำต้นแบนสีขาว - เขียวอ่อน แตกต้นใหม่ที่โคนกอเป็นกอขนาดใหญ่ ใบรูปแถบยาวปลายเรียวแหลม โคนใบมีขนไม่แข็งนัก กาบใบค่อนข้างใหญ่สีเขียวอ่อน - ขาวหุ้มซ้อนทับใบที่เกิดลำดับหลัง ออกดอกที่ปลายยอด ก้านดอกสีเขียวกลมยาว และแตกช่อดอกที่ส่วนปลาย 3 - 8 ช่อ ในแต่ละช่อย่อยมีดอกย่อยจำนวนมาก ชื่อวิทยาศาสตร์ Eleusine indica (L.) Gaertn. วงศ์ Poaceae ชื่อท้องถิ่น - สะญ้าย(ลั้วะ), ตะทาน(เมี่ยน) - หญ้าปากควาย (กลาง) หญ้าตีนกับแก้ (เลย) หญ้าตีนนก (กรุงเทพฯ) หญ้าปากคอก (สระบุรี) หญ้าผากควาย (ภาคเหนือ) ลักษณะ ไม้ล้มลุก จำพวกหญ้า อายุปีเดียว แตกกิ่นก้านมากที่โคนต้น ลำต้นสูง 25 60 ซม. แบน สีเขียวอ่อนมันเป็นเงา - [โครงการปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือน](https://www.monmai.com/ผักอินทรีย์ในโรงเรือน/) - พืชผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวเกษตรกรจึงควรหันมา ทำการปลูกผักอินทรีย์ โดยนำเอาวิธีการทางชีวภาพหลากหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเป็นการทดแทนการใช้สารเคมีเพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ผักใบมีอายุการเก็บเกี่ยวที่สั้นประมาณ 1 เดือน หากเกษตรกรศึกษาเรียนรู้และลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธีและจริงจังแล้วก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ทั้งผักอินทรีย์จะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่สามารถจะทำรายได้ให้เกษตรกรอย่างมากมายและมั่นคงอีกด้วย ก่อนที่เกษตรกรจะตัดสินใจลงทุนปลูกผักในโรงเรือน เกษตรกรจะต้องศึกษาหาความรู้ ดูงาน และฝึกงานจากแหล่งผลิตที่ประสบความสำเร็จก่อน ต้องเรียนรู้ให้เข้าใจถึงการจัดการเรื่องปัจจัยพื้นฐานทางการเกษตรได้อย่างถูกต้องและปฏิบัติเองได้ก่อน จึงค่อยตัดสินใจลงทุนได้ และจะประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ลำดับความสำคัญของปัจจัยพื้นฐานในการเกษตรในการปลูกผักอินทรีย์ คือ ปุ๋ยอินทรีย์ : ปุ๋ยอินทรีย์เป็นหัวใจของเกษตรอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ถูกย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ด้วย จุลินทรีย์และมีคุณสมบัติของปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐานกรมวิชาการเกษตร เท่านั้น จึงจะเป็นปุ๋ยที่ มีประสิทธิภาพสูงสุด วัสดุเพาะกล้า วัสดุปลูกพิเศษ : มีความสำคัญรองลงมา ส่วนประกอบสำคัญของวัสดุเพาะกล้าและวัสดุปลูกคือปุ๋ยอินทรีย์ และวัสดุเพาะกล้า วัสดุปลูกพิเศษ ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน จะทำให้กระบวนการผลิตราบรื่นสมบูรณ์ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ประหยัดเวลา และสามารถทำผลผลิตได้หลายรอบต่อปี น้ำ: การปลูกผักต้องมีแหล่งน้ำที่สะอาดอย่างพอเพียงตลอดทั้งปี เพื่อที่จะสามารถทำการผลิต ผักได้ทั้งปี แสงแดด อุณหภูมิ อากาศ: การปลูกผักในโรงเรือน จะทำให้สามารถควบคุมแสงแดดและอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการปลูกผักแต่ละชนิดได้ดี เชื้อโรคและแมลงศัตรูพืช: - [เทียนนา เทียนน้ำ](https://www.monmai.com/เทียนนา-เทียนน้ำ/) - ไม้ล้มลุกขึ้นได้ทั้งในน้ำและบนบก อายุหลายปี สูงได้ประมาณ 1 เมตร ลำต้นเป็นเหลี่ยม อวบน้ำ ส่วนที่อยู่ใต้น้ำมีลักษณะคล้ายฟองน้ำสีขาว เส้นผ่านศูนย์กลางถึงประมาณ 4 ซม. ลำต้นส่วนบนสีเขียว มักมีสีแดงแซม ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปรีถึงรูปใบหอกหรือแกมรูปแถบ ปลายใบยาวเรียวแหลม โคนใบเรียวสอบถึงก้านใบ ชื่อสามัญ : Water primrose ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jussiaea linifolia Vahl ชื่อวงศ์ : ONAGRACEAE ชื่ออื่นๆ แก้วน้ำ (นครราชสีมา); เทียนน้ำ (ภาคกลาง) ลักษณะทั่วไป : เทียนนาเป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง สูง 30-50 ซม. ชอบขึ้นในที่น้ำตื้นหรือที่ชื้นแฉะ ลำต้นเป็นเหลี่ยม ไม่มีขน มักมีสีม่วงแดง ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอกยาวเรียวปลายแหลม ไม่มีขน ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็กมีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ และกลีบดอกสีเหลือง 4 กลีบ กลีบดอกมีขนาดสั้นแต่ใหญ่กว่ากลีบเลี้ยงเล็กน้อย ดอกออกตามซอกใบ - [ผักเสี้ยนผี ผักสมุนไพรมากสรรพคุณ](https://www.monmai.com/ผักเสี้ยนผี/) - ผักเสี้ยนเป็นผักสมุนไพรประเภทของดีราคาเยาอีกตัวหนึ่ง ที่น้อยคนจะรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า และยังสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่รู้จักวิธีการนำมารับประทาน ชื่อสามัญ :Wild Spider flower, Phak sian phee. ชื่อวิทยาศาสตร์ :Cleoma viscosa Linn. วงศ์ CLEOMACEAE ชื่ออื่นๆ ส้มเสี้ยนผี (ภาคเหนือ) ผักเสี้ยนตัวเมีย ไปนิพพานไม่รู้กลับ ลักษณะทางวิทยาศาสตร์ ผักเสี้ยนผีเป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มี ขนาดเล็ก หรือจัดอยู่ในจำพวกหญ้า แตกกิ่งก้านสาขาตามลำต้นจะมีขนอ่อนสีเหลืองปกคลุมทั้งต้นและมีเมือกเหนียว ๆอยู่ภายในลำต้น ใบเป็นใบรวม ช่อหนึ่งจะมีใบอยู่ 3 - 5 ใบ ซึ่งจะออกสีเขียวอมเหลือง ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปไข่ เนื้อในบางนุ่ม ตามผิวใบจะมีขนอ่อน ๆ ปกคลุมเช่นกัน มีกลิ่นฉุน กว้าง 0.5 - 1 นิ้ว ยาว 0.5 - 2 นิ้ว ดอกออกเป็นช่อ อยู่ตามง่ามใบ ช่อดอกยาวแหลม ดอกมีสีเหลืองบาง ที่ปลายดอกมีจงอยแหลม - [ข้าวใส่ใจ ชาวนาสุขใจ](https://www.monmai.com/ข้าวใส่ใจ-ชาวนาสุขใจ/) - ข้าวใส่ใจเป็นข้าวที่ผลิตจากชาวนาโดยตรง การซื้อข้าวใส่ใจคือการให้กำลังใจและสนับสนุนให้ชาวนาไทยมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืนเรามาร่วมกันช่วยเปลี่ยนแปลงวิถีการเกษตร สู่วิถิเกษตรอินทรีย์ เพื่อชาวนาจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อเราจะได้อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมที่ดี และเพื่อเราจะได้มีสุขภาพที่ดี "ซึ่งเป็นวิถีที่ยั่งยืน" เรารวมตัวกันขึ้นจากวิสาหกิจชุมชนศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนแม่ปะเหนือ จังหวัดตาก เพื่อผลิตเมล็ดภัณฑ์ข้าวคุณภาพดีสำหรับชุมชนและสมาชิกด้วยกันเอง เป้าหมายต่อไปคือผลิตข้าวหอมอินทรีย์ เพื่อส่งต่อความใส่ใจในการทำนาให้กับผู้บริโภคโดยตรงให้เราได้รับรู้ถึงวิถีแห่งการปลูกข้าว วิถีแห่งการกินข้าว วิถีชีวิตที่คนไทยต้องภูมิใจ ....ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเราเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตชาวนาไทยตลอดไป ..."วิถีชีวิตที่ยั่งยื่น".... ข้อมูลทั่วไป วิสาหกิจชุมชนข้าวใส่ใจ เป็นกลุ่มชาวนาที่ต่อยอดมาจากวิสาหกิจชุมชนศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนแม่ปะเหนือ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลักๆ กลุ่มศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนนี้รวมตัวขึ้นมาเพื่อผลิตเมล็มภัณฑ์ข้าวคุณภาพดีสำหรับชุมชนและสมาชิกด้วยกันเอง แต่อย่างไรก็ดีปริมาณความต้องการของพันธ์ุข้าวก็ยังไม่มากพอ ทำให้เกษตรกรต้องขายข้าวส่วนใหญ่ออกสู่ตลาดผ่านพ่อค้าคนกลาง หรือจำนำกับรัฐบาล พวกเขาจึงมีเป้าหมายต่อไปที่จะขายข้าวหอมมะลิคุณภาพถึงมือผู้บริโภค เพจนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ชาวนาได้ส่งต่อความใส่ใจในการปลูกข้าว เพื่อให้เราได้เรียนรู้ถึงวิถีแห่งการปลูกข้าว วิถีแห่งการกินข้าว วิถีชีวิตที่คนไทยต้องภูมิใจ เรามาร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน และสนับสนุนเกษตรกรให้ปลูกและขายข้าวอย่างยังยืนต่อไป.... ภารกิจ เราจะส่งต่อความใส่ใจในการปลูกข้าว เพื่อให้เราได้เรียนรู้ถึงวิถีแห่งการปลูกข้าว วิถีแห่งการกินข้าว วิถีชีวิตที่คนไทยต้องภูมิใจ มาร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน และสนับสนุนเกษตรกรให้ปลูกและขายข้าวอย่างยังยืนต่อไป.... We provide you how much we care for rice planting. You will - [มะม่วงหนังกลางวัน เนื้อสุกสีเหลืองไม่เละ](https://www.monmai.com/มะม่วงหนังกลางวัน/) - มะม่วงชนิดนี้ เป็นสายพันธุ์เก่าแก่ ซึ่งในยุคสมัยก่อนนิยมปลูกเพื่อเก็บผลสุกรับประทานในครัวเรือน หรือปลูกเพื่อเก็บผลขายกันแพร่หลาย โดยมีลักษณะเด่นคือ เป็นมะม่วงติดผลดกปีละครั้ง หรือที่นิยมเรียกในหมู่เกษตรกรว่า มะม่วงปี เป็นมะม่วงที่ปลูกเพื่อกินผลสุกเพียงอย่างเดียว เพราะมีรสชาติหวานหอมอร่อยมาก รูปทรงของผลสวยงาม และที่สำคัญ มะม่วงหนังกลางวัน เป็นสายพันธุ์ที่มีเปลือกผลหนากว่าเปลือกผลของมะม่วงสายพันธุ์อื่นเยอะ จึงทำให้มีความทนทานต่อโรคแมลง และโรคหนอนเจาะผลดีมาก สามารถเก็บผลไว้ได้นานเป็นอาทิตย์ เลยถูกเรียกชื่อว่า มะม่วงหนังกลางวัน ดังกล่าว ปัจจุบัน มะม่วงชนิดนี้หาซื้อผลสุกรับประทานได้ยากมาก เนื่องจากจะมีปลูกเพื่อเก็บผลสุกไปจำหน่ายในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว โดยมีแหล่งใหญ่อยู่ในเขตจังหวัดราชบุรี เนื่องจากเปลือกผลของ มะม่วงหนังกลางวัน มีลักษณะพิเศษคือหนามาก จึงทำให้ส่งไปขายในต่างประเทศไม่เน่าเสียได้ง่ายเช่นมะม่วงสายพันธุ์อื่น และเป็นที่นิยมของผู้รับประทานมาก ตลาดใหญ่มีทั้งประเทศจีน ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา มะม่วงหนังกลางวัน อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE ลักษณะ มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับมะม่วงทั่วไป คือมะม่วงหนังกลางวันเป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายยอด เป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน สีเขียวสด เวลาใบดกจะให้ร่มเงาดีมาก ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กสีเหลืองนวลจำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอม โดยในช่วงที่มีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นเข้าไปยืนใต้โคนต้นจะได้กลิ่นหอมอย่างชัดเจน แต่ในช่วงที่ดอกร่วงก่อนจะติดเป็นผลจะมียางจากดอกร่วงลงสู่พื้นจำนวนมากทำให้พื้นเหนียวเหนอะหนะ - [ขิงดอง อาหารเคียงรสเด็ด](https://www.monmai.com/ขิงดอง/) - ขิงดอง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำขิง (ginger) ที่สดและอยู่ในสภาพดีมาล้างให้สะอาด อาจปอกเปลือก (peeling) อาจบั้ง ตัดแต่ง หรือหั่นเป็นชิ้น หรือรูปร่างตามต้องการ อาจคลุกเกลือทำให้สะเด็ดน้ำแล้วดอง (pickle) ด้วยเครื่องปรุงรส เช่น น้ำส้มสายชู เกลือ น้ำตาล วิธีทำขิงดองสูตรที่ 1 เครื่องปรุงขิงดอง ขิงอ่อน 1 กิโลกรัม น้ำส้มสายชู 5 % 2 ถ้วย น้ำ 1 ถ้วย น้ำตาล 11/2 ถ้วย เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำขิงดอง 1. ปอกเปลือกขิงบาง ๆ ( ให้เป็นแง่ง ) หั่นตามขวางบาง ๆ ไม่ให้ขาดจากแง่ง โดยหั่นให้เข้าเนื้อ เพียงครึ่งหนึ่งของแง่งขิง 2. แล้งจึงกลับอีกด้านหั่นแบบเดียวกันแต่หั่นสลับทางกันเพื่อไม่ให้ขาด แช่ขิงลงในน้ำที่ใส่มะนาว เพื่อไม่ให้ขิงดำ 3. บีบขิงให้สะเด็ดน้ำวางเรียงลงในขวดผสมน้ำส้ม - [หญ้าเจ้าชู้ หญ้าหลายปีมีสรรพคุณทางสมุนไพร](https://www.monmai.com/หญ้าเจ้าชู้/) - หญ้าเจ้าชู้ มีชื่อเรียกอย่างอื่นว่า หญ้ากล่อน หญ้าขี้ครอก หญ้านกคุ่ม (ภาคกลาง) หญ้าก่อน (ภาคเหนือ) หญ้ากะเตรย หญ้าขี้เตรย (ภาคใต้) หญ้านํ้าลึก (ตราด) เป็นหญ้าที่ขึ้นได้ทั่วไปในหลากหลายพื้นที่ หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าหญ้าเจ้าชู้มีสรรพคุณทางสมุนไพรเช่นกัน ชื่อวิทยาศาสตร์ Chrysopogon orientalis (Desv.) A. Camus ชื่อวงศ์ POACEAE (GRAMINEAE) ชื่อเรียกอื่น หญ้ากร่อน หญ้ากระเตรย หญ้าก่อน (ภาคเหนือ) หญ้าขี้ครอก หญ้าขี้เตรย (ภาคใต้) หญ้านกคุ่ม (ภาคกลาง) หญ้าน้ำลึก (ตราด) ลักษณะ หญ้าหลายปี เป็นกอเหง้าแข็ง ตั้งขึ้นสูง 1.5-2 เมตร โคนมีขน กาบใบ เป็นแผ่นหยาบแข็งมีขนสีขาว สูง 4-10 มิลลิเมตรขอบเกลี้ยงแผ่เป็นเยื่อบาง แผ่นใบ รูปแถบ ยาว 35-60 เซนติเมตร กว้าง 15-25 - [น้ำมันไพลทอดด้วยน้ำมันพืช](https://www.monmai.com/น้ำมันไพลทอดด้วยน้ำมัน/) - น้ำมันไพลทอดด้วยน้ำมันพืชเป็นวิธีของคนไทยโบราณที่ใช้เตรียมน้ำมันไพลเพื่อใช้ในครัวเรือน เป็นน้ำมันถูนวด แก้ปวดกล้ามเนื้อ ปัจจุบันโรงพยาบาลรัฐหลายแห่งได้มีการเตรียมเป็นเภสัชตำรับของโรงพยาบาล และเป็นหนึ่งในตำรับบัญชียาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติปี 2554 น้ำมันไพลสูตรนี้เตรียมได้จากการนำไพลสดมาทอดกับน้ำมันพืชชนิดอิ่มตัว (ประกอบด้วยกรดไขมันชนิดอิ่มตัว) ได้แก่ น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันปาล์ม ไม่ควรใช้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัว (ประกอบด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว) ได้แก่ น้ำมันงา น้ำมันมะกอก น้ำมันคำฝอย น้ำมันทานตะวัน หรือน้ำมันรำข้าว ทั้งนี้เพราะว่าน้ำมันชนิดไม่อิ่มตัวจะไม่ทนต่อความร้อน ทำให้พันธะคู่ในโมเลกุลเกิดการแตก และรวมตัวเป็นสาร โพลีเมอร์ เกิดขึ้น ทำให้เกิดความหนืด นอกจากนี้จะทำให้เกิดควันได้ง่าย และน้ำมันเหม็นหืน น้ำมันพืชที่ใช้ในการทอดเป็นน้ำมันที่ประกอบด้วยกรดไขมัน (fatty acids) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสารประกอบทางเคมีที่มีขั้วน้อย เป็นตัวทำละลายที่ดีในการสกัดสารที่มีขั้วน้อยด้วย ฉะนั้นน้ำมันพืชก็สามารถจะสกัดน้ำมันหอมระเหยซึ่งประกอบด้วยสารประกอบที่มีขั้วน้อยและโมเลกุลเล็กได้ พร้อมทั้งสกัดสารประกอบที่มีขั้วน้อยแต่มีโมเลกุลใหญ่ได้ด้วย ซึ่งในไพลนอกจากประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยแล้ว ยังประกอบสารกลุ่ม arylbutanoids, curcuminoids, และ cyclohexene derivatives เป็นสารที่มีโมเลกุลใหญ่กว่าสารในน้ำมันหอมระเหย และเป็นสารที่ไม่ระเหย สรุปง่าย ๆ คือ น้ำมันไพลที่ได้จากการกลั่นจะเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ประกอบด้วยสารโมเลกุลเล็กและระเหยได้ ส่วนน้ำมันที่ได้จากการทอดจะประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารที่มีโมเลกุลใหญ่และไม่ระเหย น้ำมันหอมระเหยและสารที่มีโมเลกุลใหญ่ (สารกลุ่ม arylbutanoids, curcuminoids, และ cyclohexene derivatives) - [การเลี้ยงปลาช่อน](https://www.monmai.com/การเลี้ยงปลาช่อน/) - ปลาช่อนเป็นปลาพื้นเมืองของไทย พบอาศัยแพร่กระจายทั่วไปตามแหล่งน้ำทั่วทุกภาคของไทย อาศัยอยู่ในแม่น้ำลำคลอง ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ หนองและบึง ปลาช่อนเป็นปลาน้ำจืดที่มีมาหลายร้อยพันปีแล้วนอกจากจะพบในประเทศไทยยังมีแพร่หลายในประเทศจีน อินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือว่าการเลี้ยงปลาช่อนในประเทศไทยเกิดขึ้นครั้งแรกที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ 40 ปีมาแล้ว โดยชาวจีนที่ตลาดบางลี่ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นนายทุนได้รวบรวมลูกพันธุ์จากแหล่งน้ำธรรมชาติในเขตพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง มาทดลองเลี้ยงดูและเห็นว่าพอเลี้ยงได้จึงออกทุนให้กับคนญวนที่มี ภูมิลำเนาติดกับแม่น้ำท่าจีนและคลองสองพี่น้องในตำบลสองพี่น้อง ตำบลต้นตาล โดยสร้างกระชังในล่อนแล้วแต่ขนาดและความเหมาะสม นำลูกปลาช่อนมาลงเลี้ยง โดยผลผลิตที่ได้นายทุนจะรับซื้อเอง แต่ทำได้ไม่นานก็ต้องเลิกเพราะเกษตรกรบางรายนำลูกปลาช่อนไปลองเลี้ยงในบ่อดินและพบว่าได้ผลดีกว่าและต้นทุนต่ำกว่า และปริมาณลูกปลาช่อนที่ได้รับก็มีจำนนวนมากกว่า ปลาช่อนเป็นปลาน้ำจืดที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของประเทศไทยอาศัย อยู่ในแหล่งน้ำจืดทั่วไป เช่น แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึงและทะเลสาบ มีชื่อสามัญ STRIPED SNAKE-HEAD FISH และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Channa striatus ปลาช่อนเป็นปลาที่มีรสชาติดี ก้างน้อย สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด จึงทำให้การบริโภคปลาช่อนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ปัจจุบันปริมาณปลาช่อนที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ มีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากการทำประมง เกินศักยภาพการผลิต ตลอดจนสภาพแวดล้อมของแหล่งน้ำเสื่อมโทรม ตื้นเขิน ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต ทำให้ปริมาณปลาช่อนในธรรมชาติ ไม่เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์และความต้องการบริโภค การเลี้ยงปลาช่อนจึงเป็นแนวทางหนึ่ง - [หญ้าตองกง ไม้กวาดดอกหญ้า](https://www.monmai.com/หญ้าตองกง/) - หญ้ามีลักษณะเป็นกอไม่ค่อยใหญ่มากนัก ใบของหญ้าก็ไม่ค่อยยาวและปลายยอดของหญ้ามีปลายแหม นำไปทำไม้กวาดตองกง เป็นไม้กวาดที่ทำมาจากดอกตองกง ซึ่งเป็นไม้ป่าที่คล้าย ๆ กับต้นหญ้าสูงกลุ่มผู้ทำจะนำดอกตองกงมาทักเป็นไม้กวาด ด้ามทำด้วยหวาย คุณลักษณะพิเศษจะแข็งแรง ทนทานใช้ได้นาน ชื่อวิทยาศาสตร์ Thysanolaena latifolia (Roxb. ex Hornem) Honda (syn. T. maxima (Roxb.) O.Kuntze) ชื่อวงศ์ GRAMINEAE ชื่อสามัญ ตองกง, ก๋ง(เหนือ)., เค้ยหลา(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)., เลาแล้ง(สุโขทัย)., หญ้ากาบไผ่ใหญ่(เลย)., หญ้าไม้กวาด, หญ้ายูง(ยะลา)., bamboo grass., tiger grass ลักษณะ หญ้าตองกงเป็นพืชอายุหลายปี ลำต้นตั้ง มีกอที่แข็งแรงมาก ลำต้นคล้ายต้นไผ่ สูง 3-4 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 7.6-17.6 มิลลิเมตร ใบเป็นแบบรูปใบหอก(lanceolate)ขนาดใหญ่ ใบเรียวยาวไปที่ปลายใบ(acuminate) ใบยาว 41.0-76.7 เซนติเมตร กว้าง 4.7-9.1 เซนติเมตร - [ผักปราบ หญ้าหน้าบ้านเก็บมาทานได้](https://www.monmai.com/ผักปราบ/) - ต้นผักปราบที่จะเป็นพืชล้มลุก จะมีใบสีเขียวใบไม้ อมเทา ซึ่งมีความสูง ของต้นปราบนั้น มีความสูง เพียงแค่ 1 ฟุต เพียงเท่านั้นเอง ใบของต้นปราบนั้น จะมีการแยกออก จากลำต้น ส่วนของ โคนใบ นั้น จะเป็นกาบ ที่มีการหุ้มลำต้น ของต้นปราบเอาไว้ ส่วนความยาว ของใบ จะมีความยาว เพียงแค่ประมาณ 8 เซนติเมตร ความกว้าง ประมาณ 5 เซนติเมตร ส่วนดอก ของปราบนั้น จะมีขนาดเล็กๆ และจะมีสีม่วง โดยจะเป็นกลีบมีความสวย เพราะฉะนั้นแล้ว ผักปราบ นั้นจะสามารถ เจริญงอกงาม ได้ดี และจะมีการอยู่ร่วม กันเป็นจำนวนมาก ผักปราบชอบเกิดในพื้นทีทั่วไปชื้นๆหน่อย หรือริมคลอง ตามกระถางดอกไม้ก็มีเห็นบ่อย ผู้คนส่วนมากตัดถอนทิ้ง เพราะว่ามันเป็นหญ้า รกรุงรัง และตายยากด้วย ถอนวางไว้ที่ไหนมันก็เกิดต่อที่นั่น เปลี่ยนใหม่ เก็บมาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพซะเลย ตอนนี้ที่ชมรมเกิดเองเยอะไม่ถอนทิ้งทั้งหมดเหลือไว้เป็นผัก ทุกๆวันหากมีน้ำพริกจะเก็บยอดอ่อนมาจิ้มน้ำพริก หรือส้มตำ อร่อยรสจืดๆ - [ประเสริฐ ขวัญเผือก ปราชญ์ชาวบ้านด้านเศรษฐกิจพอเพียง](https://www.monmai.com/ประเสริฐ-ขวัญเผือก/) - ประเสริฐ ขวัญเผือก ปราชญ์ชาวบ้าน ด้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านแควป่าสัก อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ต้นแบบวิถีชีวิตพอเพียงที่มีความเพียรเป็นพื้นฐาน ปลอดหนี้ที่สวนของลุง จะมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ที่ลุงบอกว่า "อยากกินอะไรก็ปลูกอย่างนั้น" มีลูกออกดอกออกผลให้เก็บกินได้ตลอด มีมากก็แบ่งกัน เหลือจากแบ่งก็เอาไปทำบุญ ถ้ามีเหลืออีกก็ค่อยแบ่งขาย ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง หรือเกิดสงคราม ถ้าเรารู้จักพึ่งพาตนเอง เรารอดแน่ - [ขี้เหล็กเทศ ขี้เหล็กผี ชุมเห็ดเล็ก](https://www.monmai.com/ขี้เหล็กเทศ-ขี้เหล็กผี/) - ขี้เหล็กเทศเป็นพืชปีเดียวแล้วตาย ใบขยี้ดมดูมีกลิ่นเหม็นเขียว ฝักเป็นเส้นตรงทรงกระบอก แบนและมีขอบชัดเจน เปลือกฝักบาง ผลเมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล ฝักหนึ่งมีเมล็ดประมาณ 40 เม็ด เมล็ดกลมรีแบน ปลายด้านหนึ่งค่อนข้างแหลม ผิวนอกเรียบแข็ง ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia Occidentalis L. วงศ์ Caesalpiniaceae ชื่ออื่น ขี้เหล็กเผือก, ผักเห็ด, ลับมืนน้อย, หมากกะลิงเทศ (ภาคเหนือ), ขี้เหล็กผี, ชุมเห็ดเล็ก, พรมดาน(ภาคกลาง), ผักจี๊ด (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน); ม่อกังน้ำ, กิมเต่าจี้ (จีน); Coffea Senna ลักษณะ ขี้เหล็กเทศเป็นพืชปีเดียวตาย ต้นสูง 1-2 เมตร โคนต้นมีเนื้อไม้แข็ง แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบประกอบออกสลับกัน ก้านใบร่วมยาว 3-5 ซม. โคนใบมีตุ่มนูนขึ้นมา 1 ตุ่ม ใบย่อย 3-5 คู่ คู่ปลายใบมีขนาดใหญ่ คู่ถัดมามีขนาดเล็กลง ใบย่อยลักษณะรี ปลายแหลม - [การบีบน้ำมันงาไว้ใช้เองในครัวเรือน](https://www.monmai.com/บีบน้ำมันงา/) - เมล็ดงามีประโยชน์ ประกอบด้วยน้ำมันระหว่าง 46.4 52.0% มีโปรตีน 19.8 24.2% ซึ่งมีสัดส่วนดี จึงเป็นอาหารที่ดี มีสารมีไธโอนีนและทริพโทแฟ็นสูง มีแคลเซี่ยม โปรแตสเซี่ยมฟอสฟอรัส วิตามินบี และเหล็ก น้ำมันงาที่ดีได้มาจากการหีบโดยไม่ใช้ความร้อน (cold pressed) น้ำมันงาชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างของโมเลกุลน้ำมัน และไม่มีสารเคมีตกค้าง สารอาหารเด่นๆ ในน้ำมันงาคือ กรดไขมันจำเป็นและวิตามินอี ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้ กรดไขมันโอเมก้า - 6 และ โอเมก้า - 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องรับประทานเข้าไป โดยกรดไขมันดังกล่าวมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น โดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย ต้านทานการเกิดและลดความรุนแรงของโรคต่างๆ ลงได้ ช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นและช่วยป้องกันไม่เกิดการอักเสบภายในผนังหลอดเลือด ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดได้ ระงับการทำงานของกรด Arachidonic ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นและทำให้เกิดการอักเสบของข้อ จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาทอยด์ ส่วน วิตามินอี ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า วิตามินอีเป็นสารแอนติออกซิแดนต์ที่สำคัญที่สุดในการป้องกันไม่ให้ไขมันในเซลล์และในผิวหนังทำปฏิกริยากับฟรีแรดิคัล จึงทำให้ผิวคงความชุ่มชื่น มีความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ และไม่แก่ก่อนวัยอันควร เรียกว่ากินน้ำมันงาได้ทั้งป้องกันโรคและป้องกันความชราได้ในคำเดียวกัน - [เทคนิคการขยายพันธุ์มะนาว มะกรูด ด้วยกิ่งติดใบเพียงใบเดียว](https://www.monmai.com/ขยายพันธุ์กิ่งติดใบ/) - การขยายพันธุ์มะนาวและมะกรูดด้วยใบ ถือเป็นสุดยอดของภูมิปัญญาท้องถิ่น ใช้เงินทุนน้อย แต่สามารถขยายพันธุ์ในปริมาณมาก ถือว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องขยายสวนมะนาวในยุคมะนาวแพง หรือจะขยายพันธุ์มะนาวเพื่อการค้าก็ทำได้ จริงๆเทคนิคนี้มีการเรียกกันว่า การขยายพันธุ์มะนาวด้วยใบ แต่จริงๆแล้วต้องบอกว่าเป็นการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการชำกิ่งค่ะ เพียงแต่เราใช้กิ่งที่ติดใบเพียง 1 ใบ จากปกติที่เราคุ้นเคยและใช้กันมานานเราจะใช้กิ่งที่มีใบหลายใบมาชำค่ะ โดยเทคนิคนี้มีการถ่ายทอดโดย "ครูติ่ง" หรือ "คุณสุรชัย สมันตรัฐ" แห่ง "ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส." บ้านเกาะเนียง ต.ควนโพธิ์ อ.เมือง จ.สตูล ที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นทดลองใช้วิธีการขยายพันธุ์มะนาวและมะกรูดด้วยใบเพียง 1 ใบ จนประสบผลสำเร็จอย่างดี สามารถขยายพันธุ์มะนาวจากต้นแม่พันธุ์เพียง 1 ต้น ได้กิ่งพันธุ์นับพันกิ่ง เหมาะอย่างยิ่งที่จะขยายพันธุ์มะนาวเพื่อใช้เอง และเพื่อการค้าในยุคมะนาวราคาแพงอย่างในปัจจุบัน เทคนิคนี้จะใช้สามารถใช้ใบทุกใบบนกิ่งได้ แต่ถ้าเป็นใบเพสลาดคือต่ำลงมาจากยอดประมาณ 3-4 ใบจะดีที่สุด โดยใบที่สมบูรณ์เต็มที่เวลานำใบมากำจะกรอบ แสดงว่าได้มีการสะสมอาหารอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนใบที่กำแล้วยังนิ่มอ่อนแสดงว่าอาหารยังไม่เพียงพอ แต่ในกรณีที่ใบอ่อนก็สามารถทำได้เช่นกันแต่การออกรากและติดตาจะเร็วช้าต่างกัน ซึ่งถ้ากิ่งไหนมีรากและติดตาก่อนให้นำมาใช้ก่อนได้ ส่วนกิ่งไหนรากออกช้าก็ปล่อยไว้ก่อน การันตีไม่มีตายแต่จะออกรากช้าเท่านั้น ครูติ่งจะทำมีดหั่นกาบมะพร้าวอย่างง่ายๆใช้เองจากภูมิปัญญา โดยนำมีดเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วสองด้าม มาตัดด้ามออก จากนั้นตัดเหล็กให้มีขนาดยาวประมาณ 2.5 นิ้ว แล้วนำมาเชื่อมติดกับมีดที่ตัดเตรียมไว้แล้ว นำเหล็กที่เหลือใช้มาติดทำเป็นด้ามจับ - [โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่](https://www.monmai.com/บ้านเล็กในป่าใหญ่/) - สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงได้พบเห็น สภาพป่าไม้พื้นที่ต่างๆ ซึ่งเคย อุดมสมบูรณ์มาก่อน ถูกบุกรุกและทำลายไป อย่างมากมาย ทำให้เกิดสภาวะความแห้งแล้ง การขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก รวมทั้งการอุปโภค, บริโภค ผลที่ตามมาก็คือ ความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎร จึงได้ทรงมีพระราชดำริ จัดตั้งโครงการ บ้านเล็กในป่าใหญ่บ้านน้อมเกล้าขึ้น เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพื่อให้ "คน" กับ "ป่า" อยู่ร่วมกันกลมกลืนในลักษณะ "บ้านเล็กในป่าใหญ่" โดยให้ราษฎรร่วมมือกัน ปลูกป่าและดูแลรักษาป่ารวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อให้เกิดความรักถิ่นฐาน ที่อยู่และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้เป็นโครงการที่เข้าจัดระเบียบ ให้ประชาชนอยู่กันเป็นกลุ่มๆ โดยรอบป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพเสริม ให้กับประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอ ต่อการเลี้ยงครอบครัว ซึ่งจะทำให้ประชาชนหยุดการบุกรุกทำลายป่าไม้และช่วยดูแลรักษาป่าไม้ ให้มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิม พร้อมทั้งทำการส่งเสริมอาชีพเพิ่มเติม ให้กับประชาชนที่อยู่รอบป่า ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอ ต่อการเลี้ยงครอบครัว เพื่อที่จะหยุดการบุกรุกทำลายป่า และช่วยดูแลรักษาป่าไม้ ให้คงสภาพสมบูรณ์ดังเดิม ซึ่งจากพระราชดำริดังกล่าว พระองค์ทรงได้จัดตั้ง เป็นโครงการขึ้น โดยพระราชทานชื่อโครงการว่า "โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่" - [ผักยกแคร่ ปลูกผักปลอดสาร](https://www.monmai.com/ผักยกแคร่/) - ปลูกผักด้วยดินบนแคร่ ที่แคบที่น้อยก็ทำได้ สะดวกต่อการยืนทำงานดูแลพืชที่ปลูก เหมาะกับเกษตรกรที่สูงอายุ สำหรับกระบะที่ใช้ใส่ดินนั้น จะสร้างขอบขึ้นมาทั้ง 4 ด้าน สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีการเพาะปลูกพืชผักหลากหลายชนิด เพื่อการรวบรวมเมล็ดพันธุ์และขยายพันธุ์สู่การปลูกของภาคการเกษตรของประเทศไทย ควบคู่กับการใช้วิธีการในการเพาะปลูกหลากหลายรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่แต่ละแห่งของประเทศ อย่างเช่นการปลูกพืชผักในกระบะยกสูง ในพื้นที่ดินเลว หรือน้ำน้อย โดยจัดทำกระบะปลูกหรือแคร่สูงจากระดับพื้นดินประมาณ 80-90 เซนติเมตร ด้วยเป็นระดับที่ สะดวกต่อการยืนทำงานดูแลพืชที่ปลูก เหมาะกับเกษตรกรที่สูงอายุ สำหรับกระบะที่ใช้ใส่ดินนั้น จะสร้างขอบขึ้นมาทั้ง 4 ด้าน สูงประมาณ 30 เซนติเมตร เพราะระบบรากของผักจะมี 3 ส่วน โดยส่วนที่ 1 ติดกับผิวดิน เป็นรากฝอยพืชใช้ดูดอาหาร ประมาณ 60-70% ลึกลงไปหน่อย เป็นส่วนที่ 2 รากดูดอาหารประมาณ 20-30% ส่วนที่ 3 ในพื้นดินลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร เป็นส่วนที่รากจะดูดอาหารน้อยมาก จึงไม่ต้องทำขอบสูงมากนัก กระบะปลูกผักไม่จำเป็นต้องทำลึก - [หญ้าตีนตุ๊กแก พืชคลุมดินข้างรั้ว](https://www.monmai.com/หญ้าตีนตุ๊กแก/) - ต้นหญ้าตีนตุ๊กแก เป็นต้นหญ้าที่พบได้โดยทั่วไป ตามริมทางข้างรั้ว เป็นวัชพืชที่ขึ้นคลุมดิน ต้นจะเลื้อยๆ ของมันไปทั่ว ออกดอกบานแฉ่ง แล้วก็โรยไป เวลาโรยจะเป็นปุยๆ กลมๆ สีขาว พอแก่จัดได้ที่ เกสรของดอกก็จะปลิวไปตามลม ลอยไปเรื่อยๆ แล้วพอเจ้าเกสรนี้ไปตกที่ไหน มันก็จะงอกออกมาเป็นต้นใหม่ แล้วก็ขึ้นคลุมๆ ดินต่อไป พืชใบเลี้ยงคู่ลำต้นทอดนอนไปตามพื้น ชูยอดและดอกขึ้น ตามต้นและใบมีขน ข้อของต้นที่แตะกับพื้นจะแตกรากและแทงยอดเป็นต้นใหม่ขึ้นมา ใบเป็นใบเดี่ยวเกิดเป็นคู่ตรงกันข้าม ขอบใบเป็นจักห่าง ดอกออกเป็นช่อกระจุกรวมกัน แบบ head ประกอบด้วยดอกเล็กๆเรียงกันเป็นสองวงกลีบดอกสีเหลืองหรือขาวอมเหลือง ก้านช่อดอก ประมาณ 10-30 เซนติเมตร ชื่ออื่น หญ้าตุบโต๋ (เชียงใหม่) ตีนตุ๊กแก (กรุงเทพฯ), เทียนเศรษฐี (แม่ฮ่องสอน) ชื่อวิทยาศาสตร์ Coldenia procumbens Linn. ชื่อวงศ์ BORAGINACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ล้มลุก พืชล้มลุกอายุข้ามปี (perennial) ลำต้นทอดนอนไปตามพื้น ชูยอด และดอกขึ้น ข้อล่างที่ติดดินจะงอกรากและแตกยอดเป็นต้นใหม่ ลำต้นอาจทอดยาว 30-50 - [นวัตกรรมลูกโป่งมหัศจรรย์เพื่อสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวาน](https://www.monmai.com/นวัตกรรมลูกโป่งมหัศจรร/) - แรงบันดาลใจในการทำผลงาน ตลอดระยะเวลาการทำงาน 3 ปี 9 เดือนที่ได้เข้ามาทำงานส่งเสริมสุขภาพได้เห็นปัญหาในผู้ป่วยเบาหวานจะมีภาวะแทรกซ้อนตามมาคือ ส่วนใหญ่มีอาการมือชา ดังนั้นจึงได้มีแรงบันดาลใจจัดทำนวัตกรรมที่จะช่วยบรรเทาอาการมือชาและส่งเสริมการบริหารมือในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นนวัตกรรมทำใช้เองที่บ้านได้ค่าใช้จ่ายไม่แพง จากการสำรวจภาวะสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานมารับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองโพนงามปี 2555พบว่า มารับบริการด้วยอาการชามือจำนวนร้อยละ 40.56 ปี 2556 พบว่า มารับบริการด้วยอาการชามือ ร้อยละ 49.23 จะเห็นว่าผู้ป่วยเบาหวานมารับบริการด้วยอาการชามือเพิ่มขึ้น สาเหตุเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน การอักเสบของเยื่อบุข้อ เยื่อหุ้มเอ็นจากโรคต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานในพื้นที่รับผิดชอบได้จัดทำนวัตกรรมลูกโป่งมหัศจรรย์เพื่อสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นเพื่อบรรเทาอาการชามือ ลดอัตราการมารับบริการและส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองโพนงามจึงได้ทำการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มารับบริการด้วยอาการชามือจำนวน 64 คนแบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ใช้นวัตกรรมจำนวน 32 คน ไม่ใช้นวัตกรรมจำนวน 32 คน ระยะเวลาศึกษา 1 เดือน วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้นวัตกรรมลูกโป่งมหัศจรรย์เพื่อสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวาน อุปกรณ์ที่ใช้ ลูกโป่ง แป้งมัน และเม็ดนุ่น ขั้นตอนการทำนวัตกรรมลูกโป่งมหัศจรรย์เพื่อสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวาน นำแป้งมันใส่ในลูกโป่ง นำเม็ดนุ่นใส่ตามลงไปจนลูกโป่งมีขนาดที่มือสามารถกำและนวดได้ รัดปลายลูกโป่งเพื่อป้องกันเม็ดนุ่นรั่วออกมา นำลูกโป่งอีกใบมาซ้อนเพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดนุ่นรั่วและเพิ่มความนุ่มนวล ทดลองใช้ลูกโป่งกดจุดกับผู้ป่วยเบาหวาน วิธีใช้นวัตกรรมลูกโป่งมหัศจรรย์ นำลูกโป่งกดจุดมานวดฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นลง นับ 15-20 ครั้ง ใช้มือข้างขวากดลงบนลูกโป่งกดจุด โดยใช้ปลายนิ้วนับ กดปล่อย - [ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนอีโต้น้อย](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯอีโต้น้อย/) - ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนอีโต้น้อย เป็นศูนย์ฝึกอบรมให้ความรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทำเกษตรกรรมยั่งยืน นำโดยปราชญ์ชาวบ้าน พ่อผาย สร้อยสระกลาง แปลงเกษตรประณีตของ พ่อผาย สร้อยสระกลาง ปราชญ์เกษตรกรของแผ่นดินหรือครูภูมิปัญญาเกษตรธรรมชาติ ที่เป็นการเกษตรแบบผสมผสานตามใจตัวเอง ไม่ได้ทำเกษตรเชิงเดี่ยวตามกระแสทุนนิยม แต่มองจากความเป็นอยู่การพึ่งพาตนเองได้ ทำนาปลูกข้าว เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา พร้อมปลูกพืชผักสมุนไพร ทำให้ลดรายจ่าย มีรายได้จุนเจือครอบครัวมากขึ้น หนี้สินที่เคยมีก็เริ่มน้อยลงและปลอดหนี้ในที่สุด พื้นที่เริ่มจาก 20 ไร่ ปัจจุบันมี 155 ไร่ ที่นากว่า 50 ไร่ ปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว เป็นข้าวอินทรีย์ทั้งหมด เคยทำนาแบบเคมี 2 ปี ขาดทุนก็ปรับเปลี่ยนการผลิต ไม่ใช้สารเคมี ต้นทุนการผลิตก็ลดลง เราเองสุขภาพก็ดี ที่เหลือเป็นสวนป่า ปลูกไม้ไผ่ ไม้เศรษฐกิจไว้สร้างบ้าน รวมถึงไม้อาหาร ในแปลงไม้ยางนาที่ปลูกระยะไม่ห่างกัน เพราะเศษใบไม้ที่ร่วงใต้ต้นเป็นแหล่งเพาะเห็ดที่ดี มีเห็ดปลวก เห็ดตะไคร้ เห็ดระโงก ขึ้นตามธรรมชาติ บางครั้งก็ไปเก็บเห็ดกลางโคกเน่าๆ เอามาใส่ในสวน ผลผลิตทั้งหมดกินในครัวเรือน ถ้าเหลือเยอะก็ขาย รูรั่วคือรายจ่าย เราปิดรูรั่วได้ - [กะเม็ง หญ้าธรรมดาแต่เป็นยามหัศจรรย์](https://www.monmai.com/กะเม็ง/) - กะเม็งเป็นสมุนไพรที่มีการกล่าวขวัญถึงในหมู่หมอยาสมัยก่อนทั้ง ไทย จีน พม่า อินเดีย โดยใช้เป็นยารักษาตับ หมอยาไทยมักจะบอกว่ากะเม็งรักษาอาการดีซ่านตัวเหลืองตาเหลือง เคยมีหมอพม่าและหมออินเดียมาดูงานที่โรงพยาบาลต่างพูดตรงกันว่า กะเม็งเป็นสมุนไพรที่บ้านเขาใช้รักษาตับ มีทั้งใช้กะเม็งเดี่ยวๆ หรือบางครั้งก็ใช้เป็นตำรับร่วมกับต้นลูกใต้ใบ ผักหวานบ้าน มะขามป้อม เป็นต้น สอดคล้องกับการค้นคว้าทางเอกสาร พบว่าหมอยาพื้นบ้านในประเทศต่างๆ ก็มีการใช้กะเม็งรักษาโรคตับเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์จากทางบ้านคือ ใช้ต้นกะเม็งสดๆ ๓-๔ ต้น ล้างให้สะอาดนำไปต้มให้เดือดประมาณ ๑๐ นาที แล้วดื่มน้ำโดยผสมน้ำตาลทรายลงไปผสมพอมีรสหวาน ดื่มกินไม่เกิน ๒ วัน ช่วยแก้อักเสบ บวมช้ำ (พระจีรพันธ์ ธัมมกาโม วัดพบพระใต้ จ.ตาก) ปัจจุบันมีรายงานการศึกษาวิจัยเป็นจำนวนมากถึงผลของกะเม็งต่อตับ คือกะเม็งสามารถป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษรวมทั้งจากแอลกอฮอล์ ป้องกันไม่ให้เซลล์ตับถูกทำลายจากไวรัส แถมยังช่วยในการฟื้นตัวของตับที่ถูกทำลายได้อีกด้ว กะเม็งยังเข้ายาอายุวัฒนะหลายตำรับ มีทั้งใช้เดี่ยวๆ และใช้เข้ายาตำรับร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยทำเป็นผง ปั้นเป็นลูกกลอน เป็นยาชงกินแทนน้ำชาทุกวันก็ได้ และมีตำรับที่ใช้การตำคั้นกะเม็งผสมน้ำผึ้งกินทุกวันเดือนดับก็มี จากการศึกษาสมัยใหม่พบว่ากะเม็งมีฤทธิ์เพิ่ม T-lymphocyte และมีการศึกษาตำรับยาจีนชนิดหนึ่งเรียกว่า AFE ซึ่งมีกะเม็งเป็นส่วนประกอบ พบว่าสูตรยาดังกล่าวสามารถเพิ่มระดับ lymphocyte และ IgG ซึ่งเป็นสารสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน - [การเลี้ยงปลาด้วยฟางข้าว](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาด้วยฟางข้าว/) - วัสดุในประเทศไทยที่ไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์ ทั้งๆที่มีประโยชน์ แต่กลับถูกทิ้งอย่างไร้คุณค่ามีอยู่ 2 อย่างคือ ฟางข้าว และน้ำมะพร้าว ทั้งสองอย่างนี้มีปริมาณมหาศาลในแต่ละปี แต่กลับไร้คุณค่า ในเรื่อของการนำฟางข้าวมาเลี้ยงปลา ความคิดนี้เป็นของคุณมงคล ทวีสิน เกษตรกร ต.ตะกุดไช อ. ชนแดน จ. เพชรบูรณ์ ที่เป็นผู้ค้นพบการเลี้ยงปลาด้วยฟางข้าวเป็นอาหารโดยบังเอิญ กล่าวคือ คุณ มงคล ทวีสิน เคยเลี้ยงปลาด้วยอาหารสำเร็จรูปที่ขายอยู่ตามท้องตลาด แต่ไม่สำเร็จ ประสบกับการขาดทุนจึงยกเลิกและนำฟางข้าวมาถมบ่อเพื่อที่จะกลบบ่อ ปรากฏว่าเห็นปลาที่เหลืออยู่มากินฟางข้าวที่จมอยู่ในน้ำ ฟางข้าวก็หมดไป น้ำในบ่อก็ไม่เน่าเสีย เมื่อลองจับปลามาสังเกตดูก็เห็นว่าปลามีสภาพอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี จึงเกิดความคิดที่ว่า ฟางข้าวน่าจะนำมาเลี้ยงปลาได้ อย่างแน่นอน เพื่อที่จะลงมือทำอย่างจริงจัง คุณ มงคล ทวีสิน ได้ลงมือทำการพิสูจน์อย่างจริงจัง โดยปล่อยลูกปลาสวาย ปลาทับทิม ปลาสลิด ปลาดุกอุ้ย ลงในบ่อปลา โดยปลาที่ปล่อยนั้นเป็นปลากินพืชทั้งหมด แล้วใช้กองฟางสุม เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปีก็ทดลองจับปลาออกขาย ปรากฏว่าได้ปลาขนาดใหญ่ตามที่ตลาดต้องการ ปลาสวายขนาดเกือบ 2 กิโลกรัม ปลาทับทิมตัวละ 3-4 ขีด - [น้ำมันปลูกผมใบบัวบก](https://www.monmai.com/น้ำมันปลูกผมใบบัวบก/) - น้ำคั้นใบบัวบกมีสรรพคุณใช้ดื่ม เพื่อแก้อาการบาดเจ็บช้ำใน บำรุงประสาท แก้อาการปวดหัว และบำรุงสมองแล้ว หากนำน้ำใบบัวบกมาเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวแล้ว ยังสามารถนำไปหมักผมก่อนสระผม 5-10 นาที ก่อนล้างออกเพื่อบำรุงหนังศีรษะให้ผมดกดำ กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและแก้ปัญหาผมหงอกขาวได้ สูตรน้ำมันปลูกผมใบบัวบก แก่ผมร่วงและกันผมหงอกได้ด้วย ( สูตรอายุรเวท โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ) ส่วนประกอบ บัวบก 4 กิโลกรัม น้ำมันมะพร้าว 1 ลิตร น้ำสะอาด 7 ลิตร วิธีทำ ล้างบัวบกให้สะอาด หั่นบัวบกเป็นชิ้นเล็กๆ เติมน้ำเปล่าลงไปในบัวบก นำไปปั่นให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำบัวบก นำน้ำบัวบกไปเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว ใช้ไฟอ่อนประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส เคี่ยวจนเหลือแต่น่ำมันมะพร้าว ให้สังเกตลักษณะกากของน้ำมัน กากจะต้องมีลักษณะแห้งแบบเม็ดทราย จึงจะใช้ได้ จากนั้นยกลงจากเตา กรองเอาน้ำมัน สรรพคุณ บำรุงผมและหนังศีรษะ ช่วยให้ผมดกดำ มีส่วนช่วยแก้ผมร่วงและหงอกด้วย วิธีใช้ นำน้ำมันนี้มาชโลมเส้นผม นวดให้ทั่วหนังศีรษะ หมักทิ้งไว้ 30 นาที แล้วสระผมด้วยน้ำอุ่น " - [วิธีไล่และป้องกันมดแบบปลอดภัย](https://www.monmai.com/วิธีไล่และป้องกันมด/) - การหาอาหารของมด ถ้าดูที่ส่วนปากของมดแล้วพบว่า จะมีส่วนที่ใช้กัดและกินรวมไปถึงส่วนที่ใช้ดูดด้วย ดังนั้นมดส่วนมากสามารถดูดน้ำเลี้ยงพืชหรือของเหลวจากแมลงที่ขับถ่ายออกมาได้ รวมไปถึงการกัดและกินพืชที่ตายแล้วหรือชิ้นส่วนของสัตว์ มดงานส่วนใหญ่เป็นพวกตัวห้ำหรือกินซากสัตว์ (scavengers) อาหารของมดนั้นค่อนข้างกว้าง ประกอบด้วย สัตว์ที่ขาเป็นปล้องและเมล็ดพืช มดตัวเต็มวัยกินอาหารที่เป็นของเหลว โดยสะสมของเหลวจากเหยื่อที่จับได้หรือขณะที่ดูแลพวกเพลี้ยต่างๆ และแมลงกลุ่มอื่นๆ เหยื่อที่เป็นของแข็งนั้นก็จะนำกลับไปที่รังโดยมดงาน ตามปกติจะเป็นอาหารของตัวอ่อนมด ตัวเต็มวัยที่อยู่ในรังได้แก่ ราชินี ได้รับอาหารจำนวนมากหรือทั้งหมดจากมดงานที่หาอาหารได้โดยตรง ระหว่างที่หาอาหาร มดงานจะสะสมของเหลวซึ่งจะเก็บสะสมไว้ที่ส่วนบนของระบบย่อยอาหาร เมื่อกลับไปยังรัง มดงานเหล่านี้จะสำรองของเหลวที่สะสมไว้และผ่านเข้าไปยังมดงานตัวอื่นๆ ขณะที่มดงานส่วนมากจะกินอาหารแตกต่างกันออกไป มีมดบางชนิดเจาะจงอาหารในวงแคบๆ มดจำนวนมากชอบกินพวกแมลงหางดีดเป็นอย่างมาก ส่วนมดบางชนิดชอบกินไข่ของสัตว์ที่มีขาเป็นปล้อง มดบางชนิดจะเข้าไปยังรังมดชนิดอื่นอย่างรวดเร็ว เพื่อจับตัวอ่อนมดและดักแด้ มดจำนวนมากที่มีความจำเพาะกับอาหาร ที่กินนั้นจะมีการดัดแปลงลักษณะทางสัณฐาน ตัวอย่างเช่น กรามที่พบในพวกกลุ่มตัวห้ำชั้นสูงจะเรียวยาวมาก และมีฟันขนดใหญ่ โดยเฉพาะตอนปลาย เมล็ดของพืชจำนวนมาก มีอาหารที่จำเพาะเรียกว่า elaiosomes ซึ่งจะดึงดูดมดให้เข้ามา มดจะสะสมเมล็ดโดยกินส่วนนี้เป็นอาหาร บางครั้งกินเมล็ดด้วย เมล็ดจำนวนมากยังคงงอกได้หลังจากส่วนที่มีอาหารถูกกินไป เมล็ดจะถูกวางไว้ภายในรังหรือบนกองตรงกลางที่มดสร้างขึ้นมา เป็นบริเวณที่เมล็ดจะมีการงอกในเวลาต่อมา มีความเชื่อว่าเมล็ดที่สะสมโดยมด มีโอกาสสูงมากในการงอกและรอดชีวิตเมื่อเปรียบเทียบกับ เมล็ดที่ไม่ได้มีการสะสมจากมด เนื่องจากเมล็ดถูกทำลายน้อยมาก โดยพวกกินเมล็ด และเนื่องจากเมล็ดถูกเก็บไว้ในร่มใกล้กับกองดินที่มีธาตุอาหาร โดยทั่วไป มดชอบออกหากินไม่ช่วงกลางวันก็กลางคืน การออกหากินของมดบางชนิดเกิดขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืน ในบริเวณที่แห้งแล้ง กิจกรรมการหาอาหารของมดจำนวนมากขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ บางชนิดมีกิจกรรมระหว่างช่วงเช้าหรือเย็นเท่านั้น - [ผักเบี้ยหิน ผักโขมหิน](https://www.monmai.com/ผักเบี้ยหิน/) - ผักเบี้ยหิน ใช้ปรุงเป็นอาหารหรือรับประทานสดแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยา แก้เหงือกบวม แก้เจ็บคอ ขับระดูขาว และใช้ทาภายนอกแก้แผลอักเสบ เป็นต้น ชื่อวิทยาศาสตร์ : Trianthema portulacastrum Linn. วงศ์ : AIZOACEAE ชื่ออื่น ๆ : ผักโขมหิน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ล้มลุก ฤดูเดียว เลื้อยทอดไปบนพื้นดิน ยาวถึง 1 เมตร ไม่มีรากงอกจากข้อ ลำต้นกลมสด อวบน้ำ สีเขียวแกมม่วง เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 2-5 มม. ผิวลำต้นเรียบ เป็นมัน กิ่งอ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย ใบ ใบเดี่ยว เรียงตัวแบบตรงข้าม ใบรูปไข่ กลม รูปไข่ หรือรูปไข่กลับ โคนใบมน ปลายใบมน ขอบ ใบเรียบ มีเส้นสีม่วงตามแนวขอบใบ ผิวใบเรียบหรือมีขนเล็กน้อย ใบกว้าง 1-4.5 ซม. ยาว 1.5-5 - [แสวง รวยสูงเนิน ทำนาธรรมชาติ](https://www.monmai.com/แสวง-รวยสูงเนิน/) - ลูกชาวนายากจน ที่มีนาเพียง ๔ ไร่ ในครอบครัวที่มีพี่น้อง ๖ คน จึงไม่พอแบ่งกันทำ และมีข้าวไม่พอกิน จึงต้องหนีจากการเลี้ยงวัวควาย ไปอาศัยอาหารจากวัดตั้งแต่เด็ก และเรียนหนังสือมาเรื่อยๆ จนจบด้านเกษตรศาสตร์ และได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ตั้งปณิธานที่จะทำงานพัฒนาชุมชนมาตลอด และนำความรู้ที่ได้จากการเรียน และการทำงานกับชุมชน ไปทดลองทำนา และเลี้ยงสัตว์แบบ KM ด้วยตนเอง แบบ "นาคนจน" ไม่ลงทุน ไม่จ้าง ไม่ไถ เน้น "กำไรแบบไม่เสี่ยง" เพื่อเป็นตัวอย่างว่า "ทำนาอย่างไร จึงจะไม่ขาดทุน" ปัจจุบัน มีชีวิตแบบ "เศรษฐกิจพอเพียง" และทุ่มเทชีวิตเพื่อหันกลับไปหาทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ด้อยโอกาส ให้หลุดพ้นจากความยากจนโดยการสนับสนุนการพัฒนาชุดความรู้ ด้านการจัดการดิน น้ำ ทรัพยากรเกษตร เกษตรอินทรีย์ การลดการใช้สารพิษในระบบการผลิตอาหาร แล้วนำความรู้ไปทดสอบหลายพื้นที่ นำผลและแนวทางที่ดีเชื่อมโยงสู่การเปลี่ยนแปลงการพัฒนาความรู้ที่ถูกต้อง สนับสนุนการสร้างแผนและนโยบายในระดับชุมชน พื้นที่ และ สนับสนุนเชิงนโยบายระดับประเทศ เป้าหมายของผมคือ ไม่ไถ ไม่ดำ ให้ข้าวขึ้นเองตามธรรมชาติ คนส่วนใหญ่ไถนาเพราะกลัวหญ้าการปราบหญ้าอันดับแรก มีอะไรทำอย่างนั้น มีน้ำก็ใช้น้ำ มีต้นไม้ก็ใช้ต้นไม้ - [กล้วยเบรกแตก](https://www.monmai.com/กล้วยเบรกแตก/) - การแปรรูปถนอมอาหารมีการทำมาแต่โบราณ เช่น กล้วยทอด กล้วยฉาบ ขนมกล้วย เป็นต้น ต่อมาได้คิดค้น ดัดแปลงทำสูตรต่างๆ เพื่อให้มีความหลากหลาย และเป็นตัวเลือกของลูกค้า ได้คิดค้นสูตรไม่ใสน้ำตาล แต่ให้มีรสหวานเล็กน้อยได้ ตั้งชื่อว่า "กล้วยเบรคแตก" การทำกล้วยเบรคแตก สูตรธรรมชาติ อุปกรณ์ที่ใช้ เตาแก๊ส กระทะ ไม้สำหรับคนกล้วย ถาด ตะแกรงตักกล้วย กระดาษฟางซับน้ำมัน วัสดุที่ใช้ กล้วยน้ำว้าสุกเหลืองแก่จัดหวีใหญ่ ( 16 ลูก ) 4 หวี น้ำมันพืช ขั้นตอนและวิธีทำ ปอกกล้วย แล้วใช้เครื่องไสกล้วยรองด้วยภาชนะพลาสติก กระทะเบอร์ 28 นิ้ว ใส่น้ำมันตั้งไฟให้ร้อน เทกล้วยที่ไสแล้วลงในกระทะใช้ไม้ปลายแหลมคอยคนกล้วยไว้เรื่อยๆ ประมาณ 20 นาที กล้วยจะสุกเหลืองได้ที่ ใช้ตะแกรงตักกล้วยขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน เทลงถาดที่ปูด้วยกระดาษฟางซับน้ำมัน เกลี่ยกล้วยให้กระจายไม่ให้กล้วยติดกัน ทิ้งไว้ให้เย็น บรรจุลงถุงพลาสติค ปิดปากถุงไม่ให้อากาศเข้า การทำกล้วยเบรคแตก สูตรประยุกต์ ส่วนผสม กล้วยน้ำว้าดิบ 1000 - [วิธีการเพาะเชื้อเห็ดฟางจากต้นกล้วย](https://www.monmai.com/เชื้อเห็ดฟางจากกล้วย/) - ในการเพาะเชื้อเห็ดทุกวิธี เชื้อเห็ดจัดว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเพาะเห็ด มีเกษตรกรและชาวบ้านมากมายที่มีความสนใจจะเพาะเห็ดไว้บริโภคเอง หรือเพื่อสร้างรายได้เป็นอาชีพ แต่เนื่องจากเชื้อเห็ดที่จะนำมาเพาะนั้นหาซื้อได้ยากในบางพื้นที่ หรือที่มีขายก็มักจะไม่ค่อยมีคุณภาพที่แน่นอนทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่สม่ำเสมอ และไม่มีคุณภาพ หรือเชื้อเห็ดมีราคาที่แพงเกินไป เกษตรกรน้อยรายนักที่จะผลิตเชื้อเห็ดเอง เพราะใช้ทุนทรัพย์ค่อนข้างสูง ต้องมีเครื่องมือที่จำเป็นหลายอย่าง ต้องใช้เทคนิคปลอดเชื้อ เพื่อควบคุมการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์แปลกปลอมที่ติดมากับวัสดุที่ใช้เป็นวัสดุเพาะ และสภาพแวดล้อม ซึ่งผู้ปฎิบัติต้องมีการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจึงจะสามารถทำได้ ดังนั้นผู้วิจัยจึงพัฒนาวิธีการผลิตเชื้อเห็ดโดยแบบง่าย โดยไม่ต้องใช้หม้อนึ่งความดันไอน้ำ และตู้เขี่ยเชื้อ ผู้สนใจสามารถทำได้ง่าย และสามารถใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในครัวเรือนมาใช้ในการผลิตเชื้อเห็ดได้ วิธีการทำเชื้อเห็ดฟางอย่างง่ายจากดอกเห็ดฟางสด ทำได้ด้วยตัวเอง วัสดุอุปกรณ์ ต้นกล้วยสดตากแห้ง 1 กิโลกรัม ถุงพลาสติกชนิดใส ขนาด 6x9 นิ้ว 10 ใบ มีดคัทเตอร์ 1 ด้าน แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ 70% 1 ขวด แก้วเปล่า 1 ใบ เข็มเย็บกระดาษ 1 อัน ดอกเห็ดฟางสด (ดอกตูม) 1 ดอก กระดาษที่สะอาด 1 แผ่น สำลีเล็กน้อย น้ำสะอาดเล็กน้อย วิธีทำ - [น้ำนมราชสีห์ สมุนไพรต้านเชื้อ](https://www.monmai.com/น้ำนมราชสีห์/) - น้ำนมราชสีห์เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีเขตการกระจายพันธุ์กว้าง พบได้ทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทุกภาค โดยมักขึ้นตามที่รกร้าง ชายป่า ท้องนา และในพื้นที่โล่งจนถึงระดับความสูงประมาณ 1,200 เมตร ถือเป็นพืชที่มี Growth hormone สูงเมื่อนำมาใช้เลี้ยงปลาหรือเป็ด จะช่วยทำให้เป็ดออกไข่ดี ส่วนปลาก็เจริญเติบโตได้ดี โดยยอดอ่อนสามารถนำมารับประทานได้ น้ำยางจากต้นสามารถนำมาใช้ทารักษาหัวสินบนใบหน้าได้ สรรพคุณทางยาจะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดการอักเสบ มีฤทธิ์ต้านเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย และช่วยในการสมานแผล และสารสกัดจากต้นมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะต่อเชื้อ Staphylococcus ชื่อวิทยาศาสตร์ Euphorbia hirta L. วงศ์ Euphorbiaceae ชื่ออื่น นมราชสีห์, ผักโขมแดง(ไทย), หญ้าน้ำหมึก(พายัพ); ไต่ปวยเอี่ยงเช่า, ปวยเอี้ยง(จีน); Asthma Weed. ลักษณะต้น น้ำนมราชสีห์เป็นพืชปีเดียวดาย ขนาดเล็ก มียางสีขาวเหมือนน้ำนม แตกกิ่งก้านสาขาจากโคนต้นใกล้ดินตั้งขึ้น หรือแผ่ออกไป ก้านสีออกแดง ๆ มีขนสีน้ำตาลเหลือง ลำต้นยาว 15-40 ซ.ม. ใบออกตรงข้ามกัน ลักษณะรี ๆ คล้ายปีกแมลง ยาว 1-4 - [การเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงเป็ด](https://www.monmai.com/เลี้ยงปลาร่วมกับเลี้ยง/) - การเลี้ยงปลาร่วมกับการี้เป็ด เป็นวิธีที่นิยมปฏิบัติกันในจีนและยุโรปนับเป็นศตวรรษแล้ว การเลี้ยงปลาควบคู่กับการเลี้ยงเป็ดเป็นการเพิ่มผลผลิตอาหารโปรตีนจากสัตว์ในพื้นที่หน่วยเดียวกัน เป็ดหากินในบริเวณที่ตื้นซึ่งเป็นที่อยู่ของ สัตว์น้ำประเภทอื่น เช่น กบ เขียด แมลง หอย และพืชน้ำบางชนิดซึ่งปลาไม่กิน และพืชดังกล่าวยังแย่งธาตุอาหารอันมีประโยชน์ต่อการผลิตอาหารธรรมชาติ ที่ปลามีความต้องการใช้บริโภค ตามปกติเป็ดจะกินปลาเหมือนกันแต่จะกินปลาขนาดเล็ก ดังนั้น ในบ่อเพาะ บ่ออนุบาล ซึ่งมีปลาขนาดเล็กไม่ควรปล่อยเป็ดลงเลี้ยง ลูกปลาที่แข็งแรงขนาด 5-10 ซม. สามารถหลบหลีก จากการถูกเป็ดกินได้ อัตราส่วนจำนวนเป็ดที่เลี้ยงกับขนาดของบ่อปลา ได้มีการคำนวณไว้โดยประมาณว่า จำนวนเป็ด 240 ตัว จะมีมูลเพียงพอที่จะใช้ในบ่อขนาด 1 ไร่ (Peter Edwards และคณะ 1983) หรือเป็ด 30 ตัวต่อเนื้อที่บ่อ 200 ตารางเมตร ซึ่งเป็นบ่อขนาดที่เหมาะสม สำหรับครอบครัวของเกษตรกรระดับพื้นบ้านที่จะพิจารณาเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงเป็ดในภูมิภาคนี้โดยทั่วไป สำหรับพันธุ์เป็ดที่ควรจะใช้เลี้ยงนั้น ควรเป็นเป็ดพันธุ์ไข่ ซึ่งดีกว่าเป็ดพันธุ์เนื้อด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้รับประทานอาหารโปรตีนทุกวันจากไข่เป็ด ไข่เป็ดที่เหลือจากการบริโภคสามารถนำไปจำหน่ายได้ง่ายกว่าจำหน่ายเป็ดทั้งตัว ถ้าเลี้ยงเป็ดไข่จะใช้เวลาประมาณ 18 เดือน จึงจะซื้อลูกเป็ดมาเลี้ยงใหม่ ส่วนการเลี้ยงเป็ดเนื้อจะใช้เวลาเพียง - [ชาอินคา ถั่วดาวอินคา](https://www.monmai.com/ชาอินคา/) - ชาอินคา ชาที่มีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม อีกทั้งยังคงคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างมากมาย เช่น สาร ซาโปนิน ที่ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค ฟื้นฟูพละกำลัง และสาร ฟลาโวนอยด์ วิตามิน A,E ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยต่อต้านเซล์มะเร็งลดความเสื่อมสภาพของเซลล์ ปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ผิวพรรณสดใส สามารถลดน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน ลดความดันสำหรับผู้ที่มีความดันสูง ที่เห็นผลแน่นอน พร้อมสามารถลดหน้าท้องเมื่อชงดื่มอย่างต่อเนื่อง และยังมีโอเมก้า 3 เพื่อบำรุสมอง มีสารต้านอะนุมูลอิสระและ ลดระดับคอลเรสตอรอลไขมันเส้นเลือด ช่วยไขข้อกระดูก ช่วยในการไหลเวียนของเลือดได้ดีขึ้น ที่สำคัญไม่มีคาเฟอีน สามารถชงดื่มได้ทุกวัย ประโยชน์ของต้นถั่วดาว ยอดของต้นถั่วดาวอินคา : สามารถนำไปประกอบอาหาร มีรสชาดิอร่อย มีโอเมก้า 3 6 9 และวิตามิน A E ใบของต้นถั่วดาวอินคา : สามารถนำไปทำเป็นใบชาหรือนำไปสกัดเป็นคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีคุณค่ามากกว่าคลอโรฟิลล์ทั่วๆ ไปถึง 200 เท่า , สกัดน้ำจากใบเป็นน้ำเพื่อสุขภาพ - [ถั่วดาวอินคา โอเมก้าบนดิน](https://www.monmai.com/ถั่วดาวอินคา/) - ถั่วดาวอินคา (Sacha Inchi) เป็นพืชที่มีขนาดเล็กสีเขียวสดเมื่อหนุ่มและมีสีน้ำตาลเข้มเมื่อฝักแก่เต็มที ฝักมักจะมี 4-6 แฉก ถั่วดาวอินคาเป็นพืชที่ให้ผลเร็วมากปลูกระยะเวลาไม่เกินหกเดือนก็สามารถให้ผลผลิตและสามารถให้ผลผลิตได้เป็นระยะเวลายาวนานถึง 15-50 ปี โดยไม่จำเป็นต้องทำการปลูกซ้ำๆ จากงานวิจัยหลายๆ สถาบันถั่วดาวอินคา เป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากเพราะอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น มีวิตามิน A และ E อีกทั้งมีกรดไขมันโอเมก้า 3,6 และ 9 ในปริมาณที่สูงมากจากเหตุผลดังกล่าวทำให้การปลูกถั่วดาวอินคาจะให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงตามไปด้วย เนื่องจากคุณสมบัติดังกล่าวสามารถนำไปผลิตเป็นยารักษาโรคและเครื่องสำอาง ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการสูงมาก ต้นVolubilis Plukenetia หรือนิยมเรียกกันว่าSacha Inchi หรือ ต้นถั่วดาวอินคา ที่คนไทยเรียนว่าต้นถั่วดาวอินคา มาจากเมล็ดสด เหมือนรูปดาว แต่ถิ่นกำเนิดของพืชชนิดนี้มาจากป่าอะเมซอนในเปรู ถั่ว Inca (Sacha inchi) : ตระกูล : Euphorbiaceae สายพันธุ์ : Plukenetia สปีชี่ : Linneo Volubilis ชื่อสามัญ : Sacha inchi, Sacha - [ผักแว่นดอย ปุ้มฟ้า](https://www.monmai.com/ผักแว่นดอย/) - ผักแว่นดอยเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบออกเป็นกระจุกจากต้น ก้านใบยาว เป็นทรงพุ่ม ใบประกอบมีใบย่อย 3 ใบ รูปหัวใจ ช่อดอกมีก้านยาวชูสูงขึ้น ดอกเป็นรูปถ้วยขนาดเล็กสีชมพูอ่อนถึงชมพูเข้ม ผลแห้งเมื่อแก่จะแตกออกเองกระจายเมล็ดที่เหมือนผงฝุ่น ดอกดกในฤดูฝน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oxalis corymbosa DC. ชื่อวงศ์ : OXALIDACEAE ชื่ออื่นๆ : ปุ้มฟ้า ลักษณะ ผักแว่นดอยเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดิน สูง 5-20 ซม. ใบเป็นใบประกอบมี 3 ใบย่อยรูปหัวใจ กว้าง 1.5-5 ซม. ยาว 1.5-4.5 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบเว้า ขอบใบและก้านใบมีขนประปราย ก้านใบยาวถึง 30 ซม. ดอกสีม่วงแดง โคนกลีบสีจาง มีเส้นสีแดงตามยาว ออกเป็นช่อ 2-5 ดอก ดอกบานขนาด 1.2-1.5 ซม. กลีบดอก - [การปักชำในถุง](https://www.monmai.com/การปักชำในถุง/) - การปักชำ คือการใช้ส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ราก หรือ ลำต้น ไปปักชำ และส่วนของพืชเหล่านี้จะเจริญงอกงามเป็นลำต้นต่อไป การปักชำเป็นวิธีขยายพันธุ์พืชที่ดีวิธีหนึ่งซึ่งมีข้อดี ขยายพันธุ์ได้ปริมาณมาก ทำได้ง่ายโดยไม่ต้องอาศัยเทคนิคหรือความสามารถมาก ต้นพืชเจริญเติบโตเร็ว โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน และพืชต้นใหม่ที่ได้จะมีลักษณะเหมือนต้นเดิมทุกประการ ลักษณะของกิ่ง : ใช้ กิ่งแก่ที่มีสีน้ำตาล เป็นกิ่งสมบูรณ์ หรืออายุมากกว่าหนึ่งปีขึ้นไป แต่ยกเว้นที่ตัดออกจากกิ่งตอนมา เพาระกิ่งตอนก็มีอายุเท่ากับแม่ก็ว่าได้ (ไม่ยืดยาวหรือมีข้อห่างหรือกิ่งเล็ก) มีอาหารสะสมมาก เพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับการออกรากและการเจริญของตาเป็นกิ่งใหม่ อาหารในกิ่งนี้ต้องเลี้ยงต้นใหม่จนกว่าจะเลี้ยงตัวได้เอง การปักชำการปักชำในถุง ใช้ดินผสมขุยมะพร้าวอย่างละครึ่ง แล้วผสมปุ๋ยคอกอีกประมาณ 2/5 ของดินทั้งกองแล้วนำดินใส่กระถาง รดน้ำให้ชุมเตรียมรอไว้ อุปกรณ์อื่น ๆ ก็มี มีดบางคม หนังยาง ไม้สำหรับค้ำ และถุงพลาสติกใส ตัดกิ่ง เด็ดใบล่างออก นำปักชำโดยใช้ไม้ขนาดใกล้เคียงกับกิ่งกดลงไปในดินให้เป็นรูลึกประมาณ 2-3 นิ้วแล้ว ปักกิ่งลงไป กดดินผสมเบา ๆ ให้ดินยึดติดแนบกับกิ่ง รดน้ำให้ชุ่ม นำถุงมาสวมกระถางและปักไม้ค้ำ ดึงถุงขึ้นและมัดด้วยหนังยาง การอบด้วยถุงพลาสติกนี้ ช่วยให้กิ่งชำมีความสดชื่นมีอายุอยู่ได้นานพอ และมีความแข็งแรงพอจะสร้างรากใหม่ได้ - [ชุมชนหนองสาหร่าย](https://www.monmai.com/ชุมชนหนองสาหร่าย/) - ประสานพลังชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เรื่องราวความเข้มแข็งของชุมชนในตำบลหนองสาหร่ายได้ถูกกล่าวถึงและนำมาถ่ายทอดเป็นบทเรียนอันทรงคุณค่าต่อกระบวนการพัฒนาและการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ให้ชุมชนต่างๆ ได้เรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆที่เข้ามาศึกษาดูงานอย่างกว้างขวางและบ่อยครั้ง อันเนื่องมาจากเป็นตำบลที่มีรูปธรรมความสำเร็จและความล้มเหลวของกระบวนการพัฒนาชุมชนคนตำบลหนองสาหร่าย....ที่จะเล่าสู่ผู้มาเยือนฟังด้วยความเต็มอกเต็มใจ ......จากการสะสมประสบการณ์อันยาวนานนับสิบปี เช่น กลุ่ม อสม. กับการเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน การทำแผนแม่บทชุมชนที่ทำให้เกิดการทำกิจกรรมร่วมกันในตำบล เช่น การพัฒนาอาชีพ รายได้ การพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การพัฒนาเด็กเยาวชน การอนุรักษ์วัฒนธรรมรำเหย่ย การสร้างนิสัยการออมบนฐานของความพอเพียง และการส่งเสริมให้เกิดคุณธรรมในตำบลโดยกระบวนการค้นหาและการยกย่องคนดีในตำบล และเรื่องของการพัฒนากองทุนชุมชนโดยมีการตั้ง สถาบันการเงินชุมชนตำบล หนองสาหร่าย ซึ่งเป็นสถาบันการเงินของท้องถิ่นที่สามารเชื่อมโยงคนในตำบล และเงินกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในแต่ละหมู่บ้านทั้งตำบลมาบริหารจัดการ เพื่อนำดอกผลที่ได้มาเป็นกองทุนสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และให้เพื่อเป็นกองทุนการพัฒนาด้านอื่นๆ เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องการพัฒนาระบบการเงินฐานรากที่มีการเชื่อมโยงให้เกิดเครือข่ายระดับตำบลและเกิดการรวมเงินทุนของตำบลเข้าด้วยกัน และการรวมพลังของคนในท้องถิ่นเข้ามาเป็นแรงพลังช่วยกันขับเคลื่อนงานพัฒนา พวกเราเป็นตำบลเล็กๆที่ทำงานกันด้วยและได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากรัฐและมีการประสานงานกับหน่วยงานรัฐและชุมชน เมื่อประมาณ 2545 เริ่มมีหน่วยงานราชการเข้ามาร่วมพัฒนาชุมชน ทั้ง ธกส. และสาธารณสุข มีสนับสนุนให้ทำแผนชุมชน ทำให้พวกเราค้นพบศักยภาพของชุมชน และมีการสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนทุกหมู่บ้าน สร้างเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน มีความรัก ความปรองดอง ความสามัคคี มีประเพณีรำเหย่ย เป็นเอกลักษณ์ของตำบลเรา (นายชนะ สุขพรหม : นายก - [ธนาคารความดี ความดีคือต้นทุนแห่งความสุข](https://www.monmai.com/ธนาคารความดี/) - ชุมชนแห่งความสุข ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ชุมชนที่ได้ชื่อว่ามีองค์กรชุมชนที่เข้มแข้งที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นชุมชนที่ให้ความสำคัญกับดัชนีชี้วัดความสุข หรือ ความสุขมวลรวมของชุมชน (GNH) ควบคู่ไปกับ การเติบโตมวลรวมทางด้านเศรษฐกิจ (GDP) ที่นี่โดดเด่นด้วยการมี สถาบันการเงินชุมชน ที่เป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมพัฒนาสังคมทุกด้าน โดดเด่นด้วยกลุ่ม อสม. (อาสาสมัครสุขภาพ) ที่ทำงานกันอย่างเข้มแข็ง กลุ่ม อสม. นี้เองที่พัฒนาตนเองมาเป็นผู้นำตามธรรมชาติของชุมชน พวกเขาไม่ได้ทำงานด้านสุขภาพร่างกายอย่างเดียว แต่ทำงานแบบองค์รวมดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของคนในชุมชน รวมถึงดูแลสุขภาพชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้เข้มแข็ง กลุ่ม อสม. มักมีบทบาทเป็นแกนนำประสานให้ชาวบ้าน มารวมกลุ่มกันทำกิจกรรมพัฒนาด้านต่างๆ ชุมชนหนองสาหร่ายเป็นชุมชนที่คิดค้นนวัตกรรมทางสังคม มีเครื่องมือในการช่วยแปลงความดีให้เป็นรูปธรรม ผ่านกระบวนที่เรียกว่า ธนาคารความดี ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน นั้นใช้ไม่ได้กับที่นี่ เพราะคนที่นี่ทำดีแล้วมีความสุข ทำดีแล้วปลดหนี้ได้ ทำดีแล้วได้รับการตอบแทนจากชุมชนในรูปแบบต่างๆ ส่วนใครที่เป็นคนดี สถาบันการเงินชุมชนฯ จะปลดหนี้ให้หมดทุกคน บางรายไม่เสียดอกเบี้ย ซึ่งพอทำเรื่องนี้ไปในระยะหนึ่งทำให้คนหนองสาหร่ายมีโอกาสมากขึ้นมีความสุขมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังได้รับการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อที่จะเป็นแหล่งทุนให้แก่คนตำบลหนองสาหร่าย ด้วย นโยบายการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นที่ ต.หนองสาหร่าย จ.กาญจนบุรี - [ส้มกบ ผักแว่น](https://www.monmai.com/ส้มกบ/) - ส้มกบ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าผักแว่นเมืองจีน มีสรรพคุณใช้แก้เจ็บคอได้ดีพอควรหาได้ง่าย เพราะชอบขึ้นตามดินที่ชุ่มชื้นทั่ว ๆ ไป ส้มกบก็เป็นต้นไม้อีกต้นที่ใช้แก้เจ็บคอ และบรรเทาอาการปวดฟันได้ด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ Oxalis corniculata Linn. ชื่อพ้อง Oxalis repens Thunb. ชื่อวงศ์ Oxalidaceae ชื่ออื่นๆ ผักแว่น ส้มกบ ผักแว่นเมืองจีน (กลาง) สังส้ม (แพร่) ส้มดิน หญ้าตานทราย ส้มสังก๋า (เหนือ) ส้มสามตา ส้มสามง่า เกล็ดหอยจีน (กรุงเทพฯ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พืชล้มลุกอายุหลายปี เป็นไม้เถาขนาดเล็กเลื้อยไปตามพื้นดิน มีรากออกตามข้อ ลำต้นยาว 5-20 เซนติเมตร ลำต้นเล็กสีแดง ฉ่ำน้ำ ไม่แตกกิ่งก้าน ชอบขึ้นตามที่ลุ่มต่ำชื้นแฉะ ใบ เป็นใบประกอบมี 3 ใบย่อย ออกที่ปลายยอด แบบเรียงสลับ ใบย่อยทั้งสามออกแบบสมมาตร ใบย่อยรูปหัวใจกลับ กว้าง 5-18 มิลลิเมตร - [ครีมนวดหน้าผสมว่านสมุนไพร](https://www.monmai.com/ครีมนวดหน้าว่านสมุนไพร/) - การนวดหน้าเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้มาเลี้ยงบริเวณใบหน้า และเป็นการคลายเครียดบริเวณใบผิวหน้า อาจใช้น้ำมันนวดผิวหน้าหรือครีมบำรุงผิวหน้าต่าง ๆ โดยเริ่มจากทาครีมให้ทั่วใบหน้า จุดแรกวางมือที่คางโดยในลักษณะกรีดนิ้ว โดยใช้นิ้วนางและนิ้วกลางในการกดวนนวดหน้า โดยนวดเบา ๆ วนลักษณะเป็นวงกลมหรือก้นหอยในลักษณะนวดวนขึ้นออกข้างนอก หลาย ๆ รอบ จากนั้นวนขึ้นมาตามแนวขากรรไกร วนมาใต้จมูก ริ่งจมูก ปีกจมูก และวนขึ้นรอบแก้มไปเรื่อย ๆ จากนั้นขึ้นมาสันจมูก หัวคิ้ว และหน้าผาก ออกขมับ วนหลายครั้ง ๆ และวนไปใต้คางใหม่ จนถึงหน้าผาก ทำการนวดไปเรื่อย ๆ อาจใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดออก สมุนไพรหลายชนิดที่นำมาใช้บำรุงผิวพรรณแต่สมุนไพรที่นิยมใช้กับผิวหน้ามักจะหมายถึงพืชธรรมชาติที่นำมาผ่านกรรมวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อผิวหน้าตัวอย่างสมุนไพรพื้นบ้านเรา ขึ้นอยู่กับสภาพผิวว่าต้องการสมุนไพรประเภทไหนในการดูแล การทำครีมนวดหน้าผสมว่านสมุนไพร ส่วนผสม ขมิ้น 5 กรัม (บำรุงผิว ลดอาการระคายเคือง) ว่านนางคำ 5 กรัม (บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง) พญายา 15 กรัม (ต้านเอมไซม์ไคไทซิเนส ทำให้ผิวขาว) ไพล 5 - [ท่านวดหน้าแก้ง่วงเมื่อขับรถทางไกล](https://www.monmai.com/ท่านวดหน้าแก้ง่วง/) - แพทย์แนะท่าบริหารผ่อนคลายกล้ามเนื้อหัวไหล่ตึงเครียดจากการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน หากง่วงนอนให้ใช้ 7 ท่านวดหน้า ทำเองได้สะดวกหายง่วงผลพลอยได้หน้าตาเปล่งปลั่ง มูลนิธิหมอชาวบ้านมีคู่มือนวดตัวเองเพื่อผ่อนคลาย มีจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำ พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การขับรถเป็นระยะทางไกลหรือรถติดมาก จะรู้สึกปวดร้าวที่หัวไหล่ การแวะพักตามปั๊มน้ำมัน ตามที่พักริมทางเพื่อบริหารร่างกายเป็นวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ สามารถใช้ท่าฤาษีดัดตนนวดตัวเอง หรือใช้ 7 ท่านวดหน้าก็ได้ นวดแล้วจะรู้สึกว่าผิวหน้านุ่มนวลขึ้น หัวโปร่งโล่ง เบาสบาย ตาสว่าง หายง่วงนอน รู้สึกสดชื่น ถ้าเป็นไปได้ ควรทำวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้า ตอนเย็น หรือทำเมื่อต้องการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ กรณีที่มือจับพวงมาลัยขับรถนาน ๆ จะรู้สึกร้าที่หัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง ให้ใช้มือซ้ายจับไหล่ขวา ดึงหัวไหล่เข้าหาตัวเอง ทำสลับข้างไป-มา จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อไหล่ แนะ 7 ท่านวดหน้าแก้ง่วงเมื่อขับรถทางไกล สำหรับ 7 ท่านวดหน้าประกอบด้วย ท่าที่ 1 เสยผม ท่าที่ 1 เสยผม ใช้นิ้วชี้ - [ถั่วแขก ถั่วหวานกรอบโปรตีนสูง](https://www.monmai.com/ถั่วแขก/) - ถั่วแขก ลักษณะเหมือนถั่วฝักยาว แต่ขนาดจะสั้นกว่า ให้รสชาติหวานและกรอบ มีโปรตีนสูง อุดมด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียมและวิตามินซี ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือด อีกทั้งวิตามินชี ยังช่วนให้ร่างกาย ดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น นิยมนำมาลวกเป็นเครื่องเคียงใสสเต๊ก ผัดน้ำมันหอย หรือลวกจิ้มน้ำพริก ฯลฯ ชื่อวิทยาศาสตร์ Phaseolus vulgaris L. วงศ์ FABACEAE ชื่อสามัญ Snap bean, Kidney Bean, Green Bean, Haricot, Common Bean, French Bean, Fijjol, Runner Bean, String Bean, Salad Bean, Wax Bean ถั่วแขก เป็นพืช ตระกูลถั่ว มีถิ่นกำเนิดทางภาคใต้ของเม็กซิโก สามารถเจริญเติบโต ได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่น ถั่วแขกเป็นพืชฤดูเดียว ลำต้นแข็ง แตกกิ่งก้านน้อย มีการเจริญเติบโตหลายลักษณะ เช่น เป็นพุ่ม กิ่งเลื้อย - [หญ้าคา วัชพืชมีคุณค่า](https://www.monmai.com/หญ้าคา/) - หญ้าคาเป็นวัชพืชร้ายที่อยู่คู่กับเกษตรกรไทยมาช้านาน สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นพืชที่กำจัดได้ยาก ก่อให้เกิดความรำคาญใจแก่เกษตรกรยิ่งนัก แต่ในอีกมุมหนึ่งนั้นกลับพบว่ามันเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์ที่ใครๆต้องการ เนื่องจากมันสามารถนำมาทำเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้หลายชนิด และยังสามารถนำมามุงเป็นหลังคาป้องกันความร้อนจากแสงแดด และฝนตก ที่สำคัญมันได้ชื่อว่าเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้คนในหลายๆท้องที่อีกด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Imperata cylindrica (L.) P. Raeusch. วงศ์ : GRAMINEAE (POACEAE) ชื่อท้องถิ่น : เก้ออี ผกะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) คา, ลาลาง, คาหลวง (มลายู) ลาแล (มลายู-ยะลา) แปะเหม่ากึง, เตี่ยมเชากึง (จีน) ลักษณะ หญ้าคาเป็นพืชล้มลุก สูง 0.3-0.9 เมตร มีเหง้าใต้ดินรูปร่างยาว และแข็ง ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า กว้าง 1-2 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ขอบใบคม ดอกเป็นช่อทรงกระบอกแทงออกจากเหง้า ดอกย่อยติดกันแน่น ดอกแก่มีขนฟูสีขาว ผล เป็นผลแห้ง ไม่แตก - [การทำกล้วยฉาบ](https://www.monmai.com/กล้วยฉาบ/) - การทำกล้วยฉาบ เป็นวิธีการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรที่มีมาแต่โบราณ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต กล้วยฉาบเป็นขนมที่มีประโยชน์ที่เกิดขึ้นมาจากภูมิปัญญาของคนไทย หลักการทำกล้วยฉาบแบบมืออาชีพ มีความกรอบ ไม่แข็งจนเจ็บปาก กินแล้วเพลิน ไม่มีกลิ่นน้ำมัน ไม่เหม็นหืน ไม่หนืด ไม่อมน้ำมัน ไม่เลี่ยน ไม่หวานมาก รสกลมกล่อม มีรสชาดหอมหวานของความเป็นกล้วย หลักการฉาบกล้วย น้ำฉาบต้องไม่หวานหรือข้นเหนียวมาก เพราะจะทำให้กินไม่เพลิน ถ้าน้ำตาลเคลือบชิ้นกล้วยหนามากจะทำให้ขนมไม่กรอบ ใช้ความร้อนช่วยขณะฉาบจะได้ไล่ความชื้น ทำให้ขนมกรอบอร่อย และระวังอย่าเผลอเปิดปากถุงไว้นาน ๆ เพราะจะทำให้ขนมปนเปื้อนและไม่กรอบ ถ้าเก็บในตู้เย็นจะทำให้ขนมกรอบอร่อยนาน การตัดกล้วยดิบ ตัดแล้วต้องเอามาใช้ทำเลย หรืออาจตัดกล้วยตอนเย็นแล้วมาทำตอนเช้าก็ได้ แต่อย่าปล่อยกล้วยทิ้งค้างไว้นาน เพราะกล้วยจะนิ่ม พอได้กล้วยมาแล้วจึงจัดการเอามาปลอกแล้วแช่ล้างในน้ำผสมโซดา โดยใช้น้ำหนึ่งกะละมังต่อโซดาหนึ่งขวด แต่เนื่องจากโซดามีราคาค่อนข้างแพง อาจเลือกใช้ผงฟูแทน โดยใช้อัตรา ผงฟู 1 ซองต่อน้ำ 1 กะละมัง เพราะโซดาและผงฟูจะช่วยให้กล้วยมีความกรอบมากขึ้น การทำกล้วยฉาบ (สูตรโบราณ) ส่วนผสม กล้วยดิบ 1 หวี (กล้วยหักมุก จะให้เนื้อฟูกรอบ มากกว่ากล้วยน้ำว้า) น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย - [ฝอยทอง กาฝากขึ้นเกาะ](https://www.monmai.com/ฝอยทอง-กาฝากขึ้นเกาะ/) - ฝอยทองเป็นพรรณไม้จำพวกกาฝากขึ้นเกาะ ดูดน้ำกินจากต้นไม้อื่น มีอายุประมาณ 1 ปี ลำต้นมีลักษณะเป็นเส้นกลม อ่อน แตกกิ่งก้านสาขามากเป็นเส้นยาว มีสีเหลืองทอง ยาวประมาณ 100 เซนติเมตร และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 เซนติเมตร ลักษณะของใบเป็นเกล็ดขนาดเล็กๆ รูปสามเหลี่ยม มีจำนวนไม่มาก ออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยมีจำนวนมาก ไม่มีก้าน มีกลีบเลี้ยงขนาดเล็ก รูปกลมรี ดอกมีขนาดเล็ก ดอกเป็นสีขาว กลีบดอกยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร กลีบดอกที่โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนปลายกลีบดอกมน แยกออกเป็น 5 แฉก กลางดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน และเกสรเพศเมีย 2 อัน ลักษณะของผลเป็นรูปกลมแบน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มิลลิเมตร เป็นสีเทา ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 2-4 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดค่อนข้างกลมรี มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร เมล็ดเป็นสีเหลืองอมเทา ผิวเมล็ดหยาบ ชื่ออื่น : - [อาหารเลี้ยงปลาดุก หลากหลายสูตร](https://www.monmai.com/อาหารเลี้ยงปลาดุก/) - ปลาดุกเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ก่อนอื่นคุณก็เตรียมบ่อเพื่อการเลี้ยงก่อน ว่าแต่ว่าบ่อที่จะเลี้ยงเคยเลี้ยงปลามาก่อนหรือเปล่า ถ้าไม่เคยก็ต้องเอาน้ำเข้าบ่อเพื่อเป็นการทำให้กรดและด่างหมดไปก่อนประมาณ 10 วัน จากนั้นก็เอาน้ำเข้าบ่อแล้วพักไว้ อีก 1 วัน จากนั้นก็เตรียมในส่วนของพันธุ์ปลาดุกที่เราเตรียมไว้แกะปากถุงออกแล้วนำไปใส่ไว้ในบ่อเพื่อให้ปลาว่ายออกมาเอง อาหารก็ให้เป็นเวลาวันละประมาณ 2 มื้อก็พอ รวมสูตรวิธีการทำอาหารเลี้ยงปลาดุกไว้ใช้เอง วิธีการลดต้นทุนค่าอาหารในการเลี้ยงสัตว์น้ำ สูตรการทำอาหาร อย่างประหยัด สูตรที่ 1 สูตรลุงบุญเป็ง จันต๊ะภา เจ้าของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย 1. น้ำหมักชีวภาพ ใช้วัสดุปริมาณ 30 กิโลกรัม ประกอบด้วย ส่วนผสม พ.ด.2 1 ซอง ปูนาทุบ หรือปลาทั้งตัว หรือ เนื้อหอยเชอรี่ 15 กิโลกรัม กากน้ำตาล 5 กิโลกรัม ผลไม้สุก เช่น มะละกอ แตงโม กล้วย 5 กิโลกรัม รำละเอียด 5 กิโลกรัม - [การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์](https://www.monmai.com/ผักไฮโดรโปนิกส์/) - ปลูกผักไร้ดิน Hydroponics ก็คือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นั่นเอง แต่พืชจะได้รับสารอาหารครบถ้วนผ่านทางปุ๋ยในรูปแบบของน้ำ แทนดิน โดยหลักการแล้ว มี 2 แบบ คือ การปลูกในน้ำ ซึ่งบริเวณรอบๆ รากของพืชเป็นของเหลว รากจะแตกออกมาที่ของเหลวนั่นเอง การปลูกในวัสดุแข็ง เช่น แกลบ ทราย ขุยมะพร้าว หินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นวัสดุปลูกที่ไม่ได้ให้ธาตุอาหารกับพืชแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นวัสดุที่ช่วยค้ำและพยุงราก พืชที่นิยมปลูกแบบนี้ กว่า 90 % เป็นประเภท พืช ผัก ที่ใช้รับประทานในชีวิตประจำวันที่เรารู้จักกันดี เช่น ผักสลัด ผักจำพวกกินใบสายพันธุ์จากต่างประเทศ ซึ่งในอดีตต้องนำเข้ามา แต่ปัจจุบันสามารถผลิตได้เอง นอกจากนี้ยังเป็น พืช ผัก ประเภทกลุ่มผักตะวันออก เช่น คะน้า กว้างตุ้ง คะน้าฮ่องกง ผักกาดขาว ซึ่งหากการปลูกผักในแบบปกติ ในสภาพแวดล้อมปกติจะต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก มีสารพิษตกค้าง ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่หากเป็น การปลูกผักไร้ดินแบบนี้ จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ การปลูกผักไร้ดินแบบง่าย ด้วยการเตรียมพื้นที่และวัสดุอุปกรณ์ดังนี้ พื้นที่ - [ถั่วแปบ ผักพื้นบ้านชื่อไทยโบราณ](https://www.monmai.com/ถั่วแปบ/) - ถั่วแปบเป็นถั่วพื้นบ้านดั้งเดิมที่แข็งแรงทนทานต่อดินฟ้าอากาศและโรคแมลงได้ดีที่สุดชนิดหนึ่งในบรรดาผักพื้นบ้านของไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งมีความหลากหลายของสายพันธุ์มากที่สุดชนิดหนึ่งอีกด้วย ถั่วแปปบจึงเป็นผักที่ปลูกและบำรุงรักษาได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะใยช่วงฤดูฝนที่ผักอื่นๆ ปลูกได้ยาก ถั่วแปบมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dolichos lablab Linn. อยู่ในวงศ์มากมาย เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วพู ฯลฯ ภาษาอังกฤษเรียก Lab lab Bean หรือ Hyacinth Bean ภาษาไทยเรียกถั่วแปบหรือถั่วหนัง ถั่วแปบเป็นไม้เถาล้มลุก มีเถาเลื้อยแข็งแรงลักษณะใบเป็น ๓ ใบย่อยบนก้านเดียวกันคล้ายถั่วพู แต่ถั่วแปบมีขนอ่อนตามลำต้นและใบทั่วไป กลีบดอกมีสีขาว ชมพู หรือม่วง แตกต่างไปตามสายพันธุ์ซึ่งมีความหลากหลายมาก ฝักแบนกว้างประมาณ ๒-๔ เซนติเมตร ยาว ๕-๑๐ เซนติเมตร ฝักอ่อน สีเขียวหรือม่วงเมื่อแก่เมล็ดมีสีหลากหลายไปตามสายพันธุ์ ตั้งแต่ครีม น้ำตาลจนถึงแดง เมล็ดกลมผิวเรียบ ถั่วแปบเป็นถั่วที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่แถบร้อน (tropical) ของทวีปเอเชีย รวมทั้งพื้นที่ประเทศไทยด้วยจึงพบว่ามีสายพันธุ์หลากหลายมาก จนอาจกล่าวได้ว่าถั่วแปบเป็นพืชที่มีความหลากหลายของสายพันธุ์มากที่สุดอย่างหนึ่งในบรรดาผักพื้นบ้านของไทยในปัจจุบัน อาหาร ส่วนที่นำมาใช้เป็นผักคือฝักอ่อนของถั่วแปบ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งฝัก เพราะยังมีความอ่อนนุ่ม ฝักอ่อนถั่วแปบนิยมนำมาทำให้สุกก่อนกิน เช่น ใช้เป็นผักจิ้มกับเครื่องจิ้มชูรสต่างๆ - [เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ](https://www.monmai.com/เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ/) - การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นความเจริญก้าวหน้าในด้านการเกษตรเกี่ยวกับพืช ที่มีการพัฒนาเทคนิคในการขยายพันธุ์แบบใหม่ ที่ทำให้ได้พืชต้นใหม่ จำนวนมาก อย่างรวดเร็วในเวลาอันจำกัด โดยมีคุณภาพดีเหมือนเดิม ในปี ค.ศ.1902 โดย Haberlandt นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันได้แยกเซลล์พืชมาเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ได้สำเร็จ และพบว่าเซลล์มีการขยายขนาดขึ้น และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชได้มีการพัฒนาไปได้อย่างกว้างขวาง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หมายถึง การนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะเนื้อเยื่อเซลล์ หรือเซลล์ไม่มีผนัง มาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อจุลิทรีย์ และอยู่ในสภาพควบคุมอุณหภูมิ แสงและความชื้นเพื่อให้เซลล์พืชที่นำมาเพาะเลี้ยงนั้น ปราศจากเชื้อที่มารบกวนและทำลายการเจริญเติบโตของพืช พืชที่นิยมนำมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ นิยมใช้กับพืชที่มีปัญหาในเรื่องของการขยายพันธุ์ หรือพืชที่มีปัญหาเรื่องโรค เช่น ขิง กล้วยไม้ หรือพืชเศรษฐกิจ เช่น กุหลาบ ดาวเรือง ข้าว แครอท คาร์เนชั่น เยอร์บีร่า เป็นต้น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาด กับใจเย็น ไม่อย่างนั้นเลี้ยงไม่รอด ไม่กี่วันอาหารเป็นเชื้อรา เนื้อเยื่อตายหมด ถ้าใครยังไม่เคยทำ ให้ลองเอากล้วยไม้มาทำก่อน เพราะง่ายที่สุด เขี่ยเนื้อเยื่อเสร็จเลี้ยงอีกแค่ 5-6 เดือน ต้นเริ่มโตก็ขายได้ หรือเอาไปเป็นของขวัญของฝากในเทศกาลต่างๆก็ไม่เลว ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 1. - [สืบศักดิ์ จินดาพล ปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย](https://www.monmai.com/สืบศักดิ์-จินดาพล/) - นายสืบศักดิ์ ได้เริ่มดำเนินงานด้านการเกษตรตั้งแต่เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เมื่อปี พ.ศ. 2526 โดยรับกิจการต่อจากบิดาของตนซึ่งดำเนินกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การทำสวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนป่า สวนผลไม้ผสมผสาน เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมูบ้าน-หมูป่า การเลี้ยงวัว-เลี้ยงควาย โดยนำความรู้ที่ได้ศึกษากลับมาพัฒนาในพื้นที่การเกษตรของตนเอง เริ่มจากการสร้างงานให้แก่คน ในท้องถิ่นในรูปแบบของการรณรงค์ให้ชุมชนร่วมกันสร้างผลผลิตทางการเกษตรให้ได้มาตรฐาน และรักษาคุณภาพควบคู่ไปกับการผลิต เพื่อเป็นการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน นายสืบศักดิ์ เป็นผู้อุทิศเวลาส่วนใหญ่ไปช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเกษตรกรเป็นประจำ เป็นแบบอย่างในการสร้างจิตสำนึกให้คนในท้องถิ่นในเรื่องของการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์แหล่งน้ำของชุมชน รณรงค์ให้เกษตรกรปลูกพืชผสมผสาน ไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพื่อเป็นการป้องกันและลดปัญหาการขาดรายได้เมื่อถึงฤดูที่ราคาผลผลิตตกต่ำ ลดปัญหาสินค้าล้นตลาด และยังได้พัฒนากลุ่มเกษตรกรทำสวนให้มีความมั่นคง สามารถสร้างรายได้ และสร้างอาชีพทำให้เกิดชุมชนที่เข้มแข็ง ผลงานที่สร้างคุณประโยชน์ นายสืบศักดิ์ มีแนวคิดในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการเกษตร ทั้งในด้านเกษตรกรรมและด้านการประมง จึงศึกษาหาวิธีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาการถูกเอารัด เอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ทั้งในเรื่องของการรับซื้อสินค้าในราคาต่ำกว่าทุน การกดราคาจากผลผลิตที่ขาดคุณภาพ โดยเริ่มจากการปลูกจิตสำนึกให้เกษตรกรเข้าใจบทบาทของการมีส่วนร่วม ช่วยเหลือดูแลตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สร้างอำนาจต่อรองในการจัดจำหน่ายผลผลิตให้ได้ราคาสูง ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำการผลิตสินค้าทางการเกษตรให้ได้คุณภาพ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างสอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของสมาชิกในชุมชนและยังสามารถพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลในรูปแบบที่ยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่ว จังหวัดพังงา ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะการทำสวนยางพารา และมักประสบปัญหาการผลิตยางพาราขาดคุณภาพ เกษตรกรไม่เห็นความสำคัญและขาดจิตสำนึกการผลิตยางคุณภาพดี แต่ได้มีการนำระบบสหกรณ์เข้ามาช่วย - [ผกากรอง ดอกไม้ประดับสีสันสวยงาม](https://www.monmai.com/ผกากรอง/) - ผกากรอง เป็นไม้ ดอกไม้ประดับที่มีสีสันสวยงาม นักภูมิสถาปัตย์ นิยมนำไปตกแต่งสถานที่เพราะ สีสันอันหลากหลายที่เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้พบเห็น ซึ่งเป็นคุณสมบัติ เด่นของไม่ดอกชนิดนี้ และในขณะเดียวกันผกากรองก็ยังถูกจัดว่าเป็นวัชพืชร้าย แรงที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ที่หาวิธีกำจัดให้สิ้นได้โดยยาก ทั้งยังมี สารพิษร้ายแรงที่หากสัตว์ประเภทแพะและแกะกินเข้าไปในปริมาณมาก ก็จะทำให้ตาย ได้ทันที ชื่อวิทยาศาสตร์ Lantana camara L. วงศ์ Verbenaceae ชื่ออื่น ๆ ก้ามกุ้ง เบญจมาศป่า ขะจาย ตาปู มะจาย คำขี้ไก่ ดอกไม้จีน เป็งละมาศ สาบแร้ง ยี่สุ่น สามสิบ หญ้าสาบแร้ง Cloth of gold, Hedge flower ลักษณะของพืช ผกากรองเป็นไม้พุ่มที่พบทั่วไปในบ้านเรา เป็นพืชคลุมดิน ลำต้นเป็นพุ่มหรือไม้พุ่มกึ่งเลื้อย แตกกิ่งทอดเลื้อยได้ไกล 1-2 เมตร ใบจะมีสีเขียวเข้ม ใบรูปไข่ขอบใบจักเล็กน้อย ผิวใบจะมีขนอยู่ ทำให้รู้สึกสาก - [กรรไกรตอนกิ่ง](https://www.monmai.com/กรรไกรตอนกิ่ง/) - ทำจากกรรไกรตัดเล็บสุนัข ประยัดเวลาในการควั่นกิ่ง, แผลควั่นกิ่งไม่ช้ำ, วัสดุเป็นสแตนเลสไม่เป็นสนิม, ราคาถูก - [โครงการฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดําริ](https://www.monmai.com/โครงการฟาร์มตัวอย่าง/) - ในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดําเนินแปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระตําหนักภูพานราชนิเวศน์จังหวัดสกลนคร เพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจและทรงเยี่ยมสมาชิกศูนย์/โครงการส่งเสริมศิลปาชีพและราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ในพื้นที่ภาคะวันออกเฉียงเหนือ ในห้วงเดือนพฤศจิกายน- ธันวาคม ของทุกปีที่ผ่านมานั้น พระองค์ทรงพบว่ายังมีราษฎรจํานวนมากที่ยังขาดความรู้ในการประกอบอาชีพ ขาดแหล่งอาหารเพื่อการดํารงชีวิตประสบปัญหาความยากจนขาดแคลนที่ดินทํากินปัญหาสําคัญที่พระองค์ทรงเป็นห่วงและเน้นย้ำอยู่เสมอ ได้แก่เรื่อง ป่า น้ำ และการประกอบอาชีพของราษฎรซึ่งการพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรที่สําคัญคือ การให้ความรู้ที่ถูกต้องในการประกอบอาชีพ รวมถึงการให้การสนับสนุนปัจจัยผลิตในบางส่วน ตลอดจน ติดตามให้คําแนะนําอย่างใกล้ชิด พระองค์จึงได้พระราชทานแนวพระราชดําริให้ส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการโครงการฟาร์มตัวอย่าง ตามพระราชดําริเพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ราษฎรในพื้นที่และใกล้เคียงได้มีอาหารบริโภคตลอดปีอีกทั้งยังทําให้คนยากจนในชุมชนนั้นๆ มีงานทํา มีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัวไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานไปทํางานยังต่างถิ่นโครงการฟาร์มตัวอย่าง ตามพระราชดําริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นั้นจะมีวัตถุประสงค์หลักๆ ๔ ประการ คือ เป็นแหล่งจ้างงานของราษฎรที่ยากจน ไม่มีงานทํา เป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดสารพิษให้แก่ชุมชนนั้นๆ และในพื้นที่ใกล้เคียง เป็นแหล่งให้วิชาความรู้ในด้านการเกษตร เป็นการเรียนรู้แบบ Leanning by doing หรือ การให้ความรู้แก่ราษฎรโดยเน้นการมีส่วนร่วม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นแหล่งสาธิต เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมแก่ผู้เยี่ยมชมและผู้สนใจทั่วไป ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ซึ่งได้เริ่มดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว จํานวน ๕ โครงการ ดังนี้ ๑. โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านทรายทอง - [ผักโขมหนาม ยาพื้นบ้านใช้ทั้งต้น](https://www.monmai.com/ผักโขมหนาม/) - ผักโขมหนาม ชื่อท้องถิ่นในภาคใต้เรียกว่า ผักโหมหนาม , แม่ฮ่องสอน และกะเหรี่ยง เรียกว่า กะเหม่อลอมี แม่ล้อกู่ , เขมรเรียกว่า ปะตี ส่วนภาคกลางจะเรียกว่า ผักขมสวน เป็นพืชล้มลุก ในตำรายาไทย จะใช้ทั้งต้น ใบ และราก ชื่อวิทยาศาสตร์ Amaranthus spinosus L. ชื่อวงศ์ AMARANTHACEAE ชื่ออื่น บะโด่(ลั้วะ), ด่อเร่น(ปะหล่อง), ผักโขมหนาม(คนเมือง) ผักโหมหนามกะเหม่อลอมี แม่ล้อกู่ ผักขมสวน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีลำต้นตั้งตรง และแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ตามโคนต้นจะเรียบและเป็นมันแต่ส่วนปลายนั้นจะมีขนปกคลุมอยู่บ้างประปรายลำต้นมีสีเขียว เป็นมัน แต่บางทีก็มีสีแดง สูงประมาณ 1-2 ฟุตเป็นพรรณไม้ที่อายุแค่ปีเดียว ใบ เป็นไม้ใบเดี่ยว ออกสลับกันไปตามข้อต้น ลักษะของใบจะเป็นรูปหอก ปลายแหลม โคนใบสอบเข้าหาก้านใบ ขอบใบเป็นคลื่นทั้งสองด้าน และที่สังเกตได้ง่ายคือที่โคนก้านใบจะมีหนามแข็งอยู่ 1 คู่ ใบกว้างประมาณ 0.5-1.5 - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติจังหวัดพิจิตร](https://www.monmai.com/ศูนย์กสิกรรมฯพิจิตร/) - เมืองชาละวันระดมปราชญ์ชาวบ้านทุกสาขา ร่วมถ่ายทอดความรู้เศรษฐกิจพอเพียง สารพัดสาขาตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ เดินหน้าเปิดหลักสูตรอบรมเกษตรกร ปลุกสำนึกรู้รักษ์พระแม่ธรณี แม่พระโพสพฯ ก่อนฝึกอาชีพต่อ นายจักรภฤต บรรเจิดกิจ อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 2 บ้านน้อย ต.สายคำโห้ อ.เมือง จ.พิจิตร ผู้ซึ่งทางราชการยกย่องให้เป็นปราชญ์ชาวบ้านเปิดเผยว่า หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้แนวทางพสกนิกรปวงชนชาวไทยที่ทำอาชีพการเกษตร ให้เข้าสู่การทำไร่นาสวนผสมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง และให้เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติเพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นางบุบผา อุ้ยเอ้ง เกษตรและสหกรณ์ จ.พิจิตร ได้เรียกปราชญ์ชาวบ้านที่ล้วนเป็นชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ และมีความรู้จากการปฏิบัติจริงให้มารวมตัวกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น โดยตั้งศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติเพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นที่บ้านพักกลางทุ่งนาของเกษตรกรที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน เลขที่ 48 หมู่ 2 ต.สายคำโห้ อ.เมือง จ.พิจิตร ภายใต้งบสนับสนุนเป็นค่าปรับปรุงอาคารหลังคามุงแฝก เพื่อใช้เป็นที่เรียนรู้ 80,000 บาท และให้งบประมาณในการจัดฝึกอบรมชาวบ้านและเยาวชนตลอดจนพี่น้องเกษตรกร อีก 9 รุ่น เป็นจำนวนเงิน 900,000 บาท ตั้งเป้าอบรมมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 ไปจนถึงพฤษภาคม 2553 รุ่นละ - [แยมมะตูม](https://www.monmai.com/แยมมะตูม/) - ผลมะตูมใช้รับประทานได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง น้ำจากผลเมื่อนำไปกรองและเติมน้ำตาลจะได้เครื่องดื่มคล้ายน้ำมะนาว และยังใช้ในการทำ Sharbat ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากการนำเนื้อผลมะตูมไปผสมกับมะขาม ใบอ่อนและยอดอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสลัด นอกจากนี้ ผลยังใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา และใช้เป็นยารักษาอาการท้องร่วง ท้องเดิน โรคลำไส้ ตาแห้งไข้หวัดธรรมดา และยังใช้รักษาอาการท้องผูกเรื้อรังได้เป็นอย่างดี แยมมะตูม สูตร 1 เครื่องปรุง เนื้อมะตูมขูด 6 ช้อนโต๊ะ อินทผลัมสดลูกใหญ่ 3 ผล เกลือนิดหน่อย ขนมปังโฮลวีต วิธีทำ ขูดเนื้อมะตูมออกมาให้ได้ตามปริมาณข้างต้น แกะอินทผลัมออกจากเมล็ด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปผสมกับเนื้อมะตูม เติมเกลือลงไป แล้วคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ปิ้งขนมปังแล้วใช้แยมมะตูมทา หมายเหตุ แยมมะตูมนี้จะรสชาติและกลิ่นพิเศษ เป็นแยมที่หากินยาก สูตรที่ให้ไว้เป็นแยมที่ทำจากมะตูมสด ทำแล้วกินเลย แต่หากอยากเก็บไว้ใช้นาน ๆ ให้เอาใส่ชามแล้วใช้แผ่นฟิล์มปิดหน้าทำสุกในไมโครเวฟ ใช้ไฟแรงนาน 2 นาที แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นจะเก็บได้นานเป็นเดือน แยมมะตูม สูตร 2 อุปกรณ์ กระทะทองเหลือง อ่างผสม ไม้พาย ช้อนตวง ถ้วยตวง - [หญ้าหนวดปลาดุก สมุนไพรพื้นบ้าน](https://www.monmai.com/หญ้าหนวดปลาดุก/) - หญ้าหนวดปลาดุก พืชจำพวกหญ้าขนาดเล็ก ใบเรียวแหลมคล้ายหนวดปลาดุก กาบใบเรียงซ้อนกัน ออกดอกเป็นช่อโปร่ง ดอกย่อยรูปไข่กลมรี ผลสีเหลืองจาง ๆ รูปทรงไข่ ชื่อสามัญ Tall fringe rush ชื่อวิทยาศาสตร์ Fimbristylis miliacea (L.) Vahl ชื่อวงศ์ CYPERACEAE ชื่ออื่นๆ หญ้าหนวดปลาดุก (Yaa nuat plaa duk) หญ้ารัดเขียด หนวดแมว (ไทย) หญ้าดอกแดง (เชียงใหม่) ลักษณะ หญ้าหนวดปลาดุกเป็นกกขนาดเล็ก เจริญตั้งตรงขึ้น อาจเป็นพืชปีเดียว (annual) หรือข้ามปี (perennial) ขึ้นเป็นกอใหญ่ๆ และเจริญรวดเร็ว สูง 30-50 ซม. ลำต้นที่ชูก้านดอกเป็นรูปสี่เหลี่ยมค่อนข้างแบน แข็ง มีรากฝอยสีนํ้าตาลเป็นจำนวนมาก ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกที่โคนของลำต้นในลักษณะที่สานกัน ใบยาวเรียว อาจยาวถึง 40 ซม. กว้าง 2.5 - [โด่ไม่รู้ล้ม พ่อหมอยาภาคกลาง](https://www.monmai.com/โด่ไม่รู้ล้ม/) - โด่ไม่รู้ล้มเป็นสมุนไพรที่ใครเห็นครั้งเดียวก็จำได้ เพราะใบของโด่ไม่รู้ล้มจะเรียงตัวกันใกล้ผิวดิน ขอบใบหยัก มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ที่แปลกคือก้านช่อดอกยาวโด่ ชู ขึ้นมาไม่ยอมล้มลงแม้ต้นจะแห้งตาย ซึ่งด้วยลักษณะเช่นนี้นี่เอง จึงได้ชื่อว่า โด่ไม่รู้ล้ม แต่ดูเหมือนว่าชื่อโด่ไม่รู้ล้มจะเป็นที่นิยมเรียกกันในพ่อหมอยาในแถบภาคกลาง ส่วนพ่อหมอยาแถวๆ อีสานจะเรียกชื่อสมุนไพรชนิดนี้คล้ายๆ กันแทบทุกจังหวัดว่า คิงไฟนกคุ่ม ขี้ไฟนกคุ่ม ไกนกคุ่ม เพราะเจ้านกคุ่ม (นกในวงศ์นกกระทา) ชอบมานอนซุกในกอของสมุนไพรชนิดนี้ ส่วนหมอยาที่อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปางเรียกว่า ช้างย่ำปื๊ด หมอยาไทยใหญ่เรียกว่า หญ้าแสนหวี หมอยาบางท่านเรียก หญ้าไอ (เพราะแก้ไอได้ดี) ส่วนบางพื้นที่เรียกตามลักษณะของราก กล่าวคือโด่ไม่รู้ล้มจะมีรากมากมายจึงเรียกว่า หญ้าสามสิบสองรากเราจะพบโด่ไม่รู้ล้มได้ตามพื้นที่รกร้าง ว่างเปล่าในทุกๆ ภาค และเป็นสมุนไพรที่หมอยาส่วนใหญ่รู้จัก ซึ่งพอจะกล่าวได้ว่าสมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรพื้นฐานของหมอยาพื้นบ้านทั่วไป แต่สิ่งที่น่าฉงนก็คือมันมีชนิดเล็กกับชนิดใหญ่ ซึ่งคนไทยใหญ่เรียก ชนิดเล็กว่า หญ้าแสนหวีอ้อน ส่วนชนิดใหญ่เรียกว่า หญ้าแสนหวีใหญ่ และหมอยาไทยใหญ่เชื่อว่า หญ้าแสนหวีอ้อนจะมีฤทธิ์ดีกว่าชนิดใหญ่ และบางครั้งก็งงๆ เพราะโด่ไม่รู้ล้มมีพี่น้องคล้ายๆ กันอีกต้น ชื่อ กระต่ายขาลา ในตำรับยาของพ่อประกาศ ใจทัศน์ (หมอยาจังหวัดยโสธร) ใช้รากกระต่ายขาลาคู่กับรากคิงไฟนกคุ่ม ต้มกินแก้ปวดเมื่อย บำรุงกำลังและแก้ไอ ชื่อวิทยาศาสตร์ - [ไม้บังลม ภูมิปัญญาไทยสมัยก่อน](https://www.monmai.com/ไม้บังลม/) - คนสมัยก่อนนั้นจะปลูกไม้ใหญที่แมลงไม่ชอบ เช่น ไม้สะเดา ไม้ประดู่ ไม้ยางนา ไม้ตะเคียน ไม้สัก ฯลฯ เพื่อเป็นหลักเขตแดน และยังช่วยบังลมด้วย ใบใช้เป็นปุ๋ยธรรมชาติอย่างดี ที่จริงแมลงศัตรูพืชที่ระบาดไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยแป้ง (เพลี้ยแป้งสีชมพูในมันสำปะหลังไม่มีปีก. บินไม่ได้ แต่ระบาดไปทั่ว ) เพลี้ยอ่อนต่างๆ นั้นมันระบาดไปไกลๆได้ เพราะลมพาแมลงเหล่านั้นไป มันจึงไปได้ไกลทั่ว ( โดยธรรมชาติของแมลง ตัวมันเล็กมาก ปีกสั้น มันจะบินจากแหล่งกำเนิดไปได้ไม่ไกลไม่เกินหนึ่งกิโลเมตร ) แมลงปกติจะอาศัยหลบอยู่ตามที่รกๆ ตามป่าทึบ ตามที่มีหญ้าหนาๆ. เมื่อมีลมพัดผ่านแปลงพืชที่เราปลูก เช่น ลมพัดจากใต้ขึ้นเหนือ ลมจะพาเอากลิ่นพืชที่เราปลูกไปกับลมด้วย แมลงซึ่งหลบอยู่เหนือลมจะมีสัมผัสพิเศษ จะรับสัมผัสไดว่าใต้ลมมีพืชอาหารอะไรบ้าง พอมีลมพัดหวน (ลมพัดกลับทิศใต้) พัดจากเหนือลงใต้ แมลงที่หลบอยู่จะทิ้งตัวหรือไข่ไปกับ เพื่อไปยังแปลงพืชอาหารนั้น มันจึงไปได้ไกลมาก แต่เรามองไม่เห็น (ตัวมันเล็กหรือเราไม่ได้สังเกตุ) แต่มีแมลงชนิดหนึ่งคือแมลงปอ เมื่อลมพัดหวนเราจะเห็นแมลงปอบินมาเต็มท้องฟ้า มันจะมาบินกินแมลง เพราะแมลงตาโตมองได้รอบทิศทาง มันจึงเห็นอาหารของมันกำลังมา มันจึงพวกันออกมากิน ฉะนั้นในอดีตเกษตรกรจะอาศัยแมลงปอเป็นตัวเตือนภัย เมื่อเห็นมีแมลงปอมาบินในไร่ในนาจะรีบฉีดยาป้องกันแมลง แต่ถ้าสวนไหนมีไม้บังลมซึ่งแมลงไม่ชอบไปกับลม - [การสร้างสวนเห็ดระโงก](https://www.monmai.com/สวนเห็ดระโงก/) - เห็ดระโงกจัดเป็นราไมคอร์ไรซา (mycorrhizas) ที่มีความสัมพันธ์กับไม้วงศ์ยางในลักษณะการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน เอื้ออำนวย ประโยชน์ซึ่งกันและกันกับเซลล์ของรากพืช โดยที่ต่างฝ่ายก็ได้รับประโยชน์ (mutualistic symbiosis) ราจะช่วยดูดน้ำและธาตุอาหารจากดิน โดยเฉพาะฟอสฟอรัส (P) ให้แก่พืช ส่วนราก็ได้สารอาหารจากพืชที่ขับออกมาทางรากสำหรับใช้ในการเจริญเติบโต เช่น น้ำตาล โปรตีนและวิตามินต่างๆ ราไมคอร์ไรซายังช่วยป้องกันรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อก่อโรคพืช ต้นกล้าที่มีราไมคอร์ไรซาจึงมีการอยู่รอดมากกว่าพืชที่ไม่มี ราไมคอร์ไรซา เพราะสามารถทนแล้ง และธาตุอาหารต่ำได้ดีกว่าต้นกล้าที่ไม่มีรา ไมคอร์ไรซาเมื่อความชื้นและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ เหมาะสม ราไมคอร์ไรซาจะเจริญและพัฒนาเป็นดอกเห็ดให้เห็นได้ เห็ดระโงก เป็นเห็ดในสกุล Amanita นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชีย เช่น A. caesareoiodes หรือ Caesars mushroom เป็นเห็ดป่าที่นิยมนำมารับประทานในญี่ปุ่นเพราะมีรสชาติดี มีราคาสูง การสร้างสวนเห็ดระโงกมี 2 วิธี ไปเก็บเห็ดระโงกแก่จัดตามธรรมชาติ นำมาขยี้ในน้ำ แล้วกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำไปรดกล้าไม้ที่เราเตรียมไว้ที่จะเอาไปปลูกลงพื้นดิน ซึ่งน้ำนี้จะมีเชื้อเห็ดปะปนอยู่ ทำให้เราได้ปลูกเห็ดระโงกไปด้วยในตัว เพียงเท่านี้เรา เราก็สามารถที่จะเก็บเห็ดระโงกตามฤดูกาลได้โดยไม่ต้องไปหาเก็บตามป่าอีกต่อไป ทำแบบวิธีที่หนึ่ง แต่เราจะไม่นำไปรดกล้าไม้ แต่เราจะปลูกบริเวณโคนต้นไม้แทน โดยต้นไม้ที่เหมาะสมที่สุดคือไม้วงศ์ยาง เช่นต้นยางนา ต้นพะยอม วิธีการ - [เห็ดระโงก ราชาเห็ดอีสาน](https://www.monmai.com/เห็ดระโงก/) - เห็ดระโงก เป็นเห็ดในสกุล Amanita เห็ดสกุลนี้เป็นสกุลที่มีทั้งเห็ดพิษและเห็ดที่รับประทานได้ และเป็นที่รู้จักกันอย่างดี นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย จะเริ่มออกเมื่อต้นฤดูฝนราวเดือนกรกฎาคมเรื่อยไปจนสิ้นฤดู เห็ดระโงกมีสองชนิดสีขาวและสีเหลือง สีขาว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Amanita citrine var citrine (Yama Kei, 1994) มีส่วนของครีบ (annulus) ยาวเป็นแผ่นใหญ่ติดอยู่กับก้านดอก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ Amanita vaginata ไม่มี สีเหลืองมีชื่อว่า Amanita wubjunguillea (Yama Kei, 1994) ด้วยเหตุผลเดียวกันคือมีครีบ ติดเป็นแผ่นกว้างอยู่กับก้านดอก ใต้หมวก และเป็นลักษณะสำคัญของเห็ดชนิดนี้ เห็ดระโงกจัดเป็นราไมคอร์ไรซา (mycorrhizas) ที่มีความสัมพันธ์กับไม้วงศ์ยางในลักษณะการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน เอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกันกับเซลล์ของรากพืช โดยที่ต่างฝ่ายก็ได้รับประโยชน์ (mutualistic symbiosis) ราจะช่วยดูดน้ำและธาตุอาหารจากดิน โดยเฉพาะฟอสฟอรัส (P) ให้แก่พืช ส่วนราก็ได้สารอาหารจากพืชที่ขับออกมาทางรากสำหรับใช้ในการเจริญเติบโต เช่น น้ำตาล โปรตีนและวิตามินต่างๆ นอกจากนี้ราไมคอร์ไรซายังช่วยป้องกันรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อก่อโรคพืช ต้นกล้าที่มีราไมคอร์ไรซาจึงมีการอยู่รอดมากกว่าพืชที่ไม่มีราไมคอร์ไรซา เพราะสามารถทนแล้ง และธาตุอาหารต่ำได้ดีกว่าต้นกล้าที่ไม่มีรา ไมคอร์ไรซาเมื่อความชื้นและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ - [วิธีกำจัดเพลี้ยแป้ง แบบง่ายๆ หลากหลายสูตร](https://www.monmai.com/วิธีกำจัดเพลี้ยแป้ง/) - การกำจัดเพลี้ยแป้ง เพราะคนที่ปลูกไม้กระถางหรือผักสวนครัวมักถูกเพลี้ยแป้งเข้ามารบกวนการใช้สารเคมีฆ่าเพลี้ยเท่ากับฆ่าเราด้วย เพลี้ยแป้ง เป็นแมลงที่คอยดูดกินน้ำเลี้ยงตามต้นไม้ ยอดใบอ่อนหรือใต้พุ่มใบ โดยอาศัยมดคอยคาบเพลี้ยไปวางตามยอดไม้ แล้วคอยกินน้ำหวานที่เพลี้ยถ่ายออกมาวิธีการกำจัดคือ 1. กำจัดเพี้ยแบบใช้ศัตรู 1.1 กำจัดที่ต้นตอ คือ มด ออกไปเสียก่อนเพลี้ยแป้งเคลื่อนไหวช้ามาก มดต้องคาบไปวางตามยอดไม้ แล้วคอยกินน้ำหวานที่เพลี้ยถ่ายออกมาเหมือนเราเลี้ยงวัวนม ถ้ากำจัดมด ได้ทำให้เพลี้ยหมดรถเดินทางเคลื่อนย้ายระบาดได้ยาก 1.2 ตัดส่วนที่มีเพลี้ยแป้งออกไปทิ้ง 1.3 แมลงกำจัดเพลี้ย 2. กำจัดเพี้ยแบบใช้พืช สารเคมีในครัว 2.1. ใช้น้ำส้มสายชู 1 ฝา ผสมกับน้ำเปล่า 2-3 ลิตร พอให้เจือจาง นำไปผสมกับน้ำยาล้างจานอีกเล็กน้อย แล้วฉีดพ่นที่ตัวเพลี้ย ไม่นานเพลี้ยจะหายไป 2.2. ใช้พริก จะสดจะแห้งก็ได้ เอาเผ็ดๆ สักช้อน-2ช้อนกาแฟน้ำยาล้างจาน แบบที่ไม่มีสารฟอก 1 ช้อนกาแฟ กระเทียมสด 1 หัวใหญ่หัวหอมสด 1 พอๆ กับกระเทียมปั่น , เติมน้ำให้ปั่นให้ทั่วได้เติมน้ำเกือบเต็มขวดน้ำอัดลม 2 ลิตร เอาของที่ปั่นแล้วเทลงไป - [สบู่สมุนไพรไทยเดิม](https://www.monmai.com/สบู่สมุนไพรไทยเดิม/) - สูตรสบู่ สมุนไพรขมิ้นชันจากชาววัง สูตรนี้เป็นการนำเอาเหง้าของขมิ้นชันมาผสมผสานเข้าไปในเนื้อของสบู่ที่ทำ ขึ้น การนำเอาเหง้าขมิ้นชันมาเป็นส่วนผสมสำคัญของสมุนไพรนี้ สืบทอดองค์ความรู้ที่สะสมมาจากบรรพบุรุษไทยเรา การเอาเหง้าขมิ้นชันมาเป็นยาธรรมชาติบำรุงผิวพรรณ ช่วยสร้างความสะอาดหมดจดแก่ผิวหนังของคนเรา สร้างความนุ่มนวลและขจัดความหม่นหมองของผิวกาย ฆ่าเชื้อรา เชื้อโรค ที่มาอยู่กับผิวหนังให้หมดไป สร้างความสดชื่นให้เกิดขึ้น สบายเนื้อสบายตัวอย่างดีมาก สบู่สมุนไพรขมิ้นชันจึงมีคุณภาพที่ดีเยี่ยมอีกอย่างหนึ่ง ส่วนผสมของสบู่สมุนไพรขมิ้นชัน จากชาววัง น้ำสมุนไพรเหง้าขมิ้นชันข้มข้น 450 กรัม โซเดียมไฮดรอกไซด์บริสุทธิ์ ( โซดาไฟ ) 180 กรัม น้ำมันมะพร้าว 360 กรัม น้ำมันมะกอก 630 กรัม น้ำมันรำข้าว 420 กรัม วิธีทำสบู่สมุนไพรขมิ้นชัน จากชาววัง เริ่ม ต้นจากการนำเอาน้ำมันมะพร้าวมารวมกับน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว มาผสมรวมกันทั้งหมดในภาชนะ คนให้ละลายรวมเข้าด้วยกันทั้งหมด จึงเอาไปต้มจนกระทั่งอุณหภูมิความร้อน 100 องศาฟาเรนไฮต์ ยกเอาลงมาพักไว้ก่อน ต่อ มาก็เอาโซเดียมไฮดรอกไซต์อย่างระมัดระวังอย่างมาก เพราะเป็นด่างที่เข้มข้นร้อนแรงมาก เอาโซเดียมไฮดรอกไซต์ค่อย ๆ ใส่ลงไปในภาชนะสเตนเลสสตีลที่มีน้ำสมุนไพรขมิ้นชันเข้มข้นทีละเล็กที่ละน้อย คนให้ละลายเข้าด้วยกันทั้งหมด ลำดับ ต่อมาเอาโซเดียมไฮดรอกไซต์ที่ผสมกับน้ำสมุนไพรขมิ้นชันเข้มข้นมาค่อย - [หน่อไม้น้ำ ก่าเป้ก](https://www.monmai.com/หน่อไม้น้ำ/) - หน่อไม้น้ำเป็นพืชตระกูลเดียวกับข้าว มีชื่อวิทยาศาสตร์ Zizania latifolia.Turcz หน่อไม้น้ำมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และได้แพร่กระจายไปปลูกในประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน รัสเซียตอนใต้ พม่า อินเดียตอนเหนือ ลังกา ปากีสถานและไทย สำหรับประเทศไทยหน่อไม้น้ำถูกนำมาปลูกมานานกว่า 50 ปีมาแล้ว โดยชาวยูนานที่อพยพนำมาปลูกในภาคเหนือ นอกจากนี้ชาวจีนอ่อนำมาปลูกที่เชียงใหม่ เชียงราย ส่วนภาคใต้นำเข้ามาทางประเทศมาเลเซีย โดยนำมาปลูกที่จังหวัดภูเก็ตแล้วกระจายสู่จังหวัดอื่น ๆ จนกลายเป็นพืชผักเศรษฐกิจที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายของภาคใต้ หน้าตาของหน่อไม้น้ำถ้าไม่บอกหลายคนต้องบอกว่าเป็นหญ้าแน่ ๆ หรือถ้ามองไกล ๆ ก็คงคล้ายกับต้นข้าว เพราะการปลูกหน่อไม้น้ำจะปลูกในทุ่งนาเหมือนข้าวนั่นแหละ เนื่องจากหน่อไม้น้ำเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่มีน้ำขัง มีลักษณะโดยทั่วไปเหมือนต้นข้าว แต่ลำต้นสูงใหญ่กว่า แตกกอเหมือนข้าว ใบคล้ายต้นกกหรือธูปฤษีมีสีเขียวเข้ม มีดอกเป็นพวงแต่หน้าตาไม่เหมือนรวงข้าว ระบบรากเป็นรากฝอย ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อที่แตกออกมาจากข้อของลำต้น หน่อไม้น้ำ เป็นชื่อต้นหญ้าชนิดหนึ่ง ต้นคล้ายกอข้าว ลำต้นโตสูงใหญ่ ชาวจีนในจังหวัดภูเก็ตเรียกว่า ก่าเป้ก (Zizania latifolia Turcz. ในวงศ์ Gramineae) ใบแบนยาว เพศเมียที่มีอายุ ๗-๙ เดือน - [กันเกรา สุดยอดความหอมและเนื้อไม้](https://www.monmai.com/กันเกรา/) - กันเกรามีเนื้อไม้สีเหลืองอ่อน ละเอียด แข็ง ทนทาน ป้องกันปลวกได้ดี คนไทยรู้จักกันเกราเป็นอย่างดีทุกภาค เพราะเป็นต้นไม้พื้นบ้านดั้งเดิมที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยนี้เอง ในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ พ.ศ.๒๔๑๖ กล่าวถึงกันเกราว่า "กันเตรา : ต้นไม้อย่างหนึ่ง แก่นทำเสาทนนัก ใช้ทำยาแก้โรคบ้าง มีอยู่ในป่า" น่าสังเกตว่าในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ เรียกกันเกราว่า กันเตรา แต่สุนทรภู่เรียกชื่อในนิราศพระบาทว่ากันเกรา เช่นเดียวกับในลิลิตตะเลงพ่าย พระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ภาคเหนือและอีสานเรียก มันปลา ภาคใต้เรียก ตำเสา หรือทำเสา ส่วนภาษาอังกฤษเรียก Tembusa ชื่อวิทยาศาสตร์ : Fagraea fragrans Roxb. วงศ์ : Gentianaceae ชื่ออื่น : มันปลา (ภาคเหนือ,อีสาน) ตำเสา ทำเสา (ภาคใต้) ตะมะซู ตำมูซู (มลายู-ภาคใต้) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ต้น สูง 10-15 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาล - [ข้าวกล้องงอกไร้มอด](https://www.monmai.com/ข้าวกล้องงอกไร้มอด/) - เมื่อวันเวลาผันผ่าน ความเยาว์วัยลดลง ความแก่ชรามาเยือน โรคภัยไข้เจ็บมีอัตราสูงขึ้นในแต่ละปี หลายคนพยายามหาตัวช่วยเพื่อรักษาสุขภาพ ทั้งออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารดีๆ เช่น รับประทานข้าวกล้องที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าการบริโภคข้าวขาวที่ผ่านการขัดสีจนแทบไม่เหลือคุณค่าทางอาหาร แต่ข้าวกล้องก็มีจุดอ่อนคือ มีอายุการเก็บรักษาสั้น แค่ 1-2 เดือน ก็เสี่ยงเจอกลิ่นหืน แถมเจอมอดมากัดกินข้าวสาร เมื่อเจอปัญหานี้ ชาวบ้านมักแก้ไขด้วยวิธีง่ายๆ คือ นำข้าวที่มอดขึ้นมาตากแดด ความร้อนและแสงแดดทำให้มอดหนีไปเอง ผู้บริโภคหลายคนเลือกป้องกันคุณภาพข้าว โดยนำข้าวสารใส่ตู้เย็น เพราะมอดไม่สามารถเจริญเติบโตที่อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา บางรายเลือกป้องกันมอดไม่ให้มารบกวน โดยนำช้อนสแตนเลส หรือของที่ทำจากเหล็กใส่ลงไปในถังใส่ข้าว บางท้องถิ่นเลือกใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านแบบโบราณ เช่น นำใบสนสามใบ (สนเขา, ไม้เกี๊ยะที่ภาคเหนือนิยมใช้จุดฟืน) นำเอามาใส่ในถังข้าวสาร ขณะที่บางรายใช้ใบมะกรูด หรือพริกแห้ง 1 กำมือ ใส่ในถังข้าว มอดก็จะหนีไปเอง แต่ต้องหมั่นเปลี่ยนเมื่อกลิ่นหมด เทคนิคแปลกสุดแต่ได้ผลดีคือ ใช้กระดองเต่า หรือกระดองปู ล้างแล้วตากให้แห้งใส่ถังข้าว ก็ทำให้มอดไม่กล้าเข้ามาตอแยเช่นกัน หากคุณเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่อยากรักษาคุณภาพข้าวกล้องให้มีอายุการเก็บรักษานาน เพื่อเพิ่มโอกาสการขาย ขอแนะนำให้เรียนรู้นวัตกรรมใหม่ "ข้าวกล้องไร้มอด" ของ ผศ.ดร. ประเทือง - [เครือตดหมา กระพังโหม](https://www.monmai.com/เครือตดหมา/) - ไม้เลื้อยอย่าง ต้นตดหมา หรือที่บางภูมิภาคเรียกว่า "ต้นกระพังโหม" เป็นไม้เลื้อยขึ้นทั่วไปในป่า ป่าผสมผลัดใบและป่าเต็งรัง อาศัยต้นไม้ใหญ่ ลำต้นสีเขียวอ่อน มีขนาดเล็ก เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ทั้งลำต้นและใบมีกลิ่นเหม็นสมชื่อ เนื่องจากมีสาร Methyl Mercaptan คล้ายๆ กลิ่นเหม็นเขียว ถึงแม้จะมีชื่อไม่ไพเราะหูเท่าไรนัก แต่ต้นตดหมาก็มีสรรพคุณทางด้านสมุนไพรพื้นบ้านมากมาย ทั้งเป็นยา แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ กลิ่นเหม็นเขียวช่วยระบายความร้อนในร่างกาย ขับลมได้ดี ช่วยย่อยอาหาร หรือแม้กระทั่งเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคดีซ่าน และโรคเบาหวานได้ ชาวบ้านนิยมนำมาปลูกใกล้บ้านเพื่อเก็บรับประทาน ชื่อวิทยาศาสตร์ Paederia foetida Linn. ชื่อวงศ์ RUBIACEAE ชื่อภาษาอังกฤษ Skunk-vine ชื่อพื้นเมือง "กระพังโหม(กลาง), ตะมูกปาไหล(อุดรธานี-อีสาน), กระเยวเผือ(สกลนคร-อีสาน),ผักไหม(เชียงใหม่-เหนือ), เครือไส้ปลาไหล(มหาสารคาม-อีสาน), ตดหมูตดหมา(เหนือ,กลาง),ย่านพาโหม (ใต้), พังโหม " ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ กระพังโหม เป็นพืชจำพวกไม้เถาเลื้อยประเภทล้มลุก ลำต้นมีขนาดเล็กเลื้อยไปตามพื้นดินหรือพันต้นไม้อื่น ลำต้นและใบมียางสีขาว เมื่อขยี้ดมดูมีกลิ่นเหม็น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้าม ใบสีเขียวเนื้อในบาง ก้านใบสั้นเส้นใบโค้งจรดกันที่ใกล้ ๆ - [ฮอร์โมนถั่วเหลือง](https://www.monmai.com/ฮอร์โมนถั่วเหลือง/) - ฮอร์โมนถั่วเหลือง เร่งต้น เร่งใบ ซึ่งฮอร์โมนถั่วเหลืองเหมาะสำหรับพืชผักที่เรานำใบมากินหรือจะเรียกกันแบบเข้าใจง่ายว่าพืชกินใบนั่นเอง อย่างแรกเราต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการผสมให้เรียบร้อยก่อนเริ่มจาก สิ่งที่ต้องเตรียม ถั่วเหลืองผ่าซีก 1 กิโลกรัม (ที่ใช้ทำน้ำเต้าหู้) ผงกลูโคส 1 กระป๋อง (ปริมาณ 400 กรัม) น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม โยเกิร์ต(รสธรรมชาติ) 2 ถ้วย หรือ ยาคูลท์ 2 ขวด น้ำมะพร้าวอ่อน 4 ลูก น้ำส้มสายชู ครึ่งขวด (ขนาด ขวดน้ำปลา) น้ำเปล่า 8 ลิตร วิธีทำ นำถั่วเหลืองมาแช่น้ำค้างคืน 1 คืน เทน้ำที่แช่ทิ้ง แยกเปลือกทิ้งออกให้หมด นำถั่วเหลืองมาปั่นให้ละเอียดกับน้ำเปล่า 8 ลิตร กรองเอากากทิ้งด้วยผ้าขาวบาง นำน้ำถั่วเหลืองที่ได้มาผสมกับส่วนผสมที่เตรียมไว้ทั้งหมดคนผสมให้เข้ากัน ใส่ถัง(ควรเป็นถังทึบ)ปิดฝา ติดเทปให้สนิทหากใช้ยาคูลท์หมักทิ้งไว้ 1 เดือน หากใช้โยเกิร์ตหมักทิ้งไว้ 1 เดือนครึ่ง เมื่อครบกำหนดให้นำมาปั่นอีกครั้ง - [ไก่หลุม เล้าไก่อินทรีย์](https://www.monmai.com/ไก่หลุม/) - คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ ม.8 ต.สองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง ปราชญ์เกษตรโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ไร่นาสวนผสม ได้นำเรื่องราวทั้งหมดที่เป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10 เรื่อง ซึ่งใช้เวลาเรียนรู้ทั้งหมดมาครึ่งชีวิต 25 ปี ได้นำ 1 ใน 10 เรื่องมาแนะนำ เนื่องจากปัจจุบันปัจจัยการผลิตภาคการเกษตรสำคัญที่สุด แต่เกษตรกรไม่สามารถไปหยิบฉวยเอาวิชาการต่างๆมาปฎิบัติตามได้หมด ดังนั้นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ไร่นาสวนผสม จึงนำปัจจัยการผลิตแบบง่ายๆที่อยู่รอบตัวเรามาทำให้เกิดประโยชน์ เช่น ฟาร์มเลี้ยงไก่บางรายที่เลี้ยงแล้วประสบปัญหาขาดทุน จึงเป็นที่มาของการเลี้ยงไก่ได้ปุ๋ยหมัก และได้ไข่เป็นของแถม โดยมีขั้นตอนคือ ออกแบบโรงเรือนเล้าไก่ให้มีหลังคาคลุม แล้วขุดหลุมสำหรับทำปุ๋ยในเล้าไก่ ด้านใดด้านหนึ่งของโรงเรือน พร้อมกับทำนั่งร้านบนหลุม เพื่อให้ไก่ขึ้นไปนอน จากนั้นกวาดใบไม้เข้าหลุม เมื่อกวาดใบไม้เข้าหลุมทุกวัน ไก่ก็จะถ่ายมูลทุกวัน หลังจากนั้นนำน้ำหมักผลไม้ราด 2-3 วัน/ครั้ง ใช้เวลาหมักปุ๋ย 1เดือนหรือ 45 วัน สามารถนำปุ๋ยไปใช้ได้ อัตราการใช้ : ปุ๋ยหมัก 50 กิโลกรัม /ไร่ หลักการเลี้ยงดูไก่พื้นเมืองให้ปลอดโรค โดยวิธีธรรมชาติ 1. จัดเตรียมสถานที่เลี้ยงไก่ให้เหมาะสม เพราะสถานที่เลี้ยง เป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงไก่ให้ประสบผลสำเร็จ - [ประสิทธิ์ เชื้อเอี่ยม นักสู้แห่งอ่าวบ้านดอน](https://www.monmai.com/ประสิทธิ์-เชื้อเอี่ยม/) - ลุงหม่อง ประสิทธิ์ เอี่ยมเชื้อ ชายผู้เสียสละ ละทิ้งทุกอย่างในชีวิตอาสาเข้ามาพิทักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูผืนป่าชายเลนของอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากพื้นที่ป่าเลนที่เตียนโล่ง เต็มไปด้วยซากบ่อกุ้งร้างและดินที่แห้งแตก ลุงหม่องเริ่มปลูกต้นไม้ทีละต้นและสร้างขนำเป็นที่พักอาศัย เพื่อเป็นยามเฝ้าป่าไม่ให้ใครมาบุกรุกและยังใช้เวลาทั้งหมดนั่งศึกษาวิจัย สังเกตพฤติกรรมของปูเปี้ยว สัตว์ที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าชายเลน และหาวิธีการเพาะพันธุ์ปูเปี้ยวตามธรรมชาติ ผลของความเสียสละ ทุ่มเท ชุบชีวิตผืนป่าชายเลนอ่าวบ้านดอน ทำให้ทุกวันนี้ชาวประมงพื้นบ้านของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชีวิตที่ดีขึ้น ลืมตาอ้าปากได้ และนั่นก็คือความสุขของลุงหม่อ "นักสู้ชาวบ้าน ผู้ทวงคืนทรัพย์ของแผ่นดิน เพื่อพลิกฟื้นวิถีประมงพื้นบ้าน แห่งอ่าวบ้านดอน" จากประสบการณ์การทำงานเรื่องการจัดการทรัพยากรชายฝั่งมาอย่างยาวนานกว่า 12 ปี และได้เริ่มทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นมานานกว่า 7 ปี ของคุณประสิทธิ์ เชื้อเอี่ยม ที่เริ่มตั้งแต่การทำโครงการ ศึกษาแนวทางการจัดการป่าชายเลนเพื่อเพิ่มปริมาณปูเปี้ยวอย่างยั่งยืน บ้านท่าฉาง อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี พ.ศ.2548 ซึ่งพบว่าการดูแลป่าชายเลน และการกันพื้นที่ไว้บางส่วนสำหรับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปูเปี้ยวนั้น ก็ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณปูเปี้ยวได้อย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ. 2550 จึงได้เคลื่อนงานต่อในโครงการ ประสานงานชุดเครือข่ายการจัดการทรัพยากรอ่าวบ้านดอน และองค์กรภาคี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประสานงาน เครือข่ายชุดโครงการวิจัย การจัดการทรัพยากรอ่าวบ้านดอน ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการ - [การเสียบยอด](https://www.monmai.com/การเสียบยอด/) - การเสียบยอด คือการนำยอดต้นพันธุ์ดีมาเสียบกับต้นตอชวนชมที่มีความแข็งแรง เป็นการเปลี่ยนยอดของพันธุ์เดิมให้เป็นพันธุ์ใหม่ตามยอดที่นำมาเสียบ โดยยอดที่นำมาเสียบจะไม่กลายพันธุ์ไปจากต้นแม่ วิธีนี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างยุ่งยากแต่ได้ผลเร็วการนำกิ่งพันธุ์ดีมาต่อบนต้นตอ มักใช้สำหรับการเปลี่ยนพันธุ์พืชมากกว่าการขยายพันธุ์ นิยมใช้แพร่หลายและได้ผลดีกับทั้งไม้ผลและไม้ประดับ เช่น มะม่วง ขนุน เฟื่องฟ้า ชบา โกศล เป็นต้น ปัจจัยสำคัญที่สุดในการต่อกิ่งคือ ต้นตอและต้นพันธุ์ดีเมื่อต่อแล้ว เนื้อเยื่อเจริญของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีต้องเชื่อมต่อกันได้ สามารถเจริญเติบโต ออกดอก และติดผลได้ วีธีการเสียบยอด 1. เตรียมต้นตอที่มีขนาดกำลังพอดีพยายามเลือกกิ่งของตอและยอดพันธุ์ให้มีขนาดใกล้เคียงกันเพื่อที่เนื้อเยื่อจะได้แนบชิดเหมาะเจาะ ส่วนกิ่งพันธุ์ดีก่อนที่เราจะนำไม้มาเสียบนั้นทางที่ดีเราควรจะริดใบของเค้าให้ออกเสียหมดก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เค้าคลายน้ำในกิ่งมากเกินไปแล้วปล่อยไว้ให้คาลำต้นไว้อย่างนั้นจนกว่าขั้วใบจะหลุดออกจากกิ่งแล้วค่อยนำมาเสียบดีกว่า แต่ก็มีบางท่านที่ไม่ได้ริดใบก่อนที่จะเสียบก็มีแบบตัดปุ๊ปเสียบปั๊ปเลย แต่โดยส่วนตัวผมไม่ชอบวิธีนี้เพราะว่าเวลาเราคลุมถุงแล้วบางครั้งใบที่คากับยอดนั้นชอบร่วงคาอยู่ในถุงบางครั้งก็ลืมเก็บออกทำให้ใบที่ร่วงนั้นเกิดอาการเน่าได้และพาลเอาเชื้อไปสู่กิ่งพันธุ์ได้ แต่มีวิธีอีกเสียบอีกวิธีหนึ่งที่บางท่านได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย.คือหลังจากที่ตัดยอดพันธุ์ดีมาแล้วให้ริดใบออกทั้งหมดเหลือไว้แต่ใบอ่อน แล้วก็สสัดยางที่ค้างอยู่ตรงขั้วใบออกไว้ให้หมดแล้วค่อยนำมาเสียบ แต่วิธีนี้ก็มีปัญหาเหมือนกันตรงที่เวลาที่ขั้วใบยังคาอยู่กับกิ่งนั้นแผลมันยังสดอยู่อาจจะพาลให้กิ่งพันธุ์นั้นติดเชื้อและเน่าได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าใครสะดวกแบบไหนก็ทำได้เลยเพราะที่ผมว่ามาทั้งสามแบบนั้นผมก็ได้ลองมาหมดแล้วก็ติดทุกวิธีแต่มาชอบวิธีแรกมากกว่าเพราะไม่มีใบและขั้วใบมาคอยให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ 2.ตัดยอดพันธุ์ดีมาประมาณซัก 3 นิ้วกำลังดีเพราะว่าเนื้อไม้ยิ่งเยอะการติดจะดีกว่าเนื้อไม้ที่น้อย แต่บางครั้งยอดพันธุ์ดีมีความยาวประมาณซัก 2 เซนติเมตรก็สามารถนั้นมาเสียบได้เช่นกันแต่ไม่ขอแนะนำ เอายาวไว้ก่อนเป็นดี เสร็จแล้วเราก็ตัดต้นตอเลยแล้วเอาผ้าซับน้ำหล่อเลี้ยงยางที่ออกมาจากลำต้นให้หมด ตรงนี้แหละสำคัญเพราะยางก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้กิ่งนั้นเน่าเสียหายได้ 3.ซับยางจนกว่าตรงรอยที่ปาดจะหมดยางแล้วก็นำมีด(ที่คม)มาบากให้เป็นดั่งในภาพแต่ต้องให้รอยบากลึกลงไปมากกว่า 1 เซนติเมตร 4.เสร็จแล้วเราก็นำยอดพันธุ์ดีมาเฉือนเป็นรูปลิ่มตามรูปที่เห็นแล้วก็นำมาเสียบลงไป..ที่สำคัญเนื้อเยื่อตรงที่ไม้จะแนบติดกันอย่าให้เกิดรอยช้ำ..ตรงนี้สำคัญมาก 5.หลังจากบากตอแล้วปาดลิ่มแล้วก็เสียบลงไป 6.เสร็จแล้วก็นำเชือกฟางมาพันไว้พยายามให้ปมที่มัดไว้ให้อยู่ตรงด้านของเนื้อด้านตอ อย่าให้ปมที่มัดไว้ไปอยู่ตรงด้านของยอดพันธุ์ดี เพราะว่าแรงกดจากการมัดปมอาจจะทำให้เนื้อตรงนั้นที่บอบบางช้ำและเน่าได้ 7. แล้วก็หาถุงขนาดพอดีไม่ต้องใช้ขนาดใหญ่มากเอาแค่พอคลุมส่วนยอดไว้ก็พอ แล้วก็ดูทิศทางการไหลของหยาดน้ำในถุงด้วยพยายามอย่าให้หยาดน้ำในถุงนั้นไหลเข้ามาสู่ตรงรอยแผลที่เสียบไว้ คลุมไว้แบบนี้ในที่ร่มประมาณซัก 10 วัน กรณีถ้าเราคลุมไปซัก 2-3 - [หูกระจง หูกวางแคระ](https://www.monmai.com/หูกระจง/) - ต้นหูกระจง หรือ แผ่บารมี (Terminalia ivorensis Chev.) เป็นไม้ที่มีการเจริญเติบโตเร็ว และมีอายุยืน สำหรับในประเทศไทยพบต้นหูกระจงอยู่ทั้งหมด 3 สายพันธุ์ คือ หูกระจงธรรมดา หูกระจงหนาม และหูกระจงแคระ ทั้งนี้ หูกระจงธรรมดาเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยม ในการซื้อไปปลูกเป็นไม้ประดับมากที่สุด ทั้ง ๆ ที่หูกระจงหนามมีทรงพุ่มที่สวยกว่า และใบของต้นหูกระจงหนามจะเป็นเงา และแน่นกว่าเหมาะที่จะปลูกเป็นไม้กระถาง เหตุผลที่สำคัญที่คนสนใจปลูกต้นหูกระจงหนามไม่มาก เนื่องจากความเชื่อเรื่องหนามที่ไม่เป็นมงคลต่อผู้ปลูก สำหรับหูกระจงแคระ เป็นหูกระจงที่หายากกว่าหูกระจงสายพันธุ์อื่น ชื่อวิทยาศาสตร์ : Terminalia ivoriensis A. Chev. ชื่อวงศ์ : Combretaceae ชื่อพื้นเมือง : หูกวางแคระ แผ่บารมี ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-20 ม. ขนาดทรงพุ่ม8-10 ม. ผลัดใบ ทรงพุ่มแผ่เป็นชั้นๆ หนาทึบ แตกกิ่งตั้งฉากกับลำต้น เมื่อต้นโตเต็มที่ปลายกิ่งจะลู่ลง เปลือกต้นสีน้ำตาล มีรอยแตกเป็นร่อง ตาม - [องค์รวม](https://www.monmai.com/องค์รวม/) - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีวิธีคิดเป็นองค์รวมหรือมองอย่างครบวงจร ในการพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการหนึ่งนั้นจะทรงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแนวทางการแก้ไขอย่างเชื่อมโยง เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างเป็นองค์รวม ตั้งแต่การถือครองที่ดินโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๐ - ๑๕ ไร่ เพื่อการบริหารจัดการที่ดินและแหล่งน้ำ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบอาชีพ เมื่อมีน้ำในการทำเกษตรแล้วส่งผลให้ผลผลิตดีขึ้น นำไปสู่การเรียนรู้วิธีการจัดการและการตลาด รวมถึงการรวมกลุ่มรวมพลังชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เพื่อพร้อมที่จะออกสู่การเปลี่ยนแปลงของสังคมภายนอกได้อย่างครบวงจร การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดหลักการดำเนินงานอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว กับภูมิสังคมและสามารถปฏิบัติได้จริง ทรงมองปัญหาตั้งแต่ภาพใหญ่จนถึงภาพเล็ก ในทุกๆ มิติ ทรงเน้นความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติเป็นสำคัญ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาที่สร้างประโยชน์และคุณูปการต่อพสกนิกรอย่างสูงสุด - [หน้าวัว ดอกสวยบานนาน](https://www.monmai.com/หน้าวัว/) - ต้นดอกหน้าวัว (Anthurium andraeanum Lind) มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศอเมริกาใต้ ประเทศไทยนำเข้ามาปลูกครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2440 โดยติดมากับต้นไม้ที่พระองค์เจ้าพร้อมสั่งมาจากกัลกัตตา ปัจจุบันเป็นไม้ตัดดอกที่นิยมปลูก และขายกันมากในท้องตลาดภายในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ ดอกหน้าวัว มีหลากหลายสี และมีสีสันสดใส ไม่เหี่ยวง่าย สามารถประดับได้นาน 15-20 วัน นิยมนำมาจัดแจกัน จัดซุ้มประดับตามโรงแรม จัดซุ้มประดับงานในวาระสำคัญต่างๆ ผู้ที่มีการชื้อมากจะเป็นร้านรับจัดสวน รับจัดซุ้มไม้ประดับ ร้านจัดดอกไม้ เป็นต้น และผู้ชื้อต้นไปปลูกประดับตามสวน ตามบ้านตัวเอง ต้นดอกหน้าวัวมีลักษณะค่อนข้างเป็นไม้เลื้อย อายุ 5-8 ปี เจริญเป็นกอ และแตกหน่อ ลำต้นมีข้อสั้นๆ เมื่อลำต้นสูง รากจะลอยตามข้อ ทำหน้าที่ดูดน้ำ และความชื้นในอากาศ ใบมีลักษณะเรียวรี คล้ายรูปหัวใจ ปลายใบแหลมยาว เส้นใบเป็นร่างแห ใบจะแตกออกเหนือก้านใบบริเวณข้อ ใบแก่จะทิ้งลงด้านล่างทำให้เกิดเป็นทรงพุ่ม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anthurium spp. วงศ์ : Araceae ชื่อสามัญ : Anthurium - [กล้วยพัด กล้วยประดับรูปทรงสวยงาม](https://www.monmai.com/กล้วยพัด/) - กล้วยพัดเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีลักษณะโดดเด่น มีลำต้นคล้ายปาล์มแต่ก็มิใช่ปาล์ม แม้ว่ามีใบคล้ายกล้วย แต่ก็ไม่ใช่กล้วยแม้ว่าจะอยู่ในวงศ์เดียวกันกับกล้วย แต่ก็อยู่ในสกุลต่างกันและมีลักษณะร่วมกันไม่มากนัก แท้จริงแล้วกล้วยพัดเป็นพืชในสกุลเดียวกับปักษาสวรรค์ และเป็นพืชที่เรียกว่าโมโนไทพิกนั่นคือ มีเพียงชนิดเดียวของสกุลนี้ ลักษณะกล้วยพัดมีความโดดเด่นที่ใบเรียงตั้งขึ้นคล้ายพัดจีนเป็นพืชพื้นเมืองของเกาะมาดากัสการ์ ในมหาสมุทรอินเดียส่วนในประเทศไทยนั้นมีตั้งแต่สมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานปัจจุบันมีการปลูกกล้วยพัดในสถานที่ต่างๆ มากมายเพราะมีลักษณะลำต้นไม่ใหญ่เกินไป รูปทรงสวยงาม ดูแลง่ายและไม่ทิ้งกิ่งก้านหรือใบให้เกะกะ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ravenala madagascariensis ชื่อวงศ์ : Strelitziaceae ชื่อสามัญ : Traveller's- tree ชื่อพื้นเมือง : กล้วยฝรั่ง กล้วยลังกา กล้วยศาสนา ลักษณะทั่วไป (Characteristic) ไม้ต้นขนาดกลาง ลำต้นตั้งตรงสีน้ำตาลไม่แตกกิ่งก้าน ลำต้นเป็นข้อสั้นๆ ลักษณะคล้ายปาล์ม กิ่งก้านแผ่คล้ายพัดกว้างประมาณ 3 เมตร ใบ (Foliage) : ใบคล้ายกล้วยแต่มีขนาดใหญ่หนา และมีก้านยาวกว่า ใบเรียงตรงข้ามซ้อนชิดกัน 2 ข้าง ปลายยอดลำต้นแผ่ออกเป็นรูปคล้ายพัด ใบรูปขอบขนาน กว้าง 0.6-1 เมตร ยาว 1.5-3 เมตร ปลายใบมน - [มะนาวดอง](https://www.monmai.com/มะนาวดอง/) - มะนาวนอกจากจะใช้รับประทานสดโดยบีบคั้นน้ำมาใช้แล้ว มะนาวยังสามารนำไปแปรรูปได้หลายรูปแบบด้วยกัน แต่ที่นิยมมากก็คือ การทำมะนาวดองและการทำน้ำมะนาวคั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่ามะนาวจะเสียโดยเปล่าประโยชน์เมื่อขายมะนาวไม่หมด มะนาวดอง มะนาวดองสามารถทำได้ 3 รสชาติ ด้วยกันคือ มะนาวดองเค็ม มะนาวดองเค็มหวาน และมะนาวดองหวาน มีวิธีการทำดังนี้ มะนาวดองเค็ม เป็นวิธีเก่าแก่ที่สามารถทำได้ง่าย โดยใช้มะนาวที่ผิวเริ่มมีสีเหลือง 30 ผล เกลือป่นหยาบ ๆ ประมาณ 2 ช้อนแกง วิธีทำให้ใช้มีดบางคม ๆ ขูดผิวมะนาวเพื่อให้น้ำมันที่ผิวออก เพราะมีกลิ่นฉุนและทำให้เกิดรสชาติขมเมื่อดอง เสร็จแล้วใส่ภาชนะขึ้นนึ่งโดยใช้ไฟอ่อน ๆ นึ่งประมาณ 15 นาที แล้วเอาไปตากแดดจัด ๆ สัก 4 - 5 แดดจนมะนาวแห้ง แล้วจึงนำไปเรียงใส่ลงในขวดปากกว้าง ผสมเกลือกับน้ำให้เค็มจัด ประมาณให้น้ำเกลือที่ผสมนั้นใส่พอท่วมมะนาวได้ เอาน้ำเกลือผสมนี้ไปต้มให้เดือด แล้วยกลงตั้งไว้ให้เย็นสนิท จากนั้นจึงค่อยเทลงใส่ขวดมะนาวที่จัดไว้แล้วได้ ทำการปิดฝาขวดให้สนิท นำออกตากแดดทุกวัน ถ้าแดดจัด ๆ ประมาณ 15 วันก็สามารถรับประทานได้ มะนาวดองเค็มหวาน ใช้มะนาวผิวเหลือง - [สวนลุงเครา](https://www.monmai.com/สวนลุงเครา/) - คุณสมศักดิ์ จุ้ยนาม หรือที่รู้กันในนาม สวนลุงเครา ใน ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แหล่งรวมพืชผักอินทรีย์เพื่อการส่งออกมากว่า 10 ปี จนเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ที่เจ้าของสวนดัดแปลงเป็นเป็นสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งผักกินใบและพืชให้ผล ปลูกอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็นแปลงๆ อย่างชัดเจน พืชผักที่ปลูกจะสลับหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี คุณสมศักดิ์ จุ้ยนาม หรือที่รู้กันในนาม สวนลุงเครา ใน ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แหล่งรวมพืชผักอินทรีย์เพื่อการส่งออกมากว่า 10 ปี จนเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ที่เจ้าของสวนดัดแปลงเป็นเป็นสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งผักกินใบและพืชให้ผล ปลูกอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็นแปลงๆ อย่างชัดเจน พืชผักที่ปลูกจะสลับหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น คะน้า มะเขือ ผักกูด มะนาว และพืชผักตระกูลพริก ที่สำคัญสามารถบังคับให้ผลผลิตพืชบางชนิดออกนอกฤดูได้ด้วย เช่น การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ซึ่งปัจจุบันที่ให้ผลผลิตแล้วมีทั้งหมดกว่า 400 ต้น และกำลังจะปลูกเพิ่มอีก 500 ต้น - [บุนนาค ดอกสีขาวนวลกลิ่นหอมแรง](https://www.monmai.com/บุนนาค/) - บุนนาค ต้นไม้ยืนต้นพื้นถิ่นเป็นที่คนไทยรู้จักมักคุ้นมาเป็นเวลานาน ลำต้นขนาดกลาง มีความสูง 12-25 เมตร เมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มวัยจะออกดอกให้ชม 2 ถึง 3 ปี ครั้ง ในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม ดอกสีขาวหรือสีนวล กลิ่นหอมแรง บุนนาคเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดพิจิตร และมหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ ดอกบุนนาค เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าคุณทหาร เนื่องด้วยท่านกำเนิดในสกุลบุนนาค ท่านเจ้าคุณทหาร หรือ ท่านเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) เจ้าพระยาที่สมุหกลาโหมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mesua ferrea L. ชื่อสามัญ : Iron wood, Indian rose chestnut วงศ์ : GUTTIFERAE ชื่ออื่น : ก๊าก่อ ก้ำก่อ นาคบุตร ปะนาคอ สารภีดอย ลักษณะทั่วไป บุนนาค ไม้ยืนต้น อายุยืนอยูได้หลายสิบปี ไม่ผลัดใบ - [ปีบ กาสะลอง](https://www.monmai.com/ปีบ/) - ปีบหรือกาสะลองลักษณะเป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นเปลาตรง เปลือกของต้นมีสีเทาเข้มแตกเป็นร่องลึก ความสูงของต้นอาจสูงได้ถึง 20 เมตร ผลัดใบ ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น เรียงเวียนกันไปใบย่อยรูปไข่ ปลายเรียวแหม ขอบใบจัก ดอกของปีบออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ออกเป็นช่อโต ๆ ตามปลายกิ่ง แตกกิ่งก้านแผ่กว้าง ดอกสีขาวกลิ่นหอมอ่อน ๆ ผลเป็นพักเล็ก สีเขียว รูปทรงแบน ตรง หัวแหลมท้ายแหลม มีเม็ดเล็กๆ สีขาวอันแน่นอยู่ภายในฝัก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Millingtonia hortensis L.f. ชื่อสามัญ : Cork Tree , Indian Cork วงศ์ : BIGNONIACEAE ชื่ออื่น : กาซะลอง กาดสะลอง (ภาคเหนือ) เต็กตองโพ่ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบ ลำต้นตรง สูงได้ถึง - [การทำอาหารปลากินพืชสูตรประหยัด](https://www.monmai.com/อาหารปลากินพืช/) - การเลี้ยงปลาให้ประสบความสำเร็จ และได้ผลกำไรดีนั้น ผู้เลี้ยงต้องประหยัดต้นทุนการเลี้ยงให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะต้นทุนค่าอาหารปลา ซึ่งถ้าสามารถลดต้นทุนได้มากเท่าไหร่ ผลกำไรก็จะสูงขึ้นมากเท่านั้น สูตรอาหารปลากินพืช ใช้ได้กับปลากินพืชทุกชนิด ส่วนผสม พืชสีเขียว เช่น ผักบุ้ง กระถิน ฯลฯ 5 กก. ปลาป่นหรือหอยเชอรี่ 1 กก. รำละเอียด 2 กก. ปลายข้าวต้มสุก 1 กก. ข้าวโพดป่น 1 กก. กล้วยน้ำว้า/ฟักทอง/มะละกอ (ใช้อะไรก็ได้) 1 กก. เกลือ 2 ขีด กากน้ำตาล 5 ช้อนโต๊ะ EM หรือน้ำจุลินทรีย์ 2 ช้อนโต๊ะ ( ถ้าไม่มีก็ใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรหอยเชอรี่ สูตรปลา เหมาะจะใช้ในสูตรอาหารปลากินสัตว์ น้ำหมักเปลือกมังคุด น้ำหมักพืชผัก เหมาะสำหรับใช้ในสูตรอาหารปลากินพืช หรือสูตรไหนแทนก็ได้) ***รำละเอียด วัตถุดิบอาหารที่ที่เป็นผลพลอยได้จากการสีข้าว เช่นเดียวกับปลายข้าว แต่ว่ารำละเอียดมีไขมันเป็นส่วนประกอบอยู่ในระดับค่อนข้างสูงมาก(ประมาณ 12-13 - [สวัสดิการชุมชน](https://www.monmai.com/สวัสดิการชุมชน/) - ความเป็นมาของ สวัสดิการชุมชน หรือ สวัสดิการชาวบ้าน สังคมไทยในอดีต มีวัฒนธรรมการอยู่แบบช่วยเหลือเกื้อกูล มีน้ำใจต่อกัน ได้รับสวัสดิการจากธรรมชาติ หาเห็ด หาหน่อไม้จากป่าใกล้บ้าน หาปู ปลา ในแม่น้ำลําคลอง ยามเจ็บป่วยได้ยาจากสมุนไพรในป่าเพื่อนบ้านมาเฝ้าไข้ให้กําลังใจ มีปัญหาชีวิตมีศาสนาและผู้อาวุโสในชุมชนเป็นที่พึ่ง ฯลฯ นี่คือสวัสดิการที่ธรรมชาติและผู้คนมีให้แก่กัน บนพื้นฐานของความเกื้อกูล มีน้ำใจ และเคารพซึ่งกันและกันระหว่างคนกับคนและคนกับธรรมชาติวิถีชุมชนและสวัสดิการไทยในอดีต ปัจจุบันรัฐได้มีการจัดสวัสดิการให้กับประชาชนรูปแบบต่างๆ กัน เช่น สวัสดิการเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ การสร้างบ้านพักคนชรา ศูนย์สงเคราะห์เด็ก ตลอดจนการสงเคราะห์ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่ดําเนินการโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอื่นๆ ซึ่งเป็นสวัสดิการในลักษณะสงเคราะห์ที่ต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ใช้งบประมาณจํานวนมาก แต่ให้บริการไม่ทั่วถึงรัฐบาลชุดก่อนเคยมีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งถือเป็นรัฐสวัสดิการที่ดูแลประชาชนได้อย่างกว้างขวาง แต่เฉพาะประชาชนที่เจ็บป่วยเท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมถึงความจําเป็นพื้นฐานของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ประชาชนชาวไทย ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 65 ล้านคน ในจํานวนนี้จะเป็นข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐและลูกจ้างบริษัทห้างร้านต่างๆ 15 ล้านคน ข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐจะจัดสวัสดิการให้อย่างครบวงจร ลูกจ้างบริษัทห้างร้านก็จะเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้รับสวัสดิการอย่างครบวงจรเช่นเดียวกัน ในขณะที่ประชาชนทั่วไปอีก 50 ล้านคน ยังไม่มีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต นอกเหนือจากสวัสดิการ ที่รัฐจัดให้ในข้อ 2 - [ชิงชัน ประดู่ชิงชัน](https://www.monmai.com/ชิงชัน/) - ไม้ชิงชังมี ชื่อพื้นเมืองว่า ประดู่ชิงชัน ดู่สะแตน เก็ดแดง อีเม็ง พยุงแกลบ กะซิบ หมากพลูตั๊กแตน Burma rosewood, Tamalan มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dalbergia oliveri Gamble โดยมีชื่อพ้อง 2 ชื่อ D.bariensis Pierre และ D.dongnaiensis Pierre ชิงชันจัดอยู่ในสกุลไม้ชิงชัน (Dalbergia Linn.) ในอนุวงศ์ประดู่ (Papilionatae) ของวงศ์ไม้ประดู่ (Leguminosae) ไม้สกุลไม้ชิงชัน มีอยู่ทั้งสิ้น ประมาณ 80 ชนิด ใน ประเทศไทยมีประมาณ 30 ชนิด แต่ที่หวงห้ามมีเพียง 3 ชนิด คือ พะยูง (D.cochinchinensis), ชิงชัน (D.oliveri) และกระพี้เขา (D.cultrata) มีถิ่นกำเนิดในพม่า, ลาว และไทย และถูกนำไปปลูกในมาเลเซียและสิงคโปร์ เป็นที่รู้จักกัน - [ท่านวดตนเอง ขา เข่า ข้อเท้า](https://www.monmai.com/ท่านวดตนเองขา-เข่า-ข้อ/) - ท่านวดตนเอง ทำทุกวันเพื่อผ่อนคลาย ป้องกันและบรรเทาอาการปวดขา เข่า ข้อเท้าเส้นเลือดขอด รองช้ำ ด้วยความเชื่อมั่นพลังแห่งการพึ่งตนเอง ของการนวดไทยและการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไท ศาสตร์และศิลป์แห่งสยามประเทศ เราจึงสานต่อวิชาของบรรพชน เพื่อเกื้อกูลผู้คนให้พ้นโรคภัย (โดยภก.สำลี ใจดี ประธานมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา) ท่าที่ 1 นั่งขัดสมาธิ ให้ฝ่าเท้าข้างที่จะนวด หงายขึ้น ใช้ศอกด้านตรงข้ามกับฝ่าเท้า(ศอกซ้าย)กดจุดแนวกึ่งกลางฝ่าเท้า ๓ จุด แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกดคลึงให้ทั่วฝ่าเท้าและนิ้วเท้า ประโยชน์ บรรเทาอาการปวดเมื่อยฝ่าเท้าและกระตุ้นอวัยวะภายในให้ทำงานปกติ ท่าที่ 2 เหยียดขาข้างหนึ่ง ออกไป ขาอีกข้าง (ขาขวา) วางไว้ระดับเข่า ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้อนกันแนวนอน กดจุดแนวชิดกระดูกหน้าแข้งด้านใน โดยวางนิ้วขนานกับแนวกระดูก ประโยชน์ บรรเทาอาการปวดเมื่อยน่องและข้อเท้า ท่าที่ 3 ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้อนกัน กดจุดแนวขาด้านหลัง จากเหนือเอ็นร้อยหวายขึ้นไป ผ่านกึ่งกลางน่องถึงใต้พับเข่า ประโยชน์ บรรเทาอาการปวดเมื่อยน่อง เอ็นร้อยหวายและข้อเท้า ท่าที่ 4 ใช้สี่นิ้วมือทั้งสองข้างบีบแนวขาด้านนอกช่วงข้างกระดูกหน้าแข้ง ประโยชน์ บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหน้าแข้ง ท่าที่ 5 นั่งตามสบาย - [พวงแสด ไม้เถาเลื้อยสีออกส้ม](https://www.monmai.com/พวงแสด/) - พวงแสด เป็นชื่อไทย คนบ้านไกลเค้าเรียก Flame Vine หรือจะ หลังคาไฟ ก็มีหลายปากเรียกขาน มีปลูกมากทางภาคเหนือ ชอบอากาศหนาว เป็นไม้เถาเลื้อย ก้านเหลี่ยม ดูไกลๆ สีออกส้ม ดูใกล้ๆ มีเหลืองตัดขอบ คล้ายเปลวไฟสมชื่อ พวงแสดเป็นดอกไม้ประจำ จ.เชียงราย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pyrostegia Venusta (Ker-Gawl.) Miers วงศ์ : BIGNONIACEAE ชื่อสามัญ : Orange Trumpet, Flame Flower, Fire Cracker Vine ชื่ออื่นๆ : พวงแสดเครือ ถิ่นกำเนิด : บราซิลและอาเจนตินา ลักษณะทั่วไป ต้น : ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง อายุหลายปี กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม เถาอ่อนจะเป็นสีเขียวและเมื่อแก่ก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล ใบ : พวงแสดเป็นไม้ที่มีใบกลายเป็นมือสำหรับยึดเกาะ ลักษณะใบของพวงแสดจะเป็นใบประกอบ มี - [แยมกล้วย](https://www.monmai.com/แยมกล้วย/) - การปลูกกล้วยแทบทุกหลังคาเรือน หากนำกล้วยไปขายในหมู่บ้านก็ขายแทบไม่ได้ เพราะว่าแต่ละหลังคาเรือนจะปลูกกล้วยไว้รับประทานเอง และเหตุผลที่ต้องปลูกต้นกล้วยไว้ เนื่องจากต้นกล้วยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เช่น ต้นกล้วย สามารถนำมาทำเป็นกระทง, หยวกกล้วยนำมาประกอบอาหาร และใบกล้วย สามารถนำมาทำบายศรีห่อขนมห่ออาหารพื้นเมืองได้ส่วนผลกล้วย ก่อสามารถนำมาทำขนมหวานได้ ดังนั้นจึงเล็งเห็นปัญหา กล้วยที่ขายแทบไม่ได้ในชุมชน จึงนำกล้วยมาแปรรูปเป็นแยม เพราะแยมสามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งในผลกล้วยมีคุณสมบัติ ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย ช่วยควบคุมระบบความดันโลหิต ลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก นอกจากนี้ยังมี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ในอาซิน วิตามิน บี1 บี2 บี6 และวิตามินซี แยมกล้วยสูตร 1 แยมโฮมเมดสูตรนี้ หาทานที่ไหนไม่ได้ นอกจากทำเอง หากไม่ชอบหวานอาจลดน้ำตาลได้บ้าง แต่ระยะเวลาที่เก็บอาจสั้นลง คือ ถ้าเก็บในตู้เย็น จะอยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลักอย่างหนึ่งในการทำแยม คือ หากเนื้อผลไม้ที่ใช้ทำรสไม่จัดพอ มักจะนิยมเติมน้ำมะนาว หรือน้ำส้ม เพื่อให้รสแหลมขึ้น และเพิ่มความเป็นวุ้นให้กับแยมด้วย ส่วนผสม กล้วยหอมห่าม 12 ผล มะนาว 4 - [บรรเจิด อุดมสมุทรหิรัญ ปราชญ์ผู้ดูแลรักษาทะเล](https://www.monmai.com/บรรเจิด-อุดมสมุทรหิรัญ/) - ท้องทะเลนี่ซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ อยากกินอะไรก็มีให้กิน แต่ถ้าจับไม่เป็น เพาะพันธุ์ไม่เป็น แล้วใครจะดูแลให้ซุปเปอร์มาเก็ตนี้ยังอยู่ต่อไป ลุงมะโหนก หรือ นายบรรเจิด อุดมสมุทรหิรัญ ของเด็กๆ บ้านคลองเสาธง ตำบลบางปู อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ พูดให้ฟังระหว่างเราออกเรือไปในทะเลอ่าวไทย เพื่อไปดูการวางซั้ง หรือ บ้านปลา ที่ชาวชุมชนดัดแปลงเอาเศษไม้ไผ่ที่ลอยมาติดฝั่งมาเจาะรู ร้อยเศษอวน แล้วถ่วงน้ำหนักด้านปลายด้วยก้อนหิน ก่อนจะทิ้งลงสู่ทะเลให้เป็นแท่งสร้างอาหาร ไม้ไผ่จะทำหน้าที่เป็นแกนลอยอยู่กลางน้ำ คอยให้แพลงตอน ซึ่งเป็นอาหารปลาตามธรรมชาติที่มีในน้ำ ลอยมาเกาะอยู่ตามเศษอวน เมื่อแพลงตอนสะสมอยู่มากๆ ปลาก็จะว่ายมาชุมนุมกันอยู่บริเวณนี้ ทิ้งไว้สักหนึ่งเดือน ชาวบ้านก็จะสามารถมาจับปลาตัวใหญ่ๆตามแนวซั้งได้สบายค่ะ เรียกได้ว่า เป็นการดัดแปลงเศษขยะที่มีอยู่ในชุมชนให้กลายเป็นแหล่งอาหารได้อย่างแยบยลเลยทีเดียว ถึงกระนั้น แม้ที่นี่คือชุมชนชาวประมง แต่วิถีเหล่านี้กลับไม่ได้รีบความสนใจจากเด็กๆในชุมชนมากเท่ากับโลกแห่งเทคโนโลยี ทำให้นอกจากลุงมะโหนกจะเป็นชาวประมงมือฉมังแล้ว ลุงมะโหนกยังเป็นผู้คิดค้นโรงเรียนนอกกะลา ห้องเรียนชุมชนที่ผู้ใหญ่ทั้งในและนอกชุมชนมารวมตัวกันถ่ายทอดวิธีการใช้ชีวิตให้แก่ลูกหลานทั้งในและนอกชุมชน โรงเรียนนอกกะลา ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนชาวประมงคลองเสาธงค่ะ ชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้นด้วยเศษวัสดุเหลือใช้อีกเช่นกัน ทั้งเศษไม้เก่า โต๊ะนักเรียน เรือเก่า แต่เมื่อสร้างขึ้นริมทะเล ก็ดูกลมกลืนสวยสะดุดตา ตัวอาคารตั้งขนานไปกับชายฝั่งให้รับแสงแดดจากทะเลอย่างไม่รุนแรงมาก หน้าต่างที่โล่งกว้างยังทำให้เด็กๆได้สัมผัสไอทะเลและลมทะเลได้อย่างเต็มปอด ทุกๆสุดสัปดาห์ เสียงสรวลเสเฮฮา ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ครื้นเครงกลมเกลียว จบแทบไม่น่าเชื่อว่า นี่คือการเรียน ลุงมะโหนก เล่าว่า - [ทองหลาง ไม้ยืนต้นตระกูลถั่ว](https://www.monmai.com/ทองหลาง/) - ทองหลางมีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ในแถบเอเชียเขตร้อนและอบอุ่น อินเดีย แอฟริกา อเมริกาใต้ และ ออสเตรเลีย ชาวสวนรู้จักคุณสมบัติของไม้ต้นนี้อย่างดี มักปลูกไว้ริมคันสวนยกเป็นร่องเพื่อยึดดินและใช้เป็นปุ๋ย โดยเฉพาะทุกส่วนของ ต้น ดอก ใบหนาโต ก้านหนึ่งมีใบย่อยสามใบ เช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่ว ซึ่งเป็นปุ๋ยอย่างดีแก่พืชทั้งหลาย จะอุดมด้วยธาตุอาหารต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่ดิน นอกจากนี้ รากของต้นทองหลางยังมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถดูดเก็บเอาน้ำในดินเลี้ยงลำต้นได้มากกว่าไม้ทุกชนิด ดังนั้นการปลูกต้นทองหลางไว้หลายๆต้นจะทำให้พื้นดินชุ่มชื้น ต้นไม้ใกล้เคียงอื่นๆพลอยเจริญงอกงาม ต้นทองหลางจึงเหมาะเป็นพืชที่บำรุงดินได้เป็นเลิศสามารถตรึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศมาเป็นปุ๋ย และเป็นเครื่องมือฟื้นฟูระบบนิเวศน์ที่ดีอย่างหนึ่ง จึงจัดเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติซึ่งใกล้จะถูกลืม ชื่อสามัญ Indian Coral Tree, Variegated coral tree, Variegated Tigers Claw ชื่อวิทยาศาสตร์ Erythrina variegate Linn. วงศ์ LEGUMINOSAE ลักษณะ ลำต้น : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูงประมาณ 10-20 เมตร ผิวเปลือกลำต้นบาง สีเทาหรือเปลือกเป็นลายคล้ายเปลือกแตกตื้นๆสีเทาอ่อน และเหลืองอ่อนๆ ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมคม หรือบางชนิดมีหนามเล็กๆแหลมคมตลอด เรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง ใบ - [การปักชำในขวด](https://www.monmai.com/ปักชำในขวด/) - การปักชำแบบง่ายๆ เพียงแค่มีขวดน้ำพลาสติก ตัดครึ่งขวด ไม่ต้องเจาะรู เติมดิน และเอากิ่งไม้ที่ต้องการชำ ปักลงไป นำขวดส่วนบนมาครอบปิดไว้ ประมาณ 1 อาทิตย์ กิ่งไม้จะมีรากออกมา วัสดุ อุปกรณ์ กิ่งพันธุ์ที่เราต้องการขยาย ต้นอะไรที่เราสามารถตอนได้ก็สามารถนำมาขยายพันธุ์โดยวิธีการปักชำได้ อย่างชะอม ผักหวาน กุหลาบ มะนาว เป็นต้น วัสดุชำ ใช้ถ่านแกลบหรือแกลบเผา เราอาจจะใช้ทรายหยายที่ใช้ในงานก่อสร้างได้แต่จะร่วนมากรากที่ได้อาจจะหัก ง่ายและเราต้องรดน้ำบ่อยๆเพราะไม่อุ้มน้ำอาจจะผสมขุยมะพร้าวลงไปบ้างเพื่อให้อุ้มน้ำดีขึ้น น้ำยาเร่งรากงานนี้ใช้ NAA (เอ็นเอเอ-แนฟทิลอะซิติกแอซิด)เป็นสารพวกออกซินมีผลโดยตรงในการสร้างจุดกำเนิดราก มีดคัดเตอร์คมๆหรือมีดที่เราใช้อยู่ประจำๆ ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร กรรไกรตัดกิ่งไม้อาจจะไม่ต้องใช้ก็ได้ถ้ากิ่งพันธุ์ไม่ใหญ่มาก วิธีทำ 1.อันดับแรกเราตัดขวดก่อน เพื่อไม่ให้กิ่งพันธุ์เราค้างนานเราเอามีดปาดที่ก้นขวดออกไปก่อน 2.จากนั้นมาที่กิ่งพันธุ์ ถ้าเนื้อไม้ไม่แข็งเราปาดโคนกิ่งให้แผลเรียบแล้วใช้มีดผ่าโคนขึ้นมาสักประมาณ 1 ซ.ม.ผ่า 2 ครั้งให้เป็น 4 แฉก นำเอาไปแช่ในน้ำยาเร่งรากที่เราผสมไว้ปริมาณสัดส่วนก็ 1/15 หรือ 1/20 ก็ได้ถ้ากิ่งพันธุ์นั้นออกรากง่าย แช่สักประมาณ 10 วินาทีพอไม่ต้องนานกว่านั้นแล้วนำกิ่งมาวางพักไว้ก่อนเพื่อช่วยให้กิ่งดูดซึมน้ำยาได้ดีขึ้น 3. วัสดุปักชำ ได้แก่ - [ปลวก มีทั้งคุณและโทษ](https://www.monmai.com/ปลวก/) - ปลวกเป็นแมลงที่มีความสำคัญในแง่เศรษฐกิจมาก มีทั้งคุณและโทษ ในแง่ประโยชน์ ปลวกจัดเป็นส่วนหนึ่งของสังคมป่าไม้ที่สำคัญมาก เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายในระบบนิเวศน์ โทษของปลวกนั้นเกิดขึ้น เพราะว่าปลวกเป็นแมลงที่ต้องการเซลลูโลสเป็นอาหารหลักในการดำรงชีวิต และโดยที่เซลลูโลสนั้นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเนื้อไม้ ดังนั้นเราจึงพบปลวกเข้าทำความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่ไม้ หรือโครงสร้างไม้ภายในอาคารบ้านเรือน รวมถึงวัสดุข้าวของ เครื่องเรือน เครื่องใช้ต่างๆที่ทำมาจากไม้และผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบ โดยใช้จุลินทรีย์ที่อยู่อาศัยในลำใส้ของปลวก ย่อยสลายเศษเซลลูโลสเป็นอาหาร ปลวก จัดเป็นแมลงสังคมชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในอันดับ Isoptera มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสลับซับซ้อน แบ่งออกเป็น 3 วรรณะ มีรูปร่างและหน้าที่ต่างกันชัดเจนคือ วรรณะปลวกงาน ทำหน้าที่หาอาหารและสร้างรัง วรรณะทหาร ป้องกันศัตรูที่เข้ามารบกวนประชากรในรัง และวรรณะสืบพันธุ์ ทำหน้าที่สืบพันธุ์วางไข่ แม้ว่าปลวกบางชนิดจะเป็นศัตรูที่สามารถทำลายความเสียหายให้แก่ไม้ ต้นไม้ หรือผลิตผลที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบได้ แต่ในทางนิเวศวิทยาแล้ว ปลวกกว่า 80% จัดเป็นแมลงที่มีประโยชน์และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าไม้มาก โดยปลวกจัดเป็นผู้ย่อยสลายในป่าธรรมชาติ ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันกับเชื้อราและแบคทีเรีย พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของขยะธรรมชาติ เช่น ซากพืช เศษไม้ ใบไม้ ท่อนไม้ หรือต้นไม้ที่หักล้มร่วงหล่นทับถมกันอยู่ในป่า ปลวกจะทำหน้าที่ ช่วยในการย่อยสลายให้ผุพังและเปลี่ยนแปลงไปเป็นฮิวมัสหรือินทรีย์วัตถุภายในดิน ก่อให้เกิดการหมุนเวียนอย่างรวดเร็วของธาตุอาหารในดิน สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินในป่า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ - [ชารางจืดกินล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย](https://www.monmai.com/ชารางจืด/) - รางจืด เป็นสมุนไพรโบราณของไทยที่เคยถูกคนไทยด้วยกันเองละเลยและมองข้าม ในขณะที่การแพทย์ของตะวันตกเองกลับหันมาให้ความสนใจและค้นคว้าวิจัยพืชสมุนไพรโบราณที่มีอยู่ในหลายๆประเทศ รวมทั้งประเทศไทย หมอยาไทย ใช้รางจืดเข้ายาเขียว สำหรับแก้ร้อนใน ถอนพิษไข้ แก้พิษผิดสำแดง (อาหารเป็นพิษ) ถอนพิษเบื่อเมา แก้อาการเมาค้าง และอาการผื่นแพ้ต่างๆ นักวิจัยไทยพบว่า รางจืดสามารถถอนพิษยาฆ่าแมลง กลุ่มออกาโนฟอสเฟตในสัตว์ทดลอง ได้ดีพอสมควร และถอนพิษพาราควอท (ยาฆ่าหญ้า) ในคนได้ผล 51.56 % แต่จะไม่ให้ผลในการกินเพื่อป้องกันก่อนสัมผัสสารพิษ ประโยชน์ รากและเถา - รับประทานแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ใบและราก - ใช้ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ เป็นยาพอกบาดแผล น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ ทำลายพิษยาฆ่าแมลง พิษจากสตริกนินให้เป็นกลาง พิษจากดื่มเหล้ามากเกินไป หรือยาเบื่อชนิดต่างๆ เข้าสู่ร่างกายโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เช่น ติดอยู่ในฝักผลไม้ที่รับประทาน เมื่ออยู่ในสถานที่ห่างไกล การ วัสดุอุปกรณ์ : รางจืดสด ซองบรรจุ ขั้นตอนการทำ : เริ่มจากการเก็บรางจืดมาล้างทำความสะอาด หลังจากนั้นให้นำไปหั่นให้มีขนาดชิ้นเล็กๆ แล้วจึงนำไปผึ่งแดดให้แห้ง ประมาณ 1-2 แดด - [เชียงดา ราชินีแห่งผักภาคเหนือ](https://www.monmai.com/เชียงดา/) - ผักเชียงดาหรือผักจินดา เป็นผักไม้เลื้อยที่ทนฝนและทนแล้ง มีโรคพืชน้อย บำรุงรักษาง่าย แตกยอดเร็วและสามารถจัดแต่งให้เป็นทรงพุ่มซึ่งใบผักจะมีรสชาติดีกว่าแบบที่เลื้อย ผักเชียงดา ได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีแห่งผักภาคเหนือมักนำมาปรุงอาหารร่วมกับผักอื่น ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะแกงแค อาหารขึ้นชื่อของทางภาคเหนือจะเห็นได้ว่าจะมีผักเชียงดาเป็นส่วนผสมหลักในแกงแค แกงเเคจะเป็นการนำเอาผักที่มีประโยชน์หลาย ๆอย่างมารวมกันอยู่ในหม้อเดียวกัน ซึ่งรสชาติของแกงแคถ้าใครได้กินแล้วจะติดใจกันทุกคนเลยทีเดียว ผักเชียงดานับเป็นผักที่ปลูกง่าย และเป็นผักที่หาได้ตามธรรมชาติ ลักษณะการดำรงอยู่จะเหมือนกับตำลึงที่ธรรมชาติค่อยดูแลเราไม่ต้องดูแลอะไรมากมายและขึ้นได้ดีในทุกสภาพดิน ชื่อท้องถิ่น: ผักเซี่ยงดา ,ผักเซ่งดา,ผักฮ้วน,ผักม้วนไก่,ผักเซ็ง,ผักจินดา ชื่อวงศ์: ASCLEPIADACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gumnema inodorum (Lour.) Decne. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น ไม้เถาเลื้อย ความยาวของเถาเลื้อยไปได้ไกลขึ้นกับอายุของไม้นั้น ลำต้นสีเขียว ทุกส่วนของต้นที่อยู่เหนือดินมียางสีขาว ขนาดของลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลาง๐.๕-๕ ซม. ใบ เป็นใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม ออกจากข้อเรียงเป็นคู่ตรงข้ามกัน หน้าใบเขียว เข้มมากกว่าหลังใบ ขอบใบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีรูปร่าง กลมรี ปลายเรียว แหลม ฐานใบมน ใบกว้าง ๙-๑๑ ซม. ยาว ๑๔.๕-๑๘.๕ ซม. ผิวใบเรียบ ไม่มีขน - [ปูนเพื่อการเกษตร](https://www.monmai.com/ปูนเพื่อการเกษตร/) - ปูนที่ใช้ประโยชน์เฉพาะในด้านการเกษตร หมายถึง วัสดุสารประกอบที่มีธาตุแคลเซียม หรือแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบเป็นส่วนใหญ่ ปูนมีคุณสมบัติเป็นด่าง ซึ่งสามารถลดความเป็นกรดหรือความเปรี้ยวของดินได้ เช่น ปูนสุก ปูนขาว หินปูน (คัลไซต์ และโดโลไมต์) ปูนมาร์ล เปลือกหอย และผลพลอยได้ต่างๆ รวมทั้งตะกรันและวัสดุอื่นๆ ใส่วัสดุปูนเพื่อการเกษตรเมื่อใด ในการพิจารณาว่าดินในขณะนั้นมีความจำเป็นต้องใส่ปูนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสภาพของความเป็นกรด-ด่างของดิน หากพบว่าดินมีสภาพเป็นกรด ดินกรดจัดหรือดินเปรี้ยวจัด (pH ต่ำ) ควรทำการใส่ปูน เนื่องจากในสภาพความเป็นกรดจะทำให้เกิดการขาดแคลนธาตุอาหารพืช เช่น ไนโตรเจน และฟอสฟอรัส อีกทั้งหากพบว่าดินที่อยู่ในสภาพที่เป็นกรดจัด จะมีธาตุอะลูมินั่มละลายออกมาจนเป็นพิษต่อพืชที่ปลูก พืชไม่เจริญเติบโตและให้ผลผลิตต่ำ ดังนั้นการใช้วัสดุปูนเพื่อการเกษตรปรับปรุงดินดังกล่าว จึงเป็นวิธีการแก้ไขที่สะดวกรวดเร็วและลงทุนต่ำ นอกจากปูนดังกล่าวจะช่วยแก้ไขความเป็นกรดของดินแล้ว ยังช่วยเพิ่มธาตุอาหารแคลเซียมและหรือแมกนีเซียม เพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารบางชนิดในดิน เพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ และยังช่วยเสริมกิจกรรมทางด้านชีวภาพอีกด้วย ประโยชน์ของการใช้ปูนเพื่อปรับปรุงดินกรดหรือดินกรดจัด ปูนช่วยยกระดับ pH ของดินให้สูงขึ้น ลดความรุนแรงของกรด และลดผลเสียโดยทางอ้อมอันเนื่องมาจากความเป็นกรด และช่วยทำให้สมดุลธรรมชาติของธาตุอาหารต่างๆ ที่มีอยู่ในดิน เพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพวกไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม ซิลิกา โมลิบดินัม เป็นต้น ปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดินบางชนิดให้ดีขึ้น ทำให้ดินเหนียวร่วนขึ้น ทำให้เกิดการถ่ายเทน้ำออกไปจากช่องอากาศในดิน - [การบูร หอมน้ำมันระเหย](https://www.monmai.com/การบูร/) - การบูร เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 15-30 เมตร ใบดกทึบ ใบเดี่ยว สีเขียว ยาว 7-10 เซนติเมตร รูปรีปลายแหลม ดอกช่อ สีขาวอมเขียวหรือเหลือง ขนาดเล็ก ออกเป็นกระจุกตามง่ามใบ ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. ผลขนาดเล็กมีเมล็ด ผิวสีชมพูหรือน้ำตาลม่วง เปลือกต้นผิวมันเกลี้ยง สีน้ำตาลอมเขียว เกิดตามป่าดงดิบเขาสูง ขยายพันธ์ด้วยเมล็ดและกิ่งตอน ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum camphora (L.) Presl. ชื่อพ้อง Camphora officinarum Nees, Laurus camphora L. ชื่อวงศ์ Lauraceae ชื่ออื่นๆ อบเชยญวน พรมเส็ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ยืนต้น ขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30 เมตร ทุกส่วนมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะที่ราก และโคนต้น ทรงพุ่มกว้าง ทึบ ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.5 - [ลิ้นจี่ หวาน หอม สีสวย](https://www.monmai.com/ลิ้นจี่/) - ลิ้นจี่ เป็นไม้ผลอีกชนิดหนึ่งที่คนชอบรับประทาน เนื่องจากมีรสชาติดี หวาน หอม สีสวย จึงทำให้เป็นที่ต้องการทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ นอกจากจะรับประทานสดแล้ว ยังแปรรูปเป็นลิ้นจี่บรรจุกระป๋องได้ด้วย ซึ่งสามารถส่งไปขายทั้งในและนอกประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท เป็นพืชที่ชอบดินร่วน ร่วนปนทราย ร่วนปนดินเหนียว หรือเป็นดินเหนียวก็ได้ ถ้าหากมีการจัดระบบน้ำดี ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ระหว่าง 5.0-7.0 ปริมาณน้ำฝน 1200-1400 มิลลิลิตรต่อปี ช่วงการเจริญเติบโต อุณหภูมิควรอยู่ระหว่าง 15-20 องศาเซลเซียส นานอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ชอบความชื้นสูงในช่วงระยะติดผล ลิ้นจี่ (Lychee) ชื่อวิทยาศาสตร์: Litchi chinensis Sonn. วงค์: SAPINDACEAE ลิ้นจี่ มีต้นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ และมีการปลูกอย่างแพร่หลายในประเทศไทยแถบภาคเหนือ เวียดนาม ญี่ปุ่น อินเดียตอนเหนือ บังคลาเทศ อเมริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา เนื้อลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่ เช่น วิตามินบี 1, วิตามินบี - [วิธีหุงข้าวแบบใหม่ ลดอัตราเสี่ยง ต่อการเป็นเบาหวาน](https://www.monmai.com/วิธีหุงข้าวแบบใหม่/) - เปิดงานวิจัยปฏิวัติการหุงข้าวแบบใหม่ ลดความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไต รายงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ การบริโภคข้าวขัดขาวมีความสัมพันธ์เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างมีนัยยะสำคัญ ในงานวิจัยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้ให้ความสนใจกับเรื่องดัชนีน้ำตาลที่เรียกว่า Glycemic Index (GI) มากขึ้น เพราะอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงย่อมหมายถึงว่าการบริโภคอาหารชนิดนั้นจะกลายสภาพเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความเสียหายต่อหลอดเลือด อีกทั้งยังทำให้อินซูลินจากตับอ่อนหลั่งออกมาอย่างรวดเร็วด้วย เมื่อน้ำตาลถูกอินซูลินพาเข้าไปในเซลล์อย่างรวดเร็วแล้ว อินซูลินที่หลั่งออกมามากและค้างอยู่ในกระแสเลือดก็กลับเกิดภาวะโหยน้ำตาลหรือน้ำตาลตกตามมาได้ด้วย จึงทำให้ไม่สามารถเลิกรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงๆได้ จากงานวิจัยจำนวนมากพบว่าหากรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงเป็นประจำก็อาจจะส่งผลทำให้เพิ่มความเสี่ยงเป็น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหลอดเลือดสมอง โรคสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไต ทำให้แก่เร็ว ทำให้เทโลเมียร์(หางของโครโมโซม)สั้นลง และนั่นหมายความว่าอายุจะสั้นลงเมื่อบริโภคอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงเป็นประจำ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยในปี พ.ศ. 2551 หัวข้อ Glycemic Index, Glycemix Load, and chronic disease risk-meta-analysis of observational studies.ตีพิมพ์ในวารสารโภชนาการของอเมริกัน ซึ่งรวบรวมรายงานการศึกษา 37 ชิ้นในเรื่องความสัมพันธ์กับโรคเรื้อรังต่างๆ ที่มีการติดตามผลต่อเนื่องตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี - [บัวสวรรค์ กัตตาเวีย](https://www.monmai.com/บัวสวรรค์/) - บัวสวรรค์ หรือ กัตตาเวีย เป็นพืชดอกที่มีถิ่นกำเนิดมาจากตะวันออกกลาง แอฟริกาตะวันออก โคลัมเบีย คอสตาริกาและปานามา ซึ่งเป็นประเทศในเขตร้อนชื้น ใกล้เส้นศูนย์สูตร ดังนั้นการนำมาปลูกในบ้านเราจึงเป็นเรื่องไม่ยากและสามารถเจริญเติบโตได้ดี โดยสามารถออกดอกได้เหมือนกับต้นที่ปลูกในถิ่นกำเนิด ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gustavia gracillima Miers วงศ์ : LECYTHIDACEAE ชื่อสามัญ : Gustavia, Gutzlaffia ชื่ออื่นๆ : บัวสวรรค์, บัวฝรั่ง ถิ่นกำเนิด : ตะวันออกกลาง แอฟริกาตะวันออก โคลัมเบีย ลักษณะทั่วไป ต้น : เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม ลำต้นตรง รอบลำต้นกว้างประมาณ 30 เซนติเมตรหรือ 1 ฟุต แต่ลำต้นอาจจะใหญ่กว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศและท้องถิ่นที่ปลูก ตามลำต้นจะมีตุ่มปมขนาดต่างๆ ปรากฏอยู่ทั่วไปรอบลำต้น ผิวลำต้นหยาบขรุขระ ใบ : เป็นใบเดี่ยวรูปหอก เวียนเรียงสลับเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ขอบใบเป็นคลื่น โคนสอบ ปลายแหลมยาวคล้ายหาง ผิวใบมันสีเขียว - [หลักการทรงงาน การมีส่วนร่วม](https://www.monmai.com/การมีส่วนร่วม/) - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักประชาธิปไตย ทรงเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทั้งสาธารณชน ประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้เข้ามาร่วมกันแสดงความคิดเห็นและร่วมกันทำงานโครงการพระราชดำริ โดยคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชนด้วย ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า ...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือการระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวนการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง... ...การไปช่วยเหลือประชาชนนั้น ต้องรู้จักประชาชน ต้องรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร ต้องอาศัยความรู้ในการช่วยเหลือ... สำหรับวิธีการมีส่วนร่วมพระองค์ทรงนำ "ประชาพิจารณ์" มาใช้ในการบริหารจัดการดำเนินงาน ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียบง่ายตรงไปตรงมา โดยหากจะทำโครงการใดจะทรงอธิบายถึงความจำเป็นและผลกระทบที่เกิดกับประชาชนทุกฝ่าย รวมทั้งผู้นำชุมชนในท้องถิ่น เมื่อประชาชนในพื้นที่เห็นด้วยแล้ว หน่วยราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและร่วมดำเนินการมีความพร้อม จึงจะพระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินโครงการนั้นๆ ต่อไป - [สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน มหาวิทยาลัยชีวิต](https://www.monmai.com/สถาบันการเรียนรู้ฯ/) - สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนเป็นสถาบันที่มีประวัติความเป็นมา ภูมิหลัง และพื้นฐานจากการทำงานร่วมกับชุมชนต่างๆ มายาวนานก่อนการจัดตั้งเป็นสถาบันอุดมศึกษา เป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเสนอทางเลือกใหม่ทางการศึกษาและการพัฒนาสังคมไทย เป็นสถาบันที่ไม่ได้จัดตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการศึกษาให้คนจำนวนหนึ่งได้ปริญญา เป้าหมายที่แท้จริงในการตั้งสถาบันนี้ คือ เพื่อเป็นอีกหนทางหนึ่งในการทำงานเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง จึงมีคำขวัญว่า ชุมชนเรียนรู้ ชุมชนเข้มแข็ง ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ ปรัชญา3Es 3Es Institutional Philosophy การสร้างพลังบุคคลและชุมชน Empowerment ความเป็นอิสระหลุดพ้นจากการถูกครอบงำ Emancipation การศึกษาเป็นเนื้อเดียวกันกับการพัฒนาEducation and Development วิสัยทัศน์(Vision) เป็นสถาบันอุดมศึกษาทางเลือกเพื่อชุมชน ที่จัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้ชุมชนเรียนรู้ ชุมชนเข้มแข็ง และให้ผู้เรียนสามารถอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และมีกินในท้องถิ่นของตนเองได้ พันธกิจ (Mission) พัฒนาสถาบันเพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ การวิจัยและการพัฒนาชุมชนแบบบูรณาการ ที่สร้างพลังทางปัญญาในการขับเคลื่อนขบวนการประชาชนไปสู่สังคม ที่ผู้คนพึ่งพาตนเองได้ และมีความสุข ปณิธาน ๙ ข้อ ของนักศึกษาและอาจารย์ จะอยู่อย่างมีเป้าหมายและมี ๔ แผนเป็นเครื่องมือนำทางชีวิต (แผนชีวิต แผนอาชีพ แผนการเงิน แผนสุขภาพ) จะอยู่อย่างเรียบง่าย โดยลดรายจ่าย แยกได้ว่าอะไรเป็นความต้องการ อะไรเป็นความจำเป็น - [ส้มโอมือ ส้มมือ](https://www.monmai.com/ส้มโอมือ/) - ส้มโอมือ หรือ ส้มมือ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในจำพวกส้ม พบได้ทั่วไปในภูมิภาคเขตร้อน ผลรูปร่างแปลกกว่าส้มอื่น มีรูปร่างเรียวยาวห้อยลงมาเป็นแฉก ๆ คล้ายนิ้วมือ บ้างก็ว่าคล้ายลำเทียน ขนาดใกล้เคียงกับนิ้วมือผู้ใหญ่ หรือใหญ่กว่า ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus medica L. var. sarcodactylis (Hoola van Nooten) Swingle. ชื่อวงศ์ Rutaceae ชื่ออื่นๆ ส้มมือ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 2-4 เมตร เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาล ตามลำต้นและกิ่งมีหนามยาวแข็ง ใบเป็นใบประกอบแบบลดรูป ใบย่อยมีใบเดียว ออกเรียงสลับ มีขนาดกว้าง 4-5 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบจักเป็นซี่ฟัน หลังใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบสีอ่อนกว่า ดอกออกเดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก 2-3 ดอก ออกตามซอกใบและกิ่ง ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม กลีบดอกมี - [ส้มโอ ส้มผลใหญ่รสชาติดี](https://www.monmai.com/ส้มโอ/) - ส้มโอเป็นพืชในสกุลเดียวกับส้มเขียวหวาน เลมอน มะกรูด และมะนาว มีถิ่นกำเนิดในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักเดินเรือชาวยุโรปนำส้มโอไปปลูกในหมู่เกาะบาเบดอส และเป็นต้นกำเนิดของส้มเกรปฟรุท (grapefruit) ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตสำคัญของโลก และมีส้มโอพันธุ์ดีอยู่เป็นจำนวนมาก ส้มโอมีขนาดผลใหญ่ที่สุดในกลุ่มผลไม้สกุลส้ม โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 14-16 เซนติเมตร รูปทรงกลมแป้น ภายในเปลือกผลหนามีกลับผล 10-16 กลีบ เมื่อแกะเปลือกหุ้มกลีบออกจะเห็นเนื้อลักษณะเป็นถุงน้ำเล็ก ๆ (Juice Sac) หรือที่เรียกกันว่า กุ้ง เบียดตัวกันแน่น รสหวานอมเปรี้ยว ส้มโอพันธุ์ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็เช่น ขาวพวง ขาวใหญ่ ทองดี เนื้อส้มโอมีวิตามินซีช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินบี 1 ช่วยในการย่อยอาหาร เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ วิตามินบี 2 ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด มีโพแทสเซียมที่ดีต่อการทำงานของหัวใจและกล้ามเนื้อ มีโฟเลตที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและป้องกันความผิดปกติของทารกในครรภ์ มีสารลิโมนอยด์ (Limonoid) ช่วยล้างพิษและสามารถยับยั้งการเจริญของเนื้องอกและเซลล์มะเร็งได้ มีแคลเซียมช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง มีสารเบตาแคโรทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสายตา ผลพืชในสกุลส้มเป็นผลแบบส้มซึ่งเป็นผลลักษณะพิเศษ และมีกลิ่นเฉพาะตัวเนื่องจากมีน้ำมันระเหยหอมเห็นเป็นจุดแทรกอยู่ชัดเจนที่ใบ และเปลือกผล (rind) นอกจากนี้เปลือกยังมีเพกทินเป็นองค์ประกอบถึง 30% จึงนิยมนำมาสกัดใช้ในระดับอุตสาหกรรมเพื่อทำแยมและเยลลี่ รวมทั้งผสมในซอส และโยเกิร์ตเพื่อให้ข้น ชื่ออื่น - [ผงฟู ผงสารพัดประโยชน์](https://www.monmai.com/ผงฟู/) - ผงฟู หรือ baking powder เป็นสารที่ทำให้เกิดการขึ้นฟูมีส่วนผสมระหว่างเบกกิ้งโซดากับกรดและแป้ง (ทำหน้าที่ดูดความชื้นไม่ทำให้ผงฟูจับกันเป็นก้อน) ซึ่งระหว่างปฏิกิริยาจะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งส่วนนี้จะทำให้ขนมฟู และเนื้อนุ่ม ผงฟูแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ผงฟูที่ให้ปฏิกิริยารวดเร็ว หรือผงฟูกำลังหนึ่ง หรือ single acting ผงฟูชนิดนี้จะผลิตแก๊สอย่างรวดเร็วในระหว่างที่ผลิตภัณฑ์รอการเข้าอบ ดังนั้นการใช้ผงฟูประเภทนี้ต้องผสมส่วนผสมอย่างรวดเร็ว และนำเข้าอบทันทีที่ผสมเสร็จ ไม่เช่นนั้นจะเกิดการสูญเสียก๊าซที่จะเกิดขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจะขึ้นฟูไม่ดี ผงฟูที่ใช้ปฏิกิริยาช้า หรือผงฟูกำลังสอง หรือ double acting จะประกอบด้วยสองส่วนคือ ส่วนที่ให้ปฏิกิริยาช้า กับเร็ว (เกิดก๊าซทั้งตอนผสม และตอนเมื่อได้รับความร้อนจากตู้อบ) โดยส่วนมาผูประกอบการจะนิยมใช้ตัวนี้ เพราะไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเหมือนแบบผงฟูกำลังหนึ่ง สรุป เบคกิ้งโซดา = baking soda + nothing แต่ ผงฟู = baking soda + cream of tartar +corn starch เบคกิ้งโซดา โดดๆตัวเดียว - [ลูกนาง ผักเหนาะของชาวใต้](https://www.monmai.com/ลูกนาง/) - ลูกนางนับเป็นพืชพันธุ์พื้นถิ่น หรือผักเหนาะของชาวใต้ ที่หายากอีกชนิดหนึ่ง และนับวันใกล้จะสูญพันธุ์เข้าไปทุกที หากไม่มีการอนุรักษ์โดยการช่วยกันศึกษาถึงคุณค่า-ประโยชน์ทางโภชนาการและเวชการ และโดยการหันมาบริโภคเพื่อมีการอนุรักษ์ไว้ซึ่งสายพันธุ์ของ "ลูกนาง" พืชพันธุ์ไม้ป่าที่มีอยู่ในแถบถิ่นภาคใต้ของไทยเพียงแหล่งเดียว. คุณลักษณะ ลูกนางเป็นไม้ยืนต้น พบทางภาคใต้ มีลักษณะต้นทรงพุ่มเหมือนต้นเนียงทุกประการ โดยทั่วไปหากไม่สังเกตให้ดีจะดูไม่ออกว่าเป็นต้นเนียง หรือต้นนาง ออกฝักก็เหมือนเนียง แต่หากชิมรสชาติจะรู้ว่าไม่ใช่เนียง(สำหรับคนที่เคยกินลูกเนียงอยู่บ่อยๆ) ลูกนางเพาะจะมีรสชาติดี มัน กรอบดี กลิ่นฉุนน้อยกว่าเนียงนก และเนียงใหญ่ ที่อยู่อาศัย นาง ชอบขึ้นตามชายป่าดิบชื้นทางภาคใต้ พบมากแถวป่าเขาที่มีความชื้นสูง แถวชายแดนมาเลเซียจะมีมาก และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ยะลา นราธิวาส และยังพบขึ้นห่างๆตามชายป่าดิบบนพื้นที่ที่ค่อนข้างชุ่มชื้นใกล้ลำธารบนเทือกเขาตะนาวศรีทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ กระบี่ ตรัง สตูล การใช้ประโยชน์ ลูกนาง หรือเมล็ดนาง เป็นผักที่ นิยมรับประทานกันโดยเฉพาะทางภาคใต้ของไทยเรา ซึ่งนิยมรับประทานเป็นผักสดหรือผักเหนาะ ใช้ลูกอ่อนปอกเปลือกหรือเพาะจนงอกหน่อหรือต้นอ่อน จิ้มน้ำชุบ(น้ำพริก) หรือรับประทานร่วมกับอาหารรสเผ็ด หรือบูดู หรือแกงพุงปลา หรือเป็นผักเหนาะขนมจีน - [ทำนาล้อยาง การปลูกข้าวนอกนา](https://www.monmai.com/ทำนาล้อยาง/) - การปลูกข้าวในยางรถยนต์ ไม่ต้องมีที่นา น้ำไม่ท่วม สามารถควบคุมน้ำโดยไม่ต้องใช้น้ำในปริมาณมากเหมือนการทำนา ใส่ปุ๋ยได้อย่างทั่วถึง ต้นข้าวสมบูรณ์ รวมทั้งไม่มีปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืช อีกทั้งการปลูกข้าวนอกนา สามารถปลูกร่วมกับพืชอื่น ๆ ได้ในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลผลิตข้าวที่ได้จากการปลูกวิธีนี้มีคุณภาพดีและไม่มีสารเคมีเจือปน การทำนาบก มีข้อดีหลายอย่าง คือ เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ในการปลูกข้าวโดยไม่ต้องมีพื้นที่มากก็สามารถปลูกข้าวได้ เช่น บริเวณบ้าน พื้นที่โล่ง ๆ ประหยัดน้ำ , ปุ๋ย และสามารถดูแลรักษา กำจัดวัชพืช, ศัตรูพืช ด้วยระบบอินทรีย์ได้ง่าย สามารถปลูกข้าวได้ตามต้องการ ไม่ต้องเพาะปลูกตามฤดูกาล สามารถปลูกข้าวได้หลายรุ่น เหมาะกับการปลูกข้าวในระดับครัวเรือนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน สามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตได้เป็นอย่างดี นายคำนึง นวลมณีย์ อายุ 50 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 10 ต.จะโหนง อ.จะนะ จ.สงขลา และยังเป็นหัวศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมใหม่เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ใช้วิธีการทำนาแนวใหม่ที่แตกต่างจากการทำนาทั่วๆไป โดยการทำนาชีวภาพในบ่อซีเมนต์และล้อรถยนต์ แทนการปลูกในแปลงนา แต่ได้ข้าวที่มีคุณภาพต้นทุนต่ำปลอดสารพิษ สามารถทำนาได้ถึง 4 รอบ ในแต่ละปี ที่สำคัญเมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วก็ลงมือดำนารอบใหม่ได้ทันที หรือที่เรียกว่า - [วิชัย ใต้ระหัน ปราชญ์อินเตอร์ผู้เดินตามรอยพ่อ](https://www.monmai.com/วิชัย-ใต้ระหัน/) - วิชัย ใต้ระหัน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยไปทำงานในต่างประเทศ และกลับมารับใช้ทุนนิยม ก่อนจะกลับมาทำสวนเกษตรอินทรีย์บนพื้นที่เพียง 3 ไร่ โดยได้แรงบันดาลใจจากคำสอนของพระเจ้าอยู่หัว และนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และประสบความสำเร็จสามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรีถึง 3 คน และได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นวิทยากรและเปิดสวนเกษตรอินทรีย์ให้ผู้คนจากทั่วประเทศมาดูงาน อีกทั้งยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งสร้างเป็นโรงเรียนให้ความรู้แก่เยาวชน มารู้จักกับ วิชัย ใต้ระหัน แน่นอนคนเพชรบูรณ์เดินตามวิถีพ่อหลวงมีจำนวนไม่น้อย แต่ วิชัย ใต้ระหัน ชายวัยเกษียณ ชาวบ้านธรรมดา การศึกษาแค่ ป.4 จากบ้านน้ำครั่ง ต.วังบาล อ.หล่มเก่า ถือว่าโดดเด่นที่สุดที่นำเอาศาสตร์พระราชามาใช้ในการดำเนินชีวิตและปรากฏผลเป็นรูปธรรมจับต้องได้ กล่าวคือ ตั้งแต่วิชัยทำเกษตรอินทรีย์ตามทฤษฎีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2542 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน ชีวิตของเขาและครอบครัวชีวิตมีความสุขมาก ไม่เคยเป็นหนี้ใครแม้แต่บาทเดียว พร้อมทั้งส่งเสียลูกเรียนหนังสือจนจบปริญญาและมีงานทำทั้ง 3 คน คนโตจบมหาวิทยาลัยเกริก คนกลาง มหาวิยาลัยราชภัฏพระนคร คนสุดท้ายจบพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นพยาบาล และปัจจุบันทำงานที่โรงพยาบาลศิริราช ณ ปัจจุบัน นอกจากชีวิตของวิชัยชายวัย 62 ปี จะมีความสุขแล้ว - [มันฝรั่ง พืชอาหารชาวตะวันตก](https://www.monmai.com/มันฝรั่ง/) - มันฝรั่งเป็นพืชดั้งเดิมของชาวโลกซีกตะวันตก และเชื่อกันว่ามีแหล่งกำเนิดอยู่บนพื้นที่ระหว่างประเทศเม็กซิโก และชิลี บนแถบที่ราบสูงบนเทือกเขาแอนดีส ในประเทศโบลิเวีย หรือเปรู ปรากฏว่ายังมีมันฝรั่งพันธุ์ป่าขึ้นอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ พื้นที่ที่น่าจะเป็นถิ่นกำเนิดตั้งแต่เดิมของมันฝรั่ง คือ แถบหุบเขาใกล้คุซโค ในประเทศเปรู นักสำรวจชาวสเปนพบว่า มีการปลูกมันฝรั่งในอเมริกาตะวันตกเฉียงใต้ แต่ไม่ใช่ในประเทศเม็กซิโก แล้วได้นำเข้ามาปลูกในยุโรประหว่างปี พ.ศ.๒๐๗๔-๗๘ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๑๒๙ จึงแพร่พันธุ์เข้าไปในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ แต่ก็ยังไม่แพร่หลาย จนกระทั่งหลังปี พ.ศ. ๒๒๙๓ จึงปลูกกันแพร่หลายในประเทศยุโรป ปลาย พ.ศ. ๒๒๔๓ พันธุ์มันฝรั่งที่ใช้ปลูกทั่วๆ ไป ตามอาณานิคมของอเมริกานั้น มาจากประเทศไอร์แลนด์ โดยพ่อค้าชาวสเปนเป็นผู้นำไป ดังนั้นมันฝรั่งจึงได้ชื่อว่า "มันไอริช" อีกชื่อหนึ่ง แหล่งปลูกในประเทศไทย ซึ่งปลูกมันฝรั่ง ได้ผลดี คือ จังหวัดในทางภาคเหนือ ซึ่งมีอากาศ หนาวเย็น เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ส่วนจังหวัดทางภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ก็ปลูกกันบ้าง แต่ปริมาณที่ผลิตยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับจังหวัดทางภาคเหนือ เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ปลูก - [เทียนหยด พืชที่มีผลเป็นพิษ](https://www.monmai.com/เทียนหยด/) - ต้น เป็นไม้พุ่มสูง 2-3 เมตรขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด โตเร็ว ชอบแสงแดดตลอดทั้งวัน ลำต้นแตกกิ่งก้านหนาแน่น กิ่งลู่ลง ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ลักษณะใบรูปไข่ กว้าง 1.5 - 2 ซม.ยาว 3-7 ซม.ปลายมน หรือแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ดอก สีม่วงเข้ม หรือขาวออกที่ปลายกิ่ง ออกดอกตลอดปี โคนกลีบเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแยกป็น 5 แฉก บานเต็มที่กว้าง 1-1.5 ซม. ชื่อวิทยาศาสตร์: Duranta erecta L. ชื่อสามัญ: Golden Dewdrop, Pigeon Berry, Sky Flower ชื่ออื่น: เครือออน (แพร่), พวงม่วง ฟองสมุทร เทียนไข (กรุงเทพฯ), สาวปอลด (เชียงใหม่) ชาทอง Duranta, Golden - [เครื่องมือแกะเมล็ดกระเจี๊ยบ](https://www.monmai.com/เครื่องแกะกระเจี๊ยบ/) - เครื่องมือนี้จะช่วยเจาะดุนไส้เมล็ดกระเจี๊ยบแดงให้ออกมาอย่าง่ายดาย โดยไม่ต้องผ่าแยกกลีบดอกให้เสียรูป ถ้ามีความถนัดทางช่างจะลองทำเองก็ได้ หาท่อโลหะบางๆขนาด 4 หุน ยาว 20 ซม. (ก้านแตนเลสของหัวฉีดแรงดันสูงอันที่ชำรุดแล้ว ขัดล้างให้สะอาด ใช้ทำได้ดี) ทำด้ามจับจากกระบอกไม้ไผ่เลี้ยงยาว 10 ซม. หาขนาดที่มีรูเล็กกว่าท่อโลหะเล็กน้อย ตอกอัดท่อโลหะ เข้าในกระบอกไม้ไผ่ลึกประมาณ 5 ซม. ซึ่งต้องยึดกันได้แน่นดี ลับคมปลายท่อโลหะอีกข้าง ถ้าทำด้ามด้วยไม้เนื้อแข็ง ต้องใช้สว่านเจาะรู และจะให้มีความคมมากขึ้น ก็ลับคมแบบให้เป็นร่องฟันปลา - [ยางยืดออกกำลังกาย](https://www.monmai.com/ยางยืดออกกำลังกาย/) - ยางยืด ที่เราคุ้นชิน และหลายคนเคยเอามาร้อยคนยาวเอาไว้เล่นโดดหนังยางตอนเด็ก ๆ หรือเอามาเป่าเล่นกับเพื่อนนั้น วันนี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการเสริมสมรรถภาพร่างกายและกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี จนถึงกับได้รับรางวัลส่งเสริมสุขภาพดีเด่นแห่งชาติจากกระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว วิธีนำยางยืดมาใช้เพื่อสุขภาพก็ไม่ยาก แค่ใช้ยางวงขนาดใหญ่จำนวน 5-6 เส้นมาร้อยต่อกันเป็นลักษณะเหมือนข้อโซ่ให้ได้ประมาณ 36-40 ข้อ หรือถ้าเป็นคนรูปร่างสูงก็อาจใช้ถึง 40-45 ข้อ หรือมากกว่าตามรูปร่าง คุณสมบัติของยางยืดคือจะมีปฏิกิริยาสะท้อนลับหรือมีแรงดึงกลับจากการถูกดึงให้ยืดออก ที่เรียกว่าสเทรทช์รีเฟล็กซ์ (Stretch Reflex) ทุกครั้งที่ยางถูกดึงให้ยืดจึงช่วยกระตุ้นระบบประสาทรับรู้ความรู้สึกของกล้ามเนื้อ เป็นผลดีต่อการพัฒนาและบำบัดรักษาระบบการทำงานของประสาทกล้ามเนื้อ และช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของระบบประสาทกล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ รวมทั้งข้อต่อกระดูก นอกจากนั้นยังช่วยเสริมสร้างความอดทนของกล้ามเนื้อในหลายรูปแบบ ลดไขมัน ทำให้กล้ามเนื้อมีความตึงตัว กระชับสัดส่วน ที่สำคัญการออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสะสมแคลเซียมไว้ในกระดูกทำให้กระดูกมีความหนาแน่น ป้องกันปัญหากระดูกบาง กระดูกพรุน ข้อติด ข้อเสื่อม และระบบโครงสร้างร่างกาย การออกกำลังกายด้วยยางยืดทำได้หลายท่าและสามารถออกได้ในเกือบทุกสัดส่วน ไม่ว่ากล้ามเนื้ออก ไหล่ หลัง ต้นแขน ลำตัว หน้าท้อง ขาด้านหน้า ด้านหลัง ฯลฯ แต่อาจจะต้องใช้เวลาฝึกบ้างเพื่อให้คุ้นเคย จนสามารถออกกำลังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รู้ประโยชน์ของการออกกำลังดวยเจ้า หนังยางแบบนี้แล้ว มาเริ่มออกกำลังกายไปพร้อมๆ กันเลย ท่าที่ 1 - - [จิกสวน ไม้ประดับดอกสวยงาม](https://www.monmai.com/จิกสวน/) - จิกสวนใบอ่อนหรือยอดอ่อน ของจิก รับประทานได้ มีรสฝาดเล็กน้อย ใบแก่ แก้โรคท้องร่วง ราก ใช้เป็นสมุนไพรแก้โรคลมต่างๆ เช่น ลมอืดแน่นในท้อง ส่วนเมล็ด ใช้เป็นยาแก้ไอ แก้อาการจุกเสียด เป็นต้น ส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะดอกมีความสวยงาม และเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาได้ดี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barringtonia racemosa Roxb. อยู่ในวงศ์ : LECYTHIDACEAE (BARRINGTONIACEAE) ชื่ออื่น : จิกบ้าน (กรุงเทพฯ); ปูตะ (มลายู-นราธิวาส) ลักษณะ จิกสวน เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 4-8 เมตร ลำต้นมักมีปุ่มปม เปลือกสีเทาถึงน้ำตาลเทา เรียบถึงแตกเป็นแผ่น เปลือกชั้นในสีเหลืองแกมน้ำตาลถึงชมพู มีเส้นใยเหนียว ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนรอบกิ่ง เป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง แผ่นใบคล้ายกระดาษ ไม่นุ่ม ใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ ถึงรูปหอกแกมรูปไข่กลับ ใบเกลี้ยง ทั้งสองด้าน ผิวใบด้านบนเป็นมัน ปลายใบเรียวแหลม - [จิกนา จิกน้ำ จิกบก](https://www.monmai.com/จิกนา/) - จิกมีขึ้นทั่วไปทางภาคตะวันออกและภาคกลางของอินเดีย ตลอดลังกาถึงย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับในประเทศไทยก็มีขึ้นอยู่ทั่วประเทศ ในที่ค่อนข้างราบลุ่มตามชายห้วย หนอง แม่น้ำ สามารถเป็น พันธุ์ไม้สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกได้อย่างดี และมีชื่อเรียกต่าง ๆ ไปตามท้องที่ เช่น จิกน้ำ จิกบก กระโนทุ่ง กระโดนน้ำ ตอง กระโนสร้อย มุ่ยลาย และลำไพ่ เป็นต้น การขยายพันธุ์ใช้เมล็ดหรือตอน และจะตัดกระโงจากรากก็ได้ ใบอ่อนรสฝาดเล็กน้อย ใช้รับประทานได้ รากของต้นจิกใช้เป็นสมุนไพร แก้โรคลมต่าง ๆ ประชาชนนิยม ปลูกไว้ตามชายน้ำ เพื่อกันดินพัง อาศัยร่มเงา ปลูกเป็นไม้ประดับ และใช้รับประทานกันทั่ว ๆ ไป ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barringtonia acutangula (L.) Gaertn. ชื่อวงศ์ : Lecythidaceae ชื่อสามัญ : Indian oak, Chee ชื่อพื้นเมือง : กระโดนทุ่ง กระโดนน้ำ จิกน้ำ - [การชำปล้องไผ่](https://www.monmai.com/ชำข้อปล้องไผ่/) - การขยายพันธุ์วิธีนี้จะต้องทำการคัดเลือกลำที่มีอายุประมาณ1 ปี แล้วนำมาตัดเป็นท่อนๆ โดยให้แต่ละท่อนมี 1 ข้อ ซึ่งการใช้ท่อนตัด 1 ข้อ จะต้องตัดตรงกลางและให้รอยตัดทั้งสองห่างจากข้อประมาณ 1 คืบ และควรเป็นลำที่มีแขนงติดอยู่โดยจะต้องตัดให้แขนงเหลือยาวประมาณ 1 คืบด้วย จากนั้นจึงนำไปชำในแปลงเพาะชำ โดยวางให้ข้ออยู่ระดับดินและให้ตาหงายขึ้น ระวังอย่าให้ตาได้รับอันตราย แล้วใส่น้ำลงในปล้องไผ่ให้เต็ม และคอยเติมน้ำให้อยู่เต็มอยู่เสมอการเพาะวิธีนี้จะต้องหมั่นดูแลรดน้ำให้ความชุ่มชื่นอยู่เสมอหลังจากนั้นประมาณ2-4 สัปดาห์จะพบหน่อและรากแตกออกมา เมื่อหน่อแทงรากแข็งแรงเต็มที่ ประมาณ 6-12 เดือน จึงทำการย้ายปลูกได้ การขยายพันธุ์ไผ่ ด้วยวิธีการชำปล้อง ไผ่ที่จะนำมาชำ ให้คัดเลือกลำที่มีอายุประมาณ1 ปี แล้วนำมาตัดเป็นท่อนๆ โดยให้แต่ละท่อนมี 1 ข้อ วิธีการขยายพันธุ์ไผ่ด้วยการชำปล้อง การเตรียมแปลงเพาะชำ ใช้ท่อซีเมนต์ขนาดใดก็ได้ นำไปวางในที่โล่งโปรง อากาศถ่ายเทสะดวก ใส่ดินที่ย่อยละเอียด และผ่านการตากแดดฆ่าเชื้อแล้วประมาณ 1 อาทิตย์ ใส่ประมาณ 1/4 ของท่อ หรือจะชำในแปลงเพาะ ควรทำการปรับหน้าดินในกรณีที่เป็นที่ดอนที่น้ำท่วมไม่ถึง แต่ถ้าพื้นที่ลุ่มควรทำการยกร่องเพื่อมีการระบายน้ำดี หลังจากนั้นจึงทำการย่อยดิน ตากดินทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์ การเตรียมกิ่งชำ - [การตัดชำ](https://www.monmai.com/การตัดชำ/) - การตัดชำ (Cutting) หมายถึง การตัดส่วนหนึ่งส่วนใดของพืช แล้วนำไปปักไว้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ปักไว้ในที่มีความชุ่มชื้นหรือแช่ไว้ในน้ำ ส่วนนั้นจะสามารถเกิดราก และแตกยอด กลายเป็นพืชต้นใหม่ได้ ซึ่งจะมีคุณสมบัติและคุณลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ การขยายพันธุ์พืช โดยการตัดชำ เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมากทั้งพืชใบกว้างและใบแคบที่มีใบเขียวตลอดปี โดยเฉพาะเหมาะสำหรับขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น เทียนทอง ไทร ชบา เข็ม โกสน เล็บครุฑ สาวน้อยประแป้ง หูปลาช่อน หลิว เบญจมาศ มะลิ กุหลาบ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ขยายพันธุ์ไม้ผลที่ออกรากง่าย เช่น องุ่น สาเก มะนาวและส้มบางชนิด ได้ การตัดชำ จะมีความหมายเดียวกับ การปักชำ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า การปักชำ จะใช้กับส่วนที่เป็นลำต้น กิ่ง หรือใบพืช ที่นำไปปักลงในวัสดุชำ เพื่อให้เกิดรากเท่านั้น ดังนั้น ความหมายของคำว่า ตัดชำ จึงกว้างกว่า ปักชำ เพราะสามารถใช้ได้ทั้งส่วนที่อยู่บนดิน เป็น ลำต้น กิ่ง - [ผักสวนครัว รั้วกินได้](https://www.monmai.com/ผักสวนครัวรั้วกินได้/) - ผักเป็นอาหารประจำวันของมนุษย์ เป็นแหล่งอาหารให้แร่ธาตุวิตามินที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์จากข้อมูลวิจัยกล่าวว่า มนุษย์เราควรบริโภคผักวันละประมาณ 200 กรัม เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอ ผลการวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเชีย ขี้ให้เห็นว่าประชากรของประเทศไทย โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์และพวกเด็ก ๆ มักขาดแคลนแร่ธาตุวิตามินกันมาก ประกอบกับปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบทำให้มีค่าครองชีพสูงขึ้น ดังนั้นกรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้มีการรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองในครอบครัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีพืชผักเพียงพอแก่การบริโภคในครัวเรือน ทำให้ได้รับสารอาหารครบตามความต้องการของร่างกายและช่วยลดภาวะค่าครองชีพ ข้อควรพิจารณาก่อนปลูกผักสวนครัว การปลูกผักสวนครัวต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ การเลือกสถานที่หรือทำเลปลูก ควรเลือกพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด อยู่ใกล้แหล่งน้ำและไม่ไกลจากที่พักอาศัยมากนักเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานด้านการปลูก การดูแลรักษาและสะดวกในการเก็บมาประกอบอาหารได้ทันทีตามความต้องการ การเลือกประเภทผักสำหรับปลูก ชนิดของผักที่จะปลูกควรคำนึงถึงการใช้เนื้อที่ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด โดยการปลูกผักมากชนิดที่สุดเพื่อจะได้มีผักไว้บริโภคหลาย ๆ อย่าง ควรเลือกชนิดของผักที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและปลูกให้ตรงกับฤดูกาล ทั้งนี้ควรพิจารณาเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดพันธุ์ วันเสื่อมอายุ ปริมาณหรือน้ำหนักโดยดูจากสลากข้างกระป๋องหรือซองที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ ซึ่งจะทำให้ทราบว่าเมล็ดพันธุ์นั้นใหม่หรือเสื่อมความงอกแล้ว เวลาวันที่ผลิตถึงวันที่จะซื้อถ้ายิ่งนายคุณภาพเมล็ดพันธุ์จะลดลง การเลือกทำเลการปลูกผัก ที่ตั้งของสถานที่ปลูก ในการปลูกผักหรือพืช จำเป็นต้องมีดินหรือวัสดุให้ต้นพืชยึดเกาะรวมทั้งเป็นแหล่งน้ำ แหล่งธาตุอาหารที่จำเป็นในการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งพิจารณาจากลักษณะของพื้นที่คือ 1.1 มีพื้นที่เป็นพื้นดินในบริเวณบ้าน อาจจะเป็นแหล่งน้ำหรือพื้นที่ปลูกบริเวณบ้าน เป็นสภาพพื้นที่ที่ปลูกผักได้หลากชนิดตามความต้องการ 1.2 ไม่มีพื้นดินในบริเวณบ้าน ผักสวนครัวบางชนิดการจะปลูกได้ จำเป็นต้องปลูกในภาชนะใส่ดินปลูก อาจจะวางบนพื้นหรือแขวนเป็นผักสวนครัวลอยฟ้า สภาพแสงและร่มเงา นับว่ามีความจำเป็นในขบวนการสังเคราะห์แสงของพืชเพื่อสร้างอาหาร ปริมาณแสงที่ได้รับในพื้นที่ปลูกแต่ละวันนั้นจะมีผลต่อชนิดของผักที่ปลูก โดยทั่วไปแล้วอาจแบ่งความต้องการแสงในการปลูกผัก ดังนี้ - [ส้มโชกุน ผลใหญ่กลิ่นหอม รสหวานอมเปรี้ยว](https://www.monmai.com/ส้มโชกุน/) - ส้มโชกุนเป็นส้มเขียวหวานชนิดหนึ่งที่เกิดจากการผสมพันธุ์ ระหว่างส้มบางมดกับส้มจีนบิทก้า ซึ่งมีคุณลักษณะผิดแปลกไปจากส้มเขียวหวานทั่วไปมีแหล่งกำเหนิด ที่จังหวัดยะลาเป็นส้มที่มีรสชาดดีมีลักษณะเด่นหลายประการคือผลใหญ่ ผิวสีเขียวออกเหลือง เปลือกผลสุกมีกลิ่นฉุน (ตอนปอก) สีเนื้อมีสีส้มเข้ม เปลือกล่อนปอกง่าย รสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม ไม่มีกาก (ชันนิ่ม) ส้มโชกุนเป็นพืชที่มีลักษณะเหมือนกับส้มเขียวหวาน การเจริญเติบโตดี พอๆ กับส้มเขียวหวาน ลักษณะรูปร่างทรงต้นขนาดต้นก็เหมือนกับส้มเขียวหวาน ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus reticulata Blanco วงศ์ RUTACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ทรงต้น : มีทรงพุ่มเน่นกว่าส้มเขียวหวาน กิ่งและใบ : กิ่งและใบจะตั้งขึ้น ใบสีเขียวเข้ม ขนาดของใบเล็กกว่าส้มเขียวหวาน เมื่อนำใบมาขยี้แล้วดมจะมีกลิ่นหอม ดอก : มีดอกสีขาว ใหญ่กว่าส้มเขียวหวานเล็กน้อย จะออกดอกมาในเดือนมกราคม - กุมภาพันธุ์ ผล : มีลักษณะเหมือนกับส้มเขียวหวานมาก ผลแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแดง ปอกเปลือกง่าย ล่อน ชานมีลักษณะนิ่ม ให้น้ำส้มในปริมาณมาก รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ กลิ่นหอม มีน้ำหนักดีกว่าส้มเขียวหวาน พันธุ์ โชกุนสีทอง กำเนิดที่ - [ถั่วมะแฮะ พืชมากค่ากว่าบำรุงดิน](https://www.monmai.com/ถั่วมะแฮะ/) - ถั่วที่นิยมปลูกเพื่อปรับปรุงดินโดยเฉพาะมีหลายชนิด เช่น ถั่วพร้า ถั่วขอ ถั่วมะแฮะ ฯลฯ ถั่วเหล่านี้รับประทานได้แต่ไม่เป็นที่นิยม ในความไม่นิยมนี้จึงเป็นที่น่าเสียดายที่เรามองข้ามถั่วมะแฮะแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน (คิดจากส่วนที่บริโภค 100 กรัม เมล็ดสดมีโปรตีน 70% และ 19.2% ในเมล็ดแห้ง) มีกรดอมิโนจำเป็นเทียบเท่ากับถั่วเหลือง นอกจากนั้นยังมี วิตามินบีสูง ชาวบ้านทั่วทุกภาคของไทยมักปลูกไว้ในสวนครัวตามบ้านต้นสองต้น หรือปลูกแซมในไร่นา และรักษาเมล็ดพันธุ์ด้วยการปลูกปีต่อปี เรียกชื่อต่างๆ กันไป ถั่วแฮ มะแฮะ ถั่วแระ ถั่วแม่ตาย ถั่วแรด มะแฮะต้น ถั่วแฮ่ ส่วนใหญ่กินเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก ภาคอีสานกินกับเมี่ยงข่า ปลาร้าสับและนิยมนำมาตำเหมือนส้มตำ ยังไม่นิยมรับประทานเมล็ดแห้งมากนัก ชื่อวิทยาศาสตร์ Cajanus cajan (Linn.) Millsp. ชื่อพ้อง Cajanus indicus Spreng. วงศ์ Fabaceae ชื่ออื่นๆ ถั่วแระ ถั่วแระผี ถั่วแม่ตาย (กลาง) ถั่วแรด (ชุมพร); มะแฮะ มะแฮะต้น - [ชามะละกอ ล้างไขมันในลำไส้](https://www.monmai.com/ชามะละกอ/) - ชามะละกอ คือ การนำเอามะละกอดิบมาปอกเปลือก แล้วหั่นเนื้อมะละกอใส่หม้อ เติมน้ำ ต้มให้เดือดแล้วตักเนื้อมะละกอออกไป เอาเฉพาะน้ำมาใช้ชงชาเพื่อดื่มแทนชาทั่วไป ประโยชน์ เมื่อดื่มชามะละกอ จะเป็นการล้างลำไส้ โดยไม่ต้องสวนทวาร ช่วยล้างระบบดูดซึม คือ ล้างคราบไขมันที่ผนังลำไส้ อันเนื่องมาจากการกินอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำ คราบไขมันจะเกาะตัวที่ผนังลำไส้เป็นกาวเหนียว จึงเกิดการขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร และวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อระบบดูดซึมไม่ดี หรือดูดซึมไม่ได้ เวลากินอาหารก็จะได้แค่อิ่ม แต่ไม่ได้สารอาหาร เมื่อเป็นอย่างนี้นานวันเข้า ความเจ็บป่วยก็จะเข้ามาเยือน เมื่อร่างกายปกติ ไม่เจ็บไม่ป่วย ก็ควรล้างลำไส้ไว้บาง เพื่อล้างคราบน้ำมันเก่าที่เคยกินอาหารผัดน้ำมันมานานหลายปี สูตรชามะละกอ มะละกอดิบไม่อ่อนเกินไปครึ่งลูก ชาเขียว หรือชาจีน หรือชาใบหม่อน อย่างใดอย่างหนึ่ง วิธีทำ ปอกเปลือกมะละกอล้างให้สะอาด แล้วหั่นแบบชิ้นฟัก ไม่ถึงครึ่งลูก (ประมาณ 3 กำมือ) ใส่ลงไปหม้อเติมน้ำ 3 ลิตร ตั้งไฟ จะเติมดอกเก๊กฮวย ใบเตย หรือรากเตย ก็ใส่ลงไปพร้อมกับมะละกอดิบ พอน้ำเริ่มเดือดได้สัก 3 นาที ก็ยกลงได้ อย่าต้มมะละกอจนเนื้อเละต่อไปก็ตักน้ำมะละกอและดอกเก๊กฮวยออกให้เหลือแต่น้ำ เอาน้ำร้อนที่เหลือทั้งหมดนั้นไปชงชา - [โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน](https://www.monmai.com/เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน/) - จากปัญหาความยากจนและความทุกข์ยากของราษฎรในถิ่นทุรกันดารห่างไกลคมนาคมไม่สะดวกเยาวชนมักจะขาดแคลนอาหารจากการผลิตที่ไม่พอเพียง และการบริโภคไม่ถูกต้อง ทำให้เยาวชนในพื้นที่ดังกล่าว เติบโตอย่างไม่มีคุณภาพร่างกายอ่อนแอ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยทรงเล็งเห็นว่าการพัฒนาจะนำไปสู่การเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กทั้งร่างกาย สติปัญญาและอารมณ์ได้อย่างเต็มศักยภาพทำให้เด็กเติบโตอย่างคนที่มีคุณภาพ เป็นกำลังที่จะช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองและประเทศชาติต่อไป ทรงเริ่มต้นการดำเนินงานในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและขยายผลต่อไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ ศูนย์บริการ การศึกษานอกโรงเรียน และโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน ครู และผู้ปกครอง ร่วมกันทำการเกษตรในโรงเรียนแล้วนำผลผลิตที่ได้มาประกอบเป็นอาหารกลางวัน ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันแล้ว ยังทำให้นักเรียนได้รับความรู้ด้านโภชนาการและด้านการเกษตรแผนใหม่ ที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นอาชีพต่อไป ...ในการพัฒนาเด็กถ้าไม่สามารถพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในด้านสุขภาพอนามัยก่อน เด็กก็จะไม่มี ความพร้อมสำหรับการพัฒนาด้านอื่นๆ ไม่อาจนับว่าเป็นอนาคตของชาติได้ การที่จะช่วยให้เด็กเหล่านี้ มีโอกาสในเรื่องการกินดีขึ้นนั้น ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังทุกฝ่าย... พระราชกระแส สามสิบปีการพัฒนาเด็กและเยาวชน : ร่วมกันสร้างโอกาสที่ดีกว่า ในการประชุมวิชาการ ทางสู่โอกาสที่ดีกว่า ทรงบรรยายเนื่องในโอกาสสามทศวรรษการพัฒนาเด็กและเยาวชน ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้ทดลองทำโครงการอาหารกลางวันผักสวนครัว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ ด้วยจุดมุ่งหมาย คือ ...เราต้องการช่วยให้นักเรียนในโรงเรียนมีสุขภาพอนามัยบริบูรณ์แข็งแรงรับประทานอาหาร ที่ถูกสุขลักษณะและถูกตามส่วนประกอบที่จะบำรุงร่างกาย...อยากให้เป็นพืชผักหรืออุปกรณ์แล้วให้นักเรียนมาทำการเกษตร ซึ่งเป็นวิธีที่อ้อมและยากขึ้นมาอีกทางหนึ่ง อาหารที่จะให้รับประทานนั้น เป็นอาหารที่ได้มาจากผลิตผลของนักเรียนผู้รับประทานเอง ซึ่งอาจจะได้ผลช้า แต่ก็เป็นวิธีหนึ่งซึ่งจะได้รับอาหาร และคิดว่าจะได้รับประโยชน์เป็นผลพลอยได้ที่สำคัญ - [ว่านเขียวหมื่นปี แก้วกาญจนา](https://www.monmai.com/ว่านเขียวหมื่นปี/) - นอกจากชื่อว่านเขียวหมื่นปีแล้ว บ้างคนยังเรียกว่านนี้ว่า ว่านหมื่นปีด้วยเช่นกัน ซึ่งว่านเขียวหมื่นปีมีลักษณะลำต้นตั้งตรง แข็งแรงหุ้มด้วยกาบใบเป็นข้อปล้องถี่ ๆ มีสีเขียวอมขาว เป็นพุ่มสวยงามมาก ลักษณะใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายใบยาว โคนใบยาว โคนใบมน แผ่นใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน มีลายเป็นทางบ้างจุดบ้าง ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบมีสีเขียวเข้ม เขียวหมื่นปี หรือคนโบราณเรียก ว่านขันหมา เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ในธรรมชาติจะแพร่พันธุ์โดยการงอกของเมล็ด ลักษณะลำต้นสีเขียว แตกใบออกตามลำตันตั้งแต่โคนต้นขึ้นไปคล้ายข่าหรือพืชตระกูลว่าน ใบมีอายุนานไม่ค่อยร่วงพลัดใหม่ จนมีลักษณะเป็นทรงพุ่มหนา ลักษณะใบมีสีเขียวสดถึงเขียวเข้ม บางสายพันธุ์มีแถบสีขาวกระจายทั่วไป คล้ายกับต้นสาวน้อยปะแป้ง ซึ่งมักทำให้เข้าใจผิดบ่อยครั้ง ใบมีลักษณะเรียวตรงก้านใบ กว้างตรงกลาง และเรียวลงในส่วนปลายใบ ความยาวของใบประมาณ 30-50 เซนติเมตร ใบกว้างประมาณ 10-20 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ชื่อวิทยาศาสตร์: Aglaonena modestum Schott. ชื่อสามัญ: Silver evergreen วงศ : ARACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่ม ลำต้นเป็นข้อปล้อง ลำต้นกลมตรง แตกใบอ่อนตรงส่วนยอดของลำต้นทีละใบ ส่วนที่ติดกับลำต้นมีลักษณะเป็นกาบ - [เสลา ดอกสีม่วงอมชมพู](https://www.monmai.com/เสลา/) - เสลา เปลือกลำต้นสีน้ำตาลดำหรือสีคล้ำ แตกเป็นร่องตื้น ๆ ตามยาว ปลายกิ่งย้อยลู่ลงสู่พื้น ใบมีขนปกคลุมประปราย ช่อดอกออกตามกิ่ง ตามง่ามใบและปลายกิ่ง แต่ช่อไม่ชูตั้งขึ้นเมื่อดอกในช่อบานจะชิดกัน ดอกสีชมพูอมม่วง ออกดอกช่วงฤดูร้อน ผลผิวเรียบเป็นมันสีน้ำตาลไหม้ มีชื่ออื่น ๆ ว่า เสลาใบใหญ่, อินทรชิต ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia loudoni Teijsm. & Binn. วงศ์ LYTHRACEAE ชื่ออื่น เกรียบ ตะเกรียบ (ชอง-จันทบุรี), ตะแบกขน (นครราชสีมา), เสลาใบใหญ่ (ทั่วไป) ลักษณะ เสลา เป็นต้นไม้ขนาดกลางโตช้า ผลัดใบ สูง 10-20เมตร เรือนยอดทรงกลมทึบ ใบดก กิ่งโน้มลงรอบทรงพุ่ม เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ มีรอยแตกเป็นทางยาวตลอดลำต้น ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปขอบขนาน กว้าง 6-10ซม. ยาว 16-24ซม. ปลายเรียวแหลมเป็นติ่ง โคนมน เนื้อใบหนาปานกลาง - [ผักล้อยาง](https://www.monmai.com/ผักล้อยาง/) - ยางรถยนต์เก่า ที่หลายคนคิดว่าไร้ประโยชน์แล้วไม่สามารถนำมาใช้งานได้อีก แต่มีหลายที่คิดว่ายางรถยนต์เก่าสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก อย่างเช่น ของเล่นเด็ก ถังขยะตามบ้านเรือน หรือตามถนนทั่วไป รวมทั้งการนำเอายางรถยนต์เก่ามาทำเป็นกระถางปลูกพืชผักสวนครัว ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ปลูก เพราะบ้างบ้านอาจจะไม่มีพื้นที่ในการปลูกพืชผักสวนครัวมากนัก นี้คงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้หลายๆคนหันมาปลูกพืชผักสวนครัวในบ้านเรือนมากขึ้น คุณสมบัติของล้อยางที่นำมาปลูกผัก พื้นล้อยางควรมีลักษณะโค้งเว้า เพราะจะช่วยรองรับน้ำได้ดี ในช่วงหน้าแล้งล้อยางก็จะมีความชื้นดี เนื่องจากพื้นล้อยางที่เป็นรูจะมีวัสดุปิด ในช่วงหน้าฝนพื้นดินที่แฉะด้านล่างก็จะไม่สามารถดูดน้ำออกไปจากล้อยางทาง ด้านล่างได้ ขั้นตอนการเตรียมล้อยาง 1.เริ่มใช้มีดปลายแหลมกรีดเป็นรอยแนวตามรูปทรงที่ต้องการก่อน จากนั้นให้ใช้มีดปลายแหลมหรือเคียวที่ค่อนข้างคมกรีดล้อยางเก่า ในลักษณะสลับฟันปลา หรือกรีดแบบซิกแซ็กให้เป็นรอยทะลุถึงอีกด้าน 2.ใช้เหล็กแหลมแบนๆ หรือไม้เหมือนกับที่งัดยางตามร้านปะยาง เอามาสอดเข้าตรงที่รอยกรีดแล้วงัดขึ้น จะทำให้การกรีดยางง่ายและทุ่นแรง และถ้ากรีดแล้วฝืดเพราะยางจะรัด ให้หยอดน้ำเล็กน้อย หรือเอามีดเช็ดด้วยน้ำมันเครื่องก็สามรถใช้ได้เหมือนกัน 3.และการทำรูปทรงเรือเพื่อใช้ปลูกพืชผักนั้นให้แบ่งครึ่งล้อยางออกหรือเลือกล้อยางที่มีขนาดเล็ก กรีดสลับฟันปลาเป็นซี่เล็กๆ ตามรอยขอบยาง แล้วตัดล้อยางจากรูปทรงกลมออกให้เป็นเส้นตรง ขึงหรือดัดล้อยางออกตามความยาวของไม้รองที่เราเตรียมไว้ได้ 4.นำดินที่ผสมปุ๋ยอินทรีย์ มาใส่ในกระถาง เอาเมล็ดพันธุ์ผักที่มีระบบรากตื้น อายุสั้น เก็บเกี่ยวได้ง่าย เช่น ผักกาดเขียว คะน้า กวางตุ้ง ต้นหอม โหระพา กะเพรา มาปลูกตามต้องการ คอยรดน้ำเช้า-เย็น ดูแลอย่าให้โรค แมลง รบกวน จนกระทั่งโตเก็บมารับประทานหรือนำไปจำหน่ายที่ตลาดได้ การผสมดินปลูก * - [โครงการเกษตรอินทรีย์บ้านแสนรักษ์](https://www.monmai.com/บ้านแสนรักษ์/) - จากกระแสการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เน้นการบริโภคผักผลไม้ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วง4-5 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนอาจเป็นเพียงแค่คนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เพราะจากข้อมูลการประชุมวิชาการแห่งชาติด้านอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ ๑ เรื่อง ผักและผลไม้เพื่อความมั่นคงทางโภชนาการ เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๗ พบว่า คนไทยบริโภคผักผลไม้น้อยลง โดยเพศชาย อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป บริโภคผักและผลไม้ประมาณ ๒๖๘ กรัมต่อวัน ส่วนเพศหญิง อายุ ๑๕ ขึ้นไป บริโภคผักและผลไม้ประมาณ ๒๘๓ กรัม ต่อวัน และมีการบริโภคผักผลไม้น้อยลงตามอายุ โดยในกลุ่มอายุ ๘๐ ปีขึ้นไปบริโภคน้อยที่สุดเพียง ๒๐๐ กรัม และถึงแม้ประเทศไทยจะมีความหลากหลายทั้งในด้านผักและผลไม้แต่กลับพบว่าคนไทย ๗๕% ทานผักผลไม้น้อยกว่า ๔๐๐ กรัม ต่อวัน โดยประเทศไทยมีผักที่บริโภคได้ถึง ๓๓๐ ชนิด รวมทั้งผักพื้นบ้านด้วย แต่คนไทยบริโภคผักอยู่เพียงแค่ ๗๐-๘๐% ของชนิดผักทั้งหมดเท่านั้น ยังมีผักอีกหลายชนิดที่คนไทยไม่ได้บริโภค ซึ่งสาเหตุหลักอาจมาจากการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้นของผู้คนจากอดีต วัฒนธรรมการบริโภคอาหารไทยซึ่งมีผักเป็นส่วนประกอบได้เปลี่ยนมาเป็นการบริโภคอาหารจานด่วนที่ไม่มีผักเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ขาดความสมดุลของสารอาหาร ก่อให้เกิดการสูญเสียทางสุขภาพมากขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีความวิตกกังวลในเรื่องของสารพิษตกค้างจากการเพาะปลูกว่าแท้จริงแล้วผักผลไม้เหล่านี้จะเกิดประโยชน์หรือโทษมากกว่ากัน ซึ่งหากบริโภคเป็นประจำอาจเกิดการสะสม - [หน่อไม้ฝรั่ง ป้องกันเบาหวาน มะเร็ง](https://www.monmai.com/หน่อไม้ฝรั่ง/) - แอสพารากัส หรือ หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชพื้นเมืองแถบยุโรปและแอฟริกา คุณสมบัติสำคัญอยู่ที่ความหวานกรอบ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติดี มีคุณค่าทางอาหารสูง ชาวกรีกเป็นชนชาติแรกที่ริเริ่มปลูกหน่อไม้น้ำเมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว และต่อมาก็เป็นที่นิยมบริโภคกันมากสำหรับชาวกรีก โรมัน และอียิปต์โบราณ ชื่อวิทยาศาสตร์ Asparagus officinalis L. ชื่อสามัญ Asparagus วงศ์ Liliaceae ลักษณะ หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชผักที่มีลำต้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ลำต้นใต้ดิน และลำต้นเหนือดิน ลำต้นใต้ดิน อาจถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบรากรวมเรียกว่า rhizome หรือเหง้า อาหารของหน่อไม้ฝรั่งจะถูกส่งมาเก็บ ที่ส่วนนี้ ลำต้นใต้ดินมีลักษณะเป็นแท่งคล้ายแท่งดินสอ งอกกระจายออกเป็นรัศมี โดยรอบ เรียกอีกอย่างว่า crown ระบบราก แผ่ขยายออกไป ประมาณ 3-5 ฟุต หรือมากกว่านั้น ยอดอ่อนหรือหน่ออ่อน (spear) เจริญมาจากเหง้าเป็นส่วนที่ใช้ รับประทาน ถ้าปล่อยให้หน่ออ่อนเจริญเติบโตจะกลายเป็นลำต้นเหนือดิน ซึ่งมีความสูง 1.5 - 2 - [พิกุล ดอกกลิ่นหอมเย็น](https://www.monmai.com/พิกุล/) - ดอกพิกุลมีกลิ่นหอมเย็นๆ นิยมใช้บูชาพระ เปลือกต้นพิกุลใช้ย้อมผ้า ต้มน้ำเกลืออมแก้ปวดฟันทำให้ฟันแน่น ดอกนำมากลั่นทำน้ำหอม น้ำจากดอกและผลใช้ล้างคอล้างปากและยังใช้เป็นยาสมุนไพรได้อีกด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ Mimusops elengi L. ดอกพิกุล ชื่อวงศ์ SAPOTACEAE ชื่อสามัญ Mimusops ชื่ออื่นๆ Tanjong Tree, Bullet Wood, พกุล ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลางความสูง 5-15 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอกแคบๆ โคนใบแหลม ปลายใบมนหรือแหลม ใบเกลี้ยงขอบใบเรียบเป็นคลื่น ดอกออกเป็นกระจุกใหญ่ตามปลายกิ่ง หรือตามง่ามใบ ดอกออกดอกเดี่ยว ที่ปลายกิ่งและซอกใบ แต่อยู่รวมกันเป็นกระจุก มี 24 กลีบ เรียงซ้อนกันเป็น 2 ชั้น ชั้นใน 16 กลีบ ชั้นนอก 8 กลีบ สีขาวมีกลิ่นหอม แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลเมื่อโรย ดอกบานวันเดียว ออกดอกเกือบตลอดทั้งปี ผลกลมรีหัวท้ายแหลม ผลสุกมีสีเหลือง สีส้มหรือสีแดง มี 1-2 - [สบู่ถ่านไม้ไผ่ดูดสารพิษ](https://www.monmai.com/สบู่ถ่านไม้ไผ่/) - ถ่านไม้ไผ่ เป็นถ่านที่มีคุณภาพสูง นำมาใช้ประโยชน์ต่อมนุษย์ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถ่านถูกนำมาใช้เพื่อดูดซับกลิ่นและความชื้นมาแต่โบราณ และได้ถูกพัฒนาคุณภาพมาตลอด ถ่านไม้ไผ่ที่มี กรรมวิธีการผลิต ที่ต้องใช้ความร้อนมากกว่า 1000 องศา จึงทำให้ถ่านไม้ไผ่มีคุณสมบัติดีกว่าถ่านทั่วไป คุณสมบัติของถ่านไม้ไผ่ ถ่านไม้ไผ่มีโพรงเล็ก ๆ จำนวนมากกว่าถ่านชนิดอื่น ๆ และ กระจาย อยู่ทั่วทิศทางโพรงเล็ก ๆ เหล่านี้ทำหน้าที่ดูดซับกลิ่น ความชื้น ป้องกันคลื่นแม่เหล็ก คลื่นไฟฟ้า และรังสี ที่กระจายอยู่โดยรอบถ่านไม้ไผ่จะปล่อยประจุลบและรังสีอินฟราเรดยาวออกมาจากตัวเองได้ซึ่งทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้สุขภาพดีขึ้น ผลดีของประจุลบที่มีต่อร่างกาย ประจุลบ ( Negative Ions ) สามารถที่จะเปลี่ยนอนุมูลอิสระให้กลายเป็น Oxygen ได้ โดยการเข้าไปจับตัวกับอนุมูลนั้น ๆ ซึ่งหากเกิดปฏิกิริยาเช่นนี้ขึ้นภายในร่างกายของเรา จะทำให้ Oxygen ภายในร่างกายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สมองปลอดโปร่งขึ้น ระบบการไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น อันจะทำให้ร่างกายสามารถขับสารตกค้างต่าง ๆ ออกไปได้ง่ายขึ้น จะทำให้เกิดผลดี ถ่านไม้ไผ่ยังนำไปใช้ทำเป็น เครื่องสำอาง (Cosmetics) เสริมความงาม และผสมทำสบู่ เพื่อบำรุงผิวพรรณ ขัดผิวและดูดซับเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกจากรูขุมขน - [อำนาจ หมายยอดกลาง กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว](https://www.monmai.com/อำนาจ-หมายยอดกลาง/) - ในท่ามกลางความโชคร้ายของการมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์แต่ไม่รู้จักใช้ให้เกิดความยั่งยืน ก็ยังเคราะห์ดีที่มีเกษตรกรกลุ่มหนึ่งตระหนักถึงปัญหา จึงรวมตัวกันตั้ง กลุ่มส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว เมื่อต้นปี ๒๕๔๑ โดยมี นายอำนาจ หมายยอดกลาง เป็นประธานกลุ่ม มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยกันฟื้นฟูสภาพป่า อนุรักษ์ดินและน้ำ โดยทำการเกษตรแบบไร้สารพิษ ไม่ให้มีสารเคมีตกค้างไหลลงไปสู่แหล่งน้ำทางตอนล่าง อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของเกษตรกรมีขีดจำกัด เช่น ฝายที่ก่อสร้างขึ้นเองพังทุกปี เนื่องจากความแรงของกระแสน้ำ กลุ่มเกษตรกรจึงขอพระราชทานพระมหากรุณา ซึ่งต่อมา ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเก้าฯ รับ โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ที่ช่วยดักตะกอนดินฟื้นฟูให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ กลุ่มส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว ได้จัดทำแปลงสาธิตและดำเนินการฝึกอบรมถ่ายทอด เทคโนโลยีการใช้สารชีวภาพแทนสารเคมี ในการเพาะปลูกพืชให้แก่เกษตรกรที่สนใจเดินทางมาศึกษาดูงาน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้แก่ ลาว พม่า เวียดนาม เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น รวมทั้งได้ขยายผลการเกษตรแบบไร้สารพิษไปสู่เกษตรกรทั่วทั้งพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว มีการจัดตั้งสหกรณ์ ธนาคารหมู่บ้าน มีการพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่ม โดยเมื่อปี ๒๕๔๓ ได้เขียนโครงการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนชุมชนของธนาคารออมสิน เขียนโครงการขอความช่วยเหลือจากโครงการพัฒนาของรัฐบาลออสเตรเลียในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม และนับได้ว่าเป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่รวมกลุ่มกันประสบความสำเร็จในการพัฒนาอาชีพ ตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ โดยแบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำกินเป็นแหล่ง - [ข้าวเกรียบว่าว บางกรอบ รสหวานละมุน](https://www.monmai.com/ข้าวเกรียบว่าว/) - ข้าวเกรียบว่าว แผ่นข้าวสีขาวนวลย่างให้เหลืองพองกรอบ ขนมขบเคี้ยวแสนอร่อยที่อยู่คู่ชาวไทยมานาน โดยคนเหนือเรียกว่า ข้าวครวบ เข้าตวบ หรือ เข้าพอง พี่น้องชาวอีสานเรียก ข้าวโป่ง หรือ ข้าวเขียบ ขณะที่คนใต้รู้จักกันในนาม ข้าวเกรียบเหนียว ขนมไทยที่มีมาแต่โบราณมีกรรมวิธีการทำดั้งเดิมแบบไทยมีลักษณะและรสชาติเฉพาะตัวอย่างขนมไทยโบราณสมัยก่อนซึ่งปัจจุบันหารับประทานได้ค่อนข้างยาก จึงทำให้เด็กสมัยปัจจุบันไม่รู้จักข้าวเกรียบว่าวที่เป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ วัตถุดิบ ข้าวเหนียว น้ำตาลปีบ ไข่แดงต้มสุก น้ำมันพืช ส่วนผสม (สำหรับ 28 แผ่นโดยประมาณ) เตรียม 20 นาที (ไม่รวมเวลาแช่ข้าว) ปรุง 1 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาตากแดด) ข้าวเหนียวดิบ 1-2 กิโลกรัม น้ำตาลปี๊บ 2 ขีด น้ำมันมะพร้าว 40 กรัม ไข่เป็ดต้ม (เฉพาะไข่แดง) 1 ฟอง น้ำที่เหลือจากการแช่ข้าวทั้งหมด วัสดุอุปกรณ์ ถ้วย หวดนึ่งข้าวเหนียว ไม้กระบอกขึง จาน ถาด แฝก หม้อ - [ส้มเขียวหวาน รสหวานอมเปรี้ยว](https://www.monmai.com/ส้มเขียวหวาน/) - ส้มเขียวหวาน... เป็นผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยว มีวิตามินเอสูงมาก ตามด้วยวิตามินซีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างคอลลาเจนช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ช่วยบรรเทาอาการกระหาย ช่วยป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ป้องกันไม่ให้เกิดอาการของโรคไข้หวัดช่วยลดปริมาณของคอเลสเตอรอลในโลหิต และยังช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารภายในร่างกายเป็นไปอย่างปกติอีกด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์: Citrus reticulata Blanco วงศ์: Rutaceae ชื่อภาษาอังกฤษ: Tangerine/Mandarine orange ชื่อเรียกตามท้องถิ่น: ส้มแก้วเกลียง สัมจันทบูร ส้มแป้นกระดาน ส้มแสงทอง ส้มจุก ส้มแป้นเกลี้ยง สายพันธุ์ บางมด (พันธุ์ดั้งเดิม). เขียวดำเนิน (กลายพันธุ์มาจากบางมด). ลักษณะ: ส้มเขียวหวานเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 8เมตร ใบเป็นใบประกอบลดรูป มีใบย่อยใบเดียวเรียงสลับใบย่อยเป็นรูปไข่ กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาว 5-8 เซนติเมตร ปลายใบแหลมมีสีเขียวเป็นมัน มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ก้านใบมีครีบเล็กๆ ดอกเป็นสีขาวออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้นๆ ตามซอกใบและปลายกิ่งมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ มีกลิ่นหอม ผลมีรูปกลมแป้นขนาด - [การอบแดด สุขภาพเพื่อชีวิต](https://www.monmai.com/การอบแดด/) - สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเรียนรู้การดูแลสุขภาพและนำมาปรับใช้กับแต่ละบุคคลได้ ย่อมส่งเสริมให้ต้นทุนคุณค่าชีวิตสูงขึ้น ด้วยการมีสุขภาพที่ดี เป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้อย่างดีโดยไม่มีข้อค้านแย้งใดว่าหากมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ ประสิทธิภาพการทำงานย่อมสูง การจะปฏิบัติให้เกิดการแบ่งปัน สร้างสรรค์ และพอเพียง ย่อมจะสามารถทำได้เต็มร้อย ประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติของคุณไพโรจน์ อัครสีวร ผู้เป็นมิตร-ญาติในทางธรรม และเป็นต้นแบบในเรื่องธรรมชาติบำบัดท่านหนึ่ง นำเสนอเพื่อน สมช.บ้านสวนฯ ขอเรียนว่าเป็นแนวความคิด ความเชื่อ ส่วนบุคคล ซึ่งท่านสามารถที่จะพิจารณา-เลือก-ปรับประยุกต์ใช้ตามที่เห็นควร ในวันนี้ขอนำสาระจากหนังสือดังกล่าวที่กล่าวถึงการใช้พลังงานความร้อน(ธาตุไฟ)จากดวงอาทิตย์ แก่ร่างกายด้วยวิธีการการอาบ-อบแดดซึ่งกล่าวได้ว่า แสงแดด มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตบนโลก ต้นไม้ได้สร้างอาหารด้วยการสังเคราะห์แสง การอาบ-อบแดด ก็เป็นวิธีการเพิ่มธาตุไฟให้แก่อวัยวะ และ ระบบทุกอย่างในร่างกาย ทำให้กระดูกแข็ง-แน่น ช่วยทำให้เลือดมีสีแดงเข้ม เหมาะกับผู้ป่วยทุกโรค เพราะดวงอาทิตย์ คือ แหล่งกำเนิดไฟที่ใหญ่และมีพลังมากที่สุดในสุริยจักรวาล การ "อบแดด" ด้วยการปูเสื่อกลางแดด นอน แล้วใช้ผ้าผืนที่กว้างๆ ไม่บางไม่หนาจนเกินไป เพื่อให้เกิดการอบ คลุมตัวจนมิด อากาศจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อออกจนคอเริ่มแห้ง ใช้เวลาในการอบแดด ประมาณ ๑ ชั่วโมง หยุดอบแล้ว ให้ดื่มน้ำผลไม้เปรี้ยวใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อชดเชยการเสียน้ำ (ใหม่ๆอาจเริ่มด้วยระยะเวลาน้อยๆก่อน) ปัจจุบัน หากมีโอกาสแล้วคุณไพโรจน์ - [แกว่งแขน ลดพุง ล้างพิษ พิชิตโรค](https://www.monmai.com/แกว่งแขน/) - การบริการแกว่งแขน เป็นการออกกำลังเพื่อบริหารร่างกายที่มีประโยชน์มากวิธีหนึ่ง หลังจากได้มีผู้ทำการค้นพบและเผยแพร่ตำรานี้ออกมาในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในปัจจุบันมีผู้นิยมทำกายบริหารแกว่งแขนเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกปี และโรคบางชนิดที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้โดยทางการแพทย์แผนปัจจุบัน แต่กลับสามารถใช้วิธีการบริหารแกว่งแขนแบบง่ายๆ นี้รักษาให้หายขนาดได้ ซึ่งมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าอัศจจรย์ใจยิ่งนัก นับเป็นเรืองที่ไม่น่าเชื่อจริงๆ การบริหารการแกว่งแขน ทได้ง่ายๆ สะดวกทุกที่ ทุกเวลา มีประสิทธิภาพในการบำบัดโรคได้รวดเร็วอีกด้วย โรคเรื้อรังทุกชนิด ส่วนมากรักษาให้หายขาดได้ โดยวิธีทำกายบริหารแกว่งแขนนี้อันที่จริงไม่ว่าจะเจ็บป่วยด้วยโรคชนิดใดก็ตามหาใช่ว่าจะเป็นเรื้อรังอยู่เช่นนั้นตลอดไป ชีวิตไม่ หากมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ เชื่อแน่ว่า จะต้องหายขาดจากโรคได้อย่างสิ้นเชิง แพทย์จีนแผนโบราณกล่าวไว้ว่า...สิ่งที่เป็นปัญหาสุขภาพภายในร่างกายของคนเรานั้น เกิดจาก เลือดลม เป็นเหตุ...หากเลือดลมภายในร่างกายของเราผิดปกติ โรคต่างๆ มากมายก็จะเกิดขึ้น แต่ การแกว่งแขนจะส่งผลให้เลือดลมภายในโคจรไหลเวียนได้สะดวกเป็นปกติ ไม่ติดขัด ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนสภาพอวัยวะที่แข็งกระด้างผิดปกติให้อ่อนนิ่ม เปลี่ยนจากสภาพที่อ่อนแอไม่มีประสิทธิภาพให้กลับคืนมาเป็นแข็งแรง และมีสมรรถภาพดีขึ้นได้ นอกจากนี้ใต้หัวไหล่หรือรักแร้นั้น คือ ชุมทางต่อมน้ำเหลือง และเนื่องจากน้ำเหลืองไม่มีปั้ม เหมือนระบบเลือดที่มีหัวใจเป็นปั้ม ดังนั้นการกระตุ้นให้น้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้นจึงต้องพึ่งพิงการออกกำลังกาย เเละการหายใจให้ลึกๆ เป็นหลัก แต่กีฬาอย่างการว่ายน้ำและการแกว่งแขน คือ การช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองได้ขยับ และทำให้น้ำเหลืองไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ดียิ่งขึ้น เรื่องนี้มีความสำคัญไม่ใช่น้อยเพราะคำว่า ระบบน้ำเหลือง นั้นหมายรวมถึง ม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมไธมัสต่อมน้ำเหลือง น้ำเหลือง ท่อน้ำเหลือง ซึ่งเป็นระบบที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อทำความสะอาด - [ชาขลู่ ผลิตผลจากธรรมชาติ](https://www.monmai.com/ชาขลู่/) - ขลู่ จัดเป็นสมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน ผลงานวิจัยทางคลินิกพบว่า สามารถใช้ใบเป็นยาขับปัสสาวะ โดยใช้ชาชงจากใบขลู่ ความเข้มข้น 5% และ 10% รวมทั้งมีการวิจัยพบว่า ขลู่มีสารโปแตสเซียมต่ำ จึงสามารถใช้ขับปัสสาวะในผู้ป่วยโรคหัวใจได้ และที่สำคัญสามารถใช้รักษาโรคริดสีดวงได้ดี ใบขลู่ถือเป็นผลิตผลจากธรรมชาติที่มอบให้ โดยเป็นการบอกกันต่อๆ กันมาถึงสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ให้การทำงานของไตดีขึ้น ซึ่งสรรพคุณดังกล่าวชาวบ้านรับรู้กันเป็นอย่างดี แม้ยังไม่มีผลการวิจัยที่ออกมาอย่างเป็นทางการก็ตาม ซึ่งชาวบ้านนิยมนำใบขลู่มารับประทานคู่กับน้ำพริก หรือนำไปทำเป็นอาหาร จนกระทั่งเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้ามาวิจัย และแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ใบขลู่ สุดท้ายมาลงตัวที่ผลิตภัณฑ์ ชาขลู่ ที่รับประทานได้ง่ายขึ้น และสะดวก รวมถึงเมื่อนำไปใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยก็ทำให้ชาขลู่เป็นที่รู้จักของคนไทยมากยิ่งขึ้น การทำชาขลู่ เก็บใบอ่อนขลู่ ตอนเช้าล้างให้สะอาด อย่าให้ช้ำ ใส่ตะกร้าพลาสติก หั่นด้วยมีดคม ๆ เป็นเส้นหนา1/2 เซนติเมตร นำใบขลู่ที่หั่นแล้วใส่หม้อตะแกรงอลูมิเนียม ลวกน้ำร้อน 3 - 5 นาทีพอสุก (จะทำให้รักษาสีเขียวไว้ได้สวยงาม) ปั่นเครื่องสลัดน้ำ แล้วเทใส่ตะกร้าพลาสติก - [ลีลาวดี ลั่นทม](https://www.monmai.com/ลีลาวดี/) - ลั่นทมเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง เปลือกลำต้นหนา กิ่งอ่อนดูอวบน้ำ มียางสีขาวเหมือนนม ใบใหญ่สีเขียว ออกดอกเป็นช่อช่อละ หลายดอก ดอกหนึ่งมี 5 กลีบ ดอกมีหลายสีแล้วแต่ละชนิดของพันธุ์ เช่น สีขาว แดง ชมพู เหลือง และสีส้ม ออกดอกตลอดปี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Plumeria rubra L. วงศ์ : Apocynaceae ชื่อสามัญ Temple tree , Pagoda tree , Frangipani ชื่ออื่น : จงป่า (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี); จำปาขอม (ภาคใต้); จำปาขาว (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ); จำปาลาว (ภาคเหนือ); ลั่นทม (ภาคกลาง) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่ม สูง 3-6 เมตร ทุกส่วนมียางสีขาว ใบ ใบเดี่ยวออกเวียนสลับถี่ บริเวณปลายกิ่ง - [ลำดวน ไม้ยืนต้นดอกกลิ่นหอมเย็น](https://www.monmai.com/ลำดวน/) - ลำดวนเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ดอกสีเหลืองมี 6 กลีบ กลิ่นหอมเย็น ออกดอกในช่วงเดือนธันวาคม มีนาคม พันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลจังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดศรีษะเกษ เนื่องจากเมื่อแรกสร้างเมือง ศรีสะเกษมีนามเมืองว่า เมืองศรีนครลำดวน เมื่อรัฐบาลมีมติให้สร้างสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ขึ้น ใน จ. ศรีสะเกษ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในปี พ.ศ.2424 โดยสร้างขึ้นที่นี่เป็นที่แรก ประชาชนจึงพร้อมใจกันปลูกลำดวนกว่า 5,000 ต้นเพื่อร่วมเฉลิมพระกียรติด้วย ชื่อวิทยาศาสตร์ Melodorum fruticosum Lour. วงศ์ Annonaceae ชื่ออื่นๆ หอมนวล (ภาคเหนือ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร เปลือกสีเทา ผิวเรียบ ทรงพุ่มรูปกรวยคว่ำ และแน่นทึบ ลำต้นตรง แตกกิ่งใบ จำนวนมาก เมื่อลำต้นแก่เปลือกลำต้นสีน้ำตาลอมดำ มีรอยแตกตามแนวยาวลำต้น กิ่งอ่อนมีสีเขียวสด ยอดอ่อนและใบอ่อนมีสีแดง ใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ รูปไข่ หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2-3 - [สมอพิเภก แก้เสมหะจุกคอ ทำให้ชุ่มคอ](https://www.monmai.com/สมอพิเภก/) - ไม้สมอพิเภกซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองของประเทศไทย การกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติพบได้ในทุกภาคของประเทศไทย สามารถขึ้นได้ในดินแถบทุกชนิด ดังนั้นในเรื่องพื้นที่ปลูกจึงไม่ค่อยมีปัญหาสำหรับไม้ชนิดนี้ การปลูกสมอพิเภกด้วยต้นกล้านั้น สามารถย้ายต้นกล้ามาปลูกได้โดยวิธีไม่มีดินหุ้มราก ขนาดของต้นกล้าที่เหมาะสมในการย้ายปลูกควรมีอายุ 6-7 เดือน มีความสูงประมาณ 40 ซม. ก่อนย้ายปลูกควรลิดใบและราก การย้ายต้นไม้จากแปลงเพาะไปปลูกควรย้ายในขณะอากาศชุ่มชื้น แต่ไม่ควรย้ายขณะฝนตกหนัก เพาะดินอาจแฉะเกินไป ดินอาจแน่นอากาศถ่ายเทไม่ได้ สำหรับอัตราการเจริญเติบโตและการปรับปรุงพันธุ์ไม้สมอพิเภกนั้นยังไม่มีการ ศึกษาและบันทึกข้อมูลไว้ ส่วนใหญ่แล้วจะปลูกไว้เพื่อเป็นไม้ใช้สอย โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ Terminalia bellerica Roxb. วงศ์ Combretaceae ชื่ออื่น ชิบะดู่ ลัน สมอแหน สะคู้ แหน แหนขาว แหนต้น ลักษณะ ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูง 15-35 เมตร ลำต้นเปลาตรง โคนต้นมักเป็นพูพอน เปลือกสีเทาอมน้ำตาลหรือเป็นสีดำๆ ด่างๆ เป็นแห่งๆ ค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ ไปตามยาวลำต้น เปลือกในสีเหลือง เรือนยอดกลมแผ่กว้างและค่อนข้างทึบ กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนประปราย ใบ เป็นชนิดใบเดี่ยว ติดเวียนกันเป็นกลุ่มตามปลายๆ กิ่ง - [ลองกอง ผลไม้ใต้ยอดนิยม](https://www.monmai.com/ลองกอง/) - ลองกอง เป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง เจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีในเขตที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น ลองกองเป็นพืชที่ชอบร่มเงาและไม่ชอบลมแรง อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 25-30 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศสูงประมาณ 75-85 % ดินควรมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ประมาณ 5.5-6.5 และที่สำคัญควรปลูกในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง ลองกอง เป็นลางสาดพันธุ์หนึ่ง เป็นชนิดที่เปลือกหนาและยางน้อย เชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดจากบริเวณหมู่เกาะมลายู อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และภาคใต้ของไทย เรียกได้หลายชื่อ อาทิ ลังสาด, ดูกู โดยชื่อ ลางสาด หรือ ลังสาด นั้นมาจากภาษามาเลย์ว่า langsat, ชื่อ ดูกู มาจากภาษาอินโดนีเซียว่า duku ส่วนชื่อ ลองกอง มาจากภาษายาวีว่า ดอกอง ลองกองเป็นผลไม้ที่ปลูกมากในภาคใต้ โดยเฉพาะ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แหล่งผลิตที่สำคัญที่มีชื่อเสียง คือ ลองกอง ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นแหล่งผลิตลองกองคุณภาพดี เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ ลองกองเป็นผลไม้ที่เจริญเติบโตและให้ผลผลิตดีในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น มีผลทรงกลม ติดผลเป็นช่อ - [กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise)](https://www.monmai.com/กิจการเพื่อสังคม/) - กิจการเพื่อสังคม คือ ธุรกิจหรือองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม/สิ่งแวดล้อม โดยมีรายได้หลักมาจากการค้าหรือการให้บริการ (มากกว่าการรับบริจาค) เพื่อสร้างการพึ่งพาตนเองได้ทางการเงินและ นำผลกำไรที่เกิดขึ้นไปลงทุนซ้ำเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางสังคมที่ตั้งไว้ กิจการเพื่อสังคม เป็นการเชื่อมโยงจุดแข็งของสองภาคส่วน คือ การจัดการที่มีประสิทธิภาพของภาคธุรกิจเอกชน มาร่วมกับการมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาของภาคสังคม เพื่อทำให้เกิดทางแก้ไขปัญหาที่มีนวัตกรรมและมีความยั่งยืน กิจการเพื่อสังคม คือ กิจการหรือธุรกิจที่มีเป้าหมายในการแก้ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือสภาพแวดล้อมของมนุษย์เป็นหลัก โดยนำโมเดลธุรกิจมาใช้ในการแก้ปัญหาและสร้างรายได้ ซึ่งผลกำไรที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะนำไปลงทุนเพื่อขยายผลต่อไป หรือนำกลับเข้าสู่ชุมชน สุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบันเช้นจ์ฟิวชัน ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงนิยามหลักๆ ที่ทั่วโลกใช้กับกิจการเพื่อสังคม ส่วนมุมมองต่อผู้ประกอบการเพื่อสังคมนั้น คุณสุนิตย์มองว่าโดยพื้นฐานแล้วไม่ต่างกับนักธุรกิจทั่วไป เนื่องจากเป็นผู้ที่เห็นปัญหาและโอกาสทางสังคมไปพร้อมๆ กัน มีวิธีคิดและการบริหารจัดการแก้ไขปัญหา โดยสามารถสร้างรายได้ได้ด้วย เพียงแต่มีเป้าหมายต่างกันเท่านั้น ด้านผศ.ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์ อาจารย์ประจำสาขาการตลาด สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างกิจการเพื่อสังคมกับธุรกิจทั่วไป 3 ด้าน หนึ่ง เป้าประสงค์ ธุรกิจนั้นแสวงหาผลกำไรสูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่ ส่วนกิจการเพื่อสังคมจะคำนึงถึงความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจกับสังคม สอง the bottom line หากเป็นธุรกิจก็คือ รายได้ลบรายจ่าย สุดท้ายแล้วได้ผลกำไรเท่าไหร่ ส่วนกิจการเพื่อสังคมจะดูว่าผลประกอบการที่ได้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน สาม - [สมอไทย สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ](https://www.monmai.com/สมอไทย/) - สมอไทยมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุของความเสื่อมของร่างกายและโรคเรื้อรัง ลดโอกาสการแพ้ที่เกิดจากสารเคมี สมอไทย นับเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีผลเป็นลูกป้อมๆ รีๆ มีขนาดเล็กประมาณหัวแม่มือ ผิวเกลี้ยงไม่มีขน เมื่อแก่จะมีสีเขียวอมเหลือง ส่วนเรื่องของรสชาตินั้นค่อนข้างทรมานใจเด็กและผู้ใหญ่หลายคน เพราะมีทั้งฝาดทั้งขม แต่เมื่อกินไปสักพักจะกลายเป็นความหวานชุ่มคอ เนื่องจากมีสารพวกแทนนิน (tannin) จึงใช้เป็นยาสมาน แก้ลมจุกเสียด ยาเจริญอาหาร ยาบำรุง เป็นยาชงอมกลั้วคอแก้เจ็บคอ ขับน้ำเหลืองเสีย ใช้ภายนอกบดเป็นผงละเอียดโรยแผลเรื้อรัง ใช้รักษาโรคฟันและเหงือกเป็นแผล เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้พิษร้อนภายใน แก้ลมป่วง ระบายลม รู้ถ่ายรู้ปิดเอง คุมธาตุในตัวเสร็จ ถ่ายพิษไข้ สารสกัดจากสมอไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นราชาสมุนไพร เนื่องจากฤทธิ์ในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายและบำบัดโรคหลายชนิด ในขณะเดียวกันยังสามารถบำรุงสุขภาพ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ในประเทศอินเดีย สารสกัดจากสมอไทยใช้ในการรักษาโรคหลายชนิด เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร อาการอาหารไม่ย่อย โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง โรคพยาธิ โรคหัวใจ อาการไข้เป็นระยะ อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก แผลในทางเดินอาหาร อาเจียน อาการเจ็บปวดในลำไส้ และริดสีดวงทวารหนัก นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัส รวมทั้งเชื้อ HIV - [ตรีผลา สมุนไพรใช้ล้างพิษ](https://www.monmai.com/ตรีผลา/) - ขับล้างสารพิษตกค้างในร่าง ช่วยระบายท้อง ลดความอ้วน ขับไขมัน ลดโคเลสเตอรอล ปรับความสมดุลย์ธาตุทั้ง4ในร่างกาย ต้านและฆ่าเซลล์มะเร็ง บำรุงกำลัง เสริมภูมิคุ้มกัน วงการแพทย์แผนไทยถือว่า ตรีผลาเป็นยาอายุวัฒนะ ที่ใช้กันมาแต่โบราณ ตรีผลาเป็นตำรับยาแพทย์แผนไทย ใช้ล้างพิษออกจากระบบต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด และระบบน้ำเหลือง เป็นสมุนไพรปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงใดๆ ชื่อ ตรีผลา ก็บอกความหมายอยู่แล้ว ตรี แปลว่า สาม ผลา (ผล) คือ ผลไม้ 3 อย่าง ที่ประกอบกันเข้าเป็นตำรับเดียว แบบทรีอินวัน ได้แก่ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม สมอไทย แก้ลมจุกเสียด ยาเจริญอาหาร ยาบำรุงเป็นยาชง อมกลั้วคอแก้เจ็บคอ ขับน้ำเหลืองเสีย มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส รวมทั้ง HIV และแบคทีเรียบางชนิด บำรุงหัวใจ ต้านอนุมูลอิสระ และชะลอความชรา ควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือดและช่วยการทำงานของตับในการกำจัดไขมันออกจากร่างกาย มะขามป้อม มีวิตามินซีสูงมาก ต้านอนุมูลอิสระ - [ลางสาด ผลไม้พวงใหญ่เนื้อผลใสรสชาติดี](https://www.monmai.com/ลางสาด/) - ลางสาดเป็นพืชพื้นเมืองเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดตามหมู่เกาะมาลายู ชวา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทยเป็นต้นซึ่งเป็นเขตที่มีอากาศร้อนและชุ่มชื้นได้รับมรสุม ฝนตกชุกติดต่อกันเป็นเวลานาน ประมาณ 180 - 200 วัน เป็นไม้ผลเมืองร้อนที่มีลักษณะเด่นหลายประการ เช่น มีผลสีเหลืองนวล ออกเป็นพวงใหญ่ เนื้อของผลมีลักษณะใส รสชาติดีและอยู่ในความนิยมของผู้บริโภค แต่การปลูกลางสาดในประเทศไทยนั้น ขาดการดูแลเอาใจใส่ และปลูกขยายเท่าที่ควร ทำให้ความสำคัญของลางสาดลดลงไปมากทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ต่อการเจริญเติบโตและการให้ผล ผิดกับประเทศในเขตหนาวซึ่งแม้จะต้องการปลูกเพียงไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นจึงควรที่จะหันมาพิจารณาและให้ความสนใจในเรื่องราวของลางสาด เช่นการคัดพันธุ์การขยายพันธุ์รวมทั้งการปฏิบัติบำรุงรักษาให้มากขึ้น ชื่อสามัญ (Common Name) : Lancet, Langsium, Langsat ชื่อพฤกษศาสตร์ (Scientific Name) : Lansium domesticum, Corr. ชื่อวงศ์ (Family name) : Meliaceae ลางสาดมีชื่อสามัญเรียกกันหลายชื่อด้วยกัน เช่น Langsat , Lansa , Lanseh , Lanzame , - [สวนสดชื่น เสน่ห์กาเเฟโรบัสต้า](https://www.monmai.com/สวนสดชื่น/) - สวนสดชื่น เป็นสวนเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยหุบเขา เราทำสวนผสมผสาน มีผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด กล้วย และพืชผักที่ใช้ในครัวเรือน และเรามี กาแฟโรบัสต้า รสชาดดี เพราะเราปลูกในจังหวัดที่มีอากาศที่ดี มีช่วงฤดูที่ไม่เหมือนกับจังหวัดอื่นๆคือ เรามีช่วงฝนแปดแดดสี่ทำให้กาแฟได้รับน้ำเละมีความชุ่มชื่นอย่างเพียงพอ มีอากาศที่หนาวเย็น และม่านหมอกยามเช้าโอบล้อมเราไว้ในช่วงฤดูหนาวของทุกๆ ปี การเก็บเกี่ยวกาแฟของสวนสดชื่น เราจะเลือกเก็บเมล็ดกาแฟที่สุกเต็มที่ และทำการสีสด wet process (กระบวนการเปียก) ซึ่งขั้นตอนของกระบวนการเปียกนี้ จะเริ่มจากการเอาเมล็ดกาแฟที่เก็บมาแล้วสีด้วยเครื่องสีกาแฟสด หลังจากนั้นเราก็จะได้เมล็ดกาแฟที่เรียกว่ากะลา ขั้นตอนต่อไปเราก็จะเอาเมล็ดกาแฟไปล้างด้วยน้ำสะอาด หลังจากล้างน้ำสะอาดดีแล้ว เราก็จะหมักกาแฟไว้ในถังอีกประมาณ 3 วัน ซึ่งขั้นตอนนี้เรียกว่า การหมัก หรือ Ferment ซึ่งจะทำให้กาแฟมีรสชาดดีมากขึ้น เมื่อผ่านไป 3 วัน เราก็จะนำกาแฟที่ได้ไปตากบนแคร่ไม้ไผ่ ใช้เวลาตากประมาณ 7-8 วัน เมื่อกาแฟแห้งดีแล้วก็จะนำไปสีอีกครั้งเพื่อให้ได้สารกาแฟ และเข้าสู่ขั้นตอนของการคั่วในลำดับต่อไป หลังจากการคั่วและผ่านการเทสคัพกาแฟชุดแรกของสวนสดชื่น จากคุณ สุเณศ ช่วยรักษ์ บาริสต้าจากร้าน coffeemania - [ธรรมธุรกิจ จากศาสตร์พระราชา สู่ชาวนาธรรมชาติ](https://www.monmai.com/ธรรมธุรกิจ/) - "เราปลูกข้าวธรรมชาติ ลดต้นทุนได้ ก็ได้เปรียบอยู่แล้ว จะไปขายแพงอีกทำไม เราไม่ได้มองข้าวว่าเป็นสินค้าที่จะมาแลกเอาเงิน แต่ข้าวเป็นการแบ่งปันให้เพื่อนมนุษย์" พิเชษฐ์ โตนิติวงศ์ เจ้าของโรงสีศิริภิญโญ จ.ฉะเชิงเทรา ต้นคิดโครงการ 'ธรรมธุรกิจ' ผู้มีความคิดที่จะช่วยเหลือชาวนามาตั้งแต่ปี 2551 กระทั่งได้พบกับอาจารย์ยักษ์ วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี และโจน จันได เจ้าของสวนเกษตรอินทรีย์ พันพรรณ จ.เชียงใหม่ พร้อมกัน เขาก็เลยนำเสนออาจารย์ยักษ์ว่า องค์ความรู้ของศาสตร์พระราชา และภูมิปัญญาท้องถิ่น ของอาจารย์ทั้งสองท่านนั้น สามารถมาบูรณาการ เติมเต็มในการช่วยเหลือชาวนาให้พึ่งตนเองและยั่งยืนได้จริง และนั่นคือที่มาของศาสตร์พระราชา และภูมิปัญญาท้องถิ่นในภาคปฏิบัติที่เขาได้เริ่มทำมาหนึ่งปีเศษแล้ว "ศาสตร์ทั้งสอง สามารถไปช่วยเหลือในเรื่ององค์ความรู้ในการทำนาธรรมชาติ หลังจากเลิกทำนาเคมี ทำให้ต้นทุนลดลง ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ผมทำโครงการนี้มาตอนนี้ครบหนึ่งปี สองรอบการผลิต กิจกรรมที่ทำตั้งแต่เริ่มก็คือ เรานำชาวนาที่เชียงใหม่ ลำพูนไปอบรมที่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง แล้วกลับขึ้นไปทดลองปลูกเลย โดยใช้พื้นที่เพียงแค่ไร่เดียว ต่อหนึ่งคน" พิเชษฐ์เล่าต่อมาอีกว่า ผลก็คือ นาที่ปลูกด้วยสารเคมี ได้ประมาณ 800 กิโลกรัมต่อไร่ แต่นาธรรมชาติได้ผลผลิตเฉลี่ย 1,000 - [กระบก ยาถ่ายพยาธิ เบื่อพยาธิ](https://www.monmai.com/กระบก/) - กระบกเป็นพืชที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์มาตั้งแต่บรรพบุรุษ เม็ดกระบกเมื่อกินทั้งเปลือกจะมีสรรพคุณเป็นยาถ่ายพยาธิ เบื่อพยาธิ เนื้อในสีขาว รสมัน บำรุงไขข้อ กระดูก บำรุงไต แก้เส้นเอ็นพิการและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และไขมันในเม็ดกระบกนำมาใช้ในการทำเครื่องสำอางค์ และสบู่ สรรพคุณที่กล่าวมาเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดและบอกต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ชื่อวิทยาศาสตร์ Irvingia malayana Oliv. ex. A. W. Benn. ชื่อพ้อง Irvingia harmandiana Pierre ex Lecomte, I. oliveri Pierre, I. pedicellata Gagnep. ชื่อวงศ์ Irvingiaceae ชื่ออื่นๆ มะมื่น มื่น (ภาคเหนือ) มะลื่น หมักลื่น (สุโขทัย นครราชสีมา), บก หมากบก (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) กะบก จะบก ตระบก (ภาคกลาง), จำเมาะ, หลักกาย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 35 - [ไพโรจน์ อรรคสีวร พืชป่า รักษาโรค](https://www.monmai.com/ไพโรจน์-อรรคสีวร/) - อาจารย์ไพโรจน์ อรรคสีวร หรือ อาจารย์ไพรลั่น เคยป่วยทั้งตัว ร้อยกว่าอาการ ได้แก่ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะสุดท้าย เบาหวาน โรคไตเสื่อม สมองเสื่อม กระดูกพุ ไวรัสตับบี ฯลฯ ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนธรรมชาติบำบัด และเขียนหนังสือ กิน-อยู่ เพื่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า ที่กล่าวถึงอาหารและแบ่งอาหารไว้เป็นสี่อย่าง แต่ในวันนี้จะกล่าวถึงอาหารคือคำข้าวหรือกวลิงกลาหาร หนึ่งในอาหาร ๔ อาหาร เป็นหนึ่งในโลก (อาหาโร โลโก ปฐโม โหติ) อาหาร ๔ หากกล่าวว่า มนุษย์กินพืชเป็นอาหาร จะกล่าวได้ว่าอาหารหลัก ของมนุษย์ คือ ข้าว ถั่ว งา หลายพันธุ์-สี ข้าว หลายสี เป็นอาหารหลัก ของมนุษย์ (7๐ %) งา หลากสี-สายพันธุ์ เป็นหล่อลื่นที่ต้องใช้ (1๐ %) ไขมัน(หล่อลื่น)ที่จำเป็นและอายุยืนยาว (10%) นี่คืออาหารหลัก หลายท่านที่ให้ความสนใจอาหารเพื่อสุขภาพใช้แนวธรรมชาติบำบัด เลี่ยงที่จะกินเนื้อสัตว์ - [เห็ดหัวลิง เห็ดภู่มาลา](https://www.monmai.com/เห็ดหัวลิง/) - เห็ดหัวลิงเป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ ชื่อสามัญที่เรียกทั่ว ๆ ไป คือ มังกี้เฮด (Monkey , s head) สำหรับประเทศไทย สมาคมวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทยได้ตั้งชื่อว่า เห็ดภู่มาลา 60 และมีชื่ออื่นเรียกอีกมากมายเช่น หัวลิง เห็ดเม่น แผ่นหัวลิง เป็นต้น เห็ดหัวลิงเป็นอาหารที่ชื่อเสียงหนึ่งในแปดอย่างของจีน และเห็ดหัวลิงยังได้รับการยกย่องจากผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการเห็ดว่าเป็น เห็ดแห่งทศวรรษ นอกจากนี้เห็ดหัวลิงยังมีคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณเป็นยา จากข้อมูลวิจัยทางโภชนาการ พบว่าในเห็ดหัวลิงแห้ง 100 กรัม จะมีโปรตีน 26.3 กรัม (ซึ่งมีมากกว่าเห็ดหอม 1 เท่า) มีกรดอะมิโนอยู่ 16 ชนิด ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกายอยู่ถึง 7 ชนิด เนื่องจากเห็ดหัวลิงมีโปรตีนสูงและมีวิตามินหลายชนิดจึงได้ชื่อว่า เป็นเนื้อสัตว์จากพืช ในด้านสรรพคุณทางยานั้นแพทย์จีนแผนโบราณเห็นว่าเห็ดหัวลิงมีรสชาติหวาน มีฤทธิ์อ่อน ใช้บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เพิ่มกำลังวังชา และต่อต้านมะเร็ง ช่วยในการรักษามะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการให้เคมีบำบัดและรังสีบำบัดได้ ในปัจจุบันมีงานวิจัยได้หันมาสนใจผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเห็ดหัวลิง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเม็ด และสารสกัดในรูปผง เป็นต้น มีการสกัดสารกลุ่ม โพลีแซคคาไรด์ (polysaccharide) - [ศรีตรัง ดอกไม้รูปงามนามเพราะ](https://www.monmai.com/ศรีตรัง/) - ศรีตรังมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Jacaranda filicifolia D. Don. อยู่ในวงศ์ Bigoniaceae เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นสูงราว 10 เมตร ลำต้นค่อนข้างเปลา กิ่งก้านค่อนข้างโปร่ง เปลือกมีสีน้ำตาลซีด ศรีตรังมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะประเทศบราซิล นำเข้ามาปลูกครั้งแรกในประเทศไทย โดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต เมื่อราว 100 ปีมาแล้ว โดยปลูกครั้งแรกที่จังหวัดตรัง จึงได้รับการตั้งชื่อภายหลังว่า "ศรีตรัง" นับเป็นชื่อที่ไพเราะ และได้ความหมายเหมาะสมอย่างยิ่ง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jacaranda filicifolia (Anderson) D.Don วงศ์ : BIGNONIACEAE ชื่อสามัญ : Jacaranda ชื่ออื่น : แคฝอย (กรุงเทพฯ) ศรีตรังมีอยู่ 2 ชนิด ด้วยกันคือ ชนิดที่มีช่อดอกเกิดที่ปลายยอด มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Jacaranda minosifolia D.Don ชนิดที่มีช่อดอกเกิดที่ซอกใบตามกิ่งและปลายยอด มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Jacaranda - [ปลูกผักบนพื้นปูน](https://www.monmai.com/ปลูกผักบนพื้นปูน/) - เรื่องของแปลงผักบนพื้นปูนสำหรับคนเมืองที่มีพื้นที่จำกัด และแปลงเป็นพื้นปูน ก็สามารถทำการเกษตรปลูกผักไว้รับประทานได้ แปลงปลูกผัก เนื่องจากการทำเกษตรบนพื้นปูนจะมีปัญหาเรื่องความร้อน เคล็ดลับการเตรียมแปลงปลูกบนพื้นปูนจึงใช้กาบมะพร้าวเป็นส่วนประกอบหลัก และดินเป็นส่วนประกอบรอง บรรจุอยู่ในกระบะไม้ที่ทำขึ้นจากเศษไม้แปลงปลูกขนาดกว้าง 1.2 เมตร ยาว 4 เมตร และสูง 20-30 เซนติเมตร โดยให้มีช่องทางเดินระหว่างแปลงประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้สะดวกกับการทำงาน ขั้นตอนการทำกระบะปลูก นำไม้ไผ่และไม้หน้าสามมาตีเป็นกรอบสี่เหลี่ยมกว้าง 1.2 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 30 เซนติเมตร บุขอบทั้งสี่ด้านของแปลงด้วยแผ่นฟิวเจอร์เพื่อลดการผุพัง ยึดฟิวเจอร์บอร์ดให้ติดกับกรอบไม้ ใช้ผ้าใบกางแผ่เข้าไปในกรอบไม้ ขมวดให้ จากนั้นทำการผสมวัสดุปลูกลงไป โดยใช้กาบมะพร้าวใส่ลงไปในกระบะเป็นชั้นแรก โดยใส่กาบมะพร้าว 2 ส่วน หรือสูงจากก้นกระบะขึ้นมา 20 เซนติเมตร เกลี่ยให้กระจายทั่วกระบะ ทำการผสมดินปลูก ปุ๋ยอินทรีย์ และแกลบดิบอัตราส่วน 1:1:1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปโรทับกาบมะพร้าวในกระบะปลูกให้ได้ 1 ส่วน หรือสูงขึ้นมาจากกาบมะพร้าว 10 เซนติเมตร การย้ายกล้าผักลงกระบะปลูก - [เพาะถั่วงอกในกระถาง](https://www.monmai.com/เพาะถั่วงอกในกระถาง/) - ถั่วงอกเป็นผักเศรษฐกิจที่น่าสนใจ นอกจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะมีโปรตีน วิตามินและเกลือแร่เป็นผักชนิดเดียวที่ใช้เวลาเพาะเพียง 3 - 4 วัน แต่พบว่าถั่วงอกส่วนใหญ่ที่จำหน่ายนั้นมีสารเคมีปนเปื้อน เพราะผู้ขายต้องการสนองตลาดผู้บริโภคที่ชอบถั่วงอกที่มีความกรอบขาว และอวบอ้วน นอกจากนี้ผู้ขายยังต้องการเร่งการงอกของถั่ว การรักษาถั่วงอกให้คงความสดอยู่นานระหว่างการขนส่งสู่ตลาด และการรอจำหน่ายสู่ลูกค้า ดังนั้นผู้ผลิตจึงใช้สารเคมีจำพวกสารเร่ง สารอ้วน สารฟอกขาว (โซเดียมไฮโดรซัลไฟต์) สารคงความสด (ฟอร์มาลิน) ซึ่งสารเคมีเหล่านี้กระทรวงสาธารณสุขไม่อนุญาตให้ใช้ผสมในอาหาร เพราะล้วนเป็นสารที่มีพิษต่อร่างกายสูง หากรับประทานเข้าไปอาจจะมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบหายใจ ระบบประสาทและอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ ปัจจัยที่สำคัญที่การเพาะถั่วงอก คือ เมล็ดถั่ว เมล็ดถั่วที่นำมาเพาะเป็นถั่วงอกที่นิยมบริโภคที่สุดคือ เมล็ดถั่วเขียว เมล็ดถั่วเขียวที่สามารถนำมาเพาะเป็นถั่วงอกนั้นมี 2 พันธุ์ คือ ถั่วเขียวผิวมัน (เปลือกเมล็ดสีเขียว) และเมล็ดถั่วเขียวผิวดำ เมล็ดจะต้องใหม่ไม่เก่าเก็บเพราะอัตราการงอกจะลดลงเรื่อยตามระยะเวลาที่เก็บไว้ เมล็ดต้องสะอาด ไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ และจำนำเมล็ดมาทำความสะอาดอย่างดีก่อนเพาะ โดยการแช่เมล็ดถั่วในน้ำอุ่น 50 - 60 องศาเซลเซียส (พอใช้มือสัมผัสได้) หรือผสมน้ำเดือดจัด 1 ส่วน กับน้ำเย็น 1-3 ส่วน แช่ทิ้งไว้จนน้ำเย็น แล้วแช่ต่อไปนาน - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯไทย-เดนมาร์ก/) - หลักกสิกรรมธรรมชาติ เลี้ยงดิน ให้ดิน เลี้ยงพืช (feed the soil and let the soil feed the plant) ในช่วงระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา การเพิ่มผลผลิตและรายได้ของประเทศมาจากการขยายพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าการเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ จนถึงขณะนี้ประมาณได้ว่าพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรมได้ใช้ไปจนเกือบหมด และพยายามหาพื้นที่ชดเชยด้วยการอพยพโยกย้ายเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายเพิ่มมากขึ้น เพราะการใช้ที่ดินกันอย่างขาดความระมัดระวัง และไม่มีการบำรุงรักษา ซึ่งทำให้เกิดความเสื่อมโทรม มนุษย์เราจะใช้ที่ดินเพื่อสนองความต้องการของตนตลอดเวลา และนับวันจะถูกใช้หนักขึ้นเรื่อยๆ จนทุกวันนี้สภาพความสมดุลของดินในหลายพื้นที่ของโลกได้เปลี่ยนแปลงไป การใช้ที่ดินผิดประเภท การทำลายผิวดินในรูปแบบต่างๆ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การใช้ปุ๋ยเคมี ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมอื่นๆ ในระบบนิเวศ ด้วยการทำการเกษตรของเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็เช่นเดียวกัน มีการ ปอกเปลือกเปลือยดิน การเผา การใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม จึงเป็นวิธีการที่ผิดธรรมชาติและทำลายธรรมชาติซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหา การเกษตรที่ไม่ทำลายธรรมชาติไม่ปอกเปลือกเปลือยดิน ไม่เผา ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม อันเป็นแนวทางของหลักกสิกรรมธรรมชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงบำรุงดินเป็นอันดับแรก และถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะถือว่าดินเป็นต้นกำเนิดของชีวิต สังคมไทยในอดีตให้ความสำคัญของดินด้วยความเคารพบูชาดินเสมือน แม่ เรียก พระแม่ธรณี การให้ความรักและเอาใจใส่พระแม่ธรณี โดยการ ห่มดิน หรือการคลุมดินไม่เปลือยดิน โดยใช้ฟาง - [น้ำจากต้นไผ่บริสุทธิ์มีประโยชน์ช่วยขับสารพิษ](https://www.monmai.com/น้ำจากต้นไผ่/) - เกษตรกร จ.สงขลา ผุดไอเดียทำน้ำจากต้นไผ่ หลังคิดค้นนานกว่า 3 ปี ยึดหลักทำการเกษตรแบบพอเพียง เผยน้ำไผ่บริสุทธิ์รวมสารพัดประโยชน์ ช่วยสลายนิ่ว ขับสารพิษออกจากร่างกาย ได้ไม่ต้องถึงมือหมอ นายคำนึง นวลมณีย์ เกษตรกรในพื้นที่บ้านท่าคลอง ต.จะโหนง อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งทำการเกษตรโดยยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นผู้ที่คิดค้นเทคนิคใหม่ๆ ในการนำประโยชน์จากพืชสารพัดชนิดที่ปลูกไว้มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และสร้างรายได้ ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากคือ การทำน้ำจากต้นไผ่ ซึ่งได้ค้นพบ และทดลองทำมากว่า 3 ปี ซึ่งน้ำจากต้นไผ่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป มีสรรพคุณช่วยขับสารพิษในร่างกาย โดยเฉพาะสลายนิ่ว หรือใช้ดื่มกินล้างหน้า และล้างผัก เทคนิคการทำน้ำจากต้นไผ่ว่า สามารถทำได้กับไผ่ทุกสายพันธุ์ที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ใช้มีดตัดที่ปลายยอดให้เป็นปากฉลามห่างจากข้อไผ่ราว 3-4 นิ้ว แล้วนำถุงพลาสติกมาสวมไว้มัดเชือกให้แน่น แต่ต้องทำในช่วงเวลาประมาณตี 1-3 เท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่ต้นไผ่ดูดน้ำขึ้นมาเก็บไว้ในลำต้นมากที่สุด และไผ่ 1 กอ ตัดเพื่อเอาน้ำเพียง 1 ยอด เพื่อให้ไผ่คายน้ำออกมาให้มากที่สุด เพราะรากของไผ่ทุกต้นในกอจะเชื่อมต่อกันทั้งหมด ยิ่งกอใหญ่เท่าไหร่ก็จะยิ่งให้น้ำไผ่มากขึ้น วิธีการหาเอาน้ำจากต้นไผ่ - [คล้าน้ำ สังฆรักษา](https://www.monmai.com/คล้าน้ำ/) - คล้าน้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่า พุทธรักษาน้ำ หรือ สังฆรักษา เป็นไม้ริมน้ำที่พบเห็นได้ในสวนชายน้ำ หรือริมฝั่งคลองหนองบึง พืชสกุลนี้มีต้นสูงโดดเด่น มีช่อดอกที่สวยงาม และมีสีสันสะดุดตา จึงนิยมปลูกไม้ประดับบริเวณริมสระน้ำหรือบ่อน้ำ ชื่อวิทยาศาสตร์ Thalia dealbata J.fraser. ชื่อวงศ์ MARANTACEAE ชื่อเรียกอื่น พุทธรักษาน้ำ สังฆรักษา ลักษณะ ไม้พุ่ม สูง 1-3 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่แกมรี กว้าง 12-18 ซม. ยาว 18-25 ซม. โคนใบป้าน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หลังใบมีสีขาวนวล ก้านใบกลม ยาว 60-150 ซม. กาบใบแผ่หุ้มลำต้น ดอกสีม่วงเข้ม ออกเป็นช่อยาว 15-30 ซม. ก้านช่อดอกกลมยาว กาบรองช่อดอกลักษณะเรียวเป็นแผ่นยาว 12-15 ซม. ดอกบานเต็มที่ กว้าง 1-2 ซม. มีกาบรองดอกค่อนข้างแข็ง - [การติดตา (Budding)](https://www.monmai.com/การติดตา/) - การติดตา เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่นำเอาส่วนตาหรือกิ่งของพืชต้นหนึ่ง ซึ่งเป็นพืชพันธุ์ดีหรือ กิ่งพันธุ์ดี ไปติดเข้ากับพืชอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้ตาของพืชเจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่ต่อไป ส่วน ต้นตอ ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบราก นั้น เป็นต้นพืชที่มีความแข็งแรง หาอาหารเก่ง เจริญเติบโตเร็ว ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดี พืชที่นิยมขยายพันธุ์ด้วยการติดตา มีทั้งไม้ดอก ไม้ประดับและไม้ผล การติดตา เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชอีกวิธีหนึ่งที่มีความสำคัญทางด้านการช่วยเปลี่ยนยอดต้นพืชที่มีลักษณะไม่ดี ให้เป็นพันธุ์ดีได้ ทำให้พันธุ์พืชมีความแข็งแรง ต้านทานศัตรูและความแห้งแล้งได้ดี เพราะมีต้นตอที่แข็งแรง สามารถขยายพันธุ์ได้จำนวนมาก เพราะกิ่งพันธุ์แต่ละกิ่งจะมีหลายตา นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพันธุ์ไม้ด้วย โดยเฉพาะการผลิตพืชแฟนซี ซึ่งเป็นพืชที่ให้ผลผลิตหลายอย่างในต้นเดียวกัน เช่น มะม่วงอกร่องมะม่วงเขียวเสวย มะม่วงน้ำดอกไม้ ในต้นเดียวกัน หรือไม้ดอก เช่น กุหลาบ จะมีดอกหลายสีในต้นเดียวกัน ฯลฯ ทั้งนี้ การติดตา สามารถ ทำได้สะดวก รวดเร็ว โดยสามารถนำตาจากกิ่งพันธุ์ดี จากแหล่งหนึ่งไปทำการติดตาอีกแหล่งหนึ่งได้ แต่อาจต้องใช้เวลาในการบังคับและเลี้ยงตาใหม่ให้เป็นต้นพืช ยาวนานกว่าการต่อกิ่ง ดังนั้นผู้ที่ทำการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการติดตา ได้ดี ต้องมีความชำนาญและประณีตในการขยายพันธุ์ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการติดตา ได้แก่ ) ต้นตอ ) - [ดินสอพอง ผงแร่ประเทืองผิว](https://www.monmai.com/ดินสอพอง/) - ดินสองพองเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่ผลิตจากดินธรรมชาติกับน้ำ คนไทยส่วนใหญ่ นิยมใช้กันมานาน โดยมักใช้ร่วมกับแป้ง หรือเครื่องหอม เพื่อประพรมตามร่างกายในหน้าร้อน หรือ ปัจจุบันใช้ในเทศกาลสงกรานต์ ดินสอพอง หรือ มาร์ล เป็นเป็นผงแร่ที่ได้จากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นก้อนหรือผงสีขาว สีขาวขุ่น ขาวออกเหลืองขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ นิยมนำมาใช้สำหรับร่างกายในด้านความสวยความงาม และมีใช้ในภาคครัวเรือน และอุตสาหกรรมบางส่วน ดินสอพองมีองค์ประกอบหลักเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต (CO3) และแร่ดินเหนียว หรือเรียกว่า หินปูนเนื้อดิน รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม ซิลิกา เหล็ก และอาราโกไนต์ เป็นต้นสามารถพบได้ในชั้นดินที่มีกลุ่มของหินปูนเนื้อดินซึ่งจะพบอัตราส่วนของแคลเซียมคาร์บอเนตมากกว่าแร่ดินเหนียว ลักษณะของกลุ่มดินสอพองที่พบในชั้นดินจะมีลักษณะเป็นกลุ่มดินสีขาวขุ่นแทรกตัวอยู่ในชั้นดิน ดินสอพองมีลักษณะเป็นดินขาวมีสารประกอบหินปูนที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า แคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate) ผสมอยู่มากกว่า 80 % ซึ่งดินที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตผสมอยู่จำนวนมากนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดินมาร์ล (Marl) ดินนี้เมื่อถูกกับกรดจะทำปฏิกริยาให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนั้นเมื่อหยดน้ำมะนาวซึ่งเป็นกรดลงบนดินสอพอง ดินสอพองจะเกิดการพองตัวขึ้นเป็นฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยตัวออกจากเนื้อดิน โดยทั่วไปเปลือกดินมีสีดำหนาประมาณ 0.5 - 2 เมตร ดินสอพองเป็นดินที่ขุดจากพื้นผิวดิน เป็นสีขาวหรือบางคนเรียกว่า ดินสุก พบมากที่จังหวัดลพบุรี เมื่อขุดดินได้ตามความต้องการแล้ว - [ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ กองทัพเรือ](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯทฤษฎีใหม่-ทร/) - ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ แหล่งเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของกองทัพเรือ ก่อตั้งขึ้นจากการที่รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชดำริคิดค้นขึ้น และสามารถปฏิบัติได้จริง หากนำแนวทางไปขยายผลจะทำให้ประเทศชาติเกิดความแข็งแกร่งทั้งทางด้านจิตใจและทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระดับครัวเรือนขยายไปสู่ระดับประเทศ รัฐบาลจึงได้กำหนดเป็นแนวนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่บัญญัติไว้ในนโยบายด้านเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งรัฐบาลได้มีการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ผ่านตามสื่อต่างๆ มากมายแต่เมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๐ กองทัพเรือได้จัดทำ โครงการวิถีชีวิตข้าราชการกองทัพเรือ ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ครบ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ขึ้น และเพื่อให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์จึงได้มอบหมายให้ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือก่อตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่แก่กำลังพลกองทัพเรือ และเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้เข้าศึกษาเรียนรู้และมีพิธีเปิด เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๐ พุทธศักราช เป็นต้นมา องค์ความรู้ของแหล่งเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ได้พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และนำความรู้ที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ โดยได้ดำเนินการไปแล้ว ดังนี้ ปรัชญาตามเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ได้รวบรวมและเผยแพร่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยนำมาประยุกต์ใช้และให้ความรู้แก่ผู้ศึกษาดูงานให้เข้าใจอย่างง่ายๆ จนได้รับคำชมเชยจากผู้ศึกษาดูงานว่าศึกษาดูงานที่นี่แล้วเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถ่องแท้ มีตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน - [ว่านมหาบัว ว่านศิริมงคล](https://www.monmai.com/ว่านมหาบัว/) - ว่านมหาบัวต้นไม้กลุ่มเดียวกับพลับพลึง ต้นและดอกคล้ายว่านมหาบัว ต้นคล้ายพลับพลึง ช่อดอกชูเด่นส่งกลิ่นหอม เดิมเป็นไม้มงคลนาม สรรพคุณทางเมตตามหานิยม ปัจจุบันมีพันธุ์ดอกสีแดง แต่ดอกมีสีชมพูอมแดง ช่อดอกขนาดใหญ่ชูเด่น ว่านมหาบัวดอกแดง CRINUM MOOREI HOOK. F. ลักษณะของว่านมหาบัว ว่านมหาบัว จะอยู่ในตระกูลกวักใบพาย หัวของว่านนี้ จะมีความเหมือนกับหอมหัวใหญ่ ใบเหมือนสิบแสนกวักแม่ทองใบ กวักใบพายซึ่งไม้ดังกล่าวนี้ คือไม้ตระกูลเดียวกันทางพฤกษศาสตร์ ว่านมหาบัวก็จะอยู่ในตระกูลนี้เช่นเดียวกัน ทรงพุ่มและลีลาของใบจะสวยงาม ยิ่งดอกด้วยแล้วงามมีเสน่ห์ยิ่งนัก ลักษณะดอกคล้ายกับดอกบัวจะมีกลิ่นหอมที่ขาวบริสุทธิ์ และมีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจด้วย ในลักษณะพิเศษยามค่ำคืนทั้งใบ และดอกจะหุบพนมตัวเข้ามา จนกว่ารุ่งเข้าได้อรุณใบและดอกก็จะเริ่มบานออกใหม่ ซึ่งลักษณะที่มีความพิเศษนี้ถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากเลยทีเดียว ใบ แตกใบจากกลางหัว ก้านใบเป็นกาบยาวแข็ง เรียงอัดซ้อนกันเป็นลำ ดูคล้ายลำต้นใบเรียงเวียนรอบต้น ดอก ออกเป็นช่อจากกลางหัว 3-4 ดอก มี 6 กลีบ คล้ยรูปถ้วยขนาดใหญ่ สีแดงอมชมพู ดอกทยอยบาน 1-2 ดอก ฤดูออกดอก ฤดูฝน กลิ่นหอมอ่อน ๆ สภาพปลูก ดินร่วนระบายน้ำดี ธาตุอาหารสมบูรณ์ - [การเลี้ยงปูนา](https://www.monmai.com/การเลี้ยงปูนา/) - ปูนาเป็นปูน้ำจืดที่พบมีอยู่ทั่วไปตามทุ่งนาและในที่ลุ่มของประเทศไทย เป็นกลุ่มปูที่มีวิถีชีวิต มีระบบนิเวศน์และถิ่นที่อยู่อาศัย แตกต่างไปจากปูลำห้วย (creek crab) ปูน้ำตก (waterfall crab หรือ stream crab) และปูป่า (land crab) ปูนาชอบขุดรูอาศัยอยู่ตามทุ่งนา คันนา บริเวณชายคลอง คันคู และคันคลองชลประทานต่าง ๆ โดยมีแหล่งอาหารและน้ำเป็นปัจจัยหลัก ลักษณะและตำแหน่งของรูปูนาจะแตกต่างกันตามสภาพของพื้นที่ ดินฟ้าอากาศและน้ำซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต บริเวณที่มีน้ำปูจะขุดรูในที่ ๆ น้ำท่วมไม่ถึง รูปูจะเอียงเล็กน้อยและไม่ลึกนัก ปากรูจะอยู่เหนือน้ำ หรือต่ำกว่าระดับน้ำเล็กน้อย เพื่อความสะดวกในการเข้าออก รูปูส่วนใหญ่จะเป็นแนวเอียง 30-60 องศากับแนวระดับ รูจะตรง ไม่คดเคี้ยว ในที่ ๆ มีความชื้นสูงหรือบริเวณที่มีระดับน้ำตื้นมากรูปูจะไม่ลึกและมีรูขนาดไปกับ พื้นดิน ตามทุ่งนาที่มีน้ำเฉอะแฉะ เช่นระยะหลังการเก็บเกี่ยว ปูจะขุดรูอาศัยอยู่ตามพื้นนามีความลึกประมาณ 1 เมตร ในฤดูแล้งช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม พื้นนาแห้ง ดินขาดน้ำ ระดับน้ำใต้ดินลึก ปูจะขุดรูทำมุมกับแนวระดับลึกมาก และจะลึกที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคมและใช้ดินปิดปากรูเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ภายในรู หรือไม่ก็อพยพจากท้องนาไปยังหนองน้ำใกล้เคียง ในกรณีที่เกิดฝนตก เกิดอุทกภัย - [การจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน](https://www.monmai.com/การเรียนรู้ในชุมชน/) - การจัดการเรียนรู้ หมายถึง การเสริมส่ง หรือสร้างประสานขั้นตอน วิธีการในการจัดให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ของบุคคลทั้งในระดับปัจเจกและพหุชน ตลอดจนการสร้างวัตถุปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ในสถานศึกษา ชุมชนและสังคม ปรัชญาแนวคิด มนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้สูง สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ การเรียนรู้นอกจากจะสร้างสรรค์ภูมิปัญญาให้มนุษย์สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและความปิติแก่ผู้เรียนรู้อีกด้วย การปฏิรูปการศึกษาควรมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความทุกข์ยากให้แก่คนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยกระจายการเรียนรู้ออกจากสถานศึกษาไปสู่ชุมชน หรือคืนการศึกษาให้ชุมชน เพื่อให้การเรียนรู้นั้นตอบสนองความต้องการของชุมชน และทำให้เกิดการสะสมองค์ความรู้ในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นฐานสำหรับการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนการสอนในสถานศึกษา ทั้งยังช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนและสถานศึกษา ต่างฝ่ายต่างช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งซึ่งกันและกันกล่าวคือนักเรียน ครู และชุมชน อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นทั้งผู้สอนและผู้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน บุคคลและชุมชนมีความหลากหลาย ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ การนำรูปแบบการเรียนรู้ที่ประสลความสำเร็จในชุมชนหนึ่งไปใช้ในอีกชุมชนหนึ่ง หรือการวางแผนจากส่วนกลางแล้วนำไปให้ชุมชนท้องถิ่นปฏิบัติ จึงมักประสบความล้มเหลว นอกจากนี้ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกชุมชนยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ในแต่ละชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เป้าหมายการจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน คือ เพื่อสร้างปัญญาให้คนในชุมชนสามารถพัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชน ได้อย่างบูรณาการ หรือเพิ่มเสริมสร้างพลังให้คนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้มากจขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างบุคคลและชุมชนโดยผ่านกระบวนกลุ่มและเครือข่ายการเรียนรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนให้มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างบูรณาการนั้น มีสาระและขอบเขตกว้างขวาง โดยเฉพาะการเลี้ยงชีพของคนในชุมชน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน อาทิ - [มะกล่ำตาหนู สมุนไพรมากค่า เมล็ดมีพิษมาก](https://www.monmai.com/มะกล่ำตาหนู/) - มะกล่ำตาหนู มะกล่ำเครือ หรือ ก่ำเคือ (อังกฤษ: Jequirity) เป็นพืชไม้เถาในวงศ์ถั่ว เมล็ดมีพิษ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Gunja" ในภาษาสันสกฤต เป็นพื้นพื้นเมืองของประเทศอินโดนีเซีย เติบโตได้ดีในเขตร้อนและใกล้เขตร้อน ทำให้มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นวัชพืชต่างถิ่นที่รุกรานในพื้นที่ที่มะกล่ำตาหนูถูกนำเข้ามา ชื่อวิทยาศาสตร์ Abrus precatorius L. วงศ์ Euphorbiaceae ชื่ออื่น ๆ กล่ำเครือ กล่ำตาไก่ มะกล่ำเครือมะแค็ก ไม้ไฟ มะกล่ำแดง เกมกรอม ชะเอมเทศตากล่ำมะขามเถา Rosary Pea, Crabs eye, Precatory bean, Jequirity bean, American pea, Wild licorice ลักษณะของพืช ไม้เถาขนาดเล็ก เถากลมเล็กเรียว ใบประกอบขนนก เหมือนใบมะขาม ดอกเล็กสีขาวหรือสีม่วงแดงเหมือนดอกถั่ว เป็นช่อเล็ก ฝักแบนยาวโค้งเล็กน้อยเท่าฝักถั่วเขียว ฝักอ่อนมีสีเขียว จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ ภายในฝักมีเมล็ด 4-8 เมล็ด เมล็ดกลมรีเล็กน้อย - [ตัวห้ำตัวเบียน](https://www.monmai.com/ตัวห้ำตัวเบียน/) - ในวิถีเกษตรธรรมชาติ เรามีผู้ช่วยคือ ตัวห้ำและตัวเบียน มาช่วยงาน ช่วยปรับสมดุลธรรมชาติ ช่วยปราบแมลงด้วยกันเอง ทำให้พืชผักที่เราปลูกอยู่ได้ตามธรรมชาติ ตัวห้ำตัวเบียน เป็นแมลงศัตรูธรรมชาติ ที่ช่วยสร้างความสมดุลของธรรมชาติ ตัวห้ำ คือแมลงที่กินแมลงชนิดเดียวกันเป็นอาหาร ส่วนตัวเบียนคือ แมลงที่เกาะอาศัยอยู่ในหรือนอกร่างกายของแมลงตัวอื่นและเบียดเบียนหรือดูดกินแมลงที่มันอาศัยอยู่ ในทำนองเดียวกับพยาธิหรือกาฝาก ตัวเบียน เป็นแมลงที่อาศัยผู้อื่นอยู่และเบียนเบียนแมลงตัวที่มันอาศัย ในทำนองเดียวกับกาฝาก หรือพยาธิ์ในท้องของคนเรา เรียกว่าปาราสิต (Parasites) แมลงตัวห้ำ หมายถึง แมลงที่กินแมลงเป็นอาหาร แมลงตัวห้ำจะมีลักษณะที่สำคัญต่างจากแมลงตัวเบียนคือ ส่วนมากมีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่าเหยื่อที่ใช้เป็นอาหาร ส่วนมากกินเหยื่อโดยการกัดกินตัวเหยื่อ ทำให้เหยื่อตายทันที ตัวห้ำจะกินเหยื่อหนึ่งตัวหรือมากกว่าในแต่ละมื้ออาหาร ดังนั้นจึงกินเหยื่อได้หลายตัวตลอดช่วงชีวิตการเจริญเติบโตของมัน ตัวห้ำจะอาศัยอยู่คนละที่กับแมลงที่เป็นเหยื่อ และออกหาอาหารในที่ต่าง ๆ กันในแต่ละมื้อ ตัวห้ำ ตัวห้ำ กินแมลงชนิดเดียวกันเองเป็นอาหาร เรียกว่าเป็นนักล่า (Predator) แบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ พวกที่มีความว่องไว กระตือรือร้นในการออกหาเหยื่อ พวกนี้มักจะมีอวัยวะที่ตัดแปลงไปเพื่อช่วย ในการจับเหยื่อ เช่น มีขาขื่นยาวสำหรับจับเหยื่อ เช่น ตั๊กแตนตำข้าว บ้างก็มีตาใหญ่เพื่อเพิ่มความสามารถในการมองเห็นเหยื่อได้ชัดเจน เช่น แมลงปอ - [เครื่องกะเทาะผลหมากแห้ง](https://www.monmai.com/เครื่องกะเทาะหมากแห้ง/) - นักวิจัยฝ่ายเครื่องจักรกลการเกษตรแห่งชาติ สถาบันวิจัยและพัฒนากำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ประดิษฐ์ เครื่องกะเทาะผลหมากแห้ง เพื่อทดแทนแรงงานคน ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2551 นายสุทธิพร เนียมหอม นักวิจัยเจ้าของผลงานกล่าวว่า หมากเป็นพืชที่มีศักยภาพเชิงเศรษฐกิจสูงผลหมากมีประโยชน์หลายอย่างสามารถนำไปใช้ในทางอุตสาหกรรมสีและการฟอกหนัง ยารักษาโรค และการบริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศวิธีการทั่ว ๆ ไปในการทำให้หมากแห้งทั้งเมล็ด เริ่มจากเก็บหมากแก่ที่สุกคาต้นมาตากทั้งทลาย โดยตากบนลานปูน ข้างถนน หรือ ลานกว้าง ๆประมาณ 3 เดือน (มกราคม มีนาคม) หมากจึงจะร่อนพร้อมที่จะกะเทาะเปลือกออก เมื่อเอาเปลือกออกแล้วต้องตากเมล็ดหมากต่อไปอีก 2 3 วัน จนเห็นว่าเมล็ดหมากแห้งสนิทดีแล้วจึงนำส่งตลาดหรือผู้ส่งออกต่อไป ซึ่งในขั้นตอนการกะเทาะเปลือกหมากนี่เอง หากใช้แรงงานคนด้วยวิธีการทุบให้เปลือกหมากแตกและแคะเอาเมล็ดภายในออกจะทำได้วันละประมาณ 30 40 กิโลกรัม ได้ค่าแรง กิโลกรัมละ 3 บาท ซึ่งปรากฏว่าไม่รวมเร็วและทันต่อความต้องการของตลาดอีกทั้งแรงงานภาคการเกษตรก็ไม่เพียงพอ เกษตรกร ผู้ประกอบการเกษตรจึงต้องหันไปหาเครื่องจักรกลการเกษตรแทน ดังนั้น ตนจึงได้คิดค้นเครื่องกะเทาะผลหมากแห้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เครื่องกะเทาะผลหมากแห้ง เป็นการออกแบบระบบการกะเทาะด้วยวิธีการใช้แรงเฉือนที่เกิดขึ้นในระหว่างการหมุนของล้อยางทำให้ผลหมากแห้งถูกแรงกดจนเปลือกแตกแต่แรงกดนี้จะไม่เกินจุดแตกหักของเมล็ดหมากและเปลือกจะถูกฉีกออกเพื่อให้เมล็ดสามารถหลุดออกจากเปลือกได้เมื่อเคลื่อนที่ผ่านแท่งเหล็กกลมขนาด 9.5 มิลลิเมตร ที่เชื่อมเรียงกันทุกระยะ 15 มิลลิเมตร เพื่อให้เกิดแรงเสียดทาน - [เงาะ ผลไม้ตามฤดูกาลยอดนิยม](https://www.monmai.com/เงาะ/) - เงาะเป็นผลไม้ยืนต้นที่นิยมปลูกและนิยมบริโภคกันอยู่อย่างแพร่หลายในขณะนี้ นับวันจะแพร่หลายยิ่งขึ้นทุกที เพราะปลูกได้ง่าย มีโรคร้ายแรงน้อย เมื่อเทียบกับไม้ผลอื่นๆ เงาะต้องการความชุ่มชื้นมากพอสมควร เงาะ (อังกฤษ: Rambutan; ชื่อวิทยาศาสตร์: Nephelium lappaccum Linn.) เป็นไม้ผลเมืองร้อน มีถิ่น กำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยทั่วไปเงาะ เป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดี ในบริเวณที่มีความชื้นค่อนข้างสูง เงาะในประเทศไทย จึงนิยมปลูกในบริเวณภาค ตะวันออกและภาคใต้ อาทิ พันธุ์สีทอง พันธุ์น้ำตาลกรวด พันธุ์สีชมพู พันธุ์โรงเรียน และพันธุ์เจ๊ะมง เป็นต้น แต่ พันธุ์เงาะที่นิยมปลูกเป็นการค้า มีแค่ 3 พันธุ์ คือ พันธุ์โรงเรียน พันธุ์สีทอง และพันธุ์สีชมพู ส่วนพันธุ์อื่นๆ จะมีปลูก กันบ้างประปรายและโดยมากมักใช้เพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือใช้ประโยชน์ เพื่อการศึกษาทางวิชาการ ในอดีตประ เทศที่ผลิตและส่งออกรายใหญ่ได้แก่ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nephelium lappaceum L. วงศ์ - [ผ้าย้อมคราม ผ้าสีครามภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น](https://www.monmai.com/ผ้าย้อมคราม/) - สีครามเป็นสีย้อมธรรมชาติที่เก่าแก่มาก ซึ่งมนุษย์รู้จักกันมามากว่า 6000 ปี ประชากรที่อาศัยในเขตร้อนของโลกล้วนเคยทำสีครามจากต้นไม้ชนิดต่างๆตามภูมิภาคนั้นๆ แต่สีครามคุณภาพดีผลิตจากเอเชีย ดังเช่น สีครามจากอินเดียเป็นที่นิยมของคนอังกฤษมากกว่าสีครามจากเยอรมันและฝรั่งเศส แต่การใช้สีครามลดลงเหลือเพียง 4 % ของทั่วโลกในปี 2457 ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2535 ประเทศของเราพบกับปัญหา มลพิษจากสิ่งแวดล้อม สาเหตุหนึ่ง เกิดจากสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งรวมถึงสีย้อมด้วย สีย้อมผ้าส่วนใหญ่เป็นออกไซด์ของโลหะหนัก ซึ่งโลหะหนัก หลายชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง ใส่แล้วรู้สึกร้อน ดังนั้น จึงหันมานิยมสีย้อมธรรมชาติ ซึ่งในขณะ เดียวกันก็ได้นำภูมิปัญญาเก่า ๆ ที่ได้สืบทอดกันมาแต่สมัยโบราณจากเดิมเกือบลือหายไปแล้วนั้น กลับมาพัฒนาเป็นอาชีพหลักของลูกหลานในทุกวันนี้ ผ้าย้อมคราม เป็นผ้าพื้นเมือง จ.สกลนคร ที่มีมาแต่โบราณ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักและยอมรับถึงคุณภาพ สวยงาม สวมใส่สบาย แต่สำหรับชาวบ้านผู้ผลิตกลับไม่ค่อยได้มีผลประโยชน์เรื่องรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากขาดความรู้ด้านการแปรรูป ทำให้เสียโอกาสเพิ่มมูลค่าสินค้าไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ หรือ สพภ. เห็นความสำคัญ จึงเข้าช่วยต่อยอดผ้าย้อมคราม ทั้งพัฒนาการผลิต เติมดีไซน์สมัยใหม่ และการตลาดเพื่อจำหน่าย สร้างรายได้ให้ชุมชน ที่สำคัญยังเชื่อมโยงเป็นสินค้ารักษ์โลก ผู้สวมใส่ภูมิใจได้ว่านอกจากจะได้ใส่เสื้อผ้าสวยงามแล้ว ยังมีส่วนช่วยสิ่งแวดล้อมด้วย และวันนี้ทีม - [มะปราง ผลไม้ผลสีเหลืองส้ม](https://www.monmai.com/มะปราง/) - มะปรางผลไม้ที่มีลูกสีเหลืองส้ม ผิวเปล่งปลั่งน่ากิน ทั้งยังมีความกรอบ หวานและอร่อย มะปรางเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน C ช่วยรักษาความเสื่อมโทรมของร่างกาย มีสรรพคุณในการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว และวิตามิน C ทำให้ห่างไกลจากโรคเลือดออกตามไรฟัน สีที่เหลืองของมะปรางเป็นแหล่งสะสมของเบต้าแคโรทีนที่จะเปลี่ยนไปเป็นวิตามิน A บำรุงสายตา และผิวให้มีสุขภาพดีเสมอ รากของมะปรางนับเป็นยาระบายความร้อนได้ดี เพราะว่ามีสรรพคุณเย็นจึงช่วยลดและแก้พิษไข้ได้ดีมาก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bouea macrophylla Griffith ชื่อสามัญ : Marian Plum , Plum Mango วงศ์ : Anacardiaceae ชื่ออื่น : บักปราง (ภาคอีสาน), มะผาง (ภาคเหนือ), ปราง (ภาคใต้) ในพืชตระกูลมะปราง ปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น มะปรางหวาน, มะปรางเปรี้ยว, มะยงชิด, มะยงห่าง, กาวาง มะปรางหวาน ผลดิบและผลสุกจะมีรสชาติหวานสนิท ผลมีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ความหวานก็จะแตกต่างกันออกไป จะหวานมากหรือน้อยเท่านั้น แต่เมื่อรับประทานแล้วอาจไอไอระคายคอหรือคันคอได้ถ้าหวานสนิท มะปรางเปรี้ยว - [โกศล แสงทอง เครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อ](https://www.monmai.com/โกศล-แสงทอง/) - โกศล แสงทอง ประธานเครือข่าย รวมใจตามรอยพ่อ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี บอกว่า ความท้าทายในการหาแหล่งพลังงานให้ชุมชนแห่งนี้ เกิดจากความไม่เท่าเทียมกันของหมู่บ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่ อ.แก่งกระจาน เนื่องจาก สภาพพื้นที่ของ ต.ป่าเด็ง ในโซนใต้ของ อ.แก่งกระจาน ติดกับอุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน ซึ่งมี 10 หมูบ้านแต่ในจำนวนนี้ยังมีบางหมู่บ้านที่ระบบไฟฟ้า และสาธารณูปโภคเข้าไม่ถึง เนื่องจาก ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเกือบ 100% ในจำนวนนี้ 5 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 2, 3, 4, 5, 6 ซึ่งอยู่ในโครงการพระราชดำริ เพราะถือเป็นผู้อพยพตั้งแต่สมัยสัมปทานป่าไม้ เมื่อช่วง 30 ปีก่อนได้มีการส่งเสริมให้เลี้ยงโคนม เป็นส่วนใหญ่เฉลี่ยหมู่บ้านละประมาณ 100 ครอบครัว น่าจะมี วัวนมวัวเนื้อรวมกันมากกว่า 5,000 ตัว ผมในฐานะที่เป็นชาวบ้านที่นั่น เดิมไม่สนใจ เรื่องพลังงาน แต่สนใจเรื่องเศรษฐกิจ พอเพียงก็รวมคนสัก 10 คนใน 10 - [กระเจี๊ยบกวน](https://www.monmai.com/กระเจี๊ยบกวน/) - กระเจี๊ยบแดงนับเป็นหนึ่งในยาสมุนไพรที่มีการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ในงานสาธารณสุขมูลฐานจึงจัดกระเจี๊ยบแดงเป็นยาสมุนไพรประจำบ้านที่ใช้ง่ายและมีความปลอดภัยสูง ส่วนประกอบ ดอกกระเจี๊ยบ 500 กรัม น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง เกลือ 1 ช้อนชา วิธีทำ นำดอกกระเจี๊ยบต้มกับน้ำเปล่าจนกระทั่งดอกกระเจี๊ยบนั้นเริ่มนิ่ม ทำการบดให้เป็นเนื้อละเอียด ผสมน้ำตาลทราย เกลือ และกระเจี๊ยบที่บดแล้วเข้าด้วยกัน กวนจนเหนียว นำกระเจี๊ยบที่กวนแล้วเทใส่ในถาด เกลี่ยเป็นแผ่นบางพอสมควร นำไปตากแดดให้แห้ง ใช้แม่พิมพ์รูปหัวใจ หรือตัดกระเจี๊ยบแผ่นที่ทำไว้เป็นรูปต่างๆ เก็บไว้ได้นานขึ้นในภาชนะแห้งปิดฝาสนิท เคล็ดลับ : การกวนกระเจี๊ยบหากผสมกล้วยสุกในอัตราส่วนเท่ากับดอกกระเจี๊ยบ จะทำให้ได้รสชาติกลมกล่อม และกวนได้ง่ายขึ้น สรรพคุณ กลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนัก ลดความดันโลหิตได้โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด น้ำกระเจี๊ยบทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี น้ำกระเจี๊ยบยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดัน ช่วยย่อยอาหาร เพราะไม่เพิ่มการหลั่งของกรดในกระเพาะ เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เนื่องจากมีกรดซีตริคอยู่ด้วย ใบ แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด ยากัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันใน ลำคอ ให้ลงสู่ทวารหนัก - [เตาผลิตถ่านชีวภาพ](https://www.monmai.com/เตาผลิตถ่านชีวภาพ/) - ถ่านชีวภาพ เป็นการนำมวลชีวภาพ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้หรือเหลือทิ้งจากกิจกรรมภาคการเกษตรมาแยกสลายด้วยความร้อนแทนการเผาทิ้ง เพื่อแยกคาร์บอนจากมวลชีวภาพมาอยู่ในรูปของถ่านชีวภาพ เมื่อใส่ถ่านชีวภาพลงในดิน จะสามารถกักเก็บคาร์บอนซึ่งมีสภาพเสถียรให้อยู่ในดินได้เป็นระยะเวลานาน นอกจากนั้นถ่านชีวภาพยังช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้มีโอกาสเพิ่มรายได้มากขึ้น การผลิตถ่านชีวภาพซึ่งเป็นการเผาเศษไม้และเศษของเหลือทิ้งจากกิจกรรมการเกษตรกรรม ในเตาควบคุมอุณหภูมิเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่จะสามารถลดปัญหาการทำลายทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ ตามทฤษฎีและวิธีปฏิบัติที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป โครงการผลิตถ่านชีวภาพไบโอซาร์ เพื่อการปรับปรุงบำรุงดินที่เสื่อมโทรมให้สามารถใช้เพื่อการเพาะปลูกพืชได้ว่าเป็นการนำคาร์บอนมาฝังดิน แทนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่บรรยากาศ คาร์บอนที่มีมากส่วนใหญ่เป็นวัสดุอินทรีย์สาร เช่น ต้นไม้ ซึ่งเมื่อมีการสังเคราะห์แสง ปริมาณคาร์บอนในต้นไม้จะมีปริมาณ 50% ของน้ำหนักต้นไม้นั้น ๆ และเมื่อตายจะย่อยสลายเองตามธรรมชาติ หรือการเผาทิ้งก็จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกไม้และเศษวัสดุเหลือใช้ในการเกษตรกรรมสามารถนำมาผลิตเป็นถ่านชีวภาพได้ เช่นเศษไม้ที่ต้องตัดทิ้งหรือแต่งกิ่ง เศษเหลือทิ้งจากการเก็บผลผลิตแล้ว เช่น ข้าวโพด, ซังข้าว, แกลบ, ไม้ล้มลุก มูลสัตว์ต่าง ๆ เช่น มูลวัว, หมู, ไก่ วัสดุทั้งหมดที่จะนำมาใช้ทำถ่านชีวภาพและเป็นเชื้อเพลิงที่ดีจะต้องตากให้แห้งที่สุด เพราะวัสดุธรรมชาติมีความชื้นมากเมื่อเผาก็จะเกิดควันมาก ก่อให้เกิดปัญหาด้านมลพิษทางอากาศได้เช่นกัน การทำเตาผลิตถ่านชีวภาพ แบบถังเหล็ก 2 ชั้น ส่วนประกอบหลักๆ ของเตามีดังต่อไปนี้ ถังเหล็กใช้แล้ว 2 ขนาด (ในการทําอาจใช้ถังใช้แล้วก็ได้) สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายถังใช้แล้ว หรืออาจใช้ถังเหล็กขนาด - [มะพลับ เนื้อไม้มีรสฝาด บำรุงธาตุ](https://www.monmai.com/มะพลับ/) - มะพลับเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย กำหนดปลูกไว้ทางทิศใต้ (ทักษิณ) ตามโบราณเชื่อกันว่า การปลูกต้นมะพลับในบริเวณบ้านจะทำให้ร่ำรวยยิ่งขึ้น มะพลับเป็นพันธุ์ไม้ป่าดงดิบ พบขึ้นในป่าที่ลุ่มต่ำบริเวณแนวกันชน ระหว่างป่าบกและป่าชายเลน บริเวณชายคลอง และชายป่าพรุ เหนือระดับน้ำทะเล 2-30 เมตร ทางภาคใต้ของประเทศไทย ในต่างประเทศพบที่มาเลเซีย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Diospyros malabarica (Desv.) Kostel. var. siamensis (Hochr.) Phengklai ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : Bo Tree ชื่อภาษาไทยทั่วไป : ตะโกสวน พลับ มะพลับใหญ่ ชื่อท้องถิ่น : จังหวัดนครราชสีมา เรียก ขะนิง ถะยิง ภาคกลาง เรียก ตะโกไทย จังหวัดเพชรบุรี เรียก ตะโกสวน ปลาบ จังหวัดสกลนคร เรียก มะเขื่อเถื่อน จังหวัดลำปาง(ภาษา กะเหรี่ยง) เรียก มะสุลัวะ ลักษณะ - [การชำเหง้าไผ่](https://www.monmai.com/การชำเหง้าไผ่/) - ไผ่เป็นพรรณไม้ยืนต้น ลำต้นแตกเป็นกอเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ กอหนึ่งมีประมาณ 20-50 ต้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 5 - 15 เมตรลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้องผิวเกลี้ยงแข็งมีสีเขียวหรือเหลืองแถบเขียวลักษณะของข้อปล้องขนาดและสีขึ้นกับชนิดพันธุ์ใบเป็นใบเดี่ยวยาวแคบลักษณะคล้ายรูปหอกขอบใบเรียบผิวใบสีเขียวมีขนอ่อนๆคลุมบนผิวในขนาดใบกว้างประมาณ 1 - 2 นิ้วยาวประมาณ512นิ้วหรือขึ้นกับชนิดพันธุ์ออกดอกเป็นช่อตามปลายยอดบริเวณข้อปล้องเมื่อดอกแห้งก็จะตายไป ผลหรือลูกคล้ายเมล็ดข้าวสาร ขั้นตอนการเตรียมดินเพาะชำเหง้าไผ่ แกลบดิบ 1 ส่วน แกลบดำ 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ดิน 2 ส่วน ขั้นตอนการขุดแยกเหง้าไผ่ 1. เตรียมอุปกรณ์สำหรับขุด(เสียมปากแบน)ให้มีความคมเพื่อให้ง่ายต่อการขุดและลดการใช้แรงให้น้อยลง 2. หาต้นไผ่ที่มีลักษณะสมบูรณ์ โดยมีวิธีการสังเกตคือ เราจะเลือกต้นไผ่ที่มีการแตกแขนงของการตัดหน่อมาแล้ว 3. จากนั้นทำการนำเอาอุปกรณ์สำหรับขุด(เสียม)แทงลงไปในดินเพื่อเป็นการตัดรากให้ขาดออกจากต้นไผ่ออกจากกัน เมื่อได้เหง้าไผ่มาแล้วจะสังเกตเห็นความสมบูรณ์ของเหง้าไผ่ได้จากการเกิดตาบริเวณเหง้าที่เราตัดออกมาจะมีตานูนออกมาให้สังเกตเห็นชัดเจน พร้อมที่จะออกหน่อต่อไป 4. หลังจากเราตัดเหง้าออกมาแล้วนั้นเราจำเป็นต้องนำเหง้าดังกล่าวมาเตรียมความพร้อม โดยการตัดแต่งใบออก เพื่อที่จะไปกระตุ้นการเกิดใหม่ของเหง้าดังกล่าว 5. เมื่อเราได้เหง้าที่เราทำการตัดแต่งกิ่งเรียบร้อยแล้วนั้น เราจึงนำเหง้าดังกล่าวมาแช่น้ำไว้ให้ได้ขั้นต่ำประมาณ 2 ชั่วโมง โดยในน้ำที่เราใช้แช่กิ่งเราสามารถใส่ปุ๋ยน้ำหมักจากหยวกกล้วยในอัตรา 1 ลิตร : น้ำ 100 ลิตร - [หลักการพึ่งตนเอง](https://www.monmai.com/หลักการพึ่งตนเอง/) - แนวคิดการพัฒนาเพื่อพึ่งตนเองของเกษตรกรอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (Self Reliance) แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการส่งเสริมชุมชนหรือการพัฒนาชนบทที่สำคัญๆ คือ การที่ทรงมุ่งช่วยเหลือพัฒนา คือ การที่ทรงมุ่งช่วยเหลือพัฒนาให้เกิดการพึ่งตนเองได้ของคนในชนบทเป็นหลัก กิจกรรมและโครงการตามแนวพระราชดำริที่ดำเนินการอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศในปัจจุบันนั้นล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่การพึ่งตนเองได้ของราษฎรทั้งสิ้น ในการพัฒนาทั้งด้านอาชีพและส่งเสริมการเกษตร ให้เกษตรกรสามารดำรงชีพอยู่ได้อย่างมั่นคงเป็นปึกแผ่นนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำเนินการแนะนำสาธิตให้ประชาชนดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทเป็นไปตามหลักการพัฒนาสังคมชุมชนอย่างแท้จริง กล่าวคือ ทรงมุ่งช่วยเหลือพัฒนาให้เกิดการพึ่งตนเองได้ของคนในชนบทเป็นหลัก ดังนั้น การที่ราษฎรในชนบทสามารถพึ่งตนเองได้มากยิ่งขึ้นนั้น สืบเนื่องจากแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานแก่เกษตรกรทั้งหลายประการ วิธีการพัฒนา 1. ทรงยึดหลักที่ไม่ใช้วิธีการสั่งการให้เกษตรกรปฏิบัติตาม เพราะไม่อาจช่วยให้คนเหล่านั้นพึ่งตนเองได้ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติงานโดยไม่ได้เกิดจากความพึงใจ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า ..ดำริ คือ ความเห็นที่จะทำ ไม่ใช่คำสั่งแต่มันเป็นความเห็น มีทฤษฎีอะไรต้องบอกออกมา ฟังได้ฟัง ชอบใจก็เอาไปได้ ใครไม่ชอบก็ไม่เป็นไร... 2. ทรงเน้นให้พึ่งตนเองและช่วยเหลือตนเองเป็นหลักสำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมักจะทรงทำหน้าที่กระตุ้นให้เกษตรกรทั้งหลายคิดหาลู่ทางที่จะช่วยตนเอง พึ่งตนเองโดยไม่มีการบังคับการแสวงหาความร่วมมือจากภายนอกต้องกระทำเมื่อจำเป็นจริงๆ ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งที่ว่า ...คนทุกคน ไม่ว่าชาวกรุงหรือชาวชนบทไม่ว่ามีการศึกษามากหรือน้อยอย่างไร ย่อมมีจิตใจเป็นอิสระ มีความคิดเห็น มีความพอใจ เป็นของตนเอง ไม่ชอบการบังคับ นอกจากนั้นยังมีขนบธรรมเนียม มีแบบแผนเฉพาะเหล่ากันอีกด้วย... 3. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน (People Participation) เป็นจุดหลักสำคัญในการพัฒนาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยการดำเนินการเช่นนั้น จักช่วยให้ประชาชนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในที่สุด ดังเคยมีพระราชดำรัสในอากาสวันขึ้นปีใหม่ 31 ธันวาคม - [เพาะเลี้ยงปลวก เป็นอาหารไก่ ปลา](https://www.monmai.com/เพาะเลี้ยงปลวก/) - เพาะเลี้ยงปลวกเพื่อใช้เป็นอาหารไก่ เป็นวิธีการเลี้ยงไก่ที่ประหยัดต้นทุน วิธีการเพาะเลี้ยงปลวกเพื่อใช้เป็นอาหารไก่ ขุดหลุมกว้าง 1 เมตร ยาว 1.50 เมตร ลึก 25 เซนติเมตร ใช้ไม้ที่มีเปลือกแห้ง ตัดเป็นท่อนขนาดเหมาะสมสามารถวางในหลุมได้พอดี นำไปวางไว้ในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ให้เต็มประมาณ 3 ใน 4 ส่วนของหลุม นำมูลโค + ใบไม้ ผสมกันในอัตราส่วน 50/50 กลบกองไม้ให้เต็มปากหลุม รดน้ำให้เปียกทั่วทั้งหลุมแต่ไม่ต้องให้แฉะมาก จากนั้นคลุมปิดปากหลุมด้วยกระสอบป่าน ทิ้งไว้ 10-15 วัน เมื่อเปิดดูจะพบปลวกอยู่เป็นจำนวนมาก จากนั้นก็นำปลวกมาเคาะใส่ภาชนะแล้วนำไปให้ไก่กินได้เลย ข้อแนะนำ ควรเพาะเลี้ยงปลวกหลายๆหลุม ตามวงจร เพราะหลุมหนึ่งจะเก็บได้ทุก 15 วัน และเก็บต่อได้นานประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจึงทำการเพาะเลี้ยงใหม่ตามวิธีเดิม ปลวกนี้เหมาะเป็นอาหารสำหรับไก่เล็กและปลา เพื่อช่วยในการลดต้นทุนเรื่องอาหารของไก่และปลาได้ ให้ไก่เล็กกินทุกวัน โดยนำปลวกผสมกับข้าวบดหยาบ ในอัตรา 70/30 จะช่วยเพิ่มโปรตีนให้ไก่ได้เป็นอย่างดี หรือนำไปหว่านให้ปลากินก็เพิ่มโปรตีนเช่นกัน - [ซีเอสอาร์ ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ](https://www.monmai.com/ซีเอสอาร์/) - ซีเอสอาร์ เป็นคำย่อจากภาษาอังกฤษว่า Corporate Social Responsibility (CSR) หรือ บรรษัทบริบาล หมายถึง การดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมทั้งในองค์กรและในระดับใกล้และไกล ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรหรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร ในอันที่จะทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข ความเป็นมาของ CSR จุดกำเนิดและปัจจัยผลักดันให้เกิด CSR อันที่จริงการทำ CSR นั้น มีมานานกว่า 200 ปีแล้ว แต่สมัยนั้นยังไม่มีบัญญัติคำว่า CSR ขึ้นใช้อย่างเป็นทางการ และการทำ CSR ขององค์กรในยุคนั้นโดยมากไม่ได้เกิดจากเจตนารมณ์ที่ดีขององค์กรที่จะทำสิ่งที่ดีตอบแทนสังคม แต่ทำเพราะเกิดปัญหาขึ้นในองค์กร ทำ CSR เพื่อแก้ปัญหา และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้ดีขึ้น เช่น ค.ศ.1790 บริษัท อีสท์ อินเดีย ในประเทศอังกฤษ ถูกต่อต้านจากประชาชนในประเทศ เนื่องจากพบว่าบริษัทมีการกดขี่ ใช้แรงงานทาส จึงทำให้บริษัทจำเป็นต้องหันมาใส่ใจกับสวัสดิการ แรงงานและสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ค.ศ.1960 เกิดปัญหาผลกระทบจากการใช้สารดีดีที ซึ่งบริษัทในอเมริกาเป็นผู้ผลิตและส่งออก ทำให้สภาพแวดล้อมปนเปื้อนสารพิษนี้ จึงนำไปสู่กระแสเรียกร้องด้านสิ่งแวดล้อมขึ้น ซึ่งในปีเดียวกันนี้ Gorge Goyder ได้เขียนหนังสือเรื่อง The - [ว่านมหาหงส์ ว่านที่มีอนุภาพทางด้านเมตตามหานิยม](https://www.monmai.com/ว่านมหาหงส์/) - พันธุ์ไม้จำพวกมหาหงส์มีหลายชนิดเหมือนกัน สีนวลก็มี แดงก็มี เหลืองอมแดงก็มี และมีกลิ่นหอมทั้งนั้น เป็นแต่ว่ามากหรือน้อยต่างกัน แต่อย่างไรก็ดี ไม่มีชนิดใดหอมแรงเท่ามหาหงส์ ถิ่นกำเนิดของมหาหงส์ อยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไม้ชนิดนี้เป็นพันธุ์ไม้จำพวกขิง ข่า มีเง่าหรือแง่งอยู่ในดิน แล้วมีต้นแบบกาบใบหุ้มงอกขึ้นมานับเป็นหน่อๆ สูงบ้าง ต่ำบ้าง บางทีสูงถึง 2 เมตร ก็มี แต่โดยมากก็ในราว 1 เมตรเป็นประมาณ ดอกออกที่ยอดเป็นช่อขาวบริสุทธิ์ ตัวดอกก็โตพอใช้ แต่เวลาบานไม่บานทั้งช่อ และมักทะยอยกันบาน เริ่มเวลาเย็น มีกลิ่นหอมจัดทีเดียว และชวนดมเสียด้วย จึงมีผู้คนนิยมหามาปลูกกันมาก ปลูกก็ง่าย ตามชายๆน้ำเป็นดีที่สุด แต่จะปลูกไว้ในกระถางหรือในที่แห้งๆ สักหน่อยก็ได้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Hedychium coronarium. วงศ์ ZINGIBERACEAE ชื่ออื่นๆ ว่านกระชายเห็น ลักษณะทั่วไปของว่านมหาหงส์ ว่านมหาหงส์ จะเป็นว่านที่นิยมปลูกในบริเวณบ้านอย่างมากไม่แพ้ว่านชนิดอื่น ๆเพราะว่าว่านนี้จะนำโชคลาภมาสู่เจ้าของว่าน โดยแต่ละพื้นที่จะเรียกชื่อว่านนี้แตกต่างกันไปครับ อาทิ ว่านสะเลเต ว่านกระชายเห็น ตาห่าน มหาหงส์แดง เป็นต้น ว่านมหาหงส์ จะมีต้นอยู่ใต้ดินจะเรียกว่าเหง้าก็ได้เหมือนกัน - [ถ่านไม้ไผ่ ดูดสารพิษ เพื่อสุขภาพ](https://www.monmai.com/ถ่านไม้ไผ่/) - ในประเทศไทย ได้มีการผลิตถ่านไม้ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงมาเป็นเวลานานมากแล้ว ซึ่งวิธีการผลิตถ่านไม้ที่ใช้กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่หลายคนคงเคยพบเห็น ก็คือ การที่ชาวบ้านตัดต้นไม้ทั้งที่อยู่ในที่ของตนเองและในป่าไม้ธรรมชาติมาเผา โดยการนำท่อนไม้มาวางเรียงแล้วจุดไฟ จากนั้นจึงใช้ดินหรือแกลบกลบ ปล่อยให้ลุกไหม้แล้วนำถ่านออกมาดับด้วยน้ำ และมักจะย้ายที่ผลิตไปเรื่อย ๆ ตามแต่ว่าที่ไหนจะมีไม้ให้เผา เมื่อไม้หมดก็จะย้ายไปผลิตที่อื่นต่อ การผลิตถ่านไม้จึงถูกมองว่าเป็นการตัดไม้ทำลายป่าและสร้างมลพิษ เมื่อการผลิตถ่านไม้ถูกมองว่าเป็นการตัดไม้ทำลายป่า อีกทั้งกฎระเบียบต่าง ๆที่เกี่ยวกับป่าไม้ก็ไม่เอื้ออำนวยให้เกิดแรงจูงใจในการพัฒนาวิธีการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนั้นการศึกษาทำความเข้าใจ การวิจัยพัฒนาคุณภาพและผลผลิตของถ่านไม้ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ จึงมีน้อยมาก การผลิตถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพในประเทศไทย อาจกล่าวได้ว่าเป็นแบบก้าวกระโดด คือ แตกต่างจากการเผาถ่านที่คนไทยทั่วไปรู้จักเป็นอย่างมาก เนื่องจากการผลิตถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพนั้นเป็นการนำเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้สามารถเผาถ่านไม้ไผ่ในอุณหภูมิที่สูงกว่า 1,000 เซลเซียสได้ ผู้ผลิตถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ ( คนแรกของประเทศไทย ) คือ คุณกิตติ เลิศล้ำ ได้รับการถ่ายทอดทั้งเทคนิคในการทำเตาเผาและกรรมวิธีในการทำทั้งหมดจาก เพื่อนชาวญี่ปุ่น ชื่อ Mr. Daisaku Nakago ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญเรื่องการทำถ่านไม้เป็นอย่างดี เนื่องจากครอบครัวของ Mr. Daisaku Nakago ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นประกอบอาชีพผลิตถ่านไม้ มาหลายชั่วอายุคน เมื่อทั้งสองได้เล็งเห็นว่าบ้านเกิดของคุณกิตติที่จังหวัดปราจีนบุรีนั้นมี การปลูกไม้ไผ่กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นวัตถุดิบในการผลิตถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพได้ คุณกิตติจึงตัดสินใจลงมือทำทันที เมื่อปี - [ผ้าย้อมมะเกลือ](https://www.monmai.com/ผ้าย้อมมะเกลือ/) - ภูมิปํญญาชาวบ้านเป็นพื้นฐานความรู้ความสามารถของชาวบ้าน ซึ่งเป็นคนธรรมดาสามัญในท้องถิ่นที่คิดประดิษฐ์หรือสร้างสรรค์สิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นแล้วมีการสั่งสมหรือพัฒนาให้ดีขึ้นถ่ายทอดสืบต่อกันมา ภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นองค์ความรู้ต่างๆที่ประกอบกันเข้าเป็นวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นและ แต่ละชุมชนทั้งในด้านการทำมาหากินการอยู่ร่วมกันในสังคม มีการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามต่างๆไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรม ศาสนาและความเชื่อ จึงมีคุณค่าทางจิตใจ ภูมิปัญญาชาวบ้านจึงเป็นสิ่งผูกพันคนในท้องถิ่นเข้าด้วยกันและเป็นความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่นนั้นๆ การย้อมผ้าด้วยมะเกลือ คงมีมาไม่ต่ำกว่า 70 ปีมาแล้ว โดยเป็นกิจการซึ่งมีเจ้าของเป็นชาวจีน และจ้างแรงงานในแถบนั้น ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวจีน กิจการย้อมผ้าด้วยมะเกลือ ชาวบ้านเรียกกันว่า ลานมะเกลือ วัตถุดิบที่ใช้ในการย้อมผ้าด้วยมะเกลือ มะเกลือ ขนส่งทางเรือจากยะลา และอาจมีที่อื่นด้วย ใช้มะเกลือแก่ ( สีเขียวเข้ม ) ลูกมะเกลือมีขนาดเท่าลูกมะขามป้อม ผ้า เป็นผ้าแพรปังลิ้นขาวมีลายดอก อาจนำเข้าจากจีน ย้อมทั้งพับ ความกว้างประมาณ 1 หลา ความยาวประมาณ 20 30 วา การใช้พื้นที่ ลานตาก ( พื้นที่เป็นลานดิน มีหญ้าต้นเล็กๆ ขึ้น ) บริเวณโรงเก็บผ้าและที่ย้อมผ้า มีลักษณะเป็นโรงเรือนหลังคาจาก กั้นเป็นห้องเฉพาะส่วนที่เป็นโรงเก็บผ้า (โรงเก็บผ้า เป็นที่เก็บผ้าทั้งที่ย้อมแล้ว และยังไม่ได้ย้อม อยู่ในบริเวณที่เป็นส่วนหนึ่งของ ลานใน เพิงที่ขอบลานระหว่าง ลานนอก - [แยมกระเจี๊ยบ](https://www.monmai.com/แยมกระเจี๊ยบ/) - กระเจี๊ยบมีเส้นใยอาหารสูง ทั้งชนิดที่ละลายในน้ำ และไม่ละลายในน้ำ เส้นใยอาหาร ที่ละลาย ในน้ำ และไม่ละลายในน้ำ เช่น เพคติน ช่วยชะลอ การดูดซึมน้ำตาลกลูโคส ผ่านผนังลำไส้ ในกระเจี๊ยบสด มีเพคตินจำนวนค่อนข้างมาก จึงเหมาะกับ การนำมาทำเป็นแยม แยมกระเจี๊ยบ สูตร 1 อภัยภูเบศร ส่วนประกอบ ดอกกระเจี๊ยบ 500 กรัม น้ำสะอาด 2 ถ้วย น้ำตาลทรายแดง 2 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา วิธีทำ นำดอกกระเจี๊ยบมาต้ม จนกระทั่งดอกกระเจี๊ยบ เริ่มนิ่มแล้วค่อยๆบดให้เป็นเนื้อละเอียด ตั้งไฟอ่อนๆ เอาเนื้อกระเจี๊ยบที่ได้ลงไปกวนในกะทะ เติมน้ำตาลทราย เกลือ ลงไปกวนจนเหนียวเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ชิมรส ตามชอบ เก็บใส่ภาชนะให้มิดชิด รับประทานกับขนม ของว่าง ต่างๆ แยมกระเจี๊ยบ สูตร 2 เครื่องปรุง กระเจี๊ยบแดงแกะกลีบแล้ว 2 ถ้วยตวง - [ขลู่ ขลู่สมุนไพรดีริมทาง](https://www.monmai.com/ขลู่/) - ขลู่เป็นพืชวงศ์เดียวกับเบญจมาศน้ำเค็ม สาบเสือ เก๊กฮวย ดาวเรือง ทานตะวัน และบานชื่น เป็นพืชที่ชอบขึ้นตามลำพังทั่วไป โดยเฉพาะที่มีน้ำเค็ม ขึ้นตามพื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ ริมห้วยหนอง ตามหาดทราย หรือป่าชายเลน พบได้ในเขตร้อนชื้น เช่นประเทศอินเดีย ฟิลิปินส์ มาเลเซีย และประเทศไทย ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ขลู่จะมีลักษณะเป็นพุ่มเป็นกอ ซึ่งที่สามรถจำได้ว่าพืชชนิดนี้คือขลู่ ขลู่เป็นพืชที่อยู่ในน้ำเค็ม แต่ก็ยังสามารถนำมาเป็นสมุนไพรได้ มีประโยชน์มากมายหลายอย่างและขลู่เป็นพืชที่สามารถหาได้ง่ายในทุกๆเขตพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้น ขลู่ มีชื่อพื้นบ้านว่า หนาดวัว หนาดงิ้วหรือหนวดวัว หนวดงิ้ว ภาคใต้เรียกคลู มีชื่อภาษาอังกฤษว่า อินเดียนมารช์ (Indian Marsh) ฟลีบานี (Fleabane) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า พลูเชีย อินดิคา จัดอยู่ในวงศ์ คอมโพซิตี้ (Pluchea indica (L.) Less. Compositae) ในใบขลู่จะมีสารประเภทเกลือโซเดียมคลอไรด์ และโปรตีน ๒.๙ % ต้นขลู่มีกรดคลอโรจีนิก (chlorogenic acid) และเชสควิเทอฟีน (sesquiterpene) หมอพื้นบ้านจะนำขลู่ทั้งต้นไม่รวมรากไปต้มให้ผู้ป่วยที่มีอาการคันตามร่างกายอาบ - [ถ่านชีวภาพ กักเก็บคาร์บอนลงดิน](https://www.monmai.com/ถ่านชีวภาพ/) - ถ่านชีวภาพ หรือ ไบโอชาร์ (Biochar) คือ วัสดุที่อุดมด้วยคาร์บอน ผลิตจากการให้ความร้อนมวลชีวภาพ (biomass) โดยไม่ใช้ออกซิเจนหรือใช้น้อยมาก เรียกกระบวนการนี้ว่าการแยกสลายด้วยความร้อน (pyrolysis) ซึ่งมีสองวิธีหลักๆ คือการแยกสลายอย่างเร็วและอย่างช้า การผลิตไบโอชาร์ด้วยวิธีการแยกสลายอย่างช้าที่อุณหภูมิเฉลี่ย 500 องศาเซลเซียส จะได้ผลผลิตของไบโอชาร์มากกว่า 50% แต่จะใช้เวลาเป็นชั่วโมง ซึ่งต่างจากวิธีการแยกสลายอย่างเร็วที่อุณหภูมิเฉลี่ย 700 องศาเซลเซียส ซึ่งใช้เวลาเป็นวินาที ผลผลิตที่ได้จะเป็นน้ำมันชีวภาพ (bio-oil) 60% แก๊สสังเคราะห์ (syngas) ได้แก่ H2, CO และ CH4 รวมกัน 20% และ ไบโอชาร์ 20% (Winsley, 2007; Zafar,2009) Biochar เป็นถ่านที่เกิดจากการเผาไหม้แบบควบคุมปริมาณออกซิเจนที่อุณหภูมิต่ำ biochar ต่างกับ Activated carbon (ถ่านกัมมัน) ที่ activated carbon เผาที่อุณหภูมิสูง แต่ biochar เผาที่อุณหภูมิต่ำถ่าน - [จักรนารายณ์ แป๊ะตำปึง](https://www.monmai.com/จักรนารายณ์/) - แป๊ะตำปึง มีชื่อวิทยาศาสตร์ Gynura procumbens (Lour.) Merr. เป็นยาเย็น ตำรายาไทยและจีนใช้ใบสดตำละเอียดผสมสุราพอกปิดฝี แก้ฟกบวม แก้คัน แก้พิษอักเสบ แก้พิษแมลงกัดต่อย งูสวัด เริม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gynura procumbens (Lour.) Merr. ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gynura divaricata DC. วงศ์ : Asteraceae (Compositae) ชื่ออื่น : เชียตอเอี๊ยะ, งู่ปุ่ยไฉ่ (จีน), จักรนารายณ์ (ไทย), กิมกอยมอเช่า ,ผักพันปี, แปะตังปุง, แปะตังปึง ต้นกำเนิด : ต้นยานี้มาจากประเทศจีน บางท่านเรียกว่า จินฉี่เหมาเยี่ย เข้ามาในไทยพร้อมกับหญ้าปักกิ่งหรือหญ้าเทวดา แปะตำปึง ถูกตั้งชื่อเป็นไทยว่าจักรนารายณ์ แต่มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น กิมกอยมอเช่า หรือ ผักพันปี เป็นต้น ลักษณะ - [มะกล่ำต้น มะกล่ำตาช้าง](https://www.monmai.com/มะกล่ำต้น/) - มะกล่ำต้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบประกอบซ้อน มีใบย่อย ๓-๔ คู่ ใบย่อยเป็นใบประกอบ มีใบย่อย ๕-๙ คู่รูปกลมรีเสมอกันทั้งใบ ขนาดเท่าหัวแม่มือ สีเขียวเข้ม มักออกที่ปลายกิ่ง ดอกช่อสีเหลือง ฝักกลมยาวบิด เมื่อแก่แตกออกเห็นเมล็ดสีแดงสดกลมแป้น มีชนิดเมล็ดเล็กและชนิดเมล็ดโต เกิดตามป่าเบญจพรรณ ป่าโปร่งทั่วไปขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ชื่อวิทยาศาสตร์ Adenanthera pavonina Linn. ชื่อพ้อง Adenanthera gersenii Scheffer, Adenanthera polita Miq. ชื่อวงศ์ Leguminosae - Mimosoidaea ชื่ออื่นๆ มะหล่าม (นครราชสีมา), มะแค้ก, หมากแค้ก (แม่ฮ่องสอน), มะแดง, มะหัวแดง, มะโหกแดง (เหนือ), มะกล่ำตาช้าง, บนซี, ไพ, ไพเงินก่ำ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ผลัดใบระยะสั้น สูงได้ถึง 20 เมตร เรือนยอดแผ่กิ่งกว้าง ต้นทรงโปร่ง - [คลองไส้ไก่ คลองระบายน้ำภูมิปัญญาชาวบ้าน](https://www.monmai.com/คลองไส้ไก่/) - ขุด คลองไส้ไก่ หรือคลองระบายน้ำรอบพื้นที่ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยขุดให้คดเคี้ยวไปตามพื้นที่เพื่อให้น้ำกระจายเต็มพื้นที่เพิ่มความชุ่มชื้น ลดพลังงานในการรดน้ำต้นไม้ "โคก หนอง นา" เป็นโมเดลต้นแบบที่สถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติได้จัดทำขึ้นตามแนวพระราชดำรัสการสร้างหลุมขนมครก ที่เรียกว่า โคก หนอง นา โมเดล เป็นแบบที่ใช้ได้ผลจริง เป็นการจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร มักอยู่ในพื้นที่กลางนํ้าผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ เป็นวิธีการจัดการนํ้าแบบบ้านๆ แต่ทำได้ง่ายและเก็บนํ้าได้จริงไม่ว่าจะท่วมหรือแล้ง มีหลักการดังนี้ โคก-บนโคกให้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ป่าไม้ใช้สอย ป่าไม้ใช้กิน เช่น ผลไม้ ผัก ป่าไม้เศรษฐกิจ เพื่อปลูกไว้ขายสร้างรายได้ เช่น ไม้สัก โดยปลูก 5 ระดับ สูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน พืชหัว ประโยชน์เพื่อ พอกิน (อาหาร ยาสมุนไพร) พออยู่ (ไม้สร้างบ้าน) พอใช้ (ไม้ใช้สอย ไม้ฟืน) พอร่มเย็น (คืนสมดุลระบบนิเวศ) - [ถวิล เสียงแจ๋ว เปลี่ยนดินให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์](https://www.monmai.com/ถวิล-เสียงแจ๋ว/) - ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน การเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกร และประชาชนทั่วไป มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดำเนินการพัฒนาการ เกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมที่ได้ดำเนินการภายในศูนย์ ฯ / จุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่หรือประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจ ส่งเสริมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ การฟื้นฟู อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรดิน และถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินให้แก่เกษตรกรในพื้น จัดทำแปลงสาธิตเรื่องการเพิ่มผลผลิตข้าวในพื้นที่ดินเปรี้ยวและลดการใช้ปุ๋ยเคมี โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำพด.2 และการใช้พืชปุ๋ยสด จัดทำแปลงขยายพันธุ์กล้าหญ้าแฝกและส่งเสริมการปลูกแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดทำแปลงแปลงแฝกขยายพันธุ์ จะทำการปลูกลงแปลงในขณะที่ดินยังมีความชื้น โดยใช้ระยะปลูก 50x50 เซนติเมตร กำจัดวัชพืชตามความเหมาะสมและตัดใบหญ้าแฝกที่มีระดับความสูง 30 เซนติเมตร อย่างสม่ำเสมอทุก 1 เดือน เพื่อเร่งการแตกหน่อ เมื่อหญ้าแฝกแตกหน่อ 25-30 หน่อ ให้ทำการขุดแยกหน่อขยายพันธุ์ต่อไป ประสบการณ์และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงงานปุ๋ยอินทรีย์ของตำบลบ่อเงินจนประสบความสำเร็จ ได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานกลุ่มโรงงานปุ๋ยอินทรีย์ตำบลบ่อเงิน ได้รับคัดเลือกให้เป็นหมอดินประจำอำเภอลาดหลุมแก้ว จากเครือข่ายหมอดินอาสาใน อำเภอลาดหลุมแก้ว สถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานี สำนักงานพัฒนาที่ดิน เขต 1 ปทุมธานี 1.ทำให้โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตำบลบ่อเงินเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงตามแนว พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2.ทำให้โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตำบลบ่อเงินเป็นศูนย์เรียนรู้และการบริการด้านงานพัฒนาที่ดิน การผลิต การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ปัจจุบันได้ดำเนินการจนประสบความสำเร็จ - [ชาใบหม่อน เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ](https://www.monmai.com/ชาใบหม่อน/) - ชาจากใบหม่อน เป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพในประเทศญี่ปุ่น คนไทยใช้ใบหม่อนประกอบอาหาร ชาวจีนใช้เป็นพืชสมุนไพร การนำใบหม่อนไปผ่านกระบวนการทำชาเขียวหรือชาฝรั่งที่โรงงานทำชา จะได้ชาเชียว (ชาใบ) และชาฝรั่ง (ชาผง) ที่มีคุณภาพผ่นเกณฑ์มาตฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมใบชาและชาผงของศูนย์ทดสอบ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม การทำชาเขียวจะได้ใบชาประมาณ 18.83% ที่ความชื้น 5.3% ในขณะที่การทำชาฝรั่งจะได้ผงชาประมาณ 23.34% ความชื้น 3.6% ใบหม่อนสามารถทำชาเขียว ชาฝรั่ง และชาจีนแบบครัวเรือนได้ แต่ลักษณะของใบชาเขียวจากโรงงานจะม้วนตัวดีกว่าชาเขียวแบบครัวเรือน น้ำชาที่ได้จะมีสีเขียวอ่อนเช่นเดียวกัน ชาฝรั่งจากโรงงานจะได้น้ำชาสีน้ำตาลเข้มมากกว่าชาฝรั่งแบบครัวเรือนเล็กน้อย การทำชาจีนและชาฝรั่งแบบครัวเรือนจะใช้การคั่วและการอบเท่านั้น ส่วนการทำชาเขียวแบบครัวเรือนจะต้องลวกน้ำร้อนและจุ่มน้ำเย็นเพื่อรักษาสี เขียวของคลอโรฟีล การทำชาแบบครัวเรือนจะต้องระวังเรื่องความชื้นหลังจากการคั่วควรเก็บในภาชนะ ที่ป้องกันความชื้นได้ หรือนำไปอบที่ 80 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมง ก่อนเก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิด ชาเขียว ชาฝรั่ง และชาจีนแบบครัวเรือน ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเช่นกันในใบชาหม่อนจะพบแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม โปแตสเซี่ยม สูง แต่วิตามิน เอ พบเพียง (เฉลี่ย) 29.50 IU/100 ขณะที่ชาเขียวจากใบหม่อนในญี่ปุ่นพบถึง 4,100 IU/100 กรัม - [ไร่ปลูกรัก ฟาร์มเกษตรผักอินทรีย์](https://www.monmai.com/ไร่ปลูกรัก/) - "ไร่ปลูกรัก"ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2543 ปลูกผักอินทรีย์บนเนื้อที่ 60 ไร่ โดยได้รับการตรวจสอบรับรองตามมาตรฐาน สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (IFOAM Accredited) ,มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป(EU Organic Regulation)and Canadian Organic Regulation. ปัจจุบัน ส่งออกและจำหน่ายผักอินทรีย์ในซูเปอร์มาเก็ต ได้แก่ท๊อปซูเปอร์มาเก็ต, ท๊อปมาร์เก็ตเพลส, และร้านอาหารอโณทัย (ร้านอาหารมังสวิรัต ซอยโรงพยาบาลพระราม 9) สินค้าเเปรรูป ส่งจำหน่ายในประเทศ ที่ ท็อปซูเปอร์มาเก็ตและ เลม่อนฟาร์มสินค้าเเปรรูป ส่งจำหน่ายในสหภาพยุโรปกว่า สิบประเทศอีกทั้งยังเปิดไร่ให้เป็นสถานที่ทำกิจกรรม ท่องเที่ยว และสถานีเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ ภายในฟาร์ม จะมีการผลิตพืชผัก ไข่เป็ด และเลี้ยงปลา แบบออร์แกนนิก ซึ่งเป็นวิธีการที่แตกต่างจาการเลี้ยงหรือปลูกพืชทั่วๆไป ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันมากในเรื่องของสินค้าออร์แกนิก ไร่ปลูกรักเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2543 โดยคุณ คุณกานต์ ฤทธิ์ขจร และภรรยา คือคุณ อโณทัย ก้องวัฒนา เป็นผู้บุกเบิกสร้างไร่ปลูกรักขึ้นมา เดิมก่อนที่จะมีไร่ปลูกรัก คุณกานต์ และคุณ อโณทัย ได้เปิดร้านอาหารที่กรุงเทพฯ ชื่อร้านอโณทัย - [โกสน ไม้ประดับดูดสารพิษ](https://www.monmai.com/โกสน/) - โกสนเป็นพันธุ์ไม้ตระกูลเดียวกับโป๊ยเซียน โกสนมีอยู่มากมายหลายพันธุ์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ความโดดเด่นอยู่ที่ลักษณะของใบที่มีหลากหลายทั้งรูปแบบและสีสันที่สดใสงดงาม จึงนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับทั้งภายในและภายนอกอาคาร ตามปกติโกสนเป็นไม้ประดับที่ปลูกไว้ภายนอกอาคาร เพราะเป็นไม้กลางแจ้งที่ชอบแดด สีสันของโกสนจะสวยงามอยู่ได้ขึ้นอยู่กับการที่ได้รับแสงแดดที่พอเพียง ดังนั้นเมื่อนำโกสนมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคาร จึงควรตั้งไว้ในที่ที่ได้รับแสงอย่างพอเพียง หรือมีแสงแดดส่องถึง มิฉะนั้นสีของใบโกสนจะซีดลง โกสนมีความสามารถอยู่บ้างในการดูดมลพิษในอากาศ ถึงแม้จะไม่มากเท่ากับไม้ประดับชนิดอื่นๆ แต่มีข้อได้เปรียบที่สีสันสวยงามของโกสน ทำให้ได้รับเลือกเป็นไม้ประดับยอดนิยมชนิดหนึ่ง ชื่อวิทยาศาสตร์: Codiaeum variegatium (L.) Blume ชื่อสามัญ: Croton, Variegated Laurel, Garden Croton ชื่ออื่น: กรีกะสม กรีสาเก โกรต๋น (ทั่วไป) วงศ์: EUPHORBIACEAE ลักษณะทั่วไป โกสนเป็นพรรณไม้ยืนต้นประเภทไม้พุ่มขนาดย่อมลำต้นมีความสูงประมาณ 3-5 เมตร ผิวลำต้นเรียบสีน้ำตาลปนเทา ลำต้นตรง แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มตรงกลม ใบแตกออกจากต้นและปลายกิ่ง ลักษณะใบมีรูปร่าง สีสันขนาด แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ชนิดพันธุ์ ดอกออกเป็นพวงห้อยลงมาด้านล่างซึ่งออกมาจากปลายกิ่งพวงหนึ่งยาวประมาณ1015เซนติเมตรดอกมีสีชาวดอกเล็กมากมีกลียบ ดอก 5 กลีบ ดอกบานเต็มที่จะเห็นเกสรตัวผู้เป็ฯเส้นฝอย การบานของดอกเป็นรูปทรงกลม ใบ ใบเรียงเวียนสลับ ใบเดี่ยว รูปใบมีหลายแบบ เช่นกลม - [จุลินทรีย์จาวปลวก](https://www.monmai.com/จุลินทรีย์จาวปลวก/) - ปลวกเพาะเลี้ยงเชื้อราจะขับมูลออกมาสองชนิดคือ ชนิดแรกเป็นมูลทีถูกย่อยภายในสาไส้เพียงเล็กน้อยและอยู่ในสภาพของแข็งและชนิดที่สองเป็นมูลที่ถูกย่อยย่อยภายในลำไส้อย่างดี และอยู่ในสภาพของเหลวมูลชนิดแรกประกอบด้วยเศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ปลวกกินเข้าไป และผ่านกระเพาะปลวกมาอย่างรวดเร็ว โดยในขณะที่ผ่านก็ผ่านกระเพาะปลวกนั้นเศษพืชถูกคลุกเคล้าด้วยน้าย่อย ดังนั้นมูลที่ถ่ายออกมานั้นจึงมีรูปร่างเป็นท่อนกลมสั้นๆ ซึ่งต่อมาจะถูกกรามของปลวกกัดเป็นเม็ดเล็กๆแล้วนาไปสร้างเป็นรังเลี้ยงตัวอ่อน ซึ่งมีลักษณะคล้ายฟองน้ามีรูพรุน รูปร่างติดต่อกันเป็นร่างแห ลักษณะของรังเลี้ยงตัวอ่อนมีลวดลายต่างกันบางครั้งบอกสกุลของปลวกได้ จาวปลวกประมาณ 1 กิโลกรัม ข้าวเหนียวนึ่งหรือข้าวสุก 1 กิโลกรัม ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนะคะ คลุกเคล้าให้เข้ากันนำไปผสมกับน้ำสะอาด 20 ลิตร ปิดฝาภาชนะให้สนิททิ้งไว้ 7 วัน การนำไปใช้ ใช้จุลินทรีย์จาวปลวกเอาใส่นา รดผัก ผลไม้ ให้ผสมน้ำให้ไก่กิน ก็ได้ผลดีใช้อัตราส่วนประมาณ 1 ลิตร /น้ำ 10 ลิตรใช้ฉีดพ่นเพื่อย่อยสลายเศษวัชพืช(หมักทำปุ๋ยหมัก) หรือย่อยสลายตอซังข้าวก่อนทำการไถประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นไถกลบ และหากจะนำไปรดโคนต้นเพื่อบำรุงพืชผลอื่นๆก็ได้เช่นกัน ในอัตราส่วนข้างต้น ไม่ตายตัวสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมกับการใช้งาน น้ำหมักจาวปลวกเป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ ช่วยย่อยสลายพวกพืชทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ในน้ำหมักจาวปลวกคือพวกโปรโตซัว ไปย่อยสลายเศษซากอินทรีย์ ที่เป็นพวกเศษหญ้า ใบไม้ เศษฟาง ช่วยย่อยสลายให้เป็นปุ๋ยเร็วขึ้น เพราะที่สุดของการย่อยสลายคือ ฮิวมัส ฮิวมัสก็จะช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับต้นพืชทำให้พืชเจริญเติบโตดีช่วยเพิ่มผลผลิตได้อีกทางหนึ่ง - [ไก่ไข่อารมณ์ดี เลี้ยงแบบกึ่งขังกึ่งปล่อย](https://www.monmai.com/ไก่ไข่อารมณ์ดี/) - ไก่ไข่อารมณ์ดี หมายถึง การเลี้ยงไก่ใว้ในพื้นที่ที่มีอาณาบริเวณกว้าง มีรั้วหรือคอกล้อมไว้ ภายในรั้วหรือคอกล้อมจะมีรังหรือคอนให้ไก่นอน มีรังไข่ มีรางอาหารหรืออาจจะโปรยให้ไก่กินอาหารบนพื้น และมีรางน้ำ ข้อดีของการเลี้ยงไก่พื้นเมืองแบบนี้ก็คือ สามารถควบคุมดูแลไก่ของตนเองได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในแง่ของการป้องกันโรคและสัตรูต่างๆ ป้องกันขโมย ป้องกันสุนัขหรือสัตว์อื่นๆไม่ให้มารบกวนไก่ อีกทั้งยังทำให้แม่ไก่รู้จักไข่เป็นที่เป็นทางและสะดวกต่อการเก็บไข่ด้วย การเลี้ยงไก่รูปแบบนี้มักจะกักไก่ไว้ในคอกล้อมซึ่งประกอบด้วยเล้าและลานที่อยู่ติดกัน โดยอาจปล่อยให้ไก่ออกหากินตามธรรมชาติบ้างในบางโอกาส มีการให้อาหารเป็น เวลาและมีน้ำไว้ในเล้าให้ไก่กินตลอดเวลา เมื่อมีโรคระบาดหรือต้องการจะให้ยาและวัคซีนก็สามารถขังไก่ไว้ในเล้าได้ นับเป็นรูปแบบการเลี้ยงที่ใช้ได้ทั้งกับไก่พื้นเมืองของไทยและไก่พื้นเมืองลูกผสมพันธุ์ต่างประเทศ การเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย หมายถึง ระบบการจัดการเลี้ยงไก่ที่ปล่อยให้ไก่ไข่ได้ออกมานอกคอกหรือโรงเรือนได้อย่างอิสระ โดยเป็นพื้นที่มีหญ้าทำให้ไก่ไข่ได้แสดงพฤติกรรมธรรมชาติ เช่น การคลุกฝุ่น การไซร้ขน การจิกกินพืช ผัก แมลง ทำให้ไก่มีความสุข อารมณ์ดี จึงเรียกว่า ไก่ไข่อารมณ์ดี พื้นที่ในการเลี้ยงคือไก่ไข่ 4 ตัวต่อตารางเมตร การเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยควรจัดคอนนอนให้ไก่ โดยตอนนอนควรสูงจากพื้นไม่เกิน 50 ซ.ม. เพื่อความสะดวกต่อการจัดการมูลไก่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยคอก รังไข่ ควรใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่น รังไม้ ตะกร้า จำนวน 5-7 ตัว ต่อ 1 รัง วัสดุรองพื้นรังไข่ - [การปลูกพืชหมุนเวียน](https://www.monmai.com/การปลูกพืชหมุนเวียน/) - การปลูกพืชหมุนเวียน เป็นการไม่ปลูกพืชชนิดเดียวกันหรือตระกูลเดียวกัน ติดต่อกันบนพื้นที่เดิม การปลูกพืชหมุนเวียนจะช่วยหลีกเลี่ยงการระบาดของโรคและแมลง และเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงดิน หลักของการปลูกพืชหมุนเวียนจะมีเอาไว้เพื่ออนุรักษ์ดินและรักษา ธาตุอาหารในดินให้สมดุล พืชแต่ละชนิด กินอาหาร ต่างกันด้วย และสร้างธาตุอาหารที่ต่างกันด้วย การปลูกพืชหมุนเวียน หลายชนิดในพื้นดิน จะทำให้การใช้ธาตุอาหาร และการสร้างธาตุอาหารสมดุล การหมุนเวียนนี้ จะทำในลักษณะค่อยเป็น ค่อยไปก็ได้ วิธีการที่จะทำ แบบค่อยเป็น ค่อยไป จะง่ายที่สุด และเข้าใจได้ง่ายๆ ในระยะเริ่มต้น เราก็มีหลักอยู่ว่า เราแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ เราจะมีพื้นที่ เท่าไหร่ก็ตาม การปลูกพืชหมุนเวียน เป็นการไม่ปลูกพืชชนิดเดียวกันหรือตระกูลเดียวกัน ติดต่อกันบนพื้นที่เดิม การปลูกพืชหมุนเวียนจะช่วยหลีกเลี่ยงการระบาดของโรคและแมลง และเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงดิน หลักของการปลูกพืชหมุนเวียนมีเพื่ออนุรักษ์ดินและรักษา ธาตุอาหารในดินให้สมดุล พืชแต่ละชนิด กินอาหาร ต่างกันด้วย และสร้างธาตุอาหารที่ต่างกันด้วย การปลูกพืชหมุนเวียน หลายชนิดในพื้นดิน จะทำให้การใช้ธาตุอาหาร และการสร้างธาตุอาหารสมดุล การหมุนเวียนนี้ จะทำในลักษณะค่อยเป็น ค่อยไปก็ได้ วิธีการที่จะทำ แบบค่อยเป็น ค่อยไป จะง่ายที่สุด และเข้าใจได้ง่ายๆ ในระยะเริ่มต้น เราก็มีหลักอยู่ว่า เราแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ เราจะมีพื้นที่ - [เฟื่องฟ้า ดอกกระดาษ](https://www.monmai.com/เฟื่องฟ้า/) - ดอกสวยมีสีสัน และหลากหลายพันธุ์ ปลูกประดับเป็นซุ้มไม้เลื้อย ปลูกเป็นแปลงในที่สาธารณะ ตัดแต่งทรงพุ่มดูแลรักษาง่ายและทนแล้งได้ดี เมื่ออากาศเย็นจะมีดอกเต็มต้น ทำเป็นไม้บอนไซ ไม่ควรปลูกใกล้สนามเด็กเล่นเพราะมีหนามแหลม เฟื่องฟ้าถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศบราซิลโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสราวปี ค.ศ.1766-1769 และได้ถูกนำไปปลูกยังส่วนต่างๆ ของโลก เริ่มจากยุโรป อเมริกาเหนือและเอเชีย สำหรับในประเทศไทยมีการนำพันธุ์เฟื่องฟ้าเข้ามาจากสิงคโปร์ครั้งแรกราวปี พ.ศ.2423 ในสมัยรัชการที่ 5 และมีการนำเข้าจากต่างประเทศมากมายจนถึงปัจจุบัน พันธุ์เฟื่องฟ้าในประเทศไทยมีไม่น้อยกว่าต่างประเทศ เนื่องจากเฟื่องฟ้าเจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทยแล้วยังเกิดการกลายพันธุ์เกิดเป็นพันธุ์ใหม่ขึ้นมากมาย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bougainvillea spp. and hybrid ชื่อวงศ์ : Nyctaginaceae ชื่อสามัญ : Bougainvillea, Paper flower ชื่อพื้นเมือง : ดอกโคม ดอกต่างใบ ตรุษจีน ดอกกระดาด ลักษณะทั่วไป ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย อายุหลายปี เลื้อยได้ไกลถึง 10 เมตร ผิวลำต้นสีน้ำตาลหรือสีเทา ลำต้นมีหนามคมแหลมยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ติดอยู่เป็นระยะๆ ลักษณะของทรงพุ่มสามารถตัดแต่งและบังคับทิศทางการเจริญเติบโตได้ ใบ (Foliage) - [ข้าวฮาง ข้าวสารแปรรูปภูมิปัญญาชาวภูไท](https://www.monmai.com/ข้าวฮาง/) - ข้าวฮางเป็นข้าวที่ผลิตขึ้นตามกรรมวิธีโบราณตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเผ่าภูไทในภาคอีสาน สืบต่อกันมากว่า 200 ปี โดยใช้วิธีนำข้าวเปลือกมาบ่มพักไว้ 2 คืน จากนั้นนำไปแช่น้ำประมาณ 12-48 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการงอก ขั้นตอนต่อมานำข้าวเปลือกที่แช่น้ำไว้นึ่งประมาณ 30-60 นาที แล้วตากให้แห้ง และสีเป็นข้าวกล้องต่อไป โดยรวมใช้ระยะเวลาประมาณ 5 วันต่อการผลิต 1 รอบ ข้าวฮาง เป็นข้าวสารแปรรูปที่ผลิตขึ้นตามกรรมวิธี ซึงเป็นภูมิปัญญาของชาวไทยอีสานมาตั้งแต่เดิม โดยการนำเอาข้าวเปลือกมาแช่น้ำไว้ เพื่อกระตุ้นให้สารอาหารต่างๆ จากเปลือกข้าวซึมเข้าไปในเมล็ดข้าว แล้วจึงนำมานึ่ง เพื่อจัดเก็บสารอาหารให้คงไว้ แล้วนำข้าวเปลือกไปตากให้แห้ง และนำไปสีโดยเครื่องสีข้าวกะเทาะเปลือก ทั้งนี้การนำข้าวเปลือกมาแช่น้ำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการงอกของข้าว จะทำให้ผลิตสารชนิดหนึ่งขึ้นมา คือ สาร GABA (กาบาร์) ที่มีส่วนในเรื่องความจำ และเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ข้าวฮางงอก คือ ข้าวที่เพาะงอกจากข้าวเปลือก จะมีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ และกลิ่นหอม จากเปลือกมาเคลือบที่เมล็ดข้าวเพิ่มขึ้น จึงทำให้ข้าวฮางมีสารอาหารมากกว่าข้าวกล้องงอก มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าธัญพืชทั้งหลาย ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและสมดุล เพิ่มภูมิต้านทาน ช่วยป้องกันเชื้อโรคหรือโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคได้ดี เช่น - [ปอแก้ว ทอกระสอบ ทำเชือก หรือพรม](https://www.monmai.com/ปอแก้ว/) - ปอแก้วเป็นปอพื้นเมืองซึ่งปลูกกระจัดกระจายในแอฟริกาและอินเดีย มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันตกของประเทศซูดานเป็นพืชให้เส้นใยที่ได้จากเปลือกของลำต้น รู้จักกันดีในอียิปต์และอินเดียมาหลายศตวรรษแล้วต่อมาปลูกกันแพร่หลายในทวีปเอชีย อเมริกาใต้และแอฟริกา ใช้เปลือกทำเส้นใย สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ ปอแก้วมักใช้แทนหรือปนกับเส้นใยจากปอกระเจาในการทอกระสอบ ทำเชือก หรือพรม หรือใช้ทำสิ่งทอในการหัตถกรรม เทียบกับเส้นใยจากปอกระเจา เส้นใยจากปอแก้วไม่สามารถทอให้เป็นเส้นเล็กๆ ได้เท่ากับเส้นใยจากปอกระเจา และถึงแม้ว่าปอแก้วจะมีลักษณะที่ดูดีกว่า ราคาของปอแก้วมักจะต่ำกว่าเส้นใยจากปอกระเจาเล็กน้อย ปอแก้วแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ ปอแก้ว ไทย (Thai Kenaf or roselle) หรือที่เรียกว่า "ปอแก้ว" ในปัจจุบัน และปอคิวบา (Cuban Kenaf) ปอแก้ว และปอคิวบา เป็นพืชในวงศ์มัลวาซีอี (Malvaceae) เช่นเดียวกับฝ้าย และอยู่ในสกุลเดียวกันคือ ไฮบิสคุส (Hibiscus) แต่ต่างชนิดกัน ๑. ปอแก้ว ปอแก้วเป็นปอพื้นเมือง ซึ่งปลูกกระจัดกระจายในแอฟริกา และอินเดีย มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันตกของประเทศซูดาน เป็นพืชให้เส้นใยที่ได้จากเปลือกของลำต้น รู้จักกันดีในอียิปต์ และอินเดีย มาหลายศตวรรษแล้ว ต่อมาปลูกกันแพร่หลายในทวีปเอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา ในปี พ.ศ. - [ข้าวล้มตอ การทำนาสูตรประหยัด](https://www.monmai.com/ข้าวล้มตอ/) - มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครใส่ใจหรือคาดคิดมาก่อนว่า ตอข้าวซึ่งเคยต้องเผาทิ้งหลังการเก็บเกี่ยวนั้น จะสามารถงอกงามเป็นต้นข้าวได้ใหม่ และให้ผลผลิต ได้เท่าครั้งแรก โดยแทบจะไม่ต้องลงทุน เพราะนิสัยช่างสังเกต ทำให้ละเมียด ครุฑเงิน ชาวอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ค้นพบวิธีทำนา แบบที่เขาเรียกเอาเองว่า "นาข้าวตอ" โดยบังเอิญ และลงมือทดลองปลูกในปีถัดไป แล้วเผยแพร่ ไปสู่เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันชาวนา ในแถบภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานีต่างทำนาข้าวตอกันทั้งนั้น การทำนาข้าวตอ หรือที่นักวิชาการเกษตรเรียกอย่างเป็นทางการภายหลังว่า "ข้าวล้มตอ" คือ การทำนาข้าวด้วยตอซังข้าวเดิมแทนการหว่านด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยย่ำตอข้าวเดิมให้ล้มหลังการเกี่ยวข้าว ตามฤดูกาลเสร็จเรียบร้อย ภายในเวลา ๑๐-๑๕ วัน ต้นข้าวรุ่นที่ ๒ จะแตกหน่อขึ้นมาจากกอข้าวเดิม ต้นข้าวที่งอกขึ้นมาใหม่จะเติบโตและให้ผลผลิตเช่นเดียวกับข้าวนาหว่านน้ำตมในครั้งแรก หลังจาก เก็บเกี่ยวข้าวรุ่นที่ ๒ แล้ว (ผลผลิตของนาข้าวตอ) ก็ย่ำตอข้าวอีกรอบหนึ่ง ต้นข้าวจะเติบโต และให้ผลผลิต เป็นรุ่นที่ ๓ โดยไม่ต้องไถพรวนดิน และหว่านกล้า เหมือนการทำนาหว่าน น้ำตม ตามปรกติ เพียงแต่ เกลี่ยฟางข้าว ให้สม่ำเสมอ ย่ำให้ตอข้าวล้ม หลังจากนั้น - [มะลุลี ไม้หอมดอกขาว เลี้ยงขึ้นซุ้ม แต่งเป็นพุ่ม](https://www.monmai.com/มะลุลี/) - ปัจจุบัน คนเข้าใจว่า มะลุลี คือ มะลิพวง สายพันธุ์โบราณ เพราะลักษณะดอก ใบ และต้นคล้ายคลึงกันมาก ความจริงแล้วทั้ง 2 ชนิด เป็นคนละต้นกัน มีข้อแตกต่างกันเล็กน้อยซึ่งคนทั่วไปจะไม่ทราบ แต่สำหรับเกษตรกรที่มีอาชีพเพาะขยายพันธุ์มะลิทั้ง 2 ชนิดขายจะรู้ข้อแตกต่างเป็นอย่างดี และบอกจุดให้สังเกตคือ ถ้าเป็น มะลิพวง สายพันธุ์โบราณ ใบจะรีกว้างและใหญ่กว่าใบของมะลุลี ที่จะเป็นรูปรียาวเล็กกว่าอย่างชัดเจน ดอกของมะลิทั้ง 2 พันธุ์จะแตกต่างกันด้วย คือ ดอกของมะลุลีจะเป็นพวงใหญ่และดกกว่า รูปทรงของกลีบดอกใกล้เคียงกันมากจึงทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นต้นเดียวกัน อีกประเด็นหนึ่ง ได้แก่ มะลุลีมีชื่อรองเรียกว่า มะลิพวง ด้วยจึงยิ่งทำให้คนทั่วไปเชื่อมั่นว่าเป็นต้นเดียวกันอย่างแน่นอน ที่ต่างกันชัดเจนอีกจุดหนึ่งที่เกษตรกรบอกคือ กลิ่นหอมของดอก มะลิพวง สายพันธุ์โบราณจะหอมแรงกว่ากลิ่นหอมของดอกมะลุลี จึงสามารถแยกแยะได้ตามที่กล่าวข้างต้น ชื่อสามัญ : The Star Jasmine ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jasminum multiflorum ( Bum.f.) Andr. วงศ์ : Oleaceae ชื่ออื่นๆ - [หญ้างวงช้าง วัชพืชรักษาได้สารพัดโรค](https://www.monmai.com/หญ้างวงช้าง/) - หญ้าพืชเล็กๆ ที่อาศัยซากปรกหักพังหรือคูน้ำ เพื่อเจริญเติบโต มองเผินดูแล้วไม่มีประโยชน์ นอกจากคนมองแล้วรกหูรกตา แต่เมื่อภูมิปัญญาของคนไทยนั้นให้ความสนใจในเรื่องพืชสมุนไพรจนนำพืชที่เกิดชนิดต่างมาทำเป็นยาเพื่อรักษาโรคต่างๆได้ จึงมีการคิดค้น ผลิตผลจากธรรมชาติ มาบำรุงยาเพื่อบำบัดโรค หนึ่งในนั้น คือ หญ้างวงช้าง วัชพืชที่ คนไทยนำมาทำเป็นยารักษาได้สารพัดโรค ชื่อวิทยาศาสตร์ Heliotropium indicum Linn. ชื่อวงศ์ BORAGINACEAE ชื่ออื่น หวายงวงช้าง (ศรีราชา), หญ้างวงช้างน้อย (เหนือ) ผักแพวขาว (กาญจนบุรี), กุนอกาโม (มลายู) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หญ้างวงช้างเป็นพืชล้มลุกเกิดตอนฤดูฝน ถึงหน้าแล้งตาย สูง 15-50 เซนติเมตร มีขนหยาบๆ ปกคลุมทั้งต้น ใบ ออกสลับกัน ลักษณะทรงกลมรีหรือป้อมๆ ปลายใบแหลมสั้น กลางใบกว้างออก ฐานใบเรียวต่อลงมาถึงก้านใบ ตัวใบยาว 3-8 เซนติเมตร มีขน ผิวใบมีรอยย่นขรุขระ ขอบใบมีรอยหยักเป็นคลื่น ช่อดอกเกิดที่ยอดหรือซอกใบ ยาว 3-10 เซนติเมตร ดอก เกิดอยู่ทางด้านบนด้านเดียว - [สุพจน์ โคมณี ปราชญ์พอเพียงเพื่อเพียงพอ](https://www.monmai.com/สุพจน์-โคมณี/) - ความขยันอดทน ใฝ่เรียนรู้ ใฝ่หาประสบการทำให้เกิดการสั่งสมความรู้ โดยเฉพาะการได้เข้าร่วมรับการฝึกอบรม โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ จัดโดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครสวรรค์ จึงมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน ตัดสินใจเปลี่ยนความคิดจากการทำเกษตรเพื่อขาย มาทำการเกษตรแบบพออยู่พอกินหากเหลือจึงนำไปขาย ไม่คิดแข่งขันกับใคร ทำตามกำลังของตนเองและครอบครัว พลิกชีวิตจากการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นการเกษตรผสมผสานในพื้นที่ 5 ไร่ ต่อมาได้ขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 20 ไร่ มีแรงจูงใจจากการได้เข้ารับการฝึกอบรม "โครงการเกษตรทฤษฏีใหม่" และจากการศึกษาค้นคว้าส่วนตัวเกี่ยวกับแนวพระราชดำริด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมี ความมั่นใจและเกิดพลังใจที่จะปรับเปลี่ยนตนเองจากแนวคิดที่ว่า ทำการเกษตรเพื่อขาย มาเป็นเพื่อพออยู่ พอกิน เมื่อเหลือค่อยนำไปขาย ไม่คิดแข่งขันกับใคร จากครอบครัวเกษตรกรแต่กำเนิด ได้สืบทอดอาชีพการทำนาในพื้นที่ 20 ไร่ของบรรพบุรุษ และซื้อพื้นที่ทำนาเพิ่มเติมรวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 300 ไร่ แต่ก็ไม่ประสพผลสำเร็จในการทำการเกษตร เนื่องจากเกิดปัญหาด้านภัยธรรมชาติ คือ เกิดน้ำท่วม ความแห้งแล้ง ศัตรูพืชเข้าทำลายพืชผลการเกษตร เป็นหนี้สินมากกว่า 700,000 บาท ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ต้องไปเป็นกรรมกรแบกข้าวสารเพื่อหาเงินมาไถ่หนี้ที่ติดค้างชำระและซื้อพื้นที่นา 20 ไร่ของบรรพบุรุษกลับคืนมา ปีพ.ศ.2538 พลิกชีวิตจากการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นการเกษตรผสมผสานในพื้นที่ 5 ไร่ ต่อมาได้ขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 20 ไร่ ถัดมาในปี - [กรรณิการ์ กรณิการ์ กันลิกา](https://www.monmai.com/กรรณิการ์/) - กรรณิการ์ หรือฝรั่งเรียกว่า Night flower jasmine บางที่ก็เรียกกณิการ์ กรณิการ์ กันลิกา ดอกคล้ายกับดอกมะลิ แต่บริเวณโคนหลอดจะมีสีส้มแต้ม และเวลาที่ร่วงจากต้นจะขาวพร่างแต้มด้วยสีส้มดูสดใสและสวยงาม คนโบราณใช้ดอกกรรณิการ์เป็นยา เมื่อดอกร่วงพูจากต้นในเวลาเช้าก็จะถือตะกร้าเล็กๆ ค่อยๆ บรรจงเก็บดอกที่ร่วงใส่ตะกร้าใบน้อยอย่างเบาๆ มือ ไม่เช่นนั้นกลีบดอกที่ขาวที่ชวนมองนั้นอาจช้ำได้ จากนั้นก็จะนำไปผึ่งลมให้แห้งแล้วเก็บใส่โหลไว้ปรุงยาหอม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nyctanthes arbor-tristis L. ชื่อสามัญ : Night blooming jasmine วงศ์ : OLEACEAE ชื่ออื่น : กณิการ์ , กรณิการ์ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 2 เมตร กิ่งเป็นสี่เหลี่ยม มีขนสาก ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3.5-10 ซม. ปลายแหลมหรือยื่นเป็นติ่งแหลม โคนมน ขอบเรียบหรือจักแหลมใกล้ๆ - [หางนกยูงไทย สีแสดสด](https://www.monmai.com/หางนกยูงไทย/) - หางนกยูงไทยเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูงประมาณ ๔- ๕ เมตร ใบย่อยเล็กๆ คล้ายใบหางนกยูงฝรั่ง ดอกมีทั้งสีแดงและสีเหลือง เป็นไม้ที่ให้ดอกสวยงามมากในฤดูร้อน ฝักแบนเล็กๆ คล้ายฝักถั่วแปบ ขึ้นได้ทั่วทุกภาคตามสวน ถนน บ้าน และวัด ปลูกเป็นไม้ประดับ บ้านเมืองให้สวยงาม ให้ความร่มเย็น เนื้อไม้ผุเร็ว ชื่อวิทยาศาสตร์: Caesalpinia pulcherrima (L.) Sw. ชื่อวงศ์: LEGUMINOSAE / CASALPI-NIACEAE ชื่อสามัญ: Barbados Pride , peacock Flower ชื่อท้องถิ่น: ขวางยอย (นครราชสีมา), จำพอ, ซำพอ ( แม่ฮ่องสอน), ซมพอ, ส้มผ่อ, ส้มพอ (ภาคเหนือ), นกยูงไทย หางนกยูงมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Delonix regia(Bojer) Raf. อยู่ ในวงศ์ Caesalpinioideae เช่นเดียวกับ - [ปลูกป่าในใจคน](https://www.monmai.com/ปลูกป่าในใจคน/) - ปลูกป่าในใจคน เป็นการปลูกป่าลงบนแผ่นดิน ด้วยความต้องการอยู่รอดของมนุษย์ ทำให้ต้องการบริโภคและใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างสื้นเปลือง เพื่อประโยชน์ของตนเองและสร้างความเสียหายให้สิ่งแวดล้อม ไม่รู้จักพอ ปัญหาความไม่สมดุลย์จึงบังเกิดขึ้น ดังนั้นในการที่จะฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ให้กลับคืนมา จะต้องปลูกจิตสำนึกในการรักผืนป่า ให้แก่คนเสียก่อน ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งความว่า " เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ ลงในใจของคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากัน ปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง " แนวพระราชดำริบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้แสดงถึงพระอัจฉริยภาพของนักพัฒนาป่าไม้ นอกจากจะทรงเข้มงวดในการดูแลพื้นที่ป่าไม้ส่วนที่ต้องอนุรักษ์เพื่อให้เกิดความยั่งยืนแล้ว ขณะเดียวกันก็เป็นการปลูกฝังการรักป่าอันหมายถึงการปลูกป่าในใจคน การปลูกป่าต้องปลูกที่ใจคนก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง ทรงเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจกับราษฎรให้รู้ถึงประโยชน์ของป่า และการอยู่ร่วมกับป่าอย่างพึ่งพาอาศัยกัน ระยะแรกๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ราษฎรได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกป่า จนกระทั่งสามารถจัดตั้งเป็นกลุ่มอนุรักษ์ป่าช่วยกันดูแลรักษาป่า ตลอดจนให้รู้จักนำพืชป่ามาบริโภคใช้สอยอย่างเหมาะสม อันเป็นที่มาของการคืนความสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ต้นน้ำลำธาร เมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมีผืนป่าไม้ถึง 230 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 72 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ ซึ่งนับว่าผืนแผ่นดินไทยเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติประเทศหนึ่งในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเนื่องจากกาลเวลาที่ผ่านมา การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม การละเลยในการให้ความสำคัญด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้ปัจจุบันป่าไม้ในประเทศไทยเหลืออยู่ไม่ถึงร้อยละ 20 และนับวันจะลดน้อยถอยลงทุกขณะ ปัญหาและข้อวิตกกังวลดังกล่าวอยู่ในความสนพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมานับแต่ครั้งทรงพระเยาว์ โดยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล่าถึงแรงบันดาลใจในความสัมพันธ์ระหว่างป่า น้ำ - [ชุมชนบ้านป่าเด็ง นวัตกรรมพลังงานชุมชน](https://www.monmai.com/ชุมชนบ้านป่าเด็ง/) - ป่าเด็งคือสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อเอาชนะ ข้อจำกัดด้านพลังงานสิ้นเปลืองด้วยพลังงานทดแทนพึ่งตนเอง ภาย ในปี 2557 โครงการวางแผนพลังงานชุมชนจะมีการปรับทิศทางการทำงานใหม่โดยมุ่งเน้นดำเนิน กิจกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชน เพื่อตอบสนองต่อแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและการประหยัดพลังงาน ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของพื้นที่จะขึ้นอยู่ศักยภาพของพื้นที่และของพลังงานจังหวัดเป็นหลัก ศูนย์ประสานงานกลางโครงการวางแผนพลังงานชุมชน สนย. สป.พน.จึงจัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมผู้ประสานงาน โครงการวางแผนพลังงาน ในหลักสูตรการประเมินผลการดำเนินโครงการพลังงานชุมชนแบบมีส่วนร่วม กรณีศึกษา กรณีศึกษา ชุมชนผลิตพลังงานครบวงจรบ้านป่าเด็ง ในนามเครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อ ร่วมกันออกแบบกระบวนการ ให้เกิดการมีส่วนร่วม ในการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน การพัฒนาขั้นตอนการผลิต การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนครบวงจรเพื่อการพึ่งตนเอง การทดสอบการใชงานวัดผลการปรับลดที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาระดมความคิด วิเคราะห์ การนำผลการศึกษามาใช้ร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนากิจกรรมต่อยอด ในชุมชนต่อไป เครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อ พ.ศ. 2550 เกิดการรวมตัวของชาวบ้าน ที่มีความสนใจในการดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง จึงเริ่มมีการปรึกษาหารือกัน จึงเกิดแนวทางใน การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องพลังงาน และเรื่องสวัสดิการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 สมาชิกเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้การดำเนินงานเริ่มมีระบบระเบียบมากขึ้น มีการตั้งคณะกรรมการ มีระเบียบ มีระบบบัญชีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และความโปร่งใส โดยมีโครงสร้างคณะกรรมการแบ่งออกเป็นคณะกรรมการบริหาร - [มะม่วงมหาชนก](https://www.monmai.com/มะม่วงมหาชนก/) - มะม่วง "มหาชนก" หรือ ราชามาโปรด มีลักษณะเด่นคือ ขนาดผลใหญ่ น้ำหนักประมาณ 3-4 ขีด รูปลักษณ์แตกต่างจากมะม่วงที่คนไทยนิยม เช่น น้ำดอกไม้ หรือ อกร่อง มีลักษณะผลกลมยาว ปลายงอนเล็กน้อย เนื้อแน่น เมล็ดลีบ เปลือกเมื่อสุกแล้วสามารถลอกออกมารับประทานคล้ายแก้วมังกร สีผิวปกติเขียวเรียบเนียน เมื่อผลแก่จัดมีสีเขียวอมแดง เมื่อเริ่มสุกมีสีเหลืองทองอมส้ม หรือสีแดงแก้มแหม่ม คล้ายผลแอบเปิ้ล ส่วนรสชาติเปรี้ยวจัด แต่เมื่อแก่จัดและสุกจะมีรสชาติหอมหวาน ลักษณะดังกล่าวเกิดจากการผสมของมะม่วงสายพันธุ์หนังกลางวัน และพันธุ์ซันเซท เดิมมะม่วงมหาชนกนิยมปลูกใน จ.เชียงใหม่ แต่ต่อมามีการพัฒนาสายพันธุ์เริ่มปลูกในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะที่ จ.กาฬสินธุ์ มะม่วงมหาชนก เป็นพันธุ์ที่ได้จากต้นที่ปลูกโดยการเพาะเมล็ด (พ่อแม่มะม่วงพันธุ์ซันเซทกับพันธุ์หนังกลางวัน) ที่สวนของอาจารย์ประพัฒน์ สิทธิสังข์ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดย คุณเดช ทิวทอง นำไปทดลองปลูกไว้ที่สวน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และพบว่ามีต้นมะม่วงต้นหนึ่ง เจริญเติบโต มีใบใหญ่ ให้ผลยาวคล้ายพันธุ์หนังกลางวัน แต่ผลสุกกลับมีสีผิวเหลืองอมแดง มีสีส้มคล้ายพันธุ์ซันเซท จึงสันนิษฐานเกิดการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์โดยบังเอิญ จึงได้ตั้งชื่อมะม่วงพันธุ์นี้ว่า "มะม่วงมหาชนก" - [ว่านมหาเสน่ห์ ว่านดอกทอง](https://www.monmai.com/ว่านมหาเสน่ห์/) - ว่านมหาเสน่ห์ จัดเป็นว่านโบราณหายากและใกล้จะศูนย์พันธุ์แล้ว ในปัจจุบันว่านดอกทองแท้นั้นหายากยิ่ง ผู้รู้มักไม่เปิดเผย เพราะเกรงว่าจะมีผู้นำไปใช้ในทางไม่ดี โดยอาจสามารถพบว่านชนิดได้ทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ อย่างเช่นในจังหวัดกาญจนบุรี ลำปาง และตาก ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma spp. วงศ์ ZINGIBERACEAE ชื่ออื่นๆ ว่านดอกทอง ว่านมหาเสน่ห์ (รากราคะ, ว่านรากราคะ), ว่านมหาเสน่ห์ดอกทอง, ว่านดอกทอง, ว่านดอกทองแท้, ว่านดอกทองตัวผู้, ว่านดอกทองตัวเมีย (ว่านดินสอฤาษี), ว่านดอกทองกระเจา เป็นต้น ลักษณะทั่วไป ลักษณะเป็นว่านมีหัว รากเป็นเส้นใหญ่ไม่แตกรากฝอย ลำต้นและใบเหมือนขมิ้น ลำต้นประกอบด้วยกาบของก้านใบหลายกาบซ้อนกัน ใบรูปใบพาย ปลายใบแหลม โคนใบมนสอบติดก้านใบ พื้นใบสีเขียว เส้นกลางใบสีแดงเข้มหรือแดงเลือดหมู ส่วนที่เห็นเป็นลำต้นเหนือดินสีแดงเข้มเช่นกัน ลำต้นส่วนที่ฝังอยู่ในดินและหัวเป็นสีขาวหรือขาวอมเขียว รากเป็นสีน้ำตาล ช่อดอกเป็นกาบเรียวซ้อนสับขวางกันหลายๆ กาบ กาบใบแต่ละกาบมีดอกสีเหลืองทองขนาดเล็ก กลิ่นหอมเย็น ว่านมหาเสน่ห์ หรือว่านดอกทอง นั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ว่านดอกทองตัวผู้ และว่านดอกทองตัวเมีย (ว่านดินสอฤาษี) ซึ่งจะมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์แตกต่างกันเล็กน้อย - [กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกล้วยตากบุปผา กล้วยตากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่สากล](https://www.monmai.com/วิสาหกิจฯกล้วยตากบุปผา/) - Banana Society (บานาน่า โซไซตี้) คือแบรนด์ผลิตภัณฑ์กล้วยตากของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกล้วยตากบุปผา อ.บางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก โดยเมื่อกว่า 6 ปีที่ผ่านมาแบรนด์นี้ได้สร้างกระแสความนิยมของการบริโภคกล้วยตากแบบฉีกซองชิ้นต่อชิ้น โดยเฉพาะกล้วยตากเคลือบช็อกโกแลตที่เป็นไอเดียนำเสนอกล้วยตากแบบใหม่ในแพ็คเกจกล่องกระดาษที่มีทั้งสีเรียบขรึมแต่ดูดีมีระดับ และกล่องสีสันสดใสที่มีลูกเล่นแบบกวนๆ กว่าจะมาเป็นกล้วยตาก Banana Society กล้วยตากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของอำเภอบางกระทุ่มเป็นอย่างมาก ซึ่งเราได้ประกอบธุรกิจนี้มาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งเห็นว่าผลประกอบการมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดตั้งเป็น วิสาหกิจชุมชนกล้วยตากบุปผา ขึ้นในปี 2548 โดยมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการ ผลิตกล้วยตากแบบดั้งเดิมของชาวอำเภอบางกระทุ่มที่สืบทอดตำนานการผลิตกล้วยตากมามากกว่าร้อยปี ให้ได้มาตรฐานตามระบบการผลิตอาหารปลอดภัย และเพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์กล้วยตากและสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดพิษณุโลก จากการที่ได้คลุกคลีกับวงการกล้วยตากมาเป็นเวลา 15 ปี ทำให้ได้เล็งเห็นถึงช่องทางในการขยายธุรกิจนี้ให้เติบโตขึ้นอีก โดยพบว่าผู้บริโภคในปัจจุบันหันมาใส่ใจด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพอาหารมากยิ่งขึ้น จึงได้หาแนวทางการตากกล้วยให้ได้มาตรฐานตามระบบการผลิตอาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจาก รศ.ดร.เสริม จันทร์ฉาย ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และกรมพลังงานมาร่วมสร้างเครื่องอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบกรีนเฮาส์(พาราโบลาร์โดม) ที่มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร รวมพื้นที่ 160 ตารางเมตร สามารถอบกล้วยตากได้ครั้งละประมาณ 1,400 หวี - [กล้วยตาก แปรรูปกล้วยภูมิปัญญาบ้านๆ](https://www.monmai.com/กล้วยตาก/) - กล้วยน้ำว้า ผลไม้ไทยที่มีมาแต่โบราณ ถึงจะเป็นผลไม้ให้พลังงานไม่มาก แต่เป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดี ในกล้วย 1 ผล สามารถให้พลังงานได้ร่วม 100 แคลอรี่ มีคุณค่าสารอาหารมากมาย เพื่อความเจริญเติบโตของทารก คุณแม่ทั้งหลายจึงใช้กล้วยน้ำว้าบดให้เด็กทารกกิน ซึ่งมีเคล็ดลับในการผลิต คือ ใช้กล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่องเป็นวัตถุดิบในการผลิต คัดขนาดให้เท่า ๆ กัน ใช้เทคนิคการอบกล้วยให้แห้งเพื่อไล่ความชื้นและฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ พอเหมาะพอดีทำให้กล้วยมีสีสันสวยงาม เนื้อกล้วยเหนียวแน่นและนุ่ม ไม่เหมือนใคร สิ่งที่ต้องเตรียม กล้วยน้ำหว้าแก่ เกลือป่น น้ำ อุปกรณ์ ตะแกรง วิธีทำ ตัดกล้วยออกเป็นหวี นำวางลงบนใบตอง ปิดทับด้วยใบตองและกระสอบ หรือนำใส่โอ่ง หรือถัง จากนั้นบ่มทิ้งไว้จนกล้วยสุกดี (บ่มจนผลกลมกมน ไม่มีรอยเหลี่ยม และเปลือกตกกระสีดำ) ปลอกเปลือกกล้วยออก เรียงลงบนตะแกรง นำไปตากแดดจนกล้วยเกือบแป้งสนิท นานประมาณ 5 วัน และหมั่นคอยพลิกกลับด้านอยู่เสมอ ก่อนนำกล้วยไปตากแดดในวันที่ 6 ให้ละลายน้ำกับเกลือให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นใช้ขวดน้ำคลึงหรือกดกล้วยให้แบน แล้วนำกล้วยลงไปล้างในน้ำเกลือที่เตรียมไว้ จากนั้นนำกล้วยวางเรียงบนตะแกรง นำไปตากแดดอีก - [แสมทะเล ไม้เบิกนำป่าชายเลน](https://www.monmai.com/แสมทะเล/) - แสมทะเล เรียกอีกชื่อว่า ปีปีดำ (ภูเก็ต) จัดอยู่ในวงศ์ Avicenniaceae เป็นไม้ขนาดเล็ก สูงประมาณ 5-8 เมตร มีลักษณะเป็นพุ่ม ส่วนใหญ่มีสองลำต้นหรือมากกว่า ไม่มีพูพอน เรือนยอดโปร่ง มีรากหายใจรูปคล้ายดินสอ เหนือผิวดิน เปลือกเรียบเป็นมัน สีขาวอมเทาหรือขาวอมชมพู ต้นที่อายุมากเปลือกจะหลุดออกเป็นเกล็ดบาง ๆ คล้ายแผ่นกระดาษ และผิวของเปลือกใหม่จะมีสีเขียว ชื่อวิทยาศาสตร์ Avicennia marina (Forsk.) Vierh. ชื่อวงศ์ AVICENNIACEAE ชื่ออื่น ปีปีดำ (ภูเก็ต), แสมขาว พีพีเล ลักษณะทั่วไป แสมทะเลเป็นไม้ขนาดเล็ก สูงประมาณ 5-8 เมตร มีลักษณะเป็นพุ่ม ส่วนใหญ่มีสองลำต้น หรือมากกว่า ไม่มีพูพอน เรือนยอดโปร่ง มีรากหายใจรูปคล้ายดินสอ ยาว 10-20 เซนติเมตร เหนือผิวดิน เปลือกเรียบเป็นมัน สีขาวอมเทา ห่รือขาวอมชมพู ต้นที่อายุมากเปลือกจะหลุดออก เป็นเกล็ดบางๆ คล้ายแผ่นกระดาษ - [อินทนิล ไม้ริมทางดอกสวยงาม](https://www.monmai.com/อินทนิล/) - อินทนิลน้ำเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย พบขึ้นตามที่ราบลุ่มที่ชื้นแฉะทั่วไป และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ ลำห้วย ในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดงดิบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ แต่พบมีมากตามป่าดงดิบในภาคใต้ นอกจากนี้ยังพบในป่าพรุหรือป่าบึงน้ำจืดในภาคใต้ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Lagerstroemia speciosa (L.) Pers. ชื่อโดยทั่วไป: Queens crape myrtle , Pride of India (ชื่อนี้บอกถิ่นที่มาของพืชชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี) ชื่อวงศ์ : LYTHRACEAE ชื่อตามภูมิภาค : ฉ่วงมู ฉ่องพนา (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ตะแบกดำ (กรุงเทพฯ) บางอบะซา (มลายู-ยะลา, นราธิวาส) บาเย บาเอ (มลายู-ปัตตานี) อินทนิล (ภาคกลาง, ใต้) อินทนิลน้ำ [Lagerstroemia speciosa (Linn.) Pers.] เปลือกลำต้นสีเทาหรือน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างเรียบ อาจจะตกสะเก็ดเป็นแผ่นบาง ๆ บ้างเล็กน้อย ใบเกลี้ยงปลายใบเรียวแหลม - [ตะแบก แบกไว้ไม่ให้ตกยกขึ้นไว้ให้สูงไม่ให้ตกต่ำ](https://www.monmai.com/ตะแบก/) - ตะแบก (L. floribunda Jack) เปลือกลำต้นสีเทา เรียบ ลื่น เป็นมัน มักมีรอยแผลเป็นหลุมตื้น คล้ายเปลือกต้นฝรั่ง ใบอ่อนมีขนปกคลุม ใบแก่เกลี้ยง ช่อดอกออกตามปลายกิ่งโค้งชูเหนือเรือนยอด มีดอกจำนวนมาก ดอกขนาดเล็ก บานเต็มที่กว้าง ๔-๕ เซนติเมตร ดอกในช่อเรียงกันห่าง ๆ ทำให้ช่อดอกโปร่ง ดอกสีม่วงอมชมพู และสีจะจางซีดลงเกือบเป็นสีขาวเมื่อดอกโรย ผลผิวเรียบเป็นมันสีน้ำตาลเข้ม มีขนปกคลุมบาง ๆ ที่ส่วนปลาย ออกดอกในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-กันยายน) ตะแบก ขึ้นประปรายในป่าเบญจพรรณพื้นที่ที่ค่อนข้างชุ่มชื้นทางภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ส่วนภาคตะวันออก และภาคใต้มีขึ้นอยู่มากใน ป่าดงดิบ ป่าน้ำท่วม และตามท้องนา ทั่ว ๆ ไป พันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลจังหวัดสระบุรี ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia floribunda Jack วงศ์ LYTHRACEAE ชื่ออื่น ตะแบกนา ตะแบกไข่ เปื๋อยนา เปื๋อยหางค่าง ลักษณะ ไม้ต้น ผลัดใบ - [การตอนกิ่งพริกไทย](https://www.monmai.com/ตอนกิ่งพริกไทย/) - พริกไทยจัดได้ว่ามีความสำคัญทางเศรษฐกิจและ จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของคนไทยมาช้านาน ในการประกอบอาหารและใช้เป็นเครื่องเทศ ปรุงรสชาติอาหารช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ส่วนประกอบของเครื่องแกงต่าง ๆ การถนอมอาหาร และใช้ประโยชน์ในด้านเภสัชกรรมยาสมุนไพร ทุกส่วนของพริกไทยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบเช่น เมล็ดพริกไทยอ่อน เมล็ดพริกไทยดำ เมล็ดพริกไทยขาว พริกไทยป่น พริกไทยแช่แข็ง น้ำมันหอมระเหยพริกไทยและพริกไทยดองเป็นต้น การตอนกิ่งพริกไทยให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้ วัสดุอุปกรณ์ เชือกฟาง ถุงพลาสติก ขนาดเล็ก 1 ใบ ขุยมะพร้าว การทำตุ้มตอน นำขุยมะพร้าวผสมกับน้ำพอให้เปียก ใส่ถุงพลาสติกแล้วมัดปาก เรียกว่า ตุ้มตอน ผ่าตุ้มตอนตรงกลาง วิธีการตอน การเลือกกิ่งควรใช้กิ่งบนสุดของต้นพริกไทย ไม่ควรเลือกกิ่งที่แก่เพราะรากจะไม่งอก เมื่อได้กิ่งที่จะตอนแล้ว ให้หักกิ่งของพริกไทย แต่ไม่ต้องหักจนขาดออกจากต้น ให้เป็นรอยหักไว้ที่ต้น นำตุ้มตอนที่เตรียมไว้มาหุ้มและใช้เชือกมัดพออยู่ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 45 วัน รากจะงอก และสามารถตัดไปปลูก ที่มา : พรชัย พรหมพิมาน. เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรผสมผสาน พริกไทยซีลอน ไร่ดาบบรรพต - [ประปาภูเขา](https://www.monmai.com/ประปาภูเขา/) - ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาหรือพื้นที่ลาดชัน มีลําคลอง ลําห้วยไหลผ่าน ส่วนราชการต่างๆ จะพัฒนาแหล่งน้ำตามที่ผู้นําท้องถิ่นร้องขอ หรือพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่เป็นระบบชลประทานประเภทประปาภูเขา โดยก่อสร้างฝายทดน้ำปิดกั้นลําน้ำธรรมชาติ บริเวณพื้นที่สูงต้นน้ำ และวางระบบท่อส่งน้ำส่งไปยังพื้นที่อยู่อาศัยของราษฎรบริเวณด้านล่างหรือบริเวณพื้นที่ราบ โดยแรงโน้มถ่วงของโลก ไปใช้สําหรับการอุปโภค-บริโภคหรือเพื่อการเกษตร ให้แก่ราษฎร องค์ประกอบที่สําคัญของโครงการ 1. ฝายทดน้ำ ส่วนใหญ่เป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็กก่อสร้างปิดกั้นลําน้ำธรรมชาติบริเวณที่สูงต้นน้ำเพื่อยกระดับน้ำและเก็บกักน้ำไว้บริเวณหน้าฝาย ความสูงของตัวฝายประมาณ 1.0-2.0 เมตร ส่วนใหญ่ระดับสันฝายจะอยู่ต่ำกว่าระดับตลิ่งคลองประมาณ 1.0-2.0 เมตร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ของราษฎรบริเวณเหนือตัวฝาย ความยาวของสันฝายจะมีความยาวกว่าความกว้างของลําน้ำ เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ทันในช่วงฤดูน้ำหลาก โดยไม่เกิดการกัดเซาะตัวฝายหรือลาดตลิ่งให้ได้รับความเสียหาย 2. ประตูระบายทราย ก่อสร้างไว้ที่บริเวณตัวฝายใช้เป็นที่ระบายตะกอนดิน หรือตะกอนทรายในช่วงฝนตกหนัก ไม่ให้ทับถมบริเวณหน้าฝายหรือไหลเข้าไปอุดตันในท่อส่งน้ำ มี 2 แบบคือ เครื่องแบบกว้าน-บานระบาย มีโครงยกควบคุมการปิด-เปิดโดยพวงมาลัย และแบบท่อเหล็ก ขนาด 12 - 24 นิ้ว ควบคุมการปิด-เปิดโดยประตูน้ำ ปัจจุบันไม่นิยมออกแบบเป็นท่อเหล็กแล้ว เนื่องจากในช่วงฝนตกหนักไม่สามารถระบายตะกอนได้ทัน ทําให้เกิดปัญหาตะกอนดินและทรายตกทับถมบริเวณหน้าฝายหรือไหลเข้าไปอุดตันในท่อส่งน้ำ 3. โรงกรองน้ำ ก่อสร้างไว้บริเวณที่สูงด้านท้ายฝายส่วนใหญ่สามารถกรองน้ำได้ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ลักษณะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายในแยกเป็นชั้นกรอง 4 ชั้น - [ผักกูดแดง ผักพื้นบ้านผักยอดแดง](https://www.monmai.com/ผักกูดแดง/) - กูดแดง จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในพันธ์ไม้ที่ปัจจุบันนี้ ประสบปัญหาการลดจำนวนลง เป็นอย่างมาก เนื่องจากเดิมทีนั้น ต้นกูดแดง เป็น พันธ์ไม้ที่ขึ้นตามพื้นที่ป่ากระจาย ตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย แต่ปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และ การบุกรุกและทำลายป่า ตลอดจนสภาวะการเสื่อมโทรมของดินที่เพิ่มความรุนแรง ขึ้นทุกขณะ ทำให้ ต้นกูดแดง ได้รับผลกระทบไปด้วยโดยตรง ชื่อวิทยาศาสตร์ Stenochlaena palustris. ชื่อวงศ์ PTERIDACEAE ชื่ออื่น ปรงสวน, ผักยอดแดง, ผักกูดแดง (กลาง), ลำเท็ง, ละเท็ง, ลำเพ็ง(ใต้), ปากุ๊มะดิง (มลายู) ลักษณะ ลำต้นทอดขนานพันต้นไม้อื่น ปลายยอดมีสเกลสีน้ำตาลรูปค่อนข้างกลมปกคลุม ซึ่งมักจะหลุดไปเมื่อต้นแก่ ใบเป็นใบประกอบชนิดที่มีใบย่อยติดสองข้างของก้านใบ ใบที่สร้างสปอร์และใบที่ไม่สร้างสปอร์มีรูปร่างต่างกันชัดเจน ที่ไม่สร้างสปอร์ใบทั้งใบจะยาวประมาณ 45 80 ซม. มีใบย่อยออกสองข้างของก้านใบ ใบย่อยแต่ละใบรูปร่างคล้ายคลึงกัน คือมีก้านใบสั้นๆ ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ฐานใบขอบแหลม แผ่นใบเรียบเป็นมัน มีขนาด 12.5 x 2.5 ซม. - [ฐานการเรียนรู้ในชุมชน](https://www.monmai.com/ฐานการเรียนรู้ในชุมชน/) - ทุนความรู้ของชุมชนสําหรับการเรียนรู้ในวิถีชีวิตจริงนั้นมีหลากหลาย ทุนความรู้เหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนได้เข้าใจปัจจัยพื้นฐานในการดํารงชีวิต สามารถเข้าใจได้ว่าผู้คนที่มีความแตกต่างกันในสังคม ทั้งความรู้ ฐานะและประสบการณ์ ทํามาหากินเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างไร ปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมใกล้ตัวและสังคมโลกด้วยวิธีใด ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กลุ่ม องค์กรเป็นเช่นไร หรือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบยั่งยืนเกิดขึ้นได้อย่างไรในชุมชน การจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการในชุมชน ได้บูรณาการทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ และพัฒนาเพิ่มเติมองค์ความรู้ ใช้ระบบการจัดการเสริมความเข้มแข็งตามจุดเด่นของพื้นที่ ให้อยู่ในรูปของ ฐานการเรียนรู้ ที่เป็นฐานบนชีวิตจริง ไม่ใช่ฐานจากตํารา แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งตํารา เนื่องจากได้นําความรู้จากตํารามาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในฐานชีวิตจริง การกําหนดฐานการเรียนรู้ในชุมชน คํานึงถึงสิ่งต่อไปนี้ ฐานการเรียนรู้ ต้องสามารถตอบสนองการเรียนรู้ของผู้เรียน เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แสวงหาความรู้และการทําความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจากการสังเกต หรือการเรียนรู้โดยการปฏิบัติ มีการรวบรวมข้อมูล นําข้อมูลที่ได้ไปคิดพิจารณาเหตุและผลเกิดเป็นความคิด ทัศนคติความเชื่อ กระบวนทัศน์ที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการจัดการเรียนรู้ เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือเป็นห้องเรียนทางธรรมชาติ เพื่อการศึกษา เรียนรู้ความสัมพันธ์กับสรรพสิ่งในธรรมชาติ สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติกับความเป็นจริง ค้นหาสัจธรรม และสามารถสร้างบทเรียนให้กับตนเองได้ เป็นวิถีชีวิตชุมชน ที่แฝงด้วยภูมิปัญญา วัฒนธรรม และกระบวนการทางสังคมที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดี ได้รับความร่วมมือจากเจ้าขององค์ความรู้หรือแหล่งเรียนรู้เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ มีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้และการเผยแพร่ถ่ายทอดความรู้ มีความปลอดภัย และสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก วัตถุประสงค์ของฐานการเรียนรู้ ใช้เป็นแหล่งให้ผู้เรียนได้ถอดความรู้ในประเด็นที่เป็นจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ใช้จัดประสบการณ์ตรงให้กับผู้เรียนและผู้ที่สนใจทั่วไป ให้มีการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความยั่งยืนของความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน เป็นต้นแบบหรือตัวอย่าง ให้กับผู้สนใจที่จะมาเรียนรู้เพื่อนําไปประยุกต์ใช้ในบริบทของตนเอง - [มะม่วงน้ำดอกไม้](https://www.monmai.com/มะม่วงน้ำดอกไม้/) - มะม่วงน้ำดอกไม้เป็นมะม่วงประเภทรับประทานสุก ใบใหญ่เป็นคลื่น ทรงพุ่มโปร่ง ผลมีขนาดใหญ่ หนักประมาณ 400 กรัม ผลอ้วนเกือบกลมหัวใหญ่ปลายแหลม ผลค่อนข้างยาว เนื้อมาก เมล็ดเล็ก มีผิวบาง เมื่อดิบมีรสเปรี้ยว ผิวสีเขียวนวล เนื้อแน่น เมื่อผลสุกมีผิวสีเหลือง กลิ่นหอม เนื้อละเอียดมีเสี้ยนน้อย รสหวาน มะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นพันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูก กันทั่วไป สามารถออกดอกแต่ติดผลปานกลาง และ ให้ผลทุกปีผลมีขนาดปลานกลาง ขนาดใหญ่ ลักษณะของผลจะอ้วน หัวใหญ่ปลายแหลม ผลค่อนข้างยาว ลักษณะเปลือกบาง มีต่อมกระจายห่าง ๆ ทั่วผล ผลดิบ : ผิวเปลือกจะเป็นผิวนวล เนื้อแน่นหนาเป็นสีขาว มีรสเปรี้ยวจัด ผลสุก : ผิวของเปลือกจะเป็นสีเหลืองนวลเนื้อเป็นสีเหลืองมีรสหวาน เมล็ด : แบนยาว เมื่อเพาะต้นอ่อนจะขึ้นได้จากเมล็ดเดียว ประโยชน์ ผลสดแก่ รับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำ ผลสุก หลังรับประทานแล้วล้างเมล็ดตากแห้ง ต้มเอาน้ำดื่ม หรือบดเป็นผง รับประทานแก้ท้องอืดแน่น - [ระกำ ผลไม้รับประทานสด](https://www.monmai.com/ระกำ/) - ระกำรับประทานเป็นผลไม้สด และนำมาปรุงรสเปรี้ยวในอาหาร เช่น น้ำพริก ต้มยำ ต้มส้ม ข้าวยำ และอาหารหวาน เช่น น้ำระกำ ระกำลอยแก้ว ไม้ของต้นระกำเมื่อลิดเอาหนามออกใช้กั้นทำเป็นฝาบ้าน ปอกเปลือกไม้ระกำออก เนื้อของไม้ระกำ ใช้ทำจุกขวดน้ำได้ ผิวระกำนำมาสกัดน้ำมันระกำได้ พรรณไม้นี้ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในมาเลเซียอินโดนีเซีย และในประเทศไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Salacca rumphii Wall. ชื่ออื่น ๆ : สะละ, สะลัก (มลายู), สละ (ไทย), ซาเลา (มลายู-นรา), ระกำกอก, กำ (ใต้) วงศ์ : PALMAE ลักษณะทั่วไป ระกำ เป็นพืชตระกูลปาล์ม ซึ่งมีต้นหรือเหง้าเตี้ย ยอดแตกเป็นกอ ใบมีลักษณะยาวเป็นทาง ยาวประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นมีหนามแหลมยาวประมาณ 1 นิ้ว ออกผลเป็นทะลาย ทะลายหนึ่งมีตั้งแต่ 2-5 - [เตาย่างไก่ประสิทธิภาพสูง](https://www.monmai.com/เตาย่างประสิทธิภาพสูง/) - เตาบาร์บีคิว คือ เตาย่างไก่ที่พัฒนาขึ้น เพื่อลดการสูญเสีย พลังงานความร้อนผนังเตา โดยการเสริมผนังเตาด้วยฉนวน ที่ทำขึ้นจากดินเหนียวผสมแกลบดำ โดยสามารถประหยัดถ่าน ได้จากเดิมถึง 83% และมีประสิทธิภาพเชิงความร้อนจาก 6.22% เป็น 35.94% กระทรวงพลังงานดำเนินนโยบาย การจัดทำแผนพลังงาน 80 ชุมชน สนองพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งเน้นในการสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงาน และการรณรงค์เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานทดแทนในระดับภาคประชาชน เพื่อประชาชน เยาวชน และนักเรียนในชุมชนจะได้นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ซึ่งในการดำเนินกิจกรรมได้มีการจัดนิทรรศการใช้พลังงานทดแทน เช่น เตาประสิทธิภาพสูง เตาย่างไก่ เตาเผาถ่าน 200 ลิตร เตาแบบใหม่ของสำนักงานพลังจังหวัดกำแพงเพชร จะมีลักษณะเป็นถังน้ำมัน 200 ลิตรผ่าครึ่งเช่นเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่มีฝาผิด ลักษณะแบบนี้จะทำให้ไม่สูญเสียความร้อน ทำให้หมูสุกเร็วขึ้น และประหยัดพลังงาน ปัญหาของเตาย่างแบบเดิมคือเวลาหมูสุกจะมีน้ำมัน เวลาน้ำมันไหลลงไปบนถ่านก็จะทำให้เกิดควันมีกลิ่นรบกวน เตาแบบใหม่เวลาใส่ถ่านจะไม่ใส่ลงไปตรงกลางเตา แต่เราจะออกแบบมาให้ใส่ถ่านด้านข้างทั้งสองข้างคือด้านซ้าย และขวา เพื่อไม่ให้น้ำมันตกไปบนถ่านซึ่งจะแก้ปัญหาเรื่องควันไปได้ ส่วนน้ำมันที่ได้จากการย่างหมูมันก็จะไหลลงไปด้านล่าง โดยจะมีภาชนะรองรับ ซึ่งสามารถนำไปทำประโยชน์ได้อีก และที่ออกแบบมาให้มีฝาปิดก็เพื่อให้ความร้อนรั่วไหลออกไป หมูก็จะสุกเร็วขึ้น และไม่เปลืองถ่านมากนัก และที่สำคัญคือเตาแบบนี้ดีกว่าของเก่าเพราะไม่มีควัน ไม่มีสารก่อมะเร็ง และลดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซค์ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะโลกร้อน - [ปรีชา บุญท้วม ปราชญ์เกษตรผู้นำดินหอมแห่งเขาชะเมา](https://www.monmai.com/ปรีชา-บุญท้วม/) - ปรีชา บุญท้วม หรือน้าอ๋อย ผู้นำความรู้เรื่องดินหอมมาเผยแพร่สู่ชุมชนเขาชะเมา เริ่มจากเป็นเกษตรชาวสวนที่ใช้สารเคมีอย่างหนัก กระทั่งประสบกับปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรง หนี้สินล้นพ้นตัว ต้นไม้โทรมอย่างรวดเร็ว โรคและแมลงเพิ่มสูงขึ้น จึงเปลี่ยนมาใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ และปุ๋ยหมักชีวภาพแทนการใช้สารเคมี หลังจากเข้ารับการฝึกอบรมจาก อ.วิทูร ชินพันธุ์ ผู้เผยแพร่เรื่องราใบไม้สีขาวและจุลินทรีย์พื้นบ้านในเมืองไทย หลังจากน้าอ๋อยลองผิดลองถูกกับน้ำหมักและปุ๋ยหมักจุลินทรีย์พื้นบ้านกระทั่ง ประสบความสำเร็จกับดินหอม เป็นที่ยอมรับของกลุ่มเกษตรกร จนก่อตั้งเป็นกลุ่มเกษตร ส.ป.ก.พัฒนา(เขาชะเมา) ปัจจุบันน้าอ๋อยได้รับเลือกให้เป็นปราชญ์เกษตรฯ ส.ป.ก. และยังเป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอนประจำกลุ่มอีกด้วย จุลินทรีย์พื้นบ้านในแต่ละท้องถิ่น มีความเหมาะสมแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศ อาหาร ที่อยู่ และการต้านทานโรคของจุลินทรีย์ ดังนั้นเมื่อใช้จุลินทรีย์พื้นบ้านย่อมได้จุลินทรีย์ที่แข็งแรงและเหมาะที่ จะทำงานในสภาพแวดล้อมนั้นๆ จุลินทรีย์ที่เลือกมาจะมีคุณสมบัติ ต้องการออกซิเจน อาศัยอยู่ในที่สะอาด ร่ม โปร่ง แห้ง ไม่เปียกน้ำหรือชื้นแฉะ โดยทำงานร่วมกับสิ่งมีชีวิตในดิน ทำให้ดินร่วนซุยมีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ในดิน ปลดปล่อยแร่ธาตุและสารอาหารคืนสู่ดิน เมื่อดินมีชีวิตจะเกิดความสมบูรณ์ขึ้น จุลินทรีย์ที่ใช้คือ ราใบไม้สีขาวจะพบมากใต้กอไผ่ กองใบก้ามปู และในกอกล้วย "ปรีชา บุญท้วม"เริ่มจากการเป็นเกษตรชาวสวนที่ใช้สารเคมีอย่างหนัก กระทั่งมีปัญหาสุขภาพรุนแรง หนี้สินล้นพ้นตัว ต้นไม้โทรมอย่างรวดเร็ว โรคและแมลงเพิ่มสูงขึ้น จึงเปลี่ยนมาใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ และปุ๋ยหมักชีวภาพแทนการใช้สารเคมี - [จุลินทรีย์หน่อกล้วย](https://www.monmai.com/จุลินทรีย์หน่อกล้วย/) - บริเวณไหนที่มีกล้วย ดินบริเวณนั้นมักจะร่วนซุย โปร่ง อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยธาตุอาหาร ต่างๆมากมาย อันเนื่องมาจากบริเวณโคนรากของต้นกล้วยจะมีจุลินทรีย์อยู่หลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่สร้างปุ๋ยและฮอร์โมน อีกทั้งยังปรับสภาพดินเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะจุลินทรีย์บริเวณโคนรากของหน่อกล้วยซึ่งจะมีมากเป็นพิเศษ จึงเหมาะสมที่สุดที่จะนำมาทำเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์ ส่วนผสม หน่อกล้วย 3 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม วิธีทำ ขุดหน่อกล้วยต้นสมบูรณ์ที่ไม่เป็นโรค สูงไม่เกิน 1 เมตร เอกเหง้าพร้อมรากให้มีดินติดรากมาด้วย สับบดย่อยหรือโขลกใส่กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม หมักในภาชนะพลาสติก มีฝาปิด คนเช้า เย็น ทุกวัน ครบ 7 วัน คั้นเอาแต่น้ำเก็บไว้ เรียกน้ำหมักนี้ว่าจุลินทรีย์หน่อกล้วย เก็บไว้ใช้ได้ 6 เดือน - 1 ปี วิธีการทำละเอียด เลือกหน่อกล้วยต้นที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรค สูงไม่เกิน 1 เมตร ขุดออกมาทั้งเหง้า ราก ให้ได้มากที่สุดโดยให้มีดินติดรากมาด้วย (ให้ขุดตอนเช้ามืด ก่อนตะวันขึ้น เนื่องจากเวลานี้จุลินทรีย์จะขึ้นมาอยู่บริเวณรากหน่อกล้วยมากที่สุด - [ระเบิดจากข้างใน](https://www.monmai.com/ระเบิดจากข้างใน/) - ระเบิดจากข้างใน คือ เราต้องสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนที่เราเข้าไปพัฒนาให้มีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อนแล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอกการทำสิ่งใดต้องสร้างฐาน ต้องเริ่มจากความพร้อม ความเห็นพ้องต้องกันในกลุ่มเล็ก ๆ ก่อนแล้วค่อยๆ สร้าง ค่อย ๆ ก่อ จะมั่นคงถาวร ระเบิดจากข้างใน คือการทำสิ่งใดต้องสร้างฐาน ต้องเริ่มจากความพร้อม ความเห็นพ้องต้องกันในกลุ่มเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยๆ ก่อ จะมั่นคงถาวร พระองค์ทรงมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคน ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า "ต้องระเบิดจากข้างใน" นั้นหมายความว่า ต้องสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนที่เราเข้าไปพัฒนา ให้มีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน แล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก มิใช่การนำเอาความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชน หมู่บ้าน ซึ่งหลายชุมชนยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว จึงไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่ความล่มสลายได้ การสร้างความแข็งแรงให้ชุมชน ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลักที่จำเป็นต่อการผลิตอันเป็นรากฐานนำไปสู่การ พึ่งตนเองได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นการพัฒนาในลักษณะการเตรียมชุมชนให้พร้อมต่อการติดต่อสัมพันธ์กับโลกภายนอก ทรงเรียกว่า "การระเบิดจากข้างใน" และทรงชี้แนะว่าควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทรงสนับสนุนให้มีการส่งเสริมความรู้ด้านต่างๆ ด้วยทรงตระหนักว่า ชาวชนบทควรจะมีความรู้ในเรื่องของการทำ มาหากิน การทำการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยทรงเน้นถึงความจำเป็นที่จะต้องมี "ตัวอย่างแห่งความสำเร็จ" ที่ชาวบ้านสามารถรับและนำไปปฎิบัติได้ผลจริง - [สารภี ไม้มงคลโบราณ](https://www.monmai.com/สารภี/) - สารภีเป็นไม้ไทยโบราณที่มีอายุยืนนานมาก เป็นไม้ยืนต้นวงศ์เดียวกับบุนนาค ด้วยความละเอียดของเนื้อไม้ที่แข็งแรง ทนทาน จึงนิยมนำมาใช้ประโยชน์มากมาย ในตำราพรหมชาติฉบับหลวง จัดให้ต้นสารภีเป็นไม้มงคล โดยมีความเชื่อมาแต่โบราณว่า จะช่วยป้องกันเสนียดจัญไรได้ ที่เป็นดังนั้นอาจเป็นเพราะสารภีเป็นไม้ยืนต้น สูงใหญ่และมีพุ่มทึบ ไม่ผลัดใบ ให้ดอกหอมและอายุยืนยาว คนไทยโบราณนิยมปลูกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เนื่องเพราะเป็นทางลมผ่าน เวลาลมแรงอาจพัดสิ่งไม่ดีเข้าบ้านได้ จึงปลูกสารภีป้องกันไว้ อีกทั้งความหนาทึบของต้นสารภียังช่วยกำบังเป็นเสมือนกำแพงป้องกันคนภายนอกให้มองไม่เห็นภายในบ้านได้อย่างชัดเจนอีกด้วย นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าปลูกสารภีไว้ในบ้านจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย และอายุยืนยาวเหมือนต้นสารภี คนโบราณเชื่อว่า มีต้นสารภีไว้ในบ้าน คนในบ้านจะอายุยืนยาว เนื่องจากได้ดมกลิ่นหอมๆ ของสารภี ทำให้จิตใจเยือกเย็น อ่อนหวาน พอใจเย็น ไม่หงุดหงิดง่าย สุขภาพจิตก็จะดี อายุก็ยืนยาว คล้ายกับการบำบัดจิตด้วยกลิ่นหอม ดอกสารภีแห้ง ใช้ทำยาหอม บำรุงหัวใจ หรือนำไปปรุงน้ำหอมใช้ในพิธี สงกรานต์ของทางเหนือ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mammea siamensis Kosterm. ชื่อพ้อง : Ochrocarpus siamensis T.Anders วงศ์ : GUTTIFERAE ชื่ออื่น : สร้อยภี (ภาคใต้) ลักษณะทั่วไป - [ลำพู ตัวชี้วัดคุณภาพระบบนิเวศ](https://www.monmai.com/ลำพู/) - ต้นลำพู นอกจะเป็นตัวชี้วัดคุณภาพระบบนิเวศ เป็นที่อยู่อาศัยของนกและหิ่งห้อย เป็นโรงงานผลิตออกซิเจนให้แก่โลกแล้ว ดอกลำพูยังเป็นของเล่นให้เด็ก ๆ อีกด้วย ต้นลำพู เป็นไม้ชายเลนและชายคลอง สามารถเติบโตได้ดีได้ในที่ทั้งสามน้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เป็นไม้พุ่ม มีใบมาก ใบสีเขียวบางเป็นมัน เจริญเติบโตได้ดีใน น้ำกร่อย จนถึงน้ำจืด มีรากอากาศหายใจขนาดใหญ่ ใช้แทนไม้ก๊อกเป็นจุกขวดและทุ่นลอยได้ ดอกสีขาวและสีชมพู มีกลิ่นหอมน้อย ๆ ชื่อพฤกษศาสตร์ : Sonneratia caseolaris (L.) Engler ชื่อท้องถิ่น : ลำพู วงศ์ : SONNERATIACEAE ลักษณะ ต้นลำพู เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางขนาดใหญ่ สูง 8-20 เมตร ระบบรากแก้วหยั่งลึกลงไปในดิน มีรากพิเศษออกตามลำต้น เป็นรากหายใจรูปคล้ายกรวยคว่ำ เรียวแหลมไปทางปลายราก ลำต้น ต้นตรงมีเนื้อไม้ ไม่ผลัดใบ กิ่งห้อยย้อยลง ต้นที่อายุน้อยเปลือกเรียบ แต่เมื่ออายุมากขึ้นเปลือกจะหยาบ แตกเป็นร่องลึกเป็นสะเก็ด ขึ้นในเขตป่าชายเลนค่อนข้างจืด - [ชุมชนบ้านสามขา ชุมชนแห่งความยั่งยืน](https://www.monmai.com/ชุมชนบ้านสามขา/) - กลิ่นอายแห่งความเป็นชนบทท่ามกลางหมู่ขุนเขาที่โอบล้อม ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยของแขกผู้มาเยี่ยมเยือนบ้านสามขาตั้งห่างจากตัวเมืองลำปางเป็นระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของถนนสายลำปางเด่นชัยต้นไม้นานายังคงความเขียวขจี อากาศยังคงบริสุทธิ์ บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ ไม่มีรถราที่วิ่งกันขวักไขว่มากมาย จนดูพลุกพล่านวุ่นวายอย่างในเมือง ผู้คนยังคงแต่งกายเรียบง่าย มีร้านค้าเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ให้ผู้คนได้จับจ่ายสิ่งจำเป็น บ้านเรือนน้อยใหญ่เรียงรายกันอยู่ในพื้นที่สูงๆ ต่ำๆ ต่างระดับกันไป ตามลักษณะภูมิประเทศ ที่เป็นพื้นที่ราบเชิงเขา... ชุมชนบ้านสามขา เป็นหมู่บ้านต้นแบบของการจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะในเรื่องการทำฝายชะลอน้ำและดักตะกอน โดยเริ่มจากงานประปาไม้ไผ่เมื่อ 20 กว่าปีก่อน การแก้ป้ญหาหนี้สินที่นำมาสู่งานวิจัยไทบ้านดีเด่น มาถึงการแก้ปัญหา "อ่างเก็บลม" ด้วยการทำ "ฝายใส้ไก่" และฝายกล่อง ที่ประยุกต์จากการออกไปเรียนรู้และการลองผิด-ลองถูก กลายเป็นหมู่บ้านที่มีฝายชะลอน้ำและดักตะกอน กระจายอยู่ทั่วผืนป่ากว่า 3,000 ฝาย การแบ่งป่าออกเป็น 3 โซน เพื่อบริหารจัดการป่าต้นน้ำที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ สภาพปัญหาของชุมชน ชุมชนบ้านสามขา ประสบปัญหาภัยแล้ง ลำห้วยสามขาที่เคยไหลตลอดปีในหมู่บ้านกลับแห้งขอด น้ำในอ่างเก็บน้ำบ้านสามขามีปริมาณน้อย และมีตะกอนสะสมมาก ปัญหาเกิดจากป่าต้นน้ำถูกทำลาย ไฟป่าที่ถูกจุดจากชาวบ้านเพื่อเก็บผักหวาน เห็ดเผาะ และล่าสัตว์ ทำให้พื้นที่ป่าวิกฤต กระทบถึงน้ำต้นทุนที่มีน้อย ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๕ - [พัดใบกะพ้อ](https://www.monmai.com/พัดใบกะพ้อ/) - ต้นกะพ้อเป็นพืชที่สามารถใช้ได้เกือบทุกส่วน มีประโยชน์ในหลายๆด้าน เช่น การนำยอดของต้นกะพ้อไปใช้ในการทำขนมต้มในพิธีงานต่างๆ ส่วนใบแก่สามารถนำมากั้นเป็นหลังคา ยอดอ่อนนำมาประกอบอาหารได้ รากกะพ้อนำมารักษาโรคต่างๆ เช่น ช่วยบำรุงเลือด ยาแก้ปวดฟัน และใบอ่อนนำมาประดิษฐ์เป็นอุปกรณ์เพื่อความสวยงาม เช่น พัด ดอกไม้ เครื่องแต่งกาย เป็นต้น ชาวบ้านในภาคใต้นำใบกะพ้อมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ หรือประกอบพิธีตามความเชื่อของชาวใต้ เช่น การทำบุญเดือนสิบ ซึ่งมีทั่วๆไปในภูมิภาคของประเทศไทย จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น ในภาคอีสาน เรียก บุญข้าวประดับดินและบุญข้าวสากหรือข้าวสลาก ภาคเหนือเรียก กินก๋วยสลาก หรือทานก๋วยสลาก และในภาคกลางเรียก สลากภัตรและสลากกระยาสารท ในท้องถิ่นภาคใต้มีประเพณีทำบุญเดือนสิบ โดยเฉพาะ งานเดือนสิบ ของนครศรีธรรมราช เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางที่สุดประเพณีดังกล่าวทำต่อเนื่องกันมาช้านาน เป็นประเพณีที่สืบปฏิบัติกันทั่วไปในภาคใต้ โดยเฉพาะในท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการปฏิบัติประเพณีนี้อย่างจริงจังมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ใบพ้อ หรือใบกะพ้อ เป็นพืชตระกูลปาล์ม มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะใบเป็นรูปพัด ชาวบ้านในภาคใต้นำใบกะพ้อมาจักสานเป็นพัด เรียกว่า "พัดใบกะพ้อ" หรือ "พัดใบพ้อ" ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมจักสานประเภทหนึ่งที่เป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาชาวบ้าน นับเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของภาคใต้ อุปกรณ์การสานพัดใบกะพ้อ - [กะพ้อ สานเครื่องใช้ในบ้าน](https://www.monmai.com/กะพ้อ/) - ต้นกะพ้อ เป็นพืชตระกูลปาล์ม ชอบขึ้นอยู่ในป่าพรุ เป็นปาล์มที่แตกหน่อเป็นกอ แทงช่อดอกออกลูกสุกแดงทุกปี ในป่าธรรมชาติปัจจุบันเหลือน้อย กะพ้อใช้ประโยชน์จากใบ ยอดอ่อน มาห่อขนม ที่เรียกว่าต้มใบพ้อ และยังสามารถนำใบแก่มาใช้ประโยชน์ในการสานเครื่องใช้ในบ้าน เช่นทำหมวก ทำพัด กะพ้อเป็นไม้ยืนต้นตระกูลปาล์มแตกหน่อเป็นกอรอบบริเวณโคนต้น ใบเดี่ยวรูปใบพัดเรียงเวียนโดยรอบลำต้น ก้านใบยาว ขอบก้านใบมีหนามแข็ง บางโค้ง ดอกช่อแตกจากยอดหรือซอกใบ ก้านช่อดอกยาวได้ถึง 2 เมตร ดอกย่อยไม่มีก้านดอก ผลสดแบบมีเนื้อ เมล็ดเดียว ผลแก่สีเขียว ชื่อสามัญ : Fan palm ชื่อวิทยาศาสตร์ Licuala spinosa Thumn. ตระกูล : PALMAE ชื่อพื้นเมือง กะพ้อ (ภาคกลาง) ต้นพ้อ(ภาคใต้-พัทลุง) ถิ่นกำเนิด : ทางภาคใต้ของไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ลักษณะ ต้น ปาล์มลำต้นเตี้ยถึงขนาดกลาง สูง 3-4 ม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 5-10 ซม. - [ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตรกรมพัฒนาที่ดิน](https://www.monmai.com/ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง/) - ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการนำวัสดุอินทรีย์และหรืออนินทรีย์ธรรมชาติทางการเกษตร ที่มีธาตุอาหารสูงมาผ่านการหมักจนสลายตัวสมบูรณ์ หรือการนำปุ๋ยอินทรีย์ที่ผ่านการสลายตัวสมบูรณ์ แล้วผสมกับวัสดุอินทรีย์และหรืออนินทรีย์ธรรมชาติทางการเกษตรที่มีธาตุอาหารสูง ส่วนผสมที่ใช้ในการผลิต ปริมาณ 100 กก. ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร 1 กากถั่วเหลือง 40 กก. หินฟอสเฟต 24 กก. รำละเอียด 10 กก. กระดูกป่น 8 กก. มูลสัตว์ 10 กก. มูลค้างคาว 8 กก. สารเร่งซุปเปอร์พด.1 สารเร่งซุปเปอร์พด.2 และสารเร่งพด.9 อย่างละ 1 ซอง สารเร่งซุปเปอร์พด.2 ที่ขยายเชื้อในกากน้ำตาล จำนวน 26-30 ลิตร ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร 2 กากถั่วเหลือง 40 กก. หินฟอสเฟต 24 กก. รำละเอียด 10 กก. กระดูกป่น 8 - [เสลดพังพอนตัวผู้](https://www.monmai.com/เสลดพังพอนตัวผู้/) - เสลดพังพอนตัวผู้เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1 เมตร มีหนามแหลมยาวบริเวณข้อ ข้อละ 2 คู่ ถึง 3 คู่ ก้านใบสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม เส้นกลางใบแดง ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง ช่อดอกยาว 8 ซม. มีใบประดับสีน้ำตาลแดง ค่อนข้างกลม กลีบดอกสีส้ม ผลเป็นฝักรูปไข่ ในทางการแพทย์แผนไทยจะใช้รากเข้ายาแก้ตาเหลือง หน้าเหลือง เมื่อยตัว กินข้าวไม่ได้ แก้เจ็บท้อง แก้ผิดอาหาร ถอนพิษงู พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้ปวดฟัน ใช้ใบถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้ลมพิษ รักษาเม็ดผื่นคันตามผิวหนัง แก้โรคเบาหวาน แก้ปวดแผล แผลจากของมีคมบาด แก้โรคฝีต่าง ๆ รักษาโรคคางทูม แก้โรคไฟลามทุ่ง แก้ขยุ้มตีนหมา แก้โรคงูสวัด รักษาโรคเริม ถอนพิษจากเม็ดตุ่มฝีดาษ รักษาโรคฝีดาษ แก้ฟกช้ำ แก้ช้ำบวม ถอนพิษไข้ พิษไข้ทรพิษ เหงือกบวม แก้ริดสีดวงทวาร แก้ยุงกัด แก้ปวดจากปลาดุกแทง ชื่อวิทยาศาสตร์ - [เสลดพังพอนตัวเมีย (พญาปล้องทอง)](https://www.monmai.com/พญาปล้องทอง/) - เสลดพังพอนตัวเมีย เป็นพืชที่พบขึ้นตามป่าและปลูกกันตามบ้าน ขึ้นได้แทบทุกที่ ทั้งในที่ร่มรำไรหรือแดดจัด แต่เมื่ออยู่ในแดดรำไร่คุณภาพเมื่อเก็บเกี่ยวเป็นวัตถุดิบทำยาจะดีกว่า ใบจะใหญ่ สีเขียวเข้ม ถ้าอยู่กลางแดดใบจะเล็ก และงามแค่หน้าฝน ช่วงท้ายฝนถ้าไม่ได้น้ำใบจะร่วงหมด เสลดพังพอยตัวเมียที่อยู่ในแดดจัด เมื่อเก็บไปตากแห้งใบจะมีสีเหลืองไม่สวย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clinacanthus nutans (Burm.f) Lindau. วงศ์ : ACANTHACEAE ชื่ออื่น : ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (เชียงใหม่) พญาปล้องดำ (ลำปาง) พญาปล้องทอง (ภาคกลาง) ลิ้นมังกร โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง) เสลดพังพอนตัวเมีย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เสลดพังพอนตัวเมียเป็นไม้พุ่มเลื้อย ลำต้นและกิ่งก้านสีเขียว ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปรีแคบขอบขนาน กลีบดอกสีแดงส้ม โคนกลีบดอกติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ขึ้นตามป่า หรือปลูกกันตามบ้าน ขยายพันธุ์โดยวิธีปักชำ เสลดพังพอนมีชื่อพ้องกัน คือ เสลดพังพอนตัวผู้ และเสลดพังพอนตัวเมีย แต่ต่างกันที่เสลดพังพอนตัวผู้มีหนาม สรรพคุณอ่อนกว่าเสลดพังพอนตัวเมีย เพื่อไม่ให้สับสนจึงเรียกเสลดพังพอนตัวเมียว่า พญายอ - [กระดาษสา กระดาษธรรมชาติ](https://www.monmai.com/กระดาษสา/) - กระดาษสา เป็นกระดาษพื้นเมืองทางภาคเหนือที่ผลิตด้วยมือวิธีการทำกระดาษสาถูกเผยแพร่เข้ามา พร้อมกับพุทธศาสนา จากประเทศจีน เพื่อใช้ทำบันทึกคำสั่งสอนดังนั้นการใช้กระดาษสาของชาวพื้นเมืองทางภาคเหนือ จึงเกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและพิธีกรรมทางพุทธศาสนาอย่างมากกล่าวคือ การตกแต่งถวายทานแทบทุกประเภท จะตกแต่งด้วยกระดาษสาทาสีต่าง ๆ ให้สวยงาม เพื่อใช้ในงานเทศกาลต่างๆ ของวัด และพิธีกรรมต่าง ๆ ต้นปอสา เป็นต้นไม้ประเภทไม่มีแก่น ลำต้นค่อนข้างเปราะแตกกิ่งก้านออกรอบต้น เปลือกมีสีขาวปนเทาหรือสีเขียวอ่อน ใบมี 2 ชนิด คือ ใบหยักและใบไม่หยักใบมีขนเล็กน้อยต้นปอสาชอบขึ้นในพื้นที่ที่มีอากาศชื้น เช่นตามหุบเขา ตามริมห้วย หรือพื้นดินที่ชุ่มชื้นโดยปกติจะพบในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ใยจากเปลือกของต้นปอสามีคุณสมบัติพิเศษ เหมาะสำหรับทำเป็นเชือกได้ แต่ส่วนมากมักถูกนำมาใช้ทำกระดาษปอสาที่นำมาใช้ทำกระดาษจะต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้น ประมาณ 7-10 เซนติเมตรหรือมีอายุประมาณ 3 4 ปี ขั้นตอนการทำกระดาษด้วยมือแบบพื้นบ้าน การทำกระดาษด้วยมือส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นการทำกระดาษเพื่อใช้ในงานหัตถกรรม ซึ่งมีวัตถุดิบจากพืชหลายชนิด แต่ก่อนกระดาษจะทำจากเปลือกไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่นถ้าใช้เปลือกข่อยก็จะเรียกสมุดข่อย ใช้เปลือกสาก็จะเรียกสมุดปอสา พืชทั้งหลายที่เป็นผักและผลไม้เมื่อนำไปบริโภคแล้ว ยังมีส่วนที่ยังตกค้างอยู่ในแปลงปลูกที่ยังไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ นอกการจากการเผาทำลายทิ้งทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ และส่งเสริมให้เกิดภาวะโลกร้อน จึงขอแนะนำวิธีการทำกระดาษจากเศษเหลือทางการเกษตร ตัวอย่างเช่น ใบและกาบกล้วย ใบสับปะรด ฟางข้าว - [ปอสา เยื่อกระดาษคุณภาพดี](https://www.monmai.com/ปอสา/) - ปอสา เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลางชนิดผลัดใบให้ผลผลิตเส้นใยชนิดหนึ่ง อยู่ในตระกูลเดียวกับหม่อนและขนุน มีชื่อเรียกกันหลากหลายชื่อ ตามแต่ละแต่ท้องถิ่น เช่น ภาคเหนือ เรียกปอสา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียก ปอกะสา ภาคตะวันตก เรียก หมอพี หมกพี ภาคใต้เรียก ปอฝ้าย เป็นต้น ปอสา มีทั้งที่ ขึ้นเองตามธรรมชาติ และ ในพื้นที่ที่ปลูกไว้ เช่น จังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน สุโขทัย ชัยภูมิ และ จังหวัด เลย ในการเจริญเติบโตตามสภาพธรรมชาติจะมีความสูง 10-15 เมตร ในช่วงอายุ 7-8 ปี จะมีเส้นผ่าศูนยืกลางที่ลำต้น 60-65 เซนติเมตร ส่วนใหญ่จะพบในป่าเบญจพรรณขึ้นกระจายตามพื้นที่ชุ่มชื้น นอกจากในประเทศไทยแล้วยังพบได้ทั่วไปในเขตเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปอสา เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ให้ผลผลิตเส้นใยจากเปลือกของลำต้น เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวปอสาเป็นอาชีพเสริมจากแหล่งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ และในพื้นที่ที่ปลูกไว้ เช่น จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ - [เห็ดหอม ดอกเห็ดหอมกลิ่นหอมและรสชาติพิเศษเฉพาะตัว](https://www.monmai.com/เห็ดหอม/) - เห็ดหอมเป็นเห็ดที่มีรสชาติดี นิยมบริโภคอย่างแพร่หลายและมีราคาแพง เมื่อนำดอกเห็ดมาผึ่งลม หรือตากแห้ง ดอกเห็ดหอมจะมีกลิ่นหอมและรสชาติพิเศษเฉพาะตัว พบการแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในประเทศแถบเอเชียตะวันออก ตั้งแต่สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี จนถึงประเทศแถบอินโดจีน แต่จะไม่พบในประเทศเขตหนาวและเขตร้อน เห็ดหอมเป็นที่นิยมและรู้จักกันดีในลักษณะของอาหารจีนและญี่ปุ่น มาเป็นเวลานานแล้ว คนไทยรู้จักเห็ดชนิดนี้ในรูปของเห็ดแห้งที่นำมาจากต่างประเทศ ชาวจีนได้เพาะเห็ดหอมมานานประมาณ 800 ปี โดยเพาะเลี้ยงด้วยท่อนไม้ เช่น ไม้โอ๊คและเกาลัด และประมาณ 300 ปีที่ผ่านมาชาวญี่ปุ่นได้พัฒนาวิธีการเพาะเห็ดหอมโดยเริ่มจากเพาะด้วยท่อนไม้ จนในปัจจุบันถือว่าเป็นประโยชน์ที่มีเทคโนโลยีสูงในการเพาะเห็ดหอม สามารถผลิตเห็ดหอมจำหน่ายเป็นสินค้าออกอันดับหนึ่งของโลก รองลงมาได้แก่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวันและเกาหลีตามลำดับ ชื่อสามัญ :Shiitake Mushroom ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lentinus edodes (Berk.) Sing. ชื่ออื่น : ญี่ปุ่นเรียกว่า ไชอิตาเกะ หรือ ชิตาเกะ (Shi-ta-ke) เกาหลีเรียกว่า โบโกะ จีนเรียกว่า เฮียโกะ หรือ "เฮียงคุ่ง" หรือ "เฮียงสิ่ง" ภูฏานเรียก ชิชิ-ชามุ อังกฤษเรียกว่าBlack - [หลุมขนมครก โคก หนอง นาโมเดล](https://www.monmai.com/หลุมขนมครก/) - "โคก หนอง นา" เป็นโมเดลต้นแบบที่สถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติได้จัดทำขึ้นตามแนวพระราชดำรัสการสร้างหลุมขนมครก ที่เรียกว่า โคก หนอง นา โมเดล เป็นแบบที่ใช้ได้ผลจริง เป็นการจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร มักอยู่ในพื้นที่กลางนํ้าผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ เป็นวิธีการจัดการนํ้าแบบบ้านๆ แต่ทำได้ง่ายและเก็บนํ้าได้จริงไม่ว่าจะท่วมหรือแล้ง มีหลักการดังนี้ โคก บนโคกให้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ป่าไม้ใช้สอย ป่าไม้ใช้กิน เช่น ผลไม้ ผัก ป่าไม้เศรษฐกิจ เพื่อปลูกไว้ขายสร้างรายได้ เช่น ไม้สัก โดยปลูก 5 ระดับ สูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน พืชหัว ประโยชน์เพื่อ 3.1.พอกิน (อาหาร ยาสมุนไพร) 3.2. พออยู่ (ไม้สร้างบ้าน) 3.3.พอใช้ (ไม้ใช้สอย ไม้ฟืน) พอร่มเย็น (คืนสมดุลระบบนิเวศ) เพราะการปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศ ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น - [สุรชัย แซ่จิว ปรับวิธีทำนาเพื่อชุมชน](https://www.monmai.com/สุรชัย-แซ่จิว/) - การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาปฏิบัติด้วยการลงมือทำอย่างจริงจัง ในการมุ่งพัฒนาพืชเกษตรจนประสบผลสำเร็จ และถ่ายทอดผลงานสู่เพื่อนเกษตรกร ส่งให้ สุรชัย แซ่จิว ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาทำนา ทั้งระดับจังหวัด ระดับภาค เมื่อปี พ.ศ. 2544 ได้รวมตัวกับเกษตรกร ในชุมชนจำนวนสมาชิก 11 คน ผลิตข้าวปลอดสารพิษ ทำนาแบบไม่เผาตอซังเป็นแปลงเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 30 คน นายสุรชัย แซ่จิว เล่าให้ฟังว่า การทำนาต้องหมั่นตรวจดูแปลงนาข้าว คอยดูตัวห้ำตัวเบียฬ ไม่ต้องใช้สารเคมี ผู้ผลิตและผู้บริโภคปลอดภัย เมื่อนำเมล็ดข้าวไปตรวจได้ใบรับรองว่า ปลอดสารพิษ ในกลุ่มทำนามีพื้นที่นา 400 ไร่ ผลผลิตเก็บไว้บริโภคในครัวเรือนประมาณ 1 เกวียน ที่เหลือ นำออกจำหน่ายหรือเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาล เกษตรกรจะมีปัญหาเรื่อง ลานตากข้าวเปลือก เพื่อให้ความชื้นอยู่ราว 14-15% ตามความต้องการของตลาดโดยเฉลี่ยในกลุ่มจะเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกไว้ประมาณ 5-6 เกวียน ถ้าบริโภคหมดแล้วจะหมดเลย การผลิตข้าวในปัจจุบันจะได้ผลผลิตประมาณ 900 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นทุนประมาณ 3,000 บาท เป็นการผลิตแบบพอเพียงไม่ต้องฉีดพ่นสารเคมีทำให้ได้ผลผลิตข้าวปลอดสารพิษ ผู้บริโภคปลอดภัย นายสุรชัย - [ว่านสาวหลง ว่านเมตตามหานิยม](https://www.monmai.com/ว่านสาวหลง/) - ว่านสาวหลงเป็นพืชพื้นบ้านที่มีประวัติการใช้มายาวนาน โดย ตามความเชื่อพบว่าว่านสาวหลงเป็นว่านที่ทรงคุณค่าทางเมตตามหานิยมอยู่สูง ใช้ปลูกในบ้านเรือนเป็นเสน่ห์และสิริมงคลแก่สถานที่ เหมาะสำหรับร้านค้า เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเรียกลูกค้า หากเอาเหง้ามาฝนผสมกับสีผึ้งทาปากหรือน้ำมันจันทน์ทาตัว ทาผม หรือเพียงแต่เอาเหง้าถือติดตัวไป ผู้คนทั้งปวงก็จะงงงวย หลงรักใคร่ นอกจากนี้ยังใช้ทำพระเครื่อง เป็นส่วนผสมของน้ำยาว่าน 108 และเหง้ายังมีการนำไปใส่ในตู้เสื้อผ้าเพื่อกันแมลงและอบเสื้อผ้าให้กลิ่นหอม ว่านสาวหลง เป็นพันธุ์ไม้ที่มีกลิ่นหอมทั้งใบ ต้น และราก มีทั้งต้นตัวเมีย ต้นสีเขียว และต้นสีแดงคือตัวผู้ ต้นสีเขียวจะมีขนาดใหญ่กว่า หอมกว่า หายากกว่า และนิยมใช้กันมากกว่าชนิดต้นสีแดง ความเชื่อสมัยโบราณ ว่าว่านนี้จัดอยู่ในประเภทเมตตามหานิยมสูง บ้านเรือนใดมีไว้จะเป็นสิริมงคลแก่บ้านนั้น ยิ่งถ้าเป็นร้านค้าขายจะทำให้ทำมาค้าขายซื้อง่ายขายคล่อง หากนำมาปลูกไว้หน้าร้านค้า ผู้คนจะไปมาหาสู่ไม่ขาด เป็นเสน่ห์มหานิยมแก่ผู้เป็นเจ้าของ ปัจจุบันมีการนำมาสกัดเพื่อใช้จุดตะเกียงในสปา เป็นน้ำมันนวดตัว ผสมสบู่จากสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เพื่อให้เกิดกลิ่นหอม ชื่อพฤกษศาสตร์ Amomum biflorum Jack วงศ์ ZINGIBERACEAE ชื่ออื่น ว่านสาวหลง ว่านฤาษีผสม ลักษณะ ว่านสาวหลงมีต้นและใบเหมือนต้นข่า แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก ต้น ไม้เนื้ออ่อน อายุหลายปี มีเหง้าทอดเลื้อย ต้นเทียมเกิดจากกาบใบอัดกันแน่น - [แสมดำ พืชในป่าชายเลน](https://www.monmai.com/แสมดำ/) - แสมดำเป็นพืชในป่าชายเลน พบได้ทั้งหาดทรายปนเลนและหาดเลน รากเป็นร่างแห มีรากหายใจเป็นแท่งโผล่ขึ้นดิน เปลือกต้นเรียบ สีเขียวเข้มถึงเทาเข้ม ใบแตกตรงข้ามเป็นคู่ ใต้ใบไม่ซีดแบบแสมขาว ใบหนาอวบน้ำป้องกันการสูญเสียน้ำ มีต่อมเกลือที่ใบช่วยขับเกลือออก ดอกสีขาว-เหลือง 4 กลีบ เป็นช่อคล้ายดอกแสมขาว แต่ดอกใหญ่กว่า ผลเป็นรูปกระเปาะคล้ายแสมขาว แต่สั้นกว่า ผลเป็นรูปหยดน้ำ ปลายผลงอ มีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุมทั้งผล ผลลอยน้ำได้ ชื่อพฤกษศาสตร์: Avicennia officinalis L. ชื่อพื้นเมือง: แสมดำ ชื่อท้องถิ่น: แสมขาว วงศ์ AVICENNIACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ แสมดำเป็นไม้ต้นขนาดกลาง - ขนาดใหญ่ สูง 8 - 25 เมตร ราก ระบบรากแก้ว หยั่งลึกลงดิน มีรากพิเศษออกตามลำต้น เป็นรากหายใจคล้ายดินสอ ยาว 15 - 25 เซนติเมตร เหนือผิวดิน ลำต้น เรือนยอดเป็นพุ่มหนาแตกกิ่งระดับต่ำ ไม่มีพูพอน เปลือกเรียบ - [แสมขาว ฉากกำบังป้องกันพายุ](https://www.monmai.com/แสมขาว/) - แสมเป็นพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ตามป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำ เป็นฉากกำบังป้องกันพายุ คลื่น ลมกัดเซาะชายฝั่ง เป็นไม้เบิกนำที่ขึ้นได้ดีในพื้นที่ดินเลนอ่อนที่ระบายน้ำดี ส่วนมากจะอยู่ในป่าเลนด้านนอกสุด ส่วนที่ติดกับทะเล เป็นไม้ที่ช่วยให้มีการตกตะกอน ทำให้เกิดแผ่นดินงอก ชื่อพฤกษศาสตร์: Avicennia alba Blume ชื่อพื้นเมือง: แสมขาว วงศ์: AVICENNIACEAE ลักษณะ แสมขาวเป็นไม้ต้นขนาดกลาง - ขนาดใหญ่ สูง 8 - 20 เมตร ราก,ระบบรากแก้ว หยั่งลึกลงดิน มีรากพิเศษออกตามลำต้น เป็นรากหายใจรูปคล้ายดินสอ ยาว 15 - 30 เซนติเมตร โผล่เหนือผิวดิน หนาแน่นบริเวณโคนต้น ลำต้น มีลำต้นหลักเพียงหนึ่งเห็นได้ชัดเจน เนื้อไม้แข็ง เปลือกเรียบสีเทา ลำต้นที่มีอายุมากขึ้น มักจะมีสีสนิมเกิดจากเชื้อรา ติดตามกิ่งและผิวของลำต้น ใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปหอกแกมรี หรือรูปใบหอกแกมขอบขนาน ขนาด 2 - 5 X - [ตอนกิ่งฟักทอง](https://www.monmai.com/ตอนกิ่งฟักทอง/) - การขยายพันธุ์ฟักทองโดยการตอนกิ่ง จะทำให้ได้ผลผลิตได้เร็วขึ้นและช่วยประหยัดค่าเมล็ดพันธุ์ ซึ่งคุณคำนึง นวลมณีย์ เป็นผู้ที่ค้นพบวิธีการตอนกิ่งฟักทอง คุณคำนึงได้บอกว่าฟักทองที่เกษตรกรปลูกอยู่จะใช้ระยะเวลาตั้งแต่การปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวก็จะใช้เวลาประมาณ 60 วัน แต่ถ้าเราตอนกิ่งฟักทองแล้วนำกิ่งที่ตอนไปปลูกก็จะใช้ระยะเวลาแค่ 7 วัน ฟักทองก็จะเริ่มออกดอกติดผลแล้ว ซึ่งจะทำให้ประหยัดในส่วนของระยะเวลาที่ฟักทองให้ผลผลิต และที่สำคัญกิ่งของฟักทองต้นหนึ่ง สามารถตอนได้ตั้ง 5 กิ่งตอน เราสามารถตอนกิ่งฟักทองไปได้ตลอดทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของเมล็ดพันธุ์ที่ต้องซื้อมาปลูกใหม่ และกิ่งฟักทองที่ได้จากการตอนกิ่งก็จะเป็นฟักทองที่มีคุณภาพไม่กลายพันธุ์อีกด้วย สำหรับวิธีการตอนกิ่งฟักทองคุณคำนึง นวลมณีย์ ได้บอกถึงวิธีการตอนกิ่งโดยมีขั้นตอนดังนี้ วิธีการตอนกิ่งฟักทอง วัสดุ-อุปกรณ์ ดินร่วน ถุงพลาสติกขนาด 3*5 นิ้ว ยางหรือเชือกฟาง มีด ขั้นตอนการทำ นำดินร่วนใส่ถุงพลาสติกขนาด 3*5 นิ้ว เลือกเถาพันธุ์ฟักทองที่สมบูรณ์ เลือกบริเวณข้อของฟักทองที่มีรากเริ่มงอกออกมา ใช้มีดตัดใบที่ข้อออกและตัดหนวดเลื้อยของฟักทองออก นำดินที่ใส่ในถุงกรีดถุงยาวพอสมควรประมาณ 3-5 นิ้ว รดน้ำให้ชุ่มแล้วไปวางทับกับรอยที่เราได้ตัดใบและหนวดของฟักทองเอาไว้ หลังจากนั้นก็ให้ผูกเชือกรัดให้แน่น เฉือนท่อน้ำเลี้ยงห่างลงมาจากกิ่งตอน ประมาณครึ่งหนึ่งของกิ่งฟักทอง เพื่อเป็นการตัดท่อลำเลียงธาตุอาหารและน้ำ เมื่อขาดธาตุอาหาร ขาดน้ำ จะทำให้รากของฟักทองงอกออกมาเร็วขึ้น หลังจากนั้น 7 วัน ก็สามารถนำไปปลูกในแปลงปลูกได้แล้ว - [ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านรักษ์พอเพียง](https://www.monmai.com/บ้านรักษ์พอเพียง/) - ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน"บ้านรักษ์พอเพียง"และโอมเสตย์เป็นศูนย์เรียนรู้ที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(Sufficiency Economy) มาประยุกต์ใช้เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาดูงานภายในศูนย์ ทั้งในรูบแบบของหมู่คณะและการมาในกลุ่มย่อย ภารกิจ สร้างการเรียนรู้และการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยยึดในหลักสามห่วงสองเงื่อนไข (การมีความรู้ ความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี มีความรู้ มีคุณธรรม) และมีความมั่นคงทางด้านอาหาร เคยมีหลายคนถามเราว่าทำไมบ้านเราชื่อ รักษ์พอเพียง ทำไมไม่ใช่ รักพอเพียง เราก็ตอบกลับไปว่ามีคนใช้แล้ว.....!!!! เอ้ย....ไม่ใช่ คำว่ารักษ์พอเพียง นั้นมีความหมายคือการรักษาความพอเพียง แต่คำว่ารักพอเพียงนั้นเป็นเพียงแค่คำพูดเปํนการแสดงความรู้สึก ซึ่งคำว่ารักนั้นใครๆก็พูดได้ แต่การรักษานั้นคือการทำให้สิ่งที่ต้องการรักษานั้นคงอยู่ไม่สูญสลายหายไปเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า ซึ่งจุดประสงค์หลักของ บ้านรักษ์พอเพียง ก็คือการรักษาความพอเพียงของตัวเราเอง เราต้องพึ่งพาตนเองได้ อีกทั้งเรายังจะนำเอาองค์ความรู้ที่พวกเราได้ศึกษามา ทั้งจากประสบการณ์ และสิ่งที่เราค้นคว้าหาความรู้ ไปถ่ายทอดให้บุคคลที่สนใจ เพื่อให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นได้นำแนวคิด วิธีการ ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชให้กับปวงชนชาวไทยไปประยุกต์ใช้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยเราคาดหวังว่า ในจำนวนคน 100 คนที่เข้ามารับการถ่ายทอดนั้นถ้ามีเพียงสัก 1 คนก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่น่าพึงพอใจในระดับหนึ่งแล้ว วิธีง่ายๆ ที่จะมีความสุข แค่เปลี่ยนความคิด พร้อมทั้งพาดูกิจกรรมภายในบ้านรักษ์พอเพียงที่มีการพึ่งพาตนเองแบบครบวงจร ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ลดรายจ่าย 11 ชนิด เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า - [โป๊ยเซียน ไม้แห่งโชคลาภ](https://www.monmai.com/โป๊ยเซียน/) - โป๊ยเซียน ต้นไม้แห่งโชคลาภตามความเชื่อถือแต่โบราณ จัดเป็นไม้อวบน้ำอยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae ซึ่งเป็นวงศ์ใหญ่มาก พบได้ทั่วไปในประเทศเขตร้อน พืชในวงศ์นี้มีมากกว่า 300 สกุล โป๊ยเซียนจัดเป็นพืชที่อยู่ในสกุล Euphorbia ซึ่งพืชในสกุลนี้มีไม่ต่ำกว่า 2,500 ชนิด ได้แก่ คริสต์มาส สลัดได ส้มเช้า หญ้ายาง และ กระบองเพชรบางชนิด โป๊ยเซียน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มงกุฎหนาม (Crown of Thorns) เนื่องจากลักษณะของลำตันที่มีหนามอยู่รอบเหมือนมงกุฎ นอกจากนี้ยังมีชื่อแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค เช่น กรุงเทพฯ เรียก ไม้รับแขก เชียงใหม่ เรียก ไม้ระวิงระไว, พระเจ้ารอบโลก หรือ ว่านเข็มพระอินทร์ แม่ฮ่องสอน เรียก ว่านมุงเมือง แต่คนไทยคุ้นเคยและรู้จักกันในชื่อ โป๊ยเซียน มาช้านาน คำว่า โป๊ยเซียน เป็นคำในภาษาจีน แปลว่า เทพยดาผู้วิเศษ 8 องค์ ดังนั้นจึงมีความเชื่อกันว่าถ้าโป๊ยเซียนออกดอกครบ 8 ดอกในหนึ่งช่อจะนำความโชคดีให้แก่ผู้ปลูกเลี้ยง - [แยมมะม่วง](https://www.monmai.com/แยมมะม่วง/) - แยม เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากจากผลไม้ ซึ่งอาจเป็นผลไม้ทั้งผล ผลไม้เป็นชิ้น เนื้อผลไม้ หรือผลไม้ปั่น ผสมกับน้ำตาลหรือ สารให้ความหวานชนิดอื่น จะผสมน้ำผลไม้หรือน้ำผลไม้เข้มข้นด้วยก็ได้ ที่มีลักษณะเป็นเจล แยมมีลักษณะกึ่งเหลวมีความข้นเหนียวพอเหมาะ สามารถปาดหรือทาบนขนมปังได้ ส่วนมาร์มาเลด คือ แยม ที่ทำจากผลไม้ตระกูลส้มซึ่งอาจเป็นผลไม้ทั้งผล ผลไม้เป็นชิ้น เนื้อผลไม้ หรือผลไม้ปั่นผสมกับเปลือกหรือเนื้อผลไม้ชิ้นบาง ๆ และน้ำตาล หรือจะผสม น้ำผลไม้ตระกูลส้มด้วยก็ได้ มะม่วงเป็นผลไม้เมืองร้อนที่ในบ้านเรามีให้กินกันเกือบทั้งปี และมีมากในช่วงหน้าร้อน-หน้าฝน การนำมาแปรรูปเป็นแยมช่วยให้เรามีมะม่วงกินได้ทั้งปี แยมมะม่วง สูตร 1 ส่วนผสม เนื้อมะม่วงสุกบดละเอียด 1,000 กรัม กรดมะนาว 10 กรัม น้ำตาลทราย 1,000 กรัม น้ำ 250 กรัม วิธีทำ เติมกรดมะนาว น้ำในเนื้อมะม่วง ต้มโดยใช้ไฟอ่อนจนเกือบเดือดคนตลอดเวลาจนเนื้อมะม่วงข้น เติมน้ำตาลทรายทีละน้อย คนส่วนผสมอยู่ตลอดเวลาจนน้ำตาลละลายหมด เพิ่มไฟให้แรงขึ้นจนส่วนผสมเดือด วัดปริมาณสารละลายทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 65 องศาบริกซ์ดูการเกิดเจลโดยใช้พายตักขึ้นดูลักษณะการไหลเป็นแผ่น ช้อนฟองทิ้ง บรรจุแยมลงในขวดที่ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์แล้ว แยมมะม่วง - [พะยอม หอมกลิ่นดอกไม้กินได้](https://www.monmai.com/พะยอม/) - ไม้ยืนต้นขนาดกลาง - ใหญ่ ทรงพุ่มกลมสวยงามมาก หากอยู่ในที่โล่งแจ้งและไม่มีพรรณไม้ใหญ่อยู่ใกล้เคียง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตัดแต่งกิ่งออกเลยตลอดอายุการปลูก (สวยด้วยธรรมชาติปราศจากการแต่งเติม) ชื่อสามัญ : Phayom ชื่อวิทยาศาสตร์ : Shorea roxburghii G. Don. วงศ์ : Dipterocarpaceae ชื่ออื่นๆ : กะยอม (เชียงใหม่) ขะยอม (ลาว) ขะยอมดง พะยอมดง (ภาคเหนือ) แดน (เลย) เชียง เซี่ย (เชียงใหม่) สุกรม (ภาคกลาง) พะยอมทอง (ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี) ยางหยวก (น่าน) ถิ่นกำเนิด : ประเทศไทย และเอเชีย เช่น ศรีลังกา พม่า ฟิลิปปินส์ ลาว ลักษณะทั่วไป ต้นพะยอม เป็นไม้ยืนต้นโบราณ สูงขนาด 1530 เมตร - [ดินหอม ดินหมักจากจุลินทรีย์พื้นบ้าน](https://www.monmai.com/ดินหอม/) - ดินหอมคือดินธรรมดาแต่จะให้แร่ธาตุคือนำสารอาหารจากพืชผสมในดิน วิธีการคือจะหมักพืชเป็นชนิด ๆ ว่าพืชอะไรป้องกันอะไรและเสริมอาหารอะไร เอาพืชหลากหลายมาสกัดทดลอง การทำดินหอมคือผสมดินกับแกลบ รำ กับเอ็นพีเคเอ็นคือไขมันจากปลา พืชน้ำมัน พีคือกล้วยอ่อน เคก็คือไม้สุกได้กล้วย มะละกอสุก ซึ่งเราสามารถเลือกผสมแต่ละชนิด ซึ่งเป็นดินร่วน ซุย แต่หากเป็นดินลูกรังต้องนำมาร่อนเพื่อเอาก้อนกรวดออก การผลิต ดินหมัก จาก จุลินทรีย์พื้นบ้าน หรือ ราใบไม้สีขาว จุลินทรีย์พื้นบ้านสายพันธุ์ราใบไม้สีขาว จะทำหน้าที่ย่อยสลายเศษซากพืชซากสัตว์ให้เป็นผุยผง ปลดปล่อยธาตุอาหารพืช (ปุ๋ย) ทำให้ดินดีเหมือนดินป่าเปิดใหม่ ในทุกปี เมื่อนำมาผลิต ดินหมักและน้ำหวานหมักจุลินทรีย์พื้นบ้าน สามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวสวนผลไม้ได้หลายอย่าง อาทิ ช่วยชีวิตทุเรียนให้รอดตายจากการราดสารเคมีทำลาย แก้ปัญหาหน้ายางตาย แก้ปัญหาเพลี้ยอ่อนเพลี้ยแป้งกัดกินน้ำเลี้ยงลูกเงาะ และ ทุเรียน ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาขี้กลากหนังคางคกเกาะต้นลองกอง แก้ปัญหาหนอนชอนต้นทุเรียน เพิ่มปริมาณและคุณภาพน้ำยาง เพิ่มปริมาณและคุณภาพของไม้ผล ที่สำคัญช่วยลดต้นทุนการผลิต และช่วยให้ชาวสวนมีสุขภาพดีขึ้น คุณปรีชาบอกวิธีการทำดินหมักจุลินทรีย์พื้นบ้านว่า เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเพาะราใบไม้สีขาว ก่อนอื่นต้องเตรียมสถานที่ที่มีหลังคา (ห่างไกลจากกองขยะปฏิกูล ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักและสัตว์เลี้ยง) แล้วเตรียมรำหมักจุลินทรีย์พื้นบ้าน 1 ส่วน หน้าดิน (ดินในแปลงเพาะปลูก) 1 - [ว่านมหาโชค เสน่ห์เมตตามหานิยม](https://www.monmai.com/ว่านมหาโชค/) - ว่านมหาโชค เป็นไม้ประดับประเภทมีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน มีถิ่นกำเนิดในแถบเทือกเขาหิมาลัย คนไทยนิยมเรียกกันว่า ว่านมหาโชค/ว่านมหามงคล ดอกมีสีขาวตรงปลายก้าน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ คนไทยเชื่อกันว่า เมื่อปลูกว่านชนิดนี้ไว้ในบ้าน แล้วเจริญงอกงาม ผู้ปลูกและเจ้าของบ้านจะมีโชคลาภในทุกๆด้าน และในพุทธประวัติ ดอกว่านมหาโชค ยังเป็นดอกไม้ที่มีพุทธสานิกชน นำมาถวายพระพุทธเจ้าในเวฬุวันวนารามด้วย ว่านมหาโชค ทางเสน่ห์เมตตามหานิยม ให้เอาหัวว่านมาแกะเป็นรูปพระภควัมอุ้มท้อง แล้วเอาคาถาต่อไปนี้เสก สุขะยะ โคขะคันธานัง สุขะโตสุขะทะรัง ปัจจะคำปาลีลัง พิจะกะ พะโรวะสิวัง พะโรวะโรวัน นะมามินะ คะมะโตฯ เสกให้ได้ 1,000 ครั้ง แล้วเอารูปนั้นตั้งไว้ที่สูง เป็นเสน่ห์ดีนัก บูชาไว้กับบ้านหรือร้านค้าขายของดีมาก ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eucharis spp. ชื่อวงศ์ : AMARYLLIDACEAE ชื่ออื่นๆ : ว่านกวักนางมาควดี ว่านมหาโชค ว่านเสน่ห์จันทน์หงสา ว่านนางมาควดี ว่านกวักใบพาย ว่านนางมาควะลี ว่านคุ้มราชัน ลักษณะทั่วไป ว่านมหาโชคมีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน ภายในหัวจะเป็นกลีบเรียงตัวซ้อนกันอยู่ คล้ายหัวหอมใหญ่ ส่วนที่โผล่พ้นผิวดินจะเป็นกาบใบ - [มหาหิงคุ์ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ](https://www.monmai.com/มหาหิงคุ์-แก้ท้องอืดท้อ/) - มหาหิงค์เป็นยางไม้มีสีขาวแกมเทา สีเหลืองด้าน หรือสีน้ำตาลอมแดง ได้จากการกรีด และรากของต้นมหาหิงค์ ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ล้มลุกไม่เกิน 3 เมตร ลำต้นสีเขียวเกลี้ยง ใบเป็นฝอย เมื่อออกดอกแล้ว มักสลัดใบ ดอกสีเหลืองอ่อน รากและเหง้ากลมยาวเรียว สีน้ำตาล เนื้อในสีขาวจะให้ยางเมื่ออายุได้ประมาณห้าปี มหาหิงค์ มีน้ำมันหอม น้ำมัน ยางกาว และชัน รวมตัวกันอยู่ บางส่วนของน้ำมันนี้มีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าแมลงได้ มหาหิงค์มีกลิ่นฉุน ร้อน และเผ็ดร้อน และขม มีสรรพคุณเป็นยา ใช้เป็นยาขับลมผาย แก้อาการเกร็ง แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ เสียดท้อง ขับประจำเดือน แก้อาการทางประสาท ชนิดฮิสทีเรีย ใช้เป็นยาภายนอกทาแก้กลาก แก้แมลงสัตว์กัดต่อย มหาหิงคุ์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Ferula assa-foetida L. จัดอยู่ในวงศ์ UMBELLIFERAE สมุนไพรมหาหิงคุ์ ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกว่า หินแมงค์ (เชียงใหม่) ลักษณะ ต้นมหาหิงค์ (Ferula assa-foetida L.) - [กระดูก (กระดูกป่น)](https://www.monmai.com/กระดูกป่น/) - ไดแคลเซี่ยมฟอสเฟต ใช้เป็นแหล่งในการให้ทั้งธาตุแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส โดยให้แคลเซี่ยม ประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ และฟอสฟอรัส ประมาณ 12-18 เปอร์เซ็นต์ โดยทั่วไปแล้ววัตถุดิบประเภทนี้จะมีราคาแพงกว่าพวกที่ให้แร่ธาตุแคลเซี่ยมเพียงอย่าง เดียวดังนั้นควรพิจารณาใช้เพื่อเป็นแหล่งในการให้ในการให้ธาตุฟอสฟอรัสให้เพียงพอกับต้องการของสุกรและสัตว์ปีกก่อนและเลือก ใช้เปลือกหอยป่น หินปูน หรือหินฝุ่นเพื่อเป็นแหล่งให้แร่ธาตุแคลเซี่ยมเสริมแก่สัตว์ เนื้อและกระดูกป่นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการผลิตต่อเนื่องมาจากโรงฆ่าสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีการฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก วัตถุดิบของเนื้อและกระดูกป่นเป็นส่วนที่ถูกแล่ออกมาจากชิ้นส่วนซากที่จะนำไปบริโภค ส่วนที่แล่ออกนี้ได้แก่ มัน เนื้อติดมันบางส่วน เครื่องใน กระดูก ทั้งหมดจะนำไปผ่านกระบวนการผลิตเนื้อและกระดูกป่นที่ใช้อุณหภูมิต้มสูง 133 องศาเซลเซียส เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง โดยใช้ความดัน 1 6.5 บาร์ เพื่อลดการปนเปื้อนเชื้อโรค ผลที่ได้จากสิ่งนี้คือไขมันจากสัตว์ซึ่งบีบออกมาจากเนื้อและกระดูกป่น ไขมันนี้จะถูกทำให้บริสุทธิ์มีสีเหลืองใสนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับมนุษย์บริโภค หรือใช้เป็นวัตถุดิบของเครื่องสำอางชนิดต่าง ๆ ส่วนของกระดูกที่แข็งและมีสีขาวเมื่ออบแห้งจะนำไปสกัดได้เจลาตินซึ่งมีราคาสูงใช้ทำแคปซูลของยาหรือสิ่งอื่น ๆ ในกระดูกป่น วิเคราะห์ผลโดยกรมวิชาการเกษตร พบว่ามีส่วนสำคัญประกอบด้วย ธาตุไนโตรเจน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม และแมกนีเซียม คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ดังนี้ 2.15, 0.13, 35.90, 26.45 และ 0.5 - [หญ้ารีแพร์ สมุนไพรคืนความสาว](https://www.monmai.com/หญ้ารีแพร์-หญ้าฮี๋ยุ่ม/) - หญ้ารีแพร์ หรือ หญ้าฮี๋ยุ่ม ได้รับการกล่าวขาน และจุดประกายให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีสรรพคุณที่โดดเด่น ในดรื่องการช่วย กระชับช่องคลอดของผู้หญิง ที่ผ่านการมีบุตรมาแล้ว ให้กลับมาฟิตกระชับ ส่วนศัพท์คำว่า หญ้าฮี๋ยุ่ม นั้น เป็นภาษาที่ชาวบ้านใช้เรียกกันทั่วไป พบได้ทุกภาค แต่เรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่าหญ้ารีแพร์และแท้ที่จริงแล้วหญ้าชนิดนี้ ถือเป็นถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้สืบต่อกันมาเป็นเวลานานแล้วหญ้ารีแพร์เป็นพืชตระกูลไผ่และหญ้า ลำต้นกลวง ลำต้นเป็นข้อและปล้อง เป็นพืชวงศ์เดียวกับไผ่ หญ้าคา ข้าว อ้อย หญ้าแฝก เป็นต้น ชื่ออื่น : หญ้าหมอยแม่หม้าย ขนหมอยแม่ม่าย (สตูล) หญ้าเหล็กไผ่ (สุราษฎร์ธานี) หญ้าอีเหนียว (ชัยนาท) เหนียวหมา (ระนอง) ชื่อวงศ์ : Poaceae ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centotheca Lappacea (L) Desv. หญ้าฮี๋ยุ่ม (หญ้ารีแพร์) เป็นหญ้าตระกูลไผ่ พบการใช้มากในภาคอีสาน หญ้าชนิดนี้มีสารซิลลิกา (Sillica) ที่มีสรรพคุณช่วยในการฟื้นฟู สร้างความยืดหยุ่นของเอ็น - [ศูนย์การเรียนรู้บ้านแสงเทียน](https://www.monmai.com/ศูนย์ฯบ้านแสงเทียน/) - ในยุคของข้าวยากหมากแพง น้ำมันยิ่งโคตรแพง ทางออกของปัญหาที่ดีที่สุดคือ การน้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต ให้พึ่งตนเองได้ และดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนสามารถเลี้ยงดูตนเอง ครอบครัว และเป็นครูคอยช่วยเหลือแนะนำถ่ายทอดความรู้สู่ผู้อื่น ผ่านกระบวนการของศูนย์การเรียนรู้บ้านแสงเทียน ที่สร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองและเครือข่าย จนได้รับการยกย่องให้เป็นครูภูมิปัญญาไทยด้านการเกษตรยั่งยืน เพียงเปลี่ยนความคิดชีวิตก็เปลี่ยนไป เดิมทีพ่อชูศักดิ์ หาดพรม ก็ดำรงชีวิตเหมือนเกษตรกรทั่วไป มุ่งปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว คือข้าวโพด ตามที่ใครๆ เขาก็ปลูกกัน ด้วยหวังสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเอง แต่ปีแล้วปีเล่าก็ไม่ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างที่หวังไว้ นอกจากไม่ได้ทำให้ตนเองยืนหยัดอยู่ได้ในฐานะของเกษตรกร หากแต่กลับสร้างหนี้สินเพิ่มพูนขึ้นมาไม่ว่าจะหนี้ธกส., สหกรณ์ หรือแม้แต่หนี้นอกระบบก็ตาม วังวนแห่งความยากจน ความเป็นหนี้ยิ่งทับถมทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นการเกษตรที่ต้องพึ่งพิงผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารเคมี ดินก็เริ่มเสื่อมลงๆ ทำให้ต้องเพิ่มการใช้ปุ๋ย สารเคมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้นทุนยิ่งสูงขึ้นๆ พอถึงช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตจะนำไปขายก็ต้องพึ่งพิงพ่อค้า พึ่งพิงราคาจากกลไกการตลาด ถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่ร่ำไป กลายเป็นทุนหายกำไรหด จึงได้มาคิดทบทวนตัวเอง พยายามศึกษาเรียนรู้เรื่องการประกอบอาชีพจากคนอื่น มองหาลู่ทางอื่นดูบ้าง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความคิด ที่จะไม่สยบยอมอยู่กับวิถีการเกษตรแบบเดิมๆ เท่านั้น ที่ไม่เพียงแต่ยังทำร้ายสุขภาพของตนเอง และทำลายสิ่งแวดล้อมไปด้วย ความรู้คือหัวใจสำคัญ หลังจากเริ่มคิดได้ พ่อชูศักดิ์ ก็เริ่มศึกษาการเลี้ยงเป็ด โดยวันหนึ่งได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่แม่จริม - [หนุมานประสานกาย หลากหลายสรรพคุณ](https://www.monmai.com/หนุมานประสานกาย/) - หนุมานประสานกาย สมุนไพรไทยหลากสรรพคุณสมุนไพรรักษาภูมิแพ้ หอบหืด แพ้อากาศ ขับเสมหะ อาเจียนเป็นเลือด วัณโรค โรคหลอดลมอักเสบ โรคช้ำใน แก้ร้อนใน ทาสมานแผล ห้ามเลือด และตกเลือดหลังจากการคลอดบุตร ชื่อวิทยาศาสตร์ : Schefflera leucantha R. Vig. วงศ์ : Araliaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น เป็นพรรณไม้พุ่มที่มีลำต้นสูงประมาณ 1 2 เมตร ผิวลำต้นค่อนข้างเรียบเกลี้ยง ใบ ใบออกเป็นกระจุก แผ่ออกแบบนิ้วมือ มีใบย่อยประมาณ 7 8 ใบ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปยาวรี ปลายใบแหลมเรียว โคนใบมีหูใบซึ่งจะติดอยู่กับก้านใบพอดี พื้นผิว ใบเรียบเป็นมัน ริมขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 0.5 1.5 นิ้ว ยาวประมาณ 2 4 นิ้ว ก้านใบย่อยยาวประมาณ 8 - 25 มม. - [ว่านตะขาบหิน แก้ร้อนใน แก้พิษ](https://www.monmai.com/ว่านตะขาบหิน/) - ตะขาบหินหรือทางเหนือเรียกว่าว่านตะขาบ ส่วนคนจีนเรียกแงกังเช่า มีสรรพคุณ แก้ร้อนใน แก้พิษต่างๆ พิษเลือด พิษร้อน แก้ฝีในปอด แก้ไอเนื่องจากปอด แก้เจ็บคอ ใช้ภายนอก ระงับปวด แก้โรคผิวหนังเจ็บผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย ชื่อวิทยาศาสตร์ Muehlenbeckia platyclada (F.Muell.) Meisn.[2] หรือ Muehlenbeckia platyclada (F.v.Muell.) Meissen. วงศ์ POLYGONACEAE ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่านตะขาบ (เชียงใหม่), ตะขาบหิน (คนเมือง), เพว เฟอ (กรุงเทพฯ), ว่านตะเข็บ (ภาคเหนือ), ตะขาบปีนกล้วย (ภาคกลาง), ว่านจะเข็บ (ไทลื้อ), ตะขาบบิน ตะขาบทะยานฟ้า ผักเปลว (ไทย), แงกังเช่า (จีน) เป็นต้น พรรณไม้ชนิดมักขึ้นตามพื้นที่ป่าทั่วไป โดยจะกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย ออกดอกและติดผลในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม ลักษณะของตะขาบหิน ต้นตะขาบหิน มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะทางภาคตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก จัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก - [กล โฉมคุ้ม เกษตรกรนักวิชาการแห่งสุโขทัย](https://www.monmai.com/กล-โฉมคุ้ม/) - กล โฉมคุ้ม เกษตรกรที่ถือว่า เป็นนักวิชาการแห่ง บ้านน้ำพุ อ.คีรีมาส จ.สุโขทัย อดีตชาวบ้านที่มองว่าการทำเกษตรที่ใช้สารเคมีเป็นเรื่องปกติ เพราะนโยบายการเร่งผลิต ผลผลิตทางการเกษตรเป็นสิ่งที่ภาครัฐส่งเสริม โดยลืมให้ความรู้เรื่องความอันตรายของสารเคมีหากเก็บผลผลิตเร็วกว่าเวลาที่กำหนด จึงทำให้ กล โฉมคุ้ม ค้นพบว่าการทำเกษตรอินทรีย์ย่อมเป็นแนวทางที่ช่วยแก้ไขความยากจน ควบคู่กับการใส่ใจต่อสภาพแวดล้อม กล โฉมคุ้ม ผู้ใหญ่บ้านบ้านกว้าว เริ่มเล็งเห็นว่าหากปล่อยให้ชุมชนยังคงดำเนินวิถีชีวิตแบบเดิมเช่นนี้ ย่อมไม่สามารถก้าวพ้นจากความยากจนได้ ในช่วงปี 2543 กล โฉมคุ้ม ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ได้มีโอกาสเข้าร่วมชมรมการเรียนรู้ของภาคเหนือตอนล่าง และโครงการของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน เพื่อเป็นรากฐานในการรักษาระบบนิเวศให้คงสภาพธรรมชาติ และเอื้อต่อการใช้ประโยชน์ของชุมชนอย่างยั่งยืน. นายกลเป็นผู้ใหญ่บ้านครั้งแรกที่หมู่ 10 เมื่อตอนอายุได้ 26 ปี ได้จัดตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ เพื่อแก้ปัญหาดินเสื่อมสภาพและส่งเสริมอาชีพพื้นฐานของชาวบ้านไม่ให้หมกมุ่นกับยาเสพติด จนกระทั่ง ปตท. ได้คัดเลือกให้ผู้ใหญ่กลรับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทบุคคล ครั้งที่ 9 ในปี 2550 ในอดีตชาวบ้าน ที่ทำเกษตรในพื้นที่ อ.คีรีมาส จ.สุโขทัย มองว่าการทำเกษตรที่ใช้สารเคมีเป็นเรื่องปกติ - [การปักชำกิ่งไผ่กิมซุ่ง](https://www.monmai.com/ปักชำกิ่งไผ่กิมซุ่ง/) - การปักชำกิ่งไผ่กิมซุ่ง เป็นวิธีที่เกษตรกรผู้ปลูกไผ่ต้องการขยายให้ได้กิ่งพันธุ์เร็วๆ เพื่อขายหรือนำไปปลูกเอง การขยายพันธุ์ไผ่กิมซุ่งด้วยวิธีการปักช้ำกิ่ง จะทำได้รวดเร็วกว่าการตอนด้วยขุ๋ยมะพร้าว ต้นทุนการทำจะต่ำกว่าการตอน ทำให้ครบตามยอดที่สั่งได้ แต่ถ้าเกษตรกรไม่ทราบวิธีการที่เหมาะสมก็จะทำให้กิ่งที่นำมาชำเสียหายมาก การปักชำมีวิธีการดังนี้ 1. ไผ่กิมซุ่งที่ปลูกและดูแลมาผ่านฤดูหนาว เป็นฤดูที่ไผ่จะสะสมอาหารในรูปแป้งไว้ตามข้อของไผ่ เป็นเวลาหลายเดือน พออากาศเริ่มอุ่นย่างเข้าฤดูร้อนก่อนที่จะมีฝนมา ไผ่จะสะสมอาหารได้เต็มที่ เป็นเวลาเหมาะสมที่จะตัดต้นไผ่กิมซุ่งลงมาเพื่อเลื่อยเอาข้อที่ติดกิ่งแขนงมาด้วย การปักชำช่วงนี้จะได้กิ่งที่เติบโตเกือบทั้งหมด แทบไม่มีกิ่งเสียเลย เกษตรกรจะต้องตัดต้นกิมซุ่งทำทีละต้น แล้วเลื่อยเอากิ่งแขนงออกให้เสร็จเป็นลำๆไป เพื่อไม่ให้แห้งเร็วจากการคายน้ำที่ใบของไผ่ รีบตัดยอดของกิ่งแขนงออกให้เหลือ 3 ข้อ แล้ริดใบไผ่ออกให้หมด ส่วนในช่วงฤดูฝน ขณะที่ฝนตกชุก กิ่งแขนงของไผ่กิมซุ่งที่แตกมาใหม่ จะมีราอากาศออกมา ให้รีบตัดข้อติดกิ่งแขนง ถ้ารากอากาศแห้งจะใช้ไม่ได้ การตัดกิ่งแขนงมาชำในช่วงฤดูฝนจะไม่ติดทั้งหมด แต่จะติดราวๆ 80 % ของกิ่งในช่วงฤดูฝนที่นำมาชำ 2.เมื่อได้กิ่งมาพอสมควรรีบนำลงแช่น้ำที่ผสมอาหารเร่งการเจริญ เช่นสาหร่าย โดยใช้ 30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ควรแช่น้ำไว้ให้กิ่งไผ่ได้ดูดน้ำเต็มที่ ประมาณ 4-6 ชั่วโมง ถ้าตัดต้นไผ่ เลื่อยเอากิ่งแขนงมาแล้วแช่น้ำ เลื่อยไปแช่ไปพร้อมๆกันจะทำให้กิ่งเสียน้ำน้อยที่สุด เวลาน้ำไปชำจะไม่แห้งตาย 3.นำกิ่งขึ้นจากน้ำ นำไปชำในวัสดุที่เตรียมไว้ ตามแต่ที่จะหาง่าย เช่นทรายหยาบ - [บานเช้า เหลืองอร่ามยามเช้า](https://www.monmai.com/บานเช้า/) - บานเช้าเป็นไม้ดอกล้มลุกมีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาเขตร้อน ดอกจะบานตอนเช้าเมื่อมีแสงแดดแล้ว ตอนเย็นจะเหี่ยวหุบเป็นรูปหลอดตั้ง ลำต้นมีเนื้อไม้ กิ่งอ่อนมีขนสั้นอ่อนนุ่มสีขาวเกาะติดจำนวนมาก ชื่อวิทยาศาสตร์: Turnera ulmifolia L. ชื่อสามัญ: West Indian Holly, Sage Rose ชื่ออื่น: เหลืองราชา, บานเช้าต้น วงศ์: TURNERACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ บานเช้าเป็นไม้ล้มลุกมีเนื้อไม้ แตกกิ่งก้านมากและมักโค้งลงสู่พื้นปรกคลุมดิน กิ่งอ่อนมีขนสั้นอ่อนนุ่มสีขาวเกาะติดจำนวนมาก การเกาะติดของใบบนกิ่งแบบเวียน ใบเดี่ยวทรงรีสีเขียว ปลายแหลม โคนเรียวแหลม ขอบใบเป็นหยักแบบฟันเลื่อย มีหูใบขนาดเล็กทรงสามเหลี่ยมสีเขียวปลายสีเหลือง ก้านใบสีเขียวอ่อนอมเหลือง ดอกออกเดี่ยวที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง กลีบดอกมี 5 กลีบ โคนกลีบสีม่วงดำ กลางสีเหลือง ปลายสีขาว ดอกบานตอนเช้าเมื่อมีแสงแดดแล้ว ตอนเย็นจะเหี่ยวหุบเป็นรูปหลอดตั้ง ผลทรงกลมปลายแหลม แห้งแล้วแตกเป็น 3 พู เมล็ดทรงกลมขนาดเล็กจำนวนมาก ต้น ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านน้อย มีขนราบนุ่มทั่วไป ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปใบหอกหรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ กว้าง - [โสนแอฟริกัน ปุ๋ยพืชสดในนาข้าว](https://www.monmai.com/โสนแอฟริกัน/) - ปุ๋ยพืชสดซึ่งเป็นแหล่งไนโตรเจนราคาถูกยังเหมาะสมใช้ในการปรับปรุงดินในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีปัญหาในเรื่องของดินทราย และดินเค็ม โสนช่วยลดความเค็มทางอ้อม กล่าวคือ ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพของดิน ทำให้ดินร่วนซุย โปร่งขึ้น มีโครงสร้างของดินดีขึ้น ช่วยให้การชะล้างเกลือลงด้านล่างได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ความเค็มของดินในระยะปลูกพืชลดลง ลักษณะทั่วไปของโสนอัฟริกา โสนอัฟริกันมีชื่อวิทยาศาสตร์ Sesbania rostrata Brem. And Oberm.อยู่ในวงศ์ Leguminosae วงศ์ย่อย Papilionoideae พบทั่วไปในประเทศ Senegal ทวีปแอฟริกาตะวันตก ซึ่งมีประมาณ 50 ชนิด นำมาใช้เป็นปุ๋ยพืชสดได้แก่ โสนอัฟริกัน (S. rostrata) โสนจีนแดง (S. cannabina) โสนอินเดีย (S. speciosa) โสนไต้หวัน (S. Sesban) แคบ้าน (S. gradiflora) และโสนคางคก (S. aculeata) โสนอัฟริกันเป็นพืชวันสั้นไวแสงจะออกดอกเมื่อช่วงแสงต่ำกว่า 12-12.5 ชั่วโมง เป็นทั้งไม้ล้มลุกและไม้พุ่มขนาดกลาง ลักษณะลำต้นเดี่ยวตั้งตรงมีกิ่งก้านมาก ลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากโสนอื่นๆก็คือ นอกจากมีปมรากแล้วยังมีปมที่ต้นอีก โดยปมที่ต้นนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรึงไนโตรเจนในอากาศ ใบเป็นใบประกอบ ปลายใบย่อยมีลักษณะมน - [ละไม ผลไม้พื้นเมืองภาคใต้ ](https://www.monmai.com/ละไม/) - ละไม เป็นไม้ป่า ตระกูลเดียวกับมะไฟ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลักษณะผลใบลำตันเหมือนมะไฟทุกอย่างต่างกันที่ ขนาด ลำต้นใหญ่กว่า ผลใหญ่กว่า ช่อยาว ผลดก และเป็นผลไม้พื้นเมืองทางภาคใต้ ใบขนาดใหญ่ ผลออกเป็นพวงยาว ห้อยย้อยตามลำต้น ลักษณะคล้ายผลมะไฟ ผลอ่อนสีเขียว แก่แล้วเป็นสีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน ภายในผลแบ่งเป็นกลีบๆ มี 3-5 กลีบ เนื้อสีขาว รสอมเปรี้ยวอมหวาน รับประทานเป็นผลไม้สด ใส่ในแกงต่างๆ ผลมีวิตามินซีสูง หรือนำไปแปรรูปเป็นแยมและไวน์ ชื่อวิทยาศาสตร์: Baccaurea motleyana วงศ์ Euphorbiaceae ชื่ออื่น ระไม ไหมร รามา ราแบ รามาตีกุ๊ ละไม เป็นผลไม้พื้นเมืองภาคใต้ประเภทไม้ยืนต้น ใบโตคล้ายใบกระทัง ขึ้นบนที่ราบใกล้ ๆ บริเวณเชิงเขาที่มีดินร่วนปนทราย มีมากในจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส แถวภาคใต้ทั่วไป ที่มีฝนตกชุก มีผลออกมาจากกิ่งใหญ่ หรือลำต้น เป็นพวงยาว ห้อยระย้า ลักษณะผลกลมและคอดไปทางท้ายเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ - [ว่านเศรษฐีกอบทรัพย์](https://www.monmai.com/ว่านเศรษฐีกอบทรัพย์/) - ว่านเศรษฐีกอบทรัพย์ เป็นว่านในกลุ่มว่านเสื่องทายโชคลาภ หรือ กลุ่มว่านเศรษฐี นั่นเอง ว่านนี้จะต่างจาก ว่านเศรษฐีขอดทรัพย์ ที่ว่านนี้ปลายใบแค่กวักเข้าหาต้น ไม่ถึงกับขอด ว่านนี้เป็นคู่กันกับ ว่านเศรษฐีขอดทรัพย์ วงศ์ LILIACEAE ชื่ออื่นๆ เศรษฐีขอดทรัพย์ ลักษณะทั่วไป พืชมีหัวอยู่ใต้ดิน แทงใบขึ้นเหนือดิน ลักษณะเป็นกอ ใบที่โตเต็มที่แล้วจะค่อยๆ โค้งลงหาโคนต้น บางต้น ที่ปลายใบจะขอด ม้วนเป็นวงๆ นิยมปลูกใส่กระถางตั้งไว้ในที่ร่มหรือแดดรำไร หรือในห้องหรือสำนักงานเพื่อเติมสีสันและชีวิตชีวาให้กับที่ทำงาน ใบและดอก ใบเรียวเล็ก สีเขียวเป็นมัน ยาวคล้ายใบกุ่ยช่าย ก่อนที่จะเป็นใบก็จะเป็นยอดอ่อนแทงขึ้นมาจากหัวใต้ดินก่อนและเมื่อใบโตเต็มที่จะค่อยๆ โค้งเข้าหาลำต้น ปลายใบบางต้นอาจจะขดม้วนกลมเป็นวง แต่บางต้นก็ไม่ขดม้วน ส่วนมากแล้วใบจะขอด ม้วนห้อยลงมาตกพอดีกับปากกระถาง เรื่องขอดไม่ขอด ม้วนไม่ม้วนนี่เองที่ทำให้ต้นว่านนี้นิยมปลูกกัน การขยายพันธุ์ ใช้วิธีแยกกอ หรือใช้หัวว่านแยกปลูก โดยนำหัวว่านมาหมกในดินปนทราย หรือดินซึ่งผสมแล้วด้วยผงถ่าน แกลบ ใยมะพร้าว ทราย ส่วนกระถางควรเป็นกระถางทรงเตี้ย ปากไม่กว้างจนเกินไป หากเป็นกระถางที่มีรูร้อยลวดเพื่อแขวนไว้ดูเล่นก็จะงามตายิ่งขึ้น ดินที่เหมาะแก่การปลูกคือดินร่วนผสมใบไม้ผุกับทราย ระบายน้ำได้ดี รดน้ำเช้า-เย็น ให้ว่านถูกแดดบ้างเป็นบางเวลา วิธีการปลูกว่านเศรษฐีกอบทรัพย์ ว่านเศรษฐีกอบทรัพย์ - [ศูนย์เรียนรู้ชุมชน](https://www.monmai.com/ศูนย์เรียนรู้ชุมชน/) - ศูนย์เรียนรู้ชุมชน เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลข่าวสารความรู้ของชุมชนที่จะนำไปสู่การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้สำหรับประชาชน ในชุมชน เป็นแหล่งเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้ การถ่ายทอด การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การสืบทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรม ค่านิยม และเอกลักษณ์ของชุมชน อีกทั้งเป็นแหล่งบริการชุมชนด้านต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการเรียนรู้ ของชุมชน โดยเน้นการกระบวนการเรียนรู้เพื่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ก่อให้เกิดชุมชนแห่ง เรียนรู้ และมุ่งการพัฒนาแบบพึ่งตนเอง เป็นศูนย์ฯ ของประชาชน ที่ดำเนินการโดยประชาชน และเพื่อประชาชน ที่จะก่อให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน จากความหมายข้างต้นจะเห็นได้ว่า ศูนย์เรียนรู้ชุมชนในความคาดหวังของกรมการพัฒนาชุมชน ไม่ใช่ศูนย์ฝึกอบรมประจำหมู่บ้านที่รอรับการนัดหมายจากวิทยากรภายนอก แต่จะเป็นสถานที่ที่จะสร้างความผูกพันระหว่างคนในชุมชนกับเรื่องราวของเขาเองเป็นสำคัญ หลักการสำคัญของศูนย์เรียนรู้ชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ทุกด้าน ทุกรูปแบบไม่เน้นการเรียนการสอนในห้องเรียน เป็นศูนย์กลางที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้ ค้นคว้าหาความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้และ ประสบการณ์ รวมทั้งการพบปะ สังสรรค์ เพื่อสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือในการพัฒนาตนเองและชุมชน เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน ภารกิจของศูนย์เรียนรู้ชุมชน จัดให้มีกิจกรรมการเรียนรู้ การถ่ายทอด การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ของประชาชนในชุมชน เป็นศูนย์รวมของข้อมูล เช่น ข้อมูล จปฐ. กชช.2ค.แหล่งน้ำ กลุ่มอาชีพ - [การเลี้ยงห่าน](https://www.monmai.com/การเลี้ยงห่าน/) - ห่านเป็นสัตว์ปีกที่เลี้ยงง่ายไม่ซับซ้อน โตเร็ว ใช้เวลาเลี้ยงไม่นาน ทนทานโรค ใช้แรงงานและทุนในการเลี้ยงน้อย ทนต่อสภาพแห้งแล้งและสภาพอาหารตามธรรมชาติในชนบทได้ดี เหมาะสำหรับนำมาเลี้ยงเป็นอาหารเสริม โปรตีนในครัวเรือน และที่สำคัญก็คือ เนื้อห่านมีรสชาติ ผู้บริโภคและตลาดยังมีความต้องการอยู่มาก ห่านเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายไม่ค่อยเป็นโรค ทนต่อสภาพแห้แล้งและไม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษแต่อย่างไร พันธุ์ห่านที่นิยมเลี้ยงกันมาก ได่แก่ พันธุ์จีน(Chinese) ทั้งสีขาวและสีเทา พันธุ์เอ็มเด็น (Embden) พันธุ์โทรเลาซ์(Toulouse) พันธุ์พิลกริม(Pilgrim) พันธุ์อาฟริกัน(African) และพันธุ์อิยิปต์เซียน(Egyptian) นอกจากห่านดังกล่าวแล้ว ยังมีการผสมข้ามพันธุ์เพื่อผลิตห่านลูกผสมสำหรับการค้าโดยเฉพาะ พันธุ์จีน มีอยู่ 2 ชนิดที่เป็นที่นิยม คือ พันธุ์จีนขาว และพันธุ์จีนเทา รูปร่างเล็กกว่าพันธุ์อื่น ๆ มีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักปานกลางซึ่งเหมาะสำหรับส่งขายตลาด น้ำหนักเมื่อเป็นหนุ่มสาว ตัวผู้จะหนักประมาณ 4.5 กก. ตัวเมียจะหนักประมาณ 3.6 กก. ส่วนน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ ตัวผู้ หนักประมาณ 5.5 กก. และตัวเมียหนักประมาณ 4.5 กก. เมื่อเทียบกับพันธุ์อื่น ๆ แล้ว ห่านพันธุ์จีนให้ไข่เมื่ออายุน้อย - [มะม่วงแรด มะม่วงน้ำปลาหวาน ](https://www.monmai.com/มะม่วงแรด/) - มะม่วงชนิดนี้ เป็นพันธุ์ไทยแท้ๆ ที่นิยมปลูกตามบ้านหรือปลูกเพื่อเก็บผลขายมาช้านานตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณทวดแล้ว ส่วนใหญ่จะปลูกเพื่อรับประทานผลดิบ เพราะมีรสชาติหวานมันปนเปรี้ยวนิดๆ ปอกเปลือกฝานเป็นชิ้นๆ หรือสับเป็นชิ้นจิ้มเกลือป่นน้ำปลาหวานรับประทานอร่อยมาก ผลสุกมีความหวานประมาณ 20 องศาบริกซ์ มีรสเปรี้ยวเจือปนเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบรับประทานรสหวานจัด มะม่วงแรด : เป็นมะม่วงพันธ์เบา เจริญเติบโตเร็ว มีลักษณะเป็นพุ่มค่อนข้างทึบใบมีขนาดปลานกลาง ผลตรงกลางมีลักษณะกลม หัวอ้วนใหญ่มีปลายแหลมเล็กน้อย ผิวเป็นคลื่นไม่เรียบ มีลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดที่เรียกว่า มีนอ ตรงส่วนบนด้านหลัง แต่บางผลและบางต้นจะไม่มีอัตราส่วนโดยเฉลี่ยของความยาว : ความกว้าง : ความหนา เท่ากับ 1.9 : 1 : 1 ลักษณะ เปลือกและผิวค่อนข้างหนาและเหนียว ต่อมมีขนาดใหญ่ไม่ค่อยชัดกระจายอยู่ทั่วผล ผลดิบ : จะมีรสเปรี้ยวจัด เมื่อแก่จัดจะมีรสหวานอมเปรี้ยว ผลสุก : ผิวเป็นสีเหลือง เนื้อเหลือง มีเสี้ยนค่อนข้างมาก เมล็ด : รูปร่างค่อนข้างสั้น จะมีเสี้ยนติดเมล็ดค่อนข้างมาก น้ำหนักของเนื้อต่อเมล็ดเฉลี่ย 6.4 : 1 เมล็ดเดียวเพาะได้หลายต้น - [เก็กฮวย แก้กระหายหอมชื่นใจ](https://www.monmai.com/เก็กฮวย/) - ดอกเก๊กฮวย หรือจวี๋ฮัว (Juhua) มีหลายสายพันธุ์ สายพันธุ์หลักที่ใช้เป็นยา คือสีขาว Dendranthema morifolium (Ramat.) Tzvel. หรือ Chrysanthemum morifolium Ramat. ตระกูล Asteraceae และส่วนสายพันธุ์ดอกสีเหลือง Dendranthema indicum L. หรือ Chrysanthemum indicum L . มีใช้แตกต่างเล็กน้อยจากสีขาว สำหรับพันธุ์อื่น เป็นเก๊กฮวยป่า Dendranthema boreale (Makino) Ling ต้นเก๊กฮวยดอกสีขาว สูง 60-150 เซนติเมตร ปลูกได้คุณภาพดีที่มณฑลเจอะเจียง อันฮุย และเหอหนาน การเก็บดอกเป็นยา จะเก็บเมื่อปลายฤดูใบไม้ร่วง และช่วงต้นของฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกไม้ชนิดนี้บาน นำมาตากในที่ร่วมจนแห้ง คุณสมบัติประจำตัว คือมีกลิ่นฉุน ขม และ รสหวาน มีความเย็น มีผลโดยตรงต่อปอด และ ตับ การออกฤทธิ์ ขับไล่ลม - [การกำจัดวัชพืช ด้วยวิธีเขตกรรม](https://www.monmai.com/การกำจัดวัชพืช/) - เมื่อวัชพืชเป็นศัตรูพืชปลูก จำเป็นต้องมีการกำจัด เพื่อให้ปริมาณวัชพืชลดลงหรือหมดไป และเพื่อให้การกำจัดหรือควบคุมนั้นมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักและทราบลักษณะทางพฤกษศาสตร์หรือวงชีพของวัชพืชนั้น ๆ เสียก่อน เช่น วัชพืชที่มีหัวและไม่มีหัวต้องเลือกใช้วิธีกำจัดหรือใช้ยาต่างกัน พืชใบแคบซึ่งส่วนใหญ่ หมายถึง หญ้า และกก นอกนั้นเป็นพืชใบกว้าง วัชพืชมีการสนองตอบต่อยากำจัดวัชพืชต่างกันด้วย เช่น สารเคมีพวกกรดซัลฟิวริก (sulphuric acid) จะกำจัดพืชใบกว้างชนิดที่เป็นไม้ล้มลุกอายุสั้นได้ ทั้งนี้เพราะว่าตาหรือยอดอ่อนไม่มีใบหุ้ม สารเคมีจะถูกตา ทำให้ตาหรือยอดอ่อนเสียไป ไม่เจริญเติบโต ส่วนพวกหญ้าและกก ซึ่งเป็นพืชใบแคบ ยอดอ่อนหรือตาถูกหุ้มด้วยกาบใบหลายชั้น สารเคมีเข้าถึงตาหรือยอดอ่อนได้ยาก หรือ ไม่ได้ จึงทำให้การกำจัดวัชพืชเหล่านี้ไม่ได้ผลดี นอกจากนี้แล้ว ยังต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อม และขนาดเนื้อที่ที่ทำการเพาะปลูกด้วย การกำจัดวัชพืชมีหลายวิธีดังนี้ การกำจัดวัชพืชด้วยวิธีเขตกรรม (cultural control) เป็นวิธีการที่เกษตรกรทั่ว ๆ ไปปฏิบัติสืบกันมาแต่โบราณแต่ยังเป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพแม้จนปัจจุบัน วิธีการเหล่านี้มีหลายอย่าง ได้แก่ 1) การถอน เกษตรกรมักดายหญ้าต้นสูง ๆ ออก หรือที่เรียกว่า ทำรุ่น(เอาฮุน) โดยใช้มีด จอบ หรือเสียม หากวัชพืชต้นเล็กใช้การถอนออก ซึ่งเหมาะสำหรับสวนที่มีเนื้อที่น้อย - [ว่านนางกวัก ไม้ประดับประจำบ้าน](https://www.monmai.com/ว่านนางกวัก/) - ว่านนางกวักเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี เป็นพืชที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เหง้าเหมือนเผือกบอน ใบเหมือนใบโพธิ์มีรูปร่างคล้ายรูปหัวใจ ก้านใบกลมคล้ายใบบอน ปลายใบแหลมกวักลง เส้นใบนูนเด่นชัด ว่านตัวนี้คล้ายกับหว่านเศรษฐีมหาโพธิ์ ว่านส่วนที่ติดกับหัวมีลักษณะเป็นกาบ ก้านใบและใบสีเขียว หัวเป็นแท่งกลมสีน้ำตาล เมื่อมีอายุมาก ๆ จึงจะเห็นหัวโผล่ขึ้นมาเหนือดิน ดอกคล้ายดอกจำปีตูม ว่านนางกวักจะออกดอกยากมาก ดอกจะมี 4 ดอก มีความเชื่อกันว่านนางกวักเป็นว่านทางเมตตามหานิยม หรือ สิริมงคล นิยมปลูกไว้หน้าร้านค้า หน้าบ้าน ชื่อวิทยาศาสตร์ Alocasia cucullata (Lour.) G. Don วงศ์ Araceae ชื่ออื่น ๆ ว่านทรหด ว่านนกคุ่ม Chinese taro ลักษณะของพืช ไม้ประดับ ที่มีก้านตั้งตรงจากลำต้นหนา 3-6 เซนติเมตร ก้านใบยาวตั้งแต่ 20-85 เซนติเมตร ใบลักษณะคล้ายใบโพธิ์ขนาดกว้าง 8-30 x 6-35 เซนติเมตร มีก้านใบเชื่อมถึงกัน สีเขียวแกมน้ำเงิน ใบด้านบนเป็นมัน - [น้ำยาเช็ดกระจกจากดอกอัญชันและมะกรูด](https://www.monmai.com/น้ำยาเช็ดกระจกอัญชัน/) - น้ำยาเช็ดกระจกจัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ซักล้าง จึงมีสารลดแรงตึงผิวเป็นองค์ประกอบหลักผสมกับสารเคมีที่ใช้เป็นตัวทำละลาย ซึ่งน้ำยาเช็ดกระจกที่พบมีอยู่หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีส่วนผสมหลักคล้ายคลึงกัน โดยทุกชนิดจะใช้ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์(isopropyl alcohol) ในปริมาณ 1.0-4.0% ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์เป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไวไฟ และมีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในการทำความสะอาด ถ้าจะใช้ฆ่าเชื้อต้องใช้ที่ความเข้มข้นสูงถึง 60-70% การหายใจเข้าไปในปริมาณเล็กน้อยจะระคายเคืองจมูก ลำคอ และระบบทางเดินหายใจ ทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน ถ้าได้รับปริมาณสูงขึ้นอาจทำให้หมดสติ หรือตายได้ การสัมผัสนาน ทำให้ผิวหนังแห้งและแตก การกลืนกินมีอาการคล้ายการหายใจ อาเจียนและอาจทำอันตรายแก่ปอด และระคายเคืองต่อตา ห้ามทิ้งสู่แหล่งน้ำ น้ำเสีย หรือดินสามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ ดอกอัญชันสีม่วง ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปบริเวณใกล้บ้าน ในสวน ริมถนน คนในชุมชนของเราโดยเฉพาะผู้สูงอายุมักนำดอกอัญชันมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น ทาผม ทาคิ้ว เพื่อให้ดกดำ ใช้แทนสีผสมอาหาร ชึ่งเป็นน้ำชาลดอาการเบาหวาน เป็นต้น ภูมิปัญญาชาวบ้านของไทย ได้นำเอาสีจากดอกอัญชันมาใช้ แต่งสีขนมไทย เช่น ขนมช่อม่วง ขนมเรไร ขนมชั้น เป็นต้น ทำให้สีคราม โดยเอาดอกอัญชันไปแช่ในน้ำร้อนจะได้สีน้ำเงิน ถ้าเติมน้ำมะนาว - [ถั่วพุ่ม ถั่วตรึงไนโตรเจน](https://www.monmai.com/ถั่วพุ่ม/) - ถั่วพุ่ม เป็นพืชปุ๋ยสด (พืชที่ใช้ปลูกแล้วไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด) ที่เหมาะจะปลูกในพื้นที่นาดอนให้น้ำหนักสด (เป็นปุ๋ยอินทรีย์) ประมาณ 1.6-2 ตันต่อไร่ ให้ธาตุไนโตรเจนคิดเทียบเป็นปุ๋ยยูเรียประมาณ 13 กิโลกรัมต่อไร่ ถั่วพุ่มสามารถตรึงไนโตรเจนได้จากธรรมชาติ การใส่ปุ๋ยของถั่วพุ่มจะเน้นที่พันธุ์ถั่วพุ่มใช้เมล็ด เพราะเกษตรกรนิยมปลูกเป็นแปลงใหญ่มากกว่าถั่วฝักสด ฝักสดถั่วพุ่มรับประทานแทนผักจิ้มน้ำพริก หรือทำตำส้มแทนมะละกอได้ เมล็ดแห้ง ประกอบอาหารทั้งคาว และหวานได้ เป็นที่นิยมในอาหารประเภทชีวจิต เกษตร กรบางแห่งใช้ถั่วพุ่มปลูกเป็นพืชปุ๋ยสด แซมในไร่มันสำปะหลัง โดยปลูกแซมแถวเดียว ระหว่างกลางแถวมันสำปะหลัง และพบว่าการไถกลบพืชปุ๋ยสดแล้วปลูกมันสำปะหลังตามในพื้นที่ขุดดินยโสธร จะทำให้ได้ผลผลิตหัวมันสดเพิ่มขึ้นทุกปี ตั้ง แต่ปีที่ 1-5 โดยเฉลี่ยได้น้ำหนักหัวมันสด 2,490 กิโลกรัมต่อไร่ ถั่วพุ่มเป็นพืชปุ๋ยสดหมุนเวียนในนาข้าว โดยปลูกก่อนปักดำข้าว นาข้าวที่นาดอนและมีการระบายน้ำดี โดยปลูกปลายฤดูฝนแล้วไถกลบในภายหลัง เช่นบางพื้นที่ของจังหวัดสกลนคร มีการปลูกถั่วพุ่มและไถกลบในนาข้าว พบว่าได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 52 ถังต่อไร่ ข้อมูลจากกรมพัฒนา ที่ดินระบุว่าปริมาณธาตุอาหารที่ได้จากการปลูกถั่วพุ่ม หลังจากไถกลบแล้วจะสลายตัวภายใน 30 วัน มีเปอร์เซ็นต์ธาตุอาหาร N, P, K ประมาณ 2.92, 0.45 และ - [ปุ๋ยหมักชีวภาพ](https://www.monmai.com/ปุ๋ยหมักชีวภาพ/) - ในการทำเกษตรกรรม ได้นำปุ๋ยหมักชีวภาพมาใช้ตั้งแต่ดั้งเดิมนานมาแล้ว โดยแต่เริ่มเดิมทีนั้นการทำปุ๋ยหมักชีวภาพของที่นี่เป็นเพียงการนำมูลวัวและมูลควายมาใช้ทำเป็นปุ๋ย แต่ต่อมาเริ่มมีการนำมูลหมู ใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง และเศษอาหารมาใช้ อย่างไรก็ดีประสิทธิภาพของปุ๋ยหมักชีวภาพนั้นก็ยังคงไม่สามารถเปรียบเทียบกับปุ๋ยเคมีที่นิยมใช้กันแพร่หลายในทุกเรือกสวนไร่นาอยู่ในขณะนี้ เกษตรกรเห็นประโยชน์ของปุ๋ยหมักชีวภาพมากกว่าปุ๋ยเคมีจึงได้ทดลองนำสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เข้ามาปรับใช้กับปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เป็นจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สามารถใช้ผลิตปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพสูงได้ในเวลารวดเร็ว ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ได้ยังประกอบด้วยเชื้อราและแอคตินัยซีสที่ย่อยสลายเซลลูโลสและแบคทีเรียที่ย่อยไขมัน ทำให้คุณภาพของปุ๋ยมีประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น เตรียมส่วนผสมของวัตถุดิบ (ในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพประมาณ 1 ตัน) ใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง พืชผัก 1,000 กิโลกรัม มูลวัว มูลควาย และมูลหม 200 กิโลกรัม แกลบดำ 50 กิโลกรัม สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 1 ซอง การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การกองปุ๋ยหมัก 1 ตัน ลงบนพื้นที่ขนาดความกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร และสูง 1.5 เมตร โดยจะแบ่งวัตถุดิบออกเป็น 2 ส่วน คือ - [การเผาแกลบดำ](https://www.monmai.com/การเผาแกลบดำ/) - แกลบนำไปใช้ในแปลงเพาะกล้าและแปลงปลูก โดยผสมกับดินและปุ๋ยหมัก โดยถ่านแกลบจะช่วยปรับสภาพดินให้สมดุลมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ป้องกันการเกิดโรคในดิน ช่วยทำให้ดินมีคุณภาพ เนื่องจากถ่านแกลบมีรูพรุนมาก จุลินทรีย์อาศัยอยู่ได้มากและแข็งแรงเกิดกระบวนการย่อยสลายได้ดี รวมทั้ง ใช้ถ่านแกลบร่วมกับการคลุมดิน เนื่องจากจะช่วยดูดซับความชื้นและลดความร้อน วิธีการเผาแกลบดำ วัสดุ/อุปกรณ์ ประกอบด้วยแกลบ จำนวน 3 กระสอบ ปี๊บที่เป็นสังกะสี 4 ด้าน และลวดและท่อทำจากสังกะสี เพื่อระบายอากาศ ขั้นตอน/วิธีทำ 1.นำปี๊บมาเจาะรูรอบ ทั้ง 4ด้าน เอาท่อสังกะสีที่เตรียมไว้ยาวประมาณ 1.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้ว มาใส่บริเวณด้านบนของปี๊บ 2.ติดไฟด้วยฟางหรือเศษกระดาษหนังสือพิมพ์ ใช้ปี๊บที่เตรียมไว้ครอบ แล้วเทแกลบรอบๆปี๊บ 3.สังเกตปลายปล่องของท่อ ช่วงแรกควันที่ออกมาเป็นสีดำๆ ต่อมาจะเป็นสีขาว ซึ่งหมายถึงแกลบกำลังถูกเผา 4.สังเกตแกลบส่วนที่ติดกับท่อสังกะสีจะเริ่มเป็นสีดำก่อน ค่อยๆเกลี่ยแกลบส่วนที่ดำออกและเอาแกลบส่วนอื่นเข้าใส่แทน 5.แกลบจะค่อยๆดำ เมื่อมีส่วนที่ดำเป็นถ่านขึ้นมาสามารถกลับกองได้บ่อยขึ้นจนเห็นว่าแกลบถูกเผาเป็นถ่านทั่วกอง 6.จากนั้นเอาท่อสังกะสีและปี๊บออก เกลี่ยกองแกลบให้ราบกับพื้น ใช้บัวรดน้ำให้ทั่วกองแกลบ จนแน่ใจว่าไม่มีไฟลุกขึ้นมาอีก แต่ต้องระวังไม่ควรรดน้ำจนแฉะหรือท่วมขัง 7.เมื่อแกลบเย็นแล้ว สามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยในแปลงพืชได้ หรือเก็บ ใส่กระสอบแล้วเก็บไว้ในที่แห้ง ข้อดีของแกลบดิบ 1.ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดิน 2.ปรับโครงสร้างของดินที่เป็นกรด-ด่าง - [ปลูกป่า 5 ระดับ](https://www.monmai.com/ปลูกป่า-5-ระดับ/) - ปลูกป่า 5 ระดับ ระดับลักษณะการปลูกพืชในแปลงเกษตรผสมผสาน คือ มีการปลูกพืชหลากหลายชนิด ให้อยู่ในแปลงเดียวกัน หลุมเดียวกัน แต่มีความสูงต่างระดับกัน โดยอาศัยลักษณะความแตกต่างของพืช ที่มีความสูงต่ำมาปลูกร่วมกันในแปลงเดียวกัน เกิดการเกื้อกูลกันเหมือนป่าธรรมชาติ ทำให้เกิดประโยชน์หลายอย่างและสามารถใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรให้เกิดประโยชน์ สูงสุด การจัดการพืชและน้ำเป็น 5 ระดับ การปลูกพืช 5 ชั้น เรียกว่า เบญจเกษตร ระดับที่ 1 ปลูกพืชที่มีหัวฝังดิน เช่น ขิง ข่า หัวหอม กระเทียม สายบัว เผือก มัน ฯลฯ โดยจะปลูกพวกพืชหัว เพื่อเป็นอาหาร ได้แก่มันสำประหลัง มันเทศ ระดับที่ 2 ปลูกไม้เลื้อย เช่น บวบ น้ำเต้า ถั่ว แตง มะระ ตำลึง ผักบุ้ง ฯลฯ ระดับที่ 3 ปลูกไม้พันธุ์เตี้ย เป็นการใช้ประโยชน์จากต้นไม้ที่มีทรงพุ่มเตี้ย เช่น - [กระถางยางรถยนต์](https://www.monmai.com/กระถางยางรถยนต์/) - กระถางยางรถยนต์ เป็นการนำเอายางรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว มาทำการประดิษฐ์เป็นกระถางปลูกผักจากยางรถยนต์ ซึ่งเหมาะกับบ้านที่มีเนื้อที่จำกัด และต้องการจะปลูกผักปลอดสารพิษไว้ทานเอง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและมีกิจกรรมทำในยามว่างอีกด้วย นี่ถ้ามีสัก 9 กระถางเราก็จะสามารถปลูกผัก และมีผักไว้ทานเองโดยไม่จำเป็นต้องซื้อ หรือซื้อก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ใครที่มีและทำเองได้ช่วยบอกด้วยนะ จะได้เป็นกำลังใจให้กับผู้ที่อยากมีและอยากทำไว้ในบ้าน ผักที่ควรมี ตะไคร้ กะเพรา พริก ต้นหอม คะน้า กวางตุ้ง ตั้งโอ๋ มะเขือเทศ ข่า เหล่านี้สามารถปลูกได้ในกระถางยางรถยนต์ อุปกรณ์ ยางรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้แล้ว เหล็กกลับยาง มีดกรีดยาง หินลับมีด ถังน้ำ วัสดุทำฐานตามสภาพ ( ท่อซีเมนต์ , ต้นมะพร้าว ,ต้นตาล , ตอไม้ , ก้อนหิน ฯลฯ ) วิธีทำ ตัดยาง / กรีดยาง ด้วยมีด จนรอบเส้น หลังจากนั้น นำยางที่ตัดเสร็จแล้ว มานวดยางเพื่อคลายความตึงของยาง จากนั้นทำการกลับยาง โดยใช้เหล็กกลับยาง เสียบเข้าไปด้านที่ตัด / - [ปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ](https://www.monmai.com/น้ำหมักชีวภาพ/) - น้ำหมักชีวภาพ หรือน้ำสกัดชีวภาพ หรือน้ำจุลินทรีย์ คือ สารสกัดธรรมชาติที่ได้จากกการนำเอาพืชผักผลไม้หรือวัสดุต่างๆ ที่เป็นสารอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายได้ รวมไปถึงเศษอาหารจากครัวเรือนก็สามารถนำมาทำน้ำหมักชีวภาพได้ นำวัสดุดังกล่าวมาหมักกับน้ำตาลในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน โดยมีจุลินทรีย์ทำหน้าที่ย่อยสลายวัสดุต่างๆ จนได้เป็นสารละลายที่มีความเข้มข้น วิธีการทำน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพสามารถทำได้ง่ายๆ โดยใช้พืชผักผลไม้ใช้ได้ทุกชนิด หรืออาจจะเป็นพืชสด เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ต้นกล้วย ต้นมะละกอ และแม้แต่เศษอาหารที่เหลือจากครัวเรือนแต่ต้องเลือกส่วนที่แข็งมากออก เช่น กระดูกสัตว์ เปลือกไข่ เปลือกทุเรียน เพราะการย่อยสลายใช้เวลานานมาก ทำให้สิ้นเปลือกน้ำตาลและเปลือกพื้นที่ภาชนะที่ใช้หมักด้วย เมื่อได้วัสดุหมักแล้ว จึงนำมาทำน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งวิธีการหมักโดยทั่วไปจะมี 2 แบบ การหมักแบบแห้ง การหมักแบบน้ำ ส่วนประโยชน์จากการหมั่กน้ำหมักชีวภาพ ใช้ในการเพาะปลูกต้นไม้ นำน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำในอัตราส่วน 1:200-1,000 รดน้ำต้นไม้ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี ใช้ป้องกันกำจัดแมลง ผสมน้ำหมักชีวภาพในอัตราเจือจาง ฉีดพ่นโดยเฉพาะเพลี้ยแป้ง ฉีดพ่นครั้งละ 3-4 ครั้ง ปล่อยทิ้งไว้อีก 7 วัน พ่นอีก 2-3 ครั้ง สามารถกำจัดแมลงและเชื้อราบางชนิด แต่ไม่ทุกชนิดขึ้นอยู่กับพืชที่นำมาหมัก - [ยากันยุงเปลือกส้ม](https://www.monmai.com/ยากันยุงเปลือกส้ม/) - เพียงใช้เปลือกส้มตากแดดสัก 2-3 ครั้งให้แห้งสนิทแล้วนำมาจุดไฟให้เกิดควัน เมื่อต้องการไล่ยุงให้นำไปวางไว้ตามมุมห้องหรือในที่ที่ต้องการ ควันที่เกิดจากเปลือกส้มจะทำให้ยุงตาย อีกทั้งยังไม่เป็นอันตรายกับคนอีกด้วย สูตรยากันยุงสมุนไพร ส่วนผสม 1 เปลือกส้มแห้ง 150 กรัม. 2 ตะไคร้หอม 50 กรัม 3 ขี้เลื่อย 50 กรัม 4 แป้งเปียก 200 กรัม วิธีทำ เอาเปลือกส้มมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำตะไคร้หอมมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขี้เลื่อยนำไปตากแดดให้แห้ง นำไปตำหรือบดละเอียด นำเปลือกส้ม 3 ส่วน ตะไคร้หอม 1 ส่วน ขี้เลื่อย 1 ส่วน ผสมกัน แล้วเอาแป้งเปียกคลุกรวมกันให้เหมือนกับชันยาเรือ เสร็จแล้วนำใส่บล็อกหรือแม่พิมพ์ โดยเอาถุงพลาสติกรองก่อน เพื่อไม่ให้ติดพิมพ์ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน - [น้ำหมักชีวภาพสูตรไล่แมลง ไม่ทำลายชีวิตและสิ่งแวดล้อม](https://www.monmai.com/น้ำหมักสูตรไล่แมลง/) - เกษตรกรมีการตื่นตัวและสนใจในการทำน้ำหมักชีวภาพสูตรไล่แมลงศัตรูพืชเป็นอย่างมาก โดยเกษตรกรมีการนำไปใช้ กับนาข้าวพืชผัก ไม้ผลและได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ สูตรควบคุมหนอนแมลงวัน ขี้เถ้าไม้และปูนขาว อย่างละครึ่งถ้วย ผสมน้ำ 4 ถ้วย คนให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน นำน้ำใส่ไปฉีดพ่น สามารถควบคุมศัตรูพืชตระกูลแตงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใบมะรุม 10 กก. สับละเอียด เติมน้ำ 15 ลิตร หมักทิ้งไว้ 2 วัน นำน้ำที่ได้มาฉีดพ่นเพื่อกำจัดราและแบคทีเรีย ใบต้นมะเขือเทศ 12 กก. สับละเอียด เติมน้ำ 14 ลิตร หมักทิ้งไว้ข้ามคืน ใช้น้ำฉีดไล่แมลง หนอนกะหล่ำ หนอนใยผักไม่ให้มาวางไข่ มันแกว ใช้เมล็ดบด 5 กก. น้ำ 18 ลิตร หมักทิ้งไว้ข้ามคืน ใช้น้ำฉีดพ่นกำจัดเพลี้ยอ่อน หนอนกระทู้ หนอนกะหล่ำ ด้วยหมัดกระโดด มวนเขียว ต้นและใบสาบเสือ ตากแดดให้แห้งแล้วบดให้ละเอียดเป็นผง อัตรา 1.5 กก. แช่น้ำในอัตราส่วน - [เท่าทันวิกฤต เมล็ดพันธุ์ จุดเริ่มต้นของความไม่เป็นธรรม](https://www.monmai.com/เมล็ดพันธุ์/) - กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดยโสธร ชาวบ้านในที่แห่งนี้มีอาชีพปลูกแตงโมเป็นส่วนมาก ในสมัยนั้น พันธุ์แตงโมที่พวกเขานิยมปลูกกันมีอยู่ไม่กี่ชนิด และทั้งหมดล้วนเป็นพันธุ์พื้นบ้าน ที่เป็นเมล็ดพันธุ์แท้ๆ ที่พวกเขาสามารถนำกลับมาปลูกได้อีกไม่จำกัด เช่น พันธุ์บางเบิด พันธุ์หมอน ตามรอยทาง "โจน จันได" แต่แล้ววันหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงก็มาเยือน เมื่อใครสักคนนำเมล็ดพันธุ์แตงโมและปุ๋ยมาให้พวกเขาฟรีๆ เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ได้สร้างปรากฎการณ์ที่น่ายินดีในช่วงแรกพบ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ชาวบ้านได้รับผลผลิตจำนวนมากจากเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ทำให้ปีต่อมา พวกเขาจึงเลือกปลูกแตงโมด้วยเมล็ดพันธุ์นั้นอีกครั้ง คราวนี้ เมล็ดพันธุ์กลับไม่ฟรีเหมือนครั้งแรก แต่พวกเขาต้องใช้เงินซื้อหามา ยิ่งไปกว่านั้น ในปีต่อๆ มา ราคากลับสูงขึ้นเรื่อยๆ เพียงแค่ 3 ปี หลังจากวันแรกที่เมล็ดพันธุ์ซึ่งได้ผลผลิตมากในเวลาอันรวดเร็วเข้ามาในหมู่บ้าน เมล็ดพันธุ์แตงโมพื้นบ้านที่พวกเขาเคยปลูกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งก็หายไปอย่างสิ้นเชิง และหลังจากนั้นเพียง 10 ปี เมล็ดพันธุ์แตงโมที่เคยแจกฟรีก็ทะยานถึงกิโลกรัมละ 12,000 บาท เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดกับหมู่บ้านนี้เพียงแห่งเดียว แต่หมู่บ้านรอบๆ นั้นก็เจอสถานการณ์เดียวกัน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ได้ส่งผลให้ปัจจุบัน คนที่ต้องการปลูกแตงโมสัก 10 ไร่ เขาจะต้องใช้เงินอย่างน้อยๆ ก็หลักแสนบาท ชีวิตของเกษตรกรจึงต้องเริ่มต้นจากการเป็น หนี้ - [การขยายพันธุ์พืช (Plant Propagation)](https://www.monmai.com/การขยายพันธุ์พืช/) - การขยายพันธุ์พืชจัดว่ามีความสาคัญในการปลูกพืชเพราะขั้นตอนแรกของการเพาะปลูกต้องมีต้น กล้าพืชเสียก่อนการเลือกวิธีการขยายพันธุ์พืชที่เหมาะสม จะทำให้สามารถผลิตต้นกล้าได้ตามปริมาณและ คุณภาพที่ต้องการซึ่งเป็นผลไปถึงคุณภาพหรือปริมาณของผลผลิตของพืชนั้นๆ นอกจากนี้การขยายพันธุ์พืช ยังมีความสาคัญในด้านการอนุรักษ์พันธุ์พืชที่หายากหรือใกล้จะสูญพันธุ์ คู่มือการขยายพันธุ์พืช การขยายพันธุ์พืชวิธีต่างๆ การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็น2แบบคือการขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศได้แก่การขยายพันธุ์โดยการ ใช้เมล็ดกับการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศได้แก่การขยายพันธุ์โดยการใช้ส่วนต่างๆของต้นพืชเช่น การปักชาการตอนกิ่งการติดตาการต่อกิ่งรวมถึงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 1.การขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศ การเพาะเมล็ด(seeding) การขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศเป็นการขยายพันธุ์โดยใช้ส่วนของเมล็ดที่เกิดจากการผสมเกสรระหว่างเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียโดยนามาเพาะในวัสดุเพาะเช่นทรายหยาบแกลบดาปุ๋ยคอกและดิน ในอัตราส่วน1:1:1:0.5โดยปริมาตร วิธีการเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือลึกประมาณ2-3เท่าของขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางเมล็ดดูแลรดน้ำให้วัสดุมีความชื้นพอเหมาะระวังอย่างให้แฉะ การเพาะเมล็ดต้นกล้าเริ่มงอกต้นกล้าพร้อมลงปลูก 2.การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศหมายถึงการขยายพันธุ์พืชด้วยการใช้ส่วนต่างๆของพืชได้แก่ราก ลาต้นใบโดยส่วนต่างๆของพืชเหล่าที่สามารถเกิดรากและเจริญเติบโตเป็นต้นพืชได้การขยายพันธุแบบ ไม่อาศัยเพศเช่นการปักชากิ่งการตอนกิ่งการติดตาการทาบกิ่งเป็นต้น การปักชากิ่ง(StemCutting) เลือกใช้กิ่งชนิดกึ่งแก่กึ่งอ่อนลักษณะสีเขียวปนน้ำตาลความยาวประมาณ25-30เซนติเมตรตัด ส่วนโคนกิ่งใต้ข้อห่าง1เซนติเมตรเป็นรูปปากฉลามเอียงทามุม45องศา แล้วนามาจุ่มในสารละลายเร่งการเกิดรากผึ่งให้แห้งเล็กน้อยนากิ่งไปปักในถุงขี้เถ้าแกลบให้กิ่ง เอียงทามุม30องศาจากแนวตั้งฉาก ประมาณ20-30วันกิ่งปักชามีการเกิดรากจากนั้นนาไปย้ายเลี้ยงในดินผสมบรรจุในถุงดา ประมาณ1-2เดือนจนกิ่งปักชามีการแตกใบใหม่ออกมาแล้วจึงนาลงปลูกในแปลง 20-25ซม. การตอนกิ่ง(Layering) เป็นการทาให้กิ่งพืชเกิดใหม่ในขณะที่ยังอยู่บนต้นแม่ข้อดีคือมีอาหารจากต้นแม่มาเลี้ยงในช่วงที่ รอให้เกิดรากนิยมทาในฤดูฝนโดยเลือกตอนกิ่งที่แข็งพอสมควรมักนิยมใช้กิ่งที่ตั้งตรงเพราะออกรากง่าย กว่ากิ่งที่อยู่ในแนวนอนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่0.5ซม.ขึ้นไปมีวิธีการดังนี้ การเลือกกิ่งเลือกกิ่งตอนที่มีความสมบูรณ์ไม่อ่อนหรือแก่เกินไปขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกิ่งตั้งแต่ 0.5เซนติเมตรขึ้นไปมักใช้กิ่งตั้งตรงมากกว่ากิ่งที่อยู่ในแนวนอนเช่นกิ่งกระโดงเพราะมีการเกิดรากดีกว่า การควั่นกิ่งเพื่อให้เกิดการสะสมอาหารบริเวณตอนบนของรอยควั่นความยาวแผลที่ควั่นกิ่ง ประมาณ1นิ้วจากนั้นใช้มีดขูดเนื้อเยื่อด้านนอกออก การใช้สารเร่งรากนาเซราดิกซ์(IBAความเข้มข้น3,000ppm)ละลายด้วยน้ำใช้พู่กันทาบริเวณ รอยแผลด้านบนทิ้งให้แห้งพอหมาดๆ การหุ้มกิ่งตอนใช้ขุยมะพร้าวเป็นตุ้มตอนโดยนามาแช่น้ำแล้วบีบพอหมาดๆบรรจุใส่ ถุงพลาสติกขนาดประมาณ2x4นิ้วแล้วนาไปหุ้มกิ่งตอน การดูแลรักษากิ่งตอนขณะออกรากต้องรักษาความชื้นให้เหมาะสมถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งต้องมี การให้น้ำตุ้มตอนเพิ่มขึ้นหลังจากตอนประมาณ1-2เดือนตัดกิ่งตอนลงถุงและเลี้ยงไว้ในโรงเรือนเพาะชา ประมาณ1-2เดือนแล้วจึงนาปลูกในแปลงได้ การต่อกิ่งแบบเสียบยอด(CleftGrafting) การต่อกิ่งคือการนากิ่งพันธุ์ดีมาต่อบนต้นตอมักใช้สาหรับการเปลี่ยนพันธุ์พืชมากกว่าการ ขยายพันธุ์นิยมใช้แพร่หลายและได้ผลดีกับทั้งไม้ผลและไม้ประดับเช่นมะม่วงขนุนเฟื่องฟ้าชบาโกศล เป็นต้นปัจจัยสาคัญที่สุดในการต่อกิ่งคือต้นตอและต้นพันธุ์ดีเมื่อต่อแล้วเนื้อเยื่อเจริญของต้นตอและกิ่ง พันธุ์ดีต้องเชื่อมต่อกันได้สามารถเจริญเติบโตออกดอกและติดผลได้ การเตรียมต้นตอเลือกต้นตอขนาดใกล้เคียงกับกิ่งพันธุ์ดีตัดต้นตอบริเวณที่ไม่มีข้อหรือตาให้ เป็นมุมฉากผ่าต้นตอตามยาวให้ลึกประมาณ1-2นิ้วแล้วแต่ขนาดของกิ่ง การเตรียมกิ่งพันธุ์ดีเลือกกิ่งพันธุ์ดีให้มีขนาดใกล้เคียงกับต้นตอเฉือนโคนกิ่งพันธุ์ดีให้เฉียงลง ทั้งสองข้างเป็นรูปลิ่มยาวประมาณ1-1/2นิ้ว การเสียบกิ่งพันธุ์ดีบนต้นตอเผยรอยผ่าบนต้นตอโดยใช้ใบมีดสอดเข้าไปบิดมีดให้รอยผ่าเผยออกสอด - [พืชร่วมยาง หลากหลายรายได้ในสวนยาง ](https://www.monmai.com/พืชร่วมยาง/) - การปลูกพืชร่วมยาง เป็นการปลูกพืชควบคู่กับการปลูกยางพาราเพื่อเสริมรายได้ โดยพืชที่ปลูกต้องสามารถเจริญเติบโตร่วมกับต้นยางพาราได้และไม่ทำให้ผลผลิตน้ำยางลดลง พืชร่วมยางที่สำคัญและนิยมปลูกกัน อาทิ ระกำหวาน, สละ, หวาย, กระวาน, หน้าวัวและเปลวเทียน หรือไม้ป่าบางชนิด เช่น ตะเคียนทอง, ไม้กฤษณา การจะปลูกพืชร่วมยางชนิดใด ต้องคำนึงหรือพิจารณาในหลักการ ดังต่อไปนี้ ผลตอบแทนจากการปลูกพืชร่วมยางแต่ละชนิด ควรเป็นพืชร่วมยางที่เกษตรกรชาวสวนยางคุ้นเคยกับการดูแลบำรุงรักษามาก่อนบ้าง พืชร่วมยางที่ปลูกต้องไม่กระทบกระเทือนในการปฏิบัติงานในสวนยางพารา, ต้องไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นยางพารา และต้องไม่ทำให้ผลผลิตน้ำยางลดลง พืชเสริมรายได้ในสวนยาง พืชเสริมรายได้ หมายถึง พืชที่นำมาปลูกในระหว่างแถวยางแล้วทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จำแนกได้ 2 ประเภท คือ พืชแซมยางและพืชร่วมยาง พืชแซมยาง หมายถึง พืชที่ปลูกในแถวยางในขณะที่ต้นยางอายุไม่เกิน 3 ปี สามารถปลูกจนถึงต้นยางอายุไม่เกิน 4 ปี พื้นที่ระหว่างแถวยางจะต้องมีปริมาณแสงแดดมากกว่า 50% ของปริมาณแสงแดดทั้งหมด พืชแซมยางที่ปลูกควรเป็นพืชที่ตลาดต้องการสูง ราคาดี เป็นพืชล้มลุก อายุสั้น ดูแลรักษาง่าย การปลูกแบ่งตามอายุ คือ อายุน้อยกว่า 1 ปี เช่น ข้าวไร่ ข้าวโพด - [น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น](https://www.monmai.com/น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น/) - คือ น้ำมันที่ได้โดยไม่ผ่านความร้อน (cold press coconut oil) ผลิตจากเนื้อมะพร้าวสดเป็นน้ำมันมะพร้าวที่บริสุทธิ์ที่สุด สีใสเหมือนน้ำ มีวิตามินอี และไม่ผ่านขบวนการเติมออกซิเจน (oxidation) และที่สำคัญกรดล อริกใน น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริก อยู่ประมาณ 54.61% กรดนี้มีส่วนที่ทำให้น้ำมันมะพร้าวดีเด่นกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น ๆ เพราะมันมีความสามารถพิเศษคือสร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อเราบริโภคน้ำมันมะพร้าวเข้าไปในร่างกาย กรดลอริกในน้ำมันมะพร้าว จะเปลี่ยนเป็นโมโนกลีเซอไรด์ ที่มีชื่อว่า โมโนลอริน ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่อยู่ในน้ำนมมารดา ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทารกในระยะ 6 เดือนแรกที่ร่างกายยังไม่สร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เด็กระยะแรกเกิด ไม่ค่อยเป็นโรคอะไร ฆ่าเชื้อโรค โมโนลอรินเป็นสารปฏิชีวนะที่ทำลายเชื้อโรคทุกชนิด ที่ดีกว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตชัว และไวรัส รวมทั้งเชื้อที่ก่อให้เกิดหลอดเลือดแข็งตัว การทำน้ำมันมะพร้าว สกัดเย็น 100% ด้วยวิธีการหมัก วิธีทำ นำเนื้อมะพร้าวแก่ 1 ส่วน มะพร้าวต้องแก่ สมบูรณ์ ไม่มีงอก ไม่ใกล้เสีย ไม่มีสิ่งเจือปน ถึงจะสกัดได้น้ำมันมะพร้าว น้ำอุ่น 1 - [วนเกษตรในสวนยางพารา](https://www.monmai.com/วนเกษตรในสวนยางพารา/) - วนเกษตรมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า Agroforestry ซึ่ง Mr.John Bene ชาวแคนนาดาเป็น ผู้บัญญัติไว้ในปี พ.ศ. 2518 โดยอธิบายว่า เป็นระบบการจัดการที่ยั่งยืนต่อที่ดินให้เพิ่มผลผลิตร่วม (เพิ่มศักดิ์และคณะ, 2536) วนเกษตรเป็นคำที่ใช้เรียกรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทั้งในระดับภูมิทัศน์และระดับฟาร์ม ซึ่งช่วยสร้างสมดุลทั้งด้านการผลิต การอนุรักษ์ดินและสิ่งแวดล้อมโดยผสมผสานไม้ยืนต้นรูปแบบต่างๆ ลงในพื้นที่(มณฑล และคณะ, 2547) วนเกษตรในระดับฟาร์มส่วนใหญ่ผู้ปฎิบัติเป็นกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ในภาคใต้ระบบการทำฟาร์มวนเกษตรมีมายาวนานตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน แม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลงแต่ก็ยังพบเห็นได้ ดังเช่น การทำสวน สมรม ซึ่งเป็นการปลูกผสมผสานไม้ยืนต้นพืชยังชีพท้องถิ่นในพื้นที่ของเกษตรกร เช่น สะตอ เหรียง เนียง นาง ละมุด มะปริง มะพร้าว ไผ่ตง ชะมวง เป็นต้น แต่ด้วยสถานการบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงประกอบกับนโยบายพัฒนาประเทศที่มีผลต่อวนเกษตรแบบดั้งเดิม เพราะเกษตรกรบางส่วนต้องใช้พื้นที่ทำการเกษตรเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ประกอบกับยางพาราในปัจจุบันมีราคาสูงมากเมื่อเปรียบเทียบราคาผลผลิตกับพืชชนิดอื่นๆ จึงเป็นสิ่งจูงใจให้เกษตรกรปลูกยางพารามากขึ้น ซึ่งยางพาราเป็นไม้ยืนต้นอายุยืน(20-25ปี) และถือเป็นพืชที่มีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในภาคใต้มาโดยตลอด เพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายชีวภาพไว้ให้เกิดประโยชน์ การเสนอรูปแบบวนเกษตรยางพารา จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาความยากจนแก่เกษตรกรรายย่อยหรือชาวสวนยางขนาดเล็ก ให้มีความยั่งยืนต่อคุณภาพชีวิตทั้งในระดับครัวเรือน และระดับสังคม ซึ่งจะช่วยคลี่คลายปัญหาให้ประเทศชาติด้วยในภาพรวมทั้งทางตรงและทางอ้อม การทำสวนยางพาราเพื่อพึ่งพาตนเองเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ปลูกสร้างสวนยาง - [การตอนกิ่งมะละกอ](https://www.monmai.com/การตอนกิ่งมะละกอ/) - ความเข้าใจเดิมที่ระบุว่ามะละกอต้องขยายพันธ์ด้วยเมล็ด การเสียบยอด และการเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่ปัจจุบันการตอนกิ่งมะละกอได้ผ่านการทดลองโดย คุณคำนึง นวลมณีย์ โรงเรียนบ้านหว้าหลัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 3 จนเป็นผลสำเร็จและมีการขยายผลไปสู่ที่ต่าง ๆ มากมาย การตอนมะละกอสามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว เกษตรกรสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะซึ่งบางพันธุ์มีราคาต่อเมล็ดที่แพง กิ่งมะละกอที่ผ่านการตอนและนำมาปลูกแล้ว ต้นจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ต้นเตี้ยแต่มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยว ให้ผลผลิตเร็วกว่าการเพาะด้วยเมล็ด ใช้พื้นที่น้อยแต่ได้ผลผลิตมาก สามารถสร้างรายได้มากขึ้นในพื้นที่ที่น้อยลง โดยการปลูกมะละกอด้วยเมล็ดจำนวน 20 ไร่ เทียบเท่ากับการปลูกมะละกอด้วยการตอนกิ่งเพียง 1 ไร่เท่านั้น ที่สำคัญการขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งยังช่วยให้สามารถรักษาลักษณะเดิมจากแม่พันธุ์ไว้ได้ ไม่ต้องเสี่ยงเรื่องการกลายพันธุ์เช่นปลูกด้วยเมล็ด เรามาดูวิธีการกันเลยละกันนะ วัสดุในการตอนกิ่ง 1. มีดขนาดเล็ก 2. เชือกหรือยาง 3. ถุงพลาสติกขนาด 3x5 นิ้ว 4. ขลุยมะพร้าว 5. ดินร่วน 6. ลิ่มไม้ (ไม้เนื้อแข้งที่ไม่ยุ่ยง่ายเมื่อโดนความชื้น) หรืออิฐแดงตีให้ได้เท่าขนาดนิ้วก้อย วิธีการทำ 1. ให้คัดเลือกต้นมะละกอแม่พันธุ์ที่เป็นพันธุ์ดี ผลสวยและลูกดก ทำการตอนต้นมะละกอทั้งต้นไปปลูกก่อน (ดีกว่าตัดทิ้งเฉย ๆ ) - [คู่มือปลูกสวนผักคนเมือง](https://www.monmai.com/คู่มือสวนผักคนเมือง/) - พืชผักเมืองไทย ปลูกง่าย โตเร็ว กินอร่อย แม้คนอยู่ตึก มีมุมน้อยนิดบนคอนโด ก็ปลูกผักหญ้ากินเองได้ เป็นแนวคิดที่ไม่ใหม่ เพราะมีผู้ริเริ่มและรณรงค์มานานแล้ว แต่ไฉนคนเมืองอยู่แต่ตึกไม่สนใจสีเขียวที่กินได้ในชีวิตจริง โครงการ สวนผักคนเมือง จึงกำเนิดขึ้นโดยผู้ปรารถนาดี อยากให้คนไทยรู้จักปลูกผักกินเอง ใส่ใจในธรรมชาติ กลับมามองของจริงที่จับต้องได้ นอกจากโครงการที่ว่านี้ยังมีมูลนิธิต่างๆ ได้แก่ เอ็นจีโอ สสส. และกลุ่มคนตัวน้อยที่ชวนคนเมืองมาปลูกผัก สร้างเป็นเครือข่ายวิถีเกษตรคนเมือง นอกจากนี้ คนที่อยู่ตึกแต่อยู่นอกเขตกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด สามารถเข้าร่วมกิจกรรม ฟังอบรมวิธีปลูกผักในเนื้อที่จำกัด จนถึงปลูกข้าวในล้อยางและบ่อซีเมนต์ เขาก็ทำกันมาเห็นผล เป็นเรื่องจริงน่าทึ่งว่า ไม่มีนาข้าวก็ปลูกข้าวกินเองได้ หาตำแหน่งวางกระถาง: ผักส่วนใหญ่ต้องการแดดตลอดทั้งวัน ถ้าไม่มีที่ตั้งซึ่งได้แดดเต็มวันก็หาตำแหน่งให้ได้แดดมากที่สุด อย่างน้อยก็ครึ่งวัน หรือถ้าขยันและมีเวลาก็คอยขยับกระถางตามแดดแทน ถ้าวางบนดาดฟ้า บางวันแดดอาจร้อนเกินไปจนผักขาดน้ำ ต้องช่วยขึงตาข่ายพรางแสงให้ผักบ้าง เตรียมกระถาง : เลือกขนาดกระถางใหญ่พอกับการเติบโตของพืช เช่น ผักกินใบ กระถางควรมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๔ นิ้วขึ้นไป ผักกินผลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๐ นิ้วขึ้นไป หากเป็นภาชนะรูปทรงอื่นๆ ควรมีความลึกของก้นภาชนะตั้งแต่ ๓๐-๕๐ เซนติเมตรจึงจะสามารถปลูกผักได้ทุกชนิด หรือใช้อิฐบล็อกกั้นเป็นคอก - [น้ำมันจมูกข้าวและน้ำมันรำข้าว](https://www.monmai.com/น้ำมันจมูกข้าว/) - น้ำมันรำข้าว คือ น้ำมันพืชที่ผลิตจากน้ำมันรำข้าวดิบ ซึ่งสกัดจากรำข้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี ในกลุ่มโทโคฟีรอลประมาณ 19-40% และกลุ่มโทโคไตรอีนอล 51-81% และโอรีซานอล (Oryzanol) ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า มีกรดไขมันอิ่มตัว 18% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid : MUFA) 45% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fatty Acid : PUFA) 37% น้ำมันรำข้าวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL-C) คุณประโยชน์ที่ได้จาก น้ำมันจมูกข้าวและน้ำมันรำข้าว จากผลการทดลองทางการแพทย์พบว่าการรักษาผู้ป่วย หากจะให้ได้ผลดี ต้องมีการให้อาหารเสริมเป็นโภชนาการบำบัดด้วย จะรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากการรักษาบางอย่างทำให้ร่างกายผู้ป่วยอ่อนแอ ไม่สามารถทนต่อการรักษาได้ อาจเสียชีวิตก่อนการรักษาเป็นผล โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง การผ่าตัดผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคอื่นๆ จำเป็นต้องให้อาหารเสริมที่บำรุงร่างกายผู้ป่วยโดยเร่งด่วนที่สุด เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากการให้ผลดีในการรักษาแล้ว ยังสามารถป้องกันโรคร้ายอื่นๆ และสามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายได้ทั้งระบบอีกด้วย ดังนั้น ผู้ที่สุขภาพร่างกายปกติ การรับประทานน้ำมันจมูกข้าวเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบบริบูรณ์ - [ปลูกมะนาวบนต้นตอมะขวิด มีผลตลอดปี](https://www.monmai.com/มะนาวบนตอมะขวิด/) - มะนาวเป็นพืชที่มีความสำคัญมากชนิดหนึ่งสำหรับคนไทยและเป็นเครื่องปรุงรสที่แทบจะขาดไม่ได้ ทำให้มีความต้องการใช้มะนาวตลอดทั้งปี ในบางฤดูที่ผลผลิตมีน้อยมะนาวจึงมีราคาสูงมาก การผลิตมะนาวนั้นมีผู้ประกอบการหลายคนที่ต้องล้มเลิกการผลิต เนื่องจากมะนาวเป็นพืชตระกูลส้มที่อ่อนแอต่อโรคและจากปัญหาต่าง ๆ ที่พบนั้นน้อยคนนักที่จะพบว่าปัญหานั้นแก้ได้ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถ ในการหาอาหารและน้ำ เพื่อให้มะนาวมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สามารถต้านทานต่อโรคและแมลง รวมถึงการเพิ่มผลผลิตด้วยเกษตรกรส่วนใหญ่จะนำต้นพันธุ์ที่ได้จากการตอนมาปลูก จึงทำให้มะนาวมีระบบรากไม่แข็งแรงการปรับปรุงระบบรากของมะนาวจำเป็นต้องอาศัยรากของพืชอื่นที่มีความสามารถสูงมาทดแทนซึ่งสอดคล้องกับเทคโนโลยีด้านการผลิตในการนำต้นตอพืชพื้นเมืองที่มีอยู่ชนิดหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่ามะขวิด มะขวิดเป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในเขตภาคกลาง เป็นพืชที่มีความต้านทานต่อโรคและแมลงสูงมาก มีความสามารถในการทนแล้งทนต่อน้ำท่วม อายุยืน นอกจากนี้มะขวิดยังเป็นพืชที่สามารถบริโภคได้ไม่มีความเป็นพิษใด ๆ ซึ่งสามารถนำมะขวิดมารวมกับมะนาวได้โดยใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการติดตาต่อกิ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งได้ทดสอบมาเป็นระยะเวลานานกว่า 16 ปี ที่ผ่านมา ได้ทดสอบถึงการปลูก การติดตาต่อกิ่ง การให้ผลผลิต การตอบสนอง การต้านทานโรค ปรากฏว่ามีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่ข้อดีจะมากกว่าข้อเสีย มะขวิดเป็นพืชที่ทนความแห้งแล้ง มีใบเล็กและเป็นพืชตระกูลส้ม สามารถติดตาได้กับส้ม มะนาวหรือมะกรูด ในชนบทมะขวิดจะขึ้นในที่ดอนหรือในที่ลุ่มแม้ไม่รดน้ำ ก็ไม่เหี่ยวไม่เฉา เป็นพืชที่ทนแล้ง มะขวิดมีการเจริญเติบโตแบบยั่งยืนทนร้อน หนาวหรือจะเป็นฝนก็ตามไม่มีอิทธิพลทำให้มะขวิดชะงักการเจริญเติบโต ไม่โค่นไม่ล้ม มะขวิดมีส่วนดีสามารถเข้ากับมะนาวได้ดีและให้ผลผลิตดก พืชที่สามารถอยู่บนต้นตอมะขวิดได้ควรเป็นพืชตระกูลส้ม ทั้งนี้เคยมีการทดลองนำส้มขาวแตงกวาไปเสียบกับต้นตอมะขวิด เจริญเติบโตได้ดีพอสมควรแต่ผลที่ได้จะมีเปลือกหนากลายเป็นส่วนไม่ดี ถือว่าใช้ไม่ได้ นำมาทดสอบกับส้มเขียวหวานจะให้ผลดกมากแต่มีรสเปรี้ยว เป็นสิ่งที่ไม่ดี จากการทดลองพืชหลายชนิดสรุปว่า มะนาวและมะกรูดบนต้นตอมะขวิดจะให้ผลผลิตดีกว่าพืชชนิดอื่น ๆ แต่มีข้อเสียคือการเข้ากันไม่ได้ระหว่างรอยต่อ แต่ไม่ถึงกับทำให้เกิดความเสียหายขนาดต้นมะนาวตาย ส่วนข้อดี คือมะนาวจะมีผลดกมาก มีลูกไม่หยุด - [นาฬิกาชีวิต ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดี](https://www.monmai.com/นาฬิกาชีวิต/) - การแพทย์ตะวันออก ถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียนของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตัน และอวัยวะกลวง อวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ตับ ไต อวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ ระบบความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว) การไหลเวียนของพลังชีวิต(ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี 12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า นาฬิกาชีวิต ตัวอย่าง เช่น การไหลเวียนของเส้นลมปราณปอด จะมีพลังไหลเวียน เริ่มต้นที่ เวลา 03.00 น. และสูงสุดในช่วงประมาณ 04.00 น. จากนั้นจะค่อยๆลดลง และ ออกจากเส้นลมปราณปอดไปยังเส้นลมปราณใหญ่ เวลา 05.00 น. - [นวดฝ่าเท้า ภูมิปัญญาจากสมองและสองมือ](https://www.monmai.com/นวดฝ่าเท้า/) - การนวดฝ่าเท้าเป็นศิลปะที่ชาวจีนและอินเดียใช้วินิจฉัยและรักษาโรคมานามกว่า 3,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยน่าจะเกิดขึ้นมาพร้อมกับการกดจุดฝังเข็ม ต่อมาความรู้นี้ได้แพร่หลายไปทั่วอเมริกา ยุโรป เป็นต้น การนวดเท้าเป็นการนวดที่ส่วนต่าง ๆ ของเท้าเพื่อป้องกันและรักษาโรค การนวดเท้าสามารถนวดได้หลายส่วน เพื่อกระตุ้นอวัยวะต่าง ๆ กัน ได้แก่ การนวดฝ่าเท้า หลังเท้าด้านในและด้านนอก เป็นต้น การนวดฝ่าเท้า คือ การนวด หรือการกระทำที่ฝ่าเท้า เพื่อป้องกัน และรักษาโรคที่เกิดขึ้นในร่างกาย ผลจากการนวดเท้า อันดับแรก ต้องตรวจดูตำแหน่งที่มีปมใต้ผิวหนัง บริเวณเท้า เรียกปมนี้ว่า "Crystalline" หรือ "Gritt" อยู่ใต้ผิวหนังลึกลงไป ถ้าอยู่ตำแหน่งตรงใด ก็จะหมายถึง อวัยวะตามแผนผังบนฝ่าเท้านั้น มีปัญหา ซึ่งปมเหล่านี้ เมื่อกดลงไป จะรู้สึกเจ็บมาก แม้จะกดเบาๆ ก็ตาม การกดเพื่อรักษา ใช้ขอบของนิ้วกดลงไป แล้วหมุนนิ้วตามเข็มนาฬิกา กดลงไปลึกๆ โดยมิทำให้เจ็บ แล้วเน้นจุดที่เจ็บอย่างสั้นๆ แล้วพัก ในการใช้นิ้วกด บางคนใช้กำมือ ให้นิ้วกางยื่นออกมา ใช้ข้อนิ้วกดแทนนิ้วหัวแม่มือ และบางรายใช้ไม้ ทำเป็นแท่งกากะบาด - [การเสริมราก ด้วยต้นเสริมที่มีรากแก้ว](https://www.monmai.com/การเสริมราก/) - ไม้ยืนต้นอายุยืนหลายๆสิบปีที่มีรากแก้วมาแต่กำเนิด (ปลูกโดยเพาะเมล็ด) หรือเสริมรากด้วยต้นเสริมที่มีรากแก้ว (เพาะเมล็ด) ไม้ประเภทนี้เมื่อถูกน้ำท่วมขังค้างนานนับเดือน หรือหลายเดือน มักไม่ตาย ต่างจากไม้ที่ไม่มีรากแก้ว หรือมีแต่รากฝอย (ต้นที่มาจากกิ่งตอน) กรณีต้นที่ขยายพันธุ์มาโดยทาบกิ่ง ต้องพิจารณาด้วยว่า ส่วนตอที่ใช้ทาบนั้นมีรากแก้วหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ตอที่นำมาทาบนั้นมักถูกตัดรากแก้วออกไปแล้วเหลือแต่โคน เนื่องจากรากแก้วยาวเกินถุงใสน่ตอ คนทาบจึงตัดออกเหลือแต่ส่วนตอ ดังนั้น ไม้ที่ขยายพันธุ้โดยตอทาบที่ถูกตัดรากแก้วออกไปแล้วก็ถือว่าไม่มีรากแก้ว ทั้งนี้ ธรรมชาติของต้นไม้นั้น รากแก้วมีรากเดียว เมื่อถูกตัดไปแล้วไม่สามารถสร้างใหม่ได้ น้ำท่วมขังค้างนาน น้ำมักซึมลงไปในเนื้อดินได้ลึกไม่เกิน 1 ม.จากพื้นดินปกติ ธรรมชาติของต้นไม้ รากฝอยซึ่งอยู่ที่ผิวดินลึก 3-12 นิ้ว ทำหน้าที่ดูดสารอาหารและอากาศ ส่วนรากแก้วที่อยู่ลึก 1-5 ม. ทำหน้าที่ยึดลำต้นให้มั่นคง และอาจจะ (เน้นย้ำ....อาจจะ) ดูดสารอาหารและอากาศบ้าง (ถ้ามี) การที่ไม้ใหญ่มีรากแก้ว เมื่อมีน้ำท่วมขังค้าง รากฝอยจะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ เพราะไม่มีอากาศเป็นปัจจัยช่วย สภาวะเช่นนี้รากแก้วก็จะรับหน้าที่ดูดสารอาหารไปเลี้ยงต้นแทน แม้ไม่สมบูรณ์ 100 % แต่ก็พอปะทังชีวิตให้รอดได้ระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะนานจนกระทั่งน้ำแห้งได้ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ไม้ใหญ่ที่มีรากแก้วแล้วถูกน้ำท่วมขังค้างนานไม่ตาย ไม้ใหญ่มีรากแก้วอย่างมะม่วง. ลำไย. เมื่อราดสารพาโคลบิวทาโซล. หรือโปแตสเซียม คลอเรต. - [เทคนิคการทำพืชล้มลุก](https://www.monmai.com/เทคนิคพืชล้มลุก/) - ใครจะคิดว่า ต้นพืชผักที่แก่ แห้งเหี่ยว และทำท่าเหมือนจะตายในแปลงผักหลังบ้านนั้น เมื่อผลิดอก ออกผล ให้ได้เก็บ ให้ได้กิน ให้ได้ใช้ จนอิ่มหน่ำใจแล้ว เราสามารถปลุกชีพขึ้นมาได้ใหม่อย่างไม่ยาก ต้นพืชผักสวนครัวหลังบ้าน เมื่อถึงช่วงหมดอายุ ก็จะโรยราไปตามกาลเวลา แต่พี่เอี่ยม ศรีพนมวรรณ์ ปราชญ์ชาวบ้านแห่งบ้านห้วยยางเหนือ อ.บ้านโป่ง จ.ราชุบรี คิดนำภูมิปัญญาที่เกิดจากการสังเกต และทดลอง มาช่วยยืดชีวิตพืชผักให้อยู่ได้นานขึ้น ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า เทคนิคการทำพืชล้มลุก พี่เอี่ยม ศรีพนมวรรณ์ ปราชญ์ชาวบ้านแห่งบ้านห้วยยางเหนือ จ.ราชบุรี นำภูมิปัญญาที่เกิดจากการสังเกต และทดลอง ยืดชีวิตพืชผักให้อยู่ได้นานขึ้น ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า เทคนิคการทำพืชแบบล้มลุก ต้นมะเขือพวงเลื้อย ต้นพริกเลื้อย เกิดจากความตั้งใจ ช่วยต่ออายุไข เพิ่มลูกหลานได้อีกเท่าตัว เทคนิคการทำพืชแบบล้มลุกของพี่เอี่ยม คือ การทำให้พืชที่ใกล้ตายฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง โดยการโน้มกิ่งต้นที่เริ่มแก่ลง ขูดราก ขูดเปลือกให้เป็นแผล และเอาดินกลบ เมื่อเรากินผลจากต้นพริก มะเขือ ไปจนเริ่มโทรม เราก็โน้มกิ่งลงมา เอาดินกลบ เอาไม้ค้ำไว้ จะขึ้นต้นใหม่ให้เราเพียบ พอต้นใหม่ที่ขึ้นมากินเสร็จก็เริ่มแก่ เราก็โน้มได้อีก เมื่อลูกหลานเขาเกิดขึ้นมาก็จะได้ช่วยกันทำมาหากิน - [การปลูกผักบนต้นกล้วย](https://www.monmai.com/ปลูกผักบนต้นกล้วย/) - ปลูกผักบนต้นกล้วย เป็นการปลูกพืชผักที่น่าสนใจมากเนื่องจากเกือบจะไม่ต้องใช้น้ำเลย และ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เกษตรกรที่มีสวนกล้วยหรือปลูกอยู่แล้ว ได้ใช้ต้นกล้วยที่ตัดแล้วให้เกิดประโยชน์อีกทางหนึ่งด้วยเมื่อกล้วยออกเครือแก่แล้วตัดเครือกล้วยออกไป ส่วนใหญ่เราก็จะตัดต้นกล้วยลงไปด้วยจึงได้มีการศึกษาว่าจะทำอย่างไรถึงจะนำต้นกล้วยที่ตัดเครือออกแล้วมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง ปัจจุบันนี้ได้มีเกษตรส่วนหนึ่งได้ปลูกผักบนต้นกล้วยซึ่งได้ผลผลิตที่ดีมากเช่นเกษตรกรจากเวียดนามขั้นตอนและวิธีการปลูกผักบนต้นกล้วยมี 2 ขั้นตอน ขึ้นตอนที่ 1 การเตรียมหรือการเพาะต้นกล้า เตรียมดินเพาะกล้า โดยใช้ปุ๋ยคอก ผสม ขุยมะพร้าวหรือขี้เลื้อย และหรือเศษวัสดุอื่นๆ แล้วเพาะกล้า ลงแปลงเพาะกล้าไว้เมื่อต้นกล้าผักเจริญเติบโตมีใบประมาณ 3-4 ใบ จึงนำออกมาปลูกบนต้นกล้วยได้ ขั้นที่ 2 สำหรับการปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย สำหรับการปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ซึ่งต้นกล้วยนั้นหลังจากที่ตัดเครือ กล้วยที่แก่แล้วออก จะตัดต้นกล้วยทิ้งซึ่งเป็นการสูญเสียไปเปล่าๆ โดยที่ไม่ได้อะไร ดังนั้น เมื่อตัดเครือกล้วยแล้ว (จะเป็นกล้วยน้ำว้าหรือกล้วยอะไรก็ได้)ก็ให้เจาะรูที่ต้นกล้วยให้รูมีขนาดเท่ากับที่จะนำกล้าลงไปปลูกในต้นกล้วย และทำไม้ที่ตั้งต้นกล้วย ส่วนจำนวนผักที่จะปลูกมากหรือน้อย ไม่สามารถบอกได้ ให้ดูขนาดของต้นกล้วยว่าใหญ่หรือเล็ก และก็ไม่ต้องรดน้ำ ให้ต้นกล้วยแต่อย่างใด หลังจากนั้น ประมาณ 30 วัน (ขึ้นอยู่กับอายุของผักที่ปลูก) ก็เก็บเกี่ยวผักไปกินหรือนำไปขายได้เลย ผักที่นำมาปลูก ได้แก่ ผักสลัด ผักบุ้ง ผักกาดขาว หรือผักอะไรก็ได้ที่ ใช้เวลา ประมาณ 30 - [หมักกล้วยแทนกรดฟอร์มิค สู่วิถีเกษตรอินทรีย์ในสวนยาง](https://www.monmai.com/หมักกล้วยแทนกรดฟอร์มิค/) - กรดฟอร์มิก เป็นสารที่เหมาะสมใช้ในการจับแข็งตัวยางพาราเพราะได้ยางที่มีคุณภาพ ปัจจุบันมีการนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้ในการจับแข็งตัวของยางก้อนถ้วย ในภาคใต้เขาให้จับตัวเองตามธรรมชาติไม่ใช้กรด ดังนั้นการจับตัวของยางพารา กับ น้ำหมักชีวภาพ จึงไม่ใช่ความรู้ใหม่ และสารใดที่มีฤทธิ์เป็นกรดสามารถใช้จับตัวยางพาราได้ วัตถุดิบจากธรรมชาติสามารถนำมาสรรสร้างให้เกิดประโยชน์ได้ เพียงแค่คุณกล้าคิด และเต็มที่กับสิ่งที่ตั้งใจทำผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะได้ตรงตามที่อยากจะให้มันเป็น อย่างเช่นน้ำหมักกล้วยที่กว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ผ่านการลองผิดลองถูกมานักต่อนัก จากนโยบายการส่งเสริมการปลูกยางพารา เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ยางที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น ส่งผลให้ปัจจุบันเกษตรกรหลายพื้นที่ในบ้านเราต่างหันมาปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น ส่วนผลิตผลที่ได้จะมีคุณภาพ เก็บเกี่ยวกำไรได้มากน้อยเพียงใดอยู่ที่ การจัดการ และแนวทางลดต้นทุนการผลิต เหมือนอย่าง ลุงชูชีพ รักควงทอง เกษตรกรบ้านหนอง-กรรเกลา หมู่ 2 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง ที่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนหันมาทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมทั้งได้คิดค้นการใช้ น้ำกล้วยหมัก ทดแทนกรดฟอร์มิค หยอดให้น้ำยางจับตัวเป็นก้อน ลุงชูชีพ เปิดเผยว่า แต่เดิมนั้นมีอาชีพทำสวนทุเรียน หลังเก็บผลผลิตแล้ว จะเอาเคมีใส่ ซึ่งนับวันจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยที่ไม่รู้ว่าต้นพืชเอาไปใช้มากน้อย ไม่กี่ปีเริ่มเกิดความเสียหาย หน้าดินพังแข็งตัว สุดท้ายไม่เพียงแค่ดินเสื่อม แต่มันเป็นเหมือนจุดจบชีวิตชาวไร่ นับวันจะติดลบลงเรื่อยๆเพราะต้องเอาไปลงทุน ต่อมาได้ปรับพื้นที่ทั้งหมด 13 ไร่ มาปลูกยางพารา และจากการที่คลุกคลีกับสารเคมีมาเกือบครึ่งชีวิตทำให้สุขภาพไม่ค่อยดีนัก จึงตั้งหลักทำเกษตรอินทรีย์ ในช่วงได้ขอเข้าอบรมที่ตำบลกระแสบนกับ ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) - [การเสียบยอดมะนาวกับต้นตอด้วยหลอดกาแฟ](https://www.monmai.com/ยอดมะนาวด้วยหลอดกาแฟ/) - การขยายพันธุ์มะนาวด้วยการเสียบยอดพันธุ์ดีบนต้นตอสัมโอหรือมะขวิด เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน มาดูการเสียบยอดมะนาวอย่างง่ายด้วยหลอดกาแฟครับ ง่าย รวดเร็ว แม่นยำ การขยายพันธุ์มะนาวพันธุ์ใหม่ๆ ที่ตลาดมีความต้องการสูง และต้องการผลิตแข่งกับเวลาและโอกาส ถ้าจะใช้วิธีการตอนกิ่ง กว่าต้นแม่พันธุ์จะโต และตอนกิ่งได้จำนวนมากๆ อาจจะไม่ทันกับความต้องการ จึงต้องหาวิธีการอื่นมาใช้ และวิธีการเสียบยอดนับว่าเป็นวิธีที่สามารถจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ซึ่งวิธีการเสียบยอดที่ดีนั้น นอกจากจะทำได้คราวละมากๆแล้ว การเลือกใช้ต้นมะขวิดเป็นต้นตอ ยังจะให้ความแข็งแรง ทนทาน โตเร็ว และสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น อุปกรณ์ กรรไกรตัดกิ่งไม้ มีดบาง ๆ หลอดกาแฟ กิ่งพันธุ์ดี ต้นตอ การเลือกต้นกล้า เลือกต้นกล้ามะขวิดที่ได้จากการเพาะเมล็ด มีอายุประมาณ 7 เดือน มีสภาพต้นแข็งแรง สมบูรณ์ ขาดเท่าหลอดกาแฟ ปลูกอยู่ในถุงดำขนาด 4 X 6 นิ้ว (ควรเปลี่ยนขนาดถุงก่อนนำมาเสียบยอดไม่น้อยกว่า 1 เดือน เพื่อให้ต้นมะขวิดมีรากสมบูรณ์) และเร่งปุ๋ยสูตร 25-7-7 อัตราครึ่งช้อนชา/ต้น ก่อนเสียบยอด 2-3 สัปดาห์ ขั้นตอนเสียบยอดมะนาวกับต้นตอสัมโอ หรือมะขวิดด้วยหลอดกาแฟ กิ่งพันธุุ์ดี - [การเลือกปลูกผักให้เหมาะสมกับฤดูกาล](https://www.monmai.com/ปลูกผักตามฤดูกาล/) - ประเทศไทย เป็น ประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศในแต่ละช่วงเวลาที่แตกต่าง อย่างเห็นได้ชัด ทั้งสามฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และ ฤดูหนาว และมีสภาพ ดิน ฟ้า อากาศที่เหมาะสมในการปลูกพืช ผัก ได้ตลอดทั้งปี โดยพืชบางชนิดเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี และให้ผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น สามารถปลูกผักตระกูลแตง มะเขือ และถั่วได้ตลอดปี และทุกภาคของประเทศ ส่วนผักตระกูลกะหล่ำ(ยกเว้น คะน้า และกวางตุ้ง ซึ่งสามารถปลูกได้ตลอดปี) การปลูกพันธุ์เบา หรือพันธุ์ทนร้อนในฤดูร้อน และฤดูฝน มีการห่อหัวและให้ผลผลิตสูง ส่วนในฤดูหนาวควรเลือกใช้พันธุ์หนัก หรือพันธุ์สำหรับฤดูหนาว ซึ่งโดยทั่วไปมักให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์เบา เนื่องจากพันธุ์หนักมี อายุการเก็บเกี่ยวนานกว่า แผนการปลูกผักที่เหมาะสม ตลอดทั้งปี การจำแนกพันธุ์ผักตามฤดูปลูกนั้น สามารถแยกได้เป็น 2 ประเภท คือ พันธุ์หนัก หรือพันธุ์ทนหนาว คือ พันธุ์ที่ปลูกได้ผลผลิตดีในฤดูหนาว อายุเก็บเกี่ยวนาน และผลผลิตสูง พันธุ์เบา หรือพันธุ์ทนร้อน ทนฝน คือ พันธุ์ที่ปลูกได้ผลผลิตดีในฤดูร้อน และฤดูฝน ## Pages - [สวนยางสมรม](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/สวนยางสมรม/) - สวนยางสมรม เป็นรูปแบบการปรับระบบสวนสมรมมาผสมผสานกับสวนยางพารา ด้วยการปลูกไม้หลากหลายชนิดปะปนในสวนยาง เน้นไม้ผลเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น ไม้ยืนต้น เป็นไม้ชั้นบนระดับสูง ได้แก่ ทุเรียนบ้าน ยางนา สะตอ เหรียง ตะเคียน ยาง เป็นต้น ต้นไม้บางต้นเป็นไม้เดิมที่ไม่ได้ทำการโค่นทิ้งเมื่อเริ่มปลูกยางใหม่ ไม้ยืนต้นและไม้ผล เป็นไม้ชั้นบนระดับกลาง ได้แก่ ยางพารา มังคุด ลางสาด ลางสุก ทุเรียนสวน ไผ่เลี้ยงหวาน ไผ่บงหวาน ไผ่ซางนวล ไผ่หว่ะโซว มะไฟ มะดัน หมาก มะพร้าว ขนุน กล้วย เป็นต้น ไม้ผล พืชผัก สมุนไพร เป็นไม้ชั้นบนระดับล่าง ใช้แสงน้อย ได้แก่ ดาหลา ข่า สละอินโด เหลียง ชะอม อ้อดิบ เตยหอม เป็นต้น และไม้เลื้อย ได้แก่ พริกไทย โดยใช้ต้นทุเรียน สะตอ เหรียง - [สวนไผ่ร่วมยาง](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/สวนไผ่ร่วมยาง/) - สวนไผ่ร่วมยาง การปลูกพืชร่วมยางในระบบสวนยางยั่งยืน เนื่องจากเนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำและรอบๆ​ทำเป็นสวนยางจึงยกร่องสวนให้เป็นที่เก็บน้ำยามแล้ง​และทำทางระบายน้ำที่ท้ายสวนให้ไหลลงไปตามลำธาร​ เมื่อปลูกยางพารา​และ ปลูกกล้วยน้ำว้าปนอยู่ในระหว่างร่องยางพารา ร่องเว้นร่อง เมื่อปลูกยางพารามาได้ 3-4 ปีจึงทำการปลูกไผ่ระหว่างกล้วยและต้นยางพารา ในรูปแบบพืชร่วมยาง เริ่มต้นศึกษาการปลูกไผ่ในสวนยาง กรณีที่ยางมีอายุ 4 ปีขึ้นไป ต้นยางมีพุ่มใบปกคลุมพื้นที่ ปิดบังแสงใต้ต้นแล้ว ทดลองด้วยการปลูกไผ่หลายชนิด ได้แก่ ไผ่อินโดจีน ไผ่กิมซุง (ไผ่ตงลืมแล้ง) ไผ่ปักกิ่ง ซึ่งเป็นเป็นไผ่ที่ลำต้นสูงพอจะแข่งกับต้นยางได้​ ในระยะมีแสงส่องถึงพื้นน้อยลง และยังทดลองนำไผ่ขนาดเล็กมาปลูกด้วยเช่น ไผ่บงหวาน ไผ่ลวก ไผ่หวะโซว่ เป็นต้น – เริ่มต้นทยอยตัดต้นกล้วยออก เพราะมีแสงน้อยไม่ค่อยโต ทดลองปลูกไผ่ ปี 2556 ด้วยไผ่ตงลืมแล้งอินโดจีน ไผ่กิมซุง ปี​ 2557 ลงไผ่ปักกิ่ง ในร่องยาง 6×3 เมตร ไผ่เหล่านี้เป็นไผ่ที่มีขนาดกลาง ลำต้นสูงใกล้เคียงกับต้นยางพารา และนำไผ่ขนาดเล็กมาปลูกด้วยเช่น ไผ่บงหวาน ไผ่หว่ะโซว เป็นต้น – ระยะการเจริญเติบโตในช่วงแรกค่อนข้างช้า เพราะได้รับแสงน้อย ในช่วงปีแรก จำเป็นต้องไว้ลำทั้งหมด บางต้นไม่สามารถแทงลำใหม่แข่งกับต้นยางได้ - [สวนเกษตรผสมผสาน](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/สวนเกษตรผสมผสาน/) - จุดเริ่มต้นของความมั่นคง พออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น โดยการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสานให้เหมาะแก่พื้นที่ สำหรับสวนหม่อนไม้ได้ประยุกต์นำเอาหลักการนี้มาใช้ ด้วยการทำบ่อปลา เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผักพื้นบ้าน ไม้ผล เพื่อไว้ใช้เป็นอาหารสำหรับคนในครอบครัว และแจกจ่ายแก่ญาติพี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย โดยการนำหลักการพึ่งพาอาศัยของพืช และสัตว์ เกษตรผสมผสาน คือ ระบบการเกษตรที่มีการทำกิจกรรมทางการเกษตรอย่างน้อย 2 กิจกรรมขึ้นไป เป็นกิจกรรมที่มีความสอดคล้อง เชื่อมโยง เกื้อกูลและต่อเนื่องกัน จุดเริ่มต้นของความมั่นคง พออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น ต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสานให้เหมาะแก่พื้นที่ สำหรับสวนหม่อนไม้ได้ประยุกต์นำเอาหลักการนี้มาใช้ ด้วยการทำบ่อปลา เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผักพื้นบ้าน ไม้ผล เพื่อไว้ใช้เป็นอาหารสำหรับคนในครอบครัว และแจกจ่ายแก่ญาติพี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย โดยการนำหลักการพึ่งพาอาศัยของพืช และสัตว์ ประกอบด้วย 1. การทำกสิกรรม ทำการปลูกพืชในระดับต่างๆ แบบพึ่งพาอาศัยกัน - พืชบนน้ำ ได้แก่ ผักบุ้ง บัวสาย ผักกระเฉด ฯลฯ - - [สวนสมรม](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/สวนสมรม/) - สวนสมรม เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีตของภาคใต้ ที่ปลูกไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก พืชสมุนไพรในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ทำลายพืชดั้งเดิมที่มีอยู่ ทำให้พืชได้พึ่งพาอาศัยกันเองตามธรรมชาติ จากสวนผลไม้ดั้งเดิมที่พ่อปลูกไว้ให้ มีมังคุด ทุเรียน ลางสุก ลางสาด มะมุด หมาก กล้วย รวมทั้งไม้ดังเดิมในพื้นที่ และเนื่องจากพื้นที่ด้านหนึ่งเป็นลำธารสาธารณะ จึงยังมีไม้พื้นถิ่นอยู่บ้าง เช่น ต้นสาคู ผักกูด และไม้ริมน้ำ เริ่มต้นพัฒนาสู่สวนสมรม ด้วยการปลูกแซมด้วย ไม้ยืนต้น ตะเคียน ยางนา จำปาทอง ไผ่ สะเดา สะเดาเทียม ฯลฯ เสริมด้วยไม้ผล ได้แก่ กล้วย ชมพู่ ขนุน กระท้อน มะพร้าว ผักเหลียง หม่อนกินผล สับประรด ตะลิงปลิง มะยม ชะอม มะนาว ฝรั่ง มะเฟือง ดาหลา ข่า ตะไคร้ ฯลฯ เพิ่มเติมด้วยสมุนไพร - [ป่ายางวนเกษตร](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/ป่ายางวนเกษตร/) - การทำสวนยางพาราเพื่อพึ่งพาตนเอง และเพื่อการพื้นฟูธรรมชาติ และการปลูกยางพาราแบบยั่งยืน จึงจำเป็นต้องฟื้นฟูธรรมชาติภายในระบบนิเวศน์สวนยางนั้นๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลและเหมาะสม โดยมีหลักในการพิจารณาทั่วไป จะต้องเลือกปลูกพืชที่มีความสูงของเรือนยอดต่างๆ อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน โดยแบ่งความสูงออกเป็นระดับ คือ ประเภทต้นสูง เช่น ประดู่ ตะเคียน ยางนา พะยอม ไม้สัก สะตอ เนียง ทุเรียน ไผ่ซางหม่น ไผ่ซางนวลราชินี ไผ่กิมซุง ไผ่บงใหญ่ ฯลฯ ประเภทโตปานกลาง หรือไม้พุ่ม เช่น ผักหวาน ชะมวง เหลียง ไผ่รวก ไผ่บงหวาน กล้วย ฯลฯ ประเภทพืชชั้นล่างที่ทนร่ม เช่น ขิง ข่า ดาหลา อ้อดิบ กระชาย ขมิ้น ชะพูล ผักกูด และเห็ด ฯลฯ สวนหม่อนไม้ ส่วนการทำสวนยางพารารูปแบบป่ายางวนเกษตร วางแผนการปลูกเป็นระยะและช่วงเวลาการเจริญเติบโตของไม้ มีรายละเอียดังนี้ 0. เริ่มต้น(ตุลาคม 2555) ด้วยการโค่นยางพาราที่หมดอายุ - [สวนผสม](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/สวนผสม/) - สวนผสม เป็นสวนที่สร้างขึ้นมาใหม่ จากสวนยางพาราหมดอายุ ปรับเปลี่ยนเป็นสวนผลไม้ มีการจัดวางแผนผังเพื่อรองรับการทำผลไม้อินทรีย์ ตามรูปแบบสวนสมรม มีรายละเอียดดังนี้– รอบสวน จัดระบบการบังลม และป้องกันสารเคมีด้วยการปลูกไม้ยืนต้น เช่น สะเดาเทียม ตะเคียน ยางป่า จำปาทอง เหรียง และไผ่ เช่น ไผ่เลี้ยงหวาน ไผ่บงหวาน ไผ่ลวก ไผ่กิมซุง ไผ่ซางนวล เป็นต้น– ผลไม้ แบ่งออกเป็นระยะให้ผล และร่มเงาบังแสง โดยการจัดระบบปลูกดังนี้ ผลไม้หลัก ได้แก่ ทุเรียน ปลูกในระยะ 9×9 เมตร และเพิ่มเติมไม้ผลอื่นในช่องว่างระหว่างแถว เช่น มะพร้าว ขนุน กระท้อน ส้มโอ ชมพู่ มะดัน มะม่วง มะกอก มะขามป้อม เป็นต้นผลไม้รอง ปลูกผลไม้ที่ให้ผลระยะสั้น เก็บกินได้ทั้งปี ผลไม้ขนาดเล็ก ได้แก่ หม่อนกินผล ฝรั่ง เป็นต้นหลุมพอเพียง ในช่องว่างระหว่างแถว ใช้กล้วยเป็นพี่เลี้ยง - [สวนหม่อนไม้](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/) - สวนหม่อนไม้เป็นการน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมกับภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ และปราชญ์แห่งผืนแผ่นดินไทย มาประยุกต์ สรรสร้างสวนในแนวทางของตนเอง เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมและถ่ายทอดภูมิปัญญาแห่งการพึ่งตนเอง ในการพึ่งตนเองเพื่อไปสู่ทางรอด ตามแนวทางพุทธวิถี โดยการนำหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จ หรืออิทธบาท ๔ มาใช้ ๑. ฉันทะ สร้างความคิดในแนวทางที่ถูกต้อง เรียกอีกนัยหนึ่งว่า การเริ่มต้นต้องเริ่มที่ใจ นั่นคือ ต้องเชื่อมั่นในแนวทางแห่งการพึ่งตนเอง ว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ด้วยการค้นคว้า เรียนรู้ หลักการ ปฏิบัติ ทดลอง ตามหลักเหตุและผล เพื่อให้ได้บทสรุปในแนวทางที่ถูกต้อง ในปัจจุบันเป็นยุคแห่งทุนนิยมเสรี ผู้คนมีเสรีในการคิด ทำ ซึ่งนำรูปแบบการแลกเปลี่ยนด้วยระบบเงินตรามาใช้ในการจัดหาสิ่งจำเป็นในชีวิต ซึ่งเกินไปกว่า อาหาร บ้าน ผ้า และยา โดยถูกปรุงแต่งให้มีปัจจัยที่เกินความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นการตอบสนองความอยากในทางที่ดีและไม่ดี นั่นคือ กิเลส ตันหา อันเป็นความอยากที่ไม่สิ้นสุดนั่นเอง จนสิ่งส่วนเกินเหล่านั้นเป็นค่านิยมทางสังคม ส่งแรงผลักให้ทุกคนต้องดิ้นรนตามกระแส ที่ถูกสร้างและชี้นำว่าต้องมีนั่นมีนี่ จนต้องวิ่งแสวงหาสิ่งเหล่านั้น ด้วยการหาเงิน เพราะเงินคือทุกอย่าง เมื่อถึงที่สุดก็ต้องตกในอำนาจแห่งแนวทางของทุนนิยม ทุนมากกินทุนน้อย ไม่มีทุนไม่มีโอกาส คนรวยจึงรวยยิ่งขึ้น คนจนยิ่งจนลง ในแนวทางแห่งทุนนิยม หากไม่ผสานกับคุณธรรม - [ก่อร่างสร้างสวน](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/ก่อร่างสร้างสวน/) - ความเชื่อของตนเองที่ว่า อาชีพเกษตร คือผู้เอื้ออาทรต่อโลก โดยต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักแห่งธรรม ธรรมชาติ เราสามารถสร้างอาหารเลี้ยงผู้คนบนโลก สร้างแหล่งพักอาศัย ทั้งอากาศ น้ำ ป่า ยารักษาโลกจากสมุนไพร รวมทั้งเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานจากภาคเกษตรกรรมในรูปแบบต่างๆ ความเข้าใจที่เกิดขึ้นในตนเองและหาเส้นทางที่ชัดเจนจากการค้นคว้าทดลอง จนมั่นใจ จึงได้เริ่มลงมือทำ เดินทางสู่ภาคปฏิบัติ วางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง รูปแบบชีวิตที่สามารถกำหนดได้ด้วยตนเอง ต้องประกอบด้วยความตั้งใจอันอยู่บนพื้นฐานแนวทางที่ถูกต้อง ในหลักการของการพึ่งตนเองจึงจำเป็นต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ ตามขั้นตอนที่สร้างขึ้นดังนี้ ช่วงที่ 1 พออยู่ พอกิน พอใช้ (พอร่มเย็น) พออยู่ เริ่มต้นด้วยการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม จึงหาพื้นที่ที่เหมาะแก่การสร้างบ้าน ซึ่งกำหนดให้เป็น บ้านดิน ออกแบบบ้านตามการใช้สอยเป็นหลัก ในเอกลักษณ์ความเป็นบ้านแบบไทยประยุกต์ สอดคล้องกับภูมิอากาศ ภูมิประเทศ พอกิน อาหารพื้นฐานที่ต้องมี ข้าว ปลา อาหาร เริ่มต้นด้วยการปลูกต้นไม้ในรูปแบบหลุมพอเพียง ในพื้นที่ที่โล่งเตียน สร้างบ่อน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำ และปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ เป็นขั้นตอน พอใช้ สร้างปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ เสื้อผ้า ยา ของใช้ เครื่องมือเครื่องใช้ - [เกี่ยวกับเว็บ](https://www.monmai.com/เกี่ยวกับเว็บ/) - เกี่ยวกับเว็บไซต์ monmai.com ปัจจุบันแนวทางการดำเนินชีวิตแบบพึ่งพาตนเองแบบพอเพียง โดยใช้หลักการ ศาสตร์ และการปฏิบัติ เริ่มมีปรากฏเพิ่มมากขึ้น แต่ยังคนส่วนใหญ่จะทำตามความเข้าใจของตน อีกทั้งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่มีข้อมูลกระจายตัวไปตามแหล่งข้อมูล และเว็บต่างๆ จำนวนมาก เราได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากเว็บ ผู้รู้ การฝึกอบรม ดูงาน สัมนาทางวิชาการ และการทดลองปฏิบัติจริง เพื่อเป็นแหล่งข้อมูล องค์ความรู้ สู่การพึ่งพาตนเอง เว็บไซต์ monmai.com เป็นเว็บรวบรวม ความรู้ หลักทฤษฎี การปฏิบัติ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางเริ่มต้นสำหรับ ผู้จะก้าวเดินสู่ชีวิตวิถีพอเพียง โดยมีการรวบรวมข้อมูลในหมวดหมู่ต่างๆ ดังนี้ ก้าวเดินสู่วิถีพึ่งตน การเรียนรู้สู้พื้นฐานในการดำรงชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติ ไม่ใช่การมุ่งเอาชนะธรรมชาติ และกลับมาสู่รากเหง้าของชีวิตจะพบว่า เมื่อเริ่มต้นจากความพอเพียง โดยสร้างปัจจัยพื้นฐานความจำเป็นของชีวิต อาหาร บ้าน ผ้า และยา อาหาร ปลูกพืชทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกเองกินเอง ปลอดภัยต่อสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เริ่มจากการปลูกพืชสวนครัว ขิง ข่า ตะไคร้ พริก มะกรูด มะนาว ฯลฯ - [นับถอยหลังสู่วิถีเกษตร](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/นับถอยหลังสู่วิถีเกษตร/) - จากรากเหง้าแห่งบรรพบุรุษที่ดำรงชีพด้วยการเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงโลก เติบโต บ่มเพาะ ชีวิตที่ได้เรียนรู้และรับรู้ความทุกข์ยากของเกษตรกรที่ถูกความไม่รู้ และผลประโยชน์บังตา ให้มองเห็นคุณค่าของตนเองน้อยลงไป ด้วยคำยกยอให้เป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงชาวโลก แลกกับเงินตราเพื่อมาแปลเปลี่ยนเป็นสิ่งของต่างๆ อันเป็นเครื่องดำรงชีวิต ทั้งจำเป็นและไม่จำเป็น สนับสนุนด้วยวิธีการทำการเกษตรแผนใหม่ พืชเชิงเดี่ยว ใช้สารเคมี เครื่องจักร ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่เป็นต้นทุนราคาแพง จนในที่สุดยิ่งทำ ยิ่งได้เงินมาก แต่กลับมีหนี้สินล้นพ้นตัว และแลกมากับการทำลายสรรพชีวิต เพียงเพื่อให้ได้ผลผลิตมากๆ ตามคนอื่นๆ ในแบบเศรษฐกิจตาโต จากเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงโลก พึ่งพาอาศัยสรรพสิ่งรอบดัว ดิน น้ำ อากาศ จุลชีพ สัตว์ แมลง และค่อยเป็นค่อยไป มาเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงชาวโลก (เฉพาะชาวโลก) ทำเพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด ทำลายสภาพแวดล้อม ชีวิตสัตว์ แมลง พืช และสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ต้องการ แม้กระทั่งชีวิตของตนเองแบบไม่รู้ตัว ด้วยการใช้สารเคมี สารพิษต่าง ๆ ทำลายล้าง ผมได้แต่เฝ้าดูชีวิตชาวเกษตรกร จากคนใกล้ชิดที่สุดคือ คุณพ่อคุณแม่ ที่ทำไร่อ้อย ด้วยการใช้สารเคมีในทุกกระบวนการผลิต ฉีดยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง ใส่ปุ๋ย อาหารบำรุงพืช บำรุงดิน ตามสูตรที่ทางราชการ - [สั่งสมภูมิปัญญาแผ่นดิน](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/สั่งสมภูมิปัญญาแผ่นดิน/) - นับจากการตัดสินใจอย่างแน่นอนแล้ว ความเชื่อมั่นอันประกอบไปด้วยความอยากทำคงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง เส้นทางนี้มีหลายคนฝันอยากเดิน แต่จะต้องสะดุดล้มลงไปด้วยอาวุธทางปัญญาไม่พอ ดังนั้นเมื่อจะเริ่มก้าวเดินจำเป็นต้องสร้างแนวทางของตนเอง อันมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. เรียนรู้จากผู้รู้และปราชญ์ "คนที่เรียนรู้จากผู้อื่นเป็นคนฉลาด ส่วนคนที่เรียนรู้ด้วยตนเองเป็นคนเก่ง" จากคำกล่าวนี้ ด้วยตนเองที่มีภาระอยู่ ยังไม่พร้อมจะรับความเสี่ยงที่จะเริ่มต้นด้วยตนเองทั้งหมด จึงเริ่มต้นจากการเรียนรู้จากคนอื่น ครั้งเมื่อย้อนไปสมัยศึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้ตระเวนเปิดโลกการเรียนรู้ของตนเองด้วยการทำกิจกรรมในชมรมพัฒนาชนบท แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งเรียนรู้ ต่อสู้ จนสรุปเป็นบทเรียนของตนเองอันนำมาสู่คำตอบที่ต้องการของชีวิต ครั้งนั้นได้ออกค่าย ทำกรณีศึกษา ลงพื้นที่ และมีโอกาสได้พบปราชญ์ชาวบ้านหลายท่าน ได้แก่ พ่อผาย สร้อยสระกลาง พ่อผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ท่านเหล่านั้นได้เปิดความคิดในการพึ่งตนเองด้วยภูมิปัญญาของท่าน อันนำมาซึ่งความเป็นอิสระ ความเป็นไท จนกระทั่งถึงปัจจุบัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาให้อย่างชัดเจน จึงได้เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้จากผู้รู้ ตามกำลังที่ตนเองทำได้ โดยมีกรอบคิดเบื้องต้นดังนี้ หลักคิดที่ถูกต้องและดีงาม เรียนรู้จากการเข้าร่วมฟังผู้รู้ ปราชญ์ นักวิชาการที่ปฏิบัติจริง ด้วยวิธีฟังจากสื่อ Youtube, ข้อมูลทางเว็บไซต์ต่างๆ นำมาสรุปเป็นพื้นฐาน และสร้างแนวคิดของตนเองที่แข็งแรงและมั่นคง เรียนรู้หลักการดำเนินการ การปฏิบัติ ของผู้รู้และปราชญ์ ที่ได้ใช้ชีวิตของตนเองเป็นบทเรียน และนำมาถ่ายทอดสิ่งถูกที่ควรทำ และสิ่งผิดที่ไม่ควรทำตาม มีทั้งวธีการแบบง่าย - [ปฐมบทสู่วิถีเกษตร](https://www.monmai.com/สวนหม่อนไม้/ปฐมบทสู่วิถีเกษตร/) - ปฐมบทสู่การพึ่งตนเองด้วยวิถีพอเพียง สวนหม่อนไม้ เป็นเจตจำนงค์ที่มุ่งมั่นที่จะน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามเส้นทางแห่งธรรม(ชาติ)วิถี ด้วยหลักแห่งธรรมะแห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ปรับใช้ตามความเข้าใจของปัญญาแห่งตน ปฐมบท ด้วยการเกิดเป็นหลานชาวนา เป็นลูกชาวไร่ (และยังเป็นเขยชาวสวน) ชีวิตที่ถูกกระแสแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมพัดพา ตามกระบวนการศึกษาในกรอบจนผ่านมาถึงระดับปริญญา นำมาสู่เส้นทางแรงงานชั้นดีในเมือง ตอบสนองภาคธุรกิจทุนนิยมอย่างไม่ลืมหูลืมตา หวังเพื่อสร้างฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวให้มั่นคงแข็งแรง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาในใจยังหาทางไขว่คว้าแนวทางแห่งตนเองเสมอ เส้นทางชีวิตของว่าที่เกษตรกรอย่างผม ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเป็นเด็กบ้านนอก ที่มีปูย่าตายายเป็นชาวนาแห่งเมืองสุพรรณ พ่อแม่หันมาทำอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อยในต่างอำเภอ เพราะเหตุความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ที่ทางรัฐกำหนด ผมจึงเป็นลูกเกษตรกรเต็มขั้น ใช้ชีวิตในวัยเยาว์ด้วย การรับจ้างทำไร่อ้อย จากการทำด้วยสองมือกับจอบด้วยการ ขุด ถาก ถาง กลบ เรียนรู้ กินนอน อยู่ในดงอ้อย ความยากจนผลักดันให้ต้องมุ่งมั่นต่อสู้ชีวิต ด้วยการปลูกฝังของพ่อที่ว่า " พ่อไม่มีเงินทองจะกองให้ จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ เพื่อยึดถือเอาไว้ใช้เลี้ยงกาย พ่อกับแม่มีแต่จะแก่เฒ่า จะเลี้ยงเจ้าเรื่อยไปนั้นอย่าหมาย ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย เจ้าสบายแม่กับพ่อก็ชื่นใจ" ดังนั้นเส้นทางที่จะนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นคือการศึกษา จากระดับประถมศึกษา สู่โรงเรียนมัธยมศึกษาด้วยนักเรียนทุน ทำงานช่วงวันหยุดเก็บเงินเป็นเวลากว่า 3 ปี เพื่อเป็นทุนสู่มหาวิทยาลัย และทำตามความมุ่งหวังจนสำเร็จได้เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย(ที่มีชื่อว่าศาสตร์ของชาวนาชาวไร่) อาจจะไม่ได้คณะและสายวิชาที่ตั้งใจสูงสุดแต่ด้วยกำลังและปัญญาที่มีก็ถือดีที่สุดแล้ว การพึ่งตนเองที่ถูกสั่งสมมาตั้งแต่ยังเด็ก ครั้นศึกษาในระดับอุดมศึกษา การพึ่งตนเองยังเป็นอาวุธสำคัญที่มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ## Categories - [ตามรอยปราชญ์](https://www.monmai.com/หมวด/ตามรอยปราชญ์/) - ตามรอยปราชญ์ - [เรียนรู้](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/) - เรียนรู้ - [เกษตรพึ่งตน](https://www.monmai.com/หมวด/เกษตรพึ่งตน/) - [พอเพียง](https://www.monmai.com/หมวด/พอเพียง/) - พอเพียง - [ศาสตร์พระราชา](https://www.monmai.com/หมวด/พอเพียง/ศาสตร์พระราชา/) - [ภูมิปัญญา](https://www.monmai.com/หมวด/พอเพียง/ภูมิปัญญา/) - [ดิน](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ดิน/) - [น้ำ](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/น้ำ/) - [ป่า](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/) - [คนและชุมชน](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/คนและชุมชน/) - [สัตว์](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/สัตว์/) - [จุลินทรีย์](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/จุลินทรีย์/) - [ของใช้ในชีวิตประจำวัน](https://www.monmai.com/หมวด/วิชาพึ่งตน/ของใช้ในชีวิตประจำวัน/) - [พลังงาน](https://www.monmai.com/หมวด/วิชาพึ่งตน/พลังงาน/) - [นวัตกรรมพึ่งตน](https://www.monmai.com/หมวด/เกษตรพึ่งตน/นวัตกรรมพึ่งตน/) - นวัตกรรมพึ่งตน - [ปราชญ์ของแผ่นดิน](https://www.monmai.com/หมวด/ตามรอยปราชญ์/ปราชญ์ของแผ่นดิน/) - [แหล่งเรียนรู้](https://www.monmai.com/หมวด/ตามรอยปราชญ์/แหล่งเรียนรู้/) - [เทคโนโลยี](https://www.monmai.com/หมวด/วิชาพึ่งตน/เทคโนโลยี/) - [สมุนไพร](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/สมุนไพร/) - [ไม้ยืนต้น](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/ไม้ยืนต้น/) - [ไม้พุ่มเตี้ย](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/ไม้พุ่มเตี้ย/) - [ไม้ผล](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/ไม้ผล/) - [นา](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/นา/) - [ไม้ใต้ดิน](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/ไม้ใต้ดิน/) - [พืชผัก](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/พืชผัก/) - [วิชาพึ่งตน](https://www.monmai.com/หมวด/วิชาพึ่งตน/) - วิชาพึ่งตน - [เห็ด](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/เห็ด/) - [ที่อยู่อาศัย](https://www.monmai.com/หมวด/วิชาพึ่งตน/ที่อยู่อาศัย/) - ที่อยู่อาศัย - [อาหารเพื่อสุขภาพ](https://www.monmai.com/หมวด/วิชาพึ่งตน/อาหารเพื่อสุขภาพ/) - [ไม้น้ำ](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/ไม้น้ำ/) - [ไม้เลื้อย](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/ไม้เลื้อย/) - [เครื่องมือเกษตร](https://www.monmai.com/หมวด/วิชาพึ่งตน/เครื่องมือเกษตร/) - [ไม้ดอกไม้ประดับ](https://www.monmai.com/หมวด/เรียนรู้/ป่า/ไม้ดอกไม้ประดับ/) - [เกษตรยั่งยืน](https://www.monmai.com/หมวด/เกษตรพึ่งตน/เกษตรยั่งยืน/) - เกษตรยั่งยืน - [วิชาเกษตรพึ่งตน](https://www.monmai.com/หมวด/วิชาพึ่งตน/วิชาเกษตรพึ่งตน/) - [สุขภาพพึ่งตน](https://www.monmai.com/หมวด/วิชาพึ่งตน/สุขภาพพึ่งตน/) - สุขภาพพึ่งตน - [news](https://www.monmai.com/หมวด/news/) ## Tags - [เศรษฐกิจพอเพียง](https://www.monmai.com/คำค้น/เศรษฐกิจพอเพียง/) - [ทฤษฎีใหม่](https://www.monmai.com/คำค้น/ทฤษฎีใหม่/) - [ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง](https://www.monmai.com/คำค้น/ป่า-3-อย่าง-ประโยชน์-4-อย่าง/) - [ฝายชะลอน้ำ](https://www.monmai.com/คำค้น/ฝายชะลอน้ำ/) - [หญ้าแฝก](https://www.monmai.com/คำค้น/หญ้าแฝก/) - [แกล้งดิน](https://www.monmai.com/คำค้น/แกล้งดิน/) - [เกษตรประณีต](https://www.monmai.com/คำค้น/เกษตรประณีต/) - [เกษตรผสมผสาน](https://www.monmai.com/คำค้น/เกษตรผสมผสาน/) - [ไร่นาสวนผสม](https://www.monmai.com/คำค้น/ไร่นาสวนผสม/) - [สวนผักคนเมือง](https://www.monmai.com/คำค้น/สวนผักคนเมือง/) - [ห่มดิน](https://www.monmai.com/คำค้น/ห่มดิน/) - [แก้มลิง](https://www.monmai.com/คำค้น/แก้มลิง/) - [กังหันน้ำชัยพัฒนา](https://www.monmai.com/คำค้น/กังหันน้ำชัยพัฒนา/) - [ไบโอดีเซล](https://www.monmai.com/คำค้น/ไบโอดีเซล/) - [บ้านๆ](https://www.monmai.com/คำค้น/บ้านๆ/) - [พลังงานทดแทน](https://www.monmai.com/คำค้น/พลังงานทดแทน/) - [โครงการฝนหลวง](https://www.monmai.com/คำค้น/โครงการฝนหลวง/) - [บ้านดิน](https://www.monmai.com/คำค้น/บ้านดิน/) - [ธนาคารต้นไม้](https://www.monmai.com/คำค้น/ธนาคารต้นไม้/) - [เตาเผาถ่าน 200 ลิตร](https://www.monmai.com/คำค้น/เตาเผาถ่าน-200-ลิตร/) - [เตาชีวมวล](https://www.monmai.com/คำค้น/เตาชีวมวล/) - [นาข้าวอินทรีย์](https://www.monmai.com/คำค้น/นาข้าวอินทรีย์/) - [ปุ๋ยคอก](https://www.monmai.com/คำค้น/ปุ๋ยคอก/) - [ปุ๋ยหมัก](https://www.monmai.com/คำค้น/ปุ๋ยหมัก/) - [ปุ๋ยพืชสด](https://www.monmai.com/คำค้น/ปุ๋ยพืชสด/) - [น้ำส้มควันไม้](https://www.monmai.com/คำค้น/น้ำส้มควันไม้/) - [อีเอ็ม](https://www.monmai.com/คำค้น/อีเอ็ม/) - [อาจารย์ยักษ์](https://www.monmai.com/คำค้น/อาจารย์ยักษ์/) - [เพาะถั่วงอกในวงบ่อซีเมนต์](https://www.monmai.com/คำค้น/เพาะถั่วงอกในวงบ่อซีเม/) - [จักรยานสูบน้ำ](https://www.monmai.com/คำค้น/จักรยานสูบน้ำ/) - [จุลินทรีย์บอล](https://www.monmai.com/คำค้น/จุลินทรีย์บอล/) - [คุณครูชาวนา](https://www.monmai.com/คำค้น/คุณครูชาวนา/) - [ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ](https://www.monmai.com/คำค้น/ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ/) - [มูลนิธิข้าวขวัญ](https://www.monmai.com/คำค้น/มูลนิธิข้าวขวัญ/) - [ตะบันน้ำ](https://www.monmai.com/คำค้น/ตะบันน้ำ/) - [หลอดไฟ](https://www.monmai.com/คำค้น/หลอดไฟ/) - [ปุ๋ยหมักชีวภาพ](https://www.monmai.com/คำค้น/ปุ๋ยหมักชีวภาพ/) - [แกลบดำ](https://www.monmai.com/คำค้น/แกลบดำ/) - [ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ](https://www.monmai.com/คำค้น/ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ/) - [หมูหลุม](https://www.monmai.com/คำค้น/หมูหลุม/) - [กระถางยางรถยนต์](https://www.monmai.com/คำค้น/กระถางยางรถยนต์/) - [ปราชญ์](https://www.monmai.com/คำค้น/ปราชญ์/) - [วนเกษตร](https://www.monmai.com/คำค้น/วนเกษตร/) - [นาโยน](https://www.monmai.com/คำค้น/นาโยน/) - [ข้าว](https://www.monmai.com/คำค้น/ข้าว/) - [น้ำหมักชีวภาพ](https://www.monmai.com/คำค้น/น้ำหมักชีวภาพ/) - [สุขภาพ](https://www.monmai.com/คำค้น/สุขภาพ/) - [มะนาว](https://www.monmai.com/คำค้น/มะนาว/) - [รำกระบอง](https://www.monmai.com/คำค้น/รำกระบอง/) - [เกษตรธาตุ 4](https://www.monmai.com/คำค้น/เกษตรธาตุ-4/) - [ระพี สาคริก](https://www.monmai.com/คำค้น/ระพี-สาคริก/) - [นาในน้ำ](https://www.monmai.com/คำค้น/นาในน้ำ/) - [น้ำส้มสายชู](https://www.monmai.com/คำค้น/น้ำส้มสายชู/) - [แอร์แว](https://www.monmai.com/คำค้น/แอร์แว/) - [มหาชีวาลัย](https://www.monmai.com/คำค้น/มหาชีวาลัย/) - [ผึ้ง](https://www.monmai.com/คำค้น/ผึ้ง/) - [หมอเขียว](https://www.monmai.com/คำค้น/หมอเขียว/) - [แพทย์วิถีธรรม](https://www.monmai.com/คำค้น/แพทย์วิถีธรรม/) - [เกษตรอินทรีย์](https://www.monmai.com/คำค้น/เกษตรอินทรีย์/) - [ลดโลกร้อน](https://www.monmai.com/คำค้น/ลดโลกร้อน/) - [เมล็ดพันธุ์](https://www.monmai.com/คำค้น/เมล็ดพันธุ์/) - [เทคโนโลยีชาวบ้าน](https://www.monmai.com/คำค้น/เทคโนโลยีชาวบ้าน/) - [ป่ายาง](https://www.monmai.com/คำค้น/ป่ายาง/) - [น้ำมัน](https://www.monmai.com/คำค้น/น้ำมัน/) - [ถังดักไขมัน](https://www.monmai.com/คำค้น/ถังดักไขมัน/) - [โยคะ](https://www.monmai.com/คำค้น/โยคะ/) - [กดจุดลมปราณ](https://www.monmai.com/คำค้น/กดจุดลมปราณ/) - [สุขภาพพึ่งตน](https://www.monmai.com/คำค้น/สุขภาพพึ่งตน/) - [ชุมชน](https://www.monmai.com/คำค้น/ชุมชน/) - [สัจจะสะสมทรัพย์](https://www.monmai.com/คำค้น/สัจจะสะสมทรัพย์/) - [ผักพื้นบ้าน](https://www.monmai.com/คำค้น/ผักพื้นบ้าน/) - [เพาะเห็ด](https://www.monmai.com/คำค้น/เพาะเห็ด/) - [พึ่งตนเอง](https://www.monmai.com/คำค้น/พึ่งตนเอง/) - [ไผ่](https://www.monmai.com/คำค้น/ไผ่/) - [เกษตรกรรมยั่งยืน](https://www.monmai.com/คำค้น/เกษตรกรรมยั่งยืน/) - [ทำเองได้](https://www.monmai.com/คำค้น/ทำเองได้/) - [บำบัดน้ำเสีย](https://www.monmai.com/คำค้น/บำบัดน้ำเสีย/) - [แปรรูปอาหาร](https://www.monmai.com/คำค้น/แปรรูปอาหาร/) - [ถนอมอาหาร](https://www.monmai.com/คำค้น/ถนอมอาหาร/) - [ผลไม้](https://www.monmai.com/คำค้น/ผลไม้/) - [อาหารสัตว์](https://www.monmai.com/คำค้น/อาหารสัตว์/) - [นวด](https://www.monmai.com/คำค้น/นวด/) - [จักสาน](https://www.monmai.com/คำค้น/จักสาน/) - [สัตว์น้ำ](https://www.monmai.com/คำค้น/สัตว์น้ำ/) - [นวัตกรรม](https://www.monmai.com/คำค้น/นวัตกรรม/) - [ศูนย์เรียนรู้](https://www.monmai.com/คำค้น/ศูนย์เรียนรู้/) - [ไม้ดอก](https://www.monmai.com/คำค้น/ไม้ดอก/) - [การขยายพันธุ์](https://www.monmai.com/คำค้น/การขยายพันธุ์/) - [ปศุสัตว์](https://www.monmai.com/คำค้น/ปศุสัตว์/) - [เตาเผาถ่าน](https://www.monmai.com/คำค้น/เตาเผาถ่าน/) - [เลี้ยงสัตว์](https://www.monmai.com/คำค้น/เลี้ยงสัตว์/) - [พืชไร่](https://www.monmai.com/คำค้น/พืชไร่/) - [ผ้า](https://www.monmai.com/คำค้น/ผ้า/) - [ออมทรัพย์](https://www.monmai.com/คำค้น/ออมทรัพย์/) - [จัดการองค์ความรู้](https://www.monmai.com/คำค้น/จัดการองค์ความรู้/) - [ว่าน](https://www.monmai.com/คำค้น/ว่าน/) - [ป่าชายเลน](https://www.monmai.com/คำค้น/ป่าชายเลน/) - [ไม้ประดับ](https://www.monmai.com/คำค้น/ไม้ประดับ/) - [เครื่องมือ](https://www.monmai.com/คำค้น/เครื่องมือ/) - [พืช](https://www.monmai.com/คำค้น/พืช/) - [ประมง](https://www.monmai.com/คำค้น/ประมง/) - [หญ้า](https://www.monmai.com/คำค้น/หญ้า/) - [ภูมิปัญญา](https://www.monmai.com/คำค้น/ภูมิปัญญา/) - [จุลินทรีย์](https://www.monmai.com/คำค้น/จุลินทรีย์/) - [พอกิน](https://www.monmai.com/คำค้น/พอกิน/) - [พอใช้](https://www.monmai.com/คำค้น/พอใช้/) - [สมุนไพร](https://www.monmai.com/คำค้น/สมุนไพร/) - [อินทรีย์วัตถุ](https://www.monmai.com/คำค้น/อินทรีย์วัตถุ/) - [ระบบน้ำ](https://www.monmai.com/คำค้น/ระบบน้ำ/) - [ผักสลัด](https://www.monmai.com/คำค้น/ผักสลัด/) - [ศัตรูพืช](https://www.monmai.com/คำค้น/ศัตรูพืช/) - [สัตว์ปีก](https://www.monmai.com/คำค้น/สัตว์ปีก/) - [ไม้หัว](https://www.monmai.com/คำค้น/ไม้หัว/) - [บรรจุภัณฑ์](https://www.monmai.com/คำค้น/บรรจุภัณฑ์/) - [โรคพืช](https://www.monmai.com/คำค้น/โรคพืช/) - [เทคโนโลยี](https://www.monmai.com/คำค้น/เทคโนโลยี/) - [จัดการน้ำ](https://www.monmai.com/คำค้น/จัดการน้ำ/) - [พลังงานยั่งยืน](https://www.monmai.com/คำค้น/พลังงานยั่งยืน/) - [ดินดี](https://www.monmai.com/คำค้น/ดินดี/) - [ไม้เลื้อย](https://www.monmai.com/คำค้น/ไม้เลื้อย/) - [เครื่องใช้](https://www.monmai.com/คำค้น/เครื่องใช้/) - [แมลง](https://www.monmai.com/คำค้น/แมลง/) - [ระบบนิเวศ](https://www.monmai.com/คำค้น/ระบบนิเวศ/) - [ของใช้](https://www.monmai.com/คำค้น/ของใช้/) - [ชานะคอน](https://www.monmai.com/คำค้น/ชานะคอน/) - [เตาอบ](https://www.monmai.com/คำค้น/เตาอบ/) - [ตู้อบ](https://www.monmai.com/คำค้น/ตู้อบ/) - [สวนยางยั่งยืน](https://www.monmai.com/คำค้น/สวนยางยั่งยืน/)