บุนนาค ดอกสีขาวนวลกลิ่นหอมแรง

10 มิถุนายน 2558 ไม้ยืนต้น 0

บุนนาค ต้นไม้ยืนต้นพื้นถิ่นเป็นที่คนไทยรู้จักมักคุ้นมาเป็นเวลานาน ลำต้นขนาดกลาง มีความสูง 12-25 เมตร เมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มวัยจะออกดอกให้ชม 2 ถึง 3 ปี ครั้ง ในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม ดอกสีขาวหรือสีนวล กลิ่นหอมแรง
บุนนาคเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดพิจิตร และมหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ ดอกบุนนาค เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าคุณทหาร เนื่องด้วยท่านกำเนิดในสกุลบุนนาค ท่านเจ้าคุณทหาร หรือ ท่านเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) เจ้าพระยาที่สมุหกลาโหมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mesua ferrea L.
ชื่อสามัญ : Iron wood, Indian rose chestnut
วงศ์ : GUTTIFERAE
ชื่ออื่น : ก๊าก่อ ก้ำก่อ นาคบุตร ปะนาคอ สารภีดอย

ลักษณะทั่วไป
บุนนาค ไม้ยืนต้น อายุยืนอยูได้หลายสิบปี ไม่ผลัดใบ โตช้า(ไม่ต้องลำบากใจหรือนึกเสียดายเวลาที่ต้องตัดแต่งกิ่ง) สูงได้มากกว่า 12เมตร. ทรงพุ่มเป็นรูป กรวยคว่ำ ปลายยอดแหลม โคนต้นจะแผ่บานออก เป็นไม้ที่ชอบแดดจัดๆ กลางแจ้ง หรือแดดจัดครึ่งวัน ชอบดินพอชื้นๆ แต่ไม่ชอบน้ำมาก เพราะรากจะหายใจไม่ออก รากก็จะเริ่มเน่าและตายในที่สุด

  • ใบและดอก : ออกใบเป็นใบเดียว สีเขียวเข้ม ใบหนา ไม่โปร่งแสง รูปใบเรียวยาว ท้องใบหรือใต้ใบจะเป็นสีนวลอมเทา เป็นมัน บางคนบอกว่าคล้ายๆ ใบของต้นมะปราง ใบอ่อนจะออกสีแดงอ่อนๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม
  • ดอก มีทั้งออกดอกเป็นดอกเดี่ยวและออกเป็นกระจุกๆ ละประมาณ 2-3 ดอก ออกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาวหรือออกนวลๆ แต่ถ้าไปเจอดอกที่มีสีอื่นปนมาด้วยก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า อาจจะไม่ใช่บุนนาค ดอกของบุนนาคจะมีความคล้ายกับดอกสารภี แต่เราสามารถแยกแยะได้ว่าดอกไหนเป็นดอกบุนนาค ดอกไหนเป็นดอกสารภี ผู้รู้แนะนำมาว่า ให้ดูว่า ถ้าดอกมี 5 กลีบ คือบุนนาค แต่ถ้าดอกมีแค่ 4 กลีบ นั่นคือสารภี

boonnakdok boonnakkan  boonnakyod

ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทั้งวัน คนจึงนิยมปลูกไว้ใกล้บ้าน และที่กลางดอกจะมีเกสรตัวผู้สีเหลืองเป็นฝอยๆ สีเหลือง หลังจากที่ดอกร่วงแล้วก็จะกลายเป็นผล ช่วงที่เราจะได้เห็นดอกและสูดกลิ่นหอมๆ ของดอกบุนนาค จะได้เห็นกันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมของทุกปี

การนำไปใช้งาน : เนื่องจากเป็นไม้มีทรงพุ่ม ต้นใหญ่ เวลาปลูกถ้าปลูกมากกว่า 1 ต้นก็ควรกะระยะห่างระหว่างต้น หรือทรงพุ่มของแต่ละคนพอสมควร นอกจากนำไปตกแต่งสวนแล้ว ส่วนอื่นๆ ของต้นบุนนาค เช่นดอก และเปลือก ยังนำมาสกัดเอาน้ำมันเอาไปทำน้ำอบ น้ำหอม แต่งกลิ่นสบู่อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยให้กับนก สัตว์ แมลงอื่นๆ ทำให้ระบบนิเวศวิทยา ในบริเวณนั้นดีขึ้น

ประโยชน์ของบุนนาค ราก แก้ลมในลำไส้ กระพี้ ขับเสมหะในคอ ไม้เหนียวแข็ง ทนทาน ใช้ทำหมอนรองรถไฟ ก่อสร้าง ต่อเรือ ทำพานท้ายและรางปืน และด้ามร่ม ใบ พอกแผลสด ดอก ใช้ผสมสี เพื่อให้สีติดทนนาน เมล็ด กลั่นน้ำมันใช้จุดตะเกียง และทำเครื่องสำอาง

boonnakton

สรรพคุณ

  • ดอก – กลั่นให้น้ำมันหอมระเหย ใช้ในการอบเครื่องหอมได้ดี ใช้แต่งกลิ่นสบู่
  • ดอกแห้ง – ใช้เข้ายาหอม แต่งกลิ่นแต่งรสทำให้รับประทานง่าย เป็นยาหอมบำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น บำรุงหัวใจ เป็นยาขับเสมหะบำรุงโลหิต แก้ร้อนกระสับกระส่าย แก้ลมกองละเอียด ซึ่งทำให้หน้ามืดวิงเวียนใจสั่น อ่อนเพลีย หัวใจหวิว ทำให้ชูกำลัง
  • ผล – ขับเหงื่อ ฝาดสมาน
  • ใบ – รักษาบาดแผลสด พอกบาดแผลสด แก้พิษงู
  • แก่น – แก้เลือดออกตามไรฟัน
  • ราก – ขับลมในลำไส้
  • เปลือก – ฟอกน้ำเหลือง กระจายหนอง
  • กระพี้ – แก้เสมหะในคอ

การดูแลรักษา : เรื่องของความชื้น ถึงแม้บุนนาคจะเป็นต้นไม้ที่ชอบแดดจัด อยู่กลางแจ้ง แต่ดินรอบๆ โคนต้นก็จะต้องมีความชื้นสูง แต่ไม่ใช่ น้ำแฉะโคนต้น จนรากเน่าได้ นอกนั้นก็ไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ กิ่งก้านไม่ต้องตัดแต่งบ่อย ใบไม่ร่วงมาก แต่เนื่องจากเป็นไม้ที่โตช้ามากๆ ต้องปลูกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ปีถึงจะเริ่มออกดอกให้เห็น สมัยนี้ก็เลยย่นระยะเวลาด้วยการ ขุด ล้อม ต้นใหญ่ๆ นำมาจำหน่ายเพื่อให้ระยะเวลาในการออกดอกเร็วขึ้น แต่ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่สักพักใหญ่ กว่าจะกลับมาเจริญเติบโตอีกครั้ง

boonnakpoom

การเพาะปลูก
บุนนาคเป็นต้นไม้เจริญเติบโตช้า สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ดจะได้ผลดีกว่าการตอน เพราะไม่กลายสายพันธุ์และมีอายุยืนนาน นำเมล็ดมาเพาะในขุยมะพร้าว รดน้ำให้ชุ่ม 15 วัน จึงแยกไปชำในถุง โดยใช้ดินผสมปุ๋ยคอกเป็นวัสดุปลูก วางไว้ในร่ม รดน้ำสม่ำเสมอ เมื่อต้นกล้าอายุได้ประมาณ 7 ถึง 8 เดือน โตขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร นำลงดินปลูก ดูแลรดน้ำทุกๆ 2 ถึง 3 วัน หลังจากนี้ประมาณ 5 ถึง 6 ปี จะเจริญเติบโตเต็มที่ประมาณ 3 เมตร ก็สามารถขุดล้อมได้

boonnaktoom boonnakdoks

ป้ายคำ :

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวด ไม้ยืนต้น